Bloody Day

ตอนที่ 4 : :: Darkness hours ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,071
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 ก.พ. 59

Darkness hours

 

ร่างกายทุกส่วนสั่นไหวตื่นอกตื่นใจไปกับบรรยากาศรอบงาน มันเป็นโลกแห่งจินตนาการโดยแท้ พื้นที่ที่มีเพียงภาพชวนฝันของชายหนุ่มชวนหลงใหล เสียงเพลงของคนเดียวกันที่เปิดคลอตลอดงาน ผู้คนเคลื่อนไหวรอบกายอลิซต่างมีกิจกรรมเป็นของตัวเอง บางคนวิ่งไปมาคว้ากล้องถ่ายรูปคู่กับโปสเตอร์ขนาดใหญ่เท่าตัวจริง บ้างก็พูดคุยแลกเปลี่ยนถึงเรื่องราวน่าประทับใจที่ตนได้พบเจอกับศิลปินหนุ่มและบางคนก็กำลังยืนต่อแถวยาวไม่ไกลจากเธอมากนัก

            รอยยิ้มกำลังคลี่ออกอย่างสดใส มันคือที่ที่เหมาะกับเธอเสียจริง หัวใจ ของอลิซกำลังร่ำร้องให้รีบก้าวเท้าเดิน มือของเธอพร้อมกระชับกระเป๋าสะพายให้คล่องตัว รอไม่ไหวที่จะเปิดรับประสบการณ์ใหม่ที่ถูกกั้นเพียงกระจกใสข้างหน้า 

 

            ตรงนี้มีของที่ระลึกสำหรับงาน ลองเข้าไปดูสิเสียงเด็กสาวสองคนกำลังชี้ชวนกันเดินต่อแถวเพื่อซื้อของที่ระลึก อลิซผู้ไม่เคยมีประสบการณ์ดังกล่าวเมื่อได้ยินจึงรีบกระตือรือร้นทำตัวโอนอ่อนตามคนทั้งสองไป อย่างน้อยเธอก็ไม่พลาดของติดไม้ติดมือกลับบ้านแน่

            ผลสุดท้ายอลิซก็มีของที่ระลึกเต็มอ้อมแขน สมุดภาพรวมอิริยาบถที่โลแกนถ่ายแบบไว้เฉพาะกิจ แผ่นเพลงที่ทำขึ้นพิเศษในแต่ละเทศกาล รวมไปถึงโปสการ์ดหลากหลายลีลาที่มีภาพของโลแกนเท่านั้น อลิซมองมันด้วยความพอใจก่อนเก็บทุกอย่างใส่ในแฟ้มพลาสติกซองใสลงกระเป๋าอย่างเรียบร้อย จากนั้นก็มองซ้ายทีขวาทีหากิจกรรมอื่นทำต่อไป...โดยรอบล้วนมีบูธเล่นเกมชิงรางวัลที่น่าสนใจไว้รอให้เธอเข้าไปร่วมอย่างมากมาย

 

            ไม่นานเสียงประกาศผ่านทางเครื่องกระจายเสียงดังก้องหยุดการกระทำของเหล่าแฟนเพลงที่กำลังเพลิดเพลินกับกิจกรรมรอบ ๆ เสียงใสของผู้ประกาศบอกเวลาการเข้าร่วมมีตติ้งในครั้งนี้และให้เหล่าแฟนคลับต่างเตรียมตัวเข้างาน โดยไม่ลืมประกาศกฎการเข้าร่วมงานอย่างละเอียด เมื่อได้ยินดังนั้นอลิซก็เริ่มเตรียมตัวและไม่ลืมที่จะควานหาบัตรที่นั่งก่อนเข้างานที่เธอแลกไว้เมื่อสิบนาทีก่อนเพื่อต่อแถวรอเวลาที่แทบจะทนไม่ไหว

            อลิซมองรอบงานด้วยอาการตื่นเต้น เธอยื่นบัตรให้สต๊าฟก่อนถูกเชิญให้นั่งประจำที่ แสงสลัวเห็นเพียงเงาเลือนรางของเหล่าสาวกที่กำลังจับจองที่นั่ง เธอตื่นตัวมากกว่าวันไหน ๆ จึงไม่อาจอยู่เฉยและมองไปรอบ ๆ งานอย่างตื่นเต้น แล้วสายตาก็พลันหยุดอยู่บนเวทีที่ตั้งตระหง่านตรงหน้า ถ้ามองจากตรงนี้เธอก็สามารถเห็นร่างของโลแกนได้ชัดเจน ในหัวสมองของสาวน้อยช่างฝันแอบหวังเล็ก ๆ ว่าสายตาคู่สวยของเขาจะสบตาเข้ากับเธอบ้าง เพียงแค่คิดหัวใจก็เต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมาจากอก 

 

พรึบ! ในที่สุดแสงสลัวก็ดับลงเป็นสัญญาณบอกว่าอีกเพียงชั่วครู่งานก็จะเริ่มต้น เสียงกรีดร้องดังระงมเป็นพัก ๆ ก่อนเงียบลงโดยอัตโนมัติ ทุกสายตากำลังจับจ้องไปยังเวทีที่เริ่มต้นการแสดง

            เสียงเปียโนดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะตามท่วงทำนองเศร้าของเพลง Only oneทันใดนั้นแสงไฟดวงกลมก็สาดส่องร่างที่ยืนก้มหน้า มือจับเข้ากับขาไมค์มาดมั่นอยู่กลางเวที เสียงทุ้มเท่แต่แสนเศร้ากำลังประสานเข้ากับทำนองเปียโนนั้นอย่างลงตัว เหมือนคน ๆ นั้นกำลังรู้สึกปวดร้าวกับความรักที่จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับและร่ำร้องถึงมันด้วยหัวใจที่แตกสลาย 

ดวงตาของชายหนุ่มปรายขึ้นมองไปทั่วทั้งฮอลล์ ไม่ต้องสงสัยวินาทีนั้นเองที่เหล่าแฟนคลับถูกตรึงด้วยเสน่ห์อันล้นเหลือของโลแกน โสตประสาทตื่นตัวกับน้ำเสียงน่าหลงใหลที่กำลังขับขานให้ทุกคนเคลิบเคลิ้ม

อลิซเหม่อมองไปยังท่าทางอันทรงเสน่ห์ ดวงตาคม คิ้วหนา ใบหน้าเรียวงาม ผมยาวประบ่าสีดำขลับพลิ้วไหวไปมา ใจของเธอสั่น คอแห้งผาก ปากบางเม้มแน่นรู้สึกได้ยินเสียงหัวใจที่กำลังเต้นตุบ ๆ อย่างเจ็บปวดเพราะน้ำเสียงและใบหน้าของโลแกนกำลังทิ่มแทงให้เธอทรมานอยู่ตรงนี้

เมื่อท่วงทำนองเพลงจบลง เสียงกรี๊ดลั่นฮอลล์และเสียงปรบมือพร้อมใจดังลั่นเหมือนอดกลั้นมานานแสนนาน รอยยิ้มทรงเสน่ห์ผุดขึ้นที่ริมฝีปากก่อนที่จะตะโกนลั่นพร้อมให้คนข้างล่างโยกตัวไปกับเพลงจังหวะสนุก ๆ ที่เริ่มต้นขึ้น ‘Wherever you will go’ ทุกร่างต่างพากันกระเด้งตัวขึ้นและพาตัวเองท่องไปกับท่วงทำนองที่โลแกนได้โปรยปรายลงมา 

 

ทุกคนดื่มด่ำกับเพลงที่โลแกนร้องติดต่อกันหลายเพลงจนหนำใจ บนเวทีก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นที่นั่งสนทนาแบบสบาย ๆ เก้าอี้สูงสองตัวถูกนำมาวางไว้พร้อมกับพิธีกรแสนสวยคนหนึ่งที่เดินเฉิดฉายมาด้วยชุด    เดรสสีดำตัดกับผิวผ่องของเธอ

คิดถึงพวกคุณจัง บทสนทนาเริ่มต้นด้วยการทักทายเหล่าแฟนเพลงที่ร่วมงานมีตติ้งในครั้งนี้ แม้เป็นเพียงประโยคสั้น ๆ แต่ทำเอาแฟนคลับที่อยู่เบื้องล่างกรีดร้องระงมปานขาดใจ กระทั่งอลิซที่อดไม่ได้ที่จะปลดปล่อยเสียงกรี๊ดของเธอออกมาดัง ๆ นั่นแหละสไตล์ของโลแกน น้อยแต่มาก!

ตายจริง คุณพูดแค่นี้ สาว ๆ ก็คลั่งคุณแทบตายแล้วนะพิธีกรสาวอดแซวคนเสน่ห์แรงตรงหน้าไม่ได้ รอยยิ้มส่งให้เธอและพูดออดอ้อนแฟน ๆ อีกหน

อย่าเพิ่งทำอย่างนั้น จนกว่าผมจะคุยเสร็จอารมณ์ขบขันของโลแกนทำเอาแฟนคลับต่างหัวเราะชอบใจ

ใบหน้าคมคายดูเคร่งขรึม ท่วงท่าที่วางตัวให้ดูดีตลอดเวลากลับมีบางมุมที่แสดงออกถึงความขี้เล่นและเป็นกันเองนั่นคือเสน่ห์อย่างหนึ่งที่โลแกนมีจนทำให้สาวน้อยใหญ่หลงชอบพอ ๆ กับผลงานที่เขาตั้งใจทำด้วยตัวเอง แน่นอนอลิซหลงใหลในทุกอย่างที่โลแกนเป็น...

 

บทสนทนาดำเนินต่อไปพร้อมกิจกรรมถามตอบจากแฟนเพลงที่เขียนคำถามลงในกล่องสี่เหลี่ยมที่เคยอยู่หน้างาน บัดนี้มันถูกยกขึ้นด้วยมือของพิธีกรสาวสวยผมสีบลอนด์ทองที่รอให้โลแกนหยิบสลากขึ้นมาอ่านด้วยรอยยิ้มหวาน

คำถามส่วนใหญ่หนีไม่พ้นคำถามเดิม ๆ เช่น ผู้หญิงในอุดมคติ เพลงที่ชอบมากที่สุด สถานที่อยากไปพักผ่อน อาหารที่อยากกินหรือคำถามที่ทำให้คนอ่านขวยเขินเกี่ยวกับชุดชั้นในที่แฟนคลับชอบให้เขาอยู่บ่อย ๆ ประหนึ่งเป็นของดูต่างหน้าให้คิดถึงพวกเธอ แต่หนึ่งคำถามที่   โลแกนจับขึ้นมาเล่นเอาอลิซหูผึ่งทันที 

ฉันสงสัยมันตั้งแต่ที่เริ่มอ่านกติกา ทำไมต้องให้เขียนเรื่องน่า หดหู่ใจแบบนั้นด้วยนะใช่! เธอเป็นคนเขียนคำถามนั้นขึ้นมาและไม่คิดว่าจะได้ฟังคำตอบเสียด้วย เธอแค่อยากเขียนอะไรที่ดูแตกต่างและมีสาระบ้างก็เท่านั้น อีกอย่างมันคงเป็นคำถามที่หลายคนอยากถามแต่ไม่กล้าเขียนลงไปและดูผลที่ได้สิ เกินคาดเหลือเกิน!

เป็นคำถามที่เหนือความคาดหมายจริง ๆโลแกนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เธอแอบเห็นรอยยิ้มมุมปากที่เดาอารมณ์ไม่ออกของเขา รอยยิ้มนั้นดูแตกต่างจากที่เธอเคยเห็น

คุณจะตอบมันหรือเปล่าคะพิธีกรสาวถามขึ้น

แน่นอนครับ ผมต้องตอบ ในเมื่อคำถามนี้มาจากแฟนเพลงของผมชายหนุ่มปรายตามองไปรอบ ๆ ก่อนยกไมโครโฟนขึ้นอีกครั้ง

พวกคุณไม่แฟร์เลยนะ คุณรู้เรื่องลับ ๆ ของผมตั้งเยอะ อย่างน้อยผมก็น่าจะรู้เรื่องของคุณสักอย่างบ้างสิ แต่มันคงไม่ใช่เรื่องธรรมดา เรื่องนั้นผมไม่สน ผมอยากรู้ว่าเรื่องแบบไหนที่ทำให้คุณเศร้าจนแทบอยากตาย...ก็ผมเป็นคนสำคัญของพวกคุณไม่ใช่เหรอ ฉะนั้นคนของผมก็ต้องเล่าเรื่องสำคัญแบบนี้กับผมสิแม้คำตอบจะฟังดูน่ากลัวแต่ตอนท้ายทำเอาสาว ๆ ทั้งฮอลล์ต่างกรีดร้องลั่น คำตอบที่ไม่เหมือนใครและเป็นคำตอบที่คน ๆ นี้จะตอบได้เพียงคนเดียวและอลิซก็ยิ้มอย่างพึงพอใจที่ได้ฟังคำนั้นด้วยตัวเอง

 

ในที่สุดงานก็จบลงด้วยความประทับใจ ผู้คนต่างเดินออกจากงานด้วยรอยยิ้ม ซึ่งมีบางคนอาจจะผิดปกติอยู่บ้างก็ตรงที่พวกเธอทั้งหัวเราะ ทั้งยิ้มและร้องไห้ในคราวเดียวกัน สาเหตุเดียวที่ทำให้พวกเธอเป็นแบบนั้นได้ก็คงเพราะพวกเธอได้อ้อมกอดอันอบอุ่นจากโลแกน และแม้ว่าเรื่องนี้จะทำให้อลิซอิจฉาอยู่บ้างแต่เธอก็ยังมีสิ่งดี ๆ จากงานนี้เช่นกัน คำถามที่ต้องการเพียงคำตอบเดียวจากโลแกน เธอได้สิ่งนั้นแล้วและมันก็ทำให้เธอยิ้มหน้าบานพอ ๆ กับดวงจันทร์ที่ทอแสงอยู่บนท้องฟ้าสีดำ วันนี้เธอจะหอบเอาความสุขกลับบ้านไปให้หมดและจะไม่เหลือทิ้งไว้ให้ใครได้เชยชม

 

แต่การกลับบ้านของเธอกลับมีอุปสรรคเกิดขึ้น เมื่อเพิ่งรู้ตัวว่าตนไม่ได้คว้ากระเป๋าสะพายที่เต็มไปด้วยของสะสมส่วนตัวและที่สำคัญกุญแจรถก็อยู่ในนั้น

เฮ้อ! มีอะไรแย่ไปกว่านี้ไหมอลิซจึงรีบวิ่งเข้าไปยังฮอลล์ที่ผู้คนเริ่มบางตาลงอย่างช่วยไม่ได้

เสียงหอบดังเป็นระลอก แม้แผ่วเบาแต่ก็เป็นเสียงเดียวที่ได้ยินพร้อมเสียงฝีเท้าของเธอ อลิซเดินเข้าไปในฮอลล์ที่ปราศจากผู้คน โชคยังดีที่พนักงานรักษาความปลอดภัยให้โอกาสเธอเดินเข้ามาสำรวจกระเป๋าที่ทำตกไว้ ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ได้เข้ามาและควานหามันอย่างกระวนกระวายใจอยู่อย่างนี้

ที่นั่งของฉันก็อยู่ตรงนี้ แล้วมันอยู่ไหนนะอลิซก้มลงดูตามพื้นเผื่อว่ามันจะถูกเตะออกไปจากบริเวณที่เธอนั่ง แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อพื้นที่บริเวณนั้นปราศจากกระเป๋าสะพายแสนสำคัญของเธอ

 

หานี่อยู่เหรออลิซหันกลับไปด้วยท่าคลาน มองวัตถุสีดำคลับคล้ายคลับคลาว่ามันเป็นกระเป๋าของเธอ แต่แสงสลัวทำให้มองไม่ชัดนักจึงต้องเปิดมือถือเพื่อให้แสงไฟส่องสว่าง

ใช่เลยนั่นของฉันอลิซคว้ากระเป๋าและสำรวจดูของในนั้น มันเป็นของเธอจริง ๆ

ขอบใจนายมากนะ...เสียงของเธอขาดหายและอลิซก็รีบลุกขึ้นมองร่างตรงหน้าด้วยความตกใจ

เธอขอยอมรับตรงนี้เลยว่ามนุษย์ที่เกิดมาเพื่อส่องประกายเจิดจ้าท่ามกลางความมืดสลัวหรือยามที่เราอยู่ห่างจากเขาเป็นพัน ๆ กิโล แต่ยังกลับแจ่มชัดเหมือนมีออร่าสว่างไสวรอบ ๆ ตัว เช่นเดียวกับเจ้าชายวิลเลี่ยมหรือไม่ก็ดาราดัง ๆ อย่างไรอัน กอสลิ่ง (พระเอกเรื่อง the notebook) คงมีโลแกนคนนี้นี่ล่ะที่ทำให้ อลิซยืนนิ่งไร้ซึ่งคำพูดใด ๆ ...แต่เธอก็อดแปลกใจที่ตัวเองกลับจำน้ำเสียงของโลแกนไม่ได้เสียนี่

เออ... เสียงของเธอเหือดหายไปโดยปริยาย คนที่ยืนคอยอยู่จึงต้องเริ่มบทสนทนาขึ้นมาเสียเอง

หวังว่าคงไม่กรี๊ดใส่ผมหรอกนะเธอไม่รู้ว่าโลแกนคิดคำพูดนี้ได้อย่างไร อลิซรู้สึกทึ่งจริง ๆ ที่เขายังคงขี้เล่นและหยอกเธอแบบขำ ๆ โดยไม่กลัวว่าเธอจะทำอะไรเขาจริงจัง...และเขาก็คิดถูก ตอนนี้เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหรือหายใจด้วยซ้ำ

รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขาคลายลงก่อนขมวดคิ้วสงสัย นิ้วมือของเขาจิ้มไหล่ของอลิซเบา ๆ ร่างของเธอเอนตามแรงนั้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตหันมองมือนั้นด้วยอาการประหม่า

คนนี่ ตัวนิ่ม ๆ ไม่ใช่หุ่นซะหน่อย 

ขะ ขอโทษจริง ๆ เอ่อ แล้วก็ขอบคุณสำหรับกระเป๋าอลิซตั้งสติได้จึงหันหลังกลับพร้อมเดินทิ้งระยะห่างออกไปโดยไม่แม้จะเหลียวหลังกลับมา

เธอคงไม่มีความกล้าพอที่จะยืนกรีดร้องตรง ๆ ต่อหน้าเขาได้! แน่ล่ะ เธอมันเป็นพวกตื่นตกใจจนทำอะไรไม่ถูก! แน่ล่ะ! ก็โลแกนคนนี้ไง ที่เธอแทบบ้า สติกระเจิงจนต้องวิ่งหนี!

 

ตุบ! เสียงบางอย่างดังขึ้นก่อนอลิซจะพ้นประตู เธอพลันเห็นร่างคุ้นตาล้มนอนกับพื้นห้องอย่างไร้เรี่ยวแรง เมื่อมองดี ๆ ก็พบว่าเธอคือหญิงสาวผมทองพิธีกรของวันนี้!

คุณ! เป็นอะไรหรือเปล่าอลิซโผจับร่างที่นอนไม่ไหวติง เธอพยายามพยุงร่างนั้นขึ้นพิงผนังห้องอย่างทุลักทุเล 

“คุณโอเคไหม” เธอย้ำถามและเขย่าร่างนั้นเพื่อให้หล่อนฟื้นสติแต่ไร้ซึ่งวี่แวว ซ้ำอลิซยังเผลอสัมผัสเข้ากับของเหลวบางอย่างที่ซึมใต้ชุดของหญิงคนนี้ เมื่อพยายามเช็ดมันออกจากมือกลับต้องประหลาดใจ เพราะของเหลวที่เปรอะเปื้อนมือเธอคือเลือดสด ๆ ที่ไหลออกจากบาดแผลลึกบริเวณต้นคอของเจ้าหล่อน 

คุณคะ! ช่วยตาม... เสียงร้องของอลิซเงียบหายไปเพราะมือหนึ่งกำลังปิดปากเธอเสียสนิท

อย่าเสียงดังสิ ดวงตาของเธอเบิกโพลงและพยายามดิ้นรนขัดขืน 

“ผมจะปล่อยถ้าไม่ตะโกนโหวกเหวกหรือคิดตุกติกเข้าใจไหม” เสียงกระซิบสั่งให้เธอทำตาม อลิซพยักหน้ารับรัว ๆ ก่อนถูกปล่อยให้เป็นอิสระ โลแกนหันกลับมามองเธออีกครั้งแล้วจึงให้ความสนใจกับร่างที่นอนนิ่งอยู่ตรงหน้า

“ก็บอกแล้วไงว่าให้อยู่นิ่ง ๆ อย่าขยับตัวไปไหน เกือบทำเสียเรื่องแล้วเห็นหรือเปล่า” ภาพตรงหน้าไม่อาจทำให้อลิซอยู่เฉย สองเท้าเริ่มก้าวถอยหลังไปทีละนิด

 “นี่ไม่ใช่ฆาตกรรมหรอกนะ ถึงจะดูเหมือนก็เถอะ” เมื่อเขาไม่ทันระวัง อลิซก็รีบพุ่งตัวหนี

 “โอ้! พระเจ้า!” แต่ร่างของเขากลับปรากฏตัวต่อหน้าเธอเพียงเสี้ยววินาที

“ผมไม่ได้บอกให้คุณอยู่นิ่ง ๆ หรอกเหรอ” ดวงตาเบิกโพลงจ้องไปยังใบหน้าของโลแกน แม้เธอจะหยุดนิ่งแต่สมองกลับคิดวกวนจนน่ากลัว

กำลังคิดว่าผมเป็นตัวอะไรอยู่ล่ะสิเขาย้ำความกลัวให้ซึมลึกเข้าไปในจิตใจ เหมือนล่วงรู้ความคิดของเธออย่างไรอย่างนั้น

“งั้นเรามาวิเคราะห์กันหน่อยดีกว่าเผื่อว่าคุณจะตอบผิด เอาล่ะ คุณพบร่างผู้หญิงที่นอนนิ่งมีเลือดไหลออกมาจากซอกคอ พยายามที่จะร้องเรียกให้คนช่วยแต่ผมดันห้ามไว้ ความคิดแรกก็แวบขึ้นมา ฆาตกร” ดวงตาของเขาจ้องมองเธอในขณะที่เดินวนไปมา

“และอีกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้อนทับกัน คุณพยายามหนีแต่ผมกลับปรากฏตัวต่อหน้าแบบไม่ต้องเปลืองแรง ความคิดที่สองก็เกิดขึ้น ผมทำได้ยังไงกัน และอย่างสุดท้ายคุณเริ่มสับสน ทุกอย่างปนเปจนแยกไม่ออกว่าอะไรจริงหรือลวง แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมจะเฉลยแล้วล่ะ...” ร่างนั้นหยุดตรงหน้า ใช้นิ้วมือดึงคอนแทคเลนส์ออกจากนัยน์ตาทั้งสองอย่างชำนาญเผยให้เห็นดวงตาสีแดงเรืองรองภายใต้แสงสลัว ดวงตาที่เธอไม่เคยเห็นจากที่ใดในโลกใบนี้

 “อลิซ...ผมก็แค่รู้สึกหิวขึ้นมาก็เท่านั้น อย่าได้โกรธในสิ่งที่ผมทำลงไปเลย” มือของโลแกนสัมผัสเข้าที่ผมอย่างนุ่มนวลและเลื่อนลงมาซับน้ำตาที่เอ่อล้นในดวงตาของเธอ เกิดคำถามมากมายขึ้นมาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้เขารู้จักชื่อของเธอได้อย่างไรกัน

ในหัวมีคำถามเยอะนะว่าไหมรอยยิ้มอันแสนพิศวงและดวงตาสีแดงสดจับจ้องที่เธอเพียงผู้เดียว สร้างความรู้สึกมากมายอย่างน่าประหลาด หวาดกลัว ยำเกรงแต่ก็กลับดึงดูดใจเช่นกัน

“ผมก็ไม่รู้ว่าทำแบบนี้ไปทำไม แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมอยากจะบอกความจริงในรอบร้อยปี” เขายิ้มให้เธอและคว้ามือเอาไว้อย่างนุ่มนวล

“ผมอ่านใจได้เพียงแค่สัมผัสมือ เจ๋งดีใช่ไหม” ร่างของอลิซ กระตุก ไม่อาจปฏิเสธพลังมหาศาลและเต็มไปด้วยอันตราย

“แต่เมื่อสิบสามปีก่อนมันอะไรกันน่ะ...” เขาพึมพำ ดวงตาของเขาหรี่ลงอย่างสงสัย เมื่อพลังแห่งการหยั่งรู้ไม่สามารถเผยให้เห็นอดีตของเด็กสาวได้ทั้งหมด

คะ คุณจะฆ่าฉันเหรอน้ำเสียงสั่นระรัว ร้องถามอย่างสงสัย 

“ใครจะทำแบบนั้นได้ลงคอล่ะ ในเมื่อคุณน่าสนใจขนาดนี้” เขาหันมาสนใจเธออีกครั้ง

“ถ้างั้นได้โปรด...ปล่อยฉันไป” เธอร้องขออย่างหมดหนทาง

“คุณ...กำลังขอร้องในสิ่งที่ผมไม่เคยทำอย่างนั้นหรือ” ความหวังดับวูบลงก่อนที่ชายหนุ่มจะเผยเขี้ยวคมที่กำลังขย้ำคอเธอ อลิซไม่อาจทนมองภาพนี้ได้อีกต่อไป

ปัง! กระสุนปืนพุ่งตรงไปยังร่างทั้งสอง โลแกนคว้าอลิซให้ออกห่างจากระยะกระสุนและผละออกจากเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับศัตรูอีกครั้ง

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!” เสียงคำรามดังก้อง ดวงตาจับจ้องแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างเกรี้ยวกราด

“ก็มันถึงเวลาตายของแกแล้วน่ะสิ” กระสุนปืนพุ่งเฉียดข้างแก้มของโลแกน ตามด้วยกระสุนอีกหลายนัดยิงไล่ล่าอย่างไม่ลดละ

 

โลแกนกระโดดหลบไปมาด้วยความว่องไว ความเร็วเกินคาดเดาทำให้เขาขึ้นไปอยู่บนโครงเหล็กใต้หลังคาโค้งกลมเพียงพริบตาเดียว

ไม่ยักรู้ว่ามีนักล่าอยู่แถวนี้ด้วยเขามองหน้าชายหนุ่มเบื้องล่างที่พร้อมจะสังหารเขาอย่างไม่ปรานี

เลิกพล่ามซักที แล้วอยู่นิ่ง ๆ ให้ฆ่าซะ!” เสียงขู่ดังก้องไปทั่วก่อนไล่ยิงโลแกนที่กระโจนลงมาจากโครงหลังคาและหลบเข้าไปยังม่านสีดำบนเวที

อยู่นิ่ง ๆ ก็เจ็บตัวฟรีสิ นายนี่ไม่รู้จักการรอมชอมกันบ้างเลยนะ!” ร่างสูงวิ่งตามขึ้นไปและสะบัดม่านสีดำออกแต่ก็ไม่พบร่องรอยของสิ่งที่เขาต้องการ

บ้าชะมัด หนีไปจนได้!” ชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสีย ก่อนกระโดดลงมาจากเวทีอย่างโมโห ขายาวก้าวไปสำรวจหญิงสาวผมทองที่หลับใหล เขาพบว่าเธอแค่สลบและชีพจรก็ยังเต้นอย่างช้า ๆ นี่เป็นเหยื่ออีกรายที่จะถูกลบความทรงจำไปพร้อมกับเลือดสดๆ ของเธอ 

 

            ตุบ ๆ ๆ เสียงฝีเท้าวิ่งหายออกไปจากห้องใหญ่ เขาหันไปตามเสียงนั้นและรีบวิ่งตามออกไปในทันที

            อลิซวิ่งหอบแฮ่กหยุดอยู่ข้างประตูรถ มือเล็กไขกุญแจด้วยอาการสั่นเทา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธออยากจะสงบสติอารมณ์แต่พยายามฝืนเท่าไหร่มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงง่าย ๆ

            นึกว่าใคร ที่แท้ก็เธอนี่เองอลิซไม่ตอบคำถามนั้นและใช้ความพยายามอย่างสูงในการเปิดประตูรถ เขาย่นคิ้วไม่พอใจจึงคว้ามืออลิซให้หยุดและหันมาสบตากับเขา

            ฉันพูดกับเธออยู่นะ

            ไม่! ไม่! ฉันไม่รู้ ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นอลิซปฏิเสธทุกอย่างที่เห็น ได้ยินและสัมผัส “ทุกอย่างมันคือเรื่องโกหก เรื่องโกหก!

            “งั้นเหรอ เรื่องโกหกที่ว่าคือเธอดันหลงชอบไอ้แวมไพร์หลงฝูงนั่นสินะ!” น้ำเสียงเสียงเย้ยหยันกระชากถาม ร่างของหญิงสาวจึงทรุดนั่นลงกับพื้นเย็น ๆ อย่างหมดแรง...

            “มันไม่จริง! ไม่จริง!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

428 ความคิดเห็น

  1. #353 ★ .•°Mademoiselle•.°´ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 13:23
    เอ่อ
    โลแกน!
    ชั้นช็อคคคค!!!

    คนที่มาช่วยนี่เรย์ชิมิ อิๆ
    #353
    0
  2. #336 phan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 15:29
    โลแกน......
    #336
    0
  3. #298 Daren L. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2557 / 15:55
    โลแกนโผล่อย่างเป็นทางการแล้วววววววววว 
    เรื่องนี้เป็นแนวแวมไพร์ กริ๊บกริ๊ววววววววววว
    ชอบคำว่า แวมไพร์หลงฝูง! เราเจอเมนในเรื่องนี้แล้ว
    เอาวะเราอุตส่าห์เตรียมกรี๊ดหมอนี่ล่วงหน้ามาตั้งหลายตอน 
    แล้วใครมาช่วย เรย์???? โอเค หนูชอบตอนนี้มากค่ะพี่โม 
    ตัวเอกสามตัวนี่ประสบพบพานกันครบแล้ว เรามาลุ้นต่อจากนี้ดีกว่า อิอิ 

    ปล. สกิลการอ่านช้ามาก ไปได้วันละไม่กี่ตอน แต่สัญญาว่าจะทยอยอ่านและจะตามอ่านจนจบเลยค่ะพี่โม >_< 
    #298
    0
  4. #293 Marie (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 06:39
    เอ็ดเวิรดก็เอ็ดเวิร์ดเถอะ เจอโลแกนเข้าไป
    ชิดซ้ายแหกโค้งค้า!! ตอนอลิซกลับมาหากระเป๋าแล้วเจอฮีเข้านี่ว่าเซอร์ไพรส์ละนะ
    เจือกเป็นอะไรในแบบที่โคตรรรรร เซอร์ไพรส์กว่าเดิมอีก ให้ตายเถอะจอร์จี้้-o-

    เพลงเพราะนะเคอะ กดฟังซ้ำหลายรอบมากแหม่มันชั่งได้อารมณ์อะไรเช่นนี้เพคะหญิงพี่โมโม่55555
    #293
    0
  5. #255 ForFun★ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 / 02:02
    จำได้ว่า ขิมเคยอ่านมาถึงตอนนี้ แล้วก็หยุดแฮะ
    ความที่เคยอ่านแล้ว มันจึงจำได้ลางๆ และ... ไม่เงิบเท่าไหร่
    5555555555555555555555

    คนที่มาช่วยต้องเป็นเรย์แน่เบย -..-
    #255
    0
  6. #175 TANH_ZEPIA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2555 / 23:01
    บทนี้หักมุมสุดๆ อะพี่โม!
    นึกไม่ถึงเลยนะเนี่ยว่าโลแกนเป็นแวมไพร์
    อันที่จริงคือ...นึกไม่ถึงเลยว่าเรื่องนี้จะมีแวมไพร์
    ถึงว่าล่ะชื่อเรื่อง bloody day ตาณก็ไม่ได้เอะใจเลยแฮะ
    นึกว่า bloody แค่มาเพื่อขยายความบรรยากาศโดยรวมของนิยายมากกว่า แหะๆ

    เริ่มตกใจตั้งแต่ตอนพิธีกรสาวโผล่มาแบบ 'ผ่างงง' แล้วละ
    ตอนนั้นนี่แบบ เฮ้ย! นี่มันเรื่องอะไรกัน
    มีฆาตกรรมด้วยเรอะ O_O
    ยิ่งช็อกไปกันใหญ่เมื่อรู้ว่าเป็นฝีมือโลแกน โอว...
    เหนื่อยมากไหมพ่อหนุ่มกับการเล่นเป็นนักร้องเนี่ย

    แต่นายก็สวมบทนักร้องได้ดีมากๆ เลยนะ
    อ่านแล้วเคลิ้มตาม
    รู้สึกว่านักร้องบุคลิกแบบนี้แหละ! เอาใจเราไปเลย
    ภายนอกดูนิ่งๆ ขรึมๆ แต่จริงๆ ก็ขี้เล่นและเป็นกันเอง
    ชอบตอนที่โลแกนตอบคำถามของอลิซ
    โห ได้ใจไปเต็มๆ! แฟนคลับรักแย่ ♥
    จิ้นตัวเองเป็นอลิซแล้วเจอเหตุการณ์แบบนี้
    โอว...สุขแท้ๆ (#แต่ขอตัดตรงแวมไพร์ออกนะ ฮ่าๆ)

    คนที่มาช่วยตอนสุดท้าย...
    ใช่เรย์รึเปล่าอ่า?
    หรือว่าตัวละครใหม่หว่า?
    ที่คิดว่าเรย์ เพราะประโยค...
    "นึกว่าใคร ที่แท้ก็เธอนี่เอง"
    เอ๊ะ แต่ก็อาจจะเป็นคนอื่นที่อลิซรู้จัก แต่เราไม่รู้จักก็ได้แฮะ

     
    นิดหน่อยค้าบ
    เคร่งครึม = เคร่งขรึม รู้สึกทึ้ง = รู้สึกทึ่ง
    เสียงแหบพร่าพูดด้วยความน้ำเสียงขนหัวลุก = เสียงแหบพร่าพูดด้วยน้ำเสียงชวนขนหัวลุก (รึเปล่าหว่า)
    ประชิตตัว = ประชิดตัว น้ำเสียงเสียง = น้ำเสียง ทรุดนั่น = ทรุดนั่ง
    #175
    0
  7. #141 monobizz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 17:00
    แวมไพร์จริงๆด้วย
    โลแกนมันเป็นแวมไพร์
    ฮืออออออออออ น่ากลัว
    (แต่ก็ชอบ 5555555)


    ว่าแล้ว !!!!
    เรื่องนี้ต้องออกแนวแฟนตาซีจริงๆด้วย
    ดีใจที่เดาถูก ยังกับว่าถูกหวย =[]=!!


    งานนี้อลิซไม่ปลอดภัยแล้วล่ะค่ะ
    แวมไพร์โลแกนจะหลงรักอลิซรึป่าว...!?
    แล้วอลิซจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร...!?


    บรรยายเรื่องได้สุดยอดตามเคยเลยนะไรเตอร์
    รู้มั้ยว่ารีดเดอร์แทบช็อค ตอนร่างยัยพิธีกรโผล่มา
    แล้วไหนจะโลแกนที่จู่ๆก็ลอกคราบคนดีออก
    อึ้งกันเลยทีเดียวค่ะ!! สมแล้วที่เป็นแนวลึกลับ
    #141
    0
  8. #125 Alive4Dream (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2555 / 17:48
    อร้ายยยยยย มันจะหักมุมไปไหมอ่ะโม โลแกนเป็นแวมไพร์ อึ้งกันไปเลยทีเดียว น่าจะอารมณ์เดียวกับอลิซ ณ ตอนนี้

    ไม่น่าเชื่อว่าโลแกนจะเป็นแวมไพร์ไปได้ แต่ก็นะ ให้เรย์เป็นก็คงไม่เหมาะ ลุคยังไม่ได้ 555+



    ส่วนที่ยิงปืนใส่โลแกน เรย์ใช่ป่ะ (จะเดาผิดอีกไหมเนี่ย เดาทางโมไม่ถูกเลย)

    และคนที่ลบความทรงจำอลิซตอนเด็ก ก็คือ โลแกนใช่ป่าวอ่ะ (ถ้าใช่ คงแบบว่าอลิซเธอจะซวยอะไรขนาดนั้น อีกอย่างโลกมันจะกลมเกินไปไหม) แต่ก็แอบดีใจนะที่อลิซไม่โดนลบความทรงจำอีกรอบ ไม่งั้นสงสารอลิซแย่เลย



    อลิซจะทำยังไงต่อไปกันนะ แล้วโลแกนจะจัดการกับอลิซที่รู้ความลับยังไง ลุ้นๆ ^^



    ** โม อย่าหักมุมบ่อยๆนะ เดี๋ยวคนอ่านอย่างโอ๋หัวใจวายกันพอดี (แต่ก็ชอบนะ แค่ไม่อยากให้บ่อยๆเฉยๆ 555+)
    #125
    0
  9. #93 Green Doraemon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2555 / 06:08
    ประชิต เปลี่ยนเป็น ประชิดน้าพี่สาว(ฉากที่มีชายปริศนาโผล่มายิงโลแกน)
    โลแกนโคตรหล่ออ่ะ! แอร๊ยยยยย~!!!
    อยากเป็นยัยผมทองให้โลแกนฝังเขี้ยวลงในคอจัง ๕๕๕

    ขิมเปิดเรื่องใหม่ละ >_<
    ขอแลกกันอีกสักเรื่องนะคะพี่โม 5555555

    #93
    0
  10. #76 Fie (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2555 / 13:44
    กรี๊ด เรย์แน่นอนนน
    #76
    0
  11. #65 GD จ้า ^^ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2555 / 08:57
    เรย์มาช่วยป่าวหว่า ( '')
    #65
    0
  12. #54 ๏Pinny๏ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2555 / 17:17
    ว้ายยยยยย มีเอียนของเก๊ามาด้วยอ่าา (ถึงจะมาแค่ชื่อแต่ทำให้เตลิดไปถึงภาพ) >,.<
    โหยยย เรื่องนี้ออกแนวเถื่อนซะแล้ว ไม่คิดเลยว่าอีตาโลแกนจะเป็นแวมไพร์ (รึเปล่า)
    ร้ายใช่เล่นนะเทอ อลิซคงอึ้งไปเลย คนที่ปลื้มมานานเป้นเง้ ถ้าเทอรับไม่ได้ให้เราเถอะ 5555 (โดนพี่โมตบ)

    แล้วใครมาช่วยหละนั่น อย่าบอกนะว่าจะเป็นรักสามเศร้า *0*
    เตรียมผ้าเช็ดหน้า
    #54
    0
  13. #41 Tara (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2555 / 17:22
    อลิซเจอโลเเกนเเล้ว!...โลเเกนตอบคำถามได้สุดยอดเลยอ่ะ เเต่พอมารู้ว่าพิธีกรคนนั้นเป็นฝีมือเขาเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ดูเขาต่อไไปก็เเล้วกันว่าจะเป็นยังไง
    #41
    0
  14. #38 Eveeva (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2555 / 20:57
    โห...สตั้น 3 วิ


    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    หนุกอีกแล้วอ่ะไรเตอร์
    เห็นภาพเลยทีเดียวเชียว T^T
    น่ากลัว
    ฮือๆๆๆๆๆๆ



    แล้วใครคือคนที่มาช่วยอ่า
    ใจดีจริงๆ
    หลงรักแล้วนะเนี่ย ♥O♥
    5555555555



    แอบสงสารอลิซอ่ะ
    ไม่น่าเลยยยย
    โลแกนก็ใจร้ายจริงๆ



    หนุกหนานมาก
    อ่านต่อๆ
    #38
    0
  15. #34 BizcuitO (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2555 / 08:33
    เพราะฉะนั้นคนของผมก็ต้องเรื่องสำคัญแบบนี้กับผมสิ .. ตกคำว่า "เล่า" เรื่องสำคัญ... ไปหรือเปล่า



    ....



    ชอบอะ เซโร่ อ่ะ



    พ่อดิบเถื่อนที่ย้ายมาแน่ๆ หล่อนชัวร์ๆ
    #34
    0
  16. #31 °My_Dear° (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2555 / 22:45
    ใครมาช่วย โอ้ยย เห็นภาพเลย น่ากลัวอ่าา
    #31
    0
  17. #28 ฺBizcuitO (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2555 / 20:11
    เพราะโดยรอบมี"บูท" ... บูธ

    ประกาศบอกเวลาการเข้าร่วม"มิทติ้ง" ... มีทติ้ง

    "พรึบ" ... พรึ่บ

    เสียง "กริ๊ด" ลั่น ... กรี๊ด

    ร้องติดต่อกันหลายเพลงจน "หน่ำใจ" ... หนำใจ
    #28
    0
  18. #27 คุณนายควอน* (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2555 / 23:23
    อิตาโลแกน อิบ้า - -
    จะซ่อนอาหารให้มิดหน่อยก็ไม่ได้ กระจอก 555
    ถ้าเดาไม่ผิดเรย์มาช่วยใช่ไหม แอร๊ยยยยย ><'

    #27
    0