Bloody Day

ตอนที่ 2 : :: Wexford Family ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 ก.พ. 59

Wexford Family

 

            ค่ำคืนที่ไร้แสงของดวงจันทร์ ลมเย็นยะเยือกพัดโกรกร่างที่เดินกอดอกท่ามกลางความมืดมิด สายตาหวาดระแวงกวาดจ้องตลอดทางเดิน เสียงฝีเท้าของเธอดังก้องไปทั่วทุกอณูพื้นที่ แม้จะรู้ว่าตอนนี้คงไม่มีใครหรือตัวอะไรตามเธอมาแต่การย่ำเท้าไปข้างหน้าเพียงลำพังมันทำให้เธอหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย “นี่ฉันอยู่ที่ไหน” 

เธอมุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบ มีเพียงเสียงลมหายใจที่ทอดถอนออกมา ในหัวสมองคิดเพียงแค่ว่า เมื่อไหร่เธอจะผ่านพ้นเส้นทางนี้ไปได้สักที

            แต่แล้ว...ร่างดำทมิฬก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว รูปร่างใหญ่โตแทบบดบังเธอรอมร่อ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีสันและดวงตาเบิกกว้างของเธอมองผู้มาเยือนด้วยอาการตื่นตระหนก “นะ นั่นอะไรน่ะ”

            เสียงลมหายใจครืดคราดของร่างตรงหน้า ย้ำเตือนความสยดสยองอีกระลอก สมองเริ่มสั่งการให้ควบคุมร่างกายเอาไว้แต่มันกลับสั่นเทิ้มและเริ่มควบคุมไม่อยู่ “ชะ ช่วยด้วย!

           

            “หึหึหึ...” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำอันน่าสยดสยองดังขึ้นรอบตัวเธอ ขนต้นคอลุกตั้งชัน หัวใจเร่งจังหวะรัวจนกลัวว่ามันจะหลุดออกจากอก เธอจะหนีออกไปจากตรงนี้ได้อย่างไร

วาระสุดท้ายของหญิงสาวเดินทางมาถึง เมื่อร่างนั้นเคลื่อนตัวเข้าใกล้เธออย่างเชื่องช้าเสมือนกำลังหยอกล้อชีวิตอันแสนสั้น

“ไม่นะ! กรี๊ด!” เด็กสาวกรีดร้อนปานขาดใจเมื่อร่างนั้นโถมใส่อย่างไม่ปรานีและ...  

อลิซสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ ร้อยวันพันปีไม่เคยฝันเรื่องน่ากลัวแบบนี้มาก่อน มือของเธอเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าก็เช่นกัน อลิซเช็ดเม็ดเหงื่อลวก ๆ ก่อนทาบจับที่หน้าอกตัวเอง...

            ใจเย็น ๆ มันก็แค่ความฝันอลิซปลอบตัวเองให้สงบลง ดูท่าคงนอนต่อไปไม่ได้แน่ ความรู้สึกหวาดกลัวยังหลอกหลอนแม้เธอจะตื่นแล้วก็ตาม

            เธอถอนหายใจไล่ความอึดอัดในอก มือกระตุกเชือกเล็ก ๆ ใต้โคมไฟให้ห้องสว่างขึ้นก่อนเธอจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา

            ดวงตาสีเข้มจ้องมองไปยังกระจกที่สะท้อนเงาของเธอ คิ้วขมวดมุ่นถูกคลายด้วยนิ้วชี้ที่กำลังวนไปมาระหว่างคิ้วและบอกกับตัวเองว่า ความกังวลบ้า ๆ จงหายไปซะ!’ จากนั้นเธอจึงยิ้มให้กับตัวเองและออกจากห้องน้ำ

            เข็มสั้นของนาฬิกาชี้ไปยังเลขสามและเข็มยาวชี้ไปยังเลขสิบสอง บ่งบอกว่ามันคือช่วงเวลาของการพักผ่อน คนส่วนใหญ่กำลังตกอยู่ในภวังค์อันน่าอภิรมย์แต่เธอกลับตาสว่าง มีสติเต็มที่จนลืมความง่วงไปเสียหมด 

            เสียงก๊อกแก๊กดังอยู่สักพัก เธอจัดการกับบางสิ่งอย่างเบามือ สุดท้ายเธอจึงนั่งจ้องคอมพิวเตอร์ที่พักไปไม่นาน ปากบางอมยิ้มให้กับสิ่งที่เธอกำลังสนใจ

            ภาพใบหน้าอันหล่อเหลาคมคายของเขาสร้างความรู้สึกแช่มชื่นให้กับเธอได้ดีทีเดียว ความกลัวต่างหดหายไปเพราะเกรงใจอนุภาพความงดงามของโลแกน รอยยิ้มบาง ๆ อันทรงเสน่ห์ทำให้เธอเคลิ้มฝันไปไกล อลิซรู้สึกโชคดีที่มีโลแกนไว้ปลอบประโลมใจ ไม่อย่างนั้นเธอคงนอนกลัวหัวหดอยู่บนเตียงและจินตนาการไปต่าง ๆ นานาจนสติหายลับไปไกล

            “เฮ้...นั่นงานอะไร อลิซคลิกเข้าไปอ่านข่าวใหม่ที่เพิ่งอัพเดทบนเว็บไซด์ประจำ ข่าวดังกล่าวระบุวัน เวลาและสถานที่ของการจัดงาน     มีตติ้งของโลแกน เล่นเอาอลิซนั่งไม่ติดเก้าอี้

            อีกหนึ่งสัปดาห์จะประกาศผล! ให้ตายเถอะ ต้องรีบหน่อยแล้วอลิซดีใจจนแทบคลั่ง เธอรีบอ่านกติกาอย่างรวดเร็วแต่กลับชะงักเมื่อเตะตาเข้ากับข้อความบางอย่าง

            จงเขียนบรรยายเรื่องที่น่าหดหู่ใจมากที่สุดในชีวิต เธอค้อนอยู่ในใจ นี่มันกติกางานมีตติ้งนักร้องดังหรืองานประกวดเขียนเรียงความกันแน่ คิ้วเรียวกดต่ำลงอย่างพินิจพิจารณา เธออ่านมันซ้ำ ๆ จนแน่แก่ใจแล้วว่ามันคือกติกาเพื่อเข้าร่วมงานของโลแกนอย่างแน่นอน

            ใครช่างคิดเชียว งานนี้สาว ๆ ได้ปวดหัวเพราะหาเรื่องหดหู่ในชีวิตมาเล่าให้นายฟังแน่ นั่นรวมถึงฉันด้วยรู้ไหม อลิซบ่นอุบกับภาพโปสเตอร์ขนาดใหญ่ที่อยู่เหนือคอมพิวเตอร์ด้วยสายตาหงุดหงิด 

            แต่จะไปโทษโลแกนก็ไม่ถูก นักร้องดังใช่ว่าจะเจอกันง่าย ๆ มันต้องมีเงื่อนไขที่สมเหตุสมผลถึงจะคุ้มค่าและควรค่าแก่การไขว่คว้า พอคิดเตลิดออกจากประเด็นได้สักพัก อลิซก็กลับมาจ้องเขม็งกับกติกาด้วยท่าทีครุ่นคิด เธอจะทำอย่างไรกับเรื่องที่ว่าและความคิดชั่วขณะก็แล่นแวบเข้ามาในหัว

            “แต่งมันซะเลย” นิ้วของเธอพิมพ์รัวเร็วปั้นเรื่องราวหลอก ๆ แต่สุดท้าย อลิซก็ถอนหายใจออกมา

            “เฮ้อ! มันไม่ถูกต้องเลยนะ” อาการคิดมากเล่นงานเข้าอย่างจัง จู่ ๆ ก็เป็นห่วงความรู้สึกของอีกฝ่ายขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่เขาไม่มีทางรับรู้ว่ามันจะจริงหรือไม่ แต่เธอก็ไม่กล้าพิมพ์ข้อความบ้า ๆ พวกนี้ลงไป เธออยากจริงใจกับโลแกน

            “โธ่เอ๊ย ยัยโง่ มีสักกี่คนกันที่ทำแบบเธอ” อลิซต่อว่าตัวเอง ใบหน้ายู่ยี่กำลังครุ่นคิดอย่างหนัก เธอจะพิมพ์มันดีหรือไม่

            แต่แล้วสายตาของเธอก็พลันเห็นกรอบรูปที่ตั้งเอาไว้ข้าง ๆ ภาพของสมาชิกในครอบครัวที่มีกันสามคนกำลังส่งยิ้มอย่างมีความสุข อลิซหยิบรูปขึ้นมาและครุ่นคิด...ถ้าจะให้พูดเรื่องหดหู่ที่เขาว่ากันคงเป็นเรื่องทำนองนี้หรือเปล่า

            “เฮ้อ แต่ฉันไม่รู้สึกหรือจำเรื่องพวกนี้เลยนะ” แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่มือก็ขยับเขียนเรื่องที่ว่าอย่างช้า ๆ เพราะอย่างน้อยมันก็คือเรื่องจริงเมื่อสิบสามปีก่อน

            อลิซ ตื่นได้แล้ว!” เสียงของเจมส์ทะลุโสตประสาทให้ตื่นขึ้นแต่ดวงตาของเธอไม่ตอบสนองต่อเสียงนั้น ตาเธอยังคงปิดสนิทและทำหน้าที่ของมันต่อไป

            เฮ้! หลานต้องตื่นมาดูโลกสักทีเจมส์เปิดประตูห้องเข้ามาเขย่าตัวอลิซที่ไม่ยอมลุกจากเตียง คนงัวเงียพยายามหลบหลีกคนกวนอย่างสุดความสามารถ

            “น้าเจมส์...ทำไมถึงเข้าห้องหนูได้ล่ะ” อลิซจำได้ว่าเธอล็อกห้องก่อนเข้านอน  แล้วทำไมจู่ ๆ เจมส์ถึงเดินเข้ามาปลุกเธอได้

            “กุญแจบ้านก็มี จริง ๆ ไม่อยากเข้ามาแต่มันจำเป็น เรามีแขก” เจมส์เฉลย อลิซพยายามดันร่างงัวเงียให้ลุกขึ้น ถ้าเป็นวันอื่น ๆ เธอคงลุกขึ้นมาในทันทีแต่เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ล่วงเลยจนถึงเช้าตรู่ไปแล้ว

            “ขอร้องล่ะ วันนี้จำเป็นจริง ๆ เร็วเข้า” เจมส์ร้องขออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอจึงจำใจลุกขึ้นจากเตียง “ค่า ค่า รู้แล้ว”

            ไม่นานอลิซก็จัดการตัวเองจนเสร็จเรียบร้อยและเดินลงมายังโต๊ะอาหาร โดยมีเจมส์ที่กำลังสาละวนกับการจัดเตรียมมื้อเช้าที่อยู่เต็มโต๊ะ

            “วันนี้เป็นวันพิเศษเหรอคะ” อลิซมองดูเหล่าอาหารที่เจมส์จัดเตรียม ดูท่าแขกคนนี้คงสำคัญมากเพราะอาหารแต่ละอย่างมันวิจิตรบรรจง แต่ใช่ว่าอาหารที่เจมส์ทำอยู่ทุกวันดูไม่ได้แต่มื้อนี้มันดูดีเกินความจำเป็น

            “น้าไม่แน่ใจว่าอาหารแบบไหนที่เรย์ชอบน่ะ” อลิซถึงบางอ้อ เรย์คือคนที่เจมส์เปรยว่าจะมาเป็นเพื่อนบ้านใหม่นั่นเอง 

            ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ เธอยังสงสัยก่อนมองดูอาหารบนโต๊ะด้วยความสนใจ

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูทำให้น้าเจมส์เงยหน้าขึ้น ความกังวลของน้าส่งผ่านมายังเธอ

            “หนูเปิดให้ น้าจัดการให้เสร็จเถอะ” อลิซจึงเดินออกไปจากครัวและเปิดประตูให้เพื่อนบ้านคนใหม่ เธอมองดูคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าและกล่าวต้อนรับด้วยความยินดี

            “สวัสดี เชิญเข้ามาก่อน” อลิซหลีกทางให้กับผู้มาเยือน ผู้ชายที่สวมแว่นตาสีดำเดินเข้ามาด้วยใบหน้านิ่ง การที่เธอคาดหวังว่าจะได้รับการทักทาย ดูจะทำให้เธอรอเก้อ ผู้ชายคนนั้นเพียงแค่เดินผ่านไปเฉย ๆ ก่อนจะยืนรอให้เธอเชิญนั่งลงตรงโซฟาอีกครั้ง

            “เอ่อ นั่งรอ...”

            “ฉันไม่มีเวลามานั่งรอทั้งวันหรอก” แทนที่เขาจะฟังให้จบกลับพูดแทรกขึ้นอย่างเสียมารยาท เขาเดินเข้าครัวไปทันทีโดยไม่สนใจเธอ

            “เฮ้ มาแล้วเหรอเรย์ นั่งลงก่อน” เสียงทักทายของเจมส์ดังขึ้นอย่างสดใสแต่ความขุ่นเคืองในใจของอลิซกำลังเพิ่มพูนอย่างรวดเร็ว อลิซสาบานเลยว่าเธอไม่เคยเจอผู้ชายคนนี้และแน่นอนว่าเธอไม่เคยทำอะไรให้เขาผิดใจเช่นกัน แต่เพราะเหตุใด ผู้ชายคนนี้ถึงได้เสียมารยาทกับเธอตั้งแต่เจอกันครั้งแรก

“นี่ฉันคาดหวังเกินไปหรือเปล่านะ” อลิซถอนหายใจและพยายามอดกลั้นอารมณ์โกรธเอาไว้ จากนั้นจึงเดินไปสมทบ

ภายในห้องครัวเจมส์นั่งอยู่ข้าง ๆ ชายคนนั้น โดยมีเก้าอี้ว่างด้านซ้ายมือของเขาเหลือให้เธอ

            “นั่งลงอลิซ เราจะลงมือกันแล้ว” เธอยิ้มรับก่อนเหลือบมองผู้ชายข้าง ๆ อย่างจับผิด

            ผู้ชายที่ชื่อเรย์เขากำลังจดจ้องกับอาหารตรงหน้าอย่างเงียบๆ  ผมสีดำสนิทตัดกับใบหน้าของเขาที่กระเดียดไปทางชาวเอเชียเสียมากกว่าและดูอย่างไรก็ไม่เหมือนชาวยุโรปเลยสักนิด ถ้ารวมเข้ากับโครงหน้ารูปตัววีที่โดดเด่น ดวงตาเรียวและดูไร้ซึ่งมนุษย์สัมพันธ์ อีกทั้งปากกระจับที่คอยยกขึ้นอย่างอวดดียิ่งทำให้เรย์กลายเป็นบุคคลที่ไม่น่าคบเอาเสียเลย

            จู่ ๆ ดวงตาคมกริบก็เหลือบมองเธอที่เผลอสำรวจใบหน้าของเขาอย่างถือวิสาสะ แต่อลิซทำทีว่ามองหาเครื่องดื่มหลังโต๊ะของเขาอย่างแนบเนียนก่อนลุกขึ้นไปหยิบมัน

            “น้าคิดว่าเรย์จะไม่มาซะอีก” เจมส์เริ่มบทสนทนาและยิ้มอย่างใจดี

“น่าเสียดายนะว่าไหม” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์เริ่มสร้างความอึดอัดใจให้คนฟังอีกครั้ง

            “ไม่ใช่แบบนั้น น้าแค่คิดว่าเรย์คงเปลี่ยนใจและคุยกับพ่อน่ะ”

            “หึ! สงสัยจะลืมอะไรไป เขาไม่ใช่พวกกลับคำหรอกนะ ถ้าเขาสั่ง คนในตระกูลก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำอยู่แล้ว นายเองก็ทำอยู่ไม่ใช่เหรอ” เด็กหนุ่มรวบช้อนส้อม

“รู้สึกไม่อยากอาหาร อาจเพราะอาหารไม่ถูกปากหรือคนในบ้านนี้ทำตัวน่ากระอักกระอ่วนก็ไม่รู้ ขอตัว” รอยยิ้มเหยียดหุบลงก่อนร่างนั้นจะลุกขึ้นเดินออกจากบ้านไปอย่างไร้มารยาท

ประตูบ้านปิดลง ความรู้สึกของอลิซก็พังทลายเช่นกัน

            “เท่าที่หนูรู้ หมอนั่นไม่ได้แก่ไปกว่าน้าเลยนะ ทำไมทำตัวหยาบคายได้ขนาดนี้” อลิซสุดจะทนกับพฤติกรรมหยาบคายของเพื่อนบ้านหน้าใหม่

            “อืม...เรย์อายุพอ ๆ กับอลิซน่ะ” เจมส์ตอบ

            “หนูไม่ได้สนเรื่องนั้น” อลิซหงุดหงิดกับท่าทางของเจมส์ที่ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไร

            “อย่าสนใจนิสัยของเขาเลย กินอาหารให้เสร็จเถอะ” ไม่พูดเปล่า เจมส์ยังยิ้มและก้มหน้ากินอย่างเงียบ ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            “บอกตรง ๆ หนูกินไม่ลง น้าช่วยบอกหนูหน่อยได้ไหมว่าหมอนี่เป็นใครกัน”  อลิซเป็นเดือดเป็นร้อนแทนน้าชายอย่างมาก เธอต้องเค้นคำตอบจากเจมส์ให้ได้

            “เขาชื่อเรย์ เว็กซ์ฟอร์ดเป็นหลานคนหนึ่งของน้าเอง” คำตอบของเจมส์เล่นเอาเธอทำสีหน้าไม่ถูก

            “เป็นไม่ได้หรอก ก็ในเมื่อ...”

            “จริง ๆ แล้วตระกูลนี้มีถิ่นฐานมาจากประเทศในแถบเอเชีย ว่ากันว่าย้ายมาอยู่ที่ประเทศนี้เมื่อหลายร้อยปีก่อน ต้นตระกูลตั้งรกรากอยู่ที่เมืองเว็กซ์ฟอร์ด ทางตอนเหนือของเมืองเรา นามสกุลที่ใช้กันก็เริ่มมาจากตรงนั้น ต้นตระกูลของน้าได้รับเกียรติให้ใช้ชื่อเมืองเพราะกิจการที่พวกเขาทำถือเป็นเศรษฐกิจหลัก ซึ่งก็คือการเจียระไนคริสตัล ด้วยความขยันอดทนมาโดยตลอดตระกูลนี้จึงกลายเป็นคนสำคัญและนับหน้าถือตาในสังคมชั้นสูง” เจมส์สบตาอลิซและพูดต่อ

            “ยิ่งนานเข้าความสำคัญของนามสกุลก็มากขึ้น การรักษาไว้ซึ่งเกียรติและความมีหน้ามีตาทำให้คนในนั้นต่างหยิ่งยโส...แต่การรักษาชื่อเสียงมันก็ยากพอ ๆ กับการที่เราเดินทวนกระแสน้ำ วันหนึ่งเรื่องฉาวโฉ่ก็เกิดขึ้น...เมื่อผู้สืบทอดผู้นำตระกูลลักลอบมีความสัมพันธ์กับหญิงต่างถิ่นจนเกิดเรื่องวุ่นวายและเกือบทำให้ตระกูลล่มสลายจากการกระทำนั้น สุดท้ายแล้วจึงมีกฎประเภทหนึ่งที่คนในตระกูลต้องยึดถือกันมาตลอด เลือดอันบริสุทธิ์ที่ติดตัวมาต้องไม่เจือปนไปกับคนต่างเมืองเด็ดขาด ฉะนั้นคู่สมรสต้องได้รับการยอมรับจากคนในตระกูลและต้องมีเชื้อสายที่เหมาะสมเท่านั้น” อลิซจึงเข้าใจถึงกายภาพของทั้งสอง

            “น้าเป็นอีกสายเลือดที่แยกออกมาเพราะฉะนั้นจึงเกิดการปฏิวัติครั้งใหญ่ของคนในตระกูลขึ้น นั่นก็คือการแบ่งชนชั้นระหว่างคนในตระกูลด้วยกัน เลือดบริสุทธิ์ต้องได้รับการอบรมสั่งสอนที่เคร่งครัดตามประเพณีที่ปฏิบัติสืบมา ส่วนเลือดผสมก็ต้องคอยรับใช้ดูแลอีกฝ่ายเฉกเช่นทาสรับใช้”

            “แต่เรื่องมันนานแล้วนี่คะ ยังยึดมั่นอะไรแบบนั้นอยู่อีกเหรอ” อลิซไม่เห็นด้วยและเธอไม่อาจเข้าใจกฎกติกาของตระกูลนี้เอาเสียเลย

            “อลิซ...ถึงประเทศเราจะเสรีมากแค่ไหนแต่มันก็ต้องมีหลุมดำเล็ก ๆ ประปรายอยู่ทุกที่นั่นแหละ” เจมส์รู้สึกขำกับท่าทางจริงจังของหลานสาว 

            “ถึงยังงั้นก็เถอะ...มันก็ไม่เห็นจะเข้าท่าเลยนะคะ ว่าแต่น้าโอเคหรือเปล่าที่พูดเรื่องนี้” อลิซเพิ่งรู้ว่าซักไซ้เจมส์มากเกินไป

            “น้าถือว่าไม่ใช่คนของในตระกูลนั้นแล้วล่ะ เพราะน้ายอมทิ้งนามสกุลนั้นมาใช้  ไทเลอร์ แทนไงล่ะ” เจมส์จิบน้ำเล็กน้อยและยกยิ้มให้อลิซเป็นการตอบ

            “รู้สึกเป็นเกียรติจริง ๆ ที่น้าใช้นามสกุลของครอบครัวหนู” อลิซรู้สึกยินดียิ่ง อย่างน้อยเจมส์ก็ไม่ต้องปวดหัวกับกฎไม่เข้าท่าพวกนั้น

            “แต่ถ้าฝ่ายนั้นเขาของร้องให้น้าช่วย มันคงไม่เหมาะที่น้าจะปฏิเสธ” อลิซจึงเริ่มเข้าใจหัวอกของผู้เป็นน้า

            “น้าก็เลยต้องหาที่อยู่หาที่กินให้กับหมอนั่นที่ไม่รู้จักกาลเทศะใช่ไหม”

            “อลิซ...บางทีคนเราก็ไม่ได้แย่ไม่ซะหมดหรอก เรย์เขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง”  ใบหน้าเหยเกบอกได้ว่าอลิซไม่เห็นด้วย

            “หนูขอปฎิเสธแล้วกัน” อลิซยกมือโบกพัลวันกับคำพูดของเจมส์

            “จริงสิ วันนี้เห็นเราตื่นสาย เมื่อคืนนอนดึกมากเหรอ” เมื่อนึกขึ้นได้ เจมส์จึงทักขึ้น

            “ค่ะ พอดีฝันร้ายจนนอนไม่หลับ ดูท่าจะเป็นลางบอกเรื่องแย่ ๆ ที่จะเกิดก็ได้”

            “ไม่ยักรู้ว่าหลานจะเชื่อเรื่องแบบนั้น” อลิซมองน้าชายที่จัดแจงอาหารเก็บใส่ตู้เย็นทีละจาน ของทั้งหมดนี้คงเป็นอาหารมื้อถัดไปอีกหลายครั้งจนกว่าจะหมด แต่เรื่องที่เธอคิดเล่น ๆ ดูท่าจะจริงจังขึ้นมา ไม่แน่ว่าความฝันอันน่าหวาดกลัวนั้นกำลังเตือนถึงลางร้ายที่ชื่อเรย์ก็เป็นไปได้

            เรย์กลับเข้ามายังที่พักใหม่ของตัวเอง เขาหยิบขวดน้ำออกจากตู้เย็นมาดื่ม นั่งบนโซฟาและสำรวจรอบ ๆ บ้านผ่านสายตาของตัวเองอย่างละเอียดมากว่าครึ่งชั่วโมง บ้านที่เจมส์เลือกก็ไม่ได้ย่ำแย่มากนักถ้าเทียบกับการอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เขานึกถึงทีไรก็รู้สึกรังเกียจมัน ดังนั้นการแยกออกมาอาศัยตามลำพังคนเดียวทำให้อารมณ์ของเขาดีขึ้นมาเล็กน้อย

            เขาวางขวดน้ำที่ดื่มทิ้งไว้จากนั้นจึงเดินเปิดห้องทางโน้นทีทางนี้ที ในหัวของเขาคิดหลายอย่างเอาไว้เสร็จสรรพ มันควรจะปรับให้เหมาะกับเขาอีกสักหน่อยและต้องไม่ดูจืดชืดขนาดนี้

            แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นขัดจินตนาการของเขา ใบหน้าผ่อนคลายตอนนี้หงิกงอดังเดิม เมื่อเห็นรายชื่อคนโทรเข้า

            “ครับ ผมถึงแล้ว เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน” เขารับสายและสนทนาตอบในทันที

            “ดี ถึงแล้วก็รีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ฉันปล่อยแกออกไปใช่ว่าจะปล่อยเลย หน้าที่ของแกก็ยังต้องทำ”

            “ผมทราบดีครับ” ปลายสายตัดฉับในทันทีที่พูดจบ 

            การสนทนาไม่มีแม้แต่จะถามถึงสารทุกข์สุขดิบของเขา มันเป็นเพียงการสนทนากันทางธุรกิจกันเสียมากกว่า แต่ถ้าจะให้อีกฝ่ายถามและลามไปถึงพูดจาไร้สาระ วันนั้นคงเป็นวันที่วิปริตผิดธรรมดาน่าดู เรย์โยนมือถือเข้ากระเป๋าที่วางบนโซฟาพอดิบพอดีก่อนหันกลับมาสำรวจห้องต่าง ๆ อีกครั้งหนึ่ง

            ตุบ...

            หนังสือเล่มหนึ่งร่วงลงมาและกางออกเผยให้เห็นเนื้อหาภายใน

            มันเป็นเพียงตำนานที่คอยเล่าขานว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงเรื่องโกหก แต่ใครจะหยั่งรู้ได้ว่า...ผลผลิตที่ลิลิธงอกเงยนับร้อยชีวิตกำลังลักลอบ เข่นฆ่า สูบเลือดเนื้อมนุษย์ที่อ่อนแอในรูปแบบต่าง ๆ กันออกไป บ้างก็คอยทำลายมนุษย์ที่มีจิตตกต่ำ บ้างก็พรากลมหายใจยามหลับใหล แต่ผลผลิตที่เธอคาดหวังและรักใคร่มากกว่าลำดับอื่นใด..นั่นก็คือบุตรสาวลำดับ 101 หญิงสาวที่ถูกกล่าวขานต่อ ๆ กันมาว่า “Succubus….

            แผ่นกระดาษนับร้อย ๆ พลิกไปมาจนหนังสือเล่มนั้นปิดไปเองตามแรงลมที่พัดผ่านจากหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ และเสียงฝีเท้าของเจ้าของบ้านคนใหม่ก็ค่อย ๆ จางหายออกไปไกลจากห้องรับแขก...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

428 ความคิดเห็น

  1. #401 bmw0626 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 18:38
    เรย์คุ้นๆเหมือนจะเป็นจียง555555
    #401
    1
    • #401-1 wondermomo(จากตอนที่ 2)
      22 เมษายน 2558 / 18:36
      แม่นก่ะ แต่งเรื่องนี้ให้อิจีโดยเฉพาะค่ะ อิอิ
      #401-1
  2. #379 yukai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 15:11
    อลิซ คือ 101 คนนั้นรึ
    #379
    0
  3. #351 ★ .•°Mademoiselle•.°´ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 11:59
    โลแกน เรย์ ใครกันแน่เป็นพระเอก ชักสงสัย
    #351
    0
  4. #334 phan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 14:26
    น่าสนใจค่า...
    #334
    0
  5. #323 โมเม' (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:16
    กรี๊ดดดดด >< เข้ามาอีกทีทำไมพี่โมอัพได้เยอะเว่อร์แบบนี้ละคะ จุใจไปเลยคร้าบผม ♥
    เรย์ดูแบดบอยจังเลยอ่ะ -..- อลิซดูนางมีความลับนะ 555
    #323
    0
  6. #296 Daren L. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มกราคม 2557 / 11:33
    แหมะ ตอนนี้เรย์โผล่มาก่อนโล แย่งซีนทุกสิ่งอันไปเต็มๆ ตอนนี้อยากรู้ว่าเรย์เป็นใครมาทำอะไรยังไง แล้วก็อยากเจอโลแกนแล้วด้วย >_< 

    ปล.อิมเมจเรย์นี่แบดบอยพอสมควรเลยนะนี่ ตอนนี้จะยังไม่เชียร์ใคร ขอเจอโลแกนก่อนแล้วค่อยเลือกข้าง อิอิ 
    ปล.ที่สอง เป็นกำลังใจให้เสมอคร๊าบบบ~
    #296
    0
  7. #291 Marie (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 04:39
    แหม่ กติกาเล่นเกมการจัดมีทติ้งแลดูไม่ค่อยเกี่ยวข้องอะไรกับโลแกนของหนูเลย-..- เชื่อมั้ยว่าเปิดอ่านสลับกะดูรูปฮีไปตลอด อย่างบ้า 5555555
    เรย์ เว็กฟอร์ด เป็นตัวอะไร? นี่คือคำถามแรกในใจ55555
    ถ้าไอนี่ไม่ใช่คนงั้นน้าเจมส์อ่ะ! อลิซอาศัยอยู่กับตัวอะไรมาได้ตั้งนานเนี่ยย #โดนถีบข้อหาโอเว่อร์


    #291
    0
  8. #253 ForFun★ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 / 01:20


    กระทืบเรย์ได้ไหม ๕๕๕๕
    แต่ไม่เป็นไร เรย์หล่อ ให้อภัยได้ -..-
    //พูดกับตัวเองเสร็จสรรพ ๕๕ ไม่ค่อยจะไม่สมประกอบเลย - -

    แต่นั่น... ทำไมหนูมารยาทดีอย่างงี้ลูก ๕๕๕๕๕๕๕
    แหม่ อิมเมจจีมันให้จริงๆพี่โม =_=
    ,,ย้อนกลับไปอ่านเม้นตัวเอง นี่ขิมเคยเม้นอะไรลงไปปปปป ๕๕

    เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เปิดไปอ่านตอนต่อไปโลดดดดดดดดด
    #253
    0
  9. #194 Gifz_Jelly5 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 21:09
    โห พี่เรย์ข้ามเส้นไปมั้ยนั่น นี่หรือมารยาท?
    แล้วเรย์มาทำอะไร มาทำไม ทำไมต้องมา
    หนังสือนั่นทำเอาขนลุกใช้ได้นะ แอบหลอนนิดๆ -.- 

    #194
    0
  10. #180 ... (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2555 / 19:22
    ใจเต้นตามเนื้อเรื่อง ภาษาค่อนข้างสวยค่ะ

    อ่านแล้วเพลินตามน้ำตามเนื้อเรื่องไปเรื่อยๆ

    แอบลุ้นบางตอน ซ่อนปมเนียนมาก

    วางโครงไว้ได้ดี ถ้าเป็นเรื่องแรก ก็เป็นนิยายที่เริ่มต้นได้ดีมากค่ะ

    ถ้าไม่ใช้เรื่องแรก เดาไรเตอร์คงผ่านประสบการณ์การดูหนังภาพยนต์มาพอสมควร



    รีดเดอร์อ่านมาแค่สองตอน ใจความยังหาไม่ได้

    แต่กลับไม่รู้สึกเบื่อเลยสักนิด ยอมเยี่ยมมากค่ะ

    อัพต่อไป ><





    #180
    0
  11. #172 TANH_ZEPIA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 21:58
    เปิดบทมาตอนแรกแอบนึกว่าเป็นเรื่องจริงนะเีนี่ย ฮ่าๆ
    อืมมม ปกติเราจะเห็นแต่คนฝรั่งเหยียดคนเอเชียเนอะ
    สำหรับในตระกูลนี้มันสลับกัน
    กลายเป็นฝ่ายเอเชียเหยียดฝรั่งแทน
    มีการแบ่งชนชั้นวรรณะกันด้วย ทั้งๆ ที่ตระกูลเดียวกันแท้ๆ
    แต่ตระกูลที่เพอร์เฟ็คต์ขนาดนั้นคงรับไม่ได้ถ้าจะต้องมีเชื้อสายอื่นเข้ามาเกี่ยว

    ถ้าเป็นในตระกูลปกติ เรย์คงโดนโบกไปแล้ว
    พูดจากับผู้ใหญ่ได้น่าตื้บมาก 55+
    อย่างน้อยนายก็เด็กกว่าน้าเจมส์นะเฟ้ย
    น้าเจมส์เก่งอะ ดูสุขุมไม่ทุกข์้ร้อนเลย
    ถ้าเป็นคนปกติอาจจะเดือดไปแล้ว
    แบบ... อายุแกเป็นหลานฉันนะ

    โอ๊ะ ตอนสุดท้ายเหมือนจะมีตำนานด้วยแฮะ
    จะมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างสำคัญกับเรื่องนี้รึเปล่าหว่า
    ถ้ามีนี่ตาณว่าเจ๋งนะ จะดูเป็นแฟนตาซีๆ ไปด้วยเลย
    ลึกลับๆ ดี หุึหุ

    ช่วงเวลาหดหู่ในชีวิต?
    แหม คิดโจทย์มาได้นะท่านโลแกน
    ไ่ม่ค่อยเห็นโจทย์แบบนี้นะเนี่ย
    ส่วนมากจะเจอแต่แบบ ช่วงเวลาที่มีความสุข มากกว่า
    อาจเป็นเพราะโจทย์แบบนี้เข้ากับแนวเพลงของโลแกน รึเปล่าหว่า?
    หรือไม่ก็มันดูยากดี จำักัดจำนวนคน โหะๆๆ
    ตาณว่าต้องมีบางคนแต่งเรื่องส่งละ
    เอาให้มันหดหูโอเว่อร์จนชนะเลยไรงี้ ฮ่าๆๆ


    นิดหน่อยค้าบ
    รอมมะร่อ = รอมร่อ
    คำตอบของเธอ = คำตอบของเขา (รึเปล่าหว่า เพราะน้าเจมส์เป็นคนตอบอะค่ะ)
    ของร้อง = ขอร้อง
    ดูแย่ไม่ซะหมด = ดูแย่ไปซะหมด


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 ธันวาคม 2555 / 22:06
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 15 ธันวาคม 2555 / 22:06
    #172
    0
  12. #136 monobizz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 15:41
    ยกนิ้วให้อีกตอนนะไรเตอร์เอ๋ยยยย 


    ตอนแรกนึกว่าจะออกแนวแฟนตาซี
    แต่พอไปดูแท็กด้านบนถึงกับร้องอ๋ออออ
    นี่มันแนว 'ลึกลับ' 


    และก็อย่างว่า มันลึกลับมากจริงๆ
    ทั้งเรื่องครอบครัวของอลิซ ที่ส่งไปเพื่องานมีตติ้ง

    ไหนจะเรื่องของเรย์ ที่ดูเหมือนถูกส่งมาให้ทำภารกิจบางอย่าง

    รวมถึงเรื่องหนังสือที่จู่ๆ ก็ดูเหมือนจงใจจะตกลงมานั่นอีก

    และยังมีอีกหลายอย่างๆ ที่แสดงถึงความลึกลับได้สมจริง


    ขอชมไรเตอร์อีกหลายๆที ว่าแต่งได้ดีมาก
    แต่งได้ตามแนวทาง ลึกลับก็ลึกลับจริงๆ
    ความรักก็ความรักอย่างแน่นอน
    ไรเตอร์ฟันเรื่องนี้ได้อย่างเฉือนอ่ารมณ์คนอ่านมากๆ

    ทิ้งท้าย***แต่รีดก็ยังคิดว่ามันเป็นแฟนตาซีอยู่ดี
    (เรย์ :: จียง = ของฉันเท่านั้นนะคะ!!) 55555555555 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 พฤศจิกายน 2555 / 15:44
    #136
    0
  13. #117 mind malody (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2555 / 20:11
    อะไรกันเนี่ยๆๆ รู้สึกงงแล้วว หนุกมากกกค่าา^^
    #117
    0
  14. #115 Alive4Dream (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2555 / 15:50
    เรื่องราวเริ่มซับซ้อนขึ้นมาแล้วอ่ะ ภารกิจที่พ่อของเรย์ให้ทำคืออะไร

    แล้วมันจะเกี่ยวกับซัคคิวบัสไหม (แต่ต้องเกี่ยวแน่ๆ ไม่งั้นโมคงไม่พูดถึงใช่มะ ^^)



    ตระกูลของเรย์เป็นตระกูลยังไงกันแน่นะ แล้วเรื่องราว 13 ปีก่อนของอลิซอีก

    #115
    0
  15. #77 Fie (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2555 / 13:35
    น่าสนใจจัง
    #77
    0
  16. #75 Green Doraemon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2555 / 01:28
    ตอนที่เงาดำโผล่อ่า คำว่ารอมมะร่อ เปลี่ยนเป็นรอมร่อนะพี่โม
    นอกนั้นก็ไม่มีคำผิดแล้วค่ะ =D
    ขโมยสามีพี่แพทมานี่หว่า ๕๕๕(โดนพี่โมตบ)

    ซัคคิวบัสกับลิลิธเหรอ? ขิมว่าขิมเคยอ่านเกี่ยวกับพวกนี้อยู่เหมือนกันนะ
    ลิลิธนี่ เป็นเทพีแห่งรัตติกาลของกรีก(ถ้าจำไม่ผิด) และคุณเธอก็แบบ มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง
    มีอำนาจมากจนถึงขนาดที่ซุสยังต้องเกรงใจกันเลยทีเดียว แถมลูกของเธอแต่ละคนมันก็ช่าง... ปกติกันเสียนี่กระไร -_-;
    ส่วนเนื้อหาเกี่ยวกับซัคคิวบัสนี่ขิมจำไม่ได้อ่า เดี๋ยวต้องไปหามาอ่านใหม่ =_=

    รวมๆแล้ว น่าสนใจเมิกกกกก
    อยากรู้เรื่องคนในตระกูลนี้จัง อยากรู้ด้วยว่ามันมาเกี่ยวกับนักร้องนั่นยังไง
    ต้องอ่านต่อๆ 5555555555555
    #75
    0
  17. #63 GD จ้า ^^ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2555 / 08:35
    ลึกลับดีจัง
    ชอบอ่ะ ><
    #63
    0
  18. #36 Tara (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2555 / 17:22
    อลิซฝันได้น่ากลัวมากอ่ะ
    กติกาน่าสนุกนะ เขียนเรื่องหดหู่ที่สุด เพื่อได้เจอกับโลเเกน
    โอ้โห เรย์ เเต่ล่ะประโยค
    #36
    0
  19. #24 °My_Dear° (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2555 / 05:28
    ผู้หญิงคนนั้นคืออลิซใช่หรือเปล่าน๊าาา
    #24
    0
  20. #18 ๏Pinny๏ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2555 / 16:04
    โอ้ววว เรื่องราวไปทางรักลึกลับนะเนี่ย มีซัคคิวบัสด้วยอะ ของพิณก็มีค่ะ 5555
    แล้วนายเรย์เป็นครายยย ตอนแรกนึกว่าตอนนี้จะได้เจอพระเอกแล้วอะ
    อยากเจอไวๆ อยากรู้ว่าถ้าทั้งคู่เจอกันแล้วจะเป็นไง
    อ้อ พี่โมคะ พิณไม่แน่ใจว่าพี่โมได้บรรยายรูปร่างหน้าตานางเอกรึยัง
    แต่รู้สึกเหมือนจะยัง - -* อยากให้พี่โมบอกลักษณะนางเอกนิดอะค่ะ จะได้จิ้นออก^^
    #18
    0
  21. #16 คุณนายควอน* (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2555 / 07:33
    เฮ้ยยย!! เรย์เป็นใครไม่รู้ ดูจากอิมเมจนั่นสามีช้านนน!!!'
    อัพต่อโดยวัย อุตส่าจะไม่เทเรื่องนี้ให้หมดใจแล้วนะ
    เจออิมเมจเรย์เข้าไป อัพเซ่ะ!!!!
    #16
    0
  22. #14 Eveeva (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2555 / 06:50
    ก่อนอื่นต้องบอกเลยค่ะว่า
    บรรยายดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    สำนวนการใช้ภาษาเลิศที่สุดค่า
    > <♥


    สนุกมากค่ะ มันส์มาก
    แอบตื่นเต้น แล้วเรย์เป็นใครกันนะ?
    จะมาทำอะไร? อยากรุ้อ่ะ T^T


    เชียร์นางเอกนะคะ
    สู้ๆ ต่อไป
    ไรเตอร์ด้วยเช่นกันนะคะ ^^
    #14
    0