Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 87 : Charpter 55 : ตัดสินใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,991
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    12 มิ.ย. 53

 

สายตาผู้คนมากมายที่หมั่นมองยังทำให้เกิดความรำคาญอยู่พอประมาณ แต่นั่นก็ยังไม่สร้างความกระวนกระวายได้เท่ากับการเดินขึ้นรถของอิทึกในวันนี้ เพราะแค่เจ้าของแก้มบุ๋มๆส่งยิ้มมาให้พร้อมกับเปิดประตูให้เข้าไปนั่งก็อึดอัดจนแทบจะบ้า

เดทเหรอ? คำนี้วนเวียนซ้ำๆอยู่ในหัวและยิ่งเพิ่มความกดดันเมื่อคนข้างๆออกรถพุ่งไปเบื้องหน้า

ถนนที่ทอดยาวดึงสายตาให้จ้องไปด้านหน้าราวกับว่ากำลังใช้ความคิด มือเรียวกุมมือซ้ายที่สวมแหวนเกลี้ยงๆเอาไว้ตลอด ริมฝีปากบางเม้มเป็นระยะ ดวงตาเริ่มไร้ประกายที่สดใสมากไปทุกที

เมื่อคืนเขานั่งร้องไห้และอยู่หน้าคอมพิวเตอร์จนกระทั่งฮันกยองออฟไลน์ไปจาก MSN จึงได้ปิดเครื่องและนอนหลับบ้าง หวังว่าตื่นมาจะพบกับความสดใส แต่เรื่องหัวใจและเรื่องน้องชายก็ยังกวนจนไม่ได้พัก

นึกถึงตรงนี้ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาคนที่คิดถึง สักพักหนึ่งกว่าที่เสียงคุ้นหูจะดังขึ้น

ครับ ฮยอง

เป็นไงบ้างเจ้าตัวเล็ก ถามด้วยความห่วงใย สบายใจบ้างหรือยัง

ก็... เหมือนๆเดิมฮะ ดงแฮตอบเสียงเอื่อยๆ ราวกับเหนื่อยจนจะขาดใจ ผมไม่รู้จะทำยังไงอ่ะฮยอง คิดอะไรไม่ออกแล้ว

ค่อยๆคิดนะเจ้าตัวเล็ก หน้าหวานยิ้มให้กับกระจกรถที่สะท้อนเงาตัวเองอยู่ มีอะไรก็โทรหาพี่ หรือถ้าเครียดๆก็มานอนกับพี่ก็ได้

ครับฮยอง แล้วที่โรงเรียนเป็นไงบ้างฮะ

ก็งั้นๆ ซุบซิบกันไปเรื่อย พวกไอ้ยองซันมันก็ซ้ำเติมสนุกสนาน มันสมน้ำหน้าใหญ่ แต่ก็ไม่ต้องสนใจหรอก พวกไร้สาระ ขี้อิจฉาไปวันๆ

มันแย่กว่าเดิมหรือเปล่าครับ

ไม่มีอะไรแล้วล่ะ คิบอมคงจัดการแล้ว เพราะตอนนี้ในคอมโรงเรียนก็ไม่มีรูปอะไรแล้ว เหลือแค่พวกขี้อิจฉา คอยนินทากันนั่นแหละ ฮีชอลพยายามปลอบใจน้อง อย่างน้อยๆก็พูดให้ดูดีเข้าไว้ เพื่อที่เจ้าตัวเล็กจะได้ไม่คิดมาก

คิบอมไม่เล่าอะไรเลย ร่างเล็กเสียงอ่อยๆอย่างคนน้อยใจ ผมไม่รู้อะไรเลยถ้าเค้าไม่พูด

คงไม่อยากให้คิดมากมั๊ง

ก็คงงั้นฮะ ..เฮ่อ แล้วนี่ฮยองอยู่ไหนครับ อยู่บนรถเหรอ

อื้อ อยู่กับไอ้ทึกกี้ คุยกะมันมั๊ย?

ไม่ดีกว่าฮะ ดงแฮถอนหายใจอีกครั้ง งั้นแค่นี้ก่อนนะครับฮยอง แม่คิบอมท่านชวนผมไปตีแบด ต้องลงไปแล้วล่ะ

อืม อย่าคิดมากล่ะ

วางสายด้วยรอยยิ้มมุมปากที่หลุดขำน้องชาย เพิ่งรู้ว่าเข้ากับผู้ใหญ่ในบ้านเจ้าปีศาจใบ้ได้ดิบดีขนาดนี้ แบบนี้คงยากที่จะชวนดงแฮมาค้างด้วย เล่นทำตัวประหนึ่งเป็นคนในครอบครัวไปแล้วแบบนี้ก็คงจะไม่มีอะไรให้ต้องห่วง

แต่แล้วจากยิ้มๆก็ต้องสะดุ้งเมื่อมือของคนข้างๆเอื้อมมาดึงมือของตนไปวางบนเกียร์แล้ววางมืออุ่นๆทาบทับเอาไว้ แต่เพราะความไม่ชินฮีชอลเลยรีบชักมือกลับ ซึ่งอิทึกก็ยังไม่ยอมปล่อยอยู่ดี

แฟนกันก็ต้องจับมือกันสิ แกนี่หัดทำตัวเหมือนคนอื่นๆทั่วไปหน่อยสิ

แกขับรถ จะมาเอามือชั้นไปยุ่งทำไม

ก็อยากจับมือแฟน แต่มือไม่ว่างเลยต้องทำแบบนี้แทนไง หันมายิ้มพร้อมส่งสายตาหวานๆตามแบบฉบับของผู้ชายที่ชื่ออิทึก ซึ่งปกติเวลาเขาทำหน้าแบบนี้ฮีชอลก็ไม่เคยจะใส่ใจ แต่วันนี้กลับกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก

ทำไมกูเสียวสันหลังแปลกๆแบบนี้วะ ... มึงคิดไม่ซื่อกับกูป่ะเนี่ยไอ้ทึกกี้ -*-

แม้จะรู้สึกขนลุกไปบ้างแต่ก็นั่งให้อิทึกกุมมือแบบนั้นจนกระทั่งถึงที่หมาย ร่างที่บอกว่าตัวเองจะเป็นคนบริการรีบลงมาจากรถให้จับมืออีกฝ่ายเกาะกุมเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่าฮีชอลย่อมมองว่ามันประหลาดจนถึงขั้นต้องฉุดกระชากราวกับเป็นผู้ร้ายเสียอย่างนั้น

แกก็ปล่อยสิวะ ตากลมโตถลึงใส่เพราะเขาไม่ยอมที่จะปล่อยมือตนเสียที

อิทึกที่ยังดึงอยู่เลยต้องผ่อนแรงแล้วเดินเข้ามาหาเพื่อที่จะอธิบายเหตุผลให้ เราเป็นแฟนกันนะ ลองมองไปรอบๆสิ แฟนกันเค้าจูงมือกันไม่ใช่เหรอ ...แกรู้มั๊ยว่าทำไมแฟนกันถึงจับมือ เพราะว่าเค้าห่วงกันไง มือมันจะเชื่อมตัวเชื่อมใจเอาไว้ ต่อให้หันไปมองทางอื่นก็ยังจะรู้ว่าแฟนเราไม่ได้หลงไปไหนยังไงล่ะ

ฮีชอลก้มลงมองมือที่กุมกันไว้อย่างประหลาดๆแต่ก็ยอมพยักหน้าให้เขานำไปต่อ ซึ่งตลอดทางที่เดินก็ไม่ได้มองอะไรนอกจากมือที่เกาะกันไว้โดยมีอีกฝ่ายเดินนำหน้า

ความคิดมากมายเริ่มพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย ทบทวนหลายๆอย่างด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกประหลาดได้แบบนี้

ตาหวานมองแผ่นหลังกว้างๆที่ขยับอยู่ตรงหน้า ผมของอิทึกสีน้ำตาลกลาง ซึ่งก็มองเห็นแค่ด้านหลัง แต่คนมองกลับจินตนาการถึงใครบางคนที่ผมดำขลับและสวมชุดสีแดงอิฐ ถ้าเป็นคนๆนั้นผมต้องสั้นกว่านี้ ไหล่ต้องกว้างกว่า สูงกว่า และคงจะรู้สึกอุ่นใจมากกว่านี้อย่างที่เคยเป็นในทุกครั้งที่ถูกฮันกยองจูงมือ

ดูเรื่องอะไรดี

ไม่รู้ว่าเขาจะพาไปไหน แต่เมื่อได้ยินเสียงก็มองไปรอบๆซึ่งก็พบว่ามันคือโรงภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยผู้คนที่พลุกพล่าน มีหลายเรื่องที่เข้าใหม่เพราะโปสเตอร์ที่เรียงรายกับซุ้มมากมายที่ตั้งโปรโมต อิทึกจูงคนหัวดื้อไปดูตารางเวลาแล้วชักชวนไปเรื่อยเปื่อย ซึ่งฮีชอลก็แค่ตอบไปแบบผ่านๆ จากนั้นจึงได้ไปเลือกของว่างและน้ำเพื่อที่จะเตรียมเข้าไปทานในโรง

ที่นั่งของคู่รักคือบริเวณที่ร่างโปร่งเลือกมา คนที่เป็นแฟนกลอกตามองคู่อื่นๆที่นั่งอยู่ก่อนก็เริ่มจะปั้นหน้าไม่ถูกเพราะมีทั้งอิงแอบแนบซบ บางคู่ก็หยอกกันกระหนุงกระหนิง มองแล้วก็ขนลุกมากกว่าที่จะขวยเขินเพราะคนที่มาด้วยดันเป็นอิทึกที่ตัวเองก็ยังไม่รู้สึกอะไรนอกจากหวิวๆในชีวิตและเสียวสันหลังไปวันๆ

ถ้าหนังจบแล้วซื้ออะไรไปนั่งกินกันที่ริมแม่น้ำนะ วันนี้มีเวลาเดทกันตั้งนานแน่ะ

ฮีชอลฟังแล้วก็ทำได้แค่พยักหน้า สมองของเขามึนงงจนสั่งการอะไรไม่ทัน จะว่าไงก็คงต้องว่าตามกันเพราะก็ตกลงไว้แล้วว่าจะมาเดทกันในฐานะแฟน

หนังเริ่มฉายได้ไม่เท่าไหร่มือยาวก็เริ่มวางลงไปที่ต้นขาเล่นเอาคนโดนรุกถึงกับเกร็งและเหลือบมองหน้าอย่างเคืองๆ แต่เพราะเห็นคู่ข้างๆเริ่มคลอเคลียเลยยังนิ่งต่อ แต่ก็ไม่สามารถหนีพ้นสายตาเจ้าเล่ห์ของอิทึกได้ เพราะเมื่ออีกฝั่งเริ่มกอดรัดกันบ้างก็สอดแขนโอบเอวบางๆแล้วขยับไปนั่งเบียดอย่างจงใจ

แกจะมาเบียดทำไม

ก็หนังมันโรแมนติก ก็ต้องอยากกอดแฟนบ้างสิ ร่างโปร่งสูงยิ้มเจ้าชู้ใส่ ไม่เอาน่าชอลลี่ เป็นแฟนกันน่ะเค้าไม่หวงตัวกับแฟนหรอก ดูคู่อื่นสิ ดูสนิทกว่าเราอีก แกเองก็เลิกเกร็งได้แล้ว

ชั้นไม่ชินนี่หว่า หน้าสวยขมวดคิ้วเถียง

เดี๋ยวก็ชินน่า อยู่กับแฟนน่ะผ่อนคลายหน่อยสิครับ ..ไหล่เนี่ย ซบก็ได้นะ

หึ ..ไม่เอา รีบเถียงอย่างรวดเร็ว

ไหนแกว่าจะรุกชั้น ..แบบนี้เดี๋ยวชั้นก็รุกเอาหรอก กระซิบเบาๆแต่เสียงกลับเจ้าเล่ห์ รู้สึกว่าตอนนี้ชั้นรุกแกฝ่ายเดียวเลยนะชอลลี่

เหมือนโดนกระตุกหนวดเพราะแค่ได้ยินเสียงเย้ยมาแบบนั้นฮีชอลก็เบียดตัวแล้วโอบคืนบ้าง ถึงจะรู้สึกไม่คุ้นกับสัมผัสแต่ก็ไม่ยอมที่จะเป็นฝ่ายถูกเกทับอยู่แบบนี้ และเพราะเรื่องที่ดูนั้นมันคือความหลักที่มีหลายมุมมองจึงสร้างความสงสัยให้อยู่เรื่อยๆ ซึ่งคนพามาก็ต้องคอยไขความกระจ่างให้เรื่อยๆเช่นกัน

ตลอดเวลามันไม่มีความตื่นเต้นอะไรในอก มีแต่ความกังวล รู้สึกผิด และพะว้าพะวงนึกถึงแต่คนที่อยู่ไกล สิ่งที่อิทึกทำให้ล้วนแล้วแต่มีภาพซ้อนทับของร่างสูงใหญ่เข้ามา รอยยิ้มกวนๆของฮันกยองโผล่เข้ามาในความคิดทุกครั้งแม้กระทั่งตอนที่ฝั่งตรงข้ามตักอาหารมาให้

อันนี้อร่อย กินสิ

นัยน์ตากลมช้อนขึ้นมองใบหน้าที่ยิ้มแย้มด้วยความกระอักกระอ่วน ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าสบตากับเขาได้ไม่เต็มตา ความรู้สึกประหลาดก่อตัวเกินกว่าที่จะทำเหมือนว่าไม่รู้สึกอะไรได้

ในเมื่อเอาแต่คิดถึงอีกคนตอนที่อยู่กับอีกคนแบบนี้ ...มันเหมือนคนที่น่ารังเกียจอย่างไรก็ไม่ทราบ

คนชวนเดทพยายามตักอาหารและดูแลเอาใจใส่ในทุกๆอย่างไม่ต่างจากที่ฮันกยองเคยทำ ซึ่งฮีชอลก็ได้แต่บ่นซ้ำๆว่าไม่จำเป็นอะไร ซึ่งก็ได้คำตอบมาเป็นเสียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ

แฟนกันน่ะก็ต้องอยากดูแลเทคแคร์คนที่รักบ้าง มันเป็นแบบนี้ทุกคนนั่นแหละนะ แกเองน่ะอย่าปิดกั้นตัวเองมากนักสิ หัดเปิดใจรับความหวังดีจากคนอื่นบ้างสิ ...ที่ดูแลน่ะเพราะว่าห่วงนะ

แต่ชั้นก็ดูแลตัวเองได้นี่หว่า พูดแบบไม่ต้องคิด อย่างไอ้อาหารเนี่ยก็ตักเองได้ อยากกินอะไรก็ตักเอง ประตูก็เปิดเองได้ เดินก็เดินเองได้ ทำไมต้องทำเหมือนเป็นง่อย ต้องคอยห่วงด้วยวะ

ไอ้เวรเอ๊ย กูล่ะอยากตบกบาลให้ลงไปกลิ้งแล้วกระทืบซ้ำก่อนเอายาเพิ่มความสะดิ้งโปะมึงจริงๆ สาด!!!

ถึงในใจจะคิดแบบนั้นแต่ก็ยังต้องข่มใจแล้วส่งยิ้มไปให้อย่างใจเย็น แต่บางทีพอมีคนห่วงก็รู้สึกดีใช่มั๊ยล่ะ เวลามีใครมองด้วยสายตาห่วงใย แกก็คงต้องรู้สึกอุ่นใจบ้าง

พูดถึงคำนี้แววตาที่คุ้นเคยก็ลอยมาอย่างไม่ตั้งใจ ทุกสีหน้า ทุกแววตา เด่นชัดขึ้นมาในหัว ถึงบางทีจะทำเหมือนยัดเยียดให้แต่หลายครั้งก็รับรู้ถึงความห่วงใยที่มี

บางทีมันไม่มีเหตุผลหรอกนะ ก็รู้ว่าเค้าทำได้แต่ก็อยากทำให้ ..มันก็แค่ความห่วงใยเล็กๆน้อยๆที่อยากจะทำให้กัน

...

ถ้าลองเปิดใจรับอะไรๆ ความรักมันจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายหรือน่ารำคาญ แต่เพราะแกชอบคิดว่าแกอยู่คนเดียวได้ ดูแลตัวเองได้ ไม่มีใครก็ได้ แกเลยรู้สึกว่าอะไรๆก็ไม่จำเป็น อิทึกยิ้มบางๆอย่างเข้าใจ เขาสบตาอีกคนสักครู่ก่อนจะเอ่ยต่อ ความรักน่ะมันไม่เลือกที่จะเข้าใครออกใครหรอก แต่คนที่เลือกน่ะคือตัวพวกเราเองมากกว่า เพราะสิ่งที่เรามองว่ามันดีไม่พอ หรือว่าไม่น่าสนใจ มันอาจจะกลายเป็นส่วนที่เติมเต็มชีวิตเราได้อย่างพอดิบพอดีก็ได้

...

ทุกอย่างในโลกล้วนมีคู่นะ เสื้อหนึ่งตัวยังมีข้างหน้าข้างหลังประกบกันได้อย่างพอดี รองเท้ามีสองข้าง แม้แต่โทรศัพท์ที่เรามีเครื่องเดียวยังต้องโทรหาคนอื่นและรับสายที่คนอื่นโทรมา ...เราอยู่คนเดียวในโลกนี้ตลอดชีวิตไม่ได้หรอก หาคนที่จะมาให้พักพิงหัวใจบ้างมันก็ไม่ได้เสียหายอะไร

...

จะเพศไหนก็รักกันได้ ... ความรักน่ะมันไม่เคยเรียกร้องอะไรจากคน แต่คนต่างหากที่เรียกร้องจากมัน

คนฟังเงียบไปหลายวินาทีก็พรายยิ้มที่มุมปาก แกนี่พูดอย่างกับคนเจนโลก ทำเป็นตาแก่จวนจะแซยิดไปได้

ไม่ต้องแก่ก็เข้าใจได้ ถ้าเราอยากจะเข้าใจมัน

อิทึกยิ้มบางๆ มารดาของเขาทำงานเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยคดีฟ้องหย่า ซึ่งมันก็ทำให้เขาได้เรียนรู้เรื่องราวมากมายผ่านงานของแม่มาบ้าง อีกทั้งเพราะมักสังเกตคนรอบข้างจึงทำให้กลายเป็นคนมองโลกในมุมกว้างแบบนี้

ฮีชอลนิ่งไปสักพักใหญ่ๆแล้วใช้ช้อนเขี่ยอาหารในจานไปมา พยายามนึกตามสิ่งที่ได้ยิน สุดท้ายก็เอ่ยในสิ่งที่ค้างคาใจออกมาจนได้

แกคบกับชั้นแบบนี้ ไม่คิดบ้างเหรอว่าตัวเองแปลกๆ ...ที่มีแฟนเป็นผู้ชาย แกเองก็ดูแมนอยู่นี่นา

ชั้นเลือกคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ เพราะมันไม่มีอะไรกำหนดว่าผู้หญิงต้องคู่กับผู้ชายและผู้ชายห้ามคู่กันเอง มนุษย์ต่างหากที่คิดและตั้งกฎเกณฑ์ข้อนี้มา ธรรมชาติกำหนดว่าเพศผู้และเพศเมียเมื่อสมสู่กันแล้วจะมีทายาทเพื่อสืบพันธุ์ นั่นคือกฎของธรรมชาติที่ว่าด้วยการดำรงเผ่าพันธุ์ แต่มีข้อไหนบ้างที่ห้ามไม่ให้หญิงกับหญิงหรือชายกับชายรักกัน เพียงแค่การจับคู่ในเพศเดียวกันมันไม่สามารถมีทายาทได้โดยวิธีทางธรรมชาติเท่านั้น

นอกจากจะอ้างอิงหลักจิตวิทยาแล้วยังเอ่ยในเรื่องชีววิทยารวมถึงหลักวิทยาศาสตร์อื่นๆอีก ธรรมชาติย่อมเป็นคนกำหนดมนุษย์ให้เป็นแบบนี้ เพื่อที่โลกเราจะยังมีพื้นที่ว่าง ไม่อย่างนั้นคนคงจะล้นโลก ... ถ้าชายหญิงไม่มีความเบี่ยงเบนเลย แน่นอนว่ามนุษย์บนโลกที่มีพื้นที่จำกัดและวิวัฒนาการอันสูงส่ง ประเภท เกิดง่ายตายยาก ก็ย่อมเต็มและยั้วเยี้ยไปหมด ธรรมชาติจึงก่อให้มีคนกลุ่มหนึ่งที่ฮอร์โมนไม่สมดุลขึ้น เพื่อที่คนกลุ่มนั้นจะช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของมนุษย์โลก

คิ้วเรียวขยับเล็กน้อย รู้สึกว่าไอ้คนตรงหน้ามันจะเริ่มอ้างอิงวิชาการหรือไม่ก็สารคดีอะไรสักอย่าง ซึ่งอิทึกก็รู้ทันพอที่จะหัวเราะ

แกคิดแค่ว่าสิ่งเหล่านี้คือเรื่องธรรมชาติ ไม่มีคำว่าผิด ถูก มันมีแค่คำว่าใช่ หรือไม่ใช่สำหรับเราก็พอ ...ชั้นไม่สนหรอกนะว่าคนที่ชั้นจะคบน่ะเพศไหน ชั้นสนแค่เค้ารักชั้น ชั้นรักเค้า เรารักกัน ..แค่นั้นก็พอ

แกนี่มองโลกในแง่ดีจังนะ

แกต่างหากที่มองโลกแคบเกินไป และก็มองแต่ตัวเองจนลืมคิดถึงความรู้สึกของคนรอบตัว

จุกเล็กๆแต่ก็ยังฝืนยิ้มได้ ทั้งคู่ออกจากร้านไปโดยที่ร่างเพรียวบางยังครุ่นคิดถึงเรื่องที่แล้วๆมา บางทีเขาอาจจะสนใจและพะวงเกี่ยวกับเรื่องของตัวเองมากจนเป็นอย่างที่อิทึกว่าจริงๆ เพราะที่ผ่านมาก็แทบจะไม่เคยใส่ใจคำพูดของฮันกยองจริงๆจังๆสักครั้ง เขาพูดอะไรบอกอะไรก็ทำหูทวนลมใส่และคิดเองเออเองว่าเขาคงจะแค่แกล้งให้หัวปั่นเล่นก็เท่านั้นเอง แต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเก็บมาคิดจริงจังหรือทบทวนสิ่งเหล่านั้นอย่างถี่ถ้วน

รถคันงามขับมาจอดที่ส่วนที่เงียบสงบริมแม่น้ำ แสงไปสีส้มฉาบบริเวณนั้นเป็นจุดๆ ซึ่งอิทึกก็เลือกที่จะจูบมือนิ่มๆไปที่เริ่มน้ำแล้วหยุดนั่งทานขนมที่ซื้อติดมาด้วย

ดาวสวยเนอะ

ลักยิ้มบุ๋มลงเล็กน้อยเมื่อเขายกมุมปาก ตากลมมองตามพลางขยับเข่าขึ้นชันและกอดเอาไว้ แต่ก็โดนมือของอีกฝ่ายดึงมันออกแล้วทิ้งตัวลงนอนหนุน เจ้าของตักกระอักกระอ่วนขึ้นมาอีกเพราะรู้สึกหวงพื้นที่ตรงนี้ขึ้นมาจับใจ รู้สึกว่ามันเป็นพื้นที่ที่ควรจะเป็นของใครอีกคน

คนที่อยู่ห่างไกล คนที่มองไปแล้วเห็นรอยยิ้มซ้อนทับบนใบหน้ากึ่งสวยกึ่งหล่อ

ยิ่งเวลาผ่านไปฮีชอลก็ยิ่งอึดอัด ในทุกวินาที ทุกย่างก้าว ทุกครั้งที่สบตา เขาพยายามที่จะหลบสายตาของคนที่มาด้วยเสมอๆ เพราะในหัวมันมีแต่ใครคนอื่นลอยเต็มไปหมด จะมองทางไหนก็นึกถึงแต่ฮันกยอง แม้แต่ตอนที่จับมือก็ยังรู้สึกว่าหากเป็นเด็กกวนประสาทคนนั้นมาจูงก็คงจะดี

เสียงห้าวยังชวนคุยเป็นระยะ บรรยากาศที่โรแมนติกแบบนี้มันอาจจะดีสำหรับคู่อื่นๆที่เขารักกันด้วยหัวใจไม่ใช่ตกปากรับคำไปเพราะการท้า ฮีชอลไม่รู้สึกถึงความสุข แต่ยิ่งกลับทุกข์มากขึ้นทุกที เพราะแค่คิดว่าถ้าหากฮันกยองกลับมาแล้วเขาต้องคบกับอิทึกพร้อมกับเผชิญหน้าคนๆนั้นมากับสาวน้อยในรูป มันจะลำบากสักแค่ไหน

นี่ไอ้ชอลลี่ ..เป็นแฟนกันแล้ว ชั้นจูบแกได้ใช่มั๊ย

อ..อ่ะ ..ห๊ะ????ตากลมเบิกโพลงด้วยความตกใจ ว่าไงนะ?

จูบได้ใช่มั๊ย?อิทึกยื่นหน้าขึ้นมาจ้อง คู่อื่นๆก็จูบกันนี่ วันนี้ในโรงหนังชั้นกลัวแกอายเลยไม่กล้าจูบ

เอ่อ..

ตอนนี้คงจูบได้นะ ..ไม่มีคนเลย

ร่างที่นอนเหยียดยาวกระเด้งตัวขึ้นมานั่งทำตาเชื่อมใส่ แต่กลับทำให้คนฟังถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง ใบหน้าหล่อที่กระเดียดหวานยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับปลายนิ้วที่ลูบลงไปบนแก้มขาว ปลายจมูกของคนตรงหน้าเริ่มเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ ลมหายใจที่เป็นปกติถูกกลั้นเอาไว้ในเสี้ยววินาที

ตึก ตึก ตึก

ท้องไส้เริ่มปั่นป่วน หัวใจกำลังกระเด็นกระดอนอยู่ในอก ทั้งที่ควรจะหลับตาพริ้มกับเบิกโพลงอยู่แบบนั้นด้วยอาการที่เกร็งและรู้สึกประหลาด เหงื่อที่ฝ่ามือเริ่มชุ่มจนทำอะไรไม่ถูก อีกแค่ไม่กี่เซนติเมตรริมฝีปากก็จะสัมผัสกันอยู่รอมร่อ ยิ่งเห็นใบหน้าที่ห่างแค่คืบหลับตาพริ้มและเบี่ยงหน้าหลบปลายจมูกแบบที่เจ้าเด็กแก่แดดเคยทำก็พาลจะกัดลิ้นตาย

อย่า..

เสียงร้องดังออกมาในเสี้ยววินาทีก่อนที่ริมฝีปากจะทันได้สัมผัส ทำให้คนที่กำลังจะจูบถึงกับหยุดชะงักใบหน้าเอาไว้และลืมตาขึ้นมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

ซึ่งฮีชอลก็หมดความอดทนที่จะทำเหมือนไม่เป็นอะไรต่อไปอีกแล้ว พอเถอะ ..ชั้นทำไม่ได้ ชั้นเป็นแฟนกับแกไม่ได้

...

ชั้นจูบแกไม่ได้ ..ขอโทษจริงๆว่ะ

...

สีหน้าที่แสดงถึงความทรมานจนแทบจะกลั่นความรู้สึกออกมาเป็นน้ำตาทำให้อิทึกยอมดันร่างกลับออกไปและเว้นระยะห่างเอาไว้ ซึ่งอยู่ๆคนที่บอกว่าตัวเองแมนก็นั่งร้องไห้ราวกับคนบ้า หลายวันมานี้เขาทั้งอึดอัด ทรมาน แต่ก็ยังหลอกตัวเองซ้ำๆว่าไม่เป็นไร แต่แค่เสี้ยววินาทีที่จะเสียจูบไปกลับยอมรับในทุกๆอย่างได้อย่างเหลือเชื่อ

ทึกกี้.. ฮึก.. ชั้นขอโทษ ฮือ...

เออ คนที่นั่งข้างๆครางในลำคอด้วยน้ำเสียงที่เฉยชา ช่างเหอะ

ยิ่งร่างสูงแสดงท่าทีที่หมางเมินใส่ยิ่งบีบหัวใจให้ต้องเจ็บ มันนึกสับสนจนทบทวนอะไรต่อไปไม่ไหว หัวใจก็ถูกทำร้ายแล้วหากเพื่อนที่สนิทที่สุดมาตีจากไปอีกชีวิตของคิมฮีชอลคงไม่เหลืออะไรแน่ๆ

ร่างบอบบางสะอึกสะอื้นเป็นบ้าเป็นบออยู่แบบนั้นแต่มันกลับทำให้คนที่อยู่ข้างๆนั่งยิ้ม อิทึกล้วงเอาโทรศัพท์มากดโทรออกแล้ววางทิ้งไว้ใกล้ๆตัว ส่วนตนก็หันไปปลอบประโลมเจ้าคนหัวรั้นที่น่าสงสารต่อ

ทำไมน่ะชอลลี่ ..ทำไมแกถึงคบชั้นไม่ได้ ชั้นไม่ดีตรงไหนวะ

ฮึก ..แกดี แต่แก..ฮึก..แกเป็นเพื่อน ชั้นรักแกแบบเพื่อน ชั้นไม่ได้รักแกแบบนั้น..ฮือ

ไม่รักวันนี้ อยู่ๆไปก็รักได้ไม่ใช่เหรอ

ไม่.. ส่ายหน้าทั้งที่น้ำตาไหลอาบแก้ม ไม่ได้... ฮึก ..ชั้นชอบคนอื่น ..ชั้นชอบคนอื่นไปแล้ว ..ฮือ

ฝ่ายที่รับฟังถอนหายใจเครียดๆ สีหน้าที่จริงจังจ้องกลับตาละห้อย ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้ฮีชอลรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

ทึกกี้ชั้นขอโทษ ..ชั้นรักแกมากนะเว้ย ฮือ.. แต่ชั้น..ฮึก รักแกแบบนั้นไม่ได้..

ฮันกยองใช่มั๊ย?

เสียงต่ำที่กดถามสะกดให้คนร้องปิดปากเงียบ ฮีชอลยังสะอื้นเบาๆแต่กลับไม่ยอมตอบอะไรเขาเลยสักอย่าง ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้คนรอฟังต้องคาดคั้นอีกรอบ

แกรักฮันกยองใช่มั๊ย

...ฮึก..ฮึก

มาบอกชั้นทำไม ..บอกคนที่อยากฟังไปสิ

เจ้าโทรศัพท์เครื่องเล็กที่วางเอาไว้ถูกหยิบยื่นไปแนบหู ซึ่งเมื่อปลายสายได้ยินเสียงสะอื้นไห้ก็รับรู้ได้ว่าควรจะเอ่ยอะไรออกมา

ยอโบ ..ร้องไห้ทำไม ผมเป็นห่วงนะ

แทนที่จะหยุดกลับปล่อยโฮหนักกว่าเก่าทำเอาอิทึกถึงกับกุมขมับส่ายหน้า สุดท้ายก็ต้องลุกหนีไปรอที่รถ ขี้เกียจจะยืนมองสภาพที่น่าสงสารของเพื่อน เพราะไม่อย่างนั้นฉากดราม่ามันอาจจะกลายเป็นหนังฆาตรกรรมเอาได้หากเขาหลุดหัวเราะเพราะขำเจ้าคนปากแข็งขึ้นมา

ก็ดูสภาพมันสิ จี้เส้นชะมัด .. แมน แต่นั่งร้องไห้ เป็นใครจะไม่ขำ หึ หึ

มือเรียวที่จับโทรศัพท์เอาไว้หลังถูกยัดเยียดให้ยังสั่นน้อยๆ ดีใจจนจนไม่รู้จะพูดยังไงที่ได้ยินเสียง คำว่า ยอโบ ครั้งนี้ช่างหวานหูจนทำให้หัวใจพองโตจนแน่นอกไปหมดแล้ว

ยอโบ .. อย่าเงียบสิ ผมใจคอไม่ดีเลยนะ

ฮึก.. ฮึก

ผมให้ยืมอกซับน้ำตา ..เอามั๊ย?

ฮึก.. ฮือ..

โอ๋ๆ .. ยอโบคนสวยของผมอย่าร้องสิ ผมไม่ชอบเห็นคุณร้องไห้นะ ..อย่าร้องนะครับคนดี มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า บอกผมได้นะ

ฮึก ..เด็กบ้า

อ้าว ว่าผมทำไมฮะ ผมพูดอะไรไม่เข้าหูเหรอ ..ถ้ารำคาญ ผมวางก็ได้นะ

ไม่ต้อง รีบค้านอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องวาง ..อย่าวางนะ ฮึก..ฮึก

เมื่อกี๊ได้ยินแว่วๆว่าใครรักฮันกยองนะ ..ยอโบรู้หรือเปล่า บอกผมหน่อยสิ

-///////-

คนแถวนี้ทำผมอกหัก ตอนนี้ถ้ามีใครมารักผมคงดีใจ เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆอย่างตัดพ้อ ยอโบ..

ยังอยากคบชั้นอยู่มั๊ย

ยังไม่ทันที่ฮันกยองจะพูดจบเสียงสั่นเครือก็ถามสวนออกไปก่อน ฮีชอลหลุดปากออกไปซึ่งมันไวเกินกว่าที่จะชั่งใจคิด พูดไปแล้วถึงเพิ่งนึกได้และเอาแต่เม้มปากแน่นเพราะหวั่นไหวกับคำตอบที่รออยู่

กลัวเขาปฏิเสธ กลัวเขาบอกว่าไม่ ...กลัวไปสารพัด

และก็หัวใจแตกสลายเมื่อได้ยินคำว่า ไม่ ออกมา แต่มันก็ยังดีที่ว่าคนที่อยู่อีกฟากฟ้านั้นพูดคำอื่นออกมาต่อ

ไม่ ..มีทางที่จะเลิกอยาก

ใจที่หายวูบไปในเสี้ยววินาทีกลับมาเต้นได้อีกครั้งเมื่อได้ฟังมันทั้งประโยค น้ำตาที่เก็บกลั้นเอาไว้เริ่มไหลบ่าออกมาอีกครั้ง ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้รู้สึกเวทนาตัวเองเหลือเกิน

ฮึก ..เมื่อไหร่จะกลับมา

คิดถึงผมเหรอ

ฮือ ..ยังจะถามอีก ไอ้เด็กบ้า ...รีบๆกลับมาสิ ฮึก ..รีบๆกลับมาเลย

ศุกร์หน้าก็ถึงเกาหลีแล้ว ..มารับผมนะ

...

ยอโบนิสัยไม่ดีเลยนะ ..ทำผมห่วงนะรู้มั๊ย แล้วแบบนี้ผมจะเอาสมาธิที่ไหนไปเข้าแคมป์ล่ะ ..หยุดร้องนะครับ ไม่เอานะคนดี ร้องแบบนี้ผมอยากจะบินกลับซะเดี๋ยวนี้เลยรู้มั๊ย

...

ยอโบ..

...

เป็นแฟนกันนะ ..ตกลงมั๊ย

ใจเต้นรัวถี่เมื่อได้ยินเสียงที่ดังกรอกข้างๆหู แต่แม้จะไม่มีความกล้าที่จะตอบออกมาเป็นคำพูดก็ยังอุตส่าห์เอาโทรศัพท์ออกมาทึ้งเพื่อเปิดกล้องให้อีกฝ่ายได้เห็น ซึ่งเมื่อกดแล้วเริ่มจะแน่ใจว่าภาพถูกส่งไปเพราะเสียงแว่วมาว่าทำไมต้องถ่ายแม่น้ำมืดๆก็ลุกเดินไปหาที่ที่ไฟส่องสว่างแล้วยื่นมือออกไปพร้อมกับวางกล้องที่โทรศัพท์ไปใกล้ๆให้ได้เห็น

ต่างคนต่างเงียบไปครู่ใหญ่ แม้ฮีชอลจะเอาโทรศัพท์กลับมาแนบหูและปิดกล้องไปแล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกมา หลายนาทีกว่าจะกล้าเปล่งเสียงอีกครั้ง

เมื่อกี๊เห็นมั๊ย

อืม

...

กลับไปล่ะน่าดู

หืม

คิดถึงจะบ้าแล้วรู้มั๊ย ผมอยากจะหายตัวไปกอดให้สมกับที่ดีใจจริงๆนะ ..เฮ่อ แฟนผมน่ารักจัง

-/////-

เตรียมตัวโดนจูบไว้เลยนะ จะกอดให้กระดูกหักเลยด้วย ...โทษฐานทำผมหดหู่มาตั้งหลายวัน นี่ถ้าคนอื่นไม่แอบกดมานี่จะโทรหาผมมั๊ย ..ใจร้ายเป็นบ้า

...

รีบๆกลับบ้านแล้วเข้านอนนะ แล้วพรุ่งนี้เช้าผมจะโทรไปปลุก

ฮีชอลได้แต่นั่งเม้มปากแล้วอมยิ้ม เขาพูดอะไรไม่ออกและไม่รู้จะเอ่ยอะไร แค่ได้ยินเสียงอีกฝ่ายหลังจากที่ไม่ได้ยินมานานก็ตื้นตันจนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรแล้ว ครั้งนี้จึงมีแต่ฮันกยองพูดมาเพียงฝ่ายเดียวและเขาก็ทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่แสนดี

ใจคอจะให้ผมพูดอยู่คนเดียวหรือไง ไม่ใช่วิทยุนะ

ก็ชั้นไม่รู้จะพูดอะไร

พูดว่ารักผมไง ^^”

-//////-

ผมล้อเล่นน่า ..ดึกแล้วนะ รีบกลับได้แล้ว แล้วตอนเช้าๆผมจะโทรไปหา ดีใช่มั๊ยล่ะ ... ยอโบได้ยินเสียงผมคนแรกตอนตื่นนอน ส่วนผมก็ได้ยินเสียงยอโบก่อนจะนอนหลับ ...คงฝันดี

น้ำเน่า..

แต่ได้ข่าวว่ายอมเป็นแฟนกับผู้ชายน้ำเน่าไปแล้ว

...

หึ หึ ..ผมวางแล้วนะ ...จุ๊บ!”

เสียงหวานๆที่ดังมาเป็นเสียงสุดท้ายเล่นเอาคนแมนถึงกับอายจนแก้มแดงระเรื่อ ฮีชอลเดินก้มหน้าก้มตาข่มความเขินเอาไว้แล้วกลับไปที่รถ แค่เห็นสายตาเพื่อนสนิทมองมาก็ปั้นหน้าไม่ถูก แต่เพราะอิทึกยืนขำใส่เลยไม่รู้จะทำอะไรนอกจากโถมทั้งตัวกอดเพื่อนเอาไว้แน่นและปล่อยน้ำตาไหลรินออกมาอีกครั้ง

ฮึก.. ขอบใจนะทึกกี้

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

 

เสียงเพลงและแสงไฟที่เมื่อก่อนเคยใช้ช่วงเวลาในตอนค่ำอยู่กับมันเริ่มกลายเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคย แก้วน้ำที่บรรบุของมึนเมาซึ่งเมื่อก่อนเคยใช้มันกรอกปากต่างน้ำบัดนี้ก็แทบจะถูกวางเอาไว้เฉยๆ คิบอมนั่งอยู่ในวงล้อมของเพื่อนในก๊วนที่นัดฉลองวันเกิด แต่เพราะช่วงหลังๆมัวแต่เอาเวลาไปขลุกอยู่กับเจ้าตัวยุ่งที่แสนขี้อ้อนเลยห่างจากสิ่งเหล่านี้ไป เมื่อกลับมาเจอมันใหม่ก็เหมือนจะยังไม่ค่อยจะชิน

ทำไมไม่พาแฟนแกมาด้วยล่ะ เจ้าของวันเกิดที่ชื่อเทจุนร้องถามจากฝั่งตรงข้าม

แต่เพราะคิบอมยังไม่ตอบและเงยหน้าขึ้นมาจ้องเลยต้องหันไปถามคนอื่นๆเพื่อความแน่ใจ แฟนใช่ป่ะวะ ..ชั้นพูดไม่ผิดนะเว้ย

ซังบอมมองแล้วก็ขำ ป่านนี้คิบอมยังไม่ยอมระบุสถานะดงแฮให้คนอื่นๆรับรู้สึกเท่าไหร่ คงจะมีแต่ในครอบครัวและคนใกล้ตัวทั้งนั้นที่ได้ยินจากปากว่าเป็นอะไรกัน

ป่านนี้แล้วก็รับๆไปเหอะว่ะ ไม่มีใครว่าแกสักหน่อย ฝ่ายน้องตบเข้าที่กลางแผ่นหลังของพี่ พวกแกว่าแฟนพี่ชั้นเป็นไงวะ น่ารักป่ะ?

น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก เสียงหนาๆต่างประสานกันลั่นโต๊ะ

ซ้ำยังมีเสียงแซวดังแทรกขึ้นมาอีก ชั้นว่าเค้าดูนิ่งๆ เรียบร้อยดี แต่เอาคิบอมอยู่ได้นี่คงไม่ธรรมดา

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ

แล้วนี่ทำไมไม่มาคุมวะ คราวก่อนๆยังเห็นมานั่งเฝ้าอยู่เลย เทจุนถามต่อ

อยู่บ้าน ตอบนิ่งๆตามสไตล์ของคิมคิบอม คงขี้เกียจจะมาให้หมาเห่า

เสียงโห่ดังตามมาติดๆเพราะเล่นกัดกันแบบนั้นคงไม่ต้องอธิบายให้เสียเวลาเนิ่นนานว่าด่าใคร ซึ่งต่อให้จะโดนแซวกลับแค่ไหนคิบอมก็ยังไม่สะท้าน

หุบปากเหอะน่า เค้าไม่ชอบเที่ยว

แต่แปลกแฮะ ในแก้วไม่ลด เจ้าตัวขาวแก้มป่องจอมแสบหลิ่วตามองในแก้วแล้วแซวพี่เองจนได้ กลัวเมาแล้วโดนด่า หรือกลัวว่าจะไม่มีแรงทำการบ้าน

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

คราวนี้ต่างรวมหัวแซวกันครึกครื้น คิบอมหันไปตบกลางกบาลไอ้น้องตัวดีแทนคำสั่งให้หยุด แต่ซังบอมก็ไม่ได้กลัวสักเท่าไหร่และยิงมุกแซวไปเรื่อยๆอยู่แบบนั้นจนกระทั่งเจ้าของประเด็นขอตัวกลับ

ด้วยสีหน้าและแววตาที่ดูกังวล อีกทั้งยังออกปากเองว่าไม่อยากทิ้งเจ้าตัวเล็กให้อยู่คนเดียวนานๆในช่วงนี้เลยไม่มีใครคัดค้านเมื่อเขาขอตัว แต่ตอนที่เดินออกมาก็ยังอุตส่าห์สวนกับแม่สาวร้อยเล่ห์มารยาอย่างชองแรวอน หล่อนเดินควงแขนแนบซบนัวเนียมากับชายหนุ่มร่างใหญ่เข้าไปที่ร้านข้างๆ ซึ่งมันก็คงจะสนุกดีถ้าตามใครบางคนให้มายืนดู

ข้อความส่งเข้าไปที่เบอร์พ่อของตัวเองพร้อมกับกระตุกยิ้มอย่างสะใจ ถ้าลองมาตามที่เขาบอกก็คงแจ็กพอร์ตแตกก็คราวนี้

หึ หึ ..โชคดีแล้วกันนะคนสวย

 

 

แม้จะดื่มไปไม่เท่าไหร่แต่พอนั่งไปสักพักก็ชักจะมึนขึ้นทีละนิด เด็กหนุ่มพยายามจะประคองสติและรถให้ไปถึงบ้าน ซึ่งสภาพที่ไม่ได้เมามากก็ทำให้สิ่งที่หวังนั้นบรรลุเป้าหมาย ถึงเมื่อจอดรถคิบอมก็เดินเข้าไปอุ้มเจ้าโรมิโอตัวน้อยขึ้นมาหยอก แต่สายตาก็ดันเหลือบไปเห็นร่างบอบบางนั่งกอดเข่าเหม่อมองท้องฟ้าอยู่ที่ระเบียงห้อง

คิดอะไรมากอีกหรือเปล่านะเจ้าแป๋ว..

หลังจากที่วางเจ้าชิวาว่าตัวน้อยลงกับพื้นให้มันวิ่งตามแล้วก็เดินเข้าไปในบ้าน ซึ่งเมื่อเห็นมารดายังนั่งอยู่ก็หันไปร้องเบาๆเพื่อส่งสัญญาณบอกว่ากลับมาแล้ว ซึ่งก็ได้สายตากึ่งตำหนิมองมาแบบดุๆ หนีไม่พ้นเรื่องที่กลับดึกเป็นแน่

ประธานคิมล่ะฮะ แกล้งเอ่ยถึงบิดาแบบกวนๆ

ซึ่งคนฟังก็ทำหน้าระอาใส่ กลับมาแล้ว ออกไปแล้ว ..ไม่รู้ออกไปไหน ไม่ได้สนใจจะถาม

คนที่รู้อยู่แล้วว่าไปไหนเลยได้แต่นั่งหัวเราะ ความรู้สึกที่อยากจะกลับไปดูละครฉากสำคัญเริ่มก่อตัว แต่คิดๆไปแล้วมันก็คงไม่ได้น่าดูอะไรจึงเปลี่ยนไปถามถึงใครอีกคน

วันนี้ดงแฮเป็นไงบ้างฮะ

ก็ปกติดี เมื่อบ่ายๆคยูฮยอนแวะมาหา แต่เห็นบอกว่ามาเยี่ยมเฉยๆ

เยี่ยม?

คิบอมแทบจะไม่เชื่อหู ความไม่ไว้วางใจก่อตัวขึ้นรวดเร็วได้ในพริบตา มานานหรือเปล่าครับ

ก็สักพัก เห็นหนีไปคุยกันที่สวนโน่น แม่เลยไม่อยากไปยุ่งเรื่องเด็กๆ ..ทำไม หึงเหรอเรา ฮันแชยอนส่งสายตาล้อลูกชายอยู่ในที

เปล่าครับ ไม่ได้หึง ถึงจะบอกแบบนั้นแต่ความกังวลก็ยังแปะหราอยู่กลางหน้า งั้นผมขอตัวไปหาดงแฮก่อนนะฮะ กลัวคยูฮยอนมันเล่าอะไรแย่ๆที่โรงเรียนให้ฟัง

อ้อ ..พรุ่งนี้พี่ชายเราเค้าชวนไปเที่ยวฉลองแต่งงานน่ะ บอกดงแฮด้วยล่ะ

อืม ครับ

รับปากเสร็จขายาวๆก็ก้าวขึ้นไปบนชั้นสองอย่างรวดเร็ว สายตาคมเหลือบมองเล็กน้อยที่ประตูด้านนอกตรงระเบียง ยังเห็นตัวเล็กๆนั่งกอดเข่าเอาคางเกยอยู่เหมือนเก่าเขาเลยยังไม่ได้ไปกวนอะไร ร่างหนาเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จแล้วจึงได้เดินออกไปหา

ดงแฮสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้ว่ามีคนมา แต่คิบอมก็ไม่ได้ปล่อยให้เหงานานไปกว่านี้เพราะเจอหน้าก็เข้าไปดึงแขนให้ลุกขึ้นเลย ซึ่งเมื่อยอมลุกเขาก็กลับนั่งลงเสียเองแล้วตบตักเบาๆ

ก้นนิ่มหย่อนลงไปด้วยความเคยชิน ขยับอีกเล็กน้อยก็พอที่จะสามารถเอนหัวกลมซบที่ซอกคอแกร่งได้ อารมณ์ไม่ได้อยากทำอะไรนอกจากตักตวงเวลาแห่งความสุขไว้ให้แสนนาน อยากจะหยุดเวลาแค่นี้และมีกันอยู่แค่สองคน สังคมรอบข้างจะเป็นเช่นไรก็ไม่อยากจะเอามาใส่ใจทั้งนั้น

คิบอมวาดวงแขนโอบรัดร่างเล็กเอาไว้ในอ้อมกอด วันนี้เป็นอีกวันที่จมอยู่กับความคิดถึงและห่วงหา คอยพะวงกลัวว่าเขาจะคิดมาก ซ้ำเลิกเรียนก็ต้องไปงานวันเกิดต่อ พอห่างอกไปนานๆก็พาลกระวนกระวายอยู่แบบนี้

พรุ่งนี้ไปเที่ยวกันนะ

ไปไหน

ไม่รู้ รู้แค่ฉลองแต่งงานของฮยอง ออมม่าเพิ่งบอก คนตัวใหญ่ตอบไปแบบเรียบๆ มือหนายังลูบเบาๆอยู่ที่แก้มเนียนอย่างทะนุถนอม

จะดีเหรอ ชั้นอยู่บ้านดีกว่ามั๊ง ไปแบบนั้นเกรงใจคุณลุง

คิดอะไร นายก็คนในครอบครัวนะ ..อย่าสนใจเค้าเลย เราก็อยู่ส่วนเรา

พูดแบบนี้อีกแล้ว มือน้อยตบเบาๆเข้าที่ริมฝีปาก นั่นพ่อนะ

คนโดนตบรีบกดมือทับแล้วเปลี่ยนมาจับจูบเบาๆ ก็พ่อแล้วไง ถ้าเค้าเข้ากับคนอื่นในครอบครัวไม่ได้ ชั้นว่าก็น่าจะลดทิฐิแล้วปรับตัว ไม่ใช่ว่าคนอื่นๆต้องตามใจเค้าคนเดียว สนมากๆก็ยิ่งเอาแต่ใจน่ะรายนั้น

โหดก็พูดเกินไป

บ่นเบาๆตามประสาของคนที่โตมาแบบอบอุ่น ร่างเล็กดันตัวลุกขึ้นแล้วเปลี่ยนมานั่งคร่อมบนตักของคนตัวใหญ่ สองมือจับแก้มบิดเบาๆด้วยรอยยิ้ม แต่เพราะแววตายังแฝงไปด้วยความกังวลและโศกเศร้า รอยยิ้มที่ส่งไปให้จึงไม่สดใสเท่าที่ควร

เจ็บนะแป๋ว ..ดื้ออีกแล้วนะ ดึงมือซนๆออกมาแล้วบิดจมูกเจ้าตัวยุ่งกลับคืนบ้าง

เจ็บเหมือนกันนะโหด ..ดื้ออีกแล้วนะ

แน่ะ ล้อเลียนเหรอ

อื้อ ก็จะล้อเลียนล่ะ เชิดคางใส่อย่างรั้นๆ ปากบางเชิดสูงจนคนมองนึกอยากจะจูบละลายความกวน

นี่แน่ะ ..เจ้าแป๋วดื้อ คิบอมเขกกำปั้นลงกลางหน้าผากเบาๆ ตามใจแล้วดื้อใหญ่

ตัวน้อยขยับปากกัดเบาๆ ไม่ได้โวยวายอะไรกลับ ในหัวยังคงคิดมากว่าจะเลือกตัดสินใจแบบไหน ตั้งแต่ที่คุยกับคยูฮยอนไปก็ยังตัดสินใจอะไรไม่ได้ แต่ตอนนี้ยังมีเวลาดีๆให้ตักตวงก็รีบกอบโกยมันเอาไว้ก่อนที่จะทำได้ไม่เต็มที่

อุ้งมือน้อยประคองพวงแก้มนิ่มๆที่พองเต็มฝ่ามือขึ้นมารับจูบแผ่วเบาที่เขาหยิบยื่นให้ด้วยหัวใจดวงน้อย ค่อยๆแตะที่ริมฝีปากล่างอย่างหมั่นเขี้ยว จากนั้นจึงค่อยเคลื่อนไปดูดเบาๆที่ริมฝีปากบน สัมผัสหวานๆที่ดูน่ารักจากเจ้าตัวเล็กจอมแก่นช่างเพลินตาเพลินใจ คิบอมอมยิ้มแล้วปล่อยให้ดงแฮเป็นฝ่ายจูบอยู่แบบนั้นและโต้ตอบกลับไปเพียงเล็กน้อย ซึ่งมันไม่ใช่จูบที่เร่าร้อนรุนแรงอะไร เพียงแตะเบาๆ ดูดเบาๆด้วยปลายริมฝีปาก อย่างมากก็แค่ส่งลิ้นไปดันหยอกกันเล่นแล้วต่างคนก็ต่างส่งยิ้มให้แก่กัน

ดงแฮยิ้มด้วยสายตาหวานๆก่อนที่จะกดจูบหนักๆเพียงเสี้ยววินาทีแล้วถอนใบหน้าขึ้นมายิ้มแฉ่งแข่งกับดวงดาวที่เรียงรายอยู่เบื้องหลัง

วันนี้อยากอ้อนโหด หน้าตาน่ารักเริ่มทอดสะพานอีกรอบ วันนี้เค้าจะเป็นชิสุ ..จะอ้อนปั๊ก

อืม คนที่เอนหลังพิงเก้าอี้อย่างสบายๆครางตอบเบาๆ อยากรู้เหมือนกันว่าจะมีปัญญาอ้อนสักแค่ไหน

อ่า แต่ตอนนี้โหดไม่เหมือนปั๊กแล้วอ่ะ คุณหนูลีจิ้มนิ้วลงบนแก้มแล้วทำปากยู่ ตอนนั้นเหมือน เพราะโหดไม่ค่อยตอบสนอง แล้วก็ชอบทำตัวง่วงๆ ดูไม่แอ็คทีฟ

หึ

ตอนนี้เหมือน .. ตากลมจ้องหน้าหล่อแล้วค่อยๆยื่นเข้าไปใกล้ก่อนจะพูดเบาๆที่ริมฝีปาก เหมือนร็อตไวเลอร์!!”

ห๊ะ????

ไม่ใช่คิมปั๊กแล้ว ...ตอนนี้เป็นคิมร็อตไวเลอร์ คิกๆ

เสียงหวานหัวเราะล้อ พอใบหน้าคมคายเริ่มขมวดคิ้วใส่ก็ทำตาแป๋วช้อนชึ้นมอง สองมือเอื้อมไปลูบแก้มนิ่มอย่างสุดรัก ทั้งที่ผ่านมาแค่ไม่กี่เดือนกลับทั้งรักและผูกพันกับคิบอมจนแทบจะคิดไม่ออกว่าถ้าห่างกันไปเขาจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างเดิมได้หรือเปล่า ทุกวันนี้ตื่นมาก็เจอร่างหนาเป็นคนแรก ก่อนจะหลับตานอนก็เห็นเขาเป็นคนสุดท้าย แถมยังมีร่างกายอุ่นๆให้นอนกอดแทนหมอนข้างที่เย็นเฉียบ เป็นเสียแบบนี้หากมีวันที่ต้องแยกจากกันจริงๆ มันจะเลวร้ายสักแค่ไหนก็ไม่รู้

ดงแฮทบทวนซ้ำๆอยู่ในหัว พยายามคิดแต่ก็คิดไม่ตก ทุกวินาทีแม้จะพยามยามยิ้มกลบเกลื่อนแต่ก็ยังคิดในเรื่องเดิมๆอยู่แบบนั้นจนต้องตัดสินใจถามให้รู้เรื่อง

ถ้าวันนึงชั้นไม่น่ารัก ไม่ใช่แป๋วน้อย ..และก็มีคนที่น่ารักกว่าชั้นเข้ามา ถามเบาๆพลางกลอกตาคิดคำพูดต่อ อืม ..ถ้าเป็นแบบนั้น โหดจะเลิกกับชั้นมั๊ย?

เฮ่อ ..ไร้สาระ

คิบอมเมินหน้าหนีอย่างเหนื่อยๆ แต่ดงแฮก็จับบังคับให้หันมาที่เก่า ชั้นซีเรียสนะ ..ตอนนี้ชั้นคิดเรื่องนี้วันละหลายๆรอบ ชั้นไม่ได้เผื่อใจเอาไว้เลย วันๆมีแต่นาย เชื่อแต่นาย ฟังแต่นาย ...จนนายจะกลายเป็นเจ้าชีวิตชั้นไปแล้ว แล้วถ้าวันหนึ่งนายเกิดทิ้งชั้นไป ..ชั้นจะอยู่ได้เหรอ ชั้นแค่อยากถามเพื่อที่จะได้เตรียมรับมือกับอนาคตบ้าง

ชั้นชอบคนง่ายขนาดนั้นเหรอ? ร่างหนาย้อนเสียงเรียบ แล้วชั้นสุงสิงกับคนมากมายพอที่จะเจอคนใหม่ๆงั้นเหรอดงแฮ

ก็...

ก่อนที่ชั้นจะทำอะไรนายน่ะชั้นคิดมาดีแล้ว ...ชั้นไม่ได้ต้องการที่จะแค่นอนกับนาย มีอะไรกับนาย พอเบื่อก็ต่างคนต่างไปแบบนั้น เสียงหนาชักออกอาการไม่พอใจบ้าง เลิกคิดเรื่องบ้าๆเถอะ เอาเวลามาคิดว่าวันนี้จะทำอะไร พรุ่งนี้จะไปไหน แบบนี้ดีกว่ามั๊ย?

...

ชั้นบอกตรงๆนะ ว่าชั้นเองก็ไม่ชอบหรอก ไอ้คนที่มาคอยงอแง เอาแต่ใจ แล้วก็มาเซ้าซี้ จู้จี้ จุกจิก แบบที่นายทำน่ะ ..ถ้าเป็นคนอื่นมานั่งบิดแก้มน่ะชั้นตบหัวทิ่มไปแล้ว

บ่นระบายอย่างคนที่อัดอั้นมานานปี สิ่งเหล่านี้เขาไม่เคยที่จะพูดสักครั้งเพราะเกรงว่าจะทำให้เจ้าตัวน้อยคนนี้รู้สึกแย่ แต่ในเมื่อถึงเวลาก็ต้องระบายออกมาบ้าง ซึ่งมันก็ทำให้ร่างเล็กสลดลงทันตา

แต่ชั้นก็ไม่เคยว่านายจริงๆจังๆ พยายามทำตัวให้ชินกับมันทั้งที่ชีวิตชั้นไม่เคยมีใครมาเซ้าซี้ อ้อนโน่นอ้อนนี่ หรือว่าคอยมาใกล้ๆ ชั้นพยายามจะทำให้ชิน พยายามจะไม่อารมณ์เสียเวลาหงุดหงิด พยายามจะนิ่งและทำเหมือนว่าไม่รำคาญอะไรก็เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งทะเลาะหรืออารมณ์เสียใส่นาย คิบอมบอกไปตามตรง แล้วหยุดมองหน้าคนฟังที่ก้มนิ่งก่อนจะพูดต่อ

ดงแฮ... ชั้นเกลียดการทะเลาะในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เกลียดการหวาดระแวง ไม่ไว้ใจ ..ชั้นคิดดีแล้วนะถึงได้ปล่อยให้เราเกินเลยมาถึงขั้นนี้ ชั้นไม่ได้อยากเปลี่ยนคู่บ่อยๆ หรือมีชีวิตคู่ที่ไปไม่รอด ..แล้วทำไมนายต้องคิดมาก ลองมองกลับกันสิ ...เคยมีบ้างมั๊ยที่ชั้นแสดงท่าทางว่าไม่ไว้ใจนาย ..สักครั้ง เคยมีมั๊ย?

ดวงตาที่สกาวใสหลุบต่ำลงเมื่อคิดตามในสิ่งที่ได้ยิน ซึ่งมันก็ไม่มีเลยจริงๆที่คิบอมจะซักไซ้อะไรที่เขาไม่ได้บอก จะไปไหนมาไหนก็ไม่เคยว่า ไม่เคยบ่น บอกแบบไหนก็จบแค่นั้น ไม่เคยต้องมานั่งหวาดระแวงหรือจับผิดกันอีก ซึ่งหลายครั้งก็รู้สึกว่าเพราะนิสัยเขาจึงคงไม่คิดจะใส่ใจอะไรมากมายนัก แต่พอมองย้อนดูตัวเอง นิดๆหน่อยๆก็คิดมาก หวาดระแวง ทั้งที่จะว่าไปแล้วคิบอมก็แทบไม่เคยทำตัวน่าสงสัยให้เห็นเลยสักที

แค่รัก แค่ผูกพัน ...มันไม่รอดหรอกนะ ถ้าขาดความเชื่อใจและไว้ใจ ถ้านายยังระแวง ยังคิดมากแบบนี้ ต่อให้ชั้นไม่มีใคร ...ยังไงสักวันมันก็ต้องเลิก เลิกกันเพราะใจนายนั่นแหละที่มันแกว่งไปแกว่งมาจนไร้ความสุข

จุกยิ่งกว่าเอามีดมากรีดลงที่ใจดำ สิ่งที่คิบอมพูดมันย้ำให้เห็นความจริงได้ชัดเจนทีเดียว

ชั้นขอโทษ

หยดน้ำตาที่กลั่นตัวเป็นเม็ดอยู่ที่หางตาคนน่ารักนั้นสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ร่างใหญ่ส่งมือไปเช็ดให้เบาๆแล้วลูบลงไปที่ผมนิ่ม เขาก็รู้ว่าเพราะดงแฮว้าเหว่จึงได้ต้องการที่พักพิงทางใจและต้องการหลักประกันให้ชีวิต ที่ผ่านๆมาก็มีพ่อแม่เคยกางปีกปกป้อง แยกมาอยู่คนเดียวก็คงจะพยายามโต แต่จริงๆแล้วกลับไม่ใช่ พอมีคนให้อ้อน มีคนให้งอแงใส่ได้ ดงแฮก็เผยนิสัยที่แท้จริง ...ซึ่งเขาก็พอจะดูออกจึงไม่เคยบ่น ไม่เคยว่า ทั้งที่บางเรื่องที่เจ้าตัวน้อยทำมันก็ไม่ได้เข้าท่านัก

เตือนไปก็ตั้งมาก แต่พอเห็นตัวน้อยนั่งซึมก็ดึงมากอดเอาไว้เพราะเจ็บหัวใจเอง เป็นเมียประสาอะไร ผัวโอ๋ขนาดนี้แล้วยังจะระแวงกลัวมีเมียใหม่อีก

พูดแบบนี้อีกแล้ว -////-

วันๆน่ะคิดแต่จะทำตัวน่ารักให้ชั้นหลงดีกว่ามั๊ย ชั้นไม่อยากทะเลาะกับนายนะเจ้าแป๋ว ปัญหารอบตัวก็ปวดหัวพออยู่แล้ว อย่าสร้างปัญหาขึ้นมาเองอีกเลย ...ผ่านอะไรๆกันมาก็ตั้งมาก ถ้านายมาถอยเอาตอนนี้ทุกอย่างที่ผ่านมาก็เปล่าประโยชน์ แล้วที่เหนื่อยๆกันมาน่ะ ...จะทำไปเพื่ออะไร

ตากลมหลบวูบในทันที เพราะนี่ก็หลายชั่วโมงที่เขาคิดจะถอดใจอยู่หลายครั้ง ใจหนึ่งก็อยากจะสู้ต่อ แต่บางวูบก็นึกอยากหนีไปให้พ้นๆจากเรื่องบ้าบอนี้เสียที แต่พอฟังที่คนรักว่ามันก็จริง ..ผ่านมาก็ขนาดนี้แล้ว เหลืออีกไม่กี่ด่านก็จะถึงจุดหมาย ถ้าถอดใจไป สุดท้ายก็ต้องจบ ...แล้วแบบนั้นที่ผ่านๆมาจะพยายามกันไปเพื่ออะไร

แบบนั้นมันไม่ได้ต่างอะไรจากการอ่านหนังสือมาทั้งเทอม แล้วตัดสินใจเอาในวินาทีสุดท้ายว่าจะไม่ไปสอบนั่นแหละ ความเหนื่อยยากและเวลาที่เสียไป ...เอาคืนมาไม่ได้สักอย่าง ต่อให้เลือกที่จะจบและเดินจากคิบอมไป ก็ใช่ว่าทั้งร่างหนาตรงหน้ากับซีวอนจะกลับมาคุยกันได้เช่นดังเดิม

ร่างเล็กถอนหายใจเบาๆเพื่อพ่นความกังวลออกจากตัว พยายามจะฉีกยิ้มกลบเกลื่อนความกังวลเอาไว้แล้วเปลี่ยนเรื่องใหม่ให้เลิกหนักหัวใจเสียที

โหด..

เสียงอ้อนๆดังขึ้นในลำคอ ปากสีสวยขยับเบาๆแล้วยื่นหน้าไปจูบที่แก้มเขาอย่างเขินๆ

เปล่าฟลุ๊ทให้ฟังหน่อยสิ อยากฟัง Way back in to love”

คิ้วเข้มขยับเล็กน้อยแล้วหลิ่วตามอง จะย้อนอดีตไปเมื่อตอนงานสานสัมพันธ์หรือไง

ตัวน้อยส่งสายตางงๆมาสักครู่ พยายามจะนึก และเมื่อนึกได้ก็หัวเราะใส่อย่างล้อๆ ตากลมเป็นประกายวิบวับเมื่อจ้องหน้าหล่อๆ จำได้ด้วยเหรอว่าชั้นร้องเพลงนี้ ..งั้นก็แสดงว่าโหดก็สังเกตชั้นมาตั้งแต่แรกน่ะสิ

ก็เล่นไปยืนให้ไอ้คยูฮยอนลวนลามทางสายตา เป็นใครก็เห็น

เห็นน่ะไม่จำเป็นต้องจำสักหน่อย ดงแฮยังไม่ละความพยายามที่จะจับผิด เริ่มสนใจเค้าตั้งแต่ตอนนั้นใช่มั๊ยล่ะ ..ปากแข็ง ไม่งั้นจำไม่ได้หรอก เพราะมันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ชั้นเองยังแทบจำไม่ได้เลย

ฮื่อ ..ขี้ตู่

ตัวเองต่างหากที่ปากแข็ง ยิ้มเต็มวงหน้าแล้วกอดร่างหนาเอาไว้ด้วยหัวใจที่ตื้นตัน อยากฟังนะ เล่นให้ฟังหน่อย จำคีย์ได้ป่าว

งั้นไปหยิบมา อยู่ที่หัวเตียง

เจ้าชิสุน้อยรีบลุกขึ้นวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าไปในห้อง ค้นอยู่ไม่ถึงนาทีก็หยิบกล่องกำมะหยี่สีสวยออกมายื่นให้ ซึ่งตอนแรกก็นั่งบนเก้าอี้ดีอยู่หรอก แต่กลายเป็นว่าคิบอมกลับดึงแขนเดินลงมาที่สนามหญ้าหน้าบ้านแล้วพานั่งที่ใต้ต้นแอปเปิ้ลแทน

ไม่ต้องมีคำพูดอะไร แค่มือหนาตบที่ต้นขา ร่างเล็กก็เอนหัวทุยๆลงไปนอนหนุน ดีที่ตรงนี้มีม้านั่งตัวยาวตั้งไว้จึงไม่ต้องเกรงว่าชุดจะเปื้อนเอาได้ ซึ่งเมื่อเพลงหวานๆเริ่มขับกล่อม ดงแฮก็ปล่อยหัวใจให้ลอยไปพร้อมกับที่หลับตาพริ้มเพื่อฟังเสียงฟลุ๊ทซึ่งบรรเลงโดยนักดนตรีรูปงามที่ชื่อคิมคิบอม

ฮันแชยอนได้ยินเสียงหวานหวิวดังแว่วเข้ามาก็เดินออกไปโผล่หน้ามองจากระเบียง เห็นเด็กหนุ่มทั้งสองอยู่เคียงกันก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ดงแฮเองก็ตัวเล็ก หน้าตาน่ารัก ยิ่งมาขดตัวนอนหนุนตักลูกชายของตนที่ตัวสูงใหญ่กว่าก็ยิ่งน่ารักน่าเอ็นดูเข้าไปใหญ่

จากหนึ่งเพลง เป็นสองเพลง และเป่าไปเรื่อยๆตามประสาของคนที่รักเสียงดนตรี คนตัวเล็กที่มีนักดนตรีบรรเลงขับกล่อมก็ทำตาแป๋วนอนฟังได้ไม่เท่าไหร่ สุดท้ายก็ผล็อยหลับไปจนได้ แต่เมื่อร่างหนาขยับตัวก็ลืมตาตื่นขึ้นมาเอง

จะขึ้นห้องแล้วเหรอ ขยี้ตางัวเงียเป็นเด็กๆ

อื้อ ดึกแล้ว

อุ้มหน่อยสิ ..^^

ไม่เอา หนักก้น เจ้าตัวแสบเมินใส่อย่างไม่ใยดี ก้นแป๋วโคตรหนักเลยอ่ะ ถ้าเอาออกนะ นำหนักตัวคงลดไปเกือบสิบโล

ไอ้โหด!!!” คนหน้าหวานถลึงตาใส่ จะซึ้งให้มันตลอดรอดฝั่งบ้างไม่ได้หรือไง ..ฮึ่ย โกรธแล้วนะ

ตัวเล็กหน้าบึงเดินปึงปังเข้าไปในบ้านทิ้งให้คนว่านั่งหัวเราะตามหลัง คิบอมลุกตามไปแบบขำๆ พอประชิดตัวก็บิดแก้มใสอย่างล้อๆ ซึ่งดงแฮก็สะบัดมือเขาออกพร้อมทั้งทิ้งตัวลงนอนซ้ำยังคลุมโปงหนี

แต่แทนที่อีกคนจะง้อดีๆกลับจับตัวน้อยๆผลักกลิ้งจนผ้าพันตัวกลายเป็นโรตีก้อนกลมๆ ซึ่งคราวนี้รับรอบว่าไม่มีทางที่จะลุกหนีไปไหนได้แน่ๆ

เสร็จล่ะเจ้าแป๋ว หึ หึ

ร่างใหญ่กระโดดทับแล้วจับจูบแก้อาการงอน ตัวน้อยที่ไร้หนทางสู้ได้แต่เบี่ยงหน้าหลบไปมา ไม่ใช่ว่ารังเกียจแต่อยากจะแกล้งให้เขาต้องลำบากสักนิดสักหน่อยก็ยังดี แต่มันก็ไม่เกินความสามารถของคิบอม เพราะปลุกปล้ำกับเจ้าโรตีหน้าตาน่ารักสักพักก็สามารถครอบครองริมฝีปากนุ่มนิ่มได้เป็นที่เรียบร้อย

ลิ้นหนาจัดการปิดปากที่ปิดสนิทแล้วกวาดเอาความหวานออกมาพร้อมกับลิ้นน้อยๆที่โดนกระหวัดเกี่ยว ดงแฮที่ไร้เรี่ยวแรงต่อสู้ถูกปล้นจูบไปอย่างง่ายดาย สุดท้ายก็กลายเป็นว่าสมยอมให้เขาจูบแสนเนิ่นนาน เมื่อต่างเริ่มขาดอากาศหายใจร่างใหญ่ก็เปลี่ยนมาจูบไซ้ที่ซอกคอขาว แต่มันลำบากเล็กน้อยเพราะติดปกเสื้อชุดนอนของร่างบอบบาง

ถ้าเป็นไส้ขนมปังโรลที่ไม่ใส่เสื้อผ้า มันจะน่ารักกว่านี้นะแป๋ว

ทะลึ่ง -////-”

งั้นลุกมาแก้ผ้าแล้วลงไปนอนให้ม้วนผ้าห่มใหม่ แบบนั้นจะเซ็กซี่มากเลยนะ

เรื่องอะไรเล่า .. นี่ชั้นอึดอัดนะ นอนทับอยู่ได้

ร่างเล็กหน้างอ แต่ร่างหนากลับยิ้มกริ่ม ปลายนิ้วเกลี่ยที่จมูกแหลม วันก่อนที่ทำไปอ่ะ ยังเจ็บอยู่มั๊ย

ถามด้วยความห่วงใย เพราะหลังจากคืนวันงานแต่งงานของคิฮยอน เจ้าตัวน้อยนี่ก็แทบจะคลานไปโรงเรียน จากวันนั้นเขาก็ยังเห็นดงแฮเดินแปลกๆอยู่ แม้จะไม่ได้แปลกมากแต่ถ้าสังเกตก็จะมองออกว่าสะโพกคงจะระบมมาแน่ๆ

ก็ไม่เท่าไหร่แล้ว ตาแป๋วรีบหลบเมื่อร้องตอบ จากที่งอนๆเลยเริ่มจะงอนต่อไม่ออก

วันนี้หาตัวช่วยมาแล้ว แป๋วจะได้ไม่เจ็บ ..โอเคป่ะ?

หาเรื่องหื่นอีกแล้ว

เปล่า แค่ไม่อยากให้เมียเจ็บ ตัวใหญ่จุ๊บอีกรอบที่ริมฝีปากบอบบาง วันก่อนอ่านเจอในหนังสือที่ซื้อมาแล้วมันตรงกับอาการของนายไง

หืม?

ก็ที่บ่นว่าท้องเสีย จริงๆแล้วมันไม่ใช่ท้องเสียหรอก แต่เพราะไอ้ที่ทำไปน่ะมันค้างอยู่ในตัว ร่างกายมันถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมก็เลยหาทางขับออก มันเลยปวดแบบนั้นอ่ะ ..ขอโทษนะ ชั้นไม่รู้ว่าจะทำให้เป็นแบบนั้น

อื้อ .. -////-

ต่อไปนี้จะใส่ถุงยางแล้วนะ ..ไม่ใช่ว่าระแวงอะไร แต่ไม่อยากให้แป๋วต้องเจ็บ ต้องปวดท้องอีก

พออ้างหนังสือมากเข้าคนฟังก็หัวเราะใส่ ชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะคิมร็อตไวเลอร์

ก็ห่วงเมีย ..ไม่ได้หรือไง

ถ้าห่วงก็เอาชั้นออกจากไอ้ม้วนโรตีนี่ก่อนเหอะ อึดอัด

ร่างใหญ่รีบลุกขึ้นแล้วช่วยดึงผ้าห่มหนาๆที่พันร่างเล็กออกและดึงร่างบอบบางมากกกอด คิดถึงมาทั้งวัน ไม่ได้เจอก็ตั้งสิบห้าชั่วโมง เป็นใครก็ไม่อยากที่จะอดใจอีก จากคลอเคลียก็เริ่มเปลี่ยนมานัวเนีย จับนั่นนิด ลูบนี่หน่อย สักพักอารมณ์ก็ค่อยๆรุ่มร้อนขึ้น ซึ่งแม้ดงแฮจะยังตัดความกังวลไปไม่ได้แต่เขาก็ยังอยากที่จะตามใจคนรักและสนองความโหยหาของจิตใจที่อยากจะได้ความรักจากคนๆนี้มาถมให้เต็มช่องว่างๆที่เรียกว่า ความลังเล อยู่

 

 

 

ตัดฉับไปลงที่อื่นนะคะ ^ ^

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

แสงสว่างรำไรที่ลอดผ่านผ้าม่านบางๆเข้ามาสะกิดเปลือกตาของคนหลับใหล วันนี้วันหยุดที่ไม่ต้องไปไหนจึงไม่มีภาระให้ต้องรีบตื่น ร่างเล็กที่แทรกตัวอยู่ในกองตุ๊กตาพลิกตัวเล็กน้อย ริมฝีปากสีหวานขยับเมื่อเขาหันมา แขนที่เริ่มกลับมาอวบขยับกอดหมอนข้างแล้วกระชับแน่น ตอนนี้รู้สึกสุขีกับการนอนกลิ้งอยู่บนเตียงมากมายเหลือเกิน

ตาคมมองจ้องไปยังผิวขาวๆใต้ร่มผ้าผ่านสาบเสื้อที่เผยอออก ลงทุนมาแต่เช้าและใช้เล่ห์เหลี่ยมอีกหน่อยเพื่อขึ้นมาปลุกคนตัวเล็กถึงห้องนอน ไม่มีใครสงสัยอะไรทั้งนั้นเพราะนอกจากแม่บ้านแล้วก็ยังมีมารดาของซองมินนั่นแหละที่บอกให้เขาขึ้นมาปลุกเจ้าลูกชายตัวดีจากบนที่นอน

ร่างใหญ่ค่อยๆปิดประตูและล็อกกลอนอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็สาวเท้าเข้าไปใกล้ สายตาที่นิ่งสงบเพ่งพิศดวงหน้าของคนหัวรั้นแสนงอนที่ยังไม่ยอมแม้แต่จะพูดดีๆ เขาเองก็รู้ตัวว่าผิดพลาดไปแต่ก็อุตส่าห์สำนึกและกลับมางอนง้อแล้วก็ยังจะตั้งแง่ไม่จบสิ้น

ฮื่อ..

เสียงครางเบาๆจากลำคอขาวพร้อมกับปัดเอามือหนาออกจากร่างเมื่อเขาสัมผัสแก้ม เจ้าตัวกลมรีบพลิกตัวหันหนีแล้วขยับผ้าห่มเหมือนเป็นเด็กๆ ซึ่งคุณชายหนุ่มก็นั่งมองอยู่แบบนั้นจนเขานิ่งสงบจึงได้เอื้อมมือไปลูบเบาๆที่ผมนิ่ม แก้มขาวใสอยู่อย่างไรก็น่าจับน่าจูบ ริมฝีปากที่ได้รูปเองก็ยั่วตาให้น่าก้มลงไปฉกชิม ยิ่งเขานอนหลับตาพริ้มแบบนี้ก็ยิ่งดูน่ารักและน่าหวงแหนเป็นไหนๆ

มองเต็มๆตาก็เพิ่งจะมีวินาทีนี้แหละที่รู้สึกว่าคนๆนี้มีค่ามากมายเหลือเกิน

ร่างสูงจับแก้มขาวแล้วพรายยิ้มบนดวงหน้าที่สะอาดสะอ้านแล้วจึงได้ลุกขึ้นไปเปิดผ้าม่านออกให้สว่างขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเสียงห่วงที่ถูกดึงดังครืดมันสะกิดโสตประสาทให้คนนอนเริ่มขยับตัว ซึ่งเมื่อหรี่ตาแล้วเห็นแสงสว่างจ้าส่องผ่านร่างสูงที่คุ้นตาก็เริ่มงัวเงียเบิกตาขึ้นมอง

มาทำไมแต่เช้าเนี่ย ร้องประท้วงเบาๆแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมโปง ปิดม่านเลยนะไอ้พี่บ้า เค้าจะนอน

คยูฮยอนเอี้ยวตัวกลับไปมองเพราะที่ซองมินร้องน่ะคงจะหมายถึงเยซองแน่ๆ แต่รูปร่างเขากับไอ้พี่ชายตาตี่ของคนตัวเล็กนี่ก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันเท่าไหร่แต่ยังมีปัญญานึกว่าคนเดียวกันได้ก็แสดงว่ามึนโข

ขายาวก้าวกลับไปที่เตียงแล้วกระตุกผ้าเบาๆ ซึ่งเจ้าตัวเล็กที่ซุกอยู่ข้างใต้ก็โวยวายอีกรอบ

อะไรเล่า... วันนี้วันเสาร์เค้าไม่ต้องไปเรียนนะ จะมาปลุกอะไรตั้งแต่ไก่โห่เนี่ย ..จะไปหาซึงยอนก็ไปเลยไป อย่ามากวนน้องได้มั๊ยน่ะไอ้พี่บ้า

สะบัดตัวอย่างงอนๆแล้วปัดมือหนาออกจากผ้าทั้งที่ตายังไม่ลืม แต่คยูฮยอนก็ยังไม่ลดละ ยิ่งเห็นซองมินงัวเงียแล้วพาลมันก็ยิ่งน่ารักน่าแกล้งเข้าไปใหญ่

ก็บอกว่าจะนอน ..ว่างนักหรือไงน่ะ ห๊า

ถลึงตาขึ้นมากะว่าจะด่าพี่ให้เลิกวุ่นวาย แต่พอเห็นว่าเป็นใครก็อ้าปากค้างกลางอากาศ ดวงตากลมเบิกโพลงอย่างอึ้งๆแล้วกระพริบถี่ๆด้วยความไม่แน่ใจ ซองมินเริ่มขมวดคิ้วคล้ายจะไม่เชื่อสายตา แต่เพราะร่างหนาเอ่ยเบาๆแล้วเป็นเสียงของเขาจริงๆก็ยิ่งอึ้ง

แม่นายให้ชั้นขึ้นมาปลุก ..ตื่นได้แล้วนะเด็กน้อย

ยิ้มล้อๆเพราะมองไปทางไหนก็มีแต่ตุ๊กตา คยูฮยอนรีบดึงผ้าห่มลงมาจากไหล่บอบบางเพื่อที่จะประชิดร่างได้ง่ายๆ ซึ่งคนเพิ่งตื่นก็ได้แต่นิ่งอึ้งและรวบรวมสติที่ยังมึนๆก่อนจะโวยวายออกมาลั่นห้อง

ใครอนุญาตให้นายเข้ามา ห๊า!!!”

หน้าหล่อเหยเกไปเล็กน้อยเพราะเสียงแหลมๆนี่ช่างแสบแก้วหู แม่นายท่านเปิดประตูให้เข้ามาช่วยปลุกที เร็วๆสิ ตอนชั้นมาน่ะอาหารเช้าใกล้จะเสร็จแล้ว

ใครบอกให้มา ร่างเล็กรีบตะกายหาตุ๊กตาอีกฝั่งมาบังตัว

มาหาแฟนนี่จำเป็นต้องมีใครบอกให้มาด้วยเหรอ ..คิดถึงก็มาน่ะสิ

ชั้นยอมเป็นแฟนนายตอนไหนกัน เขารีบเชิดคางร้องเถียง อย่ามามั่วหน่อยเลย

ฮื่อ ..เลิกงอนได้แล้วน่า รีบลุกไปอาบน้ำเถอะ วันนี้ชั้นบอกแม่นายไว้ว่าจะมาช่วยติวหนังสือให้

ไม่จำเป็น

บังเอิญว่าท่านเห็นว่าจำเป็น ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างคนเป็นต่อ เพราะนายขาดเรียนไปสัปดาห์นึง ...ชั้นเลยเอางานที่ยังค้างอยู่มาให้ เพราะเมื่อคืนชั้นเพิ่งจะทำของตัวเองเสร็จไปน่ะ

ไม่จำเป็น ชั้นยืมดงแฮได้

ดงแฮ ...ที่สัปดาห์นี้ขาดเรียนไปเกือบครบอาทิตย์น่ะนะ

เจอย้อนมาแบบนี้ก็ได้แต่อ้าปากพะงาบๆเถียงไม่ได้ แต่เพราะมีฮยอกแจเป็นไพ่สุดท้ายจึงต้องรีบบอกไปก่อนที่จะจนมุม

ฮยอกแจก็มี

เหรอ .. แต่รู้สึกว่าชั้นจะถามแล้ว เค้าบอกว่าให้ชั้นดูแลนายเองดีกว่าน่ะ

อ่า ..ไอ้เพื่อนชั่ว ซองมินบ่นอุบอิบ

ตั้งแต่ที่คยูฮยอนตามตื้อหนักๆฮยอกแจก็เหมือนจะเริ่มเข้าข้างร่างสูง หลายครั้งที่เจ้าคนผอมบอกให้เขาลดทิฐิลงบ้าง ซึ่งมันก็ทำให้หงุดหงิดอยู่บ่อยๆ แล้วถ้ามาอีหรอบนี้ก็คงจะเพราะอยากให้คืนดีกันแน่ๆถึงได้รีบส่งไม้ผลัดมาให้นักกีฬาตัวเต็งรับช่วงต่อ

หน้าหวานหงิกใส่ อารมณ์เสียได้ตั้งแต่เช้า ออกไปข้างนอกไป ชั้นจะอาบน้ำ

เสียงห้วนๆฟังดูไม่น่ารัก แต่คยูฮยอนก็ไม่ได้ถือสาอะไร แถมยังเดินไปหย่อนก้นที่โซฟาตัวใหญ่ข้างกระจกใสที่สามารถมองออกไปที่ด้านนอก ลำบากให้เจ้าของห้องต้องรีบลุกขึ้นมาออกปากไล่อีก

ชั้นบอกให้ออกไปไง ..ไม่ได้ยินเหรอ

ได้ยิน ..แต่ไม่ไป เขาตอบนิ่งๆ แม่นานบอกให้ลงไปพร้อมกัน

ชั้นไม่เชื่อ!!”

งั้นก็ลงไปถามสิ สายตาเจ้าเล่ห์ตวัดมาพร้อมกับยิ้มยั่ว รีบๆไปอาบน้ำเหอะน่า ชักช้าเดี๋ยวชั้นช่วยจับแก้ผ้าให้นะ

อย่ามาคิดลามกกับชั้น ซองมินแข็งเสียงใส่ ไม่มีวันจะได้เห็นซะหรอก

เหรอ ..แต่ก็เห็นไปแล้ว จำได้ด้วยว่าแก้มก้นขวามีปานเล็กๆรูปคล้ายดอกไม้อยู่ ..หรือว่าไม่จริง

ยิ่งพูดก็ยิ่งเข้าตัว คนโมโหเลยเดินกระแทกเท้าปึงปังไปคว้าผ้าเช็ดตัวพร้อมเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำพร้อมกับกระแทกปิดดังโครม คยูฮยอนส่ายหน้าเบาๆแต่ก็ยังยิ้มได้แม้คนรักจะทำกริยาที่ไม่ดีใส่มากมายแบบที่ไม่เคยมีใครกล้า

เกิดมาเขาไม่เคยถูกตวาด คนรอบตัวล้วนแต่พินอบพิเทาเอาอกเอาใจ แม้แต่กริยาเอาแต่ใจและหัวเสียใส่แบบนี้ก็เพิ่งจะมีลีซองมินนี่แหละที่ทำให้ได้เห็น

คยูฮยอนเดินวนไปรอบๆห้องแล้วก็ถอนหายใจในความที่อีกฝ่ายยังใช้อะไรเหมือนเด็กๆ ตุ๊กตุ่นตุ๊กตาก็วางเรียงสลอนอยู่ข้างเตียงจนแทบจะไม่มีที่นอน หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ตกแต่งด้วยโดเรม่อนเสียน่ารัก จนยากจะเชื่อว่าเจ้าของน่ะอายุถึง 17 ปีแล้ว

สักครู่ใหญ่ๆคุณชายหนุ่มก็เดินตามเจ้าของบ้านแสนน่ารักที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับลงมา ซึ่งมารดาของซองมินก็เอ่ยทักทายพร้อมกับเชิญชวนให้ทานอาหารเช้าด้วยกันอย่างเป็นกันเอง นานๆทีหล่อนจะมีเวลามาทำหน้าที่แม่บ้านแม่เรือน และพอทำทีก็มักจะมีอาหารวางเกลื่อนจนแทบจะล้นโต๊ะ

เห็นเด็กในบ้านบอกว่าคุณชายแวะมาบ่อยๆ ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้อยู่ต้อนรับให้ดีๆ

จากจิ้งจอกป่าก็แปลงร่างมาเป็นไซบีเรียนฮัสกี้ที่แสนสง่างาม ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมกับซองมินก็คนกันเอง ไม่ต้องมีพิธีรีตองก็ได้เพราะท่านพ่อท่านแม่ไม่ได้มาด้วย

แต่ยังไงก็ยังเกรงใจคุณชายอยู่ดีนะคะ

ท่าทางที่แม่ตัวเองทำท่าเหมือนว่าจะยกย่องร่างหนานั่นสร้างความหงุดหงิดให้มากมาย ซองมินหน้าบูดบึ้งค้อนใส่แล้วคว้าเอาช้อนส้อมมาจับไว้มั่น แม้จะโดนบังคับให้นั่งคู่กันแต่ก็ยังไม่อยากจะยอมญาติดี

อัปป้าล่ะฮะ เจ้าตัวเล็กรีบร้องหาบิดา เพราะหากว่ามารดาเขาพักงานนั่นก็แสดงว่าคุณโปรดิวเซอร์ลีก็ย่อมต้องหยุดงานด้วย มันคือข้อตกลงที่ทำมาหลายปีจนเป็นปกติแล้ว

เพิ่งแต่งเพลงสุดท้ายเสร็จน่ะ อีกสักพักคงจะลงมา

แล้วเมื่อไหร่ตาตี่จะได้เดบิวต์ซักทีฮะ รอจนแก่แล้วนั่น พาดพิงถึงพี่ชายคนสนิทเพื่อที่จะไม่ต้องสนใจคนข้างๆ เดี๋ยวผมโทรตามมากินข้าวด้วยกันดีกว่า

ไม่ต้องหรอก เพราะบ้านนั้นเค้าไม่อยู่ เดี๋ยวเยซองก็คงเดินมาฝากท้องเองนั่นแหละ

ปากบางหันไปเบะใส่พ่อคุณชายอย่างเป็นต่อ เพราะถ้าลองเยซองมาเห็นเขาเสนอหน้าอยู่ในบ้านล่ะก็ต้องเตะกระเด็นออกไปแน่ๆ แต่ก็ดูเหมือนคยูฮยอนจะไม่ได้ใส่ใจและยังยิ้มใส่ราวกับไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้าน

ไม่ทันถึงสองนาทีที่ต้องนั่งแหง็กรอคนร่วมโต๊ะ หนุ่มบ้านข้างๆก็โผล่เข้ามาทักทาย เยซองอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นพ่อคุณชายคู่อาฆาตนั่งยิ้มอยู่ตรงหน้า ตาประสานตาแต่ว่าคยูฮยอนกลับส่งยิ้มมาให้พร้อมกับทักทายก่อนเอง

สวัสดี วันนี้ชั้นมาติวหนังสือให้ซองมินน่ะ นายสบายดีนะ

อ..อืม

อยากตอบหรือไม่อยากตอบก็ต้องตอบเพราะมารดาเจ้าตัวกลมนั้นมองอยู่ ซึ่งตามฐานะและศักดิ์แล้วยังไงเขาก็ยังต้องอ่อนข้อให้คยูฮยอนแม้อีกฝ่ายจะเด็กกว่า และต่อให้บาดหมางมาตั้งแต่ชาติไหนก็ห้ามทำอะไรต่อหน้าผู้ใหญ่ในเวลานี้

ซึ่งเมื่อพี่มา ซองมินก็รีบหาเรื่องจะย้ายฝั่ง แต่แม่ก็ดันขัดใจเรียกเยซองไปนั่งใกล้ๆหล่อนเสียก่อน คยูฮยอนเลยได้แต่ลอบยิ้ม บรรยากาศที่โต๊ะอาหารเหมือนจะดีแต่ไม่ได้ดีทั้งหมดเสียทีเดียวเพราะคยูฮยอนให้ความสนใจและชวนบิดามารดาเจ้ากระต่ายอวบคุยด้วยท่าทีที่สุภาพสมเป็นราชนิกุล เรียกได้ว่าสร้างภาพราวกับเป็นเจ้าชายหนุ่มที่มาเยือนคฤหาสน์ขุนยางอย่างไงอย่างงั้น

ซองมินได้แต่นั่นตาขวางเพราะทำอะไรไม่ได้ ส่วนเยซองก็เหลือบมองแล้วก็แอบขำสภาพน้องที่โดนตื้อด้วยวิธีนี้ ถ้าหากคยูฮยอนมีความตั้งใจจริงๆ บางทีเขาก็อาจจะต้องทำไม่รู้ไม่ชี้บ้าง เพราะเจ้าตัวกลมนี่ก็ยังมีใจอยู่แล้ว

หลังจากทานอาหารเสร็จ คุณนายลีก็จัดแจงให้เด็กทั้งสองไปนั่งติวหนังสือกันเงียบๆที่บนห้องนอนของลูกชาย ซึ่งแม้ซองมินจะค้านสักเท่าไหร่ก็ไม่เกิดผล

บนห้องเรามันก็เงียบดีนี่ ติวข้างล่างก็เสียงดังเปล่าๆ

แต่ว่า..

อย่าดื้อสิลูก คยูฮยอนเค้าอุตส่าห์มาติวให้ แต่ก่อนก็เห็นว่าสนิทกันดี นี่งอนอะไรไม่เข้าท่าใช่มั๊ยน่ะเราเสียงต่ำๆเป็นเชิงดุดังลอดริมฝีปากบางพลางส่ายหน้า โตแล้วนะซองมิน อย่าให้แม่ต้องดุเป็นเด็กๆสิ

ร่างเล็กเม้มริมฝีปากแล้วค้อนใส่ ปกติก็ไม่ได้เอาแต่ใจกับบิดามารดานักหรอกแต่เพราะว่าวันนี้ไอ้หมาป่าจอมเจ้าเล่ห์มันเอาหนังแกะมาหุ้มตัว ทำหน้าทำตาเป็นคนดีมันเลยต้องป้องกันตัวเองกันสักหน่อย แต่สุดท้ายก็ต้องโดนจับยัดเข้าไปในสถานที่ที่ล่อแหลมอย่างห้องนอนตัวเองจนได้

ผมฝากลูกชายด้วยนะครับ ฝ่ายบิดาถึงกับต้องมาส่งเพราะเกรงลูกจะทำอะไรขายหน้า ถ้าดื้อนักก็บอกผมได้ บางทีก็เอาแต่ใจเกินไป ผมเกรงคุณชายจะรำคาญเอา

ไม่เป็นไรหรอกครับคุณลุง ไม่ต้องใช้คำพูดเป็นทางการกับผมนักหรอกครับ ผมเองก็เป็นแค่เพื่อนลูกชายคุณลุง

แต่ท่านโจแชวอนน่ะเป็นบุคคลที่ผมนับถือนะครับ

คยูฮยอนได้ยินชื่อบิดาก็ยิ้มบางๆให้ พ่อกับผมมันคนละคนครับ ยังไงผมก็เป็นเด็ก อยากให้คุณลุงเอ็นดูแบบเด็กๆที่เป็นเพื่อนลูกมากกว่าที่จะให้เกียรติแบบนั้น

อ่า ..ถ้าคุณชายลำบากใจ ผมขออนุญาตพูดธรรมดาแล้วกันนะครับ

ตามสบายครับคุณลุก เรียกผมว่า คยูฮยอนเฉยๆก็ได้

ครับ

ท่าทางที่บิดาของตนแสดงออกสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับซองมินค่อนข้างมาก รู้ก็จริงว่าอีกคนน่ะเป็นถึงราชนิกุลเก่าที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์ซึ่งครองบัลลังก์มาก่อน ถึงตอนนี้คยูฮยอนจะไม่ได้มีศักดิ์เป็นลูกหลานราชินี แต่อำนาจของต้นตระกูลที่มีมานานก็ยังค้ำร่างให้ผงาดใต้ฟ้าเกาหลี โดยเฉพาะท่านโจแชวอนผู้เป็นบิดา ที่สร้างคุณงามความดีไว้มากมายพอๆกับที่มีอำนาจถืออยู่ เพราะต่อให้เขาไม่ออกตัวออกหน้าทำอะไร แต่ใครๆก็ยังให้เกียรติอยู่มากทีเดียว

เยซอง วันนี้มาเล่นกับน้องเหรอ มารดาเจ้าตัวกลมที่ให้เด็กยกอาหารว่างเข้ามาให้หันไปถามร่างใหญ่ที่นั่งอยู่กลางเตียง

เดี๋ยวก็ไปแล้วฮะ

อืม ตอนเย็นจะมาทานข้าวมั๊ยล่ะ น้าจะได้เตรียมของโปรดเราไว้ให้

ครับ รบกวนด้วยนะครับ เขารีบตอบเพราะอย่างน้อยๆก็พอจะใช้เวลาส่วนนั้นสอดส่องพฤติกรรมของเจ้าตัวร้ายที่เริ่มทำท่าเป็นคุณชายที่แสนดีได้บ้าง

ต่างคนต่างเงียบจนกระทั่งคนอื่นๆกลับออกไปและเหลือแค่สามหนุ่มนั่งในห้อง ซองมินหน้าตูมอยู่บนเบาะรองนั่งนิ่มๆ ตรงข้ามเป็นคยูฮยอนที่นั่งยิ้มด้วยท่าทีเรียบเฉย ส่วนเยซองนั้นปีนขึ้นไปจุ้มปุ๊กอยู่บนเตียง และก็เป็นฝ่ายเปิดฉากสนทนาก่อน

นี่มึงจะตามตอแยน้องกูไปถึงไหน ถามห้วนๆอย่างที่ลูกผู้ชายพึงจะทำ

คยูฮยอนไม่ได้หันไปมองแต่ก็อุตส่าห์ร้องตอบไปพร้อมกับเปิดหนังสือ ก็จนกว่าน้องมึงจะยอมดีกับกูนั่นแหละ

ทำน้องกูเจ็บเจียนตายแล้วยังจะมีหน้ากลับมาอีกนะไอ้หน้าด้าน

ผัวที่กลับมาง้อเมียไม่ถือว่าหน้าด้านว่ะ เค้าเรียกว่าปรับความเข้าใจ คราวนี้หน้าหล่อหันไปยิ้มร้ายๆใส่คืน มึงจะไปธุระก็ไปสิ ..กูจะติวหนังสือให้เมียกู อยู่เป็นส่วนเกินทำไม

กระตุกหนวดเสือชัดๆ เพราะแค่ได้ยินมันเรียกน้องว่า เมีย ก็ชักจะโมโห ปากดีนะมึง ..ลามปามน้องกูแบบนี้เดี๋ยวก็ได้หยอดข้าวต้มอีก

ไม่เป็นไร เดี๋ยวมึงก็คงจะได้ไปนั่งหยอดเป็นเพื่อนกูอ่ะ ..เตียงคู่ดีมั๊ย?

เชี่ย!!!”

คนฟังไม่ได้ใส่ใจนักและเปิดหนังสือยื่นไปให้ร่างเล็กตรงหน้า ที่รักอ่านหน้านี้ก่อนนะ แล้วทำความเข้าใจ เดี๋ยวจะอธิบายซ้ำอีกที

มืออวบกระชากไปด้วยสีหน้าเซ็งๆ ถ้าถามว่าชอบมั๊ยที่ตัวเองเป็นต่อแล้วเขามาง้อแบบนี้ก็ตอบได้ว่าชอบ แต่ก็ยังอยากจะวางฟอร์มเอาไว้เพราะไม่อยากจะใจง่ายกลับไปเป็นของเล่นให้เขาปั่นหัวได้อีกแล้ว

เฮ่อ ..ตาตี่ เมื่อไหร่จะเดบิวต์ หยิบมาก็วางแหมะแล้วหันไปหาพี่

แต่เยซองกลับโบกมือใส่อย่างรำคาญใจ ขี้เกียจ ว่าจะไม่ต่อสัญญาแล้ว

ไหงงั้นอ่ะ

เบื่อๆ บางคนออกมาก็ไม่ดัง เลยคิดว่าหาอย่างอื่นทำดีกว่า ..จริงๆพี่เอาเวลามานั่งคุมแกดูจะมีสาระกว่าด้วย ว่าพลางตวัดสายตามองคนที่กลายเป็นส่วนเกิน

ซึ่งคยูฮยอนก็ดูจะไม่ยอมง่ายๆ จำเป็นต้องคุมตรงไหน เมียชั้นทั้งคน ดูแลเองได้ว่ะ

เหมาว่าเค้าเป็นเมีย ถามเค้าก่อนเหอะว่าอยากเป็นเมียมึงเหรอ

หน้ากวนๆกระแทกเสียงกลับมา เจ้าหมาป่าก็หันหน้าไปส่งสายตายียวนใส่ อยากไม่อยากก็เป็นไปแล้วล่ะวะ

ซองมินถึงกับหน้าชา แต่ในเมื่อมันไม่มีหลักฐานว่าจริงหรือไม่ ก็ต้องรีบไล่พี่ชายออกไปก่อนที่จะทำให้เยซองสงสัยมากไปกว่านี้

เลิกขี้ตู่ได้แล้ว ตวาดใส่คนพูดแล้วมองหน้าพี่ ตาตี่ไปธุระเหอะ เค้าจะรีบๆติว ไอ้คนมาติวให้จะได้รีบๆกลับไปที่ชอบๆ นั่งกันอยู่แบบนี้เค้าก็ต้องทนเห็นหน้าคนบางคนนานขึ้น ...ถ้ามีอะไรเค้าจะโทรหาตาตี่แล้วกัน

อืม ก็ได้

เยซองขานรับแล้วลุกขึ้นจากเตียง แต่ก่อนจะออกไปก็อุตส่าห์หันมายันเบาๆที่บั้นท้ายเจ้าคุณชายจอมกวน

ห้ามลามปามน้องกูนะมึง!!!”

หึ เสียงครางเบาๆจากในลำคอ พอเยซองเปิดประตูก็กราดยิ้มใส่ แต่ถ้าน้องมึงสมยอมน่ะกูไม่ผิดนะ

เจ้าตาตี่ถึงกับกัดฟันกรอดต่อก็ยอมกระแทกประตูและไม่กลับมาอาละวาดอะไรอีกเพราะรู้ว่าคยูฮยอนตั้งใจจะกวนประสาทไปแบบนั้น ซึ่งเมื่อเหลือกันแค่สองคน ร่างหนาก็ลุกขึ้นไปล็อกกลอนประตูแล้วกลับมานั่งตรงหน้าคนตัวน้อยเหมือนเดิม

ตั้งใจอ่านสิ มองหน้าชั้นทำไม ถอนหายใจเรียบๆ เหลืออีกเยอะเลยนะ เดี๋ยวก็คะแนนแย่หรอก

เห็นเขาทำท่าเป็นคนดีก็อดที่จะกัดไม่ได้ ห่วงชั้นด้วยหรือไง

เมียทั้งคน

เอ๊ะ!!” ตัวเล็กตวาดแหว ชั้นไม่ใช่เมียนาย อย่ามาโมเม

เหอะ ..จะคิดอะไรก็คิดไป ความจริงก็คือความจริง ร่างสูงยักไหล่ใส่แบบกวนๆ อ่านไปนะ ให้เวลายี่สิบนาที แล้วจะมาอธิบาย

คุณชายหนุ่มลุกขึ้นจากที่แล้วเดินไปหยิบตุ๊กตามาโยนเล่น ตั้งแต่เด็กแล้วที่เขาไม่มีไอ้ตัวนิ่มๆแบบนี้มาอยู่ใกล้ๆ จึงไม่รู้สึกว่าชอบตุ๊กตา อย่างมากก็มีไม้เบสบอล หุ่นยนต์ หรืออะไรเทือกนั้นที่มีให้หยิบจับพอเห็นดงตุ๊กตาในห้องคนรักก็นึกขำอยู่ไม่น้อย ซองมินเหลือบมองอย่างเคืองๆแต่ก็พยายามจะไม่สนใจ รีบหันหลังให้แล้วอ่านหนังสือไปเงียบๆ แต่ก็ต้องแอบหน้าแดงเมื่อเขาร้องมา

จำชื่อธาตุกับสูตรเคมีให้ได้ล่ะ ถ้าผิดล่ะชั้นจะจูบ!!”

 

เป็นคำขู่ที่ได้ผลเหลือเชื่อ เพราะซองมินพยายามท่องจนจำได้แม่น แม้เรื่องแรกจะรอดตัวไป แต่เรื่องใหม่ก็ตามมาจ่อคอต่อ เพราะสัปดาห์ที่เขาขาดน่ะอาจารย์ดันสอนไปหลายหัวข้อ และนอกจากเคมีก็ยังมีฟิสิกส์ ชีวะ รวมทั้งวิชาเลขอีก

อ่ะ นี่ตัวอย่างเทสต์ คล้ายๆกับที่อาจารย์จะให้ทำ ลองทำซะ ... ถ้าผิดหนึ่งข้อ จะโดนจูบหนึ่งที

เรื่องอะไรชั้นต้องยอมให้นายจูบเล่า ร้องโวยวายทั้งที่หน้าแดงลามไปถึงคอ

คุณชายตัวร้ายอมยิ้มใส่ ดูยังไงก็รู้ว่าอีกฝ่ายยังมีใจอยู่ ไม่อย่างนั้นหน้าคงจะไม่แดงขนาดนี้ ...จะฟอร์มจัดไปถึงไหนกันน่ะลีซองมิน แต่เอาเถอะ พยศแบบนี้เดี๋ยวชั้นก็มีวิธีปราบเองล่ะน่า หึ หึ

หน้าหวานเริ่มหงิกเมื่อโจทย์ที่ได้มามันช่างยากเย็นราวกับว่าเขาจะไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสียอย่างนั้น ซึ่งแน่นอนว่าซองมินคงจะไม่ทันเอะใจว่ามันไม่ใช่แนวแบบฝึกที่ใช้ทดสอบ เพราะที่คยูฮยอนหามาให้น่ะมันเป็นแนวข้อสอบปลายภาคของปีที่ผ่านๆมา ซึ่งความยากมันย่อมพัฒนาขึ้นตามไปด้วย

อาจารย์จับเวลาครึ่งชั่วโมงนะ ชั้นก็จะจับเวลาเหมือนกัน

พูดนิ่งๆแล้วถือวิสาสะไปนอนกลิ้งอยู่บนเตียง จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือมากดส่งข้อความกวนคนที่อยู่ร่วมห้องเล่น ซึ่งเมื่อซองมินเปิดดูก็หันขวับมาถลึงตาใส่

 

From : เบอร์นี้ห้ามรับ

Message : ตั้งใจทำนะ ไม่อย่างนั้นชั้นจะจูบให้ระทวยเลยล่ะเด็กน้อย

 

ปากบางขมุบขมิบก่นด่าเพราะว่าแบบทดสอบมันยากมหาประลัย ร่างใหญ่ที่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาก็กอดตุ๊กตานอนเงียบๆแล้วถ่ายรูปไปด้วย สักครู่ก็ส่งข้อความไปพร้อมกับภาพถ่ายตัวเองที่แนบแก้มกับเจ้าตุ๊กตาโดเรม่อนตัวใหญ่สดๆร้อนๆ

 

From : เบอร์นี้ห้ามรับ

Message : ตัวนี้น่ะตัวโปรดที่รักใช่มั๊ย มีคราบน้ำลายด้วย ฮ่าๆ

 

คราวนี้ลีซองมินถึงกับหมดความอดทนหันมาจ้องหน้าอย่างหาเรื่อง แต่เพราะคยูฮยอนหันมาทำตาเชื่อมใส่ก็เขินเองจนต้องสะบัดหน้าหนีกลับไปแบบเขินๆ

ไอ้บ้าเอ๊ย แกล้งกันใช่มั๊ย ฮึ่ย!!!”

 

ผ่านไปหลายนาทีจนแทบจะหมดเวลาอยู่รอมร่อ เสียงหนาที่เอ่ยย้ำนับเวลาถอยหลังสร้างความกดดันให้แบบสุดๆเพราะ จากสิบข้อเขาเพิ่งจะผ่านด่านไปได้แค่สาม ที่สำคัญคือไอ้สามข้อนั้นก็ยังไม่แน่ใจอีกว่าจะถูก

หมดเวลา

ยิ้มกริ่มพร้อมกับยื่นหน้าและเอื้อมมือมาดึงดินสอออกจากมืออวบแล้วหยิบกระดาษไปดู ซึ่งแค่เห็นข้อว่างๆหลายข้อก็ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ประหนึ่งว่าส่งสัญญาณให้เขารู้ชะตาตัวเองว่าต่อจากนี้จะคืออะไร

เสร็จสาม ... ถูกหนึ่ง

กระดาษที่มีเฉลยในนั้นถูกยื่นมาแทนที่ ซึ่งลีซองมินก็รีบคว้ามาเช็คว่าต้องทำแบบไหนถึงจะถูก ซึ่งพอเห็นคำตอบก็บ่นอุบอิบว่ามันดูยากเกินกว่าที่อาจารย์สอนอีก แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะหลบเลี่ยงการทำโทษ เพราะร่างสูงนั้นกระโดดมาประชิดตัวเรียบร้อยแล้ว

อย่ามาเล่นบ้าๆน.. อะ.. อื้อ

โดนรวบตัวเอาไว้พร้อมกับจูบจากร่างใหญ่ที่มาแบบไม่ให้ป้องกันอะไรได้ทัน ริมฝีปากหนาบดขยี้ด้วยความคิดถึงที่อัดแน่น ถึงจะทำเป็นนิ่งใส่แต่เมื่อได้สัมผัสก็อดที่จะคิดถึงสัมผัสเก่าๆที่คุ้นเคยไม่ได้

หนึ่ง.. เหลืออีกแปด

ปล่อยนะ.. อ๊ะ

ยังไม่ทันจะขาดคำก็โดนกระหน่ำอีกรอบ มือน้อยที่เริ่มทุบประท้วงโดนจับรวบเป็นที่เรียบร้อย และคราวนี้ปลายลิ้นใหญ่ก็เริ่มดันเพื่อเปิดกลีบปากเบาๆ แต่เพราะคนตัวเล็กยังไม่ยินยอมจึงต้องยอมแพ้แล้วถอนริมฝีปากกลับมาเพื่อกวาดอากาศไว้ใช้หายใจ

สองแล้วนะ

ฮื่อ.. นายมันชอบเอาเปรีย.. อ..อื้อ

ผ่านไปจนถึงรอบที่ห้ากว่าปลายลิ้นจะสามารถบุกไปยึดอำนาจในโพรงปากของคนตัวเล็กได้ จากที่ดื้อและไม่ยอมอะไรก็เริ่มอ่อนระทวยกับรสจูบที่เหนือชั้นของร่างหนา คนที่ลืมไม่ได้และยังจำสัมผัสของผู้ชายคนแรกผู้เป็นทั้งรักแรกและคนที่ได้ครั้งแรกไปนั้นย่อมอ่อนไหวกับสิ่งที่เขาให้มา จากที่ทุบกระหน่ำก็เริ่มที่จะจิกทึ้งที่เสื้อของเขาแทน คยูฮยอนกดท้ายทอยคนตัวเล็กกว่าเพื่อบดกลีบปากให้แนบแน่น ลิ้นร้ายกวาดไปจนทั่วแล้วตวัดเกี่ยวรัดจนเจ้าตัวกลมอ่อนยวบ

คนบ้า.. ปล่อยนะร่างเล็กครางอิดออดเมื่อเขาถอนริมฝีปากออกมา

เมื่อตาจ้องตาร่างหนาก็ส่งผ่านความรักความคิดถึงกลับไปบ้าง ยิ่งเขาผลักไสก็ยิ่งกอดจนแทบจะละลายเป็นเนื้อเดียว ต่อให้ร่างเล็กจะก่นด่าก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเขาอยู่ในอ้อมกอดนานเท่านานก็คงเพียงพอ

ราวกับถูกสายตาพิฆาตปิดปากเอาไว้ ซองมินหลบวูบเมื่อคนใจร้ายจ้องมา ขนเส้นบางๆบนตัวลุกพรึ่บ ความวาบหวามก่อตัวเพียงแค่ถูกเขาจ้อง ระยะห่างที่น้อยนิดเล่นเอาหัวใจเต้นถี่ราวกับรัวกลองยามจะออกศึก

เด็กดื้อ คางมนถูกเชยขึ้นมาเพื่อจะสบตากัน เหลืออีกสี่ ..จะจูบตรงไหนดีเอ่ย

แก้มขาวแดงระเรื่อขึ้นทันตา ตัวน้อยรีบปรับสีหน้ามางอใส่แล้วสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ทั้งที่ยังโหยหารสจูบที่แสนคิดถึง แต่สิ่งที่เขาทำไว้ก็ยังฝังใจอยู่ไม่น้อย แต่คนที่กว่าจะมีโอกาสได้เขามากอดแนนกายก็ไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ เพราะยังไงก็ยังเหลือข้ออ้างจูบอีกตั้งสี่รอบ

คนสวยที่ยังแสร้งทำงอนทั้งที่ก็เขินหลบสายตาและยังอุตส่าห์จะทำปากกล้าอีก จะจูบก็จูบให้เสร็จๆ ชั้นจะได้ไปทำอย่างอื่นต่อ

จูบน่ะชั้นจูบแน่ ..แต่ว่าปากนายมันเริ่มเจ่อแล้วนะ

ปลายนิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆที่ริมฝีปากอวบ ซึ่งซองมินก็สะบัดหน้าหลบ ไม่ปล่อยโอกาสให้เขาลวนลามได้ตามอำเภอใจนัก อย่ามาฉวยโอกาสให้มากนัก

ถ้าฉวยเพราะรักนี่.. แน่ใจนะว่าไม่อยากให้ฉวย ร่างใหญ่หัวเราะร่วน แต่ชอบจูบกับที่รักนะ

อย่ามาทะลึ่ง

ร่างเล็กพยายามดิ้นหนีจากวงแขนแกร่งแต่คยูฮยอนก็รั้งกลับลงมานอนกกกอดที่ข้างโต๊ะญี่ปุ่น แก้มขาวถูกฉกฉวยทั้งที่ดิ้นหนี ร่างหนาจูบซ้ำที่เรียวปากสีหวานพร้อมกับนับเลขเบาๆ หลังจากนั้นก็ตบท้ายรอบที่เก้าด้วยจูบอ่อนหวานที่หน้าผากคนตัวเล็ก

แทนที่จะโมโหแต่ซองมินกลับเขินจนทำอะไรแทบไม่ถูก ใจเต้นตึกตักอยากจะรับรักเขาแทบขาดใจแต่อดีตที่เลวร้ายก็ยังบอกว่าไม่ให้ใจอ่อน มืออวบรีบดันอกกว้างแล้วยันตัวลุกขึ้นนั้งและปั้นหน้าหงิกๆใส่ให้เขาเข้าใจว่าตนเองก็ไม่ได้ยินยอม แต่สภาพที่หน้าแดงขนาดนี้น่ะมีหรือที่คยูฮยอนจะเชื่อ

แต่ที่ยังแกล้งทำไขสือก็เพราะท่าทางของซองมินมันน่ารักน่าหยิกและน่าแกล้งน่ะสิ ...อยู่แบบนี้ก็ได้กำไรดีเหมือนกัน ^ ^

วิชาถัดมาถูกหยิบยกขึ้นมาสอนต่อ คุณชายรูปหล่อเลือกเอาวิชาเลขมาอธิบายเพราะเขาเองก็ได้รางวัลในสาขานี้ การสอนจึงค่อนข้างลื่นไหน และสามารถที่จะชักจูงให้เข้าใจได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งเมื่อสอนเสร็จก็ได้เวลาเที่ยงวันและแม่บ้านก็มาเคาะประตูเรียกลงไปทานอาหารพอดี

ว่าที่พ่อตาที่ยังไม่รู้ตัวนั้นสนทนากับคุณชายหนุ่มในเรื่องดนตรีคลาสสิกตามประสาของคนที่รักเสียงเพลง คยูฮยอนค่อนข้างที่จะเก่ง เพราะนอกจากจะได้ทุนไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเยลล์แล้วก็ยังสามารถทำคะแนนได้เป็นอันดับต้นๆ ซึ่งข่าวนี้ก็ค่อนข้างโด่งดังในวงการของนักดนตรี

ลุงเป็นโปรดิวเซอร์ แต่งเพลงเยอะก็จริง แต่เจ้าซองมินน่ะไม่ค่อยได้อะไรเลย อยู่ชมรมดนตรีแต่ก็ไม่ค่อยได้อะไรมาก ชอบหลบแต่มุมมืดๆ

ร่างหนาฟังแล้วก็ยิ้มขำ แต่ผมว่าเค้าก็เล่นเปียโนได้ดีนะครับ

ก็ไม่กี่อย่างหรอก ถ้าคยูฮยอนพอจะแนะนำบ้างก็คงจะดีขึ้น เพราะถ้าให้ลุงสอนมันก็เหมือนจะเป็นการจ้ำจี้จ้ำไช

ผมก็ชวนเค้าเล่นบ่อยๆครับ

หน้าหวานหันขวับไปจ้อง อยากจะถามนักว่าไอ้ที่ชวนน่ะมันเล่นดนตรีหรือว่าชวนไปทำอย่างอื่นที่ห้องดนตรีกันแน่ ..อีตานี่ เสแสร้งเก่งเป็นบ้า!!

แต่ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ทั้งพ่อทั้งแม่ก็เออออห่อหมกคล้อยตามไปหมดจนคนเป็นลูกแทบจะกลายเป็นหมาหัวเน่า แบบนั้นคยูฮยอนก็เก่ง แบบนี้คยูฮยอนก็ดี สงสัยคราวนี้คงจะตามมาหลอกหลอนที่บ้านมันทุกวันแน่ๆ ยิ่งทั้งพ่อและแม่เขาหยุดพักร้อนแบบนี้ด้วยแล้ว มีหวังคงหาเรื่องมาฝากตัวและตามตื้อมันถึงหน้าประตูห้องนอนอีกเร็วๆนี่แหง

เดี๋ยวผมขอตัวขึ้นไปติวให้ซองมินต่อนะครับ ผ่านไปสองวิชาแล้ว แต่สงสัยจะต้องติวเคมีให้เพิ่ม

คุณนายลีรีบลุกขึ้นตาม รบกวนคยูฮยอนแย่เลย ยังไงถ้าว่าง ตอนเย็นอยู่ทานข้าวด้วยกันนะจ๊ะ

อ๋อ ได้ครับ ..ด้วยความยินดี

ใบหน้าที่แสนเรียบร้อยเหมือนเด็กหนุ่มที่ไร้พิษสงนั้นฉาบไว้ซึ่งความเจ้าเล่ห์ ซองมินมองแล้วก็นึกหมั่นไส้จึงรีบลุกเดินหนีขึ้นห้องไปเพราะไม่อยากจะเห็นอะไรขัดหูขัดตา เพราะต่อให้เขาค้านว่าพ่อคุณชายนี่คนนี้เสแสร้งก็คงจะโดนดุโดนว่าเสียเปล่าๆ สู้ทำหูหนวกตาบอดเสียจะดีที่สุด

ทำไมที่รักหน้างอจัง ปิดประตูได้ก็รีบถาม

เบื่อพวกตีสองหน้า เปรยออกมาแต่ซัดเข้าเต็มหน้าของอีกคน

คยูฮยอนหน้าชาเล็กน้อย แต่ก็ยังยิ้มได้อยู่เพราะก็โดนด่ามาจนเริ่มจะชาชินแล้วเหมือนกัน การทำตัวเป็นเด็กดีของผู้ใหญ่ไม่ใช่การตีสองหน้านะ เพราะนั่นเค้าเรียกว่าการรู้จักกาลเทศะและเลือกปฏิบัติตัวตามสถานการณ์และบุคคลที่เราอยู่ด้วย ...เรียกว่าเป็นมารยาทอย่างหนึ่งทางสังคม

ตัวเล็กหันขวับ ตงิดๆว่าตัวเองจะโดนด่า นี่นายว่าชั้นไม่รู้มารยาทการเข้าสังคมเหรอ

เปล่า ..แค่บอกให้ฟัง

คนเย่อหยิ่งนั่งนิ่งๆแล้วหยิบเอาดินสอมาขีดๆเขียนๆ เลิกบ่นแล้วมาเริ่มเรียนเถอะ ถ้าฟิสิกส์ทำผิดอีก ชั้นจะจูบรอบสองนะ

จากหน้านิ่วก็ตาขวางได้ในเสี้ยววินาที ไอ้คนเอาแต่ได้

ถ้านายทำถูกหมด ชั้นจะเอาที่ไหนมาได้ ทำหน้านิ่งแต่กลับรู้สึกว่ามันน่าเตะ ถ้าไม่อยากโดนจูบก็ตั้งใจเรียนแล้วทำโจทย์ให้ถูกหมด

ชิ เผด็จการ

ซองมินรีบคว้าดินสอกับกระดาษมานั่งจดตามที่ร่างหนาสอน ถึงไม่เข้าใจในบางส่วนก็ไม่ยอมที่จะเอ่ยปากถาม งงก็งงแต่ก็ยังดื้อแพ่ง สุดท้ายพอทำโจทย์โหดๆที่ติวเตอร์รูปหล่อขุดมาให้ก็ย่อมตกม้าตายอีก

ทำไมมันยากแบบนี้ล่ะ ทีเลขชั้นยังทำถูกหมดเลย เสียงห้าวร้องประท้วง

ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าเลขน่ะตั้งใจจะเอาโจทย์ปกติมาให้เขาทำเพื่อที่จะได้ถูกแบบง่ายๆและไม่น่าสงสัยอะไรมาก ส่วนฟิสิกส์กับเคมีนั้นล่อแบบหฤโหดมาให้ จะได้หาเรื่องเอากำไรเข้าตัว

พอสงสัยอะไรแล้วนายก็ไม่ยอมถามนี่ ทีนี้ก็อย่าบ่น

ร่างหนาลากเอาตุ๊กตาตัวโปรดลงมานอนหนุนแล้วกระดิกเท้าใส่ ให้เวลาสี่สิบห้านาทีนะจ๊ะฮันนี่ ชั้นจะนอนงีบเงียบๆ นายก็ทำไปแล้วกัน

เออ

เสียงกระแทกใส่อย่างห้วนๆไม่ได้ทำให้หงุดหงิดแต่กลับยิ่งนึกขำ คยูฮยอนหลับตาทอดลมหายใจอย่างสงบเพราะเมื่อคืนที่ผ่านมาก็มัวแต่นั่งทำการบ้านที่ค้างคาจนเสร็จ ซ้ำยังงีบไปไม่กี่ชั่วโมงก็ตื่นมาก่อกวนคนตัวเล็กนี่ถึงที่บ้าน

นัยน์ตากลมเหลือบมองคนหลับสลับกับโจทย์ในมือ ใจจริงก็ยังรักเขาเต็มอก ยิ่งถูกจูบถูกกอดแล้วยังมานอนหลับในห้องที่อยู่กันสองต่อสองก็ยิ่งหวั่นไหว ใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่สงบนิ่งยังหล่อเหลาไม่ต่างไปจากเดิม รอยแผลที่เยซองเคยทำไว้จางหายจนไม่เหลืออะไรแล้ว แต่สิ่งที่เหลือเอาไว้ก็คงเป็นเพียงบาดแผลในใจของตัวเอง

โทรศัพท์เครื่องเล็กที่วางอยู่ใกล้ร่างหนาถูกคว้าเอามาเปิด ซองมินละสมาธิจากโจทย์ตรงหน้ามาเปิดเช็คโทรศัพท์เผื่อว่าจะหาอะไรมาจับผิด แต่เปิดดูรูปแล้วก็กลายเป็นว่ามีแต่รูปของตัวเองที่ไม่รู้ว่าเขาแอบถ่ายตอนไหน แถมวันนี้ยังแอบมีรูปตอนที่นอนหลับกับตอนที่แต่งตัวอยู่หน้ากระจกมาประดับอีกต่างหาก

ริทำตัวเป็นสโตรกเกอร์หรือไง บ่นไปแต่ก็อมยิ้มไปด้วย จะตัดใจกดลบก็ทำไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนไปดูกล่องข้อความ ซึ่งก็ต้องตกใจเป็นรอบที่สองเพราะมันมีแต่เบอร์ของตัวเองที่ถูกบันทึกชื่อไว้เสียหวานแหวว แต่เปิดแล้วกลับมีแต่ถ้อยคำที่เชือดเฉือน

ไปตายเลยไป

อย่ามายุ่ง!! เลิกเสนอหน้ามาให้รำคาญตาสักทีเถอะ

นายจะรังควาญชั้นไปถึงไหน

ก็บอกว่าไม่ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไงน่ะ

ตอนที่ส่งก็อารมณ์อีกอย่าง แต่พอมาอ่านแล้วพบว่าไม่มีถ้อยคำดีๆส่งไปสักครั้งแต่เขาก็ยังเก็บเอาไว้ก็เริ่มที่จะรู้สึกแย่ มือเล็กรีบกดปิดแล้วเปิดดูเบอร์โทรศัพท์ในเครื่องต่อเพราะขืนมองนานคงจะพาลคิดมากเสียเอง ซึ่งในเครื่องนี้มันก็มีอยู่แค่ไม่กี่เบอร์ และก็แทบจะนับได้ว่ามีใครบ้าง

ทุกๆอย่างมันต่างจากเดิม คยูฮยอนในตอนนี้แทบจะตัดสิ่งที่ไร้สาระออกจากตัวไปหมด บรรดาสาวๆที่เคยเก็บไว้คุยแก้เหงาเขาก็ไม่มีให้เห็น เบอร์โทรเข้าโทรออกก็ไม่มีเบอร์ไหนที่ต้องสงสัยเลยสักเบอร์ ส่วนมากก็เป็นซีวอนกับคิบอมแล้วก็เบอร์พี่ชาย เรียกได้ว่าแทบจะตัดตัวเองออกจากสังคมเก่าๆที่ตระเวนกินเหล้าเคล้านารีไปจนแทบจะหมดสิ้น

หรือมันควรจะถึงเวลาให้โอกาสนายจริงๆ?

 

หลับไปสักครู่ใหญ่ๆ โทรศัพท์มือถือก็ส่งเสียงร้องกวนใจให้ต้องตื่นตามเวลาที่ตั้ง วันนี้คยูฮยอนไม่ได้เอาเจ้าเครื่องที่ใช้ก่อกวนซองมินออกมาจากบ้านด้วย ความจริงตั้งแต่คืนนั้นเขาก็ปิดมันเอาไว้และไม่ได้ใช้อีก ตั้งใจจะจบปฏิบัติการป่วนประสาทก่อนที่จะโดนจับได้แล้วไม่ได้ตายดี ซึ่งมันก็กลายเป็นความคิดที่ถูก เพราะไม่อย่างนั้นลีซองมินคงได้จับได้ในตอนที่เขานอนอยู่แน่ๆ

เสร็จยัง พลิกตัวหันมาถาม

หน้ามุ่ยๆชำเลืองมาอย่างเซ็งๆ แล้วยื่นกระดาษมาแบบไม่เต็มใจนัก ซึ่งมันก็ยังว่างอยู่หลายข้อเลยต้องทำใจรอรับจูบจากคนรักที่ยังไม่แน่ใจว่าจะกลับไปรักอย่างเลี่ยงไม่ได้

โอ๊ะโอ .. รอบนี้ดีขึ้นนะ แต่ก็ต้องโดนจูบอีกตั้งเจ็ดทีแน่ะ ^^”

ยิ้มกริ่มอย่างคนดีอกดีใน ยิ่งเห็นซองมินทำหน้ายู่แล้วค้อนใส่ คนตัวใหญ่ก็ยิ่งอารมณ์ดี

มามะ ..มาให้จูบซะดีๆ เด็กดีของเฮีย

รอบนี้ไม่มีการขัดขืน เพราะซองมินก็รู้ชะตาของตัวเองอยู่แล้ว แต่บางทีก็อาจเพราะว่าอีกใจมันเริ่มโอนอ่อนให้จึงเต็มใจที่จะให้เขาจูบ สัมผัสจากคยูฮยอนนั้นแสนคุ้นเคย และเขาก็คงจะไม่มีทางเพิกเฉยกับมันได้ทั้งที่หัวใจก็ยังใฝ่หาเขาอยู่แบบนี้

ถึงจะโกรธ จะแค้น แต่ยังไงความรักมันก็ยังฝังแน่นอยู่ในอก ...ไม่มีใครจะสามารถลืมรักครั้งแรกของตัวเองได้ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์หรอก

คุณชายหนุ่มร่างหนารีบขยับตัวลุกขึ้นมาและยื่นหน้าไปใกล้ อุ้งมือใหญ่กดท้ายทอยคนตัวน้อยแล้วเบี่ยงหน้าหลบปลายจมูกแหลมเพื่อที่จะสัมผัสริมฝีปากบอบบางที่เป็นเป้าหมาย คยูฮยอนเริ่มขยับเบาๆเมื่อเจ้าตัวกลมไม่ได้สะบัดหน้าหลบไปไหน ปลายลิ้นเริ่มดันเพื่อที่จะหาทางเข้าไปทักทายกับลิ้นอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน

จูบหวานๆที่ไม่ได้เกิดขึ้นนานเริ่มดึงสองร่างให้ถลำลงไป ซองมินชอบเวลาที่ร่างใหญ่จูบแบบนี้เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนว่าตนคือคนพิเศษที่ได้รับการทะนุถนอมเป็นอย่างดี ซึ่งเพียงไม่นานก็เผลอตัวจูบตอบกลับมาทั้งที่ก็ไม่น่าจะทำ

การจูบที่เริ่มต้นจากข้ออ้างว่าคือการลงโทษเริ่มกลายเป็นสิ่งที่คล้องหัวใจให้ยิ่งใกล้ชิด มือเรียวเริ่มดันเบาๆที่อกแกร่งด้วยแรงที่ไม่มาก สติยังบอกว่าควรจะห่างเอาไว้ในระดับที่เหมาะสมแต่เพราะอีกคนเริ่มรุกหนักและกวาดเอาน้ำหวานในโพรงปากคนสวยออกมาและยัดเยียดความเคลิบเคลิ้มใส่ลงไปให้แทนจึงกลายเป็นการจิกทึ้งที่สาบเสื้อเจ้าหมาป่าแทนการผลักไส และสุดท้ายก็กลายเป็นตวัดแขนเกี่ยวต้อคอเขาเพื่อแลกจูบให้สาแก่ใจกับที่โหยหา

อยากสัมผัส อยากเป็นเจ้าของ อยากครอบครอง ...ทั้งที่สติอีกส่วนบอกว่า อย่าใจอ่อนอีก ... นี่แหละนะ ใจคน ที่บางทีแม้แต่เจ้าของหัวใจก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่าหัวใจตนต้องการอะไรกันแน่

บดจูบดูดดื่มอยู่แบบนั้นเพื่อระบายความต้องการที่สุมแน่น กว่าจะรู้ตัวว่ามีคนมาก็ตอนที่ได้ยินเสียงอุทานจากมารดาเจ้าคนตัวน้อย

ต่างคนต่างถอนริมฝีปากแล้วหันขวับไปที่หน้าประตู ซึ่งก็พบร่างเพรียวบางยืนทำตาปริบๆและตัวแข็งทื่อ ในมือของหล่อนมีน้ำหวานและจานผลไม้ ท่าทางจะตั้งใจเอามาให้ลูกชายที่คงจะเคร่งเครียดกับการเรียนอยู่ คยูฮยอนอึ้งไปไม่น้อย แต่ก็ยังพอจะมีสติมากกว่าคนเป็นลูกที่ช็อกไม่ต่างอะไรจากฝ่ายแม่ ร่างหนารีบลุกไปดึงแขนเรียวให้เข้ามาแล้วปิดประตูล็อกกลอนอย่างรวดเร็วเพราะเกรงว่าหากใครตามมาจะเป็นเรื่อง

น..นี่มันอะไร?

ทั้งร่างเล็กร่างใหญ่ต่างมองหน้า ซึ่งซองมินก็แทบจะน้ำตาไหล คนที่เป็นฝ่ายตอบออกไปจึงกลายเป็นคยูฮยอน

ขอโทษที่ปิดบังครับ ..คือ เราสองคนคบกันอยู่

อยากตอบหรือไม่อยากตอบมันก็ไม่มีทางเลือกอื่นอยู่แล้ว และเขาเองก็คงจะไม่คิดหันไปปรึกษาคนที่ทำหน้าเหมือนอยากจะลาโลกในยามนี้แน่ ไหนๆก็ไหนๆเลยต้องเนียนตอบไปเพื่อที่อะไรๆจะได้กระชับขึ้น ขืนตอบว่าจูบเพราะทำโจทย์ผิดเพียงแค่นั้นคงมีหวังได้ตายหมู่

คุณนายลีที่ยังช็อกกลอกตาไปมองหน้าลูกแล้วก็กลอกกลับมามองหน้าคนพูดราวกับจะตั้งคำถามอะไร แต่สุดท้ายหล่อนก็เงียบ ทำให้พ่อคุณชายต้องกลั้นใจอธิบายต่อ

ผมขอโทษที่ทำอะไรรุ่มร่ามในบ้านคุณน้าครับ ..แต่ผมคิดว่าเราแค่จูบกัน แล้วมันก็ลับตาคน ไม่คิดว่า... คุณน้าจะมาเจอ

...

ในเมื่อเข้าขั้นวิกฤติก็ต้องพลิกมาเป็นโอกาส จริงๆแล้วเราก็เพิ่งจะปรับความเข้าใจกันได้ ผมไม่อยากให้คุณน้าเข้าใจซองมินผิดนะครับ แต่..เราแค่เพิ่งเข้าใจกันจริงๆ ผมเลยดีใจมากไปหน่อย...

ทั้งแม่ทั้งลูกต่างนั่งนิ่งเป็นใบ้กันไปหมด ร่างเล็กเม้มปากแน่นอย่างรู้สึกผิด ไม่อยากจะคิดว่าหลังจากนี้จะมีระเบิดลงสักแค่ไหนที่ตนบังอาจจูบกับผู้ชายที่ในบ้าน ต่างจากคยูฮยอนที่พอสติมาก็ชักจะหาทางหนีทีไล่ได้ตามประสาคนฉลาดที่แฝงไปด้วยความกะล่อน

ผมขอโทษครับสีหน้าสำนึกผิดถูกส่งไปพร้อมกับโค้งอีกเล็กน้อย ผมรู้ว่าไม่เหมาะสม แต่ผมรักลูกชายคุณน้าจริงๆนะครับ ได้โปรดอย่าโกรธซองมินเลยนะครับ

ดวงตาที่มีริ้วรอยแห่งวัยกลอกมองหน้าเด็กหนุ่มทั้งสองไปมา หล่อนเองก็บินไปต่างประเทศบ่อย เพื่อนร่วมงานที่จัดเป็นชายประเภทไม่ใช่ชายก็มาก แต่ก็ไม่เคยเตรียมใจว่าลูกชายจะเป็น ยิ่งมาเห็นว่าจูบกับคุณชายคนดังมันก็ยิ่งช็อกหนักเข้าไปใหญ่ ใครจะไปคิดว่าเด็กชายที่น่ารักของพ่อกับแม่จะโตขนาดที่จะทำแบบนี้ได้แล้ว

ต..ตั้งแต่เมื่อไหร่ หล่อนถามทั้งที่ปากสั่น คบกันตั้งแต่เมื่อไหร่

สามเดือนได้แล้วครับ ใบหน้าคมคายสบตาเพราะเริ่มมั่นใจว่าหล่อนคงไม่กล้าที่จะว่าอะไรแน่ เพราะเท่าที่พูดคุยก็เห็นๆอยู่ว่านับถือและเคารพบิดามารดาของเขามากสักแค่ไหน ต่อให้ไม่พอใจก็คงไม่กล้าที่จะให้เลิกกันอยู่แล้ว

เสียงถอนหายใจดังมาพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ หล่อนวางถาดอาหารแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเตียงและมองหน้าเด็กทั้งคู่ ก็ยังดีที่เตียงซองมินยังเรียบร้อย ไม่เช่นนั้นบ้านคงแตกกันคราวนี้

ที่สนิทๆกันนี่เพราะแบบนี้สินะ

น้ำเสียงไม่ได้เกรี้ยวกราดแต่ก็ฟังดูรู้ว่าหล่อนคงจะยังทำใจไม่ได้ คราวนี้ต่างคนต่างมองหน้าแล้วก็คล้ายกับซองมินจะสบตาเพื่อให้อีกฝ่ายเป็นคนตอบ เพราะเขาเองก็หมดปัญญาที่จะอ้าปากอะไรในเวลานี้

ครับ ..แต่ผมแค่อยากรู้จักกับครอบครัวแฟนผม

เฮ่อ ..คุณชาย แล้วท่านพ่อท่านแม่คุณชายจะไม่ว่าอะไรหรือยังไงคะ ถ้ารู้ขึ้นมานี่..

ขอร้องนะครับ อย่าเพิ่งบอกท่านพ่อท่านแม่ คยูฮยอนรีบร้องท้วงและตีหน้ากังวลใส่ ผมรอให้เราเรียนจบแล้วจะขอให้ซองมินไปเรียนอเมริกากับผม เราจะได้คบกันแบบเปิดเผย ถ้าท่านพ่อท่านแม่ทราบ ผมคงไม่ได้ไปเรียนที่เยลล์ แล้วเราก็คงจะต้องถูกบีบให้เลิกกันแน่ๆ ..ผมยังอยากจะคบกับซองมินนะครับ

ไม่มีคำพูดจากคนที่โดนพาดพิงถึง ร่างเล็กชายตามองด้วยสมองที่กลวงโล่ง เขาไร้ความคิดใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะที่รู้สึกเวลานี้ก็คืออยากจะร้องไห้และขอโทษแม่ที่ทำอะไรไม่ดีลงไปทั้งที่อยู่ในบ้าน คุณหนูลีที่นั่งเงียบเอาแต่ก้มหน้าหลบสายตาของมารดา ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าหรือสบตาในเวลานี้

แต่เราสองคนก็ไม่ได้ไปทำรุ่มร่ามอะไรนะครับ ถึงผมจะแตะต้องตัวเค้าก็นานๆที แล้วก็ไม่ได้ประเจิดประเจ้อ ..ผมให้เกียรติซองมินเค้านะครับ

ฝ่ายผู้ใหญ่พ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยๆ หล่อนพยักหน้าแบบขอไปทีทั้งที่ยังมึน มันมีแต่ความอึ้ง ตกใจ คาดไม่ถึง และอะไรมากมายเต็มไปหมด และเมื่อคยูฮยอนเงียบ ในห้องก็ต่างเงียบ คนที่อวดเก่งขยับไปเกาะชายเสื้อติวเตอร์ของตัวเองไว้ราวกับจะใช้เขาเป็นที่พึ่ง ซึ่งมันก็เป็นโอกาสดีที่เจ้าคนเจ้าเล่ห์จะใช้อารมณ์นี้ของลีซองมินให้เป็นประโยชน์

ซื้อใจเจ้าตัวกลมแถมยังแสดงบทรักและห่วงใยต่อหน้าแม่ยาย ..ได้สองเด้งล่ะคราวนี้

แขนหนาเอื้อมไปคว้าร่างบางมาโอบเอาไว้แล้วใช้ฝ่ามือลูบลงไปที่ผมสีดำขลับอย่างอ่อนโยน สายตาหวานซึ้งแสดงความห่วงใยอย่างชัดเจน ถึงนี่จะเป็นละครแต่เขาก็ห่วงซองมินจริงๆ และก็ไม่ได้อยากให้คนรักต้องรู้สึกแย่ในเวลาแบบนี้

ไม่เป็นไรหรอกนะที่รัก ที่รักบอกว่าคุณแม่ที่รักใจดี ..ชั้นชื่อว่าท่านต้องเข้าใจเรานะ

เล่นเปรยไปแบบนั้นก็แทบจะตัดหนทางให้ไปต่อ คุณนายลีนั่งถอนหายใจนิ่งๆแล้วเสมองไปที่จุดอื่น เห็นบนโต๊ะก็มีหนังสือและกระดาษแบบฝึกวางอยู่ ก็คงจะติวกันจริงๆ เพราะเมื่อเที่ยงก็ยังเห็นกระเง้ากระงอดกันอยู่ ร่างบางจนปัญญาจะพูดอะไรต่อในเวลานี้เพราะหากเป็นคนอื่นหล่อนก็อาจจะซักอะไรต่อมิอะไรและใช้อารมณ์ได้บ้าง แต่นี่เล่นเป็นโจคยูฮยอนที่ก็นับหน้าถือตากันอยู่ จะพูดจะทำอะไรก็ต้องคิดให้มากกว่าที่ทำกับคนอื่นได้หลายเท่า

ในที่สุดหล่อนก็เอาถาดของว่างวางไว้แบบนั้นแล้วบอกเบาๆว่าถ้าติวเสร็จก็ให้พวกเขาลงไปที่ด้านล่าง แต่กลับสร้างความหวาดระแวงให้กับคนที่เป็นลูกชายมากกว่าที่จะโดนด่า ร่างหนาจึงใช้สถานการณ์นี้ทำคะแนนต่อ

ไม่เอานะที่รัก ..ไม่เป็นอะไรหรอก มืออุ่นกุมเอาไว้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ยังไงชั้นก็ไม่ทิ้งที่รักหรอก

...

พ่อแม่ที่รักดุมากเหรอ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ

ซองมินส่ายหน้า ชั้น.. แค่รู้สึกว่าทำให้พวกท่านผิดหวัง และก็ทำอะไรที่ไม่เหมาะสมในบ้านของตัวเอง

ผ่านไปแล้ว ทำไปแล้ว ..แก้ปัญหาข้างหน้าดีกว่า

น่าแปลกที่คยูฮยอนซึ่งเอาแต่ใจ ทิฐิสูง เจ้าปัญหา จะใจเย็นลงได้ถึงเพียงนี้ แต่ความจริงน่ะเขาแค่เรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามานักต่อนักเสียมากกว่า เวลาตกใจจึงไม่นานจนทำให้อะไรๆเสียเรื่อง และคนฉลาดอย่างเขาก็คงจะไม่มีวันยอมพลาดให้โดนซ้ำเป็นครั้งที่สอง บทเรียนที่โดนซองมินกระหน่ำมันก็มากพออยู่แล้ว และหากโดนอะไรอีกสักรอบมันก็คงจะหน้าอายเกินกว่าที่จะเป็นโจคยูฮยอนคนนี้

ชายหนุ่มที่แต่งตัวสะอาดสะอ้านสมฐานะคลายวงแขนออกแล้วเก็บข้าวของใส่ถุงกระดาษที่ถือมาแล้วจัดแจงเก็บโต๊ะที่ใช้เข้ามุมให้เรียบร้อย เขายื่นมือไปตรงหน้าคนที่ยังมึนงงกับชีวิต ไม่ได้จะเพื่อดึงแต่เพื่อบอกซองมินว่ายังจะขอให้ไปด้วยกันต่อ

คนที่รู้สึกผิดช้อนตากลมๆขึ้นมองหน้าหล่อสลับกับมือหนา ยังไม่อยากจะดีด้วย แต่ก็ดวงซวยโดนแม่มาเห็นฉากรักหวานซึ้งที่ก็แค่เคลิบเคลิ้มไปเพราะความคุ้นเคย คนที่ตกกระไดพลอยโจนไปแล้วนั้นก็คงจะไม่มีทางดิ้นหนีไปไหนได้อีก เพราะจูบกับแฟนกับจูบกับผู้ชายที่ไม่ใช่แฟน ผลต่างมันมากโข มาถึงตอนนี้ต่อให้ยังโกรธก็ต้องยอมรับอีกคนให้กลับมาอยู่ในฐานะเดิมอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะขืนเถียงว่าคยูฮยอนไม่ใช่คนรักมันก็คงจะเข้าตัวว่าทำไมถึงได้จูบกันแบบนั้น และก็จะกลายเป็นว่าเรื่องต้องเลวร้ายลงอีก ตอนนี้เลยต้องเออออและสมยอมเขาจนได้

สุดท้ายก็ส่งมือยื่นไปให้แบบคนที่ไร้ปัญญาจะทำอะไรเพียงลำพัง เพราะอย่างน้อยหนทางข้างหน้าก็ยังมีร่างหนาอยู่เป็นเพื่อน

เอาวะ ถ้าจะตายก็ไม่ได้ตายคนเดียวหรอกงานนี้!!!

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ending talk

 

วันสองวันนี้จะยังไม่ได้เช็คเมลนะคะ ...มีงานต้องรีบปั่นให้เสร็จๆ จัดการส่วนนั้นแล้วจะมานั่งเช็คเมลให้ ส่วนชาร์ป จะมาเปิดจองให้ตอนเย็นๆ ตอนนี้ยังไม่สามารถเรียงหน้าได้เลย ตอนท้ายๆนี่มันยาวมาก TT______TT  น่าจะไม่เกินพรุ่งนี้จะมาแจ้งรายละเอียดให้นะคะ (พยายามจะมาตอนเย็นแต่ยังไม่ชัวร์เลยว่าจะเสร็จ) ตอนนี้ยังมึนกับการจัดหน้าคร่าวๆอยู่เลย

 

ช่วงนี้เปิดเทอมแล้ว ชีวิตวุ่นวาย พยายามจะเคลียร์หลายๆอย่างแต่ก็ยังสับรางไม่ทัน เง่อ ... ปวดกบาลจริงๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #67093 PobarO (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 12:47
    กี้โชคดีเพราะแม่มินมิน ถ้าแม่มินมินไม่มาเห็นฝันไปเถอะอีกนานกว่ามินมินจะยอมคืนดี
    ปล.ยังเคืองที่กี้ไปกดดันเฮ เชอะ!!!
    #67,093
    0
  2. #67063 DreamPatty (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2556 / 23:47
    ซองมินถึงจุดลำบากใจอีกแล้ว ไม่สบายใจอีกแล้วล่ะ
    #67,063
    0
  3. #66838 แอ๋มแป๋ (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2555 / 03:08
    กี้สตอเบอร์แหลจริงๆค่ะคุณ
    #66,838
    0
  4. #66608 P-ENT (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2555 / 23:45
    บอมเปลี่ยนไปมากนะ 



    ตั้งแต่ได้ด๊องเป็นเมีย



    ^^



    #66,608
    0
  5. #66316 KIHAE*129 (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 01:40
    บอมเดี่ยวนี้หื่นบ่อยน่ะ
    #66,316
    0
  6. #66247 mirchullove (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 7 มีนาคม 2555 / 17:05
    ฮันชอลคบกันแล้ว แม่บวมก็น่ารัก คยูก็เนียนไปนะ
    #66,247
    0
  7. #66069 np137 (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 18 มกราคม 2555 / 20:09
    ออมม่าของกระต่ายเข้ามาเห็น O_o !!!
    #66,069
    0
  8. #66055 chin-cha (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 16 มกราคม 2555 / 00:49
    พี่ทึกเล่นแรงอ่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
    #66,055
    0
  9. #65823 Ringo-rr (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 17:30
    ฮันชอล เรียบร้อยไปเเล้ว1
    คยูมิน ก็ความสัมพันธฺกระดึ๊บมาอีกนิดละ
    คิเฮ คู่นี้เค้าไปนู้นเเล้ว 555  
    บรรยากาศค่อยดีขึ้นนิดๆละ 
    : )))))))))))
    #65,823
    0
  10. #65763 Mameao_lovely@hotmail.com (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 / 02:59
    บรรยากาศแต่ละคู่เริ่มดีขึ้น น่ารักกันทุกคู่เลย
    #65,763
    0
  11. #65393 NANA (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 17 กันยายน 2554 / 16:12
    ฮันชอล คบกันสักที

    เจ๊ปากแข็งแอ๊บแมน กว่าจะยอมรับได้ ต้องให้พี่ทึกเล่นละครหลอกล่อ

    ฮันจะกอดให้กระดูกหักเลยเหรอ รักรุนแรงอ่ะ



    คยูเข้าทางผู้ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่ก็เปิดทางให้เต็มที่เลย

    ส่วนพี่เย่ก็ปะทะคารมกับคยูได้มันส์เหมือนเดิม



    มินโดนทำโทษด้วยจูบจนใจอ่อนแล้วสิ คยูมินน่ารัก ^_____^

    จูบกันจนแม่เข้ามาเห็น ความลับแตกซะแล้ว

    #65,393
    0
  12. #65297 เจ้าชายหมาป่า (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2554 / 21:04
    คยูมินจะน่าสงสารไปแล้วนะฮ๊าบบ
    #65,297
    0
  13. #63977 รักฮันซินจิ้นวอนฮยอก (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 / 13:15
    ชาร์ปเล่ม 3 จบถึงตอนนี้~~~~~~~~~~~~

    ได้มาเมื่อวาน เอามานั่งเทียบตั้งนานกว่าจะเจอ
    หุหุหุ อยากได้เล่ม 4 มาอ่านต่อเร็วๆแล้วอ่า ^^

    สู้ๆนะคะพี่บลู
    #63,977
    0
  14. #63946 []เดอะ.สอง? (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2554 / 16:29
     เริ่มดีขึ้นทีละคู่
    #63,946
    0
  15. #63801 MCH (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2554 / 19:42
    คู่คนแก่ก็ไปในทิศทางที่ดีแล้ว ^^



    แป๋วก็คงไม่ต้องคิดมากแร้วหละโหดพูดถึงขนาดนี้แล้ว ทำตามใจตัวเองดีที่สุด



    ส่วนคยูมินก็ดูคลายๆว่าจะแฮ็ปปี้..
    #63,801
    0
  16. #63758 Heart_KimLee[129] (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 28 เมษายน 2554 / 14:20
    เย้ ฮีกับฮันเป็นแฟนกันแล้ว อ่านไปยิ้มไป น่ารัก

    อีทึกก็เป็นเพื่อนที่ดีมากเลย ทำให้เพื่อนรู้ใจตัวเองซักที



    กี้ก็เริ่มทำตัวดีขึ้นแล้ว มินก็เริ่มจะให้โอกาสกับกี้แล้ว

    ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกี้กับมินก็ต้องผ่านมันไปให้ได้นะ



    แป๋วกับโหดก็สวีทหวานน่ารักเสมอแม้จะมีความเศร้า มีเรื่องกังวลมาให้คิด

    แป๋วอย่าคิดมากนะยังไงโหดก็จะอยู่ข้างๆแป๋วเสมอ

    ผ่านมาได้หลายด่านแล้ว ถึงแม้ข้างหน้าจะยังมีอุปสรรคอีกแต่ยังไงก็ต้องผ่านมันไปให้ได้นะ

    แป๋วอย่าเพิ่งท้อนะโหดน่ะรักแป๋วมากนะอย่าคิดมากนะ

    สู้ๆนะ
    #63,758
    0
  17. #63595 Pink_Panther (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 21 เมษายน 2554 / 10:39
    คิเฮนี่ก็น่ารักขึ้นเรื่อย ๆ

    กี้นี่เก่งนะ = =" สมองทำด้วยอะไรค๊า คิดแผนการได้รวดเร็วและลื่นไหลมาก
    #63,595
    0
  18. #63358 mister.bean (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 12 เมษายน 2554 / 22:09
    มาไม่ทัน nc อีกแล้ว TT'
    คยูมินสงสัยจะมีอุปสรรคอีกแล้วว
    #63,358
    0
  19. #63240 นิดหน่อย129 (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 1 เมษายน 2554 / 14:40

    ชอบมากมายตอนนี้ อะเสียดาย NC ที่หาย อิอิ

    ทุกคู่เลยดีขึ้นจังของเจ๊ อ่านไปก็ยิ้มไป

    ของคยูก็ดีใจที่แผนสำเร็จ อิอิ

    คิเฮ ไม่ต้องพูดถึงกรี๊ดดดดดดดดดดดดดด

    #63,240
    0
  20. #63238 ♥mt_saranghae>>km♥ (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 1 เมษายน 2554 / 12:45

    แงๆๆ  สงสารมิน ทำเป็นแบบนี้อ่า ทำไมไม่ล๊อคประตูกัน
    คยูมินก็รีบๆเคลียกันซะทีนะๆ

    ฮันชอล เริ่ด !

    #63,238
    0
  21. #63155 Primadonna-yui (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 26 มีนาคม 2554 / 04:41
    คิเฮสุดยอดค่ะ

    ในที่สุดเจ๊ก็เข้าใจใจตัวเองแล้ว

    ตอนนี้กี้น่ารักอ่ะ

    อยากโดนทำโทษมั่ง 555
    #63,155
    0
  22. #62958 kwan_yesung (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 14 มีนาคม 2554 / 11:14

    บอมนี่ก็  รัก  เมียจังเลย

    อิอิ  มีอ่านหนังสงหนังสือ เตรียมพร้อม

    หยู้มิน  แม่ก็รู้แลว  เปนไงต่อละเนี่ย

    #62,958
    0
  23. #62866 PARISO'KH (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 11 มีนาคม 2554 / 00:53
    ตอนนี้ รักพี่ทึก ปลื้มแม่ตี๋ แต่งงคยูมิน -0-//
    #62,866
    0
  24. #62678 Kanom-129 (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 7 มีนาคม 2554 / 20:17

    ฮันชอลคบกันแล้วววว   ขอบพระคุณพี่ทึกเป็นอย่างสูงเลย 55
    คยูนี่ก็เจ้าเล่ห์ได้อีก เอาข้อสอบยากๆมาให้มินทำ กำไรมหาศาลเลยนะ = ='
    ส่วนคิเฮ บอมหวานได้อีกกกกกกกกกกกกกกกก  ><

    #62,678
    0
  25. #62547 รัก3ลี(เอสเจ) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 5 มีนาคม 2554 / 17:45
    กีกี้แหลมากมาย

    มินมินตกกระไดพลอยโจรไปเลย ><
    #62,547
    0