TroublemakeR "ร้ายนักนะ ยัยคุณหนูตัวปัญหา"

ตอนที่ 1 : Intro and Chapter 1 "สัญญา"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 862
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 ก.พ. 59

Troublemaker 

ร้ายนักนะ ยัยคุณหนูตัวปัญหา

 

 

 

 

ผมมีตรรกะอยู่ว่า...

 เมื่อผู้หญิงเสนอ (ตัว) ผมก็ยินดีสนอง

ยิ่งเสียงหวานๆ กลิ่นตัวหอมๆ แถมยังกอดผมแบบนี้อีก

มีรึผมจะปฏิเสธ

แต่นั่นเป็นเรื่องที่ผิดพลาด...ผิดตั้งแต่ที่ผมคิดเรื่องนี้ขึ้นมานั่นแหละ...

-ปาร์ค ยูชอน-

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทนำ

 “ฉลอง!” เสียงตะโกนร้องลั่นอย่างมีความสุข แก้วหลายใบกระทบพร้อมกันทันทีเมื่อปาร์ตี้ได้เริ่มขึ้น เหล่าชายหญิงที่มาร่วมงานต่างยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดและทำท่าเขย่าแก้วเปล่าๆ บนหัวอย่างรื่นเริง

“ใครไม่เมาห้ามกลับนะเว้ย เติมๆ” ชายร่างสูงใหญ่ตะโกนให้เหล่าเพื่อนๆ รับรู้และทำหน้าที่เสิร์ฟเหล้าอย่างแข็งขัน เสียงเพลงเร่งจังหวะให้ฝูงชนในคลับเริ่มเคลื่อนไหวตามทำนองเพลงอย่างคึกคัก ทุกคนกำลังเติมเต็มความสนุกและรสชาติขมๆ ของเครื่องดื่มในมือ ไม่ต่างจากอีกหนึ่งหนุ่มที่นั่งดื่มอย่างอารมณ์ดีอยู่ในมุมหนึ่งของไนต์คลับแห่งนี้

            “ยูชอนหลังเที่ยงคืนเราไปต่อกันนะ” เสียงหวานกระซิบข้างใบหูของชายหนุ่มที่กำลังเหลือบมองร่างอรชร ใบหน้าเย้ายวน ปากอวบอิ่มรวมไปถึงเนินอกที่เบียดชิดร่างของเขากำลังออดอ้อนออเซาะให้ชายหนุ่มหันมาสนใจ 

“เอาสิ” เขารับคำชวน ตรรกะง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องคิดมาก เมื่อฝ่ายหนึ่งยินดีเสนอ เขาก็พร้อมสนองเช่นกัน ยิ่งวันที่เขาอารมณ์ดีแบบนี้ด้วยแล้วคงไร้เหตุผลที่จะปฏิเสธคำชวนของสาวสวย มือหนาจึงโอบกระชับเอวบางอย่างถือวิสาสะและยิ้มพิมพ์ใจให้เธอที่ไม่คิดขัดขืนต่อการกระทำนั้นแต่อย่างใด

“งั้นเราจะไปต่อที่ไหนกันดีล่ะ คอนโดของผมดีไหม” ดวงตา      ขี้เล่นหยอกเย้าหญิงสาวในอ้อมกอด “รู้แล้วยังจะถาม” เธอหัวเราะคิกคักชอบใจ อดไม่ได้จะยีจมูกสวยได้รูปของคนตรงหน้าอย่างหมั่นเขี้ยว นอกจากความหล่อเหลาที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดและฐานะทางการเงินที่ไม่ธรรมดา ความขี้เล่นก็เป็นเสน่ห์ดึงดูดอีกอย่างที่ทำให้เหล่าสาวๆ เข้ามาแจกเบอร์โทรให้เขาไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งวันนี้ปาร์ค ยูชอนก็ได้สาวสวยไปนอนกอดโดยไม่ต้องเสียเหงื่อแม้สักหยดเดียว

จริงอยู่ที่สถานบันเทิงเบื้องล่างกำลังสนุกสนานกับเหล้าเบียร์และเสียงเพลงอันอึกทึก แต่เหนือพื้นดินขึ้นไปยังตึกสูงระฟ้านั้นกำลังมีอีกคนที่ดิ้นรนหาทางรอดจนสุดกำลัง

            “ตึก! ตึก!” เสียงฝีเท้าดังก้องไปทั่วตึกเงียบๆ ที่ไร้ซึ่งผู้คนในยามดึก ไม่มีใครล่วงรู้ว่าที่นี่กำลังเกิดอะไร ไม่มีใครรู้ว่ายังมีผู้หญิงที่ติดอยู่ในตึกแห่งนี้กำลังวิ่งหนีและหอบหายใจอย่างตื่นตระหนกเมื่อผู้ล่าเข้าใกล้เธอทุกที

“จะเล่นเกมอีกนานไหม!” เสียงตะโกนดังกังวาน คนที่ถูกล่าชะงักงันและหยุดก้มลงมองบันไดที่เธอดั้นด้นวิ่งขึ้นมา

            “เฟี้ยว!” ลูกกระสุนพุ่งขึ้นจนร่างเธอผงะออกห่าง หากก้มหน้าลงไปอีกหน่อย ชีวิตของเธอคงจบเพียงเท่านี้

“บ้าจริง! ปืนเก็บเสียง!” เธอสบถเมื่อรู้ว่าผู้ล่าต้องการฆ่าเธอโดยที่จะไม่มีใครล่วงรู้ว่าเธอตายอยู่ตรงนี้ ก่อนจะตั้งสติและก้าวขาวิ่งขึ้นไปยังชั้นบนอย่างรวดเร็ว

            และในขณะนั้นเอง...เขาคิดว่าเรื่องทุกอย่างจะจบลงด้วยดี แต่กลับเป็นว่าเขาพลาดโอกาสงามๆ ไปอย่างไม่น่าเชื่อ

“ฮะ! มาไม่ได้แล้ว ทำไม” ยูชอนยืนพิงรถสปอร์ตสีแดงคันงามและกำลังรับสายของสาวคนเดิมที่เขาอุตส่าห์เกี้ยวมาตลอดคืนอย่างหัวเสีย

“แฟนฉันมาพอดี ขอโทษ ไว้คราวหน้านะ” ปลายสายตัดฉับอย่างรวดเร็ว หล่อนไม่เหลือเยื่อใยให้เขาเลยแม้แต่นิด ยูชอนไม่อาจเก็บอารมณ์ที่เดือดพล่านได้อีกต่อไปเขาจึงตะคอกใส่มือถือผู้ไม่รู้                อิโหน่อิเหน่อย่างสุดทน

“มีแฟนแล้วยังอยากนอนกับคนอื่นเนี่ยนะ คราวหน้าก็ไม่มีแล้วโว๊ย ยัยบ้า!” เขาสบถด่าอย่างกับคนบ้าก่อนจะเก็บโทรศัพท์เครื่องบางใส่กระเป๋าและเงยหน้ามองพลุที่อยู่บนท้องฟ้าสีดำเหมือนกำลังมีใครสักคนจุดเยาะเย้ยเขาเสียอย่างนั้น

“ใครมันมาจุดพลุอะไรตอนนี้วะ!

            ปัง! ปัง! เสียงปืนยิงสกัดร่างที่กำลังวิ่งหนี เธอหยุดชะงักก่อนหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้ล่า ร่างสูงโปร่งสวมสูทสีดำสนิทใบหน้ายียวนกำลังยกกระบอกปืนมาทางเธอและแสยะยิ้มอย่างน่าเกลียด

“มีเสียงแบบนี้ค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย...ว่าไหม” เขาแสร้งถาม ขณะที่จ้องหน้ามาทางเธอ หญิงสาวหยุดนิ่งแต่เสียงหอบหายใจยังดังต่อเนื่อง เหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าบ่งบอกว่าเธอเหนื่อยจนสุดกำลัง

“ปืนเก็บเสียงมันไม่เหมาะกับคนอย่างเธอ แต่ยังไงซะตอนนี้มันไม่จำเป็นต้องเก็บเสียงซะด้วยสิ” เขาแหงนหน้ามองพลุที่กำลังระเบิดอยู่บนท้องฟ้า ต่อให้เหนี่ยวไกยิงอีกหลายนัด เสียงพลุเหล่านั้นก็กลบเสียงเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาทำได้อยู่ดี

“เอาละ อยากฝากอะไรถึงคู่หมั้นหรือเปล่า” ดวงตาสีเข้มฉายแววเลือดเย็นจับจ้องผู้หญิงที่เขาจะพรากลมหายใจในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

หัวใจของเธอเต้นระส่ำ ไม่มีหนทางใดให้หนีอีกต่อไป เธอถอยห่างจนสุดขอบตึกและเผลอหันมองไปยังเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย พวกเขาคงไม่มีทางรู้ว่าเธอกำลังเจอกับอะไรอยู่แน่ ก่อนหันกลับมาหาคนที่จ้องจะทำลายชีวิตของเธอในเมื่อคืนนี้ชีวิตของเธอจะจบ ทำไมเธอต้องตายอย่างน่าเวทนาด้วยล่ะ

 “ฝากเหรอ หึ” เธอยกนิ้วกลางขึ้นนึกอยากล้อเลียนคนตรงหน้าเป็นครั้งสุดท้าย เขาถลึงตาอย่างโมโหที่เห็นท่าทางไม่ยี่หระของเธอ แรงโทสะทำให้เขาเหนี่ยวไกยิงทันที แรงปะทะอันรุนแรงพุ่งเข้าใส่แขนของเธอจนร่างซวนเซ...ในที่สุดก็ไม่สามารถมั่นคงอยู่ได้ หญิงสาวจึงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว

            ปัง! ปัง! ปัง! ลูกกระสุนหลายนัดยิงตามลงไปอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาสีนิลจ้องเขม็งและโกรธจัด คิ้วขมวดมุ่น มุมปากกระตุกขึ้นอย่างมีอารมณ์จ้องมองไปยังเบื้องล่างอย่างหัวเสีย

“โธ่เว้ย!” เขาสบถก่อนหยิบมือถือโทรหาลูกน้องอย่างรีบเร่ง

“คืนนี้ฉันต้องได้ศพนังบ้านี่ รีบจัดการซะ!

 

แรงลมปะทะร่างกายจนเย็นเฉียบทำให้เธอมีสติเต็มที่ ขณะที่กำลังร่วงหล่นเธอก็พยายามประคองตัวเองให้เข้าใกล้ตัวตึก ตั้งหน้าตั้งตามองหาสิ่งที่ช่วยฉุดรั้งเธอไว้ ไม่ว่ามันจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายก็ตามที

“หมับ!” และโชคยังดี...เธอสามารถคว้าเอาขอบหน้าต่างที่มีคนเผลอเปิดทิ้งไว้ได้ทัน หญิงสาวพยายามยึดขอบหน้าต่างแน่นและหวังอย่างยิ่งว่าจะมีแรงเหลือพอดันร่างของตัวเองเข้าไปยังช่องหน้าต่างได้ แต่อาการบาดเจ็บและเหนื่อยล้าเล่นงานเธออย่างจัง มือที่ชุ่มเหงื่อและเลือดลื่นๆ ทำให้มันไม่สามารถยึดติดกับขอบหน้าต่างนั้นได้อีกต่อไป เธอพลัดตกอย่างรวดเร็ว! และไม่กี่วินาทีชีวิตของเธอก็คงจบสิ้นแต่เสียงในหัวกลับร้องลั่น

บ้าเอ้ย! ฉันยังไม่อยากตายนะ!’

 

            ตุ๊บ! ยูชอนชะงักมือจากกระป๋องเบียร์เมื่อได้ยินเสียงบางอย่างจากเบื้องหลัง เขาหันขวับและกวาดมองไปรอบๆ บริเวณนั้นอย่างสงสัย

“เสียงอะไรวะ” ยูชอนดันตัวเองออกจากรถ โยนกระป๋องเบียร์ให้พ้นมือและเดินเข้าไปในซอยแคบๆ นั้นทันที

แสงสลัวทำให้ซอยแคบๆ ดูน่ากลัว ทำเอาผู้ชายแมนๆ อย่างเขาเกิดอาการปอดแหกขึ้นมาดื้อๆ

“ฉันคงไม่เจอเรื่องฆาตกรรมอะไรเทือกนั้นหรอกนะ” เขากลืนน้ำลายดังอึกและก้าวเท้าเดินเข้าไปอย่างช้าๆ ทันใดนั้น!

            “เฮ้ย!

“เมี๊ยว!

ตัวปัญหาร้องลั่นเมื่อเผชิญหน้ากับยูชอน แมวสีดำนัยน์ตาสีอำพันหยุดวิ่งตรงทางออก มันขู่ฟ่อใส่เขาก่อนจะวิ่งหนีไปทันที

“ไอ้แมวบ้า ตกใจหมด” เขาถอนหายใจโล่งเมื่อเห็นเพียงแมวดำและถังขยะขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยถุงสีดำกองพะเนินจนล้นออกมาและวางกองระเกะระกะบนพื้น ยูชอนไม่เห็นสิ่งปกติใดๆ  อีกจึงหันกลับออกไปเพื่อหาเบียร์ดื่มแก้เครียดในร้านสะดวกซื้อที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน

 

“ยินดีต้อนรับครับ” พนักงานร้องทัก ยูชอนพยักหน้ารับคำทักทายนั้นและตรงดิ่งไปยังตู้เครื่องดื่มคว้าเอาเบียร์หลายกระป๋องติดมือมากองไว้หน้าเคาน์เตอร์ชำระเงินทันที

“ฉลองคนเดียวเหรอเนี่ย อย่างคุณน่าจะอยู่กับสาวๆ นะครับ” เด็กหนุ่มเอ่ยแซวลูกค้าที่มีสีหน้าบอกบุญไม่รับ

“แล้วนายล่ะ ทำไมไม่ไปฉลองข้างนอกนู่น” ยูชอนย้อนบ้าง

“ถ้าผมไม่ขาย คุณลูกค้าจะได้เบียร์ไปดื่มเหรอครับ” เด็กหนุ่มยิ้มยียวนใส่

“หึ ก็ถูก แต่ถ้าฉันไปกับสาวๆ แล้วนายจะได้เงินจากฉันหรือไง” ยูชอนรับเงินทอนและเดินออกจากร้านพร้อมถุงใส่เบียร์ อดไม่ได้ที่จะยิ้มฝืดให้กับเรื่องที่เกิดขึ้น

มันช่างเป็นคืนที่ห่วยแตกสิ้นดี หญิงก็ไม่ได้แถมต้องกลับไปกินเหล้าคนเดียวย้อมใจ เขาพึมพำในใจและเดินกลับไปยังรถของตัวเองด้วยอารมณ์ห่อเหี่ยวสุดบรรยาย แสงไฟกะพริบเล็กน้อยเมื่อเขาปลดล็อกประตูรถ

“หมับ!” เขาชะงักเมื่อมีบางอย่างพุ่งเข้าใส่ ยูชอนเบิกตาโพลงและมองไปยังต้นเหตุที่กำลังกอดเขาแน่นอย่างงงงวย

“อะ เอ่อ..คุณ” เขามองซ้ายทีขวาทีว่าเธอคนนี้วิ่งออกมาจากที่ใดกัน

“พะ พาฉันออกไปจากที่นี่ที” เสียงอู้อี้ร้องขอ ยูชอนพยายามรวบรวมสติเรียบเรียงเหตุการณ์อย่างช้าๆ และเหลือบดูคนตัวเล็กที่โผเข้ากอดเขาแน่นด้วยอาการสั่นเทา ใบหน้าที่หลบซ่อนทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นเธอชัดเจนนัก แต่เชื่อเถอะว่าสัญชาตญาณของเขาบอกได้ว่าผู้หญิงที่กำลังกอดเขาอยู่นี่ต้องไม่ธรรมดา กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของเธอและเสียงหวานๆ ทำให้เขาเริ่มออกลาย “ไอ้ที่ผมจะไปมันบ้านผมนะคุณยังจะ...”

“ได้โปรด...พาฉันไปด้วย” เธอยืนยันและกระชับกอดให้แน่นขึ้น อาการแบบนี้เขาเรียกมันว่าอ่อยชัดๆ ยูชอนคิด

“ทำไมคุณดูรีบร้อนอยากไปกับผมนักล่ะ” เขายังคงเล่นตัวไม่ยอมตกลงกับหล่อนง่ายๆ

“ก็เพราะ...คุณเป็นคนเดียวที่ฉันอยากไปด้วย” เธอเผยใบหน้าขาวผ่องให้เขาได้เห็นเต็มตาและดูเหมือนว่าวันนี้ก็ไม่เลวร้ายสักเท่าไหร่ ตรรกะง่ายๆ ที่เค้าใช้ประจำผุดขึ้นอีกครั้ง เมื่อฝ่ายหนึ่งยินดีเสนอ เขาก็พร้อมสนองนะสิ!

รถหรูคันแดงแล่นออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ร่างนับสิบหยุดรวมตัวกันอยู่พื้นด้านล่างตึกต่างมองซ้ายขวาตามหาร่างที่เจ้านายของตนสั่งการ “หาเจอหรือเปล่า” ร่างสูงใหญ่ใบหน้าเหี้ยมเกรียมและมีรอยแผลบากตรงหน้าผากร้องถามลูกน้องที่พร้อมใจกันส่ายหน้าไปมา “บ้าเอ๊ย!” เขาจึงรีบกดโทรรายงานเจ้านาย

“นังนั่นไม่มีปีกให้บินหนี ถ้าพวกแกตามไม่เจอ ฉันจะเอามือพวกแกคนละข้าง!” เสียงเกรี้ยวกราดดังลั่น เขากำลังโกรธจัดที่ไม่ได้อย่างใจ คนที่ยืนอยู่ไม่ไกลอดไม่ได้จึงแทรกขึ้น

“แทนที่จะตามหาแบบไร้จุดหมาย ทางที่ดีนายควรสั่งให้ลูกน้องดักรอตามโรงพยาบาลหรือคลินิกไม่ดีกว่าเหรอ อย่างน้อยๆ ถ้ามันเจ็บหนักคงมีคนเห็นใจพาส่งโรงพยาบาลสักที่นั่นแหละ” ดวงตาแข็งกร้าวหันขวับไปจ้องคนที่ยิ้มอย่างใจเย็น

“หึ! ถ้าอย่างนั้นก็หัดใช้มือสะอาดๆ ของคุณชายช่วยทำให้เรื่องนี้มันจบทีสิ” เขากระแทกไหล่ร่างนั้นอย่างตั้งใจก่อนเดินลงจากดาดฟ้าทันที

“เฮ้อ! ฉันเกลียดพวกอันธพาลไร้สมองซะจริง” เขามองหนุ่มเลือดร้อนหายลับตาไป เมื่อให้พวกใช้แรงออกหน้าแต่กลับทำงานไม่ได้เรื่องก็คงต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เขาจึงโทรศัพท์หาคนคนหนึ่งที่จะช่วยจัดการกับปัญหานี้

“ผมเอง รบกวนคุณดูให้ผมทีสิว่ามีผู้หญิงคนไหนบาดเจ็บแล้วเข้าไปรักษาคืนนี้บ้าง...เรื่องนั้นคุณไม่จำเป็นต้องรู้” เขาตัดสายและเดินลงจากดาดฟ้าไปอีกราย

 

เสียงเครื่องยนต์ดับลงเมื่อถึงคอนโดหรูของเขาเอง ยูชอนถอดเข็มขัดนิรภัยออกและหันไปมองร่างที่หลับพิงกระจกรถอยู่ข้างกาย

“คุณถึงแล้ว” เขาพูดเบาๆ ร่างนั้นก็รู้สึกตัว เปลือกตาของเธอลืมขึ้นและมองรอบๆ ลานจอดรถ ใบหน้าเพียงเสี้ยวของหญิงสาวตกเป็นเป้าสายตาของยูชอนในทันที ไม่ใช่เพียงกลิ่นหอมๆ เสียงหวานๆ เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงใบหน้าเรียวสะสวยของเธอ ดวงตากลมโต ปากชมพูใสและผิวขาวเนียนยิ่งทำให้หัวใจของหนุ่มโสดชั่วคราวอย่างเขากระตุกได้ง่ายๆ

“งั้น...เราขึ้นไปกันเลยไหม” ยูชอนหยั่งเชิงถามอีกครั้งและมองหญิงสาวที่ไม่มีท่าทีคิดหนีไปไหนอย่างลำพองใจ

“ตกลงค่ะ” รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียวสวย ทำเอาหัวใจของ ยูชอนกระตุกวูบ เขารีบลุกขึ้นเปิดประตูรถและเดินวนไปยังประตูอีกฝั่งที่มีเธอนั่งรออยู่

 

ติ้ง! ในที่สุดประตูลิฟต์ก็เปิดออก คนทั้งคู่หยุดอยู่หน้าประตูห้อง ยูชอนกดรหัสเข้าห้องของเขาอย่างรวดเร็วและความรู้สึกที่มีทั้งหมดก็ท่วมท้นจนแทบไม่อยากรีรออีกต่อไปแล้ว 

ปัง! ประตูปิดลงพร้อมกับร่างบางถูกดันติดประตูห้อง ดวงตาของทั้งคู่ประสานกัน ก่อนเธอจะเอ่ยถาม “นี่คุณจะทำอะไรคะ”

“ก็ทำอย่างว่าไง” เขาไม่รีรอพูดในสิ่งที่อยู่ในใจ

“ตรงดีจัง” หญิงสาวยิ้มอีกครั้ง ยูชอนหัวเราะชอบใจก่อนโน้มตัวลงหมายจะสัมผัสเข้าที่ปากสวย แต่หญิงสาวกลับใช้มือป้องปากของเขาเบาๆ ส่ายหน้าไปมาเหมือนต้องการยื้อเวลาเอาไว้ และมือของเธอก็ค่อยๆ เลื่อนสัมผัสที่แผงอกแข็งแรงและไล้ลงช้าๆ ไปยังหน้าท้องจนถึงขอบกางเกง ดวงตาเป็นประกายอย่างมีเสน่ห์ทำให้ยูชอนยิ้มอย่างพอใจ มือเล็กซุกซนของเธอกำลังปลดเข็มขัดออกช้าๆ เร้าอารมณ์ให้ชายหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นเข้าไปอีก

ตุ๊บ! เข็มขัดเส้นสีดำหล่นลงสู่พื้น เขาโน้มตัวเข้าใกล้เรียวปากสวยอย่างปรารถนาทันที!

หมับ! แทนที่เขาจะได้สัมผัสปากสวยของหญิงสาวเธอกลับคว้าเอาใบหน้าของชายหนุ่มและใช้เล็บยาวจิกลงไปอย่างไม่ปรานี เสียงโอยดังลั่นจนเขาต้องถอยห่าง เมื่อเธอเห็นจังหวะเหมาะก็คว้าแขนของเขาและบิดมันอย่างรวดเร็ว

“โอ๊ย อะไรของคุณ ซาดิสม์เหรอ ผมไม่ถนัดหรอกนะ!” ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวทนไม่ได้กับคำพูดน่ารังเกียจจึงเตะเข้าสีข้างอย่างฉุนกึก เขาทรุดลงไปกองกับพื้น ไม่รอช้าหญิงสาวคว้าแขนทั้งสองข้าง ไขว้หลังเอาไว้พร้อมทั้งใช้ขาของเธอดันร่างนั้นให้ติดกับพื้นห้องทันที

“ถ้าพูดอะไรทุเรศๆ อีกครั้ง ฉันจะฆ่านายเดี๋ยวนี้เลย!” หญิงสาวคว้าเข็มขัดที่ปลดทิ้งไว้ผูกเข้ากับข้อมือของยูชอนอย่างรวดเร็ว

“อ๊าก! อะไรเนี่ย คุณจะฆ่าผมได้ไง” ยูชอนตะโกนโหวกเหวกอย่างตื่นตระหนก

“หึ! ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ แค่จับนายหักคอเรื่องแค่นี้มันง่ายจะตายไป” 

“เฮ้ย! จะบ้าหรือไง เราก็แค่จะมีอะไรกันเฉยๆ ทำไมต้องเอาถึงตายด้วย!

“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าพูดจาทุเรศๆ ออกมา!” เธอเตะเข้าสีข้างซ้ำอีกครั้ง ยูชอนจุกตัวงอและแทบหายใจไม่ออก เธอไม่รอเวลาหันรีหันขวาเดินไปยังสายโทรศัพท์ ดึงมันออกมาและนั่งลงมัดขาทั้งคู่ของเขาเอาไว้

“แค่กๆ” เสียงไอคอกแคกดังไม่หยุดเพราะถูกจู่โจมอย่างแรง เธออดไม่ได้จึงหันกลับมาและทำสีหน้าสมเพชในตัวชายหนุ่ม

“อะไร แค่นี้ก็จอดแล้วเหรอ เหอะ! อ่อนชะมัด” เธอยิ้มเยาะเมื่อเห็นผู้ชายตรงหน้าจัดการง่ายกว่าที่คิดไว้

“ปะ ปล่อย ผมไปเถอะ แค่กๆ ผมไม่ทำอะไรคุณแล้ว” ยูชอนร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนา เธอจึงนั่งลงข้างกายและมองหน้าชายหนุ่มอย่างจริงจัง

“จะบอกอะไรให้นะ นายไม่มีสิทธิ์จะทำอะไรฉันตั้งแต่แรกอยู่แล้วล่ะ ถ้าฉันไม่อนุญาต” เธอยิ้มเยาะก่อนลุกขึ้นเดินจากเขาไป ปล่อยให้ปาร์ค ยูชอนผู้โชคร้ายต้องนอนรอความตายด้วยความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเพียงชั่ววูบเดียว

 

 

 

 

ตอนที่ 1 สัญญา

“คุณจะเอาเงิน เอารถ หรืออะไรก็บอกผมเถอะ พอได้แล้วคุณก็ไปได้เลย ผมจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกตำรวจหรอก” เสียงแหบต่ำพูดตะล่อมเธอให้หันกลับมาปล่อยเขาสักที

“แอลกอฮอล์”

“อะ อะไรนะ”

“บ้านนายมีแอลกอฮอล์ล้างแผลหรือเปล่า”

“เออ...ในห้องน้ำมีตู้กระจก พวกยาน่าจะอยู่ตรงนั้น” ยูชอนพูดในขณะที่ยังนอนอยู่บนพื้นเย็นๆ ร่วมสิบห้านาทีเห็นจะได้ เขาสงสัยไม่น้อยที่จู่ๆ เธอก็เอ่ยถามขึ้นมาแทนที่จะถามอย่างอื่น

“จะเอามันไปทำอะไรล่ะ”

“ปกติแล้วนายเอาไว้ดื่มหรือไง” เธอสวนกลับอย่างยียวน เสื้อโค้ทสีดำถูกปลดออกเผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เต็มไปด้วยเลือดสีแดงสดที่แห้งไปบ้างแล้ว โชคเข้าข้างเธอจริงๆ การพลัดตกนั้นไม่ได้ทำอันตรายถึงตาย ถังขยะที่เต็มไปด้วยถุงสีดำช่วยเธอเอาไว้และเสมือนเป็นเบาะนุ่มๆ ขณะที่ตกลงมาจากตึกนั้น เป็นผลให้เธอไม่มีอาการบาดเจ็บไปมากกว่าแผลแขนซ้ายที่ถูกยิงหนำซ้ำกองขยะนั่นก็ยังให้เสื้อโค้ทเธอเอาไว้ปกปิดสภาพแย่ๆ ของตัวเองอีกด้วย 

“ดีแค่ถากไป” เธอมองบาดแผลนั้นอย่างพิจารณาและควานหาอุปกรณ์ทำแผลตามที่ชายผู้อ่อนหัดได้บอกเธอไว้ เธอเรียกเขาอย่างนั้นหลังจากจัดการผู้ชายที่ว่าเสร็จภายในห้านาที ไม่น่าเชื่อว่ามันทำลายสถิติที่เธอเคยทำมาก่อนเสียด้วย ในที่สุดเธอก็พบอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและเธอก็ลองสำรวจตู้อื่นๆ เพื่อหาเสื้อผ้าที่พอจะเปลี่ยนได้แทนเสื้อของตัวเองที่สภาพแย่เกินกว่าจะนำกลับมาใช้ได้ใหม่

“ฉันยืมห้องน้ำหน่อยนะ อ่อ เสื้อผ้าด้วยล่ะ” เธอว่าและเสียงก็เงียบไปอีกครั้ง

ชายหนุ่มอดขำกับประโยคนั้นไม่ได้ หล่อนถือวิสาสะเดินเข้าออกตามใจชอบแถมมัดเจ้าของห้องขนาดนี้ยังจะมีหน้ามาขออนุญาตเขาอีก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่กล้าพูดได้ตามใจปากในเมื่อแม่สาวตัวร้ายอัดเขาจนน่วม เขาไม่กล้าเสี่ยงอะไรทั้งนั้น “คุณจะทำอะไรก็ตามสะดวกเลยนะครับ...” ยูชอนถึงกับถอนหายใจหนักและรู้สึกสงสารตัวเองขึ้นมา

 

ควันจางๆ ลอยล่องไปทั่ว น้ำอุ่นไหลผ่านร่างกายของเธออย่างช้าๆ ชำระล้างเลือดและบาดแผลให้สะอาดขึ้น ดวงตาคมโตมองดูแผลที่เกิดขึ้นใหม่อย่างเจ็บแค้น แม้มันเป็นแผลเล็กน้อยเพียงไม่กี่วันก็รักษาหาย แต่กับสิ่งที่เจอในวันนี้มันทำให้เธอไม่อาจลืมมันได้ คนพวกนั้นต้องชดใช้อย่างสาสมกับสิ่งที่พวกเขาทำ เพียงแต่ในเวลานี้เธอต้องหลบออกมาตั้งหลักและวางแผนใหม่ก่อนจะกลับไปอีกครั้ง แต่เธอรับรองได้ว่าคนพวกนั้นต้องคาดไม่ถึงกับสิ่งที่เธอจะตอบแทนอย่างแน่นอน

ฝักบัวปิดลงหญิงสาวเดินมาหยุดอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ จัดการทำแผลอย่างชำนาญเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเธอก็ไม่ลืมเก็บหลักฐานทั้งหมดเอาไว้อย่างมิดชิดเพื่อนำไปทำลายในเช้าพรุ่งนี้

 

เมื่อยังเห็นว่าหญิงสาวไม่มีท่าทีออกจากห้องน้ำง่ายๆ ยูชอนจึงพยายามหาทางหนีรอดอีกครั้ง แต่คิดอีกทีคนอย่างเขาจะหนีได้อย่างไรในเมื่อตัวเองกลับติดแหง็กอยู่กับเข็มขัดและสายไฟโทรศัพท์ที่รัดตัวไว้แน่นหนา ต่อให้ดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่มีทางหลุดหรือคลายลงง่ายๆ จนเขาเกิดอาการท้อแท้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น “โธ่ ฉันจะตายแบบนี้หรือไงวะ ทุเรศจริงๆ”

“ถ้าตายแบบนี้ นายก็น่าทุเรศอย่างที่พูดนั่นแหละ” เสียงที่ว่าดังขึ้น เขาเห็นเธอยืนอยู่ไม่ไกลนัก เธออยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวของเขาและกำลังเช็ดผมอย่างสบายใจประดุจดั่งตัวเองเป็นเจ้าของห้องแทนเขาซะอย่างนั้น

“คุณจะทำอะไรผมก็ทำเถอะ” เมื่อเห็นว่าเขาคงหนีไม่รอดแล้ว ยูชอนก็พูดอย่างสิ้นหวังและหลบสายตาไปทางอื่น

“โห อะไรกัน อ่อนแถมใจเสาะอีกต่างหาก” เธอรู้สึกผิดหวังนิดๆ กับท่าทางหมดอาลัยของผู้ชายตรงหน้า ไม่แปลกใจเลยที่เธอเรียกว่าผู้ชายอ่อนหัด ก่อนจะทรุดนั่งข้างๆ เขาที่ยังนอนเอียงกระเท่เร่ด้วยสายตาสังเวช

“จะพูดอะไรก็พูดเถอะ ผมเป็นแบบนี้อยู่แล้ว” เขาว่า เธอชักทึ่งกับความไม่เอาถ่านของผู้ชายตรงหน้าขึ้นมาจริงๆ

“รู้ตัวด้วย...เอาเถอะ ฉันไม่อยากให้นายตายแบบนั้นหรอก จริงๆ นะ” หญิงสาวปั้นสีหน้าเห็นใจพร้อมพูดจาหว่านล้อมแม้จะขัดกับการกระทำของเธอก็ตาม 

“คุณต้องการอะไรกันแน่” เขารู้สึกกลัวจับใจ ที่จู่ๆ ผู้หญิงตรงหน้ามีท่าทีเปลี่ยนไปและที่แน่ๆ เธอร้ายเกินกว่าจะต่อกร

“นาย ชื่ออะไร” 

“ปะ ปาร์ค  ยูชอน” เขาพูดตะกุกตะกัก

“อายุล่ะ”

“ก็เพิ่งเรียนจบมาหมาดๆ”

“อ่อ งั้นเราก็รุ่นเดียวกันนะปาร์ค ยูชอน ส่วนฉันชื่อ อืม...เอาเป็นว่าเรียก คิม อิโซแล้วกัน” ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจให้เขาเรียกชื่อนี้ 

“พูดอย่างกับมันไม่ใช่ชื่อของคุณแหนะ” เขาสงสัย

“ปกติไม่มีใครเรียกชื่อฉัน มีอะไรจะถามอีกไหม” เธอเลิกคิ้วแต่เขารีบส่ายหน้าปฏิเสธ

“ปะ เปล่าๆ ไม่มีแล้ว”

“งั้นก็ดี...ปาร์ค ยูชอน นายมาทำข้อตกลงกับฉันแทนการฆ่านายตายดีกว่าไหม” หญิงสาวยื่นข้อเสนอ...ตรรกะง่ายๆ ที่เขาใช้ประจำก็ผุดขึ้นมาในหัว เมื่อเธอเสนอ...เขาจะสนองมันดีหรือเปล่า

“เออ...ให้เวลาผมตัดสินใจก่อนได้หรือเปล่า” ยูชอนมีท่าทีไม่มั่นใจนัก 

“ไม่มีเวลาให้นายตัดสินใจหรอก แค่ตอบมาว่าตกลงหรือไม่ตกลงก็พอ” รอยยิ้มของเธอหวานก็จริงแต่กลับขัดกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาเสียเหลือเกิน...เขาจึงไม่ทันได้ตริตรองใดๆ

“ตะ ตกลง”

“เห็นไหม แค่นี้เอง ง่ายๆ ไม่เห็นยากตรงไหน” อิโซยิ้มอย่างพอใจ ลักยิ้มที่แก้มบุ๋มลงอย่างน่ารัก ยูชอนอดไม่ได้เลยเผลอมองแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่แสนจะวิกฤต แล้วจู่ๆ เขาก็ถูกเธอดึงตัวขึ้นและลากไปยังโซฟาอย่างรวดเร็ว

“ฉันควรให้นายนอนสบายๆ กว่านี้สักหน่อย” ความมีน้ำใจของ อิโซทำให้เขาผวาแทบทุกครั้ง ปาร์ค ยูชอน คาสโนว่าตัวพ่อตอนนี้กลายเป็นแมวนอนหวดเสียนี่ เมื่อจัดการเขาให้อยู่ในท่าทางที่เหมาะสมอิโซก็หยุดมองและยิ้มพิมพ์ใจ

“ฝันดีนะ”

“เดี๋ยวๆ จะให้นอนแบบนี้นะเหรอ” 

“ใช่ นอนตรงนี้ ฉันไม่ใจดีพอจะแบ่งที่นอนให้นายหรอกนะ ในเมื่อนายทำกับฉันไว้แบบนั้น” เธอหมุนตัวกลับไปยังห้องนอนของเขาที่บัดนี้กลายเป็นห้องของเธอไปโดยปริยาย แต่อิโซกลับชะงักเท้าและหันกลับมาลูบๆ คลำๆ ยูชอนเพื่อสำรวจบางอย่าง

“ส่วนคืนนี้มือถือของนาย ฉันจะยึดมันไว้ก่อน” ทรัพย์สินอย่างสุดท้ายของเขาถูกเธอฉกไปและประตูห้องนอนก็ปิดลงทันทีก่อนความเงียบจะเข้ามาแทนที่ ยูชอนที่นอนอยู่แบบนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีกนอกจากพร่ำบ่นกับตัวเองถึงโชคชะตาอันโหดร้ายที่เขาเจอมาตลอดคืนนี้

“แค่คิดจะฟันหล่อน ถึงกับตกนรกทั้งเป็นแบบนี้เลยเหรอวะ” ดวงตาสีนิลปิดลงอย่างสิ้นหวัง ไม่รู้ว่าชีวิตของปาร์ค ยูชอนจะจบลงในวินาทีเท่าไหร่ต่อจากนี้กัน...

ร่างที่หลับอยู่บนเตียงนุ่มหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ขนตาเรียงตัวสวยกำลังล้อเล่นคนที่นั่งมองให้อดที่จะสัมผัสไปยังแผงขนตานั้นเบาๆ ไม่ได้ เสียงหัวเราะคิกคักแสนน่ารักกำลังสะกิดให้ร่างนั้นตื่นจากการหลับไหล ถ้าเขาลืมตาขึ้นมาจะพบกับนางฟ้าแสนสวยที่อยู่ข้างๆ เขาหรือเปล่านะ

ซึ่งนั่นเป็นความฝันต่างหาก...

“ปาร์ค ยูชอน ตื่นได้แล้ว” ดวงตาเรียวกะพริบถี่ๆ เมื่อเห็นใบหน้าสวยอยู่ใกล้เพียงคืบ สติที่เคยเลือนรางกลับมาอีกครั้งจนเขาผงะ เรียวปากสวยบุ้ยปากพร้อมกดคิ้วลงอย่างนึกฉงนเมื่อเห็นยูชอนดิ้นขลุกขลักไปมาอยู่บนโซฟา

“เดี๋ยวก็ตกโซฟาหรอก มานี่” เธอจับตัวยูชอนให้นั่งพิงโซฟาและไม่ลืมส่งยิ้มให้เขาหนึ่งครั้ง ยูชอนชักไม่ชอบรอยยิ้มสวยๆ ของผู้หญิงคนนี้ซะแล้วสิ...เพราะมันมักเคลือบแฝงไปด้วยอันตรายที่ยากจะบรรยายเป็นคำพูดได้

“อยากอาบน้ำหรือเปล่า” อิโซเริ่มสนทนาด้วยคำถามง่ายๆ เขาตั้งสติและรีบพยักหน้ารับรวดเร็ว อย่างน้อยๆ นั่นคือโอกาสที่ยูชอนจะได้หลุดจากพันธนาการที่จองจำเขามาทั้งคืน

“งั้น...จะให้ฉันอาบให้หรืออาบเองดีล่ะ”

“อะ อาบเองดิ๊ ผมอาบเองมาตั้งยี่สิบกว่าปี ทำไมต้องให้คุณอาบให้ด้วยล่ะ” เขาหวาดผวากับเธอเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือท่าทาง ยูชอนก็ไม่ไว้ใจอะไรทั้งนั้น

“เอางั้นก็ได้แต่นายต้องเซ็นสัญญาก่อน”

“สะ สัญญาอะไร” เธอหยิบสัญญาที่ร่างไว้เมื่อคืนยื่นให้เขา

“สัญญาระหว่างฉันกับนายไง เมื่อวานฉันพูดไปแล้วนี่” เธอยืนยันคำเดิมก่อนจะพลิกหน้ารายละเอียดเข้าหาตัวและอ่านมัน

“การทำสัญญายุติการฆ่าระหว่างปาร์ค ยูชอนผู้ถูกสังหารและคิม อิโซ ผู้สังหาร โดยมีข้อตกลงดังต่อไปนี้

ข้อหนึ่ง ห้ามบอกเรื่องของคิม อิโซให้คนอื่นรับทราบ ยกเว้นจะได้รับการอนุญาตซึ่งคงไม่มีทางเป็นไปได้ ข้อสอง หากปฏิบัติตามกฎข้อแรกได้ก็อนุโลมให้งดเว้นในข้อที่สอง และข้อสามหากท่านปฏิบัติตามข้อหนึ่งอย่างเคร่งครัดแล้วข้อดังกล่าวก็ไม่จำเป็น ซึ่งข้อตกลงทั้งหมดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตและขึ้นอยู่กับคิม อิโซ แต่เพียงผู้เดียว” เมื่อพูดจบเธอก็ยื่นกระดาษกับปากกาให้เขาและจดจ้องรอคนตรงหน้าอย่างตั้งใจ

“เดี๋ยวนะ แค่ข้อแรกผมก็ทำได้อยู่แล้ว ทำไมต้องมีข้อสองข้อสามนั่นด้วยล่ะ”

“ถามมาก ฉันยังคิดไม่ออกนี่ว่าจะเขียนอะไรลงไป อีกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะเลวร้ายขนาดไหน” เธอตอบและพยักเพยิดเร่งเขาอีกครั้ง ความคิดของอิโซสร้างความงงงวยให้ยูชอนไม่น้อยแต่เขาคงไม่มีทางเลือกแล้วนอกจากจะทำตามที่เธอต้องการ

“คุณมัดผมแบบนี้แล้วจะเซ็นยังไงละ” ยูชอนแย้ง ดวงตาสีนิลของเธอมองอย่างชั่งใจ

“นั่นสินะ” อิโซโน้มตัวคลายเข็มขัดให้หลุดออกจากข้อมือยูชอนอย่างรวดเร็ว เขาจึงรีบก้มตัวแก้มัดที่ข้อเท้า

“เดี๋ยวก่อน...เราใช้มือในการเซ็นสัญญา ขาไม่มีความจำเป็นเสียหน่อย” มือเย็นเยียบจับแขนของยูชอนไว้แน่น เล่นเอาหัวใจของยูชอนกระตุกวูบ เขาจึงละความพยายามและหยิบปากกาก้มเซ็นแต่โดยดี

“ก็แค่นั้นแหละ ไม่เห็นจะยาก” หญิงสาวคว้ากระดาษขึ้นมองมันอย่างชื่นชมก่อนจะนึกบางอย่างออก

“เออจริงสิ มันต้องมีสำเนาให้นายถือนี่นะ เอ...บ้านนายมีเครื่องสแกนอะไรทำนองนั้นหรือเปล่า” อิโซถามเขาที่ยังทำหน้าสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“อยู่...ในห้องทำงาน” หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจและเดินเข้าไปยังห้องที่ว่าแต่ก็กลับเปลี่ยนใจหันมาคลายเชือกให้เขาเป็นรางวัล

“ทีนี้ก็ไปอาบน้ำได้” อิโซลุกขึ้นผายมือให้เขา ก่อนจะเดินเข้าห้องอย่างอารมณ์ดี

ปัง! เมื่อมั่นใจแล้วว่าหญิงสาวจะไม่เปลี่ยนใจวกกลับออกมาอีก ยูชอนจึงรีบวิ่งเข้าห้องนอน คว้ามือถือที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมา รีบกดโทรออกหาบุคคลที่พอจะช่วยเหลือเขาได้ทันที

แต่แล้วเสียงในหัวก็ดังขึ้น...

ห้ามบอกเรื่องของคิม อิโซให้คนอื่นรับทราบ ยูชอนชักใจคอไม่ดีในสิ่งที่ตัวเองทำแต่คนปลายสายก็ตอบรับขึ้นมาเสียแล้ว

“โทรมาแต่เช้าจังวะ” เสียงปลายสายต่อว่าคนโทรหาไม่รู้         เวล่ำเวลาและน้ำเสียงของเขาก็ดูยังไม่ตื่นเต็มร้อยเสียด้วย

“เออ..คือ เออ...ฉัน”

“เป็นบ้าไรวะ ถ้าคิดไม่ออกค่อยโทรมาใหม่แล้วกัน” ปลายสายตัดฉับทันที

“เฮ้ย เดี๋ยวก่อนดิวะ!” เขาถูกปลายสายตัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ใบหน้าแสนเคร่งเครียดเงยขึ้นจากมือถือก่อนพยายามใช้สมองอันน้อยนิดของเขาคิดให้รอบคอบ

“เดี๋ยวสิๆ ใจร้อนไม่ได้ เราทำสัญญากับยายขาโหดอยู่นะ” เขาเดินวนไปมาและพยายามควบคุมสติ ความรีบร้อนอาจทำให้เขาพบจุดจบไม่สวยและเสียงแว้ดของผู้หญิงที่ว่าก็ดังขึ้น

“ยูชอน นายมาดูไอ้เครื่องบ้านี่ที!” เขาสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆ เสียงของเธอดังขึ้นในขณะที่ใช้ความคิดอยู่เงียบๆ เขารีบมองซ้ายขวาหาผ้าขนหนูมาพาดไหล่เอาไว้ทำทีว่ากำลังจะอาบน้ำและวิ่งไปยังห้องทำงานอย่างรวดเร็ว

“มะ มันเป็นอะไรเหรอ” เมื่อเห็นร่างอรชรที่สวมเสื้อยืดตัวใหญ่ๆ กับกางเกงนอนกำลังยืนเท้าสะเอวอย่างหงุดหงิด ท่าทางของเจ้าหล่อนดูน่ารักพิกลจนเขาเผลอมองและแอบรู้สึกใจสั่นไม่ได้

“มันไม่สแกน ทำไง” เขาสะดุ้งโหย่งโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นดวงตาเรียวตวัตมอง

“อ่อๆ ไหน เดี๋ยวดูให้มันเป็นอะไรของมัน” ยูชอนกระวีกระวาดเข้าไปจัดการกับตัวปัญหา เธอมองท่าทางลุกลี้ลุกลนนั้นก่อนนั่งลงข้างๆ และกำลังวิเคราะห์ว่าผู้ชายตรงหน้าคิดตุกติกอะไรอีกหรือไม่

“นี่...ไม่ใช่ว่าคิดจะผิดสัญญาตั้งแต่วันแรกหรอกนะ...” น้ำเสียงเย็นเฉียบพูดขึ้นอย่างรู้ทัน

“ฮะ? โอ้ ไม่เล้ย! ใครจะผิดสัญญาเล่า นี่ไงๆ สายมันหลวม” หัวใจเต้นถี่และเหงื่อก็ผุดขึ้นตามหน้าผากประหนึ่งอยู่กลางอากาศร้อนอบอ้าว เขารีบปฏิเสธและเบนความสนใจมายังเครื่องแสกนก่อนจะกดสวิตช์เพื่อให้มันทำงาน เสียงครืดคราดดังขึ้นอีกครั้ง

“ใช้งานได้แล้วล่ะ” เขาฉีกยิ้มกว้างให้ แม้เธอไม่เชื่อว่ายูชอนจะซื่อสัตย์แต่ก็อยากให้โอกาสกับผู้ชายอ่อนหัดคนนี้อีกสักหน่อย เธอจึงทำทีไม่สนใจมัน

 “ถ้าไม่ได้ทำก็ดี...ว่าแต่ยังไม่อาบน้ำอีกหรือไง” อิโซหันมาจับผิดยูชอนอีกเรื่องแทน

“เอ่อ เธอเรียกฉันก่อน เกือบจะถอดกางเกงแล้วล่ะ” ยูชอนรู้สึกว่ายิ่งพูดเขาก็ยิ่งทำตัวมีพิรุธจึงรีบตัดบทวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว อิโซมองเห็นแผ่นหลังที่หายไปจากสายตาก่อนส่ายหน้าให้กับการโกหกที่ไม่แนบเนียนนั้นอย่างเหนื่อยใจ

“เอาเถอะ อย่างน้อยนายก็ยังขี้ขลาดมากพอจะไม่บอกเรื่องของฉันให้ใครฟัง” เธอยิ้มให้กับแผ่นกระดาษที่พ่นออกมาจากเครื่องสแกนและยกขึ้นอ่านทวนอย่างพอใจ

 “แล้วเรื่องมันก็จะจบลงด้วยดี โดยที่นายจะไม่เดือดร้อนอะไรเลย ปาร์ค ยูชอน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #114 secret girl (@Arunphiphat) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 17:08
    สนุกจัง
    #114
    1
    • #114-1 wondermomo (@wondermomo) (จากตอนที่ 1)
      31 มีนาคม 2558 / 08:53
      ขอบคุณค่า
      #114-1
  2. #112 pk-kat (@pk-kat) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 23:45
    รอๆๆ อยุน้า ไรท์เตอร์
    #112
    0
  3. #94 Jenjira jj Jen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 14:10
    สนุกดีนะคะ
    #94
    0
  4. #52 คิต (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2556 / 11:54
    ชอบ ผ่านเข้ามาและไม่อยากผ่านออกไป



    อัพเรื่อง บลัดดี้เดย์เยอะๆนะ please
    #52
    0
  5. #35 Eveeva (@lovaeve2541) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กันยายน 2555 / 07:50
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก
    สั้นๆ ง่ายๆ เลยนะคะ
    'เลิศ'



    ชอบมากกกกกกกกกกกกกก
    #35
    0
  6. #21 °My_Dear° (@7love) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2555 / 09:26
    ผูัชายเยอะจริงๆๆๆๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ
    #21
    0