[FIC]Indigo Sky - WonKyu(1013) YunDong TeukCin(83Lines)

ตอนที่ 2 : 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ก.ย. 54

Indigo Sky

Couple: Siwon x Kyuhyun

Writer: NiTRoGeN14

 

1

 

 

some people

come into our lives

and quickly go;

others stay for a while

and leave footprints

on our hearts

and we are never the same.

 

Author: unknow

 

คนบางคน

ผ่านมาแล้วผ่านไป

บางคนผูกพันเพียงอึดใจ

หากฝากร่องรอยไว้

ณ ดวงใจแสนนาน

บางคนเพียงแว่บผ่าน

หากเปลี่ยนชีวิตบางคน

ตลอดกาล

 

แปล: ปราย พันแสง

 

ลานหญ้ากว้างสีเหลืองอ่อนบ่งบอกว่าหญ้าบริเวณนี้ไม่ค่อยได้รับการดูแลที่ดีนัก ต้นมะขามเทศต้นใหญ่เพียงต้นเดียวที่ยืนตระง่านแผ่กิ่งก้านให้ความร่มรื่นได้ไกล นิสิตชายหญิงราวสิบคนในชุดช็อปสีฟ้าหม่นยืนล้อมม้าตัวหนึ่งที่นอนหอบหายใจอย่างทรมานอยู่ในคอกเล็กๆ ใต้ต้นมะขาม นายสัตว์แพทย์ผู้เป็นอาจารย์ยืนบรรยายอาการป่วยของมันให้นิสิตทั้งหมดฟังก่อนให้นิสิตเหล่านั้นทำการวินิจฉัยอาการ

 

เจ้าแมวดำหน้าตาถมึงทึงเดินย่ำกองฟางพลางก้มหน้าเล็มหญ้าอย่างพอใจ เท้าทั้งสี่ที่มีขนสีขาวต่างจากขนส่วนอื่นของร่างกายทำให้มันเหมือนสวมถุงเท้าดูน่ารัก เมื่อมันเล็มหญ้าจนพอใจมันก็เดินเข้าไปคลอเคลียนิสิตหนุ่มคนหนึ่งเหมือนต้องการจะอ้อน แต่ตอนนี้เขากำลังติดพันกับการค้นหาสาเหตุที่ทำให้เจ้าม้าตัวนี้ป่วย เขาจึงไม่ได้ลูบหัวมันเหมือนที่ทำทุกครั้ง

 

"คิว แกพอจะคิดออกไหมว่ะ ว่ามันเป็นอะไร" เพื่อนร่วมกลุ่มแอบกระซิบถามเบาๆ คยูฮยอนมองหน้าเพื่อนแล้วทำหน้าคิดเล็กน้อย

 

"อาหารไม่ย่อย ไม่ก็กินพลาสติกเข้าไป" เขาตอบกับเพื่อนแต่เสียงนั้นกลับได้ยินถึงอาจารย์หมอ

 

"ถูกต้อง มันกินพลาสติกเข้าไป คิวเก่งมาก" เพื่อนหลายคนหันมามองคยูฮยอนเป็นตาเดียวก่อนจะตบมือเปาะแปะพอเป็นพิธี ใบหน้าหวานติดจะเขินเล็กน้อย เขาไม่ค่อยชินกับการเป็นจุดเด่นเท่าไหร่นัก

 

...

 

รถจักรยานยนต์ออโต้เมติกดีไซน์ย้อนยุคค่อยๆ แล่นจอดที่โรงอาหารกลาง คยูฮยอนกระโดดลงมาจากรถแล้วรอเพื่อนที่ขับรถให้ล็อกรถเรียบร้อยจึงเดินเข้าไปในโรงอาหารพร้อมกัน ที่นั่งค่อนข้างแน่นขนัดเพราะเพิ่งพักเที่ยงพอดี แถมโรงอาหารกลางก็ยังอยู่ติดกับอาคารศูนย์เรียนรวมจึงทำให้มีนิสิตมากมายที่เพิ่งเลิกคลาสลงมาทานอาหารที่นี่

 

คยูฮยอนเลือกซื้ออาหารไทยรสชาติไม่เผ็ดนักมาทานเป็นมื้อเที่ยง ระหว่างที่นั่งทานพร้อมกับคุยเกี่ยวสิ่งที่เพิ่งเรียนมาในวันนี้ จู่ๆ อาจารย์หมอท่านหนึ่งก็เดินเข้ามาล็อกคอคยูฮยอนจนเจ้าตัวเผลอตกใจดิ้นขลุกขลัก

 

"พี่เบน"

 

"ว่าไงคะยูฮะยอน" พี่เบน หรือ นายสัตว์แพทย์เบญจพลลงมือขยี้หัวจนผมสีน้ำตาลเข้มกระจายตัวไม่เป็นทรง

 

"ผมบอกว่าผมชื่อคยูฮยอน(คิว-ยอน) ไม่ใช่คะยูฮะยอน"

 

"ก็อยากเรียกชื่อจริงนิ"

 

"ถ้ามันเรียกยากนักเรียกคิยูก็ได้ครับ"

 

"ชื่อปัญญาอ่อนมาก" พี่เบนตีทำหน้ามึน ร่างสูงดึงเก้าอี้พลาสติกข้างคยูฮยอนออกมาก่อนเสียบตัวเองลงไปนั่ง

 

"พี่เบนก็ไปแกล้งคิวมัน ดูสิ มันทำหน้าง่อยน้อยใจไปแล้ว" เพื่อนร่วมโต๊ะหัวเราะคิกคักกับใบหน้าบูดบึ้งของเพื่อนชาวต่างชาติ

 

คยูฮยอนไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืด จึงก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อ แต่จู่ๆ หมอเบนก็เอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงจริงจัง

 

"คิว แกยังพูดเกาหลีอยู่ได้ใช่ป่ะ"

 

"ได้ครับ ทำไมเหรอฮะ อยากให้ไปแปลอะไรให้หรือไงครับ"

 

"ก็คล้ายๆ อย่างนั้น พอดีว่ามีช่างภาพเกาหลีคนหนึ่ง เขาจะมาถ่ายภาพนกเงือกที่ใต้ไปประกอบหนังสือสารคดีที่เขารับงานอยู่ ฉันเลยอยากหาคนไปเป็นล่ามช่วยแปลให้หน่อย" มือหนาเกาคางตัวเองเหมือนมีเรื่องคิดไม่ตก "ใจจริงฉันก็อยากไปด้วยนะ แต่พอดีติดงานรายการสารคดีของพี่ติ๊กตรงกันพอดี"


"แล้วนอกจากผมมีคนอื่นไปด้วยอีกไหมครับ"

 

"ก็เดี๋ยวมีไอ้เนสไปด้วย" เขาเอ่ยถึงนิสิตสัตว์แพทย์ปีหกที่เป็นสาวใต้ผิวคมเข้ม ท่าทางมาดแมน ผู้ชื่นชอบการดูนกเหมือนกัน

 

"งั้นก็โอเคฮะ แล้วไปตอนไหน คงไม่ใช่ช่วงนี้หรอกนะฮะ ใกล้สอบปลายภาคแล้ว ผมอ่านหนังสือไม่ทัน"

 

หมอเบนหัวเราะก๊ากเสียงดัง มือก็ตบหลังคยูฮยอนปุๆ "ไม่ต้องห่วงเว้ย ฉันดูตารางสอบแกแล้ว สอบเสร็จแล้ววันรุ่งขึ้นก็ไปเลย"

 

คยูฮยอนมองหน้าอาจารย์หมออย่างรู้ทัน นี่แสดงว่าวางแผนทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้วสินะ

 

...

 

วันสุดท้ายของการสอบคยูฮยอนกลับมาที่หอพัก เตรียมเก็บของที่จะเอากลับบ้านที่กรุงเทพฯ แล้วก็ของที่จะเตรียมไว้สำหรับเดินทางลงใต้ในวันพรุ่งนี้ ทั้งที่ใกล้ถึงเวลาเดินทางแล้วก็จริงแต่เขายังไม่เห็นหน้าผู้ร่วมเดินทางเลยสักคนรวมไปถึงรุ่นพี่ที่คณะด้วย

 

โชคดีว่าวันนี้เขามีสอบแต่เช้า เมื่อเก็บของจนครบหมดจึงรีบต่อรถตู้เข้ากรุงเทพฯ เพื่อกลับบ้านไปกอดพ่อแม่ให้ชื่นใจสักคืนก่อนเดินทาง

 

"ออมม่า อัปป้า ผมกลับมาแล้วครับ" ร่างผอมส่งเสียงดังลั่นตั้งแต่หน้าประตู ไม่นานคุณแม่บุญธรรมก็โผล่หัวออกมาจากห้องครัวแล้ววิ่งเข้ามากอดลูกชายคนเล็กด้วยความยินดี

 

"กลับมาแล้วเหรอมักเน่"

 

"ฮะ คิดถึงออมม่าจังเลย" เรียวแขนผอมบางโอบกอดร่างอวบไว้แน่นพร้อมคลอเคลียใบหน้ากับอกนิ่มๆ เหมือนแมวเหมียวออดอ้อนเจ้าของ กอดกันกลมอยู่สองสามนาทีก็ผละตัวออกไปเก็บสัมภาระ เพราะจัดข้าวของไว้เป็นสัดเป็นส่วนตั้งแต่ที่มหาวิทยาลัย คยูฮยอนเลยไม่ต้องเสียเวลาจัดกระเป๋าสำหรับเดินทางในวันรุ่งขึ้นมากนัก

 

ร่างแบบบางนอนแผ่ลงบนเตียงแล้วจินตนาการถึงผู้ร่วมทางชาวเกาหลีในวันพรุ่งนี้ เขาไม่ได้ใช้ภาษาเกาหลีบ่อยนัก ตั้งแต่ย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นตอนเก้าขวบก็ใช้ภาษาญี่ปุ่นมาตลอด พอย้ายมาเมืองไทยตอนสิบสามก็ใช้แต่ภาษาไทย พ่อแม่เองพูดแต่ภาษาญี่ปุ่นไม่ก็ภาษาไทย สำหรับคยูฮยอนแล้วเกาหลีคือที่ไกลแสนไกลเหลือเกิน

 

เวลาที่นัดกันไว้คือตอนเที่ยงที่สถานีรถไฟหัวลำโพง คยูฮยอนนั่งรถไฟใต้ดินมาถึงตอนสิบเอ็ดโมงห้าสิบพอดี เขาเลยเดินเข้าเซเว่นหาอะไรรองท้อง พอกลับมายืนรอที่เดิมเขาก็เจอรุ่นพี่สาวยืนหัวซ้ายหันขวาอยู่

 

"พี่เนส"

 

"คิว... มานานแล้วเหรอ"

 

"เพิ่งมาถึงไม่นานเหมือนกันพี่ แล้วไหนพวกคณะที่จะให้เราพาไปอ่ะ" ถามถึงกลุ่มคนเกาหลีที่จะร่วมเดินทางไปด้วยพร้อมกับมองหาแต่ก็ไม่เห็นกลุ่มคนน่าสงสัย

 

"เห็นพี่เบนบอกว่าเขาจะตรงมาจากโรงแรม เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงรถไฟก็จะออกแล้วยังมาไม่ถึงกันอีกเหรอว่ะเนี่ย ตกรถขึ้นมาซวยเลย"

 

"อ่อ... คราวนี้มากันแค่สองคนเอง รู้งี้ผมน่าจะชวนน้องบอลมาด้วย เห็นว่าเด็กๆ ชมรมนั้นก็อยากจะไปดูนกที่ฮาลา บาลาอยู่พอดี" เอ่ยถึงรุ่นน้องต่างคณะที่ชื่นชอบการดูนกเหมือนกันอย่างเสียดาย เด็กคนนั้นดูนกเก่งพอที่จะเป็นเบิร์ดไกด์ได้สบาย

 

"อ๊ะ! นั่นหรือเปล่าคิว" เนสชี้ไปที่กลุ่มผู้ชายที่เพิ่งลงจากรถตู้คันใหญ่พร้อมกับสัมภาระ ดูจากหน้าตาแล้วก็ผิวพรรณบอกได้ชัดเลยว่าเป็นคนเอเชีย

 

"น่าจะใช่"

 

"งั้นรออะไรเล่า เข้าไปหาเลยซี่พ่อหนุ่มเกาหลี" เนสรีบดันหลังเพื่อนรุ่นน้องให้เดินตรงเข้าไปอย่างรวดเร็ว คยูฮยอนกวาดตามองจนครบทุกคนก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหา

 

"สวัสดีครับ นี่ใช่กลุ่มที่จะไปดูนกที่ฮาลา บาลาหรือเปล่าครับ" คยูฮยอนถามกับคนใกล้ตัวที่สุด เขาเป็นชายหนุ่มตัวไม่สูงนักแต่ก็มีกล้ามเนื้อพอสมควรเลยทำให้ดูตัวไม่เล็กเท่าไหร่

 

"ใช่ครับ นี่คือไกด์ที่นายสัตวแพทย์เบนแนะนำมาใช่ไหมครับ ผมอี ทงเฮยินดีที่ได้รู้จัก"

 

"ผมชอง คยูฮยอนครับจะมาเป็นล่ามให้ ส่วนนี่เนส จะเป็นคนที่ช่วยเราติดต่อกับเจ้าหน้าที่ให้อีกที" แน่ล่ะ ถึงคยูฮยอนจะพูดไทยได้ก็จริงแต่ก็ใช่ว่าจะฟังภาษาไทยสำเนียงทองแดงหรือภาษาใต้ออกเสียหน่อย

 

"Nice to meet you" อี ทงเฮยื่นมือไปจับกับหญิงสาวคนเดียวของกลุ่ม ก่อนจะเรียกเพื่อนๆ ที่ขนสัมภาระมากองรวมกันเสร็จให้ทำความรู้จัก "เฮ้! นี่คุณคยูฮยอนแล้วก็คุณเนสคนที่หมอเบนแนะนำให้ ส่วนนี่ก็ชิน ดงฮีผู้ช่วยของเรา และคนนี้ก็ชเว ซีวอนตากล้องมือหนึ่ง" เขาแนะนำเพื่อนร่วมทางเป็นภาษาเกาหลีก่อนให้คยูฮยอนแปลเป็นไทยให้เนสฟังอีกที เธอพยักหน้ารับพร้อมฉีกรอยยิ้มไปให้

 

"Nice to meet you" ผู้ช่วยชินรีบยื่นมือมาจับแสดงความรู้จักอย่างคนมีมนุษยสัมพันธ์ในทันที เมื่อเห็นว่าทั้งคยูฮยอนและเนสยื่นมือออกมา ผิดกับผู้ร่วมทางอีกคนที่ยืนนิ่งและทำเพียงพยักหน้ามาให้

 

ขี้เก๊กชะมัดเลย คยูฮยอนนึกในใจ เอาแอบเหล่มองชายหนุ่มตัวสูงชะลูดที่เอาแต่ยืนกอดอกก็หมั่นไส้ การแต่งตัวก็คำประหนึ่งว่าจะไปเดินบนแคตวอล์กเพราะเต็มไปด้วยของแบนด์เนมทั้งตัว ยิ่งโดยเฉพาะแว่นกันแดดของอาร์มานี่กับรองเท้าผ้าใบแวนที่คยูฮยอนแอบมองมานานนั่นอีก ราคาไม่ใช่น้อยๆ เลยเหอะ

 

"อีกยี่สิบนาทีรถไฟจะออกจากสถานี แต่เราขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรถไฟมาเทียบชานชาลาตอนเที่ยงยี่สิบ เพราะงั้นมีเวลาไปซื้อของกินเป็นเสบียงกรังได้อีกสิบนาที แล้วเราก็กลับมาเจอกันที่นี่ตกลงไหมครับ" วางแผนคร่าวๆ ในใจแล้วก็บอกเพื่อนร่วมทาง แม้ตอนแรกชาวเกาหลีทั้งสอง(ไม่นับพ่อขี้เก๊กที่เอาแต่ยืนนิ่ง)จะสงสัยว่าต้องซื้อของกินก่อนทำไมเพราะบนรถไฟก็น่าจะมี แต่พอเขาอธิบายว่าของบนนั้นแพงกว่าบนพื้นมากก็รีบพุ่งตรงดิ่งเข้าเซเว่นทันที ส่วนพ่ออาร์มานี่นั่นน่ะเหรอ... หยิบไอโฟนขึ้นมากดเล่นเฉยเลยน่ะสิ

 

ตัวคยูฮยอนเองซื้อของมาแล้วก็เลยนั่งรออยู่แถวๆ นั้น บางครั้งก็แอบเหล่คนที่ชื่อซีวอนอยู่เป็นระยะ จนเห็นว่าชายหนุ่มหยิบกล้องขึ้นมาประกอบใส่เลนส์แล้วยกขึ้นถ่ายภาพรอบๆ สถานีที่พลุ่กพล่านไปด้วยผู้คน แต่พอเห็นว่าเลนส์กล้องมันเหวี่งยมาทางเขาก็จะรีบหันหน้าหนีเหมือนไม่ได้แอบมองอยู่ แล้วพอเห็นจากหางตาว่ากล้องหันไปทางอื่นแล้วก็รีบหันกลับไปมอง

 

บางทีก็คงไม่ใช่คนเลวร้ายมากเท่าไหร่หรอกมั้ง

 

พอเมื่อคนครบก็เคลื่อนตัวขึ้นรถไฟกันทันที หมอเบนจองรถไฟไว้ให้แล้วเป็นตู้นอนปรับอากาศ เพราะการเดินทางลงใต้ใช้เวลานาน ยิ่งไปถึงสุไหงโกลกใช้เวลาอย่างต่ำก็ยี่สิบห้าชั่วโมง แล้วยิ่งเป็นรถไฟไทยไม่ต้องคิดมากเลย ยังไงก็เลทชัวร์แม้จะเป็นแบบรถไฟดีเซลด่วนพิเศษก็ตาม

 

เพราะว่ามากันห้าคน และถ้าไม่นับรวมเนสก็จะถือว่ามีแต่ผู้ชายตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น การจะนั่งรวมกันห้าคนบนสองเบาะจึงเป็นไปไม่ได้ ชิน ดงฮีที่เห็นว่าตัวเองตัวใหญ่กว่าเพื่อนจะอาสานั่งแยกไปที่เบาะข้างๆ คยูฮยอนก็เลยต้องมานั่งจ้องตาตรงข้ามกับซีวอนอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

"ได้ยินว่าพวกคุณเรียนสัตวแพทย์กันอยู่ อายุเท่าไหร่กันแล้วเหรอ ยังดูเด็กๆ กันอยู่เลย" ทงเฮที่ดูร่าเริงกว่าใครถามขึ้นเมื่อรถไฟแล่นออกมาได้สักพัก คยูฮยอนหันไปแปลให้เพื่อนรุ่นพี่ฟังแล้วเธอก็ยิ้มโชว์ฟันขาววับตัดสีผิว

 

"23 years old"

 

"หา?"แค่นี้ก็รู้แล้วล่ะว่าทักษะภาษาอังกฤษของทงเฮดีแค่ไหน

 

"เนสนูน่าอายุ 23 ปีครับ ส่วนผมเพิ่ง 20"

 

"ฉันกับซีวอน 28 แล้วล่ะ ส่วนดงฮีจะสามสิบแล้ว เรียกทงเฮโอปป้าก็ได้นะ"

 

"เขาบอกให้พี่เรียกเขาว่าทงเฮโอปป้าอ่ะ" หนุ่ม(อายุ)น้อยที่สุดในกลุ่มกระซิบบอก แต่เหมือนเธอจะไม่เข้าใจเพราะนอกจากขมวดคิ้วแล้วยังถามซื่อๆ

 

"ให้เรียกว่าป้าเหรอว่ะ ผู้ชายไม่ใช่เหรอ หรือว่าตุ๊ด"

 

"ไม่ใช่ๆ โอปป้าแปลว่าพี่ชาย จะได้สนิทกันไง"

 

"อ่อ... ฮ่าๆๆๆๆๆ เกือบไปแล้วไง" เนสหัวเราะเสียงดังกลบเกลื่อนความผิดตัวเองแม้อีกฝ่ายจะไม่เข้าใจภาษาไทยเลยสักนิดก็ตามแต่มันก็น่าอายน้อยเสียเมื่อไหร่

 

ทั้งสามคนเริ่มคุยกันเข้าขามากขึ้นเรื่อยๆ บทสนทนาก็ไม่พ้นเรื่องของสถานที่ที่จะไป ทั้งที่ออกจะน่าสนใจแล้วก็น่าสนุกแต่มีคนที่ไม่สนุกไปด้วย ซีวอนที่นั่งนิ่งมานานจู่ๆ คว้ากระเป๋ากล้องแล้วลุกเดินผ่ากลางวงออกไปหน้าตาเฉย

 

"ไปไหนว่ะ"

 

"Take photoes. Don't follow me, I wanna stay alone" สั้นๆ ห้วนๆ แล้วซีวอนก็เดินออกจากตู้ปรับอากาศไปเฉย

 

อี ทงเฮคงพอเข้าใจที่เพื่อนพูดเลยยิ้มแหะๆ แล้วก็ชวนคุยเรื่องอื่นต่อเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ แต่จะให้คยูฮยอนลืมไปได้ง่ายๆ เหรอ... เขาขอถอนความคิดที่ว่าชเว ซีวอนไม่ใช่คนเลวร้ายออกเลย หมอนั่นน่ะมารยาทแย่สุดๆ ไปเลยต่างหาก!!!

 

TBC

 

ปิดเทอมนี้ก็อยากไปส่องนกเงือกที่ฮาลา บาลาเหมือนกันนะ

แต่ถ้าแม่รู้...ตายแน่นอน T_T

  

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #13 kyuyun rukky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2554 / 18:03
    ชอบอ่ะ อัฟอีก
    #13
    0
  2. #12 summerkyu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2554 / 22:26
    ความประทับใจเมื่อพบเจอครั้งแรก = 0
    พี่วอนจะปลีกวิเวกเกินไปไหมค่ะ
    สนใจเพื่อนร่วมทางบ้างก็ได้น่ะ
    อ่า แล้วสงสัยที่สถานีรถไฟที่หันกล้องมาทางคิยูนี่
    แอบถ่ายรูปน้องอยู่รึเปล่าจ๊ะ
    #12
    0
  3. #10 ruk-wonkyu- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2554 / 19:00
    พี่วอนจะมาถ่ายนกเงือก หรือมาสร้างศัตรูกันเนี่ย

    เรื่องแปลกดีที่คยูมาอยู่เมืองไทย  และทุกอย่างจะดำเนินอยู่ในไทยรึเปล่าคะ
    ดีจังค่ะ  นานๆจะมีเรื่องแบบนี้บ้าง
    #10
    0
  4. #8 chat123 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2554 / 20:36
    วอนแก่เป็นไรอ่ะ!!! เดียวก็โดนน้องเกลียดแล้วจะหาว่าไม่เตือนนนน
    #8
    0
  5. #6 Chofagi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2554 / 18:02
    เอ้า...คุณชายชเวทำไมเปนยังงั้นหละคะ

    แลดูเหมือนคนอารมณ์ไม่ดีตลอดเวลา โดนคิยูหมันไส้เลยไง

    เจอกัน ไปส่องนกกัน พี่วอนเป็นตากล้องถ่ายคิยูเยอะๆน๊า



    ปล*รูป Plural ของคำว่า Photo คือ Photos นะคะ

    เติม 's' ได้เลยไม่ต้องเติม 'es' ค่ะ
    #6
    0
  6. #5 ployliekey_berry (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2554 / 17:57
    นู๋กี้เจอกับวอนครั้งแรกก็ไม่ชอบแล้วหรอเนี่ย
    #5
    0