TroublemakeR "ร้ายนักนะ ยัยคุณหนูตัวปัญหา"

ตอนที่ 2 : Chapter 2 troublemaker

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ก.พ. 59

ตอนที่ 2 Troublemaker

“ตรู๊ด...” เสียงรอสายนานเกินกว่าเธอจะรอได้อีกต่อไป เจ้าของปากบางเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดเม้มอย่างโมโหเมื่อคนปลายสายไม่คิดจะรับสาย เธอกดปิดมือถือและย่ำเท้าเดินไปยังห้องอันคุ้นเคยที่บัดนี้ปรากฎอยู่ตรงหน้า เห็นได้ชัดว่าการกระทำของแฟนหนุ่มมีเค้าของความจริงอยู่เป็นแน่

ปาร์ค ยูชอนแฟนของเธอหิ้วผู้หญิงขึ้นคอนโดอีกแล้วนะนั่นคือข้อความจากผู้หวังดีส่งให้เธอเมื่อคืนที่ผ่านมา ซ้ำยังมีรูปแนบติดมาด้วยแต่คุณภาพของมือถือคงย่ำแย่เอาการ หรือไม่ฝีมือคนถ่ายก็ห่วยขั้นเทพ เธอจึงต้องนั่งเดาและประติดประต่อมันตลอดคืนซ้ำมันยังค้างคาเสียเธออดไม่ได้จะโทรตาม แต่เมื่อแฟนหนุ่มไม่รับสายและทำตัวเงียบจนผิดปกติ เธอก็จำเป็นต้องเลือกมาหาเขาและเอาความจริงจากปากให้ได้ หญิงสาวกดอินเตอร์โฟนซ้ำๆ อย่างร้อนใจและอยากให้คนที่ว่าเปิดประตูเสียเดี๋ยวนี้

“กริ๊ง!...

เสียงอินเตอร์โฟนดังอยู่หลายครั้งจนอิโซรู้สึกรำคาญ เธออดไม่ได้ที่จะละออกจากห้องทำงานของยูชอน เดินออกมาจ้องมอนิเตอร์ที่ปรากฏร่างของหญิงคนหนึ่ง เธอมีท่าทีหงุดหงิดงุ่นง่านและเหมือนตั้งใจจะพังประตูเข้ามาทันทีถ้าหากทำได้

“ทำไมไม่เปิดนะ!” เสียงแหลมของหญิงสาวกำลังหงุดหงิด เธอจ้องนาฬิกาข้อมือและย้ำกดอินเตอร์โฟนอีกหลายที เหตุการณ์แบบนี้มันชวนให้เธอคิดว่าคนข้างในกำลังทำอะไรอย่างว่าจนผละออกมาไม่ได้!

“แม่นี่กดอยู่ได้น่ารำคาญชะมัด...” อิโซจ้องมอนิเตอร์และรู้สึกหงุดหงิดกับการกระทำนั้นอยู่ไม่น้อย เธอเริ่มกำหนดลมหายใจเข้าออกเพื่อระงับอารมณ์เดือดพล่านของตัวเอง “เอาล่ะฉันจะนับหนึ่งถึงสิบ ฉันจะไม่เข้าไปยุ่งกับเธอ ฉันจะปล่อยเธอไป...” แล้วอิโซก็หายใจเข้าออกอย่างช้าๆ

 

เสียงดังก้องไปทั่วบ้านจนยูชอนต้องวิ่งออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูเพียงผืนเดียว เมื่อร่างของเขาปรากฎตรงหน้าอิโซก็อดไม่ได้ที่จะตวัดสายตาจ้องไปยังชายหนุ่ม และคำถามของยูชอนก็กระตุกเส้นประสาทของเธอให้เดือดพล่านจนได้

“เออ ใครมาเหรอ”

“ฉันจะรู้ได้ไง ไม่ใช่เจ้าของบ้าน” อิโซย้อนอย่างหงุดหงิดและหัวเสียหนักกว่าเดิม ไม่ว่าคนตรงหน้าหรือผู้หญิงโง่ๆ ที่กดอินเตอร์โฟนไม่เลิกกำลังทำให้เธอเสียเวลาโดยใช่เหตุ อิโซกำลังจะจากไปโดยดีแต่ดูท่ามันคงไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว

“เฮ้ย! มาได้ไงวะ” ยูชอนสบถเมื่อเห็นสาวคุ้นหน้าอย่างประหลาดใจ วันนี้เป็นวันอาทิตย์และหล่อนมักจะนอนอยู่กับบ้านซึ่งกว่าเธอจะมาหาเขาก็เป็นช่วงค่ำของวัน อิโซเหลือบมองชายหนุ่มที่มีท่าทีกระวนกระวาย ดูเหมือนเขาจะจัดการกับเรื่องบ้าๆ นี่ไม่ได้เสียด้วย

“แม่นี่คงไม่รู้รหัสเข้าบ้านนายใช่ไหม”

แกร๊ก! ไม่ทันขาดคำ ประตูบานนั้นก็เปิดออก ร่างของหญิงสาวที่พร้อมจะระเบิดอารมณ์ได้ทุกขณะก็พุ่งเข้ามาทันทีและความยุ่งยากก็เกิดขึ้น

“กรี๊ด! พาผู้หญิงมานอนอีกแล้วนะ ยูชอน!” เสียงแว้ดดังลั่นทันทีเมื่อประตูห้องปิดสนิท ดวงตากลมโตฉายแววโกรธจัดเมื่อพบสภาพแฟนหนุ่มกำลังเปลือยท่อนบนและอีกร่างที่สวมเสื้อตัวโคร่งกับกางเกงนอน เธอจึงทึกทักเอาว่าสองคนนี้คงจะทำอะไรกันมาแล้ว!

“ดะ เดี๋ยว ไม่ใช่นะ!” ยูชอนพยายามกันร่างที่โมโหสุดขีดที่ตั้งท่าจู่โจมอีกร่างไว้อย่างตื่นตระหนก

“ปล่อยนะ ฉันจะจัดการนังนี่!” เสียงโวยวายกระตุกเส้นประสาทของอิโซให้ขาดสะบั้น ดวงตาคู่สวยจ้องแข็งราวกับสะกดร่างตรงหน้าให้กลายเป็นหิน เธอเอ่ยถามยูชอนเป็นครั้งสุดท้าย “นายจัดการเองหรือให้ฉันจัดการดีล่ะ”

“จัดการอะไรฉันยะ! อย่างเธอมีปัญญาหรือไง! ปล่อยสิยูชอน! แน่จริงปล่อยให้ฉันกับยัยนี่สู้กันตัวต่อตัว!” คำท้าทายที่ไม่เกรงกลัวสร้างความหวาดวิตกและรอยยับย่นบนใบหน้ายูชอนเข้าไปอีก แฟนสาวของเขาช่างไม่รู้อะไรเลย ถ้าลองปล่อยให้เธอได้จู่โจมดูสิ มันไม่ใช่อิโซหรอกนะที่จะเจ็บตัว แต่เธอนั่นแหละที่จะนอนเดี้ยง!

“ผะ ผมจัดการเอง ใจเย็นๆ ก่อนแชอิน ฟังผมก่อน!” เขาพยายามคว้าร่างนั้นให้ไปกับเขาแต่แรงโทสะทำให้หญิงสาวขี้หึงมีพลังมหาศาลพร้อมต่อกรกับศัตรูที่คุกคามความรักของเธอ ฮันแชอินสะบัดร่างออกจากการเกาะกุมและทำสิ่งที่ยูชอนห้าม!

“แชอิน อย่า!

สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ายูชอนเสมือนภาพสโลโมชั่นอย่างในหนังเดอะแมทริคก็คงไม่ผิด ฮัน แชอินง้างมือจู่โจมอย่างช้าๆ ก่อนถูกอิโซคว้าข้อมือและสวนกลับด้วยหมัดหนักๆ เข้าที่เบ้าตา เขาอ้าปากค้างอย่างตกใจ ดวงตาของเขาแทบถลนออกมาจากเบ้าก่อนร่างนั้นจะสลบเหมือดไปต่อหน้าต่อตา!

“ฮัน แชอิน! คุณอย่าเพิ่งตายนะ!” ยูชอนทรุดลงและเขย่าแชอินอย่างตกใจแต่ร่างนั้นกลับไร้การตอบสนอง

“เวอร์! แค่ชก ฉันไม่ได้ฆ่ายัยนกหวีดเสียงแหลมซะหน่อย” อิโซแหวใส่ ถ้าเธอคิดจะฆ่าหล่อนจริงๆ คงไม่ทำแค่ชกที่เบ้าตาแน่ๆ

“พูดจากันดีๆ ก็ได้ คะ...คุณไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย แชอินไม่ได้มีพิษภัยอะไรขนาดนั้น” เขาละล่ำละลัก

“หึ! ไม่มีพิษภัยเนี่ยนะ แล้วไอ้ที่จะตบฉันมันหมายความว่ายังไง!” ยูชอนเงยหน้ามองหญิงสาวที่ยืนโวยวาย ทึ่งกับคำพูดของอิโซเสียจริง แชอินจะตบหน้าแหกได้ยังไง เธอนั่นแหละที่จะยำแชอินจนตาย!’

“อีกอย่าง...ถ้าแม่นี่เห็นหน้าฉันนานกว่านี้ สัญญาที่ทำไว้ก็หมดความหมาย” หญิงสาวจ้องหน้ายูชอนอย่างเอาเรื่อง เธอจริงจังจนยูชอนเริ่มกลัว

“คะ...คุณจะฆ่าผมหรือไง”

“ก็เออสิ คิดว่าฉันทำสัญญาปัญญาอ่อนเหรอ” เธอว่า “และฉันจะบอกอะไรคุณอีกอย่างถ้าคุณคิดว่าสัญญาของฉันเป็นเรื่องล้อเล่นแล้วเอาคนอื่นมาพัวพันอย่างยัยนกหวีดเสียงแหลมนี่อีกสักคน รับรองได้เลยคุณได้ตายสมใจอยากแน่นอน” หญิงสาวพูดทิ้งท้ายและสะบัดหน้าเข้าห้องนอนของชายหนุ่ม

“ดะ เดี๋ยวสิ คุณ!” ยูชอนผละจากแฟนสาวและตรงรี่ไปเคลียร์ปัญหาใหญ่ที่เริ่มจะบานปลาย

“จะให้ผมทำยังไงละ! ในเมื่อแชอินก็เห็นหน้าคุณแล้ว” อิโซมุ่งความสนใจไปยังตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่และพบกับชุดมากมายของยัยนกหวีดเสียงแหลมก่อนคว้าชุดหนึ่งมาเพื่อเตรียมตัวจากไป “เฮ้อ! จัดการแม่นั่นซะสิ”

“เฮ้ย! บ้า ผมทำไม่ได้หรอกนั่นคนนะ” ยูชอนทำหน้าตื่นเมื่ออิโซสั่งให้ทำเรื่องบ้าๆ

“ปัญญาอ่อน! เอายัยนกหวีดนั่นไปหาหมอสิ จากนั้นก็ทำให้แม่นั่นเชื่อว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงค้างคืนกับนาย อ่อ! หรือมีอีกทาง เลิกกับยัยนั่นไปซะเถอะ ผู้หญิงแบบนี้อยู่ด้วยมีหวังหูนายได้หนวกเข้าสักวัน” เขาทำหน้าเหวอเมื่อได้ยินคำแนะนำนั้น ยูชอนคันปากอยากจะตอกกลับหล่อนเสียเหลือเกิน “อย่างน้อยก็ยังดีกว่ามีผู้หญิงอย่างเธออยู่ใกล้ๆ หรอกน่า” แต่เขาก็คงทำได้แค่พูดในใจเช่นเดิมและฟังเสียงแว้ดๆ ของ    อิโซต่อไป 

“อีกอย่างฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้า นายไปรอข้างนอกนู่นไป๊!” เธอตะคอกลั่นพร้อมผลักให้เขาถอยออกไปและปิดประตูใส่หน้าทันที 

“อะ อะไรวะ” เขายืนจ้องบานประตูอย่างงงงัน แทบจับต้นชนปลายเรื่องต่างๆ ไม่ถูก เหตุการณ์มันรวดเร็วจนเขาไม่พร้อมจะจัดการแก้ปัญหาใดๆ แต่สิ่งที่เขานึกขึ้นได้เป็นอย่างแรกในตอนนี้ก็คือหันกลับมาสนใจแฟนของตัวเองที่นอนแอ้งแม้งไม่ได้สติเสียก่อน “ฮัน แชอิน คุณโอเคนะ!

 

ห้านาทีต่อมา...ยูชอนก็ลืมสิ่งที่เขาได้ลั่นวาจาในใจจนหมดสิ้น เมื่ออิโซออกมาพร้อมชุดใหม่ที่ทำให้หัวใจของเขากระตุกโดยที่อิโซไม่ทันได้สนใจด้วยซ้ำเพราะมัวแต่มองสภาพตัวเองที่สวมชุดรัดติ้วจนหายใจแทบไม่ออก และกำลังนึกโทษยัยนกหวีดน่าปวดหูกับเสื้อผ้าที่ทำลายสุขภาพของเจ้าหล่อน เพราะต่อให้รื้อค้นทุกตู้แล้วอิโซก็จะเห็นแค่ชุดสไตล์ล่อแหลมบ้าๆ นี่อยู่ดี

“อึดอัดชะมัด ถ้าหาทางออกได้เมื่อไหร่ ฉันจะโยนชุดบ้าๆ นี่ทิ้งน้ำไปเลย” อิโซยังบ่นกระปอดกระแปดกับชุดเจ้าปัญหา

ยูชอนยังคงจดจ้องมองเธอในขณะประคบน้ำแข็งให้แฟนสาว หัวใจของเขาเต้นแรงเสียจนอาจจะกระเด็นออกมาข้างนอกด้วยซ้ำ เขามองหุ่นเพรียวสวยอย่างไม่วางตา แม้แชอินจะเคยใส่ชุดนี้อยู่สองสามครั้งแต่มันกลับไม่สะกดเขาให้หยุดมองได้นานขนาดนี้ ต้องยอมรับจริงๆ ว่าอิโซกำลังเล่นตลกกับหัวใจของยูชอนอย่างร้ายกาจ  

“นี่...ถ้ากำลังคิดอะไรลามกอยู่ล่ะก็ คอนายได้หักแน่!” เสียงขู่ฟ่อลอดไรฟันกำลังเตือนสติให้ยูชอนกลับมาสู่ปัจจุบัน

“เปล่านะ ไม่ได้คิดซักนิด จริงๆ นะ” ยูชอนโบกมือปฏิเสธพัลวัน

อิโซทำเพียงถอนหายใจและไม่อยากสนใจผู้ชายอ่อนหัดพันธุ์นี้อีกต่อไปแล้ว เธอจึงยื่นสัญญาเป็นอย่างสุดท้ายเพื่อจบปัญหา

“เก็บสัญญานี่ไว้ดีๆ ล่ะ”

“แล้วคุณจะไปไหน” เขาพลั้งปากถามแบบไร้สติและเพิ่งคิดได้ว่าตัวเองช่างทำเรื่องงี่เง่าเสียเหลือเกิน

“กลับนะสิ ถามได้” อิโซย่นคิ้วและรู้สึกประหลาดใจ คนตรงหน้าท่าจะบ้า เขาควรจะดีใจที่เธอไปให้พ้นๆ อิโซเลิกสนก่อนที่จะคว้าถุงขยะที่เต็มไปด้วยหลักฐานของเธอติดมือออกไป “ฉันไปดีกว่า อยู่นานกว่านี้คงมีเรื่องปวดหัวอีกแน่”

“เออ...ครับ เดินทางปลอดภัย” อิโซแค่นหัวเราะเมื่อได้ยินประโยคที่ว่า

“หึ! นายนั่นแหละ อยู่อย่างปลอดภัยเถอะ” อิโซโบกกระดาษสัญญาเป็นการบอกลา แต่เธอก็วกกลับมาหาเขาอีกครั้ง

“ฉันว่านายเลิกนิสัยเจ้าชู้ฟันผู้หญิงไม่เลือกจะดีกว่า มันน่าจะทำให้นายตายเร็วขึ้นกว่าเดิมนะฉันว่า”

“อะ โอเค!” เขาต้องสะดุ้งเฮือกทุกครั้งเมื่อเจ้าหล่อนชอบโผล่มาอีกรอบให้ตกใจเล่น

ปัง! ประตูปิดลงและเสียงของเธอก็เงียบหายไปจริงๆ ทุกอย่างมันจบลงรวดเร็วแม้เขาออกจะสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่นั่นคงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป และถึงจะรู้สึกบางอย่างอยู่ลึกๆ เขาก็รีบลืมมัน “โอเค นายควรดีใจที่เธอไปนะยูชอน”

 

เมื่อแน่ใจว่าทางเบื้องหน้าปลอดภัย อิโซก็ตรงรี่ไปยังลานจอดรถ สำรวจซ้ายขวารอบบริเวณนั้นอีกครั้งอย่างระมัดระวังและถอนหายใจ  โล่งอกที่ยังไม่มีใครคิดล่าเธอในเวลานี้ แต่การออกจากที่นี่คงไม่ปลอดภัยถ้าเธอไม่ป้องกันตัวเองให้ดี การมีชีวิตอยู่บนความเสี่ยงมันไม่ใช่เรื่องสนุกเลยจริงๆ ดังนั้นเธอจึงแอบคว้ากุญแจรถของยูชอนติดมือมาด้วย

“ยืมรถนายหน่อยนะ เดินไปทั้งๆ ที่ใส่ชุดแบบนี้มีหวังโดนจับได้กันพอดี” ไฟหน้ารถกะพริบตอบรับเมื่อกดปุ่มปลดล็อก หญิงสาวก้าวเท้าสู่ห้องโดยสารพร้อมโยนถุงขยะของตัวเองไว้เบาะข้างคนขับและนั่งลงบนเบาะหนังสีดำสนิท อดจ้องมองความหรูหรามีรสนิยมภายในไม่ได้ ต้องยอมรับว่ายูชอนมีเซ้นส์ในการเลือกรถที่เข้าท่ามาก ก่อนจะติดเครื่องยนต์ที่กำลังส่งเสียงอย่างนุ่มนวลตามประสิทธิภาพที่เกินบรรยาย

“เธอนี่มันสวยเฉียบชะมัดเลย แม่สาวแคลิฟอร์เนีย” รถคันงามที่ว่าแล่นออกจากตัวอาคารเมื่อถึงถนนสายหลักที่ปราศจากรถในวันหยุดสุดสัปดาห์ เธอก็อดที่จะประลองความเร็วของมันไม่ได้ รถสีแดงสดคันหรูพุ่งฉิวออกไปไกลภายในเวลาอันรวดเร็ว

ย่านธุรกิจการค้าชื่อดังในกรุงโซล ณ โรงแรมหรูสไตล์นีโอคลาสสิค กำลังต้อนรับร่างสูงโปร่ง ผิวสีขาวซีด ใบหน้าเรียว หล่อเหลาแบบคุณชายในชุดสูทสีสุภาพที่นั่งลงรับประทานอาหารอย่างเงียบเชียบ ภาพเหล่านั้นถูกจับจ้องด้วยดวงตาคมของอีกคนที่ไม่มีอารมณ์สงบนิ่งได้แม้แต่นิด

“คุณชายดูจะสบายใจมากเลยนะ ทั้งๆ ที่ยังไม่เห็นศพนังนั่น” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นท่าทีนิ่งเฉยเกินเหตุของคุณชายตรงหน้า

“ผมไม่อยากพูดเรื่องเครียดๆ ตอนนี้หรอกนะจูวอน” เขาพูดอย่างสุภาพต่างจากอีกคนที่เริ่มหงุดหงิดในอากัปกริยาเหล่านั้น ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงการกระทำที่จงใจสื่อให้รู้ว่าเขาทั้งสองมีสถานภาพต่างกัน ทั้งฐานะและการศึกษารวมไปถึงมารยาทบนโต๊ะอาหารที่คนแบบเขาไม่เคยคิดถึงมันเลยสักนิด

“เก็บมารยาทพวกนั้นไว้ใช้กับคนแบบคุณเถอะคุณชาย ผมมันก็แค่กุ๊ยข้างถนน จะให้มีมารยาทงามตามคุณคงทำไม่ได้หรอก” เขาแสร้งตีหน้าเศร้าแต่ความจริงก็แค่อยากตอกกลับเพื่อความสะใจ จูวอนยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มจากนั้นก็ทำท่ากลั้วปากดังๆ และกลืนมันลงคอ ภาพนั้นสร้างความสะอิดสะเอียนให้กับนายจ้างที่หมดอารมณ์เพลิดเพลินกับอาหารชั้นเลิศ สุดท้ายเขาก็ต้องมาต่อปากต่อคำกับกุ๊ยข้างถนนจนได้

“ผมรู้ว่าคุณคงวางตัวดีๆ ไม่ได้ แต่ท่าทางแบบนั้นยิ่งทำให้คุณกลายเป็นตัวตลกสำหรับที่นี่” คำพูดสุภาพแต่เชือดเฉือนทำให้จูวอนไม่สามารถนั่งอยู่เฉยๆ ได้อีกต่อไป

“แกว่าไงนะ!” เขาตั้งท่าเอาเรื่องขณะที่อีกคนเพียงยกยิ้มอย่างมีชัย

“นายมันอ่านง่ายจูวอน เก็บอารมณ์ซะบ้างถ้ายังไม่อยากถูกปั่นหัว” คำพูดนั้นช่างเจ็บแสบ แต่จูวอนก็มีไม้เด็ด เขายกยิ้มและดึงคอเสื้อคนตรงหน้าอย่างอวดดี

“ฉันไม่อยากให้คุณชายที่มีเบื้องหลังเน่าๆ มาสั่งสอนหรอก ลืมไปแล้วหรือไงคุณเองก็มีอีกหลายเรื่องที่คุมเกมไม่อยู่ ถ้าคิดจะใช้ผมจนงานเสร็จก็ควรหาวิธีพูดให้มันดีกว่านี้หน่อย” จูวอนผลักร่างนั้นออกไปก่อนแสดงท่าทีรังเกียจกับการจับต้องคนตรงหน้า ไม่วายเช็ดมือด้วยผ้าเช็ดปากและโยนทิ้งลงกับพื้นอย่างไม่ไยดี รอยยิ้มเหยียดมอบให้คนตรงหน้าเป็นอย่างสุดท้ายและเดินจากไปอย่างไม่แยแสสายตาคนรอบข้างแม้แต่นิด

ยู ซันวูนิ่งงัน ค่อยๆ กระชับคอเสื้อให้เข้าที่ จากนั้นก็นั่งลงอย่างเงียบๆ และเริ่มต้นกับมื้ออาหารที่ยังค้างคาแต่ความโกรธไม่อาจละเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดได้ มือที่กำมีดแน่นสั่นเทาก่อนจะหมดความอดทนและทุบโต๊ะอย่างเดือดดาล

“ไอ้กุ๊ยข้างถนนเอ๊ย!

ตุ๊บ! ตุ๊บ! เสียงฟาดของหมอนดังไปทั่วห้อง ข้าวของอีกนับไม่ถ้วนกระจัดกระจายตามพื้น ยูชอนยกแขนกันแรงกระแทกนั้นจากหญิงสาวที่ปล่อยโฮและร้องเสียงหวีดๆ น่ากลัวออกมาอย่างต่อเนื่อง

“คุณทำแบบนี้ได้ยังไงห๊ะ เอาผู้หญิงมานอนไม่พอ ยังมาชกหน้าฉันอีก ไอ้คนเลว ไอ้ชั่ว ไอ้บ้า!

“โอ๊ย แชอิน ใจเย็นๆ ผู้หญิงคนนั้นเค้าไม่มาแล้ว เลิกตีผมสักที!” ยูชอนตะโกนแข่งกับเสียงสาปแช่งของฮัน แชอินอย่างไม่ลดละ

“มันไม่เกี่ยวว่านังบ้านั่นจะมาอีกหรือเปล่า แต่ไอ้ที่ชกฉันและนอนกับคุณมันหยามศักดิ์ศรีกันเกินไป ไอ้บ้า ไอ้คนเลว ทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง!” แชอินยังคงเหวี่ยงหมอนไปยังคนที่ไร้สำนึกอย่างโกรธเกรี้ยว

“ผมบอกแล้วไงถ้าจะเป็นแฟนผมก็ต้องหัดทำใจเรื่องนี้!” เธอชะงักและจ้องมองยูชอนที่เหนื่อยหอบไม่แพ้กัน

“วะ ว่าไงนะ หัดทำใจ?” แชอินทวนคำ เธอแทบไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ผู้ชายตรงหน้าตอบกลับมา

“ใช่! หัดทำใจ คุณคบกับผมเนี่ยก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าผมนิสัยยังไง อีกอย่างผมบอกเป็นรอบที่ร้อยแล้วมั้งว่าผมชอบเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ”    ยูชอนว่าต่ออย่างไม่แยแส “อีกอย่างตัวคุณเองก็ใช่จะมีผมแค่คนเดียว เรื่องนี้น่าจะแฟร์ๆ กันไปสิ” เขาตบท้ายอย่างเจ็บแสบ หญิงสาวหน้าตึงกับสิ่งที่ยูชอนพูดจนอดไม่ได้จึงตบเข้าแก้มขวาแรงๆ !

“ไอ้คนชั่ว! ฉันไม่มีวันกลับมาเจอหน้าแกอีก” เธอตะโกนลั่นก่อนคว้ากระเป๋าหนังสีแดงสดก้าวเดินออกจากห้องไป

“เออ! ผมก็เบื่อคุณแล้วเหมือนกันละน่า จบๆ ไปเถอะ!

ประตูห้องกระแทกดังลั่น แชอินหยุดอยู่หน้าห้องและไม่สามารถควบคุมอารมณ์เดือดพล่านของเธอได้ “เจ็บใจ เจ็บใจที่สุด! คิดจะเลิกกับฉันเพราะเหตุผลปัญญาอ่อนแบบนี้เหรอ” เธอหันไปมองประตูนั้นอีกครั้งและกระทืบเท้าไม่พอใจ

“ก็เอาสิ ฉันไม่ยอมปล่อยคุณกับนังบ้านั่นไปแน่ๆ ค่อยดู!

เขาถอนหายใจยาวและมองห้องที่เละตุ้มเป๊ะเพราะฝีมือของแฟนเก่าสด ๆ ร้อนที่เพิ่งเลิกกันไปราวสามนาทีเห็นจะได้ ยูชอนค่อยๆ ก้าวข้ามข้าวของที่กระจัดกระจายตามพื้นและนั่งลงอย่างหมดแรงบนโซฟา การตัดสินใจจบความสัมพันธ์อันห่วยแตกแบบนี้ไปได้ดูจะทำให้เขาโล่งใจขึ้นเยอะ

 “เฮ้อ! จบได้ซักที ต่อไปนี้ชีวิตฉันก็จะสงบสุขไปอีกนาน” เขาถอนหายใจโล่งและพูดกับตัวเองอย่างนึกขำ

“แม่นั่นก็แค่รู้สึกเสียหน้าหรอกที่เจอคนจริงอย่างอิโซ ตั้งแต่เกิดมาคงเพิ่งเคยโดนต่อยแบบนี้แหงๆ”  เขาหัวเราะกับตัวเองในขณะที่นึกถึงใบหน้าของแฟนเก่าที่โดนสาวมั่นชกเข้าที่เบ้าตาอย่างไม่ลังเล ไม่นึกเลยว่าคนสวยๆ หุ่นดีๆ แต่พฤติกรรมที่โคตรโหดร้ายจะทำให้เขารู้สึกขนลุกไปทั้งตัวได้แบบนี้ เมื่อนึกขึ้นได้เขาก็หยิบกระดาษสัญญาที่เพิ่งทำกับเธอไว้หยกๆ ขึ้นมาอ่านทวนอีกครั้งอย่างกังวลใจ

“แม่นี่จะฆ่าฉันจริงๆ เหรอวะหรือแค่อำ” เหตุการณ์ที่ชวนสับสนทำให้เขานั่งนิ่งใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะ เขาแอบสะดุ้งนิดๆ ก่อนกดรับสายนั้นอย่างโล่งใจเมื่อคนปลายสายคือเพื่อนสนิทของเขาเอง

 “เออ ว่าไง”

“เมื่อเช้าแกจะพูดอะไรวะ ฉันไม่ทันได้ฟัง” คนปลายสายถามอีกครั้ง

“อะเออ ช่างแม่ง ไม่มีอะไรหรอก” ในนาทีนี้เขาควรปฏิเสธไปซะ

“แหม เชื่อก็บ้าแล้ว ฉันเห็นหรอกเว้ย ก่อนแกจะขับรถออกไป แกควงสาวสุดเซ็กซี่คนหนึ่งติดไปด้วยนี่หว่า เป็นไงๆ เด็ดไหม”

“เด็ดกับผีสิ! เล่นฉันซะอ่วมไปหมดเนี่ย” ยูชอนตวาดก่อนจับท้ายทอยบีบๆ คลึงๆ อย่างเมื่อยล้า เพราะท่านอนประหลาดๆ เมื่อคืนทำเอาทั้งตัวแทบเป็นอัมพาต

“เฮ้ย! จริงหรอวะ แบ่งๆ กันบ้างสิเว้ย!

“แบ่งเรอะ! แกอยากได้ผู้หญิงแบบนี้เหรอวะ แกรู้จักไหมซาดิสม์น่ะ แม่งบ้าไปใหญ่แล้ว!” ยูชอนตะโกนออกมาอย่างตกใจและคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ถูกเตะเข้าสีข้างแรงๆ สองทีบวกกับถูกมัดมือมัดเท้าด้วยเข็มขัดกับสายโทรศัพท์

“เฮ้ย! เด็ดขนาดนั้นเชียว แกเล่ามาเต็มๆ เดี๋ยวนี้นะเว้ย!”  ดูท่าเพื่อนของเขาจะเข้าใจผิดไปคนละเรื่อง ยูชอนจึงตัดบททันที ไม่อย่างนั้นเขาต้องเผลอพูดอะไรที่ไม่สมควรถึงอิโซอีกแน่ๆ

“ไม่มีไรเว้ย แค่นี้นะ” ยูชอนกดตัดมือถืออย่างรวดเร็วก่อนบาดเหงื่อที่ซึมไหลออกมา

“เกือบซวยแล้วไหมล่ะ ดีที่มันคิดลามกจกเปรตอยู่” ชายหนุ่มถอนหายใจและคิดขึ้นได้ว่าตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักนิด เขาจึงเลิกสนใจโทรศัพท์มือถือที่ขึ้นหมายเลขเดิมก่อนจะยัดมันใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์และเดินข้ามข้าวของไปยังตะกร้าใส่กุญแจ หมายมั่นเอาไว้ว่าจะใช้รถคันงามขับออกไปทานอาหารมื้อแรกของวันเสียหน่อย

“เอ้า! กุญแจรถอยู่ไหนวะ” เขาควานหากุญแจรถคู่ใจที่อาจจะตกหล่นอยู่ตามพื้น แต่เขากลับรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ว่ามันอาจมีเรื่องเลวร้ายมากกว่านั้น

“เฮ้ย! หรือว่า” ยูชอนลุกพรวดและวิ่งออกไปจากห้องทันที

 

ลานจอดรถที่ว่างเปล่า รถสีแดงแสนงามของเขาอันตรธานหายไป ร่างนั้นทรุดลงกับพื้นพร้อมใบหน้าซีดเผือดเมื่อสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไม่ได้อยู่ตรงหน้าอีกต่อไป

“เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนียของฉัน!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #101 Por (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 13:59
    ขำอะ

    "ดีที่มันคิดลามกจกเปรตอยู่"

    555555555555
    #101
    0
  2. #6 คุณนายควอน* (@kanokwan7233) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 20:17
    ว้าวววววว!! อัพต่อๆ สรุปว่านี่เป็นฟิค ไม่ใช่นิยายอีกแล้วใช่มิ๊!??
    อยากลืมตัวละครชื่อแพทนะค่ะ 5555 //// โดนนนนถีบบบบบบบบ
    #6
    0