Bloody Day

ตอนที่ 10 : :: We own the night ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 788
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 ก.พ. 59

We own the night

 

สัมผัสอันแสนประหลาดเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อนิ้วเรียวค่อย ๆ ไล้สัมผัสผิวเนียนตรงใบหน้าอย่างแผ่วเบา ประหนึ่งจะซึมซับเอาความหอมหวานจากมันอย่างไม่มีสิ้นสุด ดวงตาของเขาจับจ้องเพียงเธอดั่งเป็นสิ่งเดียวบนโลกเท่านั้นที่มองเห็น เขาค่อย ๆ โน้มตัวเข้าสู่ลำคอของหญิงสาวเผยคมเขี้ยวโผล่พ้นริมฝีปากหมายจะสูบเอาเลือดอุ่นใต้ผิวเนียนอย่างอดใจไม่ไหว

ฉึก

บางสิ่งขัดการกระทำของเขาอย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่ออกว่าคือสิ่งใด แต่ที่แน่ ๆ ภายใต้เสื้อยืดของเขาเริ่มมีบางอย่างซึมไหลออกมา

ถะ ถ้าไม่ถอยฉันแทงลึกกว่านี้แน่...” เสียงสั่นระรัวพยายามข่มขู่คนที่ประชิดตัวให้ถอยห่าง

คุณไม่ควรเล่นของมีคมแบบนี้นะ” โลแกนพูดเสียงเบาก่อนยอมผละจากหญิงสาว ตายังคงจ้องมองอลิซที่กำมีดแน่นและใช้ความคมกีดกันเขาให้ออกห่าง

จริงอยู่ที่อลิซไม่สามารถควานหากระบอกไฟฉายได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่ได้หยิบฉวยอะไรไว้ ตั้งแต่วินาทีที่เธอรู้ว่าโลแกนเป็นใคร เธอก็ไม่เคยลืมว่าชีวิตได้เปลี่ยนไปแล้ว ดังนั้นมีดพับที่แอบซ่อนในลิ้นชัก ใต้โต๊ะ หรือแม้แต่ใต้หมอนที่หนุนนอนประจำ ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าเธอเตรียมตัวอยู่ตลอดเวลา (เธออยากขอบคุณไดอารี่เล่มนั้นอย่างจริงจังที่ทำให้เธอขี้ระแวงจนทำเรื่องบ้าบอแบบนี้ด้วย) 

อะ ออกไปเดี๋ยวนี้!” เธอตะคอกแม้น้ำเสียงจะเจือไปด้วยความกลัวก็ตาม

ทำผมผิดหวังอีกแล้วนะอลิซ...” น้ำเสียงเศร้าไม่สามารถทำให้เธอหลงเชื่อได้ว่าสิ่งที่เขาพูดอยู่นั้นคือความจริง

ออกไป!” เธอย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ แม้ดวงตาคู่นั้นยังคงมองเธอเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่คำขู่ของเธอก็ไร้ค่าขึ้นมาทันทีเมื่อโลแกนเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

วันอื่นผมก็กลับมาได้สาวน้อย ยังไงซะที่นี่ก็ต้อนรับผมด้วยความเต็มใจเสมอใบหน้าของโลแกนปราศจากความกังวลใด ๆ ฝีเท้าของเขาเริ่มก้าวเข้าใกล้อีกครั้งอย่างไม่คิดเกรงกลัวมีดปลายแหลม

นะ นายทำอะไร

ก็...ทำสิ่งที่คุณต้องการจะทำ” อลิซเบิกตาโพลงอย่างตกใจ มือของเขาฉุดมือเธอที่กำมีดให้แทงลึกเข้าอกจนมิดด้าม สีหน้าบิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวดของโลแกนคือภาพสุดท้ายก่อนเขาจะล้มลงไปต่อหน้าต่อตา

ตุบอลิซสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเขาแน่นิ่ง สองมือเปื้อนเลือดกำลังสั่นระรัวอย่างหยุดไม่ได้ เธอฆ่าเขาฆ่าเขาด้วยมือตัวเอง!

โลแกน โลแกน!” เธอละล่ำละลักและทรุดนั่งลงเขย่าร่างแน่นิ่งอย่างหวาดกลัว เธอไม่เคยจินตนาการหรือคิดที่จะลงมือฆ่าใครสักคน ต่อให้เป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติอย่างโลแกนก็ตาม

ฉะ ฉันไม่ได้ตั้งใจนะได้โปรดเถอะ!” ดวงตาเริ่มมีน้ำรินไหล ภายในใจรู้สึกผิดกับสิ่งที่เธอกระทำเพียงชั่ววูบและพยายามอ้อนวอนให้พระเจ้าโปรดเห็นใจ

แต่แล้วร่างที่แน่นิ่งกลับลุกขึ้นและพลิกร่างของเธอให้อยู่เบื้องล่าง เพียงมือเดียวก็ทำให้อลิซนอนแน่นิ่งและไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ ฟ้าแลบสะท้อนผ่านหน้าต่างบ้านทำให้เห็นเสี้ยวหน้าของโลแกนที่จ้องเขม็งมายังเธอ มือของเขาค่อย ๆ ดึงมีดที่ฝังอยู่ในอกออกมาอย่างง่ายดาย และปล่อยมันให้ร่วงหล่นตกกระทบพื้นอย่างไม่ไยดี

แกร๊ก...

คุณร้องไห้?” เสียงนุ่มลึกถามเด็กสาวที่มีสีหน้าผิดหวังผสมปนเปด้วยความรู้สึกเจ็บใจ โง่เง่าและหวาดกลัว เธอพลาดเองที่เผลอลืมไปว่าโลแกนไม่ใช่สิ่งมีชีวิตอ่อนแอเช่นเดียวกับเธอ เขาเหนือชั้นและเป็นอมตะ

ใจอ่อนแบบนี้สิ ถึงได้ตกหลุมพรางซ้ำแล้วซ้ำเล่า” แม้เสียงกระซิบจะบางเบาแต่กลับสะท้านไปทั้งร่างกาย

เลิกขัดขืนเถอะอลิซ มันไม่ได้เจ็บเจียนตายขนาดนั้น” เขาโถมใส่เธอและฝังเขี้ยวคมบนคอระหงอย่างไม่ปรานี ดวงตาของอลิซเบิกโพลงเมื่อความรู้สึกเจ็บแปลบแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ร่างที่พยายามดิ้นพล่านถูกแขนทั้งสองล็อกไว้เสียแน่นหนาเพื่อไม่ให้คนตัวเล็กได้มีโอกาสขัดขวางการดื่มด่ำโลหิตอันแสนหอมหวานที่ไหลเข้าสู่ลำคอเขาอย่างรวดเร็ว

อะ...เสียงของเธอเหือดหายไร้ร่องรอยและสติของเธอก็หลุดลอยไปเช่นกัน

 

วูบ! สมองอันขาวโพลนของโลแกนเกิดภาพซ้อนสลับไปมาอย่างน่าประหลาด ภาพที่เคยแตกละเอียดกลับมาปะติดปะต่อขึ้นใหม่อีกครั้ง ภาพงานเลี้ยง ชุดราตรีและเสียงหวีดร้องสุดเสียง ไล่ไปเรื่อยจนถึงภาพอุบัติเหตุที่ทำให้ร่างของใครบางคนกระเด็นออกจากรถม้าและนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นเย็นชื้นของป่า

ภาพเหล่านั้นยังคงไหลเข้ามาและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่าย ๆ สมองของโลแกนเริ่มปั่นป่วนมึนงงและรู้สึกอยากอาเจียน เขาพยายามแล้วที่จะไม่สนใจเรื่องราวเหล่านั้น และพยายามอย่างที่สุดที่จะจดจ่อกับกลิ่นหอมหวานของเลือดที่กำลังรินไหล แต่ดูเหมือนแรงกดดันบางอย่างทำให้เขาต้องละความพยายามทั้งหมดไว้เพียงเท่านี้

บ้าชะมัด!” เขาสบถอย่างหัวเสีย ยอมผละออกจากร่างที่นอนนิ่งอย่างผิดหวัง มือหนาเช็ดเลือดที่เลอะเปรอะออกอย่างลวก ๆ ดวงตาสีแดงเรืองรองกำลังฉายแววหงุดหงิด

โลแกนสาบานได้ว่าเขาไม่เคยประสบปัญหาหยุดชะงักระหว่างการดื่มแบบนี้ ภาพความทรงจำของเหยื่อไม่เคยทำให้เขาสะดุดหรือหยุดให้เขาเลิกล้มความตั้งใจ ถึงจุดหนึ่งสัตว์ป่าภายในตัวของเขาจะทำหน้าที่ของมันโดยอัตโนมัติ ทับถมสิ่งที่เรียกว่าจิตใต้สำนึกให้จมหายลงไป แต่ อลิซกลับส่งผลตรงข้าม เขามีสติครบทุกประการ รับรู้แม้กระทั่ง      ความทรงจำที่เขาไม่ควรต้องมารับรู้

ดวงตาสีแดงมองร่างที่ไร้สติอีกครั้ง ถอนหายใจไล่ความอึดอัดให้พ้นไป ความรู้สึกมากมายยากที่จะจัดการกับมัน ความหิวโหย หงุดหงิด ประหลาดใจ ทุกอารมณ์กำลังปั่นหัวเขาอยู่ แต่เหนือสิ่งอื่นใดเขายินดียิ่งที่จะรู้สึกเช่นนี้เพื่อแลกกับสิ่งที่ปรารถนามาตลอดหลายวันที่ผ่านมา

โลแกนสัมผัสใบหน้าของเธอเบา ๆ รับรู้ถึงแรงสูบฉีดที่กำลังเชือดเฉือนอยู่ในอก จริงอยู่ที่เขาไม่ใช่สิ่งประเสริฐที่เรียกว่า มนุษย์ แต่เขาก็มีหัวใจที่กำลังเต้น มันบอกให้รู้ว่าเขาต้องมีชีวิตและตอบสนองแรงปรารถนาที่ไม่มีวันจบสิ้นนี้ ข้อมือเล็ก ๆ ตกอยู่ในการครอบครองของเขา ร่องรอยของแผลเป็นภายใต้สร้อยข้อมือนับสิบที่แอบซ่อนกำลังรอให้เสาะหาความจริงอย่างใคร่รู้ ก่อนดวงตาสีแดงคู่สวยจะมองใบหน้าที่หลับตาพริ้มอย่างมีความหมาย ช้อนร่างนั้นขึ้นและพาเธอที่เหนื่อยอ่อนกลับสู่เตียงนอนที่เคยปรารถนาให้หลับใหลในค่ำคืนอันแสนสั้น

 

เสมือนร่างจมดิ่งสู่บ่อน้ำที่ไม่สามารถล่วงรู้ได้ถึงความลึกของมัน ความหนาวเหน็บจากกระแสน้ำที่ผ่านร่างกายจนรู้สึกด้านชา หัวใจของเธอเหมือนจะหยุดเต้นในทุกขณะที่พยายามดิ้นรน ลมหายใจที่ถูกพรากไปกำลังทำให้ร่างนั้นแดดิ้นอยู่ในความมืดอย่างน่าหวั่นเกรง...

อลิซ...อลิซ...

เสียงเพรียกหาเบาหวิวล่องลอยอย่างช้า ๆ เข้าสู่โสตประสาทที่กำลังปิดตาย สมองที่เคยมึนงงสับสน บัดนี้เริ่มตื่นตัวทีละเล็กทีละน้อย

อลิซ...ได้โปรดลืมตาขึ้น

อลิซ!” เด็กสาวสะดุ้งเฮือก มองบุคคลที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยดวงตาเบิกโพลงและใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ

โอ้ที่รัก น้าขอโทษแต่นี่มันสายแล้ว น้าเห็นอลิซยังไม่ตื่นก็เลยเดินเข้ามาปลุก ว่าแต่ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” เจน่าถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเมื่อเห็นสีหน้าของหลานสาวไม่สู้ดีนัก

หนูไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณที่ปลุกนะคะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มแม้จะรู้สึกถึงความหวาดกลัวภายในอกก่อนที่จะลุกขึ้นและมองนาฬิกาที่วางไว้ข้างโคมไฟ

แย่แล้วสายขนาดนี้เลยเหรอ” เจน่ามองหลานสาวที่วิ่งพรวดคว้าผ้าขนหนูสีขาวเข้าห้องน้ำและหันกลับมาจัดการกับเตียงที่ยังระเกะระกะ

แกร็ก! วัตถุบางอย่างตกกระทบพื้นห้อง เจน่าก้มมองดูสิ่งนั้นหลังจากสะบัดผ้าห่มบนเตียงของอลิซให้เข้าที่

นี่มันอะไรกัน...” เจน่ามองมีดพับที่เปรอะไปด้วยเลือดสีแดงแห้งกรังบนปลายแหลม เหลียวมองไปยังประตูห้องน้ำที่ปิดสนิทและเสียงของฝักบัวที่เริ่มดังขึ้น ความกังวลเริ่มทำหน้าที่ของมันโดยอัตโนมัติ เจน่าไม่ลืมนำมีดพับติดตัวออกไปด้วย

Waterford University

ในเวลาไม่นานอลิซก็สามารถพาร่างของตัวเองผ่านประตูห้องเรียนที่กำลังถูกปิดด้วยมืออาจารย์ประจำวิชาภาษาศาสตร์อย่างทันท่วงที เธอยิ้มแหยให้ใบหน้าบึ้งตึงของอาจารย์นีน่าที่เคร่งครัดในเรื่องเวลาอย่างรู้สึกผิด

คุณเกือบทำฉันเสียเวลานะ มิสไทเลอร์” ดวงตาดุจ้องเตือน

ขอโทษจริง ๆ ค่ะ” อลิซรีบวิ่งไปยังที่นั่งประจำอย่างรวดเร็วโดยไม่ลืมทักทายไลก้าที่มีสีหน้าไม่ต่างอะไรกับอาจารย์นีน่านัก

เธอตื่นสายอีกแล้ว

ไม่เอาน่าไลก้า ฉันไม่อยากได้ยินเธอบ่นแต่เช้า” อลิซคว้าหนังสือเล่มหนาออกมาวางบนโต๊ะเรียนและเลิกสนใจเสียงของไลก้าที่ยังดังข้าง ๆ เธอ

ก็ได้ฉันจะปล่อยเธอไปหนึ่งวัน” ไลก้าเสมองอลิซก่อนหันกลับไปสนใจกับหนังสือเรียนที่เปิดค้างไว้

 

วิชาเรียนเริ่มต้นอย่างเชื่องช้าและน่าเบื่อหน่าย อลิซพยายามแล้วที่จะให้ความสนใจกับตัวหนังสือและคำศัพท์ยาก ๆ บนกระดาษสีขาว แต่สมองอันเหนื่อยล้าทำได้แค่เพียงเหม่อลอยและพร้อมหลับลงทุกขณะ

ตั้งใจเรียนหน่อยสิ เอาแต่นอนแบบนี้ก็แย่นะ

สมองเชื่องช้ากลับตื่นตัวอีกครั้ง อลิซหันมองเพื่อนของเธอที่กำลังจดใจความสำคัญบนกระดาษ ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ที่ไลก้าจะพูดในขณะที่ตั้งอกตั้งใจจนลืมโลกทั้งใบได้แบบนี้ เด็กสาวพยายามหันมองคนรอบ ๆ แต่ไม่มีใครสักคนพอจะพูดประโยคนั้นกับเธอ อลิซจึงลงความเห็นกับตัวเองว่าหูคงฝาดไป อาการง่วงอาจก่อให้เกิดสถานการณ์เหล่านี้ได้ จึงส่ายหน้าไปมาไล่อาการมึนงงและหันกลับมาสนใจกระดานไวท์บอร์ดสีขาวที่ถูกอาจารย์นีน่าเปลี่ยนให้มันเป็นสีน้ำเงินด้วยปากกาเคมีและตัวหนังสือนับร้อยที่เรียงตัวอัดแน่นอยู่บนนั้นจนเธอแทบถอดใจในการไล่ตามให้ทัน

หากต้นประโยคถูกตั้งไว้ว่า ‘Cómo te llamas?’ เธอตอบมันได้ดังนี้อลิซมองตามประโยคคำถามในภาษาสเปนและพยายามสะกด  ช้า ๆ ตามคำที่อาจารย์เขียนลงไปบนกระดาน

คุณ...ชื่อ...อะไร” เสียงเอี๊ยดอ๊าดของปากกาเคมีค่อย ๆ สะกดตัวอักษรที่เป็นคำตอบ

 ‘Me llamo Logan.’ 

ฉันชื่อ...” อลิซเบิกตาโพลงอย่างตกใจ มือกระตุกจนหนังสือเล่มหนาร่วงตกพื้นทันที!

มีปัญหาอะไรหรือมิสไทเลอร์” อาจารย์นีน่าร้องถามอลิซที่ก่อความรำคาญในชั้นเรียน ใบหน้าซีดเผือดก้มเก็บหนังสืออย่างรวดเร็วและพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด

ขอโทษค่ะ” เธอได้แต่กล่าวขอโทษกับสิ่งที่ตัวเองทำ หัวใจของเธอเต้นระส่ำอย่างตื่นตระหนก ภายในหัวของเธอว่างเปล่าแต่กลับมีความกลัวเกิดขึ้นอยู่ภายในโดยที่เธอไม่เข้าใจว่ามันเกิดจากอะไรกันแน่

ถ้าอย่างนั้นก็หันมาสนใจกระดานนี่สักที” อาจารย์นีน่าทำเสียงขุ่นเคืองก่อนจะเริ่มต้นสอนอีกครั้ง

มันน่าแปลกที่เธอเห็นตัวอักษรนั้นเปลี่ยนไป ทั้งๆ ที่อาจารย์นีน่าเขียนประโยค ‘Me llamo Nina’ แท้ ๆ นั่นทำให้เธอรู้สึกสับสนกับสิ่งที่ตัวเองเห็นไม่น้อย

เธอสบายดีหรือเปล่าอลิซ” ไลก้าถามเมื่อเห็นเธอมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

พนันกันไหมล่ะ ฉันต้องเป็นศัตรูกับอาจารย์นีน่าไปตลอดภาคเรียนนี้แน่” อลิซพูดเบา ๆ ไลก้าจึงตบไหล่เป็นการปลอบโยนความซวยที่ว่านั่นอย่างเห็นใจ

 

ชั่วโมงอันแสนอืดอาดจบลงในที่สุดเมื่ออาจารย์วิชาการสื่อสารในคาบสุดท้ายเดินพ้นประตูห้อง ทุกเสียงที่เคยเงียบสงบต่างดังลั่นอย่างพร้อมใจ รวมถึงไลก้าที่สำรวมตัวตลอดหกชั่วโมงก็เผยความขี้เกียจของตัวเองด้วยการชูแขนบิดไปมา ส่วนอลิซก็เอาแต่ฟุบหน้าลงบนหนังสืออย่างหมดแรง เธอยอมรับกับตัวเองว่ารู้สึกเหนื่อยอย่างประหลาดและต้องการพักสายตายาว ๆ อีกหลายชั่วโมงโดยที่ไม่ต้องกินอะไรเลยก็ยังได้

วันนี้เราจะออกไปข้างนอกกัน” เสียงเจื้อยแจ้วกระทบหูของ อลิซที่เตรียมตัวปิดทำการอีกครั้ง ดวงตาปรือเหลือบมองเพื่อนสาวที่เริ่มเก็บของเข้ากระเป๋า

เดี๋ยวนี้เลยเหรอ” อลิซย้ำถาม

ใช่ เดี๋ยวนี้” อลิซไม่ค่อยไว้ใจกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของไลก้านัก แต่ก็ยอมเก็บสัมภาระตามไปอย่างว่าง่าย...หรืออีกนัย เธอไม่อยากทำตัว อืดอาดให้ไลก้าบ่นขึ้นมาก็เท่านั้น

6.00 p.m. ภายในรถมินิคูเปอร์คันหรูของไลก้าเต็มไปด้วยทำนองเพลง Blow me on last kiss เด็กสาวโยกตามจังหวะเล็กน้อยอย่างอารมณ์ดี โดยมีผู้ร่วมทางอีกคนที่ไม่ได้รื่นรมย์ไปกับเธอแถมพยายามมองหาจุดหมายปลายทางนอกรถอย่างสงสัยและในที่สุดก็อดรนทนไม่ไหวจึงต้องเอ่ยปากถาม

 “เรากำลังไปไหน” อลิซตะเบ็งแข่งเสียงดนตรีในรถจนคนที่เพลิดเพลินหันมาสนใจ

ที่ที่ทำให้เธอตาสว่างขึ้นมาไง” ไลก้าตะโกนกลับพร้อมรอยยิ้ม

ตอนนี้ฉันก็ตาสว่างแล้วล่ะ ไม่ง่วงซักนิด” อลิซตอบพร้อมชี้ไปยังเครื่องเสียงในรถที่เปิดอยู่ คนขับจึงต้องหรี่เสียงลงและบอกกับเธอด้วยน้ำเสียงปนขำ

ฉันหมายความว่าจะพาเธอไปเที่ยวน่ะ ไปเจออะไรใหม่ ๆ ซะบ้าง ชีวิตจะได้ไม่น่าเบื่อ” 

แล้วที่ว่ามันที่ไหน

เราถึงพอดี ไปกันเถอะ” เครื่องยนต์ดับลง คนทั้งคู่เดินออกจากรถและหยุดอยู่หน้าอาคารสีอิฐแห่งหนึ่งใจกลางเมืองวอเตอร์ฟอร์ด ป้ายชื่อบ่งบอกว่ามันคือร้านอาหารกึ่งไนต์คลับที่มักเปิดต้อนรับลูกค้าในช่วงเย็นไปจนถึงกลางดึกและเป็นร้านเดียวที่อลิซไม่เคยเดินเฉียดสักครั้ง เพราะเธอไม่ใช่ผู้นิยมแอลกอฮอล์หรือปาร์ตี้สุดเหวี่ยงอย่างที่คนอื่นเป็น

เหมือนร้านจะปิดนะ” อลิซมองดูผู้คนโดยรอบที่บางตาแม้ว่าเวลาจะเหมาะแก่การเปิดกิจการแล้วก็ตาม

ใช่มันปิดรับแขก ยกเว้นเพื่อนของแมค ไมลีย์ ฉันหมายถึงแมคจองร้านนี้สำหรับจัดงานวันเกิดของตัวเองน่ะอลิซ” ไลก้าเฉลย

นี่เธอรู้จักแมคเป็นการส่วนตัวด้วยเหรออลิซแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ไลก้ารู้จักแมค ไมลีย์ หนุ่มผมบลอนด์ร่างสูงยาวนักกีฬาฟุตบอลประจำมหาวิทยาลัย

ฉันรู้จักคนที่เรียนด้วยทั้งหมดนั่นแหละ มีแต่เธอล่ะมั้งที่ไม่รู้อะไรเลยไลก้าเลิกตอบคำถามและลากแขนอลิซเข้าร้านที่ว่านั่นอย่างรวดเร็ว

เมื่อไลก้าเปิดประตูเข้าไป เสียงเพลงแนวป๊อบแดนซ์ก็กระหึ่มออกมา ผู้คนหลายชีวิตต่างยืนถือเครื่องดื่มหลากหลายชนิดอยู่ในมือ แต่อลิซเชื่อว่าพวกมันคงไม่ใช่น้ำผลไม้ธรรมดา ๆ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยที่ดังกระทบหูจนอื้ออึง

แสงไฟหลากสีตกกระทบลูกบอลดิสโก้ทำให้อลิซรู้สึกเหวี่ยงหัวอยู่สักหน่อยแต่ก็พยายามจ้องมองคนที่ส่งยิ้มและคำทักทายพวกเธออย่างสนิทสนม เพราะคนเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเดียวกับอลิซรวมไปถึงโจแอน สวีฟที่มีสีหน้าประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นเธอยืนอยู่ตรงนี้ 

โอ้ให้ตายสิ นี่เธอพาเพื่อนสนิทออกงานด้วยเหรอไลก้า ไม่ยักรู้ว่าสาวทึนทึกจะเปลี่ยนสไตล์ ขอแสดงความยินดีที่ได้ออกสู่โลกภายนอกนะจ๊ะ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็ถามฉันได้นะ ยินดีเต็มที่เลยล่ะ” ปากบางแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีสดจีบปากจีบคอพูดด้วยท่าทีหวังดีเกินความจำเป็น

ขอบใจแทนอลิซจริง ๆ แต่ฉันไม่คิดว่าอลิซต้องการความช่วยเหลือจากเธอหรอกจ้ะ สาวเปลือยสมองอย่างเธอควรเอาเวลาไปแต่งตัวสวย ๆ ล่อให้ผู้ชายซื่อบื้อมาติดกับนั่นแหละดีแล้วไลก้าฉีกยิ้มให้กับคนที่ทำหน้าบึ้งทันทีที่ถูกตอกกลับ

ถ้าไม่ติดว่าเล็บฉันจะหัก ฉันตบเธอไปแล้วล่ะไลก้าโจแอนพูดลอดไรฟันแต่ไม่ได้ทำให้สาวมั่นและรักเพื่อนยิ่งชีพอย่างไลก้าสะทกสะท้านได้

อุ๊ยคราวหน้าคราวหลังก็หัดตัดเล็บบ้างก็ดี เชื้อโรคมันเยอะจะตายไป นิ้วนั่นล้วงของสกปรกเยอะซะด้วยสิไลก้ากำชัยได้สำเร็จก่อนจะลากอลิซเดินผ่านร่างที่กำลังดิ้นพล่านอย่างหัวเสียโดยเพื่อน ๆ ของ      โจแอนพยายามรั้งตัวไว้

เธอไม่น่าตอกแบบนั้นเลยนี่นาอลิซเหลือบมองคนที่ยังจ้องพวกเธอไม่เลิกและหันกลับมากระซิบกับไลก้า

ฉันไม่แคร์หรอก ยัยนั่นก็ดีแต่ปากเท่านั้นแหละ ไม่แน่ซักเท่าไหร่ อีกอย่างฉันไม่ชอบวิธีการพูดของหล่อน เธอไม่รู้หรือไง ยัยโจแอนจงใจแดกดันเธออยู่นะไลก้าชักสีหน้าไม่พอใจก่อนหันไปมองเพื่อนตัวเอง

นั่นก็รู้ แต่ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรนี่ที่โจแอนพูดมันก็เรื่องจริงทั้งนั้น” 

เฮ้อ แบบนี้ทุกทีไลก้าถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองบริกรที่ผ่านมาพอดี จากนั้นก็คว้าค็อกเทลสีสวยสองขวดและยื่นให้อลิซ

เอาเถอะ อย่าทำให้คนนิสัยเสียทำลายบรรยากาศสนุก ๆ ดีกว่า ดื่มให้เธอที่กำลังมีชีวิตสดใสยิ่งกว่าเดิมเป็นล้านเท่าไลก้ายกขวดรอ อลิซช่างใจอยู่สักหน่อยกับแอลกอฮอล์ที่อยู่ในมือแต่เมื่อคิดได้ว่าไลก้าพยายามช่วยให้เธอมีความสุขกับชีวิตวัยรุ่นขนาดนี้แล้ว เธอคงไม่ใจร้ายพอที่จะปฏิเสธสิ่งที่เพื่อนยื่นให้ แล้วขวดแก้วก็กระทบกันก่อนเธอจะดื่มมันอย่างว่าง่าย

นี่มันมหัศจรรย์สุด ๆ อลิซ ไทเลอร์มางานวันเกิดของฉัน!” หนุ่มร่างสูงเข้ามาทักทายสมาชิกใหม่อย่างดีอกดีใจ ใบหน้าเปื้อนยิ้มของแมคดูน่ารักเหมาะกับนิสัยช่างพูดและมีอารมณ์ขันอยู่เสมอ แม้จะสนทนากับแมคนับครั้งก็ตามที 

สวัสดีแมค สุขสันต์วันเกิดและขอโทษด้วยที่ไม่ได้เตรียมอะไรมา” อลิซตอบอย่างสุภาพกับคนที่โบกมือไปมา

ไม่จำเป็นหรอกน่าอลิซ แค่เธอมางานก็เจ๋งจะแย่แล้ว ถือว่าเป็นของขวัญชิ้นเยี่ยมเลย โอ้ต้องยกความดีให้ไลก้า ขอบใจนะ” หญิงสาวยกขวดขึ้นเชิงยินดี

ได้ยินว่างานนี้มีวงดนตรีมาเล่นด้วยไม่ใช่เหรอ ฉันอยากเห็นแล้วล่ะ จะเจ๋งอย่างที่พูดเอาไว้หรือเปล่าไลก้าสนทนากับแมคอย่างเป็นกันเอง

มันต้องเจ๋งดิ เพราะฉันปั้นเองกับมือ” แมคยืดอกพร้อมทำท่าอวดดีใส่ไลก้า

อ๋อเหรอ เร็ว ๆ ล่ะ อย่าให้รอนาน

ใจร้อนจริง ๆ เอาเป็นว่าอีกสิบห้านาทีเธอได้เห็นมันแน่ ๆ แต่บอกไว้ก่อนนะ อย่าคลั่งฉันให้มาก ฉันไม่มีเวลาเทคแคร์เธอหรอกนะไลก้า” ไลก้าเบ้ปากใส่คนที่มั่นใจเกินร้อย อลิซอดไม่ได้ที่จะขำออกมา

เธอด้วยอลิซ ห้ามหลงเสน่ห์ฉันเชียวละ เฮ้อ! แย่จัง ฉันนี่ฮอตเกินไปแล้ว ฮ่า ๆแมคทิ้งทวนอย่างร่าเริงก่อนเดินโบกมือลาหายไปตามผู้คนที่เข้ามาแสดงความยินดี

ให้ตายเถอะ หมอนี่จะโอเวอร์ไปถึงไหนไลก้าส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย

เขาก็น่ารักดีนะ ดูเป็นกันเอง” อลิซยิ้มก่อนดื่มค็อกเทลสีแดงสดอีกครั้ง

งั้นก็จีบเลยสิ

แค่ก ๆ เธอพูดอะไรออกมาไลก้า” อลิซสำลักน้ำค็อกเทลที่เพิ่งดื่มเข้าไปก่อนก้มดูคราบเลอะนั่นอย่างหัวเสีย

จีบไง ใคร ๆ ก็ทำกันทั้งนั้นแหละ ใครจะเริ่มก่อนก็ไม่เห็นแปลก

ฉันแค่ชมไม่ได้ต้องการจีบ ให้ตายเถอะห้องน้ำอยู่ไหนน่ะ” อลิซหันรีหันขวาอย่างกระวนกระวาย

ทางขวามือสุดนั่นน่ะ แหมพูดแทงใจดำล่ะสิไลก้ายังคงล้อไม่เลิกจนเธอต้องปรามความคิดไร้สาระนั่น 

พอเลยไลก้า อย่าให้ถึงตาฉันบ้างก็แล้วกันไลก้ายักไหล่  สบาย ๆ อลิซจึงหันหลังเดินหลบผ่านเหล่าสาว ๆ ที่กำลังโยกย้ายกับเพลงมัน ๆ โดยไม่สนใจว่าจะเกะกะขวางทางใครอยู่บ้าง

 

เด็กสาวมาถึงห้องน้ำได้สำเร็จโดยไม่ลืมหลบสาวผิวคล้ำในชุด เดรสสีดำเกาะอกที่กำลังโซซัดโซเซออกจากห้องน้ำ ดูท่าว่าเธอคนนี้จะผ่านการดื่มมาแล้วหลายขวดทำให้สีหน้าของเธอไม่สู้ดีนัก ร่างนั้นค่อย ๆ ผลักประตูออกไปอย่างเชื่องช้าและหายลับจากประตูทิ้งให้อลิซยืนอยู่ภายห้องน้ำเพียงลำพัง

เธอจึงหันกลับมาสนใจคราบที่เปรอะเลอะเสื้อสีขาว มันแย่อยู่สักหน่อยที่เธอดันเลือกชุดนี้มาเรียนและแย่เข้าไปอีกที่ดันเข้ามาในงานนี้ ถ้าหากเป็นชุดสีอื่นเธอคงไม่ต้องกังวลกับคราบแดง ๆ ที่มันจะกลมกลืนไปกับเสื้อสีนั้น แต่นี่เธอจำเป็นต้องรีบจัดการด้วยน้ำสะอาดที่ไหลออกจากก๊อกอ่างล้างมือให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้คราบฝังตัวแน่นและดูเลอะเทอะสกปรกจนเกินไป

ก๊อกแก๊ก เสียงนั้นไม่ทำให้เธอสนใจมากนัก คงเป็นใครสักคนที่กำลังใช้ห้องน้ำอยู่ในห้องที่ปิดอยู่ และในที่สุดคราบที่เจือจางลงจนสะอาดพอที่จะออกไปข้างนอกได้ อลิซจึงเงยหน้าขึ้นมองดูกระจกใสตามปกติ

วูบ! เพียงวูบเดียวที่เหลือบมองเงาผ่านกระจก ร่างชายคนหนึ่งกลับสะท้อนอยู่เบื้องหลัง อลิซรีบสะบัดหน้าหันไปมองแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ลมหายใจของเธอติดขัดก่อนอลิซจะรีบคว้ากระดาษชำระที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ อ่างล้างมือและก้าวขาออกจากห้องน้ำโดยเร็วที่สุด

ปึก! ร่างของเธอกระแทกเข้ากับบุคคลที่ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างไม่ตั้งใจ อลิซรีบเงยหน้าขอโทษทันที

ขอโทษค่ะ

คราวหลังก็หัดมองทางด้วย เธอมีตาเป็นตาตุ่มหรือไง” น้ำเสียงเรียบ ๆ กวนอารมณ์อลิซที่ชักสีหน้าและสบตาเข้ากับเรย์ที่มองเธอเช่นกัน

ก็ฉันรีบ อีกอย่างฉันขอโทษไปแล้ว

แต่ฉันไม่พอใจ” เรย์ยักคิ้วกวนประสาทไม่เลิก

เฮ้อยู่นี่ทั้งคู่เลย” แมคโผล่มาอย่างรวดเร็วร้องทักคนทั้งคู่ โดยไม่ลืมส่งยิ้มแปลก ๆ ใส่เธออลิซหวังว่าสิ่งที่แมคคิดคงไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดเดาอยู่

ฉันแค่เข้าห้องน้ำนะแมคอลิซแจงให้แมคฟัง

จะยังไงก็ช่าง เจอพร้อมกันก็ดีแล้ว วงเปิดงานใกล้จะเริ่มแล้ว ฉันมีที่เจ๋ง ๆ ให้เธอกับเรย์ยืนด้วยล่ะแมคเร่งรัดในขณะอลิซที่กำลังพยายามอธิบายสถานการณ์เข้าใจผิดนี้ให้ชัดเจน แต่ดูเหมือนหูของแมคคงดับไปพร้อมกับเสียงอึกทึกเพราะเขาเอาแต่ใช้แขนยาว ๆ กวักให้เธอและเรย์เดินตาม

ทำเหมือนคนปกติซะบ้างเถอะ อย่ามัวแต่ขี้ระแวงจนเกินเหตุเรย์กระตุกยิ้มอย่างอวดดี อลิซไม่ลืมค้อนวงใหญ่ใส่เรย์ที่สาวเท้านำไปก่อน

อะ...” จู่ ๆ ความเจ็บแปลบก็สะท้านไปทั้งคออย่างไร้เหตุผล อลิซจับต้นคอด้วยความประหลาดใจ เพียงครู่เดียวความเจ็บก็ทุเลาลง 

อะไรกัน...” อลิซตัดสินใจเดินต่อไปในขณะที่มือของเธอยังลูบต้นคออยู่เป็นระยะ หารู้ไม่ว่าเส้นสายสีดำสนิทกำลังเลื่อยไต่ต้นคอของเธอเป็นรูปร่างอย่างเชื่องช้าก่อนจะหายวับเข้าสู่ผิวหนังไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

428 ความคิดเห็น

  1. #383 Mary Jane (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 14:43
    เรายังอ่านอยู่นะเพิ่งเข้ามาอ่านสนุกมากเลยชอบอ่ะแต่งต่อเยอะเยอะนะไรเตอร์
    #383
    1
    • #383-1 wondermomo(จากตอนที่ 10)
      3 เมษายน 2558 / 14:55
      ขอบคุณค่า เดี๋ยวช่วงดึกๆ หน่อย เราจะอัพอีกแน่นอนค่า
      พอดีต้องออกไปทำธุระข้างนอก ^^
      #383-1
  2. #338 phan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 16:59
    ลุ้นเฮียโลแกนกับอลิชน่ะค่ะ.....สงสารโลแกน...
    #338
    0
  3. #305 Daren L. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 12:08
    เฮ้ยยยย โลแกน รุกเร็วมากค่ะ แป๊บเดียวหนูอลิซเสร็จแกแล้วอ่ะ 
    ขุ่นพระช่วย ได้ดูดเลือดนางเอกแล้ว เป็นแวมไพร์ที่ไม่ยับยั้งชั่งใจเลยให้ตาย!!!
    เจ้าเล่ห์มากด้วย ฮึ่ยยยยยย อิจฉาอลิซ!!! (อ้าว ผิดประเด็น) 

    คือตอนนี้อลิซแลดูหลอนๆกับโลแกนไปเลย คาบสเปนก็เห็นชื่ออาจารย์เป็นชื่อมันซะงั้น 
    นี่กำลังลังเลจะปลดป้ายไฟโลแกนไปถือป้ายเรย์แล้วนะเอาจริงๆ 

    ปล. ติดตามต่อค่ะ แซ่บมาก! 
    #305
    0
  4. #268 Alive4Dream (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 / 14:51
    ตอนนี้เหมือนคนที่คุมเกมจะเป็นโลแกนแล้วอ่ะ
    เพราะเหมือนโลแกนจะได้ในสิ่งที่เขาอยากได้เกือบทั้งหมด 
    เจออลิซ ได้กัดอลิซ เข้าบ้านที่อลิซอยู่ได้สบายๆ
    แถมยังเหมือนตามอลิซไปเกือบทุกที่อีก
    ส่วนอลิซก็เหมือนจะรู้ว่ามีภัยมา แต่ก็ไม่ยอมบอกเรย์
    ส่วนเรย์พลาดไปเยอะเลยอ่ะ ไม่ีรู้อะไรเลย // แอบเครียดอ่ะ แบบนี้โลแกนก็ได้เปรียบอยู่คนเดียว
    แล้วเส้นสายสีดำที่กำลังเลื้อยไต่ต้นคออลิซ
    เป็นผลมาจากที่อลิซโดนกัดคอใช่ไหมอ่ะ

    //เบื้องหลังอดีตของอลิซต้องมีอะไรสักอย่างที่เกี่ยวข้องกับแวมไพร์แน่ๆ
    #268
    0
  5. #258 4515_Kan 4 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2556 / 08:33
    ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย อีตาเรย์ไปอยู่ไหนมา เพิ่งโผล่มาป่านนี้ เขาโดนเจาะไปละ ..ฮือออออออ



    ************************************************



    ตาตุ๋ม ---> ตาตุ่ม
    #258
    0
  6. #244 Ketos (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2556 / 17:08
    โลแกนทำสัญญลักษณ์อะไรให้อลิซเข้าซะแล้วแน่เลย

    โว้ววว สรุปพระเอกเรื่องนี้คือ....
    #244
    0
  7. #149 monobizz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2555 / 20:12
    เฮ้ย... สงสารโลแกนอะ
    แทนที่เราจะสงสารอลิซใช่มั้ย
    แต่เรารู้สึกสงสารโลแกนจริงๆ
    เหมือนโดนสังคมรังเกียจ
    รักอลิซแต่เข้าใกล้ไม่ได้แม้แต่น้อย
    ฮือๆๆ T^T
     
     
    *ครั้งนี้รีดเดอร์เมนท์แบบจริงจัง
    โนเกรียนเลยนะเนี่ย เพราะอินกับโลแกนอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ
     
     
    เอาแล้ว! อลิซงานเข้า
    ในเมื่อเธอโดนสูบไปแล้วนี่ หึหึ
    งั้นทิ้งเรย์ไว้กับฉันก่อนเป็นไง > <
     
     
    ลุ้นมาก อ่านไปลุ้นไป
    แต่ยังสงสัยว่าใครคือพระเอก...?
     
    ในใจรีดเดอร์ก็คิดว่าเรย์แน่นอน
    แต่พออ่านๆมาทุกตอน มันกลับสะท้อนว่าเป็นโลแกน
    (เอ่อ... มาเป็นกลอนเลย ว่าจะไม่เกรียนแล้วเชียว =[]=!)
     
    ปล.สุดท้ายเมนท์นี้ก็เกรียน+กวนอยู่ดี 
    555555555555 
    ลุ้นต่อๆๆๆๆ > < !!!!!!!!
    #149
    0
  8. #137 Eveeva (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 15:45
    กลับมาอ่านอีกครั้ง...
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    โลแกน
    555555555555555555555555
    #137
    0
  9. #123 °My_Dear° (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2555 / 23:22
    ไม่รู้จะเชียร์ให้ใครเป็นพระเอกดีอ่าา ฮ่าๆๆๆ ชอบทั้งสองเลย กรี๊ดดดดดดดดดดดด อ่าวๆๆ อลิซเกิดอะไรขึ้นกับเธอ เธอเป็นอะไร
    #123
    0
  10. #122 BizcuitO (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2555 / 11:53
    ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย



    เสร็จซะแล้วววว ง่า อลิซซซซ โดนซวกคอไปซะแล้ว



    ฮืออออออ



    เรย์จัดการที
    #122
    0
  11. #121 GD จ้า ^^ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2555 / 09:42
    อ๊าาากกกกกกกกกก อลิซแกเกือบไปแล้ว
    อีแบบนี้นางเอกจะทำยังไงเนี่ย T^T
    #121
    0
  12. #120 Eveeva (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2555 / 21:27
    โอ๊ยใจหายวาบ
    เกือบไป
    555555555555
    นับเป็นโชคดีของลิซจริงๆ ที่หวาดระแวงชนิดพกมีดพับ
    ฮ่าาาาาา XD







    โอะโอโลแกน >///<
    แผนสูงอ่า ฮ่าาาๆๆ
    มันน่าเจ็บใจ
    งืออออออออออออออ
    T.,T






    อ้าว ก็มีจิตใต้สำนึกคิดได้อยู่เหมือนกันนี่นา
    555555555555555555555555
    รู้สึกอิจฉาอลิซอีกแล้ว ฮึๆๆๆ -_-++
    (ความเจ็บใจเมื่อสักครู่หายเป็นปริทิ้ง ฮ่าาา)







    เอาแล้วไง โลแกนทักทายอีกแล้ว
    ฮ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาๆๆๆ
    มาแบบหลอนหน่อยๆ แบบนี้พอจะเดาได้
    จิ๊ๆๆ ว่างนักมาทักรีดเดอร์บ้างก็ดีนะ
    อย่ามาแต่เสียงนะ พาตัวมาด้วย
    (ไม่ค่อยเลย 555555555555555555)







    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก
    นั่นอะไรอ่ะ
    คอเป็นอะไร หรือว่าเรื่องเมื่อคืนทำพิษ
    555555555555555555555
    รอค๊าบบบบๆๆๆ ลุ้นต่อไป
    ติดตามงับ XD
    #120
    0
  13. #118 โอ้วว..ชีทเค้ก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2555 / 20:55
    อยากบอกว่าทั้งตอนไม่ได้ฝักใฝ่เรื่องอื่นนอกจาก..

    "ที่รักเค้าเจ็บ!!!!!!!!!!!!"
    รู้หมว่าโลแกนเจ็บ แพทแบบเจ็บด้วยอ่ะ! 
    อลิซนางจะยังไงแน่! นางแทงเขาแล้วนางสะพรึงอันนี้ไม่แปลก
    แต่นางขอโทษ!!! โอ๊ยยย นางห้ามคิด ห้ามคิดะไรทั้งน่านนน!!!

    ขอโทษที่โฟกัสแค่เรื่องเดียว สรุปนางจะเอายังไง พูดออกมาชัดๆ ฮ่วย!
    คนอ่านลุ้น ลุ้นไม่พอ เตรียมตัวเจ็บ!! (วิ่งซบอกเรย์ TT^TT)

    #118
    0