ไฟไหม้ไฟ (พิษสิเน่หาพยาบาท)

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 29 คาดโทษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3547
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    10 ธ.ค. 52

ตอนที่ 29 คาดโทษ


       เปลือกตาบนใบหน้าซีดเซียวขยับเปิดม่านตาของตนเองอย่างช้าๆ กวาดสายตามองสิ่งที่อยู่รอบตนเอง
ใบหน้าของญาติผู้พี่ส่งรอยยิ้มปนเศร้า พร้อมน้ำเสียงเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง


      ”สิ...สิเป็นอย่างไรบ้าง? รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง?“ น้ำเสียงห่วงใย แฝงไปด้วยความรู้สึกผิด และเศร้าโศก
จนสิริมารู้สึกได้ รอยยิ้มบางๆ คลี่ผ่านริมฝีปากสีซีด สบนัยน์ตาคู่หวานที่เศร้าสร้อยของญาติผู้พี่
ให้รับรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเธอนั้น ไม่ใช่ความผิดของญาติผู้พี่เลยแม้แต่น้อย


     ”สิไม่ค่อยปวดแล้วค่ะพี่ปาง”


     ”สิ...พี่ขอโทษที่ทำร้ายสิแบบนี้ พี่เป็นพี่ที่แย่ที่สุด ที่ทำร้ายน้องตัวเอง พี่ขอโทษ....“ สิปางเอ่ยโทษตัวเอง
กอดร่างของญาติผู้น้องร่ำไห้ สะอื้นจนตัวโยน เสียใจ และ ยอมรับผิดกับการตัดสินใจในครั้งนี้
    ลำแขนเรียวที่ยังคงอ่อนล้าของสิริมาค่อยๆ ยกเคลื่อนไหวโอบกอดร่างที่สั่นไหวสะท้านเต็มไปด้วยแรงสะอื้น
ของญาติผู้พี่ ขยับริมฝีปากขาวซีดของตนอีกครั้ง ให้ความในใจของตนได้แผ้วผ่านออกมาเป็นคำพูด


     ”อย่าโทษตัวเองซิคะพี่ปาง มันเป็นความโชคร้ายของสิเอง และสิก็เป็นฝ่ายผิดเองที่ปล่อยปละละเลยตัวเอง
ไม่ยอมไปตรวจรักษาตั้งแต่เริ่มแรก เพราะไม่คิดว่าตนเองจะเป็นโรคร้ายนี้” สิริมาเอ่ยปลอบให้ร่างที่สั่นเทา
ได้คลายความเศร้าโศก เพราะรู้ตัวเองดี ว่าเป็นฝ่ายที่ไม่ให้ความสำคัญกับร่างกายตนเอง ไม่ยอมที่จะเป็นฝ่าย
ไปหาหมอ ได้แต่ซื้อยาแก้ปวดมาทานเอง ยามที่รอบเดือนของหล่อนมา และสร้างความเจ็บปวดให้หล่อน
ในแต่ละเดือน จนอาการของหล่อนเป็นมากขึ้นเมื่อตอนที่แผนการขั้นแรกสำเร็จ แผนกำจัดคู่รักจอมปลอม
ของสิปาง  หล่อนเข้ารับการตรวจรักษา แต่อาการของหล่อนอยู่ในระดับสามแล้ว มันสายเกินไป
หล่อนจึงเลือกที่จะเดินหน้าในแผนการขั้นต่อไป เพราะถ้าแผนทั้งหมดสำเร็จ สินาทน้องชายของหล่อน
ก็จะได้สบาย ไม่ต้องลำบาก ถึงหล่อนจะจบชีวิตลง ก็ขอให้น้องชายคนเดียวของหล่อนมีชีวิตที่ดีขึ้น
สะดวกสบายอยู่บนกองเงินกองทอง ที่เขามีสิทธิ์จะได้ครอบครอง และใช้มัน ถึงหล่อนจะรัก และเคารพสิปาง
มากแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้ว หล่อนคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะได้มากกว่า ถ้าหล่อนไม่เกิดโรคร้ายนี้ขึ้นมาเสียก่อน
หล่อนก็คงจะนอนรอรับผลประโยชน์ก้อนโตที่ตนเองจะได้


     ”แต่พี่ก็เป็นฝ่ายทำให้สิอาการแย่ลง” สิปางยังคงเอ่ยโทษตัวเอง


     ”ใครบอกล่ะคะ สิเป็นฝ่ายเลือกทางเดินนี้เองต่างหาก สิเป็นฝ่ายเสนอตัวสิเอง พี่ปางไม่เคยบังคับสิ
เลยสักครั้ง เลิกโทษตัวเองเถอะค่ะ คิดเสียว่าสิเกิดมารับกรรมของตนเอง ที่สิอาจจะเคยก่อกรรมเอาไว้
ในอดีตชาติ” สิริมาเอ่ยให้สิปางมองในอีกมุมมอง  มุมมองของกฎแห่งกรรม ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้
ย่อมมีเหตุ ไม่ฉะนั้นผลจะไม่ก่อเกิด


      สิปางขยับตัวออกจากอ้อมกอดของผู้เป็นน้อง ยังคงจับจ้องใบหน้าขาวซีดที่ยิ้มให้หล่อนน้อยๆ ทั้งน้ำตา
ยังคงเสียใจและรู้สึกผิด ถึงสิริมาจะไม่เอ่ยโทษ โกรธหล่อน แต่ความรู้สึกผิดก็ยังคงฝังลึกอยู่ในใจของหล่อนอยู่ดี



     เสียงบานประตูที่ถูกเปิดออกกว้าง ทำให้สิปางปาดคราบน้ำตาของตนออกอย่างลวกๆ หันไปมอง
ทางต้นเสียง ร่างสูงล่ำของสินาทที่ถือเครื่องดื่มร้อนๆ ก็ก้าวเดินเข้ามา


     ”พี่สิฟื้นแล้วหรือครับ? ค่อยยังชั่วบ้างหรือยังครับ?“ เสียงเอ่ยถามด้วยความยินดี ที่เห็นพี่สาวของตนฟื้น
หลังจากที่หลับด้วยฤทธิ์ยาไปหลายชั่วโมง จนเขาเองก็อดเป็นห่วงไม่ได้ รอยยิ้มน้อยๆ ของผู้เป็นพี่ส่งยิ้มให้
แทนคำตอบ ยังคงเป็นรอยยิ้มเดิม ที่เป็นห่วงเป็นใยเขาเสมอมา และพร้อมที่จะทำทุกอย่างให้เขาได้เสมอ


     ”ผมซื้อโกโก้ร้อนมาให้พี่สิด้วย พี่สิดื่มหน่อยนะครับ” สินาทเอ่ยอย่างเอาใจพี่สาวของตน พลางคอยบริการ
ปรับเตียงให้ร่างคนป่วยได้กึ่งนอนกึ่งนั่งบนเตียงผู่ป่วย และสามารถดื่มเครื่องดื่มที่เขาจัดหามา
โดยที่จะไม่ลืมส่งแก้วเครื่องดื่มให้สิปางด้วยเช่นกัน


      เวลาผ่านไปเกือบสองทุ่มร่างของคนป่วยหลับลงอีกครั้ง ด้วยฤทธิ์ยา สินาทหันมาบอกกับญาติผู้พี่
     “พี่ปางครับ ผมว่าพี่ปางกลับไปพักผ่อนก่อนดีกว่านะครับ เดี๋ยวผมจะดูแลพี่สิเอง แล้วอีกอย่าง
เดี๋ยวนางพยาบาลเขาจะเข้ามาดูแลต่อ ยังไงพี่ปางกลับบ้านไปก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยเข้ามาใหม่แล้วกันนะครับ”
สินาทเอ่ยอย่างเป็นห่วง เพราะไม่ต้องการให้ญาติผู้พี่ต้องมาอดนอน จนล้มเจ็บไปอีกคน เพราะดูสีหน้า
ของญาติผู้พี่ก็อ่อนเพลียไม่น้อย


     ” ก็ได้จ๊ะ ถ้ามีเรื่องอะไรด่วน ฉุกเฉินยังไง นาทโทรตามพี่ได้ตลอดเลยนะ แล้วพี่จะรีบมา” สิปางเอ่ยทิ้งท้าย
ด้วยความเป็นห่วงร่างที่นอนหลับไปด้วยฤทธิ์ยา


      ”ครับพี่ปาง” สินาทเอ่ย ส่งยิ้มให้ญาติผู้พี่ ที่สีหน้าของหล่อนเศร้าสร้อย หม่นหมอง


     ”งั้นพี่ไปนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้จ๊ะ” สิปางเอ่ยยิ้มตอบญาติผู้น้อง ก่อนที่จะหันหลังก้าวออกมาจากห้องผู้ป่วย
ด้วยความเจ็บปวดเสียใจ และอ่อนล้ากับสิ่งที่เข้ามาในชีวิต


                       …....................................


     ”อะไรนะครับ?” น้ำเสียงเอ่ยถามถูกเปล่งออกมาดังราวกับฟ้าผ่า ดังไปตามสาย ร่างที่นั่งบนโซฟาตัวยาว
ดีดตัวลุกขึ้น แทบจะกระโดดลุกเสียด้วยซ้ำ ไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งที่เขาได้ยินจะเป็นเรื่องจริง ถ้าเขาไม่ฉงน
สงสัยกับคำว่าทวงสมบัติคืน และไม่โทรถามทนายประจำตระกูลเขาคงไม่รู้เรื่องนี้เลยสักนิด


     ”คุณกรณ์ได้ยินไม่ผิดหรอกครับ คุณประพลยกบ้านเรือนไทยให้คุณสิปางเป็นของหมั้นของหมายจริง
พร้อมทั้งยกหุ้นในบริษัท และในเครือ ให้คุณสิปางยี่สิบเปอร์เซนต์” เสียงเอ่ยยืนยันมาตามสาย
ของทนายประจำตระกูล


     ”ผมไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าคุณพ่อได้ตัดสินใจทำแบบนั้น ทั้งๆ ที่ผมเป็นลูก แต่พ่อไม่เคยปริปาก
บอกผมสักคำ นี่มีแต่ผมใช่ไหมครับ ที่โง่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย” ปกรณ์เอ่ยอย่างไม่เข้าใจ ในสิ่งที่เกิดขึ้น


      ”เออ...ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไงนะครับคุณปกรณ์ เพราะทั้งหมดเป็นการตัดสินใจของคุณพ่อคุณ
ผมก็มีแต่หน้าที่ ที่จะต้องทำตามคำสั่งท่านเท่านั้น” ปลายสายเอ่ยตอบอย่างไม่สามารถ
ที่จะให้เหตุผลอะไรได้ไปมากกว่านี้


     ”ครับ...ผมเข้าใจครับ ยังไงผมก็ขอบคุณ คุณสุชาติ ที่ช่วยให้ความกระจ่างแก่ผม สวัสดีครับ....“
นิ้วเรียวหนากดปิดสัญญาณ พร้อมกับกำเจ้าโทรศัพท์เครื่องจิ๋วเอาไว้ในมือแน่น ราวจะให้แหลกคามือเขา
นัยน์ตาคู่คมของเขาเป็นแววประกายกร้าวด้วยความโกรธจัด เมื่อรับรู้ ว่าผู้หญิงร้ายกาจ นางมารร้าย
อย่างสิปาง จะหลอกล่อผู้เป็นพ่อเขา จนท่านยอมยกบ้าน และหุ้นส่วนในบริษัทให้ และยังไม่รวมถึงเงินทอง
ที่หล่อนได้รับในแต่ละครั้งอีกล่ะ นี่หล่อนต้องการทรัพย์สมบัติของตระกูลเขามากขนาดนี้เลยหรือ
?
แต่ความที่เขาโกรธจัด อารมณ์ของเขามันเกินจุดเดือด มันทำให้เขาลืมที่จะนึก ว่าอะไรเป็นสาเหตุ
ของการแก้แค้น ทวงคืนในครั้งนี้ เขารู้แต่เพียงว่า เขาอยากจะขย้ำ และฉีกร่างของหล่อนเป็นชิ้นๆ ถ้าเขาทำได้


              …........................


      สิปางก้าวกลับมาที่รถอย่างอ่อนล้า หมดกำลังใจ สิ่งที่หล่อนเฝ้าเพียรพยายามทำทุกอย่าง
เพื่อคนในตระกูล เพื่อปู่ เพื่อน้อง มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย ในเมื่อสิ่งที่หล่อนทำมันเป็นดาบสองคม
ที่ทำร้ายฝ่ายตรงข้าม และหันกลับมาทำร้ายตัวหล่อนเอง ถึงหล่อนจะได้บ้านสิตางค์กลับคืนมา
แต่หล่อนกำลังจะเสียญาติผู้น้องไป สิปางได้แต่ครุ่นคิด ก้าวเดินกลับมาที่รถของตนด้วยความเหม่อลอย
จนไม่ทันได้ระวังชนเข้ากับร่างของใครบางคนที่เดินสวนมา จากแรงกระแทกร่างของผู้หญิงวัยกลางคน
เซถลาเข้าหาตัวหล่อน โดยที่หล่อนไม่เอะใจเลยสักนิด ว่ามีบางสิ่งที่ถูกแตะแต้มเนื้อกายหล่อน
ได้แต่คิดว่าเป็นความเหม่อลอยของตนถึงได้เดินชนคนที่เดินสวนเข้ามา


     ”อุ๊ย! ขอโทษค่ะ คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?“สิปางรีบเอ่ยถามหญิงตรงหน้า ที่ทรงตัวอย่างรวดเร็ว


     ”ไม่เป็นไรจ๊ะ” เสียงเอ่ยตอบปฏิเสธพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ ที่ส่งมอบให้หล่อน และดูเหมือนว่ารอยยิ้มนั้น
กำลังเจือจางในม่านดวงตาคู่สวยของหล่อน เริ่มรู้สึกตัวชา มึนงง บังคับตัวเองไม่ได้ ไม่ว่าหญิงตรงหน้า
จะพูดอะไร หล่อนก็ยอมทำตามไปเสียหมด ยอมที่จะก้าวเดินไปขึ้นรถที่เคลื่อนตัวขับเข้ามาจอดด้านข้าง
และนั่นก็เป็นความรู้สึกสุดท้ายที่หล่อนจำได้


      ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน สิปางมารู้สึกตัวอีกที ในห้องกว้างบนเตียงนุ่ม หัวสมองของหล่อน
ยังคงมึนงง แต่ก็พยายามที่จะทรงตัวให้หยัดกายลุกขึ้นนั่ง และกวาดสายตามองสิ่งที่อยู่รอบตัว
แต่ก็ต้องชะงักเมื่อสบสายตาคู่คมดุของใครบางคน ที่เกินคำว่าคุ้นเคย จ้องหน้าหล่อนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ


     ”นาย!!“ เสียงเอ่ยตะโกนก้องด้วยความตกใจ แต่กลับกลายเป็นเพียงเสียงลมแผ่วเบาที่เล็ดลอด
ผ่านริมฝีปากอวบอิ่มของหล่อน
  พยายามจะกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากของตน ให้มีเสียงพอ
ที่จะเอ่ยถามคนตรงหน้า ว่าต้องการที่จะทำอะไรกับหล่อนกันแน่


     ”รู้สึกดีไหมล่ะสิปาง ฉันเชื่อว่าน่าจะเป็นยาตัวเดียวกันที่เธอใช้กับเหยื่อของเธอนะ”
น้ำเสียงเอ่ยถามเยาะเย้ย นัยน์ตาแววประกายอย่างเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มสะใจกระตุกขึ้นที่ริมฝีปากหนา
ที่เห็นอีกฝ่ายรับรู้รสชาติของการถูกมอมยาเสียบ้าง


      ”นาย...นายนี่มันเลวจริงๆ “ น้ำเสียงหวานพยายามเอ่ยเค้นถ้อยคำจากลำคอแห้งผาก
ต่อว่าผู้ชายตรงหน้า ที่นั่งสบายเอนอิงพิงตัวบนเก้าอี้บุนวมทรงกลม


      ”ฮึๆๆ....นี่เธอกำลังด่าตัวเธออยู่หรือสิปาง ฉันจะบอกอะไรให้นะ เดี๋ยวนี้เวรกรรมมันตามติดเร็ว
ยิ่งใครทำชั่วทำเลวมากแค่ไหน ผลกรรมก็จะสนองเร็วมากขึ้นเท่านั้น
!!“ ปกรณ์เอ่ยเสียงกร้าว
จับจ้องนังมารร้ายอย่างคาดโทษ ค่อยๆ ลุกจากที่นั่งของตน ก้าวย่างเข้าไปใกล้ร่างที่ยังคงไม่สามารถ
ขยับเคลื่อนไหวได้เต็มที่ ร่างสูงแกร่งทิ้งตัวลงนั่งบนที่นอนนุ่ม จนที่นอนอ่อนยวบไปตามน้ำหนักของเขา
และนั่นก็ทำให้ใจของสิปางหวั่นไหวไปด้วย พยายามกระถดกายหนี แต่เรี่ยวแรงของหล่อนยังคงไม่มากพอ
ที่จะขยับกายลุกหนีคนตัวโตที่คุกคามเข้ามาได้ ใบหน้าคมเข้ม ประกายตากร้าว โน้มก้มลงมาจนเกือบประชิด
ใบหน้าเนียน รับรู้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารินรดผิวเนื้อเนียน ริมฝีปากหนาของเขาขยับเพียงเล็กน้อย
ให้น้ำเสียงที่เค้นผ่านลำคอแกร่งลอดผ่านไรฟัน


     ”กลัวหรือสิปาง ในเมื่อเธอใช้แผนนี้ทำลายครอบครัวของฉัน เธอก็ควรจะรับรู้รสชาติของมันด้วยเหมือนกัน
แล้วจำเอาไว้นะสิปาง ว่าเธอจะไม่มีทางได้ทรัพย์สมบัติของตระกูลฉันไปแม้แต่บาทเดียว”
น้ำเสียงเอ่ยเค้นผ่านลำคอ ทั้งทุ้มต่ำ กร้าว เสียจนเสียวสันหลัง แต่ร่างที่ยังคงมึนงง กับไม่รู้สึกเช่นนั้น
คำว่าทรัพย์สมบัติของตระกูลเขา ทำให้หล่อนคอแข็ง จ้องดวงตาคู่คมดุนั้นด้วยแววตากร้าวไม่ต่างกัน


     ”หน้าด้าน! นั่นมันทรัพย์สมบัติของตระกูลนายที่ไหนกัน แย่งชิงเขามาทั้งนั้น!” สิปางตอกกลับ
ใส่ใบหน้าคมเข้มนั้นอย่างไม่หยี่ระ และคำพูดของหล่อน ก็ทำให้ใบหน้าคมเข้มฉงน แต่นั่นก็เป็นเพียงชั่วครู่เท่านั้น
เมื่อใบหน้าของเขากลับมากร้าวดั่งเดิม


      ”ฮึๆๆ แย่งชิงหรือ? มันน่าจะเป็นเธอมากกว่านะ ที่ทำมารยาทุกอย่างแย่งชิงของที่ไม่ใช่ของตนเอง
เอาไว้ครอบครอง แต่ช่างมันเถอะ ยังไงตอนนี้ฉันมีอะไรสนุกๆ ให้เธอเล่น ฉันว่าเธอน่าจะชอบมัน”
ปกรณ์ไม่พูดเปล่า กลับหยิบผ้าเช็ดหน้าในลิ้นชักข้างหัวเตียง และโปะไปยังจมูกเรียวโด่งของหล่อน
ที่ไม่สามารถดิ้นรนหรือขัดขืนการกระทำของเขาได้เลยแม้แต่น้อย


     กลิ่นฉุนที่ปะทะเข้ากับจมูกเรียวโด่งของสิปางอย่างรวดเร็ว ทั้งที่พยายามจะกลั้นลมหายใจ
แต่ก็ไม่สามารถที่จะกักกลั้นกลิ่นของมันได้ สมองของหล่อนมึนงงขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายเริ่มรับรู้
ถึงสิ่งที่ผิดปกติในกาย เลือดในร่างกายสูบฉีดเร็วและแรง ลมหายใจของหล่อนเริ่มอึดอัด
ความร้อนแผ่ซ่านทั่วเนื้อกายสาว เหงื่อเม็ดโตผุดผ่ายบนหน้าผากเนียน นัยน์ตาคู่สวยเริ่มแปรเปลี่ยน
เป็นแววประกายวาบหวาม แต่ยังคงพยายามสะกัดกลั้นความรู้สึกตนเอง ที่มันร้อนรุ่มต้องการสิ่งที่หล่อน
ไม่ได้ตั้งใจปรารถนา นัยน์ตาคู่สวยช้อนสายตาหวานวาบหวาม จับจ้องไปยังร่างสูงแกร่งที่ถอยห่าง
ออกจากเตียงกว้าง รอยยิ้มสะใจยังฉายชัดไปทั่วใบหน้าคมเข้มของเขา


     ”รู้สึกเป็นอย่างไรบ้างล่ะสิปาง แต่เธอจะรู้สึกดีขึ้นมากกว่านี้ ถ้าได้ถูกปลดปล่อย”เสียงเอ่ยเยาะเย้ย
พร้อมกับเสียงปรบมือของสองฝ่ามือหนาที่ประกบเข้าหากัน และร่างของชายหนุ่มเปลือยกายท่อนบน
สวมเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ก็ก้าวเข้ามาหยุดที่ข้างเตียงของหล่อน สิปางได้แต่มองหน้าชายแปลกหน้า
สลับใบหน้าของคนที่ยืนแสยะยิ้ม ถึงความรู้สึกของหล่อนจะจ้องมองชายทั้งคู่ด้วยแววตาโกรธแค้น
แต่กลับกลายเป็นแค่แววตาหวานหยาดเยิ้ม ยั่วยวนเท่านั้น ที่อีกฝ่ายได้รับ หัวใจของหล่อนทั้งเจ็บ ทั้งแค้น
ที่ถูกซาตานมารร้ายอย่างนายปกรณ์เอาคืนหล่อน พยายามบังคับฝืนตัวเองเท่าใด ก็ไม่มีทางที่จะดับอารมณ์
ปรารถนาที่มันคุกรุ่นจนแทบจะทะลักล้นนี้ขึ้นมาได้ 


     ”ฮึๆๆ ภาพและเหตุการณ์ที่จะปรากฎอีกในไม่กี่นาทีข้างหน้า จะถูกบันทึกเก็บเอาไว้
และนำส่งต่อไปยังพ่อฉัน เหมือนที่เธอเคยทำเอาไว้กับแม่ฉันไง
! ผู้หญิงอย่างเธอมีฉันเป็นใบเบิกทางไปแล้ว
หลังจากนี้ไปก็จะเป็นสิ่งที่เธอต้องเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ขอให้เธอสนุกกับเกมนี้นะสิปาง
!”
น้ำเสียงหัวเราะต่ำในลำคออย่างสะใจ ก่อนที่จะเอ่ยเน้นย้อนเหตุการณ์ในสิ่งที่หล่อนเคยได้กระทำ
ปกรณ์ก้าวกลับไปนั่งยังที่ของตน มองอาการของคนที่ทุรนทุรายต้องการดับอารมณ์ปรารถนา
ที่สุมอยู่ในกายตน และรอเวลาอีกนิดให้หล่อนมีอาการที่เกินควบคุม และไม่สามารถยับยั้ง
อารมณ์ปรารถนาได้อีกต่อไป

     ปกรณ์หันมาส่งสัญญาณให้ชายหนุ่มเริ่มลงมือ โดยที่เขาเป็นฝ่ายจับภาพเหล่านั้นเอาไว้
ด้วยอารมณ์ที่คิดแต่จะแก้แค้น เอาคืนให้สาสมกับสิ่งที่หล่อนกระทำไว้กับคนในครอบครัวของเขา


     สิปางเริ่มไม่รับรู้ และไม่สามารถสะกัดกลั้นความต้องการที่ร้อนแรงของตนได้ ยอมให้ชายแปลกหน้า*********ขอตัดค่ะเพราะไม่เหมาะสมกับเยาวชน และนิยายรักสีขาว


      ”หยุด!!“ น้ำเสียงสั่งของนายจ้าง หยุดอาการของชายหนุ่มวัยคะนองให้ชะงัก แต่เรือนร่างงดงามเย้ายวน
ไม่ได้หยุดตามไปด้วยยังคงเบียดกายเข้าหาอกแกร่งอย่างห้ามความต้องการของตนเองไม่ได้
    “นายกลับออกไปได้แล้ว” น้ำเสียงเอ่ยไล่คนตรงหน้าที่ยังคงงุนงงกับคำสั่งสายฟ้าแล่ป ที่ไม่ได้เป็นไปตาม
ดังข้อตกลงทีแรก “ออกไป
!!“น้ำเสียงเข้มตะคอกกร้าวอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงล่ำลุกจากเก้าอี้ที่ตนนั่ง
จ้องหน้าผู้ถูกว่าจ้างด้วยแววตากร้าว ราวราชสีห์ จนชายหนุ่มต้องรีบสะบัดเรือนร่างเย้ายวนไปอย่างน่าเสียดาย
รีบก้าวลุกจากเตียงกว้าง ก้าวยาวไปยังด้านนอกที่เป็นห้องรับแขก คว้าเสื้อผ้าของตนมาใส่อย่างเร่งรีบ และงุนงง
โดยที่ร่างของนายจ้างยังคงตามเขามาด้านนอก และส่งยื่นค่าตอบแทนตามจำนวนที่เขาจะได้รับ
ชายหนุ่มรับมาและตรวจนับ ตรงกันตามที่ตกลงกันเอาไว้เมื่อก่อนหน้านี้ ร่างสูงล่ำ ตัวหนากว่าเขา
ก้าวยาวไปที่บานประตู พร้อมเปิดออกกว้างเป็นการเชิญให้ออกไปแต่โดยดี ถึงแม้จะไม่ได้กระทำตามที่ตกลง
กันเอาไว้ แต่ในเมื่อจำนวนค่าจ้างตรงตามจำนวน เขาก็ไม่รอช้าที่จะก้าวยาวออกจากห้องไป
ทั้งๆ ที่เขาก็เสียดายไม่น้อย ที่ไม่ได้ปลดปล่อยนางฟ้าหน้าหวาน เรือนร่างเย้ายวนนั่น แต่ก็ช่างเถอะ
ยังไงเงินก็สำคัญกว่า



     บานประตูห้องถูกปิดลง ปกรณ์ก้าวยาวกลับเข้าไปยังห้องนอนอีกครั้ง เรือนร่างงดงามเย้ายวน
ยังคงบิดกายไปมาด้วยอารมณ์ปรารถนารัญจวนบนเตียงกว้าง เขาทิ้งตัวลงนั่งที่เก่าอีกครั้ง
ฝ่ามือหนากดทับไปยังหน้าผาก พร้อมกับก้มหน้าต่ำ ปิดเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยล้า ใช้นิ้วเรียวหนา
กดไปยังขมับทั้งสองข้าง ที่ปวดหนึบขึ้นมาจากแรงกดดัน ต่อสู้ ขัดขืนอยู่ในหัวสมองของเขา
ที่เขาพยายามจะระงับอารมณ์อะไรบางอย่างที่มันถาโถมเข้ามาแทรกกดทับอารมณ์เคียดแค้น
ต้องการที่จะเอาคืนหล่อนให้สาสมกับสิ่งที่หล่อนทำเอาไว้ และสุดท้ายอารมณ์อะไรบางอย่างนั้นก็ชนะ
เขากลับเป็นฝ่ายที่ทนไม่ได้ ที่ต้องทนเห็นเรือนร่างงดงามเย้ายวน ที่เขาเคยได้แตะต้องสัมผัส
และยังคงโหยหาอยู่ในใจลึกๆ ตกเป็นของคนอื่น เขาไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกในใจของตนเองอย่างไร
รู้แต่เพียงว่าเขาทนไม่ได้ และไม่ต้องการที่จะให้เหตุการณ์นี้ดำเนินต่อไปจนจบ สายตาคู่คมดุของเขา
จับจ้องไปยังร่างงดงามเย้ายวนนั่นอีกครั้ง น้ำเสียงฮึมฮำแสนหวานยั่วเย้า บิดกายส่ายไปมาช่างเป็นภาพ
ที่ทำให้หัวใจแกร่งกระตุกสั่นไหว เขาก้าวยาวไปยังเตียงกว้างพร้อมกับช้อนร่างที่เหลือเพียงชั้นในตัวจิ๋ว
ปกปิดส่วนที่อ่อนไหวในร่างกายเอาไว้ นิ้วเรียวเล็กอ่อนละมุนลูบไล้ไปยังใบหน้าคมเข้มของเขา
ปรือตามองเขาอย่างหวานฉ่ำวาบหวาม ยั่วยวนเป็นที่สุด เขารีบก้าวยาวไปยังห้องน้ำ ก่อนที่มือไม้เรียวเล็ก
จะซุกซนสัมผัสไปที่กายแกร่งของเขา ร่างบอบบางงดงามเย้ายวนถูกหย่อนกายลงไปยังอ่างอาบน้ำ
พร้อมกับสายน้ำที่เย็นเยียบจากฝักบัวถูกปลดปล่อยหลั่งรินรดเรือนร่างเย้ายวนนั้น จนกายสั่นสะท้าน
ไปด้วยความเย็นที่เกาะกินผิวเนื้อนวลเนียน

       ปกรณ์จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจนเกินอธิบาย เรือนร่างขาวนวลเนียนสั่นสะท้าน
นอนขดกายงอตัวในอ่างอาบน้ำ เส้นผมที่ยาวสลวยเปียกลู่แนบศรีษะได้รูป ริมฝีปากอวบอิ่มสั่นระริก
จนเขาต้องเป็นฝ่ายรีบหยุดสายน้ำเย็นเฉียบนั้นเอาไว้ ก่อนที่หล่อนจะหนาวมากเกินไปกว่านี้
เขาช้อนร่างที่สั่นราวกับลูกนกเอาไว้ในอ้อมแขนแกร่งอีกครั้ง ก้าวยาวกลับไปที่เตียงนอนกว้างอีกครั้ง
วางเรือนร่างเปียกปอนลงบนที่นอนนุ่ม คว้าหยิบผ้าขนหนู มาซับหยาดน้ำที่พร่างพราวบนผิวเนื้อเนียน
ที่มีอาการหนาวสั่น ถึงปากบอกว่าเกลียด แต่ใจของเขากลับตรงกันข้าม ไม่สามารถทำตามสมอง
ที่สั่งให้แก้แค้นเอาคืน โดยปล่อยให้หัวใจเป็นฝ่ายชนะหัวสมอง

                                        *************************************



สวัสดีแฟนๆ ที่ติดตามผลงานของผู้เขียนนะคะ  เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ผู้เขียน สร้างตัวละครที่ร้ายกาจมาก(จนแฟนๆ มอบตำแหน่งนางมารร้าย แทนที่ตำแหน่งนางเอก555+)  ถ้าผู้ใดที่เคยได้ติดตามผลงานเขียนของผู้เขียนในเรื่องเก่าๆ จะรู้ว่าฉีกแนวไปเลย
แต่ก็ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง ที่เข้ามาติดตามอ่านนิยายของผู้เขียน ทั้งเมนท์ และคะแนนโหวต  นั่นเป็นแรงกำลังใจให้ผู้เขียนได้มาอัพนิยาย  ขอบคุณมากค่ะ  ขอบคุณจริงๆ

รักคุณ คุณ ที่สู๊ดดดดดดดดดดดดดด
ธันยชนก79


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

262 ความคิดเห็น

  1. #163 LADY ' TIGER (@sassry) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2552 / 20:02
    หวงเขาสินะนายปกรณ์
    #163
    0
  2. #89 nuri.j (@nuri) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 / 20:05
    ปกรณ์ซะอีกที่ยังมีสำนึกสุดท้าย รั้งเขาเอาไว้ไม่ให้ทำอะไรร้ายไปกว่านี้
    อาจจะเป็นสำนึกจากส่วนลึกของหัวใจ ที่บอกตัวเองกว่า
    สิปางเป็นของเขา ความรู้สึกโหยหา ยังอยู่ครบถ้วน
    งานนี้หัวใจชนะสมอง ขาดลอยค่ะ
    #89
    0
  3. #88 ชอบมากคะ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 / 00:44
    ชอบมากคะ อ่านรอบเดียวจบเลย

    มาอัพไวไวนะคะ
    #88
    0
  4. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2552 / 17:41
    ปากบอกว่าเกลียด
    แต่ใจบอกว่ารัก
    #87
    0
  5. #82 มาดามยี่หุบ (@minhoooooo) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2552 / 13:04
    ชอบมากคะอ่านทุกตอนเลยน่าอ่าน  ตอนต่อไปนางเอกเราจะเป็นอย่างไร แต่คิดว่า อยากให้นางเอกเราหยุด
    การแก้แค้นแล้วก็หนีจากพระเอกไปอยู่เมืองนอก( ต่างประเทศคะ)แล้วให้พระเอกรู้ใจตัวเองคะว่ารักนางเอกเรามากเพียงไรแล้วบอกรักนางเอกคะ ชอบแบบนี้คะ  นะคะ อยากอ่านแบบนี้มักนะคะ ชอบมากคะจะโวตให้เยอะเยอะคะ















    #82
    0