นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

นิยาย [ONE-shot] SJ & SNSD | Etude of Memory

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Copyright © 2012. All Rights Reserved By.Like a star

. . .


. . .

Tell me
If I can just enter your heart
How much meaning can the childish me become of?




 


ชอบกี้ร้องเพลงนี้ :)

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 ส.ค. 56 / 21:00



Etude of Memory

       . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
 

1

                เสียงเปียโนที่ดังกังวานไปทั่วบ้านเกือบทำให้คนที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามานึกว่าตัวเองเข้าบ้านผิด คยูฮยอนชะงักปลายเท้า นิ่งฟัง แล้วอมยิ้มน้อยๆ

                รสนิยมเจ้าของวันเกิดเปลี่ยนแปลงชนิดกลับหน้ามือเป็นหลังมือขนาดนี้เชียวหรือ เขานึกไม่ออกเลยว่าไอ้คนหน้าตาท่าทางเถื่อนๆ แบบนั้นจะหันมาชอบเสียงเปียโนได้อย่างไร

                แล้วคำตอบก็ปรากฏอยู่ข้างๆ คนหน้าบึ้งที่มือสองข้างกุมแก้วเหล้าแน่น หัวก้มลงจนผมแทบจุ่มลงไปในแอลกอฮอล์ ไม่ได้มีท่าทางดื่มด่ำกับกังวานหวานล้ำของเครื่องดนตรีไฮโซเลยแม้แต่นิดเดียว

                โดนพ่อบังคับอีกแล้วสินะ!

                คยูฮยอนกวาดตามองรอบๆ ห้องจัดเลี้ยงสลัวราง เขาเห็นเหล่าแม่มด แวมไพร์ ชัคกี้และแฟนสาวนั่งสงบนิ่งฟังดนตรีคลาสสิคด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายไม่แพ้เจ้าของงาน  จึงมองเลยไปยังต้นกำเนิดเสียงที่อยู่บนเวทีเล็กๆ ตรงกลางห้อง แสงไฟที่สว่างอยู่จุดเดียวในห้องมืดทำให้หญิงสาวดูเหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆ ท่ามกลางหมู่มาร

                นักเปียโนสาวก้มหน้าก้มตาไล่ปลายนิ้วไปตามตัวโน้ตโดยไม่สนใจว่าใครจะฟังหรือไม่ เส้นผมยาวสลวยตกลงมาปรกหน้าด้านหนึ่ง เขาจึงเห็นเพียงปลายจมูกกับริมฝีปากบอบบาง

                เพียงชั่วขณะที่ละสายตาไปมองเจ้าของวันเกิดอีกครั้ง เสียงเพลงก็จบลง อีกฝ่ายลุกหายเข้าไปด้านหลังเวทีทันที มีเสียงปรบมือเปาะแปะๆ ดังขึ้นเหมือนไม่เต็มใจนัก จวบจนชายวัยกลางคนผู้เป็นพ่อเจ้าของวันเกิดลุกขึ้นยืนตบมือแรงๆ คนอื่นๆ จึงกระตือรือร้นที่จะตบมือแรงๆ ตามบ้าง แต่ก็ฟังเหมือนรีบขับไล่ไสส่งไปให้พ้นๆ ชอบกล

                คุณลุงของเขาหันมาเห็นพอดีจึงกวักมือเรียก เจ้าของวันเกิดที่ทำหน้าซังกะตายหันมองตาม พอเห็นว่าใครก็พยักหน้าทักทายเนือยๆ

                คยูฮยอนก้าวเข้าไปหา ทำความเคารพผู้สูงวัย พูดคุยทักทายนิดหน่อยก่อนอีกฝ่ายจะขอตัวกลับบ้านหลังใหญ่ของตัวเองแล้วปล่อยให้เด็กๆ สนุกสนานกันต่อ  

                คิบอมดีดนิ้วให้สัญญาณ ดนตรีสไตล์เมทัลกระหึ่มขึ้นอีกครั้งสมกับเป็นงานวันเกิดเจ้าของวงร็อคชื่อดัง

                ไอ้ลูกอกตัญญู พ่ออุตส่าห์ลงมาอวยพรกลับทำหน้าเหมือนจะขาดใจตาย

                ฉันจะขาดใจตายเพราะเสียงเปียโนต่างหาก

                ฉันนึกว่ามางานผิด คยูฮยอนบอกขำๆ พลางยื่นมือไปรับแก้วที่ผู้เป็นทั้งเพื่อนและญาติสนิทยื่นส่งให้มาดื่มรวดเดียวหมด

                โอว คอยังแข็งเหมือนเดิม ไหนพ่อบอกว่านายกลายเป็นคนใหม่ เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ             

                ตามหน้าที่...

                หน้าที่บ้าอะไร คิบอมหัวเราะกับคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นของญาติผู้น้อง แล้วเล่าให้ฟังต่อถึงนักเปียโนสาวความจริงแล้วพ่อไม่ได้พิศวาสอะไรฉันหรอก แค่อยากอวดเลขาตัวเองมากกว่า

                แค่เลขาฯ น้ำเสียงที่ส่อนัยความหมายอื่นทำให้คิบอมต้องรีบยืนยัน

                เลขาจริงๆ แต่เป็นเลขาแบบออลอินวัน ทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ชงกาแฟยันเล่นเปียโนอย่างที่นายเห็นไง

                คุณลุงคงรักมาก

                มากกกกก จนอยากยกลูกชายสุดที่รักให้ไปดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำเลยทีเดียว

                อ้อ... แวบหนึ่งที่ใจคนฟังตกหลุมอากาศอย่างหาสาเหตุไม่ได้ คยูฮยอนรีบปัดมันทิ้ง เอ่ยถามเรื่อยๆ เหมือนไม่สนใจว่า

                แล้วนายว่าไงล่ะ

                เฮ้ย! อย่าถามเหมือนไม่รู้จักกันได้ป่ะวะ สเปคฉันที่ไหนล่ะ!”

                ขี้เหร่มากหรือวะ ฉันเห็นหน้าไม่ถนัด ไฟมันมืด

                เปล่า สวยมาก ดีมาก เข้าทำนองดีเกินไปว่ะ

                ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่ชอบคนเลวสินะ ผู้ชายก็ชอบคนเลวเหมือนกัน

                ไอ้นี่! ปากดีกับพี่เชื้อ เดี๋ยวโดนเตะ!”

                คนที่อายุมากกว่าเพียงหกเดือน แต่พยายามทำตัวเป็นพี่ชายใหญ่อยู่เสมอขู่ คยูฮยอนยิ้ม ไม่เคยกลัวอยู่แล้ว ยิ่งตอนเด็กๆ เขากับคิบอมทะเลาะกันบ้านแทบแตกอยู่บ่อยครั้ง จนคุณลุงต้องจับแยกส่งไปอยู่คนละเมือง ครั้นจะส่งคนใดคนหนึ่งไป ก็กลัวอีกคนจะน้อยใจ โดยเฉพาะเขา..ซึ่งเป็นเพียงหลานชาย..ลูกของน้องชายเพียงคนเดียว คุณลุงจึงต้องตัดใจส่งทั้งลูกทั้งหลานไปไกลตา ระยะเวลาสามปีที่ต้องช่วยเหลือตัวเองทำให้ทั้งเขาและคิบอมเติบโตขึ้นมากทีเดียว วันดีคืนดีก็ยังทะเลาะกันอยู่บ้าง หากจบลงด้วยความเข้าใจเสมอ

                เฮ้ย! ฉันยังไม่ได้เฉ่งแกเลยที่หายหัวไปเป็นปี ไม่โผล่มาให้เห็นหน้า

                งานที่โน่นยุ่งนี่หว่า

                คิบอมยิ้ม เขายื่นมือไปลูบหัวอีกฝ่ายอย่างจะแกล้ง ล้อว่า คยูฮยอนของพวกเราโตขึ้นแล้วจริงๆ

                ไอ้บ้า ฉันโตมานานแล้วโว้ยคนโดนลูบหัวเหมือนลูกหมาปัดมือพี่ชายออก คิบอมมองคนที่โตมาด้วยกันด้วยสายตาภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด

                นายเปลี่ยนไปมากเลย รู้ตัวบ้างหรือเปล่า จากไอ้ตัวร้ายประจำบ้านกลายเป็นคนเอางานเอาการที่สุด

                ฉันต้องทำงานหัวหกก้นขวิดอยู่ทุกวันนี้เพราะใครล่ะ

                แม้จะพูดเหมือนไม่สบอารมณ์ แต่ทั้งคู่รู้ดีว่าเขาเลือกเส้นทางนี้เอง เลือก..ตั้งแต่วันที่พ่อกับลูกชายทะเลาะกันจนแทบตัดพ่อตัดลูก เพราะลูกชายตัวดีประกาศว่าจะไปเป็นนักดนตรีข้างถนนที่ญี่ปุ่น ไม่ยอมเรียนบริหารธุรกิจตามที่พ่อต้องการ แล้วไอ้ตัวร้ายประจำบ้านตามที่คิบอมเรียกขานก็ก้าวเข้าไปหยุดยั้งการปะทะด้วยการบอกกับผู้เป็นลุงว่าเขาจะรับผิดชอบงานในส่วนของพี่ชายเอง ไม่มีใครคาดคิดว่าคยูฮยอนจะทำได้ตามที่พูด ท่านประธานยอมในตอนนั้นเพราะหมดแรงทะเลาะกับลูกชายมากกว่าจะเชื่อว่าหลานชายผู้ไม่เอาไหนจะทำได้ แต่แล้วคยูฮยอนก็ทำได้จริงๆ หลังจากถูกส่งไปอยู่ต่างจังหวัดและปล่อยให้ช่วยเหลือตัวเองสามปี ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเติบโตขึ้นอย่างน่าตกใจ

                จากนั้น เขาก็ไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาและทำงานทุกอย่างเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนโดยไม่ยอมพึ่งพาเงินทางบ้าน นั่นทำให้เขามีมุมมองชีวิตที่กว้างกว่าคนรุ่นเดียวกัน และประสบความสำเร็จกับการบริหารงานในระดับสูง เพราะเคยสัมผัสงานในระดับล่างมาก่อน มาถึงวันนี้..แทบไม่มีใครมีข้อกังขาเลยที่เขาจะกลับมารับตำแหน่งประธานบริษัทต่อจากผู้เป็นลุง แม้กระทั่งคิบอมเอง

                ฉันยกสมบัติให้นายหมดเลย

                ไม่เอาหรอก ฉันจะดูแลให้จนกว่านายจะพร้อมกลับมาดูแลของตัวเอง

                คงไม่มีวันนั้นว่ะ

                แล้วทั้งสองก็เปลี่ยนเรื่องคุย ไปคุยกันถึงเรื่องสัพเพเหระเรื่อยเปื่อยจนหญิงสาวนางหนึ่งก้าวเข้ามาหาเจ้าของงาน คยูฮยอนจึงถือโอกาสลากลับ เขาเดินเรื่อยเปื่อยออกจากตึกเล็กตรงไปยังบ้านหลังใหญ่ ตั้งใจว่าจะแวะลาคุณลุงก่อนกลับ แต่บ้านทั้งหลังปิดไฟมืดหมด คุณลุงคงเข้านอนแล้ว

                คยูฮยอนหมุนตัวกลับ เกือบชนกับใครบางคนที่หอบข้าวของพะรุงพะรังออกมาจากข้างบ้าน ต่างคนต่างตกใจ ถอยห่างกันไปคนละหลายก้าว

                คุณเป็นใครน่ะ!”

                ความมืดทำให้มองหน้าตาไม่ชัด เห็นเป็นเพียงเงารางๆ ของผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น

                ผมแวะมาลาคุณลุง คยูฮยอนรีบบอก เขาได้ยินเสียงถอนใจด้วยความโล่งใจจากเงาร่างในชุดราตรียาวสีขาว

                ชุดสีขาว? หรือว่าจะเป็น...นักเปียโนสาวคนนั้นกันนะ

                ท่านประธานเข้านอนแล้วค่ะ

                ฟังจากคำเรียกขานท่านประธานบริษัทดูเหมือนจะใช่จริงๆ เสียด้วย คยูฮยอนนึกอยากเห็นอีกฝ่ายชัดๆ อยากรู้ว่าคนที่คิบอมส่ายหน้าดิก ปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ยอมถูกจับคลุมด้วยจะมีหน้าตาเป็นเช่นไร

                ขอตัวก่อนนะคะ

                ทว่า  หญิงสาวพึมพำขอตัวพลางหอบข้าวของพะรุงพะรังเดินจากไปตามทางเดินในสวนอันมืดมิดเสียก่อน  คยูฮยอนมองตามอย่างไม่อาจถอนสายตาได้  ชั่วขณะหนึ่งที่เขารู้สึกถึงความคุ้นเคยอันแสนประหลาดราวกับสายลมพัดแผ้วผ่านหัวใจ ปลุกความทรงจำที่หลับใหลให้ฟื้นตื่นย้อนกลับไปยัง...ใครคนหนึ่ง

 

2

        นี่ซอฮยอน...คนที่จะมาช่วยติวให้เธอหลังเลิกเรียน

                คยูฮยอนถลึงตาจ้องเด็กสาวที่อาจารย์ที่ปรึกษาของเขาแนะนำด้วยสายตาเอาเรื่อง เมื่ออีกฝ่ายไม่มีท่าทางว่าจะกลัวหงอเหมือนเด็กคนอื่นที่ถูกเขาคุกคาม คนที่ถือว่าตัวเองใหญ่คับโรงเรียนจนทุกคนต้องยอมก้มหัวให้ก็โกรธวูบขึ้นมา คนนิสัยเสียอาศัยจังหวะที่คุณครูเผลอยกกำปั้นข่มขู่ซ้ำ ครั้งนี้..คนโดนขู่สะดุ้งเล็กน้อย แต่ยังฝืนจ้องตาไม่ยอมเลี่ยงหลบ

                เดี๋ยวเถอะ! เดี๋ยวจะบีบให้แก้มแตกเหมือนหน้าซาลาเปาเลย          

                คยูฮยอน

                ...เงียบ...

                โจว..คยูฮยอน!’

                ครับ...เจ้าของชื่อรีบขานรับ ไม่วายหันไปถลึงตาขู่ยายแก้มซาลาเปาซ้ำอีกครั้ง ต้องกำราบเอาไว้ก่อนจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่ควรจะเป็นฝ่ายเชื่อฟัง

                เมื่อกี้ครูพูดว่าอะไร

                ซวยล่ะสิ! เด็กหนุ่มเกเรประจำโรงเรียนเหงื่อตก มัวแต่หาเรื่องยายเด็กแก้มบวมจนลืมฟัง ผู้อาวุโสเองก็รู้ว่าลูกศิษย์ไม่ได้ฟัง จึงเอ่ยทวนซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงปลดปลง

                ครูบอกว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ทางโรงเรียนจะให้โอกาสแล้ว คยูฮยอนอา... น้ำเสียงที่เรียกขานด้วยกับวานอ้อนวอนแกมขอร้องนั้นทำให้เขาหยุดฟังอย่างตั้งใจ

                ถ้าเธอตกซ้ำชั้นอีกครั้ง เราคงต้องเรียกพบผู้ปกครองเพื่อเชิญเธอออก

                เขารู้ว่านั่นไม่ใช่คำขู่ หากเป็นความจริงที่เขาเองก็รู้อยู่แก่ใจดี เขาใช้ชีวิตปีแรกในโรงเรียนแห่งนี้อย่างสนุกสุดเหวี่ยงไม่สนใจเรียนเลยแม้แต่นิดเดียว ลึกๆ แล้วเพราะต้องการประชดคนเป็นลุงที่ส่งเขามาอยู่โรงเรียนบ้านนอกห่างไกลเพื่อนฝูงและแสงสีเมืองกรุงที่เขาคุ้นเคย พอย่างเข้าสู่ปีที่สองเขาก็หลงไปเข้าแก๊งค์อันธพาลประจำโรงเรียน สุดท้ายก็ตั้งตัวเป็นหัวโจกหลักคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งพวกเด็กติ๋ม หากเขาไม่ได้เลวร้ายโดยสันดาน  เมื่อแก๊งค์นักเรียนนักเลงเริ่มก้าวหน้าไปทำอาชญากรรมเล็กๆ น้อยๆ คยูฮยอนก็ค่อยๆ เฟดตัวเองออกมา เทพีแห่งโชคคงยืนอยู่ข้างเขา เพราะอีกไม่นานแก๊งค์มาเฟียประจำโรงเรียนก็โดนจับ

                พอเข้าสู่ปีที่สาม..เขาก็พบว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันกำลังเตรียมตัวจบ หลายคนพูดคุยกันถึงอนาคตและมหาวิทยาลัยที่จะก้าวเข้าไปศึกษาต่อ แต่เขายังอยู่ชั้นปีเดิมเหมือนกับเมื่อสามปีที่แล้วไม่มีผิด อาจารย์ทั้งหลายระอากับพฤติกรรม แต่ต้องทนเพราะคุณลุงเขาเป็นผู้บริจาครายใหญ่ของโรงเรียน

                หากกฎก็ต้องเป็นกฎ ถ้าเขาสอบตกอีกครั้ง เขาจะถูกไล่ออก หรือที่คุณครูที่แสนจะใจดีและอดทนกับเขาอย่างที่สุดใช้คำที่เบาลงว่า..เชิญออก นั่นเอง

                ฉะนั้น ครูอยากให้เธอตั้งใจเรียนกับซอฮยอน...

                แล้วทำไมต้องให้ผมเรียนกับยายเด็ก...เขาชะงักคำพูดเมื่อได้ยินเสียงกระแอมปรามของคุณครู เสเปลี่ยนคำไปว่า ...คนนี้ด้วยล่ะครับ ทำไมอาจารย์ไม่สอนผมเอง

                ก็เพราะครูเคยพยายามสอนเธอมาตั้งหลายครั้ง แต่เธอไม่คิดจะฟังครูเลยน่ะสิ ลองเรียนกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน เผื่อเธอจะสนใจบทเรียนขึ้นบ้าง

                รุ่นเดียวกันที่ไหน ยายเด็กนั่นเป็นรุ่นน้องเขาสามปีต่างหาก มันน่าเสียหน้าจะตายที่ต้องมาเรียนกับรุ่นน้องของตัวเอง ไม่! ไม่มีทาง! คิดหรือว่าเขาจะยอมไปติวกับ..กับ....

                คยูฮยอนเบนสายตามุ่งร้ายไปยังเด็กสาวที่นั่งฟังอย่างเรียบร้อยตลอดเวลาที่เขากับอาจารย์ที่ปรึกษาสนทนากัน สมองฝั่งชั่วร้ายเริ่มคิดอะไรดีๆ ออก แทนที่จะให้อีกฝ่ายมาข่มเขาด้วยการทำตัวเป็นติวเตอร์ เขาจะใช้หล่อนทำการบ้านกับปั่นรายงานให้เสียเลย ลำพังคะแนนเก็บสวยๆ ก็น่าจะทำให้เขาผ่านปีนี้ไปได้ ถึงแม้จะสอบตกตอนปลายภาคก็ตาม

                โจวคยูฮยอนฉลาดสุดๆ

                ทันทีที่อาจารย์ออกไปจากห้อง เด็กหนุ่มจอมเกเรโยนสมุดการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ไปตรงหน้าคนที่นั่งสงบเสงี่ยมอยู่ตรงข้ามเขา แล้วออกคำสั่ง

                บทที่ 2 หน้า 46 ทำให้ด้วย ขอบใจ..

                ไม่...เธอยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ ตอนที่อีกฝ่ายคว้ากระเป๋านักเรียนกระโดดออกจากห้องไปหน้าตาเฉย

                ซอฮยอนได้แต่มองสมุดที่ถูกลมตีปลิวเปิดให้เห็นรอยหมึกปากกาแดงเต็มหน้ากระดาษ ให้ตายสิ! ไม่รู้ใช้สมองเรียนหรือใช้ไส้ติ่งเรียน แต่ละหน้าถึงเต็มไปด้วยเครื่องหมายกากบาทสีแดงซะขนาดนี้!

 

                เช้าวันรุ่งขึ้น คยูฮยอนผิวปากอย่างอารมณ์ดี เขาแวะถามติวเตอร์ส่วนตัวถึงการบ้านที่ฝากให้ทำเมื่อวาน อีกฝ่ายตอบสั้นๆ ว่าทำเสร็จแล้วส่งให้แล้วด้วย       

                อะไรจะดีขนาดนี้ จากที่หมั่นไส้เขาเริ่มนึกเอ็นดูยายแก้มซาลาเปาขึ้นมาบ้างแล้ว เดี๋ยววันนี้จะจัดหนักเพิ่มให้อีกสองสามวิชา ว่าแต่เอาวิชาอะไรดีน้า..ขอคิดก่อน

                คยูฮยอนอารมณ์ดีจนเรียนไปหลับไป ผ่านไปสองคาบก็ถึงชั่วโมงคณิตศาสตร์ อาจารย์แจกสมุดการบ้านคืนพร้อมมองลอดแว่นอย่างสงสัย แต่ไม่ได้พูดอะไร เขาแอบกระหยิ่มยิ้มย่อง ตั้งใจจดการบ้านเป็นพิเศษเพื่อเอาไปให้ใครบางคนทำให้

                ตกเย็น เขารีบวิ่งไปยังใต้ตึกดนตรีซึ่งเป็นสถานที่นัดเรียนพิเศษ คุณครูของเขานั่งหลังตรงพร้อมหนังสือเป็นตั้งรออยู่แล้ว แต่เขาไม่สนใจ โยนสมุดการบ้านให้เสร็จ ก็ดึงหางเปียชี้ๆ ไปทีหนึ่งเป็นการขอบใจ แล้ววิ่งออกนอกประตูโรงเรียนทันที เหตุการณ์ดำเนินแบบนี้ไปจนครบอาทิตย์ เย็นวันจันทร์สัปดาห์ถัดมาเขาก็แบกรายงานฉบับใหม่กับการบ้านคณิตศาสตร์ไปโยนให้คนที่ถูกลดขั้นจากติวเตอร์เป็นเบ๊ส่วนตัวทำให้เหมือนเดิม หากต่างออกไปตรงที่ยังไม่ทันจะหมุนตัวกลับเหมือนทุกวัน เสียงใสๆ ก็ดังขึ้นเสียก่อน

                ย่าห์!’

                เธอเรียกฉันเหรอ?เขาหันกลับมาชี้ตัวเองงๆ ทั้งงงที่ถูกเรียกด้วยคำไม่สุภาพ และงงหนักขึ้นเมื่อลูกไก่ในกำมือยักคิ้วตอบเหมือนคำกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน

                แถวนี้มีคนอื่นไหมล่ะ

                ย่าห์! ยายซาลาเปา ฉันเป็นรุ่นพี่เธอนะ!’

                ฉันไม่เคยนับถือคนที่แก่เพราะกินหญ้า...         

                คนฟังแทบกระอักที่ถูกย้อนด้วยถ้อยคำเย็นชา ดูเหมือนเขาจะมองลูกเจี๊ยบตัวน้อยผิดไป ที่แท้ก็ลูกเสือดีๆ นี่เอง

                เธอ...

                นั่งลงเดี๋ยวนี้!’

                เธอกล้าสั่งฉันเหรอ

                ฉันกล้าทำมากกว่าสั่งอีก!’

                อะไรนะ!’ คยูฮยอนตะคอกถามด้วยท่าทางที่ทำให้ผู้ชายตัวโตๆ กลัวหงอมาแล้ว แต่คนที่สูงแค่หัวไหล่เขากลับไม่มีท่าทางเกรงกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว เจ้าหล่อนสะบัดปลายคางเป็นเชิงสั่งซ้ำ โดยไม่เอ่ยปากให้เสียเวลา ทำเอาเจ้าพ่อประจำโรงเรียนโกรธจนทุบโต๊ะดังปัง

                มันจะมากเกินไปแล้ว

                เปิดสมุดการบ้านสิ ฉันจะอธิบายให้ฟังทีละข้ออีกฝ่ายไม่สนใจ สั่งต่อหน้าตาเฉย

                ไม่!’

                เด็กสาวที่เขาเคยคิดว่าคงเรียบร้อยว่านอนสอนง่ายตวัดสายตาฉับ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เยียบเย็นว่า หรืออยากให้ฉันส่งหลักฐานทั้งหมดให้อาจารย์

                หลักฐานอะไร

                ก็หลักฐานที่ฉันทำการบ้านกับรายงานทั้งหมดให้นายตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาน่ะสิ

                คยูฮยอนพูดไม่ออก เขาตบโต๊ะดังปังอีกครั้ง เจ็บมือชะมัด แต่เจ็บใจมากกว่า

                เธอเต็มใจทำให้ฉันเอง

                ฉันโดนบังคับต่างหาก นายดึงผมเปียฉัน...

                ฉันดึงด้วยความเอ็น......ดู แต่เรื่องอะไรจะบอก ตอนนี้เธอมันไม่น่าเอ็นดูแล้วยังน่าโดนตื้บซ้ำอีกต่างหาก

                นายตบหน้าฉัน

                จะบ้าเหรอ! ฉันแค่ดึงแก้มเธอเล่น หยอกล้อน่ะ.. รู้จักไหม

                ซอฮยอนทำเป็นไม่ได้ยิน เธอยกข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงที่สุดโยนใส่หน้าเขา

                นายคุกคามทางเพศฉัน!’

                อะไรนะ คุกคามทางเพศ!?’

                คนริเริ่มใช้คำล่อแหลมหน้าแดง รู้สึก(ละ)อายเล็กน้อย

                ก็ที่นาย...กะ...กอดฉันไง

                นั่นมันกอดขอบคุณ..โว้ย!’ เขาขึ้นเสียงอย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่ คนฟังนิ่วหน้า ติงว่า

                นายกำลังพูดจาไม่สุภาพกับฉัน

                เธอเป็นผู้ปกครองของฉันเหรอ ทำไมฉันต้องพูดสุภาพด้วย ฮะ..โว้ย!!!’ 

                และทั้งหมดที่นายตะโกนใส่ฉันวันนี้เป็นการยืนยันให้ทุกคนได้ประจักษ์อีกครั้งว่านายกำลังข่มขู่ฉัน

                ซอฮยอนกวาดมือไปรอบๆ คยูฮยอนเพิ่งสังเกตว่าเขายืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนนับสิบที่กำลังทำหน้าไม่พอใจที่เขาทำท่าเหมือนข่มขู่คุกคามผู้หญิงตัวเล็กๆ

                เหอะ! ผู้หญิงตัวเล็กๆ งั้นเหรอ ยายตัวแสบเอ๊ย!

                คนพวกนี้เห็นนายมาที่นี่ทุกวัน เพื่อมาข่มขู่ฉัน

                ฉันมาเรียนพิเศษต่างหาก

                นายมาสั่งให้ฉันทำการบ้านกับรายงานให้ต่างหาก!’ ซอฮยอนหรี่เสียงลงเล็กน้อยให้ได้ยินกันสองคน คนพวกนี้จะช่วยเป็นพยานให้ ถ้าฉันเดินไปบอกอาจารย์ว่าฉันเป็นคนทำการบ้านกับรายงานให้นายตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ทีนี้..นายก็จะถูกเด้งออกจากโรงเรียนโดยไม่ต้องรอสอบปลายภาคเลย จะเอาอย่างนั้นไหมล่ะ

                นี่เธอกล้าขู่ฉันเหรอ

                เขานึกว่าอีกฝ่ายจะโต้ตอบด้วยท่าทางยียวน แต่ยายตัวแสบกลับบอกด้วยท่าทางอ่อนลงจนเกือบเป็นอ้อนวอน  ฉันไม่อยากทำแบบนั้น

                โธ่! นึกว่าจะแน่!’

                ฉันไม่อยากทำ แต่ฉันจะ...ทำ ถ้านายยังทำตัวเป็นอันธพาลระรานชาวบ้านเขาไปทั่ว

                คนที่กล้ายื่นข้อแม้กับฉันคนสุดท้ายสภาพศพเป็นยังไงรู้มะ

                คนฟังทำหน้าเหมือนคนพูดช่างปัญญาอ่อนอะไรแบบนี้ เจ้าของประโยคที่คิดว่าประโยคของตัวเองโคตรเจ๋ง เสียเซลฟ์จนแทบแทรกแผ่นดินหนี

                ย่าห์!’

                หุบปาก แล้วต่อจากนี้มาติวทุกเย็น วันละแค่ชั่วโมงเดียว นายทำไม่ได้เหรอ

                ไม่ได้ เสียเวลา!’

                นายคิดว่าคนอื่นไม่มีธุระงั้นสิ คิดว่าโลกหมุนรอบตัวนายคนเดียวงั้นสิ

                ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตอบ เธอก็ใส่ต่อไม่ยั้งว่า ฉันต้องเสียเวลาซ้อมเปียโนไปหนึ่งชั่วโมงเต็มเพื่อมาตักขี้เลื่อยออกจากหัวนาย   

                ตักขี้เลื่อยออกจากหัวเขาหรือ?

                ไม่เคยมีคำด่าไหนทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดมากเท่าคำนี้มาก่อนเลย โดยเฉพาะเมื่อมันออกจากปากคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้าเป็นอย่างยิ่ง

                และอย่าได้บังอาจคิดว่าฉันทำไปทั้งหมดเพราะนายนะ ถ้าอาจารย์ที่ฉันรักและเคารพไม่ขอร้อง คิดว่าคนอย่างนายจะได้เข้ามาอยู่ในวงโคจรชีวิตฉันงั้นเหรอ!?

                พอได้แล้ว!’

                ทนฟังความจริงไม่ไหวล่ะสิ...

                เขาเห็นคำพูดนั้นปรากฏอยู่ในดวงตาและท่าทางการเลิกคิ้วที่ดูอย่างไรก็ทั้งหาเรื่องทั้งกวนประสาทจนเขาอดแปลกใจไม่ได้ว่า เขามองอีกฝ่ายเป็นพวกเด็กเรียนเรียบร้อยไปได้อย่างไรในตอนแรก

                นั่งลง

                คยูฮยอนได้แต่ทรุดตัวลงนั่งงงๆ ตามคำสั่ง กว่าจะนึกได้ว่าไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังก็สายเกินไปเสียแล้ว สมุดกับหนังสือเล่มหนาถูกสุมลงมาตรงหน้าเขาจนไม่สามารถลุกหนีไปไหนได้

                ฉันไม่...

                เงียบ! แล้วหยิบปากกาขึ้นมา!’

                อีกฝ่ายทำตามด้วยท่าทางฮึดฮัด แต่อย่างน้อย..เขาก็ยังฟังเธอ

               ซอฮยอนลอบถอนใจด้วยความโล่งอกทั้งที่ข้างในสั่นไปหมด เธอไม่ใช่คนใจร้าย ไม่ใช่คนชอบออกคำสั่ง ไม่เคยขึ้นเสียงใส่ใครเลยด้วยซ้ำตั้งแต่เกิดมา แต่เธอทำสิ่งแย่ๆ เหล่านั้นทั้งหมดภายในวันเดียวก็เพราะผู้ชายบ้าคนนี้!

           ทั้งหมดแค่ก้าวแรกเท่านั้น  เธอยังคงต้องเผชิญหน้ากับปิศาจร้ายในคราบผู้ชายหน้าตาดีไปอีกนาน  ถ้าไม่ใช่เพราะอาจารย์ที่เคารพนับถือกันขอร้องให้ช่วยเพื่อนร่วมโลกคนหนึ่ง หางตาเธอก็ไม่มีวันแลคนแบบนี้ เธอคิดโดยไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายก็คิดในทำนองเดียวกัน ถ้าอาจารย์ไม่บังคับให้เขาต้องมาเรียนพิเศษ ผู้หญิงจืดชืดแบบนี้คงเหมือนฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศ ขนาดเพ่งมองยังแทบไม่เห็น นิสัยก็เสีย..(มั้ง) ไม่มีอะไรจูงใจให้อยากเรียนเลยแม้แต่นิดเดียว

                การติววันนั้นผ่านพ้นไปด้วยดี แม้ดูเหมือนว่าคยูฮยอนจะไม่ยอมรับอะไรเข้าหัวเลย แต่อย่างน้อยเขาก็ทำการบ้านด้วยตัวเองทุกวิชา นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี จวบจนเธอได้ยินถ้อยคำอาฆาตจากเขา

                ฉันเอาคืนเธอแน่!’   

                               

3

 

                รอยยิ้มยังคงติดอยู่มุมปากตอนที่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตูดังสนั่น...

                คยูฮยอนต้องปรับการรับรู้อยู่พักใหญ่กว่าจะนึกได้ว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงและฝันหวานถึงความทรงจำในอดีตที่ผ่านพ้นมาเนิ่นนาน...

                นานเสียจน....

ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง เขาถอนหายใจยาวเหยียดขณะลุกขึ้นสลัดผ้าห่มออกจากตัว ใครก็ตามที่สร้างความรำคาญในเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์จะต้องชดใช้อย่างสาสม!

เจ้าของห้องเดินลากเท้าข้ามห้องไปกระชากประตูเปิดด้วยความหงุดหงิด ยังไม่ทันได้อาละวาดอย่างใจคิด ภูเขากล่องสูงเป็นตั้งก็เคลื่อนตัวผ่านเขาเข้าไปด้านในโดยไม่ได้รับอนุญาต

เดี๋ยว...อะไรน่ะ

อาหารจากที่บ้าน ท่านประธานให้เอามาให้คุณค่ะ

เขาได้ยินเสียงตอบดังมาจากคนที่อยู่ด้านหลังกล่อง อีกฝ่ายพยายามจะวาง แต่ด้วยน้ำหนักของกล่องใส่อาหารหลากหลายชนิดทำให้เอียงไปเอียงมา คยูฮยอนรีบก้าวเข้าไปช่วย แต่ช้าไปเสียแล้วเมื่อกล่องบนสุดพลิกคว่ำร่วงหล่น..กิมจิกระจายเต็มพื้น

เจ้าของห้องสบถ คนซุ่มซ่ามหน้าถอดสีรีบวางกล่องที่เหลือลงบนโต๊ะอาหาร ปากเอ่ยคำขอโทษไปพร้อมๆ กับหันซ้ายหันขวาหาผ้าเช็ด ชายหนุ่มห้ามไม่ทันเมื่ออีกฝ่ายคว้าผ้าสีขาวที่พาดเอาไว้ตรงพนักเก้าอี้ไปเช็ดน้ำสีส้มที่เริ่มไหลนอง

นั่นมัน...

เสื้อ.... หญิงสาวเอ่ยตะกุกตะกัก เพิ่งจะสำนึกได้ว่าตัวเองทำผิดมหันต์ซ้ำสองเมื่อเห็นชัดๆ ว่าผ้าที่เข้าใจว่าเป็นผ้าเช็ดโต๊ะที่แท้เป็นเสื้อเชิ้ตยี่ห้อดัง เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มจังหวะเดียวกับที่เขาก้มลงมา

ตาสบตา ต่างฝ่ายต่างนิ่งงันไปอย่างคาดไม่ถึง

เอ้อ...

ซ........คุณ....

หญิงสาวได้สติก่อน เธอรีบลุกขึ้นยืน ถอยหลังไปสองก้าว มือชื้นเหงื่อบีบกันแน่น

ทำไม... คยูฮยอนเอ่ยถามยังไม่ทันจบประโยค อีกฝ่ายก็โพล่งแนะนำตัวขึ้นมาก่อนว่า

ดิฉันเป็นเลขาท่านประธานฯ ค่ะ

เลขาท่านประธาน นางฟ้าชุดขาว นักเปียโนสาวคนสวย ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะไหน แต่สำหรับเขาแล้ว เธอ..คือเธอ คือคนที่ไม่เคยลบเลือนไปจากใจ

ซอ...

ส่วนคุณ คือหลานชายคนเดียวของท่านประธานฯ กรรมการบริหารคนใหม่ของบริษัทเธอเน้นตำแหน่งของเขาราวกับการขีดเส้นใต้ด้วยปากกาสีแดง หยุด...เขาเอาไว้ไม่ให้ก้าวผ่านเส้นคั่นความสัมพันธ์

คยูฮยอนจ้องเขม็งไปยังคนที่ก้มหน้าหลบตา น้ำเสียงที่เอ่ยแผ่วเบาแต่เย็นยะเยียบจับขั้วหัวใจ

ว่าไงนะ..."

 ยินดีที่ได้พบคุณค่ะ

นั่นไม่ใช่คำตอบที่เขาต้องการ

ผมจะให้โอกาสคุณตอบอีกครั้ง ผมเป็นใคร......สำหรับคุณ

หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบสายตาแข็งกร้าว เธอฝืนยิ้มตามมารยาทก่อนก้าวผ่านหน้าเขาตรงไปยังประตูด้วยสีหน้าสงบนิ่ง แล้วหันมาบอกด้วยประโยคที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยสักนิดว่า

ฉันจะเรียกแม่บ้านมาทำความสะอาดพื้นให้นะคะ ขอโทษด้วยที่ทำให้คุณวุ่นวายแต่เช้า

 

เช้าวันจันทร์ คยูฮยอนเปิดประตูห้องทำงานที่อยู่บนชั้นสูงสุดของอาคารสูงยี่สิบชั้นเข้าไปด้านใน สิ่งแรกที่ปะทะสายตาเขาไม่ใช่คนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะตัวใหญ่ แต่เป็นแผ่นหลังบอบบางของคนที่ยืนรับคำสั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะ

                อ้าว! เข้ามาสิ

                ถ้าคุณลุงกำลังสั่งงาน...

                เสร็จแล้วๆ เข้ามา จะได้มารู้จักกันไว้

                ไม่เลย...เขาไม่อยากรู้จักใครสักนิด!

               คยูฮยอนคิดขวางๆ แต่ห้ามขาตัวเองไม่ให้ก้าวไปยืนเคียงข้างคนที่ถอยหลังหลบแทบจะในทันทีไม่ได้ เลขาสาวกำแฟ้มเอกสารแน่น ใจเต้นแรง รู้ว่าเขาจงใจแกล้งเธอ แต่ทำอะไรไม่ได้

                เคยเจอกันแล้วใช่ไหม แต่ยังไม่ได้แนะนำอย่างเป็นทางการ

หญิงสาวรับคำเสียงแผ่ว ส่วนชายหนุ่มจงใจเงียบเฉย ผู้อาวุโสจึงเปิดปากแนะนำต่อ

คยูฮยอน หลานชายผมเอง เขาจะเข้ามาดูแลงานในส่วนบริหารแทนผม...

                คนถูกแนะนำทำท่าจะค้าน ผู้อาวุโสจึงโบกมือ แล้วเพิ่มเติมว่า ...ในอนาคต เธอคงต้องเจอกับพ่อหนุ่มนี่บ่อยๆ เขาค่อนข้างเนี้ยบและใจร้ายสักนิด...

                ท่านประธาน...

                โอเคๆ ไม่ได้ใจร้าย แค่ใจดีน้อยไปหน่อย คนเป็นลุงว่ายิ้มๆ ที่สำคัญ กรรมการบริหารคนใหม่ของเราค่อนข้างอันตรายต่อหัวใจหญิงสาว เธอต้องระวังตัวให้ดีนะ...ซอฮยอน

                ชื่อนั้น...เขารู้อยู่แล้ว แค่เพียงรอคุณลุงยืนยันให้แน่ใจเท่านั้นเอง

                ซอฮยอน...

คยูฮยอนเอ่ยทวนชื่อนั้นเบาๆ สายตาของคมปลาบยามทอดมองเจ้าของชื่อที่ช้อนสายตาขึ้นมองเขา

                แค่ฟังชื่อ ก็รู้สึกเหมือนเป็นเนื้อคู่กันแล้ว ว่าไหมครับ

                คยูฮยอนอา... ผู้อาวุโสปราม เขาไม่ชอบการกระทำแบบหมาหยอกไก่ โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้านายและฝ่ายหนึ่งเป็นลูกน้อง

                ผมอาจจะต้องขอตัวเลขาของคุณลุงไปช่วยงานบางอย่างที่คุณคิมทำไม่ได้

                งานอะไร... เลขาที่เขาจัดหาให้หลานชายเป็นเลขามืออาชีพมามากกว่ายี่สิบปี อยากรู้นักว่ามีอะไรที่คุณคิมจะทำไม่ได้

                คุณคิมบอกผมว่าอาจจะต้องขอตัวเวลาไปร่วมงานเลี้ยงที่ดึกมากๆ เพราะต้องกลับไปอยู่กับลูกน่ะครับ แต่จะจัดหาเลขาสาวๆ ที่เหมาะสมมาให้ ผมว่า..ผมเจอแล้วนะ

                สายตาของเขา ลักษณะการทอดมอง รวมถึงประกายระยิบแบบแปลกๆ ในดวงตา ทำให้เลขาสาวหนาวสันหลังวาบ อยากวิ่งหนี อยากถอยห่างออกไปไกลๆ แต่หน้าที่ค้ำคออยู่เธอจึงถอยไปไหนไม่ได้

                ต้องถามความสมัครใจของซอฮยอนดูก่อน 

                ถึงแม้ท่านจะเอ่ยเสมือนเปิดกว้าง แต่คนเป็นเลขาก็รู้ดีว่า..เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ

                ว่าไงครับ เป็นครั้งแรกที่เขาหันมาพูดกับเธอโดยตรง ซอฮยอนรู้สึกเหมือนโดนมือที่มองไม่เห็นบีบหัวใจ ร่างทั้งร่างกระตุกด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ ทั้งกายและใจของเธอเซซวน แทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเอ่ยคำตอบใดออกไป แต่ดูจากสีหน้าของเขาแล้ว คงเป็นคำตอบที่เขาอยากฟัง...

                ยินดีที่ร่วมงานกัน...อีกครั้ง

             สองคำสุดท้ายของเขานั้นแผ่วเบาจนเกือบเป็นกระซิบ แต่มันกลับดังสะท้านสะเทือนอยู่ภายในหัวใจเธอราวกับเสียงเอคโค่ที่กังวานก้องซ้ำไปซ้ำมา

                อีกครั้ง...อีกครั้ง.....และอีกครั้ง

 

                คยูฮยอนได้โอกาสใช้บริการเลขาสาวคนสวยของท่านประทานเร็วกว่ากำหนด เขาไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่านั่งคัดเลือกบัตรเชิญด้วยตัวเองจนเจองานเลี้ยงของมูลนิธิแห่งหนึ่งซึ่งเขาไม่มีความจำเป็นต้องไป แต่เขาก็ตั้งใจไปเพราะ...

                ชายหนุ่มเบนสายตาไปยังคนที่ก้าวเดินออกมาจากห้องลองชุด ยิ้มอย่างพอใจกับชุดราตรีสีทองสั้นกุดที่ทำเอาคนใส่ต้องคอยดึงลง แต่พอดึงมากไปคอเสื้อคว้านต่ำก็จะเปิดเผยเนินเนื้อนวลตาจนคนใส่ต้องขยับดึงขึ้นไปอีก คยูฮยอนมองสีหน้าไม่สบายใจของหญิงสาวยามมือเรียวต้องคอยขยับชุดอยู่ตลอดเวลาด้วยความสะใจ

                เลิกจับโน่นจับนี่ซะที เสียบุคลิกหมด ตำราเลขาเขาไม่ได้สอนคุณหรือไง

ชายหนุ่มถือวิสาสะดึงมือนุ่มมากุมเอาไว้ ไม่ว่าเจ้าของพยายามดึงกลับเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล

                ฉันบอกแล้วไงคะว่าไม่สะดวกจะใส่ชุดนี้ แต่คุณก็ยังยืนยันให้ใส่

                คุณสวย... ถ้อยคำสั้นๆ ทำเอาพวงแก้มอิ่มแดงเรื่อ คยูฮยอนกลับเป็นฝ่ายเมินมองเสียเอง เขารีบเตือนตัวเองอย่างเข้มงวดว่า..มันเป็นแค่เกม และเขาต้องชนะ!

                ปกติแล้วเวลาไปงานเลี้ยงกับท่านประธาน ฉันก็แค่ใส่ชุดสุภาพ... ซอฮยอนยังอธิบายไม่จบ เจ้านายคนใหม่ของเธอก็แทรกขึ้นว่า

                แต่ผมไม่ใช่ท่านประธาน ผมต้องการเลขาที่ทำให้หัวใจของคู่สัญญาเดือดดิ้นด้วยความทุรนทุราย...อยากได้ เขาเน้นสองคำสุดท้ายด้วยน้ำเสียงแฝงแววเจ้าเล่ห์จนทำเอาขนตรงต้นคอคนฟังลุกชันโดยไม่มีเหตุผลยังไม่ทันได้ถามว่าหมายความว่ายังไง รถก็มาจอดตรงหน้าโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน

                ซอฮยอนเดินตามชายหนุ่มเข้าไปด้านใน เธอคุ้นเคยกับงานเลี้ยงดี แต่ไม่เคยถูกจับจ้องด้วยสายตากระหายใคร่รู้แบบนี้มาก่อน พวกผู้หญิงอยากรู้ว่าเธอเป็นคู่ควงคนใหม่ของคยูฮยอนหรือเปล่า ส่วนฝ่ายชายนั้น...

                อุ๊ย...

                มือใหญ่เอื้อมมือมาพยุงเอาไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะเสียหลักล้มลงเพราะสะดุดพรม

                เป็นอะไร..

                ซอฮยอนส่ายหน้า เธอพูดไม่ออก ไม่รู้จะบอกอย่างไร สายตาของผู้ชายพวกนั้นราวกับจะฉีกกระชากเสื้อผ้าที่ไม่ได้ปกปิดอะไรเลยออกจากตัวเธอ

                ตัวคุณเย็นมากเลยนะ จะเป็นลมหรือเปล่า...

                เธอคงนึกว่าเขาถามด้วยความห่วงใย หากไม่มีประโยคถัดไปตามมา

อย่าเพิ่งเป็นอะไรเชียว คุณยังไม่ได้ทำงานให้ผมสักอย่าง

                คำพูดของเขาเป็นยาชั้นดีที่ทำให้เธอกลับมายืนตรงได้อีกครั้ง ซอฮยอนกัดฟันถามออกไปด้วยความน้อยใจว่า  คุณอยากให้ฉันทำอะไรล่ะคะ

                รู้จักประธานลีใช่ไหม ผมอยากให้คุณไปคอยเอาใจท่านสักหน่อย

                เอาใจ... หัวใจเธอหล่นลงไปที่ตาตุ่ม มองคนสั่งอย่างไม่อยากเชื่อสายตา แต่อีกฝ่ายมัวแต่จับจ้องประธานจัดงานซึ่งตามธรรมเนียมการประมูลเพื่อการกุศลจะประมูลของชิ้นใหญ่สุดของงาน แต่บังเอิญว่าเขาอยากได้ของชิ้นนั้น

                ผมอยากได้หอนาฬิกาประดับเพชรสีน้ำเงินอันนั้น คุณช่วยดึงความสนใจท่านเอาไว้หน่อย

                แต่..มันเป็นธรรมเนียม

                ไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติอะไรตายตัว

                ซอฮยอนเงียบ เธอมองเขาราวกับจะตัดพ้อ แต่สุดท้ายก็หมุนตัวเดินจากไปทำหน้าที่ของตัวเองตามที่ได้รับมอบหมาย

                คยูฮยอนยิ้มในหน้า เขาเดินไปยืนมองดูสถานการณ์เงียบๆ ตรงมุมห้อง จะไม่มีการประมูลอะไรทั้งนั้น!

 

                ซอฮยอนมองรอบตัวด้วยความกระวนกระวาย ใกล้จะถึงเวลาประมูลของชิ้นสุดท้ายของงานแล้ว แต่คนที่อยากได้นักหนากลับหายตัวไป อันที่จริง..เธอไม่เห็นเขาตั้งแต่ช่วงกลางของงาน แต่คิดว่าออกไปรับโทรศัพท์อีกไม่นานคงกลับมา แต่นี่...

                ฝ่ามือร้อนผ่าวที่แปะลงบนต้นขาทำเอาหญิงสาวสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ความคิดคำนึงแตกกระเจิง ท่านประธานจัดงานโน้มตัวเข้ามาใกล้ กระซิบสั่งให้เธอช่วยเรียกบริกร ซอฮยอนรีบรับคำพลางถอยห่าง เธอรู้สึกขยะแขยงรอยสัมผัสตรงขาจนน้ำตาแทบหยด แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากคว้าชายของผ้าปูโต๊ะขึ้นมาปิดคลุมขาเปลือยเปล่าเอาไว้

                การประมูลดำเนินไปจนถึงของชิ้นสุดท้าย ผู้ร่วมประมูลคนอื่นให้ราคาพอเป็นพิธีเพราะรู้ดีว่าของชิ้นนี้ต้องจบลงที่ใคร ซอฮยอนหันซ้ายหันขวามองหาเจ้าของความคิดที่ทำให้เธอต้องมาติดกับอยู่ที่นี่ ทว่า..ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา

                หรือคยูฮยอนไม่ต้องการมันแล้ว เธอจะได้ลุกไป...

                ไม่สิ! เขาไม่ได้ต้องการมันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จู่ๆ ความเข้าใจก็สว่างวาบขึ้นในหัวราวกับสายฟ้าฟาด

เธอมันโง่เอง น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่มีความจำเป็นต้องมางานนี้ด้วยซ้ำ เขาก็แค่..อยากแกล้งเธอ!

ซอฮยอนลุกพรวดขึ้นจนคนร่วมโต๊ะต่างหันมามองด้วยความสนใจ ประธานลีที่เพิ่งเสนอราคาครั้งสุดท้ายไปหันมามองเธอเช่นกัน เขาจับมือเธอดึงให้นั่งลง แต่เลขาสาวสะบัดออก ท่านประธานหนุ่มใหญ่หน้าเสียไปนิด เขากระชากแขนบอบบางอย่างแรงจนหญิงสาวทรุดลงบนเก้าอี้ดังเดิม

เกิดอะไรขึ้นกับคุณ งานกำลังจะจบแล้ว ของขวัญพิเศษกำลังจะเป็นของคุณ...ในค่ำคืนของเรา

ค่ำคืนของเรา...

คนฟังเบิกตามองคนพูดด้วยความตกใจ ขยับจะปฏิเสธ แต่เสียงเสนอราคาดังขึ้นเสียก่อน

ร้อยล้านวอน

แขกเกือบทั้งหมดหันไปมองที่มาของเสียง ชายหนุ่มที่เสนอราคามากกว่าราคาประมูลถึงสามเท่าก้าวออกมาจากเงามืด คยูฮยอนพยักหน้าให้กรรมการที่ตกใจไม่ต่างจากคนอื่นๆ เริ่มนับตัวเลข

ประธานลีกำข้อมือบอบบางของคนข้างตัวแน่น ใครมันกล้าหักหน้าเขาในงานที่เขาจัดขึ้น หนุ่มใหญ่กำลังคิดว่าจะสู้ราคาบ้าบอที่มากกว่าความเป็นจริงหลายเท่าหรือปล่อยให้หลุดมือไป เพราะคืนนี้เขามีสิ่งที่น่าสนใจกว่า 

ทันใดนั้น เหยื่อตัวน้อยของเขาก็ดิ้นรนจนแขนหล่อนหลุดเป็นอิสระ แต่ข้อศอกกระแทกแก้วไวน์ล้มคว่ำ น้ำสีแดงก่ำราดรดลงบนกางเกงสีอ่อน

ท่านประธานสบถพร้อมๆ กับที่เสียงค้อนเคาะราคาอันเป็นเอกฉันท์ดังขึ้น ประกาศว่าหอนาฬิกาจำลองตกเป็นของเจ้าของคนใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ซอฮยอนละล้าละลังด้วยความตกใจกับผลงานที่ไม่ได้ตั้งใจของตัวเอง สุดท้ายเพียงพึมพำคำขอโทษ แล้วรีบอาศัยช่วงชุลมุนหลบออกไปอย่างรวดเร็ว

 

คยูฮยอนจับตามองร่างในชุดสีทองที่เดินกะโผลกกะเผลกบนทางเท้าในคืนร้างไร้ผู้คนด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เขาไม่ได้รู้สึกสะใจอย่างที่คิดเอาไว้ หนำซ้ำยังรู้สึก..ร้อนรนจนทนแทบไม่ไหว หวิดจะถลาออกไปกระชากหัวเจ้าของมือปลาหมึกที่ยุ่มย่ามบนเรือนร่างของเลขาสาวหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็สู้อดทนเฝ้ารอให้งานประมูลเดินทางไปจนถึงตอนจบ แล้วค่อยเอาคืนด้วยการฉีกหน้าแย่งประมูลของชิ้นใหญ่สุดที่ควรจะเป็นของมันเสีย

กว่าจะจัดการอะไรๆ จนเสร็จเรียบร้อย เขาก็หาซอฮยอนไม่เจอเสียแล้ว โชคดี..ที่ได้ยินชายหนุ่มกลุ่มนักดื่มพูดถึงสาวสวยริมถนน เขาจึงขับรถออกตามหาจนมาเจอเข้ากับคนที่เดินไปเรื่อยโดนไม่สนใจว่าชุดสีทองสั้นกุดนั้นชวนให้เข้าใจผิดมากเพียงใด

คนบนทางเท้าสะดุด เซถลา รองเท้าส้นสูงหลายนิ้วติดร่องถนน เธอพยายามดึง แต่มันหัก ไม่มีอะไรเลวร้ายเท่านี้อีกแล้ว

ซอฮยอนถอดรองเท้าอีกข้างออก หญิงสาวขว้างมันออกไปกลางถนน รถยนต์ที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงบดทับมันจนแหลกละเอียดไม่ต่างจากความรู้สึกของเธอในตอนนี้ ร่างบางค่อยๆ ทรุดตัวลงข้างกำแพง น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่น แล้วหยดต่อๆ ไปก็ตามมา

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ มือข้างหนึ่งพร้อมด้วยผ้าเช็ดหน้าสีขาวยื่นมาตรงหน้า คนที่กำลังร้องไห้อย่างหนักสะดุ้งด้วยความตกใจ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นพบว่าเป็นใคร เธอก็ปัดมันทิ้งอย่างแรง

ฉันหลงนึกว่าคุณจะเปลี่ยนไปแล้ว... น้ำเสียงสั่นสะท้านขาดเป็นห้วง

ลุกขึ้นเถอะ...

คุณยังใจร้ายเหมือนเดิม  ไม่เคยเปลี่ยนแปลง!”                 
 

4
 

                นายมาสาย...

                ถ้อยคำตำหนินั้นทำเอาคนอารมณ์บูดเพราะเพิ่งโดนเพื่อนล้อที่เขายอมจำนนให้ยายเด็กเมื่อวานซืนง่ายๆ เดือดจัด

                ฉันจะมาเมื่อไหร่มันก็เรื่องของฉัน

                คยูฮยอนกระแทกตั้งหนังสือลงบนโต๊ะเสียงดังจนโต๊ะข้างๆ หันมามองอย่างตำหนิ เขาถลึงตาใส่จนกลุ่มเด็กชมรมดนตรีกลัวหัวหด ก้มหน้าก้มตาขัดเครื่องดนตรีของตัวเองต่อไป เขารู้แล้วว่าทำไมยายซาลาเปาถึงเรียกร้องให้เขามาเรียนกับเธอที่นี่ ก็เพราะที่ตึกดนตรีแห่งนี้มีแต่พวกของเธอไง ถ้าเขาบังเอิญบันดาลโทสะใส่ท่านอาจารย์หญิง เด็กพวกนั้นคงไม่รอช้าที่จะทุ่มเครื่องดนตรีเข้าลงบนหัวเขาแน่ๆ

                หลังจากตั้งใจว่าจะเอาคืน เขาก็ลงมือสืบประวัติเล็กๆ น้อยๆ จนได้รู้ว่าเด็กสาวเป็นพวกเรียนดีแต่ยากจน ที่ยอมติวให้เขานี่ก็เพราะอาจารย์ที่ปรึกษาของเขาเคยช่วยเธอเรื่องขอทุนการศึกษามาก่อนเท่านั้นเอง

                เธอได้เงินเท่าไหร่

                เงินอะไร...

                ก็ค่าสอนพิเศษไง

                ไม่ได้เสียงตอบห้วนๆ ยังไม่ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึก

                โกหก เธอรับจ้างสอนพิเศษเพราะต้องการเงินไม่ใช่เหรอ

                เห็นคนฟังชะงักอึ้งไป คยูฮยอนนึกว่าตัวเองตีได้ถูกจุดแล้ว จึงเอ่ยข้อเสนอที่นั่งคิดนอนคิดมาทั้งคืนออกไป ฉันจะจ้างเธอเพิ่มอีกเท่าหนึ่ง แต่จ้างให้เธอเลิกสอนนะ

                ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอก ฉันจะไปบอกอาจารย์เองว่าฉันไม่อยากสอนนายอีกต่อไปแล้ว

                คยูฮยอนรีบดึงคนทำท่าจะพุ่งตรงไปห้องพักอาจารย์เอาไว้ เขาเปลี่ยนท่าทีเป็นประนีประนอม

                โอเคๆ ฉันผิดเอง ฉันล้อเล่น

                งั้นก็รีบหยิบหนังสือขึ้นมาสิ!’

                เด็กหนุ่มอิดออดเล็กน้อย วันนี้ ฉันไม่อยากเรียน...

                นายก็ไม่เคยอยากเรียนสักวันอยู่แล้ว คนสอนกระแทกเสียง หมดความอดทน คว้ากระเป๋าเตรียมตัวไปซ้อมดนตรี แต่อีกฝ่ายรีบกางแขนกั้น ออดอ้อนอย่างที่ไม่ได้ทำบ่อยนัก ไม่สิ! แทบไม่เคยทำกับใครเลยต่างหาก

                แค่วันนี้วันเดียว..ฉันสัญญา ไปหาอะไรกินกัน ฉันเลี้ยงเอง

                ไม่ต้องมาหาเรื่องเถลไถล

                ฉันก็แค่อยากตอบแทนเธอที่ช่วยติวให้ฟรีๆเขาเน้นเสียงตรงคำว่าฟรี..เหมือนยังไม่เชื่อว่าเธอไม่ได้รับค่าตอบแทนอะไรเลย

ไม่ไปก็ตามใจ...เด็กหนุ่มจอมเกเรทิ้งไพ่ตาย ทำท่าจะหันหลัง แต่เด็กสาวไม่สนใจ เธอหมุนตัวก้าวเดินไปอีกทางเช่นกัน สุดท้าย..คยูฮยอนเป็นฝ่ายต้องวิ่งตามไปดึงมือคนที่กำลังจะก้าวขึ้นตึกดนตรีเอาไว้ จับแน่นไม่ยอมปล่อยพร้อมลากให้ไปด้วยกันจนได้

                คยูฮยอนพาคุณครูสอนพิเศษของเขาเข้าไปนั่งในร้านไอศกรีมหรู เขาจิ้มเลือกเมนูราคาแพงที่สุดอย่างคล่องแคล่วแล้วลอบมองคนที่ขยับตัวอย่างอึดอัดอยู่บนเบาะตรงกันข้าม พนันได้เลย..อีกฝ่ายคงไม่เคยลิ้มชิมของดีแบบนี้มาก่อน เขาจะปล่อยให้เจ้าหล่อนกินให้อิ่มหนำสำราญดี จากนั้นก็...

                ขอตัวไปห้องน้ำแป๊บนะ

                ซอฮยอนเงยหน้าขึ้นมองคนที่ลุกขึ้นเดินออกไปทันทีที่พูดจบด้วยความไม่สบายใจ   เธอกินไอศกรีมในถ้วยเล็กตรงหน้าแทบไม่ลง แต่คนมาด้วยกันนี่สิ..จัดการไปสามถ้วยใหญ่ราวกับตายอดตายอยากกลับมาจากทะเลทราย

                เด็กสาวขยับตัวอย่างอึดอัด  คยูฮยอนหายไปเกินหนึ่งชั่วโมงแล้ว  บริการของร้านเริ่มจับกลุ่มซุบซิบเด็กสาวที่นั่งอยู่คนเดียวกลางร้าน กลุ่มเด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับเธอเรียกเช็คบิลเก็บข้าวของเตรียมตัวกลับเช่นกัน หนึ่งในนั้น..เป็นคนที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีโฉบเข้ามาหา ปรายตามองตัวเลขราคาพลางยิ้มเยาะ

                แมลงสาปกับหนูพากันมาเข้าร้านหรูๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ

                ซอฮยอนกำมือจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ เสียงหัวเราะของเด็กกลุ่มนั้นบาดลึก หน้าของเธอร้อนผ่าว แทบไม่อยากเงยหน้าขึ้นสบตาใคร แต่สุดท้ายก็กลั้นใจคว้าบิลลุกขึ้นเดินไปยังเคาน์เตอร์

                บริกรร้านบางคนรีบเดินไปยืนกันท่าตรงทางออกราวกับกลัวว่าเธอจะวิ่งหนี เจ้าของร้านจ้องเขม็งจนอดขาสั่นไม่ได้

                หนูไม่มีเงินจ่ายค่ะ’  เด็กสาวกระซิบถ้อยคำนั้นทั้งด้วยความรู้สึกอดสู  หน้าชา  น้ำตาปริ่มว่าจะหยดลงมาเสียให้ได้ แต่เธอพยายามฝืนเอาไว้

                ดังคาด เจ้าของร้านเอ็ดตะโรลั่น พาลด่าว่าไปถึงโรงเรียนและพ่อแม่ที่ไม่อบรมสั่งสอน น้ำตาซอฮยอนหยดลงมาจริงๆ แต่เธอรีบเช็ดมันออกไป อีกฝ่ายบอกให้เธอโทรศัพท์เรียกผู้ปกครองมาจ่ายเงิน แต่เธอ...ไม่รู้จะโทร.หาใคร คำตอบนั้นยิ่งทำให้เจ้าของร้านโมโห เขาตะคอกเสียงดุดัน

                เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่หรือไงถึงไม่มีผู้ปกครอง ถ้าเธอไม่โทร.เรียกพ่อแม่มา ฉันก็จะโทร.เรียกตำรวจแทน

                เด็กสาวแทบเข่าอ่อนตอนที่ได้ยินคำว่าตำรวจ   แต่เธอไม่มีใครให้โทร.หาจริงๆ   อีกฝ่ายเห็นว่าขู่ไปก็ไร้ประโยชน์จึงพยักหน้าให้พนักงานในร้านลากเธอเข้าไปด้านหลังร้านที่เต็มไปด้วยข้าวของมากมาย มือใหญ่ผลักเธอไปตรงอ่างทำความสะอาดที่มีถ้วยแก้วกองสุมอยู่เต็ม

                 ไม่มีปัญญาจ่ายเงิน ก็ลงแรงทำงานซะ!’

                เสียงประตูเหวี่ยงปิดดังปัง ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ เธอถูกปล่อยให้ยืนอยู่ลำพังท่ามกลางเสียงลมหนาวหวีดหวิวกับภาชนะสกปรกกองพะเนิน            

                น้ำตาร้อนๆ รินไหล เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้น แต่ความเจ็บปวดในหัวใจมีมากเสียจนอยากทรุดตัวลงร่ำไห้กับพื้น เธอทำอะไรผิดมากมายเช่นนั้นหรือ พระเจ้าถึงได้เล่นตลกและใจร้ายกับเธอนัก

                เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านใน เด็กสาวรีบเช็ดน้ำตาพลางเหลียวกลับไปดู ประตูหลังร้านถูกเหวี่ยงเปิดออกอีกครั้ง ใครบางคนปลิวถลาออกมาชนกับเธออย่างแรงจนเซไปทั้งคู่

                 รีบๆ ทำให้เสร็จก่อนที่ฉันจะโทรแจ้งตำรวจ

                  นาย...
                คยูฮยอนทำท่าจะวิ่งไปเตะคนที่เหวี่ยงเขาออกมา   แต่ประตูเหวี่ยงปิดกลับเข้าที่เดิมเสียก่อน   เขาปรายตามองเจ้าของดวงตาแดงช้ำแต่ไร้แววกล่าวหา กระแอมนิดนึงก่อนปัดมือเย็นเฉียบที่ช่วยพยุงออก ทำเป็นวางมาดปัดเสื้อ ปัดกางเกง แต่ไม่ยอมสบตาเธอซ้ำอีกครั้ง

                กลับมาทำไมน้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยถาม

                ฉันก็ต้องกลับมาอยู่แล้ว แค่ไปเข้าห้องน้ำนานไปหน่อยเท่านั้นเอง

                ซอฮยอนรู้แต่ไม่พูดอะไร เพียงแค่หันไปหยิบถุงมือมาสวม แต่ถูกแย่งไป มือใหญ่สอดเข้าไปในถุงมือที่ปลายนิ้วขาดเป็นรูโบ๋ เด็กหนุ่มสบถลั่นเมื่อน้ำเย็นจัดราดรดลงบนผิว

                เย็นจะตายชัก

                ฉันทำเอง

                ไม่ต้อง ฉันผิดเอง...

                ถ้อยคำนั้น แม้จะรัวเร็วจนแทบฟังไม่ทัน แต่เธอก็ได้ยินอย่างชัดเจน ซอฮยอนถอนหายใจ เธอเปิดน้ำเย็นจัดและเริ่มล้างโดยไม่ใส่ถุงมือ

                ถ้าไม่มีเงินแล้วจะพาฉันมาทำไม

                มีสิ..มีเยอะด้วย!

                หลังจากเห็นเหตุการณ์ชักเลยเถิดมากไปกว่าเรื่องสนุกที่ได้แกล้งคน ซอฮยอนถูกลากเข้าไปหลังร้าน คยูฮยอนก็รีบพุ่งไปกดเงินเพื่อนำมาจ่าย แต่เจ้าของร้านดันนึกว่าเขาหายไปขโมยเงินคนอื่นมา แล้วทำท่าจะจับเขาส่งตำรวจอีกคน

 ตั้งแต่เกิดมา..เพิ่งมีครั้งนี้ที่มีคนไม่เชื่อว่าเขามีเงิน ให้ตาย! เลยต้องลงเอยมาช่วยยายซาลาเปาล้างจาน ทั้งที่ไม่ได้อยากทำเลยสักนิด น้ำบ้านี่ก็เย็นชะมัด หากอุณหภูมิลดลงอีกสักสองหรือสามองศา คงได้กลายเป็นน้ำแข็งแน่ๆ ขอให้ร้านมันล่มจม หวงแม้กระทั่งน้ำอุ่น        

ว่าไงล่ะ

                เงียบเถอะ น่าโมโหชะมัด

             ทั้งคู่ทำงานเงียบๆ  จนเสร็จเรียบร้อย  นอกจากคำถามนั้นแล้ว  อีกฝ่ายไม่บ่นอะไรเลยจนเขารู้สึกผิด นึกอยากอธิบายหลายครั้งแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง

                หิมะตกหนัก แต่เจ้าของร้านไล่ทั้งคู่ออกไป ไม่ให้แม้แต่ที่ยืนหลบ เขายังตามมาด่าต่อเนื่องอีกหลายประโยค

               คยูฮยอนหันซ้ายหันขวาตั้งใจจะหาหินหรือะไรสักอย่างมาขว้างใส่ร้าน เอาให้มันพังราบหน้ากลองแล้วค่อยชดใช้ด้วยการทุ่มเงินใส่หัวมันทีหลัง จะได้รู้ว่าใครเป็นใคร แต่คนมาด้วยกันออกเดินนำไปแล้วเขาจึงต้องวิ่งตามไป

                รอด้วยสิ!’ เด็กหนุ่มกระชากเสียงบอกโกรธๆ

                ไม่ต้องตามมาหรอก ฉันจะกลับบ้านแล้ว ขอบใจนะสำหรับไอศกรีม

                นี่เธอประชดฉันเหรอ

                เปล่า ฉันไม่ได้เจอเรื่องสนุกๆ แบบนี้มานานแล้ว

                คยูฮยอนเหลือบมองคนที่ยิ้มน้อยๆ ในหน้า เขาดูไม่ออกเลยว่าเธอพูดด้วยอารมณ์ไหน

                กลุ่มผู้หญิงพวกนั้นเป็นใคร เธอรู้จักมาก่อนเหรอ

                กลุ่มไหน

               ก็กลุ่มที่เรียกเราว่าแมลงสาปกับหนูไง!’   เขากระแทกเสียง   ตั้งใจว่าถ้าเจอกันอีกทีจะจับหนูกับแมลงสาปของจริงยัดปากเจ้าของคำพูด

                เด็กโรงเรียนมัธยมหญิงอีวา

                โรงเรียนไฮโซกลางเมืองใช่ไหม...

                ใช่...ซอฮยอนตอบสั้นๆ ก่อนเล่าเรื่องที่ไม่คิดว่าจะเล่าให้ใครฟังออกไป ฉันเคยเรียนที่นั่นมาก่อน เคยทำตัวเหมือนเด็กพวกนี้มาก่อน พูดง่ายๆ ก็คือเคยดูถูกพวกโรงเรียนเรามาก่อน สุดท้ายฉันก็ต้องมาลงเอยที่โรงเรียนนี้เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าโรงเรียนแพงๆ ตลกไหม...

                คยูฮยอนหันมามองด้วยความแปลกใจ เขายังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ อีกฝ่ายก็หยุดเดินแล้วหันมาบอก

                ถึงบ้านฉันแล้ว ขอบใจที่เดินมาส่ง

              ไม่ได้มาส่งสักหน่อยเขารีบปฏิเสธแล้วหมุนตัวกลับ   ทิ้งเวลาพักหนึ่งจึงค่อยๆ หันกลับไปมอง  ร่างบอบบางหายลับไปจากสายตา เขาตัดสินใจก้าวตาม

สุดถนนที่ร่มครึ้มไปด้วยเงาไม้เป็นที่ตั้งของบ้านหลังใหญ่โตแต่เงียบร้าง มีเพียงแสงไฟแรงเทียนต่ำลอดออกมาจากช่องหน้าต่างมุมหนึ่งของบ้าน ดูเหมือนว่าเด็กสาวจะไม่ได้โกหกที่บอกว่าเคยเรียนโรงเรียนของเด็กมีอันจะกินมาก่อน

เกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูตกยากกันแน่นะ...

 

5
 

เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมลุก เขาจึงต้องลงมือช้อนร่างบอบบางขึ้นในวงแขนแข็งแรงแล้วก้าวตรงไปยังรถที่จอดทิ้งเอาไว้ริมถนน ซอฮยอนขัดขืนเพียงเล็กน้อยก่อนหมดฤทธิ์นั่งสงบนิ่งตรงที่นั่งผู้โดยสาร

คยูฮยอนถอดเสื้อสูทออกคลุมร่างสั่นสะท้าน เขาหยิบน้ำขวดที่มีติดรถเอาไว้เสมอมาล้างเท้าเปลือยเปล่าเปื้อนฝุ่น อีกฝ่ายสะดุ้งความตกใจ จะชักเท้ากลับ แต่มือใหญ่ไม่ยอมปล่อย เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าที่เธอไม่ยอมรับไปเช็ดน้ำตามาช่วยเช็ดเท้าให้จนแห้งสนิทดี

คุณคิดว่าตัวเองเป็นซินเดอเรลล่าหรือไง ถึงได้เขวี้ยงรองเท้าไปให้เจ้าชายกลางถนนแบบนั้น

ไม่ใช่แค่รองเท้า แต่ฉันอยากฉีกชุดที่คุณจ่ายเงินซื้อ  กระเป๋าที่คุณเลือกให้ ทำลายทุกอย่างที่เป็นของคุณให้หมด!”

คนฟังได้แต่เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาที่มีน้ำตาไหลเป็นทาง เขาเกือบจะเอื้อมมือไปช่วยเช็ด แต่รู้ดีว่าอีกฝ่ายคงปัดออกด้วยความรังเกียจ

                ผมขอโทษ...

                คุณจะขอโทษทำไม ในเมื่อคุณตั้งใจ

                ซอฮยอนอา...

                หยุดเรียกชื่อฉันเหมือนเราสนิทสนมกันเสียที!”

                คุณก็ควรหยุดทำเป็นไม่รู้จักผมซะทีเหมือนกัน!”

คยูฮยอนตะโกนอย่างหมดความอดทน เขากระชากไหล่บอบบางเข้ามาใกล้..จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน เธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจของเขา และเขาก็รู้สึกได้ถึงลมหายใจของเธอเช่นกัน

                ซอฮยอนพยายามขืนตัวออกห่าง  แต่เบาะรถแคบจนเธอขยับไปไหนไม่ได้ จึงทำได้เพียงเบี่ยงหน้าหนี ไม่ได้รู้เลยว่านั่นเหมือนเปิดโอกาสให้ปลายจมูกโด่งกดลงบนแก้มนวลเต็มๆ

                เอ๊ะ!” เธอหันกลับมาด้วยความตกใจ

               คุณไม่ได้บอกใบ้ให้ผมหอมแก้มคุณได้หรอกเหรอ คยูฮยอนถามหน้าตาย และพออีกฝ่ายเปิดปากเพื่อค้าน เขาก็ประทับริมฝีปากตัวเองลงบนกลีบปากนุ่มทันควัน

                มือใหญ่กุมมือเล็กที่กำสาบเสื้อคลุมของเขาเอาไว้แน่น นิ้วแข็งแรงขยับสอดประสานกับนิ้วบอบบางทั้งห้า วางตั้งลงบนฐานหัวใจ รับรู้ถึงแรงเต้นหนักหน่วงในอก

                หัวใจคุณเต้นแรง เขากระซิบแนบริมฝีปากสั่นระริก

                เพราะฉันอยากฆ่าคุณไง

                ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออก  เขายกศีรษะขึ้นสบตากลมโตในความมืด แล้วกดจูบแรงๆ ตรงมุมปาก

โกหก

ถอยไป!”

คุณอยากให้ผมถอยจริงๆ เหรอ

ซอฮยอนเม้มปากแน่น ตั้งใจว่าเป็นตายร้ายดียังไงก็จะไม่เสียรู้เปิดปากตอบ แต่ถึงอย่างนั้นคนถามก็มีวิธีการของเขา ริมฝีปากร้อนผ่าวขยับกดจูบไปทั่วใบหน้าจนเธอไม่สามารถบ่ายเบี่ยงหลบเลี่ยงไปทางไหนได้เลย สุดท้ายก็ต้องร้องขออย่างยอมแพ้

หยุดเถอะค่ะ

คุณอยากให้ผมหยุดจริงๆ เหรอ

ครั้งนี้ หญิงสาวไม่ได้ร้อนรนปฏิเสธหรือผลักไสเขาไปไกลๆ แต่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาคมกล้า แทนที่คำตอบด้วยคำถามที่ทำให้ชายหนุ่มชะงักนิ่ง

                “คุณกำลังจูบภรรยาคนอื่นอยู่..รู้ตัวหรือเปล่าคะ  

6
 

อาจเพราะความรู้สึกผิดจากเหตุการณ์วันนั้น ทำให้คยูฮยอนทำตัวดีขึ้นและไม่หาเรื่องแกล้งเธออีก แต่เขาก็ไม่ตั้งใจเรียนเหมือนเดิม แกล้งหลับบ้าง วาดรูปเล่นบ้าง เด็กหนุ่มจอมเกเรไม่เปิดใจให้ใครเลย สร้างเกราะป้องกันตัวเองด้วยวาจาร้ายกาจและมารยาทแย่ๆ ทั้งที่เนื้อแท้แล้วเขาเป็นสุภาพบุรุษคนหนึ่งเลยทีเดียว

มองอะไร!?

คนถูกถามเผลอย่นจมูก ไม่ตอบ แต่บ่นว่า นายพูดให้มันดีๆ หน่อยไม่ได้หรือไง

ฉันก็พูดของฉันแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร

ขอบใจ...

หืม...เด็กหนุ่มเป็นฝ่ายงุนงงเสียเอง เมื่อจู่ๆ ก็ฟังคำขอบคุณ

ขอบใจที่เดินไปส่งที่บ้านทุกวัน

ไม่นานมานี้..เธอรู้โดยบังเอิญว่าเขาแอบเดินตามไปส่งที่หน้าบ้านเกือบทุกวัน

อะไร ตลกแล้ว เธอเข้าใจผิดหรือเปล่า...คนถูกจับได้ปฏิเสธอย่างร้อนรนเหมือนทำความผิดอุกฉกรรจ์ ซอฮยอนแอบยิ้ม เธอเก็บรวบรวมหนังสือกับสมุด ย้ำอีกครั้งโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายตั้งหน้าตั้งตาปฏิเสธเพียงใด

ขอบใจ!’

ก็บอกว่าไม่ได้ไปส่งไงเล่า!’

ขอบใจ...ขอบใจ....เด็กสาวแกล้งตะโกน คนโดนล้อหน้าแดงก่ำ ทำเสียงฮึดฮัดอย่างขัดใจ สุดท้ายก็คว้ากระเป๋าวิ่งตามเด็กสาวขึ้นตึกดนตรีไปโดยไม่รู้ตัว เขาพยายามดึงอีกฝ่ายไว้เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิด

 ฉันไม่ได้ไปส่งเธอ ฉันแค่ต้องเดินผ่านทางนั้นอยู่แล้ว อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยน่า!’

เหรอ?ซอฮยอนลากเสียงล้อเลียน

เอ๊ะ! ก็บอกว่าเปล่าไง...โว้ย!’

ทำไมต้องพูดจาไม่สุภาพด้วย ทำความดีมันน่าอายตรงไหนเหรอ ฉันเป็น...เธอเว้นวรรคไปนิดหนึ่ง ไม่รู้ว่าเขาจะนับเธอเป็นเพื่อนไหม แต่สำหรับเธอเขาเป็น.. ...เพื่อน

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ปฏิเสธ เธอจึงเอ่ยต่อไปว่าเพื่อนจะดูแลซึ่งกันและกันมันแปลกตรงไหน

คยูฮยอนยืนนิ่ง คนที่พูดฉอดๆ ใส่เขาสะบัดหน้าเดินไปวางกระเป๋าลงบนโต๊ะแล้วเริ่มต้นเก็บทำความสะอาดห้องดนตรีที่ร้างไร้ผู้คน คนยืนมองขมวดคิ้ว ถามลอยๆ ว่า

เธอเป็นเบ๊ชมรมเหรอ ทำไมต้องทำอะไรพวกนี้ด้วย

เขามองแขนเล็กๆ ที่พยายามยกกล่องเครื่องดนตรีขนาดใหญ่วางบนชั้นแล้วจำต้องก้าวเข้าไปช่วย ซอฮยอนสะดุ้งรีบถอยห่างจากร่างสูงที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังโดยอัตโนมัติ

ฉันขอใช้ห้องเปียโนสำหรับฝึกซ้อมนอกเวลา ก็เลยตอบแทนอาจารย์ด้วยการช่วยเก็บข้าวของและทำความสะอาด

ที่บ้าน..ไม่มีเปียโนเหรอ

ไม่มี....

เด็กสาวตอบสั้นๆ หันกลับไปเก็บเศษกระดาษตามพื้น ลงมือทำความสะอาดอีกเล็กๆ น้อยๆ ก่อนเริ่มต้นซ้อมเปียโน โดยไม่สนใจคนมาด้วยกันอีก

คยูฮยอนยืนแอบฟังอยู่ด้านนอก ระดับฝีมือแบบนี้...ไม่ใช่ ไม่มีเปียโนที่บ้าน แต่ มีทว่ามันไม่อยู่แล้วมากกว่า

 

ผลคะแนนสอบกลางภาคของคยูฮยอนดีขึ้นจนน่าตกใจ แม้กระทั่งคนที่ช่วยสอนการบ้านให้ทุกวันยังแปลกใจที่เขาสอบผ่านมาได้ พอเอ่ยถาม..เจ้าตัวก็ทำเพียงยักไหล่แล้วตอบอย่างกวนๆ ว่า

ถ้าฉันตั้งใจ ฉันทำได้ดีกว่าเธอเสียอีก

งั้นก็ดี ฉันจะได้เลิกช่วยนายเสียที

ได้ไง อย่ามาขี้เกียจ!’ เด็กหนุ่มโวยวายทันที ทำเอาคนถูกโวยวายใส่ลอบค้อน..ใครกันแน่ที่ขี้เกียจ ทำดีก็ทำได้แต่ไม่ยอมทำ!

ฉันต้องเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันเปียโนประจำปี ต้องซ้อมหนักขึ้น อาจารย์เลยบอกว่าตั้งแต่นี้ไปจะช่วยสอนให้นายเองเธอบอกเหตุผลแท้จริง

ทว่า..แทนที่คนฟังจะเข้าใจ เขากลับโกรธอย่างไร้เหตุผล  เห็นฉันเป็นอุนจิเหรอ ถึงได้โยนกันไปกันมาแบบนี้

นายก็ทำตัวให้มันดีสิ ผลการสอบครั้งนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าถ้านายตั้งใจล่ะก็..ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

ยายเด็กกะโปโล เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ ไม่ต้องมาสั่งสอนฉัน

เด็กกะโปโลแค่นลมหายใจออกจมูกแรงๆ ด้วยโกรธขึ้นมาบ้างเหมือนกัน เธอคว้ากระเป๋าลุกขึ้น เดินไปได้สองก้าว ก่อนย้อนกลับมาโยนสมุดเล่มบางลงตรงหน้าอดีตลูกศิษย์

ฉันเอาตัวรอดได้แน่ นายห่วงตัวเองเถอะ!’

ย่าห์! ฉันเป็นรุ่นพี่เธอนะ พูดอะไรหัดมีสัมมาคารวะหน่อย

แต่โน่น...รุ่นน้องที่ไม่เคยทำตัวเป็นรุ่นน้องเดินหนีขึ้นตึกดนตรีไปแล้ว คยูฮยอนจับสมุดกระแทกกับโต๊ะอย่างหงุดหงิด สักพักก็ค่อยๆ เอื้อมมือไปเปิดออกดูด้วยความอยากรู้

เขาพยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ ไม่..ห้ามยิ้ม! อย่ายิ้มออกมาอย่างเด็ดขาด!

สุดท้าย..เด็กหนุ่มก็คว้าสมุดขึ้นมาปิดหน้า แล้วยิ้มกว้างเท่าที่อยากยิ้ม...

 

ซอฮยอนชะงักปลายนิ้วที่กำลังฝึกซ้อมเปียโนอย่างขะมักเขม้นด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงอะไรบางอย่างตกลงบนพื้นระเบียงด้านหลัง ยังไม่ทันเดินออกไปดู ก็ได้ยินเสียงทุบประตูด้านหลังอย่างแรงพร้อมเสียงตะโกนคุ้นหู

ย่าห์! เปิดประตูหน่อย ได้ยินไหม..ฉันบอกให้เปิดประตู!’

นายขึ้นมาได้ยังไง

ปีนต้นไม้ขึ้นมาคยูฮยอนตอบง่ายๆ เขาเดินชนคนที่ยืนมองตาค้างจับต้นชนปลายไม่ถูกเข้าไปในห้องซ้อมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ซอฮยอนชะโงกดูความสูงจากระดับพื้นดินแล้วห่อไหล่น้อยๆ นึกทึ่งที่เขากล้าปีนขึ้นมา โดยปกติ..ตึกดนตรีจะปิดล็อกรอบด้านช่วงก่อนการแข่งขันนัดสำคัญเพื่อให้เด็กได้ฝึกซ้อมอย่างมีสมาธิโดยไม่ให้คนภายนอกเข้ามารบกวน แต่คนที่ไม่เคยเคารพกฎเกณฑ์ใดๆ อย่างคยูฮยอนไม่สนใจอะไรอยู่แล้ว

นายต้องการอะไร

สอนการบ้านหน่อย เด็กหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงห้วนๆ แบบมะนาวไม่มีน้ำเหมือนเคย ซอฮยอนถอนใจเฮือกใหญ่

ก็บอกแล้วไงว่าฉันต้องซ้อมเปียโน

ฉันรอได้...เขาบอกง่ายๆ ก่อนคว้ากระเป๋าเดินไปนั่งรอตรงมุมหนึ่ง ทำท่าเหมือนจะปักหลักจนรากงอก

นายมารอแบบนี้ ฉันไม่มีสมาธิซ้อมเด็กสาวบ่น พลางก้าวเข้าไปดึงคนที่เอนตัวลงนอนราวกับจะแกล้ง

ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!’

นอกจากไม่ลุก เขายังแกล้งออกแรงกระตุกให้คนที่ทั้งลากทั้งดึงเซถลามาปะทะอกกว้าง ต่างคนต่างตกใจเพราะไม่ได้คาดหวังถึงผลลัพธ์ของความใกล้ชิดจนปลายจมูกแทบชนจมูก 

ซอฮยอนได้สติก่อนรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น ถอยกรูดหน้าแดงก่ำ แต่ดวงตาวาววับเอาเรื่อง  คยูฮยอนยันตัวลุกขึ้น เขาประสานสายตาไม่เลี่ยงหลบ ไม่แก้ตัวสักคำว่าไม่ได้ตั้งใจ

ไม่ใช่เธอไม่มีสมาธิคนเดียว ฉันเองก็ไม่มีสมาธิเหมือนกัน

พูดอะไรของนาย เด็กสาวพึมพำ ทำท่าจะก้าวกลับเข้าห้องเปียโนไปซ้อมต่อ แต่ร่างสูงลุกพรวดขึ้นมาดักข้างหน้า กางแขนสองข้างกั้นประตูเอาไว้

เอ๊ะ!’

คุยกันก่อนสิ

ฉันไม่อยากเสวนากับพวกฉวยโอกาสแบบนาย รีบๆ กลับลงไปเลย ไม่งั้นฉันจะฟ้องอาจารย์

ยายเด็กขี้ฟ้องเอ๊ย!’

ว่าไงนะ

เมื่อกี้ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย เธอดันขาอ่อนล้มลงมาใส่ฉันเองต่างหาก

นายดึงฉัน

เธอดึงฉันก่อน

แต่นาย....

เอาเถอะๆเขารีบยกมือประนีประนอม ฉันยอมรับผิดเองก็ได้

ไม่ต้องทำมาเป็นผู้เสียสละ นายนั่นแหละ..ผิด!’

คยูฮยอนหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

มีอะไรน่าขำ

เธอนี่เอาเรื่องเหมือนกันนะ

ฉันเอาเรื่องเฉพาะกับคนนิสัยไม่ดี!’

เธอก็นิสัยไม่ดีเหมือนกันนั่นแหละเด็กหนุ่มกล่าวหา เสียงอ่อย เมินสายตาไปทางอื่นเหมือนเขิน

ซอฮยอนขมวดคิ้ว ถามงงๆ ฉันไปทำอะไรให้นาย...

ก็สมุดนั่นไง...เขาตวัดปลายนิ้วไปยังสมุดเลคเชอร์ที่เธอให้มันมีแต่หัวใจเต็มหมดเลย เธอแอบชอบฉันหรือไงฮะ หรือแค่อยากทำให้ฉันเป็นบ้า

ซอฮยอนได้แต่นิ่งอึ้ง อดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายอาจเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ แต่ไม่ใช่เธอหรอกนะ..ที่ทำให้เขาบ้า เขาทำตัวเองต่างหาก

ฉันก็แค่ติดการใช้รูปหัวใจแทนเครื่องหมายดอกจัน ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษสักหน่อยเจ้าของสมุดบอกเรียบๆ มองเขาเหมือนจะถามว่าเป็นอะไรมากไหม

                คนที่ได้ฟังเหตุผลแท้จริงอ้ำอึ้งอึกอัก อับอายจนต้องตีรวนแบบเด็กๆ

                เธอแอบชอบฉันล่ะสิ

ไร้สาระ

เฮ้......เด็กหนุ่มลากเสียง แกล้งเอื้อมมือไปจิ้มแก้มนุ่มอย่างถือวิสาสะ แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะ

ไม่ได้หน้าแดงสักหน่อย นายนั่นล่ะ..หลงตัวเองที่สุด!’

ไม่เชื่อ! ไม่เชื่อ! ไม่เชื่อ!’

คยูฮยอนล้อเลียนจนอีกฝ่ายทนไม่ไหวต้องหนีเข้าห้องเปียโนไปซ้อมต่อ พอไม่มีใคร เขาก็ค่อยๆ รื้อกระเป๋านักเรียนของท่านอาจารย์หญิง หยิบสมุดขึ้นมาเปิดดู เป็นจริงดังที่เจ้าตัวพูด..ซอฮยอนใช้รูปหัวใจแทนเครื่องหมายดอกจันแบ่งหัวข้อเป็นปกติ คนหวังสูงกลิ้งตกลงมาจากภูเขาแห่งความคาดหวังดังแอ้ก จุกไปถึงลิ้นปี่ทะลุผ่านหัวใจห้องที่สี่ซ้าย เด็กหนุ่มโยนสมุดที่เขาเฝ้าอุตส่าห์ทะนุถนอมทิ้งลงบนพื้น มองมันนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนก้มลงหยิบขึ้นมาใหม่ แล้วไล่อ่านตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้ายอีกครั้ง

หัวใจของเขาไม่ได้เต้นแรงเวลาไล่ผ่านหัวใจแต่ละดวงบนหน้ากระดาษอีกแล้ว แต่มันเต้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เป็นความรู้สึกที่เขาเองไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันคืออะไร

คงมีแต่หัวใจเท่านั้นที่รู้...

 

การประกวดผ่านพ้นไป ซอฮยอนได้ที่หนึ่งตามคาด มีมหาวิทยาลัยเสนอให้ทุนทางด้านดนตรี แต่เด็กสาวยังลังเลไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ

หลังจากงานเลี้ยงฉลองของชมรม ซอฮยอนลงจากตึกดนตรีเป็นคนสุดท้าย เธอถอนใจเฮือกเมื่อพบว่าเจ้ากรรมนายเวรเดินเตร่เข้ามาหาราวกับรออยู่นานแล้ว

เด็กสาวปิดปากเงียบ ไม่ยอมถามว่าทำไมเขาถึงยังไม่กลับบ้าน อีกฝ่ายเองก็ไม่ได้พูดอะไร เขาคว้ากระเป๋าไปช่วยถือหน้าตาเฉยโดยไม่ถามความสมัครใจสักคำ พอเจ้าของจะแย่งกลับ ก็หลบซ้ายหลีกขวาอย่างกวนประสาท

ยินดีด้วย

ขอบใจ

แค่เนี้ย..

แล้วนายอยากให้ฉันพูดอะไรล่ะ

อะไรก็ได้ที่ฟังไม่แห้งแล้งหดหู่ขนาดนี้

ฉันเหนื่อย...

ต่างคนต่างเงียบไปหลังจากประโยคนั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่เคยพูดคำนี้ออกมาเลยสักครั้ง แม้ข้างในจะรู้สึกหนักหนาสาหัสจนแทบทนไม่ไหว

เด็กสาวไม่ได้มุ่งตรงกลับบ้าน แต่กำลังไปที่ไหนสักแห่ง คยูฮยอนเดินตามไปเงียบๆ จนมาหยุดอยู่หน้าโรงเรียนดนตรีใหญ่โตที่เขาเดินผ่านไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเพราะอยู่ไม่ไกลจากอพาร์ทเม้นต์ของเขามากนัก ซอฮยอนเงยหน้าขึ้นมองตึกสูง แล้วลดสายตาลงมองผ่านกระจกไปยังแกรนด์เปียโนที่ตั้งอยู่กลางโถงต้อนรับ เด็กหญิงวัยสี่ห้าขวบคนหนึ่งปีนเก้าอี้ขึ้นไปนั่ง นิ้วเล็กๆ จิ้มลงบนคีย์บอร์ดทีละนิ้วอย่างตั้งใจ หญิงวัยกลางคนแต่งกายสุภาพเรียบร้อยคนหนึ่งเดินมาหา เธอยกเด็กหญิงขึ้นนั่งตัก แล้วจับนิ้วเล็กวางลงบนแป้นขาวดำ ค่อยๆ สอนให้เด็กหญิงเรียนรู้วิธีการที่ถูกต้อง

ฉันเริ่มต้นเล่นเปียโนครั้งแรกด้วยเปียโนหลังนั้นเหมือนกัน

คยูฮยอนหันมามองคนพูดอย่างแปลกใจ เขามองตามสายตาเธอไปยังแม่และเด็กที่นั่งอยู่หน้าเปียโนในโรงเรียนสอนดนตรี

พ่อเป็นคนสั่งทำให้แม่ในวันครบรอบวันแต่งงานปีแรก ฉันเติบโตขึ้นมาบนเปียโนหลังนั้น แม่มักอุ้มฉันนั่งตักเวลาเล่นเปียโนเสมอ แม้กระทั่งตอนท้อง แม่ก็เล่าให้ฟังว่าต้องเล่นเปียโนก่อนนอนทุกวัน ไม่งั้นฉันไม่ยอมหยุดดิ้นเลยล่ะ

หมายความว่า...

ครอบครัวฉันเคยเป็นเจ้าของโรงเรียนนี้มาก่อน

                ถ้อยคำนั้นไม่ได้ทำให้เขาแปลกใจสักเท่าไหร่ ฝีมือดนตรีของคนข้างๆ เหนือกว่าเด็กทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด เขาคิดเพียงว่าคงเรียนดนตรีมาตั้งแต่เด็ก

                พ่อกับแม่ฉันเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ พ่อเสียชีวิตทันที ส่วนแม่...’  เสียงของเด็กสาวเงียบหายไป   เขาเหลือบมองด้วยหัวใจอ่อนยวบ ยิ่งเมื่อเห็นหล่อนพยายามกลืนน้ำตาที่คลอขังในดวงตาให้ย้อนกลับคืนลงไป เขายิ่งเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก

                ฉันคิดว่าแม่คงรักพ่อมากกว่าฉัน ไม่นาน...แม่ก็ตามไปอยู่กับพ่อ

                อุ้งมือร้อนผ่าวที่เอื้อมมาบีบกระชับทำลายกำแพงหนาหนักที่เธอพยายามสร้างล้อมกรอบหัวใจให้เข้มแข็งจนหมดสิ้น  

                เขา..หุ้นส่วนของพ่อกับแม่เอาไปหมดทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่เปียโนหลังนั้น  ที่ฉันพยายามขอร้องอ้อนวอนให้คืนของขวัญของพ่อกับแม่ฉันมา  แต่เขาให้ฉันเลือกระหว่างบ้านที่ซุกหัวนอนกับเปียโน...

                เด็กสาวสะอื้นอย่างรุนแรง เธอไม่ได้ร้องไห้..ไม่.....ก็แค่น้ำตามันไหลลงมาเอง

                ฉันจำเป็นต้องเลือกบ้าน...

                เธอทำถูกแล้ว’  คยูฮยอนไม่รู้จะพูดอะไรได้ดีกว่าคำนี้  เขาบีบมือเย็นเฉียบแน่น  อยากดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดเพื่อปลอบประโลม แต่คงไม่เหมาะนักเมื่อทั้งคู่อยู่ในชุดนักเรียน

                ทั้งสองเดินกลับบ้านด้วยกันเงียบๆ แม้นไม่มีคำพูด แต่มือที่จับมือกระชับแน่นตลอดทางเดินกลับบ้านนั้นบ่งบอกถึงสายใยที่มองไม่เห็นซึ่งถักทอร้อยรัดหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน

 

                วันรุ่งขึ้น  คยูฮยอนไปดักรอเด็กสาวที่หน้าห้องเรียน  ซอฮยอนพยายามจะเลี่ยง ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอเล่าเรื่องของตัวเองออกไปให้เขาฟัง ทั้งที่ไม่เคยคิดจะเล่าให้ใครฟังมาก่อน

                ย่าห์! รอด้วยสิ จะรีบไปไหน

                ฉันต้องรีบไปซ้อม

                ซ้อมอะไรอีก แข่งเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ กลับมาติวให้ฉันได้แล้ว

                ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้นายไปติวกับอาจารย์ ฉันเลิกสอนนายแล้ว!’

                แต่ฉันไม่อยากเลิกเรียนกับเธอนี่!’  เด็กหนุ่มตะโกนเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามอง ซอฮยอนก้มหน้างุด รีบสาวเท้าให้เร็วขึ้นตรงไปยังตึกดนตรี

                ยายซาลาเปา หยุดนะ! คิดว่าจะหนีพ้นเหรอ!’

                ซอฮยอนอา...’  เสียงเรียกชื่ออันอ่อนหวานคุ้นเคยเรียกให้เด็กหนุ่มเด็กสาวหันไปมองพร้อมกัน   เจ้าของชื่อชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวขึ้นตึก พอเห็นว่าเป็นใคร ก็แทบทิ้งกระเป๋านักเรียนถลาเข้าไปในอ้อมกอดเปิดกว้าง

 โอป้า!!!’

 คยูฮยอนชะงักปลายเท้า มองภาพความสนิทสนมตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหมือนถูกไม้หน้าสามตีแสกหน้า  ชายหนุ่มคนที่เด็กสาวเรียกโอป้าเสียงหวานเอื้อมมือมาช่วยถือกระเป๋านักเรียนให้ ส่วนแขนอีกข้างโอบไหล่บอบบางพาเดินเคียงกันก้าวห่างออกไป

คยูฮยอนได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก เหมือนขนมหวานชิ้นโตอยู่ในมือถูกแย่งไปต่อหน้าต่อตา เขาได้ยินเด็กนักเรียนหญิงแถวนั้นจับกลุ่มคุยกันว่าชายหนุ่มปริศนาชื่อ..ชางมิน  เป็นศิษย์เก่าดีเด่นที่เนื้อหอมที่สุดในโรงเรียน ส่วนตอนนี้เป็นหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงโซล

                เหอะ! ศิษย์เก่าดีเด่นกับศิษย์ปัจจุบันดีเด่น น่าเบื่อตาย!

แล้วดูความสูงสิ  สูงเวอร์...สูงเกิน.... เดินข้างกันแล้วเหมือนเสาไฟฟ้ากับหลักกิโลฯ ไม่มีผิด ไม่เห็นจะเข้ากันตรงไหน!



                (TBC.......)


            

         
          
 

ผลงานอื่นๆ ของ like.a.star

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

56 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 22:47
    น่ารัก น่ารัก น่ารัก มากอ่ะชอบไรเตอร์คนนี้ เอร้ย ><
    #56
    0
  2. วันที่ 5 มิถุนายน 2556 / 21:17
    สนุกมากกกกกกกกกกกกกก อ่านแล้วแบบว่าคล้อยตามสุดอ่ะ รอไรเตอร์มาอัพต่น่ะค่ะ เราชอบมากๆจริงๆ ><
    #55
    0
  3. #54 JUHYUNiiE
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 10:30
    น้องซอ!!!แต่งงานแล้วจริงๆเหรอคะ???

    ไม่นะ!! ไม่ยอม!! #อินมากไป 55



    สู้ๆนะคะไรท์เตอร์~ ^^
    #54
    0
  4. วันที่ 22 พฤษภาคม 2556 / 14:34
    อย่าบอกว่าซอแต่งงานแล้วอ่ะT.T
    เค้าจะรอเรื่องนี้นะคะไรเตอร์ ไรเตอร์ห้ามทิ้งเรื่องนี้เน่อ
    #53
    0
  5. วันที่ 14 พฤษภาคม 2556 / 00:51
    อ้าว แล้วซอไปเป็นภรรยาใครแล้วละ ชางมินหรอ สงสารคยู

    มันต้องมีเหตุผลบางอย่างแน่ๆ

    คยูแกแกล้งซออยู่นั้นแหละ เดี๋ยวก็แห้วกินหรอก



    #52
    0
  6. วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 00:25
    เกียมกี้พอรู้ตัวว่าชอบน้องซอ ก็น่ารักเชียว
    ตามเฝ้า แล้วก็มาหาน้องบ่อยๆ
    ส่วนน้องซอก็เริ่มเปิดใจ
    ว่าแต่พี่ชางมินเป็นใครกันนะ
    #51
    0
  7. #50 Loveseo
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 22:11
    แอร๊ยยยยยยยยยยยย ตาคยูพอเปลี่ยนมาชอบน้องซอละน่ารักมากกกกกก >__________<

    นายมันปากไม่ตรงกับใจจริงๆ!! บอกเกลียดเค้า รำคานเค้าละดูทำ! เดินตามเค้าต้อยๆ มาดักรอเค้าอีก!!

    หลังจากแกล้งน้องซอไปครั้งนึง สำนึกผิดละรักน้องเลยสินะ!! >,<

    ซอก้อคงจะเปิดใจกับตาคยูนิดนึงแล้วเหมือนกันถึงเล่าเรื่องครอบครัวให้ฟังอแบบนั้น>,<

    แอบรู้สึกดีๆให้กันโดยไม่รุตัวสินะ! นี่มันรักแท้แพ้ใกล้ชิดของจริงเลย! มิน่าโตมา นายถึงยังดูชอบซอแบบนั้น!>,<

    ห๊า! ละซางมินเป็นใครกัน! อย่าบอกนะว่าปัจจุบันคือคนที่ซออ้างว่าซอเป็นภรรยา!! เรื่องนี้มัน คยูซอมินี่นาา>,<

    แอร๊ยยย ลุ้นมากเลยค่าไรเตอร์>,< ดีใจจังเลยที่ไรเตอร์กลับมาต่ออีกตอน เราชอบเรื่องนี้มากเลย

    จริงๆชอบทุกๆเรื่องของไรเตอร์ที่ผ่านมาเลยค่ะ ดีใจที่กลับมาเขียนอีกครั้ง เราจะรอติดตามและเป็นกำลังใจใหเสมอนะคะ สู้ๆค่า^^
    #50
    0
  8. วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 13:55
    ซึ้งจัง กำลังดีกันแล้วเชียว เหมือนจะมีใจให้กันแล้วด้วยาแต่ก็ยังปากแข็งเหมือนกันทั้งคู่ แล้วผู้ชายคนนั้นคือซางมินเองหรอ อย่างงี้คยูก็อกหักนะสิ ไม่นะ สงสารคยู TT___TT
    #49
    0
  9. #48 jaja
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 13:10
    รอนะคะไรท์เตอร์
    #48
    0
  10. #47 jaja
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 00:55
    ซอแต่งงานแล้วหรอ
    #47
    0
  11. #46 fonfu-139
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 16:19
    กำลังเคลิ้ม อะไรคือภรรยาคนอื่นอ่า TT
    #46
    0
  12. #45 momoseo
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 15:19
    ภรรยาใครอ่าาาาาาาา
    สงสัยมากกกกกกกกก
    #45
    0
  13. วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 14:42
    เชร้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ภรรยาคนอื่น

    นี้มันบ้าอะไรค่ะพี่ชาย ฮาาาา


    #44
    0
  14. วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 09:29
    เง้อออ กำลังฟินเลยค่ะ คยูนะคยูใจร้ายจัง แกล้งซอแรงไปนะ ตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงปัจจุบัน แต่ก็คงรู้สึกผิดบ้างแหละ แต่ก็นะ ถึงยังไงก็ไม่ควรแกล้งซอขนาดนั้นนิ ตอนนี้สุดท้ายนี่ค้างอ่ะ น้องซอพูดแบบนั้นหมายความว่าไง แต่งงานแล้วหรอ ไม่น๊าาาาา ซอกับคยูต้องคู่กันนะคะไรเตอร์ T___T
    #43
    0
  15. #42 mokane
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 03:29
    กรี๊ดดดดดดด กำลังไคลแม็กพอดีเลยค่ะ แล้วน้องซอไปเป็นภรรยาใครค่ะ 

    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #42
    0
  16. #41 Loveseo
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 02:34
    แอร๊ยยยยยยย ดีใจมากกกเลยค่าที่เหนเรื่องนี้ถูกอัพอีกครั้งงงงง>,<

    คิดถึงคยูซอ คิดถึงเรื่องนี้และคิดถึงไรเตอร์มากค่าาาาา ^^

    เรื่องนี้ตาคยูใจร้ายเกินไปจริงๆ แกล้งแรงเกินไปตั้งแต่เด็กยันโตเลย

    ดี ซองอนไปนานๆเลยนะ ให้สาสมซะบ้าง! จะได้รุสึก!

    ดีเลย! ดูท่าทางคยูน่าจะเริ่มชอบซอละ มีมือที่สามมาแบบนี้นายจะได้หึงตายไปเลย!

    มาต่อตอนต่อไปไวๆนะคะ มีรีดเดอร์ชอบและรอติดตามเรื่องนี้เยอะแยะค่าา

    เราก้อเป็นหนึ่งในนั้น รอติดตามและเปนกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่า^^
    #41
    0
  17. #40 kyuseo
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 01:22
    โคตรจะตกใจกับประโยคสุดท้ายเลย

    มาอัพอีกนะค่ะ  อย่าให้ค้างนานเลย ^^




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 พฤษภาคม 2556 / 01:58
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 10 พฤษภาคม 2556 / 01:59
    แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 11 พฤษภาคม 2556 / 00:22
    #40
    0
  18. วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 23:38
    TT คยูฮยอนใจร้ายจริงๆ
    แกล้งแรงไปมั้ยเนี่ย ทั้งตอนเด็กจนปัจจุบัน
    น้องซอไปทำอะไรให้ แล้วนี่มันเกมอะไรกัน
    ประโยคสุดท้ายนั่น เกมนี้คยูแพ้แล้วล่ะ
    ดีใจที่ได้อ่านต่อนะคะ สนุกจริงๆ ขอบคุณค่า
    #39
    0
  19. #38 jinnykrup
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 23:32
    กลับมาแล้วอ่ะดีใจจัง อย่าหายไปอีกนะ
    สนุกมากเลย
    #38
    0
  20. #37 Di^ mo$n
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:38
    อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย ไรเตอร์คัมแบ็คคคคคค
    เราชอบทุกเรื่องที่ไรเตอร์แต่งเลยนะคะ ภาษาสวยเนื้อเรื่องสนุกทุกเรื่องเลย



    #37
    0
  21. วันที่ 12 มกราคม 2556 / 11:12
    กริ๊ดดดดดด มาอัพเร็วๆนะค่ะ
    #36
    0
  22. วันที่ 9 มกราคม 2556 / 19:18
    รอกันอีกสักพัก(ใหญ่ๆ) นะคะ ติดงานด่วนล่ะ
    #35
    0
  23. วันที่ 6 มกราคม 2556 / 11:37
    เจอกันอีกครั้งแล้ว
    คยูจีบซอเลย โตมาแล้วสวยหละสิ
    #34
    0
  24. #33 nannie
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 00:03
    สนุกมากค่ะ อยากอ่านต่อแล้วอ่ะ ไรท์เตอร์ สู้สู้นะคะ
    #33
    0
  25. วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 18:05
    น้องชอจะโดนคยูเอาคืนแน่ฯเลย ชักเป็นห่วงแล้วชิ
    #32
    0