ไฟไหม้ไฟ (พิษสิเน่หาพยาบาท)

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7 ผู้หญิงหิวเงิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    28 ก.ย. 52

ตอนที่ 7ผู้หญิงหิวเงิน


       ภายในห้องสีขาว ร่างสูงโปร่งขาวซีด ยังคงนอนหลับตานิ่ง จากฤทธิ์ยาที่ได้รับ สองวันแล้วที่อาการ
ของปราการยังคงไม่ดีขึ้น
  อาการเก่ากลับมากำเริบขึ้นอีกครั้ง อาการโรคลิ้นหัวใจรั่วตั้งแต่กำเนิด
ถึงแม้เขาจะได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจแล้ว แต่ถ้าไม่ดูแลรักษาสุขภาพตนเอง มันก็ย่อมย้อน
กลับคืนมาได้อย่างไม่มีข้อต่อรอง ร่างกายที่พักผ่อนน้อย ดื่มแอลกฮอล์อย่างหนักติดต่อกัน มันส่งผล
ให้เขามีปริมาณแอลกฮอล์ในเลือดสูง กระบวนการหมุนเวียนเลือดไปล่อเลี้ยงหัวใจจึงผิดเพี้ยน
และทำให้อาการเก่าของเขากำเริบ สายตาคู่คมของปกรณ์จ้องร่างซูบซีดของผู้เป็นน้องชาย
ฝ่ามือหนาของเขากำแน่น ขบกรามจนเป็นสันนูน นึกถึงคนที่เป็นต้นเหตุให้น้องชายเพียงคนเดียวของเขา
ต้องกลายเป็นแบบนี้ และยิ่งเจ็บใจมากขึ้น เมื่อทุกครั้งที่น้องชายเขารู้สึกตัว ต้องพร่ำเพ้อหาแต่หล่อน
“สิปาง” ผู้หญิงที่เขากำลังเครียดแค้นอยู่ในขณะนี้ ขนาดน้องชายเขาเจ็บหนัก หล่อนก็ไม่มีทีท่า
ว่าจะมาเยี่ยม มาดูแลอาการน้องชายเขา ทั้งๆ ที่เขาให้ยอดชายส่งข่าวบอกหล่อน แต่หล่อนก็กลับทำเป็น
ไม่สนใจ ไม่มาดูดำดูดี ไม่มีแม้แต่จิตสำนึกของคนที่เคยรักกัน


     ”คุณพ่อ คุณแม่ กลับบ้านไปพักผ่อนก่อนเถอะครับ ไม่ต้องห่วงทางนี้ เดี๋ยวผมจะดูแลน้องเองครับ”
ปกรณ์หันไปเอ่ยกับผู้เป็นพ่อเป็นแม่ ที่ยังคงนั่งเฝ้าดูอาการของผู้เป็นลูกชายสุดที่รัก จนเขากลัวว่าจะล้มเจ็บ
ตามไปด้วย สำหรับผู้เป็นแม่เขาไม่ค่อยเป็นห่วง เพราะท่านยังสาวแข็งแรง แต่ผู้เป็นพ่อในระยะหลัง
มักจะเจ็บป่วยอิดออดอยู่บ่อยๆ


      ”ดูแลน้องดีๆ นะเจ้ากรณ์ มีอะไรก็รีบโทรหาพ่อกับแม่นะ”เสียงเอ่ยของผู้เป็นบิดา ที่ยังคงเป็นห่วง
ลูกชายคนเล็ก ซึ่งไม่แตกต่างอะไรจากผู้เป็นแม่ ที่สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล เป็นห่วงลูกชายคนโปรด
เสียเหลือเกิน แต่ก็จำต้องกลับบ้านแต่โดยดี
ก้าวเดินเคียงข้างประคองสามีกลับสู่บ้านเรือนไทย


      ร่างของผู้เป็นพ่อเป็นแม่กลับออกไปแล้ว ปกรณ์กดกริ่งเรียกพยาบาลพิเศษ ให้เข้ามาดูแลอาการ
ของน้องชายเขา พาตัวเองขับรถออกไปยังสถานที่หนึ่ง สถานที่ ที่เขาเชื่อว่าจะได้เจอตัวหล่อน “สิปาง”
เพียงแค่คิดถึงชื่อ ใบหน้าสวยคม หวาน ยั่วยวนของหล่อนตามหน้าหนังสือนิตยสาร มันก็ทำให้เขาฉุกคิด
ว่าตอนนี้หล่อนคงจะไปควงคู่กับผู้ชายคนใหม่ จนไม่มีเวลาที่จะมาดูดำดูดีน้องชายเขา


     ”สวย! แต่ใจดำไร้หัวใจ! อย่าให้ฉันเจอตัวนะ จะฉีกอกของเธอออกมาดูซิ ว่าเธอยังมีหัวใจอยู่ไหม!?
และสีของมันจะดำสนิท แค่ไหน!!“เสียงเอ่ยสบถลอดไรฟัน ที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ฝ่ามือหนาของเขา
กำพวงมาลัยรถเอาไว้แน่น อารมณ์ของเขากรุ่นโกรธ เดือดดาล ทะยานมุ่งหน้าขับรถไปให้ถึงจุดหมายที่เขาตั้งใจ

        ลานจอดรถหน้าคอนโดที่พักของผู้หญิงที่น้องชายเขารักจนหัวปักหัวปำ รักเสียจนปล่อยให้พิษรัก
ทำร้ายตัวเองปางตาย เขามานั่งรอหล่อนในรถของเขาเองได้สักพัก หลังจากสอบถามเจ้าหน้าที่ของคอนโด
ว่าเจ้าหล่อนยังไม่กลับเข้ามายังที่พัก ไม่นานรถเก๋งคันงาม ก็ขับเคลื่อนเข้ามจอดในบริเวณลานจอดรถ
ใกล้กับรถของเขา สายตาคู่คมของเขาจับจ้องไปยังร่างของหญิงสาวเจ้าของรถเก๋งคันงาม ที่ก้าวลงมา
ยังพื้นลานจอดรถ ร่างงามสมส่วน มีส่วนเว้าส่วนโค้ง สะโพกผายกลมกลึง ที่ถูกสวมทับด้วยกางเกงยีนส์สีเข้ม
รัดรูปเอวต่ำ เน้นช่วงขาเรียวยาว เสื้อยืดตัวเล็กที่เน้นส่วนเกินช่วงหน้าอกหน้าใจให้ดันตัวโดดเด่น เอวคอด
รับกับสะโพกผายอันกลมกลึงของหล่อนได้อย่างงดงาม ราวกับรูปปั้น

     ใช่! มันคือร่างที่งดงาม แทบไม่มีที่ติ แต่วินาทีนี้สำหรับเขามันกลับตรงกันข้าม หล่อนเป็นเพียงผู้หญิง
ที่งดงามแต่รูป จูบไม่หอม ใจดำเสียยิ่งกว่าอะไร สีที่ว่าดำ ยังดำไม่เท่าใจของหล่อนเลยสักนิด
ร่างสูงล่ำของเขาก้าวเดินเข้าไปหาร่างที่กำลังยืนหันหลังเก็บข้าวของออกจากหลังรถ ร่างงามของหล่อน
หยุดชะงัก หันมาสบสายตาคู่คมของเขา ดวงตาคู่หวานคมจับจ้องและกวาดมองไปทั่วกายเขา
อย่างระแวดระวัง ก่อนที่จะเปล่งน้ำเสียงหวาน แต่เยือกเย็น แววตาสงบนิ่ง ควบคุมอารมณ์ที่ตื่นตระหนก
ในตอนแรกเอาไว้ได้ดี


     ”มีอะไรกับฉันหรือคะ..คุณปกรณ์ ฤทธิ์เกรียงไกร?“ สิปางเปิดฉากเอ่ยถาม ชายแปลกหน้า ที่ไม่เคย
ได้พบเจอกันตัวต่อตัวแต่มันกลับไม่แปลกสมอง หรือความทรงจำของหล่อนเลยสักนิด มันกลับจำ และย้ำเสมอ
ว่าคนตรงหน้าเป็นอีกหนึ่งศัตรูของหล่อน


     ”ปราการไม่สบายมาก เขาอยากจะเจอคุณ และผมต้องการที่จะให้คุณไปเยี่ยมน้องชายผม” น้ำเสียงเข้ม
เอ่ยวางอำนาจบังคับในที ทั้งๆ ที่เขาพยายามจะข่มอารมณ์ของตนให้นิ่งที่สุด แต่มันก็ทำได้เพียงแค่นี้
จนคนที่ได้ฟังถึงกับหน้าตึง คอตั้งตรง ใบหน้าเชิ่ดขึ้นมาโดยทันที


     ”ฟังดูมันจะไม่เป็นการข่มขู่ หรือบังคับกันเกินไปหน่อยหรือคะ? แต่ถึงยังไง ฉันก็คงต้องปฏิเสธ
ช่วงนี้งานดิฉันยุ่งน่ะค่ะ คงไม่มีเวลาปลีกตัวไปเยี่ยมใคร เวลาฉันมีค่าค่ะ ทุกวินาทีมันเป็นเงินเป็นทอง”
เสียงเอ่ยอย่างไม่แยแส ไม่สนใจ ว่าใครจะเป็นจะตายยังไง จนคนที่ได้ยินคำตอบถึงกับกัดฟันแน่น
ฝ่ามือหนากำเข้าหากันอย่างลืมตัว แต่ก็จำต้องบังคับอารมณ์ตัวเอง ไม่ให้เข้าไปขย้ำลำคอขาวเรียวระหง
ตั้งตรง เชิ่ดหน้าสูงนั่น


     ”ถ้าฉันจะจ้างเธอล่ะ จ้างให้เธอไปเยี่ยมน้องชายฉัน เธอจะตกลงไหม?“ อารมณ์ที่เดือดดาล
เปลี่ยนสรรพนามในการแทนตัวของเขาให้เปลี่ยนไป น้ำเสียงของเขาเข้มห้วนจัด ซึ่งเขาไม่จำเป็นเลย
เสียด้วยซ้ำที่จะต้องพูดนอบน้อม กับผู้หญิงพรรค์นี้


     ”จะจ้างดิฉันหรือคะ ค่าตัวดิฉันแพงนะคะ คุณจะสู้ราคาไหวหรือคะ?“สิปางยังคงเอ่ยถามยั่ว
รอยยิ้มยั่วยวนกวนอารมณ์ของใครบางคนกระตุกที่มุมริมฝีปากอวบอิ่มของหล่อน จนเขาต้องหรี่ตาคู่คม
มองหล่อนอย่างแค้นเคือง


      ”เท่าไหร่ก็ว่ามา!? และฉันก็ต้องการให้เธอไปกับฉันเดี๋ยวนี้!“น้ำเสียงเข้มเอ่ย พยายามที่จะสะกดอารมณ์
ที่พุ่งพล่านในใจตน ที่ต้องปล่อยให้ผู้หญิงอย่างหล่อนถือไพ่เหนือเขา


     ”ถ้าไปตอนนี้ คงต้องบวกโอทีนะคะ เพราะเลยเวลาการทำงานในช่วงปกติ” สิปางยังคงเอ่ยยียวน
จ้องนัยน์ตาคู่คมดุประกายกร้าวอย่างไม่สะทกสะท้าน


     ปกรณ์ล้วงหยิบเช็คในกระเป๋าเสื้อด้านในของชุดสูทพร้อมปากกา ใช้หลังคารถเก๋งคันงามเป็นที่รองรับ
น้ำหนักปากกาที่ตวัดเขียนลายมือชื่อของเขา และจำนวนตัวเลขหกหลักลงบนสมุดเช็ค แล้วส่งยื่นให้หล่อน


     “พอใจไหม!?“ น้ำเสียงเข้มห้วนเอ่ยถามสั้นๆ พลางจ้องหน้าผู้หญิงที่หิวเงิน เห็นค่าของเงินมากกว่า
ชีวิตคน คนหนึ่ง ที่เคยรักกันปานจะกลืนกิน



     สิปางรับใบกระดาษที่ถูกส่งยื่นมาให้ นัยน์ตาคู่สวยกวาดมองตัวเลขหกหลักบนกระดาษในมือนั่น
รอยยิ้มแห่งความสะใจฉายชัดในแววตาคู่สวย ที่ปรากฎแค่เพียงชั่ววูบ ก่อนที่จะช้อนสายตาคู่สวยของหล่อน
จับจ้องไปยังผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศัตรูตรงหน้า


     ”จำนวนหลักก็สวยดีนะคะ แต่จำนวนตัวเลขยังคงไม่ถูกใจเท่าไหร่ ดิฉันเป็นคนชอบเลขเจ็ดเสียด้วย”
สิปางเอ่ย ยังคงไม่พอใจกับจำนวนตัวเลขที่เขาเสนอ


     ปกรณ์จำต้องเซ็นต์เช็ค กรอกจำนวนตัวเลขที่หล่อนต้องการอีกครั้ง ในใจเขาเต็มไปด้วยเพลิงไฟ
ที่มันร้อนระอุ คุกรุ่น แต่ไม่สามารถปลดปล่อยมันออกมาได้ เขากำลังเกลียดผู้หญิงหิวเงินตรงหน้าจับใจ
ถ้าหล่อนขายชีวิต ขายลมหายใจของหล่อนด้วยก็ดีซินะ เขานี่แหล่ะจะเป็นคนซื้อ และจะฆ่าหล่อนให้ตายทั้งเป็น
จะจับหล่อนมากรีดให้ลึกเข้าไปถึงอกด้านซ้ายข้างใน อยากจะพิสูจน์ให้รู้กันไปเลย ว่าหัวใจของหล่อน
มันจะดำขนาดไหน หรือว่าไม่มีอะไรเลย มีแต่เพียงความว่างเปล่า และมีสมองที่เต็มไปด้วยเงินเท่านั้น
และเขาก็เชื่อว่าชีวิตที่สะดวกสบายส่วนหนึ่งที่ผ่านมาของหล่อน มาจากเม็ดเงินของน้องชายเขา
ที่เอามาปรนเปรอให้กับหล่อน และพอน้องชายเขาหมดประโยชน์ และทำข้อผิดพลาดเพียงครั้งเดียว
หล่อนก็เขี่ยน้องชายเขาทิ้งอย่างไม่แยแส


      เช็คถูกส่งยื่นให้สิปางอีกครั้งในจำนวนตัวเลขที่สิปางพอใจ รอยยิ้มกระตุกที่มุมปากอวบอิ่มอีกครั้ง
แววตาเป็นประกายที่ผู้ชายถือดีตรงหน้าต้องยอมหล่อนอย่างไม่มีข้อแม้


     ”ตกลงค่ะ ฉันจะไป แต่ต้องขอเวลาเอาของขึ้นไปเก็บที่ห้องก่อนนะคะ” สิปางยังคงมีข้อแม้ แววตามีเลศนัย
จนอีกฝ่ายไม่อยากจะแน่ใจว่าเจ้าหล่อนจะไม่เล่นตุกติก


     ”ฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่าเธอจะไม่เบี้ยวฉัน ฉันจะขึ้นไปกับเธอด้วย” ปกรณ์เอ่ยเสียงห้วน ไม่ยอมที่จะไว้ใจ
ผู้หญิงหิวเงินตรงหน้า


     “ดิฉันไม่เบี้ยวหรอกค่ะ รับงานรับเงินมาแล้ว ฉันทำงานให้คุ้มค่าเงินอยู่แล้วล่ะค่ะ” สิปางเอ่ย
พลางเชิ่ดหน้า สะบัดตัวหันก้าวเดินเข้าไปยังคอนโดด้านใน แต่คนอย่างปกรณ์ เมื่อคิดจะทำอะไรแล้ว
เขาก็จะทำ กลับสาวเท้าก้าวเดินตามร่างงามของหล่อนเข้าไปยังด้านใน โดยที่อีกฝ่ายต้องกลอกตาขึ้นสูง
ในความดื้อดึง และถือดีของเขา ร่างงามหยุดนิ่งที่หน้าประตูห้องของตน หันไปจ้องหน้าคนหน้าคมเข้ม
ที่ก้าวเดินตามมาทางด้านหลังหล่อน


     ”คุณรออยู่ข้างนอกก่อนก็แล้วกัน” สิปางเอ่ยบอก คนที่ยืนหน้าเคร่งขรึมกอดอกเอนอิงพิงไหล่กว้าง
ที่ผนังทางเดิน นิ้วเรียวยาวไขกุญแจเปิดบานประตูห้องของตนเข้าไปยังด้านใน โดยปล่อยให้ปกรณ์
ยืนรอที่ด้านนอก


     ”กลับมาแล้วหรือฮะ?“ เสียงเอ่ยถามของคนที่นั่งรออยู่ด้านใน


     ”ขอโทษทีนะนาท ที่พี่กลับมาช้า งานมันเยอะน่ะ แต่เดี๋ยวพี่ก็ต้องออกไปข้างนอก เอาไว้เราค่อยคุยกันนะ”
สิปางเอ่ยบอกญาติผู้น้อง ที่แวะเข้ามาคุยถึงความคืบหน้ากับสิ่งที่หล่อนมอบหมายให้เขาทำ แต่ด้วยแขก
ที่ไม่ได้รับเชิญ มาเยือนถึงถิ่น
ทำให้สิปาง ต้องพลาดที่จะได้รับฟัง รับรู้ การเคลื่อนไหวของแผนการที่หล่อนวางเอาไว้


     เสียงสนทนาที่ดังแว่ว แทรกผ่านบานประตู ทำให้ปกรณ์ต้องตั้งใจฟัง แต่ไม่สามารถจับใจความได้
รู้แต่เพียงว่าอีกหนึ่งน้ำเสียงนั้น เป็นเสียงของผู้ชายอย่างแน่นอน นี่เจ้าหล่อนเพิ่งจะบอกเลิกกับน้องชายเขา
มาได้ไม่เท่าไหร่ หล่อนก็คว้าผู้ชายอื่นมากกกอดเอาไว้ที่คอนโดเสียแล้ว
    “ไวไฟ
! ขาดผู้ชายไม่ได้!“ ปกรณ์นึกสบถอยู่ในใจ ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกอีกครั้ง สิปางก้าวเดิน
มาหยุดที่ด้านนอก พลางสบสายตาคู่คมที่จ้องหล่อนด้วยสายตาเหยียด ดูถูกในที


     ”จะไปกันได้หรือยัง?“เสียงหวานตวัดถามเสียงสูง เกลียดสายตาของเขาเสียเหลือเกิน ที่บ่งบอกการดูถูก
เหยียดหยามหล่อนได้ชัดเจน แต่ไม่นานหรอก ผู้ชายหยิ่งยโสถือดีอย่างเขา จะได้รับรู้รสชาติของความเจ็บปวด


     ”เชิญ!'' เสียงห้วนเอ่ย ผายมือให้สิปางก้าวเดินนำหน้า สิปางก้าวเดินตรงไปยังที่รถของตน แต่น้ำเสียงเข้ม
ที่เอ่ยทำให้หล่อนต้องชะงัก


     ”ฉันต้องการให้เธอไปกับฉัน!” ปกรณ์เอ่ยบังคับออกคำสั่งในที พลางจ้องใบหน้าสวยคม
ที่จ้องตาเขาเขม็ง


     ”ไม่จำเป็น คุณไปรถคุณ ฉันไปรถฉัน ต่างคนต่างก็สะดวกดี” สิปางเอ่ยตอบมาดมั่น
ไม่สนใจอาการของตรงหน้า ที่คิ้วหนาคมเข้มของเขากระตุกขึ้น ขมวดเข้าหากัน
อย่างฉุนจัด ที่โดนหล่อนเอ่ยปฏิเสธ


     ”ดี!“ ปกรณ์เค้นเสียงต่ำ จ้องหน้าใบหน้าสวยคมเชิ่ดสูง คอตั้งนั่นด้วยแววตาเป็นประกาย
ที่โดนหล่อนปฏิเสธ  หมุนตัวกลับก้าวเดินไปขึ้นรถของตน


                                           …...........................


     ภายในห้องพักผู้ป่วยปราการยังคงนอนทอดกายยาว เสียงบานประตูที่เปิดออกกว้าง
ทำให้เขาต้องหันไปมอง  กลิ่นหอมหวานที่เขายังคงจำได้ดี ร่างงามสมส่วนที่เขาคิดถึง
ใบหน้าสวยคมหวานที่เขาฝันถึงทุกค่ำคืน หัวใจของเขาเต้นแรง ไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิง
ที่เขาพร่ำเพ้อหา จะมายืนอยู่ตรงนี้


     ”ปาง! คุณมาหาผมจริงๆ ด้วย ผมคิดถึงคุณมากเลยรู้ไหม” ปราการเอ่ยละล่ำละลัก อยากจะลุก
จากเตียงผู้ป่วย  แต่เขาก็ไม่สามารถทำได้ ได้แต่เพียงขยับตัวและฝ่ามือเรียวขาวซีดของเขาเพื่อไขว่คว้า
มือเรียวบางของหญิงสาวที่เข้ามายืนเคียงข้างด้านเตียงผู้ป่วยของเขา ไม่มีถ้อยคำใดเอ่ยตอบผ่านริมฝีปาก
อวบอิ่มของหล่อน มีเพียงแววตาเฉยชา


     ”ปาง เรากลับมาดีกันเหมือนเดิมเถอะนะ ผมรักคุณนะปาง” ปราการยังคงเอ่ยขอร้อง อ้อนวอน
ให้หญิงสาวใจอ่อนกลับมารักกันเหมือนในวันวาน


     ”เรื่องของเรามันเป็นอดีตไปแล้วค่ะ ที่ปางมาวันนี้ ปางอยากจะให้เรื่องของเรายุติลง อย่ามาเสียเวลารื้อฟื้น
และอย่าให้ใครไปคอยตามรบกวนปางอีก
''สิปางเอ่ยเน้นเสียงจริงจัง แววตาเยือกเย็น แกะฝ่ามือเรียวขาวบาง
ออกจากการเกาะกุมมือเรียวของหล่อน สะบัดฝ่ามือขาวซีดนั้นทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนที่จะหมุนตัวก้าวออกจากห้อง
ไม่สนใจน้ำเสียงที่ร้องเรียกหล่อนปานจะขาดใจ


     ”ปาง! ปาง! ” ปราการได้แต่เพียงร้องเรียก หวังให้ร่างงาม ย้อนกลับมาหาเขา แต่มันก็เป็นแค่เพียง
ความหวัง  เพราะร่างงามของหล่อนยังคงก้าวยาวพ้นบานประตูห้องออกไป โดยไม่สนใจน้ำเสียงขอร้อง
ของเขาเลยสักนิด ความรู้สึกเจ็บที่หน้าอกด้านซ้ายแล่นปรี่จนจุกแน่น   ฝ่ามือเรียวขาวซีดเกาะกุม
แผ่นอกกว้างของตน สีหน้าขาวซีดแทบจะไม่สีเลือด อากาศที่มีเริ่มลดน้อยถอยลง ภาพเบื้องหน้าเริ่มเลือนลาง
จางหายไปทีละน้อย ก่อนที่มันจะดับวูบมืดสนิท  ไม่รับรู้อะไรอีกต่อไป


       ร่างงามที่ก้าวออกมาจากห้องพักผู้ป่วย พร้อมกับเสียงของน้องชายเขาที่ดังเล็ดลอดผ่านบานประตู
ทำให้ปกรณ์ที่ยืนรออยู่ด้านนอก ต้องหันมาคว้าแขนของหล่อนเอาไว้


     ”นี่เธอทำอะไรเจ้าการ!?“เสียงเข้มเอ่ยถาม กระชากร่างงามให้ปลิวเข้าหากายแกร่งของเขา



     ” ปล่อย! ฉันทำหน้าที่ของฉันเรียบร้อยแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์มาเหนี่ยวรั้งฉันไว้!'' สิปางเอ่ยเน้นเสียง
พยายามแกะฝ่ามือหนาให้พ้นจากข้อแขนหล่อน


     ”ถ้าน้องชายฉันเป็นอะไรไป! ฉันจะตามจองเวรเธอให้ถึงที่สุด!!“เสียงเค้นเอ่ยลอดไรฟัน ก่อนที่จะสะบัด
ข้อแขนเรียวให้ห่างกายแกร่ง ก้าวกลับเข้าไปหาร่างของผู้เป็นน้องชาย ปล่อยให้ดวงตาคู่สวยจ้องมองตาม
ด้วยแววตากรุ่นโกรธ ที่เขาใช้กำลังทำให้หล่อนเจ็บ พลางหันกลับ ก้าวยาวให้พ้นจากสถานที่นี้ให้เร็วที่สุด


     ร่างที่แน่นิ่ง ไร้สติของผู้เป็นน้องชายบนเตียงผู้ป่วย ทำให้ใจของเขากระตุกวูบ รีบก้าวตรงไปที่ร่างขาวซีด
ไร้สติ
ของผู้เป็นน้องชาย

      ”การ! การ!''เสียงตะโกนเรียกผู้เป็นน้องชายดังลั่น สีหน้าของเขาเต็มไปด้วย
ความตื่นตระหนก กลัวเหลือเกิน ว่าน้องชายเพียงคนเดียวของเขาจะอาการแย่ลงไปกว่านี้  พยายามกดกริ่งเรียกพยาบาล ให้เข้ามาดูอาการ ที่หมดสติของน้องชายเขา 
ในใจได้แต่เฝ้าภาวนา ขออย่าให้น้องชายของเขาเป็นอะไรไป

                                              ***************************





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

262 ความคิดเห็น

  1. #71 jaoh73 (@jaoh73) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 / 23:30
    อย่าบอกนะคะ ว่าปราการตาย สงสารเหมือนกันนะเนี่ย
    #71
    0
  2. #38 piercensean (@piercensean) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2552 / 03:26

    I feel bad for good guy like Gan.....

    #38
    0
  3. #12 nuri.j (@nuri) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2552 / 05:45
    งานเข้าแล้วล่ะปาง
    #12
    0