Bloody Day

ตอนที่ 1 : :: Hello Waterford City::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,299
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    8 ก.พ. 59

ถึงไดอารี่

 

          วันนี้ฝนตกอีกตามเคย...ฉันเปิดประตูมองดูหยาดฝนที่กำลังตกลงมา ถึงมันจะตกเบา ๆ แต่ก็ตกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน จนฉันรู้สึกรำคาญถึงขั้นเกลียดมันด้วยซ้ำไป ให้ตายเถอะ! ฉันอยากเอาฝนพวกนี้ออกจากวอเตอร์ฟอร์ดเสียจริง

            คุณคงสงสัยสินะ...ทำไมฉันต้องบ่นเรื่องดินฟ้าอากาศที่ควรชินชาให้คุณฟังด้วย ในเมื่อฉันอยู่กับมัน 13 ปีเต็มแล้ว แต่รู้อะไรไหมจริง ๆ แล้ว เมืองนี้มีอาถรรพ์ เมืองที่ทำให้คุณหยุดนิ่งจนนึกอะไรไม่ออก ในทุก วัน คุณจะใช้ชีวิตแบบเดิมซ้ำ ๆ ซาก ๆ จนกว่าชีวิตจะหมดลมหายใจ

            หวังว่าคุณคงไม่เชื่อเรื่องนี้หรอกนะ...ฉันอำคุณอยู่นะ ที่จริงมันก็เป็นแค่เมืองเล็ก ๆ ที่แสนจะสงบเงียบแถมยังเฉอะแฉะจากฤดูฝนที่มีแทบตลอดทั้งปี ถ้าคุณจะหาความรื่นเริงบันเทิงใจจากที่นี่ ฉันเชื่อว่ามันไม่ใช่ที่ที่คุณจะคิดด้วยซ้ำ

            ฉะนั้นชีวิตของฉันจึงน่าเบื่อมาก ๆ ในแต่ละวันที่อยู่เมืองนี้ ทุกอย่างเรียบง่ายและเดินเป็นเส้นตรงจนแสนน่าเบื่อ กระทั่งฉันพบกับบางอย่าง

            เพลงร็อกบัลลาดเริ่มต้นด้วยท่อนที่เรียบง่ายแต่กลับทำให้ฉันหยุดนิ่งและจมลงไปกับท่วงทำนองของมัน Only One ขับร้องโดย        โลแกน ดับเบิ้ลยู...บอกตามตรงนะ ฉันหลงรักเค้าตั้งแต่แรกเห็น เสียงของเขา ดวงตาของเขา ทำเอาคนอย่างฉันใจเต้นแรง...นั่นทำให้ชีวิตของฉันเริ่มมีความหมาย ความปรารถนาที่เกินฉุดรั้งกำลังทำให้ฉันก้าวข้ามคำว่าจำเจไปโดยปริยาย

            ชีวิตฉันควรจะสดใสตามที่คุณรู้ แต่มันกลับต้องสะดุดเพราะเพื่อนบ้านหน้าใหม่ที่ฉันไม่อยากจะเอ่ยถึง แต่เอาเถอะ ฉันบอกก็ได้เผื่อคุณจะได้ระวังตัว หมอนั่นชื่อว่าเรย์ เว็กซ์ฟอร์ด คุณจะเข้าใจความหมายของคำว่ามนุษยสัมพันธ์บกพร่องได้จากผู้ชายคนนี้ และฉันจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก

-อลิซ ไทเลอร์-

 

 


Waterford City

 

เสียงเปาะแปะของเม็ดฝนเริ่มทำหน้าที่ในรุ่งเช้าอย่างที่เคยเป็น หมอกจาง และอุณหภูมิเย็นแตะระดับสิบองศาเซลเซียสดูไม่ใช่เรื่องเลวร้ายมากนักสำหรับวันนี้ อลิซ ไทเลอร์กำลังสวมโค้ทสีน้ำตาลเข้มตัวโปรดทับกับเสื้ออีกชั้นป้องกันความเย็นจากเม็ดฝนที่ตกไม่หยุดตั้งแต่คืนก่อนพร้อมร่มสีเขียวอ่อนคันเก่งที่ต้องใช้มันอยู่ทุกวี่ทุกวัน เธอพร้อมแล้วสำหรับอีกวันที่ต้องเผชิญหน้ากับความเฉอะแฉะ

 “อลิซ! ลืมอะไรหรือเปล่า เสียงคุ้นเคยทักขึ้น เจมส์ ไทเลอร์ เดินมาพร้อมผ้ากันเปื้อนสีสดใส ในมือถือถุงบรรจุกล่องอาหารสำหรับมื้อเที่ยงของอลิซเอาไว้

วันไหนจะไม่ลืมบ้างนะ เสียงบ่นของเจมส์ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้ในทุกครั้งที่อลิซเดินออกจากบ้าน

 “มันไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ ขอบคุณอลิซหยิบถุงและยิ้มทะเล้นให้น้าชาย ถ้าเธอแก้นิสัยนี้ได้เขาคงไม่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้าเพื่อทำอาหาร จัดการกล่องข้าวและร้องเรียกเธออยู่ทุกครั้ง

“ไปล่ะค่ะ” เธอบอกลาและเดินออกจากบ้านไปอย่างระมัดระวัง

ดวงตาสีช็อกโกแลตจับจ้องไปยังถนนเบื้องหน้า เธอรู้ดีว่าดินที่ชื้นแฉะอาจทำให้เธอเสียหลักล้มคว่ำเมื่อไหร่ก็ได้ เธอจึงต้องก้าวเดินอย่างมั่นคง นั่นทำให้ระยะทางข้างหน้าเชื่องช้าเสียจนน่าหงุดหงิด

วอเตอร์ฟอร์ด...เป็นเมืองเงียบสงบ ผู้คนอาศัยอย่างเรียบง่าย ไม่หวือหวา ไม่เร่งรีบ สภาพภูมิอากาศที่ไม่รุนแรงทำให้ผู้คนในเมืองต่างดำเนินชีวิตกันอย่างเชื่องช้าจนแทบจะเรียกว่าเอื่อยเฉื่อยเลยก็ว่าได้ แต่นั่นก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับมนุษย์รักสงบอย่างอลิซ ยกเว้นก็แต่วอเตอร์ฟอร์ดไม่เคยปราศจากฝน

“รีบหน่อยสาวน้อย เรากำลังสาย” คนขับประจำทางจอดรับลูกค้าหน้าเก่าที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งมายังรถที่เปิดประตูรอรับ

“ใจเย็นหน่อยซิมม่อน ฉันรีบเท่าที่ทำได้แล้ว” ในที่สุดอลิซก็สามารถขึ้นรถได้ทันเวลา

“ทำใจเถอะนะ วอเตอร์ฟอร์ดชอบฝนมากไปหน่อย” ซิมม่อนบอกกับเธอที่กำลังนั่งลงเช็ดละอองฝนที่ติดตามเสื้อผ้าและผมสีน้ำตาลเข้มอย่างเบื่อหน่าย

“ถ้าวอเตอร์ฟอร์ดจะชอบฝนน้อยกว่านี้หน่อยก็คงดีค่ะ” เขาส่ายหน้าและหัวเราะชอบใจกับคำพูดนั้นก่อนรถจะมุ่งหน้ารับลูกค้าในป้ายถัดไป

Waterford University

เอาล่ะ เหลือคนสุดท้ายแล้วที่จะนำเสนอในคาบนี้เสียงทุ้มต่ำชวนง่วงนอนของอาจารย์สอนประวัติศาสตร์กำลังขานชื่อเหยื่อรายสุดท้าย

อลิซ เธอมีอะไรนำเสนอวันนี้อาการง่วงไม่เคยปรานีเด็กสาว อลิซยังคงทำตาปรือและไม่รับรู้เรื่องราวใด ๆ ร้อนไปถึงไลก้าเพื่อนสนิทช่วยเตือนสติ สะกิดร่างนั้นเบา ๆ เพื่อส่งสัญญาณ ใบหน้าที่เคยเลื่อนลอยสะบัดไล่ความงุนงงก่อนจะหันมาสนใจเรื่องตรงหน้า

เอ่อ ค่ะอลิซลุกขึ้นอย่างเชื่องช้าพร้อมกับรายงานหนึ่งเล่มยื่นให้อาจารย์

พืชแห่งประวัติศาสตร์...มันฝรั่งนะเหรออาจารย์รับและอ่านหัวข้อ ท่าทางของเขาเหมือนพยายามกลั้นขำกับชื่อของมัน

ค่ะอลิซตอบและเหลือบมองเหล่าเพื่อน ๆ ที่มีอาการไม่ต่างกัน ยกเว้นเพียงไลก้าที่กลอกตาระอาคนรอบตัว

ว่ามาสิอาจารย์กอดอกจับจ้องอลิซที่เริ่มรายงาน

มันอาจฟังดูแปลกสักหน่อยกับชื่อหัวข้อ แต่ฉันคิดว่ามันฝรั่งก็สมควรถูกจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์เช่นกัน ในช่วงปี 1845-1852 เป็นยุคสมัยที่ได้ชื่อว่าทุพภิกขภัยครั้งใหญ่ของประเทศ จำนวนประชากรในประเทศที่ลดลงอย่างรวดเร็วถึงร้อยละ 25 ของประชากรทั้งหมดเป็นผลมาจากโรคระบาดและการอพยพย้ายถิ่น แต่มีอีกสาเหตุหนึ่งที่สำคัญก็คือการขาดแคลนอาหาร ทุกคนต่างทราบกันดีว่ามันฝรั่งเป็นพืชท้องถิ่นที่คนทั้งประเทศต้องรับประทานไม่ว่าสมัยก่อนหรือปัจจุบันและถือได้ว่ามันเป็นพืชเศรษฐกิจและพืชหลักของประเทศเลยทีเดียว แต่ไม่นานเหตุการณ์ร้ายก็เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากเชื้อโรคในมันฝรั่งที่เรียกว่ารามันฝรั่ง เชื้อดังกล่าวทำให้ผลผลิตภายในประเทศเราเสียหายเป็นจำนวนมากและเชื้อนี้ก็ยังแพร่ไปทั่วยุโรป...และนั่นก็ทำให้ประเทศของเราในยุคนั้นเข้าสู่ภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนัก... เหล่าเพื่อน ๆ ต่างทึ่งในรายงานของอลิซรวมไปถึงอาจารย์ก็เช่นกัน ทุกคนต่างตั้งใจฟังและมองเธอเป็นตาเดียว

 “ฉะนั้นนอกจากปัญหาสภาพการเมืองและยุคล่าอาณานิคมแล้ว สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศเราอย่างรุนแรงมากที่สุดก็คือมันฝรั่งนั่นเอง ขอบคุณเสียงปรบมือดังก้องไปทั่วห้องไม่เว้นแม้แต่อาจารย์ก็ยอมคลายมือออกและแสดงความพอใจด้วยการตบมือ

“เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ ขอบใจสำหรับการรายงานของทุกคน” อาจารย์ประจำวิชาบอกลาและเดินออกจากห้องรวมไปถึงเพื่อนคนอื่น ยกเว้นอลิซที่กำลังเก็บข้าวของรั้งท้าย

 “ไม่น่าเชื่อว่ารายงานของเธอจะเจ๋งเกินคาดจนอาจารย์ยืนอึ้งไปเลย” 

ก็ฉันเก่งอลิซยิ้มทะเล้นใส่เพื่อนอย่างอารมณ์ดี

ย่ะ เก่งมากไลก้าประชดคนที่เอาแต่ทำเล่นตลอดเวลา

ถ้าไม่ได้เธอคอยเตือนว่าให้รีบทำรายงานฉันคงยืนยิ้มอยู่หน้าห้องนั่นแล้วล่ะอลิซยกความดีให้ไลก้าแต่โดยดี 

ใช่ ฉันช่วยเธอไว้ เพราะงั้นเลี้ยงข้าวซะดี ๆไลก้ายกยิ้มอย่างภูมิใจ ไม่รีรอคว้าแขนของเพื่อนและลากอลิซออกจากห้องเรียนอย่างรวดเร็ว

ในหนึ่งวันของอลิซแสนราบเรียบ หกชั่วโมงเธอมอบมันให้กับการเรียนที่แสนน่าเบื่อและอีกสองชั่วโมงเธอก็ใช้มันไปกับไลก้าเพื่อนรักของเธอ

นี่ฉันออกแบบชุดเอาไว้ เธอคิดว่าแบบไหนดูดีกว่าล่ะอลิซมองฝีมือการวาดภาพของไลก้าและนิ่งไปชั่วขณะ เธอจะไม่เยินยอเพื่อนแน่ ทักษะการวาดภาพของไลก้าคงหยุดอยู่แค่อายุหกขวบ

โทษทีนะไลก้า ฉันดูไม่ออก ไหนเธอลองอธิบายให้ฟังหน่อยสิอลิซหยิบสมุดของไลก้าขึ้นมาจากนั้นก็ค่อย ๆ ใช้ดินสอร่างภาพตามคำบอกเล่าของเพื่อนอย่างตั้งใจ

ไลก้า รอส สาวผมน้ำตาลเข้มดวงตาโต ใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่เสมอ งานถนัดของเธอคือการเป็นนักกิจกรรมตัวยงของมหาวิทยาลัย เธอมักอุทิศตัวเองให้ทุกกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นชมรมเชียร์ งานช่วยเหลือสังคมหรืออื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งต่างจากอลิซเพราะเธอไม่มีพรสวรรค์ในการเป็นผู้นำ สิ่งที่เธอทำได้ก็คือการคอยเป็นกองหนุนอยู่ข้างหลังให้ไลก้าเท่านั้น

แบบนี้เหรออลิซยื่นกระดาษวาดแบบให้ไลก้าพิจารณา

ว้าว เจ๋งชะมัด! ทำไมฉันวาดแบบนี้ไม่ได้นะแต่ก็ช่างเถอะ ฉันมีเธอคอยช่วยอยู่แล้วนี่ไลก้ายิ้มอย่างสดใส ถึงไลก้าจะช่างพูด ช่างคิดและช่างทำไปหน่อยแต่อลิซก็ชอบเพื่อนคนนี้มากที่สุด

ว่าแต่ไม่สนใจเข้าทีมกับฉันเหรอ ฉันใส่ชื่อเธอได้เลยนะอลิซส่ายหน้าทันที ขอผ่าน

เป็นอย่างนี้ทุกทีแล้วจะหาว่าฉันไม่ชวนไม่ได้นะ ส่วนแบบนี่ฉันจะคุยกับชมรมอีกที ขอบใจเธอมากนะ อ่อ! เรื่องข้าวเที่ยงนี่ด้วย น้าเจมส์ทำอร่อยกว่าร้านในโรงอาหารซะอีก มิน่าเธอถึงชอบห่อข้าวมากินแม่สาวนักกิจกรรมโบกมือลาก่อนเดินออกไปอย่างร่าเริง ส่วนเธอก็กลับมาว่างและเริ่มเบื่อหน่ายอีกครั้ง

 “กลับบ้านเร็วทุกวันเลยนะน้าเจมส์ชะโงกหน้าออกจากห้องครัว มองอลิซที่กำลังเดินเข้าบ้าน

ไม่มีอะไรทำแล้วนี่คะ น้าก็แปลกจัง ผู้ปกครองคนอื่นอยากให้กลับบ้านเร็วกันทั้งนั้นแหละ อลิซนั่งลงบนโซฟาก่อนหยิบรีโมทเปิดดูทีวีเรื่อยเปื่อย

อลิซ...ไม่ออกไปเที่ยวหน่อยเหรอ น้าว่าคลับในเมืองก็น่าสนใจอยู่นะเจมส์วางขนมคุ้กกี้ที่คงทำเสร็จเมื่อครู่ไว้บนโต๊ะเพราะเขายังสวมผ้ากันเปื้อนที่มีกลิ่นหอม ๆ ของคุกกี้ติดตัวมาด้วย เธอมองหน้าเจมส์ก่อนหยิบคุกกี้ขึ้นมาหนึ่งชิ้น

น้าล่ะ นอกจากจะเข้าครัวเป็นพ่อบ้าน อยากออกไปไหนบ้างไหม” 

ก็ไม่นะ งานบ้านมีอะไรให้ทำตั้งเยอะ ออกไปก็เปียก...เฮ้ เมื่อกี้น้ากำลังถามอยู่นะอลิซอดขำเจมส์ไม่ได้ มุกหลอกล่อเกือบใช้ได้ผลแล้ว

หนูก็แค่...ยังหาเรื่องสนุก ๆ ไม่เจออลิซหยิบคุกกี้อีกชิ้นและให้ความสนใจรายการทีวีแทน เจมส์กังวลใจอยู่ไม่น้อยกับความสันโดษ เธอสมควรออกจากบ้าน คบค้าสมาคมกับวัยรุ่นคนอื่น แต่หลานสาวคนเดียวของเขากลับเก็บตัวแทนที่จะมีชีวิตที่มีสีสันมากกว่านี้

 ไม่ทันที่เจมส์จะพูดอะไร เสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะ เขาจึงปลีกตัวออกไป ส่วนอลิซเองก็กำลังสนใจกับบางอย่างบนหน้าจอทีวี

One life to live
One love to give
One chance to keep from falling
One heart to break
One soul to take us
Not for sake us,
Only one
Only one…

น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่แฝงไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนชวนให้หลงใหล ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสะกดเธอให้นิ่งงันไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวไปไหนได้ หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลอง เธอกำลังจดจ้องและมองเขาอย่างละเอียด

ร่างกายของเขาราวกับสะท้อนแสงได้ ผิวขาวเนียนที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อยืดสีดำดูผุดผ่องนวลเนียน ผมยาวประบ่าสีน้ำตาลเข้มกำลังสะบัดไปมาตามจังหวะเพลงบัลลาดร็อก ใบหน้าคมคาย คิ้วหนา จมูกโด่งเป็นสันสวย รวมถึงปากเรียวเข้ารูปสีแดงชาดนั่นด้วย ยิ่งทำให้เธอตกหลุมรักคน ๆ นี้ได้อย่างง่ายดาย เธอรู้สึกปวกเปียกราวกับไม่มีแรง อลิซเดาว่านี่คงเป็นอาการเริ่มแรกของการคลั่งนักร้องคนนี้อย่างแน่นอน

จ้องเหมือนมันจะทะลุออกมาอย่างนั้นแหละเจมส์กลับเข้ามาและเห็นท่าทางแปลก ๆ ของหลานสาว    

อะ เอ่อ คนนี้ใครเหรอคะอลิซตั้งสติถามและชี้ไปยังต้นตอของเรื่องทั้งหมด

โลแกน...อย่าบอกนะว่าหลานไม่รู้จักเจมส์แปลกใจไม่น้อยที่หลานสาวไม่สนใจแม้กระทั่งนักร้องดัง

หนูขอตัวก่อนนะอลิซลุกขึ้นออกจากห้องนั่งเล่นและปรี่ขึ้นไปชั้นสองอย่างรวดเร็ว

เดี๋ยวสิ...กำลังจะบอกเรื่องสำคัญเลยเจมส์มองหลานสาวอย่างงุงงนที่จู่ ๆ เธอก็เปลี่ยนท่าทีปุบปับและวิ่งขึ้นห้องไปโดยไม่ฟังคำเขา

ประตูห้องปิดลง อลิซแทบกระโจนไปที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ของตัวเอง เธอไม่อยากเสียเวลาสักนาทีเดียวที่จะทำความรู้จักกับเขา ใจเธอเหมือนกำลังระเบิด อาการคลั่งนักร้องของเธอช่างหนักหน่วง

แป้นพิมพ์เริ่มทำงานทันทีเมื่อคอมพิวเตอร์ใช้การได้ search engine ทำหน้าที่ของมันอย่างรวดเร็ว อลิซพิมพ์คำว่า “โลแกน” ไม่นานข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับเขาก็ไหลเข้าสู่สมองอย่างรวดเร็ว

โลแกน ดับเบิ้ลยู (Logan W.) อายุ 25 ปี นักร้องเดี่ยวแนว     บัลลาดร็อก เดบิวต์อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ฉายาของวงการเพลงคือ “คิลเลอร์อายส์” เพราะดวงตามีเสน่ห์อย่างน่าพิศวง ประวัติต่าง ๆ ไม่ปรากฏรายละเอียดมากนัก อลิซคาดเดาเอาเองว่าคงเป็นสไตล์ของศิลปินร็อกที่มักปกปิดอดีตของตัวเองให้ดูมีลับลมคมนัยชวนให้น่าค้นหาอะไรเทือกนั้น แต่เรื่องนี้ไม่ทำให้เธอละความสนใจไปจากตัวโลแกนได้ อลิซยังคงตั้งหน้าตั้งตาค้นหาเพลง คลิปวีดิโอและรูปภาพต่าง ๆ เท่าที่เธอจะหาได้...และในที่สุดอลิซก็กลายเป็นแฟนคลับสาวของโลแกนในเวลาอันรวดเร็ว...

สามเดือนต่อมา

อลิซรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้เวลาช่างเดินเร็วเสียเหลือเกิน นับตั้งแต่ที่     โลแกนเข้ามามีอิทธิพลกับเธอ ทุกอย่างรอบ ๆ ตัวก็หมุนเร็วเสียจนมารู้ตัวอีกทีก็คลั่งไคล้ผู้ชายคนนี้ถึงสามเดือนแล้ว และโลแกนก็กลายมาเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันของเธอด้วยเช่นกัน

ดูท่าโลแกนจะทำให้อลิซของน้าออกจากบ้านบ่อยขึ้นเจมส์มองหลานสาวเดินลงมาพร้อมกับหูฟังและฮัมเพลงคุ้นหูอย่างอารมณ์ดี

อย่างน้อย ๆ ก็ออกไปนอกเมืองเพื่อซื้ออัลบั้มของหมอนั่นเจมส์พูดเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน ความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้ผู้ปกครองอย่างเขาใจชื้นขึ้นบ้าง

น้าอยากได้อะไรไหมคะอลิซถาม วันนี้เธอยืมรถของเจมส์ออกไปด้วยจึงเป็นการสมควรถ้าเธอรู้จักแบ่งเบาภาระเล็ก ๆ น้อย ๆ เผื่อผู้ปกครองของเธอจะยอมให้ยืมรถอีกหน

งั้นก็ซื้อตามนี้แล้วกันนะเจมส์หันไปจดยุกยิกบนกระดาษแผ่นเล็กและยื่นให้

ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน... ทำไมต้องซื้อของพวกนี้ด้วยคะ ที่บ้านก็มีแล้วนี่นาเธอถามอย่างสงสัย

เรื่องที่น้าเคยบอกยังไงละ เดี๋ยวจะมีคนมาอยู่ข้างบ้านก็เลยต้องเตรียมของพวกนี้ให้เขาด้วยเจมส์ว่า

เขาหาซื้อเองไม่ได้เหรอคะ เธอถามอย่างไม่เข้าใจ

เอ่อ...จริง ๆ แล้วน้ารู้จักกับเขานิดหน่อยน่ะอลิซมองใบหน้ากระอักกระอ่วนนั้นและยอมทำตามที่เขาบอก...แต่ อลิซก็ยังอดสงสัยไม่ได้

โอเคค่ะ หนูซื้อมาให้ก็ได้แต่น้ามั่นใจเหรอคะว่าเขาจะย้ายมาเธอได้ยินเรื่องนี้ราวสามเดือนก่อนหน้าแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไร้วี่แววของเพื่อนบ้านคนใหม่

น้าเชื่อว่าเขาต้องย้ายมา รีบไปเถอะเดี๋ยวจะสายแม้อลิซจะสงสัยในท่าทางนั้นแต่เมื่อเจมส์ไม่ยอมพูดเธอก็จะไม่คะยั้นคะยออีก

งั้นไปก่อนนะคะอลิซหันหลังและเดินออกไป

ประตูปิดลงจนกระทั่งเสียงเครื่องยนต์ห่างออกไปจากตัวบ้านและเหลือเพียงเจมส์ เขาจึงเดินกลับห้องครัวและถอนหายใจอย่างอึดอัด

โทรศัพท์ในครั้งนั้นไม่ได้สร้างความลำบากใจเท่ากับจดหมายอีกหนึ่งฉบับที่ย้ำเตือนการมาของเขา เจมส์หยิบจดหมายที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงมาอ่านอีกครั้ง แม้จะลำบากใจอยู่ไม่น้อยแต่เขาเลี่ยงเรื่องนี้เหมือนครั้งก่อน ๆ ไม่ได้อีกแล้ว

ถึงเจมส์

ฉันจะไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา ในเมื่อฉันมีศักดิ์เป็นพี่ชายคนโตของนาย ฉันอยากให้นายช่วยเหลือลูกของฉันสักเล็กน้อย หาที่พักและมหาวิทยาลัยที่ใกล้ที่สุด ยิ่งใกล้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี เผื่อฉันจะได้ไหว้วานสอบถามในบางครั้ง ถึงนายจะไม่พอใจและไม่เคยนับฉันเป็นพี่อีกเลยตั้งแต่เรื่องคราวนั้นแต่อย่างน้อย ๆ ก็ให้คิดถึงตระกูลของเรา

Alex Wexford.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

428 ความคิดเห็น

  1. #406 RBoKuc (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 21:36
    น่าหนุกจัง
    #406
    0
  2. #378 yukai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 14:44
    บรรยายได้ดีค่ะ



    #378
    0
  3. #350 ★ .•°Mademoiselle•.°´ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 11:55
    อลิซปิ๊งพระเอกตั้งแต่เริ่มเลยหรอ อิๆ
    บรรยายได้ดีเลยค่ะ
    #350
    0
  4. #314 โมเม' (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มกราคม 2557 / 17:05
    สนุกค่ะ!! อิอิ
    ไม่รู้จะบรรยายยังไงอ่ะ น่าติดตามมาก
    ชอบบรรยากาศของเมืองนี้นะ แลดูฉ่ำฝน เย็นๆ พี่โมบรรยายเห็นภาพมากเลย ^^
    แต่้รู้สึกเหมือนอลิซนางจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เลยนะ 555
    พี่โมเขียน 'เดบิ๊ว' ผิดหรือเปล่าค่ะ ส่วนตัวเคยเห็นไม่ 'เดบิวท์' ก็ 'เดบิวต์' ???
    แต่ไม่เป็นไรให้อภัยเพราะ อิมเมจโลแกนแซบเว่อร์ !!!!
    #314
    0
  5. #295 Daren L. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 19:05
    วันนี้มีโอกาสได้แวะมาอ่านเรื่องนี้ อ่านตอนแรกนี่เอาจริงๆเหมือนเห็นนางเอกเป็นตัวเองค่ะ >____<
    แบบว่าเป็นคนแบบอลิซจริงๆ ติ่งศิลปินได้แบบชั่วพริบตามาก ขอแค่รู้ชื่อที่เหลือเสิร์ชเอ็นจิ้นเอาเองค่ะ คึคึคึ 
    ส่วนโลแกน ขนาดตัวเป็นๆยังไม่โผล่นะ มาแต่ในจอ ยังรู้สึกถึงออร่า โผล่มาทีนิสาคงหยุดหายใจไปเลย 

    ปล. ภาษาพี่โมอ่านง่ายมาก ไม่ติดไม่ขัด ไม่สะดุดอะไรเลย ไว้จะทยอยอ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะพี่ :D 
    #295
    0
  6. #288 Marie (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2556 / 23:36
    อ่ะน่อวว โลแกน ดับบลิว >_<
    เชื่อป้ะบีมเลื่อนเมาส์ขึ้นไปดูรูปบ่อยมากอ้ะคนอัลไรหล่อได้หล่อดีหล่อลากไส้!!
    ถ้่าบีมเป็นยัยอลิซไรนี่ คงไม่ใช่แค่ออกไปซื้ออัลบั้มเฉยๆอ้ะ คงออกไปตามเฮียแกทุกตารางงาน555555
    เค้าเป็นฟค.ที่แอบจิตนิดๆมั้ยเนี่ย-..- ติดตามอยู่น้าพี่โมไม่รู้พี่โมเขียนเรืองนี้จบยัง แต่บีมหลงรักโลแกนเข้าให้ละเดี๋ยวจะตามอ่านเอาให้ทันละมาเร่งๆพี่โมทีหลัง555555555555
    #288
    0
  7. #252 ForFun★ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 / 00:57


    มีความรู้สึกเหมือนว่าตัวเองไม่เคยอ่านนิยายเรื่องนี้ แต่อย่างว่า ขิมไม่ได้อ่านนิยายพี่โมนานแล้ว เลยอาจจะลืม ๕๕
    เฮ้ยแบบ ชอบภาษาพี่โมอ่ะ มันสละสลวย เข้าใจง่าย อ่านไม่สะดุด
    ฟังเพลงหน้าบทความไปด้วยนี่... อื้อหือ มันใช่เลย -..- บรรยากาศได้อ่ะพี่

    เอาเหอะ
    มาแล้ว... หนึ่งปม ๕๕ พี่ชายของเจมส์
    ตระกูลอะไรหว่า? เรย์สินะ เรย์กำลังจะมา กรี๊ดแป๊บ แอร๊ยสสสสสสสสส์

    เขาว่ากันว่า แรงขับเคลื่อนทุกอย่างในตัวของมนุษย์เพศเมีย มักมาจากผู้ชาย
    //โดนพี่โมเสยออกนอกสุริยจักรวาล สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น
    เอ้าาาาา แล้วมันจริงไหม ขนาดอลิซที่ว่าไม่เอาใคร ไม่เอาสังคม เธอยังออกจากถ้ำได้เพราะผู้ชาย ๕๕

    เอาเป็นว่า
    เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา
    เปิดไปอ่านตอนต่อไปโลดดดดดดดดดด XD
    #252
    0
  8. #218 I'm Run Devil Run (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 16:38
    ชอบค่าชอบบรรยายได้ดีมากเลยค่ะ 
    #218
    0
  9. #204 pie-apple (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 19:49
    ติดตามค่ะ
    #204
    0
  10. #189 Gifz_Jelly5 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 21:20
    ฟินนาเร่ !! บอกได้เลยอ่านไปฟินไปกับบรรยากาศของเมืองแห่งนี้
    น้าเจมส์ดูเหมือนผู้ปกครองที่น่ารักที่สุด 
    ก็หลานทั้งคนนี่เนอะ
    ไลก้า นางแร๊ง! สกั๊งตัวเหม็น พูดซะเห็นภาพ
    (แอบได้ยินเด็กที่โรงเรียนนินทาอาจารย์ด้วยคำนี้เหมือนกัน)
    นางเอกดูปิดกั้นเนอะ แต่พอเจอโลแกนขึ้นมานี่
    อาการโรคบ้าผู้ชายกำเริบ! เออ ก็เห็นๆกันอยู่ ใครไม่คลั่งโลแกนก็บ้าเต็มที :)
    #189
    0
  11. #179 ... (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2555 / 19:11
    บรรยายอ่านแล้วเพลินๆ เย็นๆ (ตามอากาศในเรื่อง:หัวเราะ)

    ชอบค่ะ ตามๆๆ >
    #179
    0
  12. #171 TANH_ZEPIA (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2555 / 21:09
    ชอบสำนวนแบบนี้มากๆ เลยค่ะพี่โม
    การบรรยายในแบบมุมมองบุคคลที่สาม
    กับภาษาที่สละสลวยเข้าใจง่าย ดูลึกลับๆ ในบางที
    แอบรู้สึกว่ามันเข้ากับบรรยากาศในตัวเมือง waterford ดีนะ
    ดูหม่นๆ ครึ้มๆ เหมือนฝนตกตลอดเวลาไรงี้

    น้าเจมส์เป็นผู้ปกครองที่่น่ารักมากกก ใจดีอะ
    ขนาดไม่ใช่หลานแท้ๆ นะเนี่ย ยังดูแลดีมาก
    อืมมม วัยรุ่นแบบอลิซนี่หายากจริงๆ นะ
    แต่ตาณคิดว่าตาณก็คงคล้ายๆ อลิซนั่นแหละ
    เรียนเสร็จก็กลับบ้าน ไม่ได้ไปเที่ยวไหนต่อ
    เรียนมาเหนื่อยๆ ก็อยากกลับมาพักผ่อนที่บ้านอะเนอะ

    แต่ดูเหมือนชีวิตอลิซจะเปลี่ยนไปนิดๆ แฮะเมื่อรู้จักโลแกน
    ฮะฮ่า เธอสมัครเป็นสมาชิกแฟนคลับโลแกนแล้วสิเนี่ย
    การชอบไอดอลมันมีความสุขจริงๆ นะ
    อารมณ์คงคล้ายๆ การได้หลงรักใครสักคน แต่อาจจะไม่รุนแรงถึงขั้นนั้น
    แต่มันก็ทำให้โลกสดใสได้เหมือนกันเลย
    อลิซชอบโลแกนจริงจังนะเนี่ย ถึงขั้นลงทุนออกไปซื้อซีดีของแท้
    ไม่โหลดฟรีอยู่ที่บ้าน หุหุ

    ชอบหัวข้อรายงานของอลิซอะ
    คงไม่มีใครคาดว่ามันฝรั่งจะส่งผลขนาดนี้
    ตอนแรกก็ขำๆ เหมือนอาจารย์กับนักเรียน
    พอฟังอลิซพูดแล้ว คิดในใจ เออ...จริงว่ะ
    บางทีสิ่งที่สร้างความเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ อาจจะมาจากสิ่งเล็กๆ ก็ได้
    เนื้อเพลงของโลแกนก็ชอบ อยากได้ยินเป็นเพลงจริงๆ
    ประโยคสั้นๆ ง่ายๆ แต่กินใจดี

    เรย์กำลังจะย้ายเข้ามาสิเนี่ย ติดตามๆๆ
    จะเกิดอะไรขึ้นบ้างหนอ?

    นิดหน่อยค่า
    มหาลัย = มหา'ลัย
    บันลาด = บัลลาด


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 ธันวาคม 2555 / 21:32
    #171
    0
  13. #135 monobizz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 15:16
    โอ้ว้าววววววววววววววว O___O!!!

    ก่อนอื่นต้องขอชมไรเตอร์ ว่า...!
    บรรยายได้ดีมากๆเลยค่ะ
    อ่านแล้วรู้สึกเหมือนไหลไปกับน้ำเลย
    ถ้าคะแนนเต็มสิบ รีดเดอร์ให้ไปเลยสิบเอ็ด
    (ให้คะแนนเกิน เพราะมันดีเว่อร์มากๆเลยนะ)


    กลับมาพูดถึงตัวละคร
    อลิซ (ญาญ่า) รีดเดอร์ชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
    ยิ่งมาเจอบทแบบนี้ รีดเดอร์ก็ให้คะแนนเต็มๆไปเลย

    ไลก้า เป็นคนที่แลดูน่ารักจริงๆเลย
    ดูอะไรก็สดใสไปหมด เป็นตัวละครที่น่ารักมากๆ

    และมาจบที่โลแกนเลยแล้วกัน
    อย่างที่ความเห็นอื่นๆโพสไว้ ว่าหมอนี่มันหล่อโคตร!!
    ไม่แปลกใจจริงๆที่อลิซจะชอบ (รีดเดอร์ก็ชอบ -.,-)


    ขอชมไรเตอร์อีกทีนึง
    บรรยายได้สุดยอด!! > <
    เนื้อเรื่องก็สนุก ทุกอย่างดูเพอร์เฟ็คไปหมด
    คำผิดก็ไม่ค่อยมี แต่ถึงมี รีดเดอร์ก็ให้อภัย
    เพราะเนื้อเรื่องสนุกสุดๆ ยกนิ้วให้เลยค่ะ 


    ***เสริมอีกนิดนะคนดี
    บทนี้ให้ความรู้สึกแฟนตาซีนิดๆ
    ทั้งชื่อเมือง บีจี แม้กระทั่งการบรรยาย
    หรือว่ามันเป็นรักแฟนซีหว่า รีดเดอร์กลับไปดูหน้าหลักด่วน!!!

    #135
    0
  14. #114 Alive4Dream (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2555 / 13:50
    โอ๋อ่านแล้ว รู้สึกว่ามันลื่นไหลดีนะ ถึงแม้ว่าบางครั้งจะรู้สึกขัดๆนิดๆ ไม่รู้ว่าเพราะโอ๋สับสนเองเปล่า 555+



    แต่โดยส่วนตัวก็ชอบนะ และลุ้นให้เพื่อนบ้านคนใหม่ของอลิซมาเร็วๆ ชีวิตของอลิซคงมีสีสันมากขึ้นกว่าเดิม



    จากที่เก็บตัวเงียบ กลายเป็นมีโลแกนเข้ามา และต่อไปก็คงจะวุ่นแน่นอน ^^
    #114
    0
  15. #97 กระดาษชำระ ★ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 15:22
    ใช้ภาษาดีสุดยอดเลยค่ะพี่โม พี่เก่งจัง อยากลบนิยายตัวเองทิ้งจัง >>ตามกระแสฮ่าๆ
    #97
    0
  16. #73 ดินสอ4B (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2555 / 00:16
    สำนวนกับการบรรยายดีโครตๆ เลยค่ะ เห็นภาพเลย ชอบๆ ^^
    แถมยังสนุกอีกด้วย พืชแห่งประวัติศาสตร์....มันฝรั่ง

    เห็นด้วยกับความคิดเห็นข้างล่าง Green Doraemon
    อ่านแล้วอยากจะกลับไปลบนิยายตัวเองทิ้งซะ!!
    #73
    0
  17. #69 Green Doraemon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 07:01
    อ่านเรื่องนี้แล้วโคตรอยากลบนิยายตัวเองทิ้งอีกรอบ T^T
    ภาษาดีโฮกกกกก ไม่มีคำผิดด้วย(หรือว่าเราหาไม่เจอเองหว่า?)
    ติดตามๆ อย่างเห็หน้าผู้ชายข้างบ้านล้าว ๕๕๕ >_<

    ***ก่อนอื่นเลย
    ยังรับแลกแบนเนอร์อยู่รึเปล่าคะ?
    ถ้ารับอยู่ ตอบกลับด้วยนะเอ้อ =D

    #69
    0
  18. #35 Tara (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2555 / 17:01
    บรรยายได้ดีมากค่ะ อ่านเเล้วลื่นไหลดี...สนุกค่ะ :)
    อลิซสุดยอด พืชเเห่งประวัติศาสตร์...มันฝรั่ง 555
    เพลงเพราะดีนะค่ะ ความหมายด้วย โลเเกนหล่ออ่ะ ไม่เเปลกใจว่าทำไมอลิซถึงคลั่งเขาขนาดนั้น หล่อเท่ -//-
    อลิซเริ่มไปไหนมาไหนเเล้ว ความเปลี่ยนเเปลง :D

    #35
    0
  19. #19 °My_Dear° (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2555 / 23:47
    อลิซชอบอยู่แต่บ้านเหมือนเราเลย  555
    #19
    0
  20. #17 ๏Pinny๏ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2555 / 15:22
    ย้ำเดิน = ย่ำเดิน
    หรอ = เหรอ
    ปวดเปียก = ปวกเปียก
    หัมเพลง = ฮัมเพลง

    จริงๆ แล้ว เครื่องหมาย ๆ ต้องเว้นหนึ่งทีเวลาพิมพ์คำต่อไปนะคะ (เวลาส่ง สนพ เค้าให้เว้นค่ะ)^^

    มาพูดถึงเนื้อเรื่องดีกว่า ตอนแรกๆ ที่อ่านภาษาแปลกนิดๆ ค่ะ แต่ช่วงหลังๆ ต้องบอกว่าพี่โมทำไหลลื่นขึ้นนะคะ
    อยากให้พี่โมดูการเคาะวรรคนิดค่ะ อย่างเวลาจบประโยคพูด และจะต่อด้วยคำบรรยาย เคาะหนึ่งทีพอค่ะ มันจะได้ไม่ขาดตอน
    รอลุ้นตอนต่อไปนะคะ นางเอกของเราดูจะคลั่งพระเอกไม่เบา ถ้าไปเจอตัวจริงจะเป็นยังไงเนี่ย
    หวังว่าโลแกนคงจะไม่ทำให้นางเอกเกลียดซะก่อนนะ อิอิ
    #17
    0
  21. #12 Chinjung_sai'z (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2555 / 18:01
    อลิสดูปิดกลั้นตัวเองถึงที่สุด5555555
    ดูอะไรๆ ก็น่าเบื่อไปหมดเเฮะ -.-
    รอพบโลเเกนนะจ้าา <3
    #12
    0
  22. #10 Eveeva (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2555 / 16:38
    สนุกค่ะไรเตอร์
    ติดตามนะคะ
    <3

    ชอบอลิซจัง น่ารัก
    ญาญ่าด้วย 555
    #10
    0
  23. #4 marrysa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 / 18:39
    สนุกมากค่ะ อัพต่อนะ
    #4
    0
  24. #3 คุณนายควอน* (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 / 18:37
    แอร๊ยยยย ภาษโอเคเหมือนทุกๆเรื่องเลย
    ที่อ่านผ่านตามา มีคำผิดอยูที่เดียว ตรง

    อลิสแควะเพื่ออ่า  มันต้องเป็น แขวะ ไม่ใช่ แควะ

    เลิศศศศศศค่าเรื่องนี้ >O<
    #3
    0