Bloody Day

ตอนที่ 7 : ::Simple life ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,013
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    13 ก.พ. 59

Simple life

 

            มีคนกล่าวไว้ว่า ใครทำไม่ดีกับเรา จงลืมเสียและจงจำสิ่งดี ๆ ในตัวเขาแน่นอน! มันเป็นสิ่งที่ดีหากเราสามารถเปลี่ยนทัศนคติของตัวเองได้ แต่เชื่อเถอะว่ามันใช้ไม่ได้กับคนที่โดนตอกหน้าหงายกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเหล่าอย่างอลิซเธอไม่เหลือความอดทนในการทำตัวเป็นเพื่อนบ้านที่แสนดีอีกต่อไป และคงไม่มีวันที่จะทำเรื่องงี่เง่าพรรค์นั้นซ้ำอีกหน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอจึงเลือกที่จะทำตัวเป็นอากาศธาตุยามที่เธอเดินออกไปทิ้งขยะหน้าบ้าน หรือบนถนนที่ใช้สำหรับมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยรวมไปถึงห้องเรียน เพราะคงเป็นสิ่งที่ง่ายกว่าการเปลี่ยนทัศนคติให้มองเรย์กลายเป็นคนดีแสนประเสริฐกว่าเป็นไหน ๆ การตีหน้าตายยามที่เผลอสบตาเข้ากับเรย์จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้

            แต่ก็ใช่ว่าเรื่องน่ารำคาญจะจบลงและไม่ส่งผลกระทบอะไรกับเธออีก นั่นคงเป็นเรื่องเกินจริงหรืออย่างน้อย ๆ ถ้าหากในห้องเรียนยังมีเรย์อยู่ที่นั่น อลิซก็คงไม่มีความสุขในการใช้ชีวิตนักศึกษาธรรมดา ๆ อยู่วันยังค่ำ

            เรย์ นายยังไม่มีคู่ทำรายงานใช่ไหม น้ำเสียงสดใสปนตื่นเต้นของชาล็อต เลิฟ สาวที่มีเรือนผมสีน้ำตาลแดง ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักกำลังยิ้มแก้มปริหลังจากรวบรวมความกล้าอยู่นานเอ่ยปากชวนบุรุษที่ยังคงนิ่งเฉยไม่ไหวติงอยู่ที่เก้าอี้ประจำ มือยังคงพลิกหน้ากระดาษของหนังสืออย่างไม่ทุกข์ร้อนโดยที่ชาล็อตเริ่มสาธยายถึงสรรพคุณชั้นเลิศของตัวเองหากได้เธอมาเป็นคู่หูทำรายงานที่อาจารย์รูเพิร์ตสั่งทิ้งท้ายไว้หลังจากหมดคาบเรียน

และในนาทีต่อมา โจแอน สวีฟ สาวสวยสุดเซ็กซี่ประจำห้องก็เดินบิดสะโพกเข้ามาสมทบพร้อมกับโปรยเสน่ห์ด้วยท่าทางยั่วยวนอย่างกับนางแมวป่า ซึ่งปฏิกิริยาของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยโดยรีบเอื้อมมือคว้าหนังสือที่อยู่บนโต๊ะออกก่อนที่ก้นงอน ๆ ของโจแอนจะทับมันจนยับเพราะสายตาของเธอไม่ได้แคร์อะไรเลยนอกจากหนุ่มตรงหน้า

โทษทีนะจ๊ะสภาพเห่ย ๆ อย่างเธอคงไม่เหมาะกับเรย์หรอก อุ้ยไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เหมาะสมที่จะเป็นคู่หูทำรายงานนี้หรอกนะน้ำเสียงดูถูกพร้อมหางตาเหลือบมองชาล็อต เห็นชัดว่าโจแอนมั่นใจในความ  เซ็กซี่ของตัวเองและเชื่อมั่นว่าเรย์จะตัดสินใจเลือกเธอ ซึ่งอลิซมองไม่ออกว่าความสามารถพิเศษเหล่านั้นจะช่วยให้รายงานมันผ่านได้อย่างไร

การโต้แย้งของพวกเธอเป็นบ่อเกิดของสงครามขนาดย่อมเพื่อช่วงชิงเอาบุรุษที่ไม่น่าพิสมัยอย่างดุเดือด แต่เชื่อเถอะว่า...งานนี้ผู้กล้าทั้งหลายต้องตายในสนามรบอย่างไร้ประโยชน์ เพราะคนอย่างเรย์คงไม่เอาเรื่องวุ่นวายมาผูกคอ ดังนั้น คำตอบจึงไม่ใช่ตัวเลือกระหว่าง A กับ B อย่างแน่นอน

            โทษนะ ฉันคุยกับแมคเรียบร้อยแล้วว่าจะทำรายงานด้วยกันด้วยความโชคร้ายของแมค ไมลีย์ หนุ่มร่างสูงยาว ผมสีทอง ใบหน้าเต็มไปด้วยกระสีน้ำตาลเล็ก ๆ ที่บังเอิญกลับมานั่งประจำที่จึงกลายเป็นเครื่องมือการปฏิเสธจากพวกเธอไปเสียนี่

            “อะ อ้าว ฉันเหรอแมคชี้หน้าตัวเองอย่างงง ๆ และเรย์ก็พยักหน้าตอบ

            ก็โอเคนะ ฉันไม่เกี่ยงหรอกแมคยักไหล่ไม่ใส่ใจ พลางหันไปมองหน้าสาว ๆ เป็นเชิงตอบว่าพวกเธอหมดสิทธิ์ในการช่วงชิงในครั้งนี้แล้ว

            โอเค งั้นไว้คราวหน้านะชาล็อตดูจะผิดหวังอยู่มากตอบด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ และเดินจากไป ส่วนโจแอนก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจพร้อมทิ้งส้นปึงปังเดินออกจากโต๊ะของพวกเขา

            อลิซคิดว่าพวกเธอควรจะดีใจมากกว่าที่ไม่ต้องเป็นทาสรับใช้ทำงานงก ๆ ให้ผู้ชายที่เย็นชา แล้งน้ำใจและไม่คิดจะช่วยเหลือใครแบบนั้น (จากประสบการณ์ตรงของเธอเมื่อสองวันก่อน) อีกอย่างพวกเธอควรหันมาจับคู่กันเองยังดูง่ายแถมไม่ต้องเสียเวลาให้เหนื่อยเปล่าอย่างเช่นเธอ

            เราควรรีบทำให้เสร็จดีกว่าเพราะงานอื่นยังรออีกเพียบคำพูดนี้เป็นใครไม่ได้นอกจากไลก้า เพราะแม่สาวนักกิจกรรมมักเร่งรัดให้อลิซจัดการการบ้านให้เสร็จอย่างรวดเร็วภายในสองสามวันนี้ ด้วยคิวที่แน่นเอี๊ยดและยาวเหยียดของไลก้าคู่หูตลอดกาลที่มากไปด้วยกิจกรรมและภารกิจระดับชาติทำให้เธอไม่สามารถอู้งานได้เหมือนคู่หูคนอื่น ๆ ที่ต่างเริ่มพูดคุยถึงหนังใหม่ที่จะฉายในวันพรุ่งนี้แทนการรวมหัวจมอยู่กับรายงานที่ถูกสั่งไม่ครบ 24 ชั่วโมงด้วยซ้ำไป

            อ่อ แน่นอนสิอลิซหันกลับมาให้ความสนใจกับกระดาษเอสี่ที่อาจารย์รูเพิร์ตแจกให้แต่ละกลุ่มไปจัดการหาข้อมูลขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเลิกสนใจสงครามย่อม ๆ ของชาล็อตและโจแอน

            เมื่อก่อนอิดออดจะตาย ทำไมเดี๋ยวนี้ว่าง่ายกว่าเดิมนะไลก้า เอียงคอสงสัย อลิซสบเข้ากับไลก้าก่อนพรูลมหายใจ

            ตั้งใจก็ว่า ไม่ตั้งใจก็บ่น ตามใจไม่ถูกแล้วสิ” 

            แหมก็แค่ถามน่า...สัปดาห์นี้เธอดูไม่ค่อยสดใสเลยนะ เป็นอะไรหรือเปล่า ไลก้าสงสัยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป หลังจากเพื่อนของเธอได้รับข่าวดีและได้เข้าร่วมมีตติ้งกับศิลปินแสนรัก อลิซยังยิ้มหน้าบานและเอาแต่พร่ำเพ้อถึงโลแกนซ้ำไปมาอยู่หลายหนจนแทบเอียน แต่พอผ่านพ้นวันงานไป ไลก้ากลับไม่เคยเห็นเพื่อนเล่าประสบการณ์ที่รอคอยอย่างใจจดจ่อร่วมเดือนให้ฟังเลย...ซึ่งมันออกจะแปลกอยู่มาก

            อ๋อ ก็แค่รู้สึกเหนื่อยน่ะเธอเลี่ยงตอบความจริงแต่ก็ไม่ซะทีเดียว อลิซรู้สึกเหนื่อยจริง ๆ หลังจากที่ต้องเผชิญเรื่องที่เกินรับได้และแรงงานที่เสียไปในเวลาใกล้ ๆ กันจนเธอไม่ได้พักผ่อนอย่างจริงจังเกือบสัปดาห์

            เธอไม่เล่าเรื่องงานมีตติ้งให้ฉันฟังหน่อยเหรอ ไหนว่าเป็นงานที่ตั้งหน้าตั้งตารอไงล่ะไลก้ายังคงไม่ละความพยายาม ใบหน้าที่ตั้งใจรับฟังของเธอทำให้อลิซยอมปริปากออกมา

            เรื่องนั้นเอง...อืม...มันสุดยอดจนลืมไม่ลงเลยแหละ

            แค่นี้?

            “เออ...ก็แบบว่าไม่รู้จะอธิบายเป็นคำพูดยังไงดี เธอคงไม่อยากฟังมันหรอกน่าอลิซพยายามทำสีหน้าให้ดูมีความสุขที่สุดก่อนหันไปมองเพื่อนตัวเองที่ยังคงจ้องไม่เลิก

            โอเค...เดาว่าคงไม่ปลื้ม หน้าเธอบอกอย่างนั้นไลก้ามองเพื่อนสาวของเธออย่างรู้ทัน อลิซจึงยักไหล่อย่างไม่รู้จะตอบอย่างไรดี

            ฉันคิดว่าควรจะเลิกทำตัวไร้สาระได้แล้ว แบบว่าควรหันมาตั้งใจเรียนอย่างจริงจัง” 

            “ถ้าคิดว่าจะทำฉันก็ไม่ห้ามหรอก แต่อย่ากลับไปหมกตัวอยู่กับบ้านอีกได้ไหม ฉันคิดว่าเธอควรเปิดโอกาสรับสิ่งใหม่ ๆ บ้างนะไลก้าเป็นห่วงอาการซึมเศร้าของเพื่อนไม่น้อย แม้ในใจจะรู้สึกสงสัยกับการเลิกปลื้มนักร้องโปรดก็ตาม แต่เมื่ออลิซไม่ยอมปริปากออกมาง่าย ๆ เธอก็ควรยื่นข้อเสนอใหม่ที่ทำให้เพื่อนเลิกกลับไปหมกตัวอยู่คนเดียวแบบเดิมเสียที

            นั่นเป็นความคิดที่ดีทีเดียวสำหรับเธอ อลิซเห็นด้วยกับสิ่งที่ไลก้าพูด อย่างน้อย ๆ เธอคงจะลืมเรื่องแย่ ๆ ในหัวที่วนเวียนซ้ำไปมาได้บ้างในยามที่มีกิจกรรมอื่นตรงหน้า และดียิ่งกว่าถ้าหากจะเลี่ยงการตอบความจริงที่รู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว เพราะคำตอบของมันอาจทำให้ไลก้าหนักใจยิ่งกว่าการหมกตัวอยู่ในบ้านของเธอเป็นล้านเท่า อลิซไม่อยากให้ไลก้าเป็นห่วงเรื่องของเธอมากไปกว่านี้

            และเหตุผลสำคัญที่สุด การรอดพ้นจากความตายทำให้เธอเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตมากขึ้น โดยเฉพาะคนสำคัญอย่างไลก้า เธอมัวเสียเวลากับความสัมพันธ์จอมปลอมจนลืมให้ความสำคัญกับเพื่อนที่แสนดีและคอยช่วยเหลือเธอมาตลอด คราวนี้ถึงตาเธอบ้างที่จะช่วยไลก้าแม้ไม่มากเท่ากับสิ่งที่เพื่อนสาวได้ทำ

            เป็นข้อเสนอที่ไม่เลวเลย ฉันตกลงรอยยิ้มกว้างอย่างพอใจของไลก้าทำให้เธอรู้ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้คงทำให้เพื่อนของเธอแทบล้นปรี่อออกมาด้วยความดีใจ อย่างน้อย ๆ แม่สาวนักกิจกรรมก็จะได้มีผู้ช่วยอย่างเป็นทางการหลังจากที่ต้องค้นหาคุณสมบัติจากคนอื่น ๆ ที่ไม่สามารถอดทนกับความกระตือรือร้นและเต็มไปด้วยพลังงานของเธอ หรือที่เราเรียกกันง่าย ๆ ว่า ไฮเปอร์

            “นี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อและเจ๋งมากที่สุด ฉันทำให้เธอหันมาสนใจกิจกรรมของฉันได้แล้ว!” อลิซอดขำในท่าทางดีอกดีใจของไลก้าไม่ได้ 

            ดังนั้นในช่วงบ่าย อลิซจึงจมอยู่ตรงสนามหญ้าหน้าตึกที่มีโต๊ะเรียงรายให้นักศึกษานั่งทำกิจกรรมหรือพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มันเป็นบรรยากาศที่แปลกตาสำหรับอลิซอยู่ไม่น้อย เพราะเธอเริ่มมองเห็นแล้วว่าการใช้ชีวิตเรียบง่ายกับเพื่อน ๆ ในแต่ละวันเป็นสิ่งที่เธอควรจะสนใจไขว่คว้ามากที่สุดเพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเธออีก อลิซเข้าใจถึงความไม่แน่นอนของชีวิตได้อย่างถ่องแท้ก็วันนี้

            ไม่นานนักไลก้าก็มาพร้อมกับเหล่าสาว ๆ มากหน้าหลายตาที่รวมตัวกันเป็นชมรมเชียร์เพื่อสร้างสีสันให้กับกีฬาทุกประเภทในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล รักบี้ บาสเกตบอลหรืออื่น ๆ ที่อยากให้สาว ๆ เข้าไปเติมเต็มด้วยชุดปอมปอมเชียร์กับพู่หลากสีและลีลาอันร้อนแรงของพวกเธอ

            เหล่าสมาชิกชมรมต่างเข้ามานั่งยังโต๊ะตัวยาวกันอย่างพร้อมเพรียงโดยมีอลิซนั่งใกล้ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหัวโต๊ะและกำลังเปิดประชุมในไม่กี่วินาทีต่อจากนี้

            สวัสดีเหล่าเพื่อนสมาชิกสาวสาวทุกคน ฉันไลก้า รอส ประธานชมรมเชียร์ วันนี้เรามีข่าวดีที่จะแจ้งให้ทุกคนทราบ นั่นก็คืออลิซ ไทเลอร์ นักศึกษาปีสองจากคณะมนุษยศาสตร์จะร่วมเป็นสมาชิกใหม่ของเราในฐานะเลขาประจำชมรมที่ว่างเว้นมาได้สักระยะอลิซลุกขึ้นหลังจากไลก้าแนะนำตัว ทุกคนต่างปรบมือกันอย่างพร้อมเพรียงด้วยความยินดี อลิซรู้สึกเกร็งเล็กน้อยพลางยกมือขึ้นเป็นการทักทาย

            หลังจากนั้นแล็ปท็อปที่เคยเอาแต่กางเปิดอย่างไร้สาระก็ทำหน้าที่ของมันอย่างเป็นทางการ อลิซเริ่มพิมพ์ข้อประชุมต่าง ๆ อย่างแข็งขัน ทำให้ทราบว่าในช่วงเดือนนี้ชมรมเชียร์ต้องฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อเตรียมพร้อมในงานกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และดูท่าอลิซคงไม่มีเวลาเอาแต่นอนเล่นอยู่ในบ้านเช่นทุกครั้ง เพราะเธอต้องคอยสนับสนุนไลก้าในทุกเย็นที่ชมรมทำการซ้อมจนกว่างานระดับชาติจะมาถึง

            เอาล่ะ นี่เป็นตารางซ้อมในเดือนนี้ ซึ่งเราจะต้องฝึกเข้มข้นกันมากขึ้นแล้วล่ะ ถ้าพวกเธอไม่อยากขายหน้าแถมพลาดโอกาสทองที่จะคว้าหนุ่มหล่อในงานนั้นมาสักคนสองคนสาว ๆ ต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็แน่ล่ะ...ปัจจัยหลักของการเข้าชมรมเชียร์คงไม่มีใครมีใจรักในการเต้นสักเท่าไหร่ (ยกเว้นไลก้า) เพราะสาว ๆ ส่วนใหญ่ก็อยากเป็นจุดเด่น จุดสนใจ เพื่อให้หนุ่ม ๆ ที่เธอหมายตาจับจ้องพวกเธอและรู้ว่าสาว ๆ มีตัวตนซึ่งมันง่ายมากที่หนุ่ม ๆ เหล่านั้นจะหันมาสนใจและเลือกโทรหาพวกเธอก่อนสาว ๆ ที่เก็บตัวหรือไม่สุงสิงกับใครอย่างอลิซ...

            และขอประกาศว่าวันนี้เรามีเวทีย่อม ๆ ให้ลองกัน จากคำขอของชมรมฟุตบอลที่จะซ้อมฟาดแข้งในเวลาบ่ายสามโมง เอาล่ะ เรามีเวลาเตรียมตัวกันนิดหน่อยไลก้าพูดด้วยสีหน้าแช่มชื่นก่อนที่จะย้ายตัวเองไปยังสนามหญ้าจับจองพื้นที่เพื่อวอร์มร่างกายและเริ่มบอกรายละเอียดของการซ้อมเต้นย่อยในครั้งนี้

            โอ้จริงด้วยอลิซ ไม่สิ คุณเลขา คุณต้องทำหน้าที่พวกนี้แทนฉันนะหลังจากที่ไลก้าสั่งวอร์มร่างกายเหล่าสมาชิก เธอก็หันมาสนใจกับ อลิซที่นั่งรออยู่ ไลก้ายื่นกระดาษแผ่นเล็ก ๆ จดรายการแน่นเอี้ยดสำหรับของใช้ต่าง ๆ ที่จำเป็นในการเชียร์ให้อลิซรับทราบ

            ฉันฝากด้วยแล้วกัน เมื่อก่อนมันเป็นหน้าที่ของแอนนา แต่เธอดันลาออกไปซะก่อนน่ะอลิซพอจะเข้าใจการลาออกของแอนนาอยู่บ้าง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เธอรับมันด้วยรอยยิ้มและเต็มใจช่วยเหลือ

            เธอจำเป็นต้องมีผู้ช่วยที่ไม่ปริปากบ่นสักคำอย่างฉันไงล่ะ

            “ขอบใจนะอลิซ ฉันรักเธอจังเลยไลก้ารีบโผเข้ากอดเพื่อนสาวอย่างอารมณ์ดีก่อนผละออกมาทำหน้าที่ประธานชมรมอย่างแจ่มใส

            อลิซยิ้มให้กับเพื่อนของเธอก่อนหันไปมองกระดาษแผ่นเล็กและอ่านทวน จากนั้นก็เดินไปยังห้องชมรมเพื่อเข้าไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย

            กุญแจดอกใหญ่ถูกไขออก ห้องชมรมเต็มไปด้วยตู้ที่เรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบพร้อมมีป้ายบอกว่าสิ่งใดอยู่ในตู้ไหน อลิซแน่ใจว่าคนที่ทำของพวกนี้ขึ้นมาคงหนีไม่พ้นไลก้าอีกตามเคย

            อย่างที่รู้ ๆ ไลก้าเป็นเด็กไฮเปอร์ เธออยู่เฉยไม่ได้และต้องหาอะไรทำอยู่เสมอ แม้กระทั่งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เธอก็ใส่ใจทำมันอย่างเต็มที่ แต่กับบางคนอาจจะดูว่าเธอจุ้นจ้านและเจ้าระเบียบเกินไป ด้วยเห็นผลนี้แอนนาจึงชิงลาออกก่อนที่จะทนต่อไปไม่ไหว

            อลิซมองหาของในกระดาษอย่างช้า ๆ เธอมีเวลามากพอที่จะจัดการให้เสร็จไปทีละอย่าง ตั้งแต่การนับพู่ให้ครบจำนวน ป้ายเชียร์ในเพลงต่าง ๆ กระติกน้ำ แก้วพลาสติกรวมไปถึงผ้าขนหนูให้สาว ๆ ไว้ซับเหงื่อ

            แต่ด้วยสัดส่วนของเธอที่ไม่ได้สูงตามมาตรฐาน เธอจึงมองถุงใส่พู่ที่อยู่บนตู้เหล็กนั้นอย่าหนักใจ ก่อนจะเหลียวมองรอบกายว่ามีสิ่งใดที่ช่วยเพิ่มความสูงให้เธอบ้าง ซึ่งเก้าอี้พลาสติกอันเล็กดูจะช่วยเธอได้เล็กน้อย

            อลิซจึงวางมันลงตรงหน้าตู้เหล็กและพยายามเอื้อมมือให้ถึงถุงนั้นอย่างสุดกำลัง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถหยิบมันได้อย่างใจ

            เฮ้อ ใครกันที่ยัดมันเข้าไปลึกจนเกินเอื้อมแบบนี้ อลิซบ่นอุบเมื่อมือคว้าเพียงความว่างเปล่า

            ให้ช่วยอะไรไหมเสียงทุ้มสะกิดให้เธอหันไปมอง ร่างสูงใหญ่ ผมเผ้ายุ่งเหยิงสีน้ำตาลอ่อน นัยน์ตาสีควันบุหรี่กำลังจ้องหน้าเธอด้วยคำถาม เชสเตอร์ โอเฮนรี่ นักรักบี้ประจำมหาวิทยาลัยหนุ่มฮอตระดับ    ท็อปคนหนึ่งที่สาว ๆ ต่างเทใจให้กับความหล่อล่ำและดูดีในแบบนักกีฬา

            พอดีฉันจะเอามันลงมา พวกสาว ๆ ต้องใช้กันน่ะอลิซไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป ไม่ใช่เธอชอบเขา แต่เพราะอยากจัดการให้งานเสร็จ

            ร่างสูงกลิ้งลูกรักบี้ลงกับพื้นก่อนจะยืดตัวหยิบถุงพู่ลงมาได้อย่างง่ายดาย ต้องขอบคุณในความสูงของเชสเตอร์เพราะอะไรมันก็ง่ายขึ้นทันตาเห็น

            มีอะไรให้ช่วยอีกหรือเปล่าชายหนุ่มถามอีกครั้ง อลิซจึงต้องอ่านกระดาษโน้ตแผ่นนั้นอีกครั้ง อะไรที่ต้องใช้แรงงานผู้ชายบ้าง

            เธอเป็นเด็กใหม่เหรอเชสเตอร์ถามในขณะรอคำสั่ง

            ฉันต้องขนของพวกนี้กับเติมน้ำใส่ถังด้วยล่ะ ออ จะว่าเป็นเด็กใหม่ก็ได้นะอลิซบอกสิ่งที่อยากให้ชายหนุ่มช่วยพร้อมกับตอบคำถามทิ้งท้าย

            “มิน่า เธอถึงได้อยู่ที่นี่แทนยัยจอมบงการ

            “นายว่าไงนะอลิซไม่ทันได้ยินคำสุดท้าย ร่างสูงส่ายหน้าปฏิเสธ

            ฉันว่าเธอค่อนข้างช้านะ เดี๋ยวยัยนั่นก็ดุเอาหรอกเชสเตอร์ดึงกระดาษมาอ่านอย่างแข็งขัน ผงกหัวเข้าใจมันและเดินวนรอบ ๆ หยิบจับอุปกรณ์อย่างชำนาญ

            เราควรเอาของพวกนี้ไปวางไว้หน้าสนามฟุตบอลในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า ถ้าเธอไม่อยากให้มันฉุกละหุก” 

            เออ...ขอบใจแล้วนายไม่ไปซ้อมรักบี้ของชมรมหรือไงอลิซถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นร่างสูงเอาแต่คว้านั่นนี่ช่วยเหลือเธอ

            ชมรมฉันซ้อมหกโมง เราต้องการพื้นที่เปียกแฉะมากกว่านี้นิดหน่อยเชสเตอร์ตอบ อลิซพยักหน้าและรีบคว้าของใส่ตะกร้าตามร่างสูง

            แล้วลูกรักบี้นี่ล่ะ นายเอามาทำไมอลิซมองลูกรักบี้ที่เชสเตอร์หยิบขึ้นมาโยนเล่นก่อนเลิกคิ้วใส่เธอ

            “นี่ไม่รู้จริง ๆ ล่ะสิ ว่าห้องชมรมรักบี้อยู่ข้าง ๆนั่นเป็นคำตอบของทุกคำถามทั้งหมดที่เธอสงสัย อลิซช่างไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ

            โทษที ไม่รู้จริง ๆ

            “เธออยู่ที่นี่มากี่ปีแล้วล่ะเชสเตอร์ขมวดคิ้วอย่างน่าสงสัยในความไม่รู้ของเธอ

            ก็สองอลิซไม่น่าโง่ตอบคำถามให้เชสเตอร์สมเพชมากขึ้นเลย

            โอเค ถือซะว่าคนไม่รู้ย่อมไม่ผิดอย่างน้อย ๆ ก็ต้องขอบคุณ เชสเตอร์ที่เขามีน้ำใจ แม้บางทีเขาออกจะพูดแทงใจดำเธออยู่บ้าง

            จริงสิ เธอชื่ออะไร

            “อลิซ ไทเลอร์เมื่อได้ยินชื่อดวงตาของเชสเตอร์ก็เปลี่ยนไป มันเบิกโพลงอย่างตกใจอย่างไรอย่างนั้น

            นี่เธอเป็นเพื่อนสนิทของยัยนั่นเองเหรอ!” และเธอก็รู้ว่ายัยนั่นที่เชสเตอร์พูดก็คือไลก้านี่เอง

            ใช่

            “ไม่น่าเชื่อว่าคนไฮเปอร์จะมีเพื่อนสนิท อย่างน้อยก็เธอคนหนึ่งที่อดทนกับปัญหานั้นได้รอยยิ้มกว้างฉายแววขบขันเล็ก ๆ 

            “นี่นายกำลังนินทาเพื่อนฉันอยู่นะ

            “โทษที แต่อดไม่ได้จริง ๆ ยัยนั่นชอบจุ้นจ้านคนอื่นมากไป อย่างคนเก่านั่นก็ลาออกเพราะเรื่องนี้ จนมาถึงเธอนี่แหละ” 

            “นายนี่ก็รู้เยอะเหมือนกันนะ อลิซลอบสังเกตพฤติกรรมของ   เชสเตอร์มาสักพัก ใบหน้าที่เคยยิ้มร่าเลิ่กลั่กและรีบให้เหตุผล

อย่าลืมสิ ฉันอยู่ชมรมข้าง ๆ เสียงมันก็ดังถึงกันได้น่า เธอควรจะเริ่มทำมันได้แล้วนะอลิซในที่สุดเชสเตอร์ก็เปลี่ยนประเด็นและหันมาสนใจกับงานตรงหน้าทันที

            จริงสิ ฉันเชสเตอร์ โอเฮนรี่เขานึกขึ้นได้ก็ยืดตัวขึ้นและยกมือรอ 

            เรื่องนั้นฉันรู้แล้ว อย่างน้อย ๆ ก็หนึ่งเรื่องที่รู้ในสองปีที่ผ่านมาอลิซคว้ามือชายหนุ่มเป็นการทักทาย เชสเตอร์หัวเราะร่า ก่อนก้มหน้าก้มตาช่วยเธออีกครั้ง

            จากการช่วยเหลือของเชสเตอร์ทำให้เวลาของการจัดเตรียมเป็นไปตามแผน ทั้งสองช่วยกันถือตะกร้าอุปกรณ์กันคนละไม้คนละมือและนั่นก็กลายเป็นจุดสนใจแก่เหล่าสมาชิกชมรมที่ย้ายตัวเองมายังขอบสนามฟุตบอลกันแล้ว

            ไลก้าดูโน่น หนุ่มฮอตกับเพื่อนสนิทของเธอสายตาทุกคู่จับจ้องไปยังร่างทั้งสองที่เดินคุยกันอย่างไม่รู้ตัว ไลก้าเห็นดังนั้นก็รีบเดินตัวปลิวไปยังคนทั้งสองทันที

            เฮ้! นายมาทำอะไรตรงนี้น้ำเสียงไม่พอใจร้องถามเชสเตอร์ที่หันมามองคนที่จ้องเขม็งใส่เขา

            เธอตาบอดหรือไง ก็เห็น ๆ อยู่เชสเตอร์ยอกย้อนพลางชูกระติกน้ำและถุงพู่ให้ดู 

            นี่อย่าบอกนะว่านายแอบเข้าห้องชมรมฉันอีกแล้ว!” ไลก้าจ้องหน้าเชสเตอร์อย่างเอาเรื่อง

            พูดจาหาเรื่องฉันอีกแล้วนะ บอกไปตั้งหลายทีแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจเขาไม่ยอมลดละ เถียงกลับไลก้าอย่างดุเดือด

            เหรอ! ไม่ได้ตั้งใจแต่ถือ กกน. ไว้ในมือเนี่ยนะ!” 

            ก็ยังดีกว่าเธอนั่นแหละ เปิดประตูไม่ดูตาม้าตาเรือ คนอื่นเค้ากำลังแก้ผ้าอยู่ยังกล้าทำอีก!”

            “ใครใช้ให้นายไม่ล็อกประตูกันเล่า!”

            “ใครจะไปรู้ล่ะว่าห้องชมรมมันติดกัน!” บทสนทนาล่อแหลมทำให้คนนอกอย่างอลิซได้แต่ทำตาปริบ ๆ เธอไม่รู้ว่าสองคนนี้มีเรื่องบาดหมางใจกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ดูท่าการโต้เถียงอันดุเดือดจะไม่จบลงง่าย ๆ หากเธอไม่ทำอะไรสักอย่าง

            เฮ้! ใจเย็น ๆ กันก่อนได้ไหม!” ในที่สุดการโต้แย้งก็ยุติลง แต่สายตาเชือดเฉือนยังคงฟาดฟันอย่างไม่ลดละ ร้อนถึงอลิซที่ต้องรีบแทรกตัวห้ามทับไลก้า

            ฉันว่าเราควรจัดการกับของพวกนี้ให้เสร็จก่อนดีกว่านะอลิซ ยกตะกร้าอุปกรณ์ให้ไลก้าและหันหลังให้เพื่อนเดินออกห่าง

            ฝากไว้ก่อนเถอะ

            “อย่าช้าล่ะเชสเตอร์ย้อน อลิซจึงรีบปรามเพื่อนของเธอก่อนที่ไลก้าจะอ้าปากเถียงกลับ ไลก้าจึงสะบัดหน้าเดินฉับ ๆ ออกไปอย่างหัวเสีย

            เชสเตอร์ ฉันขอบใจนายจริง ๆ ที่ช่วย เอากระติกนั่นกับพู่วางไว้ตรงนี้แหละเดี๋ยวฉันจัดการเองอลิซหันกลับมาสนทนากับคนที่กำลังเบ้ปาก

            ฉันไม่เข้าใจเพื่อนเธอเลยนะ ทำไมต้องขุดเรื่องเก่ามาพูดทุกครั้งที่เจอหน้ากัน

            “เรื่องนั้นฉันก็ไม่รู้เชสเตอร์ แต่อย่าลืมสิฉันเป็นเพื่อนไลก้านะ

            “ฉันรู้น่า! แต่เธอไม่เห็นเหมือนยัยนั่นเลยและฉันรู้ด้วยว่าเธอน่ะ EQ ดีกว่าเห็น ๆคำพูดนั้นทำให้อลิซอดขำไม่ได้ เธอไม่รู้ว่าสองคนนี้บาดหมางใจอะไรกันแค่ไหน แต่เท่าที่คุยกันมาตลอดเชสเตอร์ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร

            โอเค นายรีบไปเถอะ ฉันไม่อยากให้นายทำชมรมฉันพังหรอกนะ

            “ฉันอยู่หรือไม่อยู่มันไม่ต่างกันหรอกน่า เขายักไหล่ไม่สนใจคำขอร้องของอลิซ ก่อนที่จะเดินมุ่งหน้าไปยังกลุ่มสาว ๆ และวางของเหล่านั้นจนถึงที่

            อลิซรู้แล้วว่าเชสเตอร์ก็ไม่ต่างอะไรกับไลก้า นิสัยดื้อด้านไม่ยอมคนทำให้สองคนนี้กลายเป็นนักโต้คารมคู่เดือดดี ๆ นี่เอง เขาและเธอเปิดศึกเล็ก ๆ อีกครั้งแต่ถึงกระนั้นการโต้เถียงก็ต้องหยุดลง เพราะอีกเพียงไม่นานเหล่าแฟนบอลก็จะเริ่มทยอยเข้าสนามและเกมการแข่งขันฟาดแข้งอันดุเดือดของการคัดตัวนักกีฬาให้มหาวิทยาลัยรอบแรกจะเริ่มขึ้น ทำให้ไลก้าหันมาให้ความสนใจกับทีมเชียร์ของตัวเองในทันที

            เห็นหรือยัง ต่อให้ฉันอยู่หรือไม่อยู่ ถ้ายัยนั่นเข้าโหมดงานเมื่อไหร่ เธอก็ลืมทุกคนบนโลกไปเองนั่นแหละ” 

            นายก็ดูเป็นเพื่อนที่ดีของไลก้าได้นะ อย่างน้อยก็รู้เรื่องพวกนี้ดีกว่าฉันเขาเอียงคอนิด ๆ ก่อนจะมองเลยไปยังหญิงสาวที่กำลังตั้งใจเต็มที่กับงาน

            ไม่รู้สิ ถ้ายัยนั่นยังเอาเรื่องเก่ามาพูด เราก็คงญาติดีกันไม่ได้

            “ฟังดูนายก็อยากเป็นเพื่อนกับไลก้าอยู่นี่นะ” 

            “ปะ เปล่า ฉันไม่ได้พูดแบบนั้น!” น้ำเสียงสูงอย่างมีพิรุธและใบหน้าที่เจือไปด้วยความเขินอาย อลิซแอบอมยิ้มให้เชสเตอร์ผู้ซึ่งไม่รู้ความคิดของตัวเองหรือบางทีอาจจะรู้แต่ทำทีปฏิเสธก็เป็นได้

            เพียงไม่นานเหล่านักศึกษาที่มีเวลาว่างก็ต่างผันตัวเองมาเป็นแฟนบอลเพื่อชมการคัดเลือกนักกีฬาประจำมหาวิทยาลัยกันเต็มสนาม ส่วนอลิซและเชสเตอร์ก็ฝังตัวเองอยู่ข้างจุดเก็บของของเหล่าชมรมเชียร์ข้างสนาม มีบ้างที่ได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อพ่อหนุ่มฮอตดังมาจากอัฒจันทร์และรอบ ๆ  รั้ว อลิซเพิ่งเข้าใจอานุภาพความโด่งดังของ         เชสเตอร์ก็คราวนี้เอง แต่เจ้าตัวกลับนิ่งเฉยไม่ตอบสนองต่อเสียงกรีดร้องเหล่านั้นเลยแม้แต่นิด

            คนมาดูกันเยอะกว่าที่คิดไว้แฮะเชสเตอร์กำลังนั่งกอดอกมองไปข้างหน้าเริ่มชวนคุย นี่ถ้าเธอไม่รู้จักเขามาก่อนคงคิดว่าผู้ชายคนนี้เป็นนายแบบมาถ่ายงานนอกสถานที่ให้กับหนังสือกีฬาดังอะไรเทือกนั้นแน่ ๆ

            คงงั้นมั้งเธอกลับมาให้ความสนใจนักกีฬาในสนาม ร่างทั้งยี่สิบสองคนค่อย ๆ ทยอยเดินเข้าไปพร้อมกับเสียงกรี๊ดที่ดังระงม

            ดวงตาเขม็งมองอย่างหนักไปยังบุคคลที่เธอไม่อยากเชื่อสายตา เชสเตอร์จึงช่วยพูดยืนยันว่าสิ่งที่อลิซเห็นคือความจริง

            “ดูท่าปีนี้ ชมรมฟุตบอลจะได้ทีมเจ๋ง ๆ รอคว้าถ้วยแชมป์ โดยเฉพาะคนที่ชื่อเรย์นั่นไง เธอน่าจะรู้จักนะ 

อลิซไม่ตอบคำถามเพียงแต่มองคนที่วิ่งเหยาะ ๆ วอร์มอัพร่างกายอย่างเหลือเชื่อ เรย์ เวกซ์ฟอร์ดกำลังวิ่งอยู่ในสนามและอาจเป็นตัวแทนนักกีฬาประจำมหาวิทยาลัยในปีนี้เสียด้วย!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

428 ความคิดเห็น

  1. #301 Daren L. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มกราคม 2557 / 22:33
    แหมะ ขอตั้ง another title ของตอนนี้ว่า school life ค่ะ ให้อารมณ์อ่านนิยายแนววัยรุ่นเมกัน อิอิ 
    เปิดเรื่องมาด้วยศึกชิงเรย์!!! ฮอตแบบช่วยไม่ได้จริงๆเลยหมอนี่ 
    ตอนนี้ชอบเชสเตอร์กับไลก้านะ เป็นคู่กันและคู่shipที่แลดูจะน่ารักดีในเรื่องนี้ อิอิ อิมเมจก็เริ่ดด้วยสิ
    ตอนนี้เนื้อหาในแนวเอ็กซ์ตรีมไม่มี เน้นเรียบง่ายสมชื่อตอน ยังไม่มีอะไรหวือหวา อ่านเพลินดีค่ะ 

    ปล. อยากจะเสนอนิดนึง สังเกตมาหลายตอนแล้วค่ะ เรื่องเครื่องหมายปรัศนีค่ะ (?) คือก็เห็นคนนิยมใช้ในนิยายหลายเรื่องนะคะ ตามหลักภาษาไทยมันไม่จำเป็นต้องใช้ค่ะ แต่ถ้าจะใช้ ควรใช้กับประโยคที่ไม่มีคำบอกประโยคคำถาม เช่น

    "นี่นายเห็นอลิซไหม" 
    "อลิซ?" <---- อันนี้จะช่วยให้รู้ว่าคนพูดขึ้นเสียงสูงเป็นเชิงถามว่า "อลิซหรือ" อะไรแบบนี้ค่ะ คิดว่าใช้ปรัศนีได้ไม่มีปัญหา

    แต่ถ้า

    "นี่นายเห็นอลิซไหม" 
    "อลิซหรือ?" <---- เป็นการใช้เครื่องหมายฟุ่มเฟือยค่ะ เพราะคำว่า 'หรือ' คือคำช่วยบอกคำประโยคคำถามอยู่แล้ว ไม่ต้องมีก็ได้ค่ะ
    อย่างในบทนี้ คำว่า "รู้ไหม?" น่ะค่ะ ความจริงไม่ต้องมีปรัศนีก็ได้ค่ะ (แต่เอาจริงๆจะใส่ก็ไม่ผิดหรอกนะคะ)

    อันนี้เป็นคำแนะนำเล็กๆน้อยๆนะคะ เพราะสนพ.บางที่ บ.ก.ก็ต้องมานั่งลบปรัศนีที่นักเขียนใส่มาไม่ยั้งกันอย่างเมามันค่ะ อิอิ และคิดว่าการไม่ใส่ปรัศนีพร่ำเพรื่อก็ยังช่วยให้งานเขียนได้มาตรฐานขึ้นด้วยค่ะ :D 
    ย้ำอีกครั้งว่ากับบางที่นะคะพี่โม ^^ 

    #301
    0
  2. #207 Alive4Dream (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มกราคม 2556 / 17:05
    ชอบเชสอ่ะ ไม่ได้ชอบที่หน้าตานะ แต่ชอบนิสัยอ่ะ เขิน
    ตรงๆ คุยเก่ง พึ่งพาได้ แถมแอบมีมาดนิดๆ ตรงสเปกเลย >3<
    ขอปันใจให้เชสก่อนได้มะ 555+

    แต่ชอบคู่เชสกับไลก้านะ น่ารักดีอ่ะ ชอบเวลาเถียงกัน //เข้าทำนองเกลียดอะไรได้อย่างนั้น
    **สงสัยเราต้องเกลียดหนุ่มอังกฤษ กับอิตาลีแล้วล่ะโม ^_*

    ตอนแรกแอบคิดตอนทำรายงานว่าเรย์จะเลือกจับคู่กับอลิซอ่ะ แต่ก็นะอลิซมีคู่หูเป็นไลก้้าแล้วนี่นา
    ต่อไปน่าจะได้เห็นอลิซทำอะไรแปลกๆมากขึ้น แบบนี้สิ มันถึงจะคุ้มกับที่รอดชีวิต และเกิดมาครั้งหนึ่ง ^^
    #207
    0
  3. #193 TANH_ZEPIA (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 16:25
    อ่านบทนี้แล้วมันเข้ากับชื่อบทจริงๆ
    simple life
    หลังจากเผชิญเรื่องราวอะไรต่อมิอะไรเหนือธรรมชาติมาเยอะ
    บทนี้เหมือนจะอนุญาตให้อลิซพักบ้าง
    กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม
    ไม่สิ...ชีวิต "แบบใหม่" ที่ไม่มีเรื่องเหนือธรรมชาติต่างหาก
    เพราะชีวิตแบบเดิมของอลิซก็คือการเก็บตัวอยู่บ้าน
    แต่นี่เธอออกมาทำกิจกรรมและเจอสังคมใหม่ๆ
    อย่างน้อยบทนี้ก็ไม่ต้องเจอเรื่องน่าปวดหัวละนะ ฮ่าๆ

    เชสเตอร์มาบทแรกก็น่ารักเลย
    ดูเป็นผู้ชายขี้เล่นดี ชอบๆ
    แต่ดันไม่ถูกใจไลก้าซะงั้น
    ปกติคนนิสัยเหมือนกันมักจะเข้ากันได้
    ยกเว้นก็แต่คนที่ดื้อด้านเหมือนกันนี่แหละ ฮ่าๆๆ เข้ากันยาก

    ชอบเรย์ตอนแรกที่ไม่เลือกสาวคนไหนเลย เลือกแมคแทน
    ก็นั่นสินะ อย่างเรย์คงไม่ชอบหากต้องทำงานร่วมกับผู้หญิง
    เผลอๆ เรย์คงอยากทำงานคนเดียวมากกว่า ฮ่าๆๆ
    โอ๊ะ เรย์ลงแข่งฟุตบอลด้วย
    นายก็ทำกิจกรรมกับเค้าเหมือนกันนะเนี่ย
    นึกว่าจะเป็นพวกไม่ชอบสุงสิงกับใคร ขออยู่คนเดียวตลอดเสียอีก -..-

    นิดหน่อยค่ะ
    พรรณนั้น = พรรค์นั้น รรวบรวม = รวบรวม นัยต์ตา = นัยน์ตา
    เท่ใจ = เทใจ เอามาลงมา = เอามันลงมา ง่ายได้ = ง่ายดาย (รึเปล่า?)
    มหาลัย = มหา'ลัย


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 มกราคม 2556 / 16:26
    #193
    0
  4. #145 monobizz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 19:36
    อ๊ากกกกกกกกกกก
    เชสของหนู > <

    ดูสิพี่โม ทุกคนพากันแย่งเชส
    เค้าไม่ยอม T^T (ปัญญาอ่อน)
    555555555555

    แต่ไปๆมาๆชอบเจนิเฟอร์
    (อ่าวเฮ้ย!? 55555 =..=)

    อลิซ เธอช่างใสซื่อ ...
    ซื่อจนรีดเดอร์ขอแย่งตำแหน่งนางเอก#โดนโบก =.,=
    #145
    0
  5. #94 ๏Pinny๏ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 15:33
    อ๊ากกกกกกกกกกกกก เชสของเดี๊ยนนน เป็นกิ๊กเก่าที่เคยปลื้มมานานน เคยเอาไปเป็นอิมเมจเรื่องแรก
    แล้วก็ดองข้ามปีไปเป็นชาติ - -*
    พี่โมรู้มั้ย พิณกำลังจะเอาเชสมาปัดฝุ่นในเรื่องอีวานพอดีเลย พอมาเห็นที่นี้แล้วต่อมคลุ้มคลั่งกลับมาอีกแล้ว ><
    มีแต่คนหล่อ -,.-
    #94
    0
  6. #80 Fie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กันยายน 2555 / 13:58
    เชสเตอร์ แอนด์ ไลก้า >
    #80
    0
  7. #68 GD จ้า ^^ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2555 / 09:26
    เชสเตอร์น่ารักอ่า =..=
    #68
    0
  8. #61 BizcuitO (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กันยายน 2555 / 12:02
    และแล้ว อลิซก็พบกับสัจธรรมแห่งชีวิต จึงได้ทำการออกบวช ละเรื่องทางโลกตลอดไป...จบบริบูรณ์

    ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕



    ชอบบบบบบอ่า เชสเตอร์ น่ากินจริงๆๆ

    ชอบคู่นี้
    #61
    0
  9. #59 °My_Dear° (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กันยายน 2555 / 23:24
    ว๊ายยย กรี๊ดดดด รักเลยคนนี้หล่อมากกกกก 
    เชสเตอร์ชื่อน่าร๊ากกกอ่าา เขาแอบชอบไลก้าใช่ไหมๆๆ อิจฉาาาาา
    ผู้ชายคนนี้เหมาะกับบทนักกีฬาดี ><
    #59
    0
  10. #58 Eveeva (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กันยายน 2555 / 14:20
    โหยยย
    ไม่ต้องถามให้มากความเลยค๊าบพี่สาว
    คำตอบก็รุ้ๆ กันอยู่
    ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก




    กำเดาพุ่งไปถึงดาวอังคาร
    > ....,,,,, <
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด



    สนุกอีกเลี้ยวววววววววววววว
    สนุกทุกคอนเลยจริงๆ
    ไม่ผิดหวังง ^O^



    และตอนนี้ก็ยังมีเป้าหมายใหม่แล้ว
    นั่นก็คือ เชสเตอร์
    เชสเตอร์ เชสเตอร์ เชสเตอร์
    (เรียกเป็นดนตรี)
    หนุ่มคนนี้อีฟจองแล้วน้าาาา
    > <♥



    //แอบฮาอลิซ ตอนเขาถาม
    ตอบได้แบบ...ซื่อจริงๆ
    555555555555555555
    นึกภาพญาญ่าตามไปด้วย
    ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบๆ
    ♥O♥



    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์คนเก่งเสมอนะคะ
    สู้ๆ ^^ V
    อัพอีกเยอะๆ ด้วย
    เค้ารออยู่นะค๊าบ ฮ่าๆๆๆ
    #58
    0
  11. #57 คุณนายควอน* (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กันยายน 2555 / 12:06
    อย่าบอกว่าคงชอบนะคะ ต้องถามว่าชอบใช่ไหมคะ
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด เชตเตอร์ หลังจากเฝ้ารอเธอมาเกือบ 2 วัน
    เราก็รู้แล้วว่าเธอคือพระเอกในใจเรา ฮ่าๆ 55555

    แอบลุ้นใไปไกลคิดว่าจะเป็นคนดังระดับเทพ 555
    เป็นหนุ่มฮ็อตนักรักบี้แอร๊ยยย บี้ใจน้องจะเป้นลม >////<

    ปล.รู้ไหม ทำไมเรย์ถึงไม่เลือกชาล็อตกับโจแอน หึๆ
    เพราะแมค คือแพทแอบปลอมตัวไปนั่นเอง (โดนคุณพี่ถีบบออกจากบทความ 555)
    #57
    0