Fic loki & Bucky one-shot

ตอนที่ 7 : Secret - loki

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    16 ก.ค. 62

(y/n) - ชื่อคุณ

(y/d/n)-ชื่อลูกสาว

Summary : เหล่าฮีโร่กำลังสงสัยว่าโลกิมีความลับบางอย่าง


               หลังจากที่โลกิบุกนิวยอร์กโอดินก็มีคำสั่งให้ธอร์พาเขามาสำนึกผิดที่มิดการ์ด   แน่นอนว่ารัฐบาลไม่ไว้ใจเทพจอมหลอกลวงแต่จะให้ไปยกข้อกฎหมายของพวกมนุษย์มาโต้กับโอดินที่แอสการ์ดก็ไม่ใช่ความคิดที่ดี   สุดท้ายภาระนี้เลยไปตกอยู่ที่เหล่าอเวนเจอร์

            ช่วงแรกไม่ว่าโลกิจะไปที่ไหนจะต้องมีอเวนเจอร์อย่างน้อยสองคนตามคุมเสมอ   ครั้งหนึ่งโลกิเคยออกไปเดินเล่นที่เซนทรัลพาร์คเขาเลือกช่วงเวลาที่อเวนเจอร์ออกไปทำภารกิจเพื่อที่อย่างน้อยเขาจะได้อยู่คนเดียวเงียบๆบ้าง   แต่กลายเป็นว่าสตาร์คกลับส่งกองทัพหุ่นยนต์ขนาดย่อมมาคุมเขาแทน   ไม่ค่อยจะสร้างความแตกตื่นให้ชาวบ้านชาวช่องเท่าไหร่เลยจริงๆ

            แต่พอเวลาผ่านไปนานๆเข้าและโลกิก็ทำตัวค่อนข้างดี(ไม่นับพูดกวนประสาทคนในทีม)พวกเขาก็เริ่มวางใจ   มันเริ่มจากที่อนุญาตให้เขาเดินไปทั่วได้โดยไม่มีผู้คุมหรือคนจับผิดซึ่งส่วนใหญ่แล้วโลกิจะไปหมกตัวอยู่ที่ห้องสมุดส่วนตัวของสตาร์ค

            และหลังจากนั้นเขาก็สามารถเดินไปไหนมาไหนข้างนอกตึกเงียบๆคนเดียวโดยไม่มีคนตาม   แน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้วเขาออกไปห้องสมุดไม่ก็ร้านหนังสือเพื่อหาอะไรอ่านแก้เบื่อ   อาจจะมีบางครั้งที่แวะร้านกาแฟเล็กๆซื้ออะไรร้อนๆกินซักแก้ว

            คนในทีมเริ่มเปิดใจกับเขามากขึ้นจนสามรถคุยเล่นกันโดยไม่ตะขิดตะขวงใจ   ด้วยความปากแข็งของโลกิมีบ้างที่บางครั้งจะจิกกัดพวกเขาเล็กๆน้อยๆซึ่งคนในมีก็พอจะเข้าใจนิสัยกอปรกับรู้มานิดหน่อยว่าโลกิค่อนข้างทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาที่เรียกร้องความสนใจจากผู้ปกครอง

            ธอร์เป็นคนเปิดประเด็กที่จะให้โลกิเข้าทีม   สตีฟเห็นด้วยว่าพลังของเทพผมดำคนนี้มีประโยชน์มากสำหรับภารกิจสอดแนม   แถมความฉลาดแกมโกงของเทพหนุ่มคนนี้ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน   อย่างน้อยมีอะไรให้เขาทำก็ดีกว่ามานั่งเบื่ออยู่ที่ตึกคนเดียว

            ประชาชนนิวยอร์กยังคงไม่ไว้ใจเขา   แต่ก็มีอีกส่วนที่ยอมให้โอกาสโลกิได้แก้ตัว   หลังจากเข้าร่วมทีมได้ไม่นานประชาชนส่วนใหญ่ก็เลิกตั้งข้อสงสัยกับเขามีหลายคนถึงขั้นชื่นชมเลยทีเดียว

 

            ทว่าสองปีหลังมานี้หลังมานี้โลกิออกมานอกตึกอเวนเจอร์บ่อยขึ้นและนานขึ้น   เขามักจะออกมาตอนบ่ายๆและกลับมาอีกทีก็ตอนเช้าของอีกวัน   เดือนแรกไม่มีใครสังเกตจนกระทั่งเวลาผ่านไปครึ่งปีโทนี่เป็นคนเปิดประเด็นนี้กลางวงสนทนาระหว่างมื้ออาหารเช้า

            “ช่วงหลังเรนเดียร์เกมส์หายหน้าหายตาไปบ่อยๆนะว่าไหม”

            “คงไม่ใช่ว่าวางแผนอะไรแปลกๆหรอกนะ”   คลินท์พูด

            “ไม่หรอกน้องข้าเปลี่ยนไปแล้ว   ข้ามั่นใจ”   ธอร์เอ่ย

            “ถ้างั้นเราต้องวางแผนกันแล้วล่ะ”  

            “วางแผนอะไรกันเหรอ”   ทุกสายตาจับจ้องไปยังต้นเสียงของผู้มาใหม่   โลกิยืนแสยะยิ้มอยู่ตรงประตูทางเข้า   “เดี๋ยวนี้พวกเจ้าวางแผนโดยไม่มีข้าแล้วงั้นรึ   ช่างน่าน้อยใจจริงๆ”   โลกิตีหน้าเศร้าในขณะที่เหล่าอเวนเจอร์ไม่กล้าพูดอะไรต่อ

            เขาเดินก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะตัวยาวที่พวกเขานั่งกินอาหารกันอยู่   เขาชะโงกหน้าเข้ามาสำรวจว่ามีอะไรบ้างที่สามารถกินได้   โลกิหยิบแซนวิชแฮมชีสชิ้นสุดท้ายก่อนเดินหายออกไป

            “F.R.I.D.A.Y   เขาไปที่ไหน”   สตีฟเอ่ยถามเอไอ

            “ห้องนอนค่ะคุณโรเจอร์ส”

            “เขาดูอารมณ์ดีแปลกๆรึเปล่าน่ะ”   บรูซเอ่ยถาม

            “ตัวเขามีกลิ่นกาแฟกับหนังสืออ่อนๆด้วย”   คลินท์พูด

            “มันต้องมีอะไรแน่ๆ”   โทนี่ย้ำ

            “งั้นทำไมเราไม่ไปหาคำตอบล่ะ”   แนทยกยิ้มเจ้าเล่ห์

 

 

 

            หลังจากโลกิกลับมาไม่นานเท่าไหร่เขาก็เดินออกมาจากตึกอเวนเจอร์อีกครั้ง   เจ้าตัวดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษจนไม่ได้สังเกตุเลยว่ามีหุ่นยนต์ตัวเล็กๆของโทนี่แอบตามมาอยู่ไม่ห่างเท่าไหร่

            “นั่นเขาแวะซื้อร้านขายแฮมเบอร์เกอร์ใช่ไหมน่ะ”   บรูซเอ่ยขึ้นในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆกำลังนั่งบนโซฟาโออ่า   ภาพจากหุ่นยนต์สอดแนมเด่นชัดอยู่บนจอทีวีราคาแพงเบื้องหน้า  

            โลกิกำลังจ่ายเงิน   มืออีกช้างรับถุงที่เต็มไปด้วยแฮมเบอร์เกอร์สามชิ้น   น้ำอัดลมขวดเล็กๆอีกสองขวดทิ้งท้ายด้วยเฟรนฟรายด์อีกสามกล่อง

            “ดูจากจำนวนแล้วไม่น่าจะกินคนเดียวแน่ๆ”   สตีฟออกความคิดเห็น

            “เยอะแบบนั้นฉันกินคนเดียวได้ตั้งสามวัน”   นาตาชาเสริม

            “ข้าว่ามันก็ไม่ได้เยอะอะไรมาก   มื้อนึงข้ากินได้อย่างต่ำก็สองชิ้น”

            “นั่นเพราะนายมันกินเยอะกว่าชาวบ้านเขาไงธอร์”   โทนี่เอ่ยแซะ

            “เฮ้ๆดูนั่น”   คลินท์เอ่ยแทรก   นิ้วของเขาชี้ไปยังหน้าจอที่กำลังฉายภาพโลกิ   เขาเดินเข้าไปยังบ้านเล็กๆหลังนึงท่ามกลางตึกสูงใหญ่   สวนด้านหน้าเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพรรณสีสันสดใสดูแล้วชวนสดชื่น   ชิงช้าตัวน้อยที่ตัวกลางสวนพฤษาโยกไหวเบาๆตามสายลมที่พัดผ่านมา

            โลกิเดินผ่านรั้วสลักลายสวยงามเข้าไป   ประตูไม้เปิดออกอย่างรุนแรงเผยให้เห็นเด็กหญิงอายุราวๆสองขวบยืนยิ้มแฉ่งอวดฟันสวย

            “พ่อขา!”

 

            อึ้ง   ตกใจ   ช็อค   ไม่รู้ว่าคำไหนที่จะใช้ความรู้สึกของเหล่าฮีโร่ที่นั่งจับจ้องจอภาพตอนนี้อยู่ได้  

            “มะ   มันอาจจะเป็นการเข้าใจผิดก็ได้โลกิจะไปมีลูกได้ยังไง”   โทนี่พยายามปลอบใจตัวเอง

            “ว่าไงนางฟ้าตัวน้อยของพ่อ”    เสียงโลกิดังขึ้นทำลายคำพูดปลอบใจของโทนี่อย่างไม่มีชิ้นดี   เด็กหญิงวิ่งเข้ามาสวมกอดโลกิที่ตอนนี้กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น   เขาเหยียดตัวขึ้นตรงหอมแก้มเธอซ้ายดีขวาทีเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ

            “มันจั๊กจี้นะ”   เธอร้องประท้วง

            “แม่เจ้าอยู่ไหนล่ะ”

            “โลกิ”   เสียงดังขึ้นเรียกความสนใจโลกิให้หันไป   ประตูที่ลูกสาวเขาวิ่งออกมาเมื่อสักครู่ตอนนี้มีร่างของผู้หญิงคนนึงยืนอยู่   เธอใส่ชุดกระโปรงตัวยาว   หน้าท้องนูนขึ้นเล็กน้อย

            “อย่าบอกนะว่าเธอท้องกับลูกโลกิน่ะ!!”   โทนี่สติหลุดมากขึ้นไปอีก

            “(y/n)   ยอดรัก”   โลกิยิ้มบางเดินอุ้มลูกสาวที่ตอนนี้เริ่มคุ้ยดูของที่เขาซื้อมาเป็นอาหารเย็น   ริมฝีปากบางของคนเป็นพ่อและแม่ประกบกันอยากอ่อนโยน

            ประตูบ้านถูกปิดลงพร้อมกับครอบครัวเล็กๆที่หายไปหลังบานประตู   หุ่นยนต์สอดแนมไม่สามารถเข้าไปได้โดยไม่มีใครสังเกตุเห็นดังนั้นมันจึงบินไปยังหน้าต่างบานเล็กที่เปิดระบายอากาศ

            “แม่คะดูสิพ่อซื้อเบอร์เกอร์ไก่ของโปรดหนูมาด้วยล่ะ!”   เสียงของเด็กเพียงคนเดียวในบ้านดังขึ้นอย่างดีใจ

            “ก่อนกินอย่าลืมล้างมือนะ(y/d/n)”   (y/n)เอ่ยเตือนลูกสาว   ตอนนี้เธอเลื่อนเก้าอี้ไปยังซิ้งล้างจาน   มือเล็กเอื้อมไปเปิดก็อกล้างมืออย่างรีบร้อน

            โลกิย่อคุกเข่าลงกับพื้น   เขาแนบหน้าลงกับหน้าของผู้เป็นภรรยา   บรรจงจูบอย่างอ่อนโยน   มือข้างหนึ่งใช้กอดเอวของเธอเอาไว้ในขณะที่มืออีกข้างลูบหน้าท้องที่ลูกเขากำลังโตอยู่ข้างในอย่างแผ่วเบา

            “เจ้าตัวน้อยของข้าเป็นอย่างไรบ้าง”   เขาพูดอย่างแผ่วเบา   “ข้าหวังว่าเจ้าคงไม่ได้กวนแม่ของเจ้ามากนัก”   เขาสัมผัสได้ถึงแรงกระตุกเบาๆที่มาจากหน้าท้อง

            “แกจำเสียงคุณได้น่ะโลกิ”   (y/n)ตอบด้วยเสียงอ่อนโยน   เธอลูบฝ่ามือไปทั่วเรือนผมของผู้เป็นสามี   “แกเพิ่งหลับไปสองสามชั่วโมงเองนะฉันคิดว่า   ตอนคุณไม่อยู่แกนิ่งมาก”

            “ลูกคงคิดถึงข้า”   เทพจอมหลอกลวงฉีกยิ้มกว้างขึ้นไปอีก

            “ฉันเองก็คิดถึงคุณ”

            “ข้าก็คิดถึงเจ้ายอดรัก”

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัด   “พ่อพาเพื่อนมาเหรอคะ”  (y/d/n)ถามขึ้นอย่างแปลกใจ   โลกิส่ายหน้าหันไปมองผู้เป็นดังดวงใจอีกหน   (y/n)พยักหน้าเบาๆราวกับเป็นการให้กำลังใจ   เธอหวังว่าหลังประตูบานนั้นคงไม่ใช่ศัตรูของโลกิ

            เขาก้าวช้าๆทว่ามั่นคงมุ่งตรงไปยังบานประตู   แต่ไม่ทันที่จะได้เอื้อมมือไปเปิดมันกลับถูกกระชากออกอย่างรุนแรงเผยให้เห็นกลุ่มคนที่มาใหม่   ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้น

            “ทำไมเจ้าไม่บอกล่ะน้องข้าว่าข้ามีหลานแล้ว!!”   เสียงกัปนาทของธอร์ดังขึ้น   รอบข้างของธอร์เต็มไปด้วยเหล่าสมาชิกอเวนเจอร์  

            “พวกเจ้าออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!

            อนิจจังความลับที่เขาปกปิดอย่างยากลำบากจากเจ้าพวกจุ้นจ้านบัดนี้มันถูกเปิดเผยเสียแล้ว...






มาแล้วค่าาาาา  ห่างหายจากเจ้ากิไปค่อนข้างนาน?   รึเปล่า    ตอนนี้เอามาส่งให้ได้แล้วววว   ตอนแรกกะจะลงตั้งแต่เมื่อวานแต่พอดีติดธุระก็เลยเลื่อนมาลงวันนี้แทน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #19 Rinina_Oversword (@Rinina_Oversword) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 00:01

    แหม ธอร์5555 อยากให้เขียนหลังจากที่ธอร์รู้ว่ามีหลานจังค่ะ คงครื้นเครงน่าดู555



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 กรกฎาคม 2562 / 00:06
    #19
    0
  2. #18 zomweeri (@zomweeri) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 12:55
    55555

    สงสาร
    #18
    0