Bloody Day

ตอนที่ 6 : :: Elizabeth ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 931
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    13 ก.พ. 59

Elizabeth

 

ที่นี่ที่ไหนอลิซตื่นขึ้นท่ามกลางกลุ่มหมอกควันสีขาวรอบกาย ดวงตาสีน้ำตาลกะพริบเชื่องช้าพยายามปรับให้คุ้นชินกับสภาพโดยรอบที่ไม่คุ้นตาเลยสักนิด...เธอไม่สามารถเค้นสมองอันว่างเปล่าให้ระลึกถึงสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นที่ใด 

เธอจำได้ว่าตัวเองกำลังนั่งอ่านไดอารี่เล่มนั้นอยู่บนเตียงและคงเผลอหลับ แต่เมื่อตื่นขึ้นกลับอยู่ในสถานที่แปลกตาจนรู้สึกโหวงในท้องชอบกล

มันเกิดอะไรขึ้นเธอถามตัวเองอย่างหวั่นใจก่อนจะลุกขึ้นอย่างช้า ๆ โดยไม่ลืมสอดส่ายสายตาไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง และในนาทีนี้เธอจำต้องรีบหาทางออกไปจากตรงนี้เสียก่อน

เสียงฝีเท้าดังเป็นระยะและลมหายใจพ่นถี่อย่างตระหนก บรรยากาศที่เต็มไปด้วยหมอกหนา ๆ พยายามเพ่งมองออกไปเท่าไหร่แต่เส้นทางตรงหน้ากลับไม่ปรากฏชัดเสียที

จะต้องเดินเท่าไหร่ จะต้องไปไกลแค่ไหน เธอคิดในใจอย่างหวาดหวั่นแต่ขาทั้งสองก็ยังเดินตรงไปและแขนก็กำลังกอดอกอย่างตึงเครียด เธอไม่ชอบเอาเสียเลยเพราะเธอไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในนาทีต่อจากนี้บ้าง

แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป หมอกหนาค่อย ๆ จางหายเผยให้เห็นสภาพข้างหน้าที่เริ่มชัดเจน พื้นที่เคยเหยียบเปลี่ยนเป็นหญ้าชื้น ๆ ที่ถูกน้ำค้างปกคลุมไปทั่ว อลิซกำลังยืนอยู่บนสนามหญ้าหน้าบ้านของใครสักคน โดยรอบมีพุ่มไม้ดัดและแปลงดอกไม้นานาพันธุ์ สภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของคนในบ้านที่ใส่ใจรดน้ำ พรวนดิน แต่งกิ่งก้านของมันเป็นอย่างดีและตรงหน้าเธอก็เป็นบ้านหลังหนึ่งที่ดูโอ่โถงงดงาม ตัวอาคารเป็นสีขาว หลังคาเป็นสีเข้มทึบ เธอเดาไม่ออกว่ามันคือสีอะไรเพราะความมืดปกคลุมทำให้รายละเอียดต่าง ๆ ของมันลดลง แต่ถึงอย่างนั้นบ้านหลังนี้ก็ยังดูสวยงามแปลกตาเธออยู่ดี

เสียงพึมพำดังออกมาเป็นระลอกและดวงไฟที่สว่างไสวอยู่ภายในทำให้เธอรู้ว่าในบ้านหลังนี้ยังมีผู้คนอาศัยอยู่ อลิซรู้สึกใจชื้นขึ้นมา อย่างน้อย ๆ ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่เพียงลำพัง

เหตุใดยังยืนตรงนี้อีกเจ้าคะเสียงหงุดหงิดดังขึ้นเบื้องหลังของเธอ อลิซสะดุ้งโหยงก่อนหันไปมองหญิงสาวที่สวมใส่ชุดราตรีเปลือยไหล่คอลึกสีน้ำเงินยาวเหยียด ผมเผ้าของเธอถูกเก็บและจัดทรงอย่างดีพร้อมมีช่ออัญมณีสวยประดับอยู่ที่ผม ดวงตาสีอ่อน ใบหน้าเรียวมนดูงดงาม ผิวพรรณขาวผ่องตัดกับเนื้อผ้าสีเข้มทำให้เธอโดดเด่นในชุดนี้เป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นอลิซก็ยังข้องใจกับบทสนทนาที่ฟังไม่คุ้นหูเอาเสียเลย

 “ท่านหญิง เราเสียเวลามามากแล้วอลิซโดนดุอีกครั้งก่อนถูกลากเดินไปพร้อมกับผู้หญิงคนนี้

เดี๋ยวก่อนค่ะ เอ่อ...ฉันยังไม่พร้อมใบหน้าสวยคมทำหน้าฉงนสงสัย ดวงตามองขึ้นลงพิจารณาอลิซก่อนเอ่ย 

ไม่พร้อม...ชุดนั่นยังไม่พอใจอีกหรือเจ้าคะอลิซมองตามดวงตาที่จับจ้องมายังเธอและก้มมองดูสภาพของตัวเอง ด้วยเวทมนตร์อันใด เธออยู่ในชุดสีทองอร่ามคอกว้างและแขนเสื้อประดับด้วยผ้าลูกไม้ซ้อนกันเป็นช่อสวยงาม อีกทั้งยังมีสร้อยคอห้อยด้วยคริสตัลเม็ดสีน้ำเงินทรงแปลกอยู่ตรงกลางเนินอกก่อนมือบางจะสัมผัสสร้อยเส้นนั้นด้วยอาการมึนงง

 “รีบกันเถอะเจ้าค่ะ งานใกล้เริ่มเต็มทีผู้หญิงตรงหน้าถอนหายใจพร้อมดึงอลิซที่ยังทำสีหน้างุนงงไม่หายอย่างรีบเร่งและก้าวขึ้นบันไดไปยังตัวบ้านสีขาวที่ตั้งตระหง่านในทันที

ประตูหนาเปิดออกเผยให้เห็นผู้คนมากมายกำลังยืนสนทนากันอย่างออกรส บ้างก็ดื่มไวน์ในแก้วคริสตัลใส บ้างก็หัวเราะเบา ๆ และที่สำคัญชุดที่พวกเขาสวมใส่ก็ไม่แตกต่างไปจากคนทั้งคู่มากนัก มันล้วนสวยหรูและสง่างามในเวลาเดียวกัน แม้กระทั่งชายหนุ่มในสูทสีทึมนั่นก็พลอยให้อลิซเผลอมองอย่างตื่นตา

 “มากันแล้วหรือหนึ่งเสียงเรียกคนทั้งคู่ อลิซผละจากการมองไปรอบ ๆ หันกลับมาพบชายวัยกลางคนที่สวมสูทสีดำ ใบหน้าสูงวัย โครงหน้าล้อมด้วยหนวดสีเทาหนารอบคางและผมสีดำที่ถูกแซมด้วย    สีดอกเลา เขามองเธอด้วยใบหน้าเรียบเฉย

ท่านหญิงเอาแต่ปฏิเสธและถ่วงเวลา หญิงสาวข้างกายอลิซไม่ปล่อยให้ความอึดอัดคั่งค้างอยู่ในใจ เธอกล่าวโทษอลิซอย่างเปิดเผย

เจ้าต้องปฏิบัติตัวเสียใหม่ แม้ว่าโดยส่วนตัวจะสันโดษและไม่ชอบงานสังสรรค์ แต่ได้โปรดอย่าลืมว่าพวกเราเป็นใครและอยู่ในฐานะใดในสังคม ชายผู้นั้นเสริมทัพสอนเธออีกหน ต่อให้เธอไม่เข้าใจต้นสายปลายเหตุแต่มันกลับบีบบังคับให้พูดสิ่งนี้โดยปริยาย

ขอโทษ...เจ้าค่ะ เธอตอบเสียงเบาอย่างน้อยก็ไม่ลืมลงท้ายให้แนบเนียน

ก็ดี ขอบใจมากมากาเร็ตที่ช่วยเหลือชายที่อ้างตนว่าเป็นพ่อกล่าวขอบคุณผู้หญิงที่พาเธอเข้ามา

ด้วยความยินดีเจ้าค่ะร่างนั้นจับกระโปรงยกขึ้นเล็กน้อยและย่อตัวทำความเคารพก่อนหันหลังเดินไปสมทบกับผู้คนในงาน ใบหน้าของเธอดูแช่มชื่นมากขึ้นหลังสลัดภารกิจน่ารำคาญออกไปได้ 

 “ได้เวลาแล้ว ธิดาของข้าเขายกแขนรอให้หญิงสาวคล้องมัน เธอปฏิบัติตามนั้นและลุ้นอยู่ในใจว่าตนต้องเจอกับอะไร

อลิซไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนหรือช่วงเวลาใด เธอรู้เพียงแค่ว่านี่ไม่ใช่เวลาปัจจุบัน เพราะบรรยากาศที่ดูย้อนยุค ผู้คนสวมใส่ชุดที่หรูหรา คำพูดคำจาที่ทุกคนสนทนาล้วนแต่ทำให้คิดถึงภาพยนตร์พรีเรียดสักเรื่อง

แต่ที่สำคัญที่สุด ผู้คนในงานล้วนให้ความเคารพอลิซพอ ๆ กับชายที่เธอเดินเคียงข้างเสมือนเป็นคนดังระดับประเทศอย่างไรอย่างนั้น 

คนทั้งสองหยุดอยู่ตรงหน้าห้องแห่งหนึ่งที่แยกออกห่างจากผู้คนส่วนใหญ่ ภายในห้องมีโต๊ะอาหารตัวยาวถูกจัดไว้อย่างครบครันทั้งของคาวหวานและผู้คนที่นั่งอยู่ในนั้นล้วนพิเศษแตกต่างจากคนในงานอย่างลิบลับ เนื่องด้วยแต่ละคนมีผู้คุ้มกันคอยระแวดระวังภัยยืนอยู่ไม่ห่างรวมถึงบรรยากาศแปลก ๆ ที่ทำให้อลิซรู้สึกหายใจไม่ออก

ขออภัยที่ทำให้ทุกท่านต้องรอ อลิซาเบธบุตรของข้าเสียเวลาไปกับการแต่งตัวมากสักหน่อยชายที่อ้างว่าเป็นพ่อกล่าวขออภัยอย่างสุภาพต่อแขกผู้ร่วมโต๊ะ เหลือเชื่อ! อลิซได้รู้ว่าตนกลายเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่ออลิซาเบธเสียด้วย! ในใจของเธอร่ำร้องอยากเห็นใบหน้าตัวเองเสียเหลือเกินว่าจะผิดแผกแตกต่างจากเดิมเช่นไร แต่ความคิดนั้นก็ไม่อาจถูกสนองเมื่อหญิงอีกคนลุกขึ้นต้อนรับ

โอ้ ไม่เลย หาได้เสียเวลา พวกเราเพียงแค่สนทนากันอย่างสนุกเท่านั้นหญิงตรงหน้าท่าทางแสนฉลาดพูดอย่างเป็นกันเองและยิ้มกว้างเมื่อเห็นเธอ ร่างนั้นโผเข้ากอดอย่างอบอุ่นและมองหน้าด้วยรอยยิ้ม

ไม่นึกเลยว่าจะได้พบกันอีก เจ้าดูโตขึ้นและงดงามเช่นเดียวกับมารดา อลิซไม่รู้จะตอบเช่นไร เธอได้แต่ยิ้มและพยักหน้า

มานั่งตรงนี้อลิซาเบธ ข้าอดไม่ได้ที่จะสนทนากับเจ้าแล้วชายผู้นั้นพยักหน้าให้อลิซทำตาม เธอจึงปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้จูงมืออย่างนุ่มนวลและจับไหล่ทั้งสองกดเบา ๆ ให้นั่งลงข้างกายหล่อน 

เสียงเคาะแก้วดังขึ้น ชายผู้เป็นพ่อของเธอ (ตามที่เขาได้อ้างไว้) นั่งลงตรงหัวโต๊ะและยกแก้วขึ้นก่อนเอ่ยเปิดงาน

เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทุกท่านมาในวันนี้และขอให้รื่นเริงกับมื้อค่ำอันปกติสุข ทุกคนล้วนยกแก้วขึ้นรวมไปถึงอลิซและดื่มมันเล็กน้อยพอเป็นพิธี ทั้งหมดเริ่มลงมือรับประทานอาหารและสนทนากัน

บรรยากาศแสนอึดอัดทำให้อลิซไม่อยากอาหารแต่อย่างใดเพราะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบุคคลเหล่านี้เป็นใคร นิสัยอย่างไรหรือสนิทกับเธอขนาดไหน มีบางครั้งที่ผู้คนเหล่านั้นเหลือบมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ และกระซิบกระซาบอย่างไม่เกรงใจว่าเธอจะอยู่ตรงนั้นหรือไม่

อย่าไปสนใจพวกหล่อนนักเลยหญิงสาวที่ลากเธอมานั่งข้าง ๆ ทำลายบรรยากาศแสนอึดอัดและมอบรอยยิ้มสดใสให้ อลิซยิ้มรับอย่างสุภาพ มีบางอย่างที่ทำให้อลิซรู้ว่าผู้หญิงคนนี้จริงใจและไม่ได้แสร้งทำกับเธอ

ไม่เป็นไรเจ้าค่ะอลิซตอบเพื่อให้หญิงข้างกายสบายใจ

ข้าเข้าใจ เจ้าไม่ชอบสุงสิงกับใครตั้งแต่เด็ก แต่การปรับตัวก็เป็นสิ่งที่ดี จงเรียนรู้แม้ว่าจะรู้สึกคับอกคับใจกับคำสั่งของท่านเจ้าเมืองบ้างก็เถอะ อลิซได้รับถ้อยคำปลอบใจจากผู้หญิงคนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจึงอดที่จะขอบคุณไม่ได้

ขอบคุณเจ้าค่ะหญิงคนนี้ยิ้มกว้างและมอบพายไก่กลิ่นหอมวางบนจานของอลิซ ก่อนหันมาจัดการกับอาหารของตัวเองอย่างเงียบ ๆ หนึ่งอย่างที่เธอรู้...พ่อของอลิซาเบธเป็นเจ้าเมืองและอลิซาเบธก็เป็นธิดาของเขา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอได้รับเกียรติจากบุคคลภายนอกยกเว้นก็แต่บุคคลในห้องอาหารนี้เท่านั้น

และหลังจากร่วมรับประทานอาหารกันเรียบร้อย คนกลุ่มนี้ก็ลุกขึ้นเดินไปยังอีกห้องหนึ่งที่มีเก้าอี้เรียงรายเป็นแถว และเบื้องหน้าเก้าอี้ก็มีกล้องโบราณขนาดใหญ่วางอยู่

โชคดีมากที่วันนี้ท่านเจ้าเมืองได้จ้างช่างถ่ายภาพ และดีที่สุดที่เจ้าจะได้ร่วมถ่ายรูปกับพวกเราเธอกล่าวอย่างยินดีในขณะที่เคลื่อนย้ายตัวเองไปยังจุดสำหรับเตรียมตัวและไม่ลืมจูงมืออลิซให้เดินไปพร้อมกัน

สายตาของอลิซมองไปยังบุคคลที่เริ่มจัดเตรียมกันอย่างพร้อมเพรียง ทุกคนล้วนมีสีหน้าไม่ผิดแผกไปจากเดิมมากนัก เหมือนเป็นกิจวัตรประจำที่ต้องทำกันอยู่เนือง ๆ

อย่าได้เกร็งตัว เจ้าแค่ผ่อนคลายและยิ้มบาง ๆ ก็พอเสียงหวานกระซิบบอก เสียงดังปังและโขมงควันสีขาวก็ลอยขึ้นเหนือเพดาน อลิซยืนนิ่งไม่ไหวติง เธอไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะมีโอกาสได้ถ่ายภาพแบบย้อนยุคและอยู่ในบรรยากาศจริงที่สัมผัสได้ก่อนเสียงของช่างถ่ายภาพจะบอกให้เตรียมพร้อมอีกครั้งหนึ่ง แต่แล้ว...

กระจกบานใหญ่แตกกระจายไปทั่วห้อง อลิซสะดุ้งโหยงก่อนถอยห่างออกจากพื้นที่ดังกล่าว และเสียงแตกกระจายนั้นก็ยังคงดังต่อเนื่องไปจนถึงห้องโถงด้านนอกห้อง เสียงหวีดร้องดังระงม ความโกลาหลก็เริ่มขึ้น

พระเจ้า! นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีก อลิซมองดูผู้คนที่เริ่มออกวิ่งพร้อมสีหน้าหวาดกลัว 

รีบหนีไป! แองเจลล่าข้าฝากอลิซาเบธด้วยใบหน้าตื่นตระหนกพยักหน้าอย่างรวดเร็วและคว้ามือของเธอให้เดินออกไปในทันที

อลิซออกวิ่งพลางเหลือบเห็นผู้เป็นพ่อของเธอ คว้าปืนใต้ชุดสูทขึ้นมา เขาหันมาพยักหน้าให้เธอด้วยสีหน้าเป็นห่วงอย่างที่สุด ความรู้สึกบางอย่างทำให้เธอรู้ว่านี่คือการบอกลา...

เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนและเสียงทำลายล้างดังก้องไปทั่วทั้งตึกอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าหวาดกลัวตื่นตระหนกทำให้อลิซแทบสติแตกแต่ขาของเธอยังคงก้าววิ่งไปพร้อม ๆ กับแองเจลล่า

พระเจ้า! ไม่นึกเลยว่าพวกมันยังรอด!” น้ำเสียงตื่นตระหนกพูดออกมาในขณะที่วิ่งหอบและหลบเศษกระจกที่แตกเกลื่อนพื้น

พวกมัน...อะไรกัน คำถามลอยล่องอยู่ในหัวโดยไม่ได้รับคำตอบ

ในที่สุดเธอทั้งสองก็วิ่งมาถึงหน้าบ้าน รถม้าคันหนึ่งจอดเทียบเหมือนรู้งาน อลิซถูกแองเจลล่าดันขึ้นรถม้าก่อนตะโกนบอกคนขับอย่างรวดเร็ว

พาไปให้ไกลที่สุด จำไว้อย่าแม้แต่จะหยุดพัก

ขอรับ

ดะ เดี๋ยว แล้วคุณล่ะอลิซรั้งและมองหน้าแองเจลล่าอย่างหวาดหวั่น 

ข้าต้องกลับไปช่วยคนอื่น ๆ ส่วนเจ้าต้องรักษาตัวและสิ่งนั้นเอาไว้ เร็ว! รีบไป!” รถม้ากระชากเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่ฟังเสียงที่เธอพร่ำตะโกนสั่งคนขับรถม้าให้หยุดวิ่ง อลิซหันกลับไปยังผู้หญิงคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง ไม่นานร่างนั้นก็หายเข้าไปยังตัวบ้านอีกหน

อะไรกัน มันเกิดอะไรขึ้น!” เธอพูดกับตัวเองด้วยความกระวนกระวาย พลางมองดูบ้านหลังนั้นหายลับตาและแทนที่ด้วยต้นไม้หนาทึบปกคลุมจากเงามืดแห่งรัตติกาล

เวลาล่วงเลยไปนาน อลิซยังติดอยู่ในห้วงเวลาปริศนา สิ่งที่ย้ำเตือนเธอได้ดีคือชุดโบราณแสนรุ่มร่ามและเสียงรถม้าที่กำลังวิ่งไม่หยุดหย่อน

บรรยากาศที่ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปจากเดิมทำให้อลิซเบาใจได้เล็กน้อย เธอจึงมีเวลาคิดถึงเรื่องอื่นและตัดสินใจทำบางสิ่งลงไป อลิซเคลื่อนตัวไปยังช่องกระจกสี่เหลี่ยมฝั่งตรงข้ามที่เห็นเพียงแผ่นหลังของคนขับรถม้า เธอเปิดมันออกและตั้งคำถามกับพลขับ

เราจะไปที่ไหนกัน ช่วยบอกได้ไหม คำถามลอยหายไปโดยไม่มีการตอบโต้อย่างใจคิด อลิซรู้สึกหงุดหงิดกับความเฉยเมยของเขาเหลือเกิน

เฮ้! ฉันถามคุณอยู่นะ ท่านสุภาพบุรุษ!” อลิซยังคงพยายามและไม่นานเสียงแหบต่ำก็พูดอย่างรำคาญใจ

ออกจากเมืองให้เร็วที่สุด

ขอบคุณที่ช่วยตอบคำถาม แต่ทำไมเราต้องรีบขนาดนั้นด้วยอลิซไม่วายถามต่อแม้มันจะดูโง่เง่าในเมื่อเธอก็เห็นเองกับตา แต่เพื่อยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้นเธอต้องถามชายผู้นั้นให้แน่ใจ

ถ้าจะกรุณา ท่านช่วยสงบปากสงบคำและเก็บคำถามเหล่านั้นไว้จนรุ่งสางจะดีกว่า ชายผู้นั้นตะโกนกลับมาอย่างหัวเสียและกระตุกบังเหียนเพื่อให้ม้าเร่งฝีเท้า อลิซจึงจำใจผละออกมาจากการสนทนาที่เริ่มจะก่อชนวนวิวาทขนาดย่อมลง

โอเค ฉันจะรอจนถึงรุ่งสาง นายต้องตอบคำถามให้หมดด้วย คนขับรถม้า แต่การรอจบลงอย่างรวดเร็ว เมื่อรถม้าที่เธอโดยสารเสียหลักพลิกคว่ำอย่างรวดเร็ว

อลิซถูกแรงเหวี่ยงจนตัวกระแทกเข้ากับประตู ร่างของเธอกระเด็นลงไปยังถนนเบื้องล่างในทันที ความเจ็บแปลบแผ่ซ่านไปทั่วเรือนร่าง เธอรู้สึกว่าแขนขาได้รับบาดเจ็บและเกิดแผลถลอกตามร่างกาย อาการปวดจุกเกิดขึ้นบริเวณหน้าท้องจนต้องกอดกุมเอาไว้ แต่แล้วความเปียกชื้นแปลก ๆ ก็ซึมไหลออกมาใต้เสื้อผ้า อลิซหวั่นวิตกอย่างหนัก มันคือเลือดที่กำลังไหลออกจากบาดแผลฉกรรจ์จากอุบัติเหตุเมื่อครู่และดูท่าเศษกระจกคงกำลังฝังตัวบริเวณหน้าท้องน้อย ๆ ของเธอ!

 “โอ๊ย!” เธอร้องออกมาอย่างเจ็บปวด มือสั่นระริกและค่อย ๆ กดบาดแผลไม่ให้เลือดไหล แต่แล้วเสียงคร่ำครวญก็ทำให้อลิซตัวแข็งทื่อ

ไม่! อ๊าก!” เสียงโหยหวนปานจะขาดใจดังก้องป่าอันมืดมิด ชายที่ทำหน้าที่คุมบังเหียนรถม้ากำลังขาดใจตายในไม่ช้านี้!

โอ้ พระเจ้า คุณเป็นอะไรไป!” อลิซร้องเรียกอย่างหวาดผวา ความเงียบอันแสนโหดร้ายถาโถมเข้าใส่เธออย่างรุนแรง 

อลิซตัดสินใจในฉับพลัน หากเธอรั้งรออยู่อย่างนี้ ความตายคงคืบคลานใกล้ตัวในไม่ช้านี้ แม้จะมีแรงน้อยนิดแต่ต้องลุกขึ้นและหนีออกไปให้ได้

บางสิ่งไล่หลังเธอมาติด ๆ ดวงตาสีเข้มหันไปมองอย่างหวาดผวา ช่างสะเทือนขวัญสั่นประสาทเธอเสียเหลือเกิน!

 

ในที่สุดร่างของเธอทรุดลงอย่างหมดเรี่ยวแรง แม้จะพยายามอย่างหนักก็ไม่เป็นผล ลมหายใจของเธอเริ่มแผ่วเบาลงไปทุกขณะ ดวงตาที่เคยเห็นเส้นทางชัดเจนกลับพร่าเบลอและหัวสมองมึนชาไปหมดเหตุเพราะเสียเลือดมาก

ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดกับเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ช่างน่าสมเพชเสียจริง เธอนึกตัดพ้อในใจ 

เสียงฝีเท้าของสิ่งนั้นหยุดลง เหมือนกำลังรอให้เธอหมดกำลังไปเสียเองซึ่งน่ายินดียิ่งเพราะตอนนี้เธอเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และหมดกำลังใจที่จะสู้ต่อไปแล้ว

ฮือ... ความกลัวทำให้ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำใส ๆ เสียงสะอื้นดังออกมาอย่างหมดหวัง 

ร่างนั้นเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ ดวงตาสีเข้มรีบปิดสนิท อลิซรู้สึกถึงแรงที่ยกร่างของเธอขึ้น บางอย่างที่เหมือนนิ้วมือกำลังปัดเส้นผมที่ปรกหน้าไว้ ร่างกายของเธอเย็นเชียบและสั่นเทิ้มเพราะหวาดกลัว 

ได้โปรด...อย่าเธอวิงวอนร้องขอชีวิต แม้รู้ว่ามัจจุราชจะไม่ละเว้นเธอเหมือนแกะตัวหนึ่งที่ถูกโยนลงในฝูงหมาป่า รอคอยเพียงเวลาที่จะหมดลมหายใจไปเอง...

ประสาทสัมผัสรับรู้ตื่นตัวได้ดีแม้กระทั่งเวลาสุดท้ายของชีวิต เสียงลมหายใจต่ำ ๆ ดุจสัตว์ป่ากำลังรดต้นคอของอลิซเหมือนโหยหาบางสิ่งบางอย่างภายในกาย 

เพียงเสี้ยววิความปวดร้าวก็แผ่ซ่านทะลุทะลวงทุกสิ่งจนแทบไหม้ ดวงตาสีเข้มเบิกโพลงโดยอัตโนมัติ...และเธอก็เห็น...ดวงตาสีแดงฉานคือสิ่งสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะดำมืดและเงียบไปในที่สุด

อลิซสะดุ้งเฮือกตื่นจากความฝันอันสยดสยอง ดวงตาเบิกโพลง หายใจถี่อย่างตื่นตระหนก เธอจึงหันไปรอบ ๆ อย่างหวาดกลัวและถอนหายใจอย่างโล่งอก

ก็แค่ฝันไป... อลิซกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง รู้สึกยินดีกับชีวิตที่ยังมีลมหายใจ ไดอารี่ที่อ่านค้างไว้ยังคามือทำให้รู้ว่าคงเผลอหลับไปพร้อมกับฝันพิลึกพิลั่นจากการอ่านไดอารี่เล่มสีดำนี้ก่อนนอน

ต่อไปนี้เธอควรต้องปรับเปลี่ยนเวลาศึกษาหนังสือเล่มนี้เสียใหม่ ไม่เช่นนั้นยามนอนของเธอคงสั้นเหมือนกับวันนี้

ไดอารี่ถูกวางลงบนโต๊ะข้างเตียง อลิซลุกขึ้นเปิดผ้าม่านออกและรับรู้ได้ถึงเช้าวันใหม่ที่ทำหน้าที่ก่อนเธอได้สักพักใหญ่ ๆ อลิซจึงเตรียมเข้าห้องน้ำแต่กลับสะดุดเข้ากับกระดาษบางอย่างที่นอนแผ่อยู่บนพื้นห้อง

ตื่นเมื่อไหร่ช่วยเอาของในตะกร้าไปให้เรย์ที น้ามีธุระด่วน

เจมส์   

อลิซอ่านข้อความที่ถูกสอดผ่านช่องเล็ก ๆ ใต้ประตู ยามที่น้าเจมส์มีธุระด่วนจนไม่สามารถบอกเธอด้วยตัวเอง เขามักทำเช่นนี้ประจำ

ต้องเจอหมอนั่นเร็วขึ้นสินะอลิซถอนหายใจอีกครั้งพลางคว้าผ้าขนหนูสีขาวเดินเข้าห้องน้ำ

 

ในเวลาต่อมาอลิซยืนอยู่หน้าบ้านของเรย์ด้วยความรู้สึกแปลก ๆ เธอเกิดทำตัวไม่ถูกขึ้นมาดื้อ ๆ เพราะกำลังประสบปัญหากับการเปลี่ยนทัศนคติอย่างฉับพลันกับเพื่อนบ้านจอมหยิ่ง

อย่างไรก็แล้วแต่ เรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่มีวันหายไปจากสมองของเธอได้และนั่นทำให้เธอตัดสินใจเคาะประตูในทันที ไม่นานนักร่างที่สวมชุดสบาย ๆ ก็ปรากฏตัวออกมาจากบานประตู

เอ่อ น้าเจมส์ฝากของให้นายอลิซชูตะกร้าใส่อาหารมื้อเที่ยงและเย็น เขาหลีกทางให้เธอเดินเข้าไปโดยที่ไม่สนทนาอะไรตอบกลับ

ภายในบ้านยังคงเงียบเชียบไร้เสียงใด ๆ เช่นเคย อลิซจัดแจงของในตะกร้าอย่างเงียบ ๆ โดยที่ไม่รู้ว่าเรย์ยืนพิงประตูห้องครัวมองเธออยู่ก่อนแล้ว

พระเจ้า! นายทำฉันตกใจอลิซสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นชายหนุ่มปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า

ขวัญอ่อนซะจริงร่างนั้นล้อเลียนก่อนเดินไปหยิบนมในตู้เย็นเทใส่แก้วขึ้นจิบและหันหลังเดินออกจากห้องครัว

ขอบคุณ!” เรย์ชะงักและหันกลับมา

ว่าอะไรนะ” 

ฉันบอกว่า ขอบคุณที่นายช่วยฉันไว้เมื่อคืน เอ่อ...อาจจะดูช้าไปแต่ก็ขอบคุณจากใจ แม้ว่านายไม่ได้มีเจตนาช่วยเหลือฉันจริง ๆ มันเป็นเหตุสุดวิสัยหรือจะอะไรก็ช่าง ฉันบังเอิญอยู่ตรงนั้นและนายเป็นคนไล่...สิ่งนั้นไป ทำให้ฉันมีทางรอดน่ะ จนบัดนี้อลิซก็ยังไม่กล้าเอ่ยชื่อ    โลแกนได้สักที เมื่อคิดถึงตัวก็สั่นสะท้านขึ้นมาเสียดื้อ ๆ

เรย์ยักไหล่แบบไม่ใส่ใจในการแสดงความมีจิตสำนึกของเธอ เขาเพียงยกแก้วดื่มนมจนหมดและวางกระแทกโต๊ะข้าง ๆ ตัวอลิซ

ถ้าอย่างนั้นก็ฝากจัดการทำความสะอาดให้ที เพื่อเป็นการตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆเธอคิดไว้ไม่มีผิด เรย์ต้องให้เธอรองไม้รองมือทำสักอย่างที่เขาไม่ต้องการทำและการทำความสะอาดบ้านก็กลายเป็นหน้าที่ของเธอไปโดยปริยาย

นายนี่มัน...เธอยั้งปากได้ทัน อลิซนึกขึ้นได้ว่าบางทีอาจเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ ถ้าการตอบแทนจะมีเวลาได้สนทนาถึงปัญหาที่ฝังใจ

 “งั้นขอหนึ่งคำถาม

คิดว่าฉันจะตอบคำถามฟรี ๆ เหรอ หนึ่งคำถามจ่ายด้วยแรงงานหนึ่งวันข้อต่อรองที่น่าปวดหัวเริ่มขึ้นทันทีเรย์ร้ายและเจ้าเล่ห์กว่าที่คิดไว้เยอะแต่เธอเลือกที่จะยอมจำนนเสียดีกว่า

ก็ได้ หนึ่งคำถามต่อหนึ่งวันอลิซทวนคำซ้ำมองหน้าเรย์ที่พยักหน้ารับอย่างกวน ๆ

นาย...เป็นฮันเตอร์เหรอ ฉันหมายถึงนักล่าแวมไพร์อะไรเทือกนั้นอลิซตั้งคำถามโดยที่ดวงตาหลุบต่ำลงเล็กน้อย เมื่อคิดว่าตนดูงี่เง่าเพราะเชื่อไดอารี่เล่มนั้นเข้าไปอย่างจัง ในนั้นบ่งบอกลักษณะนักล่า  แวมไพร์ซึ่งมันไม่ต่างอะไรกับเรย์ในคืนนั้น

ใช่เรย์ตอบสั้น ๆ ง่าย ๆ โดยที่เธอไม่ทันได้ลุ้นรายละเอียด

แค่นี้เหรอที่นายจะตอบ

หนึ่งคำถามต่อหนึ่งวันเรย์พูดยอกย้อนด้วยประโยคเดิมทำให้อลิซถอนหายใจอย่างรำคาญออกมา

โอเค ช่วยตอบละเอียดกว่านี้ได้ไหมเธอพูดชัดทุกคำ

ใช่ฉันเป็นแบบนั้น ฉันมีหน้าที่ตามล่าแวมไพร์และจัดการพวกมัน แต่วันนั้นกลับพลาดเพราะเธอดันสะเออะเข้ามาจนทำให้มันหนีไปได้ แถมเป็นรายแรกที่รอดออกมาครบสามสิบสอง บวกกับมีความจำสมบูรณ์แบบ มันจึงกลายเป็นฝันร้ายของเธอและแย่ยิ่งกว่ากับฉัน...เพราะต้องมายืนเสียเวลาเตือนเธออีกทั้ง ๆ ที่ควรจะจำไม่ได้เหมือนรายอื่น ๆ และสิ่งที่เธอควรจดจำ...ฐานะของฉันต้องไม่ถูกเปิดเผย ถ้ามันแดงขึ้นมาเมื่อไหร่ คนที่จะตายคนแรกก็คือเธอ เรย์ร่ายยาวเป็นชุดและเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย

ที่สำคัญอย่านึกว่าทุกคำถามจะได้คำตอบตามที่เธอต้องการเพราะฉะนั้นเลิกตั้งคำถามงี่เง่าและก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดซะ!” เรย์กระแทกไหล่เดินออกจากห้องครัวและหายเข้าไปยังห้องของตน

เสียงประตูดังสนั่นหวั่นไหว ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนบ้านพังทลายลงอย่างน่าสมเพช อลิซไม่สามารถทำให้เรย์ผู้เย่อหยิ่ง จองหอง ทะนงตน ผูกมิตรกับเธอได้ด้วยดีและดูเหมือนเธอก็ไม่ต้องการมันเช่นกัน แต่กฎต้องเป็นกฎ เธอไม่ลืมชดใช้แรงงานและกลับมาใหม่ในอีกสองวันที่เหลือแม้ใจจริงจะไม่อยากย่างกรายเข้ามาเหยียบที่นี่อีกแล้วก็ตาม!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

428 ความคิดเห็น

  1. #355 ★ .•°Mademoiselle•.°´ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 11:37
    อลิสฝันแปลกๆ ต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ
    #355
    0
  2. #303 Marie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 03:02
    ความฝันนางแบบ..
    อ่านไปเจ็บไป เจ็บตอนโดนกระจกบาดอ่ะ #ผิดประเด็นค่ะอิหร่า
    ฝันแบบนี้หมายความว่าจังได๋อ่ะพี่โม เกี่ยวไรกับที่เคยมีคนบอกว่านางโดนลบความทรงจำไปมั้ย
    ละเรย์เป็นไรทำไมต้องพูดจากวนทีนทุกที่ทุกเวลาทุกนาทีเพราะวู้ดดี้เกิดมาคุยด้วยอ่ะ! หมั่นไส้แทนค่ะ แหม่55555 
    #303
    0
  3. #300 Daren L. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 18:47
    วันนี้มาอ่านต่อแบบมึนๆเพราะอดนอน
    อ่านตอนนี้แล้วไม่อยากนอนและ อลิซฝันร้ายอ่ะ แง~ แล้วใครกันจะทำร้ายอลิซล่ะ 
    เป็นฝันที่คิดว่าต้องมีอะไรแน่ๆเลย ย้ำ ต้องมีอะไรแน่ๆ แต่อ่านไปอ่านมาก็ชอบเรย์นะ ชอบวิธีพูดจาห้วนๆของมัน(ในบางที)
    และแลดูจับต้องได้กว่าโล อิอิ แต่จะไม่เปลี่ยนเมนค่ะ! 
    ปล.เรย์เป็นฮันเตอร์สุดเท่ที่กวนบาทามาก

     
    #300
    0
  4. #206 Alive4Dream (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มกราคม 2556 / 16:13
    ว่าแต่ทำไมอลิซถึงฝันแบบนั้นอ่ะ คงไม่ใชาแค่เพราะอ่านหนังสือ แล้วเก็บไปฝันแน่ๆ
    แล้วอะไรที่กำลังตามล่าอลิซในฝัน มันคือแวมไพร์ใช่หรือเปล่า 
    แล้วคนขับรถม้า คือใคร เขาตายหรือเปล่า แวบแรกที่อ่านนึกว่าเป็นเรย์นะเนี่ย
    แต่ไม่น่าจะใช่มั้ง เพราะมีบทบาทแปปเดียว แล้วคืนต่อไปอลิซจะฝันแบบนี้อีกหรือเปล่า
    มีแต่คำถาม ^^

    ส่วนเรย์ก็กวนได้อีก กวนตลอดเวลา แต่ถ้าไม่กวนก็ไม่ใช่เรย์สินะ 
    แต่ชอบการตอบคำถามของเรย์นะ ตรงๆ ไม่อ้อมค้อม แต่แอบโหดไปนิด
    1 คำถาม ต่อ 1 วันเลยหรอ โหดมากกกก

    ไม่รู้ว่าวันต่อไป อลิซจะมีคำถามอะไรมาถามอีกหรือเปล่า แล้วโลแกนอ่ะ จะตามหาอลิซเจอไหม

    **ทุกอย่างมันไม่ใช่เหตุบังเอิญใช่มะโม มันคือโชคชะตาที่ทำให้ต้องมาเจอกัน**

    //ในที่สุดก็ได้ฤกษ์มาอ่านสักที ^^
    #206
    0
  5. #184 TANH_ZEPIA (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 23:06
    เรย์กวนประสาทมากมาย....
    ถ้านายจะตอบแค่นั้นอะนะ
    ....ก็ยังดีที่ตอนหลังนายอธิบายเพิ่มมากขึ้นมาหน่อย
    มันไม่คุ้มจริงๆ กับการทำงานบ้านแลกกับคำตอบแค่ "ใช่"
    แล้วมนุษยสัมพันธ์ของเรย์ก็ยังย่ำแย่เหมือนเดิม...
    นายจะผูกมิตรกับใครได้บ้างเนี่ย
    ชอบอยู่คนเดียวมากกว่าสินะ
    แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านายต้องร้ายกาจกับทุกคนนี่
    T.T

    อลิซดันเป็นแจ็กพ็อตพอดี
    ไม่โดนลบความทรงจำ
    เลยเก็บมาหลอนจนถึงตอนนี้ ฮ่าๆ
    แถมยังไม่รู้อีกว่าโลแกนจะโผล่มาทักทายเืมื่อไร

    เป็นความฝันที่แปลกประหลาดจริงๆ
    ย้อนกลับไปในยุคสมัยอดีตด้วย
    เกี่ยวข้องอะไรกับตัวอลิซรึเปล่าหว่า??
    หรือจะเกี่ยวกับไดอารี่เล่มนั้น??
    อาจจะเป็นเรื่องราวอะไรที่ถูกซ่อนไว้ หรือเป็นปมของใครสักคน
    คนสุดท้ายที่ทำร้ายอลิซาเบธเป็นแวมไพร์รึเปล่าน้อ?

    นิดหน่อยค่า
    กระพริบ = กะพริบ
    นั้นลิบลับ = อย่างลิบลับ (รึเปล่าหว่า?)
    โดยไม่เสียง = โดยไม่ส่งเสียง (เหมือนตกหล่นคำไปอะค่ะ)
    เหย่อหยิ่ง = เย่อหยิ่ง
    #184
    0
  6. #144 monobizz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 19:08
    เรย์คะ นายกวน .... มาก > <

    อลิซ น่าสงสารอะ
    ชีวิตมันช่างมีแต่เรื่องไม่ีๆ
    เฮ้อออออ

    ปล.หลงเรย์มากๆค่ะตอนนี้
    555555555555
    #144
    0
  7. #96 ๏Pinny๏ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 15:10
    เจาะเวลาหาจิ๋นซี ไม่ใช่ละ โดนถีบ =[]= 555
    แล้วจะเลือกใครดรเนี่ย สองคนต่างกันคนละขั้ว
    คนนึงเป็นคนดีแต่นิสัยเสีย อีกคนออกแนวเถื่อนแต่เร้าใจ (เกี่ยว) ><
    #96
    0
  8. #67 GD จ้า ^^ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กันยายน 2555 / 09:16
    อิเรย์หยิ่งเกินไปแล้วนะ >0<
    #67
    0
  9. #51 Eveeva (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กันยายน 2555 / 19:21
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    หนุกอีกแล้วค๊าบไรเตอร์คนเก่ง
    อ่านแล้วลุ้นตลอดเลย



    ยิ่งกับเวลาย้อนไปในอดีต บรรยายเห็นภาพอ่ะ
    ชอบมากๆ
    แอบเศร้าตรงก่อนขึ้นรถม้า
    บอกลาทางอ้อมหรอ...ฮือๆ น่าสงสาร




    อยากรู้มากๆ เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น
    ต้องเกี่ยวกับไดอารี่หรืออะไรแน่ๆ เลย
    ใช่ไหมคะไรเตอร์ O_O! (มั่วมาก 55555)



    มีหลายอย่างที่สงสัย
    คือปมเยอะจริงๆ ตอนนี้ยังเดาพล็อตไม่ออกเลย
    เจ๋งมากกกกกกก
    รอไรเตอร์เฉลยนะคะ จะมาอ่านทุกตอนเลย อิอิ



    ชอบเรยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย์
    แอบน่ารักอ่าาาาา ♥O♥
    กวนประสาทดีด้วย 5555555555555
    ตอบได้แบบ...น่าถามว่า ' เคยโดนเอาตระกร้าฟาดหัวไหมที่รัก '
    ถามซะยืดยาว แต่คำเดียวสั้นๆ แลกกับทำความสะอาดบ้านทั้งวัน
    เหนื่อยจะตายชัก สงสารอลิซ TOT



    ท้ายสุดก็เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์เสมอนะค๊าบบบ
    สู้ๆๆ ^^ V
    ขอให้มาอัพบ่อยๆ อัพอีกเยอะๆ
    เค้าเป็นแฟนคลับไรเตอร์นะค๊าาาาา
    #51
    0
  10. #47 Tara (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2555 / 02:42
    อลิซฝันร้ายอีกเเล้ว เหมือนกับว่ามันบอกลางอะไรสักอย่าง
    อัพไวๆนะ
    #47
    0
  11. #44 BizcuitO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2555 / 16:04
    เธอต้องรักษา "และ" สิ่งนั้นเอาไว้ ... ตกอะไรไปหรือเกินมาอะเปล่า

    หลังจากที่อ่านไดอารี่ "เล่า" สีดำ ... เล่ม



    ********************************************************



    กรี๊ดกร๊าดดดดดดดด ชอบหนุ่มซึน อึมๆ เยี่ยงนี้ยิ่งนัก
    #44
    0
  12. #43 °My_Dear° (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2555 / 04:53
    น่ากลัวเนอะ ถ้าชีวิตต้องมาเจออะไรแบบนี้จริงๆ 
    เรย์กวนได้โล่อ่า ฮ่าๆๆๆ
    #43
    0
  13. #42 คุณนายควอน* (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2555 / 23:10

     << ป้ายไฟ 5555555

    เรย์จ๋า ที่ัรกตอบได้ห้วนและกวนพระบาทมาก!
    ถ้าแพทเป้นอลิชคงยืนงง ทำตาปริบๆ แบบเอ่ม...จบและ? 555
    (///แกมันโง่อิบ้า อลิซไม่โง่ -..-X)

    ตรงฉากย้อนยุคอ่า แพทว่ามันดูจะเป็น สมัยร.5ไปหน่อย ตามที่แอบไปศึกษมา (โดนถีบบ)
    แต่ส่วนมากที่เจอเขาจะเรียกผู้หญิงที่ดูสูงศักดิ์กว่าว่ามาดามนะคุณพี่ (ใช้เรียกตั้งแต่วัยรุ่ยไปจนถึงคนแก่)

    แค่นี้แหละ T_T
    #42
    0