ระบบช่วยพระรองในโลกซอมบี้! (E-book)

ตอนที่ 36 : บทที่ 34 การฝึก... (3) [วันที่ 6 เวลา 12.23]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,194
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 628 ครั้ง
    26 พ.ค. 63

บทที่ 34 การฝึกของพวกเรา (3)

 

ก้าวเท้าเดินไปยังเส้นทางที่มืดมิดยิ่งกว่าสิ่งที่รอเขาอยู่ เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาล ผู้มีประสบการณ์หลบหลีกซอมบี้ได้เก่งกาจที่สุด ก้าวเดินออกไปด้วยแววตาไร้ชีวิต

 

เขากำลังกลับไปหาเธอแล้ว...

 

คุณแม่ของเขา..

 

ต่อจากนี้... พวกเราจะได้อยู่ด้วยกันโดยไม่มีใครแยกจาก และไม่มีความแตกต่างระหว่างมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ กับมนุษย์ไร้ชีวิต แต่ยังขยับตัวได้

 

จิตใจของเขาว่างเปล่ามาเนินมากแล้ว ตั้งแต่ที่แม่ของเขาเสียชีวิตไป แต่เขาก็พยายามพยุงจิตใจของตัวเองไว้โดยหลอกว่า แม่... ยังมีชีวิตอยู่ และเมื่อพวกเซเรียเข้ามา โลกที่มืดมนไร้หนทางของเขาก็กลับมาสดใสอีกครั้ง แต่สุดท้าย... ความสงสัยมันก็เข้ามาครอบงำจิตใจ

 

ตั้งแต่แรก... เซเรียเข้ามาหาเขาโดยมีผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ตอนนี้.. เขารู้สึกว่า ตัวเองไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว

 

เขาจะอยู่ต่อไป... ทำไมกัน?

 

เอเดนคิดในใจ ขณะที่หลบเลี่ยงสายตาของเหล่าซอมบี้ และลัดเลาะไปตามทาง เขตซ่องที่เคยเต็มไปด้วยผู้คนมากราคะ แต่ที่แห่งนี้ มีหญิงสาวคนหนึ่งอุ้มท้องไว้ และหาเงินเพื่อให้เด็กคนนั้นกลายเป็นเด็กที่เติบโตมา เพื่อให้ลูกของเธอกลายเป็นคนที่ดีกว่าเธอในตอนนั้น

 

คุณแม่ครับ... ผมอยากจะพบแม่... ผมอยากจะไปอยู่กับแม่แล้ว

 

โลกหลังความตายของแม่ มันโหดร้ายเกินกว่าคนที่อยากจะเป็นหมอรักษาคนอย่างผมจะอยู่รอดได้...

 

อยากน้อย.. ถ้าผมตาย ผมก็อยากจะตายด้วยน้ำมือของแม่ของผมเอง

 

 

 

 

 

คนทั้งสี่รีบวิ่งออกจากบ้านอย่างร้อนรน เป็นฟรานซิสที่วิ่งนำหน้าคนอื่นไป หลังจากที่เซ็นบอกพวกเขาว่า เอเดนชอบบ่นว่า อยากกลับไปหาแม่บ่อย ๆ ในช่วงนี้

 

“ผนึก! ผนึก!!”

 

ปัง ปัง!!

 

ทั้งแอนนา และเซ็นต่างช่วยเคลียร์ทางด้านหน้าให้พวกเขาผ่านไปได้อย่างสะดวก โดยไม่สนใจซอมบี้ที่เริ่มวิ่งตามไล่หลังพวกเขามา

 

...ขอให้เธอไปทันทีเถอะ มันเป็นความผิดของเธอเองที่ส่งเอเดนให้ไปฝึกกับฟรานซิส ทั้งที่เนื้อหาหลัก เอเดนจะกล้าขึ้นเองเพราะต้องช่วยเหลือแอนนา

 

เซเรียคิด เธอใส่รองเท้าสเก็ตช่วยให้การออกตัววิ่งให้ว่องไวเท่ากับตัวหลักขายาวทั้งสาม ไม่ต่างอะไรจากฟรานซิสที่สบถใส่ตัวเองอยู่ในใจ

 

เขาไม่ได้... หวังให้มันเป็นแบบนี้.. เขาไม่ได้จะทำให้อีกฝ่ายแตกสลาย..

 

เขารู้ว่า... เขาไม่ใช่คนอ่อนโยนอะไร เขาถึงได้เลี่ยงการอยู่กับเด็กหนุ่มคนนั้น เพราะเอเดน ดูสว่างเจิดจ้าเกินไปสำหรับคนที่โดนทั้งโลกถมดำใส่อย่างเขา เขาแค่คิดว่า... อยากให้เด็กคนนั้นแข็งแกร่งขึ้นเพื่ออยู่รอด..

 

อาหารที่เอเดนทำมันอร่อยมาก ความใส่ใจของเอเดนทำให้เขารู้สึกว่า เขามีครอบครัวรออยู่ที่บ้านจริง ๆ ... มันทำให้เขาทำตัวไม่ถูกทุกครั้งจนต้องทำหน้านิ่งใส่อีกฝ่าย

 

เอเดน... เป็นเด็กที่อ่อนโยนเกินไป เกินกว่าที่คนอันธพาลอย่างเขาจะกล้าเข้าใกล้

 

“เซเรีย! หาเส้นทางที่ใกล้กว่านี้หน่อย!!” ฟรานซิสพูดเสียงดังถามคนด้านหลังที่มีเซ็นช่วยลากให้เธอตามพวกเขาทันอีกแรง

 

“ฉันไม่รู้!”

 

“หมายความว่าไง ปกติเธอต้องรู้สิ!” ชายหนุ่มผมดำหยุดวิ่ง ก่อนจะตะคอกใส่เด็กสาวตัวเล็กจนเซ็นต้องรีบขวางเขาไว้ ไม่ให้ก้าวเข้าใกล้เธอกว่านี้

 

“ช่วยใจเย็นก่อนครับ คุณฟรานซิส” พระรองยกมือขึ้นกั้นเธอกับฟรานซิสเอาไว้ นัยน์ตาสีฟ้ามองอย่างข่มขู่ เมื่อเห็นพระเอกที่กำลังหัวเสีย และเข้าใกล้เซเรียด้วยอารมณ์ที่ไม่เหมาะสม

 

“ฉันไม่รู้... ระบบมันยังไม่กลับมา!” เซเรียเถียงกลับอย่างร้อนใจ ไม่ต่างอะไรจากฟรานซิส เธอส่ายหัว พยายามเรียกระบบหลายต่อหลายครั้ง แต่มันก็ไม่ตอบกลับมา ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์มากที่ไม่สามารถใช้แต้มหาตำแหน่งของเอเดนได้ หรือแม้แต่หาทางลัดที่ใกล้กับตึกร้างซึ่งแม่ของเอเดนอยู่

 

“ระบบบ้าอะไรวะ!” ฟรานซิสตะคอกใส่เธออย่างหัวเสีย ก่อนจะก้าวเข้าใกล้เธอ ในขณะที่เหล่าซอมบี้ก็เริ่มเดินมาหาพวกเขาอย่างช้า ๆ แอนนาขยับตัวขึ้นมายืนอยู่ตรงหน้าฟรานซิส ก่อนจะตบชายหนุ่มผมสีดำจนหน้าหัน

 

เพี๊ยะ!

 

“ใจเย็นลงได้รึยัง หรืออยากให้ฉันตบซ้ำ” เสียงของแม่พระในกลุ่มว่าอย่างข่มขู่ ก่อนจะเอื้อมมือขึ้นมาเตรียมตบซ้ำ ฟรานซิสก็จับมือแอนนาไว้ และเอ่ยขอโทษออกมาอย่างแผ่วเบา

 

“สิ่งที่นายควรทำให้ตอนนี้คือวิ่งต่อไป!” แอนนาเท้าเอวสั่งอย่างน่ากลัวจนแม้แต่เซเรียกับเซ็นก็แปลกใจ “ในเมื่อน้องบอกว่า ไม่รู้ก็คือไม่รู้ มันใช่เวลาที่จะมาเถียงกันไหมห๊ะ! ไอ้--” แต่เมื่อคุณนางเอกกำลังจะพูดคำหยาบออกมา เธอก็เหล่ไปมองตาใส ๆ ทั้งสองคู่ที่รอฟังมันอยู่นอกจากฟรานซิส ทำให้แอนนารีบสะบัดมือฟรานซิสออก ก่อนจะเดินนำกลุ่มไป

 

“รีบไปกันได้แล้ว อยู่ตรงนี้ก็ไม่เป็นผลดีหรอก”

 

เซเรียอยากจะยกมือขึ้นมาขยี้ตาตัวเอง เมื่อเห็นนางฟ้ากลายเป็นนางยักษ์ในครั้งแรก แม้จะรู้อยู่บ้างแล้วจากในนิยาย แต่ไม่คิดว่าจะโหดขนาดนี้ บทจะโหดก็โหดได้ยิ่งกว่าฟรานซิสจนทำพระเอกของเรื่องหงอย

 

“รีบไปกันเถอะครับ” เซ็นหันมายิ้มอ่อนให้เธอ ก่อนจะลูบหัวอย่างปลอบใจ และจับมือเธอเพื่อออกวิ่งไปพร้อมกันอีกครั้ง

 

 

 

 

 

ในตึกร้าง บริเวณใกล้ห้องน้ำที่เต็มไปด้วยศพเหม็นเน่าของซอมบี้ซึ่งถูกฆ่าทิ้งไว้ที่นี่จำนวนมาก ก่อนที่เขาจะถูกพี่ฟรานซิสลากให้วิ่งหนีออกไปพร้อมกับเซเรีย

 

เอเดน... ได้กลับอยู่ยังจุดเริ่มต้นเดิมอีกครั้งแล้ว...

 

แม่ซอมบี้ของเขาดูซูบผอมลงไปมาก คงจะขาดเนื้อกินมานาน เธอส่งเสียงร้องเรียกเขาทันทีด้วยเสียงแหบพร่าราวกับอสุรกาย

 

“ผมกลับมาแล้วครับ แม่” เอเดนขยับยิ้ม ทั้งน้ำตา ก่อนจะหยุดยืนอยู่ในจุดที่เธอไม่สามารถทำร้ายเขาได้จากโซ่ที่เขาล่ามเธอไว้

 

“แม่ครับ... ทำไมวันนั้น... แม่ถึงช่วยผมไว้” ถ้าแม่ของเขาไม่ช่วยเขาไว้จากซอมบี้พวกนั้น เขาก็คงจะตายไปแล้วนาน คนที่มีชีวิตอยู่ต่อไปควรจะเป็นแม่ของเขามากกว่า

 

เอเดนหัวเราะเย้ยหยันตัวเองออกมาเบา ๆ ด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว “ผมนี่มันโง่จริง ๆ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจแล้วว่า แม่ตายไปแล้ว แต่ผมก็ยังอยากเก็บแม่ไว้... อยากพูดคุยกับแม่... ฮึก...”

 

“ผมจะร้องไห้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว...”

 

...เขาอยากจะร้องไห้ให้สมกับที่แม่ตายไปตั้งนานแล้ว แต่เขาก็ยังเก็บแม่ไว้

 

เมื่อร้องไห้ต่อหน้าซอมบี้ที่มองเขาราวกับเหยื่ออันโอชะ และสายตาสีขาวไร้แววของมันมองเขาอย่างโง่งมเสร็จ เอเดนก็ปาดน้ำตาตัวเอง ก่อนจะพูดด้วยเสียงแผ่วเบาและสั่นเทาจากก้นบึ้งของจิตใจตัวเอง “ต่อไป... พวกเราคงจะได้พูดคุยกันอย่างจริงจังสักทีนะครับ.. ถ้าโลกหน้ามีจริง... ผมอยากจะเกิดมาเป็นลูกของคุณอีกครั้ง”

 

เด็กหนุ่มวางกระเป๋าเป้ตัวเองลงพื้น ก่อนจะเดินเข้าไปหาแม่เขาอย่างช้า ๆ เตรียมอ้าแขนรับขากรรไกรของแม่ที่กำลังจะกลืนกินเขาไปทั้งตัว

 

ลาก่อน...

 

.

 

.

 

.

 

.

 

ปัง! กระสุนปืนพุ่งตรงมาห่างจากเท้าเขาเพียงไม่กี่เซน ทำให้เอเดนขยับถอยหลังอย่างตกใจ ก่อนจะหันขวับไปมองคนยิงใส่... ซึ่งก็คือพี่เซ็น และเซเรียที่ยืนหอบหายใจอยู่ใกล้ ๆ

 

“ผนึก!” กว่าที่เอเดนจะทันตั้งตัว บาเรียสีเขียวก็ปรากฏขึ้นกักขังเขาไว้ รองเท้าหนังส้นสูงของแอนนาก้าวเดินเข้ามาใกล้เขา เป็นเหมือนกับตัวแทนของทุกคนที่ทำอะไรไม่ถูก ไม่เว้นแม้กระทั่งฟรานซิส

 

“ไม่น่ะ!!!” เอเดนตะโกนโวยวายออกมา พลางวิ่งเข้าหาแม่ของเขา แต่ก็ถูกบาเรียสีเขียวกั้นไว้ เด็กหนุ่มหันมองแอนนาอย่างไม่ชอบใจ “พวกคุณยังต้องการอะไรจากผมอีก?”

 

“...”

 

“ปล่อยให้ผมตายไป... ไปหาแม่ของผม... ผมขอแค่นั้น... ไม่ได้เหรอ?”

 

เซเรียปิดปากตัวเอง คำขอร้องของเอเดนมันราวกับมีดบาดลึกที่เข้ามาถึงจิตใจของเธอ เธอทำพลาดไปใช่ไหม? เป็นเพราะไม่ยอมทำดีกับเขาเหมือนที่แอนนาเคยทำในนิยาย หรือเป็นเพราะเธออยากจะจริงใจกับเขาด้วยการยื่นผลประโยชน์เข้าหากัน... ถึงทำให้เด็กคนนี้แตกสลายยิ่งกว่าเดิม

 

เซ็นมองเซเรียที่ร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย... เขาเคยคิดรำคาญเด็กหนุ่มคนนั้นที่ทำตัวสนิทกับเธอ เขาเคยคิดอยากจะแยกพวกเขาให้ห่างจากกัน แต่มาวันนี้... ความรู้สึกผิด และความเจ็บปวดใจที่เธอร้องไห้ให้กับเด็กคนนั้น ความคิดจะฆ่าตัวตายของเด็กคนนั้น มันทำให้เขา... รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่เห็นแก่ตัวมากกว่าที่คิดไว้

 

ฟรานซิสมองภาพเด็กน้อยตัวเล็กอย่างเงียบงัน ทั้งที่เมื่อก่อนมีคนอ้อนวอนขอให้ไว้ชีวิตจากเขามาตั้งมากมาย แต่มันไม่เคยทำให้เขารู้สึกอะไรเลยนอกจากฆ่าทิ้งไปทันทีด้วยความรำคาญ แตกต่างจากเด็กที่รู้จักกันเพียงแค่ไม่ถึงเดือน... นี่เขา... ทำรุนแรงเกินไปจริง ๆ ใช่ไหม?

 

เขาไม่เข้าใจความรู้สึกของมนุษย์เอาซะเลย...

 

แอนนาหันหลังกลับไปมองใบหน้าเพื่อนแต่ละคน ก่อนจะหันมามองเอเดนอีกครั้ง เธอย่อตัวลง นั่งในระดับเดียวกับเอเดนที่กำลังร้องไห้ และอ้อนวอนขอให้เธอปล่อยเขาไว้

 

“ได้โปรด... ปละ ปล่อย ฮึก... ปล่อยผมไปเถอะ.. ผมไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปทำไมแล้ว...”

 

“...”

 

“แม่ของผม... เขารอผมอยู่...”

 

“...”

 

“ฮึก... ผมอยากจะไปอยู่กับแม่...”

 

“ฉันคงทำให้เธอไม่ได้” แอนนาพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง หยุดทุกความคิดด้านลบของเขา แววตาสีเขียวมรตกมองสบกับเด็กอายุน้อยกว่าด้วยอย่างเห็นใจ และเสียใจในคราวเดียวกัน

 

“...”

 

“เธอเป็นครอบครัวของฉันไปแล้ว ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกัน” นางเอกว่าพลางกะพริบขนตายาวเรียวไล่น้ำตาเอ่อนองให้ไหลอาบแก้มนวลขาวของเธอ แอนนาในตอนนี้ดูเหมือนกับนางฟ้าที่กำลังเศร้าใจและทำให้ความคิดของทุกคนหยุดชะงักไป นอกจากฟังแต่เพียงเสียงโศกเศร้าของเธอ

 

“...”

 

“เอเดนไม่คิดบ้างเหรอว่า... แม่ของเอเดนจะเสียใจแค่ไหน ถ้ารู้ว่า ลูกของเธอตายเพราะเธอ”

 

“...”

 

“ไม่มีแม่คนไหน อยากให้เธอคิดว่าตัวเองไร้ค่าแบบนี้”

 

...อย่างเช่นแม่ของแอนนาที่เสียชีวิตเพราะปกป้องเธอไว้จากการโดนพ่อขี้ยาของเธอทำร้ายตอนเด็ก ทำให้แอนนาคิดอยากจะเป็นตำรวจในอนาคต

 

“ผม...” เด็กหนุ่มจ้องมองเธออย่างชั่งใจ ก่อนจะพูดออกมาโดยไม่หลบตา “ผม... ไม่เหลือใครอีกแล้ว”

 

“นายยังมีพวกฉัน” แอนนาเถียงกลับทันที

 

“แต่พี่ฟรานซิส...” เอเดนนิ่งอึ้ง มองพี่ฟรานซิสที่มองเขม็งมาทางเขา แต่ไม่กล้าเข้าใกล้ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ เขากำลังคิดว่า เอเดนน่ารำคาญอยู่อีกรึเปล่า... เขากำลังคิดว่า... เอเดนทำให้เขาเสียเวลาอยู่อีกเหรอเปล่า?

 

แอนนาถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูดบ่นใส่คนด้านหลังในระยะใกล้ “ใช่! ฟรานซิสน่ะมันไม่ใช่มนุษย์”

 

!!?

 

“ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน พี่โดนหมอนี่ด่าใส่ พูดแรงใส่ แข็งทื่อเหมือนตอไม้ ไม่มีความรู้สึกอะไรเลย นอกจากคำพูดเดียว ฆ่าเลยดีไหม?

 

พี่รู้ว่า มันแย่มากขนาดไหน! คนที่ต้องการกำลังใจเพื่ออยู่รอดในโลกแบบนี้ ต้องมาเจอคำพูดตรงไปตรงมาของเจ้าเครื่องจักรสังหารนี่!”

 

โวยวายใส่โดยไม่สนใจคนที่ถูกพูดถึง เซเรียเหล่มองฟรานซิสที่อยู่ใกล้ ๆ อย่างหวาดกลัว ก่อนจะเห็นสีหน้ายิ้มไม่ได้คายไม่ออกของเขา ไม่ต่างจากเอเดนที่ปรับอารมณ์ไม่ทัน

 

“แต่ว่า...หมอนั้นก็อ่อนโยนขึ้นมา เอเดนเห็นใช่ไหม...?”

 

เมื่อเอเดนทำท่าจะเถียงกลับอีกครั้งเพราะความคิดด้านลบ แอนนาก็กวักมือเรียกฟรานซิสให้เดินมาทางนี้ด้วยสายตาข่มขู่

 

“เจ้านี่มันก็แค่คนปากหนักที่เป็นห่วง แต่พูดดีไม่เป็นเท่านั้น เป็นเจ้าคนมนุษยสัมพันธ์มีปัญหาก่อนจะเกิดเหตุการณ์ซอมบี้ด้วยซ้ำ”

 

ชายหนุ่มผมดำ และเด็กหนุ่มผมน้ำตาลสบตากันอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนจะเป็นแอนนาที่ยกมือขึ้นกดหัวฟรานซิสให้นั่งลงใกล้กัน และพูดต่ออย่างข่มขู่

 

“ฉันคิดว่า นายควรจะพูดมันออกมาได้แล้ว”

 

สายตาสีเหลืองคมกริบจ้องมองด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ก่อนจะเม้มริมฝีปากตัวเองแน่น หันไปยังใบหน้านิ่งอึ้งของเอเดน และขยับปากหนัก ๆ ของเขาด้วยท่าทางแข็งทื่อ ไม่เข้ากับบุคลิกของอีกฝ่าย “ขอโทษ... ฉันแค่.. อยากให้นายเข้มแข็งขึ้น”

 

“พี่ฟรานซิส...” เอเดนหันมองอีกฝ่าย ก่อนจะนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขามาถึงตรงนี้ “ไม่หรอกครับ ผมเข้าใจพี่ดี พี่คงจะไม่อยากให้คนอ่อนแอที่ทำเป็นแค่การรักษากับทำอาหารอย่างผมเป็นตัวเกะกะ---”

 

ไม่ทันที่จะพูดจบ ฟรานซิสก็ยกนิ้วขึ้นมาเกาแก้มตัวเองราวกับกล่าวอะไรน่าอายออกมา อะไรบางอย่างที่เขาอยากฟังจากปากอีกฝ่ายมาตลอด

 

“นายทำอาหารอร่อยมาก...”

 

“...”

 

“ขอบคุณที่ช่วยรักษาฉันบ่อย ๆ ... ฉันไม่ได้มองว่านายไร้ค่าเลย นายมีประโยชน์กับพวกเขามาก โอ๊ย!”

 

แอนนาที่เห็นฟรานซิสเริ่มพูดชั่วร้ายออกมาตบหัวเขาทันที ก่อนจะหันไปพูดกับเอเดน “เขากำลังบอกว่า นายสำคัญสำหรับเขา ไม่อยากงั้นเขาคงไม่รีบวิ่งมาหานายถึงที่นี่หรอก”

 

“...”

 

“เอเดน กลับไปกับพวกเราเถอะนะ... สำหรับพี่แล้ว เธอไม่ต่างอะไรจากครอบครัวคนหนึ่งเลย”

 

“ใช่แล้ว เอเดน ถ้าไม่มีนาย พวกเขาคงได้กินกันแต่อาหารกระป๋องแน่ ๆ ” เซเรียรีบเดินเข้ามาใกล้ และพูดเสริมทันที “ดูสีหน้าสำนึกผิดของฟรานซิสสิ หมอนี้ก็แค่คนพูดไม่เก่งเท่านั้นเอง”

 

“พวกพี่... มองผมเป็นครอบครัวจริง ๆ เหรอ?” เด็กหนุ่มถามพวกเธอกลับอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสั่นเทา แววตาสีเหลืองมีประกายอีกครั้งราวกับกำลังพบเจอความหวัง ทุกคนต่างพยักหน้าให้เขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ไม่ต่างจากฟรานซิสที่หลุดพูดออกมา

 

“ฉันยอมให้นายเป็นครอบครัวของฉันก็ได้ ถ้านายยอมฝึกต่อ และฆ่าซอมบี้ตัวนั้น”

 

“ฟรานซิส!!” ทุกคนต่างหันมาด่าคนปากเสียทันที แต่เอเดนกลับหัวเราะออกมาเบา ๆ แทนซะอย่างงั้น

 

“พี่ฟรานซิสปากเสีย ไม่ดูสถานการณ์จริง ๆ ครับ” เอเดนว่า ก่อนจะมองไปที่แม่ของเขาซึ่งอยู่เบื้องหลัง ผู้ที่ส่งเสียงทักทายพวกเขาไม่หยุดหย่อน

 

ขอโทษที่ผมไปอยู่กับแม่ไม่ได้แล้ว แต่ต่อไป... ผมจะทำให้แม่เห็นรอยยิ้มของผมจากบนฟ้าบ่อย ๆ ผมขอโทษที่ไม่ได้ทำหน้าที่ลูกที่ดีในตอนสุดท้าย และยื้อแม่เอาไว้...

 

ในที่สุด แม่ก็คงจะได้หลับอย่างสงบสักทีนะครับ... ผมรักแม่ที่สุด

 

ปัง!

 

 

 

ทุกคนต่างอ้าปากค้าง มองเอเดนที่หยิบปืนออกมาจากขอบกางเกง ก่อนจะปล่อยมันลงพื้นเสียงดังลั่น

 

“นาย... เอาปืนมาจากไหน!?” ฟรานซิสเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้

 

“ตอนแรก... ผมคิดว่า จะเอามาใช้ฆ่าตัวเองกับแม่ หลังจากที่ผมถูกเธอกัด” เด็กหนุ่มบอกด้วยสีหน้านิ่งเรียบ เส้นผมสีน้ำตาลปรกตาทำให้ยากจะเห็นสีหน้าของเขาผ่านบาเรียสีเขียวของแอนนา ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมาทั้งน้ำตา แต่ก็ดูเข้มแข็งและมั่นคงขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด “ผมคิดจะทำแบบนี้มานานแล้ว แต่ผมก็ไม่กล้าทำมันสักที... ในเมื่อพวกพี่ต่างก็พร้อมจะเป็นครอบครัวใหม่ให้ผม... ผมก็คิดว่า... มันคงจะถึงเวลาแล้วที่ผมจะบอกลาแม่ของผมอย่างจริงจัง และทำในสิ่งที่ผมสมควรทำตั้งแต่แรก...”

 

“สลาย!” แอนนาสลายบาเรียของเธอออก ก่อนจะดึงตัวเอเดนที่กำลังจะร้องไห้อีกครั้งมากอด มือลูบหลังอีกฝ่าย และพูดอย่างปลอบโยน เป็นคำพูดที่น่าฟังที่สุดตั้งแต่ที่เอเดนอยู่รอดมา “เธอเก่งมาก... ไม่เป็นไรแล้วนะ...”

 

“ต่อไปพวกเราจะอยู่เป็นเพื่อนเธอเอง”

 

“ขอบคุณนะ... พี่แอนนา”

 

ฉากของเอเดนและแอนนาในตอนนี้เหมือนกับภาพซ้อนทับบทบรรยายที่เซเรียเคยพิมพ์ไว้ และเธอก็คาดว่า ความรู้สึกของเอเดนที่มีต่อแอนนาในตอนนี้คงไม่ต่างจากนิยายหลัก แต่ความสัมพันธ์ของเขาต่อฟรานซิสย่อมดีกว่าในตัวนิยายอย่างแน่นอน เมื่อทั้งสองคนที่อยู่คนละขั้วกันต่างได้เปิดใจคุยกันแล้ว ไม่เหมือนกับในนิยายที่เอเดน ไม่เคยเข้าใจคนแบบฟรานซิสเลย และตามติดแค่แอนนาอย่างเดียว

 

ทุกอย่างกลับมาดีขึ้น.. และมันจะมีแนวโน้มที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

ความสัมพันธ์ของพวกเขาที่มีเธอเป็นส่วนหนึ่งพัฒนาได้อย่างแน่นแฟ้มมากกว่าในต้นฉบับนิยาย แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็เป็นตัวตอกย้ำกับความคิดของตัวเอง เนื้อหาต่อไปคงจะดำเนินเร็วขึ้น ที่แห่งนี้... เธอเดินทางมาไกลเกินกว่าจะทำใจรับได้กับการจากลา

 

เธอไม่ใช่คนโลกนี้...

 

เซเรียเน้นยำความคิดของตัวเอง ขณะที่ยิ้ม และหัวเราะให้กับการพูดคุยของพวกเขาระหว่างทางกลับบ้าน โดยที่มีเอเดนคอยอยู่คุยตรงกลาง ในขณะที่ฟรานซิสพยายามเข้าหาเอเดนด้วยคำพูดแข็งทื่อ ส่วนเซ็นก็จับมือของเธอไว้ และพูดคุยกับพวกเขาอย่างร่าเริง

 

 

 

----------------------------------------------------------------

ระบบรายงาน: 3,400 คำ = 11,936 อักษรเด็กดี (ไม่เคยคิดว่ามันจะยาวขนาดนี้..lol)

 

Yu – Kami Talk: ขอบคุณที่ติดตาม และสนับสนุนนะคะ มีคำผิด ถูกใจ ไม่ถูกใจหรืออะไรก็วิจารณ์มาบ่นมาบอกใส่คอมเม้นท์ได้น้า อยากรู้ Feedback เสมออ บอกคิดถึงไรท์ก็ได้นะ อิอิ #ผิด

 

แล้วพบกันใหม่ค่า ^^

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 628 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,929 ความคิดเห็น

  1. #1829 N.K. Naegi Komaru (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 มีนาคม 2564 / 12:39
    ถ้าโดนบังคับกลับ คือ บ้านแตก
    #1,829
    0
  2. #1103 ไมยะ จัง (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 21:19
    มันจะน่าตื่นเต้นมากถ้าเซเรียโดนบังคับกลับแบบไม่ถาม
    #1,103
    0
  3. #1081 miyuukiMF (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 14:28

    มันเปนเส้า

    #1,081
    0
  4. #1078 ฉันคือนางเงือก (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 08:49
    น้ำตาไหลเลย
    #1,078
    0
  5. #1077 Dermie (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 23:42
    จะเศร้าแค่ไหนนะ ตอนเซเรียไม่อยู่แล้ว 😢
    #1,077
    0
  6. #1076 parkraerim (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 20:19
    แงงงงงงงง เซเรียคงปวดใจมากแน่ๆเลย ถึงจะไม่รู้ว่าตอนจบจะเป็นยังไงแต่รู้สึกไม่อยากให้มันต้องจบลงเลย ไม่อยากให้ทุกคนแยกจากกันนนนนน แงงงงงง
    #1,076
    0
  7. #1075 nightmask (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 20:16
    มันซึ้งมากและเศร้ามากเช่นกัน แอแง เซย์ลูกกกก
    #1,075
    0
  8. #1074 trp1021 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 17:19

    เซเรียลูกหห
    #1,074
    0
  9. #669 minggg- (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 01:43

    อ้ายยยยยยยย เอเดนเติบโตแล้วสินะะะ

    สู้ต่อไปน้าา เอเดนนนนน้อยยยย

    #669
    0
  10. #654 Marius Yo (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 21:41
    ครอบครัวสุขสันต์ท่ามกลางฝ่าดงซอมบี้55555
    #654
    0
  11. #651 Gnaplovely (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 16:21

    ง่าอย่างเศร้าเลย มาม่ามาแล้วว สู้ๆค่า
    #651
    0
  12. #650 Thelionk. (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 11:41
    รู้สึกว่าน้ำตาจะซึม แงงงงง
    #650
    0
  13. #648 ฮันนี่บับเบิ้ลจั้ง (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 18:16
    มีแววว่าจะดราม่าชัวร์555
    #648
    0
  14. #644 P'Zircon (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 17:25
    ตอนนี้ซึ้งงง ❤️
    #644
    0
  15. #640 WanatWaen (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 02:12
    ถ้าขอไรท์เป็นแฟนไรท์จะลงให้ถี่กว่านี้ได้มั้ย5555
    #640
    1
    • #640-1 Yu - kami(จากตอนที่ 36)
      10 พฤษภาคม 2563 / 06:48
      เฟี้ยวมากกก อย่างแฟนไรท์ต้องแบบเซ็นสิ #ผิด
      #640-1
  16. #629 Mathun12 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 15:18
    ไรท์ คิดถึงงงง มาลงให้บ่อยๆๆนะค่าาา...😍😍😍
    #629
    1
    • #629-1 Yu - kami(จากตอนที่ 36)
      9 พฤษภาคม 2563 / 15:55
      มุขนี้ให้ผ่าน! ถถถถถถ
      #629-1