ระบบช่วยพระรองในโลกซอมบี้! (E-book)

ตอนที่ 78 : บทที่ 2 ภัยเงียบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 703
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    12 มี.ค. 64

บทที่ 2 ภัยเงียบ

 

ชายชราผมขาวพะรุงพะรังจ้องมองกล่องปริศนาที่ฟรานซิสนำมาส่งมอบให้ ภายในนั้นเป็นของเหลวใส ถ้าไม่มองให้ดีก็คล้ายกับน้ำปกติที่เห็นได้ทั่วไป แต่มันกลับมีสารผสมของท็อกซาฟีนไฮโดรคอลลอยด์ (Toxaphene hidrocolloid) เป็นสารเคมีที่ทำให้น้ำเหนียว และเป็นพิษอยู่ ทั้งยังมีปฏิกิริยาบางอย่างที่คล้ายกับแม่เหล็ก ซึ่งพยายามจะหลุดออกมาจากกล่อง และวิ่งกลับไปหาที่ที่มันอยู่

 

เจ้าของเหลวนี้พยายามแซะตัวไปทางขวา ซึ่งเป็นทิศทางของอุกกาบาตที่ฟรานซิสทำลายลงไป มันสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเองคล้ายกับสิ่งมีชีวิต หรือไม่ก็อาจจะเป็น...

 

ปรสิต? 

 

ดอกเตอร์เอ็กซ์อธิบายความน่าพิศวง และความอันตรายของของเหลวนี้ให้คิง และเซเรียฟังด้วยแววตาเป็นประกาย ไม่ต่างจากนักวิทยาศาสตร์ที่ได้ของอันตรายชิ้นใหม่มาทดลอง ก่อนจะเอ่ยถามฟรานซิสว่าไปเจอมาจากไหน

 

“ฉันเห็นมันพยายามกลืนเศษอุกกาบาตที่ฉันเพิ่งทำลายไป ตอนแรกก็คิดว่า น้ำธรรมดา แต่พออุกกาบาตชิ้นนั้นหายไป ก็เริ่มรู้สึกว่ามันผิดปกติ”

 

คนพูดมากเฉพาะเวลาทำงานพูดอธิบายอย่างกะทัดรัด ก่อนจะหันไปมองคิงที่นั่งอยู่ราวกับถามเป็นเชิงขออนุญาตให้เขาออกไปจากห้องได้รึยัง เพราะดูแล้ว ต่อจากนี้คงไม่มีอะไรให้เขาต้องพูดคุยอีก ทั้งยังเหนื่อยจากการเดินทางไกลมาทั้งวัน

 

“นายออกไปเถอะ” คิงพูดด้วยน้ำเสียงหน่ายใจ แม้จะทำงานกันมาเป็นปี แต่ฟรานซิสก็เป็นคนที่ขี้รำคาญอย่างเสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ ยิ่งช่วงแรกนี้ มองหน้ากันทีไร เขารู้สึกเหมือนอีกฝ่ายจะหาเรื่องฆ่าเขาทิ้งได้ทุกเมื่อ แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะแล้ว

 

ปัง!

 

เสียงประตูปิดลงพร้อมกับผู้ชายผมดำที่เดินออกไป และอ้าปากหาวไปด้วย ก่อนจะทิ้งไว้ให้หัวหน้างานทั้งสามอยู่ด้วยกัน คิงที่เป็นเจ้าของเมือง และดูแลเรื่องต่าง ๆ เซเรียซึ่งเป็นที่ปรึกษา และค้นหาตำแหน่งสิ่งของของหน่วยสำรวจ รวมทั้งดอกเตอร์เอ็กซ์ที่ทำหน้าที่วิจัย และสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ

 

“เธอคิดว่ายังไง” ชายหนุ่มผมสีควันบุหรี่หันไปถามผู้หญิงคนเดียวภายในห้องซึ่งนั่งเงียบมานาน

 

“ฉันไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย...” เซเรียว่าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา จ้องมองของเหลวประหลาดที่อยู่ในกล่องใสซึ่งดอกเตอร์เอ็กซ์จับมันใส่เอาไว้เพื่อความปลอดภัย

 

ไม่ว่าจะเป็นในความฝัน หรือว่าตัวเนื้อเรื่องของนิยาย ของเหลวชนิดนี้ไม่เคยถูกกล่าวถึงมาก่อน มีเพียงแค่การที่ซอมบี้จะบุกทำลายเมืองคิงเท่านั้นที่เป็นอนาคตซึ่งยังไม่เคยเกิดขึ้นจริง แม้ว่าเวลาจะผ่านมาเป็นปี เลยจากไทม์ไลน์ของนิยายไปแล้วก็ตาม

 

“มันผิดปกติมาก ตั้งแต่เรื่องที่หน่วยสำรวจหายไปทั้งทีมโดยไร้ร่องรอยการต่อสู้ ตอนนี้ก็ยังมีของปริศนานี่อีก” คิงว่าเสริม คิ้วมนขมวดเข้าหากัน ขณะที่นิ้วมือทั้งสองประสานเข้าด้วยกันอย่างครุ่นคิด

 

“หรือว่า... เมืองนายจะล่มสลายจริง ๆ ...” เด็กสาวที่เริ่มกังวลใจตั้งแต่เรื่องหน่วยสำรวจเมื่ออาทิตย์ก่อนกล่าว พลางเงยหน้ามองสบตากับคิงที่จ้องมองเธอตอบ

 

“ฉันไม่มีวันปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นไปได้หรอก”

 

 

 

 

 

 

ตั้งแต่ที่เธอหลุดพูดเรื่องนี้ออกมา คิงก็เริ่มใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้นกับประตูเมือง และการสำรวจรอบเมืองในบริเวณต่าง ๆ ดวงตาคมเข้มสบเธอตอบอย่างมั่นใจ ก่อนจะกลับไปที่ประเด็นนั้นอีกครั้ง

 

“ของสิ่งนี้ ให้ดอกเตอร์เอ็กซ์เป็นคนเก็บไว้ แล้วห้ามทุกคนไม่ให้แตะต้องมันเด็ดขาด ฉันจะให้ลูกน้องคนสนิทมาคอยสอบถามความผิดปกติของมันเป็นระยะ”

 

เพราะโลกใบนี้ที่คนที่มีพลังวิเศษที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ หรือซอมบี้ สิ่งที่เคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเองคล้ายกับปรสิต ทั้งยังพยายามจะกลืนกินอุกกาบาต และพุ่งเข้าจู่โจมคนที่จับมัน หากไม่ใส่ถุงมือชนิดพิเศษไว้ หรือไม่ใช่มือที่เคลือบไปด้วยโลหะแบบฟรานซิส พวกเขาก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่า จะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง

 

สิ่งนี้... ค่อนข้างจะอันตราย 

 

ภายหลังจากนั้น พวกเขาก็พากันออกจากห้อง แล้วทิ้งดอกเตอร์เอ็กซ์ไว้กับงานทดลองของตัวเอง รวมทั้งให้ลูกน้องหนึ่งคนของคิงมาเฝ้าคอยรายงานความผิดปกติของมันอีกจนความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มจะหายไปตามเวลา เพราะเจ้าสิ่งนั้นไม่มีทางออกมาจากกล่องที่สร้างขึ้นมาได้

 

 

 

 

แซก แซก...

 

เสียงพุ่มหญ้าพลิ้วไหว ทำให้เด็กสาวซึ่งกำลังนอนเขียนแผนที่ และข้อมูลต่าง ๆ อยู่หันไปมองทางกระจก ก่อนจะเห็นใบหูสีน้ำตาลอ่อนประกายทองของใครบางคนที่พยายามแอบซ่อนตัวไว้ แต่ก็ไม่สามารถหลุดรอดสายตาของระบบไปได้

 

[เซ็น อาร์นัวซ์ครับ โฮสต์]

 

อื้อ ฉันรู้แล้ว 

 

เซเรียยกยิ้มบาง และก้มลงเขียนแผนที่ต่อราวกับไม่รู้สึกถึงความผิดปกติอะไร ทั้งที่จริงแล้ว กลับอดขำไม่น้อย เมื่อป่าหมาป่าที่ออกไปทำงานตอนเย็น ทั้งยังมีห้องนอนส่วนตัวเป็นของตัวเอง กำลังทำตัวหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพื่อแอบเข้ามายังห้องของเธออีกแล้ว

 

ก๊อก ก๊อก

 

เด็กสาวแสร้งตีสีหน้าเรียบเฉย ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเคาะกระจกของอีกฝ่าย ก่อนที่จอมโจรเซ็นจะเคาะดังขึ้นกว่าเดิม ทำให้เธอต้องเงยหน้ามองในที่สุด ทั้งยังเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย

 

ก๊อก ก็อกก

 

เธอแทบหลุดขำออกมาไม่ได้ เมื่อเซ็นยกนิ้วขึ้นชี้ที่กลอนล็อกหน้าต่าง ทั้งยังทำหูลู่ลงราวกับหมาน้อยไม่ได้รับอาหาร ทั้งที่ชีวิตพวกเขาในตอนนี้เรียกได้ว่า อยู่ดีกินดีเกินกว่าใคร

 

“เซย์”

 

“...”

 

“เซย์ครับ”

 

“...”

 

“เปิดหน้าต่างให้ผมหน่อยนะ”

 

สุดท้ายเด็กสาวก็กลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ได้ จิตใจมักจะพ่ายแพ้ให้แก่ชายผมทองตาฟ้าที่ชอบทำตัวเป็นโจรย่องเบาในยามวิกาล

 

แอ่ด...

 

“ไม่ให้เข้าค่ะ!” เซเรียว่าเสียงใส พลางอ้าแขนกว้าง ป้องกันการบุกเข้ามาไว้ “เซ็นกลับไปนอนห้องตัวเองเลยนะ”

 

“โธ่... เซย์” ใบหน้าหล่อละมุนจ้องมองเธออย่างออดอ้อน ก่อนที่แสงสว่างจากหอสังเกตการณ์จะส่องผ่านตัวเขา ชายหนุ่มผมทองก็รีบคว้าตัวเด็กสาวมากอดไว้ด้วยความเร็วสูง ก่อนจะล้มลงไปทั้งคู่ โดยที่มือของเขาวางบนศีรษะเธอไว้ไม่ให้เจ็บตัว

 

แสงจากหอคอยก็พาดผ่านบริเวณตึกของคิงไปอย่างไม่สนใจ

 

“เซ็น!”

 

“อ๊ะ ขอโทษครับ ก็ผมกลัวเซย์จะถูกเข้าใจผิด ถ้าคนเฝ้ายามเห็นผมอยู่หลังห้องของเซย์”

 

เข้าใจผิดอะไรกัน แค่ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ทั้งคิง ทั้งฟรานซิส แอนนา รวมทั้งยามที่เฝ้าตึกของคิงบางคนก็เห็นจนชินชาไปหมดแล้ว เพียงแค่คนภายนอกยังไม่ได้รู้ หรืออาจจะไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ เพราะหลายคนยังเชื่ออยู่เลยว่า เธอเป็นคนรักของคิง โดยเฉพาะอาคเน่ย์

 

“เฮ้อ...”

 

พระรองเป็นคนที่มีพลังเหลือล้นไม่ต่างจากพระเอกอย่างฟรานซิสเลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะทำงานเหนื่อยแค่ไหน เขาก็ยังชอบมาหยอกล้อ มาพูดคุยกับเธอเป็นประจำ แต่มันไม่ใช่สำหรับเธอที่ต้องผ่านเรื่องใช้สมองมาทั้งวัน

 

“คืนนี้ไม่นอนด้วยกันไม่ได้เหรอ?”

 

เด็กสาวเอ่ยถามขณะที่ตัวของเธอถูกเขากอดไว้ ทั้งคู่ยังคงนอนอยู่บนพื้นห้องที่ใกล้กับตัวหน้าต่างซึ่งถูกเปิดออกจนลมเย็นพัดผ่านเข้ามา

 

“ไม่ได้ครับ” เซ็นตอบกลับพลางพรมจูบลงบนหน้าผากของเซเรียอย่างนุ่มนวล ในขณะที่เด็กสาวหลับตาลงหลบปลายคางที่ขยับเข้ามาใกล้เธอในระยะประชิด กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยชวนให้รู้สึกสบายใจ ใบหูสีน้ำตาลอ่อนประกายทองเข้ากับเส้นผมนุ่มดุจแพรไหมของเซ็น รวมไปถึงหางที่แกร่งไปมาอย่างอารมณ์ดี ภายใต้ชุดที่ดอกเตอร์เอ็กซ์ออกแบบให้เซ็น ผู้มีพลังวิเศษกลายร่างเป็นหมาป่าได้โดยเฉพาะ

 

“ฉันเหนื่อยแล้ว” เด็กสาวว่าพลางไล่มือลงไปสัมผัสหางฟู่ฟองนั้น ก่อนจะจับหมับมัน ยิ่งให้ความรู้สึกนุ่ม และผ่อนคลายอย่างประหลาด เป็นครั้งแรกที่เธอตัดสินใจจับมัน นอกจากใบหูซึ่งชอบจับเป็นประจำ

 

เซ็นนี่... ดีจริง ๆ เลย~

 

“อ๊ะ!”

 

แต่เสียงอุทานของคนที่อยู่บนตัวเธอก็ดังขึ้น ทั้งยังเกร็งไปทั้งตัว นัยน์ตาสีฟ้าเข้มขึ้นเจือไปด้วยอารมณ์บางอย่าง

 

“มีคนเคยบอกคุณไหมครับ ว่าห้ามจับหางสัตว์แบบนั้น”

 

“แต่เซ็นไม่ใช่สัตว์สักหน่อย” เด็กสาวโต้เถียงกลับ ทั้งยังขย้ำหางเบา ๆ อย่างเพลิดเพลิน อาจจะเป็นเพราะแบบนี้รึเปล่านะ คนเราถึงชอบเลี้ยงสัตว์ที่มีเส้นขนนุ่ม ๆ เอาไว้กอด เอาไว้ลูบเล่นเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ หลังจากที่เครียดกับงานมาทั้งวัน

 

“แล้วผมเป็นอะไรครับ?” ชายหนุ่มผมทองเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม ขณะที่เอื้อมมือไปหยุดจับข้อมือที่ซุกซนของคนตัวเล็กไว้ “หืมมม?”

 

คนที่ชอบโปรยเสน่ห์ยังไงก็ยังโปรยเสน่ห์เก่งอยู่เช่นนั้น ไม่ว่าจะผ่านมาเป็นปี เซ็นก็ยังชอบแกล้งเธอด้วยใบหน้า และแววตาพร่างพราวของเขา

 

“นะ นายก็รู้อยู่แล้วนี่น่า”

 

“แต่ผมอยากฟังจากปากเซย์มากกว่านี้”

 

ลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามา แทบจะไม่มีผลอะไรกับคนทั้งคู่ซึ่งกำลังนอนกอดกันอยู่บนพื้นเย็นเหยียบเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเมื่อมองแก้มสีแดงระเรื่อ และการพยายามหลบตาของเด็กสาวผมดำที่อยู่ด้านล่างเขา

 

“เป็น...” น้ำเสียงเล็ก ๆ เอ่ยกล่าว ให้ความรู้สึกน่าเอ็นดูไม่ต่างจากส่วนสูงของเธอ “เป็นโจรที่ชอบเข้ามาห้องคนอื่น ทั้งที่มีห้องนอนเป็นของตัวเอง!”

 

เซเรียกล่าวอย่างรวดเร็ว ทั้งยังมองค้อนใส่เขา การกระทำของเธอทำให้เซ็นหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา เพียงเท่านี้มันก็เรียกได้ว่าคุ้มค่าแล้ว ที่รีบทำงาน และกลับมาหาเธอทุกวัน

 

“ไม่ใช่ผมเป็นคนรักของคุณหรอกเหรอ”

 

“พอเลย พอ!”

 

คุณพระรองเป็นคนที่ชอบทำให้ผู้หญิงเขินได้ง่าย ต่างจากตัวพระเอกอย่างฟรานซิสลิบลับเลยจริง ๆ แต่ก็เป็นเพราะแบบนี้แหละ เธอถึงไม่อยากให้เซ็นบุกเข้ามาในห้องของเธอบ่อย ๆ

 

มันเหนื่อยต่อหัวใจ แล้วบางครั้งก็เหนื่อยกายด้วย //////

 

 

 

 

 

ในยามกลางคืนที่ทุกคนหลับใหลลงไป คนบางกลุ่มเริ่มจะออกเคลื่อนไหวอีกครั้ง ภายใต้ความมืด และแสงไฟจากหอสังเกตการณ์ที่ส่องวนไปรอบบริเวณเป็นระยะ ๆ มีเพียงแค่คนเฝ้ายามห้องอาวุธ หน้าประตูเมือง และผู้ที่อยู่บนหอสังเกตการณ์เท่านั้นที่ยังตื่นอยู่ แม้จะสัปหงกบ้างเป็นบางครั้งก็ตาม

 

ใครบางคนไขกุญแจห้องทำงานของดอกเตอร์เพื่อย่องเข้ามาด้านใน ไฟฉายดวงเล็กส่องไปเพื่อมองหากล่องบางอย่าง ใบหน้าถูกซ่อนไว้ภายใต้ผ้าคลุมสีดำที่กลมกลืนไปกับความมืด ทำให้ไม่สามารถระบุรูปลักษณ์รวมทั้งหน้าตาได้

 

เกร๊ง!

 

ขาชนกับของเกะกะที่ดอกเตอร์เอ็กซ์ทำทิ้งไว้เข้าจนเกือบจะส่งเสียงร้องโวยวายออกมา แต่ก็กลั้นเอาไว้ทัน ไฟฉายส่องมองมัน

 

อุปกรณ์สร้างไฟฟ้าแรงสูง มันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ

 

ก่อนจะส่องไปทางตู้วางที่มีเศษชิ้นส่วนต่าง ๆ ไม่ต่างจากการเก็บขยะเอาไว้ หากคนที่เก็บมันไม่ใช่ดอกเตอร์อัจฉริยะล่ะก็ เหล็กพวกนี้ก็ยังไม่ต่างจากเศษขยะที่ทำให้ห้องทำงานเปลืองพื้นที่

 

ไม่ใช่... อันนี้ก็ไม่ใช่

 

ผู้บุกรุกคุ้ยเขี่ยชิ้นส่วนมากมายที่อยู่ด้านใน ก่อนจะเผลอทำสมุดบันทึกเล่มหนึ่งตกลงบนพื้น ถัดจากสมุดบันทึกเล่มใหญ่ และเศษกระดาษมากมายนั้น มีกล่องแก้วสีใสซึ่งปิดล็อกด้วยกระจก และวัตถุอย่างดีวางอยู่

 

นี่มัน... อะไรกัน? 

 

ผู้บุกรุกจ้องมองมันอย่างงุนงง ก่อนจะลองปลดล็อกมันออก ทั้งที่กลอนถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา แต่เขาคนนั้นกลับสามารถเปิดมันออกได้อย่างง่ายดาย ภายในซึ่งเป็นคล้ายกับของเหลวใส หรือว่า มันอาจจะเป็นน้ำยาบางอย่างที่ช่วยเพิ่มพลังวิเศษ หรือร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้น

 

มือเลื่อนลงไปสัมผัสกับมัน ก่อนที่เจ้าของเหลวจะกระโดดพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของเขา ผู้บุกรุกพยายามดึงมันออกด้วยความตกใจ สายตาที่ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ ไฟฉายหล่นตกลงไปในกล่องใส่ของ ปลายเท้าขยับถอยหนี เขาพยายามร้องโวยวายออกมาเสียงดัง แต่เมื่ออ้าปากออก ของเหลวนั้นก็พุ่งเข้าไปในปากของเขา ร่างทั้งร่างล้มลงกองกับพื้น ก่อนจะชักดิ้นชักงอ

 

ข้างตัวของผู้บุกรุก มีสมุดบันทึกซึ่งถูกเปิดออกมา เผยให้เห็นสูตรเคมีมากมายเอาไว้ และการขีดฆ่าคำต่าง ๆ ออก หนึ่งในนั้นมีคีย์เวิร์ดคำว่า ปรสิต ถูกวงไว้พร้อมเครื่องหมายคำถาม

 

“เฮ้ย เร็ว ๆ เข้า” ชายหนุ่มอีกคนที่เฝ้ารออยู่ด้วยนอกเปิดประตูมากระซิบบอกผู้บุกรุก ก่อนที่คนคนนั้นจะลุกขึ้นมายืนราวกับเป็นปกติอีกครั้ง ทั้งยังพูดตอบกลับ

 

“ที่นี่ไม่มีของที่เราต้องการ”

 

“งั้นเราคงต้องรอฟังข่าวจากคนอื่น ๆ แล้วสินะ”

 

“อืม”

 

ภายในเมืองที่สงบสุข และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม การใช้ชีวิตเรียบง่าย ผู้คนบางกลุ่มเริ่มออกเคลื่อนไหวอีกครั้ง ท่ามกลางความหละหลวมของเมืองที่เริ่มใหญ่เกินไปจนไม่สามารถสังเกตการณ์ทุกคนได้อย่างทั่วถึง

 

 

 

 

-----------------------------------------

Yu - Kami Talk : ถึงจะเขียนเพิ่มไม่ทัน แต่ก็ยังมาลงนะเออออ 

เจอกันใหม่วันศุกร์หน้าฮับ หากไรท์ไม่มือสั่นอยากอัพวันพุธอีก (หัวเราะ)

ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน และติดตามนะคะ 

มีคำผิด หรืออยากพูดคุยกันก็เม้นท์บอกได้ บ่นเฉย ๆ ก็ได้ รักคนอ่านน้าา 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,913 ความคิดเห็น

  1. #1856 Nut'reeeee (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 31 มีนาคม 2564 / 03:49
    คนทรยศในนั้นสินะ
    #1,856
    0
  2. #1847 ThisisME2019 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 04:38
    ขาย***
    #1,847
    0
  3. #1846 ThisisME2019 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 04:38
    ฮือออ คนของฐานอื่นเข้ามารึเปล่าเนี่ยยย มาเอาความลับไปจายหรืออัลรายยยยยย แง ขออย่าให้แตกเลยนะ;-;
    #1,846
    1
    • #1846-1 Yu - kami(จากตอนที่ 78)
      22 มีนาคม 2564 / 23:47
      สาธุ! (?) ; - ;

      #1846-1
  4. #1843 M. quacay (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 15 มีนาคม 2564 / 06:53
    จับหางสัตว์มันทำไมอ่าา
    #1,843
    2
    • #1843-1 Yu - kami(จากตอนที่ 78)
      15 มีนาคม 2564 / 17:20
      มันเป็นคล้ายกับจุดอ่อนค่ะ จะเป็นจุดที่บอบบาง แล้วก็ไวต่อความรู้สึกไม่ว่าจะแมวหรือหมาก็มักจะไม่ชอบให้จับหาง เพราะมีนทำให้รู้สึกไม่ดี เหมือนโดนจับจุดอ่อน ส่วนในกรณีของคุณเซ็น คงแค่เตือนเฉย ๆ มากกว่า
      #1843-1
    • #1843-2 M. quacay(จากตอนที่ 78)
      16 มีนาคม 2564 / 06:33
      อ๋ออ เข้าใจแล้วค่ะ
      #1843-2