Bloody Day

ตอนที่ 5 : :: Scent of a woman ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 ก.พ. 59

Scent of a woman

 

หลายสัปดาห์ก่อนที่ดับลิน เวลา 9.00 p.m.

เสียงรถรายังแล่นขวักไขว่เต็มท้องถนน ผู้คนในเมืองใหญ่ยังคงรีบเร่งเดินไปตามบาทวิถีดูน่าปวดหัว ร้านรวงรอบ ๆ ยังคงเปิดรับลูกค้ามากหน้าหลายตาเข้ามาใช้บริการ ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนผู้คนในเมืองแห่งศิวิไลซ์ก็ยังใช้ชีวิตบนวิถีทางที่วุ่นวายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แม้ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม 

            ณ มุมหนึ่งภายในไนต์คลับหรูย่านสถานบันเทิงที่เต็มไปด้วยแสงสีและความอึกทึกของเสียงดนตรี เหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังมากหน้าหลายตาต่างเข้ามาใช้บริการด้วยท่าทีผ่อนคลาย เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวต้อนรับเฉพาะบุคคลที่เป็นสมาชิกเท่านั้น แฟนคลับ นักข่าว หรือ         ปาปารัซซี่จึงหมดสิทธิ์ย่างกรายเข้ามาวุ่นวายอย่างสิ้นเชิง

            เสียงแก้วเหล้ากระทบ เสียงดนตรีดังและเสียงพูดคุยของผู้มาเยือนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในตึกแห่งนี้ และยิ่งเวลาดึกมากเท่าไหร่ ผู้คนมากมายก็เข้ามาเบียดเสียดกันอย่างหนาตาจนแทบไม่มีอากาศหายใจ แต่ถึงกระนั้นผู้คนก็ยังคงชื่นชอบที่จะพบปะกันมากกว่าจับเจ่าอยู่กับบ้านหลังใหญ่ที่โอ่โถงและโปร่งสบายของตัวเอง

 

            ห้องที่อยู่ลึกซึ่งแยกตัวออกจากโถงใหญ่ของไนต์คลับ ชายหนุ่มผมยาวประบ่าสีดำสนิทนั่งอยู่บนโซฟาบุนวมยาวกำลังง่วนอยู่กับร่างอรชรสวมเสื้อผ้าบางเบาแต่รัดแน่นทุกสัดส่วนน่าเย้ายวน ริมฝีปากอวบอิ่มฉาบด้วยลิปสติกสีแดงสดจู่โจมปากของชายหนุ่มอย่างปรารถนา มือของเธอกำลังวุ่นวายอยู่กับสิ่งกีดขวางเพื่อเข้าถึงร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรง

            รอยยิ้มทรงเสน่ห์ผุดขึ้นหลังจากที่หญิงสาวถอดริมฝีบางสวยลงไปซุกซนที่ซอกคอของชายหนุ่มเพื่อกระตุ้นให้เขากระหายอยากต่อร่างอันเย้ายวนและมันก็ได้ผล ร่างที่เคยอยู่เฉยพลิกกลับมารุกอย่างร้อนแรง ปากหนาระดมจูบเข้าไปที่ริมฝีปากบาง ใช้ลิ้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากอย่างกระหายใคร่อยาก มือหนารุกล้ำข้ามพ้นอาณาเขตหวงห้าม ลูบไล้ คลำคลึงให้ร่างบางเกิดอารมณ์จนต้องครางออกมาอย่างพอใจ ก่อนร่างนั้นจะถูกจับให้นอนลงกับโซฟาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเธอดูตกใจเล็กน้อยกับการกระทำนั้นแต่เพียงเสี้ยววินาทีก็ยิ้มอย่างพอใจ

            “คุณเริ่มมันเองนะ...เสียงแหบต่ำพูดขึ้นขณะมองยังร่าง      เย้ายวนข้างใต้ด้วยดวงตาอันทรงเสน่ห์

            “ฉันรอคุณพูดคำนี้มานานแล้ว...ชายหนุ่มยิ้มอย่างคนรู้งาน

            คุณอย่ามาว่าผมที่หลังแล้วกันรอยยิ้มแสยะของเขาหุบลงก่อนโน้มตัวเข้าไปหาซอกคอ กลิ่นของมันทำให้ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาทำงานอย่างหนัก ดวงตาจดจ้องไปยังจุดที่ปรารถนา หูได้ยินเสียงที่โลดแล่นอยู่ภายใน จมูกได้กลิ่นแสนหอมหวนชวนหลงใหล มือลูบไล้เนื้ออุ่น ๆ ด้วยอาการสั่นเทาเล็กน้อย เหลือเพียงอย่างเดียวที่เขายังไม่ได้กระทำ นั่นคือการลิ้มรสความหวานของเลือดสด ๆ ที่จะหลั่งไหลในไม่ช้า

            เสียงลมหายใจสูดแรงและพ่นไออุ่นรดต้นคอ ร่างสูงไม่รอช้าฝังเขี้ยวคมที่ผุดออกมาลงเส้นเลือดใหญ่อย่างพอดิบพอดี หญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายกระตุกเฮือก มือไขว่คว้ากลางอากาศตามสัญชาตญาณ การขัดขืนแสนไร้ประโยชน์เมื่อร่างนั้นถูกยึดติดด้วยแรงอันมหาศาลที่กดทับไม่ให้ดิ้นหลุดในขณะที่กำลังซดเลือดสด ๆ จากซอกคออย่างสำราญใจ 

            ท้องที่ว่างเปล่าถูกแทนที่ด้วยของเหลวอันโอชะ เมื่อเสพทั้งร่างกายและเลือดของเธออย่างพอใจ ชายหนุ่มก็ยอมผละออกจากร่างนั้นโดยดีและจัดการกับเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยของตัวเองให้เข้าที่ก่อนเหลือบดูร่างนั้นขยับเขยื้อนเล็กน้อยด้วยหางตา

            คะ คุณทำอะไรกับฉันน้ำเสียงแหบพร่าพูดในขณะที่เธอลุกขึ้นนั่งพร้อมจับต้นคอ เลือดของเธอยังคงไหลต่อเนื่องไม่ยอมหยุด ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงขมวดคิ้วมุ่นและพูดด้วยน้ำเสียงดูห่วงใย

            เจ็บเหรอ เดี๋ยวผมช่วย…” เขาโน้มตัวลงสัมผัสที่ต้นคอก่อนใช้ลิ้นเลียแผลเหวอะหวะจากการกระทำของตน พลังพิเศษบางอย่างทำให้เลือดหยุดไหลลงอย่างง่ายดาย ทิ้งไว้เพียงรอยบุ๋มลึกที่ซอกคอ

            เป็นไงดีขึ้นแล้วใช่ไหมหญิงสาวพยักหน้าตอบ รอยยิ้มของชายหนุ่มผุดขึ้นอีกครั้ง

            ดีมาก เชื่อฟังกันแบบนี้ วันหลังจะใช้บริการอีกดวงตาสีแดงเรืองรองจ้องยังใบหน้าที่ดูเหน็ดเหนื่อย มือของเขาค่อย ๆ สางผมยาวสลวยที่กระเซอะกระเซิงให้เข้าที่ จากนั้นก็ลูบไล้คางเรียวด้วยสองมือก่อนหยุดลงและมองหน้าเธอ

            วันนี้คุณแค่สนุกกับผู้ชายคนหนึ่ง เขาอาจจะทำรุนแรงนิด ๆ หน่อย ๆ แต่คุณก็พอใจ จากนั้นคุณก็กลับบ้านไปนอนอย่างมีความสุข เข้าใจที่พูดหรือเปล่าคำถามง่าย ๆ แต่แฝงไปด้วยอำนาจบางอย่าง หญิงสาวดวงตาเหม่อลอยพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เขาจึงเข้าจัดการเช็คเครื่องแต่งกายให้เธออีกครั้งและปล่อยร่างนั้นให้เดินจากห้องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

            การสะกดจิตให้ลืมเรื่องต่าง ๆ เป็นพลังพิเศษที่นอกเหนือจากความว่องไว แข็งแกร่ง และอายุยืนยาวกว่ามนุษย์ทั่วไป ยังไม่นับรวมถึงอำนาจของมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหล รูปกายที่งดงามและความสามารถอื่นที่ไร้ขีดจำกัด สิ่งมีชีวิตอย่างเขาคงสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า แวมไพร์

            แต่ถึงกระนั้นเผ่าพันธุ์ที่น่าภาคภูมิใจของเขากลับมีน้อยนิดเพียงหยิบมือเดียว อันเนื่องจากความบกพร่องที่พระเจ้าตั้งใจมอบให้กับพวกเขา คำสาปเพียงข้อเดียวแต่กลับทำให้เผ่าพันธุ์ของเขาแทบล่มสลาย...พวกเขาไม่ได้รับสิทธิ์ให้กำเนิดผู้ใด

            คงเป็นความลำเอียงและเกลียดชังของผู้เป็นเจ้า ทำให้พระองค์ทรงมอบคำสาปที่เลวร้ายที่สุดกับเผ่าพันธุ์ของเขาทั้ง ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นพร้อมกับมนุษย์ผู้อ่อนแอ เพียงแต่พวกเขาไม่ได้เกิดขึ้นมาจากสายเลือดของอีฟ หากแต่เป็นลิลิธสตรีคนแรกที่ถูกขับไล่จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์จนต้องลงไปอยู่ลึกสุดในแก่นโลกชั่วกัปชั่วกัลป์

            แม้ลิลิธจะเป็นต้นเหตุของตำนานแต่ผู้ที่เป็นต้นกำเนิดที่แท้จริง คือลิลิน บุตรสาวที่ถูกเรียกขานกันว่า ซัคคิวบัส บุตรลำดับที่ 101 ของ  ลิลิธที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวอยู่บนโลกใบนี้ ด้วยความเกลียดชังต่อเพศชายของลิลิธ ทำให้นางสังหารบุตรของตัวเองทั้งหนึ่งร้อยตนจนหมดสิ้น นี่อาจเป็นสาเหตุทำให้เผ่าพันธุ์ของเขาไม่สามารถสืบเชื้อสายได้เองก็เป็นได้

            จากตำนานกลายมาเป็นความจริง แม้เผ่าพันธุ์ของเขาจะถูกกีดกันด้วยการไม่ได้รับสิทธิ์สืบเชื้อสายจากพันธุกรรม แต่ความปราดเปรื่องของสายเลือดทำให้ค้นพบวิธีใหม่เพื่อให้เชื้อสายยังคงอยู่ต่อไป ผู้ใดได้ดื่มเลือดผู้ที่มีเชื้อสายเข้าไปก่อนตายแม้เพียงหนึ่งหยดในร่างกาย หลังจากฟื้นความตายแล้วผู้นั้นจะกลายเป็นสมาชิกใหม่ของเผ่าพันธุ์โดยปริยาย ร่างกายจะไม่ระโหยโรยรา ไม่สิ้นอายุขัยตามธรรมชาติและมีอายุที่ยืนนานเป็นร้อยเป็นพันปีโดยอาศัยโลหิตอุ่นจากมนุษย์ผู้อ่อนแอ ผู้ที่ได้รับความเมตตาจากพระเจ้า มนุษย์กลายเป็นเหยื่ออันโอชะของเผ่าพันธุ์ของเขาอย่างไม่มีวันสิ้นสุดสมดังคำสาปที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานแก่เหล่าเผ่าพันธุ์ของเขาชั่วกาลนาน

            มันเป็นตำนานอันยาวนานตกทอดสืบต่อกันมายุคแล้วยุคเล่า ผ่านประวัติศาสตร์มากมายหลายพันศตวรรษ จนในที่สุดก็ถึงยุคสมัยใหม่ที่โลแกนมีชีวิตอยู่ แม้ความคิดความเชื่อยังคงมีอยู่ไม่เสื่อมคลายบนกระแสโลหิตที่ไหลเวียน แต่โลแกนก็ไม่คิดที่จะทำตามกฎอันโหดร้ายแก่มนุษย์ผู้อ่อนไหวต่อธรรมชาติ เขาเพียงต้องการสันติและเมตตาต่อเหยื่อที่เคราะห์ร้ายเกือบทุกรายในศตวรรษหลัง ๆ ให้มีชีวิตอยู่รอดและกลับมาเติมเต็มกระเพาะอาหารของเขาได้ใหม่โดยไม่มีการฆ่าแกงอย่างโหดเหี้ยมเช่นพี่น้องคนอื่น ๆ ที่ร่วมปฏิบัติกันมา ขอเพียงไม่เข้าขั้นวิกฤตโลแกนก็ไม่เคยปลิดชีวิตใคร

            หลังจากหญิงเหยื่อรายล่าสุดหายลับออกไปจากตัวห้องเพียงไม่นาน ชายอีกคนก็เดินเข้ามาด้วยท่าทีรีบเร่ง 

            เสื้อยืดสีเทาผมเผ้ากระเซอะกระเซิง แว่นกรอบหนาสีดำถูกมือกระชับขยับให้เข้าที่ก่อนจะคว้าขวดเบียร์ที่อยู่บนโต๊ะดื่มดับกระหาย

            ทำไมต้องมาประชุมกันที่นี่ด้วยนะ รู้ไหมว่าฉันต้องลำบากขับมาตั้งไกลน้ำเสียงไม่พอใจกำลังต่อว่าโลแกนในขณะที่อีกฝ่ายเอาแต่เล่นเกมปาลูกดอกบนเป้านิ่ง

            มันเป็นหน้าที่นี่คุณก็รู้โลแกนพูดในขณะที่ยังไม่ละสายตาจากเป้าวงกลมนั้น

            นั่นสิหน้าที่ งั้นฉันเริ่มเลยแล้วกัน ที่ประชุมสั่งให้เริ่มหาเมืองที่เราจะใช้จัดงานมีตติ้งในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้แล้ว งานดูเร่งรัดแต่เรามีที่ที่น่าสนใจอยู่ในดับลินด้วยนะชายหนุ่มหัวฟูเริ่มต้นสนทนาอย่างจริงจัง

            แต่ผมมีที่อยากไปแล้วมือหนาสะบัดข้อมือเล็กน้อยลูกดอกก็ลู่ลมพุ่งปักยังใจกลางเป้าอย่างแม่นยำ

            “Pebble Beach? ชายคนเดิมมองรูปที่พักตากอากาศที่ห้อยคาเป้าลูกดอกอย่างประหลาดใจ

Pebble Beach เป็นสถานที่พักตากอากาศอยู่ทางตอนใต้ของเมืองวอเตอร์ฟอร์ด ผู้คนมักใช้เวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์เดินเล่น หรือนัดตีกอล์ฟในสถานที่เงียบสงบและอากาศดี รวมไปถึงท้องทะเลสีน้ำเงินเป็นประกายและชายฝั่งที่เต็มไปด้วยก้อนกรวดน้อยใหญ่สีดำสนิทตามชื่อที่ตั้งของมัน

            แต่มันดูเงียบไปหน่อยแทนที่จะเลือกดับลินแม้ชายผู้นั้นจะเห็นด้วยกับสถานที่ดังกล่าวแต่ก็อดแย้งไม่ได้เพราะที่ตั้งของมันห่างไกลจากคำว่าสะดวกสบายและค่าใช้จ่ายในการขนอุปกรณ์ที่อาจบานปลายเกินความจำเป็น

            ผมคิดว่าคุณชอบเหมือนกับผมซะอีกโลแกนจ้องมองผู้จัดการส่วนตัวด้วยดวงตานิ่ง

            เอ่อ...ฉันก็สนใจแต่สปอนเซอร์ล่ะ เราทำธุรกิจกันอยู่นะ ไม่ใช่งานการกุศล” 

            มันไม่ใช่การกุศลแน่นอน ถ้าคุณรู้จักเลือกวิธีที่เหมาะสมดวงตาอันทรงพลังจับจ้องไปยังคนตรงหน้า สัญญาณบางอย่างในร่างกายสั่งการให้ชายผู้นั้นพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

            งั้นผมจะทำตามที่คุณบอกโดยเร็วที่สุดโลแกนเอียงคอรับรู้ก่อนมองร่างที่เร่งรีบออกไป เขาหันกลับไปอีกครั้งและมองรูปทิวทัศน์บนแป้นวงกลมนั้นอย่างนิ่งเฉย ให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อส่วนลึกบางอย่างต้องการให้เขาไปที่แห่งนั้น...

Saturday 7.00 p.m.

            งานทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อยตามที่โลแกนคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า คำพูดของเขามักเป็นจริงเสมอ ซึ่งแน่นอนมันเกี่ยวกับความสามารถที่มีอยู่ในตัว เขามองเห็นเรื่องราวในอนาคตและอดีตได้อย่างแม่นยำแค่เพียงวางเกมเบื้องต้นให้ดี โอกาสประสบความสำเร็จในทุกอย่างก็มีสูงแตะร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม อีกนัยหนึ่งเขาเกิดก่อนบรรดามนุษย์ผู้อ่อนเยาว์นับร้อย ๆ ปี ใช้ชีวิตนับร้อย ๆ ครั้ง จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะคิดและวางแผนอะไรได้อย่างสมบูรณ์แบบ

            และหนึ่งในแผนการสำคัญนั่นก็คือการมองหาเหยื่อที่เต็มใจในงานมีตติ้งนอกสถานที่เช่นนี้ แม้เขาจะเมตตาต่อลมหายใจของมนุษย์แต่สัญชาตญาณการไล่ล่าเหยื่ออย่างสัตว์ป่าก็ยังคงมีอยู่เสมอ การซุ่มมองด้วยสายตาเฉียบคมและดมกลิ่นหอมหวนของอิสตรีที่ลอยเตะจมูกอยู่ในฮอลล์นี้ก็เป็นเรื่องสนุกและน่าท้าทาย

แต่...มีเพียงหนึ่งกลิ่นเท่านั้นที่ทำให้ความกระหายอยากในตัวพลุ่งพล่านอย่างน่าตกใจ มันเป็นกลิ่นอ่อน ๆ ของดอกไม้ป่า แม้บางเบาแต่กลับเย้ายวนใจ ยิ่งสูดดมมากเท่าไหร่ความทะยานอยากต่อโลหิตใต้ผิวหนังของเธอผู้นั้นก็มากขึ้น

“คุณโลแกนโปรดหยิบสลากขึ้นมาหนึ่งชิ้นค่ะ”

            กลิ่นของมันรุนแรงเมื่อเขาอ่านสลากแผ่นนั้น มันทำให้หัวใจเต้นสูบฉีดอย่างรุนแรง เขารู้สึกเหนื่อยที่จะต้องอดทนต่อสิ่งเร้านั้น คอแห้งผาก ต้องการเติมเต็มอย่างเร็วที่สุด ก่อนที่งานนี้จะล่มไม่เป็นท่า 

            ตอนนี้...ไม่ว่าใครก็ได้ก่อนที่จะเป็นเธอคนนั้นก็ได้!’ และนั่น...ทำให้พิธีกรสาวสวยเป็นผู้โชคดีของวัน ร่างยวบยาบของหล่อนอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรง โลหิตสีแดงสดถูกดูดกลืนลงคออย่างหิวกระหายแต่มันก็ไม่สามารถดับอารมณ์กระหายได้อยู่ดี เพราะกลิ่นดอกไม้ป่ายังคงส่งกลิ่นเตะจมูกล้อเลียนเมื่อเขาไม่ได้กระชากเลือดสด ๆ ของเธอมาเชยชม

            ตุบ ๆ ๆ ๆ เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังเข้ามา โลแกนที่เสร็จจากการดื่มกินอย่างหิวโหยใช้ประสาทที่ไวเกินมนุษย์ฟังอย่างตั้งใจ เสียงฝีเท้าของหญิงคนหนึ่ง รีบเร่ง หอบหายใจอย่างตระหนกแต่ที่สำคัญเธอคือเจ้าของกลิ่นหอม ๆ นั่นเอง!

            “ที่นั่งของฉันก็อยู่ตรงนี้ แล้วมันอยู่ไหนนะน้ำเสียงของเธอช่างแสนหวานเสียเหลือเกิน รูปร่างของเธอก็ดูดีได้สัดส่วน ผมสีน้ำตาลเข้มสวย ใบหน้าเรียว ดวงตาโตฉายแววดื้อรั้นเล็ก ๆ ปากบางเป็นกระจับสวย ลำคอระหง จุดไฝเล็ก ๆ ตรงกลางระหว่างกระดูกไหปลาร้าทั้งสองทำให้เขายิ้มอย่างพอใจกับเธอ ใช่แล้ว...เขาตกลงและเลือกเธอไว้ อยากดื่มกินจนแทบรอไม่ไหว...แต่เขาไม่อยากทำให้เธอตกใจกลัวจนบินหนีเขาไปเสียก่อน

            หานี่อยู่เหรอเขาตั้งใจปรากฏตัวอย่างเงียบ ๆ เด็กสาวดูตกใจไม่น้อยที่เห็นหน้าเขา 

            ดวงตาเป็นประกายของเธอทำให้ร่างกายของเขาสั่นระริกและอยากตอบสนองต่อสิ่งมีชีวิตที่สวยงามตรงหน้าเหลือเกิน แต่เธอกลับดื้อด้านและตีตัวออกห่างจากเขาไป มันทำให้เขารู้สึกผิดหวังในตัวสาวน้อยคนนี้นิดหน่อยแต่แผนสำรองของเขาก็ทำหน้าที่หยุดชะงักเธอได้ดีทีเดียว

            คุณคะ! ช่วยตาม... ก่อนที่เธอจะตะโกนอะไรออกไป เขาจำเป็นต้องสั่งให้เธอหยุด กลิ่นของเธอเตะจมูกอย่างรุนแรงจนทำให้ตาลาย สมองเริ่มทำงานผิดจังหวะ อยากเหลือเกินที่จะฝังเขี้ยวคมเข้าไปและมอบความรู้สึกอันล้ำลึกให้กับเธอผู้นี้ แต่ก่อนจะถึงเวลานั้นเขาจำต้องตอบคำถามของเธอให้หมดเสียก่อนและต้องประหลาดใจที่สาวน้อยคนนี้ทำให้เขาสนุกมากกว่าอาหารรายก่อน ๆ เป็นอย่างมาก

            เขาพบเข้ากับเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ของอลิซ ไทเลอร์ เขาสามารถมองเห็นอดีตของเธอได้ด้วยการสัมผัสและเพ่งมอง แต่มันเป็นเพียงอดีตในสิบสามปีให้หลังเท่านั้น...เธอคนนี้คงถูกลบความทรงจำจากพี่น้องสักคนของเขาอย่างแน่นอน มันยิ่งเพิ่มความน่าสนใจในตัวอลิซ  ไทเลอร์คนนี้ได้มากทีเดียว

การมุ่งความสนใจไปยังอลิซเพียงอย่างเดียวทำให้เขาลืมระวังภัยจากศัตรูหมายเลขหนึ่งที่มักโผล่มาในช่วงเวลาที่ไม่น่าภิรมย์เสมอ นักล่าแวมไพร์หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ฮันเตอร์

แม้จะไม่คุ้นหน้าคุ้นตากับมือใหม่แต่ดวงตาแข็งกร้าว หยิ่งยโส มีอยู่ในตระกูลเว็กซ์ฟอร์ดทั่วทุกคน ศัตรูที่กัดไม่ปล่อยและยังเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เผ่าพันธุ์ของเขาลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว 

กลิ่นของเธอสร้างความลำบากให้กับร่างกายของเขาตอบสนองช้าลง ความงุ่นง่านทำให้พลาดท่าโดนกระสุนเงินเข้าที่ใบหน้า อาการปวดแปลบจู่โจมอย่างรวดเร็วจนต้องกุมใบหน้าที่โชกเลือด 

เขาเสียเวลาหยอกล้อกับเด็กมือใหม่โดยใช่เหตุ มันน่าหงุดหงิดใจที่เด็กใหม่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาฆ่าแกงเขาโดยไม่ฟังอะไรเลย เขาแค่ต้องการดื่มเลือดเพื่อรักษาชีวิตไม่ใช่เพราะปลิดชีวิตเธอคนนี้เสียหน่อย แต่ถึงจะพูดอะไรไปความบ้าคลั่งของฮันเตอร์วัยกระเตาะก็ยังคงไม่ลดละ กระหน่ำยิง ตามล่า...และในที่สุด...เขาก็ต้องปล่อยเธอไป...

เม็ดฝนสาดกระเซ็นเข้ากระจกรถอย่างไม่หยุดหย่อน ที่ปัดน้ำฝนยังคงทำงานไล่สายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง เสียงภายนอกดังอื้ออึงจากการตกกระทบของน้ำฝนเข้ากับโครงเหล็กรถที่อลิซอาศัยนั่งออกมาท่ามกลางพายุที่ก่อตัวได้สักพัก

ความประหวั่นพรั่นพรึงยังคงมีในดวงตา ความรู้สึกและประสาทสัมผัสทั้งห้ายังคงรับรู้ได้ว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่เป็นความจริงที่เธอหนีจากมันไม่ได้

เธอจะนั่งเฉย ๆ ให้ฉันขับรถอย่างเดียวรึไงเขาเหลือบมองร่างที่ยังกอดอกซบหัวเข้าที่กระจกรถ อลิซไม่ตอบคำถามใด ๆ ทำให้คนที่อาสาขับรถถอนหายใจอย่างรำคาญซึ่งจะเรียกว่าอาสาก็คงไม่ถูก เพราะเรย์บังคับให้อลิซรีบขึ้นรถก่อนพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เขาทำให้สลบจะตื่นขึ้นมาและเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น

ถ้าเธอไม่พูดอีกครั้งฉันจะหยุดรถเดี๋ยวนี้!” 

ฉันกำลังประสาทเสียเข้าใจไหมและอีกอย่างนายบอกเองว่าไม่ให้ฉันพูด!” ดวงตาสั่นระริกมองไปยังคนที่หันมาสบตาเธอ

แต่ฉันสั่ง เธอก็ต้องพูดความเผด็จการ เอาแต่ใจ ทำให้อลิซพ่นลมหายใจอย่างหัวเสีย เธอต้องทำตามนั้นที่เขาสั่งในเมื่อตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะเหยียบคันเร่งให้พุ่งทะยานออกไปได้

โอเค ฉันจะพูด พอใจไหม!” อลิซตะคอกกลับแข่งกับสายฝนที่ดังลั่นรอบตัวรถ

เอาเถอะ วันนี้ฉันจะให้โอกาสเธอแหกปากใส่ มันก็น่าเห็นใจอยู่หรอกที่ต้องมาเจอกับเรื่องไม่คาดฝันแบบนี้เรย์พูดเสียงเบาลงกว่าเดิมแต่คำพูดยังเชือดเฉือนไม่มีตก

ตกลงนายจะพูดเรื่องนี้ใช่ไหมอลิซแทรกขึ้นอย่างหัวเสีย

พูดเหมือนฉันมีเรื่องอื่นสนทนากับเธออย่างนั้นแหละ ใบหน้าหงิกงอหันไปมองคนขับรถอย่างหัวเสียและไม่ลืมพ่นลมหายใจหงุดหงิด

เก่งจังเลยนะ ไอ้เรื่องแดกดันคนอื่นอลิซพึมพำ ความเงียบก่อตัวขึ้นอีกครั้งและเรย์ก็เริ่มพูด

ฉันจะรีบพูดให้จบ เพื่อประโยชน์ของเธอเอง 

จะบอกให้ฉันห้ามพูดเรื่องที่เกิดขึ้นนี่ใช่ไหม โอเค...ฉันเข้าใจแล้ว ถึงจะพูดไปใครมันจะเชื่อล่ะเธอตอบอย่างรวดเร็วโดยที่เรย์ไม่ต้องเกริ่นนำอะไรมาก

ดูท่าจะเข้าใจอะไรได้เร็วกว่าที่คิด แต่ปัญหามันไม่ใช่แค่นั้นอลิซหันขวับ หัวใจหล่นวูบอีกครั้งเมื่อเรย์เฉลย

ยังมีอะไรแย่กว่านั้นอีก

แน่นอน เพราะเธอไม่ได้ถูกลบความจำคำตอบนั้นชวนสั่นประสาทไม่น้อยแต่เธอก็ไม่เข้าใจมากนัก ลบความทรงจำ...มันอะไรกัน

ไงล่ะ อยากจะพูดกับฉันแล้วสินะเรย์เหยียดยิ้ม ขณะที่รถยังคงแล่นบนท้องถนนเปียกแฉะไปด้วยสายฝนที่สาดซัดเข้ามาเฉกเช่นเดียวกับปัญหาที่เริ่มโหมโรงอลิซอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ค่ำคืนนั้นที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำฝนและยังคั่งค้างอยู่บนหลังคา หยดน้ำใส ๆ เกาะขอบกระเบื้องและรวมกลุ่มกันลงมาเกิดเสียงดังเปาะแปะอย่างเป็นจังหวะ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มยังคงจดจ้องมองเพดานไม่เคลื่อนตัวปิดสนิทเหมือนวันก่อน ความเงียบงันของรัตติกาลทำให้ร่างของหญิงสาวที่ห่อหุ้มไปด้วยผ้าห่มผืนหนานอนกระวนกระวายใจ ในที่สุดเธอก็ลุกขึ้นชันเข่าทั้งสองและใช้มือสางเส้นผมตัวเองอย่างใช้ความคิด

เธอหวั่นเกรงกับสิ่งที่เรย์เล่าทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตำนานรวมไปถึงการกลับมาในไม่ช้าของโลแกน สิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อลิซนึกโทษตัวเองที่กลับเข้าไปและพบกับภาพที่ไม่ควรเห็นจนทำให้เรื่องราวเลยเถิด แต่ถึงกระนั้นต่อให้ไม่กลับเข้าไปก็ไม่มีทางรอดอยู่ดี ชะตากรรมมักเล่นตลกกับเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ไม่อยากพูดถึงเรื่องอดีตที่ถูกลืมทว่าถ้านำสองเรื่องนี้มารวมกันแล้ว เธอก็กลายเป็นมนุษย์ที่โชคร้ายติดอันดับต้น ๆ ของโลกเลยก็ว่าได้

อลิซถอนหายใจหลายต่อหลายครั้งถึงสิ่งที่ต้องตระหนักทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน การระวังภัยคือสิ่งสำคัญที่เรย์บอก แต่กลับไม่บอกวิธีป้องกันที่เต็มร้อยเพราะมันไม่มีอยู่จริงในทางปฏิบัติตามที่เขาว่า

จริงสิ...ไดอารี่ สมองอันน้อยนิดของเธอฉุกคิดถึงไดอารี่เล่มหนึ่งที่อยู่ในบ้านของเรย์ขึ้นมา เนื้อความทุกอย่างช่างคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่เธอเจออย่างมาก อลิซจึงลุกขึ้นวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

“เรย์ นายช่วยเปิดประตูหน่อย”

เสียงเคาะประตูรัวหลายครั้งอย่างรีบร้อน จนในที่สุดประตู       สีน้ำตาลก็เปิดออกรับคนที่มาเยือนยามวิกาล เธอหายใจหอบมองหน้าชายหนุ่มที่สวมเสื้อยืดแขนยาวลายทางกอดอกมองอยู่ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์เช่นเดิม

ฉันรู้ว่ามันดึกมากแล้ว แต่จะให้หลับได้ยังไง ในเมื่อหัวสมองของฉันยังไม่เข้าใจเรื่องทั้งหมด...อลิซพูดในสิ่งที่ต้องการก่อนจะโดนชายหนุ่มอาละวาดใส่อย่างเคย

ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอต้องมาเรย์พูดพร้อมกับโยนหนังสือเล่มคุ้นตาใส่เธอ อลิซรวบหนังสือเล่มนั้นได้ทันก่อนมันจะร่วงหล่นไปนอนแหมะกับพื้นเปียก

แต่ฉันไม่ต้อนรับใครเข้าบ้านยามดึกหรอกนะ เธอก็หัดทำซะด้วยประตูปิดปังใหญ่ ดวงตากะพริบถี่มองดูประตูสีน้ำตาลอย่างงุนงง เรย์ยังคงมีท่าทีกับเธอไม่เปลี่ยนแปลงและนั่นก็เป็นเรื่องดีทีเดียวที่เธอจะได้ไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรให้ลำบากใจ

อลิซจึงหันหน้ากลับเข้าบ้านพร้อมกับไดอารี่เล่มสีดำของ    อเล็กซานเดอร์ เว็กซ์ฟอร์ด แน่นอนว่าเรื่องที่เธอเคยแอบอ่านมันจะไม่ถูกเธอพูดขึ้นเพราะพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงของเรย์อาจจะกระชากคอเธอให้หลุดจากบ่า เธอสลัดความคิดเรื่องของเรย์และเปิดหนังสือตรงหน้าเพื่ออ่านทันที

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ จากไดอารี่ไร้สาระกลับกลายเป็นหนังสือแสนสำคัญที่อลิซตั้งหน้าตั้งตาอ่านมันอย่างตั้งใจ แม้ในสมองของเธอยังค้านอยู่บ้างแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาของการต่อต้าน เธอต้องเรียนรู้และเข้าใจเรื่องราวเหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นซึ่งรวมไปถึงเรย์ เว็กซ์ฟอร์ดที่เก็บงำความลับบางอย่างที่เขาไม่ปริปากบอกเธอไว้ด้วย อลิซรู้เพียงแค่ว่าเขารู้จักวิธีป้องกันตัวเองออกจากแวมไพร์ก็เท่านั้นและไม่อยากคิดมากในเรื่องของเรย์อีกต่อไป   

แผ่นกระดาษค่อย ๆ เปิดอ่านอย่างช้า ๆ เนื้อหาของมันซึมซับเข้าสมองของอลิซ และบางครั้งเธอก็ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดผวา สิ่งที่อ่านมาคงเทียบเท่าเรื่องที่เจอมาเหมือนภาพเก่าที่ย้อนเทปกลับมาฉายใหม่ 

ความพิสดารของธรรมชาติสร้างสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบเกินจริงขึ้นมา มีรูปร่างงดงาม ทรงเสน่ห์ อายุยืนนาน มีประสิทธิภาพของสมองเหนือคนอื่นทั้งปวงรวมไปถึงวิถีการกินที่สุดแสนจะสยดสยอง เลือดสด ๆ หลั่งไหลออกจากร่างกายคือของโปรดและหนึ่งเดียวที่สิ่งมีชีวิตนั้นพึงปรารถนา 

แต่มันน่าแปลกที่วิถีชีวิตทั่วไปของแวมไพร์ มักอยู่อย่างเงียบเชียบและหลบซ่อนอยู่ในเงามืดของโลก ไม่สุงสิง ไม่พบปะกับใคร แตกต่างจากโลแกนที่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาแถมยังเริงร่าท้าแดดเสียอย่างนั้น หนำซ้ำยังเป็นบุคคลที่มีความปราดเปรื่องเกินขีดจำกัดของแวมไพร์ที่เธออ่านในไดอารี่นั่น ยิ่งเป็นสาเหตุทำให้อลิซหวั่นเกรงกับสิ่งที่ตนเผชิญหน้าอยู่ในขณะนี้

เหมือนเม็ดทรายในขวดเวลาที่ร่วงหล่นนับถอยหลังชีวิตอันแสนสุขของเด็กสาว ในมุมมืดสลัวของห้องพัก โลแกนกำลังขย้ำคอผู้เคราะห์ร้ายที่เหลืออย่างหิวกระหาย ร่างนั้นร่วงหล่นไปกองกับพื้นอย่างหมดแรง ขายาวก้าวข้ามอย่างไม่สนใจกับอีกหลายร่างที่นอนกองอยู่ เขาเช็ดปากอย่างลวก ๆ ใบหน้าเคร่งขรึมหงุดหงิดยังคงฉายแววอยู่บนเรือนหน้างดงาม คิ้วขมวดย่น ลมหายใจพ่นแรงอย่างคนอึดอัดกระสับกระส่าย ภาพหญิงสาวและกลิ่นหอมยวนใจยังคงติดตราตรึงใจจนไม่สามารถแกะออกจากความคิดนี้ได้ ความเกรี้ยวกราดและหิวกระหายก็ยังคงไม่จางหาย เขาต้องกลับไปและหาเธอคนนั้นให้พบไม่เช่นนั้นคงต้องบ้าคลั่งสูบเลือดสูบเนื้อมนุษย์อ่อนแอจนหมดโลกนี้ในไม่ช้าเป็นแน่

อลิซ...ผมต้องการคุณ ต้องการมาก!” เสียงแหบพร่าดังล่องลอยอยู่เหนือโซฟายาวที่ร่างนั้นทอดตัวลงนอนอยู่อย่างทรมานใจ รัตติกาลมืดมิดที่เต็มไปด้วยกลิ่นคละคลุ้งของคาวเลือดและแรงปรารถนาที่ไม่มีที่สิ้นสุดของสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยหลับอย่างโลแกน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

428 ความคิดเห็น

  1. #381 yukai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 16:21
    น่าเห็นใจโลแกน เหมือนกัน
    #381
    0
  2. #354 ★ .•°Mademoiselle•.°´ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 13:42
    ย้า ชีวิตอลิสไม่ปลอดภัยซะแล้ว โลแกนแกโหดไปมั้ย 
    เรย์นี่เสมอต้นเสมอปลายตลอด
    #354
    0
  3. #337 phan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 15:45
    เรย์เป็นฮันเตอร์.....อลิชสู้ๆๆๆ
    #337
    0
  4. #299 Daren L. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มกราคม 2557 / 19:44
    อัพนิยายตัวเองแล้วก็มาอ่านต่อ (เดี๋ยวอารมณ์ค้างคา) 
    ตอนนี้แบบว่าแอร๊ยยยยยยยยย (ครวญคราง) โลแกนเป็นแวมไพร์ที่เท่มากเลยเอาจริงๆ เรย์ก็ไม่ธรรมดา เรย์เป็นฮันเตอร์จอมโฉด(อุ้ย) คือกลิ่นรักสามเส้ามาแล้วไง ตอนนี้แบบอลิซเลือกเรย์เถอะ แล้วเอาโลแกนมาให้หนูเถอะค่ะ โอ๊ย ลำบากใจ >_< 
    ปล. เวิ่นเว้อออกทะเลมาก อภัยหนูเถอะค่ะพี่โม ชีวิตขาดแคลน 555
    #299
    0
  5. #294 Marie (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 06:44
    ให้ตายเถอะ พี่ชาย ฉันนึกว่าแวมไพร์ไนท์เวอร์ชั่นตะวันตกน่ะ!! #เบบี้มายด์เข้าร่าง
    มีทั้งแวมไพร์สุดหล่อลากไส้ตับไตกระชากพุง
    เอ๊กโซซิสสุดเฟี้ยวแอนเดอะกระสุนเงิน
    ไหนจะสาวชาวมนุษ์ที่มีอะไรบางอย่างแตกต่างจากคนอื่น วรั๊ยยยย >..<
    จะเอาโลแกน จองโลแกน ห้ามแย่งบีม55555555555
    #294
    0
  6. #256 ForFun★ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 / 02:29
    อ่อ... เพราะอลิซคอืคนที่แตกต่างจากคนอื่นสินะ
    มีหักมุมเกี่ยวกับจุดนี้จริงๆด้วยยยยยย
    แสดงว่าพ่อแม่อลิซอาจจะไม่ได้โดนรถชนจริงๆ แล้วโดนแวมไพร์ทำร้ายก็ได้
    ,,ขอเตรียมที่เก็บเศษหน้าแป๊บ รู้ว่าตัวเองต้องทายผิดและหน้าแตกแน่ๆ ๕๕๕๕๕๕

    เรย์เป็นฮันเตอร์ -..-
    กะไว้ละ
    เฮ้ย เดี๋ยวเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ขิมขอเม้นสั้นๆลง แล้วอ่านเร็วๆขึ้นนะฮะ ๕๕
    #256
    0
  7. #197 Sherrin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 21:17
    เหมือน Vampire night เลยอ่า ><
    #197
    0
  8. #182 TANH_ZEPIA (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2555 / 23:59
    โลแกนก็ยังใจดีนะ
    ดูดเลือดเค้าแต่ก็ยังไว้ชีวิตเค้า ไม่ฆ่าทิ้งไปซะก่อน
    ถือเป็นความคิดที่ฉลาดมาก!
    เพราะแหล่งอาหารจะไม่ลดจำนวนลง
    แถมเหยื่อยังจำไม่ได้อีกว่าเกิดอะไรขึ้น
    แต่มันก็ยากอะนะกับการไม่สูบเลือดทีเดียวไปจนหมด
    เหมือนเรากินอาหารอร่อยๆ อะ เราก็คงอยากกินให้หมดจาน
    คงขี้เกียจจะเหลือไว้กินวันพรุ่งนี้
    เพราะกิเลสมันกำลังพุ่งพล่าน ฮ่าๆๆ

    นั่นไง เรย์เป็นฮันเตอร์จริงๆ ด้วย
    แอบขัดกับบุคลิกนิ่งๆ เฉยๆ อยู่นะ
    เพราะฮันเตอร์มันต้องบู๊แหลกเลยนี่
    โอ๊ะ กระสุนโดนแก้มโลแกน
    เสียโฉมเลยสิเนี่ย T.T
    แต่ก็สมควรโดนไป อยากมารังแกอลิซก่อนเอง เหอๆ

    แปลว่าอลิซต้องมีสิ่งพิเศษบางอย่างในตัวละสิ
    เลือดของเธอจึง UNIQUE!!!
    ถึงขนาดต้องแก้หิวด้วยการฆ่าสาวคนอื่นๆ
    โลแกนเอ๊ย.. ลุคเอ็งเริ่มห่างจากความเป็นนักร้องไอดอลสุดเท่ขึ้นทุกวันๆ
    T-T


    นิดหน่อยค่า
    ชายร่างสูงก่อนเงยหน้า = ชายร่างสูงถามก่อนเงยหน้า
    มันทำให้หัวใจที่กำลังเต้นสูบฉีดอย่างรุนแรง = มันทำให้หัวใจเต้นสูบฉีดอย่างรุนแรง (รึเปล่าหว่า ดูจากเนื้อหาในย่อหน้านั้นอะค่ะ)
    บ่นลม = พ่นลม เสื้อยืน = เสื้อยืด กระพริบ = กะพริบ
    พึ่งปรารถนา = พึงปรารถนา (ตัดไม้เอกเน้อ)


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 ธันวาคม 2555 / 00:09
    #182
    0
  9. #142 monobizz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 17:46
    อ่าววววว????
    แรกๆเหมือนจะมีฉากเอ็นซี
    (นังรีดเดอร์คิดอะไร =..=!!?)
    แต่กลายไปฉากดูด(เลือด)แทน

    ฮือออออออออออๆๆ
    อ่านไปอ่านมา เสียวต้นคอเจ้าค่ะ TwT

    แต่พออ่านคำนานของแวมไพร์
    มันทำให้ดูเศร้า จากที่น่ากลัว กลายเป็นน่าค้นหา
    หรือว่ารีดเดอร์อยากค้นหาอยู่คนเดียวเนี่ย =[]=?

    #142
    0
  10. #127 Alive4Dream (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 / 15:30
    "งั้นคุณอย่ามาว่าผมที่หลังแล้วกัน" แก้ไขเป็น "งั้นคุณอย่ามาว่าผมทีหลังแล้วกัน"



    "Pebble beach เหรอ?" ชายร่างสูงก่อนเงยหน้าขึ้นมองลูกดอก แก้ไขเป็น "Pebble beach เหรอ?" ชายร่างพูดสูงก่อนเงยหน้าขึ้นมองลูกดอก



    เขาแค่ต้องการดื่มเลือดเพื่อรักษาชีวิตไม่ใช่เพราะปลิดชีวิตเธอคนนี้เสียหน่อย แก้ไขเป็น เขาแค่ต้องการดื่มเลือดเพื่อรักษาชีวิตไม่ใช่เพื่อปลิดชีวิตเธอคนนี้เสียหน่อย



    ร่างบางหายใจหอบมองหน้าชายหนุ่มที่สวมเสื้อยืนแขนยาวลายทางกอดอกมองอยู่ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์เช่นเดิม แก้ไขเป็น ร่างบางหายใจหอบมองหน้าชายหนุ่มที่สวมเสื้อยืดแขนยาวลายทางกอดอกมองอยู่ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์เช่นเดิม



    สู้ๆ นะโม ^^
    #127
    0
  11. #126 Alive4Dream (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 / 11:58
    ตอนนี้เป็นตอนไขข้อสงสัยในตอนที่ 4 ใช่มะเนี่ย

    - อลิซ เป็น คนที่โลแกนต้องการ

    - โลแกน เป็นแวมไพร์

    - เรย์ เป็น ฮันเตอร์



    งั้นเรย์ก็ต้องเป็นพระเอกใช่มะ เพราะเรย์ต้องปกป้องอลิซ แต่จะปกป้องไหมเนี่ย ดูจากการกระทำของเรย์แล้วยากอ่ะที่เรย์จะทำแบบนั้น



    แอบคิดนะว่าถ้าอลิซยังไม่รู้ความจริง แล้วเกิดปิ๊งกะโลแกน คงจะยุ่ง วุ่นวายกว่านี้แน่ๆ แต่แค่นี้ก็วุ่นวายแล้ว



    ทำไมเรย์ถึงต้องทำเฉยเมยกับอลิซด้วยนะ แล้วเรย์มีปมในอดีตอะไรอยู่ อยากรู้ๆ ลุ้นๆ

    #126
    0
  12. #95 ๏Pinny๏ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 14:49
    กรี๊ดตั้งแต่ยังไม่ได้อ่าน เพราะเพลงสุดที่เลิฟขึ้น 5555
    อ่าาา ตอนนี้นี้บอกเล่าอดีตและตำนานมากมาย
    โลแกนไหวมั้ยนั่น สูบได้สูบดี งี้อลิซไม่ตกเป็นเหยื่อ (อารมณ์) แย่หรอ -,.-
    #95
    0
  13. #79 Fie (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กันยายน 2555 / 13:49
    โลแกนก็เท่ห์อ่ะ

    สูสี ใครเป็นพระเอกกี?
    #79
    0
  14. #66 GD จ้า ^^ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2555 / 09:08
    เรย์อย่างเท่ห์เลยว่ะ ><
    #66
    0
  15. #46 Tara (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2555 / 02:08
    เรย์เป็นคนมาช่วยอลิซไว้ เท่มาก เเต่ก็ยังมีนิสัยไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่เวลาพูดกับอลิซ ตื้นเต้นมากกกก ลุ้นจัง ><
    #46
    0
  16. #45 BizcuitO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2555 / 07:59
    " ไนต์คลับ" ... ไนท์คลับ



    ผู้ได้รับความเมตตา "แก่" พระเจ้า ... น่าจะเป็น "จาก" หรือเปล่า



    ปาปักเข้าซ้ำแล้ว "ซ้ำเหล่า" ... ซ้ำเล่า



    เธอไม่ตกอยู่ในภวังค์แห่งการ "สะกิดจิต" ... สะกดจิต



    ต้องมี "ซักอย่าง" สิ ... สักอย่าง



    "ซักที" ... สักที



    "กระหนำ" ยิง ... กระหน่ำ



    เสียงภายนอกอื้ออึงดัง "มากจาก" ... มาจาก



    ท่ามกลางพายุที่ก่อตัวได้ "ซักพัก" ... สักพัก



    "คำตาบ" แสนสั่นสะท้านร่างกาย ... คำตอบ



    หนึ่งเดียวที่สิ่งมีชีวิตนั้น "พึง" ปรารถนา ... พึง
    #45
    0
  17. #39 Eveeva (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2555 / 21:16
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    อยากจะกรี๊ดดังๆ
    เป็นเรื่องที่อ่านแล้วลุ้นอยู่ตลอดทุกตอนจริงๆ
    ตื่นเต้นอ่ะ > <




    แล้วตกลงใครเป็นพระเอกอ่าไรเตอร์
    มันดูเท่ห์เฉิดฉายทั้งสองคนเลยอ่าาา
    คนหนึ่งใส่ถุงกลับบ้านคนหนึ่งใส่กล่องกลับบ้านละกันนะ
    5555555555555555555555




    ได้แต่ลุ้นต่อไป
    จะเชื่อใจใครดี?




    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์อัพต่อนะคะ
    จะรีบมาอ่านทันที > <
    รอ รอ รอ รอ รอเสมอ



    มันส์มว๊ากกกกกก
    เอาใจปายยยยยยย!!
    #39
    0
  18. #32 °My_Dear° (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2555 / 23:00
    ตกลงใครเป็นพระเอกเนี้ย เลือกไม่ถูกเลยย ฮ่าาๆๆๆ สนุกมากๆ ค่าา
    #32
    0
  19. #29 คุณนายควอน* (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2555 / 21:38
    แว๊กกกกกกกกกกกกกกกก อิโรติก 555
    เรย์ฉันรุ้ว่าเธอเป็นคนเผด็จการ เพราะมาดเธอสมควรจะป็นแบบนั้น

    โลแกนจ๋า ถ้าไม่ไหวจริงๆ มาดูดเห็ดป่าแทนดอกไม้ป่าได้นะ 5555+
    #29
    0