Fic loki & Bucky one-shot

ตอนที่ 1 : valkyrie (ครบ100)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 733
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    16 ก.ย. 61

      " ทำไมท่านจึงมานั่งคนเดียวเช่นนี้เล่า " เสียงเล็กของเด็กผู้หญิงเอ่ยทักขึ้น โลกิละสายตาจากกลุ่มเด็กที่กำลังเล่นอยู่เบื้องหน้ามาสบตาเด็กหญิงตาสีฟ้าตรงหน้า

       เธอคือ 'อบิเกล ' เด็กที่ท่านแม่รับมาเลี้ยงด้วยความเอ็นดู พ่อกับแม่ของเธอเสียในสงครามที่โอดินยกทัพไปโยทันไฮม์ เธอทิ้งตัวนั่งลงใต้ร่มไม้ใหญ่ข้างๆเขา

      " ข้ามันแค่เงา ก็ถูกแล้วที่จะไม่มีใครใส่ใจ แค่เงาของธอร์ " ประโยคท่อนสุดท้ายถูกเอ่ยออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา " ธอร์ถามหาเจ้า ทำไมไม่ไปเล่นกับพวกเขาล่ะ

      " ข้าชอบอ่านหนังสือเงียบๆมากกว่า " เจ้าตัวชูหนังสือเก่าๆในมือขึ้น " และหวังว่าท่านจะกรุณาให้ข้าได้อ่านมันเงียบๆ 'ตรงนี้' สักประเดี๋ยวนะเจ้าชาย 

     

 

 

 

       " ลมอะไรถึงพัดเจ้ามาที่นี่ได้  โลกิ "   เสียงทรงอำนาจทว่าเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูของฟริกก้าเอ่ยขึ้น

      " อบิเกลคนโปรดท่านไงท่านแม่  ไม่เคยบอกอะไรข้าสักอย่าง "  น้ำเสียงนุ่มดูฟังดูหงุดหงิดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  " นางไปเป็นวัลคีรี  รับใช้โอดินโดยที่ไม่บอกข้า   สักคำ!! " 

     " มันเป็นความต้องการของนางตั้งแต่เล็ก   อย่าไปโกรธเลย "   

      " ข้า ไม่ ได้ โกรธ  ไม่เลยสักนิด "

      " แม่ไม่ได้เห็นเจ้าเป็นแบบนี้นานแล้ว ล่าสุดก็คงที่ทะเลาะกับธอร์ตอนยังเล็กกระมัง "  ฟริกก้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงคิดถึง   " เจ้าลองไปแถวๆลานฝึกสินางอาจจะซ้อมรบอยู่ที่นั่น "  พูดแนะนำเพียงเล็กน้อยเท่านั้นทว่าโลกิก็รีบมุ่งหน้าไปตามคำแนะนำอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

        ที่ลานฝึกมีแอสการ์เดียนมากมายรวมตัวกันมองการประลองของเหล่าวัลคีรีเบื้องหน้า   

      อบิเกลในชุดเกราะสีเงินกำลังหลบคมหอกจากศัตรู  มันเฉียดใบหน้าของนางไปอย่างหวุดหวิด   มือซ้ายเอื้อมไปจับอาวุธศัตรูกระชากทิ้งไป  มือขวาตวัดดาบเข้าหาที่คอค้างไว้เช่นนั้นเป็นการจบการประลอง   

    

 

      เสียงกระหึ่มดังจากรอบข้างเมื่อการประลองรู้ผลแพ้ชนะ   จะมีเพียงเจ้าชายคนรองของแอสการ์ดเท่านั้นที่ทำหน้ามืดครึ้มอยู่ในมุมมืด  ตาสีเขียวมีประกายชวนขนลุก

      และเหมือนตัวต้นเหตุจะรู้ตัวแล้วกระมังถึงได้เดินออกมาจากลานประลองตรงมาหาเขา  เป็นการพบกันครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือน

 

      " ตามข้ามา "

 

สองร่างหยุดลงที่สวนดอกไม้ร่มรื่น   เสียงนกร้องก้องกังวาล  โลกิหันหลังให้อบิเกลอย่างสะกดกลั้น

      " เจ้าโกรธข้าหรือ "  อบิเกลเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน

โลกิหันมายิ้มให้  " ไม่ๆ   สหายข้า ข้าไม่ได้โกรธเจ้าหรอก   ข้าจะไปโกรธเรื่องเล็กๆน้อยๆทำไม   มันก็แค่ไม่มีใครบอกอะไรข้าเลย "

   

      โอเค   เขากำลังโกรธข้าอยู่แน่ๆ   หากเธอบอกว่าต้องไปอยู่ประจำที่วัลฮาลาล่ะก็  เจ้าคนตรงหน้าได้ทำเรื่องแย่ๆเพื่อประท้วงเธออีกแน่นอน

 

      " ก็ถ้าข้าบอก   เจ้าก็ต้องไม่ยอมให้ข้าเป็นวัลคีรีแบบที่กำลังทำอยู่นี่ไง "

      " ข้าจะทำอะไรได้   เจ้ามันคนดื้อด้าน "

      " ก็ใช้ภาพมายาหลอกให้ข้าหลงทางแบบที่เคยทำตอนข้าจะไปงานเลี้ยงฉลองชัยชนะกับธอร์ไง  หรือไม่ก็ลงเวทขังข้าไว้ในห้องเหมือนตอนที่จะไปคุยงานกับเฮลไดม์ "  อบิเกลสวนกลับ " เจ้าทำข้าไว้แสบขนาดนั้น  ข้าไม่ลืมหรอก "

 

      " ไม่ยักจำได้ "  โลกิทำหน้าเหลอหลา

      " อ้อเหรอ!  ไม่รู้ล่ะโลกิคราวนี้เจ้าขัดข้าไม่ได้แน่ๆ "

      " แล้วเจ้าจะต้องไปอยู่วัลฮาลารึเปล่า " 

      " อ้อ ไม่ต้องหรอก "  อบิเกลโกหกหน้าตาย 

      " อย่าคิดโกหกข้า  ไม่มีใครสามารถโกหกเทพแห่งความวุ่นวายได้เจ้าก็รู้ " เสียงของโลกิเริ่มห้วน 

     "บอกข้าเถอะสหาย  เจ้าจะทิ้งข้าแล้วไปโดยไม่บอกไม่กล่าวจริงๆรึ "  แล้วกลับมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน   ตีหน้าเศร้าแล้วช้อนตามองร่างหญิงสาวที่สูงแค่อกตรงหน้า

      " ไม่ โลกิ "  

      " ข้าสัญญา   คราวนี้ข้าจะไม่ก่อกวนเจ้าจริงๆคราวนี้   ออกเดินทางวันไหนข้าจะได้ไปส่งเจ้าไง " 

อบิเกลไม่เคยต้านทานน้ำเสียง  และสายตาออดอ้อนของโลกิได้เลยสักครั้ง เธอพยายามที่จะหันไปชมนกชมไม้ในสวน   ทว่ามือหนาของโลกิก็แตะบนแก้มเพื่อบังคับให้หันไปสบตา

 

      " อาทิตย์หน้า "  โลกิปล่อยหน้านางให้เป็นอิสระ  ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์อีกครา  และปรากฏรอยยิ้มของผู้กุมชัยเอาไว้

 

      " โอ้ ถ้างั้นเจ้าก็เตรียมตัวให้ดีล่ะ "

 

โอ้โอดิน   แล้วนี่หล่อนจะบอกคนเพทุบายอย่างโลกิไปทำไมกันล่ะ

 

 

 วัลฮาลา  

       ตอนนี้อบิเกลอยู่ที่วัลฮาลาได้สามวันแล้ว หลังจากที่เมื่อวานเธอเผลอบอกโลกิไปว่ากำหนดการออกเดินทางคืออาทิตย์หน้า   ดังนั้นเธอก็เลยออกเดินทางตอนรุ่งเช้าของวันรุ่งขึ้นมันเสียเลย

 

      หลายครั้งที่โลกิพยายามส่งข้อความอะไรบางอย่างผ่านเข้ามาในหัว   แต่แน่นอนเธอที่มีชนักติดหลังย่อมไม่มีทางที่จะปล่อยให้ข้อความที่น่าจะไม่พิศมัยผ่านเข้าสู่โสตประสาทของเธอหรอก   อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่ในอาทิตย์สองอาทิตย์นี้แหละนะ

 

      ตอนนี้อบิเกลรู้สึกว่างมากเนื่องจากกว่าจะได้เริ่มงานที่นี่มันก็ตั้งอาทิตย์หน้า   ดังนั้นสิ่งเดียวที่เธอทำตอนนี้คือการอ่านหนังสือได้ห้องของตัวเองฆ่าเวลา  และภาวนาว่าเทพแห่งความวุ่นวายคงไม่ได้วางแผนก่อความวินาศสันตะโรให้ต้องปวดหัวเล่น

 

 

 

 

      

      เจ้าชายคนรองแห่งแอสการ์ดกำลังหัวเสีย   เขาหาเรื่องวุ่นวายให้เดือดร้อนคนอื่นไปทั่วตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งทำให้ธอร์ได้มีแผลในตัวเพิ่มเล็กๆน้อยๆ   หรือปั่นประสาทพวกชาววังไปทั่วก็ตาม   มันเหมือนการระบายอารมณ์นั่นแหละเพียงแค่ว่าอารมณ์ของเขาไม่ได้ดีขึ้นเลยสักนิด

      เขาโดนหลอกโดยผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึง   ให้ตายเถอะคนอย่างเทพแห่งความวุ่นวายโดนหลอกง่ายๆ   มันน่าหงุดหงิดยิ่งกว่าการที่เธอไปรับใช้โอดินเสียอีก  

      โลกิพยายามส่งข้อความไปหาอบิเกลอีกครั้ง   และผลมันก็เหมือนเดิมที่เธอไม่เปิดสมองให้เขาเข้าไปก่อกวน

“ ได้อบิเกล   ได้!!   แล้วเราจะได้เห็นดีกันแน่     เสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวดังลอดไรฟันออกมา    ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้นั่งคิดแผนการอะไรบางอย่างอีกครั้งก่อนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาอย่างน่าขนลุก

 

 

 

 

     

      เธอมาอยู่ที่นี่ได้สองเดือนแล้ว    ตอนนี้ที่แอสการ์ดสงบสุขนั่นหมายถึงงานที่เธอต้องทำก็มีแค่พาดวงวิญญาณผู้กล้าทั้งหลายมาสู่วัลฮาลานี้   และคอยดูแลต้อนรับพวกเขา   นอกเหนือจากนี้ก็มีเพียงแค่การฝึกต่อสู้ทุกวันไม่ให้ฝีมือตกก็เท่านั้น  

      จะมีอยู่อย่างเดียวที่น่ากังวลคือเพื่อนร่วมห้องของเธอ ‘ลอร่า’   เจ้าหล่อนมักมีอาการแปลกๆหลายอย่าง  และดูเหมือนลอร่าจะไม่ชอบผู้ชายแบบผู้หญิงปกติทั่วไป    หรือว่าเพื่อนของเธอจะเป็นพวกชอบเพศเดียวกัน?

 

      “ อบิเกลเจ้าจะไม่อาบน้ำรึ ”   เสียงของลอร่าเอ่ยขึ้น   

      “ เจ้านั่นแหละชักช้า   ข้าก็นึกว่าเจ้าจมน้ำตายเสียแล้ว ” 

      “ วันนี้ข้าเหงื่อออกเยอะ  จะอาบนานก็ไม่แปลกเจ้าก็ควรรีบอาบน้ำก่อนที่อากาศมันจะเย็นไปกว่านี้ดีกว่า ”

 

      เธอรับคำถอดเสื้อเกราะของตัวเองออกให้เหลือแต่เพียงชุดผ้าบางๆและเดินเข้าห้องน้ำ   ปัดผ้าที่ใช้กั้นระหว่างห้องออกและเดินดุ่มๆไปสระน้ำกลางห้อง     กลิ่นหอมของดอกไม้นานาพรรณที่โปรยอยู่ในน้ำลอยตลบอบอวลชวนให้ผ่อนคลาย  

      อบิเกลถอดเสื้อออกเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่า   เดินลงไปแช่ในสระและเริ่มขัดตัว   ไม่นานนักเธอก็เริ่มพิงขอบสระและเริ่มคิดถึงใครคนหนึ่งอยู่   ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะหายโกรธแล้วหรือยัง 

       โดยไม่ได้รู้เลยว่าร่างสูงของคนที่กำลังคิดถึงนั้นกำลังจ้องผ่านผ้าโปร่งๆนั่นอยู่ด้วยสายตาเป็นประกาย   มุมปากของโลกิยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ประดุจดั่งผู้ล่าที่กำลังเฝ้ารอเหยื่ออย่างใจเย็น

 

 

      อบิเกลได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมเบาๆหลังจากนั้นก็รับรู้ได้ถึงสัมผัสที่โอบกอดไว้ที่รอบเอวอย่างหลวมๆ  

      “ ลอร่า?  เธอเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่แน่ใจ

     ถามหานางทำไมหรือแม่กวางน้อยของข้า   เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นที่ข้างใบหูทำเอาเธอหน้าร้อนขึ้นมาเมื่อรู้ชัดว่าคนที่กำลังกอดเธออยู่ตอนนี้คือใคร

      “ โลกิ  เจ้าเข้ามาได้ยังไง  เอ่อข้าหมายถึงว่าตอนนี้ข้ากำลัง  เอ่อ...  อาบน้ำ

       เจ้าจะอายไปทำไมในเมื่อเราก็นอนด้วยกันทุกคืน   ทุกคืนเหรอ?  อย่าบอกนะว่า

     โลกิ!!  เจ้าคนนิสัยเสียเจ้าแอบปลอมตัวเข้ามาเหรอ  ตั้งแต่เมื่อไหร่กันฮะ”    เธอขึ้นเสียง  สลัดตัวอย่างรุนแรงเพื่อให้หลุดจากอ้อมกอดคนตรงหน้า   อบิเกลหันหลังกลับไปประจันหน้ากับคู่กรณีแต่เมื่อเห็นสภาพของโลกิในสภาพเปลือยกายท่อนบนโชว์แผงอกแน่นๆ  หรืออาจจะเปลือยท่อนล่างด้วยเธอไม่ได้มีความกล้าพอที่จะก้มลงไปมองนัก

      “ โอ๋ๆแม่กวางน้อย  เจ้าจำได้ไหมที่เพื่อนร่วมห้องเจ้ามาช้ากว่ากำหนดไปสองวันน่ะ

      “ เจ้าปลอมตัวมาตั้งแต่แรกเลยเหรอ!!”   อบิเกลยกมือขึ้นบังร่างกายส่วนบนอย่างห่วงแหน

      “ ไม่เอาน่าไม่เห็นต้องอายไปเลย  ข้าเห็นมาหมดแล้วทุกตารางนิ้ว   โลกิพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ายวน  และในขณะที่อบิเกลกำลังคิดที่จะหนีออกไปจากสถานการ์ณชวนเคลิ้มเขาก็เข้ามาประชิดตัวได้ไวกว่า   มือหนาโอบเอาไว้แน่นเหมือนโซ่ตรวนที่กักขังไม่ให้นักโทษหนีในขณะที่อีกมือไล่ปลายนิ้วเรียวตามแผ่นหลังของหญิงสาวกระตุ้นความรู้สึกแปลกๆที่เธอไม่เคยสัมผัส   “ ยาหยีคราวนี้เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก  

 

      โลกิประกบฝีปากลงบนปากนุ่มอย่างอ่อนโยน  และเมื่อเธอเปิดปากเพื่อกอบโกยอากาศเขาก็สอดลิ้นเข้าไปอย่างเชี่ยวชาญ

     “ อ๊ะ   อบิเกลร้องดังขึ้นเมื่อถูกโลกิอุ้มขึ้นจากน้ำ  เขาเดินตรงไปยังเตียงและวางเธอลงอย่างแผ่วเบา

     เป็นของข้านะอบิเกล   เขาพูดขึ้นด้วยเสียงอ่อนโยน  และเริ่มบรรเลงบทรักถ่ายทอดความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอตลอดหลายปี   โลกิรู้ตัวว่าเธอเป็นคนสำคัญอีกคนหนึ่งตั้งแต่วันแรกที่เธอเดินมานั่งอ่านหนังสือเป็นเพื่อนเขา   เขารู้อยู่เต็มอกว่าคนอย่างอบิเกลไม่ได้ชอบอ่านหนังสือเงียบๆ   เขารู้ว่าเธอเองก็อย่างไปเล่นกับธอร์และเพื่อนๆ  แต่เธอใส่ใจความรู้สึกเขามากกว่านั่นทำให้เขาใจเต้นเป็นครั้งแรก   และมันก็มากขึ้นเรื่อยๆเมื่อได้ใช้เวลาด้วยกัน 

     

      โลกิรู้ว่าไม่สมควรทำแบบนี้กับคนที่เปรียบเสมือนน้องสาว  แต่เขาห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้จนกระทั่งวันนี้ที่ได้ปลดปล่อยความรู้สึกนั้นออกไปมันควรจะรู้สึกพอ  ทว่าเขากลับรู้สึกโลภและต้องการมันมากขึ้น  มากขึ้นไปเรื่อยๆราวกับความปราถนานี้ไม่มีที่สิ้นสุดแม้จะเป็นเวลารุ่งเช้าแล้วก็ตาม....

 

***********

    ตอนแรกกะจะแต่งเป็นฟิคยาวๆแต่ไม่ไหวพล็อตมันมาไม่ซ้ำกันเลยตัดสินใจเปลี่ยนเป็นฟิคสั้นน่าจะดีกว่าค่ะ 5555555  ตอนนี้มาอัพให้ครบร้อยแล้วนะคะใครอยากรีเควสอะไรก็เมนท์มาได้เด้อ  ถือว่ามาแชร์ความกาวกันเนาะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #3 Red_Queen121 (@Stamp26842) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 11:42

    ตต่ออออออเด้ออออออ

    #3
    0
  2. #2 คนสำลักน้ำลาย (@phoomai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 07:55
    ต่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #2
    0