Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 86 : Charpter 54 : ย่ำแย่...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,505
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    28 พ.ค. 53

 

บางที แผ่นดินไหวโครมใหญ่อาจจะไม่ได้จบเพียงแค่รอบเดียวแต่ยังจะมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาเป็นระยะ และมันก็เกิดขึ้นแบบนั้นจริงๆ เมื่อสภาพที่ตึงเครียดนั้นกลับมาเครียดอีกรอบเมื่อในช่วงบ่ายนั้นมีเรื่องให้คิบอมต้องฟิวน์ขาดอีกรอบในคาบคอมพิวเตอร์

ทันทีที่นักเรียนเปิดเครื่อง หน้าจอทุกเครื่องก็ปรากฏภาพสกรีนเซิร์ฟเวอร์แสดงความหวานฉ่ำของคิบอมกับดงแฮที่สนามบินก่อนที่จะไปยังเชจู รวมถึงภาพที่ร่างเล็กเข้าออกที่บ้านตระกูลคิมราวกับเป็นสมาชิกคนหนึ่ง สลับกับภาพที่ซีวอนพาคนตัวน้อยไปที่นั่นที่นี่ และก็ยังมีรูปที่ไปกับครอบครัวตระกูลชเวอีก ซึ่งแน่นอนว่ามันยิ่งกระพือไฟให้โหมหนักจนท่านประธานรุ่นต้องลุกออกจากห้องเรียนอย่างหัวเสีย

คยูฮยอนมองตามเพื่อนแล้วหันไปหาอีกฝั่งที่ยังนั่งอยู่ คิบอมลุกพรวดขึ้นมาอีกคนแล้วคว้าข้อมือน้อยเดินออกไปบ้าง และมันก็ทำให้ที่ว่างในห้องเพิ่มขึ้นจนบรรยากาศตึงเครียดจนไม่น่าไว้วางใจ

ราชนิกุลหนุ่มซึ่งเพื่อนข้างกายหันไปมองหน้าคนรักที่ยังไม่ยอมรับรักอย่างเครียดๆ ซองมินเองก็นึกห่วงดงแฮแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ คนทำคงเป็นเด็กวินเซอร์รูฟ ซึ่งแน่นอนว่าเด็กจากไมอาอย่างเขาไม่มีปัญญาต่อกรด้วยแน่ๆ

นี่..

มือหนาเอื้อมไปวางที่ต้นขานิ่มๆของคนที่นั่งอยู่เคียงกัน เขาตั้งใจจะนั่งกับซองมินเลยไม่แปลกที่จะใกล้กันแบบนี้

อย่ามาลวนลาม สะบัดขาเบาๆให้เขาเอามือออก พูดเฉยๆ มือไม้ไม่ต้องมาเกาะแกะ

จากเครียดเรื่องเพื่อนก็ต้องห่อเหี่ยวเพราะเรื่องความรักต่อ ไปดูหนังกันมั๊ย ..ชั้นอึดอัด เครียดกับสองคนนั้นจะแย่อยู่แล้วอ่ะ

ดูหนังคือการแก้ปัญหา? ถามย้อนเสียงเรียบ

คยูฮยอนถอนหายใจอีกรอบแล้วส่ายหน้า ไม่ใช่ แต่ชั้นอยากพักสมอง พักปัญหาบ้าง จะให้เจ๋อไปยุ่งอะไร นั่นมันเรื่องของพวกมัน ชั้นไม่เกี่ยวสักหน่อย

ไปชวนคนอื่นไป ชั้นไม่มีอารมณ์ กระต่ายตาแป๋วเมินหนีไปอีกทางแล้วนั่งมองภาพที่ขึ้นในทุกครั้งที่วางเม้าส์เอาไว้เฉยๆ สงสัยจริงๆว่าไอ้คนทำมันต้องการอะไรถึงได้โจมตีไม่เลิกรา

แล้วที่รักจะทำอะไรได้ล่ะ มันเรื่องของสามคนนั้น ช่วยให้ตายก็ทำอะไรไม่ได้

อย่างน้อยๆชั้นก็เป็นกำลังใจให้ดงแฮได้บ้าง ..ป่านนี้นั่งร้องไห้แล้วมั๊ง ยิ่งคิดก็ยิ่งห่วง ห่วงแล้วก็บ่นต่อ คิบอมกับดงแฮยังมีกันและกันอยู่ แต่ซีวอนน่ะไม่มีใครเลยนะ

ตาคมทอดลงต่ำราวกับเพิ่งคิดได้ ...นั่นสิ ซีวอนไม่มีใครจริงๆ แต่ถ้าจะให้เขาไปอยู่เป็นเพื่อนมันก็คงจะไม่ใช่เรื่อง เพราะคนอย่างนั้นไม่อยากให้ใครมาเห็นความอ่อนแอหรอก ตั้งแต่เด็กแล้วที่เขาไม่เคยยื่นมือมาขอความช่วยเหลือหรือความเห็นใจจากใคร

ร่างสูงพ่นลมหายใจอีกรอบ เครียดก็เครียดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ชั้นก็ห่วงมันนะ ..แต่มันทำอะไรไม่ได้จริงๆ

พอเขาพูดแบบนั้นซองมินก็หน้านิ่วนึกหงุดหงิดขึ้นมา เพื่อนทั้งคนทำไมไม่พาไปเปิดหูเปิดตาหาอะไรสนุกๆทำบ้าง บางทีซีวอนอาจจะอยากได้คนรับฟังปัญหา แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ เขาเองก็ใช่ว่าจะรู้จักนิสัยคนตัวใหญ่นั่น บางทีวิธีนี้อาจจะดีที่สุดก็เป็นได้

แต่นึกๆไปก็ยังมีอีกคนที่น่าจะใช้วิกฤตินี้ให้เป็นโอกาส ทันทีที่อาจารย์สั่งให้ทำงานซองมินก็รีบลุกไปหาฮยอกแจแล้วคว้าแขนออกไปคุยที่หน้าห้อง

ไม่ไปอยู่เป็นเพื่อนซีวอนเหรอ ..ชั้นว่าตอนนี้เค้ากำลังแย่นะ

ฟังจบฮยอกแจก็ส่ายหน้ารัวราวกับกลัวตาย ไม่ ..ไม่เอา

ทำไมล่ะ บางทีการปลอบใจในยามทุกข์แบบนี้อาจจะทำให้เค้าเห็นความดีแล้วก็เปิดใจให้นายก็ได้นะ ซองมินนึกสงสัย ทั้งที่ตัวเองมีโอกาสทำไมไม่อยากจะคว้าเอาไว้ ไม่เข้าใจฮยอกแจเลยจริงๆ

เจ้าคนตัวผอมผิวขาวถอนหายใจอีกรอบ ชอบแต่ไม่คิดอยากได้เป็นแฟน นายเคยรู้สึกแบบนี้มั๊ยล่ะ ..ชั้นชอบเค้าก็จริง แต่ชั้นรู้ตัวว่าชั้นอยู่กับเค้าไม่ได้หรอก ซีวอนบทจะดีก็ดีใจหาย บทจะร้ายก็น่ากลัวอย่างกับอะไรแน่ะ ชั้นน่ะอยากจะได้รับแต่สิ่งดีๆจากเค้า ชั้นเห็นแก่ตัวและกลัวด้านร้ายๆของเค้าจนเกินไป

แต่ชั้นว่านายรู้จักเค้ามากเลยนะฮยอกแจ

ยิ่งฟังก็ยิ่งส่ายหน้า รู้จักไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ด้วยได้นี่ ..อีกอย่าง ถ้าขนาดคนใน 4E ยังไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ก็อย่าหวังได้เจ๋อไปยุ่งเลย เพราะเค้าไม่สนหน้าไหนทั้งนั้นนั่นล่ะ

พวกนายนี่เข้าใจยากแฮะ หน้าหวานมุ่ยลงอย่างเซ็งๆ ทำไมต้องคิดอะไรให้ซับซ้อน

เพราะโลกที่เราอยู่มันซับซ้อนน่ะสิ เราเลยต้องปรับตัวตามมัน คู่สนทนาตอบให้เสร็จสรรพ ท่าทางคงจะต้องอธิบายอีกเยอะ คยูฮยอนน่ะอัธยาศัยดีกับสาวๆ แล้วก็คนน่ารักๆก็จริง แต่เค้าน่ะถือตัวกับคนทั่วไปจะตาย นายก็รู้ พวกเพื่อนที่เที่ยวด้วยกันก็คบแต่เวลาเที่ยว เวลาปกติเคยสุงสิงที่ไหน ซีวอนเห็นแบบนั้นน่ะห่วงภาพพจน์ ห่วงชื่อเสียง และเกลียดการเสียหน้าเป็นที่สุด  ส่วนคิบอมน่ะ ถ้าอยากดีกับใครก็จะดี แต่ถ้าไม่ยุ่งก็คือไม่ยุ่ง ไม่สนใจ ไม่เห็นหัว

อา.. เข้าใจแล้วๆ ซองมินเห็นว่าเพื่อนร่ายยาวก็รีบตัดบท

แต่ฮยอกแจกลับไม่ยอมหยุด ถ้านายเข้าใจจริง นายจะรู้ว่าสถานการณ์แบบนี้น่ะ ..ปล่อยพวกเค้าให้เคลียร์กันเองดีกว่า เพราะมันยากที่ซีวอนจะฟังใคร เค้าเชื่อมั่นในตัวเองจนเกินไป ส่วนคิบอมน่ะ ..รายนั้นต่อให้ผิดก็ยากที่จะพูดออกมาหรือแสดงตัวว่ายอมรับว่าผิด ..นิสัยแต่ละคนก็งี้

แสดงว่าเจอมาบ่อย

ชั้นไม่ได้เจอ ..แค่มองอยู่ห่างๆ มองมาตลอดเลยเห็นในหลายๆอย่างน่ะ ยิ้มบางๆประกอบการอธิบายเพื่อให้เพื่อนตัวอวบเข้าใจบ้าง นายอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่ไม่มีเด็กวินเซอร์รูฟคนไหนกล้าเข้าไปยุ่งวุ่นวายในเรื่องใน 4E หรอก จริงๆมันก็ไม่มีใครห้าม แต่เหมือนว่าพวกเค้าสี่คนไม่ได้ให้ความสนิทสนมใคร ไม่เคยเอ่ยปากร้องขอ หรือปรึกษาอะไรใคร เลยเหมือนว่ากลายเป็นกลุ่มต้องห้ามสำหรับเรา ..รู้สึกแบบนั้นจริงๆนะ

ชั้นว่าบางทีพวกนายก็ยกย่องเกินไป เรียกเป็นปริ้นซ์ เจ้าเด็กไมอาตาใสๆจิกสายตาเหยียดๆเพราะเขาไม่คิดว่าคยูฮยอนจะน่าจัดเข้ากลุ่มที่เรียกว่าเจ้าชายได้เลย ชั้นก็เห็นเป็นคนธรรมดาๆ ดีไม่ดียังไม่น่าสุงสิงด้วยอีก

เอาเถอะ มันเป็นเรื่องของวินเซอร์รูฟ ที่นายอาจจะไม่เข้าใจ เพราะนายไม่ได้คลุกคลีกับสิ่งเหล่านี้มา

ซักเรื่องพวกชั้นพอหรือยังน่ะเจ้ากระต่ายตัวกลม

เสียงหนาทุ้มทำเอาสะดุ้งกันทั้งคู่ ซองมินหน้าเจื่อนเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคยูฮยอนยืนกอดอกอยู่ที่ข้างประตูอีกฝั่ง ร่างหนารีบเดินมาหา แต่ยังไม่ถึงตัวฮยอกแจก็รีบชิ่งหนีกลับเข้าห้องไปก่อนเพราะไม่อยากจะตอบคำถามอะไร คราวนี้จึงเหลือแค่เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายกับนายพรานหนุ่มที่ตวัดตาคมกริบจ้องมาราวกับจะตะปบคนตรงหน้ามาไว้ในอุ้งมือ

อยากรู้ทำไมไม่ถามเอง

แล้วยุ่งอะไร หน้าหวานเปลี่ยนเป็นหน้านิ่ว ชักสีหน้าไม่พอใจใส่บ้าง ชั้นห่วงดงแฮ ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องพวกนายสักหน่อย

แล้วทำไมต้องมายุให้เจ้านั่นมายุ่มย่ามอะไรด้วย ไม่รู้อะไรก็อยู่แบบไม่รู้ต่อไปก็ดีนะ คยูฮยอนหมายถึงฮยอกแจ ไม่ใช่แค่ซีวอนหรือคิบอมหรอก เขาเองก็ไม่ชอบให้ใครยื่นมือมายุ่งเรื่องในกลุ่มโดยไม่จำเป็นเหมือนกัน

แตะไม่ได้หรือไง

แล้วถ้ามีคนมายุ่งเรื่องที่รักกับดงแฮโดยที่ไม่ได้สนิทกัน จะรู้สึกยังไง

คราวนี้ลีซองมินถึงกับเงียบ จะเถียงต่อมันก็ออกแนวแถเสียเปล่าๆ ความจริงเขาก็แค่ห่วงและหวังดี ซึ่งมันก็อาจจะทำให้ลืมคิดในเรื่องนี้ไป

ช่างเหอะ เมื่อจนมุมก็ตัดบทเสียดื้อๆ เรื่องพวกนายก็แก้กันเอง แต่อย่ามาดึงดงแฮให้ต้องเจ็บมากไปกว่านี้เลย

มืออวบรีบคว้าลูกบิดหมายจะเปิดเข้าไปในห้องเรียนตามเดิม แต่คยูฮยอนก็ไวกว่ารีบคว้าแขนเรียวเอาไว้ ซองมินผอมลงมาก ถึงจะยังมีน้ำมีนวลแต่มือจับแขนเต็มมือแบบนั้นก็รู้ว่ามันลดลงมากจริงๆ

เราคุยเรื่องนี้กันหน่อยก็ดีนะ

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

เมื่อน้องชายเกิดเรื่อง คนเป็นพี่ก็เริ่มที่จะอยู่ไม่สุข เขาไม่ได้แคร์สายตาเด็กไมอาที่หมั่นมองมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยข้อสงสัย ข้อตำหนิ หรือคำถาม แต่อย่างใด  ใครๆก็รู้ว่าเขากับดงแฮเป็นพี่น้องกัน แน่นอนว่าเมื่อข่าวใหญ่นั้นมีน้องชายเป็นชนวนระเบิด คนเป็นพี่ที่ก็มีข่าวซุบซิบกับหนึ่งใน 4E ก็ต้องโดนไปด้วย

มองกันอยู่ได้ ชั้นไม่ใช่แพนด้าหายากนะเว้ย เสียงห้าวร้องเบาๆอย่างเหลืออด เขาทนมาตั้งแต่เช้า จนถึงเวลานี้ก็หลายชั่วโมงจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว

อย่าเครียดๆ เดี๋ยวตอนเย็นชั้นจะพาไปหาอะไรกิน อิทึกยิ้มกว้างพลางเอื้อมมือมาลูบที่ผมลื่นสีดำขลับ

เจ้าของร่างถึงกับเอนศีรษะหนีอย่างหวาดๆ แกจะทำอะไร ขนลุก

แฟนกันก็ต้องแตะตัวกันบ้างสิ อะไรวะ .. อยู่เฉยๆสิ ชั้นจะแสดงความรัก

มือเรียวยาวเอื้อมไปอีกครั้งแต่อีกคนก็ยังเกร็งๆอยู่ ทำใจไม่ถูกจริงๆกับการที่เพื่อนมาทำท่าหวานแบบปะหลาดๆแบบนี้ ซึ่งเขาก็ทนได้ไม่กี่วินาทีก็ต้องปัดมือคนรักที่ไม่ค่อยจะเต็มใจยอมรับออก

อย่าจับเลย แปลกๆว่ะ ..ไม่คุ้น

ก็จับบ่อยๆจะได้ชินไง แกน่ะหัดทำตัวน่ารักกับแฟนบ้างสิวะ ทำหน้าแบบนี้ได้ไง ..ต้องหัดยิ้มหวานๆให้แฟนบ้าง

เพื่อ?

คำถามที่น่าจะกระโดดหมุนตัวถีบทำเอาถึงกับเซ็ง แล้วแกอยากให้แฟนหน้าเป็นตูดใส่ หรือว่ายิ้มหวานๆให้ แล้วอ้อนบ้าง เอาใจบ้างล่ะ

ไงก็ได้ ชั้นไม่สนใจหรอก

เอ่อ..

ก็ทำตัวปกติไม่ต้องมาดัดจริตทำน่ารักหรอก น่ารำคาญ

แกนี่มันโคตรไร้ความโรแมนติกเลยว่ะ -*-

ก็จะให้ทำไงล่ะ หน้าสวยจิกตาใส่ ก็ชั้นเป็นแบบนี้

เฮ่อ ..ฮีชอล จากยิ้มแย้มก็กดเสียงต่ำใส่ คนเราน่ะถ้าจะอยู่ด้วยกันมันต้องปรับตัว อย่างแกกับคนในบ้านมันอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิด แกจะปรับไม่ปรับเค้าก็ทนอยู่กับแกได้ แต่กับคนอื่นที่ไม่เคยใช้ชีวิตด้วยกันเลยน่ะ มันไม่มีใครที่จะตรงใจเราทั้งหมด แล้วเราก็อาจจะขัดหูขัดตาเค้าบ้าง สิ่งที่จะทำให้อยู่ด้วยกันได้น่ะมันคือการปรับตัว อย่ายึดตัวเองเป็นหลัก อย่าคิดว่าก็กูเป็นแบบนี้แล้วมึงต้องทนกู ... เพราะถ้าอีกฝ่ายคิดแบบเดียวกัน แล้วใครจะเป็นคนยอมทน

...

กับเพื่อนน่ะเรายังต้องคิด ต้องปรับตัวบ้าง ต้องทนบ้างเลย ..กับแฟนน่ะมันต้องมากกว่าเพื่อนนะ

แต่ชั้นก็ทนแกได้หมดนี่หว่า เฉยๆทุกเรื่องเลย

เพราะนั่นมันฐานะเพื่อน ..ตอนนี้มันไม่ใช่ บอกเองก็เหนื่อยใจเอง อยากจะบ้ากับคนๆนี้เสียจริง งั้นเพื่อไม่ให้แกเครียดกับเรื่องไอ้เด็กเตี้ยนะ เดี๋ยวชั้นจะพาแกเข้าคอร์สเดทแบบคู่รัก แกจะได้เข้าใจอะไรขึ้น

ไม่เข้าโรงแรมนะเว้ย ร่างที่บอบบางรีบร้องขึ้น ถ้าจะเข้า แกต้องยอมชั้น

เหอะ.. ของแบบนี้น่ะใครเร็วกว่าก็ได้เปรียบล่ะวะ อิทึกตาวาววาบอย่างเจ้าเล่ห์ แต่พอเพื่อนเริ่มหน้าเสียก็หัวเราะใส่ ชั้นยังไม่ทำอะไรแกหรอกน่า ไม่ใช่ผู้ชายเห็นแก่ได้ขนาดนั้นเว้ย คบกันได้สักพักค่อยว่าอีกที

ก่อนถึงเวลานั้นระวังจะเสร็จพี่ก่อนนะน้อง คิ คิ เสียงเจ้าเล่ห์หัวเราะกลับ แต่จริงๆเป็นแฟนกันนี่ชั้นก็น่าจะเป็นคนจีบแกนะ เพราะชั้นแมน ..นี่ชั้นก็เพิ่งรู้นะว่าแกไม่แมนก็คราวนี้

ร่างโปร่งจอมทะเล้นหน้าเครียดทันใด ป่านนี้มันยังสะกดจิตตัวเองไม่เลิกว่ามันแมน บอกตัวเองอยู่แบบนั้นแต่ก็ไม่เห็นว่าจะทำได้อย่างที่คิดเลย มีอย่างที่ไหนคนแมนเดินหอมปากเจ่อกลับมาตอนที่ไปส่งฮันกยองที่สนามบิน

ให้ตายก็ไม่มีหรอก ..ถ้ามี อิทึกกี้ยอมให้เหยียบหน้าเลยเอ้า!!!

แต่คนที่ไม่รู้ตัวก็ยังมัวแต่หลอกตัวเองอยู่แบบนั้น ท่องอยู่เสมอว่าตัวเอง มองหน้าหวานๆก็บอกว่าหล่อ กล้ามที่มีอยู่น้อยนิดก็พยายามจะเบ่งเพื่อบอกว่าก็มีสมชาย แต่ดูยังไงมันก็ไม่ชายเพราะดันหวั่นไหวกับผู้ชายที่ดันแมนกว่าตัวเอง

ไอ้ทึกกี้ .. ไม่อยากไปเดทเลยว่ะ นั่งทบทวนแล้วก็เอ่ยออกมาเบาๆ ไม่เชิงว่ากังวลเรื่องดงแฮ แต่มันรู้สึกเหมือนตัวเองทรยศความรักที่ฮันกยองมีอย่างไรก็ไม่ทราบ

ปกติก็ไปด้วยกันนี่หว่า มันจะแปลกจากเดิมยังไงวะ

ใช่ ..มันเหมือนเดิม แต่มันก็ไม่เหมือนเดิมและเขาก็รู้ดี ถึงจะพยายามหลอกล่อหรือเอาตุ้มมาแกว่งสะกดให้ตัวเองคิดว่าไม่ใช่ แต่มันก็หลอกตัวเองไม่ไหวเหมือนกัน

แต่ไม่ใช่ฐานะเดิมนี่หว่า ..ชั้นไม่ชินกับการไปเที่ยวแบบนั้นกับใคร

อะไรวะ ทีกับฮันกยองแกยังไปกับน้องมันได้เลย ทั้งๆที่แกก็รู้ไม่ใช่หรอกว่าน้องมันจีบ

ก็ไปเฉยๆนี่หว่า

แต่นั่นมันคือเดท ไอ้โง่เอ๊ย

เดทเหรอ ... แค่แวะออกไปทานไอศกรีมกันที่ร้านข้างโรงเรียนน่ะเหรอเรียกว่าเดท ตากลมเริ่มเหม่อลอยคิดถึงบรรยากาศในวันนั้น

ฝนตกปรอยๆพอให้มีละลองน้ำเม็ดเล็กๆกระทบตัว ก่อนจะไปปูซานนั่นแหละที่อยู่ๆรางหนาก็หลอกพาไปร้านไอศกรีม ตอนแรกก็บอกว่ามีอะไรจะให้ดู พอหลงเชื่อตามไปก็กลายเป็นต้องนั่งติดฝนอยู่ในร้าน เพราะพอเข้าไปฝนก็เทลงมาราวกับว่าพยายามจะเก็บกดรอให้พวกเขาเข้าไปก่อน

แค่นั่งในมุมด้านใน เงียบๆ และคุยกันไปตามประสา ดวงตาเรียวยิ้มอยู่ในทียามมองมาและสบตากัน  จำได้ว่ามืออุ่นๆของฮันกยองเอื้อมมากุมเอาไว้แล้วพูดสั้นๆแค่ว่าอยากให้รอ แต่จังหวะนั้นเขากลับไม่ได้ใส่ใจหรือสนใจมัน ซ้ำยังดึงมือกลับมาพร้อมกับบอกว่าน่ารำคาญ

ไม่รู้ว่าน่ารำคาญแต่ทำไมกลับเป็นสุข กลับมาก็ทำให้ยิ้มได้ ซ้ำยังนั่งรอรับสายเขาอยู่แบบนั้นจนกระทั่งโทรศัพท์มา มันอาจจะเป็นเพราะความหวั่นไหวที่ใกล้ชิด ...หรือหัวใจของเขาที่มันลอยไปชิดกับหัวใจอีกคนเข้าแล้วกันแน่

เจ็บแปลบขึ้นมา เหมือนน้ำตาจะไหล ..แค่จะทำใจออกไปแบบนั้นกับอิทึกยังทำไม่ได้ ทั้งที่เขากับฮันกยองก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมต้องรู้สึกผิด ทำไมต้องรู้สึกลำบากใจ และทำไมต้องรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำร้ายใครบางคนเพียงเพราะความหัวดื้อแค่ตัวเดียว

เออ ..แกได้เข้าไซเวิลด์เจ้าฮันกยองป่ะ

เสียงคนข้างตัวดึงออกจากภวังค์จนได้  ดวงหน้าแสนสวยหันไปมองด้วยความไม่เข้าใจ จำได้ว่าฮันกยองเคยพูดคำนี้ก่อนจะไปแต่ก็ไม่คิดว่าจะมีสาระอะไรสำคัญ

ทำไมวะ

เมื่อคืนมันอัพรูปกับเพื่อนที่โน่น มีรูปคู่กับสาวด้วย ...น่ารักดี ท่าทางจะสนิทกัน พูดเสร็จก็เอื้อมมือมากุมมือของคนที่ได้ชื่อว่าแฟนไว้แล้วยิ้มบางๆ ถ้าแกไม่ได้ชอบน้องมัน ก็สบายใจได้แล้วล่ะ น้องมันคงมีคนดูแลหัวใจแล้วล่ะ

ยังไม่ทันขาดคำน้ำตาก็ร่วงผล็อย เจ็บ จุก และอึดอัดในอกไปหมด ไม่รู้ตัวแต่ก็ลุกเดินออกจากห้องไปแล้ว  คิมฮีชอลผู้คิดว่าตัวเองมาดแมนและไร้ความเบี่ยงเบนใดๆในตัวทิ้งร่างลงในห้องน้ำบนชั้นอาคารอย่างไม่เข้าใจ ทั้งๆที่บอกให้รอ บอกให้เชื่อใจ ทำไมไปได้แค่สัปดาห์เดียวมันถึงได้เปลี่ยนได้ขนาดนี้

คนโกหก ถ้าทำไม่ได้แล้วจะพูดทำไมว่าให้เชื่อ .. อยากจะโทรไปด่านัก

มือขาวปาดน้ำตา ไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิดว่าคิดอะไร มันเจ็บร้าวหัวใจอย่างไม่เคยเป็น ริมฝีปากที่เคยถูกเขาสัมผัสร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างน่ารังเกียจ ในเมื่อไม่จริงจังจะทิ้งแหวนทำไม จะจูบทำไม แล้วจะพาไปฝากกับพ่อกับแม่ทำไม

ไอ้บ้าเอ๊ย.. ร้องด่าทั้งที่น้ำตายังไม่ยอมหยุดไหล ทำให้ชั้นต้องฝังใจตั้งแต่เด็กยังไม่พอ นี่แกยังตามมาหลอกชั้นต่อตอนโตอีกหรือไง .. ฮึก ไอ้คนไม่มีหัวใจ .. ฮึก ชั้นเกลียดแก เกลียดเพื่อนแก ทำไมต้องมาทำร้ายแต่เราสองพี่น้องด้วยวะ

อิทึกเดินตามออกมาและยืนพิงอยู่ที่อ่างล้างมือหน้าห้องเงียบๆ พยายามทำเหมือนว่าไม่มีใครทั้งที่อยากจะหัวเราะให้ลั่นโลก ตลกจริงๆกับฉากดราม่าที่นำแสดงโดยคิมฮีชอลผู้เลอโฉม

โธ่เอ๊ย ไอ้คนแมน ..ร้องไห้ที่เค้ามีแฟนนี่น่ะแมนตรงไหนวะ วะ ฮะ ฮะ ฮ่า!!!!

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

ว่ากันว่า จะไปที่ไหนก็ไม่สุขใจเหมือนอยู่บ้านเรา ในเมื่อปัญหามันรุมเราคิบอมก็จำต้องตัดสินใจพาเจ้าตัวน้อยกลับมาที่บ้านเพื่อพักสมองให้ไม่ต้องคิดมากกับอะไรทั้งหลายแหล่ เสียงเจื้อยแจ้วที่เคยกรอกหู่อยู่ทุกวี่ทุกวันพอไม่ได้ยินมันก็เหมือนจะขาดใจ ดงแฮเอาแต่นั่งเงียบและเหม่อมองไปไกลแสนไกลราวกับไม่ใช่คนที่คุ้นเคยกัน

รถสีสดจอดเลียบที่หน้าประตูบ้านอย่างพอดิบพอดี และอาจเพราะว่าวันนี้มีพิธีดั้งเดิมของเกาหลีต่อกันที่บ้าน เมื่อกลับมาแล้วจึงต้องถูกต้อนรับด้วยสายตาที่จับผิดเพราะงานก็เพิ่งจะเสร็จไปไม่นาน แล้วเวลานี้ก็ไม่ใช่เวลาเลิกเรียนที่จะกลับมาเร็วได้ขนาดนี้

ทำไมกลับมาตอนนี้ล่ะลูก ฮันแชยอนเดินมารับถึงหน้าประตูบ้าน แต่จะว่าไปแล้วความจริงเหมือนหล่อนตั้งใจจะมาจับผิดเสียมากกว่า

มีเรื่องนิดหน่อยฮะ ตอบเรียบๆตามประสาของคิมคิบอมแล้วเดินไปคว้าข้อมือร่างเล็กให้ตามเข้ามาในบ้าน หยุดเรียนสักสองวันแล้วกันนะ เผื่ออะไรๆจะดีขึ้น

ฝ่ามืออุ่นๆประทับที่กลางกระหม่อม ส่งผ่านความรักความห่วงใยที่มากมายไปให้ร่างกายเล็กๆได้รับรู้ ดงแฮได้แต่พยักหน้าโดยไม่ได้สบตาอะไร ตอนนี้เขาคิดไม่ตก ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร และก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไหนเป็นอย่างแรก

คิบอมเลื่อนมือผ่านแก้มนิ่มๆและไปหยุดที่ไหล่มน โอบเอาไว้และบีบเบาๆเพื่อให้กำลังใจ บางครั้งเขาก็จำต้องแสดงละครและปั้นหน้าปกติเอาไว้เพื่อเป็นหลักให้ใครคนนี้ยึด หากเขาเองก็มีสภาพที่ย่ำแย่คิดไม่ตกหรือว่าท้อแท้ไม่ต่างกัน ดงแฮก็คงจะไร้หลักที่จะเป็นที่พักของหัวใจ

เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งคิดว่าควรจะทำอะไร หรือใครผิดใครไม่ผิด แต่สิ่งแรกที่ควรจะทำคือ ทำให้จิตใจของเจ้าแป๋วที่เขารักไม่บอบช้ำมากไปกว่านี้และค่อยๆดีขึ้น คิบอมตัดสินใจจะขังร่างบอบบางเอาไว้ภายในตะเกียงแก้วแล้วออกไปจัดการปัญหาให้สิ้นซาก ก่อนที่อะไรๆจะคลี่คลาย เขาก็ไม่อยากที่จะให้ดงแฮต้องไปโดนใครต่อใครประณามด้วยสายตา

อยู่กับแม่ชั้นที่บ้าน ..ไม่ต้องคิดอะไร เดี๋ยวมันดีขึ้นเองนะ

ดวงตากลมที่มีร่องรอยแห่งความบอบช้ำช้อนขึ้นมองโดยไร้คำพูด สมองที่มึนและเบลอพยายามประมวลความคิดแล้วตัดสินใจที่จะพยักหน้าบ่งบอกว่ายอมรับในการตัดสินใจนี้

งั้น.. เดี๋ยวไปนั่งเล่นที่สวนหลังบ้านกัน เมื่อเช้าเห็นดอกไม้บานเต็มเลย

เอาสิ

งั้นก็ขึ้นไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ ..น่ารักๆล่ะ เราจะไปเดทกันนอกบ้าน

ทั้งที่เศร้าแต่ก็หลุดขำจนได้ เดทนอกบ้าน?

นอกบ้านจริงมั๊ยล่ะ คิบอมทำหน้ากวนใหญ่แล้วบิดแก้มใสอย่างหมั่นเขี้ยว เดี๋ยวจะชวนแม่ไปนั่งด้วยกัน โอเคป่ะโสรแป๋ว

อื้อ เอาสิ

แยกกันที่หัวบันไดเพราะร่างใหญ่เดินไปที่ในครัวก่อน เขาสั่งให้แม่บ้านเตรียมอาหารว่างให้พร้อมทั้งผ้าและเสื่อที่จะใช้ปูนั่ง สั่งเสร็จก็เดินไปหาฮันแชยอนแล้วมือหนาก็กุมมือมารดาเอาไว้

ผมกับดงแฮจะไปนั่งเล่นกันที่สวนหลังบ้าน แม่ไปด้วยกันนะครับ

แล้วทำไมกลับก่อนโรงเรียนเลิก หนีโรงเรียนอีกแล้วสิเรา แล้วยังจะพาดงแฮเค้าหนีมาอีก

โดนดุก็หน้าจ๋อยไปเล็กน้อย มันอยู่ไม่ไหวครับ ดงแฮเองก็คงจะไม่ไหว ผมไม่อยากให้เค้าต้องรู้สึกแย่มากไปกว่านี้ ยังไงสองวันนี่ก็ฝากแม่ด้วยนะฮะ ชวนไปช็อปปิ้งหรือไปไหนก็ได้ ผมอยากให้ดงแฮเค้าหายเครียด

เรื่องอะไรน่ะ บอกแม่ได้มั๊ยคิบอม

คือ.. มันยาวน่ะครับ ไว้ผมจะเล่าให้ฟังนะฮะ แต่เดี๋ยวผมขึ้นไปเปลี่ยนชุดก่อน ไม่อยากทิ้งเจ้าเปี๊ยกนั่นไว้คนเดียวนานๆ ..แล้วนี่พ่อเค้าออกไปไหนล่ะฮะ

ไม่รู้สิ ทำงานล่ะมั๊ง ..ไม่ได้คุย

เสียงเบื่อๆปนรำคาญดังออกมาจากร่างบอบบางจนได้ คุณนายคิมที่ยังสาวยังสวยโบกมือเป็นเชิงว่าอย่ามาถามอะไรหล่อนให้ลำบากเพราะไม่ได้ใส่ใจสามีในนามอย่างคิมแทยางเลยสักนิด

จะขึ้นสวรรค์ลงนรกที่ไหนก็ไปๆเหอะ อยู่บ้านก็เกะกะลูกกะตา ว่าต่ออีกสักหน่อยพอให้สะใจในตัวเอง ว่าแต่กับดงแฮนี่ ..โอเคแล้วใช่มั๊ยน่ะเรา มักเน่ของแม่โตแล้วจริงๆสินะ

โดนถามมาแบบนี้ก็เขินเอาได้ง่ายๆ คิบอมยิ้มแปลกๆอย่างยากลำบาก ไม่คิดว่าจะต้องมาพูดอะไรที่จริงจังต่อหน้ามารดาแบบนี้ในวัยเพียงแค่นี้จริงๆ แต่เพราะคนถามยังต้องการและรอคอยคำตอบจึงพยักหน้าไปตามแบบฉบับของเขา ยอมรับแบบนิ่งๆ ยืนยันแบบนิ่งๆ ถ้ามองเผินๆก็อาจจะคิดว่าเขากวนเสียด้วยซ้ำ

จำได้หรือเปล่า ตอนเด็กๆเวลาไปงานน่ะเราชอบเดินจูงมือเค้าไปโน่นไปนี่ ตอนนั้นหนูดงแฮหน้าตาน่ารักอย่างกับผู้หญิง แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ แม่เค้าหน้าหวานๆ เป็นถึงนางงาม ส่วนพ่อก็หล่อซะขนาดนั้น ลูกออกมาเลยหน้าตาน่าเอ็นดูเชียว

ยิ้มบางๆส่งกลับไป คิบอมไม่ได้ยอมรับว่าจำได้หรือไม่ได้ แต่พอฟังแม่พูดไปก็นึกขำอยู่ไม่น้อยที่เคยทำอะไรแบบนั้น ซึ่งฮันแชยอนก็เล่าต่อ

แม่ยังคุยกับแม่หนูดงแฮอยู่เลย ว่าถ้าหนูดงแฮเป็นผู้หญิงล่ะคงจะขอมาเป็นลูกสะใภ้ สิ้นคำก็ส่งสายตาล้อๆไปเป็นของขวัญลูกชายไปด้วย แต่ตอนนี้ท่าทางคำขอคราวนั้นจะศักดิ์สิทธิ์แฮะ

คิบอมเริ่มปั้นหน้าไม่ถูกอีกครั้ง หน้านิ่งๆมีร่องรอยของความอายปรากฏอยู่เล็กน้อย เด็กหนุ่มรีบกลบเกลื่อนขอตัวขึ้นไปเปลี่ยนชุดอีกรอบ ซึ่งคราวนี้ก็ไม่ปล่อยตัวเองให้เอ้อระเหยรีบวิ่งลุกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อเปิดประตูไปเห็นคนรักนั่งเหม่ออยู่ที่บนเตียงก็เดินเข้าไปสวมกอดเอาไว้หลวมๆ

อา ..เมียใครน่ารักจัง

จูบหนักๆเข้าที่พื้นที่นิ่มๆบนใบหน้าจนดงแฮเซไปนิดหน่อย แต่ก็สามารถที่จะหันมาเถียงได้

แฟนต่างหาก

แฟนเหรอ ..หึ หึ นั่นสินะ โสรแป๋วเป็นแฟน .. แต่เมียน่ะ คนในคลิปต่างหาก

บ้า!!!

อ่า.. แต่เซ็กซี่ออก รู้งี้น่าจะให้เมาบ่อยๆนะ เมาแล้วยั่วชะมัดเลย

โหดบ้า >/////<”

ร่างใหญ่ผละออกมาแล้วรีบถอดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว วันนี้ไม่ต้องมีมายืนอายแล้วใช้ผ้าขนหนูบังร่าง เพราะถอดกางเกงเสร็จคิบอมก็ดึงเอากางเกงขาสั้นมาสวมทับบ็อกเซอร์ต่อหน้าต่อตาคนรัก ซ้ำยังถอดเสื้อโชว์กล้ามเดินไปเดินมา แต่เมื่อหันไปสบตาคนน่ารักก็ถลาขึ้นไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงบนเตียงให้เขาดิ้นเล่น

แป๋วหื่น ..มองตาเยิ้มเชียวนะ

อ๊า.. ตัวน้อยดิ้นพล่าน พยายามจะเอาตัวออกไปจากอ้อมกอดของคนขี้แกล้งอยู่ ไม่ได้หื่นนะ มองเฉยๆไม่ได้หรือไง

เจ้าตัวร้ายหัวเราะร่วนรีบดันหน้าผากโขกเบาๆแล้วดึงคนตัวเล็กขึ้นมาจากเตียง เสื้อยืดคอโปโลถูกหยิบมาสวมลวกๆแล้วเปิดประตูห้องออกไป ลำบากดงแฮให้ต้องวิ่งตามไปจัดคอเสื้อให้อีก ฮันแชยอนเห็นลูกชายเดินอมยิ้มออกมา แล้วมีว่าที่ลูกสะใภ้หน้าหวานๆวิ่งตามยุ่งกับคอเสื้อแล้วฟาดฝ่ามือลงตรงไหล่ให้เขาหยุดเดินก่อนก็นึกเอ็นดู เพราะมีดงแฮเข้ามาแท้ๆ คิบอมถึงได้กลับมาเป็นเด็กที่น่ารักอย่างเดิมได้

ลงมาถึงด้านล่าง คนตัวสูงก็คว้าหมอนมาโยนให้ช่วยถือ ไปนอนเล่นกัน

ผู้ที่อาวุโสสุดมองยิ้มๆแล้วเดินนำออกไป ระหว่างทางก็คุยกับลูกชายว่าไม่ได้มาที่สวนนี้ก็นาน บรรยากาศที่ร่มรื่นเย็นสบายทำให้น่าที่จะนอนเล่นอย่างที่คิบอมว่า และเมื่อมาถึงจุดหมายก็มีเสื้อและผ้านิ่มๆปูรองเอาไว้พร้อมกับของว่างที่ใต้ร่มไม้ภายในพื้นที่บ้านหลังใหญ่ที่เงียบสงบ

แป๋วนอนมั๊ย ตบเบาๆที่ต้นขา

แต่คนที่เพิ่งโดนแกล้งมาก็หาเรื่องกวนใส่ รีบเอาหมอนมาชูอวดอย่างกับเด็กๆ เค้ามีหมอน ไม่สนตักแข็งๆหรอก

แน่ะ มีกวน ผลักเบาๆเข้าที่หน้าผาก แต่พอร่างเล็กวางหมอนลงใกล้ๆก็รีบดันออกไปในทันที ไม่สนก็ไปไกลๆเลยเจ้าแป๋ว

ชิ นอนกับคุณป้าก็ได้ ..คุณป้าคร๊าบ... ลากเสียงหวานปั้นหน้ายิ้มน่ารักใส่แล้วกระดึ๊บๆไปออเซาะผู้ใหญ่บ้าง ผมนอนข้างคุณป้านะครับ

เอาสิลูก ..อยากนอนก็นอนเลย นอนข้างป้านี่แหละ มักเน่ของป้ามันขี้งอน

อ้าว ..แม่ฮะ เสียงหนาร้องโวย เรื่องอะไรไปเข้าข้างเจ้าแป๋วนั่นล่ะ

ก็ดงแฮน่ารัก ว่าพลางวางมือลูบผมนิ่มลื่นดุจเส้นไหมสีรัตติกาลอย่างเบามือ เดี๋ยวจะรับมาเป็นลูกชายอีกคนแล้ว .. เราก็นอนบ้างสิ อากาศดีๆแบบนี้น่าพักผ่อนออก

งั้นผมนอนฝั่งนี้ก็ได้

คนฟังหัวเราะเบาๆเมื่อลูกชายคนเล็กทิ้งตัวลงนอนอีกข้าง เด็กหนุ่มทั้งสองไม่ได้คิดจะหลับแต่แค่อยากนอนพักก็เท่านั้น ส่วนฮันแชยอนที่ยังนั่งอยู่ก็ปอกผลไม้ใส่จานไปด้วย นานแล้วที่หล่อนไม่ได้ดูแลคิบอมอย่างที่แม่ควรดูแลลูก วันนี้มีโอกาสก็อยากที่จะทำดีให้มากๆ แค่เห็นว่าลูกรักมีความสุขคนเป็นแม่ก็หมดทุกข์แล้ว

คิบอมนอนมองใบไม้ที่ไหวอยู่ด้านบน แสงสว่างรำไรลอดผ่านให้เห็นอยู่ตลอดเวลา ท้องฟ้าสีฟ้าที่มีปุยเมฆลอยผ่านในรูปทรงต่างๆดูเพลินตา นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้มานอนเล่นตอนกลางวันแบบนี้

คิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อย สักครู่ก็พลิกตัวไปเกาะขาแม่แล้วเอ่ยเบาๆในคำที่คนนอนอีกฝังก็ยังไม่คิดว่าจะพูด

แม่ครับ ..กับดงแฮน่ะ แม่โอเคใช่มั๊ยฮะ

หืม ทำไมถามอย่างนั้นล่ะ

ผมไม่ได้หาสะใภ้สวยๆมาให้อย่างที่ฮยองพาฮารานูนามาให้ เราอาจจะไม่มีงานแต่งงาน ไม่มีหลานให้แม่อุ้ม ..แม่จะรับได้หรือเปล่าครับ

...

ร่างเล็กที่นอนอยู่อีกฝั่งรีบขยับตัวซุกหน้าลงบนหมอน น้ำตาซึมกับคำพูดของคนรักที่เขาเองก็ไม่คิดว่าคิบอมจะกล้าเอ่ยมันออกมา ซึ่งมันก็ช่วยเยียวยาหัวใจที่อ่อนล้าได้อย่างเหลือเชื่อ ว่าต่อให้เขาทำผิดแต่ก็ยังมีคนหนึ่งคนที่เป็นดังดวงใจไม่ทอดทิ้งไปไหนและยังจะเดินต่อไปด้วยกัน

กลัวก็กลัว ลุ้นก็ลุ้น มันตื่นเต้นในอกด้วยความรู้สึกประหลาดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนจะทำอะไรผิดอยู่แต่ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร ดงแฮปล่อยน้ำตาไหลไปแบบนั้นจนกระทั่งปลายนิ้วนิ่มๆวางลงมาบนศีรษะแล้วลูบเบาๆอีกครั้งอย่างอ่อนโยน

น่ารักขนาดนี้ใครจะไม่ยอมรับกันล่ะ ..ดงแฮน่ารักกว่ามักเน่ของแม่เสียอีก แม่ชอบเด็กขี้อ้อนจะตายไป

คนที่รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ปากเหวแต่ถูกดึงกลับมาบนลานหญ้ากว้างๆเผลอยิ้มออกมาจนได้  เจ้าตัวเล็กพลิกหน้ากลับมาสบตาเจ้าของคำพูดเมื่อครู่อย่างตื้นตัน ซึ่งฮันแชยอนก็เกลี่ยปลายนิ้วเช็ดน้ำตาบนหน้าสวยออกให้ด้วยรอยยิ้ม

มาเป็นลูกป้านะดงแฮ ..มักเน่ของป้ามันไม่ค่อยเอาไหน หล่อนหัวเราะขำเมื่อเห็นคิบอมทำหน้างอใส่ อยากได้ลูกสาวแฮะ แต่ได้ลูกชายหน้าตาน่ารักๆ ขี้อ้อน แถมยังปากหวานๆมาก็โอเค น่ารักกว่าคิบอมตั้งเยอะเลย

ได้ยินแฟนตัวเองโดนว่าก็ยิ้มขำบ้าง ซึ่งทางคนโดนแซวก็ยังหน้าหงิกอยู่ ฝ่ายแม่เลยถามต่อแบบไม่จริงจังนัก

ว่าแต่เป็นลูกสะใภ้ใช่มั๊ยเนี่ย ..แม่เข้าใจไม่ผิดนะ

ลูกเขยครับ เจ้าตัวเล็กรีบค้าน ผมเป็นลูกเขยต่างหากครับ

นี่แน่ะ ลูกเขย มือยาวๆรีบตบเบาๆที่กลางกระหม่อมจนร่างเล็กต้องร้องโอ๊ย ให้มันรู้ซะบ้างว่าอะไรเป็นอะไร นี่แน่ะ ..เจ้าลูกเขย

นอกจากตบแล้วก็ยังลุกขึ้นไปจับล็อกคอขึ้นมายีผมต่อ ให้เขาโวยวายเล่น ตามด้วยจี้เอวซ้ำอีกต่างหาก

นี่แนะ ...เป็นลูกเขยเหรอ เจ้าแป๋วเป็นลูกเขยเหรอ

อ๋า... ไอ้โหดบ้า ..ป่าเถื่อนฮ่าๆๆ ..ก็เป็นลูกเขยไง

เดี๋ยวเหอะ!!”

แม้จะดูแปลกตาที่เด็กผู้ชายสองคนหยอกล้อกันอย่างสนิทสมแต่พอเปิดใจมองว่าน่ารักมันก็ไม่ได้แปลกประหลาดอะไร คิบอมกับดงแฮดูเข้ากันได้ดี ซึ่งคนเป็นแม่เห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ในความน่ารักนั้น ฮันแชยอนลุกขึ้นหลังจากที่จัดผลไม้เสร็จแล้ว อยากจะให้ทั้งสองคนได้มีเวลาอยู่ด้วยกันสักหน่อย เพราะแม้คิบอมจะยังไม่บอกว่ามีเรื่องอะไรก็พอจะสังเกตได้ว่าสภาพจิตใจคงต้องได้รับการเยียวยา

และการที่จะให้เด็กทั้งสองได้ใช้เวลาช่วงนั้นด้วยกันมันก็คงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

เดี๋ยวแม่ไปหาหนังสือมาอ่านนะ เล่นกันไปก่อนแล้วกัน

คร๊าบบบบบบบบ

รับคำกันด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนเต็มหน้า ต่างคนต่างหยุดแกล้งกันโดยอัตโนมัติแล้วนั่งมองร่างระหงเดินผ่านต้นไม้ในสวนไป เมื่อไม่มีใครคนอื่นอยู่คิบอมก็กระชับอ้อมแขนดึงคนตัวบางๆมากอดไว้แนบอก ริมฝีปากหนาจุมพิตแผ่วบนแก้มใส ดีใจที่แม่ออกปากว่ายอมรับได้ซ้ำยังรับดงแฮมาเป็นลูกชายอีก อย่างน้อยระหว่างที่มีเรื่องร้ายๆ มันก็ยังมีอะไรดีๆที่คอยชโลมจิตใจบ้าง

ดีใจมั๊ย แม่ชั้นยอมรับนายแล้วนะ ทีนี้ก็เลิกทำหน้าเศร้าได้แล้ว ...เจ้าแป๋วน้อย

อื้อ .. ยิ้มหวานๆผุดขึ้นมาบนหน้าสวย โหด ..ขอบคุณนะ

เฮ่อ สงสัยแม่จะรักนายมากกว่าชั้นก็คราวนี้แหละ

โดนกัดเข้าหน่อย ลีดงแฮก็ยิ่งหัวเราะเสียงใสหันกดจมูกเกลี่ยที่แก้มพอของร่างหนา ระวังน๊า... เดี๋ยวโสรแป๋วแย่งแม่ขึ้นมาจะว่าไง คิก คิก

หึ ไม่สนหรอก

คิบอมเอนตัวกลับลงไปนอนพร้อมทั้งล็อกคออีกคนให้ล้มตามลงไปด้วย เขาวางแขนลงบนหมอนอีกใบที่ดึงมาวางใกล้ๆกันแล้วค่อยประคองหัวทุยๆที่น่ารักไปวางทับไว้อีกที แต่ก็ยังไม่วายบิดปลายจมูกอย่างหมั่นเขี้ยวให้ตากลมๆหยีและโวยวายเล่น

อ๊า.. โหด ..แป๋วเจ็บนะ บีบเบาๆซี่..

ทีนี้ก็เลิกกลัวว่าชั้นจะทิ้งได้แล้วนะ ..เปลี่ยนมาทำตัวน่ารักๆเอาใจแม่สามีอยู่ที่บ้านจะดีกว่า เรื่องอื่นเดี๋ยวชั้นแก้ปัญหาเอง รอไอ้ยักษ์นั่นใจเย็นลงแล้วนายค่อยไปปรับความเข้าใจกับมันก็ได้ ตอนนี้ปล่อยมันฟาดหัวฟาดหางระบายอารมณ์อะไรไปก่อน

หน้าหวานพยักหงึกๆ โหดว่าแบบนั้น แป๋วก็เชื่อตามนั้น

ดีมาก ..เมียชั้นนี่น่ารักจริงๆ

ดงแฮรีบตบเข้าที่มือใหญ่ซึ่งบีบแก้มตัวเองอยู่ บอกว่าแฟน!!! โหดอ่ะ ชอบพูดไม่เพราะ

ชั้นเรียกสถานะที่แท้จริงต่างหาก แฟนที่ไหนเค้าทำ อื้อ...อื้อ ..อู้...

ยังไม่จบประโยคก็มีมือเล็กดันปิดปาดเอาไว้ไม่ให้ได้พูดต่อ อายปากบ้างเหอะ

อ้าย..อาย (ไม่อาย)

หน้าแดงๆ แก้มแดงๆ จ้องจนตาแทบถลน โหดบ้า -////-

สภาพเหมือนหมาสองตัวกำลังฟัดกันอยู่ ในเมื่อเจ้าชิสุตะปบมือปิดปากไม่ยอมให้พูด เจ้าปั๊กก็สะบัดมันออกแล้วจับรวบตัวเอาไว้พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้มากขึ้นเพื่อกระซิบที่ข้างๆหู

เมีย เมีย เมีย เมีย เมีย ... ไม่อายปากหรอก ตอนทำยังไม่อายเลย

ไอ้โหดบ้า!!! >/////<”

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

ในเมื่อไม่ได้ไปโรงเรียนมันก็ดูเหมือนว่าจะว่างจนเกินไป ฮันแชยอนที่พอจะรู้อะไรๆจากปากลูกชายมาบ้างจึงได้ชวนสะใภ้เล็กที่ตัวสูงกว่าหล่อนพอสมควรไปเดินดูของด้วยกัน และดงแฮก็ทำหน้าที่คอยช่วยถือนั่นถือนี่ให้ตามประสาของสุภาพบุรุษ

คุณนายคิมเอ่ยถึงวันเกิดลูกชายคนเล็กที่ใกล้จะมาถึงจึงได้ชวนคนสำคัญของลูกชายให้ไปช่วยกันเลือกดูของขวัญเผื่อว่าดงแฮจะมีอะไรเสนอมาบ้าง

ผมก็ไม่ค่อยรู้หรอกฮะว่าคิบอมชอบอะไร เพราะพวกเสื้อผ้าอะไรก็ใส่กันคนละแนว แล้วผมก็ไม่ค่อยเข้าใจรสนิยมเค้าเท่าไหร่ด้วย เจ้าแป๋วตอบซื่อๆ

คนฟังหันมาพิจารณาร่างที่สูงกว่าแล้วก็พบในสภาพความเป็นจริง ดงแฮแต่งตัวสมวัยเหมือนเด็กผู้ชายธรรมดาทั่วๆไป ติดจะเรียบร้อยดูมีระดับนิดหน่อยตามประสาลูกชายท่านทูตที่ไม่ได้ใส่อะไรตามสมัยนัก ซึ่งหากเทียบกับบุตรชายของตัวเองแล้วก็ดูจะขัดกันอยู่ในที ไม่รู้ว่าออกไปไหนมาไหนด้วยกันมันจะดูขัดตาสักแค่ไหน

พวกเข็มขัด นาฬิกา สร้อย อะไรพวกนิ้คิบอมใส่หรือเปล่า ป้าก็ไม่ได้สังเกต

เข็มขัดใส่แนวเค้าล่ะครับ สร้อยก็ใส่บ้างไม่ใส่บ้าง ส่วนนาฬิกาผมไม่เห็นว่าช่วงนี้จะใส่เลยฮะ เด็กหนุ่มตอบตามที่นึกได้ ไม่ลองดูพวกน้ำหอมหรือรองเท้าสำหรับใส่ออกงานล่ะครับ

แล้วเราล่ะ จะซื้ออะไรให้แฟน

ยืนเฉยๆก็ต้องหน้าแดงเพราะโดนผู้ใหญ่แซวมากลางอากาศ ผมยังไม่ได้คิดเลยครับคุณป้า

แก้มสีระเรื่อดูน่าเอ็นดูยิ่งนัก ฮันแชยอนแอบขำท่าทีเขินๆที่ดูไร้เดียงสาของดงแฮจนได้ ตั้งแต่เด็กๆที่เห็นว่าเขาน่ารักน่าชัง กลับมาเจออีกครั้งก็ยังรู้สึกว่ายังน่ารักไม่เปลี่ยนแปลง

แต่ถึงจะเดินดูหลายๆอย่างแต่ก็ยังไม่มีใครได้อะไรกลับมาจึงตัดสินใจพากันเข้าร้านหนังสือแล้วกลับบ้านไปช่วยกันทำอาหารว่างเพราะในช่วงเย็นคิฮยอนจะพาฮาราซึ่งช่วงนี้พักกันอยู่ที่บ้านฝ่ายหญิงมาร่วมทานอาหารเย็นด้วย แม้ว่าดงแฮจะไม่สันทัดเรื่องอาหารนัก แต่ก็เคยมาเป็นลูกมือฮาราอยู่สองสามครั้งจึงยังพอถูๆไถๆไปได้

รอยยิ้มที่เหือดหายเริ่มกลับมาพรายบนหน้าหวานอีกครั้ง การห่างจากครอบครัวมานาน พอมามีใครเอาใจใส่และปฏิบัติกับตัวเองเหมือนเป็นลูกคนหนึ่งก็อดที่จะรู้สึกอบอุ่นไม่ได้ ดงแฮรู้สึกอิ่มใจและคลายความเครียดไปได้ค่อนข้างมาก อย่างน้อยๆก็ยังมีคนที่เข้าใจและรับได้กับความรักของพวกเขาครั้งนี้

จำไว้นะ ..คุกกี้รสนี้มักเน่ของป้าชอบ ฮันแชยอนยิ้มหวานตาระยับแบบเดียวกับสายตาของลูกชายไม่มีผิดเพี้ยน

ช่วยกันจัดคุกกี้ใส่ขวดโหลเสร็จก็ยังไม่วายหันมาถามในเรื่องที่ยังสงสัย สรุปว่าลูกเขยหรือลูกสะใภ้น่ะดงแฮ

เอ่อ ...>/////<”

คนแก่ค้างคาใจแบบนี้มันไม่ดีนะ บอกๆมาเถอะ ป้าแค่อยากรู้เฉยๆ จะได้วางตัวถูก

คือ.. เอ่อ...

มีอะไรกันหรือยัง

ลีดงแฮแทบจะสำลักน้ำที่อุตส่าห์หยิบมาดื่มแก้เก้อ หน้าแดงจนถึงหู ถึงคอ ชาจนไม่รู้จะหันหน้าไปสบตาหล่อนแล้วตอบว่าอะไร ซึ่งคนถามก็เหมือนจะรู้ว่าทำให้เด็กอายเลยต้องอธิบายสักหน่อย

ถึงเป็นแฟนกันยังไงก็ต้องป้องกันด้วยนะ ..ร่างกายผู้ชายมันไม่เหมือนผู้หญิง ถ้าจะเกินเลยอะไรยังไงก็ศึกษากันให้ดีๆ ป้าไม่อยากให้ใจเร็วด่วนได้กันนัก ยังไงผู้ชายมันก็ไม่ท้อง จะทำอะไรก็ไม่ว่าหรอก แต่ก็ดูความเหมาะสมด้วย

-///////-

เจ้าคิบอมมันก็เอาแต่เลี่ยงบอกไม่มีอะไร แต่ป้าไม่ค่อยไว้ใจเจ้ามักเน่ของป้าหรอก ท่าทางเจ้าเล่ห์อย่างกับอะไร ดงแฮเองก็อย่าตามใจนักล่ะ เดี๋ยวเสียนิสัยหมด ให้รอไปนานๆหน่อยก็ดี 

...

 แต่ถ้ามันเกินเลยไปแล้ว เดี๋ยวป้าจะได้ช่วยพูดกับพ่อแม่เราให้ จะได้คบกันได้สะดวกๆ ป้าเองก็ไม่ชอบให้ลูกชายไปเอาเปรียบใครนักหรอก

ไม่รู้ว่าน้ำตาจะไหลเพราะความอายหรือเพราะตื้นตันใจกันแน่ แต่เด็กหนุ่มหน้าหวานสวยที่เป็นลูกมืออยู่นั้นยืนเม้มปากหน้าแดงแข่งกับความร้อนในตู้อบชนิดว่าถ้ามีความดันมากขึ้นอีกสักหน่อยอาจจะระเบิดตัวตายได้ง่ายๆ แต่ก็คล้ายกับมีพรายกระซิบบอก เพราะยังไม่ทันข้ามนาทีเสียงรถมอเตอร์ไซค์ที่คุ้นหูก็ดังเข้ามาใกล้และดับเครื่อง ตามด้วยเสียงทุ้มที่ร้องถามหาแม่กับคนรัก จากนั้นฝีเท้าหนักๆก็เดินมาในครัว

คิบอมมองหน้าแฟนที่แดงก่ำ กับหน้าแม่ที่ยืนเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรก็ชักจะสงสัยขึ้นมา

ถามอะไรแปลกๆดงแฮหรือเปล่าครับ ทำไมเจ้าแป๋วทำหน้าแบบนั้นล่ะ

ก็ถามเหมือนที่ถามเรานั่นแหละ ..ไม่ตอบแม่ แม่เลยถามดงแฮเอง

ออมม่า!!!”

คราวนี้ไม่ใช่แค่ดงแฮที่อาย แม้แต่เจ้าคนตัวใหญ่หน้าหนาก็ยังหน้าแดงตามไปด้วย

ถามอะไรแบบนั้นล่ะฮะ ..ไม่คุยด้วยแล้ว แป๋ว ..ป่ะ

ร่างเล็กไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะมือก็ยังเรียงคุกกี้อยู่ จะชิ่งหนีไปก็เกรงจะไม่เหมาะ แต่จะอยู่ต่อก็อายจนไม่รู้จะแทรกตัวที่ตรงไหนแล้ว

แต่ฮันแชยอนก็ยังไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ ลูกผู้ชายทำอะไรต้องกล้ารับนะคิบอม บอกแม่มันจะน่าอายตรงไหน เรื่องธรรมชาติ ถ้าแม่ไม่เคยผ่านเรื่องแบบนี้มา แกจะมายืนหัวโด่แบบนี้ได้ยังไง

ออมม่า... คนพูดไม่อายแต่คนลูกนี่สิที่อายเอง พูดอะไรแบบนั้นน่ะฮะ เจ้าแป๋วอายจะแย่แล้ว

ดงแฮอาย ..แสดงว่าเป็นสะใภ้ไม่ใช่ลูกเขยอย่างที่บอกสินะ ตาหวานหลิ่วมองและล้ออยู่ในที ถ้าแบบนั้นปิดเทอมคราวนี้ก็บินไปขอพ่อแม่เค้าให้เป็นเรื่องเป็นราวนะ แล้วก็อย่ามาปู้ยี้ปู้ยำลูกชายเค้าในบ้านเรา เดี๋ยวหาว่าพ่อแม่เป็นใจแล้วจะโดนถอนหงอกเอาได้

ออมม่า..อีกแล้วนะฮะ -////-

ชั้นเตือนด้วยความเป็นห่วงย่ะ

 

โดนต้อนจนอยู่ต่อไม่ได้ คิบอมเลยต้องเข้าไปดึงแขนเรียวออกมาจากห้องครัวแล้วไล่ไปรอที่ห้องรับแขก ส่วนตัวเขาก็เข้าไปหอบเอาคุกกี้หอมๆกับน้ำหวานออกมาแล้วจึงพากันเดินกระหนุงกระหนิงขึ้นไปบนห้อง

อย่าถือสาแม่ชั้นเลยนะ เค้าก็แบบนี้แหละ ชอบถามอะไรตรงๆ

อื้อ

แก้มเนียนๆที่ยังแดงอยู่พยายามปรับสภาพให้ปกติ มือเล็กเปิดขวดคุกกี้แล้วจับแก้วน้ำจัดให้เรียบร้อย ใจจริงก็อยากจะชวนไปที่สวนหลังบ้านอีก แต่ในเมื่อคิบอมอยากอยู่บนห้องก็ไม่เป็นไร

ร่างใหญ่ยังนั่งเอนตัวอยู่บนเตียง หยิบนิตยสารมาอ่านพลางๆโดยไม่ยอมเล่าอะไรเกี่ยวกับที่โรงเรียนให้ฟัง เมื่อคนตัวเล็กจัดของเสร็จแล้วก็คลานขึ้นไปนั่งเกาะไหล่ชื่นหน้าเพื่อดูด้วย คิบอมเอื้อมมือขึ้นมาเกาเบาๆที่ผมนิ่ม ดงแฮชอบมาออเซาะทำท่าน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้ ต่อให้ใจแข็งแค่ไหนก็คงอดหวั่นไหวไม่ได้แน่

สนใจเค้าหน่อยสิ

เสียงเล็กๆดัดพอน่ารักพร้อมกับใช้ปากงับเบาๆที่ใบหูของร่างหนาแล้วดึงอย่างหมั่นเขี้ยวเพื่อเรียกร้องความสนใจ เพราะเจ้าตัวร้ายดันเพ่งสายตาไปที่นิตยสารไม่ยอมใส่ใจสักที

เสียงต่ำๆร้องมาแบบไม่ใส่ใจนัก เป็นตัวอะไร มาแทะหูชาวบ้านอยู่ได้

หน้าหวานแอบค้อนใส่แต่ก็ยังทำเสียงหวานอ้อนตอบ เป็นชิสุ

ปลายจมูกแหลมเกลี่ยที่ไหล่หนาอย่างซนๆก่อนเคลื่อนไปหยอกล้อที่แก้มคนรัก แล้วจัดการตะปบปากลงที่ใบหูของคิบอมอีกครั้งเพื่อจะดึงให้เขาหันมาสักที

สนใจหน่อยสิ

ฮื่อ ... อย่าดื้อน่ะเจ้าแป๋ว

ก็โหดเอาแต่อ่านหนังสือ เกาะแล้วข่วนเบาๆราวกับเป็นลูกหมาตัวน้อย

อ้อนแล้วนะ ...สนใจหน่อยสิ

คิบอมนึกอยากจะขำแต่ก็ยังอดไว้ได้อยู่ มีอะไร เจ้าแป๋ว .. ว่าไงชิสุน้อย

ขอแค่นี้ แค่ให้เขาหันมา ก็รอยยิ้มหวานๆที่ไร้ร่องรอยความเศร้าโศกเสียใจมาปรากฏที่ตรงหน้า แขนขาวตวัดกอดคอร่างสูงเอาไว้แล้วซุกหน้าเป็นเด็กซนๆที่ซอกคอแกร่ง นับวันยิ่งรัก ยิ่งอยากจะใช้วันเวลาดีๆอยู่ด้วยกันให้นานแสนนาน

ออเซาะอะไรเนี่ยแป๋ว ..อยากได้อะไร

ทำไมต้องถามว่าอยากได้อะไร ไม่ได้อยากได้อะไรสักหน่อย จมูกรั้นๆขยับอย่างเอาเรื่อง แค่อยากอยู่กับโหด อยากให้โหดสนใจ ...ไม่ได้เหรอ?

อ้อนใหญ่แล้วนะเรา มือยาวเอื้อมมาเขย่าที่ปลายจมูกรั้น รอยยิ้มพิมพ์ใจส่งไปให้อีกฝ่ายอย่างมีความสุข

สองร่างคลอเคลียโดยไม่มีอะไรที่เกินเลย คิบอมนอนหนุนตักนิ่มๆของคนตัวเล็กและปล่อยให้คุณหนูลีตัดเล็บมือและปั่นหูให้ ซึ่งเมื่อดงแฮทำหน้าที่ของแฟนที่น่ารักเสร็จเรียบร้อยก็โน้มตัวลงไปจูบเบาๆที่ริมฝีปากของเจ้าคนตัวใหญ่เพื่อปลุกให้เขาตื่น จากนั้นก็กระโดดขึ้นขี่หลังคิบอมเพื่อให้เขาพาไปที่นอกระเบียง

อ๊ะ..  โหดปล่อย

ทันทีที่เห็นว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองขึ้นมาก็หน้าเสีย มือเล็กรีบตบเบาๆที่ไหล่หนาเพื่อให้เขาวางตัวเองลงก่อนที่อะไรจะแย่ไปกว่านี้ ซึ่งคิบอมก็ยอมทำตามแต่ก็ไม่วายเหลือบไปทางฝั่งหน้าบ้านที่มีรถบิดาจอดอยู่

ไม่เป็นไรหรอกแป๋ว ยังไงสักวันก็ต้องรู้

แต่... ดงแฮยังใจไม่ดี

เอาน่า มันไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วล่ะ

เอื้อมไปดึงแขนเล็กแล้วกดร่างน้อยลงนั่งที่เก้าอี้ อยากจะมองก็มองไป เขาเองก็ไม่มีอะไรจะปิดบัง ถ้าอยากนั่งดูลูกทานของว่างกระหนุงกระหนิงกับแฟนก็ตามใจ เขาไม่แคร์อะไรอยู่แล้ว เป็นห่วงแต่เจ้าตัวเล็กที่หน้าเจื่อนไม่กล้าแม้แต่จะยิ้มแย้ม คงจะสะกิดใจให้ต้องคิดมากมายอีก

เจ้าปั๊กตัวใหญ่รีบเอื้อมมือไปวางบนศีรษะทุยๆแล้วจับโยก กินคุกกี้เถอะ ไหนฝีมือแป๋วน้อยบ้าง

อันทุเรศๆนั่นแหละ ตอบอายๆ แต่ก็ยังอยากจะตอบ ไม่สวยแต่อร่อยนะ เพราะคุณป้าผสมเครื่องปรุงเอง

หึ หึ

อร่อยป่ะ... รีบถามทันทีที่ชายหนุ่มข้างกายกัดไปหนึ่งคำ

อื้อ คิบอมพยักหน้า แต่ก็ยังหาเรื่องกวนได้อีก แม่ชั้นผสมเครื่องได้นุ่มลิ้นดีจัง

จากที่ตื่นเต้นอยู่ก็หน้างอเป็นก้นลิง ดงแฮหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่แถมยังค้อนขวับๆดูน่ารักน่าหยิก ตาคมหลิ่วมองขำๆแต่ก็ยังทำเหมือนว่าไม่ใส่ใจ แกล้งใครก็คงจะไม่สุขใจเท่ากับแกล้งดวงใจตัวเองอีกแล้ว

 

ในช่วงเย็นคิฮยอนและฮารา สองบ่าวสาวข้าวใหม่ปลามันก็มาที่บ้านตามนัดไว้ ช่วงนี้ทั้งคู่ตระเวนให้ของขวัญญาติผู้ใหญ่เพราะอีกไม่นานจะเดินทางกลับไปยังต่างประเทศ ในเมื่อคิฮยอนดูแลสาขานอกเกาหลีและฮาราก็ทำธุรกิจนำเข้า มันก็ไม่แปลกอะไรที่จะใช้ชีวิตอยู่นอกมาตุภูมิแบบนี้

แต่วันนี้คงจะเป็นวันดีเพราะซังบอม เจ้าน้องแก้มป่องตัวข่าวที่เด็กสุดในตระกูลนั้นมาร่วมแจมด้วย ซึ่งอันที่จริงแล้วเขาก็แค่เอางานที่คิบอมสั่งมาให้และไม่ได้รู้เรื่องมาก่อนว่ามีนัดทานอาหารเย็นร่วมกันในครอบครัว แต่สุดท้ายก็ต้องอยู่ร่วมวงเพราะฮันแชยอนเอ่ยปากชวนเอาไว้

พี่รองกับน้องเล็กเลี่ยงออกไปคุยธุระกันจนได้และส่งให้ดงแฮรับหน้าผู้ใหญ่ไปก่อน คิบอมรับซองสีน้ำตาลมาเปิดดูอย่างละเอียด สายตาเจ้าเล่ห์เป็นประกายพร้อมกับพรายยิ้มร้ายๆออกมา

หึ ..หางโผล่จนได้

แกก็ฉลาดนะที่ให้ใช้วิธีนี้ ...ปลาติดเบ็ดเร็วชะมัดเลยล่ะ

ชั้นบอกแล้ว มันอดไม่ได้นานหรอก หึ หึ เปิดดูอีกสักหน่อยก็เก็บกลับเข้าไปในซองแล้วเดินกลับไปร่วมวงสนทนา แค่หันไปสบตากับพี่ชายที่มองล้อเมื่อเขาทรุดตัวนั่งข้างดงแฮก็ตีหน้ากวนใส่

ฮยองจะมีหลายให้ผมอุ้มตอนไหน

ถามคำแรกก็เล่นเอาฮาราถึงกับหน้าแดง แต่ฝ่ายพี่ชายก็เอาคืนได้ทันควัน ก่อนแกมีหลานให้ชั้นเลี้ยงก็แล้วกันว่ะ

คนที่รู้เรื่องต่างฮาครืน แม้แต่ดงแฮก็ยังเป็นไปกับเค้า ศอกแหลมกระทุ้งล้อๆที่สีข้างคนรักแต่ก็โดนคิบอมผลักเสียจนเซราวกับหมั่นเขี้ยวเสียเต็มประดา ซึ่งคิมแทยางก็มองเห็นทุกอย่างเป็นอย่างดี จนกระทั่งคิฮยอนกับฮารากลับไปแล้วและซังบอมก็เพิ่งจะลากลับไปจึงได้เรียกลูกชายมาคุยพร้อมกันกับดงแฮ

เราสองคนนี่มันยังไง ไหนตอบมาสิ

เสียงเข้าคล้ายจะข่มขวัญสามารถทำให้คนนอกครอบครัวที่ไม่เคยปะทะคารมด้วยอย่างดงแฮถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง ร่างเล็กไม่เคยต้องปะทะคารมกับผู้ใหญ่ เขาเติบโตมาในครอบครัวที่ถือว่าค่อนข้างจะปรองดองและมีแต่ความอบอุ่น รอยยิ้ม ความเข้าอกเข้าใจ ขนาดตอนขอกลับมาอยู่เกาหลีเพียงลำพังด้วยเหตุผลที่ไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่ก็ยังไม่โดนดุอะไรขนาดนี้

คิบอมยังเงียบไม่ตอบอะไร ส่วนดงแฮที่นั่งข้างๆก็ก้มหน้านิ่ง โดยมีฮันแชยอนเดินมาทรุดตัวลงนั่งที่โฟตาตัวใกล้ๆแล้วชายหางตามองสามีด้วยสายตาหงุดหงิด

ไหนตอบมาสิ เพื่อนเฉยๆทำไมมันถึงดูสนิทกันนัก วันนี้ก็ขี่หลัง วันก่อนก็กอดเอว เมื่อวานก็ทำท่าอย่างกับคนเป็นแฟน นี่มันอะไร อธิบายมาสิ ...คิมคิบอม

เสียงเน้นย้ำที่พยางค์สุดท้ายบ่งบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นตวัดสายตาจับจ้องดวงหน้าบิดาอย่างไม่เกรงกลัวอะไร ในเมื่ออยากฟังเขาก็จะตอบ ตอบในสิ่งที่ก็รู้ว่าคงจะยากหากบอกให้ยอมรับ แต่ในเมื่อมันคือความจริงและคนอื่นๆในครอบครัวก็รับรู้กันแล้ว ทำไมเขาต้องกลัวกับคนๆเดียว ในเมื่อที่ผ่านมาก็ไม่เคยที่จะหวั่นเกรงอะไรอยู่แล้ว

ผมไม่มีอะไรอธิบาย ตอบเรียบๆตามประสา ถ้าถามว่าเราเป็นอะไร ผมตอบสั้นๆให้ว่าแฟน

ไม่พูดเปล่า เพราะตวัดแขนโอบไหล่บางมาแนบอก เล่นเอาดงแฮถึงกับเกร็งหนัก คงจะมีแค่ฮันแชยอนที่ลอบอมยิ้มอย่างถูกอกถูกใจในความกล้าของลูกชายตัวเอง

คิมแทยางอึ้งไปไม่น้อยกับคำตอบ แทบจะลมใส่เมื่อได้ยินคำนี้ แต่ก็ต้องทำใจแข็งถลึงตาปั้นหน้าโหดต่อ

แกจะตามแฟชั่นบ้าบออะไรชั้นก็ไม่เคยว่า แต่ไอ้เรื่องนี้นี่มันจะบ้าไปใหญ่แล้ว ค่านิยมประหลาดๆที่ทำให้วิปริตกันไปหมด ..บ้าบอแล้วยังจะมาทำอะไรในบ้านของชั้นอีก

ตาขวางๆจ้องกลับทันที ไม่พอใจเหมือนกันกับคำพูดที่ย่ำยีความรู้สึกของเจ้าตัวน้อยที่นั่งข้างๆ

รักกันมันเป็นแฟชั่นหรอ ..ผมรักใครสักคนนี่ต้องดูมั๊ยฮะว่าที่ตัวเค้าแปะยี่ห้ออะไร หรือเดินออกมาจากโรงงานของดีไซเนอร์คนไหน .. มันไม่ได้เป็นง่ายๆเหมือนเปิดฝาน้ำอัดลมส่งชิงโชคแล้วได้นะฮะ

ไอ้คิบอม!!”

ผมรักใครมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับพ่อ ทีพ่อทำอะไรยังไม่เห็นหัวผมเลย ผมจะมีแฟน มีเมีย คบผู้ชายก็แล้วไง ผมไม่ได้ไปฆ่าใครตาย แล้วดงแฮเองก็ไม่ใช่เด็กที่ไหนก็ไม่รู้ เราก็คบกันให้ผู้ใหญ่เห็น มีแต่พ่อนั่นแหละที่ไม่รับรู้อะไร

ว่าไงนะ.. นี่แกย้อนชั้นเหรอ

มากกว่าย้อนผมก็กล้า ..ผมไม่สนหรอกนะว่าคุณจะคิดยังไง แต่ผมจะคบกับดงแฮต่อไปแบบนี้ ถ้าคุณบอกว่านี่บ้านคุณ ..คุณจะทำอะไรก็ได้แต่ผมไม่มีสิทธิ์ ถ้าแบบนั้นก็เชิญคุณอยู่ของคุณไป ผมไม่สนใจเหมือนกัน

ร่างหนาตอบเสียงกร้าว ทีพ่อยังทำได้ ทำไมเขาถึงทำอะไรก็ผิด ขนาดมีคนรักก็ยังผิด แค่ปัญหาที่มียังไม่พอหรืออย่างไรถึงได้มาเพิ่มให้กันแบบนี้

มือใหญ่เอื้อมไปถึงแขนเล็กให้ลุกขึ้น ดงแฮซึ่งทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ช้อนสายตามองหน้าคนรักอย่างเป็นกังวล เขาไม่อยากให้พ่อลูกต้องทะเลาะกัน ไม่เห็นด้วยที่คิบอมขึ้นเสียงใส่บิดา แต่เพราะสายตาดุๆตวัดจ้องมาจึงจำต้องทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้

ถ้าว่างพอที่จะมาสนใจผมขนาดนี้ ผมว่าก็น่าจะมีเวลาไปสอดส่องพฤติกรรมอีนังผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้นะฮะ ..หึ บางทีอาจจะขอบใจผมก็ได้ที่ทำให้มันไม่มีที่ซุกหัวนอน ไม่งั้นอาจจะพาใครมามั่วในบ้านหลังนั้นก็ได้

ซองสีน้ำตาลที่ได้รับมาเมื่อไม่นานถูกโยนลงบนโต๊ะตรงหน้าของคิมแทยางพอดิบพอดี เขาไม่คิดจะพูดอะไรต่อจึงดึงแขนดงแฮขึ้นไปบนห้อง ทิ้งพ่อกับแม่เอาไว้ ซึ่งฮันแชยอนก็ปรายตาไปมองของที่อยู่ด้านในอย่างสนอกสนใจ เมื่อเห็นว่าเป็นภาพของชองแรวอนนัวเนียกับเด็กหนุ่มและยังหอบหิ้วกันเข้าโรงแรมหลายต่อหลายครั้ง แถมยังไม่ซ้ำหน้าอีกต่างหาก

หวังว่าคงคุ้นๆบ้าง ว่าเคยไปเจอมันในชุดไหน แล้วตอนกลางวันก่อนมาเจอกันน่ะ มันไปนอนกับใครมา ...ถ้าเรื่องของผมมันน่ารังเกียจ นี่มันคงจะน่ารังเกียจกว่าหลายร้อยเท่านั่นแหละยังอุตส่าห์จะตะโกนลงมาอีก

คิมแทยางถึงกับนิ่งกับสิ่งที่เห็น ผิดกับภรรยาตามกฎหมายที่แอบหัวเราะในใจที่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้

แต่ถึงจะสะใจแค่ไหนฮันแชยอนก็ยังไม่แสดงอาการอะไรมาก หล่อนลุกขึ้นอมยิ้มเล็กน้อยก่อนปรับเสียงเข้มพูดขึ้นบ้าง

ลูกน่ะเลี้ยงได้แต่ตัว หัวใจจะไปบังคับได้ยังไง ...ถ้าคุณไม่อยากเอาไว้ ชั้นจะรับเลี้ยงมันทั้งคู่เอง ไปแคนาดาด้วยกันก็ดี จะได้ไม่ต้องมาอยู่กับพ่อซังกะบ๊วยแบบคุณ

ร่างหนาเงยหน้าขึ้นจ้องอย่างหัวเสีย เพราะคุณให้ท้ายมันไง ถึงได้เป็นแบบนี้

ก็ดีกว่าตัวอย่างแย่ๆล่ะมั๊ง ...หวังว่าคงจะไม่ต้องให้บอกนะ ว่าลูกมันเข็ดผู้หญิงก็เพราะใคร

อึ้งไปอีกรอบ ทั้งที่คิดว่าจะเป็นฝ่ายสอบสวนกลับโดนสองแม่ลูกตอกกันมาคนละหมัดสองหมัดแถมยังฮุกรวดเร็วเสียจนตั้งการ์ดรับไม่ไหว

มีหัวก็รู้จักคิดบ้างนะคะ ว่าเคยให้ความสุขลูกบ้างมั๊ย แล้วแค่นี้น่ะ.. จะให้ได้หรือเปล่า

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

 

 

เมื่อขึ้นมาถึงห้องคิบอมก็ดึงกระเป๋าออกมาวาง ไม่อยากจะต้องมาเล่นสงครามประสาทอะไรตอนนี้ และก็ไม่อยากที่จะให้เจ้าตัวเล็กที่บอบช้ำมากพอแล้วต้องมาอยู่ในสถานที่ที่กดดันอีก ร่างหนาดึงเจ้าชิสุน้อยมากอดเอาไว้และจุมพิตแผ่วเบาอย่างสุดรัก บ้านหลังเล็กนั่นก็ซ่อมเสร็จแล้ว หลบไปอยู่เงียบๆกันสักพักก็อาจจะดี

ดงแฮตอบรับจูบหวานๆอย่างเก้ๆกังๆเพราะยังไม่ตั้งตัว แต่เมื่อจะจูบตอบอย่างจริงจังเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทำให้จำต้องผละออกจากกันชั่วคราว

เมื่อเปิดประตู ฮันแชยอนก็ตวัดสายตามองหน้าหนุ่มน้อยผู้ที่ลูกชายแนะนำไปว่าคนๆนี้เขาหมายจะให้เป็นสะใภ้ตระกูลคิม แค่เป็นดวงตาช้ำๆก็เดินเข้าไปหาแล้วลูบเส้นผมนิ่มๆราวกับเป็นลูกรักคนหนึ่ง

ไม่มีอะไรหรอกนะดงแฮ ตานั่นเค้าก็แค่รับไม่ได้แล้วก็หัวรั้นตามประสา อย่าใส่ใจมาก อยู่กับแม่ที่นี่แหละ ไม่ต้องไปไหนหรอกนะ ไว้แม่กลับแคนาดาค่อยว่ากัน

หล่อนเปลี่ยนสรรพนามมาเรียกตัวเองว่า แม่ แทนคำว่าป้า ทำเอาดวงตากลมโตสั่นไหว มืออุ่นๆที่ลูบแก้มเนียนส่งผ่านความรักไปถึงหัวใจดวงน้อยที่เย็นเฉียบ น้ำตาใสๆร่วงลงมาจนได้หลังจากกลั้นเอาไว้แสนนาน

ผมไม่อยากให้ทะเลาะกันเลยครับ

ไม่เอาน่า ไม่ใช่ความผิดดงแฮสักหน่อยลูก รายนั้นเค้าใจแคบ เอาตัวเองเป็นใหญ่ แล้วก็ไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นใครมากนัก รักกันน่ะมันไม่ผิดหรอกนะ ยังไงก็ยังมีแม่เข้าข้างอยู่ คิฮยอนฮยองกับฮารานูนา หรือแม้แต่เจ้าซังบอมก็ยังชอบดงแฮนี่ ทุกคนก็รับได้ไม่ใช่เหรอ

ผมว่าจะกลับไปบ้านโน้น คิบอมบอกในสิ่งที่ค่อนข้างลำบากเพราะแม่ตัวเองก็ยังอยู่ในบ้าน จะทิ้งให้อยู่กับพ่อสองคนก็เกรงจะฆ่ากันเปล่าๆ ออมม่าจะไปด้วยกันมั๊ยครับ

ไปทำไม อยู่นี่ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ

ผมขี้เกียจเล่นสงครามประสาท บอกอย่างเบื่อๆ สภาพจิตใจเจ้าแป๋วก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ เรื่องที่โรงเรียนก็แย่มากพออยู่แล้ว ถ้าต้องมาเห็นสายตาของเค้าแล้วได้ยินคำเสียดสี หรือต่อว่า ผมก็สงสารนะฮะ

ลูกคิดแบบนั้น แต่แม่กลับยินดีหากมันจะเป็น ก็ดีไม่ใช่เหรอ ดัดนิสัยคนเก่งซะบ้าง หึ หึ

เอ๊ะ..?

เรามีกันตั้งสาม เค้าตัวคนเดียว จะไปกลัวอะไร ...ให้เค้าลองเป็นหมาหัวเน่าบ้างก็ดี จะได้รู้จักปรับตัว ปรับความคิดให้มันเข้ากับชาวบ้านชาวช่องได้ ...แล้วถ้าหนีไปแบบนั้น พอแม่กลับแคนาดาไปบ้านหลังนี้จะไม่ยิ่งร้างเหรอ ปกติอยู่กันพ่อลูกก็ยังมีเสียงโน่นเสียงนี่บ้าง ใจคอจะปล่อยให้พ่อเค้าเล่นกับเจ้าโรมิโอไปวันๆหรือไง

ดงแฮฟังตามก็เห็นด้วย แค่เขาอยู่คนเดียวในบ้านหลังแค่นั้นก็ยังเหงา แล้วนี่คฤหาสน์ใหญ่โตทำไมจะไม่วังเวง ตอนนี้ที่อยู่ได้โดยไม่รู้สึกว่าเหงาใจก็เพราะมีคิบอมอยู่ใกล้ๆต่างหาก มือเรียวรีบเอื้อมไปดึงมือบอบบางมากุมเอาไว้แล้วยิ้มหวานตามประสา

แล้วทำไมคุณป้าไม่ย้ายกลับมาอยู่ด้วยกันล่ะฮะ ให้ผมอยู่เป็นกรรมการห้ามมวยคนเดียวน่ะไม่สงสารผมเหรอ

เอ่อ..

กลับบ้านเรานะฮะ แคนาดาหรือจะสู้เกาหลีได้ พ่อจ๋าแม่จ๋าของผมยังบอกเลยว่าอยากกลับเกาหลี ถ้าบ้านหลังนี้มันไม่มีใครมากวนใจ ก็กลับมานะฮะ บ้านหลังนี้มันก็ของคุณป้า กลับมาจะได้อบอุ่นเจ้าตัวเล็กรีบอ้อนใหญ่

ฝ่ายผู้ใหญ่ที่ติงให้พวกเขาอยู่เลยไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ไว้..จะคิดดูก่อนแล้วกันนะ

 

เมื่อฮันแชยอนออกไป ดงแฮก็รีบลากกระเป๋าไปเก็บแล้วหันมายิ้มแป้นน่ารัก ไม่ได้น้อยใจอะไรเพราะก็เข้าใจว่าคิมแทยางคงจะทำใจไม่ได้ง่ายๆ เขาไม่ใช่ภรรยาหรือลูกชายที่ใช้ชีวิตที่เมืองนอกในช่วงที่เรื่องแบบนี้เปิดกว้างสู่ความเป็นเสรีแล้ว จึงไม่แปลกหากจะยังคิดอะไรในแบบเก่าๆและยึดถือในสิ่งที่เคยเป็นมา

แค่คิบอมอยู่ข้างๆ และคนอื่นๆยอมรับได้ แป๋วน้อยก็สู้ตายแล้วล่ะ ^^

แทนที่จะเปิดคิบอมมาปลอบกลายเป็นเจ้าเด็กหน้าหวานต้องเข้าไปออดอ้อนออเซาะ เอาตัวไปคลอเคลียหมายจะให้อีกฝ่ายอารมณ์ดี ดูก็รู้ว่าคิบอมหงุดหงิดเรื่องพ่อและพาลเอาหลายๆประเด็นมารวมกัน ซึ่งนั่นมันก็ไม่ได้เข้าท่านัก

สองแขนรีบสอดผ่านเอวหนาแล้วโอบรัดร่างใหญ่เอาไว้พลางซุกหน้าถูไถที่กลางหลัง ตั้งแต่มีเรื่องก็ยิ่งรักคนๆนี้มากขึ้น คิดไม่ผิดที่เลือกเขา และคิดไม่ผิดที่ยอมถูกตราหน้าว่าเลวร้ายเพื่อที่จะได้เขามา

รัก ..รักยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดแล้ว

ดงแฮยิ้มบางๆให้กับตัวเอง เมื่อคิบอมขยับมือมาวางทาบทับที่มือเรียวแล้วกุมไว้ก็ยิ่งหัวใจพองโต อยากจะรวมร่างกายให้กลายเป็นหนึ่ง ไม่อยากที่จะต้องห่างเขาไปแม้สักเสี้ยววินาที เพิ่งเข้าใจว่าคนที่รักจนไม่สามารถแยกจากกันได้มันคงจะรู้สึกคล้ายๆนี้

อาบน้ำกันนะ ดัดเสียงหวานๆพอให้น่ารัก มือซนๆเริ่มดึงเสื้อผ้าร่างหนาเพื่อจะจับถอด

แต่คิบอมก็ยังเป็นคิบอม ถึงจะชอบใจแต่ก็ไม่วายหาเรื่องดุ ดื้ออีกแล้วแป๋ว ..ทะลึ่ง มาจับชั้นแก้ผ้าได้ไง ไม่ไหวแล้วนะเราเนี่ย

บ่นไปแต่ก็ยืนให้เขาถอด ซึ่งดงแฮก็ไม่ได้ใส่ใจ จับดึงทีละชิ้นจนไม่เหลืออะไรแล้วก็ยืนอายเอง แต่ไม่นานเสื้อผ้าบนร่างน้อยก็ถูกขจัดออกไปให้เหลือแต่ร่างกายเหมือนๆกัน แม้จะเคยเห็นเรือนร่างของกันและกันมาหลายครั้งแต่ไอ้มายืนล่อนจ้อนกันแบบนี้มันก็ไม่เคยมีสักทีเดียว

สายตากรุ้มกริ่มเป็นประกายเมื่อตวัดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า ความรู้สึกอยากจะซุกซนเริ่มทำงานตามประสาหนุ่ม ความจริงเขาพยายามจะอดใจไม่ทำอะไรเกินเลยบ่อยๆเพราะอยากจะถนอมคนรักเอาไว้ให้นานๆและไม่ต้องการให้ดงแฮรู้สึกว่าโดนเอาเปรียบ แต่เห็นผิวขาวเนียนละเอียดราวกับน้ำนมและทรวดทรงที่น่าสัมผัสในใจก็ยิ่งร้อนรุ่มราวกับมีไฟมาสุมทรวง

อยากแปลงร่างเป็นปั๊กเพื่อตะปบชิสุเสียเดี๋ยวนี้เลยจริงๆ

แต่สายตาที่สื่อความคิดว่าคงไม่ปกตินั้นทำไมดงแฮจะไม่รู้ ทุกครั้งที่คิบอมมองแบบนี้ก็ต้องมีอันเปลืองตัวตลอด คราวนี้จึงรีบดักทางเอาไว้ก่อนที่อะไรจะเกินเลย

มือเรียวรีบดันเข้าที่หน้าผาก ไม่ต้องมาทำหน้าหื่นใส่เลย มีเหมือนกัน .. จะจ้องอะไรนักหนา

หึ.. กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เหมือนกันแต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียวนี่

โหดทะลึ่ง!!!”

ตัวเล็กสะบัดก้นอวบๆเดินหนีอย่างรวดเร็ว สร้างเสียงหัวเราะให้ร่างหนาได้ไม่ยากเพราะยิ่งหนีก็ยิ่งต้องตามไปแกล้งให้หนักๆ เพราะเวลาโดนแกล้งน่ะดงแฮน่ารักกว่าตอนปกติเป็นไหนๆ

ว่าแต่ ... สภาพแบบนี้จะแกล้งอะไรดีนะ?

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

ซองมินนอนเหม่อมองเพดานอยู่นานเกือบชั่วโมง ตาใสกลอกไปกลอกมา เรื่องตัวเองก็ยังไม่ค่อยจะกระเตื้องแล้วยังจะต้องมานอนคิดเรื่องเพื่อนให้เปลืองสมองอีก เจ้าตัวอวบยังกอดตุ๊กตาที่เกลื่อนอยู่เต็มห้องพลางถอนหายใจ  แต่พอเยซองแวะเอาของมาให้ก็รีบสวมวิญญาณน้องน้อยอ้อนพี่ชายใหญ่

แต่เพราะเห็นว่าน้องไม่ได้สภาพย่ำแย่อะไรอย่างที่ผ่านมา ร่างหนาก็เลยไม่ได้คิดจะโอ๋

โตจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้ว ยังจะอ้อนอะไรอีกเนี่ย

ตาตี่อ่ะ ทำเสียงฟึดฟัดใส่ แค่จะขอคำปรึกษาหน่อย ให้น้องไม่ได้เหรอ เป็นพี่ประสาอะไรว๊า...

กวนเชียวนะ ทีวันก่อนล่ะยังจะเป็นจะตาย ..ไอ้เวรนั่นมันมาขอคืนดีแล้วล่ะสิ อย่าดีกับมันง่ายๆล่ะ

ยังไม่ได้ดีสักหน่อย บ่นอุบอิบไป แต่ในใจก็แอบยิ้มที่อีกฝ่ายพูดให้ได้นึกถึงภาพน่ารักๆของคยูฮยอนที่เดินถือจานข้าวตามต้อยๆเมื่อตอนกลางวัน ..ตลกชะมัด

ยังไม่ดี แล้วจะปรึกษาอะไร .. พี่จะไปทำรายงานต่อ

อยู่ก่อนดิ่ แป๊บนึง งอแงอีกรอบ แค่จะถามว่า ถ้าสมมติว่าตาตี่จีบคนๆนึง แล้วอยู่ๆคนนั้นก็ดันมาเป็นแฟนกับเพื่อนตาตี่ ที่ตาตี่ไม่คิดว่าเค้าจะมาคบกันได้ ...ตาตี่จะรู้สึกไงอ่ะ

ก็คงโกรธไอ้เพื่อนคนนั้นอ่ะ ..แม่ง ชั่ว แล้วถ้ามันรู้นะว่าเราจีบอยู่ มันน่ะโคตรชั่วเลย

อ่า.. พูดแบบนี้คนถามก็เริ่มหน้าเจื่อน แต่แบบ .. จริงๆแล้วอ่ะคนที่ตาตี่ชอบก็ไม่ได้ชอบตาตี่ตั้งแต่แรก แล้วเพื่อนคนนั้นก็ไม่ได้ตั้งใจจะจีบ แต่เพราะอยู่ใกล้กันบ่อยๆมันก็แบบ ..สปาร์คทีละนิดทีละหน่อย จนตกลงคบกันอ่ะ ถือว่ามันผิดมากเลยเหรอ

ถ้าเรารู้มันก็ไม่ผิดหรอก แต่ถ้าเราไม่รู้น่ะ ..มันก็ผิด เพราะคนเราก็ใช่ว่าจะรู้ทุกเรื่องนี่เจ้าอ้วน

พอเรียกว่าอ้วนเท่านั้นล่ะ ตากลมแบ๊วก็ถลึงใส่ในทันที ไอ้ตี่!!! …น้องพี่มันไม่ได้อ้วนแล้วนะ น้ำหนักเค้าลดตั้งเยอะแล้วนะ อย่ามาเรียกชื่อนี้ หยาบคาย!!!”

โดนลามปามทั้งที่ห่างกันถึงสองปีแต่พี่ชายก็ไม่ได้โกรธซ้ำยังขำจนตาหยีอีก ไอ้อ้วน ..ผอมได้ถึงเดือนป่าวเหอะ เดี๋ยวพอเลิกอกหักรักคุด แกก็กลับมาซัดเรียบเหมือนเดิม ฮ่าๆ

เหมือนจะโดนจี้ใจดำเพราะยิ่งทำให้ซองมินนึกแค้น ไปเลยไป ไม่ปรึกษาแล้ว

แล้วขนมที่เอามาให้นี่ ..ไม่เอาใช่ป่ะ จะได้เอากลับ

เอา แขนเล็กรีบคว้าแย่งมากอดไว้แน่น ไป กลับไปเลย ..เอาของไว้ ไปแต่ตัว

ฮ่าๆ .. อ้วนเอ๊ย

ชิ .. ไอ้พี่บ้า!!”

สิ้นเสียงประตูก็มองของในมือแล้ววางมันไว้ที่ข้างเตียง ก็จริงอย่างที่เยซองว่าทุกอย่าง เพราะตอนนี้เขาก็รีบกลับมาซัดขนมประชดชีวิตเหมือนเก่า ยิ่งคยูฮยอนตามง้อและอยู่ในโอวาททุกประการก็ยิ่งสะใจและทำให้เจริญอาหารมากขึ้นไปอีก

ตัวเล็กรีบยกแขนแล้วลองดึงเซลลูไลท์ใต้ท้องแขนอย่างหวาดๆ อ๋า ..มาอีกแล้วอ่า

 

คยูฮยอนนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบได้สักพักก็วางคัมภีร์เคมีเอาไว้แล้วเดินออกไปสูดอาการข้างนอกระเบียง คฤหาสน์ของเขาที่มันเคยเป็นวังนั้นถูกตกแต่งแบบเกาหลีแต่ว่ากลับมีปอร์เช่ เฟอร์รารี่จอดอยู่ ข้างในมีบรรดาพี่เลี้ยงสวมชุดฮันบกเดินไปเดินมา แทบจะเรียกว่ารักษาขนบธรรมเนียมไว้ค่อนข้างมาก ซึ่งยามที่อยู่ใน บ้านราชนิกุลหนุ่มก็ยังจะต้องทำตัวประหนึ่งว่าเป็นเจ้าชายน้อยผู้เรียบร้อยก็ไม่ปาน

เสียงเคาะประตูดังเข้ามาพร้อมกับเสียงแว่วบอกจากพี่เลี้ยงว่านำนมอุ่นมาให้แต่ร่างสูงก็ไม่ได้ใส่ใจจะหันไปมอง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดข้อความส่งไปหาใครบางคนที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรอยู่ นี่ก็หลายวันแล้วที่ไม่ได้ทำตัวเป็นไอ้โม่งคอยก่อกวน วันนี้นึกยากจะหยอกสักหน่อยจึงส่งสารไปยวนอารมณ์เจ้าคนน่ารักเล่น

 

From : Who????

Message : ไม่ได้กวนหลายวัน คิดถึงผมหรือเปล่าครับ ^ ^

 

ซองมินหน้านิ่วเมื่อหยิบขึ้นมาดูและเห็นว่าเป็นใคร จริงๆก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้าของเบอร์ลึกลับนี่มันหน้าตาอย่างไร แต่คิดๆไปก็ไม่อยากจะสร้างปัญหาเพิ่ม

 

[ทำไมต้องคิดถึง หายไปก็ดีแล้วนี่ ยังจะกลับมาทำไมอีก]

[ไร้เยื่อใยอีกแล้วนะครับ ท่าทางจะเลิกเศร้าแล้วล่ะสิ ผมเห็นวันนี้มีบอร์ดี้การ์ดถือจานข้าวตาม หล่อซะด้วยสิ ..แต่มันเป็นคนเดียวกับที่เคยทำคุณเสียใจไม่ใช่เหรอ]

[แล้วยุ่งอะไรด้วยล่ะ]

[ผมก็แค่กลัวว่าคุณจะเสียใจอีก แค่เป็นห่วง ไม่ได้เหรอ]

[ผมดูแลตัวเองได้ ขอบคุณ]

[ถ้าเสียใจอีกรอบ อกผมยังว่างนะครับ]

[เชิญคุณหาคนอื่นมาซบเถอะ ผมไม่คิดจะใช้บริการ]

 

ถ้อยคำที่เจ็บแสบส่งกลับมาเป็นระยะ ซึ่งมันก็ทำให้คยูฮยอนอดขำไม่ได้ เพิ่งจะรู้ว่าอีกมุมของที่รักตัวเองมันเป็นแบบนี้

หึ ปากเก่งเหมือนกันนี่ลีซองมิน ..มิน่า หึ หึ

ขำจนได้เมื่อนึกถึงตอนที่เข้าไปง้อแล้วโดนด่าตะเพิดออกมา ปกติมันก็ไม่มีใครกล้าต่อว่าตนแบบรุนแรงเท่าไหร่ มีก็คนนี้นี่แหละที่ด่าได้ชนิดว่าแทบจะลาตายไปโลกหน้าทีเดียว

นิ้วยาวรีบกดต่อ อยากจะรู้ว่าหลอกล่ออีกสักหน่อยเจ้ากระต่ายจะยอมคายความลับหรือเปล่า

 

[คุณยังรักเขาใช่มั๊ยล่ะ ผมว่าคุณดีใจที่เค้ากลับมานะ]

[อย่ามายุ่งกับชีวิตผมจะได้มั๊ย]

[ตอบมาก่อนสิ แล้วผมสัญญาว่าจะไม่ยุ่ง]

[ชีวิตผม เรื่องของผม ทั้งผมและไอ้บ้านั่นมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นคงจะดีกว่ามาถ้ำมองนะ]

[แอบแรงนะเนี่ย]

[ผมไม่ได้แอบแรง แต่ผมกำลังด่าคุณเลยล่ะ]

 

คุณชายหนุ่มถึงกับขำก๊ากกับข้อความล่าสุด ได้เห็นอีกด้านของแฟนตัวเองด้วยวิธีนี้ก็ตลกดีเหมือนกัน ร่างหนาอ่านไปก็ขำไป กว่าจะตั้งสติตอบไปได้ก็ผ่านไปหลายวินาที

 

[ใจร้ายจัง งั้นผมไม่กวนคุณแล้วล่ะ ขอให้คุณโชคดีกับคนนั้นและหวังว่าเขาจะไม่ทำให้เสียใจอีกนะครับ]

[ขอบคุณ]

 

จบแบบห้วนๆพร้อมกับภาวนาว่าเบอร์นี้อย่าได้มาก่อกวนอีก ซองมินนั่งมองเบอร์ที่เขาแสนจะรำคาญด้วยอารมณ์แปลกๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าในความน่าเบื่อมันมีความรู้สึกดีๆแฝงมาทุกครั้ง แต่ถึงเขาจะเป็นใครและดีแค่ไหนก็คงไม่อาจที่จะรับไมตรีได้อีก ในเมื่อสถานการณ์ในตอนนี้มันทำให้เขาหวาดผวากับมือมืดที่อยู่รอบตัวเต็มไปหมด

ราวครึ่งชั่วโมงถัดมาก็มีข้อความเข้ามาใหม่ แต่เปลี่ยนเป็นใครอีกคนที่โดนทรมานเป็นการลงโทษอยู่

 

From : เบอร์นี้ห้ามรับ!!!

Message : ที่รัก อยากคุยด้วยอ่ะ โทรหาได้มั๊ย?

 

ร่างเล็กถอนหายใจแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากปิดเครื่องหนี แต่ก็ยังแอบหวังว่ามันจะทำให้พ่อคุณชายทุรนทุรายได้บ้าง

อย่าคิดว่าชั้นจะใจอ่อนง่ายๆ รู้ไว้วะว่าลีซองมินน่ะหยิ่งเว้ย ..เชอะ

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

หลังจากโทรศัพท์ถามไถ่น้องชายที่เจอมรสุมชีวิตเสร็จ แฟนที่ยังไม่รู้สึกว่ามันเป็นแฟนก็โทรมาจิกอย่างกับว่าเมียหาย แค่กดรับอิทึกก็รีบบ่นเป็นชุดเหมือนตาแก่ เพิ่งจะรู้สึกจริงๆว่าไอ้เพื่อนคนนี้มันเซ้าซี้สักแค่ไหน

แกจะโทรมาทำไมนักหนาวะ

แกควรจะพูดว่า ...ที่รักโทรหาเค้าทำไม ตัวเองมีอะไรเหรอ สาบานได้ว่าประโยคนี้อิทึกแทบกัดลิ้นตายตอนที่กลั้นใจพูด

ถุย .. ฟังแล้วขนลุก ฮีชอลเบ้ปากอย่างเครียดๆ ชาติหน้าชั้นก็ไม่พูดหรอก

แกควรจะหัดเรียนรู้การเป็นแฟนที่ดีบ้างนะ กดเสียงต่ำอย่างดุๆ นี่ฮีชอลลี่ ..ตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้ว หัดหวาน หัดน่ารักใส่ชั้นบ้าง

จำเป็น? .. ตกลงกันแล้วนี่ว่าชั้นจะรุก

เป็นรอบที่สองที่อิทึกทำหน้าเหมือนหมาช็อกแล้วแทบจะวิ่งเอาหัวลงไปจุ่มในชามใส่นมของเจ้าลูกหมาตัวน้อยที่เลี้ยงเอาไว้ ...ให้ตาย คนอะไรยังไม่ยอมรับความจริงสักที

ถ้าแกยังอยากจะรุก งั้นพรุ่งนี้ชั้นจะไปให้แกรุก แล้วรุกให้สำเร็จล่ะ ..แต่ถ้าแกช้า แกโดนชั้นรุกแน่

หน้าสวยซีดเผือดทันตา แม้แต่ขนบางๆที่แขนและขาก็ยังลุกซู่ ไอ้บ้า ..สยอง

งั้นแกก็เลิกเรื่องมากเหอะ ..ชั้นแค่จะบอกว่าพรุ่งนี้ไปดูหนังกัน เสร็จแล้วก็ไปกินข้าว ..พูดง่ายๆก็ไปเดทแหละ อาจจะกลับค่ำหน่อย เดี๋ยวชั้นขับรถไปส่งเอง

ทำไมแกต้องบริการเหมือนชั้นเป็นสาวน้อยด้วยวะ

ก็ชั้นเป็นคนจีบแก ถ้าชั้นไม่เป็นคนดูแล รอแกทำก็คงชาติหน้านั่นแหละ

เออ ..ก็ถูก -*-

งั้นพรุ่งนี้ไปเดทกันนะ ทำตัวน่ารักๆด้วยล่ะ ...เออ ตอนเช้าชั้นจะขับรถไปรับ แล้วจะแวะไปฝากท้องที่บ้านแกด้วย บอกคุณแม่ยายไว้ด้วยล่ะ

ฮีชอลขมวดคิ้วฟังอย่างเครียดๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาทานข้าวที่บ้านของเขา ต้องมารับมาส่ง แล้วยังจะเรียกแม่เขาว่าแม่ยายอีก ฟังแล้วสยองเป็นบ้า

เออ .. ชั้นคุยกับเจ้าฮันกยองแล้วนะ น้องมันบอกว่าถ้าคบกันแล้วแกมีความสุขมันก็โอเค มันไม่ได้โกรธอะไร

...

ฝันดีนะครับชอลลี่ ...เดี๋ยวทึกกี้ไปอ่านหนังสือแล้วล่ะ เจอกันพรุ่งนี้

สัญญาณหายไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ฮีชอลยืนค้างอยู่ในท่าเดิมตั้งแต่ได้ยินชื่อของฮันกยอง ยิ่งได้รู้ว่าเขาพูดเช่นไรก็ยิ่งทรมานใจจนทำอะไรไม่ถูก ตากลมกลอกไปกลอกมาอย่างไร้จุดหมาย ริมปีปากสั่นสะท้านโดยไร้คำพูดจา แค่เสี้ยววินาทีทำนบน้ำตาก็พังลงมาและปล่อยโฮอีกรอบจนได้

ฮีชอลนั่งอยู่แบบนั้นจนกระทั่งเริ่มตั้งสติแล้วหยุดร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง ร่างบอบบางเดินไปเปิดคอมพิวเตอร์ด้วยความมึนคง หวังว่าจะเห็นคนที่อิทึกพูดถึงออนไลน์อยู่ ซึ่งมันก็เป็นจริงอย่างที่คิดเอาไว้ แต่หัวข้อที่ฮันกยองใช้ขึ้นเป็น Topic ของ MSN กลับบาดใจจนไม่มีพื้นที่ดีๆเหลืออยู่

 

ที่ผ่านมาผมคงสร้างความลำบากใจให้มาก ขอโทษนะครับ ... ขอให้มีความสุข .. ผมเองก็จะพยายามอยู่อย่างมีความสุขเหมือนกัน

 

แค่เห็นมือก็สั่นเทาจับเม้าส์เคลื่อนแทบไม่ถูก เจ็บปวดกับสิ่งที่ได้เห็น รู้ตัวอีกทีก็คลิกเปิดหน้าต่างของฮันกยองขึ้นมา ยิ่งได้เห็นรูปดิสเพลย์เป็นรูปคู่ของเจ้าเด็กปากเสียกับเด็กสาวหน้าตาดีคนหนึ่งก็ยิ่งน้ำตาไหล อยากจะพิมพ์ข้อความทักไปแต่มือไม้ก็อ่อนไปหมด

ไม่กล้าจะพูดอะไร .. แค่คิดว่าเขาคงจะรู้สึกแย่ คงเสียใจ และผิดหวังแค่ไหนก็ละอายเกินจะสู้หน้าแล้ว

ฮีชอลเหลือบเห็นแหวนที่นิ้วเจ้าเด็กนักเรียนทุนก็นึกได้จึงเดินไปเปิดลิ้นชักแล้วหยิบกล่องกำมะหยี่ที่เขาให้ไว้ก่อนไปมาเปิดดู มันเหมือนกันไม่มีผิด .. ยิ่งคิดยิ่งเจ็บ

ไม่รู้ว่าเจ็บเพราะอะไร ... เจ็บที่เสียเขาไป เจ็บที่เหมือนตัวเองเป็นฝ่ายทำร้าย หรือเจ็บเพราะหัวใจกำลังถูกบีบกันแน่

แหวนเกลี้ยงที่ถูกจับหมุนไปมาถูกสวมลงที่นิ้วเพื่อลองใส่ แต่เพราะมันใส่ไม่ได้เลยมองอีกทีว่าฮันกยองสวมมันไว้ที่นิ้วไหนแล้วค่อยยัดมันลงที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างมึนๆ แต่เพราะมันใส่ได้พอดีก็กุมมือตัวเองไว้แล้วหล่อยน้ำตาไหลไปอีกรอบ

นายยังอยากจะเห็นชั้นใส่มันอยู่มั๊ยเจ้าเด็กบ้า..

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

ตื่นตอนเช้ามาคิบอมก็ต้องนอนขมวดคิ้วรับวันใหม่เหมือนเช่นทุกๆครั้ง ขาเรียวที่ก่ายพาดกับร่างของเจ้าตัวเล็กที่นอนก่ายกอดทำเหมือนว่าเขาเป็นหมอนข้างไม่ได้ต่างไปจากวันแรกๆเลย หน้าหวานที่ซุกอยู่ตรงซอกคอหายใจรดจนรู้สึกสยิวแปลกๆ แม้ตอนแรกๆจะรำคาญไปบ้างแต่ก็นอนด้วยกันมาจนเริ่มที่จะชินแล้ว

มือใหญ่จับหัวกลมดันออกไปจากตัวแล้วผลักร่างบางที่นอนก่ายทับตนไปครึ่งร่างออกไปห่างๆแล้วเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายกอดรัดเขาเอาไว้คืน แขนแกร่งสอดผ่านรั้งเอวเล็กมาโอบไว้ ปลายจมูกเริ่มซุกหาความหอมอ่อนๆจากซอกคอขาวและเริ่มไซ้จนคนหลับต้องลืมตาตื่น

กวน.. ตัวเล็กดุเสียงต่ำพลางดันที่กระหม่อมคนรัก หื่นแต่เช้าหรือไง

เปล่า แค่จะปลุก ขำที่เขาถามแบบนั้นอยู่เหมือนกัน เพราะเมื่อคืนตอนอาบน้ำก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากแกล้งลูบๆคลำ แล้วป้ายฟองสบู่เล่นกันในอ่างราวกับจะย้อนอดีตกลายเป็นเด็ก

วันนี้วันศุกร์ใช่ป่ะ

อืม

ต้องหยุดเรียนอีกมั๊ยอ่ะ ดงแฮร้องถามอู้อี้ เขาหยุดมาสองวันแล้วและก็อยากจะไปเรียนเสียที แต่หากคิบอมบอกว่าไม่ให้ไปมันก็คงแสดงว่าสถานการณ์ยังไม่สู้ดีนัก

อืม อีกวันเหอะ .. วันจันทร์ค่อยไป ให้เรื่องมันซากว่านี้ก่อนนะ

อย่าลืมลาให้ล่ะ หันมาทำหน้ายู่ใส่ ดูแล้วก็ช่างเหมือนชิสุตัวน้อยๆที่ขนกระเซอะกระเซิงเพราะไม่ได้หวี โหดอย่าลืมลาอาจารย์ให้แป๋วนะ แล้วก็การบ้านน่ะ มาสอนด้วย

อื้อ .. แต่วันนี้กลับดึกนะ .. เมียที่ดีก็อยู่บ้านรอผัว ห้ามออกไปตะลอนไหนล่ะ กดกำปั้นเบาๆที่กลางหน้าผาก พอตาใสๆมองคล้ายจะตั้งคำถามก็รีบบอกสาเหตุ วันนี้วันเกิดเพื่อนในก๊วน ขอฉลองหน่อยได้ป่ะล่ะ ไม่ได้ออกไปไหน อยู่แต่กับเมียจนเพื่อนจะแบนอยู่แล้ว

ดงแฮหัวเราะขำในหน้าตาและท่าทางของร่างใหญ่ ทุกวันนี้คิบอมไปเรียนแล้วก็กลับบ้านมาขลุกอยู่แต่กับตัวเอง ไม่แปลกหรอกที่เพื่อนๆจะว่าเอาแบบนั้น

อย่าเมานักล่ะ ..อย่าดึกมากด้วย

ขี้บ่น .. ยังไม่แต่งเลย บ่นแล้ว

เป็นห่วงต่างหากเล่า จมูกรั้นๆเชิดใส่เพราะคนสวยทำหน้างอง้ำ แฟนทั้งคน ไม่หวง ไม่ห่วงได้ไง ..ซังบอมไปใช่มั๊ย จะได้ฝากคุม เดี๋ยวสาวๆมายุ่มย่าม

อ๊าก ...เมียหวงวุ้ย ..ฮึ่ย จูบหนักๆเข้าฟอดใหญ่เพื่อคลายความหมั่นเขี้ยว หวงเหรอ ..แป๋วน้อยหวงเหรอ ..อา มีเมียก็ดีแฮะ รู้สึกว่าตัวเองสำคัญ มีคนมาห่วง มาหวง หึ หึ

อย่าหลงตัวเองหน่อยเลย

สัญญาว่าจะรีบกลับ คลายอ้อมกอดแล้วลุกขึ้นมาบิดชี้เกียดไล่ความเมื่อยล้า เมื่อคว้าผ้าเช็ดตัวเสร็จก็หันมายิ้มหน้ากวนใส่ จะรีบกลับมาทำการบ้าน ..ไม่ต้องห่วง ^^

 

ลงมาจากห้องก็ต้องเจอสภาพสายตาดุๆตวัดจ้องตั้งแต่เปิดประตู แต่คิบอมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรซ้ำยังให้ดงแฮช่วยดูแลความเรียบร้อยให้อย่างดิบดีที่หน้าประตู จากนั้นก็เดินโอบเอวกันลงมายังโต๊ะอาหาร ซึ่งร่างเล็กก็เอ่ยทักทายฮันแชยอนด้วยรอยยิ้ม แต่คิมแทยางก็ยังหาทางขัดจนได้

ทำไมไปโรงเรียนแค่คนเดียว

กะอยู่แล้วว่าต้องหาเรื่องถาม คิบอมเลยตอบนิ่งๆกลับไปแทนคนรัก แฟนผมไม่ค่อยสบายเลยให้อยู่บ้าน เออ ออมม่าครับ ..ฝากดูแลดงแฮด้วยนะฮะ

จ้ะ เดี๋ยววันนี้จะหัดให้ทำอะไรสักหน่อย

เมื่อมารดาตอบมาแบบนั้นลูกชายคนเล็กของบ้านก็หันไปยิ้มหวานให้กับแฟนอย่างออกนอกหน้าชนิดที่ว่าไม่สนใจบิดาที่นั่งตาขวางอยู่ มืออุ่นๆลูบแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม เมื่ออาหารมาก็ตักใส่จานให้ดงแฮอย่างจงใจ แค่เจ้าแป๋วปากเปื้อนนิดหน่อยก็คอยเช็ดให้จนร่างเล็กขำกับละครที่ไม่ค่อยจะปกตินี้ เพราะมันดูจะเอาใจมากเกินความเป็นปกติของคิบอมจนรู้ว่าทำประชด

จบจากโต๊ะอาหารก็เดินโอบไปส่งกันที่หน้าบ้านพร้อมกับมารดาที่ยิ้มขำตามมาให้อาหารเจ้าโรมิโอด้วย

อย่าดื้อล่ะ

อืม รีบไปเถอะ เดี๋ยวสาย

ดงแฮตัดบทแล้วรีบดันหลังกว้างให้เข้าไปนั่งในรถคันหรู ไม่อยากจะให้สภาพบรรยากาศอึมครึมที่ถูกฉาบด้วยความชื่นมื่นมันกินเวลานานไปกว่านี้

เจ้าโรมิโอตัวเล็กยังทานอาหารอยู่ แต่อิ่มแล้วก็มาวิ่งวนร่างของคุณหนูแล้วจนดงแฮต้องอุ้มขึ้นมาเพื่อให้มันออเซาะได้อย่างเต็มที่ ส่วนฮันแชยอนก็เดินไปหยอกเล่นกับทั้งคู่ด้วยรอยยิ้ม แทบจะไม่มีใครสนใจความไม่พอใจของคิมแทยางเลยสักนิด

ตาคมตวัดจ้องมองเด็กหนุ่มหน้าหวานตั้งแต่หัวจรดเท้า ดงแฮแต่งตัวค่อนข้างเรียบร้อย การพูดการจาก็ดูเหมือนเด็กผู้ชายธรรมดาที่ไม่ได้มีนิสัยโลดโผนอะไร ดูแล้วก็ไม่น่าจะรักจะชอบผู้ชายด้วยกัน เพราะท่าทางก็ยังปกติ อยู่กับคิบอมก็ยังดูเหมือนเพื่อนกันธรรมดา ถ้าไม่ติดว่าเจ้าลูกชายของตัวเองแสดงท่าทีเป็นเจ้าเข้าเจ้าของให้ได้เห็นหรือว่าพวกเขาเล่นกันในแบบที่สนิทสนมมากเกินเพื่อนทั่วๆไป

แต่คิดแล้วก็ทำใจไม่ค่อยจะได้ เคยเห็นลูกชายคนนี้เดินจูงเด็กผู้ชายตัวเล็กๆหน้าตาน่ารักแต่ก็ไม่เคยคิดสนใจ คิบอมเองก็ใช้ชีวิตแบบเด็กเกเรไม่ได้มีท่าทีว่าจะสนใจผู้ชายด้วยกันเลยสักนิด ใครจะไปคิดว่าอยู่ๆจากลูกสะใภ้ก็กลับได้อะไรมาแทนก็ไม่รู้

ตอนเย็นเล่นแบดกันมั๊ยดงแฮ ฝ่ายภรรยาในกฎหมายที่ยังไม่ยอมแม้แต่จะชายตามองก็ดูจะเอ็นดูเสียเหลือเกิน

ก็ได้ครับ ผมว่าจะชวนคิบอมเตะบอลที่สนามหญ้าอยู่เหมือนกัน เสาร์อาทิตย์นี้คงจะได้เตะสักวัน

ฟังคำตอบแล้วก็ขมวดคิ้วฉับ มึนไม่น้อยที่ดงแฮคิดจะชวนลูกชายตัวเองเตะบอล ไม่เข้าใจเลยว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่มันเป็นแบบไหนกันแน่

โลกใบนี้ทำไมมันวิปริตวุ่นวายกันไปหมดนะ -*-

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

บรรยากาศที่บ้านยังไม่มีอะไร แต่ที่โรงเรียนนั้นไม่ได้ดีอะไรขึ้นมาเลยสักนิด คิบอมยังหาตัวคนก่อเรื่องอยู่ซึ่งก็พอจะสาวได้แล้วเหลือแค่ให้แน่ใจอีกนิดหน่อยว่าไม่ผิดตัว ข่าวลือต่างๆนานาที่แพร่สะพัดก็มากมายยิ่งกว่าไฟที่ลามทุ่ง บ้างก็ว่าอย่างนั้น บ้างก็ว่าอย่างนี้ จนแทบไม่มีเค้าเดิมหลงเหลืออยู่

คิบอมขี้เกียจจะใส่ใจจึงยังทำหูทวนลมและปั้นหน้านิ่งๆ เวลาที่เขาเดินผ่านส่วนมากก็แค่มองและแอบซุบซิบ แต่ก็ไม่ได้ยินอะไรเคืองหูมากนัก จะมีก็ตอนที่อยู่โรงอาหารเพราะเด็กไมอาบางส่วนก็นินทากันใกล้ๆเพราะไม่รู้กิตติศัพท์

จานข้าวถูกกระแทกดังโครมพร้อมกับสายตาที่ตวัดมองอย่างไม่พอใจนัก

มันหนักหัวใคร เสียงห้วนกดต่ำแต่กระแทกเต็มๆไปยังโต๊ะต้นเหตุ

แม้จะยังร่วมโต๊ะกันอยู่ได้แต่ซีวอนก็ไม่ได้พูดจาอะไร เขาปิดปากเงียบไม่คุยกับใครมาตั้งแต่วันที่มีเรื่อง หน้าก็ยังไม่มอง ถ้าไม่ใช่ว่าคยูฮยอนพยายามดึงให้ยังอยู่ด้วยกันก็คงจะไม่มานั่งทนอยู่แบบนี้

ชั้นขึ้นห้องแล้ว ..รำคาญ!!”

หันไปบอกคุณชายโจที่นั่งปั้นหน้าลำบากอยู่ระหว่างซองมินกับซีวอนแล้วก็ถือจานข้าวออกไปท่ามกลางสายตานับร้อยที่มองอย่างเงียบเชียง รายต่อมาก็เป็นท่านประธานร่างหนาที่ลุกขึ้นเงียบๆ ไปแบบเงียบๆ แต่แผ่รังสีอึมครึมได้ไม่น้อย

ฮยอกแจที่โดนซองมินลากมาเป็นที่พึ่งยามต้องการสลัดเจ้าคุณชายนั้นแทบจะเอาหน้ามุดจานข้าวเพราะตอนนี้ทุกสายตาต่างจ้องมาที่โต๊ะเดียวราวกับเป็นการแสดงมายากลรอบพิเศษเสียอย่างนั้น

ชั้นไปก่อนนะ คยูฮยอนเองก็ชักจะทนไม่ไหวจึงได้ตบเบาๆที่ต้นขาเจ้ากระต่ายอวบแล้วค่อยหันไปหาเพื่อนตัวผอม ฮยอกแจ .. ฝากซองมินด้วยนะ

 

 

ตามมาที่ดาดฟ้ากว่าจะได้ครบ คยูฮยอนก็เหนื่อยแสนเหนื่อย สองสามวันมานี้เขาต้องเจอกับความกดดันอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน ปกติเวลาคิบอมกับซีวอนแข่งกันในเรื่องนั้นเรื่องนี้ ไม่กี่ชั่วโมงก็กลับมาคุยกันเหมือนเดิม เพิ่งจะมีครั้งนี้นี่แหละที่โกรธกันมาข้ามวันข้ามคืน แถมยังลามต่อจนกลายเป็นหลายวันอีก

เฮ๊ย ..มันก็เรื่องแค่นี้ ทำไมไม่คุยกันวะ คุณชายที่หมดสภาพนั่งจนต้องนั่งด้วยความเหนื่อยล้าเอ่ยขึ้น

ไม่มีใครตอบ คิบอมเหลือบมองเพื่อนตัวใหญ่เล็กน้อยแล้วก็เมินไปอีกฝั่ง ส่วนซีวอนก็ยังปิดปากเงียบราวกับไม่ได้พกปากมาเหมือนเก่า แค่หน้ายังไม่อยากจะเห็นแล้วทำไมเขาจะต้องเสวนาด้วยอีกล่ะ

แล้วนี่ดงแฮอยู่ไหน

บ้าน ตอบห้วนๆตามนิสัยของผู้ชายที่ชื่อคิบอม

แล้วทำไมไม่มาเรียน

ชั้นให้อยู่บ้าน

คิบอม.. มันไม่ใช่เรื่องเลยนะ

แล้วมันต่างจากที่แกโดนกระทืบแล้วหมกตัวไม่ยอมโผล่หัวมาโรงเรียนตรงไหน เค้าเองก็ไม่ใช่กระเบื้องอย่างหนานะจะได้ทนอะไรๆได้ทุกอย่าง แค่นี้เค้าก็แย่พออยู่แล้ว

ยิ่งพูดว่าดงแฮแย่ คนที่แย่กว่าก็ดูเหมือนว่าจะเป็นซีวอน เจ็บปวดทุกครั้งที่ได้ยินชื่อนี้ บางทีเขาก็นึกสงสัยว่าเขาทำไมต้องร้าวรานมากมายถึงเพียงนี้ทั้งๆที่ก็เหมือนว่าจะไม่ได้หลงรักขนาดหัวปักหัวปำ บางอารมณ์ที่คนมองมากๆก็รู้สึกว่าเสียหน้าและอับอาย แต่พอได้ยินคิบอมพูดจาเป็นเจ้าข้าวเจ้าของก็อิจฉาขึ้นมาอีก ความคิดด้านมืดของเขามันช่างสับสน

งั้นก็ให้มันจบๆ คิบอมตัดใจที่จะยอมลดทิฐิลงก่อน เขาเดินเข้าไปหาซีวอนพลางถอนหายใจเหนื่อยๆ คุยกันหน่อย

นอกจากจะไม่มีคำตอบแล้วร่างสูงยังล้วงกระเป๋าเดินหนีหน้านิ่งๆ แม้เสียงของเพื่อนจะร้องเรียกเอาไว้ก็ไม่เป็นผล และคนที่ต้องรองรับอารมณ์ก็คงไม่พ้นคยูฮยอนที่พยายามดึงมาอยู่ด้วยกันให้ได้คุยแล้วแต่ก็ยังเป็นแบบนี้ คิบอมหันหน้าหงิกๆมาจ้องคืนบ้างอย่างหัวเสีย อุตส่าห์ยอมทำเพื่อความสบายใจของเพื่อนแท้ๆแต่กลับโดนเมินอย่างไม่ใยดี

เป็นไงล่ะ ..ก็น่าจะรู้ว่าแม่งไม่ฟังใครหรอกไอ้บ้าเนี่ย

แกก็ใจเย็นๆ แล้วค่อยคุยอีกที

สันดานมันเป็นยังไงไม่รู้หรือไงวะ เอาตัวเองเป็นใหญ่ .. เออ ไม่คุยก็ไม่คุย ช่างแม่งมันเหมือนกันแหละ!!!”

คิบอมถีบลังพลาสติกที่อยู่ใกล้เท้าดังโครมด้วยความหงุดหงิด ไม่ใช่นิสัยเลยสักนิดที่จะยอมใครก่อน แต่พอยอมแล้วเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้จะพยายามให้มันได้อะไรเพราะยังไงซีวอนก็ไม่รับฟัง เขาทำเพราะคยูฮยอนขอร้องมาก็ตั้งหลายครั้ง พยายามจะเคลียร์ปัญหาเพื่อที่ว่าเจ้าคนตัวเล็กจะได้กลับมาแบบสบายใจ แต่สุดท้ายก็ล่มไม่เป็นท่า ตอนนี้เขาเองก็หมดทั้งอารมณ์ ทั้งปัญญาที่จะยุติปัญหานี้แล้ว

พายุอารมณ์อีกลูกพัดผ่านไปจากดาดฟ้ากว้างๆ เหลือแค่เพียงร่างของราชนิกุลหนุ่มที่นั่งซังกะตายเพียงลำพัง แต่ยังไม่ทันจะข้ามนาทีก็ร้องลั่นขึ้นมาอีกคน

แม่งเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!”

 

 

 

ทั้งวันร่างเล็กไม่ได้ออกไปไหนและอยู่กับมารดาคิบอมแต่ในบ้าน ทำโน่นทำนี่ไป พอว่างก็ขึ้นห้องไปนอนอ่านหนังสือ ใกล้จะสอบแล้วแต่ยังต้องมาขาดเรียนเพราะเรื่อยไม่เป็นเรื่อง ถ้าพ่อแม่รู้คงได้ดุเอาแน่ๆ

ดงแฮนอนกลิ้งอยู่แบบนั้นจนกระทั่งมีเด็กรับใช้ในบ้านขึ้นมาเรียกเพราะคยูฮยอนแวะเข้ามาหา ซึ่งเมื่อลงไปพบร่างหนาก็กลับชวนไปคุยกันเงียบๆที่สวนหลังบ้าน และแม้บรรยากาศจะร่มรื่นแต่คนที่อยู่ตรงนั้นกลับกระอักกระอ่วนใจสิ้นดี

คยูฮยอนมีสีหน้าที่ค่อนข้างลำบากใจ สามวันมานี้เขาต้องเผชิญกับอาการมึนตึงของเพื่อนในกลุ่ม ซองมินเองก็เอาแต่ตั้งแง่ไม่ยอมดีด้วย เรียกว่าจังหวะนี้เขาซวยซ้ำซวยซ้อนและก็ไม่ได้เครียดน้อยกว่าคนอื่นเลยสักนิด ที่ตัดสินใจมาหาดงแฮก็เพราะบางทีมันอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

วันนี้คิบอมมันเข้าไปคุยกับซีวอน เอ่ยเบาๆแต่เสียงสั่นแปลกๆ เขาปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบคลุมสักครู่จึงค่อยเปล่งเสียงต่ออย่างลำบากใจ แต่ซีวอนไม่ยอมคุยด้วย แล้วก็ยังเกือบจะทะเลาะกันในชั่วโมงบาสอีก

ร่างเล็กนั่งฟังอย่างเงียบเชียบ คิบอมไม่เคยปริปากเล่าอะไรเลยในระหว่างที่ให้เขาหยุดเรียน แต่ถึงแม้จะสงสัย หากร่างใหญ่นั่นไม่เล่าเขาก็ไม่คิดจะเซ้าซี้ แต่ก็ไม่นึกว่าจะมีเรื่องอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอีก

ในเว็บบอร์ดโรงเรียนก็พูดถึงเรื่องนี้ไม่จบไม่สิ้น เดินไปทางไหนก็มีแต่คนมอง แต่นั่นมันก็ไม่แย่เท่าสภาพที่พวกมันสองคนหมางเมินใส่กันแบบนี้

...

นายคบกับคิบอมมานานแล้วใช่มั๊ย

ผู้ถูกถามถอนหายใจแผ่วเบาอย่างอ่อนแรง ก็.. ไม่เชิง ความสัมพันธ์มัน..คลุมเครือ ระบุไม่ได้

อย่าโกหก คยูฮยอนกดเสียงต่ำ เขาจำได้ว่าซองมินเคยบอกว่าดงแฮมีแฟนแล้วและยังจูบกันอย่างดูดดื่ม ซึ่งจากการคาดคั้นเจ้ากระต่ายอวบเมื่อวันก่อนก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่าคือคิบอมไม่ผิดตัวแน่

ชั้นเปล่าโกหก ตอบเองยังรู้สึกมึนงงเอง ลำบากใจเหลือเกินเวลานี้ นายไม่เข้าใจ ..ชั้นกับคิบอมมันไม่มีสถานะอะไร เราเพิ่งจะเป็นแฟนกันได้แค่สัปดาห์เดียวเอง

แต่พวกนายสองคนเคยจูบกันตั้งแต่ช่วงมิดเทอม ราชนิกุลหนุ่มสวนกลับทันควัน อย่าคิดว่าชั้นไม่รู้นะดงแฮ ..อย่าโกหก

ร่างน้อยถอนหายใจอีกครั้ง อธิบายยากเหลือเกินกับความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดของพวกตน

ใช่ เราจูบกัน ..ทั้งที่ไม่ได้คบกันเป็นแฟน กัดฟันตอบทั้งที่ก็นึกอาย แต่ในเมื่อมันคือความจริงก็ต้องยอมรับ ชั้นถึงบอกไงว่าความสัมพันธ์ของเราคลุมเครือ อยู่ๆเค้าก็จูบชั้น .. แต่ก็ผลักไสชั้นไปพร้อมๆกับที่ดึงเข้าไปหา .. มันไม่ใช่ว่าชั้นอยากจะปิดบัง แต่เราเป็นอะไรกันชั้นเองก็ยังไม่เข้าใจเลยในตอนนั้น

น้ำเสียงที่อึดอัดตอบเบาๆพอที่จะให้ได้ยินกันสองคน ชั้นไม่ได้ให้ความหวังซีวอน แต่แค่ไม่ได้ปฏิเสธความรู้สึกดีๆ และยังให้โอกาสเค้า ..แต่กับคิบอมน่ะ เรามีใจให้กันตั้งแต่ตอนไหนชั้นก็ยังไม่รู้ รู้อีกทีมันก็ให้ไปทั้งใจแล้ว

แต่นายก็ให้มันจูบทั้งที่ไม่รู้ว่าคิดยังไงน่ะเหรอ ไม่อยากจะเชื่อว่าลีดงแฮจะตอบแบบนี้

อือ ร่างเล็กพยักหน้า ดวงตาปิดสนิทราวกับจะเรียกความมั่นใจเข้ามาใส่ร่าง เค้านึกอยากจูบเค้าก็จูบ หลายๆครั้งที่มันทำให้ชั้นรู้สึกดี ชั้นยอมแค่คนนี้ ..ไม่รู้สิ แต่ชั้นจูบกับคนอื่นไม่ได้ แต่กับเค้ากลับยอมง่ายๆ ไม่เข้าใจตัวเองเท่าไหร่เหมือนกัน

ตั้งแต่เมื่อไหร่.. คยูฮยอนถามนิ่งๆ

ช่วงก่อนมิดเทอม ..ตอนนั้นแค่แปลกๆไป แต่ไม่มีใครจีบใครหรืออะไรทั้งนั้น กับซีวอนชั้นยังไม่แน่ใจเลยว่าเค้าจีบชั้นหรือแค่ดูแลเพราะฮันกยองฝากฝังเอาไว้

เฮ่อ ...ซื่อบื้อ

เป็นนายจะคิดมั๊ยว่าอยู่ๆจะมีผู้ชายที่เพียบพร้อมขนาดนั้นมาจีบ?

...

ช่างเถอะ ...มันผ่านไปแล้ว มันคือความจริงที่กดดันแต่ก็ต้องทำใจ

ร่างสูงนั่งเหม่อมองท้องฟ้ามองอะไรไปเรื่อยเปื่อย เหนื่อยกับการที่จะต้องคิดคำพูดและกลั่นกรองออกมาในเวลานี้

สองคนนั้นไม่มองหน้ากันด้วยซ้ำ ชั้นพยายามดึงมาคุยกันแต่มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา ...สองคนนั้นชอบแข่งขัน ชอบเอาชนะกันมาตั้งแต่เด็กๆ ข้อนี้ชั้นก็รู้และเห็นมาตลอด ความจริงชั้นเองก็ถูกเปรียบเทียบด้วยแต่เพราะชั้นไม่ใส่ใจและไม่ได้มีนิสัยแพ้ไม่ได้อย่างมันสองคน หลังๆคนเลยไม่ได้เพ่งเล็งเท่าไหร่ ...ก็มีครั้งนี้นี่แหละที่พวกมันทะเลาะกันจะเป็นจะตาย และก็เป็นครั้งแรกที่ซีวอนมันโกรธแรงแบบนี้ ส่วนคิบอมที่มักจะชอบเลี่ยงการต่อสู้กับเพื่อนในกลุ่มก็ดันเปลี่ยนมาเป็นคนที่ลงแข่งซะเอง

ดงแฮคิดตามก็พอจะเข้าใจ ฮันกยองก็เคยอกว่าในกลุ่มบางครั้งก็มีการแข่งขันกันเล็กๆ แต่นั่นก็ไม่ได้จริงจังอะไรมาก เรียกว่าเป็นแค่การแก่งแย่งสนุกๆและพนันกันขำๆเสียมากกว่า แต่ถ้าหากครั้งนี้มันรุนแรงจริง ก็ไม่แปลกที่คยูฮยอนจะเครียดแบบนี้

ตอนนี้เราระส่ำระสาย ..ชั้นดึงพวกมันเอาไว้ไม่ได้ ต่างคนต่างไปคนละทาง ไม่มีใครลดทิฐิเลยสักคน คิบอมมันยอมอ่อนเข้าไปคุยด้วยแต่พอซีวอนเมินใส่มันก็หงุดหงิดแล้วพาลหยิ่งใส่อีกคน ..ตอนนี้มันเลยกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ เละเทะไปหมด

เสียงที่เจ็บปวดช่างกรีดใจจนน้ำตาร่างเล็กหลั่งรินไหลออกมา ชั้นขอโทษ

ผิดมั๊ยดงแฮ ที่ชั้นจะเกลียดนาย ถ้าไม่มีนาย ..มิตรภาพของเราคงไม่สั่นคลอน

...

ชีวิตชั้นต่อให้มันไม่เอาถ่าน แต่ชั้นก็รักเพื่อน ..พวกมันคือเพื่อนที่ชั้นรักที่สุด เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวที่ชั้นมี ..แต่ตอนนี้มันพังหมดแล้ว น้ำเสียงร่างใหญ่ขาดหายไปกับห้วงอารมณ์ที่บีบคั้น ขอร้องล่ะดงแฮ ..นายช่วยคิดให้ดีๆว่าถ้านายไม่ได้คิดจะจริงจังกับคิบอมถึงขนาดจะใช้ชีวิตในอนาคตร่วมกัน ...กรุณาไปจากชีวิตพวกเราเถอะ

น้ำใสรินใหลออกมาเป็นสาย เจ็บจุกจนแทบจะทนไม่ไหวแต่ก็ยังต้องรับฟังต่อไปด้วยใจที่ปวดร้าว

แต่ถ้านายกับคิบอมจริงจัง ...ก็ไปหาซีวอนซะ ไปอธิบาย ไปพูดให้มันเข้าใจ ...ถึงมันจะดื้อ ถึงมันจะเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ แต่มันก็เป็นลูกผู้ชายพอที่จะรับความจริง แค่อาจจะต้องให้เวลามันสักหน่อย

มือน้อยรีบเช็ดน้ำตาทั้งที่รู้สึกอ่อนล้าเหลือเกิน ดงแฮพยายามจะไม่สะอึกสะอื้น แต่ถ้อยคำของคยูฮยอนมันก็ทำให้เขาได้รับรู้ถึงความบอบช้ำของคนที่ได้รับผลกระทบโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ หากเขาไม่เจ็บจนทนไม่ไหวก็คงไม่ตัดสินใจมาพูดอะไรแบบนี้

ชั้นทนกับสภาพแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วนะ ..ได้โปรดเถอะดงแฮ

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ending talk

 

รู้สึกว่าเหนื่อย ... ตอนนี้สมองล้าเพราะใช้งานหนักไป

 

อาจหายไปสองสามวันให้สมองได้พักสักหน่อย ตอนนี้ล้าทั้งตัวทั้งหัว ... ไม่มีอะไรมาก ก็แค่ที่ผ่านมาไม่ได้พักจริงๆจังๆเลย มันสะสม แล้วเมื่อสองสามวันที่แล้วก็แปลข่าวเอสเจ 2 ข่าวยาวๆ จากภาษาเกาหลี มึนมาก ... มากถึงมากที่สุด -*-

 

ไม่อยากทำอะไรเลยตอนนี้นอกจากนอน ... เลิกเหนื่อยแล้วจะมาเปิดจอง WWWLI ให้นะคะ ส่วนชาร์ปกำลังลองจัดหน้าคร่าวๆเพื่อประเมินราคาให้อยู่ ... Why? ขอพ้นช่วงนี้ไปก่อน ตอนนี้เป็นวันนั้นของเดือนลุกไม่ไหว แล้วก็ต้องไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องเรียนด้วย ตอนนี้เลยยังไม่ได้เคลียร์เรื่องยอดรายจ่ายกับโรงพิมพ์ เลยยังไม่ได้เอาฟิคที่เหลือออกมา งืด...

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #67092 PobarO (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 11:44
    กี้ขอให้มินไม่คืนดีด้วย ทำไมต้องมากดดันเฮ
    แกลำบากเฮก็ลำบากนะเว้ย!!!!
    #67,092
    0
  2. #67062 DreamPatty (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2556 / 10:05
    อย่าทำร้ายทงเฮด้วยเรื่องแบบนี้สิคยูฮยอน
    #67,062
    0
  3. #66996 แดกเด็กทั้งวัน (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 00:42
    เกียมกดดันเฮทำม้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย 



    แต่บางทีที่กี้พูดครั้งนี้อาจจะแก้ปัญหาหลายๆอย่างก็ได้ 







    #66,996
    0
  4. #66926 luknamalotte (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 15:47
    มินคงโดนกี้จูบจนช้ำ 55555 คืบหน้ามาอีกขั้นแล้วนะคู่นี้
    #66,926
    0
  5. #66607 P-ENT (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2555 / 23:08
    กี้ แกมากดดันด๊องทำไมเนี้ย



    ฉันจะฟ้องมินไม่ให้หายโกดแกเลย



    ด๊องของฉันออกจะน่าสงสาร
    #66,607
    0
  6. #66334 bua (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 12 เมษายน 2555 / 00:38
    กี้ไม่เข้าใจ ด๊อง บอม วอน หลอกกี้ไม่ได้ยืนอยู่จุดนั้นนี่

    ป๋ากะป้าแอบมีแผนแกล้งเจ๊ป่าวเนี้ย

    รักแม่บวมจัง

    พ่อบอม เป็นไรนักหนาฮะ คนเค้านักกันนิ่
    #66,334
    0
  7. #66315 KIHAE*129 (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 00:48
    ป๋ากับป้าคิดจะทำไรกันอ่ะ

    คุณแม่ คิเฮน่ารักมากอบอุ่น

    วอนแมร่งก็ไม่ยอมฟัง

    รู้ว่าผิดหวัง

    กี้แกพูดเกินไปป่าว

    มันไม่ใช่ความผิดของหมวยน่ะเว้ย
    #66,315
    0
  8. #66246 mirchullove (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 6 มีนาคม 2555 / 20:07
    ทำไมกี้พูดแบบนั้นอ่ะ?
    #66,246
    0
  9. #66176 Sarang SUJU (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 15:33

    อิเกียม ชั้นเข้าใจแก
    แต่แกก้อสงสารด๊องบ้างเซ่

    #66,176
    0
  10. #66054 chin-cha (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 15 มกราคม 2555 / 21:21
    เอิ่ม....พูดไม่ออก จุก
    #66,054
    0
  11. #65822 Ringo-rr (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 16:09
    บีบหัวใจ T^T

    หลายอารมณ์ หลายความรู้สึก


    TT^TT
    #65,822
    0
  12. #65786 Darker-40 (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 00:18
    บีบอารมณ์ หลายเรื่องหลายอารมณ์

    U__U

    อ่านเเล้วเจ็บๆดีวะ
    #65,786
    0
  13. #65429 คยู๊คยูแม่มเฟี๊ยว (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 26 กันยายน 2554 / 20:56
    เกียมโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะะ

    พูดจามีสาระก็เป็นน ต้องขอบคุณมินน ><

    แต่สงสารเฮ สุดท้ายทุกอย่างก็มาลงไวที่เฮ

    T T
    #65,429
    0
  14. #65392 NANA (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 17 กันยายน 2554 / 16:00
    มินเริ่มกลับมาอวบ น่ารักก็ดีแล้วหล่ะ คยูชอบ



    ด๊องทำตามที่คยูแนะนำเหอะ

    ถ้าจริงจังกับบอม ก็ไปพูดกับวอนให้เข้าใจ

    #65,392
    0
  15. #65341 noteno (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2554 / 20:42
     น้ำตาคยู......
    #65,341
    0
  16. #65296 เจ้าชายหมาป่า (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2554 / 16:47
    เอาแล้วไง ดราม่าแล้วไง tt'
    #65,296
    0
  17. #64963 vhan (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 / 17:26
    แล้วทงเฮจะทำอย่างไงเนี้ย

    คยูฮยอนขอร้องซะชนาดนี้

    ช่วงนี้ซีวอนก็น่ากลัวจริงๆน่ะนั้นน่ะ
    #64,963
    0
  18. #63945 []เดอะ.สอง? (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2554 / 16:00
     ทำไมดราม่าเยี่ยงนี้เนี่ย
    #63,945
    0
  19. #63800 MCH (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2554 / 18:25
    TT TT TT หันไปคู่ไหนก็เจ็บ



    คุณฮีก็กว่าจะรู้ใจตัวเองก็ต้องมาเจ็บ



    ส่วนแป๋วโดนพูดอย่างนี้เข้าไปก็ต้องจุกเหมือนกัน TT
    #63,800
    0
  20. #63753 Heart_KimLee[129] (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 28 เมษายน 2554 / 03:20
    ฮีรีบรู้ใจตัวเองซะทีเถอะ ก่อนที่อะไรมันจะสายเกินแก้

    วอนก็ฟังคนอื่นบ้างซิ รู้ว่าเจ็บ แต่คนอื่นก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก

    หันหน้ามาคุยกันดีดีเถอะนะ อ่านตอนนี้แล้วปวดใจจริงๆ

    เข้าใจความรู้สึกกี้นะ แต่ที่พูดไปอ่ะ มันก็เกินไป

    อย่าเกลียดด๊องเลย ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นหรอก

    จะโทษว่าใครคนใดผิดก็ไม่ได้ คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

    รีบๆปรับความเข้าใจกันนะ เรื่องจะได้จบๆ จะได้มีความสุขกันซะทีนะ สู้ๆ
    #63,753
    0
  21. #63593 Pink_Panther (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 21 เมษายน 2554 / 10:05
    ดราม่าได้อีก จะร้องไห้แล้ว

    วอนอ่ะ ไม่คุย ไม่ฟัง ไม่ยอมรับ ไม่รู้ ไม่อะไรทั้งสิ้นเลย

    ที่วอนไม่มีใครน่ะ จริงๆแล้วเลือกที่จะไม่มีใครเองหรือเปล่า

    มองดีๆก็ยังมีคนคอยอยู่เคียงข้างตลอดนะ

    พูดอะไรมากไม่ได้ T^T ไม่โดนเองไม่รู้ เฮ้อ เจ็บปวด !
    #63,593
    0
  22. #63368 ta-kom.sj (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 15 เมษายน 2554 / 21:28
    สงสารด๊อง -0-
    #63,368
    0
  23. #63351 mister.bean (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 10 เมษายน 2554 / 22:09
    สงสารด๊องอ่าาาาาา TT'
    ไปอธิบายให้วอนฟังเถอะ
    #63,351
    0
  24. #63233 นิดหน่อย129 (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 31 มีนาคม 2554 / 16:19

    อ่านแล้วทั้งเหนื่อยทั้งลุ้นอะ
    อยากให้4E ดีกันเร็วๆจัง
    เฮ รีบอธิบายเลย

    อยากมีแม่สามรอย่างนี้จัง อิอิ

    #63,233
    0
  25. #63232 ♥mt_saranghae>>km♥ (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 31 มีนาคม 2554 / 14:47

    อ๊ากกก  ได้โปรดเถอะค่ะพี่บลู  เอาบักกี้ไปเก็บที !!
    ทำไมมาพูดอย่างนี้ ! แป๋วรักโหดจะตาย
    จะให้ออกไปง่ายๆอย่างนี้ได้ยังไง !!
    ถ้าเฮมันไขว้เขวขึ้นมา รีดเดอร์ได้น้ำตาตกกันแน่ๆ TT

    #63,232
    0