TroublemakeR "ร้ายนักนะ ยัยคุณหนูตัวปัญหา"

ตอนที่ 3 : Chapter 3 คู่หมั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 ก.พ. 59

Chapter 3 คู่หมั้น

   ณ ห้องวีไอพีในโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดและเป็นอันดับหนึ่งในการรักษาพยาบาลที่อยู่สุดปลายทางเดิน ชายหนุ่มสวมสูทสีดำสนิทกำลังหยุดยืนหน้าห้องและตัดสินใจเปิดประตูอย่างเบามือเข้าไป

“คุณชาย” ชายคนเดิมปรากฏตัวหน้าประตูและส่งยิ้มบางให้หญิงวัยกลางคนที่กำลังเฝ้าคนป่วยที่นอนไม่ได้สติอยู่ไม่ห่าง

“คุณป้า ผมมาเยี่ยมน้องครับ” ยู ซันวูพูดอย่างสุภาพกับแม่บ้านประจำตระกูล ใบหน้าที่มีรอยยับย่นบอกถึงวัยที่ร่วงโรยส่งยิ้มอ่อนโยนให้เขาและลุกขึ้นหลีกทางให้

ยู ซันวู หนึ่งในบุตรตระกูลยูที่เป็นผู้นำแห่งโลกธุรกิจการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโซล เป็นผู้ครองตลาดยารักษาโรค อุปกรณ์การแพทย์รวมไปถึงโรงพยาบาลอีกหลายแห่งในประเทศ เขาจึงเป็นหนุ่มอนาคตไกลและกำลังจะเป็นหัวหน้าตระกูลคนใหม่ในเร็วๆ นี้อีกด้วย

ดวงตาอ่อนล้าจับจ้องไปยังร่างที่หลับไหลมายาวนานนับเดือนหลังจากเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำทำให้น้องชายของเขา ยู ซันโฮ ต้องมานอนอยู่ตรงนี้

“พี่ไปหาอิโซมา...” เสียงแหบพร่าฟังดูไม่เต็มใจแต่พยายามฝืนพูด

“ซันโฮ...พี่รู้ว่าไม่ควรบอกนาย แต่ว่า...”

“มะ...มีอะไรเหรอคะคุณชาย” แม่บ้านชองถามคุณชายอย่างนึกหวั่นในอกว่ามันจะเป็นข่าวร้าย

“คุณป้าครับ ผมจะทำยังไงดี...อิโซ อิโซเขาเสียแล้วตั้งแต่เมื่อคืน” แม่บ้านชองเกิดอาการช็อกทันทีที่รู้ข่าว ซันวูเห็นเข้าจึงรีบคว้าเธอที่ซวนเซและพยุงตัวให้นั่งลงบนเก้าอี้

“คะ...คุณชาย ฮือๆ ทำไมถึงเกิดเรื่องเลวร้ายแบบนี้ถึงสองครั้งด้วยละคะ” แม่บ้านชองสั่นเทิ้ม น้ำตาไหลรินอย่างอดไม่ได้ มันเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลนี้กันแน่ 

“ผมไม่รู้จริงๆ ครับ ทำไม ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยทั้งคุณพ่อคุณแม่ทั้ง ซันโฮและน้องสะใภ้ของผม ทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้ด้วย!” ซันวูทำท่าละล่ำละลักแกล้งบีบน้ำตาออกมาเรียกความสงสารและเห็นใจ

“โธ่คุณชายของป้า ต่อจากนี้จะทำยังไงกันดี ฮือๆ คุณชายของป้าจะอยู่ยังไง” ผู้เป็นดังญาติคนสุดท้ายของซันวูจับใบหน้าที่เหมือนจะร้องไห้อย่างเป็นทุกข์ ซันวูคลายมือของแม่บ้านชองวางลงข้างตัวเมื่อได้รับการปลอบประโลม

“ถึงตอนนี้ผมจะทำใจไม่ได้ แต่ผมจะต้องอยู่ให้ได้ครับ” ซันวูเงยหน้าขึ้นมองแม่บ้านชองก่อนลุกขึ้นทำท่าปาดน้ำตา

“เราควรเลิกเสียใจ คุณป้าครับต้องทำแบบนั้นด้วยนะเพื่อซันโฮ” 

“โธ่ คุณชายซันวู”

“ผมขออยู่กับน้องตามลำพังได้หรือเปล่าครับ ยังไงคุณป้าไปพักผ่อนที่บ้านก่อน เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” แม่บ้านชองพยักหน้ารับคำก่อนเช็ดน้ำตาและเดินออกจากห้องไป

 

ประตูบานสีขาวปิดลงและเสียงฝีเท้าค่อยๆ เดินห่างออกไป ซันวูนิ่งฟังมันจนแน่ใจแล้วว่าจะไม่มีใครขัดขวางเขาได้ก่อนหันมามองคนบนเตียง

“ซันโฮ...” เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงและจับมือของน้องชายที่หลับอย่างไร้สติขึ้นมา

“เฮ้อ! แกคงรู้แล้วสินะว่าคู่หมั้นของแกตายไปแล้ว เมื่อคืนนั่นแหละ” ใบหน้าที่ดูโล่งอก ค่อยๆ แสยะยิ้มอย่างสะใจเมื่อไม่มีใครให้ต้องปั้นหน้า

“มันตายไปแบบที่แกคาดไม่ถึงเลยล่ะ ตึกสูงๆ อากาศดีๆ แต่สุดท้ายก็เละไม่เป็นท่า ศพแทบดูไม่ได้เลยล่ะซันโฮ” ซันวูมองดูคลื่นหัวใจที่เต้นรัวผ่านจอมอนิเตอร์อย่างมีความสุข

“นอนนิ่งอยู่แบบนี้แท้ๆ ยังโกรธฉันอยู่อีกเหรอ แต่แกจะทำอะไรฉันได้ ต่อให้อยากทำแทบตายก็เถอะนะ” ซันวูลุกขึ้นและโน้มตัวลงไปกระซิบข้างๆ ร่างที่ไม่ไหวติง

“หรือว่า...อยากไปใช้ชีวิตกับนังนั่นในนรกดีล่ะ” รอยยิ้มจืดจาง ดวงตาเย็นชาจับจ้องมองร่างนิ่งงัน เขาค่อยๆ คว้ากระบอกฉีดยาด้ามเล็กขึ้นมาก่อนมองกระบอกที่บรรจุด้วยสารพิษอย่างชอบใจ

“นี่เป็นหนทางเดียวจริงๆ ที่แกจะได้อยู่กับคนที่แกรัก ทั้งคุณพ่อ คุณแม่แล้วก็นังอิโซตัวดี!” รอยยิ้มเหยียดปรากฏบนใบหน้าและเริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แขนขาวซีดของซันโฮถูกกระชากอย่างไม่ปรานี

“ไปอยู่กันให้มีความสุขที่นรกนั่นเถอะ ส่วนฉันจะดูแลกองเงินกองทองของแกเอง” ซันวูค่อยๆ แตะเข็มลงไปที่แขนนั้น แต่ทันใดนั้น

“ขอโทษนะคะ ได้เวลาเช็คอุณหภูมิคนไข้แล้วค่ะ” ซันวูหยุดมือและรีบเก็บกระบอกฉีดยาลงกระเป๋าสูท ดวงตากลอกไปมาพยายามสงบสติอารมณ์และหันกลับไป

พอดีป้าลืมกระเป๋าเงินเอาไว้ด้วยก็เลยกลับมาเอาค่ะ” แม่บ้านชองเดินเข้ามาสมทบพร้อมบอกเหตุผล

“คุณพยาบาลมาเช็คอุณหภูมิของคุณหนูเหรอคะ” นางพยาบาลพยักหน้าเป็นการตอบก่อนหลบสายตาของซันวูที่จ้องมา 

“งั้นผมขอตัวก่อน ฝากป้าช่วยดูแลซันโฮต่อแล้วกัน” เขาบอกลาและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ร่างนั้นหายไป นางพยาบาลคนเดิมก็วิ่งไปยังหน้าประตูและล็อกห้องอย่างรวดเร็ว

“นั่นคุณพยาบาลจะล็อกห้องทำไมคะ” แม่บ้านชองถามอย่างสงสัยเหมือนเห็นท่าทีแปลกๆ ของนางพยาบาลสาว

“ไม่ต้องตกใจนะคะ” เธอหันกลับมาและปลดผ้าปิดปากออกเผยให้เห็นใบหน้าคุ้นเคย

“คุณหนู!” แม่บ้านชองตกใจกับสิ่งที่เห็น

“ใช่ค่ะ หนูเอง” อิโซตอบเมื่อเห็นท่าทีของป้าชองที่ไม่คิดว่าเธอจะยืนอยู่ตรงหน้า

“ไหนคุณชายซันวูบอกว่า คะ...คุณหนู...” แม่บ้านชองพยายามคุมสติของตัวเองไม่ให้กระเจิดกระเจิงแต่ก็ทำได้ยาก

“ตายแล้วใช่ไหมคะ ป้าชองมาทางนี้ก่อน” อิโซฉุดมือแม่บ้านเดินไปยังคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงและหยิบของบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนของคนป่วยออกมา 

“นั่นอะไรคะ”

“มันคืออุปกรณ์บันทึกเสียงค่ะ หนูแอบใส่เอาไว้และมาเยี่ยม  ซันโฮบ่อยๆ โดยที่ไม่มีใครเห็น นี่จะเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าซันวูคิดจะทำร้ายซันโฮ” อิโซกดกรอเสียงกลับก่อนเปิดมันอีกครั้งให้แม่บ้านชองฟังและทันทีที่ได้ยินเสียงเธอก็ถึงกับปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ

“ไม่อยากจะเชื่อเลย ทำไม คุณชายซันวูถึงได้...”

“จริงๆ คุณป้าก็ทราบดีไม่ใช่เหรอคะ...ซันวูไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ของซันโฮ”

“คุณหนู รู้ได้ยังไงคะ” แม่บ้านชองมีสีหน้าประหลาดใจ

“เรื่องนั้นช่างก่อนเถอะค่ะ เราจะปล่อยให้ซันโฮอยู่ที่นี่ไม่ได้ เราต้องพาซันโฮไปซ่อนตัวที่อื่น” อิโซกำชับและไม่อยากรั้งรอเวลาอีกต่อไป

“หมายความว่ายังไงคะ ป้าไม่เข้าใจ”

“คุณป้า ฟังดีๆ นะคะ คุณป้ากับซันโฮต้องออกจากที่นี่เพราะที่นี่คือโรงพยาบาลของซันวู เขารู้จักที่นี่ดีกว่าใคร ถ้าเกิดเขาคิดจะทำอะไรซันโฮอีกครั้งเราจะไม่มีโอกาสได้ช่วยซันโฮได้ทันเหมือนวันนี้แน่”

“เราจะทำยังไงคะคุณหนู ในเมื่อคุณหนูซันโฮเป็นแบบนี้” หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่มองร่างที่หลับไหลนั้นอย่างกังวลใจ เธอคิดบางอย่างในหัวและเพียงอึดใจเดียวเธอก็พรูลมหายใจและคว้ามือของชายหนุ่มขึ้นมา

“ซันโฮ คุณต้องเชื่อใจฉันนะ อย่างที่คุณเคยเชื่อใจฉัน” หญิงสาวบีบมือของเขาก่อนสวมที่ปิดปาก

“คุณป้าช่วยลงไปรอที่รถสีแดงป้ายทะเบียน 64X6002 รอจนกว่าหนูจะไปหาและอย่าออกไปไหนเป็นอันขาด” อิโซยื่นกุญแจรถให้และดันหลังแม่บ้านชองให้รีบไป

“คุณหนูต้องช่วยคุณหนูซันโฮให้ได้นะคะ”อิโซพยักหน้าก่อนมองร่างนั้นหายไปจากห้อง เธอเงยหน้ามองนาฬิกาแขวนที่บ่งบอกว่าอีกเพียงสิบนาทีก็จะถึงเวลาพักเที่ยงและนั่นคือเวลาเหมาะสมที่สุด

“ซันโฮ คุณต้องเข้มแข็งไว้นะ”

คฤหาสน์หลังใหญ่กำลังต้อนรับรถคันสีดำที่แล่นเข้าบ้านด้วยความเร็วที่น่าหวาดเสียว ไม่นานรถดังกล่าวก็จอดเสียงดังเอี้ยดพอดิบพอดีหน้าขั้นบันไดบ้าน ซันวูปรากฏตัวอย่างหัวเสียก่อนโยนกุญแจรถใส่คนใช้และก้าวเดินขึ้นไปยังบ้านหลังใหญ่ในอารมณ์เดือดพล่าน

“กินรังแตนจากไหนวะ” คนใช้มองหน้ามู่ทู่ของเจ้านายที่หายไปจากบันไดวนนั้นอย่างรวดเร็ว

 

“โธ่เว้ย!” ซันวูตะโกนดังลั่นก่อนโยนเสื้อสูทสีดำลงพื้นและนั่งลงบนโซฟาบุนวมสีดำอย่างหัวเสีย

“เกือบแล้วเชียว บ้าจริง!” เขาอดเจ็บใจไม่ได้จึงทุบโต๊ะระบายความโกรธออกมาและกวาดข้าวของบนโต๊ะลงพื้นจนมันกระจัดกระจายเต็มห้องอย่างไม่ไยดี

“ดูท่าคุณชายของผมจะสติแตกขึ้นมาซะแล้วสิ” จูวอนเปิดประตูเข้ามาอย่างถือวิสาสะมองหน้าคนที่มีสีหน้าเคร่งเครียดค่อนไปทางเกรี้ยวกราดอย่างนึกขำ

“หัดมีมารยาทหน่อยจูวอน ฉันยังไม่อนุญาตให้แกเข้ามา!” ซันวูตะคอกใส่ ทำเอาจูวอนรู้สึกชื่นใจที่ได้เห็นภาพนั้นเสียจริงๆ

“ผมเป็นกุ๊ย ผมเลยไม่จำเป็นต้องมีไอ้มารยาทบ้าบออะไรนั่นหรอกนะ” เขายกยิ้มอย่างพอใจ 

“ถ้าคิดจะหาเรื่อง ก็ออกไปซะ!” ซันวูสุดจะทนจึงเอ่ยปากไล่คนที่ทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“ไม่ได้หาเรื่องแต่จะมาส่งข่าว” จูวอนพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“เรื่องอะไร”

“นังนั่น...ถูกใครบางคนช่วยเอาไว้” ข่าวนั้นทำให้ซันวูถึงกับร้อนใจ

“ว่ายังไงนะ” ซันวูย้อนถามจูวอนอย่างหัวเสีย

“ไม่รู้ว่าเรียนวิชาตัวเบาจากไหนถึงบินไปหลบที่คอนโดย่าน    ซัมซุงดองได้ น่าแปลกชะมัด”

“ตามไปดูว่าใครช่วยมันแล้วเก็บมันซะ”

“รับทราบ” จูวอนโค้งสวยๆ รับคำสั่งอย่างว่าง่าย ต่อให้ไอ้คนจ้างมันจะขัดหูขัดตาเขาอยู่สักหน่อย แต่ถ้าเงินในอนาคตที่จะได้รับมันมหาศาลพอที่จะกินนอนโดยไม่ต้องลุกไปรีดไถ่ชาวบ้านได้ตลอดชีวิตมันก็คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม เขาจึงไม่รีรอที่จะทำตัวว่าง่ายและทำตามคำสั่ง ซ้ำวันนี้เขายังได้เห็นท่าทางสติแตกของนายจ้างแล้วด้วยยิ่งทำให้เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาจึงพร้อมช่วยเหลืองานอย่างเต็มที่

กริ๊ง! เสียงสัญญาเตือนไฟดังลั่นไปทั่วโรงพยาบาล คนไข้นับร้อยตกใจกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างวิ่งอลหม่านไปทั่วตึกกระทั่งเหล่าหมอและพยาบาลก็ตกอยู่ในสถานการณ์วุ่นวายนั้นไปด้วย

“เกิดอะไรขึ้น!” หมอเวรประจำวันวิ่งออกมาจากห้องและสอบถามนางพยาบาลที่หยุดหอบตรงหน้า

“เกิดไฟไหม้ตรงชั้น 14 คะ ฉันกำลังขึ้นไปดูผู้ป่วยที่ติดอยู่ตรงนั้น”

“งั้นดี รีบโทรแจ้งรปภ.แล้วกระจายกำลังไปสงบสติอารมณ์คนป่วยกับญาติด้วยล่ะ” หมออีกหลายคนพยักหน้ารับคำและรีบเข้าไปประจำการอย่างรวดเร็ว

เหตุไฟไหม้เล็กๆ ที่เกิดจากน้ำมือของอิโซทำให้ผู้คนทั้งตึกสาละวนกับการควบคุมสถานการณ์จึงไม่มีใครสังเกตเห็นเธอที่กำลังเข็นรถเข็นเดินหลบออกไปพร้อมกับซันโฮ พวกเขาต่างพากันมุงดูเหตุการณ์ในชั้นที่เธอก่อต้นเพลิงเอาไว้ทำให้อิโซพาร่างของซันโฮเคลื่อนย้ายลงลิฟต์ไม่ยากเย็นนัก

“นี่เป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ สำหรับนายนะซันวู” เธอยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจก่อนที่ลิฟต์จะเคลื่อนตัวลงไปยังชั้นล่าง

ติ้ง! ลิฟต์หยุดลง อิโซเหลือบมองผ้าห่มที่เลื่อนหล่นจากตัวซันโฮเผยให้เห็นเครื่องช่วยหายใจขึ้นมาปิดให้มิดชิด โดยไม่ลืมกระชับผ้าปิดปากให้เรียบร้อยและเข็นซันโฮออกจากลิฟต์อย่างไม่รีบเร่ง

“เอ้า! คุณพยาบาลทำไมใช้ลิฟต์ล่ะครับ ไฟไหม้ข้างบนไม่ใช่เหรอ” เสียงของรปภ.หนุ่มร้องถามอิโซที่เดินผ่านหน้าเขาพอดี

“ต้นเพลิงไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้นหรอกค่ะคุณรปภ.” เขาพยักหน้ารับก่อนที่เธอจะเข็นซันโฮออกไป

“แล้วคุณพยาบาลจะพาคนไข้ไปไหนเหรอครับ” เขามองคนไข้ที่ดูเหมือนนั่งหลับอยู่อย่างสงสัย

“อะ...อ่อ คนไข้คนนี้เหรอ จริงๆ เค้าหายดีแล้วล่ะ แต่ว่า...เขาติดฉันนิดหน่อยค่ะ เลยอยากให้ฉันเข็นไปส่งที่รถทั้งๆ ที่ใส่ชุดแบบนี้...คือคนรวยมักทำอะไรแปลกๆ เสมอ” เธอทำท่ากระซิบ

“อ่อๆ เข้าใจแล้วครับ คุณผู้ชายเดินทางปลอดภัยนะครับ” รปภ.หนุ่มอวยพรและอิโซก็รีบเข็นร่างนั้นออกไป

 

ก๊อก ก๊อก! แม่บ้านชองเลื่อนกระจกรถลงเมื่อเห็นอิโซยืนอยู่ตรงหน้า

“คุณหนูอิโซแล้วคุณหนูซันโฮละคะ” อิโซยิ้มและหลบให้แม่บ้านชองเห็นซันโฮที่นั่งบนรถเข็น

“คุณป้าไม่ต้องตกใจหรอกนะคะ ซันโฮมีเครื่องช่วยหายใจ ทีนี้คุณป้าช่วยออกมายกซันโฮให้นอนตรงเบาะนั้นก่อนนะคะ” หญิงร่างท้วมพยักหน้ารับก่อนเข้าช่วยพยุงร่างของชายหนุ่มทันที ในที่สุดภารกิจของเธอก็ประสบผลสำเร็จไปอีกขั้น

 

 

“ไฟไหม้งั้นเหรอ!” ซันวูที่ไม่ได้คลายปัญหาใดๆ ลุกขึ้นอย่างหัวเสียเมื่อได้รับโทรศัพท์สายด่วนจากโรงพยาบาล

“ทำงานกันประสาอะไรทำไมปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นได้ รีบจัดการซะ! จะใช้เงินเท่าไหร่อุดปากนักข่าวก็ช่างแต่ต้องให้เรื่องนี้เงียบให้เร็วที่สุด” ซันวูวางมือถือลงก่อนจะขยุ้มหัวตัวเองอย่างหัวเสีย 

“มีเรื่องอะไรนักหนาวะ!” ไม่ทันไรโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง “อะไรอีก”

“แย่แล้วคะ คุณซันโฮกับแม่บ้านชองหายไป” สิ้นเสียงปลายสาย ซันวูก็รุดหน้าออกจากห้องอย่างรวดเร็ว

สถานีตำรวจที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโดของยูชอน เขารีบรุดหน้ามาแจ้งความและให้ปากคำอย่างร้อนใจเมื่อรถสุดที่รักของเขาอันตรธานหายไป

 “รถคุณยี่ห้ออะไรครับ” ตำรวจบันทึกประจำวันกำลังบันทึกรายละเอียดของรถที่สูญหายด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

“มันเป็นรถสีแดงครับ ยี่ห้อเฟอร์รารี่ รุ่นแคลิฟอร์เนีย ป้ายทะเบียน 64 X6002 ครับ  มันเป็นรถนำเข้าแถมป้ายทะเบียนก็โดดเด่น เจ๋งเป้งเพราะมันเป็นชื่อของผม” (6002 อ่านว่า Yook Chun Ee เลียนเสียงเหมือนคำว่ายูชอนได้) เขานั่งร่ายยาวรำลึกถึงรถสีแดงคันงามของตัวเองอย่างอาลัยอาวรณ์ นายตำรวจใหม่เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหงอยๆ ก่อนส่ายหน้าระอา

“เอ่อครับ ช่วยบอกเวลาเกิดเหตุด้วยครับ”

“ประมาณแปดโมงเช้าเห็นจะได้ ผู้หญิงคนนั้นใส่ชุดแฟนผมลงไปด้วยนะ เอ่อ ไม่สิแฟนเก่าน่ะเพิ่งเลิกไป ชุดที่ใส่เป็นสีน้ำเงินทั้งตัว หุ่นนี่โคตรดีเลยนะแล้วแบบว่า...”

“เอ่อ ผมต้องการแค่จุดสำคัญนะครับ ไม่ต้องอธิบายรายละเอียดยิบย่อยมากก็ได้” นายตำรวจว่าพลางถอนหายใจ

“โห ไม่ได้หรอกครับคุณตำรวจ ถ้าไม่บอกคุณจะไม่รู้เลยว่าผู้หญิงแบบนั้นเป็นยังไง คุณช่วยเข้าใจผมหน่อยสิ ผู้หญิงที่เหมือนนางฟ้าอ่ะ ใส่ชุดสีน้ำเงิน หุ่นนี่เยี่ยมมาก ขโมยรถเฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนียของผมนะ คุณเข้าใจไหม นั่นรถนำเข้านะคุณ! แถมผู้หญิงที่ขโมยนี่ก็สวยมากๆ ด้วย!” เสียงของยูชอนดังขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ก็รู้สึกเสียใจที่โดนขโมยรถแต่อารมณ์เพ้อคิดถึงอิโซมันก็ออกนอกหน้านอกตาเสียจนคนได้ยินต้องออกมาปราม

“เอาละครับๆ ผมเข้าใจคุณแล้วว่าคุณเสียดายทั้งรถเสียดายทั้งผู้หญิง ถ้าคุณรู้ขนาดนั้น คุณน่าจะรู้จักชื่อเธอด้วยนะครับ” ตำรวจนายหนึ่งเดินเข้ามาช่วยเหลือตำรวจบันทึกประจำวันหน้าใหม่อย่างเห็นใจก่อนหันไปมองผู้ร้องทุกข์อย่างปาร์ค ยูชอน

“เออ...ชื่อเธอเหรอ” ยูชอนอึกอักเมื่อนึกถึงสิ่งที่ระบุในสัญญา ห้ามบอกเรื่องของคิม อิโซให้คนอื่นรับทราบ 

“ครับ ชื่อของเธอ” ตำรวจหนุ่มยืนยันคำเดิม

“เฮ้อ! เอาวะ!” ยูชอนตัดสินใจและถอนหายใจเฮือกใหญ่ ถึงยังไงซะ เฟอร์รารี่แคลิฟอร์เนียของเขาก็สำคัญกว่าผู้หญิงที่ไม่มีวันกลับมาหาเขาอย่างเธออีกแน่

“เธอชื่อคิม อิโซ...”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #102 Por (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 15:16
    ชอบที่มันแจ้งความกับตำรวจ

    สนุกๆชอบนะ
    #102
    0
  2. #95 Jenjira jj Jen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 14:51
    อัพพพพพพพพ พลีสสสสสสสสสส
    #95
    0
  3. #27 °My_Dear° (@7love) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2555 / 22:05
    เฮ้ออ สงสารจังเลย ฮ่าๆๆๆ 
    #27
    0
  4. #7 คุณนายควอน* (@kanokwan7233) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มกราคม 2555 / 11:26
    ลุ้นๆ อ่านต่อ สงสารท่านปาร์คเหมือนกันนะ 55
    #7
    0