ไฟไหม้ไฟ (พิษสิเน่หาพยาบาท)

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 22 เยี่ยมเยียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    30 ต.ค. 52

ตอนที่ 22 เยี่ยมเยียน


01.30 .

       ร่างสูงแกร่งก้าวลงจากรถแท็กซี่อย่างเชื่องช้า มึนงง ฤทธิ์ของแอลกฮอล์ยังคงแผ่ซ่านในเส้นเลือด
ทั่วกายแกร่ง พยายามทรงตัวของตนให้ตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ รองเท้าหนังขัดมันหัวแหลมทาบทับ
เหยียบย่ำพื้นปูนใต้ฝ่าเท้าให้แนบสนิท ไม่ให้เอนเอียงยกลอยสูงจนเสียการทรงตัว ก่อนที่จะลากเท้า
ก้าวเดินผ่านพ้นบานประตูรั้วของบ้านทรงไทยอย่างเซไปเซมา และทิ้งร่างสูงใหญ่ของตนลงบนพื้นไม้
ของซุ้มศาลาเกวียนอย่างอ่อนแรง อ่อนใจ และเมามาย ดวงตาคู่คมดุแดงกล่ำ เมื่อภาพความทรงจำ
ในวัยเด็กตัดซ้อนผ่านเข้ามาในหัวสมองของเขาอีกครั้ง ภาพของเด็กชายตัวน้อยในอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อ
ทั้งกอดทั้งหอมผู้เป็นพ่ออย่างแสนรัก


      ”ขอบคุณครับคุณพ่อ ถูกใจกรณ์ที่สุดเลยครับ” เสียงของเด็กชายปกรณ์ในวัยเยาว์ เมื่อได้รับ
ของขวัญวันเกิดครบแปดปี จากผู้เป็นพ่อของตน


       ”ก็ตาหนูเป็นลูกคุณพ่อไงครับ คุณพ่อก็เลยรู้ใจว่าลูกชายของพ่อเนี่ยชอบอะไร สุขสันต์วันเกิดนะครับ
เจ้าตัวน้อยของพ่อ ”
เสียงเอ่ยนุ่มนวลอบอุ่นบอกผู้เป็นลูกชายด้วยความรัก กอดร่างเด็กชายตัวน้อยเอาไว้
ในอ้อมแขนแน่น ก่อนที่จะอุ้มร่างเล็กนั้นไปยังโซฟาตัวยาว ที่มีร่างอวบอิ่มใกล้คลอดของผู้เป็นภรรยา
ที่นั่งอมยิ้มน้อยๆ มองภาพสองพ่อลูกอย่างเป็นสุข


      ช่างเป็นภาพความรักความอบอุ่นของครอบครัวในวันวาน ที่เขายังคงจดจำได้ดีเสมอไม่เคยลืมเลือน
วันคืนเก่าๆ ยังคงคอยตอกย้ำให้เขาหวนคิดถึงเสมอ นัยน์ตาคู่คมดุแดงกล่ำของเขาคลอหน่วย
ไปด้วยหยาดน้ำใส ขยับปิดเปลือกตาหนาคู่คมดุนั่นลงอย่างช้าๆ ให้น้ำตาซึมไหลผ่านหางตาเรียว
ไม่ให้หลงเหลือในดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด น้อยใจ เมื่อนึกถึงสายตา ถ้อยคำ และการกระทำ
ของผู้เป็นพ่อเมื่อช่วงเช้า ไม่หลงเหลือคุณพ่อในความทรงจำ ที่ไม่เคยต่อว่า หรือทุบตีเขาสักนิด
เพียงเพราะผู้หญิงมารยาสาไถ เจ้าบทบาทระดับตุ๊กตาทองนั่น เข้ามาวุ่นวายในครอบครัวของเขา
ทุกอย่างที่เคยสงบสุข มีความสุขพร้อมหน้าพร้อมตา กลับแปรเปลี่ยน จนไม่เหลือคำว่าครอบครัวอีกต่อไป

      นัยน์ตาคู่คมดุเปิดกว้างอีกครั้ง ไม่หลงเหลือหยาดน้ำตาให้ม่านดวงตามัวหมองอีกต่อไป
จะคงเหลือก็เพียงแต่แววตาประกายกร้าว ดุดัน มาดมั่นดั่งเดิมที่เคยเป็น เขาหยัดกายลุกขึ้นอย่างช้าๆ
พาร่างของตนก้าวกลับไปที่เรือนไทย ไปยังห้องของตน
  ถึงปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของเขาจะสูง
แต่มันก็ไม่ได้ลดปริมาณในการได้ยินของเขา ร่างสูงเอียงตัวหลบในมุมมืด  เสียงบานประตูห้องนอน
ของผู้เป็นพ่อถูกเปิดออกพอที่จะให้ ร่างบางสมส่วนของใครบางคนก้าวย่างออกมาจากทางด้านใน
และเคลื่อนกายหายตัวเข้าไปยังหลังบานประตูของห้องที่ติดกันด้านข้าง ดวงตาคู่คมของเขา
ขยับเบิกกว้างจ้องมองภาพตรงหน้าชัดๆ แต่ด้วยแสงไฟสลัว ทำให้เขามองหน้าเจ้าของร่างสมส่วน
ในชุดนอนบางเบานั้น ไม่ได้ชัดเจน แต่คงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกเหนือจากนังผู้หญิงต่ำ
เจ้ามารยาเจ้าของรางวัลตุ๊กตาทองคำเปลวนั่น


      ”ดึกป่านนี้ ทำไมยัยนั่นไม่นอนกกกอดออดอ้อนคุณพ่อ” เสียงเอ่ยถามตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะยืนเฝ้า
สังเกตการณ์ รอให้ร่างสมส่วนของดาราตุ๊กตาทองคำเปลวก้าวกลับออกมาจากห้องด้านข้าง
เกือบยี่สิบนาที ที่เขาเฝ้าดู กลับไร้ร่างของหล่อนก้าวกลับออกมา จนเขาต้องเป็นฝ่ายก้าวกลับเข้าไป
ในห้องของตนเอง เพราะดวงตาคู่คมดุของเขาเริ่มจะไม่ยอมเปิดกว้าง และรับภาพเบื้องหน้าได้ต่อไปแล้ว
จำต้องกลับไปทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนกว้างในห้องนอนของตน

                         ..............................


       สัญญาณโทรศัพท์ ที่ทำให้โทรศัพท์เครื่องจิ๋วบนโต๊ะในห้องรับแขกสั่นไหว แต่กลับไม่ได้ทำให้
ร่างสองร่างที่นอนกอดก่ายหลับไหลในห้องนอนสั่นคลอนตามไปด้วย ยังคงหลับตานอนหลับอย่างเป็นสุข
อิ่มเอมบนที่นอนหนานุ่ม


     ”อยู่ไหนนะนาท!? ทำไมไม่รับ!?”เสียงสบถพึมพำเป็นรอบที่สาม ผ่านริมฝีปากบาง ที่ฉาบเคลือบ
ด้วยลิปสติกสีแดงเนื้อแวววาว นิ้วเรียวที่ยังคงปรากฎร่องรอยของวัย กดซ้ำไปที่หมายเลขเดิมอีกครั้ง
ด้วยอารมณ์หงุดหงิด ความโมโห กรุ่นโกรธเริ่มก่อตัวขึ้นสูง จนใบหน้าที่เคยงดงามบิดเบี้ยวไปตามอารมณ์
และยังคงเหมือนเดิมไม่มีใครรับสาย


      ”นี่คุณตั้งใจจะหลบหน้าฉันใช่ไหมนาท?“ เสียงเอ่ยถามในใจลั่น เมื่อคนทางปลายสาย
ไม่ยอมที่จะกดรับสาย   หลายอาทิตย์แล้วที่เด็กหนุ่มคู่รักคนใหม่ของกรองกาญจน์
หายหน้าไปแบบนี้ ไม่ยอมรับสาย ไม่มีการติดต่อกลับ เหมือนจงใจ และตั้งใจที่จะหลบหน้าหล่อน
ไปที่สปอร์ตคลับสถานที่ทำงานของเด็กหนุ่มคู่รัก ก็ได้คำตอบ ว่าเขาลากิจไปธุระที่ต่างจังหวัด
ไม่มีหนทางไหนเลยที่หล่อนจะติดต่อเขาได้ นี่หล่อนเริ่มจะคลั่ง  ที่อยู่ๆ เขาก็หายตัวไปแบบนี้
ไม่มีการติดต่ออะไรใดๆ ทั้งสิ้น


     ”คุณกรอง นั่นคุณกรองใช่ไหมคะ?“ เสียเอ่ยทักทางด้านข้าง ทำให้ใบหน้าที่บูดเบี้ยวเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ
ของหล่อนต้องปรับเปลี่ยน หันมาตามเสียงเอ่ยทัก


     ”คุณกรองจริงๆ ด้วย สบายดีหรือเปล่าคะคุณน้อง?“


     ”เออ...ก็สบายดีค่ะคุณพี่ คุณพี่มาทำอะไรแถวนี้คะ?” กรองกาญจน์จำต้องเอ่ยตอบทักทายมิตรเก่า
ที่จีบปากจีบคอถามอย่างช่วยไม่ได้


      ”แหม...ก็มาเดินช็อปปิ้งเหมือนคุณน้องนั้นแหล่ะค่ะ อืม...เมื่อประมาณอาทิตย์ก่อน คุณพี่ได้ไปร่วมงาน
มงคลสมรสของคุณประพล กับเจ้าสาวคนสวย ยังเด็กมากอยู่เลยนะคะคุณน้อง ถ้าคุณพี่จะจำไม่ผิด
รู้สึกว่าเด็กคนนี้จะเป็นนางแบบหรืออะไรสักอย่างนี่ล่ะค่ะ อย่าคิดอะไรมากเลยนะคะคุณน้อง
อะไรผ่านมาแล้วก็ให้ผ่านไป ที่พี่บอกคุณน้องเนี่ย ก็อยากจะให้คุณน้องได้รู้ความเคลื่อนไหวของเขาบ้าง
เพราะงานนี้จัดเล็กๆ ไม่ได้เชิญนักข่าว หรือทำอะไรให้ใหญ่โต ไม่มีใครรู้ นอกจากกลุ่มคนสนิท
ขนาดลูกชายคุณน้องเองน่ะ ยังไม่ทราบข่าวเลย เพิ่งจะมารู้เอาก็ตอนที่เขาจะส่งตัวเข้าห้องหออยู่แล้ว”

      เสียงเอ่ยรายงานความหวังดีอย่างท่วมท้นเต็มปรี่ ของมิตรเก่า ที่ไม่รู้หวังดีแกมประสงค์ร้ายหรือเปล่า
แต่มันก็ทำให้อารมณ์ของอดีตศรีภรรยาขึ้นได้เหมือนกัน แต่ก็พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ ได้แต่ฉีกยิ้มน้อยๆ
เอ่ยขอบคุณในความหวังดีแบบจุ้นจ้านของคนตรงหน้า


      ”ขอบคุณ คุณพี่มากนะคะ กรองไม่ใส่ใจหรอกค่ะ ก็เขามีสิทธิ์นี่คะ ยังไงกรองของตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”
กรองกาญจน์เอ่ย ก่อนที่จะก้าวเดินออกจากที่นั่น ด้วยใจที่สั่นเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่คิดว่าอดีตสามี
จะแต่งงานใหม่เร็วขนาดนี้ แถมลูกชายของหล่อนก็ไม่บอกหล่อนเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
     กรองกาญจน์รีบกลับไปที่รถของตน ก่อนที่จะขับออกไปเบื้องหน้า สู่เส้นทางสายนอก
ด้วยอารมณ์ปั่นป่วน
เดือดดาล อยากจะไปเห็นหน้าภรรยาคนใหม่ของอดีตสามีนัก ว่าจะเป็นใคร ถึงได้หลงมาแต่งงาน
กับเจ้าบ่าวคราวพ่อ

                   ............................


      บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรัก ความเอาใจใส่ ดูแลกันและกัน กำลังจะหมดไป เมื่อเสียงรถยนต์
ที่ขับเข้ามาจอดหน้าเรือนไทย พร้อมร่างของอดีตภรรยา ที่ก้าวขึ้นมาบนเรือน ทำให้คุณประพล
ต้องหยุดการสนทนากับภรรยาสาว และหันมามองอดีตภรรยาเก่าของตน


     “ฉันมาเยี่ยมน่ะ ได้ข่าวว่าคุณมีครอบครัวใหม่ ก็เลยอยากจะมาอวยพร แต่ไม่คิดเลยนะ
ว่าไอ้ที่เจ้าสาวที่เขาล่ำลือกัน ว่าทั้งสวยทั้งเด็กคราวลูกน่ะ ที่แท้ก็เป็นคู่นอนเก่าของลูกชายเจ้าของบ้าน
!
หน้าไม่อาย...ที่กวาดเอาทั้งพ่อทั้งลูก!“ ถ้อยคำดูถูกทั้งน้ำเสียงและสีหน้า ที่ยิ้มเหยียด สะอิดสะเอียน
ใส่คู่รักข้าวใหม่ปลามัน ที่ฝ่ายเจ้าบ่าวสดๆ ร้อนๆ ควรต้องตะบั้นน้ำกินเสียก็ไม่ว่า


     ”หยุดนะ! ถ้าจะมาพูดต่อว่าให้คนอื่นเขาเสียๆ หายๆ ก็กลับออกไปซะ! และที่บ้านนี้ ก็ไม่ต้อนรับผู้หญิงมีชู้!
สวมเขาให้ผัวตัวเอง!”ประพลตะคอกกลับอย่างเหลืออด ที่อดีตศรีภรรยา กล้ากลับเข้ามาเหยียบที่บ้านหลังนี้
ซ้ำยังมาหาเรื่อง มาพูดให้เมียรักของเขาต้องเจ็บปวด


     ”ใช่ฉันมีชู้! แล้วตัวคุณเองดีนักหรือยังไง ก็เป็นไอ้เฒ่าหัวงูกินเด็ก ฉันล่ะไม่แปลกใจเลยนะ ที่คุณคว้านังนั่น
มาทำเมีย!  ก็ตั้งแต่ตอนงานศพตาการแล้ว ทั้งโอบทั้งอุ้มกางปีกปกป้องมัน ที่แท้ก็รอจังหวะเสียบแทนลูกชาย
ที่นอนตายอยู่ในโลง
!“ กรองกาญจน์เอ่ยสวนกลับอย่างกราดเกรี้ยว อารมณ์ที่สะสมจากการกำลังถูก
คู่รักหนุ่มตีจาก อีกทั้งเงินทองที่มีก็กำลังหร่อยหลอหมดไป และยังมาเจอหน้าผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุให้ลูกชายคนเล็ก
ของตนเองเสียชีวิต ยิ่งทำให้อารมณ์ของกรองกาญจน์ในตอนนี้เกินจุดเดือดเกินควบคุม


     ”ออกไป! ฉันบอกให้เธอออกไปจากบ้านฉัน!“ ประพลตวาดไล่ลั่น โกรธอดีตภรรยา จนร่างกายสั่นเทิ้ม
อาการของโรคเก่าใกล้จะกำเริบ สิปางได้แต่รีบเข้าไปประคองร่างของนายประพลด้วยความเป็นห่วง
ทั้งๆ ที่ใบหน้าของหล่อนเองก็ซีดขาวเสียยิ่งกว่ากระดาษ ที่ถูกอดีตภรรยาเก่าของสามีบุกเข้ามาต่อว่าหล่อน
ไม่มีชิ้นดี จนนายประพลต้องกอดหล่อนแนบแน่น เพราะสงสารหล่อนไม่น้อยไปกว่ากัน


      เสียงที่เอ่ยเถียงกันลั่น ทำให้ร่างสูงแกร่งของปกรณ์ที่เพิ่งจะสร่างจากอาการเมาค้าง ต้องรีบแต่งตัว
ออกมาจากห้องแทบไม่ทัน จับจ้องไปที่ร่างของหญิงวัยกลางคนที่เขาคุ้นเคย ใบหน้าที่เคยงดงามในใจเขา
ตอนนี้กลับบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยแรงโกรธ แรงเกลียด


      ”คุณแม่ครับ คุณแม่มาทำอะไรที่นี่ครับ?“ ปกรณ์เอ่ยถามร้อนรน ระคนตกใจ เพราะบรรยากาศ
รอบๆ ตัวเขาตอนนี้ ยังกับสงครามกลางเมือง คือเมืองแห่งครอบครัวเก่า อับเฉา และเมืองแห่งครอบครัวใหม่
ไฉไลกว่า และแน่นอนอยู่แล้ว ที่ฝ่ายของครอบครัวใหม่อันไฉไลซาบซ่า จะชนะอย่างถาวร


      ”ก็มาดูหน้าเมียใหม่พ่อแกไงตากรณ์ ที่คว้าเอานังเมียเก็บน้องชายแกมาปัดฝุ่นล้างน้ำใหม่
แล้วขึ้นเตียงนอนไง”  กรองกาญจน์ยังไม่หยุดที่จะพูดต่อว่าอีกฝ่าย ที่ตอนนี้ใบหน้าของหล่อนซีดลงเรื่อยๆ
จนช่างดูน่าสงสาร บอบบางเสียเหลือเกิน


      ”หยุดพูดพร่ำเสียที! แล้วออกไปจากบ้านฉันซะ!!” ประพลเอ่ยเสียงกร้าว เริ่มจะหมดความอดทน
กับกิริยาอาการของอดีตภรรยา


     ”ทำไม ฟังความจริงกันไม่ได้หรือยังไง?“ กรองกาญจน์ยังเอ่ยถามย้อนกลับ อารมณ์ของหล่อนในตอนนี้
มันหยุดไม่ได้เสียแล้ว จนผู้เป็นลูกชายต้องร้องเรียก และกระตุกแขนผู้เป็นแม่


     ”คุณแม่ครับ! หยุดเถอะครับ เราออกไปจากที่นี่กันดีกว่าครับ เดี๋ยวผมไปส่งคุณแม่เอง” ปกรณ์เอ่ยขอร้อง
ผู้เป็นแม่ที่อารมณ์ของหล่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ ถึงเขาจะสะใจที่ผู้เป็นแม่ด่ากราดใส่ผู้หญิงต่ำมารยา ตุ๊กตาทองนั่น
แต่เขาก็กลัวว่าอาการของผู้เป็นพ่อจะกำเริบหนักขึ้น ได้แต่ดึงตัวของผู้เป็นแม่ให้ออกห่าง และก้าวเดินตามเขาไปที่รถ


     ”ปล่อยแม่นะตากรณ์! แม่จะด่านังผู้หญิงหน้าด้านนี่ ที่เอาได้ทั้งลูกทั้งพ่อ! และแกรู้ไหมที่ครอบครัวเรา
ต้องแตกแยกแบบนี้ บางทีอาจจะเป็นแผนของนังนี่ก็ได้
! ” กรองกาญจน์เริ่มเปลี่ยนสถานะ
หาคนผิดกับเรื่องราวในครั้งนี้


     ”จะบ้ากันไปใหญ่แล้ว!! ยิ่งเธอพูดมาก ก็เท่ากับเธอขายตัวเธอเอง เธอคิดว่าหนูปางจะวางแผน
ให้เธอมีชู้
! หรือยังไง หรือถ้าหนูปางจะทำแบบนั้นจริงๆ หนูปางก็ไม่ผิด! มันผิดที่เธอ! ที่ไม่ซื่อสัตย์
กับสามีตัวเอง ครอบครัวเลยต้องแตกแยกแบบนี้   ไป
!! จะไปไหนก็ไป แล้วอย่ากลับมาเหยียบบ้านฉันอีก!!”
ประพลประกาศกร้าวเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ต้องการที่จะได้ยิน หรือเห็นหน้าอดีตภรรยา ที่ก้าวกลับเข้ามา
เหยียบย่างในบ้านเขา ราวกับคนบ้า เสียสติ โวยวายขายความเลวของตนเอง ที่พยายามจะยัดเยียด
ให้คนอื่นรับความเลวนั้นเอาไว้ด้วย


     ”ไปเถอะครับแม่”ปกรณ์เอ่ย พร้อมกับดึงร่างของผู้เป็นแม่ ลงจากเรือน เพราะเขาเองก็ทนไม่ได้
ที่จะต้องเห็นและได้ยินคนสองคนที่เคยรักกันมาก เคยเป็นครอบครัวอบอุ่น จะหันมาทะเลาะ
และสาวไส้ให้กากินกันอยู่แบบนี้


     ”ปล่อยแม่นะกรณ์ แม่จะไปด่ามัน” เสียงเอ่ยอย่างโมโหหงุดหงิด ที่ถูกลูกชายดึงตัวลงมายังด้านล่าง


     ”พอเถอะนะครับแม่ ผมขอร้อง”ปกรณ์เอ่ยอย่างขอร้องอ้อนวอน ไม่ต้องการให้ผู้เป็นแม่กลับขึ้นไปด้านบนอีก


     ”ทำไมแกถึงห้ามแม่ห๊าตากรณ์ นี่อย่าบอกนะว่าแกก็หลงเสน่ห์นังเมียเด็กพ่อแก และน้องชายแก”


      ”ไม่ใช่ยังนั้นนะครับคุณแม่ ผมก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างจากคุณแม่หรอกครับ แต่ที่ผมต้องห้ามคุณแม่
เพราะไม่อยากจะให้คุณพ่ออาการกำเริบ ไปเถอะครับเดี๋ยวผมไปส่ง” ปกรณ์รีบเอ่ย ก่อนที่จะตัดบทเปิดประตูรถ
ให้ผู้เป็นแม่ก้าวขึ้นไปนั่งข้างคนขับ โดยที่เขาก็รีบกลับเข้ามานั่งประจำที่คนขับ และขับเคลื่อนออกจากบริเวณ
บ้านเรือนไทย มุ่งหน้ากลับสู่ตัวเมือง

                               ******************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

262 ความคิดเห็น

  1. #156 LADY ' TIGER (@sassry) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2552 / 11:02
    ใครจะว่านางเอกอย่างไร แต่สำหรับอ๋อ นางเอกแบบนี้ล่ะที่ต้องการ ฮี่ฮี่ 
    #156
    0
  2. #59 Dewii (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2552 / 12:11
    เนื้อเรื่องเข้มข้นพระนางร้ายพอกัน



    แต่นางเอกร้ายไปรึเปล่า



    อ่ออีกอย่างนะคะ



    คำว่า'เปล่า'น่ะต้องเขียนแบบนี้นะคะ



    ไม่ใช่'ปล่าว'
    #59
    0
  3. #58 nuri.j (@nuri) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2552 / 04:57
    แผนการล้มล้างครอบครัวนี้ ใกล้สำเร็จเต็มที
    แต่ปกรณ์คิดอย่างไรกับสิ่งที่เห็น
    สิปางก็ทำไว้เยอะ ระวังกรรมจะตามทันในชาตินี้
    แม้จะทำเพื่อการแก้แค้นก็เถอะ
    คนหนึ่งตาย ครอบครัวแตกสลาย อีกคนที่เหลือ
    ย่อมเจ็บแค้นเหมือนกัน  เรื่องจะยุติลงตรงไหน..
    #58
    0