Bloody Day

ตอนที่ 16 : :: In The Party ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 632
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ก.พ. 59

In the party

 

          และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง ภายในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยบรรยากาศของงานเทศกาลที่จัดขึ้นทุกปีเพื่อใช้เป็นจุดประสงค์ในการบริจาคทรัพย์ให้แก่ชมรมในมหาวิทยาลัยและเพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักศึกษาได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนภายในเมืองที่จะเข้าร่วมงานกันในวันนี้ ซึ่งในแต่ละชมรมได้มีการตระเตรียมการอย่างดีและออกแบบร้านค้าของตัวเองตามเอกลักษณ์ของแต่ละชมรมเพื่อเป็นการช่วยเพิ่มยอดบริจาคให้มากขึ้นกว่าปีก่อน ๆ อาทิเช่น

ชมรมบาสเกตบอลมีเกมให้ร่วมสนุกโดยมีถังน้ำขนาดใหญ่บรรจุน้ำเย็นเฉียบสองถัง เพื่อให้นักแม่นห่วงสมัครเล่นได้ประลองฝีมือ หากใครยิงลงห่วงหนุ่มน้อยในชุดบีกินี่สีสดก็จะตกลงถังเป็นรางวัลท่ามกลางผู้คนนับพันและอากาศหนาวเย็นจนแทบติดลบ ถัดมาชมรมคหกรรมก็ออกร้านอาหารฟาสฟู้ดที่ไม่มีเมนูไหนคุ้นหูเลยแม้แต่น้อย แต่กลับมีคนต่อแถวยาวเหยียดเพื่อสั่งอาหารและคอยลุ้นว่าของที่ตนสั่งมันคืออะไรและสามารถทานได้จริงหรือไม่ แม้กระทั่งชมรมขี่ม้าก็ยังนำเครื่องเล่นประลองทักษะการทรงตัวบนอานม้าจำลองมาให้ผู้คนที่สนใจได้ร่วมสนุกอีกด้วย ซึ่งบรรยากาศโดยรอบต่างเต็มไปด้วยความสนุกครึกครื้น เสียงเพลงและเสียงของผู้คนดังเป็นระยะ ส่งผลให้คนที่นั่งจับเจ่าอยู่ในโรงยิมอันเงียบสงัดอดชะเง้อคอฟังเสียงรื่นเริงนั้นอย่างสนใจไม่ได้

            อลิซมองผู้คนที่เดินไปมาบริเวณหน้าโรงยิม ภายในใจก็นึกอยากออกไปเดินเที่ยวเล่นตามใจชอบเหมือนเช่นทุกครั้ง ถึงแม้เธอจะไม่ใช่พวกสนใจอะไรมากเป็นพิเศษแต่ชมรมคหกรรมก็เป็นสถานที่แรกที่เธอเดินอยากเข้าไปและนั่งลงกินอาหารอร่อย ๆ แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ เพราะเธอต้องมานั่งผูกโบนับร้อยสำหรับเก้าอี้ที่เรียงรายอยู่ในโรงยิมร่วมหลายชั่วโมง ซึ่งนั่นยังไม่นับรวมเพื่อน ๆ ในชมรมเชียร์ก็ต่างหน้าหงิกหน้างอเพราะไม่ได้ออกไปดูบรรยากาศรอบนอกด้วยจิตใจอันห่อเหี่ยวเช่นเดียวกับเธอ

            “อลิซผูกโบเสร็จแล้วยังน่ะ เรายังต้องใช้มันติดกับเก้าอี้อีกเยอะ” ไลก้าร้องถามพนักงานผูกโบจำเป็นที่เริ่มทำตัวเหม่อลอยไปไกล

            “ยังไม่พออีกเหรอ นี่ผูกเป็นร้อยแล้วมั้ง”

            “เราต้องการห้าร้อยที่นั่ง มันยังน้อยไปนะ” แม่สาวหัวหน้างานหยิบจับโบที่ผูกเสร็จมาจัดแต่งให้เข้าที่อีกหน่อยพลางตอบคนที่ทำหน้าเหวอ

            “แขนฉันหักแน่ ๆ”

            “อย่าบ่นน่า คิดถึงเงินที่ตามมาสิ เราได้อื้อแน่” ไลก้าตอบอย่างมั่นอกมั่นใจซึ่งต่างจากอลิซที่ชักไม่แน่ใจในคำพูดของเพื่อนสาว

            “แต่นี่บ่ายสองแล้ว มันจะทันเหรอไลก้า” เจนิเฟอร์สาวผิวเข้มดูจะหมดความอดทนกับการถูกใช้แรงงานเดินเข้ามาแสดงความคิดเห็น ใบหน้าที่ปราศจากความกังวลก้มมองนาฬิกาและยิ้มมุมปากอย่างมาดมั่น

            “ทันน่า รับรองว่าถ้ามันเสร็จเมื่อไหร่พวกเธอได้ออกไปเที่ยวเล่นแน่ แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับโบที่ยังเหลืออยู่นี่” เจนิเฟอร์กลอกตาเอือมระอาพร้อมนั่งลงช่วยอลิซที่นิ้วคงล็อกไปแล้วหลังจากนั่งแช่ผูกโบอยู่นาน

            “ว่าแต่พวกเธอเห็นเพื่อนใหม่ของฉันแล้วใช่ไหม” ไลก้าหันรีหันขวามองหาบุคคลที่เธอพูดถึง

            “เธอหมายถึงใครน่ะ” เจนิเฟอร์ถาม

            “นั่นไง มาแล้ว” อลิซมองตามสายตาของไลก้า เธอแทบหยุดหายใจไปชั่วขณะเพราะคนที่ไลก้ากล่าวถึงคือโรซารีน!

            แต่การมาของโรซารีนไม่ได้มีแค่เธอเท่านั้น โรซารีนยังพกผู้ชายตัวสูงโปร่งผิวซีดเซียวแต่ดวงตาเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลาอย่างแมค ไมลีย์มาด้วย!

            “ว่าไงสาว ๆ เตรียมงานไปถึงไหนแล้ว” แมคทักทายอย่างเป็นกันเองโดยแขนของเขาถูกโรซารีนคล้องไว้อย่างสนิทชิดเชื้อ

            “เฮ้ ไลก้า งานโอเคไหม” โรซารีนทักทายไลก้าโดยทำทีไม่เห็นอลิซที่ลุกขึ้นมองคนทั้งคู่

            “โอ้ ใกล้จะเรียบร้อยแล้วล่ะ แค่โบอีกนิดหน่อย...” ไลก้าตอบพลางใช้สายตามองคนทั้งคู่ด้วยความแปลกใจ

            “เราทั้งคู่ตัดสินใจคบกันน่ะ ทำไมเหรอ” โรซารีนยิ้มระรื่น

            “ไม่มีอะไร แค่แปลกใจนิดหน่อยเท่านั้นเอง” ไลก้าตอบเพราะเธอไม่เห็นวี่แววว่าสองคนนี้จะเคยพบกันมาก่อน

            “เราก็รู้จักกันมาพอสมควร ดูเหมือนเพื่อนของเธอก็เคยเห็นฉันกับแมคกำลังจูบกัน” ปากยกยิ้มอย่างมาดมั่นและดวงตาคมเป็นประกายจับจ้องอลิซที่ทำสีหน้าไม่ถูก

            “ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย” ไลก้าประหลาดใจ

            “เอ่อ...ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวน่ะ...” อลิซตอบอย่างระมัดระวัง เธอคงไม่สามารถโพล่งพูดไปว่าโรซารีนเป็นแวมไพร์และเคยทำให้แมคเข้าโรงพยาบาลมาครั้งหนึ่งแล้ว ซ้ำไม่รู้ว่าการปรากฏตัวเช่นนี้ของโรซารีนจะนำเรื่องราวแย่ ๆ เข้ามาให้หวาดหวั่นอีกหรือไม่

            “ฉันกับโรซารีนเราเพิ่งคบกันเอง เอาเป็นว่าเราแนะนำตัวกันตอนนี้เลย นี่อลิซเพื่อนสนิทของไลก้า ส่วนนี่ก็เจนิเฟอร์เพื่อนในชมรม” แมคถือโอกาสแนะนำตัวโรซารีนอย่างเป็นทางการโดยหารู้ไม่ว่าอลิซกับโรซารีนเคยพบกันมาก่อน

            “ยินดีที่ได้รู้จัก...อลิซ” โรซารีนยื่นมือตรงมายังอลิซที่ไม่แน่ใจว่าควรจะตอบกลับดีหรือไม่ แต่เมื่อคิดแล้วว่ามันอาจส่งผลร้ายต่อแมค เธอควรไหลตามน้ำไปเสียก่อน

            “ยินดีที่ได้รู้จัก” ไม่ทันได้สัมผัสมือ โรซารีนก็ย้ายมือนั้นไปสัมผัสเจนิเฟอร์ที่ยิ้มรับอย่างไม่ถือตัว นั่นแสดงให้เห็นว่าโรซารีนยังคงไม่ปลื้มเธออยู่วันยังค่ำ

            “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวไปดูชมรมหน่อยแล้วกัน ไว้เจอกันตอนเย็นนะที่รัก” แมคยิ้มให้ก่อนจูบลาโรซารีนอย่างแนบแน่นและเดินจากไป ส่วนคนอื่นก็หันกลับมาทำหน้าที่ของตัวเอง ยกเว้นอลิซที่ไม่สามารถควบคุมสติได้อีกต่อไป

            “เฮ้ ยืนเหม่ออยู่ได้ เร็ว ๆ อีกนิดก็จะเสร็จแล้ว” เจนิเฟอร์สะกิดให้อลิซหันกลับมาทำหน้าที่ดังเดิม 

            “อะ โอเค...” อลิซเหลือบเห็นโรซารีนยกยิ้มอย่างมีเลศนัย หลังจากนั้นก็เดินหายไปพร้อมกับไลก้า 

            เธอไม่รู้ว่าสองคนนี้สนิทกันได้อย่างไร รู้เพียงแค่ว่าต้องมีบางสิ่งเกิดขึ้นที่นี่และที่สำคัญเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับโลแกนอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เรื่องนั้นถูกพับเก็บไปอีกครั้งเมื่อเจนิเฟอร์เริ่มมีสีหน้าหงุดหงิดเมื่ออลิซทำตัวชักช้าจนเธอต้องรีบตั้งหน้าตั้งตาผูกโบให้เสร็จโดยไว

 

            ภายในเวลาไม่นานในที่สุดโรงยิมที่เคยว่างเปล่าก็ถูกเนรมิตให้กลายเป็นฟลอร์เต้นรำขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยเก้าอี้สีขาวผูกโบสีทองจำนวนห้าร้อยกว่าที่นั่งล้อมรอบเป็นวงกลม โดยใจกลางฟลอร์มีขาไมค์ประดับด้วยช่อดอกไม้หลากสีผูกกับผ้าสีขาวนวลพลิ้วไสวสำหรับพิธีกรผู้ดำเนินรายการซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนเธอคือไลก้าที่กำลังเดินวนไปมาพลางถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อทุกอย่างลงตัวในแบบที่เธอต้องการ

            “ทุกคนเยี่ยมมาก” ไลก้าพอใจในความร่วมมือของเพื่อน ๆ

            “ที่เหลือก็แค่พวกเธอต้องไปเตรียมตัวใส่ชุดให้สวยที่สุดแล้วเข้ามาประจำที่ต้อนรับแขกที่จะเข้ามาในเวลาหกโมงเย็น ที่สำคัญถ้าเกิดใครอยากประมูลหนุ่มสุดฮอตให้ได้ก็ให้พ่อแม่หรือญาติ ๆ ขนเงินมาเยอะ ๆ นะจ๊ะ” สาว ๆ ต่างพากันหัวเราะชอบใจก่อนโบกมือให้ไลก้าส่วนอลิซกำลังยืนหันรีหันขวาเหมือนกำลังมองหาใครอยู่

            “เธอมองหาใครน่ะ”

            “เอ่อ...เปล่า ไม่มีอะไร...นี่เสร็จแล้วใช่ไหม งั้นเดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะ” ไม่ทันที่อลิซจะเดินออกไป โรซารีนก็เข้ามาขวางทางเสียก่อน

            “จะไปไหนเหรอ” โรซารีนเลิกคิ้วจ้องมองสีหน้าซีดเผือดของคนตรงหน้า

            “เอ่อ...ฉันต้องกลับบ้านน่ะ” อลิซหลบเลี่ยงการสนทนาอย่างตั้งใจ

            “ฉันลืมบอกไป เธอยังกลับไปตอนนี้ไม่ได้หรอก” ไลก้าเดินเข้ามาสมทบ ก่อนจะเห็นสีหน้าฉงนสงสัยของอลิซ

            “หมายความว่าไง”

            “คือ...เธอต้องถูกประมูลด้วยนะสิ”

            “ว่าไงนะ!

            มันเป็นเรื่องตลกและตลกมากที่เธอต้องมาแต่งองค์ทรงเครื่อง นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอควรอยู่หรือแม้แต่จะนั่งอยู่หน้ากระจกหนำซ้ำยังถูกบังคับให้แต่งหน้าทำผมโดยที่เธอไม่ได้เต็มใจแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่เธอไม่สามารถลุกขึ้นวิ่งออกไปได้อย่างใจนึกก็เพราะโรซารีน หล่อนได้จองจำเธอไว้ด้วยคำพูดที่ว่า...

ถ้าคิดจะหนีปัญหาด้วยการหนีกลับบ้าน ฉันจะเฉือนเธอเป็น ชิ้น ๆ ฉันพูดจริงนะแล้วฉันก็ทำได้ด้วย ฉะนั้นเธอจึงไม่สามารถขยับตัวหนีไปไหนได้ โรซารีนเป็นประเภทพูดจริงทำจริงเสียด้วย (เธอได้รับบทเรียนนั้นจากประสบการณ์ตรงมาแล้ว)

            “ว้าว! อลิซเธอสวยมากรู้ตัวหรือเปล่า” ไลก้าอยู่ในชุดกระโปรงสั้นฟูฟ่องสีขาวกับเสื้อกล้ามที่ออกแบบให้ดูเหมือนเป็นเสื้อเกาะอก...ซึ่งเธออธิบายไม่ค่อยถูกนัก ในเมื่อเธอไม่ใช่แฟชั่นนิสต้าตัวยงหรือแม้กระทั่งจะสนใจแฟชั่นที่กำลังนิยมเหมือนสาว ๆ ทั่วไป แต่ที่แน่ ๆ ไลก้าดูน่ารักและเหมาะกับชุดที่สวมใส่จนเธอยิ้มชื่นชม

            “เธอใส่อะไรก็สวยนะไลก้า”

            “ที่ชมฉันเนี่ย ยังไม่ได้มองตัวเองชัด ๆ ใช่ไหม” ไลก้าไม่ปล่อยให้อลิซเปลี่ยนเรื่อง เธอรีบหันหน้าของเพื่อนสาวให้มองกระจกและเห็นสภาพตัวเองให้เต็มตา...ซึ่งขอยอมรับไว้ตรงนี้เลยว่าเธอค่อนข้างอายกับภาพลักษณ์ใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต

            “สวยใช่ไหมล่ะ”

            “เอ่อ...ฉันว่ามันแปลก ๆ แบบว่าไม่ชินสักนิด” อลิซหลบตาลงพร้อมกับทำสีหน้าไม่ถูก

            “ไม่เอาน่า มั่นใจหน่อย ฉันเชื่อว่าทุกคนต้องตะลึงแน่”

อลิซถอนหายใจด้วยความประหม่า ในขณะที่มือยังคงกำผ้าขนหนูที่ใช้พันรอบตัวเอาไว้แน่น 

            “เมื่อไหร่เธอจะเอาผ้านั่นออกไปสักที” โรซารีนเดินกลับมาอีกครั้งหลังจากหายออกไปครู่เดียว เธอกำลังชักสีหน้าต่อว่าอลิซที่ไม่ยอมปล่อยผ้าขนหนูนั่นออกไปเสียที

            “นั่นสิ เธออายอะไรกันเล่า ยังไงก็ต้องอยู่กับชุดนี่ไปอีกสามถึงสี่ชั่วโมง ทำตัวให้ชินตอนนี้ดีกว่าน่า” ไลก้าเห็นด้วยกับโรซารีน อลิซจึงต้องยอมทำตามอย่างเสียไม่ได้...แต่ที่สำคัญดวงตาเฉี่ยวคมกำลังเตือนเธอเป็นครั้งสุดท้ายว่าอย่าลองดีกับคนอย่างโรซารีน

 

            ทันทีที่ผ้าปลดออกเผยให้เห็นร่างที่สวมชุดสวย ไลก้าก็พลันเบิกตาโพลงและเอามือปิดปากอย่างตื่นเต้น

            “ฉันว่าผู้ชายทั้งงานได้ตาค้างกันแน่ แถมยอมประมูลแบบไม่คิดชีวิตเลย...พนันกันไหมล่ะ”

 

            เสียงเพลงบรรเลงเบาสบายคลองานที่เริ่มขึ้น เหล่านักศึกษาชมรมเชียร์ต่างแต่งกายด้วยชุดราตรีเดินเฉิดฉายในงานกันอย่างพร้อมเพรียง และต่างบริการเหล่าแขกทั้งนักศึกษาด้วยกันเองและผู้คนที่เข้ามาร่วมงานด้วยรอยยิ้มพร้อมกับแนะนำแขกเหรื่อที่ต้องการเข้าร่วมประมูลให้ลงชื่อและแจกประวัติของเหล่าหนุ่มสาวที่เข้าประมูล ซึ่งส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นเหล่านักศึกษาที่มีพ่อแม่เงินหนาเข้าร่วมกิจกรรมกันทั้งนั้น ซึ่งเป็นไปตามที่ไลก้าคาดการณ์ไว้และเมื่อสรุปยอดเงินในตอนท้ายรับรองว่าชมรมของเธอต้องมาเป็นอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน

            “ยืนยิ้มอยู่คนเดียวบ้าหรือเปล่า” เสียงขัดหูคงไม่ใช่ใครที่ไหน   เชสเตอร์เดินเข้ามาพร้อมสูทลายทางสีน้ำเงินเข้ม เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน    เนคไทสีเทา ผมเผ้าที่จัดทรงให้เป็นเนี้ยบกว่าปกติพร้อมกับแว่นตาสีชาปกปิดดวงตาสีควันบุหรี่ของเขา เธอไม่อยากยอมรับเลยว่าคนตรงหน้าดูดีผิดหูผิดตาจนเธอแทบทำหน้าประหลาด ๆ ออกมา แต่เรื่องรักษาฟอร์มย่อมมาก่อนเรื่องอื่นเสมอ

            “นายสิบ้า ไม่มีแดดจะใส่แว่นทำไมยะ” ไลก้าทำทีกลอกตาอย่างเอือมระอากับคนตรงหน้าซะเต็มประดาแต่ภายในใจกลับหวั่นไหวไปก่อนแล้ว

            “ถ้าฉันถอดมัน ก็กลัวคนแถวนี้จะคลั่งฉันตายก่อนสิ” ไลก้าอ้าปากค้างกับคนที่หลงตัวเองเสียเหลือเกิน

            “ใครคลั่ง มั่ว ไม่มี!

            “ฉันก็ไม่ได้พูดถึงเธอสักหน่อย” คนตรงหน้าทำสีหน้าไม่ถูกและเบนหน้าหนีไปทางอื่นแทนเสีย

            “เอาน่า อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ฉันเล่นตามเกมเธอแล้วไง เล่นใช้แม่บังคับให้ฉันมางานประมูลของเธอเนี่ย หัดขอบคุณซะบ้างสิ นี่ฉันลงทุนแต่งตัวมาดี ๆ แถมใส่เนคไทด้วยนะ” เชสเตอร์แก้ทาง เขาอยากให้เธอหันมาพูดจากันดี ๆ กันสักครั้งพร้อมโชว์เนคไทที่เขาบ่นว่ามันผูกยากผูกเย็นแค่ไหนให้ไลก้าฟัง จนไลก้าต้องเอ่ยปากขอบคุณในที่สุด

            “ก็...ขอบใจนายแล้วกันที่ช่วย” ไลก้ายิ้มเคอะเขิน

            “ด้วยความยินดี” เธอพยักหน้ารับก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป

            “เดี๋ยวสิ”

            “อะไรของนายอีก”

            “เอ่อ คือ...เรื่องวันนั้น เธอไม่ลืมใช่ไหม” เชสเตอร์ทวนความจำที่เธอพยายามแกล้งลืมไปแล้วแท้ ๆ

            “เรื่องอะไร” เชสเตอร์ถอนหายใจอย่างผิดหวังพลางถอดแว่นตาสีชานั้นออกเผยให้เห็นดวงตาสีเทาแสนเจ้าเล่ห์

            “ฉันเชื่อว่าเธอไม่ลืมหรอก เพราะฉันก็ไม่ลืมเหมือนกัน” รอยยิ้มกวนประสาทนั้นกำลังเล่นงานคนหน้าแดงเรื่อ

            “นะ นายจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา!” ไลก้าเผลอกัดปากและแสดงอาการกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด

            ฉันก็อยากได้รางวัลประมาณนั้นอีกสักครั้งนะสิ

            “ไอ้ลามก!” ไลก้าเตะตัดขาคนตัวโตจนเขาเผลอร้องโอดครวญอย่างเจ็บปวด เธอก็ไม่ลืมยกยิ้มอย่างมีชัยและหันหลังออกวิ่งไปอย่างรวดเร็ว 

            คนที่ทั้งเจ็บทั้งพอใจในเวลาเดียวกันก็อดมองหญิงสาวด้วยสายตาที่แทบล้นปรี่ไปด้วยความสุขไม่ได้ แม้ต้องแลกกับความเจ็บปวดอยู่สักหน่อยแต่เพื่อได้เห็นปฏิกิริยาชัดเจนนั่นก็นับว่าคุ้มไม่ใช่น้อย

            “แน่นอนว่าเธอไม่ลืมง่าย ๆ หรอก เพราะฉันจูบเธอไง...ไลก้า”

            ภายในห้องแต่งตัว ในขณะที่อลิซยังคงนั่งแช่อยู่เพียงลำพังหญิงสาวก็พลันวิ่งพรวดพราดเข้ามาอย่างรีบร้อน

            “เธอเป็นอะไรหรือเปล่า” อลิซลุกขึ้นจากเก้าอี้และหันมองใบหน้าของไลก้าที่เข้มขึ้นคล้ายมีอาการผิดปกติด้านสุขภาพ

            “ปะ เปล่า”

            “หน้าเธอแดงมากเลยนะ หรือเธอจะไม่สบาย รีบกินยาแล้วพักผ่อนซะ” อลิซพูดด้วยความเป็นห่วงในขณะที่ไลก้าเอาแต่ปฏิเสธ

            “ฉันไม่เป็นไรหรอกอลิซ แต่ว่า...”

            “อะไร”

            “เฮ้อ! ฉันกำลังจะบ้านะสิ” ไลก้าทรุดฮวบลงกับพื้นเย็น ๆ พลางใช้มือปิดหน้าตัวเองเอาไว้

            “เฮ้ บอกฉันสิ ใครทำให้เธอบ้าเนี่ย” ไลก้าส่ายหัวไปมาก่อนจะกระเด้งตัวพรวดขึ้นจนอลิซผงะ

            “ฉันไม่บ้าสิ ฉันต้องคิดถึงงาน คิดถึงเงินที่ได้ ต้องแบบนั้น” อลิซ มองเพื่อนสนิทที่กำลังตั้งสติและท่องประโยคซ้ำ ๆ เหมือนกำลังสะกดจิตตัวเอง

            “เธอโอเคแล้วใช่ไหม” อลิซถาม

            “โอเค้ ฉันโอเคดี” รอยยิ้มฝืดเคืองขัดกับสีหน้าอย่างชัดเจน อลิซเริ่มไม่มั่นใจในคำพูดของไลก้าเสียแล้ว

            “ฉันจะไม่โอเค ถ้าเธอยังขมวดคิ้วแน่นขนาดนี้นะอลิซ แล้ว       โรซารีนต้องมาซ่อมจนต้องเสียเวลาเข้าไปอีก” ไลก้าตัดบทและหันมาวุ่นวายกับใบหน้าของเพื่อนตัวเองอย่างชาญฉลาด

            “ร้ายชะมัด โอเค ปกติดีก็แล้วไป” อลิซถอดใจและพยายามไม่ขยับเขยื้อนใบหน้ามากนักเพราะโรซารีนคงไม่สบอารมณ์แน่ ๆ ถ้าทำให้ผลงานที่เธอสร้างมาต้องพัง

            “ต้องงั้นสิ อ่ะ! นึกขึ้นได้แล้ว เธอต้องอยู่ตรงนี้จนกว่าฉันจะประกาศชื่อนะ แล้วนี่สำหรับเธอ อย่างน้อยก็ทำให้เขินน้อยลง” ในที่สุดไลก้าก็กลับสู่โหมดปกติดังเดิม อลิซไม่เข้าใจพฤติกรรมของเพื่อนเลย จริง ๆ แต่ก็รับหน้ากากประดับด้วยเม็ดคริสตัลที่ทอประกายระยิบระยับตรงหน้าเธอ

            “อืม เข้าใจแล้ว” อลิซตอบตกลงพลางพลิกหน้ากากนั้นอย่างสนใจ

            “ดีมาก นี่ก็ใกล้เวลาแล้ว ฉันไปก่อนนะ” แล้วไลก้าก็หายลับออกไปจากห้องนั้น ทิ้งให้อลิซอยู่อย่างโดดเดี่ยวพร้อมอาการประหม่า เธอยอมรับว่างานนี้เป็นงานแรกที่ต้องเต้นรำพร้อมชุดที่ไม่คล่องตัวเอาเสียเลย แถมรองเท้าก็สูงจนเธอแทบทรงตัวไม่ได้และแม้ว่าจะเคยเต้นรำมาก่อนในสมัยไฮสคูลแต่มันก็ไม่ช่วยให้เธอใจชื้นขึ้นมาสักนิด 

            “เฮ้อ! จะไหวเหรอเนี่ย” หญิงสาวถอนหายใจและหยุดเล่นหน้ากากที่เธอเกือบจะทำเม็ดคริสตัลหลุดก่อนวางมันลงหน้ากระจก แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นบางอย่างอยู่เบื้องหน้า

            ช่อดอกทิวลิปสีขาวมีการ์ดสีทองเสียบไว้ ทั้ง ๆ ที่นาทีก่อนมันไม่มีสิ่งนี้วางอยู่ สีหน้าหวั่นวิตกมองช่อดอกไม้นั้นอย่างไม่วางใจ เธอหันรีหันขวามองดูรอบ ๆ แต่สุดท้ายอลิซก็ตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาและอ่านการ์ดข้างใน

            ชุดของเธอสวยมาก...แต่ถ้ามีอัญมณีติดคออีกสักหน่อย คงสวยกว่านี้แน่ ๆ และถ้ามันคือคริสตัลสีน้ำเงินละก็...คงสวยไม่ใช่เล่นเลย

            จบประโยคนั้น อลิซก็มีสีหน้าเคร่งเครียดทันที ใครกันที่ส่งมันมา ใครกันที่รู้เรื่องของคริสตัลสีน้ำเงิน และเมื่อเธอก้มอ่านประโยคที่เหลือก็ทำให้เธอขบคิดเรื่องนี้อย่างวิตกกังวลยิ่งกว่าเดิม

            อย่าให้ใครรู้ว่าเราติดต่อกัน...ถ้าไม่อยากให้เรื่องที่ว่าหายไป...

           

            “ร้ายใช่เล่นนะ ไม่ทันไรก็มีแฟนคลับแล้ว” อลิซหันขวับก็พบ     โรซารีนยืนอยู่ไม่ไกลนัก และอลิซไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะเห็นข้อความในการ์ดใบนี้ได้ทัน

            “เอ่อ...มันอาจจะไม่ใช่ของฉันก็ได้” อลิซปฏิเสธก่อนวางมันลงที่เดิมและทำทีว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            “ฉันล่ะเกลียดคนอย่างเธอที่สุด รู้ตัวหรือเปล่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูขวางหูขวางตาไปซะหมด แต่เอาเถอะในเมื่อฉันรับปาก ฉันก็ต้องทำมันให้ดี” ใบหน้าไม่สบอารมณ์กำลังพรูลมหายใจอย่างปลงตก

            “รับปาก? กับใคร...”

            “ถ้าไม่อยากให้ฉันอารมณ์เสีย เธอก็ไม่ควรแส่เรื่องที่ฉันไม่คิดจะให้คำตอบ” เพียงชั่วพริบตาเดียวโรซารีนก็ปรากฏอยู่ใกล้ ๆ เธอ

            “ที่สำคัญอย่าทำให้งานนี้พัง เพราะนอกจากเธอจะแย่ เพื่อนที่น่ารักและหนุ่มหล่ออีกหลายคนอาจเป็นเหยื่อของฉันในคืนนี้ก็ได้        โรซารีนยกยิ้ม

            “คะ คุณต้องการอะไรจากเรา”

            “เราเหรอ...เปล่าเลยแค่เธอต่างหาก ฉันอยากให้เธอทำให้เรื่องมันง่ายขึ้น ยอมรับโลแกนซะแล้วทุกอย่างจะไร้ที่ติ” ใบหน้าอันสับสนนั้นทำให้โรซารีนนึกสมเพชผู้หญิงตรงหน้าขึ้นมา

            “ไม่มีอะไรเกินความสามารถของฉันหรอกนะ เตรียมตัวเตรียมใจซะเถอะ เพราะนี่จะเป็นฉากสุดท้ายที่สวยงามที่สุดของเธอ...ล่ะมั้ง”      โรซารีนหัวเราะร่วน คนฟังรู้สึกแย่ลงทุกวินาที อลิซไม่รู้จะสรรหาวิธีไหนเพื่อให้ตนรอดและในเวลาเดียวกันก็สามารถปกป้องเพื่อนของเธอเอาไว้ได้

           

            “สวัสดีเพื่อนนักศึกษาและผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน ขณะนี้ได้เวลาอันสมควรแล้วที่เราจะเปิดงานการประมูลหนุ่มสาวสุดฮอตเพื่อเป็นการสมทบทุนให้เหล่าชมรมและลูกหลานของทุกท่านที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในครั้งนี้ ขอขอบคุณอย่างยิ่งที่ท่านต่างให้เกียรติและสละเวลาอันมีค่าเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกับพวกเราในทุก ๆ ปี แต่ก่อนที่ทุกท่านจะได้ร่วมการประมูลในครั้งนี้ขอเชิญทุกท่านพบกับการแสดงของชมรมเชียร์ของเราก่อนเลยค่ะ” เมื่อสิ้นเสียงการแสดงก็เริ่มขึ้น จากนั้นไลก้าก็รีบเข้าประสานงานกับคนอื่น ๆ ให้เริ่มเตรียมเหล่าหนุ่มสาวผู้ถูกจะประมูลในครั้งนี้ให้เรียบร้อย

            “เอาล่ะ พอไฟในงานหรี่ลง พวกเธอก็ค่อย ๆ เรียงลำดับคนออกมาตามรายชื่อนี้นะ แล้วเราจะเหลือไฮไลท์ไว้เป็นคู่สุดท้าย” ทุกคนพยักหน้ารับคำสั่งจากนั้นก็เดินแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของแต่ละคน

            “อลิซอยู่ไหน”

            “ให้ตายเถอะ นายทำฉันตกใจนะเรย์ ไลก้าลูบหน้าอกเบา ๆ เมื่อจู่ ๆ เรย์ก็โผล่พรวดมาจากไหนก็ไม่รู้

            “ฉันถามว่าอลิซอยู่ไหน” เรย์ย้ำอีกครั้งเมื่อไลก้าเอาแต่ทำท่าตกอกตกใจ

            “เฮ้อ ก็อยู่ในห้องแต่งตัว”

            “แล้วทำไมยังไม่ออกมา” เรย์ไม่คิดจะจากไปง่าย ๆ จนไลก้าชัก สีหน้าหงุดหงิด

            “ก็ยังไม่ถึงเวลานะสิ”

            “เวลาอะไร...อย่าบอกนะว่า...” เรย์รู้สึกปั่นป่วนในท้องชอบกล เขาไม่ชอบอะไรที่เซอร์ไพรส์เลยจริง ๆ

            “ใช่ ฉันให้อลิซเป็นหนึ่งในคนที่ถูกประมูล พอใจแล้วยัง ฉันจะได้ทำงานต่อ” ไลก้าหลบคนที่ยืนนิ่งไม่หนีไปไหน แน่นอนว่าคนตรงหน้าไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้และนั่นก็ทำให้เธอต้องเลือกอลิซเข้ามาแทนที่ เพื่อให้คนที่ปฏิเสธเธออย่างไรเยื่อใยได้อกแตกตายดูบ้าง

            หลังจากที่ไลก้ารู้ข่าวจากเจน่าว่าอลิซย้ายไปอยู่ที่บ้านของเรย์ชั่วคราว ด้วยสาเหตุที่เธอคาดเดาได้ไม่ยากว่ามันคืออะไร นั่นก็ยิ่งทำให้เธอหงุดหงิดใจชอบกล ไม่ใช่ว่าเธอชอบเรย์แต่เธอรู้สึกว่าหลังจากที่เรย์เข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตของอลิซ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปและชัดเจนมากขึ้นหลังจากที่เรย์ปฏิเสธเธอไปวันนั้น เพราะวันถัดมาเรย์ก็ทำอย่างกับว่า อลิซเป็นลูกแหง่ต้องการคนดูแลอย่างใกล้ชิด และดูท่าเพื่อนของเธอก็ชอบใจเสียด้วยสิ นั่นยิ่งทำให้เธอเพิ่มความหมั่นไส้ในตัวเรย์เป็นเท่าตัว โทษฐานที่ปฏิเสธเธอและแย่งความสำคัญระหว่างเธอกับอลิซไปมากทีเดียว

            “เธอคิดจะแก้แค้นฉันเหรอ” เรย์ถามอย่างใจเย็น

            “ถูก และโชคก็เข้าข้างฉันด้วยนะ เพราะอลิซไม่ปฏิเสธฉันเหมือนอย่างนาย เธอเป็นเพื่อนที่น่ารักที่สุดและดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยมีมาเลย”

            “เธอกำลังทำให้เพื่อนที่รักมากที่สุดเดือดร้อนต่างหากล่ะ” 

            “มันไม่มีอะไรเลวร้ายขนาดนั้นหรอกนะเรย์ มันก็แค่กิจกรรมที่ช่วยเหลือชมรมก็เท่านั้น”

            “เหอะ ฉันว่าเธอไม่รู้อะไรเลยต่างหาก”

            “นายหมายความว่าไง!” เรย์ไม่ตอบคำถามแต่กลับหาทางเข้าไปยังห้องแต่งตัวให้เร็วที่สุด

 

            “อุ๊ยตาย คิดว่าฉันจะยอมให้นายขวางงานนี้ได้เหรอ” การปรากฏตัวของโรซารีนทำให้เรย์หยุดชะงักและจ้องมองอย่างระแวดระวังตัว

            “เธอมาที่นี่ได้ยังไง”

            “แหม ฉันยังไม่ตายซะหน่อย ทำไมฉันจะอยู่ตรงนี้ไม่ได้ล่ะ พ่อฮันเตอร์ตัวน้อย” ร่างของเธอประชิดใกล้พร้อมประโยคสุดท้ายที่กระซิบข้างใบหูเรย์ที่ยืนนิ่ง

            “ต้องการอะไร” เขาพูดลอดไรฟันอย่างอดทน

            “ทำตัวดี ๆ อยู่เฉย ๆ แล้วเพื่อนของเธอจะปลอดภัย” สีหน้าของเรย์เปลี่ยนไปเมื่อได้ฟังคำตอบ

            “ฉัน...จะฆ่าเธอ”

            “อุ๊ย! น่ากลัวจัง แต่ขอโทษทีเถอะ บังเอิญว่าฉันเป็นพวกตายยากซะด้วยซึ่งนายก็รู้ดีอยู่แล้วนี่นะหนุ่มน้อย...แต่ถ้ายังไม่ฟังกันอยู่แบบนี้ ผู้หญิงที่กำลังปกป้องอยู่อาจจะตายไวขึ้นก็ได้นะ...หรือจะลองดูล่ะ” ใบหน้าที่ดูใส่ซื่อกลับเคลือบแฝงไปด้วยความร้ายกาจ

            “หมอนั่นหาเรื่องเธอหรือเปล่าโรซารีน” ไลก้าเดินตามมาสมทบถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นเรย์จดจ้องโรซารีนด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

            “เปล่า หมอนั่นทำอะไรฉันไม่ได้หรอก กลับไปทำงานของเธอซะ เดี๋ยวเรื่องอื่นฉันจัดการเอง”

            “อะ อื้อ...ก็ได้” ไลก้าตอบตกลงแม้รู้สึกว่ามีบางอย่างทำให้เริ่มรู้สึกกังวลใจ

            สิบนาทีต่อมาการแสดงก็จบลง พิธีกรอย่างไลก้าก็เริ่มประกาศรายชื่อผู้ถูกประมูลทีละรายออกมาและการประมูลก็เริ่มต้นอย่างคึกคัก 

            “ฉันเข้าไปประมูลได้หรือเปล่าเสียงของแขกหน้าใหม่ทำให้    เจนิเฟอร์ที่สนใจการประมูลต้องละสายตามาต้อนรับ

            การประมูลเพิ่งเริ่มไปเองค่ะ ถ้าเกิดว่าคนที่คุณอยากประมูลยังไม่ถูกใครจองตัว คุณก็สามารถเข้าร่วมได้ค่ะหญิงสาวยื่นหมายเลขให้แขกหน้าใหม่ พร้อมรอให้แขกคนนี้เซ็นชื่อลงบนกระดาษผู้เข้าร่วมการประมูล

            หวังว่าเธอคนนั้นคงยังไม่มีใครเลือกนะ

            “แสดงว่ามีคนที่หมายตาเอาไว้ ใช่ไหมคะเจนิเฟอร์ร่วมสนทนากับเธอด้วย

            ใช่และขอบใจนะที่ช่วยจัดงานนี้ขึ้นมาเจนิเฟอร์ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจแต่คนที่ว่ากลับยิ้มและเดินเข้างานโดยไม่ได้สนใจเธออีกเลย

 

            ไม่ไกลจากหน้างานคนที่ยืนอยู่บนชั้นสองที่บุรอบห้องด้วยกระจกกำลังยืนมองการประมูลอยู่ไม่ห่าง แม้ความคิดของโรซารีนจะเป็นเรื่องไร้สาระตามที่เขาได้พูดเอาไว้ แต่เขากลับยืนอยู่ตรงนี้อย่างรอคอยบางอย่าง อะไรบางอย่างที่โรซารีนให้เขามาที่นี่

            แหม อยู่ที่นี่เองเหรอพ่อนักร้องดังโรซารีนมาในเดรสสั้นคว้านคอลึกจนเห็นร่องอกสวย ๆ ปรากฏอยู่ข้างกายโลแกนที่นิ่งเฉยไม่เปลี่ยน

            ถ้าเข้าใจว่าฉันดัง เธอก็น่าจะรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากแค่ไหนที่จะทำตัวไม่ให้เป็นจุดสนใจโลแกนตอบด้วยน้ำเสียงระรื่นแม้ความนัยของประโยคจะแฝงไปด้วยการเหน็บแนมคนข้าง ๆ

            แน่นอนว่าฉันฉลาดพอที่จะไม่ทำตัวโดดเด่นด้วยการเป็น    เซเลปออกงานไปทั่ว แล้วสุดท้ายต้องมาทำตัวหลบ ๆ ซ่อนอยู่อย่างนี้

            “ปากร้ายชะมัด

            “นายก็ใช่ย่อยโรซารีนต่อปากต่อคำอย่างไม่ลดละ โลแกนเพียงส่ายหน้าให้ความไม่ยอมคนของหญิงข้างกาย

            แล้วเธอจะให้ฉันทำอะไรต่อ

            “ประมูลยัยเด็กนั่นให้ได้ก็พอโรซารีนยื่นป้ายหมายเลขให้พร้อมหน้ากากสีขาวให้โลแกน

            เธอเตรียมตัวมาดีเธอยักไหล่ไม่ใส่ใจก่อนจะเดินกลับออกไป

            เดี๋ยวสิ

            “ว่ามา

            “ระวังตัวหน่อยก็ดี...ฉันรู้สึกว่าไม่ใช่แค่เราที่อยู่ที่นี่...สีหน้าของเธอเคร่งเครียดโดยพลันเมื่อรับรู้ได้ถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์นั้นและท่าทีของโรซารีนก็เปลี่ยนไป

            ฉันเกลียดแขกไม่ได้รับเชิญโรซารีนหายลับไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้โลแกนกวาดสายตาไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวังภัย

            “ฉันก็เกลียดเหมือนกัน...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

428 ความคิดเห็น

  1. #389 เจนจิบิ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 10:37
    โรซารีนนางนี้น่าหมันไส้เบาๆ (ไม่เบานะ5555)

    แอบมีโมเม้นของคู่ไลก้าด้วยอ่ะ -///-

    ส่วนเย์ก็หาแต่อลิซ อิอิ โลแกนคือใครคะ?

    เกือบจะลืมไปเล้ยยย สุดท้ายใครคือแขกที่ไม่ได้รับเชิญกันน้าาาา
    #389
    0
  2. #312 Daren L. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มกราคม 2557 / 17:44
    มาอ่านตอนนี้นี่แบบว่าอึ้งนิดนึง แมคคบกะโรซารีนแล้ว 
    ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยอ่ะ แล้วก็ตอนนี้มีโมเม้นต์เชสเตอร์กับไลก้าด้วย 
    ขอบอกว่าอวยคู่นี้มากๆ มีภาพประกอบอีก หล่อจนน่าหมั่นไส้เลยค่ะคุณเชส! 
    อ่านแล้วไม่ชอบโรซารีน นางแหละ ขวางหูขวางตาเค้า! 
    ใครก็ได้เอานางไปเก็บที! ส่วนเรย์ นางก็ถามหาแต่อลิซ 
    นี่ละสายตากันไม่ได้เลยเนอะ โลกงโลแกนตกกระป๋องไปแล้วสำหรับนิสา 
    คู่นี้แซงทางโค้งมาไกลมาก 555

    ปล. โรงยิม ไม่มี ส์ นะคะ เพราะมันน่าจะถอดมาจาก gymnasium ค่ะ :D 
    #312
    0
  3. #278 Alive4Dream (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2556 / 01:06
    คราวนี้อลิซจะรอดไหมอ่ะ เรย์จะช่วยอลิซยังไง

    กลัวว่าโลแกนจะประมูลอลิซได้สุดๆอ่ะ โรซารีนนี่ร้ายกาจกว่าที่คิดเยอะมากอ่ะ

    ส่วนไลก้า ก็กำลังจะทำให้เพื่อนตัวเองเดือดร้อนสุดๆ

    จะว่าไปไลก้า เหมือนคนที่เอาแต่ใจสุดๆ เหมือนอลิซต้องตามใจตลอด

    ถึงแม้ว่าจะคอยเป็นห่วงอลิซบ่อยๆก็เถอะ

    หน้ากากจะต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ๆ

    แล้วใครเป็นคนส่งดอกไม้กับการ์ดให้ ตอนแรกคิดว่าโลแกนเป็นคนเอามาให้

    หรือว่าจะเป็นฝีมือโรซารีน
    #278
    0
  4. #227 Eveeva (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 เมษายน 2556 / 10:32
    หลอนเลยยยยยยยยยย
    555555555555555
    โซรารีนนนนนนนนนนนน
    ว๊ากกกกกกกกกกกกกก
    ซวยแล้วอลิซเอ้ยย




    กรรมซ้ำกรรมซ้อน ถูกประมูล
    ไม่ถงไม่ถามเรื่องสุขภาพอลิซสักคำ
    5555555555555555555555
    อยากให้โลแกนมาประมูลอลิซจัง *-*
    //ข้ามไป




    หืมมมมมมมม -///-
    คู่ไลก้ากับเชสนี่ไม่เบา
    หวานใช่ย่อย กรี๊ดดดด
    5555555555555555
    อ่านแล้วฟินเบยยยยยยยย




    เรย์ เรย์ โธ่แอบห่วงอลิซ
    มาถึงก็ถามถึงคนแรกเลย
    ไม่แปลกที่ไลก้าจะหมั่นไส้
    5555555555555555555



    อ่านต่อค๊าบบบบๆๆ
    #227
    0
  5. #198 BizcuitO (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 17:53
    เรย์ ...มาให้ไว



    ประมูลมาให้ได้เลยน๊า อย่าให้ "ใคร" มาประมูลไปได้



    กรี๊ดดดดดดดดดด...ชอบเชสเตอร์อะ มั่น แมน เท่ เกรียน ชอบบบบบ
    #198
    0
  6. #196 GD จ้า ^^ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 17:34
    ใครจะมาอีกเนี่ย อยากรู้อ่ะ ><
    #196
    0
  7. #195 monobizz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 16:32
    กรี๊ดดดดด ผู้ชายมาเพิ่มอีกแล้ว 555555 > <
     
    อลิซ เธออย่าไปคิดมากเลย ต่อให้มีอะไรจริงๆ
    ทั้งโลแกน ทั้งเรย์ สองคนนั้นอ้าแขนรับเธอชัวร์ๆ
    ถึงอิพี่โลมันจะเกี่ยวข้องก็เถอะ =..=!
     
    กรี๊ดดดดดดดดดด 'ถ้าฉันถอดมันเกรงว่าคนแถวนี้จะคลั่งตายน่ะสิ'
    เจ๋งไปเลยนะพี่เชส อ๊ากกกกกกกกกก หลงตัวเองได้ถูกต้องที่สุด >__<
     
    อื้ออออออออออออออออออออออออออออออออ Q___Q
    เฮียเชสแกพูดออกมาอย่างไม่อาย เรื่องวันนี้...?
    กรี๊ดดดดดด แบบบบ อ๊ากกกกกก แล้ว อ๊ากกกก อีกรอบ
    ฮือๆๆ อยากได้คนแบบนี้มาตั้งไว้ที่หัวเตียง T////T
     
    โรซารีน เรามาตบกันเถอะ หล่อนนั่นแหละพูดมาก = =!
    ชอบขู่ ชอบฆ่า ไปเกิดใหม่ไป๊ ชิ่วๆ 
     
    โถ่พี่เรย์ มาถึงก็ถามหาอลิซอย่างเดียวเลยนะพ่อคุณ 
    พี่เรย์ฆ่าอิเจ๊โรซาเลย เอาให้มันไปเกิดใหม่ไวๆ หมั่นไส้
    ไลก้าเอ๊ยยยย หล่อนจะใสๆซื่อๆไปถึงไหน ตามเกมอิเจ๊โรซาให้ทันดิวะ
     
    โลแกนโรซารีน ได้กันเองซะเถอะ เพี้ยงงง
     
    สุขสันต์ปีใหม่เหมือนกันฮะไรเตอร์ ^0^
    #195
    0
  8. #192 Orpicuew (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 19:10
    รอๆน้าาาาาาาคร้าาาาา
    #192
    0
  9. #191 monobizz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 18:37
    กรี๊ดดดดดดดดด > <
    มารอคนแรกเลยฮะ !
    #191
    0