Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 99 : Charpter 59 : ใจอ่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    2 มี.ค. 54

 อาหารมื้อค่ำกับสี่ชีวิตที่ร่วมทานด้วยกันยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ รอยยิ้มของดงแฮเหมือนจะเป็นเครื่องประสานความสัมพันธ์และรอยร้าวของครอบครัวตระกูลคิมได้เป็นอย่างดี เสียงเจื้อยแจ้วคอยหันไปชวนฮันแชยอนพูดคุยเป็นระยะ บางทีก็เอาใจคิมแทยางด้วยการตักอาหารไปประจบบ้าง ซ้ำก็ยังมีบางครั้งที่ร้องเถียงกับคิบอมพอให้มีสีสันขึ้นมา จนทำให้ครอบครัวที่ปกคลุมด้วยความอึมครึมเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

จากที่ปกติท่านประธานคิมมักจะหาเรื่องทานข้าวนอกบ้านก็หมั่นกลับมาทานพร้อมกับคนอื่นในครอบครัวบ่อยขึ้น แม้จะไม่ได้แสดงออกว่าถูกใจว่าที่สะใภ้เล็กแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีว่าขัดหูขัดตาเหมือนอย่างเก่า เวลาดงแฮตักอะไรให้ก็ยอมทานแต่โดยดี ถึงจะไม่มีคำพูดว่าขอบใจหรืออะไรอย่างอื่น แต่คนอื่นๆก็พอจะเข้าใจว่ามันคือการแสดงออกว่ารับไมตรี

นี่ก็ใกล้จะวันเกิดมักเน่แล้วนะ .. อยากได้อะไรหรือเปล่าคิบอม คุณนายยิ้มร้องถามอย่างอารมณ์ดีก่อนเหลือบไปมองหน้าหวานๆของเจ้าคนตัวเล็ก ดงแฮจะให้อะไรคิบอมเหรอจ๊ะ บอกป้าได้หรือเปล่า

ยังไม่รู้เลยครับว่าเจ้าตัวเขาอยากได้อะไร หน้าสวยยิ้มเขินๆ สายตายังไม่วายเหลือบมองคนข้างกายที่นั่งปั้นหน้านิ่งเหมือนไม่ได้ใส่ใจสักนิด

ไม่ต้องให้อะไรหรอก .. มันก็แค่วันธรรมดาวันหนึ่ง

ตอบไปนิ่งๆแล้วเอื้อมแขนตักอาหารตรงหน้าต่อ ทำเอาร่างเล็กหน้ามุ่ยใส่ในทันที เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ใหญ่ทั้งสองได้ไม่น้อย เพราะขนาดคิมแทยางยังอดขำสีหน้าของลูกท่านทูตลีไม่ได้

ช่างน่ารักน่าหยิกและดูตลกแบบนี้ มิน่าคิบอมถึงได้ชอบแกล้งนัก

คุณนายคิมหยุดสายตาพิจารณาวงหน้าลูกชายแล้วก็หัวเราะซ้ำ ไม่อยากจะสร้างความอายให้ แต่ก็อยากจะแกล้งพ่อคนจอมเก๊กเสียบ้าง ดงแฮลองทำของแฮนด์เมดให้สิ ..ทำเป็นหรือเปล่า ป้าว่ามักเน่ป้าน่าจะชอบนะ .. พวกนี้ก็ทำปากแข็งกันทั้งนั้นล่ะ แต่ถ้าแฟนตั้งใจทำอะไรให้ก็ดีใจทุกราย

เหรอฮะ ตาวาวขึ้นมาทันที ซ้ำยังเอาศอกแหลมๆไปกระทุ้งสีข้างของร่างหนาอีก ดีใจจริงอ่ะ .. คิ คิ ถ้าชั้นทำให้ นายจะดีใจจริงๆเหรอ

งี่เง่าน่า เสียงต่ำร้องว่าพร้อมสายตาดุๆที่ส่งมาให้ คิ้วเรียวเข้มขมวดราวกับมันเป็นเรื่องที่น่าอับอายเสียเต็มประดา นายไปหลงเชื่ออะไรออมม่า .. โดนหลอกแล้วล่ะ

ไม่ม๊างงงงงงงงงงงงงงงง

เออ .. อยากทำก็ทำไป แต่ถ้าชั้นไม่ใช้ก็อย่ามาโวยวายแล้วกัน

ทั้งที่ท่าทางดูหมางเมิน ไม่ใส่ใจ ไม่แยแส แต่กลับทำให้ดงแฮยิ้มเต็มวงหน้า ร่างเล็กแกล้งทำปากเบะใส่ทำเป็นงอนบ้าง จากนั้นก็แสร้งค้อนเล็กๆอย่างเด็กเอาแต่ใจ

คนอะไร ไม่น่ารักเอาซะเลย

เพิ่งรู้หรือไง ตอบกลับมาไวเสียเหลือเกิน

ร่างหนาที่นั่งหัวโต๊ะมองแล้วก็ส่ายหน้าทั้งที่ขำ แม้จะดูแปลกตาไปบ้างสำหรับบทพ่อแง่แม่งอนของเด็กผู้ชายสองคน แต่ความน่ารักช่างประจบของดงแฮมันก็กลบส่วนนั้นไปได้มากโข เห็นพวกเขาอยู่ด้วยกันแล้วนับวันก็ยิ่งรู้สึกว่ามันลงตัว แต่นั่นก็อาจจะเพราะความเคยชินก็เป็นได้

แล้วนี่สอบกันวันไหน

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ พยายามจะไม่แสดงออกว่าเริ่มจะถูกใจกับว่าที่สะใภ้ตัวเล็กๆนี่นัก เขาไม่ได้ตั้งแง่รังเกียจดงแฮสักเท่าไหร่ แต่แค่ไม่อยากให้ลูกชายได้ใจก็เท่านั้น

ลูกปัดสีน้ำตาลไหม้กลอกมองคนข้างตัวเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าคิบอมไม่ขยับปากก็เอ่ยตอบออกไปเสียเอง

อีกสองสัปดาห์ครับคุณลุง .. ก็เหลือสัปดาห์นี้กับสัปดาห์หน้า

อ่านหนังสือหนังหากันบ้างล่ะ อย่าเอาแต่เล่น

ครับ ใบหน้าที่กระเดียดไปทางผู้หญิงยิ้มหวานรับแล้วตวัดสายตาไปยังร่างหนาที่นั่งนิ่งอยู่ คิบอมก็ช่วยติวให้ผมอยู่ครับ เค้าเก่ง.. ^ ^”

สิ้นคำของเจ้าชิสุจอมทะเล้นก็ได้เห็นคนถูกชมก้มหน้าต่ำลงเล็กน้อย คิบอมไม่ชินกับการที่มีใครมาพูดยกยอต่อหน้า ต่อให้ได้ยินประโยคแบบนี้ก็ไม่ใช่คนที่ตนมีใจให้ที่กล่าวชม พอได้ยินมันจากร่างน้อยก็อดที่จะรู้สึกประหลาดไม่ได้

ทั้งบิดามารดาที่ลอบมองอยู่ดูก็รู้ว่าลูกชายเขินแต่แกล้งทำเป็นนิ่ง ต่างคนต่างอมยิ้มกับความเปลี่ยนแปลงของคิบอมที่เกิดจากฝีมือเจ้าตัวเล็กที่ชื่อลีดงแฮ เพราะแม้จะเป็นเด็กผู้ชายแต่ความสดใสก็ช่วยกล่อมเกลาจิตใจที่หยาบกระด้างของร่างใหญ่ได้มากโข

หลังจากทานอาหารเสร็จก็ไปนั่งดูข่าวกันที่ห้องโถง ไม่บ่อยนักที่คิมแทยางจะมาร่วมวงและนั่งอยู่บริเวณนี้ในเวลาหัวค่ำหากไม่มีลูกชายคนโตอยู่ด้วย ยิ่งมีภรรยาที่เหมือนไม่ใช่ภรรยาอย่างฮันแชยองนั่งเป็นหัวหลักหัวตอก็แทบจะเลี่ยงหนีขึ้นไปขลุกที่ห้องทำงานตั้งแต่ทานอาหารเสร็จ แต่ก็แปลกที่วันนี้ผู้ใหญ่ทั้งสองกลับอารมณ์ดีและสามารถใช้ช่วงเวลาเหล่านี้ร่วมกันได้

ฮันแชยอนนั่งถักนิตติ้งไปด้วยโดยมีว่าที่สะใภ้ตัวเล็กนั่งจุ้มปุ๊กทำตาใสคล้ายอยากจะเรียนรู้ จะว่าไปก็ใช่จะไม่รู้ตัวว่าไม่มีพรสวรรค์ด้านงานฝีมือแต่ก็แค่อยากจะลองทำอะไรให้คนรักบ้าง อีกอย่างมันก็มาจากที่มารดาคนตัวโตพูดไปเมื่อสักครู่นี่แหละว่าน่าจะทำของแฮนด์เมดให้เลยต้องศึกษาหาข้อมูลเอาไว้เผื่อจะใช้เป็นไอเดีย

ซึ่งมีหรือที่คิบอมจะดูไม่ออก เลยต้องออกตัวเบรกก่อนที่เจ้าชิสุจะอุตริลุกขึ้นมาทำอะไรบ้าๆเข้า

ไม่ต้องคิดจะถักอะไรให้ชั้นนะ .. บอกไว้ก่อนเลยว่าไม่ใช้แน่ๆ

ใจร้าย หน้าหงานงอใส่พลางทิ้งตัวนั่งเซ็งที่ข้างคุณนายคิม โหดเรื่องมากว่ะ

เรื่องมากที่ไหน ก็บอกว่าไม่ต้องให้อะไรแล้วไง ไขว่ห้างนั่งดูนิตยสารที่แย่งกันไปเมื่อตอนเย็นต่อ เห็นมีคอลเล็คชั่นใหม่เริ่มทยอยออกมาเลยคิดว่าจะซื้อกระเป๋าสักใบให้คนรักเพื่อรับขวัญหลังจากพบเจอเรื่องร้ายๆมาก็เยอะ

อันนี้ก็ดูดี อันนี้ก็น่ารัก .. รู้สึกอยากจับตุ๊กตาแต่งตัวมันก็วันนี้ล่ะนะ

นั่งดูไม่สนใจว่าตัวน้อยจะตีหน้าบูดบึ้งเรียกร้องความสนใจสักแค่ไหน พลิกหน้าต่างๆไปจนถึงท้ายเล่มแล้วก็ตัดสินใจเดินขึ้นไปบนห้องเพื่อเปิดเว็บไซต์ของแบรนด์ต่างๆเพื่อเช็คให้แน่ใจว่าไม่มีรุ่นไหนที่รอดหูรอดตา ฝ่ายมารดานั้นก็นั่งนิ่งจนกระทั่งได้ยินเสียงลูกชายปิดประตูห้องแล้วจึงหันไปหาหนุ่มน้อยหน้าหวานข้างๆกาย

อย่าคิดมากเรื่องคิบอมเลยนะ รายนั้นก็แบบนั้นนั่นแหละ

แต่จะให้อะไรล่ะฮะ รายนั้นให้ของยากจะตาย ขนาดเสื้อผ้ายังใช้ไม่เหมือนชาวบ้านเลย

คิมแทยางหัวเราะพรือกับคำพูดที่ตรงไปตรงมาของร่างเล็ก ถูกใจเสียจริงที่เขาบอกว่าคิบอมใช้อะไรไม่เหมือนคนอื่นเพราะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ว่าตัวเองต้องเหนื่อยใจและปากเปียกปากแฉะมาก็มาก นึกว่าคนอื่นอาจจะไม่สนใจจึงไม่ว่าอะไร เพิ่งจะรู้นี่แหละว่าขนาดดงแฮก็ยังคิดเหมือนกัน

นัยน์ตากลมใสกลอกมองท่านประธานใหญ่แล้วรีบเอาตัวไปนั่งแหมะยื่นหน้าตาน่ารักเข้าไปหา

คุณลุงฮะ ปีก่อนๆคุณลุงได้ให้ของขวัญคิบอมป่าวฮะ

ถามทำไม รีบทำเสียงนิ่งใส่เพื่อทำตัวเองให้ดูน่าเกรงขาม

เผื่อผมจะเลียนแบบ สีหน้าอ้อนๆรีบส่งไปให้ ช่างมีความสามารถในการปั้นหน้าน่ารักเสียจริง บอกได้มั๊ยฮะ ผมจนปัญญาจะหาของให้เค้าแล้วจริงๆ

ทำไมไม่ลองหากล้องโพลารอยด์มาถ่ายรูปในแต่ละวันแล้วเอามาเรียงๆในหนังสือ ทำเป็นสมุดบันทึกเล่มเล็กๆให้ล่ะ แบบนั้นมันคงไม่อายเท่าไหร่มั๊งถ้าได้ ..ดีกว่าทำโน่นทำนี่ให้ พวกผู้ชายห่ามๆน่ะมันอายที่จะใช้

อ๋า ..ขอบคุณครับ ยิ้มแป้นจนแทบจะฉีกถึงใบหู คุณลุงใจดีที่สุดเลย

ชมฝ่ายสามีเสร็จก็ลุกขึ้นไปหาอีกคนแล้วโผเข้ากอดเอวหล่อนจนแน่น คุณป้าก็ใจดีที่สุดเหมือนกัน ฉลองวันเกิดมักเน่เสร็จก็ห้ามกลับนะฮะ อยู่กันที่นี่แหละ ..แวนคูเวอร์ไม่อบอุ่นเหมือนบ้านเราหรอกฮะ

ไม่รอฟังคำตอบเพราะตั้งใจจะมัดมือชก ตัวเล็กรีบวิ่งแจ้นขึ้นห้องตามไปอีกคน ทิ้งผู้ใหญ่ทั้งสองให้นั่งหลิ่วตามองกันเอง ซึ่งฮันแชยอนก็อมยิ้มจิกตาใส่ ยังไงก็ไม่ยอมญาติดีง่ายๆแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่มีใครมาข้องเกี่ยวแล้วก็ตาม ซึ่งประเด็นหลักๆก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องเจ้าหนูลีดงแฮที่หล่อนถือหางเต็มตัว ในขณะที่สามีในนามก็ยังตั้งแง่อยู่เล็กๆ

ไม่บอกคงไม่รู้นะคะ ว่าไม่ได้อยากได้ดงแฮเป็นสะใภ้

 

 

คุณหนูลีที่ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไรรีบโผล่หน้าเข้าไปยิ้มหวาน ดีที่คิบอมเพิ่งจะปิดหน้าเว็บเพจและเลือกของที่จะไปซื้อได้แล้วจึงไม่ต้องลำบากในการบิดบังที่จะเซอร์ไพรส์ให้ยุ่งยาก พรุ่งนี้ก็แค่จับเจ้าชิสุตัวน้อยนี่มาไว้ที่บ้านก่อนแล้วตอนเย็นๆค่อยหนีออกไปซื้อมาให้ ไม่ต้องยุ่งยากอะไรนัก

ร่างระหงกระโดดขึ้นเตียงแล้วรีบนอนหนุนไหล่หนาด้านที่อยู่ข้างบน คิบอมนอนตะแคงอยู่เลยพอจะหาเรื่องอ้อนและมองหน้าเขาได้ หัวกลมถูไปถูมาที่ต้นแขนแกร่งและยังจะดึงมือเขามาวางบนไหล่ตนอีก เป็นแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหน

ทำอะไรน่ะแป๋ว ดูความพยายามแล้วก็นึกขัน

ซึ่งคนถูกถามก็คล้ายภูมิใจจะตอบ ออเซาะ ^ ^”

อยากจะหัวเราะแต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้แล้วทำเสียงนิ่งต่อไปอีก แล้วออเซาะแบบนี้อยากได้อะไรอีกน่ะ

ไม่ได้อยากได้ของ ขยับหน้ามาใกล้ๆแล้วยิ้มหวานใส่ ตากลมชม้อยชม้ายจนหัวใจคนมองต้องสั่น แค่อยากให้โหดรัก ..อยากให้โหดรักแป๋วมากๆ แล้วก็มีแค่แป๋วคนเดียว

ไอ้แป๋วขาดความอบอุ่น นิ้วยาวจิ้มที่กลางหน้าผาก ดันมันเบาๆแล้วค่อยดึงกลับมา อยู่ห่างพ่อจ๋าแม่จ๋านานเกินไปป่ะเนี่ย

โหดอ้ะ~ โรแมนติกบ้างก็ไม่ได้ ร้องงอแงใส่ ประท้วงโทษฐานที่ร่างใหญ่ไม่ยอมหวานด้วย

คิบอมขี้เกียจจะง้อเลยได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนแล้วเอื้อมมืออุ่นไปลูบเบาๆที่ผมนิ่ม หลายครั้งที่ก็นึกสงสัยว่าทำไมใครๆถึงชอบให้คนรักทำตัวโรแมนติก ในเมื่อดงแฮก็รู้ว่าเขาเป็นแบบนี้และไม่มีอารมณ์ที่จะตามใจนัก แล้วทำไมถึงได้เรียกร้องในสิ่งที่ก็รู้ว่าเป็นไปได้ยากด้วย

จะให้มาพูดจาหวานๆ หรือทำตัวกุ๊กกิ๊กน่ารักอย่างนั้นเหรอ ..ขนลุก -*-

ในเมื่อเห็นว่างอนแล้วได้ผลแค่เล็กน้อยก็กลับมาเสียงอ่อนเสียงหวานใหม่ โหดไม่อยากได้อะไรจริงๆเหรอ

อื้อ..

แต่ชั้นอยากให้อ่ะ ..ช่วยอยากได้อะไรสักหน่อยดิ่

นายอยากให้อะไรก็ให้มา ..ขนมห่อนึง หรือจะปากกาสักด้าม ดินสอสักแท่ง ขั้นก็ไม่ว่าหรอก

มักน้อยจริง

ก็สิ่งที่จำเป็นในชีวิตชั้นก็มีหมดแล้วนี่ พวกเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าก็เต็มตู้  น้ำหอมก็ใช้อยู่กลิ่นเดียวแถมเพิ่งซื้ออีก รถก็มี อย่างอื่นก็มี ..ขนาดเมียยังมีแล้วเลย

พูดมาก -////- ทุบเบาๆที่ไหล่หนา แต่ดูยังไงก็น่ารัก

ไม่ต้องให้อะไรหรอก แค่ทำตัวดีๆไม่ต้องให้ปวดหัว อย่าดื้อ อย่าซน  อย่าคิดมาก อย่างี่เง่า แค่นี้ก็พอแล้ว

นายพูดเหมือนข้อเสียชั้นเยอะจังนะ

รึไม่จริง หึ หึ ยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งกลับมาพร้อมกับสายตาที่มีเลศนัย นี่แป๋ว ถ้ามีคนบอกว่าชั้นหิ้วสาวเข้าโรงแรม จะเชื่อเค้ามั๊ย?

ไม่ ส่ายหน้าตาใส ซ้ำยังยิ้มใส่อีก โหดไม่เคยทำให้ต้องระแวงเรื่องแบบนี้นี่นา โหดบอกเอ งไม่ใช่เหรอว่าห้ามหึง ห้ามคิดมาก โหดไม่มีคนอื่นก็ให้เชื่อใจ

ทำไมมั่นใจนักล่ะ ถ้าชั้นโกหกจริงๆนายจะรู้มั๊ยเนี่ยว่าโดนหลอก

โหดไม่โกหกหรอก ชั้นมั่นใจ ..โหดไม่ใช่คนแบบนั้น

กล้าพูดเต็มปากเต็มคำเพราะเขามั่นใจว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ คิบอมอาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่ดีมาก ปากก็เสียซ้ำยังพูดจาให้ต้องเคืองต้องงอนกันบ่อยๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องความเจ้าชู้แล้วเขามั่นใจว่าสองพี่น้องไม่มีใครได้เชื้อพ่อมา คิฮยอนเองก็ไม่ใช่คนแบบนั้น ส่วนคิบอมก็ไม่มีนิสัยหมาหยอกไก่หรือจะจีบใครต่อใครง่ายนัก

ขนาดกับเขาที่เป็นแฟน ยังไม่เคยรู้สึกว่าเคยโดนคิบอมจีบเลย ..สาบาน -*-

 

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

เยซองกลับมาถึงบ้านก็แวะไปหาน้องชายตัวอวบเพื่อจะดูว่าวันนี้ซองมินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แต่แค่ไปถึงร่างเล็กก็รีบมาฟ้องเป็นการใหญ่ว่าโดนคยูฮยอนกลั่นแกล้งหมายจะให้พี่ชายช่วย กระเง้ากระงอดอยู่สักพักร่างหนาก็แค่เพียงพยักหน้าเบาๆแล้วเดินไปเรียกราชนิกุลจอมกวนออกไปคุยที่หน้าบ้านเพื่อตัดปัญหาเรื่องการแสดงกริยาที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าผู้ใหญ่

“สรุปแล้วมึงจะเอายังไงกับน้องกูแน่ ถ้าคิดจะมาเล่นๆอีกล่ะไสหัวไปเลยนะ” พูดอย่างตรงไปตรงมา ก่อนหน้านี้ที่ยอมก็เพราะเห็นว่าน้องยังรักและอีกฝ่ายก็ทำตัวดี แต่ในเมื่อซองมินขี้ม้าสามศอกมาฟ้องแบบนี้ก็ชักจะห่วงอีกครั้ง

“ก็บอกแล้วว่าจริงจัง” ส่งเสียงหน่ายๆกลับไปพร้อมกับสายตาที่แฝงด้วยความหงุดหงิด “ก็แค่แกล้งนิดๆหน่อยๆ น้องมึงขี้งอนก็น่าจะรู้ กูแค่แหย่พอให้ได้โดนงอนบ้าง ก็แค่นั้น”

“คิดดีแล้วหรือไง ..คบกันแบบนี้ที่บ้านไฟเขียวแล้วเรอะ ไม่ใช่ว่าพอน้องกูใจอ่อนก็ต้องมานั่งร้องไห้อีกรอบเพราะโดนที่บ้านมึงกีดกัน”

นี่คือปัญหาที่คิดมาตลอดระยะเวลาหลายวัน ต่อให้เงียบไปแต่ก็ใช่ว่าไม่สอดส่องพฤติกรรม เพียงเห็นว่าคยูฮยอนเริ่มทำตัวดีและพอจะไว้ใจได้ก็ปล่อยไป ไหนๆพ่อแม่ของเจ้าตัวกลมก็รับรู้แล้วว่าทั้งคู่คบกัน เขาซึ่งเป็นคนนอกจะไปมีปัญญาขัดขวางอะไรได้อีก ที่ยังห่วงก็แค่กลัวว่าน้องจะเสียใจและร้องไห้ซ้ำก็เท่านั้น

พูดถึงเรื่องนี้คุณชายหนุ่มก็ถอนหายใจ เขาคิดหาทางออกเอาไว้แล้วก็จริงแต่ก็ใช่ว่าไม่กังวล เป็นครั้งแรกที่คิดจะแข็งข้อกับผู้เป็นพ่อและแม่ แต่อีกใจก็ยังคงพะวง เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยดื้อด้านออกนอกกรอบที่พวกท่านวางไว้สักครั้ง ให้ทำอะไรก็ทำ ให้ออกงานสังคมก็ออก ไม่เคยมีสักครั้งที่จะลุกขึ้นมาปฏิวัติหรือเอาแต่ใจให้ผู้ใหญ่ต้องโมโห

ตอนนี้เขาอายุแค่สิบเจ็ดกว่าๆ แม้จะทำตัวกร้านโลกผ่านผู้หญิงมาหลายต่อหลายคน แต่มันก็เป็นเพียงสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราวตามประสาวัยรุ่นที่อยากรู้อยากลอง ในเมื่อเขามีทุกอย่างเพียบพร้อมก็ไม่แปลกที่จะใช้มันให้เป็นประโยชน์ แต่หากมองกันตามความเป็นจริงแล้วโจคยูฮยอนคนนี้ก็ยังเด็ก และเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ยังอยู่ในวัยไฮสคูล แม้จะถูกเลี้ยงดูมาในสังคมที่แสนดี แต่ด้วยอายุเพียงแค่นี้มันย่อมไม่สามารถจะทำตามสิ่งที่ต้องการได้หมด ความคิดความอ่านของเขาก็เป็นผู้ใหญ่แค่ในบางส่วน หลายเรื่องยังขาดประสบการณ์ในการไตร่ตรอง เขายังต้องใช้เวลาอีกมากกว่าจะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง

นับเวลาแล้วก็อีกแค่ปีครึ่ง .. จะทำอย่างที่พูดได้หรือไม่ก็ยังกังวลอยู่

ร่างสูงถอนหายใจซ้ำเป็นครั้งที่สอง ดวงตาคมเคลื่อนไปมองหน้าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายของคนรัก เมื่อก่อนเขาอาจจะเกลียดขี้หน้าเยซอง แต่เมื่อลองเปิดอกคุยกันอย่างลูกผู้ชายแล้วก็รู้สึกว่าต่างคนก็ต่างมีเหตุผลเป็นของตัวเอง และเจ้าตาตี่แก้มบวมคนนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก

“ถ้าพูดตรงๆ ..กูก็กลัวอยู่” แปลกที่กล้าพูดอย่างไม่อายกับคนที่เป็นเหมือนไม้เบื่อไม้เมา

เยซองตวัดสายตาจ้องเพื่อจับอารมณ์ของคนตรงหน้า เมื่อเห็นว่าสีหน้าเป็นกังวลจริงๆก็ละอคติออกไปและเปิดใจรอรับฟังว่าคนข้างๆจะพูดอะไรต่อ

“กูบอกซองมินไปว่าไม่มีอะไร กูหาทางออกได้ ..แต่จริงๆแล้วกูยังหาทางไปไม่ได้เลย” สารภาพออกมาตามตรง รู้สึกว่ามันหนักหนาสาหัสเอาการอยู่เหมือนกัน “ถ้าถึงวันที่เรียนจบแล้วบางทีมันอาจจะมีวิธีดีๆให้กูเลือกก็ได้”

“แล้วถ้ามึงหาทางออกไม่ได้ล่ะ มึงคิดบ้างหรือเปล่าว่าชีวิตน้องกูจะเป็นยังไง”

“ไอ้เชี่ยนี่!!” หน้าหงิกขึ้นมาทันตาซ้ำยังส่งสายตาประท้วงอยู่ในที “มึงอย่ากดดันกูได้มั๊ย แค่นี้ก็เครียดจะตายห่าอยู่แล้ว”

“ก็กูห่วงน้องกู”

“กูรู้ ..แต่มึงช่วยดูหน่อยเหอะว่าตอนนี้กูมีปัญญาทำอะไรได้บ้าง”

เยซองไม่อาจโต้แย้ได้ว่ามันไม่ใช่ความจริงจึงต้องปิดปากและใช้เพียงสายตากวาดมองคุณชายผู้สูงศักดิ์ยืนทำหน้าเบื่อและแฝงไปด้วยความกังวล เขาเองก็คล้ายจะเข้าใจในฐานะของคนที่มีประสบการณ์มากกว่า เมื่อก่อนก็เคยทำตัวเกกมะเหรกเกเร แต่เพราะที่บ้านของซึงฮยอนซึ่งเป็นแฟนสาวไม่ค่อยปลื้มนักจึงต้องลด ละ เลิกสิ่งเหล่านั้นและหันมาทำตัวดีๆเพื่อที่จะได้ผ่านด่านอรหันต์ได้ ซึ่งคยูฮยอนก็อาจจะไม่ต่างกัน

“มึงแน่ใจแค่ไหนว่าจะไม่ไปหัวงูให้น้องกูต้องร้องไห้อีก”

“ตอนนี้กูก็มีแค่ซองมินคนเดียว” รีบเถียงทันควัน เบื่อเหลือเกินไอ้สีหน้าจับผิดแบบนี้

“วันนี้มึงทำได้ แล้ววันหน้าล่ะ ..สันดานมึงเป็นยังไงคิดว่ากูไม่รู้เหรอ”

“ก็นั่นมันเมื่อก่อน” ร้องเถียงเสียงแข็ง “มึงจะอะไรกับกูนักหนาวะ แค่ซองมินคนเดียวนี่กูก็เหนื่อยแล้วนะ”

“ถ้ามึงรักจะคบน้องกูต่อก็ต้องทน มึงทำไว้เยอะ โดนแค่นี้คิดว่ามากแล้วหรือไง”

“มึงอย่าทำตัวเหมือนแอบรักแฟนกูได้มั๊ย?”

สายตาไม่พอใจรีบจ้องกลับ ไม่ใช่เขาไม่รู้สึกแต่ที่ผ่านมาเลือกที่จะเลี่ยงมองในประเด็นนี้ต่างหาก พี่รึก็ไม่ใช่พี่แท้ๆที่คลานตามกันมา ทำไมจะต้องเป็นห่วงเป็นใยขนาดที่จะออกรับหน้าแทนกันได้ทุกเรื่อง ซ้ำยังแผ่แม่เบี้ยขู่ฟ่อๆใส่ยามใครมาจีบคนตัวเล็กแบบนี้ ..นี่มันพี่จริงแน่เหรอ?

“มึงอย่ามาคิดอกุศล ..กูไม่ใช่มึง” เยซองครางต่ำๆใส่

“ก็มึงทำตัวให้กูคิด”

“เพราะในหัวมึงมีแต่เรื่องสกปรกน่ะสิ”

“เหอะ” กระแทกเสียงใส่ สีหน้ายียวนมองมาดูน่าเตะ “กูขอเวลาเคลียร์ตัวเองหน่อย กูจะไม่ขอร้องให้มึงเห็นใจหรอกนะ แต่กูแค่อยากจะบอกว่ากูไม่ใช่พระเจ้าที่จะทำทุกอย่างให้เคลียร์ได้พร้อมกันหมด ต่อให้มึงขีดเส้นตายให้กู แต่ถ้าหลายๆอย่างรอบตัวของกูมันไม่เคลียร์เอง ..กูจะไปมีปัญญาทำอะไรได้วะ”

“...”

“กูเป็นแค่ราชนิกุล ..กูไม่ใช่ยอดมนุษย์”

คล้ายจะเข้าใจจึงเลี่ยงในประเด็นนี้และเข้าประเด็นใหม่ที่เพิ่งจะได้ยินมา “มึงจะพาน้องกูไปบ้านเหรอ”

“อือ แล้วไง? .. มึงจะตามไปเป็นบอดี้การ์ดเหรอ?”

“กวนตีน” กระแทกเสียงใส่หน้าแล้วค่อยลากเหตุผลออกมาต่อ “กูแค่สงสัยว่ามึงคิดดีแล้วหรือไง ไม่กลัวที่บ้านมึงสงสัยเอาเหรอ”

“กลัว ..แต่ก็อยากให้เห็นสภาพที่บ้านกู ..เผื่อเค้าจะรู้เหตุผลของกูบ้างว่าอะไรที่กูต้องเจอแล้วเค้าไม่เจอ”

อาจจะไม่กระจ่างเสียทีเดียวแต่ก็ใช่ว่าจะเข้าใจยากนัก เยซองพอจะเดาได้ถึงความมีระเบียบภายในรั้ววังเก่า ท่านโจแชวอนเป็นบุคคลที่ใครๆต่างก็นับหน้าถือตา หากคยูฮยอนอยู่ต่อหน้าบิดาก็คงจะไม่มีทางได้พูดจาด้วยถ้อยคำเช่นนี้หรือแสดงกริยาที่ดูแย่ ซึ่งบางทีการปล่อยให้ซองมินได้รับรู้ในสิ่งที่เป็นความจริงก็อาจจะช่วยในการตัดสินใจให้ง่ายขึ้น

ว่าจะรักคนคนนี้ต่อไป หรือเลือกที่จะจบทุกอย่างและทิ้งมันไว้เป็นแค่ความทรงจำ

 

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

แหวนเกลี้ยงที่ได้รับมาจากเด็กหนุ่มรุ่นน้องเมื่อเกือบสามสัปดาห์ที่แล้วถูกจับหมุนไปมาอยู่แบบนั้นมาหลายนาที ฮีชอลยังชั่งใจว่าจะใส่ไปรับเขาดีหรือไม่ในอีกสองวันกว่าๆที่จะมาถึง ช่วงนี้ฮันกยองบอกว่ากำลังยุ่งกับกิจกรรมที่แคมป์เพราะใกล้จะถึงเวลากลับ ไหนจะต้องเตรียมของฝากสำหรับเพื่อนๆอีกเป็นกระบุง เลยต้องรอนานกว่าทุกๆวันกว่าที่เขาจะสามารถเจียดเวลามาคุยด้วยได้

แปลกที่เวลาคุยกันผ่านเครื่องมือสื่อสารนั้นก็ไม่ได้รู้สึกว่าเขินสักเท่าไหร่ แต่พอคิดว่าเขาจะกลับมาแล้วกลับไม่รู้จะทำตัวเช่นไรเมื่อเจอกัน

กลีบปากร้อนขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงวันที่เขาจะไป ยังจำรสจูบจากไอ้เด็กแก่แดดคนนี้ได้เป็นอย่างดี คิดแล้วก็โมโหที่บังอาจมาทำให้เขาต้องอายใครหลายๆคนบริเวณนั้น เพราะแม้จะไม่มีใครพูดถึงมันอีกก็ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่หายกันไปสองคน

คิดหนักและยังต้องชั่งใจในความสัมพันธ์ ว่าตนจะตอบรับเขาดีหรือไม่ บางครั้งก็คิดว่าคบกันแบบนี้มันก็ดีที่ไม่ต้องมีอะไรผูกมัด หากตกลงปลงใจว่าจะอยู่ในฐานะแฟนอย่างจริงจังก็คล้ายว่าหลายๆอย่างจะต้องเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งเขาก็ยังไม่ชินกับการที่จะมีใครมาถือสิทธิ์ครอบครอบตนและวางอำนาจปกครองในฐานะ แฟน

ไม่คุ้น ไม่ชิน และคิดไม่ออกว่าหากมีใครมาเป็นแฟนแล้วชีวิตจะเป็นเช่นไร

เหมือนในใจลึกๆจะยังปฏิเสธในความรักที่ก่อเกิดขึ้นครั้งนี้ ด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นผู้ชายจึงยากที่จะกล้ายอมรับในความเป็นจริง นึกสงสัยอยู่ไม่น้อยว่าเหตุใดน้องชายจึงได้ยอมรับได้ง่ายๆว่ามีใจให้ผู้ชายด้วยกัน ก่อนนี้ดงแฮก็ใช่ว่าจะกระตุ้งกระติ้งหรือมีจริตอะไร เขายังเหมือนเด็กผู้ชายปกติ แต่แค่มาเจอคิบอมเท่านั้นกลับโอนอ่อนให้ง่ายๆ ..หรือมันมีเหตุผลอะไรที่เขายังไม่รู้

ชั่งใจอยู่นานว่าจะโทรศัพท์หาใครดีระหว่างเพื่อนซี้กับน้องรัก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกกดเบอร์ของดงแฮ เพราะขืนโทรหาอิทึกเพื่อปรึกษาในเรื่องนี้คงไม่วายโดนด่ากลับมาอีกแน่ โทษฐานที่ยังลังเลไม่แน่ใจ

เสียงรอสายดังอยู่สักครู่ก็มีเสียงหนาทุ้มกดรับ รู้สึกแปลกๆที่ไม่ใช่เสียงน้องและกระอักกระอ่วนเล็กน้อยกับการพูดคุยกับคนที่รู้อยู่แก่ใจว่าอนาคตเขาคงจะมาเป็นน้องเขยของตัวเอง

“ดงแฮล่ะ” กดเสียงนิ่งๆใส่ ยามที่เอ่ยพูดกับใครที่เด็กกว่าก็ย่อมต้องมีมาดขึ้นมาบ้าง

“เข้าห้องน้ำอยู่ครับ”

แม้จะตอบกลับมาแบบสุภาพแต่ก็ยังแฝงความเป็นตัวของตัวเองเอาไว้ คิบอมปากเสียและชอบพูดจาก่อกวนให้ต้องโมโหแต่เขาก็มีมารยาทพอที่จะไม่ลามปามคนที่โตกว่า ยิ่งเป็นพี่ชายแฟนด้วยแล้วก็ต้องระมัดระวังกริยาเพราะก็รู้อยู่แก่ใจว่าคิมฮีชอลยังไม่ใคร่จะพอใจในตัวเองนัก เจอกันทีไรก็มักจะส่งสายตาจับผิดมาให้ ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรเพราะที่ปูซานก็เป็นตัวเองที่ทำให้เขาหวาดระแวงเอง

เสียงแจ้วๆดังออกมาเป็นสัญญาณให้รู้ว่าเขาหมดหน้าที่รับหน้าพี่ชายจอมจู้จี้จุกจิก มือหนารีบโยนโทรศัพท์เครื่องเล็กไปให้เจ้าเด็กขี้อ้อนที่โผล่หน้าหวานๆออกมาพร้อมกับชุดนอนตัวโคร่ง มองแล้วมันน่าหมั่นเขี้ยวนัก

“ฮยองอ่า~ ว่าไงฮะ”

“อยู่กับไอ้เด็กใบ้หรือเปล่า ออกมาคุยกันเงียบๆหน่อยได้มั๊ย”

“ออกไปข้างนอก?”

“แค่นอกห้อง” ฝ่ายพี่รีบบอกเพื่อให้เขาเข้าใจ “พี่แค่อยากคุยกับนายแบบส่วนตัวน่ะเจ้าตัวเล็ก”

“อ๋อ~ แป๊บนึงฮะ”

รอสักครู่ดงแฮก็ร้องบอกว่าออกมานั่งที่ระเบียงห้องเรียบร้อยแล้ว ซ้ำยังอธิบายบรรยากาศโดยรอบให้เขาฟัง แต่ฮีชอลก็ไม่ได้ว่าอะไรและอมยิ้มตามในความไร้เดียงสาของน้องตน รอจนกระทั่งร่างเล็กพอใจจึงได้เอ่ยในสิ่งที่เป็นประเด็นให้ต้องโทรมา

“พี่อยากรู้ว่านายคิดยังไงถึงได้คบกับไอ้เด็กนั่น ..ตอนนี้เป็นแฟนกันแล้วสินะ?”

“อื้อ” รับคำด้วยความเขิน แม้แต่แก้มยังแดงตาม “เป็นแฟน -////-”

“ไม่รู้สึกอะไรเหรอ ..แบบ เดินกับผู้ชาย ไม่กลัวคนจะมองแปลกๆเหรอ แล้วที่บ้านเด็กนั่นไม่ว่าอะไรหรือไง”

“ก็ไม่นี่ฮะ คุณลุงคุณป้าก็ดีกับผมนะ” ดงแฮรีบอธิบายใหญ่ กลัวพี่ชายจะเข้าใจผิดคิดว่าตนมาอยู่แล้วโดนโขกสับ “วันนี้ถามเรื่องของขวัญวันเกิด คุณลุงยังแนะนำผมเลยว่าให้ทำของให้คิบอม”

“แล้ว ..คือ ตอนนายรู้ว่าชอบเด็กนั่น ..ไม่รู้สึกว่าตัวเองเพี้ยนบ้างเหรอ” ถามเสียงเครียดเพราะว่าเขาเองก็เครียดอยู่ คุยกันเล่นๆกับฮันกยองก็ยังพอขำๆ แต่คิดว่าจะคบกันจริงจังมันก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี

“ผมไม่ได้คิดหรอกว่าใครจะมองยังไง ผมคิดแค่ว่าผมชอบคนนี้อ่ะ” เสียงห้าวตอบกลับมาแบบซื่อๆ “ผมมีความสุขที่จะกอดคิบอม มีความสุขที่จะอยู่กับเค้า ใจเต้นเวลาที่อยู่กับเค้า .. แค่นี้มันก็พอแล้วไม่ใช่เหรอฮะ กับการที่จะคบใครสักคน .. แค่เรามีความสุขเวลาอยู่กับเค้าก็พอแล้วนี่นา”

“แล้วที่บ้านนายล่ะเจ้าตัวเล็ก?” เสียงอ่อนลงมาเล็กน้อย แม้ในใจจะยังค้านอยู่ลึกๆ

“ผมคิดว่าพ่อจ๋ากับแม่จ๋าอยากให้ผมมีความสุขนะ ..คิบอมไม่ได้เลวร้ายสักหน่อย ไม่ได้ทำให้ลูกพ่อจ๋าแม่จ๋าเสียใจ เค้าดูแลผมได้ .. ผมคิดว่าพ่อจ๋าคงต้องการแค่คนที่จะอยู่กับผม ดูแลผม และรักผมเทียบเท่ากับที่พ่อจ๋ารัก ไม่ได้ต้องการว่าคนคนนั้นต้องเป็นเพศไหนหรอกฮะ”

“แต่พ่อแม่ทุกคนก็ย่อมอยากแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝานะ นายเอง ..พี่ว่าคุณน้าทั้งสองก็น่าจะอยากเห็นเจ้าสาว อยากอุ้มหลานเหมือนกัน”

ดงแฮที่ไม่เคยนึกถึงตรงนี้นิ่งเงียบในทันที เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องอนาคตข้างหน้าเลยสักนิด คิดแค่ว่าวันนี้มีความสุขและมีคนที่รักอยู่ข้างๆก็คงเพียงพอ แต่ถ้าพ่อกับแม่ของเขาอยากอุ้มหลานขึ้นมาจริงๆล่ะ จะเอาที่ไหนมาให้ท่านอุ้ม?

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนดีกว่านะฮะ” ร่างเล็กตัดปัญหาด้วยการเอ่ยประโยคนี้ออกมา “ว่าแต่ฮยองเถอะ โทรมาคุยกับผมเรื่องนี้น่ะ คิดไม่ตกเรื่องฮันกยองหรือยังไง”

ถูกย้อนมาก็สะอึกเล็กๆ แต่ก็จำต้องยอมรับแต่โดยดี “อือ เพื่อนนายมันดื้อด้าน ..พี่เลยไม่รู้ว่าจะทำยังไงตอนมันกลับมา”

“ฮยองชอบเขาหรือเปล่าล่ะฮะ”

“ไม่รู้สิ” ตอบปัดๆไป บางเวลาก็รู้สึกว่าชอบและชอบมาก แต่พอคิดถึงเหตุผลล้านแปดรอบตัวขึ้นมาก็รู้สึกว่าเขาไม่ได้ชอบและมันคงจะเป็นเพียงความหวั่นไหวเล็กๆที่เกิดขึ้นในช่วงวูบหนึ่งของวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ

“ฮยองไม่รู้จริงๆ หรือว่าฮยองรู้แต่ไม่ยอมรับในสิ่งนั้น?”

“...”

“คบกันมันไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้ชีวิตด้วยกันในวันหน้านี่ฮะ ..ถ้าชอบก็ลองคบดู คบไปแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ ไปด้วยกันไม่ได้ ถึงตอนนั้นก็ค่อยเลิกกันก็ได้นี่นา”

มันก็จริงอย่างที่น้องบอก แค่คบกันทำไมเขาต้องพะวงมากมายขนาดนี้ด้วย .. แค่คบนะฮีชอล ไม่ใช่กำลังตัดสินใจเข้าพิธีแต่งงานสักหน่อย

“ฮยองกำลังสับสนเพราะฮันกยองเป็นผู้ชายและฮยองก็เป็นผู้ชายใช่มั๊ยฮะ”

นิ่งไปสักครู่แล้วจึงค่อยพยักหน้ากับอากาศแล้วครางตอบเบาๆ “ประมาณนั้น”

“ผมว่าฮยองลองถามตัวเองดีที่สุดว่าถ้าคบกับไม่คบ แบบไหนที่ฮยองจะเสียใจมากกว่ากันเมื่อเวลาผ่านไปแล้ว การมีคนมาเดินกุมมือมันไม่ใช่เรื่องแปลกนะ แค่อยู่ที่ว่าใครกุมมือเราแล้วเรามีความสุข อุ่นใจ และรู้สึกปลอดภัยมากกว่ากัน” ดงแฮยิ้มแป้นอธิบายให้พี่ชายฟังแจ้วๆ เขาเองก็ใช่ว่าจะมีประสบการณ์ความรักมากนัก แต่ตั้งแต่อยู่กับคิบอมแล้วมันรู้สึกแบบนั้นจึงกล้าพูด

“ไอ้เด็กใบ้นั่นมันทำให้นายมีความสุขขนาดนั้นเหรอเจ้าตัวเล็ก” ยังไม่ค่อยอยากจะปักใจเชื่อนักเพราะดูจากสภาพแล้วคิบอมไม่น่าจะมีปัญญาทำตัวดีๆให้มีรอยยิ้มได้

“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะฮะ” ส่งเสียงตัดพ้อแทนร่างหนาที่โดนพี่ชายมองมาเหมือนผู้ร้าย “คิบอมใจดีออก อบอุ่นด้วย ถึงเค้าจะชอบกวนไปบ้างแต่ผมก็ชอบที่จะอยู่กับเค้านะฮะ”

“นายโกหกพี่หรือเปล่า?”

“ฮยองก็มองเค้าในแง่ร้ายเกินไป แต่ผมน่ะมีความสุขจริงๆนะฮะเวลาอยู่กับเค้า เป็นโชคดีของน้องชายฮยองด้วยซ้ำที่เค้าเลือกผม” พูดเองก็อดเขินเองไม่ได้ แก้มปลั่งขึ้นสีจนแดงซ่าน รู้สึกว่าตัวเองน่าอิจฉาก็ตอนนี้ “อยู่กับเค้าแล้วผมมีความสุข ผมรู้สึกว่าผมปลอดภัย ผมอบอุ่น และผมก็คิดว่าเค้าคือของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับผมตอนนี้แล้วล่ะ”

คิมฮีชอลขมวดคิ้วเมื่อคิดตามแต่ก็ยังทำใจไม่ได้ ..นี่น้องผมโดนล่อลวงหรือเปล่าเนี่ย???

“เฮ่อ ..เอาเถอะ ถ้านายยืนยันว่ามีความสุขดีพี่ก็จะเชื่อ”

“ฮยองน่ะควรตัดความระแวงออกไปบ้างแล้วใช้แค่หัวใจที่รับรู้ความรู้สึกบ้างจะดีกว่านะฮะ คิดมากไปมันก็วุ่นวายใจเปล่าๆ ไม่ต้องคิดถึงอย่างอื่น .. คิดแค่ว่าชอบเค้า อยากอยู่กับเค้าหรือเปล่า แค่นั้นก็พอแล้ว”

เสียงห้าวๆที่คุ้นหูเป็นเหมือนเสียงวิทยุที่กำลังแนะแนวทางปัญหาชีวิตที่คิดไม่ตก และฝ่ายพี่ก็เป็นเช่นคนโทรศัพท์ไปหาดีเจอเพื่อค้นหาคำตอบที่ยังค้างคาใจ ประสบการณ์ด้านความรักของเขามันน้อยนิดเมื่อเทียบกับดงแฮ แม้ว่าจะยังไม่ไว้ใจเสียทีเดียวว่าวันข้างหน้าน้องจะต้องร้องไห้เพราะไอ้เด็กบ้าใบคนนั้นหรือเปล่า

ดูยังไงมันก็ไม่น่าเชื่อว่าจะดูแลน้องชายผมได้ ..จริงๆนะ -*-

มือเรียวที่ยังจับแหวนเกลี้ยงเอาไว้ยังคงหมุนมันไปมา พยายามคิดว่าถ้าแค่คบกันและไม่ต้องมองถึงอนาคตในวันข้างหน้ามันจะเป็นเช่นไร แต่เมื่อคิดดูแล้วก็เหมือนจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่คิด เพราะมันเหลืออีกแค่เทอมเดียวเท่านั้นที่มีเวลาให้ตัดสินใจ

ร้องไห้เพราะเขามาก็แล้ว ชอบรึก็ยอมรับแล้ว .. แต่พอคิดว่าจะคบกันกลับดันไม่กล้า .. แกเป็นอะไรมากมั๊ยฮีชอล?

ความกดดันที่ลดลงเพียงเล็กน้อยส่งผลให้มือเรียวกดตัดสายหลังจากบอกลาน้องชายเรียบร้อย เขาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะได้ไม่เท่าไหร่มันก็ส่งเสียงร้องขึ้นมาอีก และก็หนีไม่พ้นต้นเหตุที่ทำให้เขาคิดไม่ตกในเวลานี้

โทรมาได้จังหวะเชียวนะไอ้เด็กเปรต!

รีบคว้ามันมาและกระแทกบั้นท้ายลงบนเตียงด้วยท่าทีที่หงุดหงิด  แต่ในหน้ากับเจือรอยยิ้มอยู่จางๆ ดีใจที่เขาโทรมาแต่ก็ไม่ชอบใจตัวเองที่ยังหาคำตอบสำหรับคำถามที่เขาทิ้งไว้ไม่ได้

“ยอโบอยากได้ของฝากอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า พรุ่งนี้ผมจะออกไปซื้อของ”

“ไม่รู้อ่ะ คิดไม่ออกจริงๆ” ตอบยิ้มๆ แค่ได้ยินเสียงก็อุ่นใจอย่างประหลาด

“จะได้เจอกันแล้วนะ คิดถึงยอโบจัง”

คิมฮีชอลจะรู้ตัวบ้างไหมว่าหัวใจกำลังพองแน่นจนคับอก รอยยิ้มขวยเขินปรากฏบนใบหน้าสวย รู้สึกดีเหลือเกินที่มีคนพร่ำพูดด้วยคำหวานเช่นนี้

“ถ้าเจอกัน ..จะกอดให้หายคิดถึงเลยนะ”

“นี่ฮันกยอง..”

“หืม?”

“บางทีฉันอาจจะไม่ไปรับนายนะ” ตะกุกตะกักตอบออกไปด้วยใจสั่นๆ “ฉันยังไม่แน่ใจในคำตอบที่นายถามเอาไว้น่ะ ขอเวลาฉันอีกสักหน่อย”

“ใจร้ายจัง” อดต่อว่าเขาไม่ได้ “ตอนนี้ผมคิดถึงคุณมากเลยนะ”

“แต่ถ้าไปแล้วไม่มีคำตอบให้ ..ฉันก็ไม่อยากไปนะ”

“ป่านนี้แล้วยังไม่มีคำตอบอีกเหรอ”

จุกแปลกๆเมื่อได้ยินประโยคนี้  แต่บางทีความรักก็ยากที่จะหาคำตอบในเวลาที่จำกัด ต่อให้คนต้องการรีบร้อนสักแค่ไหนก็ไม่อาจเค้นความรู้สึกตอบในสิ่งที่ต้องการออกมาได้อยู่ดี

“คำตอบที่ฉันยังคลางแคลงใจ ..นายคิดว่านายจะยอมรับมันได้จริงๆเหรอ”

ฮันกยองได้แต่พ่นลมหายใจออกมา ในเมื่อฮีชอลเอ่ยแบบนี้เขาก็ไม่มีอะไรให้พูดต่อ เพราะมันก็แสดงว่าคนตอบยังคงไม่มั่นใจในความรู้สึกนั้นจริงๆ และหากว่าคนอยู่ในสถานการณ์นั้นเป็นตัวเองก็ย่อมไม่ต้องการจะเอ่ยในสิ่งที่ไม่แน่ใจออกไป

ตกลงเหรอ? ก็พูดได้ไม่เต็มปาก .. แต่จะบอกว่าไม่ มันก็พูดไม่ออกเช่นกัน

“ผมจะต้องรอคุณนานแค่ไหน” บีบหัวใจเล็กๆกับคำถามนี้ที่ข่มความกังวลเอ่ยมันออกไปเอง

“คงไม่นาน ..ขอแค่ฉันแน่ใจตัวเองอีกนิด ว่าระหว่างเรามันไปได้แค่ไหน”

“ผมหวังว่าคุณจะใช้หัวใจไม่ใช่สมองตัดสินนะ” แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะหากว่าใช้สมองแล้วก็คงจะจบกันได้ตั้งแต่ตอนนี้และคงไม่ต้องมีการต่อเวลาให้ยืดยาว

ฮีชอลไม่มีคำตอบจะให้ ตอนนี้ความสับสนกำลังถาโถมเข้ามามากมาย ในความชอบก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจะพัฒนากลายเป็นคำว่ารักได้ในอนาคตหรือเปล่า จะเสี่ยงคบไปก่อนก็เกรงจะมีผลในภายภาคหน้า เขายังห่วงหน้าตาครอบครัวและความรู้สึกของคนในบ้านเกินกว่าจะตัดสินใจอะไรง่ายๆ สั้นๆ แม้ว่าอนาคตอันใกล้เขาอาจจะต้องไปเรียนต่อเมืองนอก แต่ในช่วงหนึ่งเทอมที่เหลือนี้ก็ยังจะต้องมีลมหายใจอยู่บนแผ่นดินเกิด ยังมีสังคมที่ต้องใส่ใจ มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆแบบที่เด็กอย่างดงแฮคิดนักหรอก

“ไว้ฉันแน่ใจแล้วจะบอกนายเองนะ”

“ผมชักกลัวแล้วสิ”

“มันอาจจะไม่ได้แย่แบบนั้นก็ได้”

“ผมเริ่มรู้สึกว่าคุณจะใจร้ายแล้วล่ะ”

“พูดอะไรแบบนั้น”

น้ำเสียงค่อยๆอ่อนลงทั้งคู่และกลายเป็นเสียงในลำคอที่ตอบกันเพียงเบาๆ ไม่ได้มีความกระตือรือร้นหรือตื่นเต้นที่จะได้พบเจอกันอีกครั้ง ฮันกยองหวิวในอกอย่างประหลาด ทั้งที่ก็วาดหวังไว้อย่างดีแต่ในเมื่อฮีชอลบอกแบบนี้เขาก็ต้องจำยอมรับมัน แม้แต่ตัวคนพูดเองก็ด้วย ที่เอ่ยมันออกไปเองแต่ก็ยังตั้งคำถามซ้ำๆอยู่ในใจ

ถ้าจะคบ ..ก็อยากคบกันไปนานๆ เลยอยากตัดสินใจให้รอบคอบและถี่ถ้วน  ..ผมใจร้ายตรงไหน?

 

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

 

 

ดึกดื่นแทนที่จะได้นอนหลับพักผ่อนในห้องอุ่นๆกลับต้องมานั่งถ่างตาปั้นหน้านิ่งอยู่ท่ามกลางฝูงเสือสิงห์กระทิงป่าที่ส่งสายตาประหลาดมาให้ตั้งแต่เดินตามร่างใหญ่เข้ามา ถ้าไม่ติดว่าคิบอมเอ่ยชวนให้ออกมาด้วยกันก็ไม่มีทางหรอกที่จะยอมมานั่งเป็นตอไม้ให้หมู่วายร้ายสอดส่ายสายตาไม่น่าไว้วางใจจนรู้สึกว่าตนแทบจะสึกหรออยู่แบบนี้

ร่างเล็กนั่งหลบอยู่ที่ด้านหลังคนรักตั้งแต่ที่มาถึง ยังกล้าๆกลัวๆไม่รู้จะวางตัวแบบไหนเพราะตอนนี้ซังบอมไม่อยู่ให้เป็นที่พึ่ง ได้ยินว่าอีกสักพักจะตามมาสมทบแต่ก็ยังไม่เห็นแม้เงา เจ้าชิสุน้อยจอมซนเลยต้องกลายเป็นชิสุเชื่องๆและได้แต่กลอกตากลมไปมา

เดี๋ยวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เสียงต่ำกระซิบบอกเบาๆ แต่เมื่อเห็นร่างเล็กทำหน้าเหยเกและประท้วงทางสายตาก็รีบตบไหล่บางเพื่อให้ความมั่นใจ ไม่เป็นไรหรอกน่า ไอ้พวกนี้ก็เพื่อนชั้นทั้งนั้น

ทั้งที่อยากจะวิ่งแจ้นตามร่างหนาไปใจแทบขาด แต่เพราะใจหนึ่งก็อยากจะผูกมิตรทำความคุ้นเคยกับเพื่อนในกลุ่มของคนรัก และอีกใจก็ไม่อยากที่จะให้คิบอมรู้สึกลำบากใจหากเขาเข้ากับเพื่อนในก๊วนไม่ได้ จึงต้องทำใจกล้านั่งตาใสให้พวกชายหนุ่มร่างใหญ่ทั้งหลายส่งสายตากรุ้มกริ่มมามอง

ซึ่งแค่คิบอมคล้อยหลังไปก็รับรู้ได้ถึงความไม่ชอบมาพากล มือเรียวรีบคว้าแก้วโคล่าขึ้นมาจิบแก้เก้อ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งที่พยายามทำใจดีสู้เสือแล้วแต่ก็ไม่เห็นว่าความตื่นเต้นในใจจะลดน้อยลงมา

ดวงตานับสิบคู่จับจ้องดวงหน้าแสนหวานอย่างพิจารณา หลายคนกระตุกยิ้มอย่างพอใจ บ้างก็ส่งยิ้มมาให้แต่กลับไม่ทำให้รู้สึกว่าปลอดภัยในชีวิต ลีดงแฮนั่งเกร็งอยู่สักครู่ก็มีเสียงหนาเอ่ยบางอย่างที่สามารถทำให้หน้าชาออกมาให้ได้ยิน

นายเสร็จคิบอมมันหรือยัง

เรียวปากสีหวานแทบจะพ่นน้ำที่เพิ่งจะกรอกใส่ปากออกมา โชคร้ายที่เผลอดื่มไปบางส่วนจึงได้สำลักนั่งไอแค่กๆหลังจากที่ได้ยินประโยคนั้น

แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่เป็นคำถามที่เด็ดพอ คนอื่นๆจึงได้เริ่มยิงประโยคเสื่อมๆออกมาบ้าง

เฮ๊ย ไม่ต้องอายน่า .. พวกเราแค่อยากรู้ว่าไอ้คิบอมมันเจ๋งแค่ไหน

เอ่อ.. =/////////////=”

เห็นซังบอมมันบอกว่านายนอนห้องเดียวกับไอ้คิบอมใช่ป่ะ .. งั้นก็ต้องเรียบร้อยไปแล้วดิ่

ยังไม่ทันจบประโยคก็มีเสียงร้องสวนขึ้นมา กูว่าไม่เหลือหรอกว่ะ วันที่มีเรื่องกับไอ้แจอุคน่ะพวกมึงก็เห็นช็อตเด็ดแห่งปีที่ไอ้คิบอมมันจ๊วบไม่แคร์สื่อ

“-//////////////-“

เออ .. กูนึกได้แล้ว คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามตบเข่าดังฉาด น่า บอกมาหน่อย .. ไอ้คิบอมมันเจ๋งป่ะ .. เห็นสาวๆงี้จ้องมันตาเป็นมัน

...

อย่าอายเลยน่า .. เรื่องธรรมชาติ ถ้ามันไม่ทำอะไรเลยน่ะสิแปลก

พูดถึงตรงนี้ดงแฮก็หน้าแดงหนัก แต่ประเด็นร้อนก็ดันผุดขึ้นมาเพิ่มจนได้ หรือว่ามันจะไม่ทำวะ เค้าถึงเงียบแบบนี้

เฮ๊ย ไม่มั๊ง .. ก็น่ารักขนาดนี้ ไม่ทำก็โง่เกินไปป่ะวะ

เผื่อมันเสือกอยากจะเป็นสุภาพบุรุษไง .. ไม่ก็ทำไม่เป็นเพราะไม่เคยควงสาวที่ไหนมาก่อน

ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

หัวเราะกันลั่นโต๊ะแต่ก็ยังทำให้ดงแฮนั่งเกร็งและนึกด่าอยู่ในใจ ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าเด็กผู้ชายอยู่ด้วยกันมันก็คงไม่พ้นเรื่องอะไรแบบนี้ แต่การที่มาถามหน้าด้านๆน่ะสิที่ไม่อยากจะเชื่อ

นี่มันเด็กวินเซอร์รูฟแน่เหรอวะ .. เสื่อมจริงๆให้ตาย = =”

เสียงโห่แซวมากมายยิ่งทำให้ตัวน้อยพยายามจะบีบร่างกายให้ลีบลงและหมายจะให้ทุกคนเลิกสนใจตัวเอง  แต่กลับยิ่งตรงกันข้ามเพราะเพื่อนตัวร้ายของคิมคิบอมกลับมะรุมมะตุ้มถามในเรื่องที่เขาไม่มีหน้าจะตอบไม่ยอมหยุด

จูบกับคิบอมมันบ่อยป่ะ

แล้วเวลาอยู่ด้วยกันอ่ะ ไอ้บ้านั่นมันโรแมนติกบ้างมั๊ย

มันเคยมือปลาหมึกกะนายบ้างป่าวดงแฮ

สารพัดคำถามถูกยิงมาอีกระลอก การที่คิมคิบอมเปิดเผยว่าให้ความสำคัญกับใครสักคนจนยอมใช้คำว่า แฟน มันถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งของกลุ่ม เพราะตั้งแต่คบกันมาก็ไม่เคยเห็นว่าผู้ชายหน้านิ่งคนนั้นจะสนใจเวลาใครทอดสะพานมาให้ วันๆก็อยู่แต่กับกลุ่มเพื่อน บ้างก็ทำตัวเป็นนักเลงหัวไม้ พอเห็นว่ามีใครสามารถพิชิตใจเพื่อนคนนี้ได้ก็ทำให้ต่างใคร่รู้ความสัมพันธ์ที่เป็นไปอย่างถ้วนหน้า

ทำไม.. พวกนายต้องอยากรู้กันด้วยอ่ะ หน้าหวานที่เริ่มเหยเกปริ่มจะร้องไห้เอ่ยถามเสียงสั่น อยากรู้ก็ไปถามคิบอมสิ มาถามอะไรชั้น

ก็ถามแล้วมันไม่บอกนี่หว่า ดีไม่ดีได้โดนถีบเอาอีก คนที่ร่างเล็กจำได้ว่าเป็นหนึ่งในคนที่ไปช่วยตนเองจากมยองแจอุคบอกมาอย่างอ้อนวอน บอกนิดนึงก็ได้ .. นายว่าคิบอมมันโรแมนติกมั๊ย

ก็.. นิดหน่อย

แค่คำสั้นๆก็ทำให้สามารถโห่กันลั่นโต๊ะได้ หลายๆคนที่ออกอาการลุ้นรีบสะกิดให้เอ่ยถามต่อ ไหนๆเจ้าตัวก็ไม่อยู่มันก็ต้องทำเวลากันหน่อย

แล้วมันน่ารักป่ะ

ก็ตามประสาเค้านั่นแหละ ตอบพลางจิบน้ำในแก้วไปด้วย เวลานี้คุณหนูลีไม่รู้จะเอามือไปวางไว้ตรงไหนจึงจับแก้วเอาไว้แน่น และแก้เขินด้วยการนั่งซดน้ำดำในแก้วเป็นระยะ

อ๊า.. น้ำหมดแล้ว มา เดี๋ยวชั้นเทให้ ร่างหนาที่ชื่อว่า อึนเปียว รีบคว้าแก้วจากมือเล็กแล้วชูกระป๋องโคล่าเพื่อให้รู้ว่าเขาอยากจะบริการอย่างเต็มที่

ดีๆ บริการยาหยีของคิบอมมันหน่อย เดี๋ยวมันหาว่าเราไม่ดูแลอาซ้อของมัน

คำแรกที่เรียกว่า ยาหยี ก็ใจเต้นระส่ำ พอมีคำว่า อาซ้อ ตามมา ลีดงแฮก็ร้อนไปทั้งหน้าด้วยความเขิน แต่เพราะว่ามันแต่นั่งเขินจึงไม่รู้ว่ามีอะไรที่ถูกรินใส่มาพร้อมกับแก้วน้ำของตนที่ถูกส่งมาให้ถัดจากนั้น

ร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้ำก็พอจะเห็นว่าเพื่อนตัวดีของตนรุมแกล้งเจ้าแป๋วตัวน้อยกันอยู่ แต่เพราะเจอคนรู้จักจึงได้ปล่อยไปก่อนและกลับเข้าวงสนทนาเมื่อเวลาผ่านไปเกือบสิบนาที ร่างหนาที่รุมล้อมคนหน้าหวานรีบสลายกองกำลังกลับไปนั่งที่ของตนอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่วายหันไปส่งสายตาเจ้าเล่ห์เพราะรอคอยอะไรบางอย่าง

โหด~ ไปนานจัง เสียงหวานร้องอ้อนพร้อมกับร่างบางระหงที่เอนกายไปเกาะแขนหนาแล้วซุกหน้าลงไป ตาหวานเชื่อมสบประสานตาคมสีน้ำตาลไหม้ เล่นเอาคิบอมถึงกับนิ่งไปเล็กน้อย

มาเกาะอะไรเนี่ย มือหนารีบแกะแขนเรียวที่พันธนาการร่างตัวเองออก ถึงจะคบกันแล้วแต่เขาก็ไม่ชินและไม่ชอบที่จะให้แสดงออกต่อหน้าผู้คน โดยเฉพาะเพื่อนๆในกลุ่มที่จ้องจะล้อกันอยู่ตอนนี้

อยู่บ้านก็ทำแบบนี้นี่นา~” ร้องประท้วงทำท่างอแงแล้วคลายวงแขนเปลี่ยนมารัดเอวหนาเอาไว้ บอกเค้ามาก่อนว่าหายไปไหนน๊านนาน

ปล่อยเลยแป๋ว เสียงต่ำรีบดุแล้วดันร่างบางออกจากตัว

ทำไมต้องดุด้วยล่ะ .. กอดแฟนผิดตรงไหน ทีโหดกอดแป๋วทั้งคืนยังไม่ว่าอะไรเลย

...

พอเค้ากอดก็ว่า .. เอาแต่ใจชะมัด

สภาพที่ดูไม่ค่อยปกติของดงแฮทำให้ร่างใหญ่ต้องกวาดตามองหน้าเพื่อนๆที่ส่งสายตาวิบวับอมยิ้มกันอยู่เงียบๆ เริ่มจะจับได้ว่าคงจะมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่

พวกแกเอาอะไรให้ดงแฮกิน

เปล่า พร้อมใจกันตอบเป็นเสียงเดียว ซ้ำยังมีการส่ายหน้าเป็นออฟชั่นเสริม

แต่ในเมื่อเห็นสภาพคนรักว่าไม่ปกติอยู่ทนโท่แบบนั้นใครจะไปเชื่อ มือหนารีบคว้าเอาแก้วน้ำดำของร่างเล็กที่วางอยู่ท่ามกลางแก้วอื่นที่เป็นน้ำใสสีเหลืองนวลแทบทั้งหมดขึ้นมากรอกปากเพื่อพิจารณา ซึ่งแค่เพียงมันไหลมาแตะปลายลิ้นคิ้วหนาก็ขยับทำงาน สีหน้ามหาโหดตวัดเรียงรายตัว อยากรู้นักว่าใครเป็นต้นคิดให้แอบผสมเหล้าลงไปในโคล่าเนี่ย

แต่จะมีใครกล้าเสนอตัวยอมรับผิดล่ะ

ก่อนจะได้ตบกบาลทีละรายข้อหารวมหัวกันมอมเหล้าเจ้าตัวเล็กตาแป๋ว หนุ่มคนเล็กของตระกูลคิมก็โผล่เข้ามายิ้มแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว ซังบอมใช้หน้าทะเล้นๆสงบสงครามที่กำลังจะเริ่มแล้วแทรกตัวไปนั่งอีกข้างของดงแฮที่มีคนขยับเว้นที่ไว้ให้ด้วยความรักตัวกลัวตายไม่อยากจากไปก่อนวัยอันควร

อ้าว ..ง่วงเหรอดงแฮ สะกิดแขนขาวของร่างน้อยที่เอนศีรษะซบแขนพี่ชายตนอยู่

ตัวบางขยับหน้าหันมามองด้วยความมึน หน้าสวยนิ่งอยู่หลายวินาทีกว่าจะนึกได้ว่าเป็นใครที่นั่งข้างๆ

ไม่ได้ง่วง.. แต่มึน สภาพสีหน้าบ่งบอกได้ชัดเจนนัก พูดจบก็หันกลับไปอ้อนคนรักต่อ โหดอ้ะ~ ไปไหนน๊านนาน ยังไม่ตอบแป๋วเลย

ริมฝีปากนิ่มสีลูกกวาดรสสตรอเบอร์รี่ขยับเอ่ย  แก้มสีชมพูจางๆเมื่อประกอบกับตาหวานเชื่อมที่ใช้จ้องมองหน้าหล่อ ทำให้คนที่เหลือหันไปฟันธงกันเงียบๆเรียบร้อยว่าไม่น่าจะรอด ขนาดตัวเองไม่ได้ชอบผู้ชายยังอดใจระส่ำแทนไม่ได้ ทั้งหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มแล้วยังจะช่างอ้อนแบบนี้ ถ้าคิบอมยังทนได้ก็คงจะไม่ใช่คนแล้ว

เจอคนรู้จัก ตอบแค่นั้นแล้วก็ดันหัวทุยออกจากไหล่อีกรอบ นั่งดีๆได้ป่ะ ทำไมต้องมาเกาะแกะด้วยเนี่ย

ไม่กอดก๊ะได้ รีบสะบัดแขนออกอย่างงอนๆแล้วหันไปคว้าแขนคนข้างๆมาแทนที่ กอดซังบอมแทนดีกว่า เบื่อไอ้หมาบ้า ใจร้าย~”

จากนิ่งอยู่แล้วก็ยิ่งหน้านิ่วมากขึ้นไปอีก คิบอมรีบจัดการแกะแขนนิ่มๆออกมาแล้วดึงคอเสื้อร่างน้อยให้กลับมานั่งเฉยๆ แม้จะไม่พูดแต่ก็ใช่ว่าเขาจะชอบใจให้แฟนไปอ้อนชายอื่นแบบนี้

เห็นแบบนี้คิมคิบอมก็หวงเป็นเหมือนกันนะเฮ้ย!!

ดงแฮสลัดแขนแกร่งออกจากร่าง นึกงอนที่เขาไม่ยอมให้กอดตั้งแต่แรก ร่างเล็กกระเง้ากระงอดดื้อจะกอดอีกร่างจนคนเป็นเจ้าของต้องคอยดึงตัวกลับมา ภาพพ่อแง่แม่งอนที่ฉุดกันไปฉุดกันมาโดยมีซังบอมเป็นตัวละครประกอบฉากไม่ได้มีให้เป็นบ่อยนัก และก็สามารถทำให้แต่ละคนนึกขำได้ ใครจะไปคิดว่าบทเจ้าจอมวายร้ายจะหวงแฟนขึ้นมามันจะน่ารักได้ขนาดนี้

ตีกันไปตีกันมาก็แพ้ดงแฮจนได้ สุดท้ายจึงต้องยอมให้ร่างน้อยกลับมากอดเอวหนาแล้วซุกหน้าลงที่อกกว้างตามเดิม ทำให้หลายๆคนได้แต่นั่งแอบขำที่เจ้าตัวร้ายหมดท่าและต้องยอมสยบให้กับคนหน้าหวานตัวเล็กที่ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีพิษสงอะไร

แต่คนที่ไม่ชอบให้ใครมาเห็นในสิ่งที่ตนคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของคนสองคนก็ย่อมไม่สบายใจที่จะต้องนั่งเป็นเป้าสายตาของเพื่อนๆและคนรอบข้างที่รู้จักและไม่รู้จัก คิบอมดื่มเป็นแก้วสุดท้ายแล้วกระแทกวางกลับลงไปบนโต๊ะ จัดการควักเงินในกระเป๋าโยนในส่วนของตัวเองให้แล้วรีบดึงแขนเรียวให้ลุกขึ้นมาเพื่อที่จะพากลับ

ไปไหนอีก.. ลากเสียงอู้อี้ สีหน้าก็แสนจะออดอ้อนจนคนมองเหนื่อยใจ

กลับบ้านไง

ขี้เกียจเดิน~ อุ้ม ..อุ้มหน่อย ดัดเสียงน่ารักน่าหยิก

แต่กับคิบอมแล้วมันชวนให้น่าเครียดเป็นที่สุด โตจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้วแป๋ว ..ลุกแล้วก็เดินเองเลย

งั้นมะกลับ ..มะปาย .. กลับคนเดียวเลย .. มะปาย เดี๋ยวให้ซังบอมไปส่ง

สะบัดแขนหน้างอๆแล้วถลาไปนั่งเบียดฝ่ายคนน้องให้ร่างหนาหงุดหงิดเล่น แต่คิบอมก็ไม่ได้ใส่ใจว่าเขางอนจึงได้จับดึงขึ้นมาเต็มแรงแล้วลากออกไปนอกร้าน ท่าทางพาลๆนั่นดูแล้วก็ตลกไม่หยอก ทำเอาคนที่ชะเง้อมองตามรีบสุมหัวขำกันแทบไม่ทัน

เห็นเฉยๆนี่โคตรอ้อนเลยว่ะแฟนไอ้คิบอมเนี่ย

ซังบอมได้ยินก็ยิ้มกว้าง จะมีใครเหมือนตัวเองที่เห็นสองคนนั้นงอนกันไปงอนกันมาเวลาอยู่ที่บ้าน คิมคิบอมจะหมดความซ่าส์ก็ตอนอยู่กับเจ้าชิสุตาแป๋วของมันนี่แหละ ก็เล่นทำตัวน่ารักเสียจนดุไม่ลงแบบนั้นนี่นา

เห็นช่องทางแกล้วพี่ได้แบบนี้ เจ้าแก้มพองตัวข่าวก็รีบสุมฟืนเพื่อเผาให้มันเกรียมเสียเลย

มันก็ทำดุไปงั้นล่ะวะ ขี้คร้านถึงบ้านเมื่อไหร่ล่ะคงได้นั่งโอ๋

 

 

 

แทนที่จะกลับบ้านตระกูลคิม คิบอมก็เลือกจะโทรบอกฮันแชยอนว่าจะขอค้างที่บ้านของดงแฮแทนเพราะสภาพของเจ้าคนน่ารักที่เป็นแฟนของตัวเองนั้นค่อนข้างย่ำแย่ ดงแฮถึงกับเมาหลับไปแล้วและก็ต้องจัดการอุ้มออกมาหลังจากที่เอารถเข้าไปเก็บในโรงรถเป็นที่เรียบร้อย

โหดดดด..~” เสียงห้าวลากยาวเป็นทาง แป๋วร้อน อาบน้ามห้ายแป๋วหน่อยสิ~”

ร่างใหญ่ที่เพิ่งจะวางตัวบางๆลงบนเตียงได้แต่ยืนเท้าสะเอวถอนหายใจ นอนๆไปเลยแป๋ว ขี้เกียจ!!”

คุณหนูลียู่หน้าเอาแต่ใจเสียยกใหญ่ที่เขาไม่ยอมตามใจอย่างที่หวัง โหดบ้า~ ไปนอนข้างล่างเลยปาย ไม่ให้นอนด้วยแล้ว~”

หน้าแดงๆที่แสร้งทำเป็นงอนใส่ดูยังไงก็น่ารัก ตากลมที่พยายามถลึงใส่ทั้งที่เปลือกรั้งจะดึงลงมาปิดนั่นก็ด้วยที่สร้างรอยยิ้มให้ คิบอมทรุดตัวลงข้างๆแต่ร่างบางก็กลิ้งตัวนอนพาดอยู่กลางเตียง ทำตัวเป็นเด็กประถมหวงของอย่างไงอย่างงั้น

เมาแล้วก็อย่าพาลดิ่แป๋ว ฝ่ามือหนาตบเบาๆที่ก้นคนนอนคว่ำ

อย่ามาแต๊ะอั๋ง สะบัดสะบิ้งใส่ไม่ยอมให้เขาแตะ ไปไกลเลย.. เบื่อโหดแล้ว~”

ขี้งอนว่ะ

เพราะดงแฮพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังใส่เลยยกเท้าขึ้นมาถีบที่บั้นท้ายส่งความหมั่นไส้ให้ ซึ่งก็สามารถเรียกเสียงโวยวายที่ฟังไม่ใคร่จะรู้เรื่องให้ดังขึ้น

หมดสภาพขนาดนี้แล้วยังจะทำเป็นเก่งอีกนะคนเรา

แม้เขาจะทำงอแงใส่ไม่ยอมให้นอนด้วยแต่คุณชายคิมก็จัดการจับลากให้กลับไปนอนดีๆ เพื่อที่จะได้นอนด้วย ร่างเล็กครางเบาๆในลำคอได้ไม่เท่าไหร่ก็นิ่งไป ทำให้คนที่อยู่ด้วยต้องชะโงกหน้าไปดู พอเห็นว่าสิ้นฤทธิ์ไปแล้วก็ปั้นหน้าเหนื่อยใส่ ปวดหัวจริงๆกับเจ้าเด็กขี้เมานี่

พรุ่งนี้ล่ะพ่อจะจับก้านคอแม่งให้หมดทั้งก๊ก -*-

คิบอมลุกขึ้นไปเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบเอาของใช้ของตัวเองที่ติดไว้เพื่อจะไปอาบน้ำ แม้จะเป็นคนสูบบุหรี่ก็ไม่ชอบให้กลิ่นบุหรี่ติดตัวจึงต้องจัดการเอามันออกจากร่างให้หมด ส่วนเจ้าตัวเล็กที่หลับปุ๋ยไปแล้วนั้นคงจะต้องเช็ดหน้าเช็ดตาให้แล้วจับเปลี่ยนชุดแทน

สิบกว่านาทีที่หายไป เมื่อกลับอกมาจากห้องน้ำก็แทบจะเอาหัวโหม่งโลกตายเพราะเจ้าตัวเล็กดันลุกขึ้นมาสลัดผ้าออกจากตัวเกือบจะหมด นึกได้ว่าตัวเองลืมเปิดแอร์ไว้ อากาศในห้องจึงค่อนข้างร้อน และวิธีคล้ายร้อนของคนไม่มีสติก็ช่างสร้างอันตรายให้ร่างกายตัวเองเสียจริง

ทำตัวเป็นเมียงู ปากเสียๆไม่วายจะร้องกัด “ไม่แก้ทั้งตัวเลยล่ะโสรแป๋วขี้เมา”

ว่าเขาไปแต่ก็อดไม่ได้ที่จะหยุดสายตาไว้ที่ร่างขาวนวล เนื้อกายบอบบางผิวนวลละเอียดช่างติดตรึงในหัวใจ แม้จะนอนคุดคู้ทำตัวประหนึ่งว่าเป็นกุ้งแต่ก็น่ารักไม่หยอก คิบอมมองหารีโมตแอร์เพื่อจะเปิดให้แล้วค่อยเดินไปทิ้งตัวลงข้างๆเพื่อดึงร่างน้อยให้นอนดีๆ ซึ่งสิ่งที่อยู่บนคอระหงอันเป็นจี้ที่เขาให้ไว้ใส่ติดกายก็สร้างรอยยิ้มให้เพิ่มเติม

สายตาอ่อนโยนที่ยากจะเห็นในยามปกติกำลังทอดมองไปยังร่างบางที่หลับใหล คิบอมไม่รู้ว่าเจ้าแป๋วตัวน้อยของเขาท่องไปในความฝันนานแค่ไหนหรือว่าจะยังไม่หลับสนิท แต่ก็อยากจะทำตัวเป็นเจ้าชายรูปงามที่เดินทางมามองจุมพิตให้เจ้าหญิงน้อยอย่างในนิทานปรัมปรา เพราะใบหน้าหวานๆนั้นช่างน่ารักจนหัวใจเขาอยู่ไม่สุขแล้ว

ขโมยจูบจากกลีบปากนุ่มนิ่มสีชมพูที่แค่เพียงกดทาบลงไปเบาๆ แม้จะชอบดุชอบว่าแต่ก็ห่วงใยเขาเหนือใครๆ

รู้ตัวว่าชอบทำอะไรห่ามๆ และไม่ค่อยมีความโรแมนติกให้แต่ก็แก้ไม่หายกับนิสัยนี้ ไม่ใช่ไม่อยากจะทำตัวดีๆให้คนรักดีใจ แต่ทำไปก็คงจะได้อายเพราะไม่ใช่นิสัยตัวเองเลยแม้สักนิด ทุกวันนี้ที่ยอมให้ได้ก็คงจะแค่ให้เขาอ้อนเวลาอยู่ด้วยกันสองคนในห้อง แต่ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วยก็ยากหน่อยที่จะมีโอกาสแบบนั้นให้

ปิดไฟและทิ้งตัวลงนอนพร้อมดึงผ้าห่มมาคลุมร่างน้อยที่เหลือแค่เพียงบ็อกเซอร์ที่สวมทับชั้นในติดกายอยู่ นึกสงสารและอยากจะสวมเสื้อผ้าให้ แต่อีกใจก็อยากจะแกล้งให้ต้องอายตอนตื่นมา เพียงคิดถึงสภาพหน้าหวานๆที่งอง้ำและร้องโวยวายก็นึกขำไปล่วงหน้าแล้ว

น่าฟัดชิบ ..แฟนใครเนี่ย!

น้ำหนักตัวที่ทิ้งลงจนเตียงยวบทำให้คนหลับใหลรับรู้ได้ถึงการมาของคนรัก ตัวขาวๆรีบพลิกตัวขยับมาหาพร้อมกับยกแขนขาพาดก่ายกอด ซ้ำยังส่งปลายจมูกแหลมกับริมฝีปากนิ่มๆไปคลอเคลียที่แก้มของร่างใหญ่ คิบอมหลิ่วตามองในความมืด เหนื่อยใจกับเจ้าตัวเล็กจนอยากจะจับถีบไปไกลๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าสงสารล่ะก็คงทำไปแล้ว

แต่แทนที่อนุโลมให้แล้วจะสำนึกกลับตะกายขึ้นไปนอนซบอยู่บนร่างใหญ่และซุกหน้าที่ซอกคอแกร่งพร้อมพ่นลมหายใจอุ่นๆรดให้เจ้าของร่างต้องเกร็งเล่น  เดือดร้อนคิบอมให้ต้องนอนข่มใจไม่ให้คิดอะไรอกุศลกับคนเมา

นิ่งไปได้สองนาทีก็เริ่มขยับและจับโน่นจับนี่ อยู่ดีๆก็ลุกขึ้นมานั่งยิ้มหวาน จากนั้นก็คลานกลับลงไปนอนข้างๆ สักครู่ก็ตะกายขึ้นมาใหม่ ทำเอาคนที่นอนนิ่งถอนหายใจไปหลายตลบ  ตัวนิ่มๆที่มีเสื้อผ้าติดกายอยู่แค่สองชิ้นเล็กๆนี่มันช่างวอนให้โดนกินเสียจริง ไม่รู้บ้างหรือไงว่าเวลานี้มันน่ารักน่าจัดการแค่ไหนบ้าง

“โหดดดด~” กลิ้งกลับมาออเซาะใหม่จนได้ แขนเรียวตวัดกอดคอคนตัวใหญ่พลางกดใบหน้าจูบหนักๆเข้าที่แก้มป่องๆเสียเต็มรัก เสียงหวานหัวเราะคิกคักอย่างไร้สติแต่มันก็น่ารักอยู่ไม่น้อย

ฮึ้ม ..กวนอีกสักทีนี่พ่อจะลักหลับแล้วนะ!!

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

คล้ายว่าพายุจะพัดผ่านพ้นไปและท้องฟ้าในเช้าวันใหม่ก็สดใสขึ้นจากเดิม หลังจากที่เรื่องร้ายๆค่อยขยับตัวห่างออกไป บรรยากาศที่เรียกว่าปกติก็กลับเข้ามาเยือนในห้องเรียนอีกครั้ง เช้าวันนี้ไม่ค่อยมีเสียงซุบซิบหรือสายตาประหลาดส่งมาให้เหมือนกับหลายๆวันที่ผ่านมา

ห้อง 2A ที่ถูกความอึมครึมแผ่กระจายได้กลับมาอยู่ในสภาพที่คล้ายเดิมแล้ว ซีวอนดูอารมณ์เย็นลงมาและก็ไม่ได้แผ่รังสีประหลาดออกจากตัว คยูฮยอนกับซองมินแม้จะยังกระเง้ากระงอดกันอยู่บ้างแต่ก็นับว่าดีขึ้นจากเดิมโข ส่วนคิบอมและดงแฮก็ยังวางตัวกันเป็นปกติ แต่ที่ดูจะดีขึ้นคงเป็นสายตาของเพื่อนๆในห้องที่มองพวกเขาด้วยแววตาที่ดีขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว

ข่าวการบาดหมางของซีวอนและคิบอมยังเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสนใจไม่เลิกรา แต่อาจเพราะวันนี้พวกเขานั่งร่วมโต๊ะทานข้าวด้วยกันได้ปกติและก็มีดงแฮส่งยิ้มหวานๆให้กับทั้งคู่และปฏิบัติตัวดังเดิม ข้อกังขาที่มากมายก็คล้ายจะหายไปทีละนิด เพราะคนส่วนมากมักจะสนใจในเรื่องที่สามารถนำไปพูดคุยหรือขยายความกันได้ต่อ พอเหตุการณ์ทุกอย่างเหมือนจะคลี่คลาย ความน่าสนใจของมันก็จะลดลงตามไปด้วย

เจ้าตัวเล็กที่ผ่านเรื่องราวแสนบอบช้ำมามากมายในช่วงเวลาแค่ไม่กี่เดือนนั้นสามารถยิ้มได้อีกครั้งหนึ่งแล้ว และช่วงนี้ดงแฮก็ดูจะใส่ใจกับการหาของขวัญให้คิบอมเสียจนเลิกใส่ใจกับเสียงนกเสียงกา แม้จะรู้ว่ายังมีคนบางกลุ่มคอยนินทาว่าร้ายอยู่ แต่ก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปแบบนี้ดีกว่า

“หมดปัญหาได้ก็ดี” ซองมินถอนหายใจยาวและทิ้งตัวพิงม้านั่งหลังจากที่วันทั้งวันนั้นยัดความรู้ใส่สมองจนแทบจะอาเจียนออกมาเป็นสูตรนานาวิชา

ฮยอกแจที่คล้ายจะกลายมาเป็นเพื่อนอีกคนในกลุ่มของพวกเขาไปแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย “คงไม่มีอะไรแล้วล่ะ จางแจฮยอกก็เหมือนว่าจะวางมือแล้ว”

“เอ้อ พูดถึงคนนี้แล้วสงสัย” เด็กอวบรีบกระเด้งตัวกลับมา “ได้ข่าวว่าลาออกจากโรงเรียนไปแล้ว”

“อ๋อ .. ก็คงประมาณนั้น” ฝ่ายที่สวมชุดสีแดงอิฐพยักหน้า

สิ่งที่เพื่อนพูดกันทำให้คนหน้าหวานไม่ค่อยเข้าใจนัก “ทำไมต้องลาออกด้วยล่ะ เรื่องแค่นี้เอง”

“แค่นี้ที่ไหนล่ะ” ซองมินรีบค้าน

และฮยอกแจก็เป็นฝ่ายอธิบายต่อ “นายคงไม่รู้หรอกว่าการลงโทษทางสังคมของวินเซอร์รูฟมันโหดร้ายแค่ไหน ถึงจะไม่มีใครทำอะไร แต่การถูกมองด้วยสายตาตำหนิจากคนทั้งโรงเรียนน่ะมันคือสิ่งที่เลวร้ายนะ”

“แต่ฉันก็ยังเห็นยองซันยังชูคออยู่ได้”

“ก็ไอ้นั่นมันหน้าด้าน” อีซองมินเบะปากอย่างรังเกียจ “หน้าหนาอย่างนั้นมันจะไปรู้สึกอะไร”

ก็อาจจะจริงอย่างที่ซองมินว่า ยองซันต่างจากจางแจฮยอกอยู่มากโข เพราะรายนั้นนอกจากจะช่างอิจฉาริษยาแล้วก็ยังไม่ค่อยจะสะทกสะท้านอะไร ทำเรื่องแย่ๆมาก็บ่อยแต่ก็ยังไม่เคยเลยที่จะสำนึกกับสายตาคนรอบข้างที่แสดงออกว่ารังเกียจ และก็ยังทำเรื่องที่ไม่เข้าท่าอยู่เสมอ

“แต่ฉันว่าคิบอมไม่จบแค่นั้นหรอก” ร่างผอมตั้งข้อสังเกต “ถ้ามันเลวร้ายขนาดที่จางแจฮยอกยอมเนรเทศตัวเองออกไปได้ ยองซันก็คงจะไม่มีทางได้อยู่สุขนักหรอก”

“แต่ฉันก็ยังไม่เห็นคิบอมเค้าจะทำอะไรเลยนะ”

ฟังแล้วก็นึกขำในความไร้เดียงสาของดงแฮ อยากจะบอกเหลือเกินว่าคิมคิบอมน่ะหรือจะโง่ทำอะไรให้คนรักรู้ไปเสียทุกเรื่อง ยิ่งวิธีร้ายๆตามแบบฉบับเขาด้วยแล้ว ย่อมไม่มีทางให้ดงแฮล่วงรู้ถึงแผนการตั้งแต่แรกเริ่มหรอก เพราะไอ้ความใจอ่อนของเจ้าคนตัวเล็กนี่แหละที่จะเป็นตัวขัดขวางไม่ให้มันสำเร็จ

“เอาเหอะ ..คิบอมไม่ทำอะไรก็ดีแล้ว” สุดท้ายก็ต้องเลี่ยงไปแบบนั้น

 

สามหนุ่มร่างเล็กนั่งรอกลุ่มใหญ่ที่เตะบอลกันอยู่ในสนาม คยูฮยอน คิบอมและซังบอมยังวิ่งกันอยู่ ส่วนซีวอนก็เท่าที่รู้คือหนีหายไปตั้งแต่เลิกเรียนแล้ว ซึ่งพวกเขาทุกคนก็เข้าใจว่าในสภาพอารมณ์ที่ยังไม่ปกติแบบนี้จะให้เขามาทำตัวเฮฮาวิ่งเล่นเหมือนกับว่าไม่มีอะไรก็คงจะไม่ใช่เรื่อง

ทีมฟุตบอลเฉพาะกิจสองทีมที่ฟาดฟันกันอยู่นั้นมีแฟนคลับมาเกาะขอบสนามอยู่มากพอควร ส่วนมากก็หนีไม่พ้นคนที่ชื่นชอบ 2E อย่างคยูฮยอนและคิบอม แล้วก็ยังบวกกับน้องชายรูปหล่อของรองประธานรุ่นที่ก็โดดเด่นไม่ได้แพ้คนเป็นพี่ ต่อให้ไม่มีซีวอนหรือฮันกยองอยู่ด้วย มันก็ยังพอที่จะทดแทนกันได้บ้าง

“ท่าทางจะชนะ” ฮยอกแจประเมินจากเสียงโห่ลั่นและรอยยิ้มที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของเพื่อน

ซองมินเหลือบมองตามแล้วก็เบะปากใส่ “เล่นอะไรกันก็ไม่รู้ ..ไร้สาระ”

ดงแฮค่อนข้างจะเห็นด้วยแต่ก็ไม่ได้ออกปากพูดอะไร รู้ว่าที่แข่งมานานสองนานก็แค่พนันกันเล่น ไม่ได้มีสาเหตุอันดูดีกว่านี้ประกอบเลยสักนิด แต่เพราะท่าทางของเพื่อนสนิทที่ดูจะยังตั้งแง่กับคยูฮยอนอยู่ คนที่ยังไม่รู้อะไรเลยต้องซักไซ้ให้รู้เรื่อง

“นี่ซองมิน..”

“หือ?”

“กับคยูฮยอนน่ะมันยังไงแน่” เอ่ยถามตรงๆแบบไม่อ้อมค้อม

หน้าตาน่ารักที่นั่งอยู่ข้างๆได้ยินก็รีบขมวดคิ้วใส่ ผิดกับฮยอกแจที่แอบขำที่เจ้าตัวอวบโดนสอบสวนเข้าให้แล้ว

“ก็ไม่ได้อะไรสักหน่อย” ตอบแบบขอไปที “ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่รำคาญเค้าน่ะ”

“รำคาญแต่ก็รอให้เค้าไปส่งที่บ้านนี่นะ?”

นี่ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าที่เพื่อนมานั่งติดแหง็กอยู่กับตัวเองเพราะต้องรอคนขับรถที่มียศเป็นถึงคุณชายเหมือนกันก็อาจจะพอทำใจให้เชื่อได้อยู่หรอก  แต่ในเมื่อเขาก็พอจะรู้อะไรมาบางส่วนมันเลยกลายเป็นการตบตาที่ช่างน่าจับผิดแทน

“แล้วจะมาสงสัยอะไรเนี่ย”

“ฉันน่ะสงสัยตั้งแต่ที่นายโดยคยูฮยอนลากออกไปจากห้องคราวโน้นแล้วล่ะแต่ไม่มีโอกาสถาม”

ยิ่งโดนลากโน่นลากนี่มาประกอบก็ยิ่งหน้าเจื่อน คงจะมีแค่อีฮยอกแจที่ยังยิ้มอยู่ เข้าใจว่าซองมินคงจะไม่อยากให้ใครรู้มากนักเพราะตัวเองก็ยังไม่ได้ให้โอกาสคยูฮยอนได้กลับมาทำหน้าที่คนรักอย่างเต็มที่ ซ้ำสถานะตอนนี้ก็ไม่มีอะไรที่น่าจะเปิดเผยอีกต่างหาก

เพราะคยูฮยอนยังอยู่ในช่วงปฏิบัติการง้อ ..แถมยังง้อไม่สำเร็จด้วยสิ

นั่งเงียบไม่ยอมตอบจนกระทั่งสามหนุ่มตัวใหญ่ๆเดินมาหาที่โต๊ะ ดงแฮเลยตัดสินใจที่จะถามคยูฮยอนแทน แม้จะไม่แน่ใจนักว่าเขายังเคืองตนมากน้อยแค่ไหนกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ก็พอจะวางใจขึ้นมาในระดับหนึ่งแล้วว่าคยูฮยอนคงจะไม่คิดเล็กคิดน้อยหรือเก็บมาคิดให้มากนัก

“คยูฮยอน ..วันก่อนที่ลากซองมินออกไปจากห้องน่ะ มีอะไรกันเหรอ” เอ่ยถามพร้อมกับทำตาใสๆ แต่ในความซื่อนี้กลับทำให้หลายคนถึงกับเป็นใบกันชั่วขณะ

คิบอมเหลือบมองหน้าเพื่อนเล็กน้อยแล้วค่อยเอื้อมมือไปผลักเบาๆที่ศีรษะคนรัก รู้ว่าสถานะอย่างคยูฮยอนมันไม่สมควรจะตอบเรื่องแบบนี้ในที่สาธารณะสักเท่าไหร่

“สอดรู้สอดเห็นว่ะแป๋ว”

โดนว่าก็ทำหน้างอใส่ “ว่าอีกแล้ว ..ปากเสียประจำเลย”

เพิ่งจะรู้สึกว่าคิบอมก็ทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีกับเค้าได้ก็วันนี้ คยูฮยอนที่ยังหาประโยคมาตอบไม่ได้นั้นรีบคว้าเอากระเป๋าของตัวเองมาถือ เขาตวัดสายตาไปมองร่างอวบพอเป็นพิธี ซึ่งแค่นี้ซองมินก็รู้แล้วว่าเขาบอกให้ลุกไปขึ้นรถ ส่วนฮยอกแจก็ได้จังหวะรีบชิ่งหนีอีกคนก่อนที่จะโดนดงแฮซักฟอกเป็นรายต่อไป

“อะไรกัน เจ้าพวกนี้” งอแงในทันทีที่เห็นว่าเพื่อนๆหนีกันไปหมด

แม้แต่ซังบอมก็เอากับเขาด้วย “ฉันกลับล่ะนะ ..บาย ดงแฮ”

ยิ้มทะเล้นเสร็จก็รีบวิ่งตรงไปที่รถคันงามที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ทิ้งให้คิบอมนั่งอยู่กับเจ้าชิสุน้อยขี้สงสัยเพียงลำพัง ซึ่งมันก็กลายเป็นภาพที่ทำให้นักเรียนหลายคนหันมาสนใจได้ เพราะนับตั้งแต่ที่คิบอมแสดงตัวชัดเจนว่าคบกับเด็กไมอาตัวเล็กนี้อยู่ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ถูกจับตาอย่างรวดเร็ว

ก็มีทั้งที่แช่งให้เลิกกันไวๆ หรือไม่ก็จับผิดด้วยความอิจฉา น้อยนักที่จะปลาบปลื้มกับการที่เห็นใครได้ดีเกินหน้าเกินตาแบบนี้

คิบอมยังนึกขันกับหน้างอๆของคนรักที่ท่าทางจะยังหงุดหงิดที่ไม่มีใครยอมตอบคำถามสักคน แต่ต่อให้คนถามเป็นตัวเขาเองก็คงจะไม่ตอบหรอก ในเมื่อทั้งคยูฮยอนและซองมินก็คล้ายจะยังไม่อยากเปิดเผยสถานะแบบนั้น

ให้สังเกตแล้วรู้ด้วยตัวเองคงจะดีกว่า

 

 

คยูฮยอนมาส่งคุณหนูลีถึงที่บ้านตามที่สัญญากับบิดามารดาของคนตัวเล็กไว้ว่าจะดูแลอย่างดีและจะไม่มีการเถลไถลไปไหนในช่วงใกล้สอบ และวันนี้ก็คงจะหาเรื่องอยู่ทานมื้อเย็นที่นี่อีกตามเคย

การเผชิญหน้าของราชนิกุลหนุ่มกับคู่ปรับตัวฉกาจอย่างเยซองอาจจะไม่เลวร้ายเท่าเมื่อก่อน แต่เจ้าตาตี่ก็ยังไม่ยอมให้เขาฝ่าด่านอรหันต์ไปง่ายนัก พอว่างก็จะมานั่งเป็นหัวหลักหัวตอ คอยเป็นก้างขวางคอไม่ให้ทำอะไรง่ายๆ แม้บางทีมันจะน่าหมั่นไส้ไปบ้าง แต่พอทำใจให้ชินได้มันก็เริ่มถือเป็นเรื่องปกติ

“ส่งเสร็จแล้วก็กลับสิวะ จะมาเสนอหน้าอะไรอีก” พอคล้อยหลังผู้ใหญ่ก็หาเรื่องกัดจนได้

คุณชายตัวร้ายเองก็ใช่ว่าจะยอมได้ตลอด “แล้วตัวเองล่ะ จะมาอยู่บ้านคนอื่นทำไม บ้านตัวเองก็มีไม่ใช่เหรอ”

“เรื่องของกู” เยซองตอกเข้าเต็มหน้า

“อื้อ” ร่างหนาครางรับพลางตวัดสายตากวนๆส่งไปคืน “นี่ก็เรื่องของกูเหมือนกัน”

บรรยากาศที่แสนมาคุอันมีฝ่ายแดงคือ คิมเยซอง ปะทะกับฝ่ายน้ำเงินซึ่งได้แก่ โจคยูฮยอน โดยมีกรรมการเป็นกระต่ายน้อยอย่าง อีซองมิน นั้นช่างน่าปวดหัว ตอนแรกๆก็พอจะเข้าไปจับแยกอยู่หรอก พอมันเริ่มบ่อยเข้าคนห้ามก็เลิกคิดจะสนใจแล้วปล่อยให้ตีกันตามสบาย เดี๋ยวเบื่อเมื่อไหร่พวกเขาก็คงจะเลิกกัดกันไปเองนั่นแหละ

ร่างเล็กหนีมานั่งทำการบ้านอยู่อีกฝั่ง และให้ร่างหนาทั้งสองปะทะคารมกันไป ซึ่งก็ดูจะเป็นมวยที่สมน้ำสมเนื้อกันพอตัวเพราะผู้ใหญ่มาเมื่อไหร่เป็นได้ปั้นหน้าทำตัวเป็นเด็กดีคล้ายจะรักใคร่กลมเกลียว จนซองมินอยากจะหันไปด่าใส่หน้าทั้งคู่นักว่า

เป็นผู้ชายที่โคตรสตรอบอแหลมันสุดๆ -*-

นั่งนิ่งกันไปได้สักครู่ คยูฮยอนก็ผละตัวมาช่วยดูการบ้านให้ แต่คงเพราะมือไม้มันอยู่ไม่สุขและหาเรื่องแต๊ะอั๋งไปตามประสา ร่างหนาอีกร่างเลยต้องตามมาสกัดกั้นเอาไว้

“จับก้นน้องกูทำไม ..มึงตรวจการบ้านไม่ใช่เหรอ”

“ก็แค่เผลอจับ”

“มึงน่ะจงใจจับ” เยซองร้องเถียงเสียงแข็ง “ถอยเลยไอ้หัวงู น้องกูอยู่ใกล้มึงทีไรนี่ได้เปลืองตัวทุกที”

“แฟนมึงก็มี ..ว่างนักก็ไปหาแฟนไป จะมายุ่งเรื่องชาวบ้านทำไมเนี่ย” เถียงเสร็จก็โน้มตัวไปดูคำตอบในสมุดให้ แต่ก็ไม่วายเบียดหน้าไปใกล้จนปลายจมูกเฉียดแก้มใส่ให้พี่ชายต้องเดือดเล่น

“ออกมาเดี๋ยวนี้เลย หน้าน้องกูผื่นขึ้นหมด” ไม่พูดเปล่าเพราะคว้าคอเสื้อเจ้าคุณชายเพื่อดึงออกมา พอพ้นจากร่างน้องก็รีบเอาผ้าเช็ดหน้าไปขัดๆถูกตรงพื้นที่เสียหายเป็นการใหญ่ “อย่าลืมเอาแอลกอฮอล์เช็ดด้วยนะเจ้าตัวกลม”

“ห่านี่ กูไม่ใช่เชื้อโรค”

“ถึงมึงไม่ใช่ แต่มึงก็ใกล้เคียง”

“กลับบ้านมึงไปไอ้หัวโต”

“มึงก็กลับบ้านมึงก่อนสิไอ้คอยาว”

“มึงก็เห็นว่ากูช่วยซองมินดูการบ้านอยู่ อย่ามาปัญญาอ่อน”

“กูก็อยู่ดูแลความปลอดภัยให้น้องกูเหมือนกัน ใครจะทำไมวะ”

สงครามประสาทเริ่มขึ้นอีกแล้ว และมันก็ทำให้คนที่อยากจะอ่านหนังสือแทบจะเป็นบ้า ร่างเล็กเหลือกตามองสองร่างที่ยืนประจันหน้าทำท่าว่าคงจะไม่ยอมจบเรื่องกันง่ายๆ พลางถอนหายใจดังเฮือก อยากจะแปลงร่างเป็นแมลงแล้วบินหนีออกไปจากตรงนี้เสียจริง นี่ถ้าเขาอ่านหนังสือไม่ทันก็คงจะเพราะทั้งคู่มัวแต่ทำลายความสงบด้วยกันเถียงกันแน่ๆ

ใครก็ได้ช่วยเอาสองคนนี้ออกไปให้พ้นๆจากบ้านผมทีเถอะ -*-

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ending talk

 

ในที่สุดก็อัพจบตอนแล้ว ฮ่าๆ

 

... ตอนนี้พรูฟเล่ม 3 เสร็จแล้วนะคะ สรุปว่าเนื้อหามี 390 หน้า แต่ใช้เวลาพรูฟน้อยกว่าตอนทึ้งกับเล่ม 2 ถึงครึ่งนึงแน่ะ -*- ... ตอนทำเล่ม 2 นี่นานอ่ะกว่าจะจัดการเสร็จ

 

เหตุผลก็แค่ .. เล่มสองมันมีเกร็ดความรู้ให้แทรกเยอะ แต่เล่มสามแทบไม่มี เวลาที่เสียไปมันก็ไปอยู่กะตรงนี้นี่แหละ =______=”

 

ส่วนเล่มสี่ .. ตอนนี้รันตัวเองไปได้ 14X หน้าแล้ว และหวังว่ามันจะจบภายใน 400 หน้า TT____TT

 

 

 

สาธุ!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #66998 แดกเด็กทั้งวัน (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 20:10
    ขนาดคนที่เป็นฟนกันยังไม่รู้สึกว่าโดนจีบเลย 5555555555555555



    ตอนนี้อ่ะ เรื่องราวก็คลี่คลายแล้ว ซึ่่งมันก็โอเค จบง่ายดี 

    แต่มันดูคนล่ะแนวกับอินโทรเลยอ่ะะะะ  คืออินโทรอ่ะคิดไว้ล่ะ โอ้โหเรื่องนี้แม้ ง ต้องดราม่าเกือบทั้งเรื่องแน่ๆ

    แ ต่พออ่านไปอ่านมาดราม่าไม่ค่อยจะมีอต่ให้ความรู้สึกหน่วงๆมากกว่า



     สรุปนะก็คือจะบอกว่าพี่บลูหลอดรีดเดอร์คนนี้ได้ดีมากๆ

    #66,998
    0
  2. #66846 แอ๋มแป๋ (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2555 / 11:09
    แป๋วหาโหดแบบนี้ให้สักคนสิ อยากได้ๆ
    #66,846
    0
  3. #66612 P-ENT (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2555 / 16:41
    ด๊อง ใกล้และ พ่อคิบอมเริ่มใจอ่อนและ





    #66,612
    0
  4. #66320 KIHAE*129 (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 04:41
    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    น้องแป๋วเมาความลับแตกเลย

    พี่เย่กับกี้เจอกันนี่ทุกที
    #66,320
    0
  5. #66067 np137 (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 17 มกราคม 2555 / 15:54
    อาซ้อ น่าักจัง ^^
    #66,067
    0
  6. #66061 chin-cha (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 17 มกราคม 2555 / 02:57
     หมวย แกอ้อนมากๆ  ระวังโดนก(อ)ดนะ
    #66,061
    0
  7. #65830 Ringo-rr (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 13:19
     ฮาตรงที่ด๊องยังไม่รู้สึกว่าโดนจีบเลย  555
    เอะอะ จูบๆ   
    คึคึ  บอมนี่ขี้หึงเหมือนกันนะเนี้ย  555555

    คยูกะพี่เย่ เจอกันทีไรด่ากันตลอดเลย  
    สงสารมินนิดๆที่ต้องนั่งฟัง  55555555
    #65,830
    0
  8. #65790 Darker-40 (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2554 / 20:05
    ทำใจนะซองมิน

    555555555555555
    #65,790
    0
  9. #65435 NANA (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2554 / 16:16
    คยูกับพี่เย่เจอกันทีไร ก็ต้องมีด่ากันหอมปากหอมคอ

    ตอนนี้พี่เย่ก็ไม่ขัดขวางแล้ว แถมยังเป็นห่วง

    แต่คยูกลับคิดว่าพี่เย่รักน้องมินซะงั้น เฮ้อออออออ

    #65,435
    0
  10. #65304 เจ้าชายหมาป่า (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2554 / 22:54
    วันนี้ (21 ส.ค. 54 ) ตอนนี้ 23.00น.

    ที่เกาหลีคงเที่ยงคืนแล้ว และวันนี้คือวันเกิด บอม

    รักบอม รักคิเฮ รักไรเตอร์ค่าาา tt'
    #65,304
    0
  11. #64967 vhan (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 / 18:21
    เพื่อนคิบอมนิแสบกันทั้งแก๊งเลย ถึงว่าละเป็นเพื่อนกันได้



    ตัวโตกับคยูเถียงกันน่ารักจริง 555+
    #64,967
    0
  12. #64858 WOWOWOW (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2554 / 19:57
    แป๋วอ้อนน่ารักมากๆอ่ะ >///<
    แต่สาธารณะเกินไป โหดก็ไม่ชินนะ
    ฮ่าๆๆๆๆ

    พี่เย่กับกี้ก็ทะเลาะกันตลอด
    เจอกี่ครั้ง ก็เถียงกันทุกครั้ง
    #64,858
    0
  13. #64660 kwan_yesung (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2554 / 12:50
    เยกะกี้  นี่ยังไง  =..=

    พอกันทุ้งคู่เลย  กัดกันไม่เลิก

    มาที่คิเฮ  หวานน้ำตาลเยิ้มมมมมมมม  5555

    #64,660
    0
  14. #64500 NiD;D.KH129 (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2554 / 11:19
    น้องแป๋ว อ้อนได้น่ารักมากเลยเหอะ >,,,<
    #64,500
    0
  15. #63974 []เดอะ.สอง? (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 / 10:03
    มวยคู่นี้สนุกมาก
    #63,974
    0
  16. #63803 MCH (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2554 / 22:01
    แป๋วคนนี้เปรียบเสมือนกาว สมานรอยร้าวของครอบครั้งนี้ได้ดีจริงๆ

    แต่ถ้าโดนมอมเหล้าแล้วเปนอย่างนี้ก็ไม่ไหวนะค่ะ ฮะฮะฮ่า

    ส่วนคู่ของคุณพี่ก็ฮึ่ย หมันเขี้ยวคุณฮี กังวลตลอดเว ฮึดฮัด!!
    #63,803
    0
  17. #63747 -++- D o n g g y n u i -++- (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 27 เมษายน 2554 / 23:25
    เขาเรียกว่ามวยถูกคู่สินะ เยซองกับคยูฮยอน

    สาบานได้ว่าไม่อยากไปอยู่ท่ามกลางสงครามของสองคนนี้แน่

    สงสารซองมิน คงได้ปวดหัวอีกนาน 555



    โหดอ่าาาาาาาาา งื้อออออออ ไม่อยากได้อะไรจริงๆหรออออออออ

    แล้วถ้าจับแป๋วผูกโบว์ใส่กล่องไปจะรับไหม????? ฮี่~

    แป๋วยังคิดไม่ออกว่าจะให้อะไรโหด แต่โหดเล็งของที่จะเซอร์ไพรส์แป๋วแล้วนาาาา รีบคิดรีบทำเลยแป๋ว

    ชอบบรรยากาศในตระกูลคิมตอนน้จัง เริ่มพูดได้แล้วว่านี่แหละ "ครอบครัว"

    ถึงพ่อแม่จะเลิกกันแล้ว แต่จิตวิญญาณความเป็นพ่อแม่ก็ไม่จางหาย ยังคงรักลูกๆเสมอ

    และยิ่งมีตัวเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัวอย่างทงเฮแล้วละก็ มันดูอบอุ่นและอบอวนไปด้วยความรัก

    สะใภ้คนนี้น่ารัก น่าเอ็นดูใช่ไหมคะคุณพ่อคุณแม่ ^^ งั้นก็รักให้มากๆนะคะ >.<



    แป๋วอ้อนโหดตล้อดดดดดด สร้างแต่เรื่องชวนปวดหัวด้วย

    คิบอมก็เลยเครียดว่าจะข่มใจยังไงดีไม่ให้เผลอจับคนขี้อ้อนปล้ำ >////<

    คิบอมผู้น่าสงสาร ทำใจซะเถอะ มีเมียน่ารัก ขี้อ้อน เอาแต่ใจแบบนี้ คุ~
    #63,747
    0
  18. #63700 mister.bean (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 25 เมษายน 2554 / 22:34
    แป๋วโดนมอมเหล้า
    แต่ละคำถามนี่อย่างอึ้ง 55 5.
    #63,700
    0
  19. #63603 spsygk (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 21 เมษายน 2554 / 13:30
    หวงจริงเยซอง
    #63,603
    0
  20. #63601 Pink_Panther (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 21 เมษายน 2554 / 12:48
    ด๊องโดนรุม XD แต่ละคำถามเล่นเอาอึ้ง

    พี่เย่ปะทะกะกี้ฮามาก

    ไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ
    #63,601
    0
  21. #63493 Karale (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 19 เมษายน 2554 / 12:29
    อันยองค่าาพี่บลู นู๋หายไปจากฟิคเรื่องนี้หายมากๆ พี่บลูจะจำนู๋ได้มะ? (แอบลุ้นๆๆๆๆ)

    นู่พลาดไปหลายงานแล้วอ้ะ รออยากได้ก็ Flee ก็ไม่ทัน จะเอาบล็อคฟิคก็ไม่ได้ (แง๊ T^T)

    อ๊ายยยย!!? คิเฮจะน่ารักไปไหนค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

    แป๋วเอ้ย เมาแบบนี้โหดจับปล้ำไม่รู้นะ แฟนใครฟะ? น่าฟัดเป็นบ้า

    อ้อนได้ อ้อนดี อ้อนไม่มีที่สิ้นสุด มีแค่แป๋วเท่านั้นที่ทำได้ อิจฉาโหดเว้ยเฮ๊ย

    อยากได้แป๋วมาครอบครองบ้าง ><'

    บ๊ะ!!? แอบสะใจคำถามของเพื่อนโหดแต่ละคนมันจี้ใจเสียจริง ตอบแทบไม่ออก

    สุดท้ายน้องแป๋วก็โดนมอมเหล้าจนได้ ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    พี่ชายอย่างเย่นี่รบรากะน้องเขยอย่างคยูได้มันส์มาก 5555+

    ปล1.นุ่อยากได้ลิ้งค์บล็อคของพี่บลูอ่าาา นุ่อยากอ่าน Wing of love ค่า

    ปล2. พี่บลูอย่าทวิตยั่วนู่จิ อยากอ่าน wing of love T^T

    ปล3. อาการตาอักเสบของพี่บลุหายไวไวนะคะ ><'

    ปล4. รัก รัก รัก รัก คิเฮที่สุดเลย ~*

    ปล5. รักพี่บลุด้วย >//<

    #63,493
    0
  22. #63365 PoRaLis (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 15 เมษายน 2554 / 10:51
    เฮเมาแล้วเสี่ยงต่อสุขภาพกาย 555+



    คิบอมไม่ต้องทน จัดการโล้ดด



    ช่วงศึกระหว่างคยูกับพี่เย่นั้นฮาตลอด แอบสงสารซองมิน 55+
    #63,365
    0
  23. #63360 MiNK (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 14 เมษายน 2554 / 15:40
    555 เกือบงานเข้าแล้วป่ะล่ะหมวยน้อย นอกจากจะโดนซักไซ้ ยังจะโดนมอมอีก คิคิ

    บอมเอ้ย นี่ก็เกือบเสียฟอร์มล่ะ โดนอ้อนเข้าไปเต็มๆ หึหึ

    ฮาสุดคงไม่พ้นคู่กัดหัวโต ปะทะ คอยาว จะทะเลาะกันไปถึงไหนเนี่ย

    แต่คนอ่านน่ะฮานะ 5555
    #63,360
    0
  24. #63275 ♥mt_saranghae>>km♥ (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 15:16

    เมื่อไหร่คยูกับเยซองจะเลิกกัดกัน 55555555555

    #63,275
    0
  25. #63270 นิดหน่อย129 (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 11:22
    เจออย่างเฮไปใครไม่ใจอ่อนบ้างก็บ้าแล้ว
    ยิ่งเมายิ่งน่าร๊ากกกก

    #63,270
    0