Bloody Day

ตอนที่ 11 : :: The Truth ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 726
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ก.พ. 59

The truth

 

เพลงป๊อบแดนซ์ยังคงเปิดคลอต่อไป ผู้คนก็ยังคงยืนเบียดเสียดโยกย้ายตามเสียงดนตรีโดยไม่สนสิ่งรอบข้างเช่นเดิม หลังจากวิตกจริตกับอาการแปลก ๆ ของตัวเองอยู่สักพัก อลิซก็ตัดสินใจลืมมันเพื่อให้ตัวเองรับรู้ถึงความสนุกสนานรอบข้างสักที นั่นไม่ใช่เพราะคำพูดของเรย์ที่กระแทกเข้าหูเมื่อห้านาทีก่อน แต่เป็นเพราะเธอไม่อยากจมกับอาการแปลก ๆ ที่ตัวเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ต่างหาก

ไงอลิซ” เสียงหนึ่งทักขึ้น เมื่อหลุดจากความคิดของตัวเองอลิซก็พบว่าเชสเตอร์หนุ่มฮอตนักกีฬารักบี้กำลังยิ้มสดใสอยู่ตรงหน้าพร้อมกับแมคและเรย์ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ

เฮ้เชสเตอร์นายมางานนี้ด้วยเหรอ” เชสเตอร์พยักหน้ารับ 

แมคชวนน่ะ แล้วเธอล่ะ อย่าบอกนะว่ามาคนเดียว” 

ฉันคงไม่มีปัญญามาที่นี่คนเดียวหรอก ฉันมากับไลก้าน่ะ” อลิซ ยิ้มให้กับสีหน้าที่ดูระรื่นขึ้นเล็กน้อยของเขา

สองคนนี้รู้จักกันด้วยเหรอ” แมคทำสีหน้าประหลาดใจเมื่อเห็นทั้งคู่สนิทสนมกันมากกว่าคนที่เพิ่งรู้จักกันเป็นครั้งแรก

อืม เมื่อวานที่พวกนายคัดเลือกตัวนักฟุตบอลเข้าทีม ฉันกับ อลิซเลยมีโอกาสได้พูดคุยกัน เชสเตอร์ตอบ แมคจึงพยักหน้าเข้าใจ

ถ้าอย่างนั้นให้เชสเตอร์ไปกับพวกนายส่วนฉันจะตามไลก้าที่โต๊ะนะอลิซถือโอกาสแยกตัวไปหาไลก้าที่นั่งรออยู่ไม่ไกล

เรื่องนั้นไม่ต้อง ฉันให้ไลก้าไปรอที่จุดนัดแล้ว” 

งั้นจะรออะไรอยู่ล่ะ ไปกันเลยดีไหม” เชสเตอร์ร้องชวน ทุกคนจึงพร้อมใจกันก้าวเท้าเดินออกไป

 

ฉันว่านายมีคู่แข่งแล้วล่ะเรย์” หลังจากที่เดินกันเงียบ ๆ แมคก็เริ่มชวนคนที่เดินขนาบข้างสนทนา แถมยังทำลับ ๆ ล่อ ๆ แอบเหลือบมองคนทั้งสองที่เดินพูดคุยอย่างสนิทสนมอยู่ด้านหลัง

คู่แข่ง?” 

ใช่คู่แข่ง คนฮอตประจำมหาวิทยาลัยเลยด้วย นายจะไหวเหรอ

นายพูดไร้สาระอะไรอยู่” เรย์เลิกคิ้วไม่เข้าใจ

อย่าทำเป็นไม่สนใจหน่อยเลย ก็นายกับอลิซเป็น...

เป็น?” เรย์เลิกคิ้วรอคำตอบ

ช่างเถอะ เรื่องของนายนี่” แมคยักไหล่ก่อนเดินนำทิ้งให้คนที่แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องเดินทอดน่องตาม เรย์เพียงนึกขำอยู่คนเดียวเพราะคนอย่างเขาไม่เคยสนคู่แข่งอยู่แล้ว

 

เฮ้ช้าจัง” ไลก้าร้องทักกลุ่มคนที่เดินเข้ามาพร้อมแจกรอยยิ้มเป็นกันเองให้อย่างเคย ยกเว้นก็แต่บุคคลที่เธอไม่เคยญาติดีด้วยอย่าง  เชสเตอร์

เอาล่ะ พวกเธอคอยที่นี่แล้วกัน ส่วนฉันจะไปซักซ้อมคิวหน่อย แล้วอย่าลืมตั้งใจดูฉันด้วยนะ” แมคสะบัดสองนิ้วเข้าออกจากดวงตาสื่อความให้ทุกคนตั้งใจดูเขาให้ดี ก่อนหายตัวออกไปจากตรงนั้น

เรย์ดีใจจังที่เจอนายที่นี่” ไลก้าทักคนที่หันมองไปรอบ ๆ อย่างเฉยเมย โดยแสร้งทำทีไม่เห็นว่ามีใครอีกคนยืนอยู่

อืม” เรย์ตอบสั้น ๆ

ฉันนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องจะคุยกับนายไม่พูดเปล่าไลก้าคว้าแขนของเรย์ที่กอดอกออกและลากให้มายืนข้าง ๆ เธอ อลิซอดเหลือบมองอีกคนที่มีท่าทางหดหู่ไม่ได้

เธอไม่คิดจะทักทายเชสเตอร์หน่อยหรือไง” อลิซพูดขึ้นเมื่อไลก้ายังไม่สนใจเชสเตอร์

ไม่เป็นไรหรอก ปล่อยให้เพื่อนของเธอทำอย่างที่อยากทำเถอะ” เชสเตอร์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

นั่นถูกเผงเลยล่ะ” ไลก้ายิ้มมุมปาก บรรยากาศดูแย่ยิ่งกว่าเดิมแต่ไม่เท่ากับการที่เรย์ไม่คิดช่วยให้สถานการณ์มันดีขึ้น เมื่อเจ้าตัวช่างจ้อขึ้นมาเสียดื้อ ๆ

เธอมีเรื่องจะพูดกับฉันไม่ใช่เหรอ

อ่อ จริงด้วยแล้วบทสนทนาของคนทั้งคู่ก็เริ่มต้น เธอและ     เชสเตอร์จึงกลายเป็นบุคคลนอกไปโดยปริยาย

 

นายโอเคหรือเปล่า” อลิซเอ่ยถามหลังจากที่เธอและเชสเตอร์เงียบกันไปชั่วขณะ

อืม โอเคสิ

แต่ฉันว่านายไม่โอเคหรอก” อลิซว่าและเชสเตอร์ที่ดูหมดกำลังใจจะยืนต่อไป 

ก่อนที่เรื่องราวจะผ่านไป แสงไฟบนเวทีก็สว่างจ้าเผยให้เห็นชายร่างสูงยาวใบหน้าคุ้นเคย แมค ไมลีย์กำลังอยู่บนนั้นและกำไมโครโฟนเอาไว้พร้อม ๆ กับส่งสัญญาณให้ดีเจอีกฝั่งลดเสียงเพลงลงจนเงียบสนิท และแมคก็กระแอมเสียงเรียกให้แขกทั้งงานหันมาทางเขา

อะแฮ่มสวัสดีทุกคน ขอต้อนรับงานฉลองวันเกิดครบ 21 ปีของฉันอย่างเป็นทางการ หวังว่าพวกนายคงชอบสิ่งที่ฉันเตรียมมาเพื่อวันนี้โดยเฉพาะเสียงโห่ร้องอย่างยินดีดังลั่นไปทั่วทั้งร้านทำให้แมคยิ้มอย่างพอใจในฝีมือการจัดงานของตัวเองไม่น้อย

เอาล่ะ ๆ ตอนนี้ก็มีอีกหนึ่งความพิเศษที่ฉันเตรียมมาอีกด้วย ขอบอกไว้ก่อนว่ามันเจ๋งสุด ๆ จนพวกนายต้องทิ้งแอลกอฮอล์ในมือไปเลยเพื่อน ๆ โห่ร้องกันยกใหญ่และต่างตะโกนร้องถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

ถ้างั้นก็พบกับวงดนตรีสุดเจ๋งของฉันได้เลย Crazy Miley Yeah!” แมคตะโกนสุดเสียงพร้อมกับผายมือไปยังสมาชิกในวงอีกสามคน มือกลองหัวตั้งผมบลอนด์ดวงตาสวย นักร้องนำผมหยักศกสีดำสนิทกับความสูงที่โดดเด่น มือกีต้าร์ร่างสูงผมสีน้ำตาลเข้มกำลังยิ้มอาย ๆ ให้กับสาว ๆ ที่โบกมือให้ ส่วนแมคมาในมาดมือเบสตีหน้าขรึมกำลังถลกแขนเสื้อยืดเผยรอยสักสวย ๆ อวดแฟนคลับที่เริ่มส่งเสียงเชียร์อยู่ด้านล่าง

จากพื้นที่ที่เคยโล่งตอนนี้อลิซแทบไม่มีพื้นที่สำหรับยืนและหายใจ มีบางทีที่เกือบเซถลาออกจากจุดเดิม แต่โชคดีที่เชสเตอร์รั้งเธอไว้ได้ประกอบกับสาว ๆ คงไม่อยากมีเรื่องกับหนุ่มหล่อขวัญใจใครหลายคนจนเธอต้องระเห็จออกจากพื้นที่แคบ ๆ นี้เป็นแน่ เล่นเอาคนที่ไม่เคยทำอะไรแบบนี้ถึงกับถอนหายใจออกมา 

“Taking over me!” แต่เมื่อนักร้องนำขานชื่อเพลง เสียงเคาะไม้กลองก็ดังขึ้นเป็นจังหวะ กีต้าร์ เบสและเสียงกลองหนัก ๆ ต่างทำหน้าที่ของมันอย่างรู้งาน น้ำเสียงแหลมสูงประสานเสียงดูน่าฟัง ส่งผลให้อลิซค่อย ๆ คล้อยตามคนอื่น ๆ ที่โยกย้ายไปมาอย่างสนุกสนาน 

ไม่น่าเชื่อว่านอกจากแมค ไมลีย์จะเป็นนักกีฬาที่มีความสามารถล้นเหลือแล้ว เขาก็ยังทำหน้าที่นักดนตรีได้เจ๋งอย่างที่พูดไว้จริง ๆ ท่าทีที่เคยขี้เล่นตอนนี้เปลี่ยนเป็นจริงจังและเท่เสียจนสาว ๆ ด้านล่างตะโกนเรียกชื่อเขาอย่างบ้าคลั่ง และดูท่าแมคจะอยากให้พวกเธอตายจริง ๆ เพราะเขาดันขยิบตาให้สาว ๆ พวกนั้นด้วย

แมคเจ๋งดีนะ นายว่า...” คำพูดของอลิซหายลงคอเมื่อเห็นใบหน้าเศร้า ๆ ของเชสเตอร์ที่กำลังจดจ่อไปยังคนข้างหน้า ไลก้ายิ้มหัวเราะและโยกตัวอยู่ข้าง ๆ ชายหนุ่มอีกคน ดูเหมือนว่าเชสเตอร์คงทนยืนต่อไปไม่ไหวเขาจึงเอ่ยปากบอกอลิซ

ฉันออกไปสูดอากาศข้างนอกหน่อยนะ” เชสเตอร์ค่อย ๆ หลบฝูงชนที่ดันเข้ามาแทนที่พื้นที่ว่างตรงนั้น อลิซพยายามเดินตามออกไปอย่างเป็นกังวล เพราะการยืนอยู่โดยไม่มีใครสักคนที่รู้จักมันก็ทำให้บรรยากาศไม่สนุกอย่างที่คิดไว้ (นั่นไม่นับรวมไลก้ากับเรย์ที่คงไม่สนใจความเป็นอยู่ของเธอตอนนี้แน่ ๆ) และเธอรู้สึกเห็นใจกับใบหน้าเศร้า ๆ นั้นเช่นกัน

เชสเตอร์รอเดี๋ยว...”  เธอพยายามเบียดผู้คนที่ไม่ยอมให้ทางอย่างยากลำบาก เมื่อพ้นออกมาได้อลิซก็พยายามมองหาชายหนุ่มที่คลาดสายตา หลังไว ๆ ของเขากำลังออกจากประตูบานใหญ่ อลิซจึงเดินตามไปและเริ่มสรรหาคำพูดดี ๆ ในหัวมาปลอบใจ 

 

แต่เมื่อเธอก้าวพ้นออกไปก็พบกับความว่างเปล่า ไม่มีแม้ใครสักคนที่เดินผ่านแถวนั้นรวมถึงเชสเตอร์ด้วย

แปลกจัง” เธอใช้สายตากวาดมองไปรอบ ๆ บริเวณนั้นอีกครั้ง จนแน่แก่ใจแล้วว่าเชสเตอร์ไม่ได้อยู่บริเวณนั้นจึงตัดสินใจหันหลังกลับ

 

กึก! ขาทั้งสองหยุดชะงักเมื่อพบร่างที่กำลังพิงประตูร้านอย่างนิ่งเฉย ผมยาวไล้คอถูกรวบลวก ๆ เผยให้เห็นต้นคอขาวซีด เสื้อยืดสีทึบและโค้ทสีดำทำให้คนตรงหน้าดูสูงโปร่งมากยิ่งขึ้น ใบหน้าที่ก้มมองพื้นค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นและยิ้มให้เธอที่กำลังมองอยู่ไม่ห่าง

ความกลัวที่หลบหายไปพักใหญ่ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง อลิซถอยหลังตามสัญชาตญาณ เธอค่อนข้างสับสนกับการกระทำที่ไร้ความหมายนี้แต่ก็ยังถอยห่างจากคน ๆ นั้นไป

อย่าทำตัวห่างเหินแบบนี้สิ อลิซ” อลิซหมุนตัวกลับก็พบกับร่างที่เคยยืนพิงประตูปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

คุณต้องการอะไร!” อลิซร้องถามอย่างตระหนก เมื่อจู่ ๆ คนตรงหน้าทำเหมือนกับว่าหายตัวได้อย่างไรอย่างนั้น

เปล่า แค่อยากเจอ” เขายังคงยิ้ม

แต่ฉันไม่...” อลิซแย้งแต่กลับถูกเบนความสนใจอีกครั้ง

แค่มาดูผลงานตัวเอง มันสวยดีนะเวลาอยู่บนต้นคอคุณ” เธอเอะใจจึงรีบจับต้นคอตัวเองตามคำพูดนั้น

รอยนั้นมีแต่ผมเท่านั้นแหละที่จะเห็นไม่ต้องห่วงหรอก

รอยอะไรเธอถามอย่างตระหนก

นึกดี ๆ สิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น...” เขาโน้มตัวเข้าใกล้และกระซิบข้างใบหู

ขอโทษ ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูด อีกอย่างคุณเป็นใครกันแน่!” คิ้วขมวดมุ่นจับจ้องไปยังคงที่ทำสีหน้าหงุดหงิด

ให้ตายเถอะ ลืมคนที่ชอบจนแทบคลั่งอย่างผมไปได้ยังไง” ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

ว่าไงนะ คนที่ชอบคลั่ง?”

อลิซ...คุณจะลืมผมไปได้ยังไงก็ในเมื่อ...ผมเป็นคู่ของคุณนะรู้ไหมดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นจ้องเขม็งมายังเธอ มีบางอย่างทำให้อลิซอยากหันหนีแต่เขากลับดึงตัวไว้และจับไหล่ทั้งสองแน่น

 

มองมาที่ผม อลิซ...ผมสั่งให้คุณมอง” เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงด้วยอำนาจอันล้นเหลือ อลิซพยายามขัดขืนกลับทำตามคำสั่งและจ้องมองดวงตาสีเข้มอย่างว่าง่าย

ผมจะบอกเป็นครั้งสุดท้าย ผมคือโลแกน คนที่คุณต้องจำไปทั้งชีวิตและจะไม่มีวันลืมได้อีก

 

ม่านตาของเขาวูบไหวอย่างน่าประหลาด ความทรงจำที่เคยดูดกลืนกลับคืนสู่สมองอย่างรวดเร็วดั่งอากาศถูกขโมย อลิซสูดหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอดโดยพลัน ก่อนดวงตาของเธอจะเลื่อนมองคนตรงหน้า

โลแกน!” เรื่องราวทั้งหมดที่ถูกความกลัวและจิตใต้สำนึกของเธอบดบังเอาไว้กลับผุดขึ้นอย่างชัดเจนจนเธอต้องเอ่ยออกมาอย่างหนักใจ “ตกลงนายทำอะไรกับฉันกันแน่!

ตอนไหน วันนี้ เมื่อวาน หรือวันอื่น” คำถามยอกย้อนเล่นงานคนตรงหน้า เธอรู้สึกโกรธ กลัวและอายในเวลาเดียวกัน

ไม่เอาน่า อย่าทำหน้าแบบนั้น ผมก็แค่หยอกเล่นเท่านั้นเอง”  โลแกนแค่นหัวเราะ แต่อลิซกลับไม่รู้สึกว่ามันน่าขันหากกลับน่ากลัวเสียมากกว่า

ขอร้องล่ะ...ปล่อยฉันไปเถอะ” อลิซแทบอยากร้องไห้ เป็นไปได้เธอก็จะคุกเข่าอ้อนวอนคนตรงหน้าให้ปล่อยเธอไปเสียที แต่เขากลับส่ายหัวช้า ๆ ปฏิเสธคำขอนั้น

นั่นเป็นไปไม่ได้

ทำไมกัน ทำไมต้องทรมานฉันแบบนี้ด้วย

ก็เพราะ...คุณมันน่าสนใจยังไงล่ะ อีกอย่างนะ บางทีชีวิตของคุณอาจไม่ได้เกิดมาและใช้ชีวิตอย่างคนปกติหรอก อืม...ผมน่าจะอธิบายได้ดีกว่านี้ แต่ยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ เอาเป็นว่าผมปล่อยคุณไม่ได้หรอก ลืมเรื่องนั้นไปได้เลย” โลแกนเดินวนไปมาและดวงตาสีเข้มของเขายังคงจับจ้องที่เธอเพียงคนเดียว

เธอมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจการกระทำของเขาเลยสักนิด เหตุใดเขาจึงยังวนเวียนรอบเธอไม่รู้จักจบจักสิ้น ในเมื่อเขาได้สิ่งที่ต้องการแล้วนั่นคือเลือดของเธอ มันน่าจะพอให้เขาจากไป แต่กลับเป็นว่าชีวิตของเธอเกิดน่าสนใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น แล้วจะให้เธอทำเช่นไรเพื่อจะไล่สิ่งมีชีวิตอันน่าพิศวงนี้ออกจากชีวิตของเธอไปเสียที...หรือมีหนทางเดียวคือความตาย

ขายาวหยุดเดินและหันมองเธอด้วยดวงตาที่ฉายแววเจ้าเล่ห์ “ยังจำข้อเสนอของฉันได้อยู่หรือเปล่า” 

จำได้สิ นั่นเรื่องโกหก” อลิซนึกย้อนไปถึงสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจพลาดไป

ก็ไม่เชิงหรอก” หลายครั้งเหลือเกินที่เธอรู้สึกได้ถึงความกดดันที่โลแกนส่งผ่านมายังสายตาและครั้งนี้ก็เช่นกัน

คะ คุณต้องการจะบอกอะไร

ความจริงกับสัญลักษณ์ที่คอของคุณ” โลแกนชี้นิ้วไปยังต้นคอของเธอพร้อมสายตาที่เลื่อนจับไปยังตำแหน่งนั้น

รอยที่ต้นคอของคุณมีสัญลักษณ์หนึ่ง...ที่ใช้จับจอง

วะ ว่าไงนะ” 

ผมกัดคุณและทิ้งสัญลักษณ์ไว้เท่ากับว่าคุณมีทางเลือกเดียวเท่านั้น คือการที่คุณต้องเป็นคนของผมตลอดไป

โอ้ พระเจ้า...คำตอบของโลแกนทำให้ทุกอย่างพังทลาย เธอไม่อาจยอมรับได้ เธอไม่มีแม้กระทั่งหนหนีให้หลุดพ้นจากโลแกนได้เลย

ไม่ ไม่มีทาง ฉันไม่ยอมเด็ดขาด!” อลิซหมุนตัวและวิ่งออกไปให้เร็วที่สุด แต่กลับถูกโลแกนขวางเอาไว้ เมื่อเธอหลบไปอีกทางเขาก็ขวางเธอไว้ได้อย่างง่ายดาย

ทำไมกันล่ะ เป็นคนของผมไม่ดีตรงไหน แต่จะว่าไปแล้วคุณก็เคยคลั่งผมขนาดนั้นไม่ใช่หรือไง” 

 “ถ้าต้องการเลือดฉัน ก็ฆ่าฉันซะเดี๋ยวนี้เลยสิ! อย่าทรมานฉันแบบนี้!” อลิซเหลืออดแล้ว บัดนี้ เธอข้ามพ้นความกลัวมาไกลและเธอไม่อาจหลีกหนีสิ่งมีชีวิตตรงหน้าได้ มันจึงเป็นหนทางสุดท้ายที่จะทำให้เธอไม่ต้องทนอยู่กับความทรมานบ้า ๆ อีกต่อไป 

ผมไม่ต้องการฆ่าคุณเสียหน่อย...” น้ำเสียงเบาหวิวลอดผ่านปากสวย หัวใจของโลแกนกระตุกเมื่อเห็นใบหน้านั้นหวาดกลัวสุดขีด

ผมขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้รู้สึกแบบนี้... แต่เพราะผมไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน ผมหมายถึงมนุษย์อย่างคุณน่ะ” ดวงตาสีเข้มแสดงความเสียใจ เธอสับสนในเจตนาของโลแกนเสียเหลือเกิน

ต้องการอะไรกันแน่” ดวงตาที่มีหยดน้ำซึมไหลมันทั้งโกรธและกลัวจนควบคุมร่างกายแทบไม่อยู่กำลังรอคอยคำตอบของคนตรงหน้า

คุณเป็นคนพิเศษ พิเศษเสียจนตัวคุณเองก็ไม่อาจยอมรับมัน” ดวงตาที่หรี่ลงอย่างเจ็บปวดย้ำให้เธอสับสนเข้าไปอีก

วันนี้คงทำให้คุณสับสนมาก โปรดให้อภัยผมด้วย” มือของเขาสัมผัสอย่างนุ่มนวลยังแก้มของเธอ เพียงครู่เดียวดวงตาทั้งสองก็สบกัน 

ทั้งเขาและเธอต่างเงียบ มีเพียงลมหายใจที่ค่อย ๆ ทอดถอน แม้แต่หัวใจก็เต้นอย่างเชื่องช้าเป็นจังหวะอย่างน่าประหลาด

 

ทำอะไรตรงนั้น อลิซ!” เด็กสาวหันไปมองไลก้าที่ยืนกอดอกและก้าวเท้ายาว ๆ มาหา อลิซนึกขึ้นได้ก็รีบหันกลับไปยังโลแกน แต่ร่างตรงหน้าได้หายไปเสียแล้ว

ฉันคุยกับเธออยู่นะ

อะ เอ่อ ฉันมาตามหาเชสเตอร์น่ะ เขาบอกว่าออกมาสูดอากาศข้างนอก” อลิซตอบแต่สายตายังคงมองหาคนที่หายตัวไปอย่างลึกลับ 

ดูท่าจะเป็นห่วงหมอนั่นจริง ๆ ผิดหวังชะมัดที่เธอดันชอบ       เชสเตอร์แทนแมคน่ะ

ว่าไงนะ ฉันไม่ได้ชอบใครทั้งนั้น” 

แล้วที่เธอเอาแต่หันรีหันขวามองอยู่นี่ล่ะ

ไม่มีอะไรหรอก รีบเข้าไปเถอะ” อลิซถอนหายใจออกมา หลังจากที่เจอเรื่องราวที่แสนวุ่นวายซ้ำยังต้องฟังไลก้าพูดเรื่องงี่เง่าที่เธอไม่เคยจินตนาการตามเลยจริง ๆ

เฮ้ฉันพาเธอมาพักผ่อนนะ ไม่ใช่มาทำหน้าเครียดแบบนี้ บอกฉันสิถ้าไม่ใช่เรื่องเชสเตอร์แล้วเธอเป็นอะไร

ฉันเปล่าเป็นอะไร

เปล่าเหรอ อีกแล้วนะอลิซ เธอโกหกฉันบ่อยนะช่วงนี้” ไลก้ารั้ง อลิซให้หยุดสนทนากับเธอก่อน

ฉันไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงไลก้า ตอนนี้หัวของฉันแทบจะระเบิดออกมาแล้ว

ก็แค่พูด...อลิซ ฉันเป็นเพื่อนของเธอนะ” ไลก้าแสดงออกชัดเจนว่าเธอเป็นห่วง อลิซยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน รู้ดีกว่าไลก้าอยากช่วยเหลือขนาดไหน แต่เธอไม่สามารถพูดเรื่องนี้ให้ไลก้าฟังได้จริง ๆ

ฉันรู้ว่าเธอเป็นห่วง แต่บางเรื่องฉันก็อธิบายให้เธอเข้าใจไม่ได้และมันไม่ใช่เรื่องของเชสเตอร์ ฉันกับเขาไม่ได้มีอะไรมากกว่าความเป็นเพื่อนและได้โปรดอย่าจับคู่ฉันกับใครอีก

ฉันรู้สึกเศร้านิดหน่อยตรงที่ไม่บอกความจริงว่าเธอเป็นอะไร แต่ก็ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องเชสเตอร์นั่นก็แล้วไป” อลิซคว้าข้อมือของเพื่อนรักมากุมเอาไว้ เธออยากขอบคุณไลก้าที่คอยเป็นห่วงเธออยู่เสมอแม้ในเวลาที่ไม่พร้อมที่จะพูดเช่นวันนี้

ขอบใจนะไลก้าที่เข้าใจ

โอเคโอเค เราเข้าไปในร้านกันเถอะ ข้างนอกหนาวจะตาย” เมื่อทั้งคู่เข้าใจกันแล้ว ไลก้าก็คว้าไหล่อลิซเดินเข้าร้านไปอย่างสบายใจ

เธอควรญาติดีกับเชสเตอร์หน่อยนะไลก้า” ไลก้ายู่หน้ามองอลิซ อย่างไม่เข้าใจ

ฉันอยากให้เธอมองต่างมุมนิดหน่อย บางทีเธออาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะอลิซยิ้มอย่างมีเลศนัย ไลก้าอดสงสัยในรอยยิ้มนั้นไม่ได้ อลิซจึงหัวเราะออกมาอย่างเหนื่อยใจ แม่สาวแสนฉลาดแต่ดันพลาดท่าให้เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เสียอย่างนั้น

 

เฮ้หายไปไหนมา เธอชวดโอกาสดูคอนเสิร์ตเจ๋ง ๆ ของฉันได้ยังไง” แมคเสียงดังโวยวายมาแต่ไกล อลิซทำได้เพียงยิ้มแหย ๆ และ   ขอโทษขอโพยแมค นั่นทำให้เธอเห็นว่าเชสเตอร์ก็นั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมกับเบียร์หนึ่งขวดในมือ

นายกลับเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

สักพักแล้ว เธอล่ะหายไปไหน” เชสเตอร์ตั้งคำถาม 

อะ อ่อ ไม่มีอะไรหรอกเธอส่ายหน้าไปมาและเก็บเรื่องราว  บ้า ๆ นั้นไว้คนเดียว จากนั้นไลก้าก็เดินมานั่งข้าง ๆ จนครบทีม

เธอทำให้ฉันผิดหวังนิดหน่อยนะอลิซ แทนที่จะดูฉันเล่นเบสจนจบ แต่ดันหายตัวไปซะก่อน” แมคพร่ำพูดเรื่องเดิม ๆ อย่างเสียดาย

ฉันขอโทษที่ไม่ทันได้ดูจนจบ แต่วงของนายก็เจ๋งมาก ๆ เลยล่ะ แถมฝีมือเล่นเบสของนายก็เจ๋งมากด้วย” เมื่อได้ยินคำชมแมคก็ฉีกยิ้มไปจนถึงใบหู 

คำชมนั่นไม่นับรวมเบียร์ในขวดนี่หรอกนะอลิซ เธอต้องซดให้หมดเป็นการไถ่โทษอลิซเริ่มหนักใจเมื่อเห็นขวดเบียร์ที่แมคยื่นให้ 

ฉันไม่เคยดื่มมันมาก่อน” อลิซบอกปัดแถมส่งสายตาเป็นการขอร้องให้ไลก้าช่วยเหลือ 

ลองซักตั้งจะเป็นไรไป ฉันเอารถมาไม่ต้องห่วง” ไลก้ายิ้มอารมณ์ดีและยื่นขวดเบียร์ให้อลิซพร้อมดื่มทันที

ขอบคุณมากไลก้าอลิซอดประชดเพื่อนไม่ได้

ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดให้ฉันแล้วกัน เธอจะได้มีกำลังใจ” แมคยิ้มระรื่นประหนึ่งให้กำลังใจแต่มันกลับสร้างความกดดันให้เธอมากกว่า ก่อนเธอจะตัดสินใจยกมันขึ้นดื่มอย่างเลี่ยงไม่ได้

เบียร์ขม ๆ ไหลลงคออย่างรวดเร็ว อลิซหลับตาปี๋ฝืนดื่มจนหมดในคราวเดียว เพราะคิดว่าคงไม่มีทางจะดื่มมันได้อีกแน่หากหยุดมันตอนนี้และในนาทีที่ขวดเบียร์ว่างเปล่า เสียงปรบมือก็ดังลั่น

เยส! ฉันหลอกอลิซดื่มเบียร์ได้แล้ว นายจ่ายมาเลย” อลิซหันขวับไปจ้องหน้าคนที่ยื่นแบงค์ให้แมคอย่างเอาเรื่อง ใบหน้านิ่ง ๆ กำลังยกขวดน้ำอัดลมขึ้นดื่ม เธออยากจะลุกขึ้นตอกหน้าคนตรงหน้าเสียเหลือเกินแต่ติดอยู่ที่ตอนนี้สติของเธอกลับหลุดหายไปอย่างรวดเร็ว

ตุ๊บ! “เฮ้! อลิซ ตื่นเร็วเข้า นี่แมค นายหลอกพวกฉันเหรอ นายโดนแน่!” อลิซได้ยินเพียงเสียงแวดลั่นของไลก้าที่กำลังโวยวายใส่แมคและต่อจากนั้นมันก็กลับกลายเป็นเสียงหึ่ง ๆ ฟังน่ารำคาญ

ในบางครั้งการทำให้สติสัมปชัญญะของตัวเองลดลงก็ถือเป็นการช่วยให้สมองของเธอทำงานน้อยลงบ้าง ไม่ต้องคิดถึงเรื่องราวน่าปวดหัวที่ค้างในสมอง ไม่ต้องหนักใจหาวิธีต่าง ๆ มาแก้ไขปัญหา แถมความมึนเมายังสร้างภาพดี ๆ ให้เธอใจชื้นขึ้น อย่างเช่น เธอเห็นเชสเตอร์กับไลก้านั่งรถมินิคูเปอร์ออกไปด้วยกัน เห็นแมคกำลังยืนจูบกับสาวผม บลอนด์ที่มีใบหน้าสะสวย และที่สำคัญเธอเห็นเรย์กำลังหัวเราะ จนเธอหัวเราะตามไปด้วย แต่นั่นคงเป็นภาพหลอนที่เธออาจจินตนาการไปเอง

แม้ประโยคก่อนหน้าจะฟังดูดี แต่จริง ๆ แล้วมันก็สร้างความทรมานหลังจากรู้สึกตัวตื่นขึ้น อาการคลื่นไส้และปวดหัวแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็วจนแทบลุกจากเตียงนอนไม่ทันการณ์ แต่แล้วทุกอย่างกลับตาลปัตร เมื่ออยู่ดี ๆ ห้องน้ำที่เคยอยู่ด้านขวามือก็เปลี่ยนทิศทางไปอยู่ด้านซ้ายเสียนี่ อลิซรู้ว่าตัวเองเมาแต่ก็ไม่คิดว่าจะหนักหนาถึงขนาดเห็นภาพหลอน ระหว่างที่เอามือปิดปากตัวเองและยืนชะงักอยู่กับที่ เสียงงัวเงียของใครบางคนก็สั่งให้เธอคืนสติ

ด้านซ้ายนั่นห้องน้ำ เธอจะยืนรอให้อ้วกแตกก่อนหรือไงถึงจะเข้าไปแทนที่เธอจะหันหลังควานหาต้นเสียง ของเหลวภายในช่องท้องก็เริ่มดันขึ้นสู่ช่องปาก เธอจึงต้องรีบพุ่งไปหาชักโครกประดุจว่ามันคือสถานที่ที่เธอโหยหามากที่สุดในเวลานี้

หลังจากที่ต้องทนทุกข์กับการอาเจียนอยู่หลายรอบ อลิซก็สามารถเงยหน้าขึ้นสูดอากาศหายใจเข้าปอดได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ลืมกดชักโครกและทำความสะอาดคราบเลอะที่เธอทำสกปรก จากนั้นอลิซก็ค่อย ๆ เดินไปยังอ่างล้างหน้า เปิดน้ำชำระกลิ่นในช่องปากและล้างหน้าตัวเองให้สดชื่นขึ้น ซึ่งมองเท่าไหร่เธอก็ไม่ยักคุ้นเคยกับห้องน้ำของตัวเองเหมือนมันเป็นห้องของคนอื่นเสียอย่างนั้น ข้าวของที่วางเอาไว้รวมไปถึงลักษณะของห้องน้ำอีกด้วยและสิ่งที่เธอแน่ใจมากที่สุดก็คือ น้ำเสียงหงุดหงิดคุ้นหูนั่นทำให้เธอตัดสินใจออกไปหาคำตอบ

เธอแทบหยุดเท้าของตัวเองไม่ทัน เพราะชายหนุ่มกลางห้องดันยืนทะลึ่งถอดเสื้อและหยิบตัวใหม่สวมใส่โดยที่เธอต้องเบนหน้าหนีเสียเอง

นายไม่คิดที่จะเดินไปเปลี่ยนในห้องน้ำเลยหรือไงอลิซพูดในขณะที่ตัวเองยังคงหันหน้าไปทางอื่น

นี่มันห้องฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้ ที่สำคัญฉันคงไม่มีอารมณ์ใช้ห้องน้ำต่อจากคนที่อ้วกนับสิบ ๆ รอบได้หรอก” 

กะ ก็ใครจะไปรู้ว่านี่มันห้องนาย อีกอย่างทำไมไม่พาฉันกลับบ้านล่ะเธอหันมาเถียงอย่างรวดเร็ว

เธอสรรหาคำพูดแบบนี้มาใช้กับผู้มีพระคุณอย่างฉันได้ยังไง ฉันเป็นคนแบกเธอขึ้นรถ ลากเธอขึ้นเตียงให้เธอหลับสบาย แล้วฉันต้องระเห็จมานอนที่พื้นนี่อลิซอ้ำอึ้งและพยายามค้นหาไอเดียดี ๆ คำพูดโดน ๆ พูดกับคนที่ทำเหมือนเธอเป็นคนเนรคุณขายชาติ แต่อย่างไรเสียเธอก็คิดไม่ออกอยู่ดี...ต้องโทษที่เธอดันดื่มเบียร์เข้าไป...แต่แล้วอลิซก็นึกขึ้นได้

ถ้านายไม่พนันบ้าบออะไรนั่น นายคงไม่ต้องมาลำบากทวงบุญคุณกับฉันหรอก หลีกไป ฉันจะกลับบ้าน อลิซตัดปัญหาโดยการเดินหนีเสียเอง

เมื่อคืนเธอเห็นมัน...” อลิซหมุนตัวกลับแทบไม่ทัน เมื่อได้ยินประโยคที่ว่านั่นและก็เข้าใจในทันทีจากสายตาขุ่นเคืองของเรย์ คำว่ามันสำหรับเขาก็มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น

นายรู้ได้ยังไง” 

เมื่อคืนเธอไม่ได้หลับเฉย ๆ หรอกนะ” นั่นคือคำตอบ เธอเมาและอาจเผลอพูดพร่ำอะไรออกไปทำให้เธอไม่อยากพูดถึงมันอีกในเมื่อเรย์ก็คงรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว

นี่คงไม่รู้จักความตายใช่ไหม ถึงได้มั่นใจเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยว

ไม่ใช่ซักหน่อย!” เธอไม่พอใจในคำพูดของเรย์ ฟังดูเหมือนกำลังเธอเสร่อหาเรื่องตายอย่างไรอย่างนั้น

ดูเธออยากตายจริง ๆ สินะ แต่ฉันจะบอกอะไรให้ว่านั่นไม่ใช่หนทางที่เธอจะตายอย่างสงบหรอก เพราะเธอจะติดแหง็กอยู่กับชีวิตอันน่ารังเกียจไปตลอดกาลยังไงล่ะ

เพี้ยะ! อลิซเหลืออดกับคำพูดร้าย ๆ ที่เรย์กำลังใช้ เธอจึงตบเพื่อเตือนเขา

นายเลิกกล่าวหาฉันซักที นายไม่มีวันเข้าใจ ในเมื่อนายไม่เคยรู้สึกถึงความกลัวแบบนี้!” 

เขาคว้าแขนของอลิซ กระชากให้เข้าใกล้อย่างหมดความอดทน ดวงตาของอลิซฉายแววโกรธเคืองอย่างที่สุด นั่นไม่ทำให้เขารู้สึกแย่เท่าคำพูดของเธอที่ฟังเหมือนไม่เข้าใจถึงความกลัวที่ว่า

เธอเข้าใจถึงสัญลักษณ์นั่นหรือเปล่า” เรย์พูดอย่างอดกลั้นที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

ถ้าไม่เข้าใจความหมาย เธอก็ไม่ควรทำเหมือนว่าเข้าใจมัน” เขาปล่อยข้อมือและหันหลังเดินจากไป

ปัง! เสียงประตูปิดดังลั่น ขณะเดียวกันภาพวันวานที่เคยหลอกหลอน ความหวาดกลัวที่เคยเจอก็ปรากฏขึ้นในทันที ต่อให้อยากลืมเพียงไร เขาก็ลืมมันไม่ได้ อลิซคงเป็นภาพสะท้อนของเธอคนนั้น เธอที่เขาไม่สามารถช่วยเหลือได้จนกระทั่งนาทีสุดท้าย...และเธอก็จากเขาไปตลอดกาล
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

428 ความคิดเห็น

  1. #384 Mary Jane (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 14:56
    รักไรเตอร์ลงบ่อยๆเลยน้าาา
    #384
    0
  2. #377 เจนจิบิ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 12:59
    รอคอยการรีไรท์อย่างใจจดใจจ่อ555555

    พึ่งมาเจอนิยายโดนใจเรื่องนี้ อิอิ

    แต่ดันเจอช้าไปหน่อยแต่ไงก็รอได้ค่ะ5555

    มาอ่านช้าแต่เชียร์เรย์พ่อหนุ่มเย็นชา ปริ้งๆ #ทีมพี่เรย์ #ผิดๆ555

    #377
    1
    • #377-1 wondermomo(จากตอนที่ 11)
      1 เมษายน 2558 / 14:06
      ติดตามกันต่อไปนะคะ คือไม่รู้ว่ามีคนอ่านด้วยค่ะ
      อีกอย่างไรท์เตอร์ นานๆ จะอัพที เหตุผลมีร้อยแปดมาก ฮ่าๆ
      แต่ตอนนี้เนื้อหาทั้งหมดมันจบแล้วจะค่อยๆ ทยอยลงให้อ่านแล้วกันค่ะ
      #377-1
  3. #376 Mary Jane (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 08:08
    ทำไมขึ้นว่าเนื้อหาถูกลบ?
    #376
    1
    • #376-1 wondermomo(จากตอนที่ 11)
      1 เมษายน 2558 / 08:27
      ถ้าหลังจากตอนสิบ เราลบไปเองค่ะ
      เพิ่งกลับมาอัพเมื่อวานเอง ^^
      #376-1
  4. #319 °My_Dear° (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:35
    ชอบเรย์ เรย์ และเรย์เท่านั้นนนนนนน
    โหยยย ทำไมเรย์เย็นชาจังเลย
    #319
    0
  5. #306 Daren L. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 18:03
    หลังจากลงนิยายตัวเองปุ๊บก็มาอ่านต่อโดยพลัน 
    ง่ะ ทะเลาะกับเรย์อีกแล้ว ชอบเพื่อนร่วมชั้นของอลิซจัง มันทำให้นิยายนี้มีความธรรมดาอยู่บ้าง อิอิ 
    แมคแอบมีแซวๆเรย์ด้วย แต่ไม่หรอก เชสเตอร์ต้องคู่กับไลก้าสิ(หนูชิปคู่นี้อย่างแรง) 
    แต่จบตอนด้วยความไม่เข้าใจกันอีกและ ตอนนี้ยังสับสน ปักหลักเชียร์ซักคนไม่ได้จริงๆ อลิซก็ควบสองไปก่อนนะจ๊ะ 

    ปล. เวลาตัวละครทำเสียงตะกุกตะกัก เช่นประโยคว่า "ก ก็ใครจะไปรู้..." พยัญชนะตัวเดียวไม่เป็นพยางค์ค่ะ ยิ่งอยู่ในเครื่องหมายคำพูดทุกอย่างควรเขียนด้วยคำอ่านทั้งหมด ใช้ว่า กะ... ก็ใครจะไปรู้ อะไรทำนองนี้แทนก็ได้ค่ะ 

    จะติดตามต่อไป ลุ้นมาก อินมากกับเรื่องนี้ >_< 
    #306
    0
  6. #269 Alive4Dream (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 / 15:43
    ถ้าจะขัดใจ คงเป็นขัดใจอลิซกับเรย์อ่ะโม

    คือแบบต่างคนต่างไม่ยอมพูด เรย์ก็ไม่ยอมบอกอะไรที่มันชัดเจน

    ส่วนอลิซ ก็รั้น แบบจะไม่พึ่งพาเรย์ ซึ่งคนที่น่าจะช่วยได้ในตอนนี้น่าจะเป็นเรย์

    // อ่านแล้วขัดใจจริงๆ 

    ไม่เข้าใจว่าที่เรย์ไม่ยอมบอกอะไร เพราะบอกไม่ได้ หรือว่าอะไรกันแน่

    ถ้าบอกอลิซไป มันอาจจะดีกว่านี้หรือเปล่า

    แล้วทำไมเรย์ถึงไม่รู้ตัวของการที่โลแกนมาเจออลิซเลยอ่ะ

    คือโอ๋เข้าใจว่ามันน่าจะรู้ป่ะ ฮันเตอร์กับแวมไพร์ // หรือว่าโอ๋เข้าใจผิด แหะๆ



    **สัญลักษณ์อันนั้นคือการตีตราจอง แบบที่โลแกนบอกใช่ไหมอ่ะ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงอลิซก็ต้องกลายเป็นแวมไพร์ด้วยป่ะ
    #269
    0
  7. #259 4515_Kan 4 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2556 / 08:39
    ฮีก ...งอนคนเขียนแล่ว
    #259
    0
  8. #153 monobizz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2555 / 13:37
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย > < !!!!!

    สรุปคือโลเร (โลแกน+เรย์)
    มันน่าจับมาขืนใจเหลือเกินไรเตอร์ 
    5555555555555555 !!!!

    ถ้าอลิซเล่นตัว เค้าขอเสียบแทนทันที
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด > < !!!!!!

    ก็เรย์เป็นห่วง ก็เรย์เป็นห่วง 
    รีดเดอร์คิดไปเองแล้ว
    55555555555 

    ย้ำอีกที...! อลิซอย่าเยอะนะเธอ
    เดี๋ยวผู้ชายเคือง =__=+
    #153
    0
  9. #138 Eveeva (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 15:57
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    หลังจากรอมานาน > <
    โลแกนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    โลแกนของรีดเดอร์
    น่ารักไม่เปลี่ยนแปลง
    ชอบตรงนี้มากกกกๆๆๆๆ
    ลึกซึ้ง *0*






    แอบเชียร์คู่เชสไลเช่นกันกับ คห ล่างๆ
    มันน่าลุ้นไม่แพ้กันน
    55555555555555555555555
    ติดตามต่อไปค๊าบ




    เรย์ก็น่ารักอ่ะ...
    เลือกไม่ถูก ?
    555555555555
    ตอนนี้ลึกซึ้งดีจริงๆ T^T
    อ่านต่อๆ
    #138
    0
  10. #131 BizcuitO (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 / 22:25
    ขัดใจๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



    อีตาโลแกน



    เรย์ก็นะ ...ก็ยังชอบเอ็งอยู่ดี



    ซิกๆๆๆ



    ปล.แอบเชียร์คู้เชสเตอร์ ไลก้า กว่าพระนางซะอีก อิอิ
    #131
    0
  11. #130 i'm ชีทเค้ก(?)' (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 / 22:24

    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก โลแกนยียวนกวนพระบาทมากมาย
    แต่น่ารักไม่เปลี่ยนแปลง รอมานานมาก แต่ก็รักโลแกนไม่เปลี่ยนไป>_<
    โลแกนน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    โอ้ยยย จับโฟกัสแค่จัดนี้ ถ้านังอลิซไม่รับข้อเสนอ เค้ารับนะตัว
    เค้ารับมานานแล้วแต่ตัวไม่สังเกตเห็น#โดนโบก -_-

    เมื่อไหร่จะหันมามองเข้าบ้าง << นอกเรื่อง
    แต่จริงยิ่งอ่านไปยิ่งหมั่นไส้อลิซแบบ นางเอาไงแน่ ? ตบไหม ? #โดนโบก



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2555 / 10:48
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2555 / 10:52
    #130
    0