ไฟไหม้ไฟ (พิษสิเน่หาพยาบาท)

ตอนที่ 28 : ตอนที่ 28 ความลับไม่มีในโลก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3524
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    7 พ.ย. 52

ตอนที่ 28 ความลับไม่มีในโลก


       สายตาคู่คมดุของปกรณ์ยังคงจับจ้องที่ท้ายรถคันงามของสิปางอย่างไม่คลาดสายตา
ตัวหนังสือตัวโตสีเขียวของป้ายขนาดยักษ์ พร้อมกับท้ายรถคันงามที่เลี้ยวขับเข้าไปยังด้านใน
ทำให้เขาขมวดคิ้วอย่างฉงน

      ”โรงพยาบาล? ใครเป็นอะไร? หรือว่า?“ ปกรณ์เอ่ยพึมพำถามตนเองด้วยความสงสัย
และไม่เข้าใจ ว่าทำไมสิปางถึงขับรถเข้ามาที่โรงพยาบาล หรือว่าการกระทำเมื่อคืน
กับเมื่อช่วงเช้าเขาจะหนักมือกับหล่อนจนเกินไป จนถึงกับขนาดต้องมาหาหมอ 
แต่ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเขาไม่เห็นหล่อนแสดงอาการเจ็บปวด หรือแม้แต่การร้องไห้
คร่ำครวญกับการสูญเสียในสิ่งที่ตนหวงแหนเลยเสียด้วยซ้ำ
     รถคันงามของสิปางจอดเทียบทางด้านแผนกฉุกเฉิน ร่างบอบบางงดงามเย้ายวน
ที่เขายังคงจำได้ดีทั่วทุกตารางนิ้วก้าวลงมาจากรถ วิ่งอ้อมไปยังอีกด้านของคนขับ
พร้อมกับเปิดประตูประคองร่างของหญิงสาว ตัวดำ ฟันยื่น ผมหยิกยาว “อ้อย”
สาวใช้คนใหม่ในบ้านของเขา

      ปกรณ์พยายามจ้องมองภาพตรงหน้าเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง
เมื่อฝ่ามือเรียวเล็กบอบบางนุ่มละมุนที่เคยสัมผัสผิวกายของเขาอย่างเว้าวอน
จะขยุ้มผมหยิกยาวของอ้อยสาวใช้ ก่อนที่จะกระชากให้หลุดติดมือของหล่อน
และถูกปาเข้าไปในรถอย่างไม่แยแส เผยให้เห็นความจริงว่าอ้อยในสภาพที่เขาเข้าใจนั้น
แท้จริงแล้วไม่ได้ผมหยิกฟูอย่างที่สายตาเขาเห็น นั่นคือวิกที่หล่อนสวมใส่ปกปิดซ่อนตัวตน
ที่แท้จริงเอาไว้ ซึ่งณ
.เวลานี้ เขาเองก็ยังไม่เข้าใจแม้แต่น้อย ว่าอะไร และทำไมที่อ้อย
ต้องมีความจำเป็นในการปกปิดตัวเองเช่นนั้น รถเข็นผู้ป่วยถูกเจ้าหน้าที่เข็นมารับร่าง
ของคนป่วยอย่างเร่งรีบ ร่างบอบบางของสิปางก้าวตามรถเข็นที่เจ้าหน้าที่กำลังทำหน้าที่
เข็นร่างผู้ป่วยอย่างกระชั้นกระชิด
      ปกรณ์ยังคงงุนงงกับภาพที่ได้เห็น แต่สมองของเขายังคงสั่งงานรวดเร็ว รีบก้าวลงจากรถ
และติดตามภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าอย่างไม่ให้คลาดสายตาเลยแม้แต่วินาทีเดียว


      ภายหน้าห้องฉุกเฉิน สิปางยังคงหน้าซีด เดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายใจ
มือไม้ของหล่อนเย็นเยียบ สั่นไหวน้อยๆ จนหล่อนต้องประสานมือเอาไว้ หยุดความสั่นไหว
ที่ช่างยากเสียเหลือเกินในการควบคุม เสียงฝีเท้าที่ย่ำหนักๆ ของร่างสูงล่ำ ที่ก้าวมาตามทิศทาง
บนทางเดินของโรงพยาบาล ทำให้สิปางตรงเข้าสวมกอดร่างนั้นเอาไว้อย่างหาที่พึ่ง
ถึงหล่อนจะดูเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว แต่ลึกๆ จิตใจของหล่อนกลับเปราะบางเสียเหลือเกิน


     ”นาท...นาท” สิปางร้องเรียกญาติผู้น้องเสียงสั่น


     ”ไม่ต้องกังวลไปครับพี่ปาง ยังไงพี่สิ ก็ถึงมือหมอแล้ว ผมว่าพี่ปางใจเย็นๆ ดีกว่านะครับ”
สินาทปลอบประโลมผู้เป็นญาติผู้พี่ ประคองร่างที่ยังคงสั่นไหว ให้นั่งลงเคียงข้างเขา
บนเก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน ฝ่ามือหนาอบอุ่นบีบกระชับมือที่สั่นเทาของสิปางเอาไว้แน่น
ไม่ให้หล่อนรู้สึกเดียวดายหมดที่พึ่ง


      คิ้วหนาเข้มของปกรณ์กระตุกไหว ดวงตาคู่คมดุเป็นแววประกายกร้าว
เมื่อได้เห็นภาพที่เกิดขึ้นในมุมหนึ่งที่เขาซ่อนตัว ความรู้สึกที่เขาไม่เคยอธิบายได้เลย
เกาะกินเข้ามาในใจของเขาอีกครั้ง มันถาโถมจนแทบจะเกินจุดเดือด เมื่อเห็นร่างบอบบาง
เย้ายวนที่อ้อมกอดแกร่งของเขายังคงรู้สึกและยังคงสัมผัสได้ในขณะนี้สวมกอดกับเจ้าเด็กหนุ่มกล้ามโต
ที่เขาเคยเห็นทั้งคู่ควงกันสวีตหวาน และไปส่งกันยังคอนโดของหล่อน ยิ่งเจ้าเด็กหนุ่มนั่น
ประคองร่างบอบบางในอ้อมแขนให้นั่งเคียงข้างกัน กุมมือกันและกันไม่ยอมห่าง ทำให้อารมณ์ของเขา
เดือดระอุ มิหนำซ้ำเจ้าหล่อนยังพิงซบไหล่กว้าง อี๋อ๋อ ออดอ้อน ออเซาะ ราวกับจะเป็นจะตาย
ทั้งๆ ที่คนเจ็บ คนป่วย อยู่ในห้องฉุกเฉินต่างหาก ไม่ใช่หล่อน
!!


      เสียงบานประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออกกว้าง พร้อมร่างของนายแพทย์ ก้าวออกมายังด้านนอก
สิปางลุกก้าวเร็ว เข้าหานายแพทย์ผู้ที่ตรวจรักษาอาการของญาติผู้น้อง รีบเอ่ยถามถึงอาการของคนด้านใน


     ”คุณหมอคะ น้องดิฉันเป็นอย่างไรบ้างคะ?“


     ”ผมฉีดยาระงับปวด และยานอนหลับชนิดอ่อน เอาไว้ให้คนไข้แล้ว ให้คนไข้ได้พักผ่อน
เดี๋ยวเราจะนำคนไข้ไปยังห้องพักชั้นสอง แต่ผมขอคุยกับญาติคนไข้ก่อนสักครู่นะครับ”

     ”ค่ะ...ได้ค่ะ” น้ำเสียงเอ่ยสนทนาของคนทั้งคู่ ดังพอที่จะทำให้คนที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่ง
ได้ยินถ้อยคำสนทนานั่น และทวนคำที่เขาได้ยินอีกครั้ง


     ”น้อง!?“ ปกรณ์ทวนคำพูดนั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อหูของตนเอง มองตามร่างคู่สวีตหวาน
ที่ประคองกันก้าวตามหลังผู้เป็นนายแพทย์ ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งหล่าน ก่อนที่จะหาจังหวะ
ก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ตามที่หูของตนได้ยิน


       ปกรณ์รอคอยจนกระทั่งนางพยาบาลสาวเข็นผู้ป่วยเข้าไปภายในห้อง และติดชื่อผู่ป่วยหน้าห้อง
จนเสร็จเรียบร้อย สายตาคู่คมของเขามองตามร่างนางพยาบาลสาว ที่ก้าวเดินห่างหายจากทางห้อง
ของผู้ป่วย เขาก้าวยาวจากที่ซ่อน ปราดมองรายชื่อที่ติดทางด้านหน้าห้อง
     “สิริมา จันทร์สิทธิ” เขาทวนชื่อนั้นในสมองช้าๆ อีกครั้ง ชื่อของหล่อนคุ้นหูเขาไม่น้อย
แต่ยังไม่สามารถลำเลียงลำดับได้ ว่าเขาเคยได้ยินชื่อของหล่อนจากที่ใด บานประตูห้องถูกเปิดออกกว้าง
เขาก้าวยาวเข้าไปยังด้านในอย่างไม่รีรอ

     ภาพของหญิงสาวที่เคยมีเรือนผมหยิกยาว ฟันยื่น ตัวดำ ไม่ได้ปรากฎสู่สายตาของเขาอีกต่อไป
กลับกลายเป็นหญิงสาวผิวกายขาว ผมยาวสลวย เป็นผู้หญิงที่มีใบหน้าที่งดงามคนหนึ่ง มองผิวเผิน
มีส่วนละม้าย คล้ายใครบางคนที่อยู่ในความทรงจำของเขาเสมอ “สิปาง สิทธิจันทร์” เขายังคงจับจ้อง
ใบหน้าซีดเซียว ที่ยังคงหลับตานิ่ง คำว่าน้อง หวนเข้ามาในสมองของเขาอีกครั้ง

    ใช่...ทั้งคู่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกัน แต่นามสกุล ไม่ใช่ “จันทร์สิทธิ....สิทธิจันทร์”
ปกรณ์ทวนนามสกุลของคนทั้งคู่ไปมา คิ้วหนาเข้มขมวดเข้ากันอย่างนึกสงสัย และตรึกตรอง
แต่เสียงรองเท้าส้นสูง ที่ย่ำลงบนพื้นดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทำให้เขาหยุดชะงักกับความคิดเอาไว้ทั้งหมด
เร้นกายซ่อนตัวหลังบานประตูห้องน้ำอย่างรวดเร็ว


     เสียงบานประตูห้องพักถูกเปิดออกกว้าง พร้อมร่างของสิปาง ตามด้วยสินาท ก็ก้าวยาวเข้ามายังด้านใน
สิปางเดินตรงเข้าไปดูอาการของผู้เป็นน้องด้วยหัวใจที่บอบช้ำ และเจ็บปวด ฝ่ามือเรียวเล็กลูบไล้ไรผม
ที่ระใบหน้าขาวซีดนั่นอย่างแผ่วเบา น้ำตาแห่งความเสียใจ และรู้สึกผิด รินไหลอาบแก้มเนียน


     ”สิ..พี่ขอโทษ ถ้าพี่รู้เร็วกว่านี้สักนิด พี่จะไม่ให้สิเข้ามาเกี่ยวข้องกับแผนการแก้แค้นในครั้งนี้ พี่ขอโทษ”
สิปางคร่ำครวญทั้งน้ำตา เสียใจ และรู้สึกผิด กับสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้อยคำบอกเล่าอาการของผู้เป็นน้อง
จากนายแพทย์เจ้าของไข้ ยังคงดังก้องหู


      ”น้องของคุณเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะสุดท้าย โอกาสรอดมีน้อยมาก ถ้าได้รับการรักษา
ตั้งแต่เนิ่นๆ มีสิทธิ์ที่จะหายจากโรคนี้ได้ แต่ตอนนี้ ผมคงบอกได้แต่เพียงว่า ให้ญาติคนไข้ได้แต่ทำใจ”
เสียงเอ่ยบอกของนายแพทย์ ที่ตรวจเช็คอาการของคนไข้ พร้อมกับสอบถามประวัติการรักษา
จากคนไข้ที่ยังพอให้ตอบคำถามได้ดี


      สิปางยังคงไม่เข้าใจ ว่าทำไมสิริมาจะต้องมาเจอะเจอเรื่องร้ายๆ แบบนี้ ทั้งๆ ที่วัยของหล่อน
เพิ่งจะยี่สิบต้นๆ แต่การที่สิริมาทำงานเป็นหญิงบริการตั้งแต่อายุยังน้อย เจอะเจอ และรับสภาพ
จากชายแปลกหน้าหลากหลายรูปแบบ ทำให้เป็นสาเหตุของการเกิดโรคร้ายนี้ และสิปางเองก็ไม่เคยรับรู้
หรือระแคะระคายกับการเจ็บป่วยของญาติผู้น้องเลยสักนิด ถ้าหล่อนรู้ หล่อนจะไม่มีวันให้สิริมา
ต้องมารับบทหนักในแผนการแก้แค้นครั้งนี้


      ”พี่ผิดเองสิ ที่คิดแต่จะแก้แค้น ต้องการทรัพย์สมบัติของเราคืน โดยที่ไม่เคยถาม
หรือสังเกตอาการของสิเลย พี่ขอโทษ”  สิปางยังคงเอ่ยคร่ำครวญทั้งน้ำตา เฝ้าโทษตัวเอง
ที่ทำให้ญาติผู้น้องอาการแย่ลง โดยการให้สิริมารองรับอารมณ์ของผู้ชายในตระกูลฤทธิ์เกรียงไกร


     ”อย่าโทษตัวเองเลยครับพี่ปาง ไม่มีใครต้องการให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ผมว่า กว่าพี่สิจะตื่น
คงอีกนาน เราไปเตรียมซื้อของใช้ส่วนตัวให้พี่สิจะดีกว่าครับ เพราะพี่สิคงจะอยู่โรงพยาบาลอีกหลายวัน”
สินาทเอ่ยปลอบญาติผู้พี่ ไม่ต้องการให้หล่อนเฝ้าโทษตัวเอง ถึงเขาจะตกใจกับข่าวร้ายที่ได้รับ
แต่เรื่องแบบนี้ไม่สามารถโทษให้ใครเป็นผู้ผิดได้

      สิปางปาดน้ำตาตัวเองอย่างลวกๆ ก่อนที่จะหันมาทางสินาท ยอมทำตามคำพูดของเขา
อย่างว่าง่าย เมื่อนึกขึ้นได้ ว่าสิริมาไม่มีของใช้ส่วนตัวติดมาเลยแม้แต่น้อย

     “ดีจ๊ะ...งั้นเรารีบไปกันเถอะ พี่ไม่อยากให้สิต้องตื่นขึ้นมา และไม่เจอใคร” สิปางเอ่ย พลางหมุนตัว
ก้าวเดินยาวออกจากห้องพักผู้ป่วย โดยที่สินาทก้าวตามญาติผู้พี่ไป


     เสียงคร่ำครวญของสิปาง เอ่ยถึงการแก้แค้น การวางแผน การทวงสมบัติคืน ทำให้สมองของปกรณ์
ทบทวนลำดับเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นทั้งหมด เริ่มจากปราการ ที่คำบอกเล่าของเขากลับเข้ามา
ในหัวสมองของปกรณ์อีกครั้ง


     ”ผมไม่รู้จริงๆ ครับพี่กรณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม ผมไม่ได้แตะเหล้าเลยสักนิด แต่ผมกลับมีความรู้สึกมึนๆ
งงๆ เหมือนคนเมา และก็ไม่รู้สึกตัว มารู้สึกตัวอีกที ที่ห้องของผม แต่ผมก็ยังคงมีอาการมึนงง นัยน์ตาพร่า
มองเห็นภาพอะไรไม่ค่อยชัด จนเห็นภาพเรือนร่างของใครบางคน และกลิ่นหอมหวานที่ผมคุ้นเคย
ทำให้ผมเข้าใจ และเชื่อว่าเป็นสิปาง และผมไม่รอช้าเลยที่จะเก็บเกี่ยวสิ่งที่หอมหวานเย้ายวนของผู้หญิงที่ผมรัก
แต่นั่นกลับไม่ใช่ในสิ่งที่ผมเข้าใจ ผู้หญิงที่นอนเคียงข้างผม กลับเป็นผู้หญิงที่ผมรู้จักเพียงชั่วครู่ในผับ
ผู้หญิงที่เผลอเดินมาชนผม ผู้หญิงที่เลี้ยงเครื่องดื่มผมเป็นคำขอโทษ “สิริมา” ครับเธอชื่อสิริมา ผมยังคงจำชื่อ
และรูปร่างหน้าตาของเธอได้ดี เพราะเธอมีส่วนละม้ายคล้ายสิปางไม่น้อย จนทำให้ผมเข้าใจผิด
คิดว่าเป็นสิปาง
........“
    
คำบอกเล่าของผู้เป็นน้องที่เอ่ยสารภาพ และระบายกับเขาถึงสาเหตุที่สิปางบอกเลิก ปฏิเสธสายสัมพันธ์
เขาลำดับเรื่องราวที่เริ่มจะคลี่ปมปริศนาที่ค้างคาใจของเขา
     ภาพของหญิงสาวที่ก้าวเดินออกมาจากห้องนอนของผู้เป็นพ่อกลางดึก และหายกลับเข้าไปในห้อง
ของสาวใช้นานร่วมครึ่งชั่วโมง ใช่
!! ร่างที่เขาเห็นจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจากร่างที่นอนป่วยหน้าซีด
อยู่บนเตียงคนป่วยในขณะนี้ และเขาก็เข้าใจท่องแท้ ว่าทำไมสิปางถึงยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทั้งๆ ที่แต่งงาน
อยู่ร่วมกับพ่อของเขามาเป็นอาทิตย์ๆ หัวสมองเขาคิดทบทวนอย่างหนัก ไม่อยากจะเชื่อ ถ้าร่างที่นอนป่วย
อยู่ตรงนี้เป็นน้องของสิปางจริงๆ สิปางก็เป็นพี่ที่เห็นแก่ตัวที่สุด ที่ใช้เรือนร่างของน้องให้รองรับ
อารมณ์ของผู้ชายอื่น  โดยที่ตัวเองไม่ต้องเสียอะไรเลย

       แต่ดูเหมือนปมจะยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เมื่อภาพของเด็กหนุ่มกล้ามโตตัดเข้ามา
ในสมองของเขาอีกครั้ง แล้วสิ่งที่เขาพยายามนึกทบทวนก็ปรากฎผ่านแทรกเข้ามา
    ใช่
!! เจ้าเด็กหนุ่มนี่ คือคนๆ เดียว ที่อยู่ในรูปถ่ายอัปยศพวกนั้น รูปที่แม่ของเขาควงเจ้าเด็กหนุ่ม
ที่เข้าออกโรงแรมในต่างจังหวัดอย่างกับคู่รักข้าวใหม่ปลามัน เหตุการณ์ทุกอย่างถูกรวบรวมโยง
เข้าหากันอย่างลงตัว  คนที่วางแผนให้ครอบครัวเขาต้องแตกแยก ต้องสูญเสีย ไม่ใช่ใครที่ไหน
...สิปาง!
ผู้หญิงมารยาร้อยเล่ห์ เป็นนังมารร้ายที่สุด เท่าที่เขาได้เคยเจอะเจอในชีวิตนี้ สิ่งที่เคยเป็นความลับถูกเปิดเผย
ฝ่ามือหนากำเข้าหากันจนแน่น กล้ามเนื้อแกร่งถูกเกร็งแข็งขืนใบหน้าคมเข้มของเขา เหี้ยมจัด
แววตาเป็นแววประกายกร้าวราวกับเปลวเพลิงที่ลุกโชน กรามถูกบดขยี้เข้าหากันจนเป็นสันนูน
อารมณ์ที่คุ่กรุ่นอยู่ภายในนั้น เกินจุดเดือด จนแทบจะทะลัก เต็มไปด้วยความโกรธ เกลียด เคียดแค้น
ที่มันสุมอกของเขาเสียยิ่งกว่ากองไฟกองโต และพร้อมที่จะแผดเผา คนที่ชื่อว่าเป็นศัตรูให้มอดไหม้
ดับดิ้นไปตรงหน้า


      ”ฉันเตือนเธอแล้วนะสิปาง! ในเมื่อเธอคิดจะเล่นกับไฟ! ฉันก็จะให้เธอรับรู้รสชาติ ว่าไฟนรกอย่างฉัน
มันจะเผาเธอให้มอดไหม้ได้แค่ไหน
!” เสียงเอ่ยเค้นผ่านลำคอแกร่ง กร้าว กระด้าง ไม่ต่างอะไร
จากใบหน้าคมเข้ม ที่เต็มไปด้วยไฟแค้น เขาก้าวยาวออกจากที่ซ่อน กลับไปที่รถของเขา
โทรศัพท์เครื่องจิ๋วถูกฝ่ามือหนากดหาหมายเลขที่ตนต้องการ ถ้อยคำสนทนาถูกสื่อสาร
ให้ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าใจในความต้องการของกันและกัน ก่อนที่จะถูกกดตัดสาย ใบหน้าคมเข้ม
ปรากฎรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก  เสียงหัวเราะต่ำในลำคอ เล็ดลอดผ่านให้ได้ยินอย่างเสียวสันหลัง
ยามที่ใครก็ตามที่อยู่เคียงข้างเขาในตอนนี้


      ”ฮึๆๆ...รอรับผลกรรมที่เธอทำเอาไว้ได้เลยสิปาง” เสียงสะท้อนในเงาใจอย่างรอคอย
โดยที่อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเขาจะให้นังมารร้ายอย่างสิปางจดจำไปชั่วชีวิต
!

                         ***************************






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

262 ความคิดเห็น

  1. #158 LADY ' TIGER (@sassry) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2552 / 11:32
    ตายแน่ ๆ หนูปางตายสถานเดียวแน่ ๆ 
    #158
    0
  2. #80 อาม่า (@poy_lady) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2552 / 01:46

    เห็นด้วยกับความคิดที่ 81

    #80
    0
  3. #79 nuri.j (@nuri) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2552 / 21:53
    อ่านมาตั้งแต่ตอนแรก คิดเหมือนปกรณ์อยู่อย่าง สิปางเห็นแก่ตัวเกินไป คิดอ่ะนะว่าถ้าเป็นเรา จะยอมให้น้องต้องมาทำอะไรอย่างนี้มั้ย แม้ว่าเธอจะเต็มใจ อดีตแก้ไขกันไม่ได้ แต่เมื่อให้ชีวิตใหม่กับสิริมาแล้ว ทำไมยังใจดำปล่อยให้น้อง ต้องมีสภาพไม่ต่างจากที่เคยเป็นมา ท้ายสุดต้องมาจบลงตรงนี้... ขอไม่เห็นใจ ถ้านางเอกจะต้องเจออะไรร้ายๆบ้าง คงไม่สงสาร ถ้าปรางจะต้องทุกข์ทรมานกับความรู้สึกผิดอันนี้ไปตลอด จริงๆแล้ว ไม่อยากให้ร้ายขนาดนี้เลยอ่ะค่ะ...จากใจจริง
    #79
    0
  4. #78 padeedee (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2552 / 21:28
    ยังไม่เห็นครอบครัวพระเอกจะแสดงอะไรให้เห็นว่าโกงสมบัติของปู่นางเอกมา

    นางเอกแก้แค้นแทนปู่ตามที่ปู่เล่า ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถูกโกงจริงหรือถูกไล่เพื่อล้างหนี้หรือเหตุอื่นๆ

    ส่วนทางพระเอกไม่รู้เรื่องว่าถูกระทำเพราะอะไร

    รู้แต่ว่าจะแก้แค้นนางเอกที่ทำกับน้องและครอบครัวของตน

    ไม่เห็นสงสัยสาเหตุของการแก้แค้นเลย ว่านางเอกทำเพราะอะไร

    แก้แค้นกันไปมา แล้วจะจบกันยังไงเนี่ย...
    #78
    0
  5. #77 wonbinun (@wonbinun) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2552 / 06:09
    ลุ้นๆๆ จะรอค่ะ สู้ๆ นะไรเตอร์
    #77
    0
  6. #76 มาดามยี่หุบ (@minhoooooo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2552 / 13:38
    แบบนีนางเอกเราจะรอดไหมเนีย
    #76
    0
  7. #75 ติดหนึบ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2552 / 11:37
    หนุกมากมาย ขอเอาใจช่วยไรเตอร์ พยายามต่อไป รอติดตามผลงานอยู่นะ สู้โว๊ย!!!!
    #75
    0