MARKBAM | SAVAGE

ตอนที่ 11 : มาร์คสายเถื่อน : EP.O9 คุณป๊ากับน้าของแซลลี่ 1OO%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    15 เม.ย. 60

EP.O9



          อันที่จริงเราไม่ใช่เพื่อนที่สนิทใจต่อกันตั้งแต่ผมทำแบบนั้นกับแฝดน้องมัน

          ถ้าคุณคิดว่าเราแตกหักกันเพราะยูคยอมคุณคิดผิดนานแล้ว

          ความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวไม่สามารถกลับมาเป็นเส้นขนานระหว่างกันมันแตกหักไม่เหมือนเดิมตั้งแต่เรื่องนั้นนั่นแหละ เรื่องที่เหมือนเพิ่งเกิดเมื่อวาน

          ผมพังคำว่าเพื่อนระหว่างผมกับแบมแบม

          แม้แบมแบมจะเป็นฝ่ายยอมผมเสมอแต่ในใจแบมแบมเองก็ไม่ได้มองผมเป็นเพื่อนเหมือนกัน อาจจะเกลียดไปแล้วด้วยซ้ำ เราเหมือนใส่หน้ากากเข้าหากัน แต่มีบางครั้งที่เราห่วงเหมือนเพื่อนจริงๆ ก็คงเป็นเพราะก่อนหน้านั้นคำว่าเพื่อนของเรามันเรียล

          เราทะเลาะกันหนักมากมีอยู่สองครั้ง คือครั้งแล้วกับครั้งเล่า

          ทำไม ทำหน้าแบบนั้นด่ากูในใจอยู่ล่ะสิ

          สองครั้งก็คือปันปันกับยูคยอมนั่นแหละ

          คืนก่อนหน้านั้น..หลายคนคงนึกไม่ออกกันแล้วว่าคืนไหนเพราะหลังจากคืนนั้นฟิคก็ไม่อัพมาครึ่งปี อดีตเพื่อนรักมันมาต่อยผมถึงคอนโดหลังจากที่ผมแข่งรถเถื่อนกับยูคยอมซึ่งมันถึงกับโคม่า แต่ก็ไม่ได้ให้มันทำใส่อยู่ฝ่ายเดียวมีสวนกลับไปบ้างแต่อีกใจหนึ่งมันก็บอกว่าอย่ารุนแรงกับคนๆ นี้ไปมากกว่านี้

          จำได้ว่าผลักมันลงกับโซฟาก่อนจะตามไปกดทับร่างเล็กไว้ไม่ให้มันมาทำร้ายร่างกายผม แต่สายตาที่มันส่งมามันยิ่งกว่าโดนต่อยหน้าอีกว่ะ

          'คนเลวๆ แบบมึงกูสงสารพ่อแม่ญาติพี่น้องมึงจังว่ะมาร์ค'

          เพี๊ยะ

          ใบหน้าอีกคนหันไปตามแรงเกิดจากฝีมือของผมเอง ครู่หนึ่งที่แบมแบมนิ่งไปมันเม้มริมฝีปากที่มีเลือดซิบ ผมรู้สึกใจกระตุกแต่ก็คอยพยายามบอกตัวเองว่าจะไม่ใจอ่อนให้อีกฝ่ายแล้ว

          'สงสารตัวเองก่อนเถอะแบม'

          ผมบีบคางมันแรงๆ สั่งสอนให้รู้ว่าอย่าปากดี นับเป็นครั้งแรกที่ผมลงไม้ลงมือกับมัน

          แต่เห็นสายตาของแบมแบมที่หลากหลายความรู้สึกรวมกันก็ไม่อยากจะทำร้าย ได้แต่ถามตัวเองว่าทำไม

          บอกกูทีสิว่าให้กูปล่อย บอกสิ กูจะปล่อยมึงไปแบบไม่คิดอะไรเลย..

          'นับจากนี้กูไม่มีเพื่อนแบบมึง ไอ้ฆาตรกร!!! เลว!!!'

          คำพูดนั้นมันเหมือนของแข็งที่ฟาดหัวอย่างแรง จุดประกายความโกรธเพิ่มมากขึ้น คิดผิดแล้วที่มาท้าทายกูแบมแบม

          ผมเลื่อนมือลงมาบีบต้นคออีกคนแล้วเพิ่มแรงบีบขึ้นเรื่อยๆ จนมันไอหนัก และด้วยความที่ยังไม่สร่างยาที่เพิ่งเสพเข้าไปตอนแข่งรถมันทำให้กล้าทำอะไรบ้าบิ่นได้เสมอแล้วยิ่งมันแคร์คนของมันมากเท่าไรผมก็ยิ่งโกรธ

          'แค่กๆ..ป ปล่อย'

          ..

          'ม มาร์ค ไม่...'

          ..

          เหมือนสติที่หลุดไปจะถูกดึงกลับมายามที่เล็บของแบมแบมจิกข่วนข้อมือที่กำลัง...

          ผมคลายมือออกและลุกขึ้นปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระ แบมแบมหอบหายใจถี่เพื่อเอาอากาศเข้าปอดก่อนจะพูดขึ้นทั้งน้ำตา

           'กูยอมแพ้มึงแล้วมาร์ค...ฮึก'

          'ไสหัวไปซะ!'





          ไม่เข้าใจ

          ไม่เข้าใจตัวเอง

          พยายามผลักไสแต่ก็ยิ่งเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา

          อาการแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้งสำหรับคนที่ชื่อแบมแบม

          ผมได้ข่าวมาจากนายอนพี่สาวของยูคยอมว่ามันนอนพักฟื้นห้องธรรมดาแล้ว และผมก็ไปดู ไม่ได้ดูมันหรอก เพราะผมรู้ว่าใครไปที่นั่น

          ผมมองทะลุผ่านช่องกระจกของประตูห้องเงียบๆ เห็นภาพแบมแบมกำลังอ่านหนังสือออกเสียงอยู่ข้างเตียง ไม่นานแบมแบมก็ปิดหนังสือลงแล้วกุมมือคนบนเตียงด้วยแววตาเศร้าๆ ปากอิ่มขยับอ่านได้ว่า ยูคยอม ขอโทษ

          หึ จะขอโทษคนแบบนั้นทำไม

          ขนาดตัวมันยังหายใจเองไม่ได้เลย มันจะเอาอะไรมาดูแลมึง

          ผมอยากจะรู้นัก หากวันนั้นผมแพ้และแน่นอนคนที่นอนโคม่าไม่ได้สติต้องเป็นผมแบมแบมมันจะทำแบบที่ทำกับยูคยอมหรือเปล่า

          คงไม่สินะ คนเลวๆ แบบผม

          มือทั้งสองข้างลำตัวกำหมัดแน่นเมื่อความรู้สึกมากมายก่อขึ้นในใจ ผมหันปลายเท้าเปลี่ยนทิศทางเพื่อเดินออกไปตามโถงทางเดินที่เงียบงันราวกับไม่เคยมีตัวตนของผมมาปรากฏที่นี่




          แต่ผมก็ยังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลตอนนี้กำลังนั่งอยู่ในรถที่เพิ่งสตาร์ทได้ไม่นานสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ร่างบางที่ผมจำได้ดี หลังจากนั้นผมก็ไม่ลังเลที่จะแอบขับตามไปเงียบๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว

          จุดหมายสิ้นสุดลงเมื่อแบมแบมมาถึงห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ กับโรงพยาบาล แบมแบมเข้าไปในร้านกาแฟร้านหนึ่ง ส่วนตัวผมก็นั่งอยู่ที่ร้านฟาสต์ฟู้ดตรงข้ามกัน แบมแบมนั่งโต๊ะที่ติดกับกระจกร้านทำให้มองเห็นได้ง่ายๆ

          แบมแบมกำลังนัดใคร?

          ดูจากท่าทางเหมือนรอใครสักคนและมีอาการร้อนรน ผมนั่งจิ้มเฟรนซ์ฟรายกับซอสไปพลางๆ ระหว่างมองไปที่ร่างบาง ไม่นานนักก็ปรากฏร่างสูงเพรียวของมินะ เมียวอิ มินะ 

          ผมขมวดคิ้วทันทีที่เป็นมินะ ในหัวก็ไม่เข้าใจเท่าไรว่าทำไมทั้งคู่ถึงอยู่ด้วยกัน อีกอย่างสองคนนี้ไม่ค่อยสนิทกันนักเพราะแบมแบมไม่ใช่คนชอบเข้าหาใครส่วนเด็กญี่ปุ่นนั่นก็เก็บตัวเงียบ แต่ดูเหมือนทั้งคู่กำลังคุยเรื่อง 'ซีเรียส' อะไรสักอย่าง

          อะไรบางอย่างที่ทำให้ผมเกิดความคิดขึ้นมาในหัวแล้วล่ะ

          



          สอบไฟนอลวันสุดท้ายก็มาถึง หลายคนอ่านหนังสือเอาเป็นเอาตายโต้รุ่งเพื่อมาง่วงในห้องสอบ ทั้งอาทิตย์นี้ทุกคนวุ่นวายอยู่กับเทศกาลสอบจนไม่มีเวลาว่าง อ้อ คิมยูคยอมไม่สามารถมาสอบได้ที่บ้านทำเรื่องดร็อปเรียนไว้แล้ว ถามว่าผมรู้ได้ยังไงน่ะเหรอ? ก็นายอนพี่สาวมันไงล่ะ ยัยนี่ยังไม่รู้ว่าผมแกล้งมาตีสนิทเพราะจะใช้มาเป็นเครื่องมือแก้แค้นยูคยอม แต่แผนของผมไม่ได้ก้าวหน้าอะไรมากนักเพราะนายอนไม่สนใจผู้ชาย

          ผมไม่ได้คุยกับแบมแบมจะเรียกว่าไม่ได้เจอกันเลยดีกว่า แต่ก็เห็นผ่านๆ ที่มหาวิทยาลัยอีกฝ่ายจะเลี่ยงผมมากกว่า ซึ่งผมก็ไม่ได้แคร์อะไร

          ปิดเทอมสักที หลังจากแหกขี้ตาตื่นแต่เช้ามาสอบ

          ผมจัดกระเป๋าตั้งแต่เมื่อคืนและเอาไว้ในรถพอสอบเสร็จจะได้ขับไปบ้านใหญ่เลย

          บ้านใหญ่ก็คือป๊าและแม่ของผมอยู่ที่นั้น และยังมีบ้านอีกสามหลังที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันก็คือ บ้านอิม บ้านหวัง บ้านเมียวอิ

          ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็มาถึงจุดหมาย ป้าแม่บ้านแตกตื่นเมื่อเห็นผมกลับมาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า

          "คุณมาร์คมาถึงที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ แต่คุณท่านกับคุณผู้หญิงยังไม่กลับหรอกนะคะ"  เด็กรับใช้ที่ดูอายุยังน้อยถามมารัวๆ จนผมเริ่มรำคาญ

          "มาบ้านตัวเองต้องมีธุระด้วยหรือไง?"

          ผมปรายตาเล็กน้อยก่อนจะเดินนำเข้าบ้านไป แต่ก็ต้องหันไปหายัยนั่นอีกรอบ

          "แซลลี่อยู่ไหน?"

          "คะ? แซลลี่? อ้อ! อยู่กับพี่เลี้ยงที่ห้องนั่งเล่นฝั่งตะวันตกค่ะ"

          ไม่แปลกที่จะมีคนไม่คุ้นกับชื่อแซลลี่ ชื่อนี้แจ็คสันตั้งให้เพราะอยากให้มีชื่ออินเตอร์เหมือนมาร์ค แจ็คสัน เลยมีแค่ผมกับแจ็คสันเท่านั้นที่เรียกจื่อวีว่าแซลลี่ เพราะป๊าผมตั้งชื่อให้แซลลี่ว่าจื่อวีก็จะออกจีนๆ หน่อยแต่พวกสองพี่น้องอิมกับมินะจะเรียกตัวเล็กไม่ก็ยัยน้องยัยหนูยัยนู้นยัยนี่ บลา

          "พี่เลี้ยง? มีตั้งแต่เมื่อไร"

          "เอ่อ ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ เธอเป็นเพื่อนบ้านที่รักเด็กน่ะค่ะเลยมาเล่นกับตัวเล็กบ่อยๆ"

          "อืม จะไปทำอะไรก็ไปเถอะ"

          เด็กรับใช้โค้งให้เล็กน้อยก่อนจะเดินไปทำหน้าที่ตัวเอง ผมเดินไปหาแซลลี่ที่ห้องนั่งเล่นเล็กก่อนจะพบเข้ากับภาพผู้หญิงผมสีบลอนด์กำลังอุ้มไอ้เด็กก้อนอยู่

          ผมกระแอมไอเล็กน้อย ยัยคนตัวขาวเลยเพิ่งรู้ตัวว่ามีคนกำลังยืนจ้องอยู่ เธอยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ แล้วส่งเจ้าเด็กแซลลี่ให้ผมรับไป

          "เอ่อ..."

          "ขอบใจที่ดูแลเด็กให้ แต่กลับไปเถอะ"

          คนตรงหน้าอ้าปากค้างผมไม่คิดว่าตัวเองพูดแรงอะไรตรงไหนเลย อุตส่าห์ขอบอกขอบใจไปแล้วด้วยซ้ำ

          "ขอโทษนะที่รบกวน...จื่อวี เดี๋ยววันหลังพี่มาเล่นด้วยใหม่นะ บ๊ายบายจ้า"

          "บะ บัย"

          แซลลี่โบกมือบ๊ายบายกลับ ผู้หญิงผมบลอนด์จึงเดินออกไป ผมเลยหันกลับมาสนใจเด็กก้อนอายุขวบกว่าๆ เกือบสองขวบ

          "สนิทกับพี่สาวคนนั้นหรือไง"

          "มั่กๆ"  


          ไม่มีใครสั่งสอนเหรอว่าอย่าคุยกับคนแปลกหน้า

          ผมถอนหายใจยาวกับเด็กที่ไม่รู้ประสีประสาก่อนจะพายัยหนูไปหาอะไรกินในครัว เราพ่อลูกได้สตรอว์เบอร์รี่กันมาหนึ่งกล่อง เพื่อไม่ให้ยุ่งยากเลยป้อนเข้าปากน้อยๆ ถึงจะไม่ทันใจเจ้าตัวก็ตามเพราะยัยหนูแซลลี่กินเก่งมาก

          "ป๊าๆ"  

          "แด๊ดดี้"  บอกให้เรียกแบบอินเตอร์ๆ ไง

          "ป๊าาาา เยวๆ"  มือป้อมทำท่าจะแย่งผลไม้สีแดงไปแต่ผมเบี่ยงมือได้ก่อน หึๆ แกล้งลูกมันดีอย่างนี้นี่

          "เรียก แด๊ดดี้"

          "มัค! เยวๆ!" 

          ไม่ยอมเรียกแถมเรียกชื่อเฉยๆ อีกนะ! 

          สงครามขนาดย่อมกำลังจะเกิดขึ้นหากสายตาไม่เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นเคยเดินผ่านตรงหน้าห้องอาหาร พอผมหยุดมองแซลลี่ก็หันตามพอเห็นว่าเป็นใครก็ยิ้มแป้น

          "ชารอง ชารอง"

          "ชารอนต่างหาก"  ผมแก้ให้

          ชารอนที่ว่าไม่ใช่ใครที่ไหนเพราะนั่นก็คือเมียวอิมินะ อันนั้นเป็นชื่ออีกชื่อของน้องมันก็เหมือนผมที่ชื่ออี้เอินและมีชื่อฝรั่งเท่ๆ ว่ามาร์ค สงสัยแจ็คสันจะสอนให้เรียกแบบนั้น ยัยหนูจำคนเก่งมากๆ แต่พวกไอ้บีแจ็คดามิมันมาหาแซลลี่บ่อยและสนิทกันมากกว่าผมอีก

          "ไงตัวเล็ก"  มินะคลี่ยิ้มบางๆ ให้หลานสาวแค่นั้นแล้วก็เดินผ่านไป

          ผมพอจะรู้อยู่ว่ามินะมาบ้านผมทำไมถึงแม้ว่าบ้านทั้งสี่หลังจะอยู่ในพื้นที่เดียวกันแต่มินะไม่ค่อยมาบ้านผมเท่าไร แล้ววันนี้กลับมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ถ้าไม่ใช่เรื่องที่จะเอาแซลลี่คืนให้แบมแบม

           หึ ผมชักจะอยากเลี้ยงลูกเองขึ้นมาซะแล้วสิ 



40%




        ผมมองแซลลี่ที่กำลังนอนกลางวันหลังจากกินอิ่ม แซลลี่เลี้ยงง่ายกว่าที่คิดไม่ค่อยดื้อมากนัก ไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กตรงหน้าจะเป็นลูกตัวเอง

         แช๊ะ!

        นี่คงเป็นรูปแรกที่ถ่ายแซลลี่ไว้ในโทรศัพท์ โชคดีเสียงกดชัตเตอร์ไม่ได้ทำให้เด็กมันตื่น

        ผมเดินออกมาจากห้องนอนตัวเองเงียบๆ ไม่ให้เสียงรบกวนเด็กวัยเตาะแตะ เดินมาตามโถงทางเดินลงบันไดมุ่งหน้ามาทางห้องรับแขก

        "อ้าว มาพอดีเลยมาร์ค"

        ม๊าทักขึ้นหลังจากผมเห็นผมเดินเข้ามา ผมไม่เห็นป๊าอยู่ตรงนี้คงจะอยู่ที่ห้องทำงานตอนนี้มีแต่ม๊ากับมินะนั่งกันอยู่

        "มีอะไรกันหรือเปล่าม๊า" 

        "ก็มินะน่ะสิ บอกว่าบ้านนู้นจะเอาจื่อวีกลับไปเลี้ยงเอง"

        "ไม่ ตอนแรกก็ตกลงไปเรียบร้อยแล้วนี่"

        "จริงๆ เขาเสนอมาเองก็เป็นผลดีกับพี่แล้วไม่ใช่เหรอ หรือพี่ติดปัญหาอะไรกับเขา"  มินะแทรกขึ้นมาลอยๆ ผมเหลือบมองก็เห็นมันกดยิ้มมุมปากอยู่

        "เขาจะเลี้ยงดูจื่อวีเองแต่เราก็ไปหาจื่อวีได้นี่นา ม๊าว่าไม่เห็นเป็นอะไรเลย"

        "ม๊าเข้าใจป่ะว่าผมไม่อยากยุ่งกับปันปันอ่ะไม่งั้นไม่เอาแซลลี่มาแล้วยื่นเงื่อนไขไปแบบนั้นหรอก"

        ผมทิ้งตัวพิงพนักโซฟาด้วยความไม่สบอารมณ์จนม๊าส่ายหน้าน้อยๆ

        เพราะไม่อยากมีอะไรเกี่ยวข้องกันก็เลยเป็นฝ่ายรับแซลลี่มาเองแต่ต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกันเพื่อจบๆ เรื่องไป และไม่มีใครรู้เงื่อนไขซ้อนที่ตกลงกับแบมแบมนอกจากผม แบมแบม และแจบอมกับดาฮยอนที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้น

        ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอที่แบมแบมจะออกจากกระดานเกมที่ผมสร้างไว้

        "ถ้าอยากได้แซลลี่กันมากนักก็ให้มาเลี้ยงที่นี่เองสิ"  ผมเผยยิ้มกว้างให้กับความคิดตัวเอง

        "ไม่สบายเหรอลูกเมื่อกี้ยัง..."

        "หมายถึงน้าของแซลลี่ต่างหาก ถ้าอยากได้แซลลี่ก็มาเลี้ยงให้ดูก่อนว่าดูแลลูกผมได้"

        "แบมแบมน่ะเหรอ แบบนั้นก็ได้นะ"  ม๊าของผมดูจะเห็นด้วย

        "เอ่อ คุณป้า..."  มินะทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ต้องเงียบไป

        "ฝากบอกมันด้วยนะมินะ แต่ถ้าไม่มาก็ไม่ต้องมายุ่งกับแซลลี่"  ผมหันไปพูดกับมินะก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินออกไปจากตรงนั้น

        ถ้าแบมแบมไม่มายุ่งกับเรื่องนี้อีกผมก็คงไม่ทำงี้หรอก เรื่องแซลลี่จบไปนานแล้วแต่แบมแบมก็ขุดมันขึ้นมารวมถึงกำลังพยายามจะลบล้างพันธะสัญญาที่ตกลงกันไว้อีกด้วย

        ผมคงต้องทำอะไรสักอย่าง


        หัวค่ำแซลลี่ถูกดาฮยอนเอาไปเล่นที่บ้านตัวเอง อ้อ ลืมบอกว่าพวกแจบอมกับดาฮยอนเพิ่งกลับบ้านมาตอนเย็น ส่วนแจ็คสันจะตามมาพรุ่งนี้ ทุกปิดเทอมเราจะกลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านใหญ่ แต่ดาฮยอนเรียนมัธยมปลายซึ่งยังไม่ปิดเทอมเหมือนพวกพี่ๆ พรุ่งนี้ก็ต้องกลับไปเรียน

        ผมนอนเช็คโซเชี่ยลต่างๆ ที่ไม่ได้เข้ามาเล่นช่วงสอบเพราะยุ่งๆ ไถหน้าไทมไลน์เฟซบุ๊คก็มีแต่เรื่องชาวบ้าน บางคนไปเที่ยวหลังสอบเสร็จ บ้างก็กลับต่างจังหวัด ผมกดออกแล้วเข้าไปในไลน์ แชทมากมายเป็นร้อยๆ แชทกลุ่มอีกหลายกลุ่ม แชทของคนคุยเล่น แชทเพื่อนที่ส่งแต่เกมห่าไรมาก็ไม่รู้

        ผมไล่กดลบแชทเพราะขี้เกียจอ่านและตอบ เหลือไว้อ่านแต่แชทกลุ่มเผื่อมีอะไร แต่เลื่อนลงมาเรื่อยๆ ปลายนิ้วก็หยุดชะงัก ในห้องแชทที่ไม่ได้เคลื่อนไหวมาเป็นเดือนๆ ข้อความสุดท้ายที่ถูกส่งมาจากผมเอง



กูว่ามันก็คุ้มดีมึงคงฝันดีทุกคืนนะ



        ข้อความล่าสุดที่ถูกอ่านไปเป็นชาติกว่าๆ สมัยผมซื้อตุ๊กตาแมวหน้าแบ๊วให้แบมแบม

        เราไม่ค่อยแชทหากันส่วนมากมีอะไรก็โทรหามากกว่า

        ผมกำลังจะกดออกพลันหยุดหายใจไปชั่วขณะเมื่อหน้าจอปรากฏสายเรียกเข้าที่เป็นชื่อแบมแบม

        Rrrrrrrrr

        ผมนับหนึ่งถึงสิบแล้วกดรับสาย ไม่ได้กรอกเสียงอะไรลงไปรอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรขึ้นมาก่อน

        ( ... )

        "..."

        ( ... )

        "เป็นเหี้ยไรก็พูดสิวะ"

        ( มินะบอกกูแล้ว )

        "ตามนั้น ถ้าไม่ก็ไม่ต้องมาคุยเรื่องนี้อีก"

        ( ก็โอเค ตามนี้ )

        ติ๊ด!

        เดี๋ยวนี้มันกล้าตัดสายใส่ผมเหรอวะ


        ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยทั้งที่ยังหลับตาอยู่ รู้สึกแสงแดดส่องมาคงจะเช้าแล้วและเหมือนมีอะไรมาแตะๆ ที่แก้มตัวเอง พอเปิดเปลือกตาขึ้นมาก็ต้องหรี่ตาลงเพราะแสงแยงตา ภาพเด็กวัยก่อนอนุบาลกำลังตบแก้มผมเหมือนจะปลุกให้ตื่น

        "แซลลี่...ใครพาหนูมา?"  ผมยันตัวขึ้นนั่งแซลลี่ที่กำลังเกาะขอบเตียงก็ปีนขึ้นมานอนหัวเราะเอิ้กอ๊าก

        "กูเอง"  น้ำเสียงคุ้นหูดังขึ้นอยู่ตรงประตู ผมหันกลับไปมองต้นเสียงก็พบกับแบมแบม

        แอบตกใจนิดหน่อย แต่ก็ทำเป็นเฉยๆ แบมแบมเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงมองผมกับแซลลี่ท่าทางที่ดูมั่นใจแบบนั้นเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไร

        "งั้นก็เอากลับไปด้วย"

        "ได้ เอากลับไปบ้านกูใช่มั้ย"  แบมแบมโน้มตัวลงมาอุ้มแซลลี่ที่กลิ้งไปมาอยู่ข้างๆ ผม

        ร่างเล็กๆ ของแบมแบมเสียหลักล้มลงมาเนื่องจากผมคว้าเอวมันไว้ก่อนจะกดแบมแบมไว้กับเตียง มันดิ้นขลุกขลักไปมาแต่ก็ไม่หลุดเพราะผมคร่อมมันไว้ สบตากลมโตที่มองมันมามากกว่าร้อยครั้งแต่แววตานั้นกับเฉยชาว่างเปล่า

        "เย่นๆ" 

        เสียงเล็กดังขึ้นอยากมีส่วนร่วม ผมปล่อยให้แบมแบมเป็นอิสระเจ้าตัวจึงรวบแซลลี่ขึ้นมาอุ้มไว้แล้วรีบเดินหนีออกไปจากห้อง

        "เหมือนแม่ลูก.."

        นี่ผมคิดอะไรวะ บ้าเหรอ แซลลี่มีแม่ชื่อปันปัน

        ผมยกมือขึ้นมาขยี้ศีรษะตัวเองที่อยู่ๆ ก็คิดอะไรขึ้นมาแล้วเผลอพูดคนเดียวเหมือนคนบ้า

        บ้านค่อนข้างเงียบเพราะป๊าม๊าคงไปทำงานแถมบ้านที่เกือบจะเรียกได้คฤหาสน์ก็คงเงียบอยู่หรอกเพราะมีคนอยู่แค่ไม่กี่คน

        "เก่งจังลูกใครหว่า"

        ลูกกูไง

        แบมแบมกำลังป้อนโจ๊กให้แซลลี่ที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหาร แซลลี่เข้ากับคนง่ายมาก แอบเชียร์ให้มันดื้อใส่แบมแบมเยอะๆ แต่ก็ไม่ได้ผลอะไรเลย

        "ป๊า กินม้าย กินม้ายย"  แซลลี่กวักมือเรียกทำให้คนที่มีหน้าที่ป้อนต้องหยุดมือก่อน

        "ไม่หิว"  ตอบตามขริงไปแต่ดูเหมือนเจ้าเด็กนี่จะน้อยใจเบะปากเลย

        "กินต่อเนอะ มาๆ อ้าม" แบมแบมตักโจ๊กขึ้นมาแล้วเป่าให้หายร้อนก่อนจะนำไปจ่อปากเล็ก

        ผมยืนกอดอกมองทั้งคู่รอดูต่อไป แซลลี่ไม่ยอมกินแล้วเมื่อกี้ยังกินดีๆ อยู่เลย แบมแบมมันก็ทำเหมือนผมเป็นธาตุอากาศไม่สนใจพยายามจับป้อนอย่างเดียว ตลกว่ะ

        "ป๊า อ้ามๆ"  แซลลี่หันมาเรียกร้องความสนใจจากผม คือที่ไม่กินเพราะจะให้ผมเป็นคนป้อนงั้นสิ

        ผมนั่งเก้าอี้ข้างๆ แบมแบม แต่พอก้นแตะเก้าอี้ไม่ทันไรแบมแบมก็กระเถิบออกห่างทันทีทำอย่างกับผมเป็นเชื้อแบคทีเรีย ผมถือช้อนพลาสติกลายคิตตี้ขึ้นมาตักโจ๊กแล้วยื่นไปจ่อปากลูกที่นั่งหน้าง้ำอยู่ข้างๆ ชามโจ๊กบนโต๊ะ

        "ป๊า ย้อนนน"  ไรวะ ร้อน?

        "เป่าก่อนดิ"  แบมแบมเอ่ยขึ้นมาแล้วแย่งช้อนไปถือเองก่อนจะจรดริมฝีปากเป่าไล่ความร้อนเบาๆ

        "มันร้อนตรงไหนวะ" 

        หลังจากเป่าเสร็จแบมแบมก็ยื่นช้อนกลับมาคืนให้ผมป้อนพอยื่นมือไปถือช้อนปลายนิ้วดันไปแตะโดนกันแบมแบมรีบปล่อยมือออกทันที ไอ้เหี้ยช้อนเกือบร่วง

        พอป้อนให้แซลลี่ก็ยอมอ้าปากกินแต่โดยดี กินไม่กี่คำก็งอแงไม่กินต่อห่วงแต่เล่นเลยอุ้มมันลงมาพอเท้าถึงพื้นก็เดินเตาะแตะออกไปจากห้องอาหารทิ้งอีกสองชีวิตไว้ให้อยู่ลำพัง

        แบมแบมลุกขึ้นยืนจะตามแซลลี่ไปแต่มือตัวเองดันไวคว้าข้อมืออีกคนเอาไว้ก่อน มันเหลือบมองลงมาพลางเลิกคิ้ว

        "กูหิว"

        "เมื่อกี้มึงบอกลูกว่ายังไม่หิว"

        "แต่ตอนนี้กูหิว"

        "เรื่องของมึงมาบอกอะไรกู"

        "ไปหาอะไรให้กูกินดิ๊"

        "กูไม่ใช่ทาสมึง"

        ผมดึงแขนแบมแบมให้เซลงมานั่งบนตักแล้วรวบแขนกอดเอวคอดไว้ คนตัวเล็กกว่าขัดขืน แบมแบมหันมามองตาขวางหายใจฮึดฮัด อารมณ์โคตรฉุนเฉียวแต่กูนี่จะอารมณ์เสียวขืนมาเบียดขยับไปมากับเป้ากูอยู่ได้

        "ยิ่งกว่าทาสอีก"

        "กูจะไม่ทำให้แล้วมึงจะทำไม เลิกสั่งกูสักที"

        แบมแบมแงะมือที่ผมรวบเอวมันไว้แต่แรงอย่างกับมดตะนอย ไม้ซีกจะมางัดไม้ซุงได้ไงถูกมั้ย ยิ่งแงะยิ่งรัดจนมันคงหมดแรงเลยกลายเป็นว่าจับมือผมไว้

        "คิดว่ากูจะยกแซลลี่ให้หรือเปล่า"

        "ยังไงกูต้องเอาคืนมาให้ได้"

        "กลัวแซลลี่เกิดอันตรายเพราะกู?" มันกลัวกูฆ่าลูกตัวเองมากเลยดิ

        "มึงมันไม่น่าไว้วางใจ"

        "แล้วไม่กลัวเกิดอันตรายกับตัวเองเหรอ"

        "..."

        "...อย่างเช่นตอนนี้"  ผมจงใจกระซิบข้างใบหูแล้วเปลี่ยนมาเกยคางบนไหล่เล็กก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือลูบวนไปมากับฝ่ามือนิ่ม

        "กูไม่กลัวมึงแล้วมาร์ค จำไว้นะ"

        ผมหัวเราะในลำคอ ให้มันจริงล่ะ เพราะผมจะปั่นประสาทให้อีกฝ่ายอยู่ไม่ได้เลยคอยดู





TALK 

130460 ครึ่งหลังน้องแบมมาแน่ค่ะ มาเอาหลานคืนแน่ๆ กลัวหลานเลวตามพ่อมัน(?)5555 อันนี้เล่าย้อนนิสนึงตอนของ Night Race ที่แบมแบมทะเลาะกับมาร์คแล้วก็ช่วงต้นของตอน ลูกสาว ที่แบมแบมปรึกษามินะเรื่องขอหลานคืนโดยไม่รู้ว่าพี่มาร์คแอบจับตาดูการเคลื่อนไหวอยู่ 

และของตอนนี้มาเล่าในพาร์ทของพี่มาร์คว่ามุมมองนางเป็นยังไง แต่ก็นั่นแหละคือนางยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองจริงๆ

ช่วงนี้อาจจะดูน่าเบื่อหน่อยนะ555555 ค่อนข้างซับซ้อนและมีความไบโพล่าของพระเอก

150460 มาร์คมันจะทำไรก็ม่ายลู้นะคะ น้องแบมไม่หงุมหงิมแล้วนะแกจะทำไรเช็คสภาพอากาศโด้ยย

ปอลิง ชื่อตอนน่ารักช่ะม้ะ คือจื่อวีมีชื่อฝรั่งเรียกเล่นๆว่าแซลลี่ไง เลยเป็นแซลลี่ดีกว่าดูเด็กน้อยดี5555 

ไม่ค่อยดราม่าละ เอาไว้ม่าตอนใกล้จบละกันนี่เพิ่งจะตอนที่เก้าเอง นั้มตามา อีกสองเดือนจะครบรอบหนึ่งปีที่เปิดเรื่องนี้แล้วน้าอยากให้มีกิจกรรมอะไรมั้ยคะ แต่ขอคิดดูก่อนนะเพราะรีดหายไปเยอะเนื่องจากเราดองขอโทษเด้อ5555555

#มาร์คสายเถื่อน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

866 ความคิดเห็น

  1. #834 nichamon_ncm (@nichamon_ncm) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 17:22
    ไม่ชอบมาร์ค
    #834
    0
  2. #821 wilair72 (@wilair72) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 09:30
    มาร์คไม่ห่วงลูกเลยนะค่ะ
    #821
    0
  3. #780 JKhottest0115 (@JKhottest0115) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 23:30
    ทำไมรู้สึกว่าแซลลี่เป็นลูกแบมไม่ใช่ปัน
    #780
    0
  4. #699 toto (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 10:09
    แบมสู้ตายค่ะ
    #699
    0
  5. #689 bbambamb (@bbambamb) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 02:46
    รักแบมมานานแล้วสินะจ้ะ
    #689
    0
  6. #676 embrace (@prangmy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 22:25
    มาร์คเอ๊ย คิดไม่ซื่อกับเพื่อนตัวเองมาตลอด ไม่น่าเลยเนาะ คืออะไรเอาลูกมากันปันปันแต่ดึงน้าแซลลี่มา แบมจะไหวไหมเนี่ย
    #676
    0
  7. #599 chnnnnn (@chnnnnn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 00:02
    ละก็ แบมครับบบ เลิกกับยูคสักที
    #599
    0
  8. #598 chnnnnn (@chnnnnn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 00:02
    มาต่อได้แล้วน้าไรท์ รอออออ
    #598
    0
  9. วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 22:23
    รออยู่นะคะ
    #595
    0
  10. #594 laongg00nam (@laongg00nam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 22:31
    มาต่อเถอะไรต์เค้าคิดถึงม้ากมากกกก5555555
    #594
    0
  11. #593 M93B97 (@eung_bb) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 22:44
    ไรท์มาต่อได้แล้วน้าาาา คิดถึงงง
    #593
    0
  12. #592 natyadabeam (@natyadabeam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 04:11
    อ่านตอนที่แล้ว แล้วใจมีความรู้สึกไม่ค่อยดีเลย ตอนนี้รู้สึกชุ่มช่ำ
    #592
    0
  13. #591 คนแมนซังนัมจา~ (@arada_jsm) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 10:47
    อยากให้แบมเป็นแม่ของแซลลี่นะ ก็มาร์คน่ะยกให้แบมเป็นที่หนึ่งมาตลอดเลยนี่นา ทั้งรักทั้งเทิดทูนขนาดนั้น ป.ล.ยังยืนยันคำเดิมว่าแบมเลิกกับยูคได้แล้ว และปันปันก็แยกไปไว้ไกลๆเลยนะ มือที่สองสามสี่นี่เยอะเกินไปล้าวว TT ปวดใจ
    #591
    0
  14. #586 tongonea (@tongonea) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 17:35
    อิพี่ม้าคมันร้ายยยยยยยยยยยยยยย
    #586
    0
  15. #585 waslikebubblegum (@waslikebubblegum) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 09:19
    หูวววว แบมแบมไม่กลัวแล้วเด้อ ต่อไปนี้สั่งอะไรไม่ง่ายแล้วนะจ๊ะะ
    #585
    0
  16. #575 waaxq (@kwangbaby) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 01:00
    รอเด้อออ ><
    #575
    0
  17. #574 Olive1812 (@Olive1812) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 20:42
    โอ้ยยย!!ลุ้นไรท์มาต่อเร็วๆน้ะ
    #574
    0
  18. #573 mpoial (@poiiy--) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 16:01
    ไรท์คิดตึ๋งงง
    #573
    0
  19. #572 mbbjsk_ (@mbbjsk_) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 00:40
    คิดถึงไรท์จังเยยยยย
    #572
    0
  20. #571 sKad (@saowapakk) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 00:23
    ไรท์สู้ๆ ติดตามอยู่น้า
    #571
    0
  21. #570 sKad (@saowapakk) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 00:23
    แบมสู้ๆ
    #570
    0
  22. #569 sKad (@saowapakk) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 00:23
    มาร์คนี่เจ้าเลห์ไม่เปลี่ยนเลย
    #569
    0
  23. #568 sKad (@saowapakk) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 00:22
    ให้เดาว่าที่มาเล่นกับจื่อนี่ยัยซานแน่เลย คิคิ
    #568
    0
  24. #567 sKad (@saowapakk) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 00:22
    อมก อมก อมกกก
    #567
    0
  25. #566 sKad (@saowapakk) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 00:21
    ดีใจที่ไรท์กลับมา ฮื่อออ ขอบคุณนะคะ
    #566
    0