TroublemakeR "ร้ายนักนะ ยัยคุณหนูตัวปัญหา"

ตอนที่ 4 : Chapter 4 เฟอร์รารี่แคลิฟอร์เนีย 64X6002

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 262
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 ก.พ. 59

Chapter 4 เฟอร์รารี่แคลิฟอร์เนีย 64X6002

“โอเคครับ ทางเราจะรีบตามสืบรถของคุณให้ได้เร็วที่สุด คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ถ้าเกิดเป็นรถนำเข้าแถมทะเบียนรถเป็นชื่อของคุณด้วย ถ้าเธอเอารถไปปล่อยขายยังไงก็ต้องจับตัวได้แน่ ผมรับรอง” ตำรวจหนุ่มอธิบายให้ผู้ร้องทุกข์เข้าใจ ยูชอนรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากเสียขวัญและกลัวว่าอาจจะไม่ได้เห็นใบหน้างามๆ ของรถคันโปรดอีกต่อไป

“ขอบคุณคุณตำรวจมากครับ ผมรู้ดีว่าตำรวจต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างผมได้แน่ๆ” ยูชอนกล่าวชื่นชมก่อนโค้งอย่างสุภาพให้ตำรวจหนุ่มและเดินขึ้นรถแท็กซี่ออกไป

เขายืนมองรถแท็กซี่ที่เคลื่อนตัวออกไปไกลและหันกลับมาย้อนคิดถึงเรื่องของผู้ร้องทุกข์คนนี้อย่างนึกขำ

“คิม อิโซ...สวยเหมือนนางฟ้าแต่เป็นโจรเนี่ยนะ”

 

อีกด้านหนึ่งของผู้ที่กำลังหลบหนี คนทั้งสามกำลังติดอยู่บทเส้นทางจราจรที่สัญญาณไฟยังคงเป็นสีแดง บรรยากาศที่เคยเงียบถูกทำลายด้วยความสงสัยของแม่บ้านชอง

“คุณหนูอิโซจะพาเราไปอยู่ที่ไหนเหรอคะ” เมื่อหนีออกจากโรงพยาบาลได้สักพัก ป้าชองก็เริ่มกระวนกระวายใจว่าต่อจากนี้เธอจะเจอกับอะไรที่ไม่น่าไว้วางใจอีกหรือไม่ อิโซที่ตอนนี้เปลี่ยนชุดกลับมาใส่ชุดสีน้ำเงินรัดติ้วแทนชุดพยาบาลที่เธอปลอมตัวไปเมื่อสองสามชั่งโมงก่อนจึงเอ่ยปลอบแม่บ้านชองให้สบายใจ

“เราจะไปอยู่ต่างจังหวัดกันสักพักค่ะ ที่นั่นอากาศดีและคิดว่าซันวูน่าจะคาดไม่ถึงด้วย” อิโซหันไปตอบอย่างสุภาพกับแม่บ้านชองที่มองหน้าเธออย่างหวั่นใจ

“เฮ้อ! ไม่รู้ว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง แต่ป้าก็อยากขอบคุณคุณหนูอิโซมากนะคะที่ช่วยคุณหนูซันโฮของป้าเอาไว้”

“ทำไมพูดแบบนั้นละคะ ซันโฮเป็นชีวิตของหนูและป้าก็เป็นญาติคนหนึ่งของซันโฮที่หนูนับถือด้วย” รอยยิ้มจางๆ แสนสวยของอิโซยิ้มให้แม่บ้านชองอย่างจริงใจ

“คุณหนูอิโซ ดูเข้มแข็งกว่าแต่ก่อนมากเลยนะคะ...หลังอุบัติเหตุคราวนั้น” แม่บ้านชองพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนและมองใบหน้าของหญิงสาวที่เปลี่ยนไป

“ค่ะ จะพูดแบบนั้นก็ได้ หนูเปลี่ยนไปจริงๆ เปลี่ยนไปตั้งแต่ที่รู้ว่าใครทำให้หนูต้องเป็นแบบนี้และทำให้ซันโฮเจ็บแบบนี้ด้วย” ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยวต่างจากวันเก่าทำให้แม่บ้านชองหลุบตาลงและรู้สึกปวดร้าวในหัวใจ

“คุณชายซันวูไม่น่าเปลี่ยนไปเลยนะคะ”

“หึ หนูว่าเขาไม่ได้เปลี่ยนไปหรอกค่ะ แค่แสดงละครตบตาเรามาสักพักมากกว่า” อิโซพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามและนึกถึงหน้าผู้ชายเลวๆ คนนั้นก็อดเจ็บแค้นไม่ได้ แม่บ้านชองได้เห็นสีหน้านั้นก็ได้แต่ทำ   สีหน้าวิตกกังวล

“เราต้องพูดความจริงกันแล้วนะคะคุณป้า ธาตุแท้ของซันวูก็คือฆาตกรดีๆ นี่เอง” สัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวก่อนที่รถจะมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย

 

สายตาของยูชอนเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่างรถแท็กซี่ก็สะดุดเข้ากับเฟอร์รารี่แคลิฟอร์เนีย 64X6002 อย่างจัง!

“เฮ้ย! นั่นมันรถฉันนี่” เขาเหลียวหลังมองรถที่แล่นสวนจากไปและรีบร้องบอกคนขับแท็กซี่

“ลุงๆ ขับตามรถสีแดงคันนั้นไป” ร่างอวบหันมองยูชอนอย่างระอา

“ได้ที่ไหน นี่ยังติดไฟแดงอยู่นะคุณ อีกอย่างโน่น! รถคันหลังจอดอีกเพียบ” คนขับรถบุ้ยปากไปด้านหลังอย่างเซ็งๆ แต่คนที่โคตรจะเซ็งคงเป็นยูชอนที่รีบควักเงินในกระเป๋าและยัดใส่มือคนขับรถอย่างรีบร้อน

“ผมจะลงตรงนี้แหละ ฮึ่ย! นั่นรถของฉันนะ!” ยูชอนเปิดประตูรถและวิ่งจ้ำอ้าวตามรถคันที่ว่าไป

“หยุด หยุดรถ! ยัยขาโหดเอารถฉันคืนมา!” เสียงตะโกนดังไปทั่ว ขายาวๆ ติดสปีดใส่เกียร์หมาวิ่งให้ทันรถหรูที่ขับออกไปแต่จนแล้วจนรอดบั้นท้ายงามๆ ของเฟอร์รารี่แคลิฟอร์เนีย 64X6002 ก็จางหายไป

“โธ่เว้ย! เฟอร์รารี่แคลิฟอร์เนีย 64X6002 ของฉัน อย่าให้เจอนะเว้ย! แฮ่กๆ” ยูชอนหยุดหอบหายใจอย่างหมดแรงและเป็นเวลาเดียวกับที่รถคันดังกล่าวได้ผ่านสายตาของตำรวจที่กำลังออกตรวจเวรเข้าพอดิบพอดี

“นั่นรถที่กำลังตามหานี่!” นายตำรวจรีบวิ่งไปยังรถประจำตำแหน่งและเปิดไซเรนขอทางเพื่อไล่จับกุมทันที

 

รถสีแดงวิ่งเข้าถนนเส้นหลักเพื่อเดินทางสู่ชานเมืองพร้อมกับรถตำรวจที่กำลังไล่ล่ามาติดๆ แม่บ้านชองเห็นเข้าจึงถามอิโซอย่างสงสัย

“ทำไมป้ารู้สึกว่ารถตำรวจขับตามเรามาละคะ” อิโซเหลือบมองดูกระจกส่องท้ายรถ ดวงตาหรี่ลงและถอนหายใจเตรียมพร้อม

“คุณป้าคะ ช่วยข้ามไปคาดเข็มขัดและกอดซันโฮเอาไว้แน่นๆ ได้ไหมคะ ดูท่าซันวูคงรู้ว่าเราหนีมาแล้ว” หญิงวัยกลางคนดูตกใจกับคำสั่งของอิโซ แต่ในสถานการณ์แบบนี้คงเลือกไม่ได้ ร่างท้วมจึงพยายามข้ามไปหลังรถอย่างทุลักทุเลและกอดร่างที่นิ่งงันอย่างประหวั่นพรั่นพรึงกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น

วินาทีต่อมาดวงตาของหญิงสาวจ้องมองไปยังรถตำรวจก่อนกระตุกยิ้ม ในจังหวะนั้นเองเธอก็เหยียบคันเร่งออกตัวอย่างรวดเร็ว นายตำรวจที่รั้งท้ายจึงเหยียบคันเร่งให้รถของเขาเคลื่อนตัวเร็วขึ้นเพื่อไล่ตาม

“รู้ตัวแล้วเหรอ เฮ้อ! ไม่ชอบเปิดไซเรนเพราะแบบนี้แหละ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

“ชิ! รถนี่ก็เด่นเกินไปจริงๆ” เธอบ่นและเหลือบมองแม่บ้านชองทางกระจกส่องท้ายรถอย่างเป็นห่วง

“ทนหน่อยนะคะคุณป้า หนูสลัดรถตำรวจได้เมื่อไหร่จะให้คุณป้าพักหนึ่งวันเต็มๆ เลย” 

ดวงตาคมจ้องมองไปยังรถที่เริ่มไล่บี้เธอมาติดๆ แต่เฟอร์รารี่แคลิฟอร์เนียคันนี้กระจอกซะเมื่อไร ถ้าเรื่องความแรงและเร็วคงไม่มีทางสู้คันนี้ได้ อิโซเปลี่ยนเกียร์อย่างฉับพลันมุ่งหน้าให้หนีพ้นรถตำรวจทันที

“เร็วขนาดนั้นตำรวจข้างหน้าก็จับเธอเร็วขึ้นนะ” ตำรวจหนุ่มยกยิ้มอย่างมีชัย แต่เพียงชั่วอึดใจเดียวสีหน้าก็แปรเปลี่ยน เมื่อรถที่แล่นฉิวไปเมื่อครู่กลับสวนทางผ่านเขาไปอย่างรวดเร็ว

“ร้ายนักนะ!” ตำรวจหนุ่มสบถก่อนคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแจ้งข่าวให้ลูกน้องของเขาทราบ

“ผมตำรวจโจ ฮยอนแจ คุณช่วยเก็บภาพรถเฟอร์รารี่แคลิฟอร์เนียสีแดงที่ขับรถเร็วเกินอัตราให้ผมด้วย มันมีคันเดียวเท่านั้นแหละ ได้รายละเอียดเมื่อไหร่แจ้งกลับผมด้วย”

อิโซถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อสามารถสลัดรถตำรวจได้ในที่สุดและหันกลับไปมองแม่บ้านชองที่กอดคุณหนูของเธอจนแทบไม่กระดิกตัวไปไหน

“คุณป้าคะ หนูว่าซันโฮคงหายใจไม่ออกแล้วค่ะ” รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยของเธอและมองใบหน้าซีดเผือดของแม่บ้านชองที่เงยหน้าขึ้นมาพร้อมน้ำตาคลอเบ้า

“คุณหนู คราวหลังอย่าให้ป้านั่งรถที่คุณหนูขับอีกเลยนะคะ”

“โธ่! คุณป้า ถ้าหนูไม่ขับแล้วใครจะขับละคะ” หญิงสาวหัวเราะอย่างอ่อนใจ เธอก็เห็นใจแม่บ้านชองอยู่ไม่น้อยแต่จะให้ทำอย่างไรได้

“เออ จริงด้วย หนูไม่จำเป็นต้องขับก็ได้นี่” อิโซหยุดรถลงเมื่อมองเห็นบ้านหลังเล็กๆ ที่ดูคุ้นตาอยู่ห่างจากเธอไม่ไกลนัก นี่คงเป็นความโชคดีของเธอที่ผ่านมาทางนี้พอดิบพอดี

“ตอนนี้รถคันนั้นกำลังขับกลับเข้าโซลแล้วครับ” ตำรวจปลายสายรายงานสถานการณ์ให้ตำรวจโจ ฮยอนแจทราบทันทีเมื่อรู้ว่ารถคันดังกล่าวมุ่งหน้ากลับเข้าตัวเมืองโซล

“แค่นี้เธอก็จอดแล้วล่ะคิม อิโซ” โจ ฮยอนแจยิ้มอย่างผู้ชนะเพียงเท่านี้ผู้ร้ายคนสวยก็ถูกจับกุมและทุกอย่างก็จะเรียบร้อย

รถกระบะอีกคันที่แล่นเอื่อยเฉื่อยไปตามเส้นทางพร้อมกับแม่บ้านชองและซันโฮซึ่งมีคนขับรถเป็นชายคนหนึ่งที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่บ้านกำลังมุ่งหน้าไปยังที่พักตามที่อิโซได้ไหว้วานเอาไว้

“ฉันต้องขอบใจคุณมากจริงๆ ที่ช่วยพวกเรา” แม่บ้านชองบอกกับเขาที่อาสาขับไปส่งยังจุดหมาย

“อ่อ ขอบใจผมเหรอ ไม่เป็นไรหรอก เรื่องเล็กน้อย หนูอิโซเคยช่วยฉันไว้ตั้งเยอะ โดยเฉพาะเจ้ากุม มันแข็งแรงขึ้นเยอะตั้งแต่นั้นมา แค่ไปส่งพวกคุณทำไมผมจะทำไม่ได้ล่ะ” แม่บ้านชองยิ้ม แม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายข้างๆ พูดทั้งหมดก็ตาม แต่ความอึดอัดใจก็ยังคงคาอก เธอถอนหายใจไล่ความอึดอัดและหันมองคุณหนูของเธอที่หลับอยู่ข้างหลังเบาะอย่างห่วงใย

“แต่คุณหนูอิโซจะเป็นอะไรหรือเปล่านะ” แม่บ้านชองก็ไม่วายยังกังวลในสิ่งที่อิโซกำลังเผชิญหน้าและย้อนนึกถึงคำพูดของอิโซ

คุณป้าพาซันโฮไปบ้านหลังนั้นนะคะ แล้วทุกอย่างจะเรียบร้อยเชื่อหนู

“ทุกอย่างจะเรียบร้อยเชื่อเถอะ คุณหนูอิโซเป็นคนดี ผมเชื่อว่าเธอจะปลอดภัย” เขาพูดให้แม่บ้านชองคลายกังวล เธอได้แต่พยักหน้ารับและเหม่อมองเส้นทางข้างหน้าอย่างหวั่นใจ

“กล้องวงจรปิดละ ตรวจไม่พบหรือไง!” ซันวูตะโกนลั่นเมื่อพนักงานรปภ.ทุกคนต่างก้มหน้านิ่ง หลังจากที่รุดหน้ามายังโรงพยาบาลที่ปั่นป่วนจนซันวูแทบคุมสติไม่อยู่ ซ้ำซันโฮ น้องชายที่นอนไม่ได้สติกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียนี่

“ขอโทษจริงๆ ครับท่านแต่ว่าช่วงชุลมุนแบบนั้นมันทำให้เราตรวจสอบลำบากมาก ต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะหาเบาะแสพบ” หัวหน้ารักษาความปลอดภัยรีบเอ่ยแจ้งเมื่อประธานของเขายังเดือดดาล

“นั่นน้องชายและแม่บ้านของผมนะ ทำไมไม่เห็นกันสักนิดล่ะ ถ้าเกิดว่าพวกเขาเป็นอะไรขึ้นมาพวกคุณจะรับผิดชอบไหวไหม!” ซันวูทิ้งท้ายและกระแทกเท้าเดินออกไปจากห้องนั้นทันที เมื่อพ้นประตูออกไปเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

“ว้าว! เล่นละครสมจริงมากเลยนะคุณชาย” จูวอนเหน็บแนมพร้อมปรบมือเบาๆ เมื่อคนทั้งคู่อยู่ตามลำพัง ร่างตรงหน้าจึงหยุดนิ่งและพูดด้วยเสียงเยือกเย็น 

“จัดการเรื่องที่ให้ทำเสร็จแล้วหรือไงถึงได้ปากดีใส่ฉันแบบนี้” ใบหน้าที่ยิ้มพอใจวูบลงก่อนแจ้งข่าว

“ยังทำอะไรตอนนี้ไม่ได้นะครับ”

“เหอะ! ไม่มีปัญญาหรือไง”

“เปล่า...ผมรู้ว่าใครช่วยนังนั่นเอาไว้ ว่าแต่ทำไมคุณต้องกังวลกับน้องชายป่วยๆ กับแม่บ้านแก่ๆ นั่นด้วย หายไปก็ดีแล้วนี่ จะได้ไม่ต้องนั่งตามล้างตามฆ่าให้เหนื่อย” จูวอนถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นซันวูตีหน้าเครียดไม่หาย

“แล้วแกรู้ได้ยังไงว่าสองคนนั้นมันหายไปแบบไหน ถูกฆ่าหรือถูกช่วย” ซันวูย้อนถาม

“ถ้าสิ่งที่แกบอกเป็นเรื่องจริง นังอิโซไม่ได้ตายแต่กำลังหลบซ่อนอยู่ แล้วจะมีใครที่วิ่งกลับมาช่วยพวกมันหนีไปได้ละ” จูวอนพยักหน้าเข้าใจในทันที

“อ่อ งั้นไอ้หมอนั่นที่ออกไปแจ้งความกับตำรวจว่ารถมันหายก็แบบนี้เองหรอกเหรอ” ซันวูหันไปมองจูวอนที่กำลังใช้ความคิด

“รถ?”

“ใช่ รถหรูซะด้วย เห็นบอกว่านำเข้าแถมมีป้ายทะเบียนเป็นชื่อไอ้หมอนั่นด้วย อะไรนะยุกชอนอี...สักอย่างนี่แหละ” จูวอนพยายามนึกชื่อที่ได้ยินมา

“ถ้าแบบนั้นก็ยิ่งง่าย มีไม่กี่คนหรอกที่จะใช้รถหรูแถมมีป้ายทะเบียนเป็นชื่อตัวเอง” ซันวูยิ้มอย่างพอใจและกดโทรศัพท์หาใครคนหนึ่ง

“ครับ คุณลุง...”

ในที่สุดรถเฟอร์รารี่แคลิฟอร์เนีย 64X6002 ก็มาหยุดลงตรงร้านกาแฟแห่งหนึ่ง โจ ฮยอนแจได้ทีจึงเดินไปยังรถที่จอดสนิทและเคาะประตูเรียกคนขับ

กระจกรถค่อยๆ เลื่อนลงเผยให้เห็นใบหน้าฉงนสงสัยของหญิงสาวที่มีดวงตากลมโตแสนสดใส ฮยอนแจจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ร้องทุกข์ของเขาถึงได้โอดครวญนักหนา

“เอ่อ...คุณคิม อิโซหรือเปล่าครับ” อิโซพยักหน้าหงึกหงักเป็นการตอบ ใบหน้าสวยและดวงตาที่เป็นประกายนั้นทำให้โจ ฮยอนแจยากจะละสายตาได้เช่นกัน

“ค่ะ ทำไมเหรอคะ” เธอถาม

“คุณมีข้อหาลักทรัพย์และขับรถเร็วเกินอัตรา นี่เป็นหมายจับ” ฮยอนแจยื่นเอกสารหมายจับให้ เธอรับมันมาอ่านอย่างนิ่งเฉยก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปยังชื่อของเจ้าทุกข์ที่ระบุไว้จึงเงยหน้าขึ้นและแสร้งทำสีหน้าเศร้าสุดใจ

“นี่ถึงขนาดจับแฟนตัวเองเข้าคุกเลยเหรอคะ กะอีแค่ทะเลาะกันแล้วขับรถออกไประบายอารมณ์เฉยๆ ฮึก...ใจร้ายใจดำ” ดวงตาคู่สวยมีน้ำตาใสๆ ไหลออกมาทำเอาคนที่ยื่นหมายจับถึงกับเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก ก่อนอิโซจะแกล้งปล่อยโฮเสียงดังเล่นเอาโจ ฮยอนแจถูกสายตานับสิบจ้องมองอย่างตำหนิ “เอ่อ คุณ ใจเย็นๆ ก่อน” เขาพยายามคุมสติของเจ้าหล่อนที่ดูท่าจะปล่อยโฮอยู่ตรงนี้ไม่ยอมไปไหน ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจ

“คุณไปโรงพักกับผมก่อน แล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที”

“กรี๊ง!” เสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะคนที่กำลังนอนได้ที่เขาจึงจำใจตื่นขึ้นมารับสายด้วยท่าทางงัวเงีย

“ปาร์ค ยูชอนพูด”

“คุณปาร์ค ยูชอน เราได้รถคุณคืนแล้วนะครับ ช่วยมาทำเรื่องที่สถานีตำรวจด้วย” เสียงปลายสายทำให้สติของเขากลับมาทันที 

“จริงเหรอครับ ครับๆ งั้นผมไปเดี๋ยวนี้!” ยูชอนกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ การรอคอยที่ยาวนานจบลงเสียทีและเขาก็รีบจัดการตัวเองก่อนออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว อดไม่ได้ที่จะเห็นใบหน้างามๆ ของรถคันโปรดที่หายไปแล้ว

และในเวลาหกโมงเย็นของวันนั้นยูชอนที่พุ่งตัวออกจากรถแท็กซี่ก็หยุดยืนหน้านายตำรวจที่รับเรื่องเขาเอาไว้เมื่อช่วงบ่ายด้วยใบหน้าระรื่นปนหอบเหนื่อย

“คุณตำรวจทำงานไวเพื่อประชาชนมากๆ เลยครับ ผมนี่ปลื้มคุณสุดๆ ไปเลย” เขาโผกอดร่างตรงหน้าอย่างดีใจ ทำเอาฮยอนแจชักสีหน้าเหยเกบอกได้ชัดว่ารับไม่ได้กับการกระทำของยูชอน

“เออ ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณจะยื่นเรื่องฟ้องผู้ต้องหาด้วยหรือเปล่า” ฮยอนแจค่อยๆ ดันร่างที่โผกอดเขาให้ออกห่าง

“โอ๊ย! ถ้าเจอแต่รถแบบนั้นผมก็เอาแต่รถผมกลับสิครับคุณตำรวจ” ยูชอนยิ้มร่าและรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก จะฟ้องอะไรใครอีกให้เสียเวลาในเมื่อเขาได้รถคันโปรดคืนมาแล้ว

“ครับ แต่ว่าเราพบรถของคุณจอดอยู่ร้านกาแฟใกล้ๆ นี่เองนะครับ แถมคุณอิโซก็ไม่คิดจะหนีด้วย” ดวงหน้าที่เปื้อนยิ้ม ณ บัดนี้วูบลงจนซีดเผือด ยูชอนรู้สึกเย็นวาบเมื่อได้ยินชื่อของเจ้าหล่อน แต่ความหวาดกลัวก็เริ่มเพิ่มเป็นทวีคูณเมื่อเสียงฝีเท้าของหญิงสาวค่อยๆ เข้าใกล้ และสายตาของเขาก็ประสานเข้ากับหญิงสาวแสนสวยที่สวมชุดสีน้ำเงินรัดรูปหุ่นเพรียวลมและเซ็กซี่เกินบรรยาย...

“คะ คุณ”

“ยูชอน ฮือ! คุณใจร้ายกับฉันมากเลยนะ คิดจะทำอะไรฉันกันแน่” อิโซโผเข้ากอดอย่างแนบชิด ทำเอาตำรวจทั้งหนุ่มทั้งแก่มองเป็นตาเดียว แต่ใครจะรู้เลยว่าร่างที่กำลับแนบชิดและซุกหน้าตัวเองเข้าไปใกล้ยูชอนจะกระซิบด้วยคำพูดแสนน่ากลัว

“ยังไม่ครบ 24 ชั่วโมง นายก็ตุกติกซะแล้ว แถมคิดจะจับฉันเข้าคุกซะด้วยสิ” เสียงเย็นเฉียบพูดโดยที่คนรอบข้างไม่ได้รับรู้ถึงความสยดสยองเพราะมัวแต่อิจฉาตาร้อนที่สาวสวยอย่างกับนางแบบวิกตอเรียซีเครทกำลังกอดรัดชายหนุ่มโดยไม่แคร์สายตาคนนับสิบแบบนี้

“ฮือ! ใจร้าย คุณมันใจร้ายมาก แล้วไอ้ที่คุณทำกับฉันเมื่อคืนล่ะมันคืออะไร!” เสียงร้องดังระงม คำพูดชวนจินตนาการสู่เบื้องล่างทำเอาคนแถวนั้นตาลุกวาว

“เอ่อ ใจเย็นๆ ก่อนดีไหมครับ ตอนนี้เรายังคุยกันได้อยู่ อาจไม่จำเป็นต้องยื่นฟ้อง คุณยูชอน คุณน่าจะพูดกับแฟนคุณให้เข้าใจก่อนแล้วค่อยมาแจ้งความกับพวกเรา” ตำรวจโจ ฮยอนแจตำหนิปาร์ค ยูชอนโดยที่ไม่สนท่าทางอึกอักของชายหนุ่มแต่อย่างใด

“อะ...เออ คือว่าคุณตำรวจ”

“ใช้ห้องผมเคลียร์กับแฟนคุณแล้วค่อยมาบอกกับผมดีกว่า เชิญครับ” ฮยอนแจเดินไปยังห้องทำงานและเปิดประตูคาไว้ให้คนทั้งคู่เข้าไปไกล่เกลี่ย

เมื่อโอกาสเหมาะมาถึง อิโซก็ฉุดมือให้ยูชอนเดินเข้าไปพร้อมปิดประตูและล็อกห้องอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกได้ว่าหน้าของตัวเองคงซีดเหมือนไก่ต้มแน่ๆ ซ้ำความกลัวยังทำให้เขาขยับปากพูดแทบไม่ได้

“จะ ใจเย็นๆ นะ อิโซ คือ ผะ ผม” ชายตรงหน้าอ้ำอึ้งพูดไม่เป็นภาษาและถอยกรูดติดโต๊ะทำงานของนายตำรวจโจ ฮยอนแจอย่างตื่นตระหนก ท่าทางนั้นไม่อาจทำให้อิโซทานทนได้อีกต่อไป

“ฉัน บอกแล้วไง ถ้าเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่น นายจะได้ตายสมใจอยากจริงๆ...”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น