ไฟไหม้ไฟ (พิษสิเน่หาพยาบาท)

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 12 รักต่างวัย ใครว่าจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2880
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    9 ต.ค. 52

ตอนที่ 12 รักต่างวัย ใครว่าจริง


ร่างสมส่วนอ่อนกว่าวัยถูกสวมทับเพียงผ้าขนหนูผืนนุ่ม ก้าวลุกออกจากที่นอนหนานุ่มในห้องพัก
ปรับอากาศของโรงแรม
ด้วยความยากลำบาก เพราะฝ่ามือหนา และลำแขนแกร่งที่คอยดึงเหนี่ยวรั้ง
ให้ร่างสมส่วนนั้นต้องทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่ม


ไม่เอาน่า อย่าทำแบบนี้ซิ เย็นมากแล้ว ฉันจะต้องกลับบ้าน” เสียงต่อว่าอิดออดไม่เต็มเสียงนัก
เพราะความเป็นจริงยังอยากจะหยุดเข็มนาฬิกาให้หยุดนิ่งเสียด้วยซ้ำ หยุดในช่วงเวลาแห่งความสุข
ตักตวงให้มันคุ้มค่ากับสิ่งที่หล่อนโหยหามาเนิ่นนาน


โธ่...คุณกรองครับ อยู่ต่ออีกสักนิดไม่ได้หรือครับ นะครับ..น๊า” น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยออดอ้อน
ยังคงสวมกอดร่างสมส่วนจากทางด้านหลัง พรมจูบไปทั่วไหล่นวลเนียน ซุกไซร้ไปตามซอกคอขาว
จนร่างในอ้อมกอดอ่อนระทวยไร้การขัดขืน จำต้องด่ำดิ่งลงในเปลวเพลิงปรารถนาระลอกใหม่
ที่ถูกก่อจนลุกโชนโหมกระหน่ำซ้ำเกินควบคุมอย่างยินยอมพร้อมใจ และจำต้องปล่อยให้ระยะเวลา
ดับเปลวไฟปรารถนากันและกัน


ร่างสมส่วนของคุณกรองกาญจน์แต่งกายเตรียมพร้อมที่จะก้าวออกจากรังรัก รังใหม่กับเด็กหนุ่มคราวลูก
เวลาเพียงไม่กี่อาทิตย์
มันก่อร่างสร้างสัมพันธ์รวดเร็ว เพราะสิ่งในกายที่ซ่อนเร้นมันร่ำร้องโหยหาทรมาน
เสียจนหล่อนยอมที่จะกระโดดสู่ห้วงอเวจี ยอมให้ไฟนรกมันแผดเผาหล่อน ที่ขึ้นชื่อสวมเขาให้สามีตนเอง


เมื่อไหร่เราจะอยู่ด้วยกันแบบไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อย่างนี้เสียทีละครับ”เสียงเอ่ยออดอ้อนกระซิบที่ริมหู
สวมกอดร่างของคุณกรองกาญจน์จากทางด้านหลังแนบแน่น


อย่าพูดเลยนาท อย่าพูดซ้ำให้ฉันรู้สึกเกลียดตัวเองไปมากกว่านี้” น้ำเสียงเย็นชา ใบหน้างามเชิดสูง
เมื่อถ้อยคำเอ่ยถามมันตอกย้ำตัวตนที่หล่อนเป็น คบชู้
!


กับน้ำเสียงที่แปรเปลี่ยนของกรองกาญจน์ ทำให้สินาทต้องรีบเปลี่ยนถ้อยคำน้ำเสียงของตน
“คุณโกรธผมหรือครับ ผมแค่เพียงรักคุณมาก รักจนอยากจะมีคุณทั้งยามหลับ และยามตื่น”
น้ำเสียงอ่อนโยนออดอ้อน เว้าวอน ให้คนในอ้อมกอดกลับมาอารมณ์ดีดังเดิม แต่กลับไม่มีเสียงเอ่ยตอบ
นิ้วเรียวของคุณกรองกาญจน์เปิดกระเป๋าถือราคาแสนแพงของตนพร้อมกับส่งยื่นซองกระดาษสีขาว
ให้กับเขาแทนคำตอบ จนสินาทถึงกับงุนงงเล็กน้อย

มันคืออะไรหรือครับ?“ สินาทเอ่ยถามอย่างงุนงง


ก็ลองเปิดดูซิ” เสียงเอ่ยเรียบๆ ของกรองกาญจน์ให้เขาได้เปิดดูสิ่งที่ซ่อนอยู่ในซองสีขาวนั่น
ตัวเลขสวยหกหลักปรากฏบนแผ่นกระดาษสีขาวของเช็คเงินสด


นี่มันอะไรกันครับคุณกรอง ผมไม่ได้ต้องการสิ่งนี้นะครับ ผมแค่ต้องการคุณ และไม่เคยคิดที่จะต้องการ
หรือแตะต้องทรัพย์สินของคุณ” สินาทเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ใบหน้าคมของเขาเศร้าหมอง เจ็บปวด เสียใจ
ท้อแท้ หมดหวัง ที่หล่อนคิดว่าเขาเป็นผู้ชายขายตัว ยอมมีความสัมพันธ์ เพราะเพียงหวังเงินๆ ทองๆ ของหล่อน


คุณเก็บคืนไปเถอะครับ มันไม่จำเป็นสำหรับผม”ฝ่ามือหนาส่งยื่นซองสีขาวคืนให้หล่อน ซ่อนแววตาสีระเหรื่อ
เศร้าโศกเสียใจอย่างสุดฝืน จำต้องเบี่ยงหน้าหลบไม่อาจสามารถที่จะให้หล่อนเห็นความอ่อนแอ ท้อแท้ผิดหวัง
ในดวงตาคู่กลมโตของเขา


ทั้งอาการ และน้ำเสียงของเด็กหนุ่มตรงหน้า มันทำให้หัวใจของกรองกาญจน์สั่นไหวได้ไม่น้อย
ที่เงินจำนวนเฉียดล้าน ไม่สามารถซื้อเด็กหนุ่มนี้ได้ และมันกับสร้างความเจ็บปวด เสียใจให้เขาแทนที่
จะมีความสุขกับเงินก้อนโต

ฉันตั้งใจให้เธอจริงๆ นะนาท รับเอาไว้เถอะ”กรองกาญจน์ยังคงเอ่ยคะยั้นคะยอ


ผมไม่ใช่ผู้ชายขายตัวนะครับ มันผิดมากใช่ใหมที่ผมเกิดบังคับใจตัวเองไม่ได้ หลงรักผู้หญิงมีเจ้าของ
และสูงส่งอย่างคุณ” สินาทเอ่ยอย่างตัดพ้อ เจ็บปวด เสียใจ ที่ความรักของเขาถูกตีค่าเป็นแค่จำนวนเงิน
ไร้ซึ่งความรู้สึกและผูกพัน


กรองกาญจน์มองแผ่นหลังกว้างเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามสั่นไหวสะท้านน้อยๆ ที่ยืนหันหลังให้หล่อน
จำต้องจับข้อแขนของเขาให้หันมาเผชิญหน้ากับหล่อน ดวงตาคู่กลมโตของเขามันแดงช้ำ หยาดน้ำไสเครือคลอ
ปิดบังม่านดวงตาสีนิลของเขาให้พร่ามัว หล่อนกวาดมองใบหน้าของเด็กหนุ่มรุ่นลูกอย่างค้นคว้าหาคำตอบ
ว่าถ้อยคำที่เขาพูดนั้น มันกลั่นมาจากความรู้สึก จากหัวใจของเขาจริงๆ หรือว่าเป็นแค่สิ่งลวงหลอกตา
ผู้หญิงรุ่นแม่อย่างหล่อน แต่หล่อนก็พบแต่เพียงความจริงเท่านั้น แววตาของเขามันบ่งบอกและยืนยัน
มากกว่าคำพูดมากมายนับร้อยคำ


ขอโทษนะนาท ฉันไม่ได้ต้องการที่จะดูถูกความรักของเธอ ฉันก็แค่ต้องการให้เธอเอาเงินนี้
ไปซื้อรถคันใหม่ แทนที่รถคันเก่าของเธอ ที่ชอบเสียอยู่บ่อยๆ จนใจฉันต้องกระวนกระวาย และเสียใจทุกครั้ง
ที่เวลาของเราที่จะอยู่ด้วยกันในแต่ละครั้งมันลดน้อยถอยลง” น้ำเสียงเอ่ยตอบความในใจ พร้อมรอยยิ้มละมุน
มันทำให้ใบหน้าเศร้าหมองของสินาทแปรเปลี่ยน ความดีใจมันสูบฉีดหัวใจของเขาให้กลับมาพองโตอีกครั้ง
ใช่ว่าเขาจะดีใจกับรถคันใหม่ แต่เขากลับดีใจ กับประโยคสุดท้ายเสียมากกว่า


ผมดีใจจริงๆ ที่ไม่ใช่ผมเพียงแต่ฝ่ายเดียวที่อยากจะมีเวลาอยู่กับคุณให้นานที่สุด มันฟังดูอาจจะเป็นเรื่อง
ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ผมก็รักคุณ คุณกรอง รักมากเสียจนยอมที่จะตกนรก เพื่อให้ได้มีคุณเอาไว้ในอ้อมกอด”
สินาทเอ่ยบอกรักแสนหวาน จนคนที่ผ่านประสบการณ์มานานอย่างกรองกาญจน์แทบจะละเมอ


งั้นผมให้คุณเป็นคนเลือกรถก็แล้วกัน คุณชอบแบบไหน ผมก็ชอบแบบนั้น แต่ไม่ต้องราคาแพง
มากนักนะครับ มันสิ้นเปลืองเกินความจำเป็น” สินาทเอ่ยอย่างเอาใจ ใบหน้าสดใสกลับมามีความสุขอีกครั้ง
ตระกรองกอดร่างของหล่อนแนบแน่น แต่แววตาที่ซ่อนอะไรบางอย่าง กลับฉายแววความจริง
ตัวตนในสิ่งที่เขาเป็น เจ้าเล่ห์ โกหก หลอกลวง ปลิ้นปล้อน ที่เหยื่อในอ้อมกอดจะไม่มีวันจับผิดตัวตน
ที่แท้จริงของเขาได้


............................



ร่างสองร่างที่เดินเคียงข้างกันบนเส้นทางสายเล็กใต้เงาร่มไม้ใหญ่ ยังคงเป็นภาพ และบรรยากาศเช่นเดิม
ในแต่ละครั้ง ที่ต่างพบเจอกัน ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่อาทิตย์ ดูเหมือนว่าจะเชื่อมความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่
ให้สนิท และเปิดเผยกันมากขึ้น


หนูปางนี่เก่งนะ ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยจนจบมหาวิทยาลัย ไหนจะต้องรับผิดชอบครอบครัวอีก”
เสียงเอ่ยชื่นชมของชายสูงวัยที่หญิงสาวช่างมีความรับผิดชอบสูง ไหนจะต้องทำงานส่งเสียตัวเองเรียน
ไหนจะต้องดูแลผู้เป็นพ่อที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง และเพิ่งจะเสียชีวิตไปได้ไม่นาน ถึงจะพอรู้ว่าหญิงสาวเป็นคน
ที่ลูกชายของตนรัก แต่ก็ไม่เคยรู้ประวัติอะไรของหล่อนไปมากกว่าเห็นหล่อนตามหน้าปกหนังสือ รู้สึกชื่นชม
ในความสามารถ และการดำเนินชีวิตของหล่อนไม่น้อย

แล้วแม่ของหนูไปไหนเสียล่ะ?“เสียงเอ่ยถามเรื่อยๆ แต่กลับเห็นใบหน้าหมองหม่น แววตาเศร้าสร้อย
แทนรอยยิ้มเมื่อครู่

เออ..ฉันขอโทษนะ ถ้าคำถามของฉันทำให้หนูเสียใจ” ชายสูงวัยรีบเอ่ยขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจให้หญิงสาว
ต้องเสียใจกับคำถามของเขา ที่ไปตอกย้ำความรู้สึกของหล่อนเข้า


ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องขอโทษปางหรอกค่ะ คุณประพล มันก็แค่ความทรงจำที่แย่ และเจ็บปวดของปาง
เท่านั้นเองล่ะค่ะ”สิปางรีบเอ่ย ไม่ต้องการให้เขาต้องรู้สึกผิด ที่เอ่ยถามคำถามที่แกว่งความรู้สึกของหล่อน
ก่อนที่จะเอ่ยเรื่องราวในความทรงจำวัยเด็ก

แม่ของปาง เขาทิ้งปางไปตั้งแต่ปางอายุได้เก้าขวบ เพราะต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่แม่พึงพอใจ
มากกว่าคนซื่อๆ เฉื่อยชา ไม่เอาไหนอย่างพ่อของปาง ปางยังจำวันนั้นได้ดีค่ะ วันที่แม่เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า
และก้าวไปขึ้นรถกับผู้ชายคนใหม่ โดยปล่อยให้ปางกับพ่อวิ่งตามรถจนลับตา” สิปางเอ่ยย้อนเล่าเรื่องราว
ในอดีต ภาพเก่าๆ กลับเข้ามาในหัวสมองของหล่อนอีกครั้ง จนไม่สามารถกลั้นน้ำตาที่มันเอ่อล้นรินไหล
ผ่านดวงตาคู่สวย จำต้องกรีดนิ้วเรียวปาดซับหย ผ้าเช็ดหน้าผืนสีขาวผืนนุ่ม
ถูกส่งยื่นให้หล่อน ใช้ซับน้ำตาจากดวงตาคู่สวยแทนที่นิ้วเรียวงามของหล่อน


เรื่องราวในอดีตมันมีทั้งสุข และทุกข์นะหนูปาง จงเลือกเก็บเอาแต่สิ่งดีๆเอาไว้ในความทรงจำ
อย่าเก็บเอาเรื่องเลวร้ายมาไว้ในอก เป็นขยะรกในหัวใจ และหัวสมองเลยนะหนูปาง”ชายสูงวัยเอ่ยปลอบโยน
เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้ดวงใจบอบช้ำ กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง รู้สึกสงสารหญิงสาวไม่น้อย
ที่ต้องมาพบเรื่องราวเช่นนี้ ทั้งในอดีต และปัจจุบัน อดีตที่แม่ของตน มีผู้ชายใหม่ ทิ้งตน และผู้เป็นพ่อ
ให้ดำเนินชีวิตกันเพียงลำพัง อีกทั้งในปัจจุบันจะต้องมาพบภาพที่ชายคนรักของตนอยู่กับผู้หญิงอื่น
บนเตียงนอน มันช่างสะท้อนความรู้สึกเจ็บปวด เสียใจ ให้เขารับรู้ได้ ถึงแม้เขาจะไม่เคยประสบกับตัวเอง
แต่เขาก็เชื่อ และรับรู้ว่ามันเจ็บปวดเกินทน


ขอบคุณค่ะ ปางนี่แย่จริงๆ เลย ชอบทำตัวเป็นเด็กขี้แย บ่อน้ำตาตื้นอยู่เรื่อย”สิปางเอ่ยขอบคุณกับคำ
ให้กำลังใจของเขา พลางซับน้ำตาของตนให้แห้งเหือด พร้อมกับรอยยิ้มสดใส อ่อนหวาน ไร้มารยา
ก่อนที่จะยกข้อมือเรียวเล็กของตน ดูเวลาบนหน้าปัดของนาฬิกาข้อมือ


ปางคงต้องกลับแล้วล่ะค่ะ คือปางรับงานพิเศษเอาไว้ แล้วปางจะมาคุยด้วยใหม่นะคะ”สิปางเอ่ยขอตัว
เพราะยังมีงานโชว์สินค้า นาฬิกาสุดหรู คอนเซ็ปคู่รัก ที่หล่อนกับนังซินดี้รับงานคู่กัน


ตามสบายหนูปาง ฉันดีใจนะที่หนูมาคุยเป็นเพื่อนฉัน แต่ถ้าหนูยุ่ง หรือลำบากจนเกินไป ฉันก็ไม่ขอรบกวน”


ใครว่าปางลำบาก หรือคุณรบกวนล่ะคะ ปางเสียอีกที่เป็นฝ่ายที่รบกวนคุณ แต่ปางรู้สึกดีทุกครั้งนะคะ
ที่ได้มาพบและพูดคุยกับคุณ เอาเป็นว่าเดี๋ยวเราเจอกันใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ” สิปางเอ่ยยิ้มแสนหวาน
ก่อนที่จะลาเขากลับไปขึ้นรถ โดยที่มีสายตาเอ็นดูของประพล ที่ปรากฏบนบานกระจกมองหลังของรถ
มองตามจนรถของหล่อนลับสายตา รอยยิ้มอย่างผู้ชนะในเกมส์นิทานหลอกเด็ก หรือมารยา ที่หล่อนอุปโลก
ขึ้นเองทั้งหมด ตีหน้าเศร้า บีบน้ำตาเอ่ยเรื่องราวแสนรันทด เพียงแค่นี้ไอ้แก่หน้าโง่นั่น ก็เชื่อหล่อนเสียสนิทใจ
"ซื่อทั้งพ่อทั้งลูก"สิปางเอ่ย ที่พ่อลูกคู่นี้ถอดกันมาแทบไม่ผิดเพี้ยน จะมีก็แต่เพียงลูกชายคนโตเท่านั้น
ที่คงจะได้รับเชื้อแม่มา ถึงได้มีแต่ความหยิ่งยโส ถือดี อารมณ์ร้าย ปราบยาก จนเป็นศัตรูที่น่ากลัว และ
ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ


................................


เสียงเพลงบรรเลงจังหวะสนุกสนานเปลี่ยนจังหวะไปตามนายแบบ และนางแบบที่แต่งกาย
ในรูปลักษณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัยซน วัยทีน วัยน่ารักสดใส วัยหนุ่มสาว วัยทำงาน จนมาจบวัยสุดท้าย
วัยแห่งความรักเคียงคู่ ที่บรรเลงเพลงรักแสนซึ้งโรแมนติกอบอวลไปด้วยความรักแสนหวาน ของคู่รัก
ในชุดฟิน่าเล่ เรือนร่างงามระหงในชุดราตรีสีแดงเพลิงเกาะอก เน้นช่วงหน้าอก และเอวบางไล่ลง
ไปยังสะโพกผายกลมกลึง ไปจนถึงช่วงเรียวขายาว ปล่อยชายกระโปรงย้วยเหมือนหางปลายาวกรอมเท้า
ที่สวมส้นสูงสีแดงเข้าชุด และข้อแขนเรียวถูกประดับด้วยนาฬิกาข้อมือทองคำขาวพลาทินเนื้อดีฝังเพชร
เรือนสี่เหลี่ยมหน้าปัดสีดำฝังเพชรล้อมรอบตัวเรือนและสาย งดงาม เคียงคู่กับนายแบบลูกครึ่ง
ที่สวมชุดสูทสีดำสวมทับเสื้อเชิ้ตสีแดงเพลิงดูสง่า มาพร้อมกับนาฬิกาข้อมือเรือนสี่เหลี่ยมหน้าปัดสีดำ
ฝังเพชรล้อมรอบตัวเรือน และสายเป็นเพียงพลาทินเนื้อเงา เป็นคอลเลคชั่นคู่รักที่ถูกออกแบบมาสำหรับคู่รัก
ทุกๆ คู่ ที่ต้องการเครื่องประดับเป็นตัวแทนความรักให้กันและกัน

เสียงปรบมือดังไปทั่วทั้งงาน ชื่นชมความงามของนาฬิกาบนข้อมือ และความงดงามของผู้ที่สวมใส่
รอยยิ้มแสนหวานนัยน์ตาเย้ายวนฉายชัดไปทั่วใบหน้างดงามของนางแบบ ที่เดินเกี่ยวแขนควงคู่
กับนายแบบลูกครึ่งรูปหล่อ อวดสินค้าที่ประดับบนข้อมือ


นี่นังปาง ฉันว่ากำลังมีใครบางคนจ้องแกอยู่นะ” เสียงเอ่ยกระซิบเบาๆ ที่ได้ยินกันเพียงสองคน
ของนังซินดี้ หรือนายแซม


ก็เป็นเรื่องปกติ ไม่เห็นจะมีอะไรแปลก”สิปางยังคงเอ่ยตอบธรรมดา ไม่ได้กระตือรือร้นอยากรู้
ว่าสายตาใครที่คอยจับจ้องหล่อน เพราะรู้สึกชินชาเสียแล้ว ไม่มองนี่สิถือว่าแปลก หันมาฉีกยิ้ม
อวดสินค้าทำงานของตนต่อไป


แปลกซิย๊ะแก ก็ไอ้สายตาคมๆ ดุๆ ที่จ้องแกอยู่น่ะ มันเป็นสายตาของลูกชายคนโต
ของตระกูลฤทธิ์เกรียงไกรนะย๊ะ”


สิ้นเสียงกระซิบของซินดี้ ทำให้สิปางต้องทำตาสู้แสงแฟลซ หันไปมองตามเพื่อนสาว สายตาคมดุ กร้าว
ที่จ้องมองมา ราวกับจะฉีกร่างของหล่อนให้ขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถ้าสายตาของเขามันทำได้
สิปางมองเลยไปทางคนด้านข้างของเขา หญิงสาวสวยงามมาดคุณหนูนั่งควงแขนเขาไม่ยอมปล่อย
ที่ดูเหมือนจะภาคภูมิใจเสียเหลือเกิน ที่ได้ออกงานสังคมเคียงข้างผู้ชายโหดร้ายนั่น
สิปางหันมาสบสายตาคู่คมดุ กร้าวของเขาตรงๆ ก่อนที่จะยิ้มในตาอย่างเยาะเย้ย เหยียดหยัน
ใบหน้าเชิดขึ้นสูง ก่อนที่จะเอนเอียงไปยังทิศทางอื่น


อย่าไปสนใจเลย เขาคงอยากจะได้นาฬิกาให้คู่ขาคนที่69เขาล่ะมั้ง”สิปางเอ่ยตัดบท
ก่อนที่จะสวมวิญญาณมาดนางแบบ ก้าวเดินเคียงคู่เพื่อนสาวโปรยยิ้ม เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนไปทั่วทั้งงาน

"ทำเป็นยิ้มให้ท่า แม่ดาราหน้าปก ผู้หญิงอย่างเธอมันจะไปมีค่าอะไร"เสียงเอ่ยต่อว่าในใจ
เต็มไปด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดที่มันถูกซ่อนฝังอยู่ในใจที่เต็มไปด้วยไฟลุกโชนโหมกระหน่ำกับ
ท่าทางที่ยิ้มในตาเยาะเย้ยถากถางเขาในทีของเจ้าหล่อน มันช่างทำให้อารมณ์เขาเดือดขึ้นโดยอัตโนมัติ ที่เจ้าหล่อนช่างกล้ากับคนอย่างเขา นี่ถ้าเขาไม่ติดว่ามีใครเคียงคู่มาด้วย
สาบานกับตัวเองเลย ว่าจะไม่ให้หล่อนพ้นเงื้อมมือเขาไปได้ จะสั่งสอนหล่อนให้รู้รสชาติ
กับการใช้สายตาเยาะเย้ย เหยียดหยัน ดูถูกคนอย่างเขา


ร่างที่นั่งนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ใบหน้าตั้งตรง ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ทำให้คนที่เกาะแขนต้องเอ่ยถาม
“เป็นอะไรไปคะกรณ์ เบื่อหรือคะ
?“ น้ำเสียงหวานๆ อ้อนน้อยๆ เอ่ยถาม เมื่อเห็นคู่ควงนิ่งจนผิดปกติ


ปล่าวครับ พอดีผมนึกถึงเรื่องที่ประชุมไปเมื่อเย็นนี้น่ะครับ” เสียงเอ่ยตอบปฏิเสธนุ่มนวล
ไม่ต้องการให้คู่ควงคนใหม่ล่าสุด ลูกสาวเจ้าของโครงการบ้านจัดสรร และคอนโดหรู
ทั้งในกรุงเทพฯ และภูเก็ต ต้องน้อยใจ


หรือคะ? อิงนึกว่าคุณเบื่อเสียอีก งั้นเราไปต่อกันนะคะ อิงนัดเพื่อนเอาไว้ที่ผับน่ะค่ะ”


ตกลงครับ”เสียงเอ่ยตอบนุ่มนวล พร้อมรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ที่เห็นแก้มบุ๋มของเขา
ทำให้ใบหน้าคมเข้มของเขาดูมีเสน่ห์เพิ่มมากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะก้าวเคียงข้างสาวสวย
อีกหนึ่งในแคตตาล็อกของเขา สู่ทิศทางสถานบันเทิงชื่อดัง โดยทิ้งความแค้นส่วนตัว
เอาไว้ชั่วคราว ให้เรื่องราวสนุกเร้าใจ ที่จะเกิดขึ้นในค่ำคืนนี้กับคู่ควงคนใหม่ มาทำให้ใจ
และกายเขาเป็นสุขเสียยังดีกว่า

************************



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

262 ความคิดเห็น

  1. #135 raru (@radiergummi) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2552 / 15:28
    ตกหลุมพลางทั้งตระกูลเลยแหะ
    #135
    0