Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 89 : Charpter 56 : สะสาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    9 ก.ค. 53

 

สองร่างนั่งอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยท่าทางที่นิ่งสงบ ซองมินดูจะหวาดกลัวเพราะเป็นบิดามารดาของตัวเอง คงจะมีแต่คยูฮยอนเท่านั้นที่ตุ๊มๆต่อมๆแต่ก็ยังพอประคองไม่ให้ ความกังวลเข้าครอบงำแต่ก็ยังจับมือกันเอาไว้ ซึ่งร่างเล็กที่ก่อนหน้านี้ยังไม่อยากจะให้เขาสัมผัสตัวและทำท่าราวกับอีกฝ่ายเป็นกิ้งกือไส้เดือนตอนนี้ก็ยินยอมกลับมาอยู่ในความครอบครองอย่างเลี่ยงไม่ได้

โปรดิวเซอร์มือทองผู้เป็นบิดาของเจ้าตัวกลมตาแป๋วนั่งเงียบมองหน้าคุณชายสลับกับลูกชาย เขากับภรรยามีอะไรก็เปิดอกคุยกันเสมอ เรื่องที่ลูกทำอะไรก็ย่อมถึงหูผู้เป็นพ่อในเวลาไล่เลี่ยกัน

เสียงกระแอมเบาๆทำเอาหัวใจลูกชายแทบร่วงลงไปกองกับพื้น รู้ตัวว่าพ่อกับแม่คงยังทำใจไม่ได้ แต่วินาทีนี้เองที่เพิ่งเห็นว่าคนข้างๆเป็นที่พึ่งทางใจได้ และเขาก็มีสติมากพอที่จะให้ความมั่นคงกับชีวิตในระดับหนึ่ง

อืม ..เรื่องมันมายังไงซองมิน ถึงได้มาคบอะไรกันแบบนี้

เด็กทั้งคู่เหลือบไปสบตากันและกัน จากนั้นก็เป็นร่างเล็กที่อ้าปากพะงาบๆตอบ แต่พยายามเท่าไหร่เสียงก็ไม่เปล่งออกมา ร่างหนาจึงต้องบีบมือเบาๆแล้วขอตอบเสียเอง

ซองมินเค้าคงกลัว ..ขอผมตอบแทนได้หรือเปล่าครับ

ที่เลี่ยงถามก็เพราะคยูฮยอนนั้นอยู่ในฐานะที่เขาไม่กล้าจะดุหรือว่าอะไร แต่พอเด็กหนุ่มเป็นฝ่ายขอมาแบบนั้นและลูกของตนก็ซักอะไรไม่ได้ความก็จำต้องพยักหน้าด้วยแววตาเหนื่อยๆ

คือ ดงแฮเป็นเพื่อนสนิทกับฮันกยองที่อยู่ในกลุ่มเรา แล้วซองมินก็สนิทกับดงแฮ มันเลยทำให้เรารู้จักกัน ผมกับเค้ารู้สึกพอใจกันและกันเลยนัดกันไปเจอที่ห้องดนตรีบ่อยๆ ความสัมพันธ์เราไม่ค่อยมีคนรู้เพราะเราเป็นผู้ชาย ผมเองก็เปิดเผยอะไรไม่ได้มาก เวลาส่วนตัวของเราจึงค่อนข้างจำกัด ..ที่ไม่กล้าบอกคุณอากับคุณน้าก็เพราะเรายังเห็นว่าตัวเองเป็นเด็ก อยากจะคบให้แน่ใจกว่านี้ก่อนครับ

ราชนิกูลรูปงามตอบอย่างหนักแน่น แม้เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็นโทนเดียว แต่ก็ไม่ตะกุกตะกักจนทำให้หาที่ซักต่อได้ ผู้ใหญ่ทั้งสองจึงได้มองหน้ากันแล้วภรรยาก็พยักพเยิดหน้าให้สามีถามต่อ

แล้วทำอะไรประเจิดประเจ้อกันแบบนี้นี่นะ นี่ขนาดอยู่ในบ้านยัง.. เฮ่อ แล้วลับตาผู้ใหญ่จะไม่มากกว่านี้เหรอ

คราวนี้ลีซองมินแทบจะตัวลีบสิงคนข้างๆ แทงใจดำเข้าเต็มเปาเพราะเขาก็ทำอะไรที่ไม่ควรไปมากโข คิดแล้วก็รู้สึกผิดจนแทบจะปล่อยโฮออกมา

แต่ร่างหนาก็ยังแก้สถานการณ์ได้ ซองมินหวงตัวกับผมจะตายครับ นี่ถ้าไม่เพราะผมตามมาง้อจนดีกัน ก็คงจะไม่มีทางได้จูบหรอกครับ

คำว่า จูบ มันช่างกระอักกระอ่วนสำหรับผู้ที่เป็นบุพการี ลูกชายตัวเองเป็นผู้ชายแท้ๆแต่กลับมาจูบอย่างดื่มด่ำกับผู้ชายอีกคน ที่แม้จะหล่อเหลา ชาติตระกูลดี การศึกษาดี มีดีกรีเป็นถึงว่าที่นักเรียนทุนของมหาวิทยาลัยดังของโลก ถ้าหากมีลูกสาวก็คงจะอยากใส่พานถวายให้ และคงดีใจที่ได้เขามาเป็นเขย

แต่ปัญหาก็ติดอยู่ที่ว่า ...ลูกของตนมันดันเป็นผู้ชาย

แล้วนี่คิดดีแล้วหรือไงถึงได้มาคบกัน อันที่จริง.. เฮ่อ คุณชายก็มีตัวเลือกอีกตั้งมากนะครับ

ฟังดูก็รู้ว่าเป็นการขอร้องให้เลิกกันแบบสุภาพและดูดี ซึ่งโจคยูฮยอนก็พอจะเข้าใจว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนรับได้ในทันทีที่รู้ว่าลูกชอบผู้ชายด้วยกันหรอก

ครับ ตัวเลือกผมเยอะ ผมยอมรับ ตอบนิ่งๆพลางชายตาไปมองใบหน้าหวานๆ เราทะเลาะกันอยู่สองสัปดาห์กว่าๆก็เพราะเรื่องนี้ ..แต่ผมก็เลือกเค้า

ทั้งคุณลีและคุณนายลีต่างถอนหายใจเพราะไม่รู้จะเลี่ยงไปทางไหนแบบที่จะทำให้บัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น สุดท้ายก็คงเหลือด่านฝ่ายครอบครัวของพ่อราชนิกุลที่ดูจะเป็นปัญหาหนักสุด

แล้วคุณชายมั่นใจเหรอครับว่าท่านโจแชวอนจะยอมรับลูกของผมได้ ผมเองก็ไม่อยากจะให้ซองมินต้องเสียใจนะครับ

คราวนี้เป็นคยูฮยอนที่ถอนหายใจเบาๆ เขาเองก็ค่อนข้างเครียดอยู่ไม่น้อยกับเรื่องนี้

เพราะแบบนั้นผมกับซองมินเลยต้องทำเป็นคบกันแบบเพื่อนไงครับ ตั้งใจจะทนให้ผ่านช่วงไฮสคูลไปก่อน ถ้าเข้ามหาวิทยาลัยผมคงจะทำอะไรตามใจง่ายขึ้น ถึงตอนนั้นผมก็คงจะปกป้องคนที่ผมรักได้อย่างเต็มที่

ความเงียบเริ่มเข้าปกคลุมช้าๆ แม้ว่าบิดามารดาของร่างเล็กจะไม่ได้แสดงอาการต่อต้านอะไรแต่ก็เหมือนจะไม่ได้สนับสนุนสักเท่าไหร่ที่จะคบกัน แต่ถึงอย่างนั้นคนอย่างคยูฮยอนน่ะเหรอจะไม่มีทางออก

ผมรู้ว่าคุณอากับคุณน้ายังทำใจไม่ได้ แต่ผมให้สัญญากับซองมินไว้แล้วว่าจะดูใจกันไปจนกว่าจะจบไฮสคูล ถึงเวลานั้นถ้าจะไปกันต่อ ผมจะขอให้เค้าไปเรียนที่อเมริกาแล้วผมจะดูแลเค้าเอง แต่ถ้าวันนั้นซองมินตัดสินใจว่าจะจบ ...ผมก็จะจบครับ

คุณชายหนุ่มทุ่มทุนโค้งจนแทบจะสุดตัว เล่นเอาผู้ใหญ่ถึงกับตกใจกับสิ่งที่เห็น

ขอให้ผมกับซองมินได้คบกันนะครับ ระหว่างนี้ผมจะมาให้คุณอากับคุณน้าได้ประเมินดูว่าผมจะสามารถดูแลเค้าได้หรือเปล่า อย่าเพิ่งตัดสินเพียงแค่เราเป็นผู้ชายเหมือนกันและยังเด็กเลยนะครับ ถ้าผมไม่ดีจริง ถึงเวลานั้นผมจะยอมไปเอง แต่ตอนนี้ผมไม่อยากจะโดนตัดสินง่ายๆโดยที่ยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง

คุณลีมองแล้วก็ชักจะลำบากใจ คือ .. เฮ่อ คุณชายครับ ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้

ฝ่ายแม่รีบมองหน้าลูกชายให้ดึงคนรักของตัวเองให้เงยหน้าขึ้น ซึ่งซองมินก็รีบคว้าแขนหนาแล้วดึงขึ้นมาอยู่ในระดับเดิม จากที่ทั้งโกรธทั้งเคืองก็ลืมความรู้สึกเหล่านั้นอย่างเหลือเชื่อ

ผู้ใหญ่ทั้งสองหันไปมองหน้ากันอีกรอบ และก็เป็นคุณนายลีที่ถอดใจอย่างปลงๆ แล้วนี่พี่ชายเราเค้ารู้หรือเปล่าล่ะ

หล่อนหมายถึงเยซอง ซึ่งซองมินก็หันไปสบตาแม่อย่างหวาดๆแล้วค่อยพยักหน้าหงึกๆ ซึ่งคยูฮยอนก็ต้องตอบแทนเจ้าใบ้ตาแป๋วที่ไม่ยอมปริปากพูดอะไรทั้งที่คนตรงหน้าก็เป็นบิดามารดาของตัวเอง

พี่เยซองเค้าไม่ค่อยชอบผมหรอกครับ แทบกัดลิ้นตายที่ต้องเรียกเจ้าศัตรูตัวร้ายว่าพี่ แต่ก็ต้องยอมทำเพื่อสิ่งที่ดีกว่าในเวลานี้ เค้ากลัวผมจะมาหลอกน้องชายเค้า

อืม

ทั้งพ่อทั้งแม่ของเจ้าตัวเล็กพยักหน้ารับรู้ อย่างน้อยๆเยซองก็คงจะจับตามองคู่นี้มาได้ระยะหนึ่ง ถ้าลองผ่านด่านมากระทั่งคบกันได้ก็แสดงว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาคงจะไม่เลวร้ายจนเกินไป

คุณนายลีมองหน้าสามีอย่างมึนๆ จะว่าเห็นด้วยก็คงไม่ใช่แต่ก็ไม่ได้ใจร้ายพอที่จะขัดขวาง หล่อนโอ๋ลูกมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เรื่องที่จะขัดใจหรือก็แทบไม่มี พอมาก้ำกึ่งแบบนี้ก็ตัดสินใจไม่ได้จึงต้องหันไปพึ่งผู้ชายที่เป็นสามี

ว่าไงคะคุณ

ลียองกวังสบสายตาภรรยาด้วยสายตาที่เหนื่อยใจไม่แพ้กัน ยิ่งเห็นแววตาที่แน่วแน่ของคยูฮยอนจ้องมองขณะที่เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองที่เผ้าถนอมนั้นก็นั่งตาแดงๆเกาะแขนคุณชายร่างสูงก็ยิ่งไร้ซึ่งปัญญาจะขัดขวาง ซองมินทำตัวนุ่มนิ่มชอบตุ๊กตามาตั้งแต่เด็กๆและแสนงอน เอาแต่ใจ แต่ก็ไม่เคยที่จะสงสัยอะไรสักอย่าง คงจะมีแต่เยซองนั่นแหละที่เคยทำตัวเหมือนพี่ชายเฝ้าหวงน้องสาวมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

บางทีอาจจะเป็นพวกเขาทั้งคู่เองนั่นแหละที่ลืมสังเกตความจริงข้อนี้ของลูกมาหลายปี

แต่ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ เขาเองที่รักดนตรี ชอบความอิสระ ตอนที่แต่งงานกับแม่ของซองมินก็ใช่ว่าบิดามารดาจะเห็นด้วย คุณตาคุณยายของเจ้าตัวอวบนี้คัดค้านอย่างกับอะไรเพราะหมายมั่นจะให้หล่อนได้หมั้นกับผู้ชายที่รวยกว่า แต่ก็ยังอุตส่าห์ฝ่าฟันพันมาได้ เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ยังเฝ้าสะกิดใจบอกเขาให้ตามใจหากลูกจะเลือกใครมาเป็นครู่ครอง

ติดก็เสียแต่ว่า ...ที่เขาวาดเอาไว้มันคือลูกสะใภ้ ไม่ใช่ลูกเขย -*-

คนที่เป็นเหมือนผู้พิพากษามองหน้าบุตรชายให้เต็มๆตา หน้าของซองมินขาวจนซีด ดวงตาแดงก่ำมีน้ำตารื้นออกมา มือหนึ่งยังคงเกาะแขนของร่างหนาไม่ปล่อยไปไหน ส่วนอีกมือคยูฮยอนก็ใช้มือของตนกุมเอาไว้อยู่ ดูก็รู้ว่าคงจะกำลังหวาดกลัว

ซองมิน ..ตอบพ่อมาสิ ลูกรักคุณชายเค้าแค่ไหน

มันช่างเป็นคำถามที่จุกเสียดมหาประลัยและไม่อยากจะได้ยิน ไอ้ที่โกรธอยู่ก็ยังไม่ได้ให้อภัย ที่นั่งทำตัวเป็นลูกไก่ซุกหลังปีกแม่ไก่ก็เพราะว่าไม่มีใครเป็นที่พึ่ง แต่ไอ้จะให้มาพูดถึงความรู้สึกว่ารักแสนรักทั้งที่ก็ยังไม่ได้อยากจะดีด้วยแบบนี้ใครจะไปมีอารมณ์

ตากลมเหลือบมองอย่างค้อนๆ ซึ่งคยูฮยอนหันไปมองก็นึกขำ อยากจะแกล้งให้พูดอยู่เหมือนกันแต่เพราะต้องการทำตัวเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวเลยต้องออกตัวอีกรอบ

คงยากครับคุณอา ..เค้ายังงอนเรื่องที่มีสาวโทรมาหาผมอยู่

เอ๊ะ ตัวเล็กจิ๊ปากเอาเรื่อง

แต่คุณชายโจก็ไม่ได้สนใจอะไร ยังหันไปยิ้มบางๆให้กับว่าที่พ่อตาแม่ยายพร้อมกับแสดงท่าทีให้ไว้ใจว่าเป็นคนดี

ตอนนี้ผมยังอยู่ในช่วงง้ออยู่เลยครับ ถึงจะเหมือนดีกันแล้ว แต่ถ้าให้พูดเรื่องนั้น ซองมินคงจะไม่อยากให้ผมได้ยิน

สิ้นคำก็คลายมือออกแล้วลุกขึ้นจากโซฟา งั้นผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำนะครับ ลูกชายคุณอาจะได้กล้าบอก

ท่าทางที่ดูจะรู้ทันและปราบพยศเจ้าคนตัวเล็กแสนดื้อนี่ได้ค่อนข้างถูกใจคุณนายลีอยู่โข เพราะพอเขาเดินหลบออกไปซองมินก็หน้าหงิกมองตามแบบไม่พอใจนัก แต่เพราะหล่อนเลี้ยงมากับมือก็ย่อมรู้ว่าอันที่จริงเจ้าลูกชายที่แสนน่ารักน่ะไม่ได้โกรธเขาหรอก แต่แค่ยังงอนอยู่ก็เท่านั้นเอง

ว่าไง ..เราน่ะให้คุณชายเค้าออกหน้าตลอดเลยนะ พ่อถามก็ตอบมาสิ ลียองกวังกดเสียงต่ำ โตแล้วนะซองมิน พ่อเคยสอนว่ายังไง ..กล้าทำอะไรก็ต้องกล้ารับสิ

คนตัวน้อยก้มหน้านิ่ง ..ใช่อยู่ว่าเรื่องอื่นมันสามารถยืดอกรับได้อย่างลูกผู้ชาย แต่ไอ้เรื่องที่มีแฟนเป็นผู้ชายแล้วยังจูบกันในบ้านนี่ลีซองมินไม่ด้านพอจริงๆ -*-

ซองมิน

เจ้าของชื่อสะดุ้งอีกครั้ง มือไม้สั่นเพราะเกรงจะโดนดุ ปากบางรีบขยับพะงาบๆแต่สักครู่ก็กลับมาเม้มแน่น จากนั้นเสียงสั่นๆจึงค่อยเล็ดลอดไรฟันออกไป

ก็.. ก็รักครับ

แฟนคนแรกหรือเปล่า มีที่พ่อกับแม่ไม่รู้อีกมั๊ย

หน้าสวยรีบสะบัดรัวอย่างเกร็งๆ แต่พอตอบก็ยังหลบตาไม่กล้าเงยหน้าอยู่ดี ม..ไม่มีฮะอัปป้า ...นี่..คนแรกฮะ

รู้ใช่มั๊ยว่าคุณชายน่ะเป็นลูกเต้าเหล่าใคร พ่ออยากจะเตือนลูกเอาไว้นะ ว่าถ้าท่านโจแชวอนไม่พอใจน่ะอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แต่ถ้าลูกยังต้องการที่จะคบกัน ...ตราบใดที่อยู่ใต้ฟ้าเกาหลี ลูกจะไม่มีสิทธ์ออกหน้าออกตาและเป็นได้แค่คนรักลับๆของคุณชาย หากทางบ้านของคุณชายต้องการให้หมั้น ...ลูกจะทนเป็นรองได้เหรอ

...

พ่อห่วงความรู้สึกลูกนะซองมิน ผู้ชายกับผู้ชายมันเป็นไปได้ยาก วันนี้ลูกรักกันแล้วมันดี แต่อนาคตล่ะ คิดไว้หรือเปล่าว่ามันอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และคนที่เจ็บที่สุดมันก็คือลูกเอง

อัปป้า..

พ่อจะไม่หวงไม่ห้ามถ้าจะคบกัน แต่พ่ออยากให้ลูกอยู่กับความจริงไม่ใช่ความฝัน วันนี้ลูกยังมีกันและกัน แต่ถ้าวันหน้ามันไม่ใช่ล่ะ ...คุณชายคยูฮยอนน่ะไม่ได้เหมือนใครคนอื่นๆ เขามีสังคมที่มีหน้ามีตา มีชื่อเสียงวงตระกูลให้ต้องรักษา และมันก็เป็นตระกูลสูงที่ยากจะลดตัวลงมาทำอะไรที่เสื่อมเสีย ต่อให้วันนี้เขาคบกับลูกได้ แต่ถึงจุดๆหนึ่ง พ่อคิดว่ามันจะไม่ง่ายดายแบบนั้น

โดนต้อนเข้าไปเจ้าตัวเล็กก็หน้าซีด สองมือจิกทึ้งลงบนหมอนอิงที่กอดอยู่ น้ำตาที่รื้นเริ่มรินไหล เขาเองก็ใช่ว่าไม่คิด แต่เพียงแค่สิ่งที่บิดาเอ่ยมานั้นมันมากเกินกว่าที่สมองเด็กซึ่งมีประสบการณ์อยู่แค่หยิบมืออย่างเขาจะคิดได้ คยูฮยอนซึ่งยืนพิงผนังฟังอยู่เริ่มเห็นท่าว่าจะไม่ดีก็เดินกลับเข้ามาใหม่

แขนยาวตวัดโอบไหล่เล็กเอาไว้แล้วกดศีรษะเขาให้ซบลงไปที่อก สีหน้าที่นิ่งสงบจับจ้องทะลวงลึกไปยังดวงตาของบิดาคนรัก ริมฝีปากขยับช้าๆแต่ว่าแฝงไปด้วยความหนักแน่น

ถ้าเป็นแบบนั้น ..ผมจะแต่งงานกับผู้หญิงที่เป็นเลสเบียนเพื่อหน้าตา แต่ผมจะพาซองมินไปจดทะเบียนที่อเมริกาแล้วปล่อยผู้หญิงคนนั้นไปมีความสุขตามที่ใจเขาต้องการ ...ซึ่งแบบนั้น เราก็คงไม่มีพันธะต่อกัน เพราะเธอเองก็คงจะต้องการใช้ชีวิตกับเพศเดียวกันอย่างผม

ความคิดนี้ทำเอาผู้ใหญ่ทั้งสองถึงกับอึ้ง ซึ่งคยูฮยอนก็ไม่ปล่อยให้ได้คิดอะไรนานนัก เขารีบซ้ำไปอีกสักประโยคเพื่อให้ผู้ฟังได้คิดตาม

ตอนนี้ซองมินคือคนสำคัญของผม ถ้าเราจะเลิกกันก็ให้เราเลิกเพราะตัวเราเอง ไม่ใช่เลิกเพราะความกังวลในเรื่องที่อาจจะเกิดในภายภาคหน้าและตอนนี้มันก็ยังมาไม่ถึงเลยนะครับ ...ผมอยากเลิก เพราะเราสองคนไปกันไม่ได้ หรือว่าความรักของเรามันเดินทางมาได้แค่นี้ ...ไม่ใช่เลิกเพราะมีเหตุผลล้านแปดยกมาอ้าง

จบประโยคก็หันไปส่งสายตาหวานฉ่ำให้กับคนรักที่ทำหน้าเหมือนว่าไม่อยากจะเชื่อหู

ที่รักอย่าคิดมากไปเลย ..บอกแล้วว่าจะไม่ทิ้ง เชื่อกันหน่อยนะ

...

ซองมินได้แต่นั่งทำตาปริบๆ ไม่กล้าพูดอะไรสักอย่าง ความงอนก็ยังครอบงำแต่ก็อยากทำตามใจ ถ้าไม่ติดว่ากลัวคยูฮยอนจะได้ใจคงจะบอกเขาไปแล้วว่ารัก ร่างเล็กให้คำตอบเป็นการสอดมือเกาะแขนหนาเอาไว้แล้วค่อยๆเคลื่อนปลายนิ้วไปประสานกันในความเงียบ ปล่อยให้ความรู้สึกมันบอกออกไปว่าตอบรับรักเขาครั้งนี้หรือไม่กันแน่

ทั้งพ่อทั้งแม่เห็นกริยาของลูกชายก็คงได้แต่ปลง เพราะก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าเด็กน้อยของบ้านตัดสินใจเลือกอะไรไปแล้ว ซึ่งต่อให้ไม่พอใจพวกเขาก็คงจะเกรี้ยวกราดอะไรไม่ได้ในเมื่ออีกคนคือโจคยูฮยอน

โปรดิวเซอร์ลีจำไม่ได้ว่าถอนหายใจไปกี่รอบ แต่นี่ก็เป็นอีกรอบที่เขาทำแบบนั้น

เฮ่อ ..ก็แล้วแต่แล้วกัน แต่อย่าทำอะไรให้มันรุ่มร่ามล่ะ เป็นเด็กเป็นเล็กกันทั้งคู่

ได้ยินแบบนั้นคยูฮยอนก็ยิ้มเต็มวงหน้า ครับ แล้วผมจะดูแลซองมินให้ดีนะครับ

แม้จะขัดๆหูแต่เมื่อเหลือบมองแล้วเห็นลูกชายตัวเองก้มหน้างุดๆซบที่ไหล่หนาก็รู้ว่าคงจะต้องเป็นแบบนั้นจริงๆ ซองมินยังติดที่จะทำตัวเด็ก คงจะต้องให้อีกฝ่ายปราบพยศไปอีกสักพักกว่าจะโตขึ้น เพราะพวกเขาทั้งคู่ก็ไม่เคยเลยที่จะดุด่าว่ากล่าวอะไร แต่ท่าทางคยูฮยอนน่าจะหาวิธีเอาเจ้าหนุ่มน้อยตาใสนี่อยู่หมัดได้แน่ๆ

ก็ฝากด้วยแล้วกันนะ  เฮ่อ..

 

 

ผู้ใหญ่ทั้งสองออกไป เด็กๆที่ยังนั่งอยู่ก็มองหน้ากันแปลกๆ คนที่นั่งเกาะแขนคนตัวใหญ่รีบปล่อยมือแล้วขยับหนี รู้สึกดีแต่ก็ยังงอนที่ความแตกแบบนี้เพราะว่าเขาคิดบทลงโทษไม่เข้าท่า

จะงอนอะไรอีกเล่า คยูฮยอนบ่นเบาๆ พอเขาขยับก็รีบจับแขนเอาไว้ เลิกงอนได้แล้วนะที่รัก

เหอะ หน้าสวยเชิดใส่ สายตายังเคืองๆ อย่าได้ใจไป ชั้นยังไม่ดีกับนายง่ายๆหรอก ..ชั้นแค่ไม่มีทางเลือก

ขำจริงๆ ที่บอกว่าไม่มีทางเลือก ทั้งที่เมื่อสักครู่ก็ยังจูบตอบกลับมาอย่างดูดดื่ม ไม่รู้ว่าเจ้าตัวอวบนี่จะปากแข็งหัวรั้นไปถึงไหน แต่เอาเถอะ ตอนนี้ก็ยอมๆเขาไปก่อน เอาไว้ตายใจแล้วค่อยหากำไรคืน

แฟนงอนมันก็ตลกดีนี่ครับ ..ยิ่งงอนทั้งที่รักเรามันยิ่งตลก ถือว่าง้อเอาสนุกก็แล้วกัน หึ หึ

อืม ..แต่ชั้นง่วงอ่ะ

ตาหวานตวัดมองแล้วเมินหนี บอกทำไม เกี่ยวกับชั้นตรงไหนไม่ทราบ

ยืมเตียงงีบหน่อยสิ

เรื่อง!!!”

ค่าติวแค่นี้ให้ไม่ได้หรือไง คุณชายโวยวายเล็กๆ ง่วงจริงๆนะที่รัก

นั่น ..ทางนั้น ซองมินรีบชี้ไปทางประตูหน้าบ้าน เดินออกไป ควักกุญแจ แล้วก็ขับกลับไปนอนที่บ้านนายเลย

หน้าหล่อฟังแล้วก็หน้างอใส่ แต่ชั้นบอกแม่นายไว้แล้วนะว่าจะทานข้าวเย็นด้วย กลับไปมันก็เสียมารยาทน่ะสิ ..ไม่เอาน่า เลิกงอนได้แล้ว ดีกันเหอะนะ ^^”

พอเขายิ้ม คนตัวเล็กก็ยิ้มกลับไป แต่แค่เสี้ยววินาทีก็ถลึงตาใส่คล้ายจะเป็นหลุมพรางให้ดีใจไปสักสองวินาที

ไม่!!!”

เจ้ากระต่ายน้อยขนปุยรีบลุกหนีเดินออกไปจากห้องรับแขกที่ใช้สะสางคดี แต่ก็ยังมีหมาป่ากระโจนมาเดินตาม คยูฮยอนยังตามง้อแบบไม่อายใคร ในเมื่อที่นี่ไม่ใช่วินเซอร์รูฟที่เต็มไปด้วยนักเรียนมากมายและเขาก็ต้องรักษามาดเอาไว้ มันก็ไม่จำเป็นหรอกที่จะต้องทำตัวเท่ห์ เอาแค่ยังพอดูดีแต่ไม่ต้องมีพิธีรีตองมากก็เป็นพอ

แค่ยืมเตียงงีบนิดเดียวมันจะเป็นอะไรไปเล่า

ไม่ เสียงยังแข็งอยู่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่

ใจร้ายว่ะ คราวนี้ร่างหนาค้อนใส่บ้าง งั้นชั้นไปนอนที่โซฟาตรงห้องนั่งเล่นก็ได้

เชิญ

ริมฝีปากบางพ่นเสียงหยิ่งๆใส่ ไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อคยูฮยอนเดินกลับไปเขาก็ขึ้นไปนอนกลิ้งอยู่บนห้อง แต่ไม่กี่นาทีก็มีเสียงเคาะประตูเข้ามา และก็เป็นมารดาที่ร้องดุ

ปล่อยคยูฮยอนเค้านอนข้างล่างได้ยังไงน่ะเรา

ถึงจะไม่ได้เข้าข้างแต่ที่ขึ้นมาน่ะเพราะว่ามันไม่เหมาะสม อย่างน้อยๆเขาก็ถือว่าเป็นแขกซ้ำยังมีศักดิ์สูง จะทิ้งให้นอนกลิ้งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นที่มีเด็กรับใช้เดินไปเดินมาก็คงจะน่าเกลียด ซึ่งในฐานะเจ้าบ้านก็ย่อมต้อนรับขับสู้ตามมารยาทให้ดีๆ

เค้าอยากนอนเองนี่ฮะ หน้าเจื่อนไปนิดหน่อยแต่ก็ยังเถียงได้อยู่ ความผิดเมื่อครู่ก็ยังติดตัวจึงยังกลัวๆหากจะโดนว่า

แม่ถามคยูฮยอนแล้ว เค้าบอกว่าของีบที่ห้องลูกแล้วลูกไม่อนุญาต จะขับรถกลับก็ยังมึนๆ เกรงจะเกิดอุบัติเหตุ ..ต่อให้แม่จะไม่ได้ยินดีกับการที่ลูกชายมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่แม่ว่าเราก็น่าจะให้เกียรติเขาตามฐานะนะ อย่างน้อยๆคุณพ่อคุณแม่ของคยูฮยอนน่ะ ทั้งพ่อและแม่ก็นับถือ อีกอย่าง.. เค้าก็อุตส่าห์มาติวให้เรานี่

ได้ยินเสียงบ่นยาวก็หน้างอใส่แต่ก็ลุกขึ้นจากเตียงแล้วยอมลงไปเรียกเจ้าวายร้ายให้ขึ้นมานอนกลางกองตุ๊กตา แต่ก็ยังหาเรื่องกระทบกระแทกดุด่าจนมารดาต้องร้องปราม

ซองมิน แม่สอนให้เป็นเด็กปากร้ายตั้งแต่เมื่อไหร่

ออมม่า ..ก็ไอ้หมาบ้านี่มัน..

ไปเรียกเค้าแบบนั้นได้ยังไง หล่อนดุอีกจนได้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าคยูฮยอนจะทนได้ เอาแต่ใจเกินไปแล้วนะเรา

นี่ออมม่าเชื่อเค้ามากกว่าหนูเหรอ หน้าหวานงอประท้วง อะไรล่ะ นี่หนูเป็นลูกออมม่านะ ไม่ใช่อีตาบ้านั่น

เฮ่อ ..จะงอนก็ให้มันน้อยๆหน่อย

ออมม่าอ่ะ!!!”

ร่างหนาที่นอนเอกเขนกแอบยิ้มกริ่มเพราะตอนนี้เหมือนว่าตัวเองจะเป็นต่อ แต่ก็ยังจะขอทำตัวเป็นเจ้าชายอีกหน่อย อย่าว่าซองมินเลยซะ เค้ากำลังงอน ..แค่นี้ผมทนได้

สร้างภาพ!!” หันมาแหวลั่น

ถึงจะจริง แต่พอจิ้งจอกตัวร้ายก็ยังยิ้มหวานพลางหันไปดึงร่างบอบบางมากอดหลวมๆต่อให้คุณแม่ยาย

ไม่เอาน่าที่รัก เรางอนกันก็เรื่องของเด็กๆ อย่าให้ผู้ใหญ่ต้องมาปวดหัวเลยนะ พูดเสร็จก็หันไปโค้งเบาๆขอบคุณคุณนายลีที่อุตส่าห์ช่วยเหลือ ไม่เป็นไรหรอกครับคุณน้า เค้ายังงอนเรื่องสาวๆอยู่ แล้วก็คงงอนเรื่องเมื่อกี๊ด้วยที่ผมทำอะไรรุ่มร่าม

ไม่รู้จักโต ..เฮ่อ

ฝ่ายแม่มองดุๆแล้วส่ายหน้า พอจะกลับออกไปก็หันมาอีกรอบ คยูฮยอนนอนไปแล้วกัน ส่วนเราน่ะ... ลงไปช่วยแม่ทำอาหารเลยเจ้าตัวดี มาเป็นลูกมือซะยังดีกว่าตีกัน

ออมม่า.. ร่างเล็กบ่นอุบ

แต่แค่ร่างเพรียวคล้อยหลังและประตูถูกปิด ร่างใหญ่ก็รวบคนตัวอวบเอาไว้แล้วจับดึงลงไปกลิ้งบนเตียงพร้อมกับดึงผ้าห่มมาคลุมโปงทับ คยูฮยอนกระหน่ำจูบที่แก้มหอมแม้ว่าลูกชายเจ้าของบ้านจะดิ้นและโวยวายใส่ สุดท้ายก็จัดการปิดปากสีหวานนั่นด้วยจูบหวานๆอีกสักรอบโดยไร้คำพูดอื่นใดจนเจ้ากระต่ายอ่อนระทวย

คุณชายผู้สูงศักดิ์รีบถอนริมฝีปากออกมาทั้งที่ยังอยากจะกอบโกยเอาความหวานจากเรียวปากสีเชอร์รี่ให้หนำใจ แต่เพราะเริ่มรู้สึกอยากจะทำอะไรมากไปกว่าจูบจึงต้องหยุดตัวเองเสียก่อน เขาจ้องตากลมที่มองนิ่งและเม้มปากแน่นอย่างเขินๆ เพราะทั้งที่ตัวเองกระฟัดกระเฟียดตั้งแง่ใส่ แต่เขาจูบได้ไม่เท่าไหร่ก็เคลิ้มตามไปเสียทุกที ..น่าอายเป็นบ้า

รอยยิ้มที่อ่อนโยนถูกส่งกลับมาจากใบหน้าของเจ้าหมาป่าจอมสร้างภาพ เขาจุมพิตอีกครั้งเบาๆที่เนื้อนิ่มๆตรงปากคนรัก แล้วไล้ปลายจมูกขึ้นไปด้านบน จากนั้นก็กดริมฝีปากลงบนหน้าผากอีกรอบหนึ่ง

ที่รักรีบออกไปเถอะ ..ชั้นจะอดใจไม่ไหวอยู่แล้ว

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

วันนี้คงเป็นวันที่แช่มชื่นที่สุดในรอบสองสัปดาห์เพราะตื่นมาด้วยเสียงหวานๆที่โทรข้ามน้ำข้ามทะเลมาปลุกตั้งแต่เช้า ฮีชอลยิ้มได้ตั้งแต่เมื่อคืนวาน พอตอนเช้าก็อารมณ์ดีกลับมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อแชท msn แต่พอฮันกยองออกไปทำกิจกรรมก็โทรศัพท์หากันทันทีที่เจ้าเด็กทุนว่าง

เสาร์นี้ไม่มีกิจกรรมอะไรสักเท่าไหร่เพราะทางแคมป์พาเหล่านักเรียนทุนจากนานาประเทศขึ้นรถบัสตระเวนทัวร์เพื่อซื้อของฝาก ซึ่งฮันกยองก็ดูไปด้วย โทรศัพท์ไปด้วย ช่วงไหนที่สต๊าฟอธิบายก็จะวางหูไป แต่ถ้าเมื่อไหร่ถูกปล่อยให้เดินตามสบายก็จะยกขึ้นมาโทร เป็นแบบนี้จนกระทั่งถึงบ่าย เขาก็ยังใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆในแคมป์อยู่ดี

ยอโบ ..อยากกินไอติมจัง ถ้ากลับแล้วเราไปกินกันนะ

เดี๋ยวนายก็กัดชั้นอีก ต่อให้ตกลงเป็นแฟนแต่ก็ยังพูดห้วนๆตามประสา แต่ใครจะรู้ล่ะว่าเขานั่งอมยิ้มกับฝาผนังอยู่คนเดียวในห้องนอนไม่ยอมออกไปให้คนในบ้านเห็นสภาพประหลาดๆนี่แม้สักนาทีเดียว

ไม่กัดหรอก ..อ่า มีขนมด้วย ท่าทางจะอร่อย

หน้าสวยทำปากยู่แล้วร้องท้วง ยั่วชั้นเหรอ

เปล่า เสียงหนาขำตามมา แค่บอก อยากให้มากินด้วยกันจัง

ชวนสาวคนนั้นกินไปสิ อดที่จะประชดไม่ได้

สาวคนไหน ฮันกยองยังพาซื่อ ที่ผมถ่ายรูปคู่ในไซเวิลด์น่ะนะ?

เออสิ

ฮ่าๆ ..หึงเหรอ ยอโบหึงผมเหรอ ตาหยียิ้มจนแทบจะกลายเป็นเส้นเดียว น่ารักแฮะ อยากกลับไปกอดจะแย่แล้ว

อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง นูนาคนสวยยังหาเรื่องโหด

แค่เพื่อนเอง ..เค้าชอบผม แต่ผมไม่ได้ชอบเค้านี่ ..แฟนผมก็คนที่คุยโทรศัพท์กันอยู่นี่ไง หยอดคำหวานเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ผมน่ะรักนูนาคนสวยของผมคนเดียวนะ

ทำเป็นปากดี

พูดจริงนะ อิ อิ ..กลับไปล่ะจะจับจูบให้หายคิดถึงเลย

อย่ามาหื่น ทำเสียงแข็งใส่แต่กลับอายจนหน้าแดง ใครจะยอมนายน่ะ

ยอโบไง ..แฟนกันจูบกันน่ะเรื่องเบสิกมากๆเลยนะ ..ผมแค่อยากกอดแน่นๆ แล้วก็อยากจะจูบแฟนบ้าง ไม่ได้ชวนทำอย่างอื่นที่มากกว่านั้นสักหน่อย

แค่รู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไรก็พาลคิดอะไรต่อมิอะไรมากมายอีก อย่างอื่นน่ะหมายถึงอะไร อย่ามาลามกกับชั้นนะไอ้เด็กบ้า

ก็คิดไปแล้ว ฮันกยองหัวเราะลั่น แค่คิดแต่ไม่ได้จะทำสักหน่อยนี่นา ..ผมยังเป็นวัยรุ่นนะ ไม่ใช่ชายแก่ระยะปลงสังขารนี่นาที่จะได้ไม่คิดอะไรกับคนที่ตัวเองชอบเลย ..ถ้าไม่คิดน่ะก็ตายด้านแล้วล่ะ

ชั้นไม่ทำอะไรกับใครง่ายๆหรอก จำใส่กะลาหัวเอาไว้เลย

ผมรู้ ร่างหนายังอมยิ้ม ผมก็ไม่ได้คิดแค่ว่าจะเอาเปรียบยอโบนี่นา คบกันไปเรื่อยๆ ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ถ้าอารมณ์หวานๆผมอาจจะเผลอลวนลามบ้าง แต่สาบานว่าจะไม่ใช้กำลังทำอะไร

ฟังที่เขาพูดแล้วก็ขมวดคิ้วฉับ พูดอย่างกับชั้นเป็นผู้หญิง

ผมแค่จะบอกว่า ถ้ายอโบไม่พร้อม ไม่ยอม ผมก็จะไม่บังคับหรือใช้กำลังไง ..ไม่ใช่ว่าจะต้องได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการทุกอย่างนี่นา ..ยอโบให้รอ ผมก็รอได้ ..ไม่มีปัญหาหรอก

ถ้าคิดจะทำอะไร ..จำเอาไว้ว่านายน่ะต้องยอมชั้น

คนแมนพูดออกมา คนที่แมนกว่าก็แทบจะหัวเราะก๊าก ... โอ๊ย พ่อคุณ พ่อทูลกระหม่อม ... จูบกันทีไรก็อ่อนพวกเปียกอย่างกับเทียนที่โดนไฟลน แบบนี้น่ะเหรอที่จะไปรุกใครเค้าได้

แต่เพื่อไม่ให้อีกคนเสียความมั่นใจและต้องมาทะเลาะอะไรไม่เข้าท่า คนฉลาดเลยต้องเอ่ยแบบกลางๆไปก่อน

ผมว่า ..ถึงเวลาก็รู้เองแหละน่า ว่าใครจะต้องยอมใคร ..ตราบใดที่ยังไม่คิดจะทำอะไรก็ยังตอบไม่ได้หรอกฮะ

แสดงว่านายจะไม่ยอม เสียงขุ่นๆเริ่มดังมา

ร่างหนาฟังแล้วก็ลอบถอนหายใจกับคนที่ยังระบุเพศตัวเองไม่ได้เสียที เปล่า ..ผมว่าให้อารมณ์เป็นตัวตัดสินเหอะน่า ถึงเวลาก็ปล่อยๆมันไป คิดมากตอนนี้ไปก็เท่านั้นแหละ

เริ่มระแวงไปนิดหน่อยที่ได้ยินแบบนั้นเพราะมันเหมือนว่าไอ้ความแมนจะโดนลบเหลี่ยม เพราะถึงจะคบกันแต่เขาก็ยังไม่ได้คิดว่าเวลาทำอะไรหรือเกินเลยมากไปกว่านั้นมันจะออกมาแบบไหน แต่พอมาคิดก็บอกตัวเองว่ายังไงก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายโดนกระทำ

ฮันกยองตอบเลี่ยงๆไปแล้วก็รีบเปลี่ยนเรื่อง สงสัยจะต้องกลับมาจัดการพ่อคนแมนให้รู้ตัวเองสักทีว่าควรอยู่ที่ฐานะไหน อยากรู้จริงๆว่าเขากินอะไรเข้าไปถึงได้ชอบสับสนและไม่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองเป็นได้มากขนาดนี้

เหอะ .. รุกที่ไหนเค้าอ่อนระทวยตอนโดนจูบกันวะ????

พอเปลี่ยนเรื่องไปอะไรๆก็เริ่มจะดีขึ้น ฮีชอลชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย แม้กระทั่งแมลงที่บินไปบินมาก็ยังนำมาเป็นประเด็นได้ แต่เมื่อร่างใหญ่ถามถึงคนที่เป็นน้องชาย ฝ่ายคนพี่ก็กลับตอบเลี่ยงๆไปเพราะไม่อยากจะให้เขารู้

ดงแฮมันก็สบายดีตามปกติของมันนั่นแหละ

เหรอ พักนี้ไม่ค่อยได้คุยกันเลย เสียงทุ้มบอกตามตรง

มันคงไม่ว่างมาคุยกับนายหรอก เดี๋ยวนี้น่ะมัน.. เก็บจะหลุดบอกแล้วว่าอยู่แต่กับคิบอม แต่ก็ยังดีที่ชะงักปากเอาไว้ทัน ฮีชอลนิ่งไปสองวินาทีแล้วก็รีบเนียนต่อ ฮื่อ .. อ่านหนังสือเตรียมสอบทุกวันนั่นแหละ

อ๋อ ขยันแฮะ

อืม มันก็แบบนี้แหละช่วงใกล้สอบ

แล้วยอโบล่ะ อ่านบ้างหรือยัง ผมโทรมากวนหรือเปล่า ..ถ้าจะอ่านหนังสือก็บอกได้นะฮะ

น้ำเสียงห่วงใยยิ่งทำให้คนฟังอมยิ้ม ชั้นก็เริ่มๆอ่านแล้วล่ะ แต่อ่านตอนที่ไม่ได้คุยกับนาย

อ่า แล้วผมโทรมาบ่อยแบบนี้ยอโบจะเอาเวลาที่ไหนไปอ่าน

ชั้นมีเวลาอ่านอยู่หรอกน่า เหลืออีกตั้งสามอาทิตย์กว่าจะสอบ ฮีชอลคิดตามแล้วก็พอประเมินได้ว่ามันยังมีเวลาอีกเหลือเฟือ

แต่ฮันกยองกลับไม่คิดแบบนั้น ยอโบ ..อย่าประมาทสิ รีบๆอ่านไว้ก็ดีนะ ผมโทรมาก็เพราะผมเหงา อยากได้ยินเสียง แต่มันก็ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องได้คุยตลอดเวลาก็ได้ ถ้ามันทำให้เวลาการอ่านหนังสือของยอโบลดลง ผมจะโทรมาเป็นเวลาเอานะ

ได้ยินเด็กสอนก็หน้างอหน่อยๆ เพราะที่อุตส่าห์พูดแบบนั้นไปก็เพราะอยากจะได้ยินเสียงเขาต่างหาก ขืนบอกว่าต้องอ่านหนังสือเดี๋ยวก็พาลไม่ได้คุยกันพอดี ซึ่งข้อนี้มันไม่มีทางหรอกที่คิมฮีชอลจะเอ่ยปากพูดให้ตัวเองรู้สึกอาย

แต่แม้จะไม่ชอบใจก็ต้องเออออไปตามเขาเพราะไม่อยากจะเสียฟอร์ม จะเอาแบบนั้นก็ได้อ่ะ แล้วแต่คนเสียเงินโทร

เอาเป็นว่า หลังจากเลิกแคมป์ผมจะโทรหายอโบสักหนึ่งชั่วโมงนะครับ คุยเสร็จก็จะได้ส่งยอโบเข้านอน พอผมจะเข้านอนก็จะโทรไปปลุกยอโบให้ลุกมาอ่านหนังสือแล้วกันนะ

เฮ่อ ..คิมฮีชอลเริ่มทำตัวไม่ถูกครับ บทจะกวนตีนมันก็น่าถีบมหาประลัย แต่พอจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่นี่ก็สอนซะผมเหมือนเด็กอมมือ .. งงกับไอ้ผู้ชายคนนี้ซะจริงๆ

ขายาวๆก้าวเท้าไปด้านหน้าเพื่อมองหาอะไรถูกใจ เขายังต้องตระเวนซื้อของฝากให้คนนั้นคนนี้อีกมากโขแต่ก็ยังอุตส่าห์คุยโทรศัพท์ไปด้วย ซึ่งคนที่อยู่อีกซีกโลกและบรรยากาศรอบตัวนั้นเย็นย่ำก็นอนฟังเขาบรรยายสภาพถนนหนทางเป็นระยะ จะขึ้นรถลงรถ หรือเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาร่างหนาเป็นต้องบอกหมด และหากว่าเขาหลับตาก็คงจะเหมือนคนตาบอดถูกพาไปตะลอนรอบเมืองแน่

ฮีชอลนอนอมยิ้มหลังจากที่วางโทรศัพท์ หัวใจอุ่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก บางทีการมีคนให้รักก็สามารถสร้างความสุขได้โดยที่ไม่ต้องขวนขวายอะไรอีก แค่หยุดความคิดและคำถามมากมายที่สร้างมันขึ้นมาให้หัวใจหม่นหมองก็จะมองเห็นความสดชื่นอยู่รำไร และถ้าตัดมันไปก็ หัวใจคงมีแต่ความสุข

บางทีชีวิตผมอาจจะมีคำว่า ทำไม มากจนเกินไป ...ตัดๆมันไปบ้างก็คงจะดี ^^

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

การมาเที่ยวแบบครอบครัวก่อนเตรียมตัวไปฮันนีมูนกันหลังจากนี้ของคู่รักที่ประคองความสัมพันธ์มานานนับสิบปีอย่างคิฮยอนกับฮาราค่อนข้างจะขลุกขลักเล็กน้อยเพราะเมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา คิมแทยางผู้เป็นบิดาก็เพิ่งจะตามไปจัดการตัดหางชองแรวอนที่ทำตัวไม่สมกับที่ให้โอกาสในหลายๆอย่าง เมื่อเจอหน้ากันในช่วงสายก็นั่งหน้าหงิกอารมณ์เสียทำท่าไม่อยากจะไปเที่ยวด้วย แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายลูกอ้อนของสะใภ้คนงามอย่างฮารา

ทุกอย่างเหมือนจะเรียบร้อย แต่ก็ไม่เรียบร้อยเมื่อแม่สาวคนสวยบุกมาถึงคฤหาสน์ตระกูลคิมเพื่อเรียกร้องค่าเลี้ยงดูรวมถึงขู่จะแฉถึงเรื่องราวปัญหาภายในครอบครัว เล่นเอาคิบอมถึงกับระเบิดลงกันตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง

ร่างสูงฝากมารดาไว้กับเจ้าแป๋วตัวน้อยให้พาหล่อนไปไกลๆเพราะไม่อยากจะให้รับรู้ แต่ฮันแชยอนก็ยังยืนกรานที่จะอยู่รับชมการสะสางคดีความที่ยาวนานหลายปีของอริเก่าที่เคยทำให้ครอบครัวของหล่อนพังพินาศมาครั้งหนึ่งแล้ว

กลับมาทวงสามีเหรอคะคุณนาย แรวอนจิกตาใส่ซ้ำยังยิ้มเหยียดชูคอดูน่าตบ ถ้าอยากได้คุณผู้ชายกลับไปคืนก็จ่ายค่าปิดปากมา ไม่อย่างนั้นชั้นจะโพทะนาเอาให้อายกันไปทั้งตระกูลเลยล่ะ

ในเมื่อท้าทายมาแบบนั้นฮันแชยอนก็ยิ้มกลับอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร ชั้นบอกตอนไหนว่าจะเอาคืน ชั้นไม่ได้มาทวงอะไร มีแต่คนแถวนี้ไม่ใช่เหรอที่โดนจับได้เลยถูกตัดหางอย่างไม่ใยดี ..น่าสงสาร ถูกเก็บมาเลี้ยงในที่หรูๆตั้งหลายปี แต่ก็ยังไม่ทิ้งลายเดิม ...เฮ่อ

สีหน้าของคุณนายคิมติดจะขำๆกับท่าทางเกรี้ยวกราดของคนที่เป็นบ้านเล็กอยู่พอตัว เมื่อหลายปีก่อนที่สามีตนรับผู้หญิงคนนี้มาอยู่ด้วยก็เพราะหล่อนบอกว่าท้อง แต่นี่ก็ผ่านไปตั้งนานยังไม่เห็นเลยว่าคิบอมจะมีโอกาสได้มีน้องกับเขา ซึ่งคิดดูแล้วก็หัวเราะคิกคักอยู่เพียงลำพัง เพราะแค่เหลือบไปเห็นสีหน้าเครียดๆของคิมแทยางก็สะใจพิกล

เธอกลับไปซะ แล้วไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก

เสียงต่ำๆของท่านประธานคิมเอ่ยอย่างเด็ดขาด สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ทำก็ใช่ว่าจะไม่รู้ไม่เห็นแต่ก็ปล่อยๆไปเพราะเขาก็ไม่ได้รักหรือสนใจอะไรหล่อนนัก เมื่อก่อนก็อยู่ในช่วงหลง แต่พอเวลาผ่านไปนานเข้าสิ่งเหล่านั้นก็จืดจางหายไป ที่ยังอยู่ด้วยกันได้มันก็แค่เพราะความผูกพันและคุ้นเคยก็เท่านั้นเอง

คุณจะมาไสหัวชั้นไปง่ายๆแบบนี้แล้วคิดว่ามันจะจบเหรอคะ

แล้วผู้หญิงที่เที่ยวนอนกับผู้ชายมากหน้าหลายตาเวลาที่ชั้นไม่อยู่น่ะสมควรที่จะเลี้ยงเอาไว้อีกเหรอ

แต่ถึงยังไงคุณก็ควรจะต้องจ่ายค่าเลี้ยงดู

ชั้นให้เธอมามากจนเกินไปด้วยซ้ำ!!!”

เป็นครั้งแรกที่คิมแทยางหมดความอดทนและพ่นคำๆนี้ออกมา เขารู้ตัวดีว่าให้แรวอนมากเกินไปแต่ก็ยังให้เพราะความเคยชิน ชีวิตหล่อนต้องมาติดแหง็กในฐานะเมียน้อยที่ไม่สามารถชูคอในสังคมหรือหาสามีดีๆมาเชิดหน้าชูตาเขาก็ถือว่ามันคือสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ให้โน่นให้นี่ไปตามที่คิดว่าตัวเองให้ได้ สุดท้ายมันก็กลายเป็นงูเห่าที่แว้งกัดดีๆนี่เอง

กลับไปก่อนที่ชั้นจะหมดความอดทนแล้วยึดทุกอย่างกลับมาคืนนะแรวอน ที่ชั้นยังให้โอกาสนี่ก็เพราะในช่วงเวลาหลายปีนี้เธอทำให้ชั้นไม่เหงา แต่ถ้าจะเรียกร้องอะไรมากมายไปกว่านี้ ...จำไว้เลยว่าเธอจะไม่มีทางได้

ชั้นไม่ยอม เสียงแหลมร้องลั่น ชั้นถูกใส่ร้าย ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันถูกลูกชายคุณจ้างมา ชั้นไม่รู้เรื่อง!!!”

คนโดนพาดพิงเบะปากใส่โดยที่ไม่พูดไม่จา คิบอมยักไหล่เล็กน้อยแล้วหันไปหาคนรักที่นั่งทำตาแป๋วๆอยู่ข้างกาย ซึ่งดงแฮก็ไม่ได้รู้ถึงแผนการอะไรของเจ้าตัวร้ายเลยได้แต่ทำตาใสๆใส่ และนั่นมันก็ยิ่งทำให้แรวอนเดือดหนักขึ้นไปอีก

อย่ามาทำไขสือ แกนั่นแหละที่จ้างไอ้ผู้ชายคนนั้นให้เข้ามาหาชั้น

เหรอ? ลูกชายคนเล็กของคิมแทยางหันไปตีหน้ามึนใส่ แต่ได้ข่าวว่าเธอชวนเขาเข้าโรงแรมเองไม่ใช่เหรอ

โดนซัดมาแบบนั้นก็ถึงกับอึ้งแต่ก็ยังจะเถียงต่อ ไม่จริง แกใส่ร้ายชั้น!!”

อ้อ ..ไอ้ที่เธอเคยใส่ชุดมายั่วชั้นที่ห้องตอนพ่อชั้นไม่อยู่นี่ก็ใส่ร้าย?แกล้งพูดลอยๆแบบจงใจที่จะแฉ แล้วไอ้ที่พยายามจะเอาตัวมาล่อให้ชั้นตกหลุมพรางกลายเป็นผัวเธออีกคนนี่ก็ไม่เป็นความจริง ...อ้อ มันเป็นแบบนี้นี่เอง

คราวนี้ชองแรวอนถึงกับหน้าชา ริมฝีปากสีแดงสดเม้มแน่นเพราะทั้งคิมแทยางและฮันแชยอนต่างหันมาจ้องเป็นตาเดียว

จริงเหรอคิบอม ..เค้าทำแบบนั้นเหรอลูก ผู้เป็นมารดารีบหันไปหาด้วยความตกใจ

ซึ่งเจ้าลูกชายก็หันไปกอดเจ้าแป๋วน้อยผู้เป็นมือวางอันดับหนึ่งในหัวใจแล้วยิ้มใส่แม่คล้ายจะอ้อนๆ และบอกเป็นนัยๆว่าให้รับเจ้าตัวเล็กนี่เป็นลูกสะใภ้ได้อย่างไม่ต้องลังเลอะไรอีกแล้ว

ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ..เพราะผมชอบแบบนี้ พูดพลางยิ้มตาเยิ้มใส่ร่างเล็กที่นั่งนิ่งๆแต่เขินจนแก้มแดงไปแล้ว ไม่ได้สนใจของพรรค์นั้นหรอก กลัวถูกตัวแล้วมันจะคัน

คำพูดที่หยามเหยียดทำเอาแรวอนถึงกับร้องกรี๊ดออกมาอย่างสุดจะกลั้น โกหก แกเกลียดชั้นเลยพยายามจะใส่ร้ายชั้น!!”

คิบอมได้ยินก็ถอนหายใจพลางคลายอ้อมกอดจากร่างนุ่มนิ่มอย่างเซ็งๆ ร่างสูงเดินล้วงกระเป๋าไปหยุดที่ตรงหน้าพร้อมจิกตาใส่อย่างดูแคลนตั้งแต่หัวจรดเท้า แค่หายใจใกล้ๆยังรู้สึกว่าขนบนร่างมันจะลุกพรึ่บด้วยความสะอิดสะเอียน หน้าตาหล่อนก็สวยอยู่หรอกเพราะอุตส่าห์ไปพึ่งมีดหมอมาหลายต่อหลายครั้ง แต่นิสัยที่แก้ไม่ได้นี่สิที่เหลือจะรับไหว

ใครใส่ร้ายเธอ เสียงหนาถามกึ่งตวาด

คิมคิบอมยามนี้ไม่ได้ดูน่ารักอย่างที่มารดามอง และก็ไม่ได้อบอุ่นน่าอ้อนอย่างที่ดงแฮคุ้นเคย ดวงตาที่แข็งกร้าวตวัดจ้องดวงหน้าของหญิงสาวด้วยความรังเกียจ มุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะเมินหนีไปอีกทางแล้วค่อยกลอกตากลับมาที่เดิมเพื่อปรับอารมณ์ตัวเองไม่ให้เผลออาเจียนกับคำแก้ตัวทุเรศๆนั่น

ฟังเอาไว้นะ ..ไอ้ผู้ชายคนนั้นน่ะชั้นจ้างมันไปสอดส่องพฤติกรรมเธอ แต่เธอก็ดันชวนมันเข้าโรงแรมเอง เด็กหนุ่มทำเสียงสูงใส่อย่างสะใจกับสิ่งที่เกิด แล้วมันก็ดันทำงานดีเกินคาดเพราะมันมีหลักฐานตอนเธอทำอะไรกับมันมาเพียบ หึ .. แล้วที่สำคัญ ได้ข่าวว่าไม่ได้ขึ้นห้องกันแค่ครั้งเดียวไม่ใช่เหรอ

คิ้วเข้มขยับยักใส่ กดสายตาเยาะเย้ยอย่างเต็มที่ กี่ครั้งที่เธอไปกับมัน ชั้นมีหลักฐานครบหมด ..ถ้ายังอยากอยู่ในสังคมนี้ต่อไปก็ไสหัวออกไปให้พ้นๆ แต่ถ้าไม่ ...เธอได้กลายเป็นดาราหนังโป๊แน่ชองแรวอน

ก..แก

ปากสีสดสั่นสะท้านหน้าซีดเผือดแทบจะกลายเป็นกระดาษ ยิ่งคิบอมจ้องหนักก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก ซึ่งคราวนี้คิมแทยางที่หมดสิ้นเยื่อใยก็ได้แต่เมินหน้าไปทางอื่น เขาไม่อยากจะลดตัวมามีเรื่องกับหล่อน และก็ไม่คิดจะห้ามปรามหากลูกชายจะทำอะไรร้ายๆเพื่อขับไล่ผู้หญิงสกปรกๆคนนี้ออกไปจากชีวิต

แต่ในเมื่อหล่อนยังยืนกำหมัดแน่นไม่ยอมไปไหน ลูกชายคนเล็กที่เกลียดหล่อนเข้าไส้จึงได้หันไปสั่งเจ้าตัวเล็กที่นั่งน่ารักให้หยิบเอาซองกระดาษจากบนห้องลงมาให้ ซึ่งไม่ถึงสองนาทีดงแฮก็ส่งมันใส่มือคนตัวโตเป็นที่เรียบร้อย และรูปที่น่ารังเกียจเหล่านั้นก็ถูกเทลงกลางศีรษะของหญิงสาวเพื่อประจานในสิ่งที่หล่อนกระทำลับหลังของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีและเลี้ยงดูมาหลายปีดีดัก

มือเรียวควานหยิบภาพที่เกลื่อนกลาดราวกับคนเสียสติ อับอายกับสิ่งที่ทำลงไปเพราะแม้แต่เหล่าเด็กรับใช้ก็ใช้สายตาที่ดูถูกมองมา จากที่เคยชูคอเดินไปเดินมาแล้วสามารถจิกหัวใช้ใครต่อใครได้ก็แทบจะถูกเหยียบให้จมดินด้วยฝ่าเท้าของไอ้เด็กเมื่อวานซืน

คิมแทยางเมินหน้าหนีจากรูปเปล่านั้นที่มันประจานความเน่าเฟะของคนที่ตนเคยรับมาเป็นภรรยา ถึงไม่ได้ออกหน้าออกตาแต่ก็ถือว่ามีฐานะเป็นเมียอีกคน ซึ่งเมื่อมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้มันก็สร้างความอับอายได้ไม่น้อย ท่านประธานตวัดสายตามองหน้าคนขับรถอย่างเหนื่อยอ่อนเพื่อที่จะสั่งการในสิ่งที่ต้องการจะให้เป็นไปหลังจากนี้

เอาผู้หญิงคนนี้ออกไปจากบ้านชั้นแล้วอย่าให้เข้ามาเหยียบที่นี่ได้อีก แล้วบอกทุกคนให้มาทำความสะอาดในทุกๆที่ที่ผู้หญิงคนนี้เคยเหยียบด้วย

ได้ยินคำพูดที่ไร้ซึ่งเยื่อใยก็แทบจะใจสลาย ที่หล่อนมีเงินให้ถลุงและชูคอใส่คนในสังคมได้ก็เพราะผู้ชายคนนี้

คุณท่าน!!”

ดวงตาเรียวข่มปิดอย่างอดกลั้นเต็มกลืน แค่ได้ยินเสียงก็แทบจะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

เอาตัวออกไปเดี๋ยวนี้

เสียงกรีดร้องดังลั่นเมื่อบรรดาชายฉกรรจ์เข้ามาฉุดกระชากร่างบางออกไป ชองแรวอนกรีดร้องและดิ้นรนที่จะเข้าไปร้องขอความเห็นใจแต่ก็ดูเหมือนจะสายไปทุกอย่าง สิ่งที่ได้มาคงจะมีแค่สายตานิ่งๆของคิบอมที่มองอย่างสะใจกับสิ่งที่หล่อนได้รับ และเขาเองก็คงไม่ต้องทนผะอืดผะอมกับการอยู่ร่วมชายคากับผู้หญิงสกปรกๆแบบนี้อีก

ไปที่ชอบๆเถอะนะ ชองแรวอน ..หึ

 

 

หลังจากที่ความสงบกลับมาอีกครั้งคิมแทยางก็นั่งเงียบอยู่เกือบชั่วโมงจนสะใภ้ใหญ่ต้องเข้าไปร้องขอให้ออกไปคลายเครียดและปล่อยเรื่องร้ายๆให้กลายเป็นอดีต ทั้งครอบครัวรวมถึงดงแฮนั่งรถตู้ออกไปด้วยกัน โดยที่ลูกชายคนเล็กนั่งกับมารดาที่ด้านหลังสุดโดยมีเจ้าตัวน้อยตาแป๋วคอยอ้อนเป็นระยะ

รีสอร์ทที่ร่มรื่นคือจุดหมายปลายทาง การเดินทางนั้นไม่นานมากจึงสามารถที่จะมาถึงได้ในเวลาบ่ายๆเกือบจะเย็น ซึ่งเมื่อพักผ่อนกันได้สักครู่เจ้าบ่าวหมาดๆก็มาชวนให้ออกไปไดรฟ์กอล์ฟกันที่สนามกว้าง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพาดพิงถึงน้องชายอีกคน

เจ้าซังบอมน่าจะมาด้วย พี่ก็ลืมชวน ร่างสูงเปรยออกมาจนได้

ซึ่งน้องชายได้ยินก็หัวเราะหึ หึ มาก็ป่วนนั่นแหละมัน ..ลองโทรไปตามสิ ดีไม่ดีเดี๋ยวก็รีบบึ่งตามมาเองนั่นแหละ เรื่องเที่ยวน่ะมันชอบอย่างกับอะไร

เอางั้นเหรอ

คิฮยอนยังลังเล แต่สุดท้ายก็กดโทรศัพท์ไปจนได้ และที่น่าอึ้งก็คือซังบอมดันรับปากที่จะตามมาด้วยเสียอย่างนั้น เล่นเอาเจ้าตัวร้ายแทบจะตบเข่าดังฉาดเพราะเขาเดาได้ถูกเผง ว่าต่อให้ติดธุระยังไง ไอ้น้องคนนี้ก็ไม่มีพลาดแน่หากมีปาร์ตี้ในครอบครัว

ดงแฮที่คอยเดินอยู่กับฮันแชยอนนั้นยังชวนหล่อนคุยไปเรื่อยเปื่อย เขายังไม่กล้าที่จะเข้าใกล้คิมแทยางมากนักเพราะอย่างที่รู้ๆคือรายนั้นก็ยังไม่ได้ยอมรับในความสัมพันธ์ของตนกับลูกชายสักเท่าไหร่เลยให้ฮารารับหน้าไปก่อน และปล่อยให้สองพี่น้องได้พูดคุยกันไปในขณะที่ไดรฟ์กอล์ฟด้วยบรรยากาศที่สบายอารมณ์

สักครู่สายตาที่คุ้นเคยก็มองมา แค่คิบอมขยับมือที่ถือไม้กอล์ฟอยู่ก็เหมือนร่างเล็กจะรู้ตัว ดงแฮรีบเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย ซึ่งคนตัวใหญ่ก็ดึงเขาไปสอนอย่างใจเย็นโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมณ์ที่ยืนเพ่งเล็งอยู่

คิมแทยางมองแล้วก็เมินหน้าหนีไปทางอื่น ยังรู้สึกแปลกๆที่ลูกชายเอาใจใส่เด็กผู้ชายด้วยกัน คิบอมเองก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเบี่ยงเบนหรืออะไร ท่าทางก็ยังดูเป็นผู้ชายปกติ ดงแฮเองก็เหมือนกัน พอเห็นมากระหนุงกระหนิงกันก็ทำใจลำบาก แต่สะใภ้ใหญ่ที่เป็นคนโปรดก็ยังอุตส่าห์คอยช่วยน้องเป็นระยะ

คิบอมดูซอฟต์ลงเยอะเลยนะคะ ไม่ได้เห็นมุมนี้มานานมากแล้ว เสียงหวานเอ่ยเบาๆพลางส่งยิ้มให้ชายผู้เป็นพ่อของสามี

ได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะปรายตาไปมอง เจ้าลูกที่แสนดื้อรั้นดูอ่อนโยนและเป็นผู้เป็นคนขึ้นมากอย่างที่หล่อนบอกจริงๆ ถึงการแต่งตัวจะไม่ได้ดูปกติแบบคนอื่นๆ แต่ผมเผ้าก็ยังดูเรียบร้อยขึ้นมาบ้าง และที่สำคัญคือเขารู้จักข่มอารมณ์ให้ใจเย็นเป็น ซ้ำอาการปากร้ายก็ค่อยๆหายไปทีละนิด แม้จะมีเถียงๆกันกับดงแฮบ้างแต่แค่เจ้าตัวเล็กหน้างอใส่ ฝ่ายที่ตัวใหญ่กว่าก็เงียบตามแล้วก็ไม่ปากเสียกวนใจอะไรอีก เรียกได้ว่าเป็นพัฒนาการที่ค่อนข้างดีทีเดียว

คิฮยอนฮยอง ถ้าซังบอมมาถึงแล้วเตะบอลกันนะฮะ

คำขอที่ดูจะขัดกับหน้าหวานๆถูกพ่นออกมา และแน่นอนว่ามันทำให้ท่านประธานคิมยืนทำหน้างงๆ นับวันจะยิ่งสับสนกับสถานภาพของเจ้าลูกชายกับลูกสะใภ้ที่เป็นผู้ชาย ซึ่งบางทีก็อาจจะเพราะเขาหัวโบราณเกินไปเลยตามโลกใบนี้ไม่ทัน

เอาสิ ..พ่อมาเล่นด้วยกันมั๊ยฮะ พี่ใหญ่รีบหันไปชวน

เวลานี้ทุกคนพยายามที่จะทำให้คิมแทยางเลิกคิดถึงเรื่องแย่ๆที่ชองแรวอนทำเอาไว้ วิธีนี้ก็อาจจะเป็นอีกทางที่จะทำให้อะไรๆดีขึ้น

เอาไว้เจ้าซังบอมมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน คนถูกถามร้องตอบ จะตกลงก็รู้สึกแปลกๆ แต่จะปฏิเสธก็ไม่ค่อยอยากจะทำสักเท่าไหร่ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

ทั้งหกชีวิตยังเดินวนกันอยู่ที่สนามหญ้ากว้างๆและใช้เวลาหมดไปกับการตีลูกกลมๆลงหลุม และเมื่อซังบอมมาถึงจึงได้อพยพกันไปที่สนามหญ้าเล็กๆเพื่อที่จะเตะบอลกัน โดยแบ่งเป็นสองทีมคือ คิฮยอนกับซังบอม และ คิบอมกับดงแฮ โดยมีคิมแทยางนั่งดูด้วยรอยยิ้ม

นานแล้วที่ไม่ได้เที่ยวแบบพร้อมหน้าพร้อมตา และก็นานแล้วที่บรรยากาศเหล่านี้ไม่ได้มีให้ได้สัมผัส

เด็กหนุ่มที่ยังแข็งแรงกันอยู่นั้นวิ่งแย่งบอลกันด้วยเสียงหัวเราะ ดงแฮอาจจะไม่คล่องเท่ากับคนอื่นๆแต่ก็ไม่ได้เล่นแย่อะไร ซึ่งเมื่อมองดูเต็มๆตาแล้วก็เห็นได้ชัดเจนว่าเขาสามารถเข้ากับทุกคนได้เป็นอย่างดี

โหย ..แป๋ว ขาสั้นว่ะไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใครที่ร้องแซว และพอวิ่งช้าหน่อยก็โดนอีกจนได้ หนักก้นอีกล่ะสิ บอกแล้วว่าให้ไปเอาออก

ไอ้โหด!!” ร่างเล็กหันมาร้องว่าบ้าง ปากเสีย

ก็มันจริงอ่ะ แซวเองก็ขำเอง ที่วิ่งช้าๆนี่เพราะหนักก้นนั่นแหละ

หุบปากไปเลย แขนเรียวชี้หน้าอย่างคาดโทษแล้วหันไปฟ้องมารดาเขาอย่างรวดเร็ว คุณป้าดูมักเน่ของคุณป้าสิฮะ ปากเสียที่สุด

ขี้ฟ้องว่ะ

ก็จะฟ้องอ่ะ

สงครามย่อยๆเรียกเสียงหัวเราะได้อย่างไม่ยากเย็น แม้แต่คิมแทยางก็ยังอดที่จะขำไม่ได้ เขาไม่ได้เห็นลูกชายคนเล็กต่อล้อต่อเถียงแบบนี้มาก็นาน ซึ่งมันก็นานจนแทบจะลืมไปแล้วว่าคิบอมทำกริยาแบบนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

นี่ฮยอง ..ทีมนั้นเริ่มมีปัญหาขัดแย้งภายใน สงสัยเราคงจะชนะ ซังบอมเท้าสะเอวหัวเราะร่วน

คิฮยอนเองก็ขำไม่แพ้กัน ภายในทีมหรือภายในครอบครัววะ

ไม่รู้สิ ..แต่ที่แน่ๆ ผมว่าน้องฮยองได้นอนโซฟาแน่

ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

 

แต่ถึงจะร้องเถียงกันแบบนั้น พอดงแฮวิ่งเหนื่อยเข้าหน่อยก็เดินไปอ้อนให้คนตัวใหญ่ช่วยมัดจุกให้ ซึ่งก็โดนคิบอมจับผลักศีรษะไปแบบแกล้งๆ แต่สุดท้ายก็ยอมยืนรวบผมให้จนได้ และก็ยังไม่วายหาเรื่องแกล้งด้วยการจับจุกต้นมะพร้าวบนหัวกลมดึงลากไปลากมาให้โดนด่าเล่น

สองคนนั้นน่ารักดีนะคะ ฮาราหันไปหัวเราะคิกคักกับฮันแชยอนตามประสาสาวๆ

พอเห็นขาเล็กยกถีบก้นลูกชายคนเล็กก็ยิ่งถูกใจ คงต้องยอมให้เค้าแล้วล่ะ แม่เห็นคิบอมมีความสุขได้ขนาดนี้ก็ดีใจแล้ว นี่ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ดงแฮ แม่ก็ยังคิดอยู่เลยว่าคิบอมจะหัวเราะ จะยิ้มแย้มได้ขนาดนี้หรือเปล่า

สงสัยคุณแม่จะหลงเสน่ห์ว่าที่สะใภ้เล็กแล้วล่ะค่ะ ..แต่ดงแฮเค้าก็น่ารักจริงๆนั่นแหละ หนูเองยังชอบเค้าเลย เหมือนได้น้องชายมาเพิ่มคนนึง

เค้าก็ดูซนๆเหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป ตอนแรกก็นึกว่าจะหวานๆซะอีก เจอวันนี้เข้าไปนี่ต้องคิดใหม่แล้วล่ะ

ดงแฮไม่หวานหรอกค่ะ ฮารายิ้มกว้าง แต่รู้จักอ้อน รู้จักพูด เวลาเจอกันเค้าก็นิ่งๆ ไม่ได้ซนอะไร ดูเรียบร้อยๆหน่อย แต่เอาเข้าจริงก็ซนตามประสานั่นแหละค่ะ

เห็นคิบอมบอกว่าชอบงอน

แฟนกันก็เป็นปกตินั่นแหละค่ะ หนูเห็นคิบอมก็ง้อตามประสาเค้านั่นแหละ บางทียังคิดเลยว่านั่นง้อแล้วเหรอ

รายนั้นง้อก็เหมือนไม่ง้อ

แม่สามีกับลูกสะใภ้นั่งหัวเราะกันไปกับการได้พูดถึงคู่เล็กที่ตอนนี้กลับมายืนเถียงกันอีกรอบ แต่เถียงได้ไม่กี่คำก็หยอกกันอีกจนได้ ดูๆไปมันก็น่ารักน่าเอ็นดูดี

อีกร่างที่นั่งฟังอยู่ก็ได้แต่มองตามในสิ่งที่ลูกสะใภ้กับภรรยานั่งพูดคุยกัน ความจริงตรงหน้ามันอาจจะลำบากใจที่จะยอมรับ แต่มันก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าคิบอมมีความสุขสักแค่ไหนกับการที่มีดงแฮอยู่ข้างกายแบบนี้ ซึ่งบางทีเขาอาจจะต้องตัดความไม่ชอบใจของตัวเองออกไปเพื่อรักษาความสุขของลูกเอาไว้บ้าง

คงจะถึงเวลาที่ต้องหัดเรียนรู้ที่จะทำอะไรดีๆเพื่อคนอื่นบ้างแล้วล่ะ

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

การเยียวยาในเรื่องร้ายๆที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั้นทำให้หัวใจหลายๆดวงกลับมาแข็งแร็งดังเดิม สองพ่อลูกที่ชอบตั้งป้อมหมางเมินเหมือนจะมีเค้าลางดีๆเกิดขึ้นบ้างเพราะคิมแทยางเริ่มจะปรับตัวเข้าหาคนอื่นๆหลังจากที่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางมานานหลายปี ถึงมันจะไม่ชินแต่มันก็คงจะถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องใส่ใจความรู้สึกของคนใกล้ตัวเพื่อที่จะไม่ให้มันต้องพลาดพลั้งอะไรเป็นครั้งที่สองอีก

คิบอมเองก็หมั่นหันไปหยอกล้อกับดงแฮอย่างไม่แคร์สายตาใคร ถึงจะไม่ค่อยพูด ไม่ทำอะไรหวานๆ แต่ที่ทำลงไปใครก็มองดูรู้ว่าใส่ใจเจ้าตัวเล็กมากอย่างที่ไม่เคยสนใจใครมาก่อน บางทีก็เดินไปผลักหัว เตะก้น หมั่นเขี้ยวมากๆหน่อยก็จับบิดแก้ม วอนให้อีกคนร้องด่ามันได้ทั้งวัน

แต่ดูสิ พอเจ้าโสรแป๋วจะอ้อนบ้างก็กลับดุใส่เสียอย่างนั้น

ไม่เอาแป๋ว ..นี่มันนอกบ้าน อย่ามางอแง เสียงต่ำๆคำรามในลำคอ นั่งดีๆสิ ไม่มีกระดูกหรือไง

มี แต่อยากนั่งด้วย ตอบพลางยกจานของว่าง ซึ่งก็โดนคิบอมจับดึงเอาไว้ ก็ไม่อยากให้นั่ง ก็ไม่นั่งแล้วไง

แล้วจะไปไหน

ไปนั่งตรงอื่น เสียงแข็งๆตอบกลับ อยากนั่งคนเดียวก็นั่งไปสิ นั่งให้พอใจเลย ชิ!!”

นั่งนี่ ..แค่ให้นั่งดีๆ ไม่ได้บอกว่าให้ไปนั่งที่อื่นสักหน่อย

ไม่..

แป๋ว

เสียงดุดังขึ้นท่ากลางรอยยิ้มของคนอื่นๆที่นั่งถัดออกไป สองคนนี้งอนง้อกันมาข้ามคืน พอตื่นก็หากเรื่องทะเลาะกันใหม่ แต่ได้สักพักพอดงแฮงอแงจริงๆก็กลายเป็นไอ้คนดุนั่นแหละที่ต้องโอ๋ ต้องตามใจ และยอมให้จนกระทั่งอารมณ์ดี ซึ่งเมื่อร่างเล็กเริ่มยิ้มแล้วมาอ้อนมากๆก็มักจะหาเรื่องแกล้งซ้ำมันอีก

บอกให้นั่งก็นั่งสิ อย่าดื้อ

หน้าหวานมุ่ยลงพร้อมเบะปากอย่างจงใจ ชิ ไอ้คนเผด็จการ

อ้าว เฮ๊ย เรื่องอะไรมาว่ากัน

ก็โหดเผด็จการ

ทีเมื่อก่อนล่ะสั่งซ้ายเป็นต้องหันซ้าย สั่งขวาก็ต้องหันขวา แค่มองมาก็หัวหด แต่เวลานี้น่ะเหรอ ลีดงแฮต่อปากต่อคำชนิดว่าไม่ยอมลดละเลยล่ะ ..ก็เพราะรู้ตัวนี่นา ว่าคิบอมรักนักรักหนา ต่อให้เอาแต่ใจแค่ไหนคนตัวใหญ่ก็ไม่โกรธหรอก

ไม่ได้เผด็จการ แต่นายนั่นแหละงอนไม่เข้าเรื่อง

ว่าอีกแล้วนะ

เออ ไม่ว่าก็ได้ ..แป๋วขี้งอนเอ๊ย

ไหนบอกจะไม่ว่าไง หันไปทุบที่ไหล่กว้าง ว่าอีกแล้วนะ นี่แนะ..ปากเสีย

ดื้อมากๆเดี๋ยวก็จับไปโยนลงน้ำหรอก ฮึ่ย!!”

กล้าเหรอ!!”

เอะอะเสียงดัง น่ารำคาญ..”

ซังบอมยืนมองสองคนเถียงกันมาตั้งแต่เมื่อวานด้วยรอยยิ้ม นึกขำกับท่าทางของพี่ชายที่ต้องยอมให้คนตัวเล็กนี่สารพัด ถึงคิบอมจะนิ่งๆและไม่ได้แสดงออกว่ายอม แต่ไอ้การที่ไม่เถียงและตีหน้านิ่งใส่นี่แหละที่บอกว่าเขายอม แม้จะยอมด้วยสาเหตุที่เกิดจากความขี้เกียจจะเถียงก็เถอะ

นี่ ..สรุปว่าเมื่อคืนมันนอนโซฟาหรือเปล่า พี่ใหญ่เดินมากระแทกไหล่น้องเล็กเบาๆ

เจ้าแก้มพองหน้าขาวได้ยินก็หัวเราะเห็นฟันสวย ไม่หรอกฮยอง ตีกันจนเหนื่อยแล้วก็เดินตามกันเข้าห้อง

ใครเดินตามใครวะ

เจ้าตัวเล็กเดินตามน้องฮยอง ฮ่าๆ .. คิบอมมันจูงมือเค้าเข้าห้อง ไอ้ผมก็อุตส่าห์แอบฟังแล้วนะ แต่ดันเงียบเชียบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อะไรกันซังบอม ไปแอบฟังอะไรเค้า ฮารารีบหันมาดุ

โธ่ นูนา ผมก็แค่อยากรู้ว่าเวลาสองคนนั้นอยู่ด้วยกันจะกุ๊กกิ๊กน่ารักอะไรกันบ้างหรือเปล่าเท่านั้นเอง เด็กหนุ่มรีบเถียง แต่ก่อนที่จะเข้าตัวก็ต้องปัดไปหาอีกฝ่ายก่อน ว่าแต่เมื่อไหร่นูนาจะมีหลานให้ผมอุ้มล่ะฮะ

ดวงตาวิบวับที่ยิ้มล้อเล่นเอาคู่แต่งงานใหม่ถึงกับไปต่อไม่ถูก ร่างบางหน้าแดงรีบหันขวับเดินหนี ส่วนคิฮยอนก็ตบป้าบเข้าให้

ไอ้น้องเวร!!!”

 

 

ในช่วงเย็นวันอาทิตย์ครอบครัวตระกูลคิมที่พ่วงด้วยหนึ่งหนุ่มน้อยตระกูลลีได้กลับมาที่คฤหาสน์ด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนหน้า ดงแฮค่อนข้างที่จะมีความสุขต่างจากตอนที่ไปเที่ยวกับครอบครัวซีวอนที่แม้จะอบอุ่นดีแต่ก็อึดอัดในความรู้สึก และแม้จะงอแงใส่ร่างใหญ่มาตลอด แต่สักพักก็นอนหลับซบไหล่เขา พอตื่นขึ้นมาก็กลายเป็นว่าท่อนบนไปอยู่ในอ้อมกอดเจ้าแก้มป่องตัวเข้มเสียค่อนตัว และก็สามารถเรียกสายตาล้อๆจากซังบอมได้เป็นอย่างดี

คุณหนูลีขึ้นห้องไปอาบน้ำอาบท่าอีกรอบ เมื่อออกมาแล้วไม่เห็นว่าคนรักอยู่ในห้องก็เดินหา พอรู้ว่าคิบอมตามเจ้าน้องชายออกไปข้างนอกก็ขอออกไปบ้าง

คุณป้าครับ เดี๋ยวผมจะกลับบ้านสักพักนะครับ เขาบอกฮันแชยอนเอาไว้ก่อน ตามประสาของเด็กที่ต้องรายงานผู้ใหญ่

จะไปนานหรือเปล่าลูก สีหน้าที่ห่วงใยรีบมองมา อยู่ที่นี่ไม่สบายเหรอดงแฮ

สบายสิครับ รีบยิ้มหวานอ้อนใหญ่ ผมแค่กลับไปทำธุระเอง เดี๋ยวค่ำๆก็กลับมาแล้ว จะอยู่เป็นเพื่อนคุณป้าจนกว่าจะกลับแคนาดาเลยนะครับ

เฮ่อ ..ก็นึกว่าจะไปหลายวัน เล่นเอาคนแก่ใจหาย

หน้าหวานยิ้มบางๆ พลางสอดแขนกอดเรือนกายมารดาของเจ้าคิมร็อตไวเลอร์ของตัวเองเอาไว้หลวมๆ หล่อนเองก็รับรู้ถึงปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น พอตัดสินใจทำอะไรก็อดไม่ได้ที่จะบอกกล่าว

ผมจะไปหาซีวอนน่ะครับ ..เรื่องแย่ๆจะได้จบสักที

อ่า.. แล้วจะไม่บอกคิบอมก่อนเหรอ

ไม่เป็นไรหรอกครับ ไปไม่นาน อาจจะกลับมาก่อนที่เค้าจะกลับก็ได้ เอาเป็นว่าถ้าเค้าถามหา ก็บอกว่าผมไปเอาของที่บ้าน ไม่ต้องไปรับ เดี๋ยวจะกลับมาเองแล้วกันนะครับ

อืม ตามใจแล้วกัน

ฝ่ายท่านประธานที่แสร้งนั่งอ่านหนังสือพิมพ์บังหน้าก็แอบฟังภรรยากระซิบกระซาบกับเจ้าสะใภ้เล็กที่เขาเองก็ยังไม่ได้รับอย่างเต็มอกเต็มใจแล้วก็อดที่จะสงสัยไม่ได้เพราะคล้ายจะมีเรื่องเครียดๆ พอดงแฮเดินพ้นประตูออกไปก็ค่อยๆหันไปหลิ่วตามองร่างบอบบางที่นั่งห่างออกไป

นี่คุณ ..ดงแฮออกไปไหน

คุณนายซึ่งนั่งจิบน้ำส้มตวัดสายตามาแบบนิ่งๆ หล่อนยังตั้งป้อมจิกกัดสามีอยู่เหมือนเก่า จะให้ญาติดีในทันทีก็คงจะทำไม่ได้ในเมื่อเขาเคยทำร้ายน้ำใจไว้มากมายขนาดนั้น

ตากลมปรายมามองอย่างประชดประชัน ไหนๆก็ได้ทีถือไพ่เหนือกว่าก็ขอซ้ำมันอีกสักรอบเพื่อความสะใจส่วนตัว

อ้าว ..นี่สนใจชีวิตคนอื่นเป็นเหมือนกันเหรอคะ ..ไม่ยักรู้

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

ดงแฮให้คนรถของตระกูลคิมออกมาส่งที่บ้านหลังเล็กแล้วก็เดินสำรวจดูความเรียบร้อย ไม่ได้นอนที่นี่มาร่วมเดือนจนเหมือนจะกลายเป็นบ้านของคนอื่น คิดๆไปก็นึกละอายที่ทิ้งบ้านตัวเองไปแล้วเอาแต่ขลุกอยู่กับคนรักจนเหมือนหลงลืมอะไรหลายๆอย่างไปแล้ว

ร่างเล็กเดินขึ้นไปที่ชั้นบนแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงที่คุ้นเคยพร้อมกับกอดหมอนข้างหอมๆที่ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นประจำ คิดถึงบ้านก็คิดถึง แต่ถ้าให้แยกจากคิบอมในวันนี้พรุ่งนี้ก็ทำไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้มาอยู่ด้วยกันเสียที่นี่

อา.. แม่จ๋า หนูขอโทษนะฮะที่ไม่ได้ดูแลมันให้ดีอย่างที่แม่จ๋าตั้งใจซื้อไว้ให้

 

 

หลังจากเอนกายคลายความเมื่อยเรียบร้อยแล้วก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจแล้วเดินไปส่องกระจกดูสภาพตัวเองให้ชัดๆ สร้อยคอสีเงินดำที่เด่นอยู่บนคอสร้างรอยยิ้มให้คิดถึงวันเก่าๆ จำได้ว่าเจ้าของเอาอีกเส้นที่เขาเก็บใส่ลิ้นชักมาให้ใส่ แต่เพราะความดื้อรั้นเลยทำให้เกิดเรื่องจนร่างใหญ่ต้องเอาอีกเส้นมายัดเยียดแทน

คิดถึงตรงนี้ รอยยิ้มเศร้าๆก็เกิดขึ้นอีกครา สร้อยที่เคยติดตัวตอนนี้มันหลุดไปอยู่ในลิ้นชักเป็นที่เรียบร้อย แม้จะรู้สึกใจหายอยู่ลึกๆ แต่ในความเป็นจริงก็ควรจะต้องอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับคนที่มีตัวตนตรงหน้า ไม่ใช่อยู่กับสิ่งที่โหยหาจากอดีต

เพราะคิดๆไป ถ้าเจ้าชายหมั่นโถวกลับมา บางทีเขาอาจจะไม่ดีเท่าคิบอมก็เป็นได้

ดงแฮถอนหายใจอีกรอบแล้วเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือมาจ้องมองสักครู่ พยายามจะรวบรวมความกล้าเพื่อจะกดโทรหาใครบางคนและตามเขามาพูดคุยกันให้รู้เรื่อง อย่างน้อยๆก็น่าจะเป็นการจบปัญหาที่ค้างคาอยู่ให้เสร็จๆไป เพราะเวลานี้หัวใจเขาก็หยุดนิ่งและก็มั่นคงมากที่จะกล้าพูดได้เต็มปากแล้วว่าเลือกคิบอม

ใจดวงน้อยเต้นตึกตึกเมื่อเสียงสัญญาณดังขึ้นเป็นเพลงภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อรอสาย ลมหายใจเริ่มเดินไปไม่ทั่วร่าง มันติดขัดประหลาดๆเพราะหากว่าตอนนี้เขาตัดใจรีบวางก็ยังจะมีเบอร์ของตัวเองโชว์อยู่ที่โทรศัพท์อีกฝ่ายแน่ ซึ่งจังหวะนี้มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วจึงต้องข่มใจให้สงบลงและรอจนกระทั่งอีกฝ่ายส่งเสียงทักทายกลับมา

ว่าไงดงแฮ

เรียวปากบางเม้มเล็กน้อยแล้วสูดหายใจลึกๆ นึกโมโหตัวเองที่ไม่ค่อยจะกล้าตัดสินใจอะไรสักอย่าง เวลาแบบนี้ก็ยังจะมัวมากล้าๆกลัวๆอยู่อีก แค่ได้ยินเสียงเขาก็ปากซีดมือสั่น ทั้งที่มันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย

คือ.. นายพอจะว่างออกมาเจอชั้นหน่อยได้มั๊ยซีวอน

...

ชั้นอยากจะคุยกับนาย ..คือ ชั้นไม่สบายใจเลยที่เราไม่เข้าใจกันแบบนี้

...

เสียงดงแฮพ่นออกไปทั้งที่ใจก็อึดอัด แต่เมื่อไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมาเพราะร่างหนาเอาแต่เงียบ เจ้าคนเจื้อยแจ้วก็ชักจะไปต่อไม่ถูก ดงแฮเริ่มตะกุกตะกัก กลัวว่านอกจากเขาจะไม่ออกมาแล้วยังจะมีปัญหาบ้าๆตามมา ความหวาดกลัวเริ่มครอบงำจนทำให้คิดมากมายไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

ซีวอน.. ได้โปรด..

ที่ไหน

ยังไม่ทันจะสิ้นคำ ร่างใหญ่ก็ตอบกลับมานิ่งๆ ความจริงเขาแค่อึ้งและไม่คิดว่าจะเป็นคนตัวน้อยนี่ที่เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอจบปัญหาเองแบบนี้ก็เท่านั้น ไม่คิดว่าแค่ความเงียบมันจะทำให้คนบางคนคิดมากจนส่งเสียงเหมือนจะร้องไห้กลับมาอย่างที่ได้ยินเมื่อครู่

 สวนสาธารณะเงียบๆสักที่ก็ได้ ..นายคงไม่อยากให้ใครมาเห็น ใช่มั๊ย?

งั้นก็สวนที่เราเคยไปจ๊อกกิ้งแล้วกัน

อ..อืม

มือเล็กกดวางสายไปแบบที่ใจระส่ำ กลั้นใจทำตัวปกติตอนที่พูดจา แต่เสียงนิ่งๆต่ำๆของซีวอนที่ตอบกลับมามันน่ากลัวเสียจนหัวใจจะวาย ไม่อยากจะนึกสภาพว่าหากเจอน่ามันจะทำให้เขาหน้าซีดหัวหดสักแค่ไหน คนๆนี้ยิ่งเดาอารมณ์ไม่ค่อยได้ แถมยังไม่แสดงท่าทียินดียินร้ายให้รู้ว่าคิดอะไรอยู่เสียด้วย

หมอนข้างถูกดึงมากอดระบายความกังวลแทนคนที่ไม่อยู่ หากคิบอมอยู่ข้างๆก็คงจะใช้ร่างของเขาเป็นที่พึ่ง แต่ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน จะให้โทรศัพท์ไปถามไถ่ก็ทำไม่ได้อีก เพราะจะให้เขารู้ว่าตัวเองอยู่ที่นี่และกำลังจะออกไปเจรจาสงบศึกกับซีวอนไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะไม่อย่างนั้นปัญหาก็คงจะไม่จบไม่สิ้นกันเสียที

ลีดงแฮกำจี้ที่คอเล็กน้อยพอให้สามารถเรียกกำลังใจในส่วนลึกออกมาได้ ที่ตั้งใจทำในครั้งนี้ก็หมายจะให้คนรักกับเพื่อนคืนดีและไม่ต้องมีตัวเองเป็นต้นตอแห่งปัญหา ถ้าเขาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนและไม่ลังเลเลื่อนลอยตั้งแต่แรก เหตุการณ์แย่ๆแบบนี้ก็อาจจะไม่เกิด หรือต่อให้เกิดก็คงจะไม่ลุกลามจนห้ามไม่ทันอย่างที่เป็นอยู่

สิ่งที่คิดว่าดีที่สุดในเวลานี้ มันก็คือการที่เขาตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริง

รถที่จอดเอาไว้ในโรงรถได้ฤกษ์ถูกนำออกมาขับหลังจากที่ให้มันนอนพักมานานพอควร ดีที่สามีของแม่บ้านหมั่นนำมันออกมาบริหารเครื่องยนต์เป็นระยะ ไม่เช่นนั้นก็อาจจะนอนตายกลายเป็นซากรถโดยไม่ได้ตั้งใจแน่

ในเวลาบ่ายแก่ๆแบบนี้ โชคดีที่ไม่มีใครวุ่นวายนัก แต่หากว่าให้หลังสักหนึ่งชั่วโมงก็อาจจะมีคนมากมายเต็มสวน เพราะส่วนมากก็จะมีคนมาปั่นจักรยานและออกกำลังกายในสวนสาธารณะแห่งนี้ในช่วงเช้าและเย็น ซึ่งก็คงจะไม่สะดวกหากต้องการความสงบหรือพื้นที่ที่เป็นส่วนตัว

ดงแฮมาถึงก่อนเพราะบ้านของเขาใกล้กว่า อันที่จริงจะปั่นจักรยานมาก็ได้ แต่เพราะหากทำแบบนั้นเขาคงจะไปช้า และเมื่อคิดสภาพล่วงหน้าว่าอาจจะไม่ได้จบลงด้วยรอยยิ้ม สองขาก็คงจะไม่มีกำลังปั่นกลับมาแน่

ตัวเล็กดับเครื่องยนต์แล้วสูดหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกความกล้า เขาเปิดประตูรถออกมาแล้วเดินไปหามุมเหมาะพอที่จะสามารถคุยกันได้ เวลานี้โชคดีที่มีแค่เขาคนเดียวในสวนเลยพอมีความสงบให้ไตร่ตรองละทบทวนคำพูดบ้าง

มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นเป็นสัญญาณว่าคนที่ตนนัดคงมาถึงแล้ว ซึ่งแค่ดงแฮลุกขึ้นยืนก็มองเห็นร่างใหญ่สูงเด่นเป็นสง่า ทั้งสวนสาธารณะมีแค่เขาสองคนจึงไม่แปลกที่จะไม่ต้องมองหากัน

ซีวอนเดินนิ่งๆมาด้วยสีหน้าที่นิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัว ซึ่งฝ่ายนัดก็ก้มหน้าหลบตาด้วยความลำบากใจ เมื่อมายืนประจันหน้าก็มองพื้นเพื่อคลายความกดดันในตัวแล้วค่อยปั้นหน้ายิ้มแย้มใส่

นึกว่าจะมาช้ากว่านี้

อืม ว่างอยู่พอดี ร่างสูงตอบนิ่งๆ แล้วดงแฮล่ะ มีอะไร

ไม่คิดว่าเขาจะย้อนกลับมาไวขนาดนี้ ที่เตรียมเอาไว้ก็กระจัดกระจายอยู่ในหัว บรรยากาศที่มีแสงแดดส่องผ่านใบไม้ลงมารำไรไม่ได้ทำให้เย็นชื่นฉ่ำใจเลยสักนิด

นิ้วเล็กจิกกันเพื่อรวบรวมสติและความกล้า สักครู่ก็พ่นลมหายใจออกมาแล้วเงยหน้าขึ้นจ้อง

ชั้นอยากจะคุยเรื่องระหว่างเราสามคน

หืม?

คล้ายอีกฝ่ายจะจงใจย้อน เลยต้องเน้นย้ำกลับไปคืน ชั้น นาย ..แล้วก็คิบอม

ดงแฮถอนหายใจอีกครั้ง รู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศแบบนี้ ถ้าซีวอนแสดงออกมาว่าไม่พอใจหรือชักสีหน้าสักนิดมันยังง่ายกว่าการที่เขาปั้นหน้าทำเหมือนไม่รู้ฟ้าไม่รู้ฝนแล้วใช้สายตาที่งุนงงมองมาคล้ายอยากจะถามว่ามันเกี่ยวอะไรกับตัวเอง เพราะแบบนี้ยิ่งมีแต่จะทำให้พูดกันลำบากขึ้น

แล้วไง เสียงต่ำถามเบาๆ อะไรที่นายต้องการจะพูด

มุมหนึ่งมันเหมือนกับซัดให้เขาจุก แต่อีกมุมก็เหมือนชี้ทางสว่างให้ก้าวไปพร้อมๆกัน ซึ่งคนตัวเล็กก็ขอบใจที่ยังเปิดโอกาสที่จะให้เขาพูดได้ต่อ แม้บรรยากาศมันจะแปลกและอึดอัดใจจนแทบจะบ้าก็ตาม

ชั้นรู้สึกไม่ดีที่นายกับคิบอมต้องมาผิดใจกันเพราะชั้นแบบนี้

อาฮะ

คือ..

โดนตอบมาแบบนั้นก็เริ่มจะไปต่อไม่ถูก ร่างเล็กถึงกับต้องถอนหายใจกับท่าทางที่ไม่ยินดียินร้ายของคนตัวโต

นายรู้สึกว่าคิบอมทรยศใช่มั๊ย ..คือ ชั้นอยากจะบอกว่าเค้าไม่เคยจีบชั้นเลยนะ ไม่เคยเลยจริงๆ เราเพิ่งตกลงเป็นแฟนกันได้แค่สัปดาห์กว่าๆเอง ถ้าจะโทษก็โทษชั้นเถอะ ชั้นมันโลเล ให้ความหวังนาย ให้โอกาสทั้งๆที่ใจชั้นมันก็..

เสียงห้าวขาดหายไปในลำคอ รู้ว่าถ้าพูดต่อก็คงจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายช้ำใจมากไปกว่าเก่า ซึ่งซีวอนก็ใช่ว่าจะโง่เง่าพอที่จะไม่รู้ ถึงแม้จะเจ็บแต่ไม่มีทางหรอกที่จะแสดงท่าทีที่น่าสงสารออกมาให้เจ้าตัวเล็กนี้เห็น หน้าที่ฉาบเอาไว้ให้เฉยชาแม้จะทุกข์ทรมานก็ไม่อาจจะแสดงออกมาได้

ก็อะไร

ก็ ...ชั้นชอบคิบอมไปแล้ว ดงแฮกัดฟันตอบออกไปจนได้

แต่ตอนนั้นชั้นแค่ไม่อยากจะทำร้ายน้ำใจนาย และคิบอมก็ไม่ได้ทำให้รู้ว่าเค้าคิดอะไรกับชั้น ..ชั้นขอโทษ ซีวอน

ตากลมเริ่มสั่นไหวในความเงียบ ริมฝีปากบอบบางเม้มแน่นจนขึ้นสี ร่างเล็กที่แบกความรู้สึกผิดไว้เต็มอกกำลังโดนสายตาที่นิ่งเฉยจับจ้องโดยที่ไม่สามารถบอกว่าเขาคิดอะไรได้ ซีวอนนิ่งราวกับรูปปั้น ใบหน้าที่งดงามนั้นยังสงบเงียบ มีแต่ความรู้สึกเท่านั้นที่บ่งบอกว่าภายในของเขายังมีอะไรอัดอั้นมากมายอยู่

ถ้าจะโกรธก็โกรธชั้นเถอะนะ คิบอมไม่ผิดเลย ..ความผิดของชั้นคนเดียว

...

ชั้นขอโทษที่โกหก ชั้นรู้ว่าพูดไปมันก็เหมือนๆกับคำแก้ตัว แต่ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้

...

ซีวอน ..พูดอะไรบ้างสิ เอาแต่เงียบแบบนี้ชั้นทำอะไรไม่ถูกจริงๆนะ

ตาคมหยุดมองดวงหน้าน่ารักที่ยามนี้มีน้ำใสไหลรื้นออกมาที่หางตาดูน่าสงสาร ใบหน้าของดงแฮที่น่าทะนุถนอมและชวนมองกลายเป็นของต้องห้ามและเป็นเหมือนหนามที่ตำใจ ทั้งที่พยายามที่จะทำให้ได้มาครอบครองแต่สุดท้ายก็กลายเป็นสมบัติของคนอื่น

คนตัวสูงยังนิ่งอยู่ แต่พอร่างเล็กเอื้อมมือมาเกาะแขนก็เอ่ยกลับไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

แล้วจะให้ชั้นพูดอะไร ในเมื่อชั้นไม่มีอะไรจะพูด

...

แค่มารับฟังมันก็น่าจะเพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอดงแฮ

ซีวอน..

ลองมาเป็นชั้นสิ แล้วถามตัวเองว่านายจะพูดอะไรถ้าคนที่นายให้ใจไปน่ะมาพูดอย่างที่นายพูด บอกว่ารักอีกคนและขอโทษที่ให้โอกาสทั้งที่รู้ว่าชั้นไม่มีทางได้ ...นายจะตอบเค้าว่ายังไง

สิ่งที่ได้ยินสามารถเรียกน้ำตาที่ปริ่มจะล้นให้ไหลออกมาได้อย่างง่ายดาย ร่างเล็กเข้าใจถึงอกความลำบากใจในครั้งนี้อย่างดีโดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มให้ต้องเสียเวลา

มือเรียวปาดน้ำตาป้อยๆ จมูกแดง หน้าแดงเหมือนลูกหมา แต่ต่อให้มันน่ารักน่าเอ็นดูแค่ไหน เจ้าของมือใหญ่ก็ไม่คิดจะเอื้อมมือไปสัมผัส

คนๆนี้ไม่ใช่คนที่เขาจะแตะต้องได้อีกต่อไป ในเมื่อดงแฮเลือกที่จะเป็นของใครคนอื่น มันก็ไม่ควรที่จะปล่อยตัวปล่อยใจให้ต้องถลำลึกลงไปอีก

ความรักนั้นเริ่มต้นที่จิตใจก็จริง แต่ถ้าหากต้องการจะหยุด แค่เพียงสมองก็น่าจะไตร่ตรองและสั่งการได้แล้ว

ร่างสูงใหญ่ทอดสายตามองคนตัวน้อยยืนสะอื้นโดยไม่เอ่ยอะไรปลอบใจหรือแสดงท่าทีที่อ่อนโยนอย่างเก่า จะบอกว่าเขาเกลียดดงแฮก็คงไม่ใช่ แต่แค่เจ็บใจตรงคนที่ตนต้องสละเขาให้ไปนั้นคือคนใกล้ตัวอย่างคิบอม นานาความรู้สึกเริ่มตบตีกันในความเงียบ เจ็บแปลบที่หัวใจพอๆกับที่เจ็บใจที่พ่ายแพ้

นี่หรือความรัก ...รักที่เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งกันโดยมีใจดวงน้อยของคนๆหนึ่งเป็นเดิมพันมันทรมานขนาดนี้เชียวหรือ?

ตั้งคำถามในความเงียบ สองร่างยังคงยืนนิ่งๆปละปล่อยให้ความเงียบคืบคลานเข้ามาปกคลุมแบบนั้นโดยที่ยังไม่มีใครขับไล่มันออกไปจากพื้นที่ที่ยืนอยู่ มีแค่เสียงดงแฮที่ยังร้องไห้ กับเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของซีวอนที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆออกมาทางร่างกายเลยสักนิด

ดวงตาเรียวขยับกลอกไปมา เสียงรถราที่ขับผ่านด้านนอกแว่วมาเป็นระยะ บางเสียงเป็นเหมือนปลายนิ้วที่สะกิดเบาๆให้คิดถึงบางสิ่งบางอย่าง บางเสียงเหมือนเหมือนเข็มทิศนำทางให้ก้าวต่อ และบางเสียงก็คล้ายกับประกาศเตือนในสถานีรถไฟที่บอกให้ผู้โดยสารรีบก้าวออกไปที่ชานชลาก่อนที่มันจะเคลื่อนขบวนสู่สถานีต่อไป

ดงแฮรู้มั๊ย ..ว่าดงแฮเป็นคนแรกเลยนะที่ชั้นรู้สึกว่าชอบจนอยากที่จะได้มาครอบครอง เสียงทุ้มเอ่ยออกมาเบาๆ ไม่เข้าใจว่าจะบอกทำไม แต่ปากก็ขยับไปแล้ว

ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ควรทำ แต่ชั้นก็ห้ามตัวเองไม่ให้จีบดงแฮไม่ได้

...

รู้ทั้งรู้ว่าด้วยฐานะทางสังคมของตัวเองและครอบครัวมันยากถ้าหากชั้นจะเปิดเผยว่าใจชั้นมันอยู่กับผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่ง แต่เพราะเป็นดงแฮ ..มันเลยทำให้ชั้นอยากจะลองเสี่ยงสักตั้ง และหวังว่าจะได้มา

รอยยิ้มบางๆเกิดขึ้นบนใบหน้าทั้งที่แววตาเศร้าสร้อย ชั้นคิดว่าถ้าได้ดงแฮมาก็คงจะคุ้มและไม่ต้องการอะไรอีกต่อไปแล้ว ..แต่ทุกครั้งที่ดงแฮใส่ใจไอ้คิบอม สนใจ ห่วงใย ใกล้ชิดมัน ...ชั้นอิจฉา ..อิจฉาที่ชั้นทำแบบมันไม่ได้ และก็โมโหที่มันไม่ได้ทำอะไรดีๆให้ยิ้มได้ แต่นายก็เบนสายตาไปหามัน

ซีวอน.. ฮึก..

แต่เอาเถอะ เสียงทุ้มเริ่มแผ่วลงจนแทบจะขาดห้วง นายเลือกมันไปแล้วและชั้นก็ควรจะยอมรับ ชั้นเป็นลูกผู้ชายพอที่จะไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นหรือจองเวรอะไร แต่ถ้าจะให้ชั้นลืมหรือกลับมาทำตัวเหมือนเดิมในเวลาสั้นๆ ชั้นก็ทำไม่ได้เหมือนกัน

มันชัดเจนอยู่ในตัวว่าเขาต้องการที่จะสื่ออะไร ซึ่งผู้ที่ยืนรับฟังก็ไม่ได้หวังที่จะให้ทุกอย่างจบลงโดยที่เพื่อนรักกลับมากอดคอกันในวันนี้หรือพรุ่งนี้ เพราะรู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ขอแค่เพียงเรื่องราวไม่เลวร้ายลุกลามไปกว่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

หวังว่านายจะเข้าใจนะ

อืม หน้าหวานขยับทั้งน้ำตา ซีวอนไม่ผิดหรอก ..ฮึก ไม่ผิดจริงๆ

ให้เวลาชั้นสักพักนะดงแฮ แล้วชั้นจะกลับมาเป็นเพื่อนนายเหมือนเดิม

ฮึก.. อืม จะรอนะ

ซีวอนยืนมองร่างเล็กสะอื้นไส้ด้วยสายตาที่ยังนิ่ง ถามว่าสงสารไหมก็ตอบได้ว่างสงสาร แต่มันก็ไม่ได้มากพอที่จะรู้สึกว่าสมควรที่จะตัดความย่ำแย่ในจิตใจออกไปและยิ้มกว้างบอกเขาว่า ไม่เป็นไร ชั้นสบายดี เพราะเขารู้ดีว่าที่ดงแฮร้องไห้มันเพราะความรู้สึกผิดในใจ ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงอะไรกับตนเลยก็ว่าได้

เขาไม่ใช่คนใจอ่อนแม้จะทำตัวอ่อนโยน ไม่ใช่คนขี้สงสาร หากแต่ติดจะเด็ดขาดและเอาจริงเอาจัง ต่างจากคิบอมที่ทำตัวแข็งกระด้างแต่เอาเข้าจริงกลับใจอ่อนกับสัตว์เล็กสัตว์น้อยหรือคนที่อ่อนแอไร้ทางสู้

หากคิบอมยื่นมือไปช่วย นั่นคือเขาห่วงใย แต่หากเป็นซีวอนที่ยื่นมือเข้าไป มันกลับหมายถึงการกระทำในสิ่งที่ควร .. ช่วยเพราะควรช่วย กับช่วยเพราะอยากช่วย ..มันต่างกัน

ที่คนมักจะมองว่าเขาเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวและแสนอบอุ่นนั่นก็เพราะทุกคนติดภาพที่เขาช่วยเหลือใครต่อใคร หากใครมีปัญหาหากรู้สึกว่าควรช่วยเขาก็จะยื่นมือเข้าไปตามความเหมาะสม แต่ถ้าจะว่ากันตรงๆ คนที่ได้รับความช่วยเหลือไปน่ะ เขาจำไม่เคยจะได้เลยสักครั้งว่าคือใคร หน้าตาอย่างไร และช่วยอะไรไปบ้าง

นั่นเพราะความจริงเขาไม่เคยสนใจเลยสักครั้ง เพราะมันเหมือนเป็นหน้าที่ของคนที่ มี มากกว่า สมบูรณ์ มากกว่า พึงจะช่วยเหลือคนที่ยัง ขาด อยู่ ก็เท่านั้น

สิ่งเหล่านั้นมันถูกปลูกฝังมาจากบิดามารดาที่ถือเป็นคนของสังคม ..พาไปทำนั่นทำนี่ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกอยากจะทำ จนมันติดและกลายเป็นนิสัยว่าต้องทำ ..ไม่ได้ทำเพราะหัวใจเลยสักนิด

ร่างใหญ่ที่ยืนนิ่งถอนหายใจอีกครั้ง เขารู้สึกชอบดงแฮและก็เรียกได้ว่าชอบมาก แต่กว่าจะถึงวินาทีนี้ความรักมันถูกสมองประมวลผลนับครั้งไม่ถ้วน อิจฉาคิบอมก็อิจฉา แต่ไม่ได้อิจฉาแค่เพราะไอ้เพื่อนตัวร้ายมันได้ลีดงแฮคนนี้ไป แต่อิจฉาเพราะไม่ว่ามันจะทำอะไรก็ได้รับความชื่นชม ได้รับความสนใจจากใครๆไปเสียหมด ไม่เว้นแม้แต่คนที่ชื่นชมตัวเองตั้งแต่แรกก็ยังเปลี่ยนใจไปหามัน ทั้งๆที่ตัวเองมีโอกาสที่เหนือกว่า

แต่จะให้คร่ำครวญฟูมฟาย หรือระบายความเจ็บช้ำออกมาเป็นคำพูด เพื่อให้ใครๆรับฟังและสมเพชน่ะเหรอ ...ไม่ใช่นิสัยของชเวซีวอนเลยสักนิด ต่อให้เป็นเพื่อนสนิทก็เถอะ ยังไงเขาก็จะเคยคิดที่จะแสดงความอ่อนแอให้ใครดู

ดวงตาที่ว่างเปล่าทอดมองร่างบอบบางอีกครั้ง ยังชั่งใจว่าจะหันหลังแล้วเดินจากไปในตอนนี้หรือว่าจะรอให้อีกฝ่ายเป็นคนบอกลา มันค่อนข้างลำบากกับการตัดสินใจ แต่ยิ่งเห็นร่างเล็กร้องไห้เท่าไหร่หัวใจก็ยิ่งหวั่นไหวมากขึ้นทุกที

และมันก็อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ร้องขอในบางสิ่งที่ต้องการมาตลอด

ขอกอดสักครั้งจะได้มั๊ย?

ฮึก.. ฮึก อะไรนะ

ตากลมที่ยังเปื้อนคราบน้ำตาช้อนขึ้นมาเล็กน้อย แล้วค่อยพยักหน้าเมื่อเขาไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก

ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ ฮึก..”

แขนแกร่งดึงร่างบอบบางมากอดเอาไว้แนบกายอย่างที่อยากจะทำมาตลอดเวลาหลายเดือน อยากจะสัมผัส อยากเป็นเจ้าของ อยากดูแลปกป้อง และอยากครอบครองเป็นของส่วนตัว แต่วันนี้ดงแฮที่น่ารักกลับหลุดลอยไป มันคงมีแค่วันนี้ที่จะสามารถสัมผัสเขาได้โดยที่ไม่มีใครมาขวางกั้น

ถ้ามันทำให้ต้องเสียใจเมื่อไหร่ ..ชั้นจะไปแย่งนายมาเอง

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ending talk

 

บอกแล้วว่าไม่เศร้า (เหรอ?) ...แต่มันกดดัน = =”

 

 

 

กดดันมากด้วยสำหรับคนแต่ง เพราะกลับมาอ่านอีกรอบนี่ต้องแก้บานเลย เพราะก่อนหน้านี้พิมพ์ไปแบบงงๆ พิมพ์ตกหล่นบ้าง ผิดบ้าง เกินบ้าง เรียงคำพูดได้สับสนบ้าง ...วุ่นวายดี

 

เหอ..

 

 

 

 

ปล้ำปลา ... สายนี้ไปส่งว๊อทเวิร์ดแล้วนะคะ ส่วนที่เหลือส่งพร้อมกันหมดพรุ่งนี้เพราะต้องจ้างรถกระบะออกไป ถ้าแยกส่งหลายๆรอบมันแลดูจะไม่คุ้มกับค่ารถ = =”

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #67094 PobarO (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 21:29
    ถ้าอยู่ในจุดของซีวอน คงทำใจเย็นให้เหมือนซีวอนไม่ได้อะ5555555
    เฮกับตระกูลคิมน่ารักจังชอบบบ
    เจ๊นี่อยากจะแมนอย่างเดียวป๋ากลับมาเมื่อไหร่จัดการเจ๊เลย5555555
    ปล.อย่าตบหนูนะเจ๊ฮี
    #67,094
    0
  2. #67064 DreamPatty (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2556 / 22:50
    สงสารซีวอนจัง ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้คงจะลำบากและเจ็บมากๆเลยล่ะ
    #67,064
    0
  3. #66928 luknamalotte (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2556 / 00:02
    แป๋วติดนิสัยบอมมาใช่ไหมอ่ะ ??? วาจานี่เชือดเฉือนซะคนฟังแทบกระอักเลือด 555555
    #66,928
    0
  4. #66839 แอ๋มแป๋ (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2555 / 03:30
    วอนเริ่มอ่อนลงมาแล้วนิดนึง

    สู้ๆนะ เป็นกำลังใจให้กลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิม
    #66,839
    0
  5. #66609 P-ENT (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2555 / 00:07
    ในที่สุดนางเมียน้อยก็กระเด็นออกไปซะที 

    ด๊องเก่งมากเลย

    รวบรวมความกล้าไปเคลียร์กับวอน

    เก่งที่สุด คนเก่งของบอม
    #66,609
    0
  6. #66317 KIHAE*129 (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 02:31
    ครอบครัวบอมเริ่มอบอุ่นเพราะหมวยคิคิ

    ดีที่วอนเข้าใจ

    #66,317
    0
  7. #66248 mirchullove (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 7 มีนาคม 2555 / 17:59
    หมวยไม่ต้องร้องนะ
    #66,248
    0
  8. #66189 Zelon (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 / 10:54
    ว้าว ผมชอบตอนนี้นะ ทั้งเรื่องคุณพ่อที่จะไปในทางที่ดีขึ้น แล้วก็เรื่องของวอน อ่านแล้วเข้าใจวอนนิดนึง เหมือนเจ้าตัวจะยอมรับตัวเองว่าอิจฉาบอม(นอกจากเรื่องหัวใจ)แต่ระบายให้ใครฟังไม่ได้ เหนภาพชัดมากตอนที่เปรียบตัวเองกะบอม คนนึงทำเพราะต้องทำ คนนึงทำเพราะอยากทำ มันก็ผลมาจากการเลี้ยงดูจิงๆอะน้อ



    เอาใจช่วยคุณชายชเวครับ^_^ อย่าเกลียดบอมเลยนะ สู้ๆ ทุกคนรอรอยยิ้มของนายอยู่



    ปล.ชอบประโยคสุดท้ายจัง555 บทพูดพระรองมากๆ ;)
    #66,189
    0
  9. #66071 np137 (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 20 มกราคม 2555 / 19:14
    คยูฮยอนหากำไรกับมินจนโดนจับได้เลย
    #66,071
    0
  10. #65824 Ringo-rr (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 18:35
     ว๊ากกก  555  สะใจ 
    ไปซะได้ก็ดี คึคึ
     ครอบครัวกลับมาเป็นครอบครัว

    อ่าาา  ตอนนี้เรื่องก็คลี่คลายเเล้ว 
    #65,824
    0
  11. #65788 Darker-40 (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 / 22:51
    ได้คุยกันเเล้วนะ หมวยไม่ต้องเครียดเเล้ว

    หยุดร้องไห้ซะ
    #65,788
    0
  12. #65427 lukpla^^yamas (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 26 กันยายน 2554 / 14:02
    เคลียร์ด๊องแล้วเป็นเพื่อนด๊องแล้ว แต่บอมอ่ะ
    #65,427
    0
  13. #65394 NANA (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 17 กันยายน 2554 / 16:27
    คยูทำตัวน่ารัก น่ายกลูกสาว(?)ให้

    ในที่สุดก็ผ่านด่านพ่อตาแม่ยายได้แล้ว

    เหลือแต่ด่านพ่อแม่สามีแล้วหล่ะ คยูมิน สู้ๆ

    #65,394
    0
  14. #65298 เจ้าชายหมาป่า (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 19:24
    ต้องขอบคุณความกล้าของด๊องเน้
    #65,298
    0
  15. #64964 vhan (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 / 17:47
    ดีจังที่ซีวอนเข้าใจได้

    หวังว่าบรรยากาศของ 4E แบบเดิมจะกลับมาไวๆ



    #64,964
    0
  16. #64848 WOWOWOW (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2554 / 19:11

    คยูเข้าทางผู้ใหญ่แล้วสินะ ฮ่าๆๆ
    อะไรๆมันคงจะง่ายขึ้น แล้วทางบ้านกี้ล่ะ?
    ถ้าท่านโจแชวอนรู้จะเป็นยังไงน้า???

    ยอโบกับเด็กแก่แดด อยู่ไกลกันแค่ตัวใช่ป้ะๆๆ 
    รีบๆกลับมานะเด็กแก่แดด

    ก๊าก สะใจยัยแรวอน
    สมน้ำหน้า ฮ่าๆๆๆ

    โหดกับแป๋วงอนกันอีกละ คึคึ
    เป็นสีสัน?ของชีวิต

    ส่วนวอนก็ นับถือๆ
    นี่แหละลูกผู้ชายตัวจริง!!!

    #64,848
    0
  17. #63953 []เดอะ.สอง? (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2554 / 20:42
    โล่งงง
    #63,953
    0
  18. #63802 MCH (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2554 / 21:09
    คู่พี่ก็กระหนุงกระหนิงกันน่ารักและ



    ส่วนคู่น้องก็เริ่มคลายความเครียดไปได้เปราะนึง



    ปล.เกือบลืมว่าแป๋วมีบ้าน 55
    #63,802
    0
  19. #63788 Lovely_k_suju (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2554 / 23:56
     อ่า เศร้าจัง
    แต่ก้ดีที่เครียร์กันได้ ^^
    #63,788
    0
  20. #63759 Heart_KimLee[129] (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 28 เมษายน 2554 / 15:40
    ถึงบรรยากาศจะตึงเครียด แต่คยูมินก็ผ่านมันไปได้

    มินอย่าห่วงเลยกี้ไม่ทิ้งมินไปไหนแล้วแน่

    กี้ดูเป็นสุภาพบุรุษมาก ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

    ดีแล้วจะได้ปกป้องมินได้ สู้ๆนะคยูมิน



    ฮีก็อย่าไปหึงฮันเลย ฮันน่ะรักพี่สาวคนสวยคนเดียวอยู่แล้ว อิอิ

    ฮีเลิกคิดว่าตัวเองแมนได้แล้วนะ เดี๋ยวฮันกลับมาก็รู้เองแหละว่าใครจะรุก 55



    คิมแทยาง คิดได้ก็ดีแล้ว จะได้มีความสุขกันซะที

    แป๋วกับโหดก็น่ารักตลอดเลย พลอยทำให้บรรยากาศมันดูอบอุ่นไปด้วย



    เคลียร์กันได้ก็ดีแล้ว จะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิมกัน จะได้ไม่เจ็บกันไปมากกว่านี้

    สงสารวอนนะ แต่ก็เข้าใจคงต้องให้เวลาวอนได้ทำใจแล้วอะไรๆมันก็จะดีขึ้นเอง

    เฮคิดถูกแล้วที่มาเคลียร์กับวอน เรื่องราวจะได้ดีขึ้นซะที จะได้ไม่ต้องมีเรื่องให้ต้องค้างคาใจกันอีกนะ

    หวังว่าอะไรๆจะดีขึ้นนะ เอาใจช่วยทุกคนเลยนะ สู้ๆ
    #63,759
    0
  21. #63597 Pink_Panther (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 21 เมษายน 2554 / 11:09
    ในที่สุดก็ได้คุยกันซะที

    เก่งมากเลย ทั้งด๊องทั้งวอน

    เล่นเอาคนเชียร์ใจหายใจคว่ำเกือบตาย
    #63,597
    0
  22. #63366 mister.bean (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 15 เมษายน 2554 / 15:47
    แอบสงสารวอน '
    แต่ก็ดีแล้วที่เคลียกันแบบนี้
    #63,366
    0
  23. #63257 นิดหน่อย129 (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 2 เมษายน 2554 / 00:28
    เฮ้อ ลุ้นมากมายอึดอัดน่าดู

    แต่ไม่เศร้ามากโอเคเลยค่ะ
    #63,257
    0
  24. #63241 ♥mt_saranghae>>km♥ (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 1 เมษายน 2554 / 15:04

    วอนด๊องก็ผ่านไปได้ด้วยดี
    แต่เรากลัวว่าจะมีคนถ่ายรูปฉากนี้ไปแล้วมันจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคิเฮอีก TT

    #63,241
    0
  25. #63157 Primadonna-yui (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 26 มีนาคม 2554 / 13:22
    คยูมิน ฮ่าๆ

    เริ่มดีขึ้นเยอะเลย

    ชอบแม่คิมคิจริงๆอ่ะ น่ารักจัง

    แต่สงสารฉอ่ยเหมือนกัน

    ดูท่าทางจะเป็นคนคิดมาก มาก มากเกินไป =.,=

    แต่ในที่สุดก็เคลียร์แล้ว โล่งขึ้น เย้ๆ
    #63,157
    0