ไฟไหม้ไฟ (พิษสิเน่หาพยาบาท)

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 23 สะกดรอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    1 พ.ย. 52

ตอนที่ 23 สะกดรอย


      บนเตียงกว้าง ร่างกึ่งนอนกึ่งนั่งของนายประพล ยังคงกุมมือภรรยาสาวของตนเอาไว้ด้วยความรู้สึก
เป็นห่วงสภาพจิตใจและความรู้สึกของหล่อน


     ”ฉันขอโทษนะหนูปางที่ต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับหนูอีก ฉันเสียใจจริงๆ” ประพลเอ่ยขอโทษรู้สึกเสียใจ
กับการกระทำของอดีตภรรยาที่ก้าวกลับเข้ามาเหยียบบ้านหลังนี้อย่างตั้งใจ และจงใจที่จะหาเรื่อง


     ”ไม่เป็นไรค่ะ ปางไม่โกรธคุณกรองกาญจน์หรอกค่ะ แค่คุณเข้าใจ เห็นใจ และเชื่อมั่นในความรักของปาง
ปางก็มีความสุขมากแล้วล่ะค่ะ” สิปางเอ่ยตอบ รอยยิ้มนุ่มนวลอ่อนหวานละมุนฉายชัดไปทั่วใบหน้างาม
ที่ยังคงซีด เพราะความตกใจ กับเรื่องที่เกิดขึ้น กุมมือกระชับตอบฝ่ามือหนาอบอุ่นของผู้เป็นสามี
ที่บีบกระชับปลอบประโลมผ่านความอบอุ่นของฝ่ามือหนาเขาให้หล่อนได้รับรู้


     ”ฉันรักหนูปางนะ และฉันก็เชื่อ ว่าหนูปางคงไม่ทำร้ายฉัน”เสียงเอ่ยบอกรักนุ่มนวล ประคองไหล่บอบบาง
ให้โน้มต่ำลงมา ประทับริมฝีปากอุ่นของตนลงบนหน้าผากเนียนของภรรยาสาวอย่างแสนรัก และไว้ใจ


     ”หนูปางรีบไปเถอะนะ ฝากบอกขอโทษคุณสุรีย์ด้วยก็แล้วกัน ที่ฉันไม่สามารถไปด้วยได้”
ประพลเอ่ยเตือนให้ภรรยารีบเดินทางไปร่วมงานเปิดร้านเพชรสาขาใหม่ของภรรยาเพื่อนสนิท


     ”ค่ะ..งั้นคุณพักผ่อนเยอะๆ นะคะ แล้วปางจะรีบกลับค่ะ” สิปางเอ่ยด้วยสีหน้า
ที่เป็นห่วงสามีในนามของตน  ก่อนที่จะก้าวออกมายังด้านนอก ปล่อยให้สามีในนาม
ได้นอนพักผ่อนให้หายจากอาการความดันขึ้น จากการโดนอดีตภรรยาเข้ามาปั่นป่วน
ทำลายบรรยากาศแสนรัก อบอุ่น เสียจนเขาอาการเก่ากำเริบ และไม่สามารถที่จะไปร่วมงานกับหล่อนได้


     สิปางก้าวเดินออกมาด้านนอกบนเรือนไทยหลังใหญ่ ที่ทุกอย่างกลับเข้ามาสู่สภาวะปกติ เงียบสงบ
ไร้สองแม่ลูกฝีปากกล้าที่เข้ามาเติมเต็มบทละครเรียกร้องความสงสารบทเดิมของหล่อน
ให้ทวีความหน้าสงสาร ความเห็นใจเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว


     ”เกมนี้ฉันชนะ! และไม่ว่าเกมไหนๆ ฉันก็จะชนะ!!“สิปางสบถในใจ ริมฝีปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มอย่างสะใจ
และพึงพอใจกับผลงานในเช้าวันนี้ ที่มาเซอร์ไพรส์ส่งตรงกันถึงบ้าน แบบไม่ต้องโทรเรียก
หรือสร้างสถานการณ์ให้ตนเองต้องเจ็บตัว แต่งานนี้เหยื่อกลับกลายเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟ
เผาตัวเองให้ตายเอง โดยที่หล่อนไม่ต้องเหนื่อยแรง หรือตอบโต้อะไรเลยสักนิด


     นัยน์ตาคู่หวานของสิปางกวาดมองหาร่างของอ้อยสาวใช้ประจำตัว หรือสิริมาผู้เป็นญาติผู้น้อง
ที่หล่อนไม่เห็นหน้าตั้งแต่เช้า ถือโอกาสเดินเข้าไปในห้องของหญิงสาว โดยที่ไม่ลืมที่จะเคาะบานประตูไม้
และร้องเรียกชื่อกำมะลอเบาๆ


       ”อ้อย...ฉันเข้าไปนะ” สิปางเอ่ยก่อนที่จะผลักบานประตูไม้เข้าไปยังด้านใน


     ร่างที่นอนขดกายบนที่นอนเล็กแคบบนพื้นกระดานไม้ สีหน้าซีดเซียว ที่ยังพอเห็นได้
ถึงแม้จะถูกแต่งแต้มด้วยครีมรองพื้นสีเข้มปกปิดสีผิวที่แท้จริงของตน ก็ยังสามารถทำให้สิปาง
รับรู้ถึงอาการไม่สู้ดีของผู้เป็นน้อง จนสิปางถึงกับตื่นตกใจ รีบเข้าไปทรุดกายนั่งใกล้เคียงข้า
งร่างที่นอนหน้าซีดเซียวนั่นด้วยความเป็นห่วง


      ”สิ!...สิเป็นอะไรน่ะ ทำไมถึงหน้าซีด นอนตัวงอแบบนี้?“ สิปางเอ่ยถามร้อนรน
นึกเป็นห่วงญาติผู้น้องของตนไม่น้อย


     ”พี่ปาง...“เสียงเอ่ยทักเบาหวิว แต่ยังคงยิ้มน้อยๆ ฝืนความรู้สึก และอาการของตน
“สิไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แค่รอบเดือนมา สิก็เลยปวดท้อง” สิริมาเอ่ยตอบ ไม่ต้องการ
ให้ผู้เป็นพี่ตื่นตกใจไปกับอาการของหล่อน


     ”แล้วสิทานยาหรือยัง มีไข้ด้วยหรือเปล่า จะให้พี่พาไปหาหมอไหม?“ สิปางเอ่ยถาม
ด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับอังมือไปที่ผากที่ถูกแต่งแต้มให้เข้มขึ้น


     ”สิทานยาไปเมื่อครู่แล้วล่ะค่ะพี่ปาง ไม่ต้องถึงกับไปหาหมอหรอกค่ะ นอนพักสักหน่อย
เดี๋ยวสิก็หายค่ะ” สิริมายังคงเอ่ยยืนยันอาการของตนเอง ไม่ต้องการที่จะไปหาหมอตรวจรักษา
เพราะรู้อาการของตนเองดี


     ”จะเอายังงั้นหรือสิ ถ้ายังงั้นสิก็นอนพักผ่อนไปก็แล้วกัน ไม่ต้องทำงาน เดี๋ยวพี่จะบอกป้าอาบเอง
พี่ต้องออกไปธุระข้างนอกสักพัก แล้วยังไงพี่จะแวะซื้อของที่สิชอบกลับมาฝากนะ หรือถ้าสิ
อาการไม่ดีขึ้นโทรบอกพี่ หรือให้ออดขับรถพาไปหาหมอนะ”
     สิปางเอ่ยบอกญาติสาวด้วยความเป็นห่วง กุมมือสิริมาเอาไว้ด้วยความรัก ถึงจะเป็นญาติผู้น้อง
แต่หล่อนก็รักสิริมามาก ได้แต่ส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้ญาติผู้น้องหายป่วยเร็วๆ


     ร่างของผู้เป็นญาติผู้พี่ ก้าวเดินออกไปแล้ว รอยยิ้มที่ฝืนทนบนริมฝีปากแห้งผาก ค่อยๆ ขยับปิดรอยยิ้มนั่น
ดวงตาที่ฉายแววร่าเริงสดใสในตอนแรก กับมาหมองหม่นลงอีกครั้ง หยาดน้ำตาตีรื้นขึ้นมาปกปิด
ม่านดวงตาคู่หมอง ก่อนที่จะรินไหลผ่านหางตาเรียวอย่างสุดกลั้น

     ”พี่ปางคะ....สิดีใจค่ะ ที่ได้มาเจอพี่ และดีใจที่พี่ช่วยเหลือสิกับน้องมาโดยตลอด สิขอบคุณจริงๆ ค่ะ”
สิริมาเอ่ยพึมพำเบาๆ  ยังคงซาบซึ้งถึงการช่วยเหลือของสิปาง เมื่อหวนนึกถึงชีวิตของตน
ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในซ่อง โดนทารุณกรรมจนต้องยอมที่จะเป็นโสเภณีอย่างไม่มีข้อต่อรอง
จนกระทั่งสิปางสืบหาตัวหล่อนจนพบ และขอซื้อตัวหล่อนมาจากซ่อง โดยไม่เสียดายเงินเลยแม้แต่น้อย
ให้ชีวิตใหม่กับหล่อน และน้องชาย ให้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมา โดยที่ไม่ต้องหวนกลับไปทางเดิมๆ นั่นอีก


                        …................................



     เสียงสัญญาณโทรศัพท์ ที่กรีดร้องและสั่นไหวในกระเป๋าถือ ทำให้ร่างบอบบาง ที่กำลังสนทนา
ในกลุ่มงานเลี้ยงเปิดสาขาใหม่ต้องหยุดชะงัก ก่อนที่จะเอ่ยขอตัว และออกไปรับโทรศัพท์ด้านนอก
เบอร์ที่คุ้นเคย ที่ปรากฎบนหน้าจอทำให้นิ้วเรียวต้องรีบกดรับ และกรอกเสียงหวานไปตามสาย


     ”ว่ายังไงจ๊ะนาท เป็นอย่างไรบ้างเรา? หายเงียบไปเลยนะ” สิปางเอ่ยทักทายญาติผู้น้องอีกคน
ที่หายเงียบไป ไม่ติดต่อให้รับรู้ถึงความเคลื่อนไหว แต่ในใจหล่อนก็พอจะเดาได้บ้าง เพราะไม่อย่างนั้น
เมื่อเช้านี้ กรองกาญจน์คงไม่เข้าไปอาละวาดที่บ้าน


     ”ขอโทษครับพี่ปาง ที่ผมขาดการติดต่อ พี่ปางพอจะมีเวลามาเจอผมบ้างหรือเปล่าครับ?“
สินาทเอ่ยถามไปตามสาย


     ”ได้สิจ๊ะนาท ว่าแต่เราจะไปให้พี่ไปเจอที่ไหน? ตกลงจ๊ะ แล้วเดี๋ยวเจอกันนะ บายจ๊ะ”
เสียงเอ่ยตอบตกลง และนัดแนะสถานที่ในการพบเจอเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่สิปางจะกดปิดสาย
และก้าวกลับเข้าไปภายในงานอีกครั้ง เพื่อร่ำลาเจ้าของงาน


                   …..............................


     ”เชื่อแม่ซิตากรณ์ ว่านังเมียเด็กของพ่อแก มันต้องเป็นคนวางแผนให้ครอบครัวเราต้องแตกแยก
และสูญเสีย ลองคิดทบทวนดีๆ ซิตากรณ์ ถ้านังนั่นหวังจะรวยทางลัด แค่แต่งงานกับตาการ
ก็ได้เป็นหนูตกถังข้าวสารไปแล้ว จะมาทนอยู่กับผู้ชายแก่ๆ คราวพ่อ อย่างพ่อของแกทำไม
!“
    
เสียงบอกเล่าของผู้เป็นแม่ยังคงดังก้องในหัวสมองของเขา พร้อมกับภาพเหตุการณ์เมื่อคืน
ที่ตัดซ้อนผ่านเข้ามาในสมองของเขา ภาพของใครคนหนึ่งในชุดนอนเนื้อบางเบา ที่เขาไม่สามารถ
เห็นใบหน้านั้นได้ชัดเจน ก้าวออกมาจากห้องนอนของผู้เป็นพ่อในยามดึกใกล้รุ่งสาง และหายเข้าไป
ในห้องพักของสาวใช้คนใหม่ โดยที่ไม่ได้ก้าวกลับออกมา หลังจากที่เขาได้เฝ้าระวังร่วมครึ่งชั่วโมง


      ”อย่าให้ฉันรู้นะสิปาง ว่าเธอเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด และเธอจะรู้ว่านรกมีจริง!!“ ปกรณ์สบถกร้าว
นัยน์ตาลุกโชนราวเปลวเพลิงร้อนแรง ฝ่ามือหนากำพวงมาลัยรถแน่นด้วยอารมณ์ที่มันคุกรุ่นอยู่ภายใน
เร่งเครื่องขับทะยานไปเบื้องหน้า แต่รถที่คุ้นเคย ขับออกมาจากในซอยเบื้องหน้าที่ห่างกันประมาณ
สามช่วงคันรถ ทำให้เขาต้องชะลอความเร็วลง ให้รถที่คุ้นเคยขับนำหน้าห่างจากเขาไป และยิ่งหมายเลข
ทะเบียนรถที่เขาจำได้ขึ้นใจด้วยแล้วล่ะก็ ทำให้นัยน์ตาคู่คมดุของเขาเป็นประกายกร้าวเพิ่มมากยิ่งขึ้น


     ”มารร้ายอย่างเธอ นี่มันตายยากเสียจริงนะสิปาง “ เสียงทุ้มต่ำดังลอดผ่านไรฟัน ที่ขบเข้าหากันแน่น
จับจ้องไปยังรถคันงามเบื้องหน้าด้วยแววตาชิงชัง ก่อนที่จะขับตามรถไปอย่างเว้นระยะ


                          …........................


      เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง สิปางก็พาตัวเองมายังสถานที่ ที่ได้นัดสินาทญาติผู้น้องของหล่อน
ร่างงามสมส่วนก้าวยาวจากลานจอดรถหน้าร้านอาหารสไตล์ยุโรป แถบเมดิเตอร์เรเนียน
โดยที่ร่างของผู้เป็นน้องนั่งรออยู่ก่อนแล้ว


     ”รอพี่นานหรือเปล่าจ๊ะนาท?“ สิปางเอ่ยถาม ส่งรอยยิ้มอ่อนหวานให้ญาติผู้น้อง
ที่ยิ้มทักทายหล่อนอยู่ก่อนแล้ว


     ”ไม่นานหรอกครับพี่ปาง พี่ปางทานอะไรมาหรือยังครับ?“สินาทถามอย่างเอาใจ


     ”ยังจ๊ะ เรานี่ช่างเลือกร้านนะ บรรยากาศดีเลยทีเดียว สงสัยจะมาพาสาวๆ มาที่นี่บ่อย”
สิปางเอ่ยแซวผู้เป็นน้อง รอยยิ้มแห่งความสุข ปรากฎทั่วใบหน้างาม ก่อนที่จะหันมารับเมนู
ที่บริกรนำมามอบให้


     ภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าปรากฎผ่านบานกระจกบานใสของทางร้าน ให้ดวงตาคู่คมดุ
ที่ฉายแววเป็นประกายกร้าวรับรู้กับภาพที่ปรากฎอยู่ในสายตาของเขาในขณะนี้ “หน้าระรื่น
ระริกระรี้เหลือเกินนะ
!“ ปกรณ์เอ่ยสบถ จับจ้องภาพที่อยู่เบื้องหน้าอย่างไม่ให้คลาดสายตา
รู้สึกคุ้นกับผู้ชายร่างล่ำที่นั่งยิ้มหวานร่วมโต๊ะกับผู้หญิงมารยาดาราตุ๊กตาทองคำเปลว
ที่ตีหน้าได้เป็นร้อยล้านหน้า ตบตาผู้ชายหน้าโง่ทั่วไป ทั้งๆ ที่ผัวตนนอนรออยู่ที่บ้าน


     ”ก็ตกลงตามนี้ก็แล้วกันนะนาท ไปพักอยู่ที่คอนโดของพี่ก่อนก็แล้วกัน หรือไม่
ก็ไปที่บ้านต่างจังหวัด  พักผ่อนไปสักระยะก่อน ให้เรื่องทางนี้เงียบลงสักพัก พี่เชื่อนะ
ว่าไม่นานหรอก ยัยกรองกาญจน์นั่นก็เลิกลาไปเอง”


     ”ครับพี่ปาง แล้วพี่ปางจะไปไหนต่อครับ กลับบ้านเลยหรือเปล่า?“  เสียงเอ่ยสนทนาของคนทั้งคู่
ที่ก้าวเดินกลับมาที่ลานจอดรถ หลังจากอาหารมื้อกลางวันผ่านไปเป็นที่เรียบร้อย


     ”อืม...พี่ว่าจะแวะไปซื้อของไปให้ที่บ้านครูจันทร์เสียหน่อย แล้วก็จะเลยกลับบ้าน
สิริมาไม่ค่อยสบายด้วย  พี่ไม่อยากให้สิอยู่คนเดียว”


     ”พี่สิเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ?“ สินาทเอ่ยถามร้อนรน นึกเป็นห่วงพี่สาวของตน


     ”ไม่เป็นอะไรมากหรอกจ๊ะ ก็แค่โรคของผู้หญิง ว่าแต่นาทมายังไง?“


     ”นั่งแท็กซี่มาครับ พอดีนำรถไปเข้าศูนย์ไว้น่ะครับ”


     ”งั้นนาทไปกับพี่ก็แล้วกัน ช่วยพี่ถือของก่อน แล้วพี่จะไปส่งที่คอนโดของพี่ก็แล้วกันนะ”
สิปางเอ่ยยิ้มหวาน  ให้สินาทไปเป็นพนักงานช่วยถือของ โดยที่สินาทตอบตกลงแต่โดยดี
   ”ครับพี่ปาง” และต่างมุ่งหน้าไปยังศูนย์การค้าที่อยู่ไม่ไกล


     ภาพหญิงชายที่ช่วยกันนำถุงพลาสติกที่บรรจุข้าวของเครื่องใช้ และอาหารใส่ท้ายรถ
ช่างเป็นภาพเหมือนคู่รัก ที่ออกมาจับจ่ายซื้อของกินของใช้เข้าบ้าน ปกรณ์ได้แต่จับจ้อง
ผ่านกระจกกรองแสงของรถสปอร์ตคู่ใจของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกลมากนัก ให้พอที่จะเห็น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว ก่อนที่เขาจะขับเคลื่อนรถของเขา
ตามห่างรถของสิปาง ที่ขับเคลื่อนออกจากลานจอดรถของห้าง รถคันงามของสิปาง
ขับมาจอดที่หน้าคอนโด ที่พักเก่าที่หล่อนเคยพัก และเขาก็จำได้ขึ้นใจ
    ร่างล่ำของผู้ชายที่เขาคุ้นหน้านัก ก้าวลงมาจากรถ พร้อมหอบหิ้วสัมภาระส่วนหนึ่งที่ซื้อมา
ก้าวเข้าไปยังตัวอาคารเบื้องหน้า โดยที่ไม่ลืมจะร่ำลา โบกไม้โบกมือ ส่งยิ้มหวาน
ให้คนขับสาวเจ้าเสน่ห์ ที่มีผัวเป็นตัวเป็นตน

     "เธอหลอกทรัพย์สมบัติของพ่อฉัน มาเลี้ยงเด็กหนุ่มยังงั้นหรือสิปาง" ปกรณ์สบถอย่างแค้นเคือง
เมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้า  ได้แต่ขับรถสะกดรอยตามนังผู้หญิงมักมาก สำส่อน ซ่อนชายชู้
เอาไว้ที่รังรักเก่าของตนเอง กับน้องชายของเขา



      สิปางขับรถมาจอดที่หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า นำข้าวของเครื่องใช้ที่หล่อนซื้อมา
หอบหิ้วเข้าไปยังด้านใน ร่วมครึ่งชั่วโมง สิปางก็ก้าวกลับออกมาอีกครั้ง ด้วยสีหน้าที่อิ่มเอมเป็นสุข
เหมือนเช่นทุกครั้ง ที่หล่อนมาที่นี่ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ที่หล่อนมักจะนำข้าวของเครื่องใช้
และเงินจำนวนหนึ่งมาช่วยเหลืออยู่เสมอ ถึงหล่อนจะไม่ได้เป็นลูกกำพร้า ยังคงมีพ่อ และปู่ ที่คอยดูแล
แต่หล่อนก็ขาดแม่ ที่เสียชีวิตไปตั้งแต่หล่อนยังเล็กๆ ทำให้หล่อนมักจะสงสารเด็กที่ขาดพ่อขาดแม่
และยิ่งมาเจอสิริมา และสินาท ที่ไม่มีใคร ขาดทั้งพ่อและแม่ โตมากับญาติห่างๆ ที่พอจะดูแลได้
ตามมีตามเกิด ยิ่งทำให้สิปางสงสารชีวิตน้อยๆ ที่ด้อยโอกาสอย่างเด็กกำพร้าเหล่านี้
สิปางก้าวกลับมาที่รถ แต่น้ำเสียงเข้ม ห้วน แสนคุ้นเคย ที่เอ่ยดังจากทางด้านหลัง ทำให้สิปางต้องชะงัก


     ”ถึงจะทำบุญมากแค่ไหน มันก็ล้างเวรกรรมที่อยู่ในตัวเธอได้ไม่หมดหรอก”


     ”คุณ!!“ สิปางเอ่ยอย่างตกใจ ใบหน้าหวานของหล่อนขาวซีดด้วยความตื่นตกใจ
เพราะไม่รู้ว่าเขาสะกดรอยตามหล่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเห็นอะไรมาบ้าง


     ”ตกใจมากหรือยังไง หรือทำอะไรผิดเอาไว้ ถึงได้ตื่นตกใจกลัวเกินเหตุ” ปกรณ์เอ่ยถามยียวน
พยายามสะกดอารมณ์ของตนไม่ให้แสดงความโมโห เดือดดาล ทั้งๆ ที่ใจของเขามันลุกเป็นไฟ
อยากจะกระชากร่างบอบบางนั่นมาขย้ำให้แหลกคามือ ที่ช่างมั่ว สำส่อน มักมาก ควงหนุ่มคนนั้น คนนี้
ทั้งๆ ที่มีสามีตีทะเบียนเอาไว้เรียบร้อย ได้แต่บอกกับตัวเอง ถ้าเขาจะจับนังมารตัวร้ายหน้าสวยอย่างสิปาง
เขาจะต้องใจเย็น เหยียบอารมณ์ที่คุกรุ่น ลุกโชนของตน เพื่อให้ได้หลักฐานชิ้นสำคัญ ชนิดที่ว่าหล่อน
ไม่สามารถดิ้นรน ขัดขืน ปฏิเสธหลักฐานที่มันรัดตัวหล่อนเอาไว้อย่างแน่นหนานั้นได้


     ”คุณมาทำอะไรที่นี่” สิปางรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าและอารมณ์ของตน ก่อนที่จะเชิดหน้า
เต็มไปด้วยความมาดมั่น เอ่ยถามคนตรงหน้า เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และหล่อนก็ไม่ได้ทำอะไรผิด
เป็นพวกวัวสันหลังหว่ะ


     ”ก็มาตามคำเชิญของเจ้าหน้าที่ ที่นี่ ที่เชิญมาดูความเป็นอยู่ของเด็กๆ หลังจากที่เงินในบริษัทของฉัน
ถูกโอนอนุมัติเข้ามาช่วยเหลือเด็กกำพร้าเหล่านี้” ปกรณ์เอ่ยตอบเรื่อยๆ ยังคงจับจ้องสังเกตใบหน้างาม
ที่ยังคงวางสีหน้าเรียบเฉยได้ดีมาก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ระริกระรี้หน้าชื่นอยู่กับผู้ชายอื่น ที่ไม่ใช่สามีตัวเอง


       ”งั้นก็เชิญตามสบาย จะสอบถามเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมด้วยก็ได้นะ ว่าจำนวนเงินที่ฉันเป็นคนเซ็นต์อนุมัตินั้น
ถึงมือเจ้าหน้าที่ ที่นี่ทุกบาททุกสตางค์หรือไม่” สิปางเอ่ย ก่อนที่จะเปิดประตูรถ และรีบก้าวเข้าไปนั่ง
ประจำที่คนขับ สตาร์ทรถขับเคลื่อนออกไปจากที่นั่น โดยปล่อยให้ร่างสูงแกร่งของเขายืนจับจ้องหล่อน
ด้วยแววตาเป็นประกายกร้าว



      ”เฮ้อ... ฉันไม่คิดเลยนะ ว่าฉันจะเจอนายที่นี่ ดูท่าคืนนี้จะเป็นคืนเดือนมืด ไม่ใช่คืนเดือนหงาย
พระจันทร์เต็มดวง อาการคลุ้มคลั่งของนายถึงไม่ได้ปรากฎ” สิปางเอ่ยพึมพำอย่างโล่งอก
ถึงแม้จะแปลกใจไม่น้อยกับอาการที่เปลี่ยนไปของฝ่ายตรงข้าม ที่ทุกครั้งเจอหน้าหล่อนเมื่อไหร่
เป็นได้เข้ามาฉุดกระชากลากหล่อน เสียจนเนื้อตัวของหล่อนช้ำไปหมด และยิ่งเมื่อวานเจอบทละคร
ฟอร์มยักษ์ของหล่อนเข้าไปด้วย ก็ยังไม่แสดงอาการกราดเกรี้ยว โกรธแค้น จะเอาคืนหล่อนเลยเสียด้วยซ้ำ


      ”นี่วันนี้ฉันโชคดี หรือนายไม่สบายกันแน่นะนายปกรณ์”สิปางได้แต่ถามตัวเอง ถึงแม้คำพูดของเขา
จะกัดจิกหล่อนอยู่เหมือนเดิม แต่ท่าทางที่นิ่งๆ แววตาเรียบเฉยนี่ซิ ที่ทำให้หล่อนแคลงใจ
ถือว่าความรู้ใหม่สำหรับหล่อนเลยเสียด้วยซ้ำ ที่ไม่เคยเห็นแววตา และท่าทางแบบนี้สักครั้ง
เมื่อผู้ชายอันตรายร้อนแรงอย่างเขา เข้าใกล้หล่อน สิปางสลัดความคิดที่วุ่นวาย และคำถามมากมาย
ในหัวสมองก่อนที่จะขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านเรือนไทย ด้วยความเป็นห่วงอาการของสิริมา


      แววตาที่เรียบเฉยในตอนแรกของปกรณ์ กลับมาฉายแววประกายกร้าวลุกโชนอีกครั้ง
มองตามรถคันงามของนังมารร้าย จอมมารยา ที่ทำตัวเป็นคนใจบุญช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาส
คงอยากจะให้ผลบุญสนอง แต่เชื่อเถอะ ถ้าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครอบครัวเขาเป็นแผนการณ์ของหล่อนทั้งหมด
ต่อให้หล่อนทำบุญจนตัวตาย มันก็ไม่สามารถล้างเวรกรรมของหล่อนได้สักนิดหรอก และเขาเองนี่ล่ะ
จะหยิบยื่นนรกให้หล่อนเอง
!


     ”เธอเตรียมตัว นับถอยหลังได้เลยสิปาง นรกห่างเธอแค่คืบ!!“ ปกรณ์สบถกร้าว ขบกรามเข้าหากันจนแน่น
ฝ่ามือหนากำเข้าหากัน เกร็งจนร่างแกร่งของเขาสั่นสะท้านเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ แค้น รอวันที่จะกระชาก
หน้ากากมารยาร้อยเล่ห์ของหล่อนให้พ่อเขาได้รู้ ว่าหล่อนมันสารพัดพิษ
!

                          *******************************










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

262 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2552 / 17:05
    สิปางจะโดนอะไรมากหรือเปล่าเนี่ย
    #83
    0
  2. #63 มาดามยี่หุบ (@minhoooooo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 / 12:39
    สุดยอดเป็นบ้า

    น่าติดตาม
    #63
    0
  3. #62 Noname (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 / 09:08
    นางเอกหรือนางร้ายกันนี่ หุหุ
    #62
    0
  4. #61 nuri.j (@nuri) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 / 07:53
    ต่างฝ่ายต่างอยากให้ลงนรกด้วยกันทั้งคู่
    การอาฆาต จองเวร บางทีมันก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความสุขหรอก
    สะใจที่ได้เห็นคนอื่นย่อยยับ ถามตัวเองสิว่า มีความสุขมั้ย
    บางที่จะรู้ใจตัวเอง
    #61
    0