ไฟไหม้ไฟ (พิษสิเน่หาพยาบาท)

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 9 มารยา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2964
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    5 ต.ค. 52

ตอนที่ 9 มารยา


       ”แกแน่ใจแล้วหรือย๊ะนังปาง ว่าแกจะเข้าไปคนเดียว?“เสียงเอ่ยถามจีบปากจีบคอของซินดี้
ที่หันไปถามเพื่อนสาวทางด้าน
ที่นั่งข้างคนขับ


       ”แน่ใจซิ”สิปางเอ่ยตอบแน่วแน่ ไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจในสิ่งที่ตนเองตัดสินใจที่จะกระทำ
ดวงตาคู่สวยกวาดมองความมืดรอบด้าน ที่ยังพอมีแสงไฟส่องสว่าง ให้รอบๆบริเวณลานจอดรถ
ของวัดไม่มืดมาก หรือวังเวงจนเกินไปนัก


     ”แล้วฝ่ายโน้นเขาจะไม่แหกอกแกหรือยังไงนังปาง? ให้ฉันเข้าไปเป็นเพื่อนแกจะดีกว่าไหม?
ซินดี้ยังคงเอ่ยถามย้ำความแน่ใจ


  ”แกนั่งรอฉันอยู่ในรถน่ะล่ะนังซินดี้ ฉันรู้ว่าฉันควรจะทำยังไง ถ้าเกิดฉันโดนแหกอกขึ้นมาจริงๆ" 
น้ำเสียงหวานเอ่ยยิ้มในตาแววประกาย มาดมั่น ว่าสิ่งที่หล่อนลงทุนทำในวันนี้ จะได้ผลตอบแทน
อย่างคุ้มค่า


       ภายในงานด้านหน้าศาลา สถานที่ ที่จัดตั้งการสวดอภิธรรมศพของร่างอันไร้วิญญาณ
ของลูกชายคนเล็กตระกูลฤทธิ์เกรียงไกร โดยมีผู้คนในวงสังคม ต่างเข้ามาร่วมไว้อาลัยในการจากไป
และการสูญเสียของคนในครอบครัวนี้ ร่างงามระหงในชุดแซ็กสั้นสีดำ
ที่ก้าวเข้ามาภายในศาลา
เรียกความสนใจให้คนภายในงานได้ไม่น้อย โดยเฉพาะเขา “ปกรณ์” นัยน์ตาคู่คมดุของเขา
เป็นแววประกายกร้าวด้วยความโกรธจัดขึ้นมาทันที ตรงรี่เข้าไปกระชากแขนของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ให้ออกพ้นไปจากงานของน้องชายเขาโดยไม่สนใจเสียงวิพากวิจารณ์ของแขกที่เข้ามาร่วมงาน


     ”ยังกล้าเสนอหน้ามาที่นี่อีกหรือ!? ฉันขอสั่งให้เธอออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้!! ก่อนที่ฉันจะจับเธอ
เหวี่ยงออกไป
!'' เสียงเข้มข่มขู่ลอดไรฟัน เน้นทุกถ้อยทุกคำ ให้ผู้หญิงน่ารังเกียจอย่างหล่อนออกไปให้พ้น
จากงานของน้องชายเขา  งานที่คนในครอบครัวของเขาจัดให้คนที่พวกเขารักเป็นครั้งสุดท้าย
และไม่ต้องการให้ผู้หญิงใจร้าย ใจดำอย่างหล่อนต้องเข้ามาเหยียบย่างที่นี่


     ”แต่ฉันต้องการมาเคารพศพของปราการ”นัยน์ตาคู่สวยคม จ้องตอบนัยน์ตาคู่คมดุ ที่จดจ้องหล่อน
ราวกับจะกินเลือดกินเนื้ออย่างไม่สะทกสะท้านยังคงเอ่ยยืนยันความตั้งใจเดิม ที่จะเข้ามาเคารพศพ
คนที่เคยเข้ามาในชีวิต แม้ว่าแรงบีบหนักๆ ที่ต้นแขนของหล่อน จากน้ำมือของเขา จะทำให้หล่อนเจ็บ
หล่อนก็จะไม่คิดถอยทัพกลับไปง่ายๆ แน่


     ”ทำอะไรน่ะเจ้ากรณ์? อย่าเสียมารยาทกับแขกซิ” น้ำเสียงนุ่มที่เอ่ยตำหนิของผู้เป็นพ่อ
ที่ดังมาจากทางด้านหลัง ทำให้เขาต้องปล่อยมือจากต้นแขนของหล่อน หันกลับไปทางผู้เป็นพ่อ
ที่ยืนเคียงข้างแม่ของเขา ด้วยสีหน้าหงุดหงิด ที่ถูกตำหนิ จำต้องเอ่ยแย้ง


     ”แต่พ่อครับ นี่มันผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุให้เจ้าการต้องตายนะครับพ่อ”ปกรณ์เอ่ยอย่างตัดพ้อ หัวเสีย
หงุดหงิด ที่พ่อของเขาใจดีเกินไป ไม่คิดเลยสักนิด ว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า คือสาเหตุที่ทำให้
ลูกชายคนเล็กต้องเสียชีวิต


     ”ใช่!!'' น้ำเสียงเอ่ยเน้นคำตอบของผู้เป็นแม่ดังกร้าว และไม่ทันที่ใครจะคาดคิด ฝ่ามือเรียว
ของคุณกรองกาญจน์ก็ได้ตวัดฟาดลงไปที่ใบหน้าสวยคมหวานของแขกที่ไม่ได้รับเชิญนั่น
จนเจ้าของใบหน้าสวยเซถลาล้มลงไปที่พื้น ตามแรงตบนั่น


     ร่างในชุดแซ็กสั้นสีดำของสิปางล้มลงไปที่พื้น ฝ่ามือเรียวเล็กยกขึ้นทาบแก้มเนียนที่เจ็บจนชาของตน
ช้อนดวงตาคู่งามที่เต็มไปด้วยหยาดหยดน้ำตา ขึ้นมองหน้าคนในครอบครัวฤทธิ์เกรียงไกรอย่างขอร้อง
อ้อนวอน ขอความเห็นใจ ว่าหล่อนเองก็เจ็บปวด และเสียใจไม่น้อยไปกว่ากัน


     ”เชิญเลยค่ะ จะตบหนูอีกกี่ครั้งก็ได้ ถ้าจะทำให้คุณเกลียดหนูน้อยลง หนูเองก็ไม่ได้เสียใจ
น้อยไปกว่าพวกคุณเลย เพราะหนูยังรักเขา
! รักทั้งหมดทุกลมหายใจ!''เสียงหวานกรีดร้อง
คร่ำครวญทั้งน้ำตา เจ็บปวดเสียใจกับการจากลา
ที่ไร้ซึ่งลมหายใจของเขา ร่างบางสั่นไหวสะท้าน
ไปตามแรงสะอื้น  ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่สามารถที่จะกักเก็บอารมณ์เจ็บปวด รวดร้าว
ทรมานกับการสูญเสียคนที่ตนเองรักจนหมดหัวใจ


     ภาพที่เกิดขึ้นในขณะนั้น มันทำให้ผู้ที่อยู่ภายในงาน ทั้งตกใจ และเศร้าเสียใจไปกับผู้สูญเสีย
ถึงจะไม่ได้รับรู้เรื่องราวตื้นลึกหนาบางของคนใครอบครัว แต่อาการร้องไห้ คร่ำครวญเสียใจ
อย่างเจ็บปวดของหญิงสาวตรงหน้า ก็สามารถดึงอารมณ์ของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ให้น้ำตาคลอ
ฝ่ามือหนาของคุณประพลเข้าไปประคองร่างที่สั่นไหวสะท้านเต็มไปด้วยแรงสะอื้นของสิปาง
ให้ลุกขึ้นจากพื้นเบื้องล่าง จ้องมองหญิงสาวด้วยแววตาปราณีเป็นมิตร โดยมีสายตาที่ยังกรุ่นโกรธ
แค้นเคืองของผู้เป็นภรรยา และบุตรชายของเขาจ้องมองตามด้วยความไม่พอใจ


     ”หยุดร้องเถอะนะ ถ้าหนูจะเข้าไปเคารพศพเจ้าการ ฉันก็อนุญาต” เสียงเอ่ยบอกนุ่มนวล
เต็มไปด้วยความเมตตาปราณี
ไม่เคียดแค้น หรือกรุ่นโกรธ เด็กสาวตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย


     ใบหน้าสวยหวานเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของสิปางจับจ้องใบหน้าคนที่เข้ามาประคองหล่อน
ด้วยแววตาลุแก่โทษ ทั้งน้ำเสียง แววตา และท่าทาง ที่นุ่มนวล เมตตาปราณี ไม่โกรธเกลียดหล่อน
เลยแม้แต่น้อย ทำให้หญิงสาวยิ่งสะอื้นไห้ พยายามบังคับฝ่ามือเรียวบางที่ยกขึ้นมาพนมเข้าหากัน
ไม่ให้สั่นไหวไปตามแรงสะอื้น ยกมือขึ้นไหว้ผู้ชายตรงหน้า


     ”ขอบพระคุณค่ะ ที่เมตตาหนู”น้ำเสียงหวานสั่นไหวไปตามแรงสะอื้นเอ่ยขอบคุณผู้ชายตรงหน้า
ด้วยความตื้นตัน และจริงใจ ที่เขาเปิดโอกาสให้หล่อนได้เข้าไปเคารพศพของลูกชายเขาเป็นครั้งสุดท้าย
สิปางก้าวเดินช้าๆ เคียงข้างเขาเข้าไปเคารพศพของอดีตชายคนรัก โดยที่สายตาคมดุเป็นประกายกร้าว
ของปกรณ์ และคุณกรองกาญจน์ยังคงจับจ้องหล่อนราวกับจะฉีกร่างกายของหล่อนให้เป็นชิ้นๆ
สิปางย่อตัวลงนั่งที่พื้น ด้านหน้าที่ตั้งโลงศพของปราการ ธูปถูกส่งยื่นให้หล่อนจากฝ่ามือหนาของคน
ที่เป็นเจ้าของดวงตาคู่คมดุ ที่ยังคงจับจ้องหล่อนด้วยความเคียดแค้น กรุ่นโกรธไม่วางตา แต่เขาก็จำต้องทำหน้าที่นี้

     สิปางรับธูปยกมือพนมขึ้นเอ่ยถ้อยคำในใจที่ต้องการสื่อให้ร่างอันไร้วิญญาณที่นอนสงบนิ่งในโลงเบื้องหน้า
ให้เขาได้รับรู้ถึงเหตุผลในการที่เขาต้องมาจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร

     ”ขอให้คุณรับรู้ไว้ปราการ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ และคนในครอบครัวคุณ คือผลกรรมที่ย้อนคืนสนองพวกคุณ
ถึงพวกคุณจะไม่ได้เป็นผู้กระทำโดยตรง แต่เวรกรรมในอดีตที่คนในตระกูลของพวกคุณทำเอาไว้ มันส่งผล
ตกมาถึงพวกคุณ และพวกคุณก็ต้องก้มหน้ารับกรรมนี้กันต่อไป”สิปางปักธูปลงในกระถางเบื้องหน้าอย่างช้าๆ
ซ่อนแววตาอาฆาตหลังม่านดวงตาแดงช้ำที่ยังคงเอ่อล้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา สิปางพยุงตัวเองลุกขึ้นจากพื้น
โดยทุกการเคลื่อนไหวถูกสายตาคู่คมดุของปกรณ์จับจ้องอยู่ตลอดเวลา

     สิปางยกมือขึ้นพนมไหว้ผู้เป็นพ่อของปกรณ์อีกครั้ง ก่อนที่จะหันไปไหว้คุณกรองกาญจน์ ที่ใบหน้าเชิ่ดสูง
และเบือนหน้าหนี
ไม่ต้องการรับไหว้ หรือแม้กระทั่งเห็นหน้าและการกระทำของหล่อน


     ”หนูขอขอบพระคุณในความกรุณาอีกครั้งนะคะ” น้ำเสียงหวานยังคงสะอื้นสั่นไหวเอ่ยบอก
ชายสูงวัยตรงหน้า ก้าวถอยห่างออกจากงานด้านในอย่างเชื่องช้า หม่นหมอง เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ยอมรับสถานะภาพของตนเอง  ที่เป็นได้แค่สิ่งที่น่ารังเกียจของคนในครอบครัวนี้ ถึงแม้สายตาคู่คมดุ
ของใครบางคนยังคงจับจ้องและแผ่รังสีกว้าง จนหล่อนสามารถรับรู้ได้ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ท่าทางที่อ่อนแอ
เศร้าโศก เสียใจแต่เพียงภายนอกของหล่อน  หวาดกลัวไปกับการข่มขู่คุกคามทางสายตาของเขาได้
เพราะภาพลักษณ์ภายนอกมันก็แค่ละครฉากหนึ่งของหล่อนเท่านั้น แต่ภายในของหล่อนมันกลับตรงกันข้าม

     ร่างงามที่ถอยห่างหันหลังให้บรรยากาศภายในงาน ใบหน้าที่หมองหม่น แววตาที่อับแสง
ยังคงเต็มไปด้วยร่องรอยของคราบหยาดน้ำตา กลับแปรเปลี่ยน แววตาคู่งามเหยียดหยันเป็นประกาย
รอยยิ้มเยาะเย้ยสะใจเข้ามาแทนที่ ก้าวเดินกลับไปยังที่รถของตน ด้วยความพอใจกับผลงานชิ้นโบแดงของตน
ที่ตีบทแตกกระจุย กวาดคะแนนสงสารรอบด้านอย่างท่วมท้น ถึงหล่อนจะเจ็บจากการเป็นฝ่ายถูกกระทำ
แต่การลงทุนยอมเจ็บตัวในครั้งนี้ มันคุ้มค่าเสียยิ่งกว่าอะไร และที่แน่นอนมันยิ่งย่ำถึงเป้าหมายต่อไปของหล่อน
ให้แน่ชัดมากยิ่งขึ้น ว่าหล่อนสามารถเข้าถึงเป้าหมายอย่าง ”นายประพล ฤทธิ์เกรียงไกร” ได้ไม่ยาก


     ร่างของเพื่อนสาวที่ก้าวกลับเข้ามาในรถ ทำให้ซินดี้ถึงกับออกอาการ รอยแดงทั้งซีกแก้มด้านขวา
ที่พอมองเห็น ถึงแสงไฟจะไม่ส่องสว่างมากนัก แต่ก็พอมองเห็นถึงความเปลี่ยนไปของใบหน้าขาวนวลเนียน
ของผู้เป็นเพื่อนสาว


     ”ต๊ายตายนังปาง อย่าบอกนะแก ว่าแกโดนเขาตบเอา ดูสิดู..หน้าแกมันขึ้นรอยแม่นิ้วทั้งห้าแล้วนะย๊ะ
ไหนมาดูซิ”ซินดี้เอ่ยโวยวายเมื่อเห็นผลงานที่เพื่อนสาวของหล่อนได้รับ นิ้วมือเรียวหนาของซินดี้ประคอง
คางเรียวของสิปางให้เห็นร่องรอยนั้นชัดๆ อีกครั้ง พลางสบสายตาเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วง
    “เจ็บมากไหมแกนังปาง
?”เสียงเอ่ยถามพลางเป่าที่แก้มเนียนของเพื่อนสาวเบาๆ ราวกับร่ายมนต์
ให้อาการที่เจ็บปวดทั้งมวลได้หายไป


     ”พอได้แล้วนังซินดี้ ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะแก ที่พอเป่าร่ายมนต์แล้วจะหายเป็นปลิดทิ้ง”สิปางเอ่ยหัวเราะ
พลางเบี่ยงหน้าหนี ตีต้นแขนล่ำของผู้เป็นเพื่อนสาวยังนังซินดี้อย่างหยอกล้อ


     ”แล้วตกลงแกยอมให้เขาตบแกฟรีหรือยังไง? ทำไมไม่รู้จักหลบจากหลีกบ้าง นี่ถ้าหน้าแกบวมเป่งขึ้นมา
พรุ่งนี้แกจะไปถ่ายแบบกับฉันได้หรือย๊ะนังปาง
?“


     ”เอาเถอะน่า เดี๋ยวกลับบ้านเอาน้ำแข็งประคบหน่อย เดี๋ยวก็ยุบแล้ว แล้วไอ้ที่ฉันยอมเจ็บ
ให้เขาตบฟรีเนี่ยนะ มันก็คุ้มค่ากับความเจ็บ เพราะมันทำให้แผนของฉัน มันลงล็อค
และก็พร้อมที่จะเดินหมากเกมส์ต่อไปได้ไม่ยาก ไปเถอะซินดี้ ดึกมากแล้ว ” สิปางเอ่ย
แววตามาดมั่นเป็นประกาย ก่อนที่จะหันไปบอกเพื่อนสาวให้ออกรถกลับยังที่พัก



     ภาพหญิงชายในรถ ที่ห่วงใยกัน หยอกล้อ หัวเราะต่อกระซิก มันทำให้สายตาคู่คมดุ ที่เฝ้ายืนดูอยู่ห่างๆ
ต้องกำมือแน่น ขบกรามจนเป็นสันนูน ด้วยความกราดเกรี้ยว ถึงแม้จะไม่ได้ยินถ้อยคำสนทนา แต่ท่าทาง
ของนายแบบลูกครึ่งรูปหล่อ มาดคม ที่นั่งเคียงข้างฝั่งคนขับออกอาการเป็นห่วงเป็นใยเจ้าหล่อนมากเสียจนเกินกว่า
คำว่ารู้จักกันธรรมดา มันทำให้อารมณ์ของเขาเดือดดาล กรุ่นโกรธ ที่เจ้าหล่อนมาทำตัวเป็นนางเอกในงาน
ของน้องชายเขา มาแสดงบทบาทว่ารักน้องชายเขามากมาย และเสียใจเหลือเกินที่ต้องสูญเสียน้องชายเขาไป
เรียกคะแนนสงสารของผู้คนที่อยู่ในงานว่าหล่อนก็เป็นฝ่ายที่จะต้องสูญเสียคนที่รักไปด้วยเช่นกัน แต่พอพ้นสายตา
ใครจะรู้ ว่าหล่อนกลับมาทำตัวระริกระรี้กับผู้ชายในสต็อกคนใหม่ ที่มาด้วยกัน แต่ไม่กล้าที่จะนำเข้าไปในงานด้วย
เพราะคงจะกลัวข้อกล่าวหา ว่าพาแฟนใหม่มาเย้ยแฟนเก่าที่นอนอยู่ในโลงนั่น


     ”มารยา! เล่นละครตบตาผู้คนได้เนียนเสียเหลือเกินนะ ผู้หญิงอย่างเธอ มันต้องเจอคนอย่างฉัน สิปาง!! ''
เสียงสบถดังเล็ดลอดไรฟันที่ขบกรามเข้าหากันแน่นของปกรณ์ ดวงตาคู่คมดุเป็นแววประกายกร้าว
ด้วยความโกรธจัด รอให้เขาจัดการงานศพของน้องชายเขาให้เรียบร้อยเสียก่อนเถอะ งานนี้เจ้าหล่อน
ต้องเจอกับคนจริงอย่างเขาแน่

                  **********************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

262 ความคิดเห็น

  1. #52 sw1977 (@sw1977) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2552 / 22:55

    แค้นนี้ต้องชำระ หุหุ...

    #52
    0
  2. #40 piercensean (@piercensean) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2552 / 03:52
    It's sad.
    #40
    0
  3. #22 nuri.j (@nuri) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2552 / 08:19
    สิปางเล่นละครได้เก่งจริงๆ
    แต่ตบตา ปกรณ์ไม่ได้
    #22
    0
  4. #16 แมวเหมียว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2552 / 20:08
    แร๊ง !!! แรงไอกครับพี่น้อง ลุ้น ๆ วันนี้พอมีเวลาเลยอ่านรวดเดียวจบ
    #16
    0
  5. #15 dek-banna (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2552 / 19:25
    คู่นี้สูสีกันแรงปะทะแรง ช๊อบชอบ
    #15
    0