ไฟไหม้ไฟ (พิษสิเน่หาพยาบาท)

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 16 กิ่งทองใบหยก!???

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2501
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    15 ต.ค. 52

ตอนที่ 16 กิ่งทองใบหยก???


          ช่วงขาที่ก้าวยาวบนพื้นหินอ่อนสีดำแวววาวอย่างมาดมั่น มั่นคง ชุดสูทเนื้อดีสีดำ ออกแบบตัดเย็บ
อย่างปราณีต ที่ถูกสวมทับบนเรือนร่างสูง ล่ำ แกร่ง ช่วงไหล่กว้างของเขา ยิ่งทำให้เขาดูมีเสน่ห์ ภูมิฐาน
หน้าจับจ้องไปทุกส่วน และทุกย่างก้าว ดวงตาคู่คมสบสายตาพนักงานที่ยืนทำความเคารพรอบข้างพอเป็นพิธี
ก่อนที่จะก้าวมาหยุดที่หน้าห้องประธาน ห้องทำงานประจำตำแหน่งของเขา บานประตูถูกเปิดออกกว้าง
พร้อมร่างของเลขาสาวหน้าห้อง ที่รีบก้าวลุกตามเขาไปยังด้านใน


     ”ระหว่างที่ผมไม่อยู่ มีปัญหา หรือมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า...คุณอร?“ น้ำเสียงเข้มเอ่ยถาม
พร้อมกับรับแฟ้มเอกสารที่เลขาหน้าห้องจัดเตรียมมามอบให้เขา หลังจากที่เขาต้องไปดูงานที่ฮ่องกง
เกือบสองอาทิตย์ และได้เลยกำหนดเวลาตามที่เขาวางแผนเอาไว้ในตอนแรก ทำให้เขาต้องตรงดิ่ง
กลับมาที่ทำงานก่อน แทนที่จะไปนอนพักผ่อนที่ห้องชุดของเขา


      ”เรื่องงานไม่มีปัญหาค่ะคุณกรณ์ ส่วนเรื่องการประชุม หรือหมายกำหนดการพบลูกค้า
ดิฉันเตรียมพร้อมไว้ในแฟ้มเอกสารเรียบร้อยแล้วค่ะ”


     ”ดีมาก เดี๋ยวคุณช่วยให้แม่บ้านทำกาแฟให้ผมสักแก้วก็แล้วกัน ขอบคุณ” เสียงเอ่ยตัดบท
ก่อนที่จะหันมาสนใจกับเอกสารตรงหน้า


     ”เออ...คุณกรณ์คะ” น้ำเสียงหวานที่เอ่ย ยังคงต้องการพูดอะไรบางอย่าง ทำให้ปกรณ์
ต้องเงยหน้าจากแฟ้มเอกสาร


     ”ยังมีอะไรอีกหรือคุณอร?“ น้ำเสียงเข้ม นัยน์ตาคมดุ สบตากลับแม่เลขาสาวสวยหน้าห้อง
ที่ความงาม และเรือนร่างของหล่อนเข้าขั้น งามใช้ได้ แต่เขาไม่นิยมกินไก่วัด ซึ่งกฎ
และความชอบส่วนตัวข้อนี้รู้กันดีในบริษัท


       ”ค่ะ คือคุณพ่อของคุณกรณ์ ท่านติดต่อหาคุณหลายครั้งแล้วค่ะ”


      ”คุณพ่อผมเป็นอะไร ไม่สบายหรือยังไง?“ น้ำเสียงเอ่ยถามเข้ม คิ้วขมวดเข้ากัน ด้วยความครุ่นคิด
เริ่มเป็นห่วงผู้เป็นพ่อของตน


     ”ไม่ค่ะ ท่านสบายดี เพียงแต่ท่านสั่งดิฉันเอาไว้ว่า ให้วันที่ 9 ตอนก่อนเก้าโมงเช้า ให้คุณกรณ์
ช่วยเข้าไปที่บ้านเรือนไทยค่ะ”


     น้ำเสียงหวานที่เอ่ยตอบถ้อยคำรายงานฝากฝังของผู้เป็นพ่อของเขา ยิ่งทำให้เขานิ่วหน้า รู้สึกงุนงงเล็กน้อย
ที่ทำไมต้องเป็นวันที่
9 และก่อนเก้าโมงเช้า ช่างดูเป็นเลขที่มงคลเสียนี่กะไร พลางสมองที่คิดขึ้นมาได้
พร้อมกับมองนาฬิกาที่ข้อมือแกร่งของตน


     ” 09/09/09.... 15.20“ วันเดือนปี และเวลา ที่ปรากฎบนหน้าปัดRADO Diastar Automatic
ทำให้เขาต้องเงยหน้า และเอ่ยถามเลขาสาวตรงหน้าอีกครั้ง “งานในแฟ้มนี้ มีอะไรเร่งด่วนหรือเปล่า?“


     ”ไม่ค่ะคุณกรณ์”


     ”ดี งั้นพรุ่งนี้ผมจะจัดการให้”เสียงเข้มเอ่ยรวดเร็ว ขยับตัวลุกขึ้น ก้าวยาวกลับออกไปนอกห้องของตนอีกครั้ง
มุ่งหน้ากลับเรือนไทย ทั้งๆ ที่เลยเวลานั้นมานานเต็มที


     16.59 การจราจรที่ติดขัด ทำให้การเดินทางของเขาล่าช้ากว่าที่ใจคิด รถสปอร์ตคันโก้ขับเคลื่อนเข้าใกล้รั้ว
ของบ้านเรือนไทย ความแปลกใจสิ่งแรกที่เขาขับเคลื่อนเข้าใกล้รั้ว คือรถที่จอดเรียงรายด้านนอกรั้ว
และแสงไฟส่องสว่างจากดวงไฟทรงกลมเล็ก เป็นสายห้อยระยางไปตามรั้วของบ้าน


     ”นี่มันงานอะไร?“เสียงเอ่ยถามตนเองเบาๆ พร้อมใบหน้าเข้มที่เริ่มขมวดคิ้วเข้าหากันจนยุ่ง
อีกทั้งรถสปอร์ตคู่ใจของเขาก็ไม่สามารถขับเคลื่อนต่อเข้าไปยังด้านในได้ เพราะถูกกั้นปิดเอาไว้
ด้วยซุ้มประตูดอกไม้สดสีแดงสลับขาวของเจ้าช่อดอกกุหลาบแสนสวย และเจ้าดอกยิปโซ
เขาจำต้องหาที่จอดรถด้านนอก ก่อนที่จะรีบก้าวยาวเข้าไปยังด้านใน


      สวนหย่อมหน้าบ้านถูกจัดวางโต๊ะทรงกลม และเก้าอี้ ที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีขาว คาดทับด้วยโบว์สีแดงสด
ที่จัดให้นั่งได้ราว
8-10 ที่นั่ง ประมาณสี่โต๊ะ ถัดห่างออกไปเพียงเล็กน้อย เป็นที่ตั้งของเวทีขนาดย่อม
ถูกประดับเป็นสีขาวแดงสลับกันงดงามเข้าชุดกับ บรรยากาศโดยรอบ ที่ถูกตกแต่งเต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีแดง
สลับขาว ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ไปทั่วรอบบริเวณ เสียงเพลงขับกล่อมบทเพลงรักแสนหวาน รวมทั้งกลุ่มคนที่สนิท
ภายในครอบครัวของเขาราวสามสิบคน

     สายตาคู่คมของเขาพยายามจับจ้อง ร่างสองร่างที่เคียงข้างกัน ก้าวขึ้นสูเวที ร่างหนึ่งคือร่างของผู้เป็นพ่อ
ในชุดสูทสีครีม ที่เขายังคงจำได้ดี แต่เรือนร่างงามระหงสมส่วนในชุดราตรียาว สีครีม เกาะอกเน้นรูปร่างงดงาม
เย้ายวนนั่นสิ ที่มันได้ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำ และทั่วอณูสัมผัสของเขาอย่างไม่มีวันที่จะลืมเลือนได้ลง
และจดจำได้เป็นอย่างดี กลับมายืนเคียงข้าง คล้องแขนพ่อของเขา โปรยยิ้มหวานไปทั่วงานอยู่ในตอนนี้นี่ซิ
มันคืออะไร
??


     ” ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณผู้มีเกียรติทุกท่าน ที่มาเป็นเกียรติ และร่วมเป็นสักขีพยานในวันแห่งความรัก
ความสุข ความทรงจำดีๆ ของเราทั้งสองคน ผมประพล และสิปางเจ้าสาวของผม ขอขอบคุณมา ณ
.โอกาสนี้
ขอให้ค่ำคืนนี้จงเป็นคืนที่มีความสุข และความทรงจำดีๆตลอดไปครับ”
      น้ำเสียงเอ่ยนุ่มนวลขอบคุณจากใจ พร้อมเสียงปรบมือของเหล่าผู้ที่มาร่วมงาน มันทำให้ร่างสูงล่ำ
แกร่งของเขา เกร็ง แข็งขืนขึ้นมาโดยทันที ไหล่กว้างของเขาสั่นไหวน้อยๆ ด้วยความพยายามไม่ให้ร่างกาย
สั่นเทิ้มเต็มไปด้วยความโกรธที่อัดแน่นภายในกายเขา สองมือของเขากำเข้าหากันแน่น กรามของเขา
เบียดเข้าหากัน จนเจ็บหนึบ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาเจ็บปวดไปมากกว่าภาพที่เห็น สิ่งที่ได้ยินในตอนนี้

     ดวงตาคู่คมของเขาเป็นประกายกร้าว ราวกับเปลวเพลิงที่ลุกโชน พร้อมที่จะเผาไหม้ร่างงดงามเย้ายวนนั่น
ให้มอดไหม้ ดับสลายไปต่อหน้าต่อตาเขา ยิ่งร่างสองร่างที่เดินเกาะเกี่ยวกันลงมายังด้านล่าง เอ่ยทักทาย
ผู้คนในงาน อย่างแสนรักในกันและกัน มันยิ่งสร้างความโกรธแค้นให้เขาเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว
จนอยากจะเข้าไปกระชาก ร่างงามเย้ายวนนั่น ให้แหลกคามือของเขา แต่สถานการณ์ในตอนนี้
มันก็เป็นได้แค่เพียงความคิด และเขาก็ทำได้แค่เพียงมองด้วยสายตาเคียดแค้น และรอคอยให้คู่บ่าวสาว
ที่สมกันที่สุดในโลก อย่างกิ่งทองแห้งรอวันร่วงหัก กับใบนรกบนต้นงิ้ว ก้าวเดินมาทางเขา



      ความรู้สึกที่ถูกจับจ้องด้วยสายตาดุ กร้าว กรุ่นโกรธ อาฆาคแค้น พุ่งตรงมายังร่างของสิปาง
ทำให้หล่อนต้องเอียงใบหน้างามของหล่อนไปตามทิศทางกระแสพลังเกลียด โกรธ อาฆาตแค้นรุนแรงนั่น
และมันก็เป็นอย่างที่หล่อนคิด ดวงตาคู่งามฉายแววประกายกร้าวเต็มไปด้วยความสะใจ พร้อมรอยยิ้มเยาะ
ที่มุมปากเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่จะหันกลับมายิ้มหวานให้แขกที่มาร่วมงาน และเอ่ยกระซิบเบาๆ
ให้เจ้าบ่าวของหล่อนได้รับรู้ เจ้าบ่าวของหล่อนชะงักเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะขยับหันไปตามทิศทางที่หล่อนเอ่ย


     ”มาจนได้นะเจ้ากรณ์ ฉันโทรตามหาตัวแกอยู่หลายครั้ง นึกว่าแกจะมาไม่ทันร่วมแสดงความยินดี
กับพ่อเสียแล้ว” เสียงเอ่ยของเจ้าบ่าวรุ่นเด่อะ ที่ก้าวเดินเคียงคู่กับเจ้าสาวคราวลูก เข้ามาหาเขา
และไม่ต้องบอกเลยด้วยซ้ำ ว่าเจ้าบ่าวมีความสุขมากขนาดไหน เพราะสีหน้าอิ่มเอม เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
แห่งความสุข ความยินดี ที่จะได้เคี้ยวหญ้าอ่อน แต่ซ่อนหญ้าเน่าๆ เอาไว้ด้านใน เป็นการกลบเกลื่อนสินค้า
ให้ผู้บริโภคตาถั่ว อย่างพ่อของเขา


     ”นี่คุณพ่อกำลังทำอะไร!? ทำไมคุณพ่อต้องคว้าผู้หญิงต่ำๆ มารยาสาไถ แบบนี้มาเป็นเมียด้วย!!?“
น้ำเสียงเข้มเอ่ยตะคอกถามกร้าว แววตาเต็มไปด้วยความโกรธ เกลียด จ้องมองใบหน้างดงามตรงหน้า
ราวกับกองขยะเน่าเหม็น


     ”หยุดนะเจ้ากรณ์!? แกไม่มีสิทธิ์จะมาพูดน้ำเสียงแบบนี้กับฉัน! และแก..ก็ไม่มีสิทธิ์
ที่จะมาพูดว่าหนูปางอย่างนี้
!''  ผู้เป็นพ่อเอ่ยเสียงกร้าว ไม่ยอมเช่นกัน ที่เจ้าลูกชายอารมณ์ร้อน
จะมาทำตัวกล่าวหา ว่าคนอื่นเขาแบบนี้ โดยเฉพาะคนอื่นที่ว่า เป็นภรรยาของเขาถูกต้องตามกฎหมาย


     ”ทำไมผมจะไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดว่านังผู้หญิงต่ำ! เจ้ามารยาคนนี้ ในเมื่อตัวตนของหล่อน
ก็เป็นอย่างที่ผมว่าจริงๆ” ปกรณ์ยังเอ่ยเถียงกร้าว ฝ่ามือหนาของเขากระชากข้อแขนของหล่อน
ออกห่างพ่อของเขา อย่างไม่เกรงใจ หรือเกรงกลัวอะไรใดๆ ทั้งสิ้น


     ”โอ๊ย!...“เสียงร้องของสิปาง พร้อมกับใบหน้างดงามของหล่อน ต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
จากการกระทำที่บีบกระชับรุนแรงของเขา หยาดน้ำใสเริ่มคลอหน่วย ร่างงามสั่นไหว
เต็มไปด้วยความกลัวคนตรงหน้า


     ”ปล่อยนะเจ้ากรณ์! นี่แกจะทำบ้าอะไร!? นีมันงานมงคลของฉันนะ ถ้าแกไม่ปล่อยหนูปาง
แกไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพ่อ
! “ ประพลเอ่ยตวาดกร้าว ก่อนที่ร่างกายของเขาจะเซ ฝ่ามือหนา
ทาบทับไปที่อกข้างซ้าย จนปกรณ์จำต้องปล่อยมือเข้าไปประคองผู้เป็นพ่อ
โดยที่สิปางก็เข้าไปประคองร่างเจ้าบ่าวของหล่อนอีกด้าน


      ”คุณพ่อ! คุณพ่อเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ?” ปกรณ์เอ่ยถามร้อนรน ด้วยความเป็นห่วง
อาการเกรี้ยวกราด โกรธแค้นในตอนแรกหายไปกว่าครึ่ง


    ”ปล่อยฉัน! ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน แกกลับออกไปซะ ถ้าแกจะมาป่วนงานของฉัน!   ไปหนูปาง
ช่วยพาฉันกลับไปนั่งที” เสียงเอ่ยไล่ผู้เป็นลูกชายกร้าว ก่อนที่จะหันไปเอ่ยขอร้องนุ่มนวล บอกเจ้าสาวแสนสวย
ให้พาเขากลับไปนั่ง และให้ห่างจากเจ้าลูกชายจอมอันธพาลคนนี้เสียที


     ”ค่ะ..ค่อยๆ เดินนะคะ” เสียงหวานเอ่ยรับคำเบาๆ ประคองร่างเจ้าบ่าวกลับเข้าไปนั่งภายในงาน
ที่บรรดาแขกเหรื่อ ต่างพากันหันมาจับจ้องกับศึกสงครามย่อยๆ ของคู่บ่าวสาว และผู้เป็นลูกชายของเจ้าบ่าว
ใบหน้างดงามของสิปางเอี้ยวไปทางด้านหลังเล็กน้อย พอที่สายตาสะใจ เยาะเย้ย รอยยิ้มเหยียดที่มุมปากของหล่อน
จะปรากฎให้ผู้ชายเย่อหยิ่ง ยโส ร้ายกาจอย่างนายปกรณ์ ได้เห็นกิริยาหล่อนชัดเจน และที่แน่นอนการมองกลับ
ตอบโต้ของอีกฝ่าย ที่เต็มไปด้วยความโกรธ กร้าว เสียหน้านั่น และไม่สามารถโต้ตอบหรือทำอะไรหล่อนได้
ทำให้หล่อนสะใจ มีความสุขมากยิ่งขึ้น


     ”เตรียมตัว เตรียมใจเอาไว้ได้เลย ว่านับแต่วินาทีนี้ นายจะฝันร้ายทั้งยามหลับ และยามตื่น
นายจะเจอนรกบนดินแน่” เสียงเอ่ยสบถกร้าว สะใจ ในใจของสิปาง ที่วันแห่งการรอคอยของหล่อนมาถึง


      สายตาเยาะเย้ยด้วยความสะใจ พร้อมรอยยิ้มเหยียดหยันในทีของหล่อน ก่อนที่จะหันไปเล่นละคร
ฉีกยิ้มหวาน เอ่ยออดอ้อน แสดงความเป็นห่วงผู้เป็นพ่อของเขา มันทำให้เขายิ่งเดือดดาล
อยากจะจับร่างของหล่อนมาฉีกเป็นชิ้นๆ ให้หายแค้น นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเขากันแน่
น้องชายต้องมาจบชีวิตเพราะผู้หญิงมารยาสาไถอย่างสิปางยังไม่พอ นี่พ่อของเขาก็กลับมาตก
หลุมเสน่ห์ มารยาร้อยล้านเล่มเกวียนของหล่อนอีกหรือนี่ เขาอยากจะฆ่าหล่อนนัก ที่เข้ามาปั่นหัว
น้องชายเขาจนตายแล้วยังไม่หนำใจหล่อน ยังกล้ามาปั่นหัวพ่อเขาด้วยอีกคน


     ”เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะยอมแพ้เธอหรือสิปาง? มันไม่ง่ายอย่างที่เธอคิดหรอก”เสียงสบถต่ำ กร้าว
ในลำคอ เต็มไปด้วยไฟแค้น ที่มันสุมอก ที่เขาเผลอให้ผู้หญิงอย่างสิปางกลับเข้ามาวุ่นวาย
กับคนในครอบครัวของเขาอีกครั้ง ชนิดที่ว่ากลับเข้ามาอย่างเต็มตัว และเปิดเผย โดยการล่อลวง
ให้ผู้เป็นพ่อของเขายอมแต่งงานสายฟ้าแล่บ ชนิดที่เขาเองก็แทบจะจับต้นชนปลายไม่ถูกเหมือนกัน


                             ******************************




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

262 ความคิดเห็น

  1. #154 LADY ' TIGER (@sassry) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2552 / 10:36
    แรงมาก ๆ ยอมทำทุกอย่้างจริง ๆ แหวกแนวนางเอกไทยสุด ๆ 
    #154
    0
  2. #115 หุหุหุ...ชีวิต (@g0hkokpohvp) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2552 / 23:32
    ว๊าว แร๊งงงง
    แต่สนุกดีนะค่ะเหมือนแหวกไปจากเรื่องอื่น
    งัยก้อสู้ๆๆค่ะ
    #115
    0
  3. #30 nuri.j (@nuri) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2552 / 11:22
    สิปาง ลงทุนขนาดนี้เลย
    แรงกว่าทุกเรื่องที่เตยอ่านมา
    #30
    0
  4. วันที่ 15 ตุลาคม 2552 / 18:06
    กำลังสนุก
    รีบมาอัพอีกนะค่ะ
    #29
    0
  5. #28 wonbinun (@wonbinun) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2552 / 08:00
    สุดยอด!! อัพๆๆๆๆ สู้ๆค่ะ
    #28
    0