TroublemakeR "ร้ายนักนะ ยัยคุณหนูตัวปัญหา"

ตอนที่ 5 : Chapter 5 เดือดร้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 225
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 ก.พ. 59

ตอนที่ 5 เดือดร้อน

“ตะ...ตายเหรอ” ยูชอนน้ำเสียงตะกุกตะกักเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ

“ใช่ ตายสมใจ” ไม่พูดเปล่าร่างอรชรก็เดินเข้าใกล้ ผู้หญิงท่าทางปวกเปียกดูน่าสงสารหายไปชั่วพริบตาเหลือเพียงผู้หญิงที่น่ากลัวเกินบรรยาย อิโซปรายยิ้มสวยและเอามือทาบจับเสื้อยับๆ ของชายหนุ่มให้เรียบร้อย

“ถอนฟ้องแล้วพาฉันกลับคอนโดซะ อย่าทำให้เรื่องบานปลาย” แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้ยูชอนขนพองสยองเกล้า นี่ไม่ใช่การต่อรองแต่เป็นคำสั่งที่เขาไม่มีทางเลือก

“ตะ...แต่ คุณจะฆ่าผม แล้วจะให้ผมถอนฟ้องคุณได้ยังไง” อิโซหุบยิ้มหมดความอดทน เธอกระชากคอเสื้อยูชอนอย่างหัวเสียและพูดด้วยน้ำเสียงคาดคั้น

“ฮึ่ย! ก็ถ้าพิรี้พิไร้อยู่แบบนี้นี่แหละจะทำให้นายตายเร็ว เร็ว! จะถอนหรือไม่ถอน!” อิโซชักสีหน้าไม่พอใจสุดๆ พยายามกวาดตาเร็วๆ มองหาอะไรบางอย่างเพื่อทำร้ายเขาอย่างไม่ต้องสงสัย และเธอก็คว้าแท่นชื่อของนายตำรวจโจ ฮยอนแจจากโต๊ะขึ้นมาเตรียมเฉาะหัวปาร์ค ยูชอนอย่างไม่ลังเล

            “โอเคๆ ยอมๆ ยอมแล้วๆ ถอนฟ้องก็ได้” อิโซลดแขนลง พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดและยิ้มให้ยูชอนอีกครั้ง

“ดี งั้นรีบไปถอนฟ้องซะแล้วรีบๆ กลับคอนโด” อิโซปลดล็อกประตูและกระชากบานประตูเปิดออก 

“คุณตำรวจคะ เราเคลียร์กันเรียบร้อยแล้วล่ะ” อิโซยิ้มหวานให้ ฮยอนแจและไม่ลืมแสร้งทำทีเช็ดน้ำตาเป็นอย่างสุดท้าย

สามสิบนาทีต่อมา

“เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะคุณตำรวจ งั้นพวกเราลาเลยแล้วกัน”  อิโซลุกขึ้นพร้อมควงแขนยูชอนและโปรยยิ้มหวานให้กับโจฮยอนแจเป็นการบอกลา

“ครั้งนี้ผมแค่ตักเตือนพวกคุณ ถ้ามีครั้งต่อไปเราจะปรับและดำเนินคดีข้อหาขัดขวางการทำงานของเจ้าพนักงานนะครับ” เธอพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายในขณะที่ยูชอนเอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา

“ขอบคุณที่ไม่เอาเรื่องค่ะ ต่อไปเราสองคนจะพูดคุยกันดีๆ และรักกันมากๆ ” อิโซพูดเองเสร็จสรรพโดยไม่ใส่ใจคนข้างๆ แต่อย่างใด 

“แบบนั้นก็ดีครับ ถ้างั้นขอให้โชคดี” อิโซโค้งเคารพก่อนโบกมือลานายตำรวจทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นและไม่ลืมลากยูชอนผู้ไร้ชีวิตเดินออกไปด้วย

ปึก! ประตูปิดลงพร้อมความเงียบที่น่าอึดอัด “ขับออกไปเร็วๆ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับนาย” เสียงลอดไรฟันขู่ฟ่อใส่ยูชอนที่เริ่มลนลานควานหากุญแจรถ

“กุญแจอยู่ในมือนายนานมากแล้ว” ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าคนที่ออกอาการกลัวอย่างเห็นได้ชัด

“อ่อ เหรอๆ แหม ทำไมฉันไม่เห็นเลยนะ โง่จริง” เขาปาดเหงื่อที่ไหลออกข้างแก้มก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์และเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ  อิโซยื่นหน้าออกนอกรถและโบกมือสวยๆ ให้กับโจ ฮยอนแจที่ยืนส่งหน้าสถานีตำรวจเป็นอย่างสุดท้ายก่อนรถคันที่ว่าจะหายไปจากท้องถนน

“ฮยอนแจ...มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าแกชอบผู้หญิงคนนั้น” เพื่อนตำรวจดวงตาหยีสะกิดให้เขารู้ตัวว่ากำลังเหม่อมองไปยังรถคันหรูที่ขับหายออกไปไกล

“เปล่าสักหน่อย” ฮยอนแจปฏิเสธก่อนเดินหลบเข้าสถานีตำรวจ แม้เขาจะปฏิเสธแต่ในใจก็รู้สึกหวนคิดถึงสาวสวยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย เขาไม่ควรคิดถึงคนที่มีเจ้าของอย่างเธอและไม่ควรลืมว่าตัวเองเป็นใครก่อนเลิกคิดเรื่องที่ว่าและกลับเข้าสู่โหมดทำงานอย่างจริงจัง

ภายในรถที่เต็มไปด้วยความเงียบงันหลังพ้นจากสถานีตำรวจได้สักพักแล้ว อิโซก็เริ่มต้นสนทนากับยูชอนอีกครั้ง

“มีคนไม่กี่ประเภทหรอกที่ทำให้ฉันอารมณ์ฉุนเฉียวได้” อิโซเสมองคนที่ค่อยๆ หันหน้ามาสบตา

“ประเภทแรกคือคนที่ชอบปลุกให้ฉันตื่น ประเภทที่สองคือคนที่ชอบเซ้าซี้ฉันและประเภทที่สาม...คนผิดสัญญา” ยูชอนกลืนน้ำลายลงคอดังอึกเมื่อสบตาเข้ากับดวงตาคมที่ไม่คิดล้อเล่นกับเขา

“นายเป็นคนประเภทที่สามซึ่งเป็นคนที่ฉันเกลียดมากที่สุด” 

เอี๊ยด!...รถเฟอร์รารี่สีแดงหยุดกึก เขาหันมองเธอทันควัน 

“อะ...อิโซ” น้ำเสียงของยูชอนตะกุกตะกักเมื่อได้ยินคำพูดของ  อิโซ

“อะไร”

“ให้โอกาสผมสักครั้งเถอะ นะๆ ผมจะไม่ผิดสัญญากับคุณอีกแล้ว คุณก็รู้นี่ผมเป็นพวกขี้ขลาดกลัวตายขนาดไหน คุณฆ่าผมไปมันก็แค่ทำให้มือคุณเปื้อน มันไม่คุ้มหรอกนะอิโซ” อิโซจ้องคนที่กำลังร้องขอชีวิตอย่างสิ้นหวัง ยูชอนกุมมือบางของเธอด้วยท่าทางอันน่าเวทนาและกลัวตายแบบสุดๆ

“โอกาสเหรอ หึ” เธอนึกขำก่อนดวงตาจะเหลือบมองกระจกรถที่สะท้อนเงาบางอย่าง....และหุบยิ้มทันที

“ก็ได้ ฉันตกลง โอกาสที่ว่านั่น” มืออีกข้างเลื่อนจับยังที่เปิดประตูรถอย่างช้าๆ โดยไม่ยอมละสายตาไปจากกระจกส่องท้ายรถเลยแม้แต่นิด

“จะ...จริงเหรอ”

“จริง แต่มีข้อแม้...นายต้องรอดชีวิตในคืนนี้ให้ได้ก่อน” เธอกำมันแน่นและพร้อมลงมือ 

พลั่กอิโซผลักประตูรถได้ทันก่อนที่ร่างสูงใหญ่ข้างนอกรถจะลั่นปืนใส่ ร่างนั้นกระเด็นออกไปพร้อมกับเสียงแตกตื่นของยูชอน

“เฮ้ย!

“เหยียบคันเร่งไปสิ!” อิโซตะโกนสุดเสียง ยูชอนเหยียบคันเร่งตามสัญชาตญาณและรถก็พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว รถสีดำสนิทที่ขับตามจึงเร่งความเร็วตามไปติดๆ พร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหว

“เฮ้ย คุณนี่มันอะไรกันเนี่ย” ยูชอนร้องถามอย่างตื่นตระหนกเมื่อสถานการณ์สุดระทึกกำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง

“นี่กล้าถามฉันเหรอ ก็เห็นๆ อยู่ว่าโดนไล่ยิง!” อิโซมองกระจกรถ ตะโกนใส่ยูชอนอย่างไม่อยากเชื่อ

“ทำไมพวกนั้นต้องไล่ยิงเราด้วยเล่า” ยูชอนไม่หยุดพ่นคำถามพร้อมกันนั้นก็ขับรถหลบลูกกระสุนที่ยิงไม่ขาดสาย

“ฉันบอกไปแล้ว ถ้านายบอกเรื่องฉันให้คนอื่นรู้ นายจะได้ตายสมใจ ทีนี้เชื่อแล้วยัง!” หญิงสาวตะโกนกลับอย่างหัวเสีย  

“ว้าก อะไรเนี่ย! เกาหลีไม่ใช่อิรักนะคุณ มายิงกันกลางเมืองได้ไง!

“หยุดพูดซักที! ถ้าไม่อยากตายก็ฟังฉัน ตรงนั้นเลี้ยวซ้าย!” เธอคว้าพวงมาลัยหักเลี้ยวไปทางซ้ายมืออย่างรวดเร็ว ยูชอนมองพฤติกรรมสุดโต่งนั้นอย่างตกใจ

“เฮ้ยๆ คุณจะบ้าเรอะ ไม่กลัวรถชนหรือไง!

“โอ๊ย! ถ้ากลัวแล้วจะให้นายเลี้ยวหรือไงเล่า ตรงนั้นเลี้ยวขวา!” อิโซคว้าพวงมาลัยและเลี้ยวไปอีกทางทำให้รถสีดำที่ไล่ล่ามาเหวี่ยงตัวกลางสี่แยกอย่างรุนแรงก่อนที่รถของเขาและเธอจะแล่นหนีออกไปได้ทันท่วงที

“ตายๆ นี่จะบ้าไปกันใหญ่แล้วนะ!” ดวงตาเบิกโพลงพร้อมกับเหงื่อทะลักเต็มใบหน้า ยากเหลือเกินที่เขาจะควบคุมสติของตัวเองได้

“พวกนั้นชะงักนิดหน่อย อีกห้าร้อยเมตรจะถึงถังขยะตรงนั้นมีซอยเล็กๆ นายเลี้ยวขวาแล้วดับเครื่องทันที เร็ว!” ยูชอนกลืนน้ำลายอึกใหญ่และพยักหน้าหลายทีเพื่อทำตามคำสั่ง

เฟี้ยว! ในเวลาไม่นานรถที่ว่าก็แล่นผ่านรถของทั้งสองที่จอดนิ่งในซอยเล็กๆ โดยไม่ทันสังเกตเห็นรถของเขา ยูชอนถอนหายใจอย่าง    โล่งอกแต่ไม่ทันไรอิโซก็โพล่งขึ้นมาอีก

“มันยังไม่จบง่ายๆ หรอก นายมานั่งนี่ฉันจะขับมันเอง” เธอลงจากรถก่อนจะอ้อมไปอีกฝั่งและเปิดประตูให้ชายหนุ่มลงมา 

“คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมมันถึงได้เป็นแบบนี้” ยูชอนถามอย่างสงสัย เขาชักไม่มั่นใจแล้วว่าผู้หญิงตรงหน้าจะเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ

“ฉันไม่มีเวลามาพูดกับนายแล้วนะ! เร็วๆ!” อิโซตะคอกสุดเสียงทำเอายูชอนสะดุ้งโหยงและเดินไปยังที่นั่งข้างคนขับอย่างว่าง่าย แสงไฟจากรถสว่างอีกครั้งและรถสีแดงสดก็เลี้ยวไปอีกทาง 

 

“ตอนนี้เราจะไปไหน” เขาไม่สามารถทนอยู่นิ่งในสถานการณ์สุดสยองแบบนี้ได้ ยูชอนจึงถามอิโซอย่างร้อนใจ

“ฉันบอกได้แค่ว่านายไม่มีสิทธิ์กลับไปที่คอนโดนั่น” เธอตอบ

“ฮะ? ทำไม นั่นมันบ้านผมนะ” เขาไม่อยากเชื่อหูตัวเองเลยจริงๆ

“หึ! นั่นมันก่อนที่นายจะผิดสัญญา”

“คุณหมายความว่าไง”

“เข้าใจยากชะมัด รู้ไว้ซะด้วยถ้านายกลับไปนายจะกลายเป็นศพนะสิ! อ้อ! ไม่ใช่แค่นายด้วยอาจจะเป็นคนที่ไปเยี่ยมนายหรือไม่ก็...ยัยนกหวีดเสียงแหลม” อิโซอธิบายชัดเจนแต่คนตรงหน้ากลับไม่อาจยอมรับได้ 

“เฮ้ย! ไม่ได้นะ งั้น งั้นเราโทรแจ้งตำรวจสิ” ยูชอนว่า

“นายจะบ้าเหรอ ตำรวจเนี่ยนะ เมื่อกี้ไม่เห็นหรือไงมันกล้ายิงเรากลางเมืองแบบนั้น ตำรวจที่ไหนจะช่วยเรา”

“พอๆ พอกันที คุณหยุดรถเดี๋ยวนี้เลย!” ในที่สุดยูชอนก็ทนกับสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป รถหยุดกึกทันทีท่ามกลางความมืด อิโซจ้องหน้ายูชอนอย่างแปลกใจ

“คุณลงจากรถผมเลยนะ ถ้าคุณไปกับผม ผมคงไม่รอดแน่ๆ” 

“ว่าไงนะ!” เธอร้องออกมา

“คุณบอกผมเอง ถ้าผมรอด คุณจะให้โอกาสผม”

“โอกาสที่ว่าคือจะหาทางรอดเองสินะ...” ในที่สุดเธอก็เข้าใจความหมายที่ยูชอนต้องการจะบอก

“อืม...ใช่” เขาตอบเสียงอ้อมแอ้มและไม่กล้าสบตาของเธอตรงๆ

“ก็ได้....เอาแบบนั้นก็ได้ ฉันจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตของนายเหมือนกัน” อิโซไม่รีรอลงจากรถทันทีและเขาก็ข้ามมานั่งฝั่งคนขับอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วอึดใจเดียวรถที่ว่าก็ผ่านหน้าเธอไปทันที

“ปาร์ค ยูชอน นายมันผู้ชายห่วยแตกที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย!

“หนีไปได้งั้นเหรอ!” ซันวูตะคอกกลับคนปลายสาย เขาเหลืออดแล้วจริงๆ ที่ผู้หญิงตัวปัญหายังไม่ตายไปเสียที

“อ้อ แต่ไม่ต้องห่วง มันหนีไม่รอดแน่ ผมให้ลูกน้องไปรอที่คอนโด อีกอย่างรถนั่นมันก็เด่นมาก ต่อให้ขับเวลาไหนยังไงก็ต้องเห็นมัน” จูวอนอธิบายแต่รู้ดีว่าคนรับสายคงไม่พอใจอยู่เป็นแน่

“ฟังนะ...ฉันไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้น แค่จัดการเรื่องนี้ให้เสร็จเร็วๆ ก่อนที่นายจะชวดเงินก้อนใหญ่!” ซันวูกดตัดสายทันที 

“โธ่เว้ย! ตายยากนักนะอิโซ...ยัยบ้า!” ซันวูเดือดดาลแต่ทำได้เพียงสบถออกมา เขาพยายามสะกดอารมณ์และพยายามตั้งสติ

“ถ้ามันหนีออกมาได้ แสดงว่าซันโฮกับป้าชองก็ต้องอยู่กับมันด้วย แล้วทีนี้ฉันจะจัดการยังไงดี” ซันวูเดินไปมารอบห้อง พยายามคิดให้รอบคอบเมื่อเจอปัญหาที่ยุ่งยากแต่แล้วเขาก็หยุดฝีเท้าลงเมื่อคิดบางอย่างออก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นก่อนที่เขาจะวางท่าอย่างใจเย็นและโทรศัพท์ไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง

 “ผม ผอ. ซันวู จากโรงพยาบาลโซลนะครับ ผมมีเรื่องอยากรบกวนพวกคุณช่วยตามหาคนไข้ให้ผมหน่อย มันเป็นเรื่องสำคัญมากและผมต้องการตามหาเขาอย่างลับๆ ครับ...เขาชื่อ ยู ซันโฮ”

“นายจ้างนี่ก็น่ารำคาญชะมัด!” หลังจากที่ถูกตัดสายไปอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ เล่นเอาคนรายงานข่าวอย่างจูวอนอารมณ์เดือด เขารู้อยู่แล้วว่าซันวูต้องโวยใส่แต่เอาเข้าจริงก็รู้สึกหัวเสียที่ต้องมารองรับเจ้านายอารมณ์แปรปรวนอยู่ไม่น้อย เขาถอนหายใจรำคาญในขณะที่ยืนอยู่ข้างรถสีดำพร้อมลูกน้องที่ก้มหน้าสำนึกผิด เมื่อการตามล่าในครั้งนี้ชวดไปอย่างน่าเสียดาย

“เกมนี้คงไม่ง่ายอย่างที่เราคิด แม่นั่นดูมีพิษสงในตัวเยอะ...พยายามจับเป็น แล้วคราวหน้าคราวหลังปืนหัดเก็บไว้ใช้ยามจำเป็นไม่ใช่ยิงกราดไปทั่ว จะเรียกพ่อแกให้มาจัดการหรือไง!” จูวอนตะคอกลั่นพร้อมตบหัวลูกน้องคนละทีสองทีในความคิดโง่ๆ

“คิม อิโซ...นังผู้หญิงตัวปัญหา ฉันจะจับหล่อนมาเลาะกระดูกด้วยมือของฉันเอง!

จากเมืองที่สับสนวุ่นวายสู่บ้านหลังหนึ่งที่อยู่ห่างไกลออกจากตัวเมืองโซล แม่บ้านชองกำลังรอพบเจ้าของบ้านด้วยท่าทีสงบแม้ใจจริงแล้วหล่อนยังรู้สึกเป็นกังวลกับหลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้น

“ดื่มน้ำก่อนนะคะ” หญิงสาวร่างสูงสวมชุดกาวน์สีขาวพร้อมผ้าปิดปากคือเจ้าของบ้านที่อิโซได้บอกเอาไว้ แต่หลังจากที่เธอพาคุณหนูซันโฮย้ายเข้าบ้าน เธอก็ยังคงไม่เห็นใบหน้าของผู้หญิงที่ว่าอย่างชัดเจนกระทั่งชื่อเจ้าของบ้านเช่นกัน

“ขอบคุณมากนะคะคุณ...”

“เรียกหนูว่า คุณหมอก็ได้ คนแถวนี้เรียกกันแบบนั้นค่ะ” แววตาที่ดูอ่อนโยนนั้นเป็นสิ่งเดียวที่แม่บ้านชองเห็น เธอรู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ทำอันตรายเธอเป็นแน่และดูเหมือนว่าคุณหนูอิโซจะวางแผนเรื่องนี้ไว้เป็นอย่างดี

“เป็นคุณหมอหรอกเหรอคะที่จะเป็นคนช่วยเหลือคุณหนูซันโฮ” หญิงสาวพยักหน้าและขำแห้งๆ ออกมา

“หนูไม่ใช่หมออย่างที่คิดหรอกนะคะ ที่รักษาบ่อยๆ ก็พวกสัตว์เลี้ยงของคนแถวนี้มากกว่า” คำตอบนั้นเล่นเอาแม่บ้านชองตกใจ

“แต่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ถึงหนูจะเป็นสัตวแพทย์แต่ก็เรียนรักษาคนเหมือนกัน” แม่บ้านชองยังดูกังวลใจ แต่พอนึกถึงคำพูดของอิโซก็ทำให้เธอถอนหายใจออกมา

“หรือที่คุณหนูอิโซบอกว่าคุณหนูซันวูจะคาดไม่ถึงคงเป็นแบบนี้สินะ เฮ้อ! คุณหนูอิโซเสี่ยงชีวิตกลับไปเพื่อเราแท้ๆ แถมยังหาที่พักดีๆ ให้ ตอนนี้ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง” หญิงสาวมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างเข้าใจ เธอจึงเอ่ยปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ เธอจะปลอดภัยกลับมาแน่นอน” มือบางกุมมือแม่บ้านชองและบีบเบาๆ เป็นกำลังใจจนแม่บ้านชองซึ้งถึงน้ำใจนั้น

“วันนี้คุณป้าพักผ่อนก่อนนะคะ ส่วนคนป่วยเดี๋ยวหนูดูแลให้เอง”

“แต่ว่า...”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ เรื่องนี้อิโซของป้าเตรียมการไว้นานพอสมควร หนูก็เลยรู้เรื่องพวกนี้มาพอคร่าวๆ หนูเป็นพวกเดียวกับคุณป้านะคะ ได้โปรดเชื่อใจหนูเถอะค่ะ หนูจะไม่ทำร้ายป้าหรือคุณหนูซันโฮเด็ดขาด” ในที่สุดแม่บ้านชองก็ตอบรับ “ถ้าเหนื่อยก็บอกป้าได้นะคะ” หญิงสาวพยักหน้ารับและออกจากห้องรับแขกไป

ประตูบานเล็กปิดลงอย่างเบามือ หญิงสาวที่สวมชุดกาวน์ถอดผ้าปิดปากและถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า ดวงตาสีนิลมองไปยังชั้นสองของตัวบ้าน หญิงสาวค่อยๆ เดินขึ้นไปบนนั้น

ภายในห้องนอนของเธอ บัดนี้ ได้เปลี่ยนเป็นห้องของผู้ป่วยที่มาใหม่ ห้องสีขาวตกแต่งด้วยผ้าม่านลายลูกไม้ถูกลมพัดให้พลิ้วไหวไปมา เธอจึงเดินเข้าไปปิดหน้าต่างให้สนิทก่อนที่มันจะทำให้คนป่วยมีอาการแทรกซ้อนขึ้นมาได้

ใบหน้าคมคายหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง เครื่องช่วยหายใจยังคงทำงานต่อเนื่องอย่างเป็นจังหวะ หญิงสาวหยิบเอกสารที่ถูกส่งให้เธอเมื่อสองวันก่อนขึ้นมาอ่านรายละเอียด เธอค่อนข้างกังวลใจกับอาการป่วยของเขาก่อนนั่งลงข้างๆ และบีบมือคนตรงหน้าอย่างเบามือ

“คุณนอนอยู่แบบนี้โดยไม่ได้ทำการรักษามานานมากแล้วนะ ฉันไม่รู้ว่าจะยังมีโอกาสให้คุณกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกหรือเปล่า...ซันโฮ” ดวงตาแดงก่ำมองไปยังร่างที่ยังคงนอนหลับไหลและไม่สามารถบีบมือตอบกลับเธอได้เหมือนเดิม

“เฮ้อ” เสียงถอนหายใจยาวๆ อย่างโล่งอกมองดูกระจกหลังรถที่ไม่สามารถเห็นผู้หญิงที่เขาจากมาได้แล้ว

“ผู้หญิงอะไรน่ากลัวชะมัด เกือบตายเพราะหล่อนแล้วจริงๆ”     ยูชอนเช็ดเหงื่อตัวเองที่ผุดขึ้นมาหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่เกิดมาเขาก็เพิ่งเคยเจอเหตุการณ์นสยองขวัญปนสั่นประสาทแบบนี้ มันทำให้เขายังรู้สึกตื่นตระหนกและหวาดกลัวแม้ว่ามันจะผ่านไปแล้วก็ตาม แต่ในเมื่อมันจบเขาก็ควรเลิกสนใจความรู้สึกที่ว่าและเริ่มสนใจชีวิตของตัวเองอีกครั้ง 

“ทีนี้เราจะไปไหนดี คอนโดก็กลับไม่ได้ แชอินก็เลิกไปแล้ว เฮ้อ! ก็เหลือหมอนั่นคนเดียวนั่นแหละ” มืออีกข้างละออกจากพวงมาลัย เมื่อนึกถึงใบหน้ากวนประสาทของเพื่อนสนิท ยูชอนจึงกดมือถือโทรไปหาเพื่อนที่ว่าของเขา

ปี๊บ ปี๊บ ปี๊บ... “เอาเฮ้ยๆ อย่าเพิ่งดับสิวะ ปั๊ดโธ่!” ยูชอนโหวกเหวกเมื่อ มือถือของเขาได้ลาโลกเป็นการชั่วคราว เขารู้สึกหงุดหงิดเพราะทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่เขาคิดไว้เลย

ฟู่ว...และความโหดร้ายก็ยังโหมกระหน่ำซ้ำยูชอนอีกครั้งเมื่อเฟอร์รารี่แคลิฟอร์เนียที่เขาภูมิใจนักหนา บัดนี้ กลายเป็นเพียงรถสีแดงที่เต็มไปด้วยควันขาวๆ ทั่วทั้งคัน

“อ๊าก นี่มันเกิดอะไรขึ้น!” เครื่องยนต์สั่นไหวแรงๆ และในที่สุด...

 

พรึบ! ม่านสีดำเปิดออก เผยให้เห็นร่างของอิโซสวมชุดใหม่ที่เธอเลือก “คุณลูกค้าใส่ชุดไหนก็สวยไปหมดเลยนะคะ” แม่ค้าปากหวานออกปากชมร่างที่ยืนอยู่หน้ากระจกด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ฉันเอาชุดนี้ นี่เงินแล้วช่วยเอาเสื้อเก่าไปทิ้งด้วย” อิโซยื่นชุดสีน้ำเงินเข้มทั้งตัวที่เธอใส่มาตลอดทั้งวันส่งให้แม่ค้า

“นี่มันแพงมากเลยนะ” แม่ค้าพูดกับตัวเองและคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้ก่อนจะรีบเดินไปส่งลูกค้าคนสวยหน้าประตูร้านอย่างนอบน้อม

“ขอบคุณที่ใช้บริการนะคะ” อิโซพยักหน้าและก้าวพ้นประตูออกไป

“หยุด! ตรงนั้นเลยนะ!” อิโซชะงักงัน เมื่อเสียงเดือดดาลตะโกนเรียกเธอ  อิโซจึงหันกลับไปมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา

“นาย? มาทำอะไรตรงนี้” อิโซมองคนที่กำลังหอบตัวโยนและกระเด้งตัวตรงพูดกับเธอในทันที

“คุณต้องชดใช้! ทุกอย่างที่ผมเดือดร้อน!

“ฮะ? นายเดือดร้อน?” เธอมองหน้ายูชอนอย่างไม่เข้าใจ เดือดร้อน? ใครมันเดือดร้อนกันแน่!

“ใช่ ทั้งรถ ทั้งคอนโด แล้วก็ทั้งความเสี่ยงที่ผมเจอ” ยูชอนยืนจังก้ามองหน้าอิโซอย่างไม่นึกหวาดกลัวอีกต่อไป

“ฉันไม่รู้ว่านายเอาความกล้ามาจากไหน แต่นายกล้าพูดแบบนี้ขึ้นมาซักครั้งมันก็น่าดีใจแทนจริงๆ” อิโซพยักหน้าทำความเข้าใจกับตัวเอง

“เหรอ นั่นสินะ” ยูชอนยิ้มเขิน ในขณะที่อิโซทำหน้าหงิก เขาไม่รู้จักคำว่าประชดประชันหรืออย่างไรก่อนเธอจะตัดสินใจหันหลังไปอย่างไม่ไยดี

“เดี๋ยวสิๆ หยุดเลย หยุด!” ยูชอนวิ่งไปประจันหน้าและกางแขนขวางทางอิโซไว้

“หลีก ฉันรีบ” เธอจ้องหน้าคนที่เอาแต่ยืนเกะกะขวางทาง

“ไม่ให้ไป คุณยังไม่ได้ชดใช้เงินซักแดงเดียวเลยนะ ไอ้คอนโดไม่เท่าไหร่ แต่รถผมนี่สิ คุณทำอะไรกับมัน ฮะ!

“โธ่เว้ย! แล้วจะไปรู้เหรอ นายก็ไปถามช่างซะสิ มาถามฉันได้ไง!” อิโซขึ้นเสียงและปัดมือที่ขวางให้ออกไปพร้อมชนไหล่ยูชอนและเดินจากไปโดยไม่คิดหันกลับมาสนใจเขาอีก

เขาถูกชนจนเซถลาและรู้สึกโมโหที่เธอไม่คิดสนใจสักนิด อารมณ์ที่เดือดปุดกับรถหรูที่เพิ่งพังไปทำให้สติของเขาขาดผึ่ง

“จะไม่หยุดใช่ไหม อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ!” ยูชอนสูดลมหายใจก่อนวิ่งเข้าไปโอบหลังอิโซอย่างรวดเร็วและสิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

“เฮ้ย!

“อะ?

โครม! “นายทำบ้าอะไรหา!” อิโซหันมาแหวใส่กับคนที่นอนจุกอยู่กับพื้นอย่างมีน้ำโห

“คุณเล่นยูโดเป็นด้วย....เหรอ” สิ้นคำถามสติของเขาก็หลุดลอยออกไปและร่างไร้สติของเขาก็นอนแผ่อยู่บนทางเท้า

อย่างน่าอนาถใจ ปล่อยให้อิโซมองตาค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเสียอย่างนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น