ระบบช่วยพระรองในโลกซอมบี้! (E-book)

ตอนที่ 81 : บทที่ 5 เมืองที่พังทลาย (ครึ่งแรก)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 306
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    7 เม.ย. 64

บทที่ 5 เมืองที่พังทลาย (ครึ่งแรก)

 

ยามเช้าวันใหม่ เด็กสาวผมดำหรี่ตามองแสงแดดที่แยงเข้ามา ก่อนจะโวยวายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย 

 

“งื้อ เซ็น อย่าเปิดผ้าม่านสิ”

 

คนที่แกล้งเธอในยามเช้าได้แบบนี้ก็มีอยู่แค่คนเดียว แล้วก็เป็นคนเดียวที่ช่วงนี้ชอบงอนใส่เธอบ่อย ๆ ตั้งแต่ที่เซเรียส่งให้เขาไปทำงานกับหน่วยของฟรานซิส จนต้องออกไปข้างนอกเป็นสัปดาห์ถึงจะกลับเข้ามา 

 

พอมาถึง เขาก็มักจะอ้อนขอนอนค้างห้องเธอด้วย ก่อนที่จะหายไปทำงานตอนเช้า พร้อมกับเปิดผ้าม่านปลุกเด็กขี้เกียจที่ชอบนอนดึกอย่างเธอแทนเป็นการแก้แค้นคืน

 

“เซย์เพิ่งได้นอนตอนตีสามเองนะ”

 

เมื่อดวงตายังไม่สามารถเปิดรับแสงได้ คนขี้เซาก็รีบเอาผ้าห่มมาคลุมไว้ ทั้งยังบ่นไม่หยุด เรียกเสียงหัวเราะนุ่มหูให้ดังขึ้นมา พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ 

 

“ผมไปทำงานก่อนนะ เซย์” ชายหนุ่มผมทองพูดพลางก้มหน้าลงจูบบนผ้าห่มที่ปกคลุมใบหน้าของคนขี้เซาไว้ ข้างเตียงมีกระดาษแผนที่ของร้านค้าแห่งหนึ่ง และจุดต้องสงสัยเกี่ยวกับเหล่าซอมบี้ระดับสูงอีกแผ่นหนึ่งซึ่งเซเรียใช้เวลาเขียนหนึ่งคืนเต็ม ๆ 

 

ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมามองเล็กน้อย ก่อนจะมองไปทางคนที่คลุมโปงอยู่อย่างช่างใจ “พวกนี้ ให้ผมส่งให้คิงแทนไหมครับ?”

 

“อื้อออ” เด็กสาวตอบรับกลับ ก่อนจะผล๋อยหลับต่อไปในที่สุด เมื่อเซ็นใจดีปิดผ้าม่านให้เธออีกครั้ง ทำให้ในห้องพร่ามัวลง “กลับมาปลอดภัย....นะ...”

          

อย่างน้อยเธอก็รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายก่อนหลับเพื่ออวยพรเขาได้ล่ะนะ

 

ชายหนุ่มยิ้มอย่างขบขัน ขณะที่เปิดประตูออกไปจากห้องนอนของเซเรีย คนเฝ้ายามที่จุดต่าง ๆ ก็เริ่มเห็นกันจนชินตา 

 

รองเท้าบูทสีดำกระทบกับพื้นเสียงดังเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ และนุ่มนวลไม่ต่างจากบุคลิกของผู้สวมใส่ สายรัดไหล่สีดำทั้งสองข้างไว้สำหรับเกี่ยวปืนพก และด้านหลังของเขาเป็นกระเป๋าขนาดใหญ่สี่เหลี่ยมผืนผ้าซึ่งบรรจุปืนสไนเปอร์คู่ใจไว้ ขณะที่ในมือถือแผนที่ซึ่งเซเรียวาดขึ้นมา ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าห้องของคิง 

 

“ท่านคิงออกไปข้างนอกครับ” คนสนิทของคิงที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูกล่าว ทำให้เซ็นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร นอกจากจะยื่นแผ่นกระดาษทั้งสองให้ผู้ชายคนนั้นแทน เพราะตัวเขาเองก็ต้องรีบออกไปรวมพลกับพวกฟรานซิสด้านนอกเช่นกัน

 

“ถ้าคิงกลับมาแล้ว ฝากให้เขาหน่อยนะครับ”

 

“ได้ครับ ขอบคุณมาก”

 

“ไม่เป็นไรครับ”

 

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่กลุ่มของฟรานซิสต้องเริ่มออกไปทำภารกิจเคลียร์พื้นที่บริเวณใกล้กับอุกกาบาตที่กลุ่มฟรานซิสเพิ่มทำลายไปก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังมีซอมบี้ และมนุษย์ที่หลบซ่อนอยู่บริเวณนั้น ทำให้พวกเขายังไม่สามารถปักธงเป็นเซฟโซนได้อย่างสมบูรณ์ 

 

ระหว่างทางที่เขาเดินผ่าน ใบหูหมาป่าก็ได้ยินเสียงเด็กสองคนพูดคุยกัน 

 

“ได้ข่าวว่า เนเน่กับโปแลนด์ถูกเลือกให้ไปฝึกการต่อสู้ล่ะ”

 

“จริงเหรอ...”

 

“มิน่าล่ะ ว่าทำไมพวกนั้นถึงหายไปเฉยเลย ทั้งที่เล่นซ่อนหากันอยู่แท้ ๆ ”

 

“นั่นน่ะสิ น่าเบื่อชะมัด!”

 

“ว่าแต่วันนี้พวกเราจะหาไรทำกันดี”

 

“เอาเป็น...”

 

ชายหนุ่มพอฟังผ่านหูอย่างไม่ค่อยสนใจนัก ก่อนจะเดินไปทางรถของฟรานซิส ชายหนุ่มผมดำที่โดดเด่น แต่กลับทำหน้าเหม็นเบื่อเขามาแต่ไกล 

 

“เมื่อไหร่นายจะกลับไปหน่วยตัวเองสักทีวะ” 

 

“คงจะเป็นเมื่อคุณย้ายไปอยู่หน่วยเดียวกันล่ะมั้งครับ” เซ็นว่ากลับ พลางกล่าวทักทายเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ อย่างเป็นมิตร โดยไม่ได้สนใจเสียงจิ๊ปากอย่างขัดใจของใครบางคน 

 

ก็จากที่ดูปฏิกิริยาของเซเรีย และท่าทางกังวลใจในช่วงนี้แล้ว เขาคงต้องอยู่ติดกับฟรานซิสไปอีกนาน

 

 

 

“สวัสดียามเที่ยงค่ะ คุณป้าโนริส” หญิงสาวท่าทางทะมัดทะแมง และมักจะชอบถูกผมยาว ๆ ของเธอขึ้นมาเป็นหางม้ายกสูงเอ่ยทักชาวบ้านคนหนึ่ง ขณะที่กำลังแจกจ่ายอาหารให้กับพวกเขา 

 

“สวัสดีจ้า หนูแอนนา” คุณป้าโนริสกล่าวทักทายเธอ ขณะที่รับพวกขนม และของต่าง ๆ ไว้ ก่อนจะกล่าวขอบคุณ ไม่ต่างจากชาวบ้านหลายคนที่มายืนต่อแถวรอคอยข้าวเที่ยง 

 

เพราะเสบียงอาหารที่มีอยู่อย่างจำกัดจึงทำให้ทุกคนไม่สามารถเอาอาหาร หรือพวกข้าวของเหล่านั้นไว้เองที่บ้านได้ และเพื่อป้องกันอันตรายจากคนด้วยกันเอง ทำให้เกิดหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับภายใน และคอยแจกจ่ายเสบียงอาหารประจำวันที่สามารถรับอาสาสมัครเป็นชาวบ้านธรรมดาเข้ามาได้อย่างหน่วยงานที่แอนนาทำหน้าที่อยู่

 

“ขอบคุณครับ พี่สาว”

 

“ไม่เป็นไรจ้า กินเยอะ ๆ นะ” 

 

เป็นเวลานานนับปีแล้วที่หญิงสาวได้ใช้ชีวิตสงบสุขอย่างที่หวังไว้มาตลอด เธอได้เห็นรอยยิ้มของผู้คน ชาวบ้านที่เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยจอแจราวกับโลกทั้งใบได้กลับมาสงบอีกครั้ง แค่นั้นคุณนางเอกก็ดีใจมากพออยู่แล้ว

 

เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลคาราเมลที่มีอายุไล่เลี่ยกับเซเรียยิ้มบางให้เธอ เมื่อเห็นว่าถึงคิวของเขาแล้ว ก่อนจะเห็นพี่สาวคนสนิทเลิกคิ้วมองเขาอย่างแปลกใจ ขณะที่ตักอาหารใส่ให้ในจาน 

 

“คุณหมอเอเดน” แอนนากล่าวเสียงนิ่งเรียบ “เธอไม่ต้องมายืนต่อแถวกับคนอื่นก็ได้นี่นา”

 

บุคคลส่วนหนึ่งที่สำคัญของหน่วยงานเธอก็คือพวกคุณหมอ หรือผู้ที่มีประสบการณ์ทางด้านการรักษาคนไข้ เป็นคนจำนวนน้อยมาก แต่ทำหน้าที่ที่สำคัญที่สุดภายในตัวเมือง โดยเฉพาะเอเดนซึ่งมีพลังวิเศษทางด้านนี้ 

          

“โธ่... ได้ไงกันล่ะครับ พี่แอนนา” เด็กหนุ่มที่ตอนแรกผอมแห้งขาดสารอาหาร บัดนี้กลับเติบโตขึ้นเป็นเด็กน้อยรูปงาม หน้าตาน่ารักจนผู้หญิงหลายคนยังต้องอิจฉา คนที่ส่วนสูงไล่เลี่ยกับตัวเธอในตอนนี้ 

 

“ได้สิ เราเป็นคนสำคัญของเมืองนี้เชียวนะ!”

 

“ฮะๆ” เอเดนยกมือข้างที่ว่างขึ้นมาเขี่ยแก้มอย่างเขินอายเล็กน้อย ขณะที่เขาได้เสียงสนับสนุนของชาวบ้านบางคนตามมาด้วย “ผะ ผมจะไปกินในตึกดีกว่า” 

 

คนที่ไม่ชินกับสายตาผู้คน และคำพูดเยินยอว่าพลางรีบหยิบจานอาหาร แล้วเดินออกไปท่ามกลางสายตาเอ็นดูของบรรดาเหล่าแม่บ้านทั้งหลาย เรียกได้ว่า คุณหมอเอเดนตัวน้อยเป็นขวัญใจของพวกแม่ยกเลยก็ว่าได้ 

 

ในจังหวะนั้นเอง ทุกอย่างที่เป็นปกติ และสงบสุขจนพวกเขาหลายคนเริ่มลืมความกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ภายนอกไป เสียงกรีดร้องของผู้หญิงกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากทางหน้าประตู 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด”

 

“ชะ ช่วยด้วยยย โอ๊ย!”

 

“มะ ไม่นะ! สัตว์ประหลาด... มะ มันเข้ามา---”

 

หลายคนหันขวับไปมองทางต้นเสียงที่อยู่ใกล้ทางเข้าของประตูเมือง แต่มีตึกใหญ่บดบังวิสัยทัศน์ของพวกเขาไว้อยู่ ก่อนที่พวกเขาจะเห็นหญิงสาวคนหนึ่งโผล่หน้าออกมาทั้งน้ำตา และรอยเลือด ก่อนที่เธอจะถูกลากหายไปอีกครั้ง 

 

แซ่ก...

 

“กะ เกิดอะไรขึ้น” อาสาสมัครคนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ ขณะที่พ่อบ้านใจกล้าบางคนเดินออกไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อตรวจสอบ ก่อนที่เขาคนนั้นจะล้มลงไป ทั้งยังชี้นิ้วสั่นเทาไปทางตึกใหญ่ ตึกที่บดบังพวกเขาจากประตูเมือง 

 

“ซะ ซอมบี้!”

 

มือขาวซีดเปื้อนเลือดเกาะขอบประตูไว้ ก่อนที่มันจะจับขาของชายคนนั้น แล้วเงยใบหน้าครึ่งซีกที่ด้านข้างมีแผลไฟไหม้พุพองเต็มไปด้วยหนองขึ้นมาทักทายพวกเขา ตามมาด้วยบรรดาอมนุษย์อีกนับสิบตัวที่กำลังเดินขากะเผลกมาทางนี้

 

ขวับ! 

 

เคร้ง! 

 

หลายคนเผลอทำจานตกพื้นเสียงดังลั่น เสียงเก้าอี้ล้มลงไปบนพื้นดิน ชาวบ้านหลายคนมีอาการช็อก และสั่นเทาจนขยับไม่ได้ ในขณะที่อีกหลายคนรีบวิ่งหนีออกไปอีกทางอย่างทุลักทุเล 

 

“กรี๊ดดดดด”

 

“ชะ ช่วยด้วย!!”

 

“หน่วยรักษาความปลอดภัยอยู่ที่ไหน!!??”

 

“ช่วยด้วย!!!”

 

“ละ ลูกชายฉัน... พวกเขาเล่นกันอยู่แถวนั้น... ลูกชายฉัน...”

 

สารพัดเสียงวุ่นวาย และความชุลมุนที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของแอนนา หญิงสาวในชุดผ้ากันเปื้อนที่ยืนอยู่ตรงหน้าหม้อกับข้าวขนาดใหญ่ ก่อนที่อาสาสมัครข้าง ๆ จะเผลอผลักมันตกลงพื้นจนเท้าของเธอเลอะเศษอาหารไปหมด 

 

มือจับช้อนไว้แน่น ในขณะที่จ้องมองภาพที่เกิดขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา 

 

เป็นเวลานับปีแล้วที่เธอไม่ได้เจอพวกมัน

 

เป็นเวลานับปีแล้วที่เธออยู่กับความสงบสุขเพื่อพยายามหลงลืมฝันร้ายเหล่านั้น

 

แล้วในวันนี้... พวกมันกลับมาอีกครั้งแล้ว! 

 

 

 

 

 

 

 

 

--------------------------------------------------------

Talk : ถ้าปูฉากบู๊นานเกินไป ก็บ่นได้นะ แค่ก ๆ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน และติดตามฮับ

          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,929 ความคิดเห็น

  1. #1927 もも (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 / 03:37
    ตอนนี้ทำให้รู้สึกอยากกอดแอนนามาก ลุยเลยค่ะแม่ขา😾
    #1,927
    0
  2. #1867 Aom Pornpilas (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 17:50
    รออออออค่าา ค้างง แงง
    #1,867
    1
    • #1867-1 Yu - kami(จากตอนที่ 81)
      7 เมษายน 2564 / 18:22

      งุ้ยยย ดีใจ ขอบคุณค่า
      #1867-1
  3. #1866 Charapon (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 17:31
    งืออออสนุก
    #1,866
    1
    • #1866-1 Yu - kami(จากตอนที่ 81)
      7 เมษายน 2564 / 18:23

      ขอบคุณค่า ได้กำลังใจแล้วว
      #1866-1