[FIC]Criminal Crisis (WonKyu ft. YH,CM,KB) UP [SF] CRUSH

ตอนที่ 5 : 4 - Cage

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 546
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 ม.ค. 55

4 - Cage

 

ชีวิตของคยูฮยอนไม่เคยได้ออกไปไหนข้างนอกตามลำพัง ทุกครั้งที่จะออกไปไหนอย่างน้อยต้องมีคนของพ่อตามไปด้วย ชีวิตที่ดูเหมือนจะเพียบพร้อม เอาเข้าจริงแล้วก็เป็นแค่นกน้อยในกรงทอง โชคยังดีที่เขายังสามารถตัดสินใจในเรื่องส่วนตัวของตัวเองได้อยู่บ้าง ไม่ว่าจะคบเพื่อน หรือ คนรัก

 

คนรักของเขา ชื่อ คิม คิบอม...

 

พวกเขาพบกันครั้งแรกเมื่อตอนที่คิบอมมาเป็นเพื่อนเรียนโฮมสกูลกับคยูฮยอนที่บ้าน คุณพ่อของเขาบอกว่าคิบอมเป็นน้องชายต่างมารดาของชิม ชางมิน ลูกชายคนโตของบริษัทคู่ค้ารายสำคัญ ที่เขายอมให้คิบอมมาเรียนเป็นเพื่อนลูกชาย คงเพราะเห็นว่าคยูฮยอนไม่มีเพื่อนรุ่นเดียวกันเลย

 

เมื่อเขาก้าวเข้ามาในชีวิตคยูฮยอน คิบอมได้สอนให้นกน้อยในกรงทองได้รู้จักคำว่าผูกพันและความรัก... น่าเสียดายที่เขาอายุสั้น ถ้าไม่เช่นนั้นคู่หมั้นของคยูฮยอนคงเป็นเขาไม่ใช่ชิม ชางมินตามที่คุณพ่อและคุณปู่เห็นแก่ความเหมาะสม

 

โจ คยูฮยอนวางกล่องช็อกโกแลตลงหน้าป้ายหลุมศพของคิม คิบอม เขาจากไปเมื่อสองปีที่แล้วหลังวันเกิดคยูฮยอนได้เพียงวันเดียว...

 

"แล้วฉันจะมาหาใหม่นะคิบอม" เด็กหนุ่มเอ่ยลา มือบางรวบผ้าพันคอให้คลุมรอบลำคอขาวแล้วจึงเดินกลับไปหาคุณน้าที่ยืนรออยู่หน้าสุสาน

 

ชายหนุ่มร่างสูงผู้พ่วงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายในบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าใหญ่ของประเทศยืนพิงรถซีดานสีดำของตัวเองพลางสูบบุหรี่ ควันขาวลอยฟุ้งในอากาศ ดูล่องลอยเหมือนสายตาของผู้เสพย์ก็ไม่ปาน ทว่ายามเห็นร่างเล็กบางของหลานชายคนเดียวเดินเข้ามา เขาก็รีบจัดการดีดบุหรี่ทิ้งทันที

 

"เสร็จแล้วเหรอ"

 

"ฮะ ผมไม่อยากอยู่นาน กลัวทำคุณน้าเสียงาน" คยูฮยอนบอกเหตุผล เขารู้ดีว่าคุณน้าของเขามีงานยุ่งตลอดเวลา แค่วันนี้อาสามาส่งเขาที่สุสานก็มากพอแล้ว แต่นี่ยังรอไปส่งต่อที่มหาวิทยาลัยอีก

 

"ไม่เป็นไรหรอก เพื่อหลานคนเดียวน้าทำได้ ไปเถอะ เดี๋ยวน้าจะไปส่งที่คณะให้" คิม จองฮุนขยี้เรือนผมสีน้ำตาลเบามือ ก่อนเปิดประตูรถให้หลานรักเข้าไปนั่ง

 

"แล้ววันนี้เลิกเรียนกี่โมงล่ะ ให้น้ามารับไหม" เมื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยเขาจึงเอ่ยถาม คยูฮยอนส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ

 

"เดี๋ยวพี่ชางมินมารับฮะ เห็นว่าจะพาไปทานมื้อเย็น"

 

"ดีจริงนะคนมีความรักเนี่ย" เขากระเซ้าหลานขายเล่น แต่คยูฮยอนก็เอาแต่เงียบไม่ต่อล้อต่อเถียง คิม จองฮูนถอนหายใจ หลานเขาดูไม่ร่าเริงสมอายุเอาเสียเลย "ยังเด็กยังเล็กแต่ชอบทำตัวเหมือนคนแก่ แบบนี้ล่ะซี่ ถึงไม่มีใครมาจีบน่ะ"

 

"ไม่เกี่ยวสักหน่อย เพราะผมมีพี่ชางมินแล้วต่างหาก"

 

"แล้วถ้าสมมติว่าเรายังไม่มีคู่หมั้นล่ะ สเปคคนรักเนี่ยแบบไหนเหรอ เผื่อน้าเจอคนแบบนั้นจะได้ยุให้เขามาแย่งหลานน้าไปจากอกชิม ชางมินเสียเลย"

 

"คุณน้าอ้ะ พี่ชางมินออกจะเป็นคนดี" เด็กหนุ่มอดแก้ต่างให้คู่หมั้นไม่ได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมานอกจากคิม คิบอมแล้วก็ไม่มีใครให้ความห่วงใยและรักคยูฮยอนได้มากเท่ากับชางมินอีกแล้ว

 

"ก็น้าไม่ชอบชางมินนี่นา ดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดีอย่างฉากหน้า" เขากล่างตามความรู้สึก ตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรกหลังจากชิม ชางมินกลับมาจากการศึกษาที่ต่างประเทศเมื่อสามปีที่แล้ว เขาก็รู้สึกได้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเปลี่ยนไปและไม่ใช่ในทางที่ดีนัก

 

"แต่ในเมื่อคุณพ่อกับคุณปู่เห็นว่าดี ผมก็ต้องว่าดี... บางทีผมก็อยากได้คนธรรมดามาเป็นคนรักมากกว่านะฮะ แต่ในเมื่อมันเลือกไม่ได้ ก็สู้อยู่อย่างทำใจยอมรับดีกว่า"

 

"บางทีน้าก็อยากให้หลานของน้าดื้อเหมือนเด็กคนอื่นบ้างนะ จะได้ดูสมเป็นเด็กบ้าง เอาล่ะ...ถึงแล้ว ตั้งใจเรียนนะ" เมอร์ซิเดสสีดำจอดสนิทลงหน้าอาคารเรียน โจ คยูฮยอนมุ่ยหน้ากับคำกล่าวของน้าชายแต่ก็ไม่เถียงกลับ เขาเอ่ยขอบคุณแล้วหอบกระเป๋าและหนังสือเรียนลงจากรถไป

 

คยูฮยอนยืนรอจนคิม จองฮุนขับรถออกไปแล้วเขาจึงค่อยกลับหลังเดินขึ้นอาคารเรียน ใบหน้าหวานแสดงสีหน้าครุ่นคิด ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากทำตามใจตัวเอง หรือว่าอยากแสดงอาการเอาแต่ใจ หากเป็นเพราะเขาไม่อยากสร้างปัญหาหนักหัวให้บิดาเพิ่มขึ้นอีกต่างหากจึงยอมทำตามในสิ่งที่ถูกกำหนดมา

 

พ่อของเขาต้องทำงานหนักนับตั้งแต่คุณปู่วางมือจากงาน แถมแม่ของเขายังเสียตั้งแต่เขายังเป็นเพียงทารก การเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีควบคู่ไปกับการดูแลพนักงานอีกเกือบหมื่นชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ว่ากันง่ายๆ ก็คือเขาไม่อยากเป็นภาระ ที่ยอมหมั้นกับชางมินก็ด้วยรู้ดีว่าชายหนุ่มจะสามารถช่วยพ่อเขาดูแลบริษัทต่อจากได้ ในขณะที่ลูกแท้ๆ อย่างเขากลับไม่มีความต้องการทางด้านนี้เลย

 

ทำตามใจตัวเองด้วยการเลือกเรียนสิ่งที่ชอบ ก็ต้องรับผิดชอบหาคนอื่นที่ไว้ใจได้มาดูแลแทน

 

ร่างโปร่งถอนใจยาวเหยียด 'คิดมากไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา สู้อยู่กับมันให้ได้ดีกว่า'

 

"ถอนใจแต่หัววันเชียวนะคุณหนู" เสียงทักทายกวนประสาทแต่เช้าแบบนี้คงไม่พ้นชเว มินโฮ คยูฮยอนหันตัวกลับไปมองชายหนุ่มร่างสูงชะลูดยืนยักคิ้วส่งมาให้

 

"สวัสดีมินโฮ"

 

"สวัสดี อ่ะนี่ของขวัญวันเกิด" เขายื่นม้วนกระดาษม้วนหนึ่งให้ มือบางรับมาถือไว้ก่อนคลี่มองอย่างสนใจ เป็นภาพวาดร่างดินสอยุ่งๆ แต่ก็พอมองออกว่าเป็นภาพใบหน้าด้านข้างของคนรับ

 

"ขอบคุณ แต่นายเบี้ยวไม่ยอมไปงานวันเกิดฉัน" คยูฮยอนม้วนมันกลับเป็นอย่างเดิมแล้วยัดลงกระเป๋า ไม่ได้นึกใส่ใจนัก

 

"ขอโทษแล้วกัน พอดีไม่อยากไปเจอหน้าพี่ หมั่นไส้มัน ชอบทำเป็นเก๊กขรึม" มินโฮฉุดศอกคนตัวบางให้เดินตาม คยูฮยอนเบิกตากว้าง ประหลาดใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายมีพี่ชาย แถมยังไปงานวันเกิดเขาเมื่อคืนเสียด้วย

 

"พี่? นายมีพี่ชายด้วยงั้นเหรอ"

 

"อืม ชเว ซีวอน จำได้ไหมล่ะ ฉันมั่นใจว่าในบรรดาแขกนับร้อยในงาน นายต้องจำเขาได้"

 

"จำได้ เขาหล่อมากทีเดียว ท่าทางก็สุภาพมากๆ ด้วย เห็นว่าสาวๆ หลายคนในงานจ้องมองเขาอย่างกับสัตว์หายากเสียอย่างนั้น" มินโฮหลุดหัวเราะชอบอกชอบใจนักเมื่อได้ยินคำเปรียบเทียบว่าพี่ชายเหมือนสัตว์  "เขาให้ไวน์ฉันมาขวดหนึ่ง งั้นฝากไปบอกเขาด้วยนะว่าฉันชอบมันมาก และถ้าจะให้ดีฉันอยากเชิญเชามาทานมื้อค่ำที่บ้านเพื่อชิมไวน์ขวดนั้นด้วยกัน"

 

"ได้ ถ้าฉันกลับบ้านนะ" เด็กหนุ่มหยุดหัวเระาแล้ว เขาแบ่งรับแบ่งสู้ด้วยไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกับพี่ชาย เพราะออกมาอยู่คนเดียวที่คอนโดฯ แถวมหาวิทยาลัย

 

"ขอบใจ"

 

"เปลี่ยนคำขอบใจเป็นดินเนอร์เย็นนี้ดีกว่า"

 

"เสียใจ ฉันมีนัดกับพี่ชางมินแล้ว"

 

"อ่ะนะ” มินโฮยักไหล่ คล้ายจะบอกว่าไม่ได้สำคัญอะไร เขาเดินไปส่งคยูฮยอนที่หน้าห้องเรียนก่อนเดินกลับไปที่ตึกคณะตัวเอง

 

คยูฮยอนหยิบม้วนกระดาษออกมาดูอีกครั้ง มินโฮวาดรูปเก่งแต่ไหนแต่ไร แม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังใส่ใจ สงสัยว่าเย็นนี้เขาคงต้องหาซื้อกรอบรูปมาใส่เสียแล้ว

 

...

 

ชเว ซีวอนจิ้มชิ้นเนื้อวัวติดมันย่างไม่สุกนักเข้าปาก พอเคี้ยวหมดคำก็หยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบ “ไม่ว่ายังไงเนื้อมันก็ต้องไวน์แดงล่ะนะ แต่สำหรับบางคนลิ้นคงไม่ถึงมั้ง ว่าไงคุณตำรวจจนๆ”

 

ตำรวจจนๆ ไม่พูดว่าอะไร เขาเพียงยกยิ้มมุมปากเท่านั้น ก่อนจะจิ้มชั้นเนื้อเข้าปากบ้าง จนเมื่อชิ้นเนื้อชั้นดีหมดจาน เขาจึงหยิบกระดาษขึ้นเช็ดปาก ท่าทางเหมือนคนชั้นสูงที่ได้รับการอบรมมาดีแตกต่างจากเครื่องแต่งกายราคาถูกบนร่างกายนัก

 

“จะเอายังไงต่อล่ะ งานนี้ถ้าจะไม่ง่ายแล้วล่ะมั้ง” ชอง ยุนโฮเอ่ยถาม สีหน้าดูรื่นรมย์ผิดกับประโยคที่พูดออกมา

 

“แกคิดว่าพระเจ้าสร้างใบหน้าหล่อเหลาคู่มากับสมองฉลาดๆ ของฉันเพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่ว่าต้องการให้ฉันเป็นคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจ”

 

“บางครั้งคารมก็ได้ผลดีกว่าหน้าตานะ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่เห็นว่าหน้าตาฉันจะด้อยกว่าตรงไหน ฉันว่าถ้าแกฉลาดจริงก็ควรหลีกทางให้ฉันดีกว่า”

 

“ผยองจริงนะ มันเพิ่งเริ่มเกม และคนที่จะได้เป็นหัวหน้าแก๊งคนต่อไปต้องเป็นฉัน ไม่ใช่ลูกเมียน้อยอย่างแก” น้ำเสียงเรียบเรื่อยเริ่มเปลี่ยนไป แม้ภายนอกจะดูเป็นหนุ่มเจ้าสำราญหากเนื้อในแล้วซีวอนก็ไม่ต่างจากเสือดีๆ นี่เอง

 

“อย่างน้อยก็เป็นลูกของคนที่พ่อรัก แล้วฉันก็เกิดก่อนแกสองเดือน ช่วยให้ความเคารพด้วยนะครับ ท่านรองประธานชเว กรุ๊ป”

 

“ไอ้สารวัตรกระจอก”

 

ถ้าใครผ่านไปผ่านมาคงนึกขันที่เห็นผู้ชายตัวโตสองคนทุ่มเถียงกันเหมือนเด็ก แต่คงไม่นึกว่าทั้งคู่เอาจริงแน่นอน ยกเว้นเสียแต่คนในที่ติดตามทั้งคู่มาแต่เด็ก

 

“เก็บปืนเถอะครับคุณชาย” ซึงฮวานแตะไหล่ปรามเจ้านายฝั่งตน ไม่ต่างจากอีกฝ่ายที่ก็ถูกคนติดตามเข้าห้ามเช่นกัน

 

ซีวอนดึงมือออกจากสาบเสื้อพร้อมกับยุนโฮ เสือสองตัวย่อมอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เพราะรู้ดีอย่างนี้พ่อของทั้งคู่จึงจับแยกไม่ให้อยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็ก ซีวอนโชคดีเป็นลูกเมียแต่ง ได้ยกย่องออกหน้าออกตา ได้รับการศึกษาที่ดี และได้รับตำแหน่งงานที่ดี แต่ยุนโฮก็เป็นลูกเมียรัก แม้จะต้องอยู่อย่างหลบซ่อนแต่หาได้ลำบากเหมือนในนิยายหรือก็เปล่า เขาถูกอบรมอย่างดี เท่าที่ให้ได้เหมือนซีวอน และได้รับมอบหมายงานใหญ่ตั้งแต่เรียนจบให้แฝงตัวเข้าไปอยู่ในกรมตำรวจ คอยทำงานเป็นมือขวาช่วยเหลือพ่อมาตลอด

 

“บางทีแกอาจจะไม่เต็มใจที่ต้องฟังแผนของฉัน แต่ขั้นแรกของงานนี้คือ...” ยังไม่ทันที่ยุนโฮจะกล่าวจบซีวอนก็ชิงแทรกขึ้นมาก่อน ราวกับอ่านความคิดอีกฝ่ายได้

 

“กำจัดไอ้คู่หมั้นนั่นซะ”

 

“แล้วเราต้องร่วมมือกัน”

 

“ยังไง? ฉันไม่เห็นความจำเป็นนะ”

 

วันหลังก่อนจะลงมาทำงานก็ช่วยสืบข้อมูลก่อนนะ” พอถูกย้อนด้วยประโยคที่ตนเองเคยพูด ซีวอนก็หน้าเสีย ถึงจะฮึดฮัดไปก็ทำอะไรไม่ได้ เขาต้องยอมฟังแผนการของพี่ชายต่างมารดาเงียบๆ หากเมื่อฟังจนจบแล้วเขาก็อดคิดไม่ได้ว่ามันก็เป็นแผนที่ไม่เลวเหมือนกัน

 

“แล้วจะเริ่มกันตอนไหน”

 

“ตอนนี้เลย เพราะนู่น...” ยุนโฮชี้นิ้วไปที่นอกกระจกร้านอาหาร ร่างบอบบางของโจ คยูฮยอนกำลังเดินอยู่คนเดียวที่ด้านนอกนั่น “นกน้อยในกรงทองของเรามาแล้วล่ะ”

 

...

 

เป็นดินเนอร์ที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นระหว่างคยูฮยอนกับคู่หมั้น แย่ถึงขนาดที่คยูฮยอนทนไม่ไหวจนต้องเดินหนีชิม ชางมินออกมา คยูฮยอนก้มมองเศษกระดาษในมือแล้วก็น้ำตาซึม ไม่รู้ทำไมชางมินถึงได้ขี้หึงขนาดนี้ แค่เพียงรูปวาดของขวัญวันเกิดจากเพื่อนชาย ก็ฉีกกระชากเสียจนไม่เหลือดี แถมเขาดันโมโหจนฟิวส์ขาด เขวี้ยงข้าวของทุกอย่างใส่คู่หมั้นแล้ววิ่งหนีออกมา อย่าว่าแต่มือถือเลย เงินสักวอนก็ไม่มีติดตัว

 

“แย่ที่สุด” เสียงสบถไม่ดังนัก หากคนที่เดินตามหลังมาเงียบๆ กลับได้ยินชัด

 

“คงไม่มีอะไรแย่เกินไปกว่าการที่คุณหนูเดินอยู่ที่นี่คนเดียวหรอกครับ”

 

พอรู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว ร่างบางก็หันกลับไปมองคนที่เดินตามมา ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาที่เห็นเพียงครั้งเดียวก็จำได้ติดตานั้นยืนอยู่ตรงหน้า กำลังมองมาทางเขาด้วยสายตาไม่ชอบใจนัก

 

“บางทีคุณหนูควรจะรู้ว่า...เพราะอะไรทำไมคุณพ่อของคุณหนูถึงไม่เคยปล่อยให้คุณหนูอยู่คนเดียวเวลาออกนอกบ้าน คู่หมั้นไปไหนเสียล่ะครับ”

 

“อย่าพูดถึงเขา ผมไม่ได้อยากได้ยินชื่อเขา”

 

“เมื่อวานยังเห็นนั่งกอดกันหวานชื่น วันนี้กลับโกรธกันซะแล้ว บางทีผมว่า...คุณหนูน่าจะมองหาคู่หมั้นคนใหม่ได้แล้วมั้ง”

 

“ผมจะหมั้นกับใครมันก็เรื่องของผม คุณจะเข้ามายุ่งทำไมครับ” ประโยคยียวนไม่เข้าหู รอยยิ้มกวนประสาท ถึงจะเป็นคู่ค้าคนสำคัญของพ่อ แต่ก็ใช่ว่าคยูฮยอนจะอดทนได้ ร่างบางหันหลังกลับเตรียมเดินหนี ก็ถูกมือหนากระชากกลับอย่างแรงจนร้องโอย “เจ็บนะ”

 

“จะไปไหน มานี่ ฉันจะไปส่งบ้านให้”

 

“ผมกลับเองได้”

 

ซีวอนมองคนปากเก่งตั้งแต่หัวจรดเท้าก็ยิ้มเยาะ “หน้าอย่างนี้แท็กซี่คงขึ้นไม่เป็นด้วยซ้ำ อย่าปากเก่งน่า อยู่นิ่งๆ เป็นเด็กดีสักพักคงไม่ตาย”

 

“เอ๊ะคุณนี่! ผมบอกแล้วไงว่าผมกลับเองได้” ร่างบางพยายามขืนตัวออกจากชายหนุ่มตรงหน้า เหมือนไม้ซีกงัดไม้ซุงเพราะไม่ว่าจะออกแรงเท่าไหร่ก็ไม่สามารถดิ้นหลุดจากซีวอนได้เลยสักนิด ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมมินโฮถึงไม่ชอบพี่ชายตัวเองนัก บ้าอำนาจอย่างนี้ไงเล่า ใครๆ ถึงไม่อยากอยู่ด้วย “ปล่อยผมนะ ไม่งั้นผมจะตะโกน”

 

“ตามสบาย เธอเห็นว่ามีใครสนใจจะเข้ามาช่วยเธอบ้างไหมล่ะ...” ซีวอนชี้ให้ดูเหล่าเกาหลีมุงที่มองมาอย่างสนใจ แต่ไม่มีใครสักคนที่ทำท่าจะก้าวเข้ามาช่วยเขาสักนิด “ไม่มี เพราะงั้นเลิกดื้อแล้วตามผมมา” ออกแรงกระชากเพียงนิดเดียว โจ คยูฮยอนก็ถูกซีวอนลากหลุนๆ ไปเสียแล้ว ชายหนุ่มพาคุณหนูตระกูลโจมานั่งรอรถอยู่ตรงทางออกของห้าง ใบหน้าหวานบูดบึ้งไม่พอใจนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขานึกบริภาษตัวเองอยู่ในใจว่าไม่น่าหนีจากชางมินออกมาเลย หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ ชเว ซีวอนตอนแรกก็ท่าทางเหมือนจะดี สุดท้ายก็เป็นพวกบ้าอำนาจ กลับไปถึงบ้านเมื่อไหร่เขาจะเอาไวน์ขวดเมื่อวานฟาดหัวให้ ถึงจะเสียดายเพราะยังไม่ได้ลองแต่ถ้าทำให้หัวตาขี้เก๊กนี่เลือดออกได้ก็คุ้มราคาแล้ว

 

“มองหน้าหาเรื่องเหรอคุณหนู”

 

มือบางรีบยกขึ้นจับหน้าตัวเอง นึกสงสัยว่าแสดงออกสีหน้าชัดไปหรืออย่างไร ชเว ซีวอนถึงได้รู้ความคิดเขาได้ แต่พอเห็นอีกฝ่ายยิ้มขันก็ถึงรู้ตัวว่าเสียรู้เข้าให้

 

“คุณนี่มัน แย่จริงๆ”

 

“ขอบคุณสำหรับคำชม รถมาแล้ว... ขึ้นเถอะ”

 

คยูฮยอนมองรถซีดานตรงหน้าด้วยแววตาขัดขืน แม้ซีวอนจะยอมลดตัวมาเปิดประตูให้ก็ตามแต่มันก็ไม่น่าเข้าไปนั่งเสียเลย

 

“ขึ้นสิครับ ยืนรออะไรอยู่ หรือจะให้ผมอุ้มขึ้นด้วย” คยูฮยอนหันไปเหวี่ยงใส่ซีวอนด้วยสายตาแล้วสะบัดหน้ากลับ พอจะก้าวขึ้นรถ ก็เห็นผู้ชายคุ้นหน้าคุ้นตาขับมอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าไปพอดี ไวเท่าความคิด คยูฮยอนรีบวิ่งตามหลังจักรยานยนต์คันนั้นไปพร้อมตะโกนเรียกเสียงดัง ไม่สนใจอีกแล้วว่าซีวอนจะวิ่งตามมาหรือเปล่า

 

“คุณยุนโฮ!!!” เมื่อเห็นว่ารถหยุดแล้วโจ คยูฮยอนก็รีบเข้าไปเกาะแขนอีกฝ่ายทันที “คุณยุนโฮช่วยผมด้วย”

 

“มีอะไรเหรอคยูฮยอน” ตำรวจหนุ่มตีหน้าซื่อยามสนทนากับเด็กหนุ่ม เออออตามที่คุณหนูตระกูลพูดออกมาทุกอย่างทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“ผมอยากกลับบ้าน แต่ว่าผู้ชายคนนี้จะพาผมไปที่ไหนไม่รู้ ช่วยพาผมไปส่งที่บ้านทีนะครับ”

 

“ได้สิ กระโดดขึ้นมาเลย” เขาชี้ไปที่เบาะหลัง ทำเป็นมองไม่เห็นสายตาอาฆาตของซีวอนที่ส่งมาจากด้านหลัง คยูฮยอนรีบปีนขึ้นซ้อนอย่างเก้กังด้วยไม่เคย แถมตำรวจหนุ่มยังใจดี หยิบหมวกกันน็อกออกมาจากเป้พร้อมอาสาสวมใส่ให้เด็กหนุ่มเสร็จสรรพ และไม่ลืม...ส่งรอยยิ้มเยาะไปให้ซีวอนอย่างเป็นต่อ

 

ไอ้โง่ซีวอนอยากจะกระชากปืนออกมายิงพี่ชายต่างมารดาอีกครั้ง หลังจากที่อ่านปากอีกฝ่ายออก แต่เจ้ามอเตอร์ไซค์สีดำขนาด 250 ซีซีคันนั้นก็ขับจากไปแล้วอย่างรวดเร็ว

 

...

 

ชอง ยุนโฮดับเครื่องยนต์ลงเมื่อจอดมอเตอร์ไซค์เข้าช่องจอดของโรงพัก เขาอ้างว่ามีธุระเล็กน้อยที่ต้องจัดการเร่งด่วนก่อนถึงจะไปส่งเจ้าตัวที่บ้านได้

 

“นั่งรออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวผมมา” เขาให้เด็กหนุ่มนั่งรอที่ห้องทำงานส่วนตัว ก่อนที่จะทันได้เดินออกจากห้อง โทรศัพท์ในห้องก็ดังราวกับนกรู้ ยุนโฮยิ้มขัน หยิบหูขึ้นมาสนทนากับอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉยทั้งที่ในใจอยากจะหัวเราะเสียให้สะใจ “ว่าไง”

 

นี่มันไม่เหมือนที่ตกลงกันนี่หว่า

 

“ช่วยไม่ได้นะ นายทำตัวเอง” เขาเหลือบมองคยูฮยอนที่อยู่ในห้อง ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายดูจะสนใจรูปถ่ายบนผนังมากกว่าเขาก็ตาม แต่การประหยัดคำพูดคงจะดีกว่า

 

ฉันจะถือว่าฉันพลาดที่เชื่อแก ตอนนี้พ่อเด็กนั่นกำลังร้อนที่ลูกชายคนเดียวหายไป ทางชิม ชางมินก็เห็นว่าให้คนออกตามหาแล้ว ทางที่ดีแกควรรีบพาเด็กนั่นไปส่งที่บ้านแล้วเอาความดีความชอบกลับมาซะ นี่ฉันขอเตือนแกด้วยความหวังดีนะ ถ้าแกเล่นมากไป จากที่จะเป็นว่าเข้าได้ง่ายๆ เพราะเขาไว้ใจจะกลายเป็นถูกระแวงแทน

 

“รู้แล้ว แค่นี้นะ พอดีมีเอกสารที่ต้องจัดการ” สารวัตรหนุ่มจัดการตัดบท เขาวางหูแล้วหยิบเอกสารบางชิ้นติดมือออกไปนอกห้องด้วย

 

ลับหลังยุนโฮ คยูฮยอนลอบถอนหายใจ เด็กหนุ่มไม่อยากให้เรื่องราววุ่นวายแบบนี้เลย เหมือนว่าเขากำลังจะทำให้ยุนโฮเดือดร้อนเพราะความดื้อของเขา ถ้ากลับไปถึงบ้านแล้วพ่อของเขาไม่โกรธชอง ยุนโฮได้ก็คงดี...

 

...

 

ยุนโฮดับเครื่องยนต์อีกครั้งเมื่อเขาและคยูฮยอนมาถึงจุดหมาย บรรดาคนรับใช้และบอดี้การ์ดบางคนวิ่งออกมารับคยูฮยอนขบวนใหญ่ เด็กหนุ่มยิ้มแหยกับการเป็นห่วงแบบโอเวอร์ของคนในบ้าน พอเขาจะปีนลงจากท้ายรถด้วยท่าทีเก้กังก็มีคนขับรถเข้ามาช่วยพยุงไม่ให้ตกลงมาก้นจ้ำเบ้า ทุกอย่างดูอบอุ่นและน่าขัน แต่คนสุดท้ายที่เดินช้าๆ ตามหลังออกมากลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าหวานจางได้ทันตา

 

“ต้องขอบคุณสารวัตรชองมากนะครับ ที่เป็นธุระพาคู่หมั้นของผมมาส่งให้ถึงบ้าน”

 

“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” ถึงประโยคสนทนาจะราบเรียบ หากบรรยากาศกลับน่าอึดอัด คยูฮยอนมองคู่หมั้นของตนสลับชอง ยุนโฮแล้วถอนหายใจ สุดท้ายเขาเป็นไม่สนใจชางมินและหันกลับมาหายุนโฮแทน

 

“ผมขอบคุณคุณยุนโฮมากนะครับที่พาผมมาส่งที่บ้าน ยังไงพรุ่งนี้ตอนเย็นผมขอเชิญมาทานอาหารที่บ้าน ถือว่าเป็นการเลี้ยงขอบคุณก็แล้วกันนะครับ”

 

“ตกลงครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ เกรงว่าอยู่นานไปคงไม่ดี” เขาเอ่ยลา โบกมือให้คยูฮยอนแล้วก็สตาร์ทรถขับออกไป ทั้งที่ใจจริงอยากอยู่ให้ชิม ชางมินรู้สึกรำคาญขี้หน้าเล่นก็ตาม แต่ที่นี่ไม่ใช่ถิ่นเขา การระวังตัวไว้ก่อนคือการกระทำที่ฉลาดที่สุด

 

ชิม ชางมินยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขามองคยูฮยอนถูกบรรดาคนใช้ในบ้านพาเดินเข้าบ้านเหมือนคนป่วนใกล้ตายก็อดประชดประชันไม่ได้

 

“เจอหน้ากันครั้งเดียวนี่ถึงกับวางใจให้เขามาส่งเลยสินะ”

 

“ก็คุณยุนโฮเขาเป็นคนดี ทำไมผมจะไว้ใจเขาไม่ได้”

 

“ก็เรามันไร้เดียงสาแบบนี้ไง ใครๆ ถึงไม่อยากให้เราไปไหนคนเดียว เรารู้จักเขาดีหรือไงถึงได้คิดว่าเขาเป็นคนดีขนาดนั้น”

 

“อย่างน้อยผมก็คิดว่าเขาดีกว่าพี่ก็แล้วกัน ถอยไป ผมเข้าบ้านเองได้” คยูฮยอนตวาดใส่บรรดาคนรับใช้ก่อนเดินดุ่มเข้าตัวบ้านไปคนเดียว

 

ชิม ชางมินมองหลังคนคู่หมั้นแล้วถอนหายใจ ไม่รู้ว่าเมื่อคยูฮยอนถึงจะเข้าใจเสียทีว่าตัวเองไม่ใช่คนธรรมดา ไม่ได้เป็นแค่นกบ้านๆ ที่ถูกขังอยู่ในกรงทอง แต่เพราะโจ คยูฮยอนคือนกวิเศษที่สามารถบันดาลความฝันของทุกคนให้เป็นจริงได้ต่างหาก ถึงต้องถูกขังไว้ในกรง

 

...

 

ร่างโปร่งหยุดเท้ากึกเมื่อเห็นหน้าผู้เป็นพ่อ เขายู่หน้าไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรดีเมื่อถูกมองมาด้วยสายตาตำหนิ จะเข้าไปอ้อนเหมือนทุกครั้งก็คงโดนดีดกะโหลกกลับมา

 

วันนี้เราทำพ่อวุ่นวายมากนะ พ่อกับคุณปู่เป็นห่วงเรามาก ทำไมเราถึงได้ทำอะไรไม่คิดแบบนี้

 

ขอโทษฮะ แต่ผมก็โทรมาบอกแล้วนี่ฮะว่าคุณยุนโฮเขาจะมาส่ง อ้างถึงเมื่อตอนอยู่โรงพักได้โทรมาแจ้งกับทางบ้านแล้วว่าปลอดภัยดี หากประธานโจยังคงตีหน้าดุใส่ลูกชายคนเดียว

 

ถ้าสมมติเราไม่เจอคุณยุนโฮเขา บอกพ่อมาซิว่าเราจะกลับบ้านยังไง

 

ก็นั่งแท็กซี่ไงฮะ ผมยี่สิบแล้วนะฮะ จะนั่งแท็กซี่ก็คงไม่แปลก

 

แล้วบอกทางมาบ้านตัวเองถูกเหรอ พอถูกย้อนกลับอย่างนี้ก็ตีหน้าแหย ร่างบางรีบกระโดดไปเกาะแขนพ่อ ทำเสียงอ่อนเสียงหวานว่าต่อไปนี้จะไม่ทำอีกแล้ว

 

คนเป็นพ่อมองหน้าเด็กไม่รู้จักโตแล้วถอนหายใจระอา เขายกมือขึ้นลูบผมสีน้ำตาลอ่อนเบาๆ แล้วไล่ให้อีกฝ่ายไปพักผ่อน เท่านั้นเด็กหนุ่มก็รีบวิ่งขึ้นห้องตัวเองทันที

 

ลับหลังลูกชาย ประธานโจมองว่าที่ลูกเขยเดินเข้ามาด้วยสายตาตำหนิ หากก็ต่างจากสายตาที่ใช้ดุลูกชายตัวเองมากโข เพราะมันทำให้ชางมินรู้สึกเสียวสันหลังวูบเลยทีเดียว

 

บางทีฉันคงต้องห้ามเธอพาคยูฮยอนไปไหนมาไหนสักเดือนหนึ่ง คยูฮยอนสำคัญกับฉันมากแค่ไหน ที่ฉันให้เขาอยู่แต่ในบ้านเพราะอะไร เธอก็รู้เหตุผลดีไม่ใช่เหรอแม้แต่น้ำเสียงก็เย็นเยียบต่างจากเมื่อครู่สิ้นเชิง ชางมินได้แต่ก้มหน้า แม้จะสนิทสนมรู้จักกันมานานแต่เขาก็ยังไม่กล้าที่จะสบสายตากับพ่อคนรักมากนัก

 

ผมขอโทษครับ วันหลังผมจะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก เขาก้มหัวให้อีกฝ่าย สิ่งที่เขาทำได้คือการทำให้อีกฝ่ายใจเย็นมากที่สุดและไม่นึกอยากขัดใจให้ทุกอย่างเลวร้ายลง คำพูดทุกคำของประธานโจอาจจะเปลี่ยนชะตาชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ

 

ฉันหวังว่าเธอจะทำได้อย่างที่พูดนะ ครั้งนี้โชคดีที่คยูฮยอนไม่เป็นอะไรไป แต่ถ้ามีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก เราคงต้องพูดเรื่องถอนหมั้นกันแล้วล่ะ เขาทิ้งท้ายไว้เท่านั้นก่อนเรียกคำรับใช้ให้ส่งแขก

 

ชิม ชางมินกัดฟันกรอด ในใจเขาอยากจะอาละวาดให้ทุกอย่างพังราบไปต่อหน้า แต่เขาต้องอดทน อดทนเพื่ออนาคตอันยิ่งใหญ่ของเขา รอก่อนเถอะ...วันใดที่แกยกอำนาจทั้งหมดให้ฉัน เมื่อนั้นฉันจะเขี่ยลูกชายแกทิ้งอย่างไม่ไยดีเลย

 ________________________________

จัดมาแบบยาวๆ แล้วนะฮับ หวังว่าคงจะอ่านกันพอสะใจ

ตอนนี้เราสับสนกับตัวเองนิดนึงว่าจะเล่าเรื่องยังไงดี สุดท้ายก็ตัดสินใจเอาอันนี้เหมือนเดิม

เพราะถ้าจู่ๆ ข้ามไปเล่าหกเดือนข้างหน้าเลยคงจะงงกัน OTL 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #110 hunnachun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มีนาคม 2555 / 13:00
    เอาคิบอมคืนมาน้าาาาาาา
    555555555
    #110
    0
  2. #102 Mamiaw (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มีนาคม 2555 / 21:13
    คิบอมคือคนที่น้องรัก แต่คิบอมตายไปแล้ว ทำไมถึงตายหล่ะ

    ชางมินเป็นคู่หมั้นที่พ่อกับปู่ของน้องจัดการให้ น้องไม่ได้รัก?

    พี่วอนกับพี่ยุนเป็นพี่น้องคนละแม่ เกลียดกันเข้าไส้

    แต่มาร่วมมือกันเพราะหวังอะไรจากน้อง (เอิ่ม...แน่ใจนะว่านี่คือร่วมมือ)

    มินโฮเพื่อนสนิท (ที่ไม่ถูกกับพี่ตัวเอง) แอบชอบน้องรึเปล่า

    พ่อน้องเป็นใคร ทำงานอะไร ดูยิ่งใหญ่มาก



    มีแต่เรื่องสงสัย

    #102
    0
  3. #74 o^oสวยหวานo^o (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2555 / 19:28
    ทุกคนแซ่บๆทั้งนั้นนนนนนนนนนน ไม่ไหวจะเคลีย คยู รวบหัวทุกคนแล้วเขี่ยทิ้งซะ

    ผช หล่อต้องเลวซินะ
    #74
    0
  4. #73 WonKyu' FC (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:17
    ที่แท้คิบอมก็เป็นแฟนคยูนั่นเอง!

    แล้วคิบอมเป็นอะไรตายอ่ะ??

    แต่พี่วอนกับหมียุนเป็นพี่น้องกันซะงั้น

    เอาสิ พี่น้องต้องมาแย่งกันเอง!

    รึว่ามินโฮก็แอบชอบคยู??

    แต่ดูเหมือนพ่อจะชอบยุนมากกว่านะ

    แต่วันนี้ชางมินแย่มากเลยอ่ะ..

    หึงแบบนี้น้องกี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ

    เพื่อนเค้าอุตส่าห์วาดให้เป็นของขวัญวันเกิด!

    วันนี้หมียุนทำคะแนนนำไปก่อน..

    คงต้องดูต่อไปว่่าใครจะชนะ??

    วอนกะยุนวางแผนอะไร?? จะรอติดตามต่อไปนะคะ สู้ๆ!
    #73
    0
  5. #72 Music.13 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555 / 01:23
    ชเวกับยุนเป็นพี่น้องต่างแม่นี่เอง 
    คนนึงลูกเมียแต่ง คนนึงลูกเมียรัก
    มิน่าถึงได้เป็นอริกันมานมนาน
    คุยๆกัน ก็ชอบหาเรื่องมากัดกันให้ได้ สักนิดก็ยังดี
    อย่าพึ่งสาดกระุสุนใส่กัน!! ใจร่มๆไว้
    ชเวก็นะ ทำตัวเองแท้ๆ จะได้พาคุณหนูไปส่งบ้านด้วยตัวเองแล้วแท้ๆ
    ดันทำตัวไม่ดีใส่เขาอีก ยุนเลยได้โอกาสเสียบเลย
    คยูอย่าไปเชื่อภายนอกของยุนมากนักน่ะ 
    มันก็ไม่ได้ดีไปกว่า วอนหรือ ชิม นักหรอก
    อย่าเผลอไปหลงกลเข้าซะล่ะ (หรือหลงเชื่อไปแล้วน่ะ !)
    คนที่บ้านคิยูเป็นห่วงนกน้อยมาก
    รวมถึงคุณพ่อ จะดุก็ดุไม่ลงหรอกใช่ไหม ? เจอลูกอ้อนเข้าไป ฮ่่าๆ
    ชอบตอนขึ้น-ลง รถมอไซต์เนี้ย
    เก้ๆ กังๆ จนคนที่บ้านมาช่วยพยุงลง
    แถมประคบประหงมพาเข้าบ้าน ยังกะคยูมันป่วยงั้นละ
    พี่ชิมบางทีก็ดูเป็นห่วง ดูรักคยูแบบจริงๆ
    หรืออาจเป็นแค่ภาพลวงตาอีก ที่ทำก็เพื่อตัวเองทั้งนั้น
    ประธานโจนี้ เป็นใคร ทำธุรกิจอะไร ตำแหน่งไหนกันน่ะ
    ถึงได้มีแต่คนต้องการครอบครองอำนาจ

    หนุ่มแต่ละคนในวงโคจรของคิยูมีแต่หล่อๆ
    อ้าย!! อิจฉาคะ อิจฉา!! 
    #72
    0
  6. #71 tookkata (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2555 / 10:31
    ขอบคุณค่ะน้องโม(เนียนเรียกซะงั้น)



    เข้ามาอ่านตอนนี้ หลังจากที่เพิ่งดูรูปน้องยอนที่สนามบินไปเซี่ยงไฮ้เสร็จ เมเนมาส่งสามคน ไข่ในหินยังกะฟิคเรื่องนี้เลยค่ะ



    จะมีใครฟินไปกว่าคุณหนูคยูอีกเหรอเนี่ย แต่ละคนที่รายล้อม แซ่บๆทั้งนั้น



    พี่วอน หมียุน ชางมิน มินโฮ แถมยังมีคิบอมที่จากไปแล้วอีกด้วย เฮือกกกกกกกก



    ขอยกมือสนับสนุนมินโฮด้วยคน ฮ่าๆๆๆๆ
    #71
    0
  7. #70 chat123 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2555 / 22:12
    มีแต่คนใจร้ายทั้งนั้นเลย..

    ยกคิยูให้มินโฮไปเลยดีกว่า^^
    #70
    0
  8. #69 minney (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มกราคม 2555 / 21:04
    อิจฉาน้องคยูมีแต่หนุ่มๆมารุมล้อม



    แต่ละคนหล่อๆกันทั้งนั้น



    เสียอย่างเดียว ไม่มีคนไหนที่จริงใจกับน้องซักคน



    รอตอนต่อไปนะคะ
    #69
    0
  9. #68 midnight (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 21:40
    ผู้ชายทั้งน้านนนนนนน  ซู้ด~

    สงสารน้องแฮะ  มีแต่คนไม่จริงใจ 

    แล้วมินโฮล่ะ  แค่เพื่อนใช่ไม๊  อ่า..ก็น้องพี่วอนกับยุนโฮนี่หว่า

    ชางมินร้ายอ่ะ  คิดจะเขี่ยน้องทิ้งตลอดๆ  เขี่ยมาทางนี้มา
    #68
    0
  10. #67 summerkyu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 21:34
    อยากรู้ว่าบ้านคยูทำธุรกิจอะไร
    ถึงได้หวงลูกชายขนาดนี้
    คงต้องเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญสุด ๆ เลยใช่ไหม
    ถึงมีแต่คนอยากได้ อยากครอบครอง
    พ่อเค้าหวงลูกชายน่าดูแค่หายไปไม่นาน
    ถึงขนาดจะถอนหมั้นเลย ติดตามต่อจ้า
    #67
    0
  11. #66 aoyjana (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 15:53
    เอ่อ น้องโมค่ะ  หมดยังค่ะ ฮาเร็มนางคิยู
    เล่นมาซะครบองค์กันเลย
    แล้วพี่จะปันใจยังไงแทนน้องเนี่ย
    อ๊างงงแต่ละคน โฮกกกกกกทั้งน๊านนนน

    พี่ว่าเรื่องนี้ดราม่าค่ะ ดราม่าคนอ่าน
    จิอิจฉาน้องไปแหละ งานนี้ หุหุ
    #66
    0
  12. #65 kikkayu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 03:43
    นี่มันอะไรกันเนี่ย
    ผู้ชายแต่ละคนที่เข้ามาหาคยู
    ทำไมถึงได้มีแต่คนหล่อๆอ่ะ

    #65
    0
  13. #64 minming0186 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มกราคม 2555 / 22:25
    โว๊ะ



    นี่วอนกับยุนเป็นพี่น้องกันด้วย

    เป็นพี่น้องที่รักกันมั๊ยเนี่ย แล้วไหนจะมีมินโฮอีก



    มีเป้าหมายเดียวกันคือกำจัดชางมิน

    แต่ก็แอบกันขัดกันอยู่เล็กๆ นะคะ ท่านทั้งสอง



    โอ้ววว ตัวละครรอบข้างน้องคิยูคนงามนี่ห่ล่อๆ ทั้งนั้นเลย
    #64
    0
  14. #63 7791 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มกราคม 2555 / 18:28
    วอนกับยุน พี่น้องต่างแม่เหรอเนี่ย

    ไม่มีใครรักกี้จริงจังซักคน

    พ่อหวงไม่แปลกใจ ดูแต่ละคนที่เข้ามาสิ
    #63
    0