Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 95 : Charpter 58 : ใจเหลือเหลือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,092
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    13 พ.ย. 53

 

จบปัญหาความวุ่นวายอันเกิดจากนักเรียนทั้งสองฝั่งก็แยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง บรรดาสารวัตรนักเรียนและคณะกรรมการนักเรียนฝ่ายปกครองทั้งหลายจัดการนำตัวผู้ก่อเหตุพร้อมกับจดหมายแจ้งถึงผู้ปกครองไปส่งให้ถึงบ้าน เหตุการณ์แบบนี้เพิ่งจะมีให้เห็นอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก แม้ว่าไมอารอยัลกับวินเซอร์รูฟจะไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไร แต่ก็ไม่เคยเลยที่นักเรียนจะก่อคดีให้จับได้กันคาหนังคาเขาแบบนี้ และยิ่งเชื่อมโยงกับเรื่องราวที่ภาพของคิบอม ทงเฮ และซีวอนถูกเผยแพร่ทั้งในคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน รวมทั้งบนบอร์ดประชาสัมพันธ์ก็ยิ่งต้องถอดรากถอนโคน

ก็ยังดีที่จางแจฮยอกยังรอบคอบและเอารูปพวกนั้นขึ้นเป็นภาพพักหน้าจอคอมพิวเตอร์ นักเรียนถึงได้ถึงออกไปเผยแพร่ทื่อื่นต่อไม่ได้

อาจารย์ที่พ่วงดีกรีศิษย์เก่าของวินเซอร์รูฟเอ่ยอย่างโล่งอก อย่างน้อยก็ยังดีที่ไม่มีภาพของเด็กนักเรียนทั้งสามคนนี้ออกไปโพสกันวุ่นวายในเว็บไซต์ทั่วไป ไม่เช่นนั้นคงจะโจษจันกว่านี้แน่ เพราะหนึ่งคนก็เป็นลูกชายรัฐมนตรี อีกหนึ่งก็เป็นทายานักธุรกิจอันดับต้นของประเทศ ตบท้ายด้วยอีกหนึ่งหนุ่มหน้าหวานๆลูกชายท่านทูต ไม่อยากจะคิดสภาพว่าถ้าข่าวหลุดออกไปพร้อมกับภาพเหล่านั้นจะต้องวุ่นวายกันแค่ไหน

อาจารย์ห่วงพวกผมหรือว่ากลัววินเซอร์รูฟจะลงหน้าหนึ่งกันครับถามกวนๆตามประสาของคิมคิบอม

คนที่เป็นทั้งอาจารย์และเพื่อนร่วมรุ่นของพี่ชายเลยต้องหันมาตีหน้าโหดใส่ ก็ทั้งหมดนั่นแหละ เธอลองคิดดูสิคิมคิบอม ว่าถ้ารูปมันหลุดไปจริงๆมันจะกระทบถึงตำแหน่งการงานของคุณพ่อคุณแม่พวกเธอมั๊ย ครอบครัวพวกเธอจะว่ายังไงกับมัน และไหนจะชื่อเสียงของทั้งสองโรงเรียนที่สั่งสมมาล่ะ

ถึงมันจะจริงตามนั้นแต่ก็ยังอยากจะหาเรื่องขัดอยู่ดี ก็ดีออกครับ ..นำเทรนด์ วินเซอร์รูฟและไมอาไม่แบ่งแยกเรื่องเพศ เรายอมรับอย่างเสรี ..อะไรงี้

คิบอม!!” ซีวอนกดเสียงปรามอย่างรวดเร็ว เหนื่อยใจจริงๆกับเพื่อนตัวร้ายนี่

อ้อ ..ลืมไป ว่าถ้าแบบนั้นเก้าอี้ของอัปป้าออมม่าของแกจะสะเทือน

ดงแฮส่ายหน้าในความช่างปากเสีย ร่างน้อยเกรงว่าซีวอนจะไม่พอใจเอาจึงต้องรีบออกหน้ารับด้วย

ของพ่อกับแม่ชั้นด้วย

เสียงขุ่นๆของร่างเล็กสามารถปิดปากร้ายๆของผู้ชายที่ชื่อคิมคิบอมได้อย่างแน่นสนิท ไม่ได้กลัวหรือว่าคิดได้ แต่เพราะขืนพูดมากไปก็ไม่วายจะหาเรื่องให้โดนงอนจนต้องลำบากง้อจึงเงียบๆไปเสีย เขาเบี่ยงความสนใจไปมองคยูฮยอนที่ยืนผลักกันไปผลักกันมากับซองมินแล้วก็หันกลับ ไม่รู้ว่าจะตั้งแง่กันไปถึงไหน

ฮีชอลที่ยืนชะเง้อมองจากนอกห้องฝ่ายปกครองกับอิทึกยืนรอจนกระทั่งบรรดาผู้เกี่ยวข้องถูกสั่งให้กลับไปเข้าห้องเรียนเดินออกมา แม้จะเข้าเรียนคาบแรกของช่วงบ่ายแล้วแต่เขาก็ยังห่วงดงแฮอยู่ดี ยังไงเสียก็เป็นน้องชายเพียงคนเดียวที่เขามีอยู่ แม้ว่าจะไม่ได้คลานตามกันมาก็เถอะ

เจ้าตัวเล็ก ..เป็นไงบ้างรีบดึงแขนน้องไปถามอย่างรวดเร็ว

จากสีหน้าและแววตานั้นแสดงออกถึงความห่วงใย ซึ่งดงแฮก็เลือกที่จะส่ายหน้าแล้วส่งยิ้มไปให้ พร้อมทั้งกุมมือพี่ชายคนสวยเอาไว้เพราะเขารู้ว่าช่วงเวลาที่หนีหน้าไปนั้นฮีชอลจะต้องเจอสายตาแย่ๆมากมายเหลือเกิน

ไม่เป็นแล้วฮะ ฮยองไม่ต้องห่วงนะ

แน่นะเจ้าตัวเล็กกุมมือน้องเอาไว้พร้อมกับลูบเบาๆลงบนไหล่เล็ก พี่ห่วงแทบแย่เลยนะ

ไม่เป็นไรแล้วจริงๆฮะ

งั้นก็แล้วไปพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม แล้วอาจารย์ว่าอะไรหรือเปล่า

เปล่าฮะ ไม่ได้ว่าอะไร

อืม ดีแล้ว

ความห่วงใยของฮีชอลทำให้คนตัวเล็กรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ เขาทำให้พี่ต้องคอยพะวงและก็ยังไม่ค่อยได้บอกอะไร ที่เกินเลยกับคิบอมไปแล้วก็ไม่กล้าจะเอ่ยบอก ขืนพี่รู้ก็คงจะต้องโดนว่า ดีไม่ดีฮีชอลก็อาจจะมองคิบอมในแง่ร้าย หากว่ามารังแกเขาอีกแน่ๆ

ผมขอโทษนะฮะสองแขนสอดผ่านเอวบางของพี่เพื่อที่จะโอบกอดเอาไว้ หน้าหวานเกยคางลงบนไหล่พี่ชายพร้อมกับหลับตาปรับสภาพจิตใจให้กลับมาเข็มแข็งอย่างเดิม

ขอโทษที่ทำให้ฮยองต้องเป็นห่วงซ้ำๆนะฮะ

ฝ่ามือเรียวยาวลูบทั้งหลัง ลูบทั้งศีรษะ เขาห่วงดงแฮมากแต่ก็ไม่อยากจะซักไซ้อะไรเป็นตาแก่ เพราะถ้าหากน้องอยากจะเล่าก็คงเอ่ยออกมาเอง หากยังเงียบและไม่พูดอะไรก็คงจะมีเหตุผลส่วนตัวที่เขาไม่ควรจะก้าวก่ายมาก

ก็พี่น้องกันนี่

ภาพที่สองพี่น้องยืนกอดกันกลมนั้นสร้างความประทับใจให้หลายๆคนที่อยู่รอบค้าง คิบอมหยุดสายตามองด้วยสีหน้านิ่งๆแต่ก็อดที่จะอิ่มใจไปด้วยไม่ได้ เขากับคิฮยอนไม่ใช่ประเภทที่จะมาห่วงใยอะไรกันแบบนี้และอยู่กันไปตามประสาผู้ชายห้าวๆ ซนๆ ไม่มีหรอกที่จะแสดงความรู้สึกที่อ่อนโยนให้เห็นเช่นนี้

เมื่อสองร่างคลายอ้อมกอดออกจากกันมือหนาก็เอื้อมไปคว้ามือน้อยมาจับเอาไว้และกระตุกเบาๆเป็นสัญญาบอกว่าจะต้องไปเข้าเรียน

เจ้าแป๋ว ..ไปเรียนได้แล้ว

แม้อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องปกติและไม่มีอะไรพิเศษแต่กับซีวอนแล้วมันก็ยังทิ่มแทงใจอยู่ดี เขาเพิ่งจะถูกปฏิเสธอย่างชัดเจนไปเมื่อเย็นวาน ในวันถัดมาจะทำใจได้โดยไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงจะเป็นไปไม่ได้แน่ หน้าหล่อที่พยายามปั้นให้ดูเหมือนว่าไม่รู้สึกอะไรนั้นพยายามจะเลี่ยงสายตาไปมองทางอื่นกะปิดตัวเองไม่ให้รู้ไม่ให้เห็นภาพบาดตาบาดใจของคู่รักตรงหน้า ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมันก็สะท้อนเข้ามาสู่ดวงตาของคนนอกที่ทอดมองสิ่งรอบตัวอยู่

อิทึกตวัดสายตามองที่มือของเจ้าเด็กใบ้ปากเสียแล้วเหลือบสลับกับใบหน้าที่ปั้นยิ้มยากของประธานรุ่นลูกรัฐมนตรีอย่างเข้าใจ ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าคิบอมกับดงแฮมีความพิเศษให้แก่กัน และซีวอนเองก็มีใจให้กับร่างเล็ก แต่ที่เขาไม่เคยรู้ก็คือ ระหว่างคนสามคนนั้นมีสถานการณ์เช่นไร และวันนี้ก็คงจะได้รู้ได้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว

ว่าดงแฮเลือกคิบอม และซีวอนก็เป็นฝ่ายที่อกหัก ซ้ำก็ยังทำใจไม่ได้ด้วย

ไปเรียนได้แล้วไอ้ชอลลี่ ..ถ้าขืนแกช้ากว่านี้ก็คงจะได้โดนเขวี้ยงอะไรใส่หัวตอนเข้าไปในห้องแน่รีบดึงเพื่อนบ้าง เพราะไอ้ก๊วนที่ยืนหน้าสลอนนี่ก็มีตั้งห้าหกชีวิต ซ้ำก็ยังได้รับความเกรงใจจากอาจารย์ ต่างจากพวกเขาสองคนที่ไม่ได้มีสิทธิพิเศษอะไรอย่างแก๊ง 4E นี่

เออหันมาตอบพอผ่านๆแล้วยังจะหันไปหาน้องอีกรอบ วันหลังไปค้างกับพี่จะเจ้าตัวเล็ก

ฮะ ^ ^”

ไปได้แล้วอิทึกยังไม่วายย้ำ

เออ ..ไปแล้วๆ

สองร่างที่สวมเครื่องแบบของไมอาเดินจากไป และบรรดาเด็กหนุ่มที่เหลือก็ขยับตัวเดินไปอีกทางโดยที่ไม่ต้องมีใครเอ่ยสั่งเพราะต่างก็รู้กันว่าควรจะต้องทำเช่นไร  แต่อาจเพราะยังอยากจะมีเวลาด้วยกันเพิ่มอีกสักนิดคิบอมจึงได้ดึงแขนคนตัวเล็กให้ก้าวช้าลงและรั้งท้ายขบวนเอาไว้ เมื่อสบโอกาสก็จับดึงให้หยุดอยู่ที่ข้างตึกแล้วดันไปไปอยู่ในที่ลับตาคน

มีอะไร ..จะต้องเข้าเรียนนะ

มีรางวัลจะให้วางมือลูบแก้มเนียนใสอย่างเด็นดู ยิ่งเห็นตากลมสวยขยับไหวเมื่อจับจ้องกลับมายังดวงตาสีนิลของตนก็อดไม่ได้ที่จะใจหวิว

รางวัลอะไรจากทำเสียงเรียบๆอยู่เมื่อครู่ พอรู้ตัวว่าอยู่กันตามลำพังก็เสียงอ่อนเสียงหวานทำตัวออดอ้อนขึ้นมาในพริบตา แม้แต่สีหน้าที่ดูนิ่งสงบเหมือนเด็กหนุ่มแมนๆทั่วไปก็แปรสภาพกลายเป็นหน้าตาน่ารักที่ช่างอ้อน

รางวัลคนปากเก่งไง

ไม่รู้ว่าระยะเวลามันแปรผกผันกับระยะห่างของร่างกายหรืออย่างไรจึงได้ขยับตัวเข้าไปใกล้มากขึ้นทุกที แต่ก็โชคดีที่นักเรียนแทบทุกชีวิตล้วนเข้าห้องเรียนของตนหมดแล้ว และบางส่วนก็วิ่งอยู่ที่สนามกีฬาจึงไม่มีใครมาสอดส่ายสายตาดูฉากหวานๆของคนที่ได้ชื่อว่าอารมณ์แปรปรวนและเข้าถึงได้ยากอย่างคิมคิบอม เพราะหากบรรดาแฟนคลับของ 4E เห็นเขาในสภาพที่ส่งสายตาเจ้าชู้ไปโลมเลียดวงหน้าหวานๆก็คงจะพาลอยากกระชากทงเฮออกไปจากอาณาเขตที่วงแขนกว้างค้ำยันผนังตึกเอาไว้เพื่อตีกรอบให้คนตัวน้อยหนีไปไหนไม่พ้นแบบนี้

โหด ..เดี๋ยวคนมาเห็นนะทุบเบาๆที่อกหนา สายตาสอดส่ายมองอย่างระแวดระวัง

สนที่ไหน

ริมฝีปากนิ่มถูกกดหนักๆอยู่สักครู่ก็กลับมาเป็นอิสระ แต่มันก็เรียกความเขินให้ปรากฏขึ้นที่ใบหน้าหวานได้ไม่ยาก ดงแฮหน้าขึ้นสีชมพูระเรื่อเพราะปกติแล้วก็ไม่เคยจะมีเลยสักครั้งที่คิบอมแสดงความเป็นเจ้าของเมื่ออยู่นอกอาณาเขตที่เป็นส่วนตัว ตาหวานหลบหลีสายตาเจ้าชู้ เอียงอายไม่น้อยกับสิ่งที่เกิด

ร่างเล็กเม้มส่วนที่ถูกสัมผัสเล็กน้อยแล้วค่อยเอ่ยเรื่องอื่นกลบเกลื่อนไป ชั้นว่า.. ไปเข้าเรียนได้แล้วนะ

เดินออกจากมุมตึกที่เงียบสงบกันแบบนิ่งๆ โดยที่ร่างหนาเดินฝ่ายเดินนำ ส่วนร่างเล็กก็เดินตามต้อยๆ แม้จะไม่มีอะไรมากมายแต่หากใครได้เห็นก็คงรู้สึกว่าอิจฉาอยู่ไม่น้อย ทั้งคู่เข้าห้องเรียนหลังจากที่คยูฮยอน ซีวอน และซองมินเข้าไปได้ไม่นาน คงจะมีแต่ฮยอกแจที่เข้าตรงเวลาเพราะไม่รู้ว่าจะเสนอหน้าอยู่ที่ห้องปกครองทำไมในเมื่อเขาเองก็ไม่ได้มีส่วนร่วมกับขบวนการเอาคืนหรือสนิทกับดงแฮถึงขั้นนั้น

ในอกของชายหนุ่มเจ็บเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างบางๆเดินก้มหน้าตามหลังเพื่อนของตนมา แก้มเนียนที่เจือไปด้วยสีกลีบกุหลาบอยู่น่ารัก แต่มันเป็นความน่ารักที่มาพร้อมกับความเจ็บปวด เพราะในเมื่อหายกันไปสองคนและดงแฮก็ข่มอารมณ์เขินกลับมาแบบนี้ก็ย่อมแสดงว่ามีอะไรเกิดขึ้นแน่

ซองมินเห็นท่าทีของซีวอนแล้วก็นึกสงสาร แววตาที่นิ่งสงบแต่แฝงความเจ็บปวดนั้นทำไมเขาจะไม่รู้ ซีวอนคนปกติจะต้องอบอุ่น และมีแววตาที่อ่อนโยน ไม่ใช่สั่นไหวหรือเลี่ยงมองไปยังพื้นห้องแบบนี้ เด็กไมอาตัวเล็กรีบหันหลังไปมองหน้าอีกคนที่นั่งอยู่ด้านหลังห้องพร้อมกับทำปากขมุบขมิบไปด้วย

ซีวอนแย่แล้วนะ จะไม่ทำอะไรหน่อยหรอ

ฮยอกแจสบตาเข้าก็รีบส่ายหน้าพัลวัน ไม่อ่ะ

ไม่ห่วงหรือไง

“...”

ไม่กลัวคนอื่นมาแย่งไปอีกรอบเหรอ

ไม่ขยับปากตอบอย่างมั่นใจ เพราะอย่างซีวอนน่ะเหรอจะชอบใครง่ายๆ ตั้งแต่รู้จักมาก็เพิ่งจะมีดงแฮนี่แหละ แล้วเพิ่งอกหักแบบนี้ก็ฟันธงได้ว่าคงต้องใช้เวลาเยียวยาหัวใจอีกนาน

ส่วนเขาน่ะเหรอ ..แค่ไม่อยากยัดเยียดตัวเองให้กับคนที่หัวใจไม่ปกติ เพราะต่อให้ซีวอนรับรัก มันก็มีค่าเป็นแค่ที่พึ่งทางใจ ไม่ใช่ความรัก ..แบบนั้นน่ะอีฮยอกแจไม่ต้องการหรอก

ซองมินยู่หน้าอย่างขัดใจที่ยุเพื่อนไม่สำเร็จสักที แต่พอหันกลับมาก็เจอสายตาดุๆของคยูฮยอนตวัดจ้องให้รู้ตัวว่าอย่ายุ่มย่ามกับเรื่องของคนอื่นให้มากนัก เขารู้ว่าเจ้ากระต่ายตาแป๋วตัวอวบๆนี่หวังดี แต่บางทีคนที่ได้รับความหวังดีนั้นมันก็ไม่ได้ต้องการที่จะได้นักหรอก

เพราะรู้ตัวว่าโดนต่อว่าทางสายตาก็เบือนหน้าหนีพร้อมกับเมินใส่ ถึงจะยอมให้ไปส่งที่บ้านได้ แต่ก็ใช่ว่าจะกลับมาหวานแหววอย่างเก่า ถึงจะรักแต่มันก็ยังเข็ด หากท่านราชนิกูลรูปงามยังทำให้หัวใจเขากลับมาเชื่อในความรักอีกไม่ได้ ก็คงจะไม่มีวันญาติดีได้อย่างสนิทใจแน่

แม้ในห้องเรียนคิบอมจะยังนิ่ง ดงแฮเองก็ไม่ได้ทำอะไร แต่สายตาที่หมั่นเหลือบไปมองกันมันก็ชัดในสายตาของคนที่นั่งอยู่ด้านหลัง ทั้งที่พยายามจะมองข้ามแต่มันก็ข้ามไม่ได้ หัวใจเลยยังต้องเจ็บอยู่แบบนี้ ยิ่งเลิกเรียนแล้วร่างน้อยเดินตามไปขึ้นรถเพื่อกลับบ้านหลังใหญ่ของตระกูลคิมก็เหมือนจะกระแทกซ้ำรอยแผลในหัวใจให้มันปริแตกมากขึ้นกว่าเดิม

ดูก็รู้ว่าไม่มีที่ว่างสำหรับคนอื่น ..หัวใจของลีดงแฮเต็มไปด้วยชื่อคิมคิบอม ..ไม่มีสักนิดที่จะมีพื้นที่สำหรับชเวซีวอนคนนี้

แต่เพื่อรักษาหน้า รักษาใจ จึงยังต้องแสร้งทำตัวนิ่งเป็นปกติเหมือนไม่รู้สึกอะไรเพื่อลวงให้ตัวเองไม่ต้องช้ำมาก เมื่อวานตอนที่ถูกปฏิเสธอย่างจริงจังก็ไม่คิดว่าเอาเข้าจริงแล้วมันจะเจ็บขนาดนี้ กลับบ้านไปก็ยังชาๆกับความรู้สึก แต่พอมาเห็นกับตาว่าเวลาที่อยู่กันเพียงลำพังแล้ดงแฮทำตัวน่ารักกับคิบอมแค่ไหนก็เจ็บจุกขึ้นมามากมายเหลือเกิน

นั่งตัก กอดคอ อิงแอบแนบซบ ..สนิทกันแบบนั้นมานานแค่ไหนแล้วนะ

บอกตัวเองว่าไม่อิจฉา แต่เขากำลังอิจฉา ... แต่คนระดับชเวซีวอนไม่ควรที่จะอิจฉาใคร เขาเป็นผู้ใหญ่พอที่จะไม่คิดมากเรื่องความรัก ..เหตุผลมันมากพอที่จะลบล้างความรู้สึกนี้ ..ก็แค่เขาไม่เลือกตัวเองแล้วก็ปล่อยไปสิ ทำไมจะต้องไปรักใครที่เขาไม่รักแบบนี้ด้วย

หึ .. รู้ทุกอย่าง เข้าใจทุกอย่าง แต่ในเวลานี้ เขาทำไม่ได้อย่างที่คิดเลยสักนิดเดียว

มือที่วางลงบนไหล่กว้างทำให้ร่างหนาสะดุ้งขึ้นมาเพราะกำลังทอดความคิดและนั่งเหม่ออยู่เงียบๆ ประธานรุ่นรูปงามรีบหันไปมองก็พบว่าเป็นรุ่นพี่หน้าหวานๆที่ชื่ออิทึก แม้จะรู้สึกงงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้แปลกอะไรเพราะปกติก็ใช่ว่าจะไม่เคยคุยกัน แค่คุยไม่บ่อยและไม่สนิทมากก็เท่านั้นเอง

นั่งด้วยคนได้มั๊ยยิ้มอวกลักยิ้มพลางทรุดตัวลงนั่งโดยไม่รอการตอบรับ โอเคนะ

ซีวอนไม่แน่ใจว่าคำว่า โอเค ที่เขาพูดมันหมายความว่า เขาตกลงที่จะให้นั่ง หรือว่า โอเคแบบอื่น สายตาที่ราบเรียบตวัดกลับไปมองยังเบื้องหน้า แต่ทว่ามันก็ต้องเลื่อนกลับไปมองคนที่เพิ่งมาเมื่ออิทึกพูดขึ้น

นายดูเครียดๆนะ

ครับ?” เพราะเป็นรุ่นน้องจึงพึงต้องให้ความเคารพรุ่นพี่ คุณว่าผมเครียดเหรอ

ความรักมันก็เหมือนกับเกมที่เราเล่นนั่นแหละ ดวงดีก็ได้ไป ดวงร้ายก็อกหัก

คุณพูดอะไร ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย

ยังคงปากแข็งเพราะคนอย่างซีวอนไม่มีทางอ่อนแอต่อหน้าใครทั้งสิ้น  เขาไม่อยากถูกมองว่าเป็นผู้แพ้แม้จะรู้ว่าตัวเองก็แพ้อยู่เห็นๆ มันเป็นความเย่อหยิ่งในตัวเองที่ชาตินี้คงจะไม่มีวันสลัดหลุด

แต่อิทึกก็ยังไม่ลดละ จะปากแข็งไปทำไม ชั้นไม่ได้จะสมน้ำหน้าอะไรนายสักหน่อย แค่เห็นสีหน้าไม่ค่อยดีเลยอยากเข้ามาดู ..ก็แค่นั้น

ผมไม่ได้เป็นอะไรซีวอนยังยืนยันคำเดิม

คนเราไม่มีใครที่ไม่เคยเสียใจ เสียหน้า หรือว่าผิดหวังนะ

“...”

ชั้นรู้ว่านายชอบดงแฮ แต่..ถ้าเค้าไม่ได้ใจตรงกับนาย .. มันก็เป็นเพราะสวรรค์ไม่ได้กำหนดเค้ามาว่าให้คู่กับนาย ตัวจริงของนายอาจจะดีกว่าหรือตรงใจกว่าดงแฮก็ได้

ช่างเถอะตอบนิ่งๆอย่างมีมารยาท ผมไม่ได้คิดมากขนาดนั้น

ก็ให้มันจริงเถอะ ..แต่บางทีการยอมรับว่าตัวเองเสียใจบ้างมันก็ทำให้ความอึดอัดลดลงนะ

ร่างโปร่งลุกขึ้นเดินจากไปและไม่คิดจะตอแยอะไรอีก ก่อนจะเข้ามาหาซีวอนก็ยืนมองอยู่นาน และเขาก็เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ไม่มีผิด

ห่วงฟอร์ม หัวดื้อ และก็ยิ่งทะนงในตัวเอง

 

 

 

 

----------------------------- SHARP -------------------------------

 

 

 

 

คุณชายคนเล็กของท่านรัฐมนตรีชเวกลับมาที่บ้านด้วยอารมณ์ที่ยากจะระบุ สภาพของซีวอนดูนิ่งสงบก็จริงแต่มันก็เหมือนว่าจะไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น เขาทิ้งตัวลงบนเตียงและนอนนิ่งอยู่แบบนั้นทั้งที่ปกติจะต้องเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย ในหัวยังคงครุ่นคิดถึงใบหน้าหวานๆของคนตัวเล็กที่ตอนนี้คงจะนั่งทำหน้าน่ารักอยู่ใกล้ๆใครอีกคน

วันนี้ตอนที่เห็นทั้งคู่ในห้องของชมรมโทรทัศน์และวิทยุก็อึ้งไปไม่น้อย อาจเพราะไม่ได้เตรียมใจจะรับจึงเป็นแบบนั้น หรือไม่ก็อาจจะเพราะหัวใจของเขาอ่อนแอเกินไปจริงๆ

รักมันมากงั้นเหรอ ..นายรักมันที่ตรงไหนดงแฮ

เหม่อมองเพดานห้องแล้วร้องถามในความเงียบ ไม่รู้ว่าเขาถามใครเพราะก็อยู่แค่คนเดียว อีกอย่างก็คือผนังห้องหรือเพดานมันก็คงจะไม่มีทางเอ่ยตอบกลับมาอยู่แล้ว

หัวใจของนาย ..ให้มันไปหมดหรือยังดงแฮ

ยังจะหวังอยู่ลึกๆว่าอาจจะยังมีสักเสี้ยวหนึ่งที่ร่างน้อยเผื่อใจเอาไว้บ้าง และส่วนเล็กๆที่มีนั้นเขาจะยังมีโอกาสหากคิบอมทำตัวร้ายๆให้คนน่ารักต้องร้องไห้เสียใจ นิสัยเพื่อนก็ใช่ว่าจะไม่รู้ คิบอมปากเสีย ทำอะไรตามใจและไม่ค่อยคิด ชอบแหกกฎและก็มุทะลุ บางทีสิ่งเหล่านี้มันก็อาจจะทำให้คนที่ดูเรียบร้อยและนิ่งแบบดงแฮระอาเข้าสักวัน

และก็หวังว่าถ้าถึงวันนั้นจริงๆ ..ตนก็อาจจะมีหวังขึ้นมาบ้าง

ตอนนี้ชเวซีวอนไม่ได้คิดจะแย่ง เพราะเขาไม่ใช่คนที่จะทำลายความรักของใคร แต่หากว่าคิบอมทำให้เขามีโอกาสเอง มันก็ช่วยไม่ได้ถ้าจะต้องเสียดงแฮมา เพราะยังไงเขาก็คงจะตัดใจในเวลานี้ไม่ได้อยู่แล้ว

ก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าชอบมากจนถึงขั้นอิจฉาคนที่ได้ไปก็วันนี้ ..อิจฉาที่เขาได้ความรักของคนตัวน้อยไป และมีสิทธิ์ที่จะกอดประคองโดยที่ไม่มีใครว่า .. ทำไมนะ ทำไมที่ตรงนั้นมันจึงไม่เป็นตน

ดงแฮ ..ดงแฮ..

เอ่ยเบาๆกับตัวเองเมื่อดึงหมอนข้างมากอดต่างร่างเจ้าของชื่อ อ้อมกอดที่มีร่างน้อยอยู่ในวงแขนเมื่อวันวานยังคงชัดเจนในความรู้สึก กลิ่นแชมพูอ่อนๆจากผมเส้นเล็กที่นุ่มสลวยยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก คิดถึงสัมผัสที่อ่อนโยนนั้นแม้ว่ามันจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีกต่อไปแล้ว

เพิ่งจะรู้ว่าการรักใครสักคนมันยาก และการที่จะเลิกรักมันก็ยากไม่ได้ต่างกันเลย แม้แต่คนที่เก่งในสารพัดเรื่องก็สามารถจะตกม้าตายกับเรื่องง่ายๆที่ชื่อ ความรัก

จากที่คิดว่าจะไม่ยอมเป็นรอง แต่เวลานี้กลับรู้สึกว่าถ้าหากร่างเล็กร้องไห้หรือมีน้ำตา ก็จะยอมให้เขาเดินมาหา มาใช้ไหล่ซับน้ำตา แม้ว่าหลังจากนั้นเขาจะกลับไปอยู่ในอ้อมกอดของใครคนอื่นก็ตาม

ไม่ได้รัก ..แต่ก็ขอเป็นคนที่ได้อยู่ในหัวใจบ้าง .. ก็ยังดี

 

 

 

 

----------------------------- SHARP -------------------------------

 

 

 

 

รถคันหรูที่ทำหน้าที่เป็นพาหนะพาลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของโปรดิวเซอร์ลีมาส่งที่บ้านนั้นเลี้ยวผ่านประตูเข้ามาอย่างนิ่มนวล แม้คนบนรถจะหน้าหงิกหน้างอตั้งแง่ไม่ยอมคืนดีด้วยแต่ก็ไม่ได้แผลงฤทธิ์อะไรอย่างเก่า ตอนนี้คยูฮยอนทำคะแนนเข้าทางผู้ใหญ่อย่างกับอะไร เลิกเรียนแล้วก็พามาส่งที่บ้านพร้อมกับทำตัวเป็นเด็กดี แต่ซองมินดูยังไงมันก็สร้างภาพชัดๆ

สวัสดีครับคุณน้ารีบยิ้มทักทายพร้อมกับส่งขนมที่แวะซื้อระหว่างทางไปให้ เอาอกเอาใจขนาดนี้มีหรือที่ผู้ใหญ่จะไม่เอ็นดู

คุณนายลีรีบรับของแล้วส่งไปให้แม่บ้าน ใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั้นทำให้คนเป็นลูกเริ่มจะหมั่นไส้

ลำบากซื้อมาอีกแล้ว

ขนมร้านนี้อร่อยนะครับ ผมเลยสั่งเอาไว้แล้วค่อยแวะไปเอา เพราะถ้าไปซื้อเลยคงจะต้องรอนานอธิบายเสร็จสรรพถึงร้านดังที่จะต้องไปต่อคิวรอยาวเหยียด แต่กับโจคยูฮยอนแล้วแค่กดโทรศัพท์ไปสั่งเอาไว้ก็ได้มาเรียบร้อยโดยไม่ต้องเหนื่อยอะไร

ร่างเล็กหลิ่วตามองเซ็งๆแล้วก็เดินหนีขึ้นบ้าน แต่ก็โดนมารดาขึ้นมาตามลงไปนั่งคุยกับพ่อคุณชายเพราะว่ามันเสียมารยาทเกินไปที่จะทิ้งให้คนรักนั่งอยู่กับผู้ใหญ่ตามลำพัง

กลับบ้านได้แล้วคล้อยหลังแม่เข้าหน่อยก็หันไปแยกเขี้ยวไล่ ชั้นจะขึ้นไปอ่านหนังสือ

วิชาอะไร เดี๋ยวติวให้

ไม่จำเป็นกระต่ายแสบเมินใส่อย่างเย็นชา เพราะติวๆให้ไม่ใช่เหรอ ชั้นถึงต้องมาติดแหง็กกับนายอยู่แบบนี้

อะไรกัน ..ไม่น่ารักเลยนะครับที่รัก ยังงอนที่โดนจูบวันก่อนอยู่เหรอเพราะเห็นว่ามารดาของซองมินที่หลบไปจัดขนมใส่จานนั้นกำลังเดินกลับมาจึงแกล้งปั้นหน้ากังวลใส่ ก็ที่รักน่ารักนี่นา ..คนรักกันจูบกันมันก็ไม่เป็นแปลก

ใครรักนายกระแทกเสียงใส่อย่างเอาแต่ใจ ชั้นบอกตอนไหนว่ารักนาย

ไม่ได้รักแต่จูบตอบนี่นะสายตาเจ้าชู้ล้ออยู่ในที แน่ะ ..แก้มแดงแล้ว

เลิกพูดซะทีเถอะ ชั้นไม่มีทางหลงกลหมาจิ้งจอกอย่างนายอีกแล้วล่ะ

โถๆ กระต่ายน้อยผู้น่าสงสาร ..ต่อให้ชั้นเป็นหมาล่าเนื้อก็ไม่ฉีกกระต่ายน่ารักอย่างที่รักหรอกน่า  บอกแล้วไงว่าตอนนี้มีที่รักคนเดียวยิ้มหวานทำตาซึ้งเรียกคะแนนจากคุณแม่เจ้าตัวเล็กที่ยืนมองอยู่ไกลๆเสียยกใหญ่

แต่ซองมินที่นั่งหันหลังให้ห้องครัวก็ยังไม่รู้ตัวว่าเสียรู้เขาเข้าให้แล้ว แสดงว่าเมื่อก่อนยอมรับว่ามีหลายคน

ก็เมื่อก่อน ..แต่ตอนนี้มีที่รักคนเดียวแล้วไง ..เลิกงอนได้แล้วนะ ตอนนี้ไม่สนใครแล้ว มีที่รักคนเดียวจริงๆนะ

ใครจะไปเชื่อเชิดหน้าใส่แบบเซ็งๆ ชั้นไม่ใช่เด็กอมมือนะโจคยูฮยอน

อืม ..เชื่อครับทำตาระยิบระยับแล้วยื่นหน้ามากระซิบใกล้ๆ เพราะเด็กคนนี้ชอบอมอย่างอื่น

ตากลมเบิกโพลงขึ้นมาทันที แต่ก่อนจะอ้าปากด่าก็โดนร่างหนายื่นหน้ามาจูบเบาๆบนกลีบปากหวานแล้วนั่งทำหน้าทะเล้นใส่ ที่รักชอบอมลูกอมไม่ใช่เหรอ ชั้นจำได้นะ

ฮึ่ย!!!”

โมโหแต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าความหมายของคยูฮยอนไม่ใช่อย่างที่พูดแน่แต่มันก็เข้าตัวถ้าจะโวยวาย ตัวเล็กที่อวบขึ้นและเริ่มกลับมามีน้ำมีนวลหน้าหงิกหน้างอใส่ซ้ำยังผลักอกกว้างให้หงายหลังจนแทบจะลงไปกลิ้งที่พื้น แต่คนเจ้าเล่ห์ก็ไม่ว่าอะไร เพราะลุกขึ้นมาได้ก็ทำมองซ้ายมองขวาแล้วรวบคนดื้อมากอดเอาไว้แน่น

จับเด็กดื้อได้แล้ว ..อื้อ อย่าดิ้นสิ

ปล่อยนะ.. นี่ บอกให้ปล่อย!!”

ที่รักอ่ะดื้ออีกแล้ว ..นั่งนิ่งๆสิ ก็ทานขนมเสร็จแล้วเราค่อยไปติวหนังสือกัน

หาเรื่องลวนลามชั้นอีกหรือไง

บ้า ..ใกล้จะสอบแล้วก็ติวหนังสือสิ แต่วันก่อนที่รักทำโจทย์ผิดเองนี่ ตกลงกันแล้วนะว่าผิดหนึ่งข้อ จูบหนึ่งที

ย้อนอดีตแล้วก็ยิ่งโมโห  นายมันหาเรื่องเอาเปรียบ

เอาเปรียบที่ไหน ทีอีกสองวิชาที่รักยังทำได้เลย ..ถ้าทำไม่ได้ทั้งหมดสิถึงว่าเอาเปรียบรีบเถียงหน้าซื่อๆ

ก็มันยากซองมินยังไม่ยอมแพ้

ยากถึงต้องติวไง แต่เป็นโจทย์ให้ลองทำที่รักยังผิดตั้งเยอะแบบนั้น เวลาสอบจริงจะไม่แย่เอาเหรอ ..ถ้าที่รักไม่อยากโดนจูบก็ตั้งใจฟังตอนชั้นสอนแล้วทำถูกให้หมดทุกข้อสิยื่นข้อเสนอให้ แต่ใครจะรู้ล่ะว่าโจคยูฮยอนยังมีแผนก๊อกสองก๊อกสามสำรองเอาไว้อีกเพียบ

งั้นก็ติวกันข้างล่างนี่แหละกอดอกเชิดหน้าใส่ เรื่องอะไรจะยอมตกเป็นรอง

ก็ดี คนเดินไปเดินมาจะได้รบกวนสมาธิ ..พอโดนจูบจะได้มีพยาน

เอ๊ะ!!”

เลือกเองนะหน้าทะเล้นก่อกวนให้ต้องโมโหอีกรอบแล้ว

นายมัน.. ฮึ่ย!!”

ก่อนที่ร่างน้อยจะแผลงฤทธิ์จนแผนเสียก็แกล้งคลายวงแขนออกแล้วขยับตัวออกห่างพลางหันไปสบตากับผู้ใหญ่ที่หยุดอยู่ไม่ไกลมาก แสร้งทำว่าเพิ่งเห็น เพิ่งรู้ว่ามีคนมองอยู่ และมันก็แนบเนียนพอที่หล่อนจะเดินอมยิ้มเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย

คุยอะไรกันจ๊ะแกล้งถามทั้งที่ก็ได้ยินไปหมดแล้ว

เรื่องติวหนังสือน่ะครับ ซองมินเขาอยากติวข้างล่าง

ชั้นเปลี่ยนใจแล้ว ..นอกบ้านดีกว่า

สนามหญ้าแล้วกันเนอะ ..ชัดดีเน้นคำสุดท้ายให้มันกระแทกโสตประสาทว่าอะไรที่มันจะชัด

ซึ่งก็ได้ผล คนหน้าหวานรีบหันไปจ้องตาเขม็งโดยไม่สนว่ามารดาของตนจะนั่งอมยิ้มอยู่ จะดีเหรอคยูฮยอน คุณพ่อของซองมินเขาแต่งเพลงอยู่ที่ระเบียงนะ

แบบนั้นก็ดีนะครับ ..อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ ^ ^”

จากที่คิดว่าจะหาทางแก้ปัญหาได้ก็รีบเอาตัวเข้าไปอยู่ในอุ้งมือของซาตานรูปหล่อตัวร้ายโดยที่ไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าเขาวางแผนให้มันต้องเป็นแบบนี้

ชั้นเปลี่ยนใจ ..ติวในห้องก็ได้ ชั้นอยากมีสมาธิ

หึ..หลุดขำออกมาจนได้ เพราะสีหน้าของซองมินตอนนี้มันทั้งน่ารักทั้งตลกสิ้นดี ทั้งที่ทำเป็นเก่งได้ตั้งนานแต่ก็ต้องตกหลุมพรางของเขาอีกจนได้ ..ไม่ไหวเลยนะกระต่ายน้อย~

คุณนายลีเห็นท่าทางช่างรั้นของลูกก็นึกสงสารราชนิกุลหนุ่มที่ต้องมารองรับอารมณ์ที่แปรปรวนของซองมิน ด้วยฐานะและศักดิ์แล้วมันควรจะเป็นเจ้าตัวเล็กของตนที่คอยเอาอกเอาใจหรือว่าคอยเป็นผู้ตามมากกว่าที่จะให้ร่างหนามาโดนด่าโดนว่าอยู่แบบนี้

เมื่อคุณหนูลีเดินหอบตัวอวบๆและหน้างอๆขึ้นห้อง ฝ่ายผู้ใหญ่ก็เอ่ยอย่างเห็นใจขึ้น

ซองมินทำตัวไม่น่ารักเลย ..คยูฮยอนคงเหนื่อยมากสินะ

แค่นี้เอง ..ไม่เป็นไรหรอกครับ เขาคงจะยังงอนที่ผมทำอะไรรุ่มร่ามไปวันก่อน แล้วก็คงจะอายคุณน้าด้วยท่าทางที่ดูสุขุมและอ่อนโยนราวกับเทพบุตรในนิยายไม่ได้ต่างจากเจ้าชายในอุดมคติของสาวๆแสดงออกไปให้คนที่เป็นผู้ใหญ่ได้เห็น

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคงไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่าคยูฮยอนดูดี เป็นผู้ใหญ่ และใจเย็น ซึ่งมารดาของซองมินเองก็คิดเช่นนั้นจึงอดที่จะต่อว่าคนเอาแต่ใจอย่างลูกชายตัวเองไม่ได้

สงสัยน้าต้องอบรมซองมินใหม่ซะแล้วสิ

ไม่ต้องหรอกครับ ..งอนบ่อยๆก็ดี ผมจะได้ง้อ

อย่างนั้นเหรอจ๊ะฟังแล้วก็หัวเราะ คยูฮยอนนี่น่ารักจังนะ แบบนี้น้าค่อยวางใจหน่อย ..ดีแล้วล่ะ มาอยู่กันซะที่บ้าน จะได้ไม่ต้องไปเถลไถลข้างนอก

ว้า.. ผมว่าจะขออนุญาตพาคนขี้งอนไปเที่ยวที่บ้านผมสักหน่อย คงไม่ได้แล้วสิครับแกล้งทำทีผิดหวังเรียกร้องความสนใจ ซึ่งก็ได้ผล

จะไปน่ะก็ไปได้อยู่หรอก ..แต่ท่านพ่อท่านแม่ของเราเขาจะว่าเอาไหมล่ะ

ไม่เป็นไรหรอกครับ ..ผมมีวิธี ^ ^”

ตกลงกันเสร็จสรรพก็อาสายกถาดของว่างตามร่างเล็กขึ้นไปบนห้อง แค่ลับสายตาของใครๆก็อมยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา หมั่นเขี้ยวเจ้ากระต่ายขี้ดื้อนี่จริงๆ แต่ก็เอาเถอะ ทีใครทีมัน..

อย่าคิดล่ะว่าวันนี้ชั้นจะปล่อยให้นายชนะอยู่ฝ่ายเดียว~ เตรียมตัวปากเจ่อได้เลยนะที่รัก หึ หึ

 

 

 

 

----------------------------- SHARP -------------------------------

 

 

 

 

ในเวลานี้คงจะไม่มีใครไหนสุขใจเท่าลีดงแฮอีกต่อไปแล้ว เพราะนอกจะหลับตานอนไปพร้อมกับการที่มีคนรักอยู่ข้างๆ ตื่นขึ้นมาก็ยังเห็นคิบอมเป็นสิ่งแรกในตอนลืมตา คิมแทยางที่เคยตั้งแง่ก็คล้ายว่าจะเริ่มยอมรับหรือไม่ก็ปลงกับความรักของพวกเขาแล้ว ส่วนฮันแชยองก็เข้ากันได้อย่างลงตัว

ที่สนามหญ้ากว้างๆ สองร่างยังคงวิ่งไปวิ่งมาเพื่อตีลูกขนไก่ในมือ ดงแฮกลายเป็นเพื่อนตีแบดมินตันให้กับคุณนายคิมไปแล้ว และไม่ใกล้ไม่ไกลก็มีลูกชายคนเล็กที่ตัวใหญ่ของหล่อนนั่งดื่มน้ำแตงโมปั่นอยู่ใกล้ๆ คิบอมลุกขึ้นไปเล่นด้วยเป็นระยะ แต่เหมือนจะอยากให้แฟนกับมารดาทำความสนิทสนมกันจึงเลือกที่จะนั่งดูมากกว่า

อ๊า.. มีอะไรกินบ้างอ่ะโหดพักเหนื่อยก็ลากสังขารมาหาคนรักพร้อมกับเสียงอ้อนๆ

อืมคิบอมไม่ได้ตอบแต่ขยับจานผลไม้กับขนมไปให้เขาดู สายตาเหมือนจะสนใจนิตยสารที่ออกใหม่มากกว่าจะมองหน้าหวานที่ชุ่มด้วยเหงื่อเป็นไหนๆ

อะไรออกใหม่อีกล่ะตัวเล็กแกล้งถามประชด เห็นชอบดูเสียจริง แถมเผลอเข้านิดเข้าหน่อยเดี๋ยวก็ได้กระเป๋าใหม่ เสื้อโค้ทใหม่ รองเท้าใหม่ หรือไม่ก็อะไรมากมายเต็มไปหมด

อืม กระเป๋าใบนี้สวยดี ..ชอบมั๊ย

เพราะเขายื่นมาให้ดูจึงได้ชะโงกหน้าไปมอง ก็สวยดีอ่ะ ..ใบใหญ่ป่ะ

ก็พอถืออยู่นะ

พูดแบบนั้นก็ยิ้มกว้างแล้วทำตาหวานใส่ โหดจะซื้อให้เหรอ~ ถ้าโหดซื้อให้ก็ชอบทั้งนั้นแหละ ^ ^”

สายตานิ่งๆตวัดมองแต่ก็เหมือนจะฉาบประกายยิ้มๆไว้ ร่างหนาไม่ตอบอะไรและพลิกหน้าถัดไปเพื่อดูอย่างอื่นต่อ ปล่อยให้เจ้าชิสุตาแป๋วหันไปเอาใจมารดาตัวเอง เพราะแค่หล่อนเดินมาร่วมวง ดงแฮก็รีบนำเสนอใหญ่ว่าส้มที่ตนกำลังทานอยู่นั้นหวานเหลือเกิน

ดงแฮไม่ชอบแฟชั่นเหมือนคิบอมบ้างเหรอลูก

เฉยๆฮะเสียงห้าวตอบฉับไว ผมใช้แค่แบรนด์ทั่วๆไป ไม่ใช่คุณชายไฮโซแบบคิบอมหรอก

โดนกัดก็หันมาส่งสายตาดุๆใส่คนพูด แต่เพราะรู้ว่าเขาไม่ได้โกรธอะไรเลยยังทำหน้าเป็นได้ต่อ เชื่อเถอะฮะ เดี๋ยวก็หาเรื่องเข้าห้าง แล้วก็หิ้วอะไรออกมา

ฮื่อ..

คำรามเบาๆในลำคอโดยที่สายตาไม่ได้ละจากของตรงหน้า ท่าทางที่ดูไม่สนใจโลกของเขาทำให้ดงแฮนึกหมั่นไส้จนต้องเดินอ้อมไปจับแก้มนิ่มๆบิดจนเจ้าคิมร็อตไวเลอร์ต้องสะบัดมือนิ่มๆออกแล้วหันมาขมวดคิ้วดุ แต่เรื่องอะไรชิสุจอมแสบอย่างลีดงแฮจะกลัว แค่เขาสนใจตัวเองมากกว่าก็รีบคว้าหนังสือเล่มใหญ่มาแล้วเอาแอบไว้ที่ด้านหลัง

เอามาคิบอมทำเสียงดุใส่ แต่เพราะร่างเล็กไม่ยอมให้เลยต้องลุกขึ้นมาประจันหน้า เอามานี่แป๋ว

ไม่

จะดื้ออะไรอีก

ก็นั่งกินอะไรให้มันดีๆแล้วค่อยอ่าน ..ชวนมาตีแบดไม่ได้ชวนมานั่งอ่านหนังสือสักหน่อย

ไม่สนใจจะฟังแถมยังยื่นแขนยาวๆมาแย่ง คนที่ยังเป็นต่อจึงรีบวิ่งอ้อมโต๊ะไปอีกฝั่ง ทำให้พ่อเสือยิ้มยากต้องก้าวเท้ายาวๆตามไป ซึ่งคุณหนูลีก็ยังไม่ยอมแพ้และวิ่งหนีอยู่แบบนั้นจนฮันแชยอนเริ่มจะเวียนหัว เพราะวิ่งอ้อมโต๊ะกันไปมา ซ้ำบางทีเจ้าคนที่ท่าทางจะเป็นลูกสะใภ้ก็วิ่งมาหลบที่ข้างตัวเพื่อจะใช้เป็นโล่กำบัง

ไอ้แป๋ว!!”

ไม่.. ไม่ให้!!”

วิ่งแจ้นหนีไปกลางสนามหน้า จากร็อตไวเลอร์เลยต้องแปลงร่างเป็นเสือชีต้ารีบวิ่งไล่ไปติดๆ ไอ้นิตยสารก็ไม่ได้อยากได้เท่าไหร่ แต่ที่วิ่งน่ะก็เพราะไม่อยากจะให้เจ้าตัวกะเปี๊ยกล้อเอาได้ว่าขี้แพ้

จะให้ดีๆมั๊ยแป๋ว

ไม่

รายนี้ก็ไม่ได้อยากได้หนังสือหรอก แต่ยั่วแบบนี้แล้วเห็นคนรักยิ้มและลุกขึ้นมาทำตัวเป็นเด็กๆบ้างมันก็มีความสุขดี เขาชอบเห็นคิบอมในมุมที่ไม่ใช่การนั่งปั้นหน้าเฉยทำตัวเหมือนเป็นรูปปั้น หรือตีหน้าโหดข่มขวัญใคร รอยยิ้มสดใสของดงแฮแสดงให้เห็นว่าเขามีความสุขมากแค่ไหนในเวลานี้ วิ่งหนีไปก็หัวเราะอวดฟันขาวไป เสียงใสๆที่เปล่งไปทั่วสนามหน้าดึงให้คิมแทยางที่เพิ่งจะกลับมาต้องรีบหันหน้าไปมอง

อึ้งไปเล็กน้อยที่เห็นลูกชายคนเล็กกำลังวิ่งไล่จับอยู่กับว่าที่ลูกสะใภ้ที่เป็นผู้ชาย นานแล้วที่ไม่ได้เห็นคิบอมทำอะไรแบบนี้ ท่านประธานใหญ่หยุดยืนมองทั้งที่ตอนแรกตั้งท่าว่าจะขึ้นไปทำงานต่อข้างบนบ้าน แต่ตอนนี้เขากลับไม่อยากก้าวขาไปไหนเพราะกลิ่นไอแห่งความสุขกำลังคืบคลานเข้ามา

ไม่รอดแล้วล่ะแป๋ว!!”

ครู่เดียวตัวเล็กๆที่สวมเสื้อโปโลสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีเทาก็โดนรวบตัวอุ้มลอยจากพื้นขึ้นไปพาดไหล่หนา ฝ่ามือคุณชายคิมตบเข้าที่ก้นนิ่มๆเสียเต็มรัก หมั่นเขี้ยวจนอยากจะจับจูบเสียให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าไม่ติดว่ามีมารดานั่งมองอยู่ก็ไม่เหลือรอดแล้วล่ะ

นี่แน่ะ ..ดื้อนักตบเข้าอีกทีให้ร่างเล็กทั้งดิ้น ทั้งร้องโวย

ขาขาวขยับไปพร้อมกับนิตยสารในมือที่ฟาดเปาๆลงที่กลางหลัง แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทำให้สะท้านสะเทือน

อ๊าก .. ไอ้โหด~ ปล่อยนะเว้ย!!!”

อยากให้ปล่อยใช่มั๊ย

อื้อ~ ปล่อย

ได้ยินเขาร้องเสียงรั้นก็จ้ำอ้าวไปที่บ่อน้ำเล็กๆที่ใช้เลี้ยงปลาคาร์ฟตรงสวนที่จัดอยู่ใกล้ๆ พอทำท่าจะปล่อยเจ้าเด็กตาใสลงไปจริงๆ ดงแฮก็ร้องโวยวายขึ้นมาอีก ซ้ำยังเกาะไหล่หนาเอาไว้เสียแน่นยิ่งกว่าลูกลิงเกาะแม่

อยากให้ปล่อยไม่ใช่เหรอ ..แล้วนี่จะเกาะทำไม

ไม่เอา~ ไม่ลงน้ำ!!”

แต่นายบอกให้ปล่อยนี่

ไม่ได้บอกให้ปล่อยตรงไหนนี่นา~” จากรั้นๆก็เปลี่ยนใจมาอ้อนเสียงหวาน โหดอ๊ะ~ คุณป้า .. มักเน่ของคุณป้าแกล้งผมอ่ะ คุณป้าช่วยดงแฮด้วย!!”

ผู้ชมรุ่นใหญ่ที่นั่งจิบน้ำเย็นๆดูเอาแต่หัวเราะ เห็นลูกชายแกล้งลูกสะใภ้ก็ยิ่งชอบใจใหญ่ แม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องของเด็กและคิบอมคงไม่ทำอะไรแต่เมื่อโดนอ้อนมาก็อดใจอ่อนไม่ได้

คิบอม ..อย่าแกล้งดงแฮนักสิลูก

ไม่ฮะ .. ดื้อนักก็ต้องโดนบ้างหันไปยิ้มใส่มารดาแล้วรีบหันมาแกล้งดุเจ้าเด็กหน้าหวานที่ตอนนี้พยายามทำตาใสๆ อ้อนอยู่ หาพวกเหรอแป๋ว ..ริอ่านคิดดึงออมม่าคนอื่นไปเป็นพวกเหรอ

ถ้าใช่แล้วจะทำไมเรียวปากกระจับยกขึ้นพร้อมกับเชิดหน้าอย่างท้าทาย ชั้นน่ารัก ผู้ใหญ่ก็ต้องเอ็นดูเป็นธรรมดา

หลงตัวเอง

ตัวเองก็หลงเค้า ^ ^”

ย้อนคืนหน้าระรื่น พอเห็นว่าคิบอมไม่ได้พาไปยืนที่ขอบบ่อก็ค่อยๆไถลตัวเองลงมาแล้วเกาะไหล่แกร่งเอาไว้อย่างไม่ประมาท ได้ที่เรียบร้อยก็ซบที่อกกว้างพลางขยับศีรษะถูเบาๆราวกับเป็นลูกแมวน้อย อาศัยที่คิบอมตัวใหญ่และยืนบังร่างตนจนแทบมิด ทำอะไรผู้ใหญ่ก็คงจะมองไม่เห็นแน่

โหดจะแกล้งแป๋วจริงๆเหรอ~” ลากเสียงหวานส่งไปพร้อมกับสายตาแสนอ้อน ไม่กลัวแป๋วเปียกเหรอ แป๋วใส่รองเท้าผ้าใบด้วยน๊า .. ชุดก็ขาวๆ

คิบอมยังตีหน้านิ่งมองกลับมาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ทั้งที่นึกขำและอยากจะกอดตัวนิ่มๆนี้ให้แน่นเพราะท่าทางอ้อนๆที่กำลังยั่วอยู่ตรงหน้า ถึงดงแฮจะพยายามทำท่าเพื่อขอความเห็นใจ แต่ดูยังไงมันก็เว้าวอนให้คืนนี้ไม่น่าจะรอดเงื้อมมือของคนที่พยายามจะหักห้ามใจไม่ให้ทำอะไรที่ไม่ควรบ่อยๆให้ต้องกลืนน้ำลายตัวเองอีกครั้ง

ก็บอกตัวเองแล้วว่าจะรอ ..จะไม่ทำอะไรเขาอีกจนกว่าจะอายุครบ 18 ปี .. แต่ดูทำเข้าสิ -*-

เมื่อเห็นว่าเขายังไม่ยอมปล่อยก็รีบงัดลูกไม้มาใช้อีก เสียงหวานกระซิบเบาๆ ยืนกระหนุงกระหนิงเงียบๆ หากมองจากมุมไกลก็แทบจะไม่เห็นกริยาของดงแฮเลยสักนิดว่างัดไม้ไหนมาอ้อนบ้าง

โหด!~ อย่าแกล้งเมียสิ

ได้ยินเขาแทนตัวเองว่า เมีย ก็อมยิ้มอารมณ์ดี แม้สีหน้าจะยังไม่ต่างจากเดิมมากแต่ในใจกลับลิงโลดไปแล้ว ชอบจริงๆคำนี้ และที่ชอบมากๆก็ตอนที่ดงแฮแทนตัวเองด้วยคำนี้นี่แหละ

สายตาเจ้าชู้ตวัดมองกวาดทั่วดวงหน้าสวย เก็บทุกรายละเอียดบนแก้มขาวใส แม้จะมีสิวนิดหน่อยแต่มันก็ไม่ทำให้ทัศนียภาพสวยๆงามๆหม่นหมองลง คิบอมกระตุกยิ้มอีกสักรอบที่มุมปาก จากนั้นวงแขนที่รัดร่างบางเอาไว้ก็คลายออกและล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนที่จะหันหลังให้

ปล่อยก็ได้

คำพูดที่ดูเหมือนจะใจอ่อนทำให้คุณหนูลีฉีกยิ้มดีใจที่อ้อนได้ผล แต่แค่ไม่กี่วินาทีก็ต้องหน้าแดงยืนนิ่งเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาบอก

แต่คืนนี้อย่าหวังว่าจะรอด

 

 

 

 

----------------------------- SHARP -------------------------------

 

 

 

 

คนอื่นๆอาจจะตกอยู่ในห้วงความกังวลที่มากมาย หรือไม่ก็ยังพ่วงความอึดอัดใจไปไหนมาไหนด้วย แต่ในเวลานี้ฮีชอลได้สลัดทุกสิ่งมานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์และเปิดเว็บแคมมองหน้าใครบางคนที่อยู่แสนไกล อีกแค่ไม่กี่วันฮันกยองก็จะกลับมาแล้ว และเขาก็ใจจดใจจ่อรอให้ถึงวันนั้นอยู่ทุกลมหายใจโดยที่ไม่รู้ตัว

ปลายนิ้วเคาะโต้ตอบกันเป็นระยะ ใบหน้าหวานอมยิ้มเขินในทุกครั้งที่ได้ยินเสียงหนาเอ่ยข้ามทวีปมาและก็ผ่านลำโพงตรงหน้าในถ้อยคำที่ทำให้เป็นสุข

เทคโนโลยีมันก็ดีแบบนี้ล่ะนะ ^ ^

หน้าจอปรากฏใบหน้าหล่อเหลาที่มีเค้าความเหนื่อยล้าจากแคมป์ที่ต้องเข้า ด้านหลังของฮันกยองเป็นผนังห้องที่มองดูก็รู้ว่าเขานั่งบนที่นอนแล้วเอนหลังพิงมันเอาไว้ สีหน้าที่ดูง่วงๆ เพราะดวงตาเรียวหรี่ปรือมันตลกอยู่พอสมควร แต่เพราะเป็นตัวเองที่ไม่ยอมให้เขาได้นอนจึงต้องสงบปากสงบคำไม่ว่าอะไร

ไปทำอะไรมา ทำไมมันถึงได้ดูแย่ขนาดนี้นั่งมองอยู่นานก็อดที่จะสงสัยไม่ได้

คล้ายๆว่าการเดินทางของเสียงจะดีเลย์สักเล็กน้อยเพราะอีกฝ่ายนั่งกลอกลูกตาดำไปมา และตวัดสายตามามองดูหน้าจอก็ตอนที่เขาเอ่ยออกไปแล้วสักสองวินาที

ก็แค่กิจกรรมเอาท์ดอร์แหละ แต่เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย พอตื่นเช้าแล้วไม่ได้พักเลยก็แบบนี้แหละยอโบ

น่าสงสารถึงปากจะพูดแบบนี้แต่น้ำเสียงกลับคล้ายจะแซวอยู่ในตัว ง่วงแบบนี้ ..ถ้าไม่ได้นอนนี่ตีนกาจะขึ้นอีกกี่รอย หน้านายจะแก่กว่าเดิมมั๊ย

แก่ก็ดีลากเสียงต่ำพลางยิ้มในหน้า จะได้ทำหน้าดุๆ ดูน่าเกรงขามเวลาใครมาจีบยอโบไง

คนเค้าจีบชั้น ..นายมายุ่งอะไรด้วยล่ะ

อะไร ..แฟนกันก็ต้องหวงกันสิ

ชั้นเป็นแฟนนายเหรอ?”

โดนย้อนกวนๆกลับมาก็หน้ามุ่ย แต่จะว่าไปแล้วก็ใช่ว่าฮีชอลจะตอบตกลงอย่างเป็นทางการ มันเหมือนการตกลงที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจตรงกันเสียมากกว่า เพราะถ้าจะให้แน่ใจจริงๆว่าคบกันในฐานะแฟนก็คงจะต้องลุ้นดูแหวนที่นิ้วเมื่อตอนกลับไป

ร่างหนาเบ้ปากงอนๆใส่พลางยกแล็บท็อปออกจากตักเพื่อวางลงบนพื้นเตียง จากนั้นก็เปลี่ยนมานอนคว่ำเอาคางเกยหมอนใบใหญ่ ทำท่าเหมือนว่าจะหาเรื่องหลับไม่มีผิด

ตอนผมถาม ..ยอโบก็ตอบว่า อื้อ แล้วนี่นา

แต่ชั้นไม่ได้บอกว่าตกลง หรือว่าโอเคอะไรกับนายเลยนะแกล้งทำลอยหน้าลอยตาไม่รู้ไม่ชี้ ได้เห็นคนงอนมันก็น่ารักดีเหมือนกัน

อะไรกัน ..จะกลับคำเหรอ

กลับคำอะไร ..ชั้นยังไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย

หลอกให้ผมดีใจเหรอตัดพ้อกลับมาด้วยเสียอู้อี้ มือหนาเอื้อมคว้าหมอนข้างมากอดเอาไว้และขยับเจ้าเครื่องมือสื่อสารอีกครั้งเพื่อที่จะปรับท่านอนเสียใหม่

อยากเป็นแฟนกับชั้นขนาดนั้นเชียว?”

นี่จะกวนผมใช่มั๊ยย้อนถามตรงไปตรงมา ผมเหนื่อยแล้วนะยอโบ ..อยากกลับไปกอด .. อยากจูบ อยากหอมแก้ม อยากจะเป็นเจ้าของคุณนะ ..อย่าแกล้งกันนักสิ

เห็นเขาทำท่างอแงก็หัวเราะอารมณ์ดี แต่ก็ยังไม่วายหาเรื่องว่าต่อ อย่ามาหื่นกับชั้นนะไอ้เด็กหน้าแก่

ช่วยไม่ได้อ่ะ ..คิดไปแล้ว

ตากลมขยายขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำเป็นโมโหใส่ทั้งที่ใจเขินจะแย่ คิดอะไร .. นายคิดอะไรของนาย

คิดแบบนั้นแหละจากที่ทำท่าง่วงก็พลันส่งสายตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่มไปให้ หึ หึ ..จะให้ผมคิดแบบไหนได้อีกล่ะ นูนาคนสวยออกจะน่ารักขนาดนี้

ลามกหรือเปล่าเนี่ย!!”

ในเมื่ออีกฝ่ายแกล้งมา ลูกชายคุณหมอก็แกล้งกลับ สายตาที่ไม่น่าไว้วางใจตวัดมองที่คอขาวๆก่อนจะลากไปยังหน้าอกที่พอจะมองเห็นอยู่เล็กน้อย พอจะทำให้โดนเขาด่าเล่นๆ

ก็นิดหน่อย ..เอาน่า ตามประสาผู้ชาย

ชั้นตกเป็นเหยื่ออารมณ์นายกี่รอบแล้วเนี่ยประชดใส่ตาขวางๆ

ซึ่งมันก็เข้าทางคนที่จ้องจะกวนคืน ต้องถามว่าวันละกี่รอบมากกว่านะ ฮ่าๆๆๆๆ

ไอ้บ้า!!!”

คนที่บอกว่าตัวเองแมนนักแมนหน้าหน้าแดงหลบสายตาที่ฉาบแววร้ายๆในจอแล้วทำหน้างอใส่ ฮีชอลหยุดคิดสักเล็กน้อย พอทบทวนได้ว่าตัวเองไม่ควรจะเขินอายก็ขยับคิ้วตีหน้าเข้มแล้วหลิ่วตามองกล้องด้วยสีหน้ากวนๆ

ทะลึ่งกับชั้นมากๆ ..กลับมาเดี๋ยวจะโดน

ฮันกยองถึงกับต้องกลั้นหัวเราะเอาไว้เพราะท่าทางที่เห็นนั้นมันชวนสำลักน้ำลายตายเสียจริง ไม่เข้าใจว่าพูดออกมาได้อย่างไร เพราะแบบนี้มีหวังให้ได้เป็นฝ่ายโดนจัดการเสียมากกว่า แต่ในเมื่อไม่รู้ตัวแบบนี้มันก็น่าสนุกดีถ้าคิดจะแกล้ง

อยากโดนอ่ะ ..ยอโบจะทำอะไรผมเหรอ

“-//////-“

ผมยอมให้ทำทุกอย่างเลยนะเสียงต่ำแกล้งหยอดต่อ สายตาวิบวับแสนเจ้าชู้ยังทำหน้าที่ไม่ลดละ อยากกลับเกาหลีแล้วสิเนี่ย ..หึ หึ

นาย.. ทำไมไม่รู้จักหัดอายซะบ้างร้องว่าทั้งที่หน้าแดงก่ำ ริมฝีปากบางเม้มแน่น พยายามทำใจไม่ให้ตื่นเต้นหรืออายมากไปกว่านี้ ถ้าชั้นทำจริงน่ะ.. นาย.. นายไม่กล้าพูดอย่างนี้หรอก

เหรอ???”

เอออ่ะดิ่แก้มขาวที่แต้มสีระเรื่อช่างน่ารัก ท่าทางเขินๆแบบขาดๆเกินๆมันก็ดูเพลินดี อย่าท้านะ ..ไม่งั้นน่ะนาย ..นายเสร็จชั้นแน่!!!”

พ่อนักเรียนทุนยิ้มกริ่มขึ้นมาทันตา ใบหน้าหล่อกวาดสายตาจับจ้องหน้าจอตรงหน้าอย่างจงใจ มองตั้งแต่ริมฝีปาก ไหปลาร้า ลามลงมาจนถึงอกขาวๆที่ลอดผ่านคอเสื้อ เล่นเอาคนถูกมองร้อนวาบจนต้องเอื้อมมือไปจับผ้านิ่มๆตรงอกตัวเองเอาไว้

แต่มันก็ยิ่งร้อนหนักเมื่ออีกฝ่ายกดแป้นพิมพ์ให้หน้าต่าง MSN เด้งขึ้นมา

อยากเสร็จอยู่เหมือนกันนะ

 

  

----------------------------- SHARP -------------------------------

 

 

 วันนี้เป็นวันที่ถือว่าค่อนข้างวุ่นวายและสร้างความสับสนมากมายให้กับลีฮยอกแจ อาจเพราะว่าช่วงนี้ซองมินหมั่นเข้ามายุให้เขาทำคะแนนกับซีวอนบ่อยๆก็เป็นได้ ที่ทำให้คนไร้ความมั่นใจในตัวเองอย่างเขาเริ่มลังเลกับสิ่งที่หัวใจเรียกร้องขึ้นมา

อันที่จริงซีวอนก็ไม่ได้อยู่สูงเกินที่จะเอื้อมคว้านัก เขาเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่ง แต่อาจเพราะที่ผ่านมานั้นคนรอบตัวต่างมองว่าพวกเขาคือคนพิเศษ มันจึงทำให้มีช่องว่างก่อตัวคั่นกลางในความรู้สึก ให้เหมือนว่าพวกเขาเป็นคนที่ไม่มีใครจะเข้าถึงได้อย่างแท้จริง

แต่ตั้งแต่มีลีดงแฮเข้ามา .. ความเป็นจริงก็ปรากฏให้เห็น ว่าซีวอนไม่ใช่เทพบุตรที่เกินเอื้อมแตะ แต่เป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่มีความรัก ความทุกข์ ความเศร้าโศกเสียใจ และความรู้สึกหวงแหน อย่างที่คนทั่วไปมี จากที่ไม่เคยเห็นเขาตกหลุมรักใครถึงขั้นที่จะละทิ้งมาดของตัวเองที่รักษามานานนับสิบปีได้ก็เพิ่งจะเห็นมันคราวนี้

ยอมรับว่าลึกๆแล้วอิจฉาดงแฮอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อมองตามจริงแล้วในเมื่อเขาไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้เป็นฝ่ายเรียกร้องอะไรจากซีวอน มีแต่คนตัวใหญ่ทั้งนั้นที่ให้ทุกอย่างไปเอง ให้ทั้งความสนใจ ความใส่ใจ และความห่วงใย  แล้วแบบนั้นหากเขาเกลียดดงแฮไปและหลงหน้ามืดตามัวกับความอิจฉาจนลงมือทำร้ายอย่างที่คนอื่นๆทำ มันก็คงจะเป็นตราบาปในหัวใจไปชั่วชีวิต

ถึงเขาจะไม่กล้าพูดว่าตัวเองเป็นคนดี แต่สำนึกผิดชอบชั่วดีก็ยังคอยย้ำเตือนใจอยู่เสมอ ว่าไม่ควรทำร้ายใครเพียงเพราะไฟริษยา หากว่าไม่รู้จักควบคุมตัวและใจเอาไว้ สักวันไฟเหล่านั้นคงจะย้อนมาลุกท่วมจนทั้งตัวและใจมอดไหม้ไปเอง

ความเงียบสงบของมุมหนึ่งในร้านกาแฟช่วยให้มีเวลาได้ปล่อยอารมณ์และหัวใจให้ล่องลอยไปเรื่อยเปื่อย แม้จะยังสับสนและลังเลอยู่บ้าง แต่ใจของเขาก็เอนเอียงไปทางเดิม คือเลือกที่จะปล่อยระยะห่างของตนกับซีวอนเอาไว้แบบนี้ เพราะคิดดูแล้วเหมือนว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้มากกว่าเพื่อนเลยสักนิด หากซีวอนคิดจะมองเขาบ้าง ก็คงจะแสดงออกไปนานแล้ว ไม่ใช่มองข้ามไปข้ามมาจนกระทั่งมีใครมาคว้าหัวใจไปก่อนแบบนี้

ฮยอกแจนั่งคนชามะนาวที่สั่งมาทานกับเบเกิลเพื่อรองท้องด้วยอารมณ์ที่เหม่อลอย ซองมินก็ยุตั้งแต่เช้าจนเย็น ขนาดบอกว่าเขาไม่คิดจะทำอะไรก็ยังไม่ละความพยายามที่จะให้เขาลองสารภาพรักกับซีวอนสักครั้ง แต่จากการสังเกตการณ์แล้วก็คงจะยาก เพราะคนที่ยังรักคนอื่นแบบนั้น ต่อให้หันมามอง ก็คงจะได้มาเพียงสายตาที่ว่างเปล่า ไร้ความรู้สึกใดๆ และต่อให้ซีวอนเป็นสุภาพบุรุษเพียงใดเขาก็มั่นใจว่าจะไม่ตอบรับไมตรีเพียงเพราะความเกรงใจหรือแค่อยากหาที่พึ่งพิงทางใจอย่างแน่นอน เพราะซีวอนอาจจะอ่อนแอในยามนี้ แต่เขาก็เข้มแข็งและเด็ดขาดพอที่จะไม่ตัดสินใจทำอะไรโง่ๆด้วยอารมณ์ชั่ววูบแน่

นั่งเงียบอยู่สักครู่ ความเงียบที่มีอยู่ก็ถูกก่อกวนเมื่อคนในคดีวันนี้เดินมาหยุดตรงหน้า จางแจฮยอกยืนมองคนที่ชื่อละม้ายคล้ายตนเองอยู่สักครู่จนกระทั่งฮยอกแจเงยหน้าขึ้นมามองจึงได้ลากเก้าอี้ออกมานั่ง

ดวงตาเรียวเหลือบมองแต่ก็ไม่ได้คิดจะสนใจนัก ปกติก็ใช่ว่าจะคุยกันบ่อย แต่รู้จักกันผิวเผินตามประสาเด็กที่เคยทำกิจกรรมร่วมกันเท่านั้น เพราะตัวเขาเองก็คอยช่วยงานซีวอนอยู่เนืองๆ ส่วนอีกฝ่ายนั้นก็มีตำแหน่งในชมรมใหญ่ของโรงเรียน

มานั่งชิวอยู่แบบนี้นี่ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง ฝ่ายที่เพิ่งมาเอ่ยเบาๆพอที่จะได้ยินกันสองคน

ซึ่งคนถูกถามก็ส่ายหน้าตอบด้วยอารมณ์ที่ไม่ได้ต่างจากเดิมนัก แล้วจะให้รู้สึกอะไร

นายชอบท่านซีวอนไม่ใช่เหรอ

ตวัดสายตาไปจ้องมองเล็กน้อยพลางตั้งคำถามขึ้นมาในหัว ว่าที่ผ่านมาตนแสดงออกมาขนาดนั้นเลยหรือว่าคิดอะไรกับคนตัวใหญ่ ทำไมใครๆจึงได้มุ่งประเด็นเจาะจงมาคุยในเรื่องนี้กับตนนัก ซึ่งหากเป็นซองมินก็คงจะไม่แปลก แต่นี่เป็นจางแจฮยอกที่เพิ่งจะมีเรื่องไปเมื่อช่วงกลางวัน สถานการณ์และความรู้สึกมันจึงต่างกันอย่างลิบลับ

นายไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง ที่คนที่นายรักถูกปฏิบัติอย่างกับเขาไม่มีค่า .. ลีดงแฮน่ะหลอกให้ท่านซีวอนรัก ให้ความหวังตั้งมากมาย สุดท้ายก็เขี่ยทิ้งไปแล้วก็ทำร้ายโดยการคบคนใกล้ตัวอย่างท่านคิบอม

มันช่างเป็นคำพูดที่ดูจะเห็นอกเห็นใจแต่น่าฟังแล้วมันน่าเบื่อยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น เพราะสุดท้ายมันก็จบลงที่คิบอมและดงแฮ ประเด็นหลักของเรื่องราวคืออะไร ก็แค่อิจฉาลีดงแฮที่ได้รับความสนใจจาก 4E อิจฉาที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ และเป็นผู้ที่ได้ดวงใจของชเวซีวอนกับคิมคิบอมไป .. ก็แค่นั้น

ลีดงแฮนิสัยไม่ดี ใครๆก็พูดกัน .. เด็กไมอาเองก็ไม่ชอบ เห็นว่าชอบอ่อยให้ใครหัวปั่น ตอนนั้นก็มยองแจอุค .. คนๆนี้น่ะน่ากลัวกว่าที่นายคิดนะลีฮยอกแจ มันใช้หน้าตาใสซื่อ ทำตัวน่าปกป้อง เพื่อเข้ามาหา 4E ..ตะเกียกตะกายจนทำให้ท่านซีวอนกับท่านคิบอมหลงชอบ คนเลวๆแบบนี้นายคิดว่ามันควรได้รับสิ่งดีๆจากคนที่เรารักเหรอ

นายคิดว่าสี่คนนั้นโง่เง่าขนาดที่จะแยกแยะไม่ได้หรือดูคนไม่ออกเลยเหรอ .. ทำไมนายไม่มองอีกมุมบ้าง ว่าที่นายเห็นกับตาน่ะดงแฮเคยทำร้ายใครหรือเปล่า และการที่สี่คนนั้นไม่หันมามองเราน่ะเพราะอะไร ร่างผอมที่ยังดูจะตัวใหญ่กว่าคนที่สนทนาด้วยเอ่ยอย่างหมดความอดกลั้น เขาอิจฉาดงแฮในบางครั้งก็จริง แต่ก็ไม่ได้หน้ามืดตามัวมองคนที่ตนอิจฉาว่าชั่วช้าเลวทรามจนต้องตามล้างทำลายแบบนี้

เมื่อจางแจฮยอกนิ่งอึ้งไป ฮยอกแจก็ลดน้ำเสียงลงให้อยู่ในระดับปกติแล้วเอ่ยต่อ ฉันไม่คิดจะเอาตัวเองไปเทียบกับดงแฮเพราะฉันยังพยายามไม่พอ .. นายเองก็เหมือนกันนะ ที่คิบอมไม่หันมามองเพราะอะไร นายอาจจะคิดว่านายทำทุกอย่างอย่างเต็มที่แล้วแต่เขามองไม่เห็น แต่หัวใจคนเรา ความรู้สึกคนเราน่ะ มันห้ามกันไม่ได้หรอกนะ อยากจะรักใคร อยากจะชอบใคร อยากจะสนใจใคร เจ้าตัวต่างหากที่เป็นคนเลือก .. ไม่ใช่คนที่ได้รับสิ่งเหล่านั้นเป็นคนกำหนด

...

ดงแฮสั่งให้คิบอมกับซีวอนมาสนใจได้เหรอ ... ถ้าสองคนนั้นไม่คิดจะมีใจ ต่อให้เขาพยายามแทบตายก็ไม่มีวันได้รับการตอบสนองหรอกนะ

...

ฉันถามนายกลับว่าดงแฮทำอะไรผิด ถ้าตัดเรื่องคิบอม ซีวอน และ 4E ออกไป เค้าจะยังมีความผิดติดตัวหรือเปล่า และการที่นายบอกว่าเด็กไมอาไม่ชอบเค้า นายเดินไปถามเด็กไมอาทุกคนหรือยัง ถ้ายัง.. นายก็ไม่ควรที่จะพาดพิงส่วนรวมนะ และฉันอยากจะบอกนายสักอย่าง .. ว่าก่อนที่นายจะกล่าวหาใครว่าดีหรือไม่ดี นายดูตัวเองก่อนเถอะ ว่าสิ่งที่นายเป็นอยู่มันดีพอที่จะว่าคนอื่นหรือยัง

จางแจฮยอกถึงกับหน้าชากับคำพูดที่ฮยอกแจเอ่ยออกมาตรงๆ น้ำเสียงราบเรียบที่ไม่ได้บ่งบอกว่าตำหนิหรือว่ากล่าวยังก้องอยู่ในหู สีหน้านิ่งเฉยและแววตาที่ใสซื่อจับจ้องอยู่หลายวินาทีจึงค่อยกลอกไปมองที่แก้วชามะนาวในมือและยกขึ้นมาดูดเบาๆ

ความรักที่ส่งไปน่ะมันอาจจะไม่ได้รับการตอบสนองเสมอหรอกนะ .. คนเราทุกคนไม่สามารถที่จะตอบสนองสิ่งที่คนอื่นต้องการจากเราได้ทุกเรื่อง เราควรจะเผื่อใจกับเรื่องที่เราอาจจะพลาดมันไปบ้าง

ร่างที่เล็กกว่าแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ มันอาจจะไม่ใช่คำพูดที่กระแทกจิตใจให้บาดเลือดซิบอย่างที่ดงแฮทำเมื่อตอนกลางวัน แต่มันก็จุกพอที่จะทำให้แทบกระอักได้ไม่น้อย เพราะตอนที่ดงแฮว่านั้นเขาเองก็โมโหเนื่องด้วยเจ้าคนหน้าหวานนั่นใส่อารมณ์โกรธเข้าไปด้วย อีกทั้งยังเป็นคู่อริจึงมีแต่ความเจ็บแค้นที่โต้ตอบอยู่ในใจเงียบๆ แต่นี่คือลีฮยอกแจที่อยู่ในสถานะใกล้เคียงกันที่พูดในสิ่งที่บางทีเขาก็อาจจะลืมคิดไป

ชั้นไม่รู้หรอกนะว่านายไปได้ยินใครพูดอะไรมา แต่บางครั้งใช้หัวใจที่ปราศจากอคติและแรงริษยาตัดสินบ้างก็ดี ..แบกรับมันไว้ทั้งหมด คนที่ทรมานก็คือนายเอง นายทำร้ายดงแฮไป คิบอมก็ไม่หันมามองนาย นายก็น่าจะรู้ตัวดี .. นั่นคือเหตุผลที่ชั้นไม่คิดจะทำอะไร เพราะถ้าซีวอนจะมองชั้น เค้าก็คงมองไปตั้งแต่ที่ยังไม่มีดงแฮเข้ามาแล้ว

นายคิดแบบนั้นจริงๆเหรอ ไม่อยากจะเชื่อ ใบหน้าที่มีรอยช้ำเล็กน้อยซึ่งเกิดจากแรงปะทะเมื่อกลางวันหันมาสบสายตานิ่ง สงสัยจริงๆว่าลีฮยอกแจแค่พูดให้ดูดีหรือว่าในหัวเขามีความคิดแบบนี้อยู่จริง

แล้วชั้นจะต้องมานั่งโกหกนายทำไม ถอนหายใจอีกครั้ง อารมณ์ที่ทั้งเบื่อ ทั้งเหนื่อย กำลังปกคลุมและกัดกินความรู้สึกจนแทบไม่เหลือพื้นที่ใดๆแล้ว เพราะ 4E คือ 4E ที่คนในวินเซอร์รูฟขีดเส้นไว้ว่าคือคนพิเศษ ทั้งที่เจ้าตัวก็ไม่เคยแสดงว่าพวกเขาแตะต้องไม่ได้ .. มันเพราะพวกเราต่างหากที่ขีดเส้นบางๆด้วยความรู้สึกเอาไว้ว่าทุกคนเข้าใกล้เขาได้แค่นี้ แต่พอมีใครคนอื่นที่ก้าวข้ามเส้นที่เราขีดเอาไว้และใกล้ชิดเขามากกว่าที่เราๆมองว่าเหมาะสม มันเลยทำให้คนๆนั้นเป็นเหมือนแกะดำมากกว่า

ดวงตาเรียวกลอกไปมาใต้กรอบแว่นอันเล็ก จางแจฮยอกปล่อยความคิดให้สร้างมโนภาพตามที่คนข้างๆเอ่ยแม้จะยังค้านอยู่บ้าง แต่คิดดูแล้วมันก็เหมือนจะเป็นจริงตามนั้น ตั้งแต่ที่จำได้ก็คล้ายกับว่าคนรอบข้างต่างปฏิบัติกับคยูฮยอน คิบอม และซีวอน ราวกับเป็นคนพิเศษ นั่นอาจเพราะสามคนนั้นจับกลุ่มเล่นด้วยกัน และไม่มีใครกล้าเข้าไปเล่นด้วย เมื่อเวลาผ่านไป วงล้อมบางๆที่ตีกรอบพวกเขาเอาไว้ก็ยิ่งเด่นชัดในความรู้สึกของคนรอบข้าง จนกลายเป็นสิ่งที่ทำให้นักเรียนวินเซอร์รูฟโดยทั่วไปคิดกันเอาเอง

เหมือนกำแพงบางๆ ที่แฟนคลับทุกคนของ 4E สร้างเอาไว้ และก็ไม่มีใครกล้าจะก้าวข้ามมันเข้าไปเพื่อให้ได้ใกล้ชิดทั้งสี่คนให้มากขึ้น .. ทั้งๆที่ความจริงอาจจะทำได้แต่ไม่มีใครทำ ซึ่งเมื่อย้อนกลับมาคิดดูแล้ว ที่ตัวเขาเองไม่คิดจะทำ ก็เพราะไม่อยากจะให้คนรอบข้างมองเป็นตัวประหลาดน่ารังเกียจที่ไม่เจียมเนื้อเจียมตัว .. โดยที่ก็ไม่รู้ว่าหากทำจริงๆแล้วผลตอบกลับมาจะเลวร้ายอย่างที่คิดเอาไว้หรือเปล่า

แต่สิ่งเหล่านี้ ... ลีดงแฮอาจไม่รู้ .. ไม่รู้ว่ากำลังก้าวเข้าไปอยู่ในที่ที่แฟนคลับ 4E หวงแหนและไม่ต้องการให้ใครได้ไป

ต่างคนต่างนิ่งเงียบ ฮยอกแจนั่งสนใจกับอาหารบนโต๊ะมากกว่าที่จะเอ่ยอะไรอีก เพราะบางทีการให้เวลาช่วยทบทวนสิ่งที่เกิดมันอาจจะดีที่สุด คนบางคนหากยิ่งพูดก็จะยิ่งต่อต้าน แม้ว่าจะรู้ทั้งรู้ว่าตัวเองเป็นคนผิด

ก็แค่ไม่อยากยอมรับว่าผิด .. ไม่อยากโดนตราหน้าว่าสิ่งที่คิดว่าดีนั้นมันพลาด .. เลยต้องแสร้งทำเป็นต่อต้านและดันทุรังต่อไปก็เท่านั้น

แจฮยอกหันหน้าไปมองที่ด้านนอกร้าน กระจกบางใสที่กั้นเอาไว้นั้นไม่ได้บดบังทัศนียภาพทั่วไปของกรุงโซล วันนี้เขาต้องอับอาย ต้องโดนพักการเรียน และมีจดหมายถึงผู้ปกครอง มันเป็นเหมือนความด่างพร้อยในชีวิตของเด็กที่ประวัติดีมาตลอด ... วินาทีแรกเขาโทษว่ามันคือความผิดของลีดงแฮ แต่ในวินาทีนี้เขากลับรู้สึกว่ามันเพราะความโง่เง่าของตัวเองที่หลงเชื่อคำยุยงของยองซันจนไร้สติไตร่ตรองถึงผลที่จะตามมามากกว่า

มีอยู่หนึ่งอย่างที่เขาคิดไม่ผิด คือ คิบอมเด็ดขาดและใจร้าย .. วันนี้เขาทำให้เห็นแล้วว่าผลตอบแทนของคนที่ทำร้ายคนสำคัญของเขาเป็นเช่นไร .. สายตาที่เย็นชา รอยยิ้มร้ายๆที่กระตุกใส่อย่างซาตาน มันทำให้รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวเกินบรรยาย ... บางครั้งการอยู่นอกสายตาแบบเดิม มันก็อาจจะดีกว่าได้รับความรู้สึกที่เลวร้ายแบบนี้

ชั้นถามอะไรนายอย่างนึงได้มั๊ย?

ร่างขาวที่เคี้ยวเบเกิลตุ้ยๆรีบช้อนสายตาขึ้นมามองแล้วตอบทั้งที่ของในปากยังเต็มอยู่ อะไร

ท่านคิบอมกับลีดงแฮ.. มันนานแล้วหรือยัง

ไม่เข้าใจตัวเองว่าจะถามไปทำไมในเรื่องที่รับรู้ไปแล้วก็ปวดใจเอง สิ้นคำพูดก็ปวดหนึบในหัวใจ เฝ้ามองคนๆหนึ่งมาก็นานหลายปี ที่ผ่านมาอาจเพราะไม่มีใครกล้าเข้าไปตีสนิทชิดเชื้อกับคิบอมจึงไม่เคยจะเผื่อใจเอาไว้ว่าสักวันจะมีคนมาถือสิทธิ์เป็นเจ้าของหัวใจของผู้ชายคนนี้ .. ตลอดมาคิมคิบอมเป็นเหมือนของส่วนรวมที่บรรดาแฟนคลับคอยเฝ้ามองและไม่มีใครหน้าไหนคิดจะดึงรั้งเขามาเป็นของตน แต่วันนี้มันไม่ใช่แล้ว

เขาประกาศชัดเจนและได้ยินเต็มสองหูว่าลีดงแฮคือเจ้าของหัวใจ คือคนที่เขาใช้คำว่า แฟน

คนฟังนิ่งเล็กน้อย มือเรียวหยิบทิชชู่มาเช็ดรอบปากให้สะอาด รู้ดีว่าคำตอบอาจจะทำร้ายใจคนฟัง แต่เขาก็จำต้องตอบไปตามความจริง ก็นานแล้วนะ .. ตั้งแต่ต้นๆเทอมด้วยซ้ำ แต่ไม่มีใครเอะใจกันเอง

งั้นเหรอ ในหายวูบ รู้สึกเหมือนร่างของตัวเองกำลังลอยคว้างกลางอากาศไม่มีผิด นานขนาดนั้นเลยเหรอ

ก็ตั้งแต่ที่คนอื่นๆยังเห็นว่าซีวอนจีบดงแฮนั่นแหละ

อืม..

ครางตอบได้เพียงแค่นั้นเพราะมันเจ็บปวดจนยากจะอธิบายกับการมานั่งรับรู้เรื่องความรักของคนที่ตนเฝ้ามองมานาน เวลานี้เขาอาจจะยังทำใจไม่ได้ แต่หากเวลาผ่านไปอีกสักหน่อย บางทีอาจจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง

ชั้นก็ไม่ได้จะบอกว่าชั้นดีหรือว่าอยากจะเสนอหน้าไปสอนใครหรอกนะ .. แต่ชั้นว่านายปลงๆบ้างก็ดี เพราะยังไงตอนนี้คิบอมก็เลือกดงแฮไปแล้ว ทำอะไรไปก็มีแต่จะทำร้ายตัวเอง

ไร้เสียงตอบกลับมาแต่พยักหน้าด้วยแววตาที่เศร้าสร้อย จบสิ้นแล้วช่วงเวลาแห่งความฝัน ฝันว่าสักวันตนจะเป็นเหมือนนางเอกในนิยายที่พระเอกผู้เป็นที่หมายปองจะหันมามองเห็นและสะดุดใจจนนำราชรถมาเกยตรงหน้า .. เพราะความจริงมันก็เห็นอยู่ตำตาว่าซินเดอเรลลาที่เจ้าชายควบรถม้ามารับมันคือลีดงแฮ

แล้วนาย.. จะทำยังไงต่อ

ฮยอกแจถอนหายใจซ้ำอีกครั้งกับคำถามนี้ ปล่อยไปแบบนี้แหละ ต่อให้ทำอะไรตอนนี้ สิ่งที่ได้จากซีวอนก็คงไม่ใช่ความรัก ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ ได้ดูแล ได้ห่วงใย โดยที่ไม่โดนผลักไสไปไหนก็พอแล้วล่ะนะ

มันอาจเป็นทางเลือกเดียวที่มีในตอนนี้ เพราะต่อให้ตะเกียกตะกายเข้าไปหาก็คงจะไม่ได้รับอะไรตอบกลับมาแบบที่ต้องการ หลายปีที่ผ่านมาซีวอนไม่เคยมองใครเขาก็เห็น ร่างใหญ่ไม่ใช่คนที่หัวใจอ่อนไหวหรือทำใจชอบใครได้ง่ายๆแบบคยูฮยอนเขาก็รู้ .. แล้วถ้าเข้าไปตามตื้อในเวลานี้ มันก็น่าละอายเกินไปสำหรับคนที่กำลังอ่อนแอ

มันไม่บริสุทธิ์ใจ .. มันไม่ใช่ความห่วงใยที่มาจากใจจริง มันแค่การกระทำที่หวังผล

นายท่าทางจะปลงได้แล้ว

ฉันไม่ได้ปลง .. แต่ฉันไม่อยากสร้างภาระให้หัวใจตัวเองมากไปกว่านี้ต่างหาก

 หัวใจของนายจะเหลือที่เผื่อไว้ให้ตัวเองหรือให้ใครคนอื่นบ้างหรือเปล่าชั้นก็ไม่รู้ แต่ฉันแค่อยากจะอยู่ใกล้ๆคอยดูแลตอนนายไม่มีใครนะซีวอน ถึงนายจะไม่เคยมองเห็นหรือว่าอาจจะเห็นแต่ไม่เคยคิดจะตอบสนองกลับมาก็เถอะ .. ชั้นขอแค่ยื้อเวลาแห่งความสุขออกไปอีกสักหน่อย อย่างน้อยๆวันนี้มันก็ยังทำให้ชั้นยิ้มและมีความสุข

สุขอยู่ในโลกของตัวเอง

 

  

----------------------------- SHARP -------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk*

 -----------------------------------------------------------

แวะมาอัพหลังจากห่างหายไปนาน แต่หลังจากนี้จะมาอัพให้บ่อยเหมือนเดิมแล้วนะคะ  ^ ^

 

ส่วนคนที่พยายามทำอะไรบางอย่างกับหน้าฟิค ... ถ้าใครอยากได้เงินคืนก็รบกวนส่งเมลมาค่ะ ยินดีจะส่งคืนให้ค่ะ แค่ขอชื่อที่สั่งฟิคและรายละเอียดการโอนเงินค่ะ ... ไม่ต้องการพวกที่มากล่าวหากันลอยๆแล้วไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลอะไรของตัวเองว่าคือผู้เสียหายจริงหรือไม่

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #67096 PobarO (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 / 20:23
    ฮยอกบทแบบนี้ โครตคนดีเลย5555555555
    ขนาดไม่ปลงนะเนี่ย ถ้าปลงจะขนาดไหน55555
    #67,096
    0
  2. #66930 luknamalotte (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2556 / 00:46
    ฮาว่ะตอนนี้ 5555555 ชอบให้คยูกับเย่เถียงกันอ่ะ ตลกดี :)
    #66,930
    0
  3. #66845 แอ๋มแป๋ (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2555 / 10:43
    ฮยอกจิตใจเธอช่างบริสุทธิ์
    #66,845
    0
  4. #66719 ball_snow (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2555 / 22:32
    ย็อก หัวใจนายสวยมากกกกกกกกก
    บอกได้คำเดียวชอบคาเรคเตอร์
    ย็อกที่สุดแล้วเรื่องนี้ แบบชอบอ่ะ ๆๆ
    รักแบบห่างๆ ไม่เห็นแก่ตัว ดูแบบนางเอกง่ะ
    #66,719
    0
  5. #66611 P-ENT (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2555 / 16:11
    ด๊องแทนตัวเองว่าเมีย 

    อ้อนคิบอม

    น่ารักอ่ะ
    #66,611
    0
  6. #66319 KIHAE*129 (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 03:56
    คิเฮน่ารักจริงๆ

    #66,319
    0
  7. #66250 mirchullove (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 8 มีนาคม 2555 / 23:42

    ฮยอก โคตรเป็นคนดีเลยว่ะ

    #66,250
    0
  8. #66191 Zelon (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:14
    หวังว่าจะมีซักวันที่วอนรุสึกโหยหาสายตาที่จ้องอยู่เบื้องหลังมาตลอดของคุนนะคับฮยอกแจ. ^_^ นายเปนคนดีจัง (หมายถึงชอบแนวคิดน่ะ)
    #66,191
    0
  9. #66188 Sarang SUJU (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 / 02:39

    อิไก่ ชั้นรักแก แกเป้นคนดีจรืงๆๆ
    คิเฮน่ารักอ่ะ

    #66,188
    0
  10. #66077 np137 (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 23 มกราคม 2555 / 22:59
    ฮันชอลน่ารักกันจริง คิเฮก็หวานกันซะ >//<
    #66,077
    0
  11. #66060 chin-cha (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 17 มกราคม 2555 / 01:44
     หมวย คืนนี้ไม่รอดแน่ๆ
    #66,060
    0
  12. #65829 Ringo-rr (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 12:55
    คู่โหด กับเเป๋ว ยังคงหวานกันเหมือนเดิม อิอิ

    ฮยอกซึ้้้งอ่ะ    รักแบบไม่ต้องครอบครองเเค่อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ
    #65,829
    0
  13. #65396 NANA (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 17 กันยายน 2554 / 16:53
    คยูมิน น่ารักอะ

    ยังไงซะ มินก็หลงกลเจ้าหมาป่าราชนิกูลตลอด

    โดนกอดจูบแบบนี้ ก็ละลายคาอ้อมกอดนั่นแหละ

    #65,396
    0
  14. #65300 เจ้าชายหมาป่า (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 21:51
    ฮยอก คำพุดขอซื้อต่อนะค่ะ

    คิเฮ โอยยย หวานเยิ้มมม

    คยูมิน เร็ว ๆ สิ่ เชียร์อยู่นะ
    #65,300
    0
  15. #65230 สตอง (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2554 / 03:00
    กลับมาอ่านของฮยอกแจ น้ำตาคลอเลย ความรู้สึกมัน เจ็บ จุก อินไปกับตัวละคร ความสุขในโลกของตัวเอง มันก็ดีนะ สุขก็สุขเงียบๆคนเดียว เจ็บ ก็เจ็บเงียบๆคนเดียว ไม่เรียกร้องให้ต้องสนใจ แต่มองอยู่ห่างๆอย่างเจ็บๆๆ
    #65,230
    0
  16. #64966 vhan (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 / 18:07
    จะยังไง ซองมินก็ตามคยูฮยอนไม่ทันสักที 555+



    คิเฮก็ดูเหมือนจะมีความสุขกว่าเพื่อนเลย ไม่ต้องปิดบังอะไรอีกแล้ว



    ฮันชอล ป๋าก็จะกลับมาแล้วรอลุ้นว่าฮีจะใส่แหวนรึเปล่า





    ตกลงฮยอกจะได้สารภาพรักกะวอนบ้างมั้ยน่ะ
    #64,966
    0
  17. #64855 WOWOWOW (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2554 / 19:51
    นับถือในความพยายามของกี้มากๆอ่ะ
    ฮ่าๆๆๆ

    โหดกับแป๋วน่ารักอีกแล้ว
    อยู่ด้วยกันที่ไรน่ารักตลอด
    แล้วเมื่อไหร่คิมแทยางจะไปสู่ขอจากท่านทูตลีล่ะ? 
    #64,855
    0
  18. #64304 Park_ky (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 22:43
    เจ๊........บลู


    น้องคิดถึงงงงงงงงง
    อยากไปงานฟิคแต่ไม่รู้ไปได้ป่าวว
    น้องไม่มีเวลาเลยยยแงๆๆๆๆตั้งแต่ทำโปรเจ็ค
    ก็ต้องระเห็ดหางานทำ
    พอได้งานก็ลำบากกกกกก
    ฮือออออ

    คิดถึงเจ๊นะคะ
    #64,304
    0
  19. #63973 []เดอะ.สอง? (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 / 09:29
     ฮยอกนายน่ารักมาก
    #63,973
    0
  20. #63793 Lovely_k_suju (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2554 / 23:10
     อ่านแล้วเจ็บปวดจิงอะ  สงสารฮอก อยากให้สมหวังกับวอนจิงๆนะ  ไรเตอร์

    คิเฮน่ารักตลอดๆๆๆ

    ^^-
    #63,793
    0
  21. #63600 Pink_Panther (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 21 เมษายน 2554 / 12:19
    กี้เริ่มรุกแรงขึ้นเรื่อยๆ XD แต่ยังอยู่ในขอบเขตนะเนี่ย

    เจ๊ก็นะ ยังฟอร์มจัดเหมือนเดิม ยอมๆเค้าบ้างจะเป็นไรไป !

    ฮยอกมองโลกในแง่ดีสุดๆ นับถือ
    #63,600
    0
  22. #63384 mister.bean (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 17 เมษายน 2554 / 14:33
    ฮยอกทำไมถึงเป็นคนดีอย่างนี้ TT'
    #63,384
    0
  23. #63273 ♥mt_saranghae>>km♥ (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 13:49

    ฮยอกแจสุดจะคนดี !
    นี่ไรเตอร์ไปฟังใครเทศน์มาหรอค่ะ  5555555
    อยากบอกว่าแต่ละคำ  สุดยอดมากกกกกกกกกกก

    #63,273
    0
  24. #63267 นิดหน่อย129 (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 2 เมษายน 2554 / 21:58
    เริ่มมีสาระให้เห็นจริงนะคะไรเตอร์

    แม้แต่ในโลกของฟิคก็ต้องคิดถึงความจริงสินะ

    ชอบจังค่ะ สไตล์นี้
    #63,267
    0
  25. #63242 spsygk (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 1 เมษายน 2554 / 15:17
    ฮยอกแจนายพูดได้ดีมาก
    #63,242
    0