Bloody Day

ตอนที่ 3 : :: Once upon a time… ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 ก.พ. 59

Once upon a time…

 

เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบกำลังยืนกอดอกแสดงความไม่พอใจ ใบหน้าขาวใสกลมเกลี้ยงกำลังทำแก้มป่องอย่างแข็งขัน คิ้วเล็ก ๆ ขมวดชนกัน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอกำลังฉายแววเด็ดเดี่ยวแต่มันกลับดูไร้เดียงสาต่อผู้พบเห็น

เอาอีกแล้ว ทำแบบนั้นหน้าของลูกจะกลมเป็นลูกบอลแล้วนะเสียงทุ้มต่ำแสนอบอุ่นของผู้เป็นพ่อกำลังหยอกล้อท่าทางแสนงอนของลูกสาวที่พยายามขัดขืนไม่ยอมรับฟัง

แต่หนูอยากไปหาคุณปู่นี่!” เสียงเล็ก ๆ กระเง้ากระงอดใส่ผู้เป็นพ่อไม่หยุดหย่อน แผนการที่จะตามคุณปู่เข้าป่าเพื่อเดินสำรวจพืชพรรณหายาก ดอกไม้หลากสีสันที่ส่งกลิ่นหอมหวน ลำธารใสไหลเอื่อยรวมไปถึงหินสวย ๆ รูปร่างหน้าตาประหลาด ๆ ที่คุณปู่โปรดปรานและสะสมไว้เป็นของสะสมส่วนตัวที่เธออยากเห็น เธออยากทำทุกอย่างที่ว่าทั้งหมดแต่แล้วแผนก็ล้มไม่เป็นท่า

ฟังแม่นะ วันนี้เราไปไม่ได้จริง ๆ คุณพ่อมีธุระด่วนที่ทำงาน ไหนเคยสัญญาว่าเวลาที่พ่อทำงานหนูต้องไม่งอแงต่อให้แม่ของเธออธิบายเท่าไรแต่ดูท่าคนที่ยืนกอดอกจะไม่ยอมเชื่อฟังซ้ำยังแสดงความกราดเกรี้ยวด้วยการย่ำเท้าไปมาอย่างไม่พอใจ ร้อนถึงผู้เป็นพ่อที่ยังคงยิ้มอย่างอบอุ่นให้เธอเช่นทุกครั้ง

พ่อสัญญาว่าพรุ่งนี้จะพาหนูไปให้ได้ เชื่อพ่อนะร่างสูงย่อตัวลงให้เท่าคนตัวเล็ก ดวงตาคู่สวยแดงก่ำและมีน้ำใส ๆ คลอหน่วยตากำลังมองคนที่ยื่นนิ้วรอเกี่ยวก้อย

สัญญาแล้วนะ

สัญญาสิ เตรียมตัวได้เลยนิ้วมือเล็ก ๆ เกี่ยวก้อยสัญญาอย่างว่าง่าย เด็กน้อยเช็ดน้ำตาลวก ๆ เธอเชื่อใจพ่อมากกว่าใครทั้งหมด ถ้าคราใดที่พ่อยื่นมือเกี่ยวก้อย นั่นหมายถึงพ่อตั้งใจและทำตามสัญญา

เอาล่ะ เราไปจัดของกันดีกว่าน้าผู้เป็นแม่ดุนหลังคนตัวเล็กให้เดินนำไปยังห้องนอนของเธอ ก่อนเหลียวมองดูชายผู้เป็นที่รักพร้อมยิ้มอ่อนหวาน

รีบไปรีบกลับนะคะชายหนุ่มพยักหน้ารับและก้าวเดินออกจากบ้านไป

เพียงไม่นานนักเด็กน้อยก็ลืมเรื่องขุ่นเคืองจิตใจและเริ่มจัดการเก็บข้าวของตัวเองด้วยสีหน้าสดใสยิ่งกว่าเดิม รอยยิ้มของเด็กน้อยปรากฏขึ้นทีละนิดพร้อมข้าวของที่เริ่มเต็มกระเป๋าและแน่นอนเธอกำลังจะได้พบกับคุณปู่ อีกทั้งยังได้เที่ยวเล่นตามที่ได้สัญญาไว้เมื่อครั้งก่อน

 

เวลาล่วงเลยมานาน เข็มนาฬิกาบ่งบอกว่ายามนี้ยังเป็นช่วงเวลาของราตรี เมฆหมอกยังหนาตัวอยู่บนท้องฟ้าสีดำ ผู้คนส่วนใหญ่ยังนอนหลับ เสียงเครื่องยนต์กลับดังระงมอยู่หน้าบ้านก่อนเงียบลง หญิงสาวตื่นหลังจากที่เผลอหลับและลุกจากโซฟาเพื่อเปิดประตูให้สามีเช่นทุกครั้ง

 “มาเร็วกว่าที่คิดนะคะเสียงร้องทักของภรรยาทำให้ร่างสูงมิอาจทานทนกับเรื่องที่แทบล้นทะลักในอกได้อีกต่อไป เขากอดเธอด้วยความรู้สึกโหยหาที่พึ่งทางใจ

เกิดอะไรขึ้นคะ ท่าทางอันแสนเศร้าบ่งบอกถึงอารมณ์ผิดปกติของสามี เสียงสะอื้นไห้ดังเบา ๆ หัวใจของเธอหล่นไปกองกับพื้นในทันที

เราต้องปลุกลูกแล้วล่ะ เสียงแหบพร่าบอกภรรยาให้ทำเรื่องที่ควรทำ

 

แสงไฟในห้องนอนเปิดขึ้นทันที ร่างเล็กถูกปลุกผิดเวลามีอาการงัวเงียอย่างเห็นได้ชัด มือเย็นของแม่สางผมยาวสีน้ำตาลเข้มของเด็กน้อยและดึงตัวลูกให้พ้นจากเตียงนอน 

เฮ้ ตื่นได้แล้วจ้ะ เราจะไปหาคุณปู่กัน...น้ำเสียงแหบพร่าแปลกหูของแม่สั่งให้เด็กน้อยเริ่มกิจวัตรประจำวันในเวลาอันผิดปกติ แต่เด็กน้อยก็ไม่ได้ปฏิเสธคำสั่งนั้นก่อนลุกและเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างว่าง่าย เพราะความง่วงทำให้เธอมองไม่เห็นดวงตาที่แดงก่ำของแม่และดูไม่ออกแม้กระทั่งบรรยากาศที่ผิดปกติไปจากเดิม

 “แม่คะ ทำไมเราต้องใส่สีนี้ด้วยเด็กน้อยสงสัยในสีชุดเดรสของเธอ มือของแม่กระตุกเล็กน้อยก่อนติดกระดุมเม็ดสุดท้ายเสร็จ ดวงตาของแม่มองมายังเด็กน้อยไร้เดียงสาที่ไม่รู้เรื่องราวใด ๆ

เด็กน้อยของแม่...ลูกใส่สีไหนก็สวยอยู่แล้ว เพราะอย่างนั้น...แม่ของเธออึกอักก่อนจะโผเข้ากอดเธอและแอบซ่อนน้ำตาที่ไหลอยู่ให้หายไป เพียงอึดใจเดียวแม่ของเธอก็ผละออก

เราลงไปกันเถอะ คุณพ่อรออยู่

คนทั้งสองลงจากห้องนอนพร้อมกับสัมภาระที่จัดไว้ล่วงหน้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ เด็กน้อยมาพร้อมกระเป๋าสะพายสีเขียวอ่อนที่คุณปู่ซื้อให้และตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเข้มเช่นทุกครั้งที่ออกเดินทาง

ผู้เป็นพ่อยกกระเป๋าที่เหลือไว้ท้ายรถโดยไม่พูดอะไร ดวงตาของเด็กน้อยมองการกระทำของพ่อที่เอาแต่ทอดถอนหายใจและบางครั้งจะเห็นมือหนาเช็ดอะไรบางอย่างที่ข้างแก้ม

เอาล่ะ เราไปกันได้แล้วเสียงของพ่อเรียกเด็กน้อยที่ยืนอยู่ข้างประตูรถ ความรู้สึกบางอย่างทำให้เธอหันกลับไปมองบ้านของตัวเอง มันยังมืดและไม่มีแสงสว่างใดนอกจากเสาไฟข้างทางและแสงไฟของตัวรถ เธอยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นเหมือนจะเก็บเอาภาพความทรงจำให้นานที่สุด จากนั้นเธอจึงก้าวเดินขึ้นรถคันสีดำและนั่งลงในเบาะหลังที่ประจำของเธอพร้อมกับกอดตุ๊กตาหมีตัวนั้นแนบอก

รถแล่นออกไปจากตัวบ้านทันที แสงไฟหน้ารถทำหน้าที่ส่องทางข้างหน้าที่ยังมืดมิด สองข้างทางเห็นเพียงเงาราง ๆ ของแมกไม้ เด็กน้อยไม่อยากหันไปมองเพราะความมืดทำให้เธอชอบจินตนาการถึงสัตว์ประหลาดเขี้ยวยาวแสนน่ากลัว เธอเริ่มกระสับกระส่ายเพราะไม่มีบทสนทนาใดสอดแทรกดังออกมาจากพ่อแม่ของเธอเช่นทุกครั้ง เด็กน้อยเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่ทำให้เธอทั้งไม่สบายใจและกระวนกระวายใจเสียจนอยากกลับบ้านอันแสนคุ้นเคย

 “พ่อคะ เอลวิสจะหิวไหมจู่ ๆ เด็กน้อยก็นึกถึงสุนัขลาบราดอร์สีดำของเธอที่ถูกฝากไว้กับคนข้างบ้านขึ้นมา

หนูอยากกลับไปดูให้แน่ใจว่ามันหิวอยู่หรือเปล่า” 

เรามาไกลกันมากแล้วนะ อีกอย่างป้าซาแมนต้าจะดูแล     เอลวิสเป็นอย่างดี แม่ขอเธอหันมาพูดกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงขุ่นมัวเพราะปกติแล้วลูกของเธอไม่เคยมีอาการร้องอยากกลับบ้านเช่นนี้

อะ หนูต้องลืมรดน้ำคุณทานตะวันแน่ ๆ เรากลับกันเถอะเด็กน้อยยังคงหาเรื่องให้พ่อหันหัวรถกลับและปากของเธอก็ยังพูดไม่หยุดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เธออ้างว่าลืมทำ

อ่อจริงสิ หนูคงลืมสมุดวาดภาพกับกล่องสีใต้โต๊ะนั่นด้วยแน่ ๆ

เฮ้ เรามาไกลแล้ว กลับไม่ได้เสียงดุร้องเตือนจนเธอเบะปาก ความร้อนระอุอยู่ในอกเมื่อพ่อแม่ขัดใจและเสียงสะอื้นก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเสียงร้องไห้

หนูจะกลับบ้าน!” 

ลูก เงียบเดี๋ยวนี้นะ!” ผู้เป็นพ่ออดไม่ไหวจึงดุกลับ

ไม่เอา หนูจะกลับบ้าน กลับบ้านเดี๋ยวนี้!“

ทันใดนั้น!

คุณระวัง!” เสียงร้องเตือนของภรรยาทำให้ชายหนุ่มหันไปมองท้องถนนอีกครั้ง ก่อนหักพวงมาลัยอย่างรุนแรงพร้อมรถที่เสียการทรงตัวอย่างฉับพลัน

กรี๊ด!”

ดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยน้ำตาเห็นเพียงภาพเลือนรางของแสงไฟขนาดใหญ่ที่สาดส่องมายังรถโดยฉับพลัน เสียงกรีดร้องของแม่ปนไปกับเสียงกระแทกของบางสิ่งที่พุ่งเข้ามา มันดังกึกก้องเสียจนหูแทบพัง เกิดแรงปะทะอย่างรุนแรงจนร่างของเด็กน้อยที่เคยยึดติดกับเข็มขัดนิรภัยกระเด็นหลุดลอยออกไปจากตัวรถ เศษแก้วนับพันแตกกระจายตามแรงกดดันอันมหาศาล รถคันสีดำถูกรถบรรทุกคันใหญ่ลากยาวไปเรื่อย ๆ เสียงกรีดร้องของเหล็กกล้าเสียดสีไปกับถนนลาดยางจนเกิดประกายไฟตามไปด้วยหลายเมตร...จนในที่สุดเหตุการณ์ทุกอย่างก็เงียบสงบลง

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ปากเรียวเม้มแน่น คิ้วคมขมวดเข้ากันอย่างคนใช้ความคิด อลิซนั่งอ่านเรื่องราวทั้งหมดที่ตัวเองเขียนลงในคอมพิวเตอร์และพิจารณามันซ้ำไปซ้ำมา

นั่นเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อสิบสามปีก่อนจากปากของผู้เป็นน้าสาว ในขณะที่ครอบครัวไทเลอร์กำลังเดินทางไปงานศพของคุณปู่อลิซ   จู่ ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น รถดังกล่าวถูครูดไปกับพื้นถนนยาวเพราะชนเข้ากับรถบรรทุกที่ขับคร่อมเลนมายังฝั่งของพวกเขา รายงานบอกว่าชายคนนั้นมองไม่เห็นรถข้างหน้าจึงขับพุ่งชนอย่างจังเป็นสาเหตุให้พ่อของอลิซเสียชีวิตคาที่ จากนั้นแม่ของเธอก็เสียชีวิตหลังจากที่ช่วยเอาไว้ได้เพียงหนึ่งวัน และ...อลิซว่ากันว่าเหตุการณ์นั้นทำให้สมองของเธอกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เธอจึงไม่มีความทรงจำในเหตุการณ์ครั้งนั้น ความรู้สึกหวาดกลัว เสียใจ หรือทรมานใด ๆ ก็ไม่เคยมีปรากฏให้ต้องกังวลใจ ยังมีก็แต่รอยแผลเป็นตรงข้อมือที่ถูกปิดทับด้วยกำไลหลายเส้นทาบทับมันไว้เตือนสติให้รู้ว่าเหตุการณ์นั้นเคยเกิดขึ้นแล้วกับเธอ

นิ้วบางกำลังเคาะไปมาอยู่หลายครั้งเพื่อใช้ความคิด ใบหน้าของ อลิซกำลังเคร่งเครียดเสียจนไลก้าต้องเงยหน้าขึ้นจากแผนการซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ตลอดหนึ่งเดือนอย่างเสียไม่ได้

เธอทำหน้าแบบนั้นมาได้ซักพักแล้วนะ ตั้งใจทำอะไรกันแน่ไลก้าชะเง้อดูหน้าจอที่สาวผมสีน้ำตาลเข้มก้มหน้าก้มตาให้ความสนใจอยู่

นิยายน้ำเน่าที่เขียนส่งชิงบัตรมีตติ้งนะสิ ปากบางขยับตอบ

โอ้ ไม่นะ นั่นเรื่องเศร้าจะตายเธอเขียนได้ยังไงกันไลก้าแสดงสีหน้าไม่พอใจนักเมื่อเห็นรายละเอียดคร่าว ๆ ถึงชีวประวัติของอลิซ     ไทเลอร์ที่แสนจะสะเทือนอารมณ์

บอกไปหลายหนแล้วว่าไม่ได้รู้สึกอะไร ไม่ต้องกังวลมากนักหรอกดวงตากลมโตเลื่อนลงไปและอ่านอีกหัวข้อหนึ่งที่อัพเดทหมาด ๆ

แน่ล่ะ เพราะเธอสมองฝ่อไปแล้วนะสิไลก้าอดแขวะความเฉยเมยของเพื่อนสาวไม่ได้

ความจำเสื่อมต่างหาก เรียกให้ถูกหน่อยสิ

แย่พอกันแหละน่าไลก้ายู่ปากก่อนย้ายตัวไปนั่งข้าง ๆ อลิซและตั้งคำถาม

ถามจริงเถอะ แน่ใจเหรอว่ามันจะได้เรื่อง ไลก้าอดเหลือบมองหน้าจออย่างสงสัยไม่ได้

แน่สิ...นั่นไงนิ้วชี้ไปยังรายชื่อผู้ที่ได้รับบัตรมีตติ้งของโลแกน ดวงตาของไลก้าจ้องไปยังจุดนั้นก่อนเบิกตาโตด้วยความตกใจ

โอ้ ไม่นะ นั่นชื่อเธอ!” ไลก้ากรีดร้องดีใจแทนเพื่อนสาวที่เอามือปิดปากตัวเองกันเสียงกรี๊ด ในที่สุดฝันก็เป็นจริง!

ความดีใจอันแสนสั้นหยุดลงทันทีเมื่อถึงเวลาของบทเรียนที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า สองสาวจึงรีบคว้าทุกอย่างบนโต๊ะและจ้ำอ้าวไปยังตึกเรียนอย่างรวดเร็ว

เพียงไม่นานห้องที่เคยเงียบกริบไร้เสียงใด ๆ ก็เกิดเสียงอื้ออึงดังไปทั่วเพราะเหล่าสมาชิกในห้องเรียนเริ่มทยอยเข้ามาในชั้นและสนทนาถึงเรื่องราวที่ตนได้พบมาในชีวิตประจำวัน ส่วนอลิซและไลก้าก็จับจองที่หนึ่งไม่ห่างจากหน้าชั้นเรียนมากนัก

ประตูห้องเปิดอีกครั้งเผยให้เห็นหนึ่งร่างที่คุ้นหน้า ชายวัยกลางคนหัวล้านสวมแว่นหนาพร้อมสูทสีน้ำตาลเข้มแสนโบราณมาพร้อมกับอีกหนึ่งคนแปลกตา...หมายถึงแปลกตาทุกคนที่ไม่เคยพบเห็นยกเว้นอลิซที่เริ่มเบนหน้าไปทางอื่นอย่างเสียอารมณ์

วันนี้มีสมาชิกใหม่มาแนะนำให้รู้จักนี่คือเรย์ เว็กซ์ฟอร์ด จะมาเรียนกับพวกเราที่นี่จนถึงปีสุดท้ายใบหน้าไร้ความรู้สึกยืนนิ่งอยู่หน้าห้องก่อนถูกอาจารย์ผายมือให้เดินไปจับจองที่นั่งว่าง และด้วยนิสัยอันแสนจะเป็นมิตรของเรย์ เขาจึงเลือกนั่งในจุดที่ห่างไกลจากผู้คนมากที่สุด...

เชื่อเค้าเลย หมอนั่นรักสงบหรือยังไงกันนะไลก้าเหลือบมองชายหนุ่มที่กอดอกพิงพนักด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

ทางที่ดี เธออย่าคุยกับหมอนั่นให้ประสาทเสียจะดีกว่า

เธอรู้จักเขาด้วยเหรอ

อืม...ก็เพื่อนบ้านคนใหม่ ไลก้าร้องอ๋ออย่างเข้าใจ

หลังคาบเรียนที่ว่าบทสนทนาของแต่ละคนก็เปลี่ยนไปทันที พวกเขาเหล่านั้นให้ความสนใจแก่ชายหนุ่มเชื้อสายเอเชียที่ย้ายเข้ามาใหม่อย่างออกรส ข่าวลือแปลกประหลาดมากมายจึงก่อตัวขึ้นตามไปด้วย อลิซที่นั่งกินมื้อเที่ยงอยู่มุมหนึ่งของโรงอาหารจึงได้ยินอย่างช่วยไม่ได้

เขาว่ากันว่าเรย์เป็นเด็กฉลาดที่สุดในเมืองก่อนย้ายมาเรียนที่นี่เหรอไลก้าคว้าโค้กไดเอทขึ้นมาดื่มอึกหนึ่งก่อนตั้งตารอคำตอบจากคนที่กำลังอ้าปากกัดแฮมชีทที่อยู่ในมือ

ฉันไม่รู้

แล้วที่เขาว่านอกจากเก่งเรื่องเรียน กีฬาเค้าก็เจ๋งด้วยจริงหรือเปล่าอลิซส่ายหน้าหน่าย ๆ และพูดกับไลก้าที่เอาแต่ยิ้มอย่างมีเลศนัย

ที่ฉันบอกไป เธอไม่คิดจะสนใจมันเลยใช่ไหม

อะไร เรื่องที่เธอบอกว่าอย่าคุยกับเขาน่ะเหรอ ฉันคิดว่านั่นออกจะไร้สาระ เรย์ต้องเจ๋งกว่าที่คิดแน่

ฉันเตือนเธอแล้วนะ หมอนั่นไม่ใช่คนที่คุยด้วยง่าย ๆ หรอก มนุษย์สัมพันธ์ก็ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ด้วย อลิซพ่นลมพรืดเมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อวันก่อนก็ยังโมโหไม่หายและหันกลับมาให้ความสนใจกับแฮมชีทอีกครั้ง

เฮ้ นั่งด้วยกันสิไลก้าร้องเรียกใครบางคนให้นั่งลงกินมื้อเที่ยงด้วยกัน สายตาของอลิซมองตามใบหน้ายิ้มแย้มของไลก้าและแทบหมดลมหายใจ เรย์วางถาดอาหารบนโต๊ะและนั่งลงข้าง ๆ อลิซเป็นการตอบรับคำชวนไลก้า...แฮมชีทที่กลืนเข้าไปรู้สึกฝืดคอจนต้องให้โค้กช่วยดันมันลงกระเพาะทันที อลิซรู้สึกได้ว่าหายนะกำลังมาเยือนเธอ

 “เธอเรียนเก่งจริง ๆ หรือเปล่าไลก้าไม่รีรอ เธอสืบประวัติเรย์โดยทันทีในขณะที่เจ้าตัวก็ทำเพียงแค่เขี่ยอาหารบนจานไปมา

ฉันไม่เคยได้ต่ำกว่าเอลบไลก้าพยักหน้ารับส่วนอลิซทำเพียงจ้องมองพฤติกรรมของเรย์อย่างประหลาดใจ

กีฬาล่ะ เธอเป็นบ้างหรือเปล่า

ทุกอย่างถ้าอยากจะเล่นเป็นคำตอบที่แสนจะเท่ในสายตาของไลก้าแต่อลิซรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่ได้ยินเรื่องทำนองนี้กับหูตัวเอง

ว้าว! งั้นเจ๋งเลย จริงสิฉันชื่อไลก้า รอสนะ เป็นประธานชมรมเชียร์และก็มีหน้าที่อีกเยอะแยะถ้านายอยากรู้ไลก้ายื่นมื่อให้เรย์จับ เขายื่นจับมันด้วยดี มันแปลกเหลือเกินที่เธอเห็นภาพนั้นด้วยตาตัวเอง

บทสนทนาของไลก้ากับเรย์ดำเนินไปเรื่อย ๆ แม้ส่วนใหญ่แล้วไลก้าจะเป็นคนพูดเสียมากกว่าแต่เรย์ก็เป็นผู้ร่วมสนทนาที่ดีเกินคาด เขานั่งนิ่งพยักหน้าบ้าง ตอบรับบ้าง ตามประสาคนที่เพิ่งเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ เนื้อหาส่วนใหญ่ที่ไลก้าพูดมักเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย กิจกรรมและไม่ลืมที่จะเชิญชวนเรย์ให้ร่วมกิจกรรมสักอย่างถ้าหากสนใจ ช่างเป็นบทสนทนาที่แสนจะธรรมดาและเป็นกันเองในระดับดีอย่างที่อลิซไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ในที่สุดบทสนทนาก็จบลง เรย์ขอตัวเดินออกไปก่อน อลิซเหลือบมองดูอาหารในถาดของเขาที่ไม่ได้พร่องไปเลยนั้นและหันกลับมาสนใจแก้วโค้กของตัวเองจนว่างเปล่าเพื่อหลบสายตาที่เรย์มองมาอย่างน่าอึดอัดก่อนเขาจะเดินจากไป

ไม่เห็นเป็นอย่างที่เธอพูดเลยไลก้าฟ้องเมื่อเรย์ไม่ได้เป็นอย่างที่อลิซว่า

นั่นสิ น่าแปลกชะมัดอลิซก็ไม่อยากเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นจริง

เธอควรหัดเปิดปากพูดกับเขาดี ๆ ก่อนสิแล้วค่อยมองเขาแบบนั้นอลิซไม่รู้จะอธิบายเช่นไรดี เธอจึงได้แต่เงียบและไม่คิดเถียงกลับ เพราะเธอไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันเรื่องที่พูดและไลก้าก็พิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วซึ่งมันแตกต่างจากสิ่งที่เธอยืนยันไว้ในตอนแรก

เรื่องนั้นปล่อยมันไปเถอะ ฉันสนใจสิ่งนี้มากกว่าอลิซเปลี่ยนประเด็นและให้ความสนใจกับบางสิ่ง ไลก้ามองกระดาษเอสี่ที่อลิซถือติดตัวมา ภายในนั้นระบุวิธีรับบัตรมีตติ้งที่เพื่อนของเธอตั้งตารอคอย ไลก้าอดคิดไม่ได้ว่าอลิซเอาเวลาที่ไหนไปจัดการเรื่องพวกนี้แทนที่จะคิดสานสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านคนใหม่

นั่นคงสำคัญมากกว่าเพื่อนบ้านจริง ๆไลก้ากอดอกมองหน้าอลิซที่ยิ้มแบบไม่ทุกข์ร้อนใจ

ฉันจะแต่งตัวยังไงดีล่ะ ทรงผมไหนจะโอเค ช่วยคิดหน่อยสิไลก้าส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ ดูท่าอลิซคงไม่มีเรื่องของเรย์ในหัวเลยแม้แต่นิด

แม้ดวงตะวันไม่ได้ทำหน้าที่ในเมืองวอเตอร์ฟอร์ดมากนัก แต่แสงจาง ๆ ของมันก็บ่งบอกเวลาเย็นย่ำมาถึงแล้ว อลิซโบกมือลาให้ไลก้าที่แยกทางกลับบ้านด้วยรอยยิ้มสดใสก่อนก้าวเดินไปเรื่อย ๆ บนเส้นทางเดิม ๆ และวันนี้เธอตั้งใจว่าจะไม่ใช้บริการรถประจำทาง เพราะเธออยากเดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ และชื่นชมกับธรรมชาติรอบ ๆ เสียหน่อย

ความเปียกชื้นของพื้นยังคงมีให้เห็นแต่โชคดีวันนี้ฝนตกน้อยลงกว่าเดิม เธอจึงเดินได้อย่างสบาย ๆ ท้องฟ้าสีเทาจาง ๆ ถูกเปลี่ยนเป็นสีส้ม นกน้อยนับสิบตัวต่างโผบินกลับรังเหมือนเช่นเธอ ความสุนทรีย์   รอบ ๆ เส้นทางทำให้เด็กสาวอารมณ์ดีและสูดเอาอากาศเย็นเข้าปอดอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องที่ทำให้เธอยิ้มร่าได้ขนาดนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องเดิม ๆ โลแกนคือเรื่องดี ๆ ที่เธอกำลังมีความสุขอยู่

แต่แล้วทุกอย่างก็สิ้นสุดลง เมื่อทางข้างหน้าถูกใครบางคนที่เยื้องย่างเข้ามาหยุดตรงหน้าและขัดขวางบรรยากาศดี ๆ ของเธอไปเสียหมด อลิซถอนหายใจก่อนเดินหลบร่างที่ว่าและตั้งใจจะออกห่างให้เร็วที่สุด

คิดว่าเธอทำอะไรอยู่คำถามลอยปะทะหู อลิซหยุดเดินและหันกลับหลัง

อะไรเธอถามซ้ำ เรย์จ้องนิ่งมองคนที่หยุดรอฟังคำตอบ เรย์จึงเดินเข้าใกล้อีกนิดและพูดในสิ่งที่ต้องการจะบอก

ฉันไม่เคยอนุญาตให้เธอพูดเรื่องของฉันอลิซขมวดคิ้วมุ่น

แล้วไงเธอยอกย้อนอย่างใจเย็น

พูดง่าย ๆ ฉันไม่คิดว่าเธอมีความสำคัญมากพอที่จะบอกเรื่องของฉันให้ใครฟัง เธอเป็นคนแปลกหน้า เพราะงั้นอย่าเสียมารยาทโดยการพูดถึงฉันในทางที่ไม่ดีอีกประโยคนั้นชวนให้ใบหน้าของเธอหงิกงอเต็มที่

“ให้มันน้อย ๆ หน่อย ฉันก็แค่พูดความจริง” เธอเถียงและไม่คิดว่าเรื่องนี้เธอเป็นฝ่ายผิด

“เธอคงไม่เข้าใจคำว่ามารยาททางสังคมงั้นสิ”

กล้าดียังไงถึงได้ว่าคนอื่นแบบนี้เรย์เอียงคอเล็กน้อยฟังคำโต้เถียงพลางขำในลำคอแสดงถึงการเหยียดหยาม

หึ...เธอไม่มีสิทธิ์จะเถียงด้วยซ้ำ ขอร้องล่ะ อย่าพูดใส่ความคนอื่นแบบนั้นอีกและถ้าไม่เชื่อสิ่งที่ฉันบอกไป ฉันสาบานว่าจะทำให้เธอไม่มีปากพูดอีกแน่ ๆน้ำเสียงวางอำนาจกำลังขู่ ใบหน้าที่ราบนิ่งตลอดเวลาปรากฏแววตาน่ากลัวอย่างที่อลิซไม่เคยพบเห็นเหมือนต้องการยืนยันว่าเขาเอาจริงแน่ เธอจึงกัดฟันเงียบและไม่คิดตอบโต้อีก

“เข้าใจก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องเสียเวลากับเธออีก” เมื่อข่มขู่จนพอใจร่างนั้นก็เดินห่างออกไปและทิ้งความอึดอัดกองใหญ่ลงตรงหน้าอย่างไม่แยแสว่าเธอยินดีที่จะรับมันไว้หรือไม่และตอนนี้เธอเข้าใจอยู่หนึ่งสิ่ง...เรย์เป็นมิตรกับทุกคนยกเว้นเธอและน้าเจมส์

กระเป๋าสะพายฟาดลงบนเตียงอย่างแรงพร้อมร่างที่เดินหัวเสียไปมาภายในห้อง เธอไม่เคยรู้สึกโกรธและเกลียดใครเท่านี้มาก่อน อีกทั้งไม่รู้จะระบายความอัดอั้นนี้กับใครได้ มือกำแน่นและสมองยังทวนคำพูดน่ารังเกียจในหัวซ้ำไปซ้ำมา

ทำไมถึงทำอะไรไม่ได้สักอย่างนะ!” เด็กสาวนั่งลงและถอนหายใจอย่างรำคาญ ใบหน้ามึนตึงเงยมองไปยังภาพของโลแกนที่กำลังยิ้มสวยอยู่ตรงนั้น

“ฉันโกรธหมอนั่นจริง ๆ เลย ให้ตายสิ คนอะไรก็ไม่รู้ทั้งหยาบคาย ไร้มารยาท มนุษย์สัมพันธ์บกพร่องและ เฮ้อ! อะไรอีกเยอะแยะที่ฉันนึกคำด่าไม่ออก” อลิซถอนหายใจพรืด ไล่ความรู้สึกโกรธเกลียดให้ออกจากอก แต่มันก็ยังวนเวียนไม่หาย จนเวลาล่วงเลยไปเรื่อย ๆ อาการของเธอก็ยังไม่ดีขึ้นและอลิซก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองหมกมุ่นกับเรื่องนี้จนเกินไปและกำลังลืมไปว่ายังมีเรื่องโชคดีรอเธออยู่

“ให้ตาย ฉันจะสนใจหมอนั่นทำไมกัน นี่ฉันต้องสนเรื่องบัตร   มีตติ้งโลแกนมากกว่านะ” เธอนึกขึ้นได้และคว้ากระเป๋าขึ้นมาค้นหากระดาษเอสี่ที่เธอพิมพ์ออกมาเผื่อเก็บเอาไว้อ่านก่อนเข้ารับบัตรในงาน มีตติ้งที่จะถึงในวันพรุ่งนี้

โอเค ฉันทำเพื่อนายแล้วกัน ลืมความโกรธแล้วก็มายิ้มให้นายแทน อลิซเงยหน้ามองใบหน้างดงามนั้นอีกครั้งก็อดเผยรอยยิ้มเขิน ๆ ไม่ได้ เธอไม่อยากนึกเลยว่าถ้าเกิดได้พบโลแกนจริง ๆ เธอจะเป็นลมล้มพับไปต่อหน้าเขาหรือเปล่า แค่คิดก็รู้สึกหวิว ๆ ที่หัวใจ อดคิดเพ้อเจ้อไปต่างต่างนานาไม่ได้ นั่นทำให้อาการขุ่นเคืองหายไปปลิดทิ้ง ก่อนจะมองนาฬิกาที่ล่วงเลยไปเสียนานและคว้าผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไป “ฉันจะมีความสุขที่สุด เพราะฉันจะได้เจอนายแล้วนะ โลแกน”

Saturday 1 p.m.

เด็กสาวเดินลงมาจากห้องอย่างร่าเริง ใบหน้าอารมณ์ดีแตกต่างจากเมื่อวานเป็นอย่างมาก เธอทำเหมือนกับว่ากำลังเต้นรำไปทั่วบ้านและตอนนี้เธอกำลังเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังห้องครัว เปิดตู้เย็นและเทน้ำส้มคั้นลงแก้ว ยกดื่มจนหมดและรู้สึกสดชื่นยิ่งกว่าวันไหน ๆ

วันนี้แล้วสินะเด็กสาวยิ้มให้กับความรู้สึกดี ๆ ที่กำลังเข้ามาหาเธอ เมื่อพร้อมทุกอย่าง อลิซจึงเดินไปยังเจมส์ที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่เงียบ ๆ

น้าคะ ตามสัญญาอลิซนั่งลงบนโซฟาตัวข้าง ๆ ก่อนยิ้มและยื่นมือไปยังคนที่ยกหนังสือพิมพ์ปิดหน้า

โอ้ ขอให้สนุกนะน้าเจมส์พับหนังสือพิมพ์ ล้วงกุญแจออกมาวางลงบนมือเธอ แต่ก่อนที่อลิซจะกำมันไว้ได้ทันก็ถูกเจมส์ยกออกจากฝ่ามือ เธอขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจและมองมือเปล่า ๆ ที่ไม่มีกุญแจอยู่บนนั้น

ทำอย่างหนึ่งให้น้าก่อนได้ไหม

อะไรคะ

เด็กสาวถอนหายใจอย่างนึกรำคาญ ในเมื่อเธอกำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้านของเรย์ ใบหน้าหงิกงอบอกได้ว่าเธอไม่ได้เต็มใจกับเรื่องนี้เลยแต่ก็ต้องทำเพื่อรถของเจมส์ที่ยืมไว้ใช้เพื่องานมีตติ้งที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ เธอถอนหายใจอย่างเบื่อ ๆ ก่อนจะคว้ากุญแจสำรองขึ้นมาและกำลังชั่งใจว่าจะไขมันเข้าไปดีหรือไม่

มันไม่ใช่เพราะเธอเกรงกลัวเจ้าของบ้าน แต่เธอรู้สึกไม่อยากพบเจอหน้าหรือเห็นอะไรสักอย่างที่มีเจ้าของนามว่าเรย์แต่สุดท้ายเธอก็ต้องไขกุญแจเข้าไปอยู่ดี

เมื่ออลิซเข้ามา เธอก็รีบมองหาของที่น้าเจมส์สั่งให้นำกลับไปเพราะไม่อยากเสียเวลากับบ้านหลังนี้แม้แต่วินาทีเดียว ด้านซ้ายคือห้องครัวที่ไม่มีกิจกรรมการทำอาหารอย่างที่คิด มีเพียงอ่างล้างจานที่เต็มไปด้วยจานและแก้วน้ำแช่อยู่อย่างนั้น นี่คือสิ่งที่น้าเจมส์บอกให้เธอนำมันกลับไป

โสโครกชะมัด ได้แต่วาดมาดทำเป็นเท่ แค่ล้างจานก็ทำไม่ได้นี่นะ ให้ตายเหอะอลิซอดไม่ได้ที่จะกระทบกระเทียบเจ้าของบ้านก่อนลงมือจัดการกับสิ่งปฏิกูลนั้นอย่างรวดเร็ว

จานชามและแก้วน้ำปราศจากกลิ่นคาวเหม็นที่เคยส่งกลิ่นตลบอบอวล อลิซมองหาตะกร้าเพื่อใส่จานชามที่จะนำกลับไปยังบ้าน ทุกอย่างจัดเก็บอย่างเรียบร้อยพร้อมให้เธอยกด้วยสองมือก่อนจะพาตัวเองเดินจากห้องครัวไป

ตุบ! อลิซมัวแต่สนใจตะกร้าใบใหญ่จนเผลอชนเข้ากับกองหนังสือเล่มหนาที่วางอยู่บนโต๊ะ ใบหน้าของเธอยุ่งเล็กน้อยก่อนจะวางตะกร้าลงกับพื้นและหันมาจัดการเก็บหนังสือที่หล่นลงมาอย่างรีบเร่ง

ให้ได้แบบนี้สิ คนยิ่งรีบ ๆอลิซนำมันวางในที่ที่เคยอยู่ แต่ดวงตาสีน้ำตาลก็เผลอเหลือบเห็นหนังสืออีกเล่มที่สะดุดตา

หน้าปกสีดำเก่า ๆ ผ่านการอ่านมานับร้อยครั้ง มีรอยขีดข่วน จาง ๆ อยู่เต็มหน้าปก ตัวหนังสือสีทองสลักเอาไว้บนหน้าหนังสือ มันไม่ใช่ชื่อเรื่องแต่มันกลับเป็นชื่อของคน ๆ หนึ่งเสียมากกว่า

“Alexander Wexford” อลิซอ่านมัน พาลให้นึกถึงนามสกุลเจ้าของบ้าน เธอเปิดดูข้างในด้วยท่าทีอยากรู้ กระดาษสีน้ำตาลดูเก่าเหมือนหน้าปก ภายในนั้นถูกเขียนด้วยลายมือของเจ้าของเดิมเพราะหมึกที่เขียนไว้บ้างก็ซึมเลอะเทอะบ้างก็ชัดเจน อลิซนึกเดาเอาว่ามันคงเป็นไดอารี่เขียนถึงชีวิตประจำวันของคน ๆ นี้เป็นแน่ แต่พอก้มอ่านเนื้อหากลับผิดแผกจนชวนให้เธอกลับไปอ่านมันอย่างอยากรู้

มันดูเป็นเรื่องงมงายเสียนี่ แต่หากไม่พบด้วยตาตัวเอง คงจะไม่เชื่อว่าสิ่งนั้นมีอยู่จริง... ผู้หญิงแสนสวยที่เคยจากโลกนี้เมื่อหนึ่งปีก่อนกลับมาด้วยสภาพปกติจนน่าพิศวง โชคดีที่หล่อนไม่รู้จักข้า ไม่เช่นนั้นต้องเกิดเรื่องไม่ดีแน่ ๆ...อลิซเงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้าที่งงงวยก่อนเปิดข้ามไปอีกหลายหน้าและหยุดอ่านยังหน้าที่สะดุดตา

หล่อนเปรียบได้กับซัคคิวบัสในตำนาน ดูงดงามจนน่าหลงใหล แต่ในยามค่ำคืนอันมืดมิดกลับเอาชีวิตของชายหนุ่มอย่างน่าสะพรึงกลัว ดวงตาฉาบไปด้วยแววของสัตว์ร้ายกาจ สีตาหล่อนเปลี่ยนเมื่อกำลังลงมือขย่ำร่างนั้น... เลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนและกระจัดกระจายเต็มไปหมด กลิ่นคาวของมันก็ยากที่จะฝืนทนมันได้ โอ้พระเจ้า! นี่คือครั้งแรกที่ข้าเห็นอะไรเช่นนี้ด้วยตาตัวเอง มันชัดเจนยิ่งกว่าคำบอกเล่าหรือตำราเล่มหนาที่เคยอ่าน อลิซพลิกหน้ากระดาษไปยังหน้าต่อไป

บัดนี้เลยคำว่าหวาดกลัวไปเสียแล้ว มีเพียงทางเดียวที่จะรอดได้ หากทำให้มันบาดเจ็บแสนสาหัส ตัดหัวและเผามันด้วยกองเพลิงที่สุมให้ลุกโชนเข้าไว้เพื่อเผาร่างนั้นให้เป็นธุลีดิน...แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำ มีหนทางไม่มากนัก จงรีบควานหาสิ่งใดก็ได้ ไม้ปลายแหลม เหล็กกล้าเพื่อปกป้องลมหายใจเอาไว้เพียงครู่และจงภาวนาให้ผู้เป็นเจ้าอย่าปล่อยมือไปจากเรา... ในที่สุดเธอก็เข้าใจ อลิซวางมันลงที่เดิมและถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย

เสียเวลาจริง ๆ หมอนี่คงเขียนนิยายแนวสยองขวัญอยู่แหง ๆ เธอเสียเวลาเพราะหนังสือไร้สาระเล่มนี้จนได้ อลิซคว้าตะกร้าใส่จานชามขึ้นมาและเดินออกจากบ้านและลืมเรื่องที่ว่าไปเสียสนิท...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

428 ความคิดเห็น

  1. #380 yukai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 15:41
    เจมส์   มาเป็นไทเลอร์ได้ยังไง
    #380
    1
    • #380-1 wondermomo(จากตอนที่ 3)
      2 เมษายน 2558 / 15:50
      มีเฉลยแน่นอนค่า ^^
      #380-1
  2. #352 ★ .•°Mademoiselle•.°´ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 13:08
    ชีวิตอลิสน่าสงสารจัง แลดูหดหู่
    ซับซ้อนและลึกลับมากเรื่องนี้ รอเจอโลแกนค่ะ
    ปล หมั่นไส้เรย์ตงิดๆ ปากร้ายจุง
    #352
    0
  3. #335 phan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 15:18
    ลุ้นค่ะ....เรย์เป็นใครแล้วน้าเจมส์เป็นใคร...ติดตามอ่านค่ะ
    #335
    0
  4. #324 โมเม' (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:23
    กรี๊ด!!! ชอบเรย์มากๆ ค่า ถึงนางจะโแบด แต่ก็แบดแบบน่าหมั่นไส้อ่ะ เอ๊ะยังไง 5555
    ยิ่งใช้อิมเมจเป็นจีดราก้อนยิ่ง โอ้ว...เหมาะมากค่า ตบมือๆ
    ว่าแต่หนังสือนั่น...
    ติดตามค่ะ ติดตาม!
    #324
    0
  5. #297 Daren L. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2557 / 23:51
    ก่อนไปนอน ขอมาอ่านอีกซักตอนเถอะน่า 
    ตอนนี้คือบับ เรย์!!!!! บางทีมันก็น่าหมั่นไส้แบบเอ็นกระตุกนิดๆนะคะ คือยังไงดีล่ะ บุคลิกมันดูเป็นคนมีเสน่ห์นะ แบบผสมความน่าหมั่นไส้ลงไปด้วยอ่ะ แหมะ มัวพูดถึงเรื่องนี้จนลืมเม้นต์เรื่องอดีตของหนูอลิซเลย เป็นอะไรที่น่าสงสารซ้ำซ้อนมากอ่ะ ฮึ่ย สรุปว่าตอนนี้อ่านแล้วลืมไปเลยว่ารอกรี๊ดโลแกน 5555 
    ปล. ไว้จะมาอ่านต่อค๊าบ สู้ๆค๊าบพี่โม~
    #297
    0
  6. #292 Marie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 05:54
    แหมพ่อเรย์
    พ่อคนเก่ง
    พ่ออัจฉริยะ
    หมั่นไส้นิสัยมันจริงๆ55555
    คาแรคเตอร์ของอลิซนี่แบบเหมาะกับพี่ญาญ่าจริงๆอ่ะพี่โม น่าร้ากกกก 
    บีมชอบมากกว่านังแมดดี้อ่ะเออ อยากรู้จริงๆสาวงามที่ชอบพรากหัวใจชายหนุ่มในยามค่ำคืนนี่นางเป็นใคร 
    หรือว่า... ติดตามกันปายย -..-
    #292
    0
  7. #254 ForFun★ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 / 01:41


    พี่โมชอบเบี่ยงประเด็นอ่ะ ๕๕๕
    แหม่ ในตอนที่แล้ว ไอ่ขิมก็ลืมเม้นเรื่องเรื่องที่หดหู่ของอลิสไปสนิทเลย -0-
    ก็ว่าอยู่ ว่าอลิซจะเขียนอะไรส่องไปให้โลแกน
    ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง -..- อยากรู้จังว่ามันจะมีอะไรหักมุมเกี่ยวกับจุดนี้รึเปล่า

    เรย์ หนูเคยโดนตบมั้ยลูก - -+
    "ฉันไม่เคยได้เอลบ"
    ย่ะ พ่อคนเรียนเก่ง พ่อคนไม่เคยได้เอลบ กร๊าซซซซซซซซ =___=^^^
    เอาโลแกนออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะพี่โม เค้าจะเอา จะเอาๆๆๆ โลแกนอ๊าาาาาาา
    เอาเรย์ไปเก็บซ้าาาา กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

    เฮ้ย ว่าแต่ เรย์จะอ่านเรื่องพวกนี้ไปเพื่ออะไรอ่ะ -0-
    เพราะดูแล้ว นางดูไม่น่าจะเป็นคนที่สนใจอะไรที่มันไร้สาระพวกนี้
    หรือว่ามันอาจจะมาจากเรื่องความเก่าแก่ของตระกูลเฮียแกด้วย? เออ ก็อาจจะเป็นไปได้
    #254
    0
  8. #242 Ketos (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2556 / 15:19
    อ่านมาได้ซักพัก และลงความเห็นกับตัวเองว่า เรื่องนี้ไม่ควรพลาดเลยซักตอน!
    เหมือนเนื้อเรื่องจะดำเนินมาแบบเรียบๆง่ายๆ แต่มันมักอะไรซ่อนอยู่ด้วยเสมอ

    น่าติดตามทุกตอน
    #242
    0
  9. #203 pie-apple (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 19:49
    เรย์ตอบคำถามได้น่าหมั่นไส้มาก
    #203
    0
  10. #174 TANH_ZEPIA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2555 / 22:55
    อ๋อ ตอนต้นเรื่องนี่คืออดีตของอลิซนี่เอง
    น่าสงสารอะ เป็นเหตุที่สะเทือนใจมากๆ เลยนะเนี่ย
    ไม่แปลกใจเลยที่ได้รับเลือกให้ไปงานมีตติ้ง
    แบบ...โห แค่งานศพของคุณปู่ก็เศร้าแล้ว
    นี่ขณะไปงานศพของคุณปู่ ยังเกิดอุบัติเหตุจนพ่อแม่เสียชีวิตอีก
    ถ้าอลิซยังจำเหตุการณ์ได้ คงเป็นวินาทีที่เศร้าใจน่าดู

    เรย์... แกเป็นอะไรกับอลิซมากปะเนี่ย
    ดูตั้งใจหาเรื่องมากมาย
    ทีกับคนอื่นนี่ทำตัวสบายๆ พูดคุยได้ตามปกติ
    ไลก้าคงงงเนอะ ไหนบอกว่าคุยยาก
    ก็เห็นตอบคำถามอะไรต่อมิอะไรปกติดีนี่
    แน่สิ เธอต้องมาเห็นตอนเรย์อยู่ในบ้านอลิซ
    มนุษยสัมพันธ์บกพร่องของแท้!!

    เอิ่ม...ถึงขนาดต้องไปเอาจานกลับมาด้วยเลยเหรอนี่
    อย่าบอกนะว่าต้องล้างจานให้เรย์ด้วยน่ะ!!
    ชีวิตแกจะคุณชายมากเกินไปแล้วนะเรย์
    แต่ถึงจะสูงส่งยังไงก็ไม่ควรมองคนอื่นด้วยสายตารังเกียจนะ
    เพราะมันยิ่งทำให้นายดูแย่แทนที่คนเค้าจะเคารพนับถือน่ะสิ

    ชอบหนังสือตอนสุดท้ายอะ
    มันต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเห็นได้ชัดกับเรื่องนี้แน่ๆ
    เริ่มมั่นใจ เมื่อเห็นตำนานนี้โผล่มารอบที่สอง หุหุ

    นิดหน่อยค้าบ
    อาจาย์ = อาจารย์
    เหยียบหยาม = เหยียดหยาม


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 ธันวาคม 2555 / 22:57
    #174
    0
  11. #140 monobizz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 16:12
    ลึกลับ ... ยังคงความลึกลับไว้ดีเช่นเคย
    ภาษาก็สวยงามอยู่เสมอ อ่านแล้วไม่มีสะดุด
    แบบนี้ให้รางวัล นักเขียนดีเด่นไปเลยครับผม!!


    กลับเข้าเรื่อง...
    เรย์ แกมีดีอะไร ก็แค่หล่อ รวย ดูดี เท่ มาดไฮโซ
    (ไม่ได้ดูดีเลยจริงจร๊ิงงงงงงงงง >.,< )

    แต่เสียอย่าง...แกหยิ่งเว่อร์ จนน่าตบอะ
    (อินังนี่โดนตบแทน)

    หรือเป็นเพราะความลึกลับ ทำให้เรย์แลดูหยิ่ง
    หรือเป็นเพราะมีเบื้องหลัง หรือๆๆๆ
    เดาทางไม่ออกจริงไรเตอร์เอ๊ยยยยย T^T!!!


    ปล.อลิซเกลียดมันเลยลูก
    เรย์มันจะได้เป็นของเจ๊แทน
    55555555555555
    #140
    0
  12. #124 Alive4Dream (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2555 / 16:32
    อ่านแล้วรู้ background ของอลิซไปอีกนิดนึงแล้ว แต่แอบสงสัยว่าทำไมอลิซจำเรื่องเหล่านั้นไม่ได้เลยนะ

    หรือเป็นเพราะว่าเรื่องมันเลวร้ายเกินจนร่างกายของอลิซต่อต้านที่จะจำมัน

    แต่ก็ดีแล้วที่อลิซจำมันไม่ได้ ไม่อย่างนั้นมันคงเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดจริงๆ



    อีกอย่างแอบหมั่นไส้เรย์ ทีกะคนอื่นก็พูดคุยดี ทำดีด้วย แต่กะอลิซ กะน้าเจมส์ ทำไมทำแบบนั้นนะ เย็นช้าจริงๆ



    แต่โดยรวมก็ชอบตอนนี้อ่ะ อ่านแล้วเข้าใจง่าย แอบงงตอนอลิซอ่านหนังสือตอนไปที่บ้านเรย์นิดนึง // โมไม่ได้เขียนงงนะ แต่โอ๋ไม่มีจินตนาการมากพอมากกว่า ^^"



    ส่วนตอนนี้กำลังลุ้นเลยว่างาน meeting Logan จะเป็นยังไงนะ อิอิ
    #124
    0
  13. #92 Green Doraemon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2555 / 05:54
    พี่โมเพิ่ม ง.งู เข้าไปในคำว่า แต่ อ่า มันจึงกลายเป็นแต่ง(ฉากถัดจากตอนที่เรย์กินข้าวกับลิซ)
    นอกนั้นก็ไม่มีคำผิดแล้วค่ะ ^O^!
    ตามมาเคลียร์ให้แล้วน้า นี่ขิมมาช้าเกินไปมั้ยอ่า -_-;
    เรย์น่าหมั่นไส้อ๊ะ คนอะไร ผู้ดี๊ผู้ดีผิดกันกับทรงผม =_=
    (โดนพี่แพทตบ! 555)
    #92
    0
  14. #78 Fie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กันยายน 2555 / 13:39
    ภาษาสวยงามมากค่ะ

    อ่านแล้วอินสุดๆ ชอบแนวนี้ หาอ่านมานานน
    #78
    0
  15. #64 GD จ้า ^^ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2555 / 08:50
    หนูเรย์น่าหมั่นไส้มากๆเลยอ่ะ 
    #64
    0
  16. #53 ๏Pinny๏ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2555 / 14:18
    ทำไมอีตาเรย์โหดมากกก น่าหมั่นไส้จริงๆ 55

    ท่าทางอลิซจะมีความหลังเยอะ อยากรู้จังว่าเธอเป็นอะไร จะเกี่ยวอะไรกับซัคคิวบัสมั้ยนี่

    ถ้าเกี่ยวนะ ได้เป็นปีศาจสาวสุดเซะซี่เลยอะ >.,<
    #53
    0
  17. #40 Tara (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2555 / 17:22
    เด็กน้อยคงไม่รู้สินะว่าคุณปู่ไปสบายเเล้วเเละคุณพ่อเเละคุณเเม่ของเด็กน้อยก็ไปสบายเเล้วเช่นกัน เศร้าดีนะ สมเเล้วล่ะที่อลิซชนะ มันเกิดกับเธอด้วยสิ
    เรย์กับไลก้าก็คุยกันดีนิเเต่ทำไมเรย์กับอลิซถึง...!?

    #40
    0
  18. #30 °My_Dear° (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2555 / 22:28
    เรย์เย็นชามากกก ตกลงอลิซเป็นใครกันแน่อยากรู้ๆๆ
    #30
    0
  19. #26 ฺBizcuitO (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2555 / 11:46
    ภาพ bg ก็ประกอบเหมาะเฃียว



    เรย์ นี่แนวเถื่อน ดิบ เซอร์ ติสดีนะ เค้าชอบบบบ



    อย่าบอกนะว่าคนเดียวกับโลแกน ..ไม่น่าๆ
    #26
    0
  20. #25 Eveeva (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2555 / 12:18
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    อ่านแล้วแบบลุ้นอยู่ตลอดเวลา
    ให้กลิ่นอายความตื่นเต้นแบบสุดๆ
    ชอบอ่าไรเตอร์ > <



    เรย์นี่แอบเท่นะ
    ชอบอีกแล้วววววว
    ฮ่าๆๆๆๆๆ
    มันก็สมควรที่อลิซจะหมั่นไส้จริงๆ นั่นแหละนะ
    ชิ
    ไม่เท่ไม่อภัยให้นะบอก คิคิ



    ว่าแต่ว่าเรื่องราวมันจะเป็นยังไงอ่ะคะ T^T
    ไดอารี่เล่มนั้นแอบน่ากลัวไม่น้อยนะนั่น
    บรรยายเลิศอีกแล้วอ่ะไรเตอร์
    ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
    ชอบทุกอย่างเลย อิอิ >O<



    อัพต่อด้วยนะคะ
    เป็นกำลังใจให้
    สนุกมากกกกกกกกกก
    ติดใจนิยายเรื่องนี้อย่างแรว๊งงงง
    สู้ๆ ค่ะ
    #25
    0
  21. #23 คุณนายควอน* (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2555 / 10:26
    โอ้วววว คุณเรย์ คุณช่างเท่บากใจอิชั้นเสียนี่กระไร 5555
    เหมือนอลิสจะแอบหมั่นไส้นะคะ เธอห้ามหมั่นไส้นะชั้นหวง >.<
    #23
    0