ระบบช่วยพระรองในโลกซอมบี้! (E-book)

ตอนที่ 80 : บทที่ 4 มากเกินกว่าที่จะสนใจใคร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 495
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    2 เม.ย. 64

บทที่ 4 มากเกินกว่าที่จะสนใจใคร

 

 

“ฟังนะ อะไรที่เธอกังวลอยู่ มันไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก” ชายหนุ่มผมสีควันบุหรี่ว่าอย่างรำคาญเล็กน้อย เมื่อพวกเขากำลังคุยเรื่องนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว สำหรับเซเรียซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วเล่าความฝันของเธอให้ฟัง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมาเลย 

 

เขาเตรียมการป้องกันกำแพงอย่างแน่นหนามากขึ้น ตั้งแต่ครั้งแรกที่เด็กสาวบอกเขาแล้ว จนถึงวันนี้ลูกน้องนับร้อยคนก็ยังคงทำงานอย่างแข็งขันจนกลายเป็นภายในเริ่มหละหลวมแทนด้วยซ้ำ

 

แต่เพื่อคลายกังวลของคนที่รู้อนาคตอย่างเซเรีย คิงก็จำเป็นต้องทำ 

          

ชายหนุ่มผมสีควันบุหรี่ถอนหายใจ ขณะที่ยกไวน์ขึ้นมาจิบ ข้างลำตัวของเขามีสายคาดปืนรัดอยู่ ก่อนที่เจ้าของนัยน์ตาสีเทาจะฉายความเหนื่อยหน่าย และอ่อนล้าออกมา 

          

การเป็นเจ้าเมืองที่มีผู้คนจำนวนมากอาศัยอยู่ด้วยกัน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้คนเริ่มเพิ่มมากขึ้นจนชายหนุ่มเพียงคนเดียวอย่างเขาไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง ทั้งยังมีเรื่องของการป้องกันภัยในตัวเมือง และนอกเมืองอีก 

 

การที่เซเรียเดินเข้ามา และชวนคุยเรื่องเครียดเพิ่มขึ้นอีก ทำให้คิงเริ่มเหนื่อยใจ ชายหนุ่มส่งยิ้มบางให้ลูกน้องข้างตัวที่รินไวน์เพิ่มให้เขาคลายเครียด ขณะที่กำลังจะกล่าวส่งแขกผู้มาเยือน 

          

“แต่... คิง--” เซเรียพยายามเอ่ยปากจะประท้วง ในจังหวะนั้นเองที่ใครบางคนก็เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาในห้องโดยไม่ได้เคาะประตู 

          

ปัง!

          

“คราวนี้อะไรอีกล่ะ?” เจ้าของเมืองเอ่ยต้อนรับผู้มาใหม่ด้วยความหน่ายใจ ก่อนจะเลิกคิ้วสูงเมื่อเห็นชายชราที่วัน ๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับห้องทดลอง และไม่เคยออกไปไหน

         

“คิง! แฮ่ก ๆ” ดอกเตอร์เอ็กซ์ที่วิ่งมาหอบหายใจ เพราะไม่ค่อยได้ออกแรง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “ของ... ของ... แฮ่ก ๆ”

 

ลูกน้องคนสนิทของคิงจ้องมองผู้มาใหม่ ก่อนจะเดินไปหยิบน้ำใส่แก้วให้ชายชราอย่างรู้ใจ

 

“ขะ ขอบใจ”

 

“มีอะไรก็ว่ามา” คิงเอ่ย

 

“ของที่ฟรานซิสฝากไว้... มันหายไปแล้ว!”

 

ในวินาทีนั้นเอง แม้แต่เซเรียก็ยังหันขวับไปมองคนพูดอย่างตกใจ ทั้งยังพูดอุทานขึ้น ทั้งที่ไม่มีใครรู้คำตอบของมัน “มันหายไปได้ยังไงกัน!?”

 

คิงหันขวับไปมองลูกน้องข้างตัวที่ยืนนิ่งไม่ต่างจากพ่อบ้านคนหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม “นายวางยามไว้หน้าห้องแล้วไม่ใช่เหรอ?”

 

“ขะ ขอโทษครับ”

 

คิงทำหน้าตาเหนื่อยหน่าย แม้ว่าของนั้นอาจจะเป็นอันตราย หรืออาจจะไม่เป็นเลยก็ได้ ขณะที่โบกมือไล่ลูกน้องตัวเองออกไป ดอกเตอร์เอ็กซ์ก็เดินเข้ามาใกล้โต๊ะของเขา ทั้งยังยืนค้ำหัวผู้มีอำนาจสูงสุดอย่างไม่สนใจใคร

 

“ผมว่า เรามีหนอนบ่อนไส้แล้ว”

 

“ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”

 

...แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่า หนอนตัวนั้นเป็นใครกัน 

 

 

 

 

วันถัดมา แอนนา และชาวบ้านบางคนที่เคยทำงานเกี่ยวกับการสืบสวน อาจจะเคยเป็นตำรวจมาก่อน หรือนักสืบรับจ้างก็ได้เข้ามาทำหน้าที่สืบสวนการหายไปของของเหลวปริศนานั้น มันเป็นเรื่องที่รู้กันแค่เพียงวงใน เพื่อไม่ให้เหล่าชาวบ้านธรรมดาตื่นตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น 

 

เนื่องจากอุปกรณ์การตรวจสอบลายนิ้วมือ และเครื่องช่วยต่าง ๆ ไม่ได้อยู่ในการสร้างสรรค์ของดอกเตอร์เอ็กซ์ ทำให้พวกเขาทำงานกันด้วยวิธีที่ล้าสมัยกว่าเดิม ทุกคนที่เข้าไปสำรวจห้องของดอกเตอร์เอ็กซ์ก็พูดไม่ต่างกัน ‘ห้องขยะแบบนี้ ยังจะมีคนคิดขโมยอีกเหรอ’ 

          

เศษเหล็ก ของที่ไม่ใช้แล้วต่าง ๆ ไม่ว่าจะทั้งที่อันตราย และไม่มีอันตรายต่างรวมกันอยู่ในห้องนี้เป็นจุด ๆ โดยไม่รู้ว่า มันคืออะไรด้วยซ้ำ ไม่เว้นแม้กระทั่งรอยเท้าที่มีของหลายคนจนไม่สามารถเอามาพิสูจน์เป็นหลักฐานได้ บางคนก็ยังบอกอีกว่า ลำพังแค่ของในห้องก็สามารถทำให้โจรเมินห้องนี้ไปอย่างง่ายดายแล้ว ยิ่งเมื่อพวกเขาเหล่านั้นไม่รู้อีกว่า ของในกล่องที่ คิงบอกว่าถูกขโมยไป มันคืออะไร พวกเขาก็ยิ่งพากันส่ายหัวให้กับพฤติกรรมของโจรในครั้งนี้ 

 

มีเพียงแอนนา และนักสืบอีกคนหนึ่งเท่านั้น สันนิษฐานว่า โจรอาจจะมีจุดมุ่งหมายในห้องนี้แต่แรก และมีจุดมุ่งหมายที่ของสิ่งนั้น ทั้งนี้ก็ย่อมเชื่อมโยงไปถึงคนวงในที่มีทั้งหมดสิบคนด้วยกัน 

 

ดอกเตอร์เอ็กซ์ เจ้าของห้อง เซเรีย คิง ลูกน้องคนสนิทของคิง ฟรานซิส และลูกน้องของฟรานซิสที่เคยเห็นของสิ่งนั้นจำนวนห้านาย

 

แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไร คนในกลุ่มนี้ก็ล้วนจะเป็นไปได้ยากที่จะถูกต้องสงสัย ทำให้สุดท้ายแล้ว การสืบสวนที่พยายามหาแม้กระทั่งรอยเท้า และลายนิ้วมือ รวมทั้งสอบถามที่อยู่ของคนรอบห้องเป็นเวลาถึงห้าวัน สุดท้ายก็สิ้นสุดลงด้วยการคว้าน้ำเหลว

 

งานนี้จะจับมือใครดมมากก็ไม่ได้ คงมีแต่ต้องระวังพวกเดียวกันเองเท่านั้น หรืออาจจะเป็นการสันนิษฐานข้อสุดท้ายที่เป็นไปได้ยากที่สุด คือ การที่ ‘ของสิ่งนั้น’ เคลื่อนไหว และหนีไปด้วยตัวมันเอง 

 

แต่เขาว่ากันว่า ความสงบสุขมักจะอยู่กับเราได้ไม่นานนัก ไม่ว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจะทำให้คนรอบข้างเริ่มสงสัยกันเอง เหตุการณ์ที่คนทั้งหน่วยหายไปซึ่งยังคงหาข้อสรุปไม่ได้ เมืองที่เงียบสงบ กำลังมีคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่รอวันปะทุ 

 

 

 

“เอารึยัง!” เสียงสดใสเป็นเด็กผู้หญิงวัยแรกยิ้ม ผู้มีพี่สาวเป็นถึงหน่วยงานลาดตระเวน และใกล้ชิดกับเจ้าเมืองระดับหนึ่ง เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนคาราเมลถูกผูกเป็นทรงทวินเทลน่ารักสดใส นัยน์ตาสีเหลืองเขียวเป็นประกายงดงาม และขี้เล่น 

 

“ยังไม่เอา!” เสียงของเด็กผู้ชายว่าตอบกลับ พลางรีบวิ่งออกไปให้ไกลจากตัวเด็กผู้หญิงคนนั้น พร้อมกับเพื่อน ๆ อีกหลายคน ซึ่งหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน 

 

“จะนับล่ะนะ!” เนเน่ว่าพลางยกมือขึ้นมาปิดตาตัวเอง ในขณะที่ทั้งตัวหันไปเผชิญหน้ากับต้นไม้ใหญ่ ท่ามกลางชาวบ้านซึ่งเดินผ่านกันพูดคุยไปมา 

 

หญิงสาวผมบลอนด์ยาวนั่งมองพวกเด็ก ๆ เล่นกันด้วยรอยยิ้ม ขณะที่เธอลูบท้องน้อย ๆ ของตัวเองซึ่งเริ่มปรากฏให้เห็น ก่อนที่แอนนาจะเดินมาทางเธอพร้อมกับร่มคันใหญ่ 

 

“ไปนั่งข้างในดีกว่าไหม เธอเป็น... ลูกสะใภ้ของคุณป้าโนริสใช่ไหม?” คุณนางเอกเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม พลางจ้องมองหน้าท้องที่นูนขึ้นนั้นด้วยความสนใจ 

 

“อ่า... คุณแอนนาใช่ไหมคะ!? คุณแม่ยายเล่าเรื่องคุณให้ฟังบ่อย ๆ เลยล่ะค่ะ!” เธอคนนั้นตอบกลับด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนจะมองไปทางเนเน่ เด็กผู้หญิงตัวเล็กที่เริ่มตะโกนนับเลขถอยหลังเสียงดัง

 

“สิบ!”

 

“ถ้าไม่เข้าไปด้านใน ก็รับน้ำไปจิบหน่อยนะ” แอนนาว่าพลางยื่นขวดน้ำให้กับเธอคนนั้น ก่อนที่ทั้งคู่จะพูดคุยกับเล็กน้อยตามประสาผู้หญิงทั่วไป 

 

“เก้า! แปด! เจ็ด!!”

 

“เด็ก ๆ นี่ร่าเริงกันดีจังนะ”

 

“นั่นสินะคะ”

 

“หก ห้า สี่ สาม!!”

 

“ฉันคงต้องไปทำงานต่อแล้วล่ะ” แอนนากล่าวพลางเดินออกไปจากบริเวณ ในขณะที่เนเน่ตะโกนเสียงดังลั่น 

 

“สอง หนึ่ง! จะไปแล้วนะ!” 

 

เนเน่ว่าพลางหันไปยิ้มให้กับเพื่อนบ้านของตัวเอง ก่อนจะมองไปทางคนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ เธอ ด้านหลังของม้านั่ง มีขาเล็ก ๆ ของเด็กคนหนึ่งซ่อนอยู่ เด็กหญิงตัวน้อยยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ผู้หญิงผมบลอนด์ที่นั่งบังให้เขาอยู่ 

 

“ขอโทษนะคะ” เธอก้มหัวให้กับพี่สาวคนนั้นเล็กน้อย ก่อนจะย่อตัวลงนั่งยอง ๆ บนพื้นดิน และยกนิ้วขึ้นจี้ขาเด็กคนนั้น “เจอตัวแล้ว! โปแลนด์!!”

 

“ฮะๆ โดนพี่เนเน่จับได้ซะแล้ว” เด็กผู้ชายตัวเล็กว่าพลางหัวเราะชอบใจใหญ่ “ยังเหลืออีกห้าคนนะฮะ!”

 

“ฮึ เนเน่ซะอย่าง ไม่พลาดหรอกน่า!” เด็กผู้หญิงว่าพลางยกนิ้วโป้งขึ้นแตะจมูกตัวเองอย่างมั่นอกมั่นใจ ขณะที่เดินจูงมือเด็กชื่อโปแลนด์ไปทางบริเวณต้นไม้ใหญ่สองต้นซึ่งอยู่ใกล้กับกำแพง 

 

แฮ แฮ่! 

 

ยิ่งเข้าไปใกล้ เสียงของซอมบี้ก็ดังมากขึ้น มันเป็นเรื่องปกติของกำแพงที่กั้นระหว่างโลกของพวกเขาไว้กับข้างนอก ซึ่งแน่นอนว่า บริเวณใกล้ ๆ กำแพงนั่น นอกจากหน่วยของคิงแล้ว ชาวบ้านธรรมดาก็ไม่กล้าจะเข้าใกล้มันมากนัก คงจะมีแต่พวกเด็กตัวน้อยซึ่งอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของยุคที่ยังคงกล้าหาญอยู่ 

 

แฮ่ แฮ่ 

 

“พะ พี่เนเน่ครับ ผมว่าพวกเขาน่าจะซ่อนอยู่ตรงอื่นนะ!” โปแลนด์แย้งขึ้นมา ขณะที่พอยิ่งเดินเข้าไปใกล้ ก็ยิ่งได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่น่ากลัวมากขึ้นทุกที มืออวบรีบจับข้อแขนของเด็กหญิงเอาไว้ 

 

“ไม่หรอกน่า พวกต้นไม้บอกพี่ว่า มีคนกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในนี้” นัยน์ตาสีเหลืองเขียวสะท้อนกับแสงอาทิตย์เผยถึงความมั่นใจในทักษะพิเศษที่ตัวเองมี ขณะที่ทุกก้าวเดินไปทางหญ้ารกสูงกว่าเข่า ต้นหญ้าเหล่านั้นก็พร้อมจะหลีกทางให้กับเธอจนเด็กชายตัวอวบร้องว้าวออกมา

 

“พี่เนเน่สุดยอดไปเลย!”

 

“แน่นอนอยู่แล้ว! ฮิฮิ”

 

เนเน่เดินเข้าไปใกล้กับบริเวณที่ต้นไม้กระซิบบอกมากขึ้น ห่างไกลจากเสียงผู้คนจอแจขึ้นทุกที เพราะว่ามัน.. เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กับกำแพง 

 

“จ๊ะเอ๋! เธอมาหลบที่นี่ใช่ไห--” เสียงสดใสของเด็กผู้หญิงตัวน้อยเงียบหายไป ทันทีที่หญ้าถูกแหวกออกด้วยพลังของเธอ

 

ร่างของผู้ชายคนหนึ่งนอนหมอบอยู่บนพื้นที่ชุ่มเลือด ขาของเขาทั้งสองข้างถูกมีดสั้นปักไว้จนขยับไปไหนไม่ได้ ในขณะที่ริมฝีปากกำลังถูกปิดด้วยน้ำมือของใครบางคน ข้างตัวของชายคนนั้นมีปลอกแขนเป็นตราสัญลักษณ์ของหน่วยรักษาความปลอดภัยวางอยู่

 

“หนะ หนีไป” ผู้ชายคนนั้นพยายามเอ่ยปากพูดกับเด็กทั้งสอง ก่อนที่เขาจะถูกปาดคอต่อหน้าต่อตา 

 

โปแลนด์จ้องมองภาพที่เกิดขึ้น มืออวบจับแขนของเนเน่ไว้แน่น ขณะที่เด็กชายกำลังจะแหกปากร้องไห้ เนเน่ก็รีบเรียกสร้างกำแพงจากต้นพฤกษาขึ้นมาปกป้องเด็กตัวน้อยไว้ก่อนที่จะถูกมีดปักใส่หัวเพียงเสี้ยววินาที

 

“อุ๊ แง้...”

 

“ทะ ทำไม” เด็กสาวเอ่ยปากออกมา ขณะที่จ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่คาดสายตา ก่อนที่เธอจะถูกคนนั้นจับตัวไป พร้อมกับเสียงร้องไห้ของโปแลนด์ที่เงียบลงในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที 

 

 

 

 

----------------------------------------------

Yu  - Kami Talk : ทายสิ หนูน้อยเจออะไร~? 

ขบอคุณที่ติดตามอ่านฮับบ 

          

 

          

 

          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,913 ความคิดเห็น

  1. #1873 P'Zircon (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 17:19

    ช่วง 2 พารากราฟ 2 : ทำให้พวกเขาทำงานกันด้วยวิธีที่ล้าสมัยกว่าเดิม >> อันนี้อ่านแล้วขัด ๆ ถ้าเป็น "ทำให้พวกเขาทำงานกันด้วยวิธีที่ล้ำสมัยกว่าเดิม" ยังพอเข้า แต่อันนี้เข้าใจว่าเป็น "ทำให้พวกเขายังคงทำงานด้วยวิธีที่ล้าสมัย" หรือ "ทำให้พวกเขาต้องทำงานด้วยวิธีเดิม ๆ ที่ล้าสมัย" ไหมคะ


    ความซนกับความซวยอยู่ห่างกันนิดเดียวจริง ๆ

    #1,873
    2
    • #1873-1 Yu - kami(จากตอนที่ 80)
      16 เมษายน 2564 / 19:03
      อื้อหื้อ! ฝ่ายพิสูจน์อักษร! ไรท์ก็พิมพ์เพลินเกิน ขอบคุณงับ
      จะกลับไปแก้ แล้วตรวจสอบอีกครั้งนะ🍀😳
      #1873-1
    • #1873-2 P'Zircon(จากตอนที่ 80)
      16 เมษายน 2564 / 19:11
      ฝ่ายพิสูจน์อักษร งานที่ใฝ่ฝันเลยค่ะ /////

      รับแซ่บค่ะ อิอิ
      #1873-2
  2. #1864 ดไกกกก (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 6 เมษายน 2564 / 18:18
    สนุกมั่กก
    #1,864
    1
    • #1864-1 Yu - kami(จากตอนที่ 80)
      7 เมษายน 2564 / 16:42
      ขอบคุณงับ ใจชื่นขึ้นเยอะเลย ฮื้อ ; - ;
      #1864-1
  3. #1863 46988 (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 6 เมษายน 2564 / 14:41

    ไรท์จะมีแพลนทำเป็นหนังสือไหมคะ คืออยากพกติดตัวเป็นเครื่องรางฮรืออๆ
    #1,863
    1
    • #1863-1 Yu - kami(จากตอนที่ 80)
      7 เมษายน 2564 / 16:42
      ไรท์ยังไม่แพลนทำเล่มค่ะ แต่กำลังศึกษาอยู่ เพราะค่าตีพิมพ์เล่มน่าจะแพงน่าดู
      จะพบเป็นเครื่องรางเลยแฮะ ดีใจจัง งุ้ยย >- ว่าแต่ทำไมถึงเป็นเครื่องรางด้วยเนี่ยยย อ๊ายย
      #1863-1
  4. #1859 Charapon (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 2 เมษายน 2564 / 19:13
    ปรสิต....
    #1,859
    0
  5. #1858 Kinnu (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 2 เมษายน 2564 / 18:53
    ซอมบี้ เชื้อ ???
    #1,858
    0