Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 83 : Charpter 52 : คนเลวที่รักเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    17 เม.ย. 53

 

ดึกดื่นที่ควรจะเงียบสงัดยังมีเสียงฝนพรำดังแว่วมา คนที่ชวนอาบน้ำด้วยกันผล็อยหลับไปตั้งแต่ที่ท่านทอดความรักจากหัวใจผ่านทางร่างกายเสร็จสิ้น วันนี้ไม่มีอะไรที่หนักหนาเพราะร่างสูงเหมือนจะเริ่มเข้าใจแล้วว่าควรที่จะต้องทำแบบไหนจึงจะไม่สร้างความบอบช้ำให้ร่างกายน้อยๆนี่ คราวนี้ดงแฮจึงได้ยังมีสภาพดีๆลุกขึ้นมานั่งทำตาใสหน้าสวยอยู่บนเตียง

ผ้าห่มที่คลุมร่างไร้อาภรณ์ถูกกระชับอีกครั้งเพราะความหนาวที่แผ่เข้ามากระทบผิวกาย รอยรักประปรายบนร่างไม่เด่นชัดสักเท่าไหร่เพราะคิบอมยังมีสติพอที่จะไม่ทำอะไรโดยทิ้งรอยหลักฐานให้มัดตัวไปมากกว่านี้ ความอบอุ่นใส่ใจที่เขามีให้สร้างรอยยิ้มแก่คนตัวเล็กที่ตัดสินใจฝากชีวิตเอาไว้ได้มากโข คำว่ารักที่พร่ำบอกในยามที่ลึกซึ้งต่อกันนึกถึงมันคราใดก็สุขในหัวใจจนเกินจะเอ่ย

ที่ตื่นมาก็เพราะเหนียวตัวแต่พอลืมตาขึ้นมาจริงๆก็ไม่กล้าจะจับแขนหนาที่กอดรัดเอวบางๆออก ต้องรอจนกระทั่งคิบอมพลิกตัวจึงได้ขยับร่างขึ้นมานั่งพิงที่หัวเตียง หลายความคิดทำให้ต้องนั่งเหม่อในเวลานี้ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ลืมคิดไป และบางเรื่องมันก็น่ากลัวและใกล้กลัวเกินกว่าที่จะผลักไสไปให้พ้นๆ

พรุ่งนี้แล้วสินะที่จะต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความจริง ในมุมหนึ่งที่อยู่กับคิบอมมันคือความสุข ความรัก และสิ่งที่สวยงาม แต่เมื่อคิดถึงอีกมุมที่ทำกับซีวอนนั้นมันทำให้เห็นตัวเองในมุมที่น่าเกลียดชัง โหดร้าย และน่าสมเพช ทั้งที่บอกให้เขารอแต่ก็กลับใช้ช่วงเวลานั้นอยู่กับอีกคนซ้ำยังเกินเลยต่อกันทั้งที่ยังอยู่ในขอบเขตระยะเวลาของสัญญาที่มี

แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันสายไปแล้ว ..พลาดไปแล้ว และมันก็เป็นความผิดพลาดที่เต็มใจอีกด้วย

มันอาจจะเพราะว่าความรักไม่สามารถที่จะตอบสนองคนทุกคนได้ และหัวใจที่มีเพียงดวงเดียวก็ย่อมไม่สามารถที่จะแบ่งปันให้ใครทุกคนที่ต้องการมันได้เช่นกัน ต่อให้ซีวอนดีสักแค่ไหน แต่ถ้าหัวใจไม่ได้เลือกให้เขาเป็นเจ้าของ ต่อให้ดีถึงโลกหน้ามันก็มีค่าเท่าเดิม ...คือไม่ใช่คนที่ถูกเลือก และนี่ก็คงจะถึงเวลาที่เขาจะต้องยอมรับความจริงแล้ว

แค่ครึ่งเดือนที่บอกว่าให้โอกาส แต่ตัวเองกลับตัดโอกาสในขณะที่อีกคนมีความหวัง คิดกี่ครั้งก็น่ารังเกียจ แม้จะไม่ได้บอกว่าจะคบหรือไม่คบกัน และไม่ได้บอกว่าให้โอกาสซีวอนแค่คนเดียว แต่มันก็ไม่สมควรอยู่ดีที่จะทำแบบนี้

ร่างหนาพลิกตัวอีกครั้งและพาดแขนมาวางบนสะโพกอวบทั้งที่ยังหลับตาพริ้ม ทั้งที่เมื่อก่อนคิบอมชอบนอนนิ่งๆ แต่เหมือนมันกลายเป็นความเคยชินที่มีตัวน้อยๆคอยมากอดก่าย ตอนนี้จึงกลายเป็นต้องกอดกลับไปเสียแล้ว

“ซนแล้วก็หลับปุ๋ยเชียวนะ” เสียงห้าวพึมพำเบาๆ

ดงแฮเกลี่ยผมที่ปรกใบหน้าหล่อเหลาให้เลิกเกะกะ ดวงตากลมจับจ้องวงหน้าของคนรักให้เต็มตา แค่ได้มองก็สุขเหนือสิ่งอื่นใด บางครั้งก็คิดว่ายอมเลวกับซีวอนได้ก็เพื่อคนๆนี้

ถ้าเป็นคนดีก็คงจะไม่ได้เขามา ..และถ้ามัวแต่ลังเลและรอเวลา ก็อาจจะไม่ได้มีช่วงเวลาที่ดีแสนดี

หัวใจที่พองโตด้วยความสุขที่อัดแน่นทำให้เจ้าตัวต้องถอนหายใจเบาๆ เริ่มจะเหนื่อยกับมันเต็มทีแล้ว

“นี่ชั้นรักนายมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ” ว่าแล้วก็นึกทบทวนถึงสิ่งที่เคยทำลงไป ทั้งท่าทางน่ารัก เอาแต่ใจ และอะไรที่ดูงี่เง่าอีกเป็นกระบุงโกย บางทีนึกไปก็เหนื่อยใจกับตัวเองเหมือนกันที่ทำตัวหวานได้น่าเครียดขนาดนั้น

“นายทำให้ชั้นต้องเพี้ยนแบบนี้น่ะรู้มั๊ยไอ้โหดบ้า”

มือเล็กเอื้อมไปตบเบาๆที่แก้มพองจึงทำให้ข้อมือเข้ามาอยู่ในสายตาโดยไม่ได้ตั้งใจ จี้เส้นเล็กที่ยังเก็บไว้เป็นดังหอกทิ่มใจให้ต้องเจ็บ

ยังจะเก็บไว้อยู่เหรอดงแฮ ..ไม่ละอายหรือไงที่ยังเก็บของของคนอื่นไว้ติดตัวแบบนี้ทั้งที่ก็เลือกคนตรงหน้านี้ไปแล้ว

แม้จะผูกพันแต่ก็ต้องตัดใจให้เด็ดขาด อีกมือที่วางอยู่รีบเข้ามาช่วยปลดมันออกและคลานเอาไปเก็บไว้ในกล่องของใช้ที่เอาวางไว้บนโต๊ะที่ข้างเตียง จบมันไปได้แล้วกับสัญญาเก่าๆที่มีแต่จะกัดกินหัวใจให้ต้องทรมาน ปล่อยให้เด็กชายคนนั้นเป็นอดีตไป ส่วนใครที่อยู่ตรงหน้านี้ต่างหากที่คือปัจจุบันและอนาคต

ร่างเล็กล้มเลิกความคิดที่จะลุกไปอาบน้ำแล้วเอนตัวลงนอนที่ข้างชายผู้เป็นที่รัก แขนยาวสอดเข้ากอดที่เอวหนา แต่มันอาจจะแรงมากไปหน่อยคนที่ตื่นง่ายหลับง่ายจึงรู้สึกตัวขึ้นมา

“หืม ไม่หลับเหรอ” เสียงอู้อี้ดังจากลำคอแกร่ง

“มันเผลอตื่นน่ะ” ตอบเบาๆอยู่ที่อกกว้าง หน้าหวานพยายามซุกซบรับกลิ่นกายที่เจือด้วยน้ำหอมยี่ห้อดัง “หลับเถอะ ฝนยังไม่หยุดตกเลย”

“กอดซะแน่นเชียว” ฝ่ามือกว้างๆวางลงบนศีรษะแล้วโยกหัวทุยอย่างเอ็นดู “กลัวผีหรือคิดถึงพ่อจ๋าอีกล่ะเจ้าแป๋วน้อย”

“กอดเพราะรักโหดต่างหากล่ะ” ตอบเสียงใสอย่างไม่นึกอายนึกเขิน

คิบอมแทบจะตาสว่างเสียเดี๋ยวนั้น อยู่ดีๆเล่นมาบอกรักแถมยังทำตัวน่าหยิกแบบนี้เป็นใครจะตั้งตัวได้ทัน แต่เพราะพูดไปแล้วไม่มีอะไรตอบสนอง เจ้าตัวเล็กจึงได้เงยหน้าที่มุดอกหนาออกมาทำงอนๆ

“ไหงไม่เห็นดีใจเลย”

ปากที่ยื่นมาอย่างรั้นๆสามารถทำให้คนมองจับอารมณ์ได้ในทันที ร่างสูงกลั้นหัวเราะเล็กน้อยแล้วค่อยกอดเขาคืนบ้าง “เหนื่อย..”

“ดีใจกับเหนื่อยมันคนละเรื่องกันนะ” ไม่วายจะหาเรื่องอีก

“เรื่องเดียวกัน เพราะชั้นเหนื่อยกับนายจะตายอยู่แล้ว” คิบอมสูดสายใจยาวแล้วพลิกตัวขึ้นมานอนทับเอาไว้ “อย่าน่ารักนักสิดงแฮ ชั้นเหนื่อยที่จะทำเป็นไม่รู้สึกอะไรนะ”

ได้ยินแบบนี้ก็อมยิ้มแก้มปริ “รักชั้นมั๊ย? ..โหดรักแป๋วมั๊ย”

“คิดไงถึงถาม”

“ตอบมาก่อนสิ ว่าโหดหฤษฏ์รักโสรแป๋วหรือเปล่า”

“ถามอะไรไม่เข้าท่า”

เสียงหนาดุใส่ ผูกพันกันลึกซึ้งถึงขนาดนี้ยังจะมาถามได้อีก ซึ่งท่าทางที่ดูแปลกๆไปนั้นก็พอจะทำให้คนมองเดาได้ว่าเขาอายที่จะตอบ แต่ก็ไม่แปลกนักหรอกที่คนอย่างคิบอมจะไม่ชอบพูดอะไรหวานๆแบบนั้น แค่ทำตัวให้ไม่ปากเสียได้นี่ก็ถือว่าเก่งโขแล้ว

“โหดสัญญาได้มั๊ยว่าจะไม่ใจร้ายทิ้งชั้นไปน่ะ” ตัวนิ่มๆซุกซบที่อกกว้างอย่างออดอ้อน “เพราะเป็นโหดนะถึงได้ยอมให้ทำอะไรแบบนี้ ถ้าพ่อจ๋าแม่จ๋ารู้คงตีตายแน่เลย”

“...”

“โหดสัญญาได้มั๊ยว่าจะไม่ทิ้ง ไม่หนีไปไหนอีก”

“...”

“จะไม่ผลักไสให้ชั้นไปหาคนอื่น ไม่ทำเฉยชาใส่ ไม่เสียสละยกชั้นให้ใครๆ และก็ไม่คิดที่จะปล่อยมือกันไปอีก ...แค่นี้ โหดสัญญาได้มั๊ย”

แขนหนาโอบรัดจนแน่น ริมฝีปากชายหนุ่มร่างสูงจรดจูบที่กระหม่อมบางอย่างสุดรัก “ชั้นไม่อยากสัญญา แต่ชั้นอยากจะให้ดูที่การกระทำมากกว่านะ ..คำพูดมันก็แค่ลมปาก ถ้าพูดแล้วไม่ทำตามที่พูด มันก็เหมือนกับลมที่พัดผ่านไร้ความหมาย”

“รัก ..พูดให้ได้ยินสักครั้งได้มั๊ย อยากได้ยินตอนนี้.. ไม่ใช่ตอนที่มีอะไรกัน”

“...”

“แต่ถ้าไม่รักกันก็ไม่ต้องฝืนโกหก ..ชั้นไม่อยากฟัง”

เรียวปากของคนตัวใหญ่เม้มแน่น คำพูดที่อีกฝ่ายเรียกร้องมันยากที่จะเอ่ยออกมาในเวลาที่ไม่ได้คิดอยากจะพูด คำว่ารักที่มาจากความคาดหวังและร้องขอมันกำลังทำให้เขาอึดอัด คิบอมนิ่งเงียบไปเกือบๆนาที และช่วงเวลานี้เองที่หัวใจดวงน้อยบีบตัวหนักจนดันต่อมหน้ำตาให้เริ่มปริ่มล้น ในเมื่ออีกคนไม่พูดจะให้ตีความหมายได้ว่าอย่างไรอีก

ดงแฮรอที่จะฟังอยู่นานหลายนาที แต่เมื่อไม่ได้ยินตากลมก็หลุบลงต่ำและพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ ร่างเล็กคลายอ้อมแขนออกและพลิกตัวหันหลังให้เพราะเกรงน้ำตาจะไหลออกมาให้อายคนมอง ดวงหน้าหวานตาแดงก่ำ จมูกขึ้นสี น้ำใสๆเริ่มรื้นออกมา สภาพจิตใจที่อ่อนล้าเริ่มจะหมดแรง แต่ก่อนที่จะได้ร้องก็มีมือหนาเอื้อมมาดึงรั้งไปกอดเอาไว้แน่น

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ไม่ได้ไม่รัก แต่เล่นมาถามแบบนั้นคิดว่าชั้นจะพูดออกเหรอ ..น่าอายตายชัก”

“...”

“มัน.. เฮ่อ รักนาย รักจะตายอยู่แล้ว”

คนที่ไม่ค่อยได้อายซุกหน้าลงที่หลังขาวๆ ไม่อยากจะสบสายตาเพราะรู้สึกว่าหน้ากำลังร้อน ให้เขาแสดงความรักผ่านทางร่างกายยังจะดีเสียกว่าให้มาบอกรักด้วยวาจาหวานๆ แค่คิดก็พาลกระอักกระอ่วน นี่ถ้าไม่เพราะคนตัวเล็กนี่กำลังน้อยใจก็คงไม่ยอมปริปากออกมาแน่

เรียวปากบางสวยยกยิ้มขึ้นมาทั้งที่น้ำตาไหล ดีใจจนไม่สามารถที่จะอธิบายเป็นคนพูดได้ คำที่อยากจะฟังในที่สุดก็ได้ยินมันตอนที่มีสติครบถ้วน จากที่ยิ้มๆก็ยกสองมือขึ้นมาปิดหน้าแล้วปล่อยโฮออกมาอีก เล่นเอาคนตัวใหญ่เริ่มจะทำอะไรไม่ถูก

“ร้องทำไม ..บอกแล้วไงว่ารัก ..ไม่เชื่อเหรอ” คนที่ไม่เคยได้ปากหวานใส่ใครชักจะหวั่นใจขึ้นมาอีก “แป๋วอย่าร้องสิ ..เฮ้ย เมียทั้งคนทำไมจะไม่รักล่ะ ชั้นไม่ใช่พวกฟันดะนะ”

มือหนารีบดึงไหล่มนให้หันกลับมา แต่เพราะดงแฮยังปิดหน้าร้องไห้จึงไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ

“อ่า.. จะให้ทำยังไงเนี่ย” คิบอมเริ่มจนปัญญาจริงๆแล้ว “รักไง ..ได้ยินมั๊ย รัก ..รัก ..รัก รักแป๋วที่สุดเลย ..แป๋วอย่าร้องสิ”

“ฮึก..ฮือ..”

ดงแฮยิ่งปล่อยโฮหนักมากขึ้นไปอีก เขากำลังร้องเพราะความดีใจ แต่คิบอมกลับคิดไปในอีกแง่ ตอนนี้จึงกลายเป็นเจ้าตัวร้ายที่หน้าเสียนั่งโอ๋แล้วพูดว่า รักซ้ำๆ เพื่อย้ำให้อีกฝ่ายได้รับรู้

“ดงแฮ ..ชั้นไม่มีอะไรจะพูดแล้วนะ ทำยังไงถึงจะหยุดร้องสักทีล่ะ”

“ฮึก.. ฮึก..”

“หรือต้องให้ลงไปตะโกนหน้าบ้านจะได้เชื่อกันน่ะ”

มือน้อยรีบปาดน้ำตาป้อยๆทั้งที่ยังสะอื้น เมื่อก่อนเคยเสียใจจึงร้องไห้ แต่วันนี้เพิ่งได้สัมผัสว่าการดีใจจนร้องไห้มันสามารถทำให้น้ำตาไหลไม่หยุดได้เช่นกัน

“ห..โหด”

แค่ได้ยินเสียงอ้อนๆเอ่ยเรียกชื่อหลังจากห่วงจนแทบบ้าร่างหนาก็ยื่นหน้ามาจ้องใกล้ๆคล้ายอยากจะถามว่าเขาจะต้องการให้ทำอะไรอีก แต่คำพูดที่รอคอยกลับไม่มีเพราะเจ้าคนขี้แยดันใช้แขนยาวๆตวัดเกี่ยวต้นคอแล้วดึงไปบดจูบเพื่อระบายความสุขที่อัดจนแน่น

ครั้งนี้ดงแฮเป็นฝ่ายรุกและคิบอมที่ยังมึนอยู่นั้นกลายเป็นฝ่ายรับ ลิ้นเล็กรุกไล่เปิดเรียวปากคนตัวใหญ่และดันความรักที่หอมหวานผ่านปลายลิ้นเข้าไปให้ เนื้อกายที่สัมผัสไม่ได้ทำให้เกิดความวาบหวามในหัวใจเพราะในหัวเขามีแต่คำว่ารักจากคนตรงหน้าดังก้องไปหมดแล้ว

“อือ..”

มือเรียวประคองพวงแก้มนิ่มๆให้เงยขึ้นมาเพราะยามนี้เขาดันตัวเองขึ้นไปนั่งบนตักหนาแล้ว ร่างเล็กจรดริมฝีปากกดลงบดขยี้อีกครั้งอย่างโหยหา ซึ่งคนที่เรียกสติกลับคืนมาได้ก็ตอบสนองไปด้วยหัวใจที่แสนสุข แค่รู้ว่าคนรักไม่ได้รู้สึกแย่และรับรู้สิ่งที่บอกไปคิบอมก็คลายกังวลได้แล้ว

“ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ..รู้แล้วนะ รู้แล้วจริงๆ”

เสียงห้าวกระซิบที่ริมฝีปากแดงเจ่อด้วยฝีมือตัวเอง ตากลมจ้องลึกส่งประกายระยิบระยับไปให้ คิบอมยิ้มบางๆแล้วถอนหายใจ สองแขนรัดร่างเล็กเอาไว้ไม่ให้ห่างไปไหนอีก

“ชั้นรักนาย ..รักจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว”

หน้าสวยขยับเบาๆแล้วซุกลงซบที่ซอกคอของคนรักเพื่อเอนหัวทุยๆอิงไหล่หนาเอาไว้เพื่อใช้เป็นที่พักพิง ความเย็นจากด้านนอกไม่ได้ทำให้ความอบอุ่นในหัวใจลดลงไปสักนิด สองกายกอดกระชับอิงแอบด้วยความรัก หัวใจสองดวงหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวแล้ว หลังจากนี้คงจะไม่มีอะไรที่จะมาทำร้ายได้อีก

แค่รัก ..คำเดียว ทำไมมันช่างยิ่งใหญ่อะไรขนาดนี้นะ?

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยความไม่สบายใจและก็กลายเป็นความกังวลใจในเวลาต่อมา แค่คิดว่าจะต้องเผชิญหน้าซองมินก็ไม่อยากที่จะไปโรงเรียนในวันนี้ แต่ถ้าผลัดไปและวิ่งหนีเขาก็คงจะต้องหนีไปเรื่อยๆจึงต้องกัดฟันทำใจแข็งและร้องขอให้เยซองเป็นคนขับรถไปส่งถึงหน้าโรงเรียนทั้งที่ปกติแล้วจะเป็นคนขับรถที่ขับมาให้ ส่วนพี่ชายตัวใหญ่จะแวะมารับในช่วงเย็นเท่านั้น

สภาพที่เหมือนจะปกติแต่ไม่ปกติของน้องชายตัวอวบทำให้คนขับรถที่ฐานะดุจดังญาติสนิทอดที่จะห่วงไม่ได้ ไม่รู้ว่าเมื่อแยกกันแล้วน้องจะต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่เมื่อเส้นทางนั้นสุดสายก็ต้องปล่อยให้น้องลงจากรถและเผชิญหน้ากับเรื่องราวที่ไม่รู้ว่าดีหรือร้ายด้วยตัวเอง

“ตอนเย็นให้มารับกี่โมง” เสียงต่ำตะโกนถามหลังจากที่ร่างอวบลงไปแล้ว

“เดี๋ยวโทรหาอีกทีแล้วกัน ตาตี่มีธุระป่าวล่ะ”

“ไม่มีหรอก” หน้าหวานพยักใส่พอเป็นพิธีแล้วหันกลับไปที่หน้าประตูของวินเซอร์รูฟแล้วก้าวต่อ

บรรยากาศที่เหมือนจะคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยส่งผ่านผิวหนังให้รู้สึกประหลาด เกือบหนึ่งเทอมแล้วที่เข้ามาใช้ชีวิตส่วนหนึ่งใต้ชายคาของวินเซอร์รูฟ โรงเรียนที่เมื่อก่อนเขาไม่เคยคิดจะย่างกรายเข้ามา นักเรียนที่นี่กับที่ไมอาแตกต่างกันจนไม่อยากจะเอาตัวมาเข้าใกล้ และในที่สุดก็เอาหัวใจมาให้นักเรียนของนี่นี่ได้หักอกเล่น ความทรงจำมันช่างดีเสียจริง

ซองมินหัวเราะเบาๆในลำคอเพื่อยิ้มเยาะตัวเอง เขาเดินผ่านทิวแถวต้นไม้ที่เรียงตัวเป็นแนวยาวจากหน้าประตูด้วยอารมณ์ที่ไม่มีกะใจจะมองอะไรรอบข้าง ถ้าไม่ติดว่าได้ยินเสียงแว่วเรียกชื่อของเพื่อนก็คงจะไม่ชะงักเท้าหยุดฟัง

“ลีดงแฮมันร้ายกาจ มารยาสาไถ ดัดจริตทำเป็นไร้เดียงสา แต่ความจริงน่ะมันน่ารังเกียจจะตาย”

เสียงหนึ่งดังออกมาจากข้างตึกที่เขาเพิ่งจะก้าวผ่านมาได้แค่หนึ่งก้าว เมื่อครู่พวกนี้คงจะไม่ทันได้มองจึงไม่เห็นว่าเป็นลีซองมินที่เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของลีดงแฮที่ดันมาได้ยินเข้า

“เราจะต้องจัดการอย่างเด็ดขาดเพราะมันกำลังปั่นหัวปริ้นซ์ของพวกเรา มันกำลังจะทำให้ 4E แตกแยก ชั้นไม่มีทางให้แผนการชั่วๆของมันสำเร็จหรอก”

อีกเสียงดังขึ้น และเสียงทุ้มอีกคนก็เสริม “คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงได้มาวุ่นวายทำให้เพื่อนเค้าแตกคอ คนแบบนี้ต้องประจานซะให้เข็ด”

“ไม่มีฮันกยองอยู่สักคน ถ้าคิบอมกับซีวอนรู้ความจริงก็ไม่มีใครเข้าข้างแล้วล่ะเพราะคยูฮยอนเองก็หายไปไหนก็ไม่รู้”

“งั้นก็จัดการมันซะเลยแล้วกัน”

เสียงที่พูดคุยหยุดลงพร้อมกับมีเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้ ซองมินจึงได้รีบวิ่งเข้าไปแอบในห้องเก็บไม้กวาดและรอจนกระทั่งแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นแล้วจึงได้โผล่หน้าออกมา

หน้าหวานเริ่มเครียดหนัก ไม่คิดเลยว่าแค่ความริษยาแค่ตัวเดียวจะพาลเกลียดชังคนอื่นได้มากมายถึงขั้นจะทำร้ายกันแบบนี้

ซองมินเดินหน้ามุ่ยครุ่นคิดสารพัด ซีวอนก็น่ากลัวเกินกว่าที่จะเสนอหน้าไปอธิบายอะไร ดงแฮกับคิบอมเหรอก็หายไปสวีทกันอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ คนที่สนิทที่สุดก็เป็นคยูฮยอน แต่รายนั้นก็โดนแบนออกจากชีวิตอยู่ ต่อให้คอขาดบาดตายก็ไม่มีทางบากหน้าไปขอความช่วยเหลือแน่

คิดแล้วก็คิดไม่ออกว่าใครพอที่จะช่วยคิดหาทางรับมือได้ เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าพวกนั้นจะทำอะไรและจะทำเมื่อไหร่แนแน่

“เฮ่อ.. เป็นแบบนี้แล้วจะให้ใครช่วยวะเนี่ย”

 

คุณหนูลีตัวอวบนั่งรอเวลาที่จะเข้าเรียนเพราะอยากจะรู้ว่ามีใครรับรู้อะไรประหลาดมาบ้างหรือเปล่า เขารอจนกระทั่งถึงเวลาเข้าห้องก็ไม่มีสัก E ที่โผล่มาให้เห็น นั่งจนอาจารย์เข้าสอนก็แล้วแต่ก็ยังเงียบกริบ เมื่อหมดคาบแรกจึงได้เดินไปหาฮยอกแจเผื่อจะรู้อะไรที่เป็นประโยชน์มาบ้าง

“วันนี้พี่ชายของคิบอมแต่งงาน ..ซีวอนกับคยูฮยอนยังไงก็ต้องไปร่วมงานอยู่แล้วล่ะ”

“แต่งงาน?”

เสียงเล็กร้องด้วยความประหลาดใจ เหมือนเขาจะเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเพราะคลับคล้ายคลับคลาว่าจะคุ้นๆ แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าใครเคยพูดให้ฟังก่อนหน้านี้

“แล้วจะมาเรียนกันมั๊ยน่ะ” ยิ่งหายไปกันหมดแบบนี้ก็ยิ่งกังวลหนัก “นายรู้อะไรอีกมั๊ยอ่ะฮยอกแจ”

“ก็รู้แค่นี้” คนตัวขาวจนแทบจะซีดตอบอย่างจนปัญญา “ชั้นรู้เพราะมันเป็นข่าวที่ค่อนข้างดังในวินเซอร์รูฟ อดีตประธานรุ่นแต่งงานทั้งที ใครจะไม่รู้บ้างล่ะ”

“ประธานรุ่น?”

“อืม รุ่นพี่คิฮยอนเคยเป็นประธานรุ่นตอนอยู่ที่นี่ เห็นพวกรุ่นพี่ของชั้นบอกอ่ะว่าเค้าต่างจากคิบอมค่อนข้างมากเพราะทั้งอารมณ์ดี ไม่ค่อยซีเรียส อัธยาศัยก็ดีด้วย พวกคนที่ทันรุ่นพี่ส่วนมากก็รักเค้ากันทั้งนั้นนั่นแหละ”

“เค้าอายุเท่าไหร่แล้วอ่ะ ไม่น่าจะแก่กว่าคิบอมมากนี่”

“ยี่สิบ... ยี่สิบแปดยี่สิบเก้ามั๊ง ชั้นไม่ได้รู้ละเอียดขนาดนั้น” ฮยอกแจขมวดคิ้วเพราะนึกไม่ออก เรื่องของคิบอมน่ะเขาไม่ค่อยสนใจหรอก แต่ถ้าถามถึงพี่ชายของซีวอนน่ะอาจจะตอบได้เพราะอยู่ในขอบเขตของเป้าหมายที่สนใจอยู่

แต่ในเมื่อซองมินไม่ถามและไม่อยากรู้เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียดให้หรอกนะ -*-

เจ้ากระต่ายอวบที่ผอมเพรียวจนแทบจะกลายเป็นคนละคนถอนหายใจแล้วเดินกลับไปนั่งที่ ตอนนี้มันดูวังเวงจนเหมือนไม่ใช่ห้องเรียนเพราะโต๊ะข้างๆที่เป็นซีวอนก็หาย ข้างหน้าที่เป็นคิบอมนั่นก็ว่าง ถัดไปเป็นดงแฮ ฮันกยอง และคยูฮยอนที่อยู่หน้าสุดในบรรดาเพื่อนๆในกลุ่มก็ยังว่าง

ตอนนี้ลีซองมินชักจะเริ่มรู้สึกแล้วว่า มันเหมือนแรงงานที่นัดกันหยุดประท้วงอย่างไงอย่างงั้นเลยล่ะ

“เฮ่อ ..หวังว่าระเบิดคงไม่ลงกลางงานแต่งหรอกนะ”

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

บรรยากาศที่ชื่นมื่นเต็มไปด้วยความสุขนั้นกระจายไปทั่วบริเวณงานแต่งงาน แขกเหรื่อมากมายที่ล้วนแล้วแต่เป็นนักธุรกิจหรือคนในแวดวงสังคมระดับสูงต่างมาร่วมยินดีกันถ้วนหน้า ยูนฮาราผู้เป็นเจ้าสาวยังไม่ได้ออกมาพบปะผู้คนเพราะต้องอยู่ในห้องรับรองด้านหลัง ที่ด้านหน้าจึงมีแค่เจ้าบ่าวอย่างคิฮยอนรับหน้าแขก

ดงแฮไม่ค่อยจะรู้จักใครนักจึงวางตัวลำบากสักหน่อย หลายคนที่รู้จักกับบิดามารดาของเขาก็เข้ามาทักทายและถามไถ่สารทุกข์สุกดิบทำให้ตอบลำบากว่าทำไมถึงได้มาร่วมงานแต่งงานของลูกชายตระกูลคิมวันนี้ ซึ่งก็ยังดีที่ฮันแชยอนคอยเรียกให้ไปอยู่ใกล้ๆตัวพร้อมทั้งบอกแขกทั้งหลายว่าเด็กหนุ่มหน้าหวานๆนี้มาร่วมยินดีแทนคุณพ่อคุณแม่ที่อยู่แดนไกล

ซีวอนมาร่วมงานพร้อมกับบิดามารดา ท่านรัฐมนตรีชเวรีบเข้าไปแสดงความยินดีและทักทายคิมแทยางอย่างสนิทสนมและทิ้งลูกชายคนรองเอาไว้ให้รอเพื่อนคนอื่นๆ ซึ่งเมื่อคยูฮยอนมาถึงบรรยากาศก็เริ่มตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด

คิบอมยืนนิ่งๆอยู่กับซังบอมที่อีกมุมหนึ่งและช่วยพี่ชายต้อนรับแขกทั้งที่ไม่ค่อยอยากจะทำ ส่วนซีวอนกับคยูฮยอนก็นั่งทานอาหารว่างในฐานะแขก โดยมีลีดงแฮหน้าหวานเดินตามคุณแม่เจ้าตัวร้ายราวกับเป็นสะใภ้คนเล็ก

แม้จะนั่งด้วยกันก็จริงแต่ประธานรุ่นร่างหนาก็ยังไม่ได้พูดจากับราชนิกูลหนุ่ม ซึ่งคยูฮยอนที่พอจะรู้อะไรๆมาบ้างแล้วก็ได้แต่ปรายตามองเพื่อนโดยไร้การเอ่ยเสียงใดๆ เข้าใจความรู้สึกของซีวอน แต่คนๆนี้ไม่ใช่มนุษย์ที่ต้องการคำปลอบใจหรือคำอธิบาย หากเขาอยากได้ก็คงจะร้องขอเอง ยิ่งยัดเยียดใส่ก็คงยิ่งมีแต่จะทำให้อารมณ์เลวร้ายมากขึ้นเท่านั้น

สักพักใหญ่ๆกว่าที่พิธีแต่งงานจะเสร็จสิ้น ทั้งคิบอมและซังบอมจึงได้มาร่วมโต๊ะกับเพื่อนๆที่นั่งอยู่ เจอร์รี่ที่เริ่มทำตัวเหมือนผู้เหมือนคนยังตีหน้านิ่งๆ รู้ตัวดีว่ามีคลื่นกระแสความไม่พอใจส่งมาแต่เขาก็ไม่มีปัญญาที่จะทำอะไรมากมายไปกว่านี้

และก็เป็นซีวอนที่เริ่มต้นขึ้นก่อน ชั้นเพิ่งรู้ว่าดงแฮสนิทกับแม่นายขนาดนี้

...

แกคิดจะทำอะไรอยู่น่ะคิบอม

หน้านิ่งพ่นลมหายใจบางๆ ไม่ได้อยากจะมีเรื่องอะไรในเวลานี้เพราะมันคือช่วงเวลาดีๆของพี่ชาย

แล้วคิดว่าชั้นคิดอะไรล่ะ ตาคมตวัดกลับ เสร็จงานแล้วค่อยคุย

ก็ได้ ..เรายังมีเรื่องต้องเคลียร์กันอีกยาว

บรรยากาศแย่ลงในทันที ทั้งคยูฮยอนและซังบอมต่างเบือนหน้าหนีไปทางอื่น สงครามเย็นระหว่างคู่นี้มันเป็นอะไรที่เลวร้ายที่สุดที่เคยเจอ อีกคนก็นิ่งอยู่แล้ว พอยิ่งมานิ่งมากกว่าเก่าก็ยิ่งทำให้เขาน่ากลัว ส่วนอีกคนที่ปกติเคยอ่อนโยนและแสนสุภาพ เมื่อมาร้อนเป็นไฟก็กลายเป็นเหมือนตัวอะไรที่ไม่น่าจะเสวนาด้วย ..อึดอัดจริงๆ

ดงแฮที่ถูกจับแยกไปอยู่กับฮันแชยอนและไม่มีใครคิดจะไปเรียกตัวมาเพิ่มดีกรีความตึงเครียดในโต๊ะได้แต่เหลือบมองสภาพที่มึนตึงของซีวอนและคิบอมเป็นระยะ แค่เห็นหน้าร่างหนาที่ตัวเองเคยมีใจให้ก็รู้สึกเจ็บขึ้นมา สัญญาที่ยังคงค้างคาก็ติดตัวอยู่ แต่ตอนนี้กลับทำตัวเป็นคนของอีกฝ่ายได้อย่างหน้าด้านๆ ..ถ้าจะโดนเกลียดมันก็สมควรอยู่หรอก

ดงแฮ ..ดงแฮ..

เสียงเรียกคงจะยังไม่สามารถทำให้สติที่หลุดลอยไปอยู่แถวๆโต๊ะคนรักกลับมาได้จึงต้องมีมือเรียวเอื้อมไปแตะแล้วเขย่าเบาๆ

ดงแฮ

ค..ครับ ร่างเล็กสะดุ้งและรีบหันกลับมาทันที ครับคุณป้า

จะไปนั่งกับคิบอมก็ได้นะ

เอ่อ ..ไม่เป็นไรครับ หน้าหวานรีบส่ายเบาๆ เขารู้ว่าฮันแชยอนไม่ชินกับสายตาที่มองมาจากทั่วทุกมุมของงานสักเท่าไหร่ ใครๆก็รู้ว่าหล่อนกับคิมแทยางหมางเมินกันอยู่ พอมาอยู่ในงานเดียวกันก็ย่อมเป็นที่จับตามองอยู่แล้ว

อืม ..เดี๋ยวต้องถ่ายรูปรวมแล้ว ป้าฝากไปบอกคิฮยอนกับฮาราหน่อยสิ

ครับ ได้ครับ

ตัวเล็กรีบโค้งรับแล้วเดินไปหาบ่าวสาวที่ใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข คิฮยอนโอบเอวบางของคนรักเอาไว้ไม่ยอมห่าง ดูก็รู้ว่าทั้งรักทั้งห่วงใยสักเพียงใด

 

บรรดาแขกที่มาร่วมงานต่างออกไปยืนเรียงกันที่ด้านหน้าตึกเพื่อร่วมถ่ายรูป ดงแฮถูกดึงไปยืนข้างๆคิบอมด้วยฝีมือของมารดาคนรักเอง ซึ่งนั่นมันก็อยู่ในสายตาของซีวอนและคิมแทยางโดยตลอด

เวลาแค่สองชั่วโมงแต่แสนอึดอัดจบลงด้วยรอยยิ้มของคู่บ่าวสาว และเมื่อรถคู่แต่งงานขับออกไปบรรยากาศระหว่าง 3E กับหนึ่งหนุ่มน้อยแห่งไมอาก็เริ่มคุกรุ่นอีกรอบ ดงแฮหน้าซีดเล็กน้อยเมื่อต้องเดินมาหาคิบอมกับซังบอม เขายิ้มเจื่อนๆให้กับคยูฮยอนอย่างลำบากใจ แต่ซีวอนนั้นแค่จะสบตายังไม่กล้าที่จะทำ

ตอนบ่ายจะไปเรียนหรือเปล่า ร่างหนาเอ่ยเสียงต่ำๆถามคนตัวเล็ก

คุณหนูลีรีบพยักหน้า ไปสิ

งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ

อ..อืม

ความนิ่งที่น่าเกรงขามพร้อมๆกับน่าอึดอัดของซีวอนหมดไปเมื่อเขาเดินกลับไปหาบิดามารดาเพื่อที่จะเดินทางกลับ ดงแฮถอนหายใจดังเฮือก กลัวแทบตายกับสภาพสีหน้าที่นิ่งและโหดจนเหมือนเจ้าชายอสูร คยูฮยอนที่ตอนนี้ดูเหมือนจะทำใจให้นิ่งสงบได้หลิ่วตามองแล้วเอื้อมมือมาตบเบาๆที่ไหล่มน

เคลียร์เอาเองแล้วกัน ชั้นคงไม่มีปัญญาช่วยอะไรได้หรอกนะ

...

เรื่องนายกับคิบอมชั้นก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อ แต่ในเมื่อมันเป็นไปแล้วก็บอกซีวอนไปเถอะ อย่างน้อยๆมันก็เป็นคนที่มีเหตุผลพอตัว คงไม่เลวร้ายมากนักหรอก

ทั้งๆที่ออกปากบอกว่าไม่เลวร้ายแต่ดงแฮกลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลยจริงๆ สายตาและอารมณ์ของซีวอนแม้จะนิ่งแต่ลึกๆแล้วเขาคงไม่ได้นิ่งอย่างที่คิด เพราะแววตามันบ่งบอกอะไรได้หลายๆอย่าง

ว่าอีกไม่นาน.. ภูเขาไฟคงจะได้ระเบิดแน่

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

โลตัสคันงามขับเข้ามาในรั้วโรงเรียนในช่วงเกือบจะบ่ายโดยมีตุ๊กตาหน้าตาน่ารักนั่งเหม่อมาด้วย คิบอมยังนิ่งเงียบท่าทางจะเครียดอยู่พอสมควร แต่ถึงจะไม่เครียดถ้าดงแฮไม่ชวนคุยก็ไม่ปริปากพูดอะไรอยู่แล้ว  แล้วในเมื่อตอนนี้เจ้าคนที่ชอบส่งเสียงเจื้อยแจ้วนั่งเงียบ บนรถจะมีเสียงพูดคุยมาจากไหนได้อีก

คิบอมจอดรถในบริเวณพื้นที่สำหรับจอด การเป็นรองประธานรุ่นมันก็ดีอย่างนี้เพราะสามารถขับมาจอดในพื้นที่โรงเรียนได้ เพราะส่วนมากแล้วจะมีแค่คนบางกลุ่มสามารถทำได้เท่านั้น ซึ่งก็เช่นลูกหลานของผู้สนับสนุนหลักหรือไม่ก็เหล่าคณะกรรมการ แต่สำหรับนักเรียนทั่วไปแล้วจะต้องให้รถจากทางบ้านมาส่งที่บริเวณจุดรับส่งเท่านั้น

ร่างหนาหยิบกระเป๋าของคนตัวน้อยออกมายื่นให้พร้อมกับล็อกรถอย่างที่ทำเป็นประจำ เมื่อดงแฮรับไปแล้วเขาก็ขยี้ผมหนาอย่างหมั่นเขี้ยวเพื่อให้สภาพอารมณ์และจิตใจของคนรักดีขึ้นบ้าง

เดี๋ยวจะไปซื้อโกโก้ ขึ้นไปหาซองมินก่อนก็แล้วกันนะ

อื้อ ตัวเล็กพยักหน้าทั้งที่ยังกอดกระเป๋าอยู่ โหดตามไปเร็วๆนะ

อืม

คนฟังยิ้มบางๆ ตั้งแต่ที่มยองแจอุคโดนสั่งย้ายออกจากโรงเรียนชีวิตดงแฮก็ปลอดภัยขึ้นมา อย่างน้อยๆการเดินขึ้นห้องเรียนมันก็ไม่ได้อันตรายเท่าเก่าเขาจึงสามารถที่จะวางใจให้ขึ้นไปคนเดียวได้

แต่บางที การวางใจมันก็อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเสมอไป เพราะแค่ทั้งคู่แยกกันก็มีสายตานับร้อยจ้องมองมายังร่างเล็ก ความอึดอัดโจมตีอย่างรวดเร็ว และมันก็มากขนาดที่จะทำให้ดงแฮรีบสาวเท้าเดินเข้าไปในตึกได้ แต่แค่ไม่กี่เมตรก็มีใบหน้าที่คุ้นเคยมาขวางเอาไว้ก่อน

รีบไปไหนน่ะลีดงแฮ

ยองซันแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ใบหน้าขาวๆที่ดูเหมือนไม่มีพิษไม่มีภัยช่างน่าสะอิดสะเอียนสำหรับคนมองเสียจริง ที่ด้านหลังมีเด็กวินเซอร์รูฟอีกสองคนติดตามมาด้วย ไม่ต้องเดาก็พอจะคิดได้ว่าเพราะอะไรถึงได้มาหาเรื่องกันแบบนี้

ชั้นมีของขวัญจะให้ คิดว่านายคงชอบ

กล่องสี่เหลี่ยมทรงยาวสีเรียบถูกยื่นมาให้ และดงแฮก็รับมาอย่างไม่ไว้ใจนัก อะไรของนาย

เปิดดูสิ ..บางทีเห็นแล้วอาจจะขอบใจชั้นก็ได้

แม้จะไม่ได้ฉลาดเป็นกรดอย่างพวกนักสืบในหนังแต่ร่างเล็กก็ยังมีสติพอที่จะไม่ไว้ใจงูพิษอย่างคนตรงหน้า ดงแฮยื่นกล่องไปในทิศที่พอจะขว้างให้ไกลตัวได้แล้วจึงค่อยเปิดผากล่องออกดู เมื่อเห็นว่ามันปลอดภัยจึงได้ชักมือกลับ ซึ่งแค่เห็นว่าคืออะไรก็หน้าชากัดฟันนิ่ง

อุปกรณ์ช่วยเหลือหน้าตาเหมือนส่วนต้องห้ามของตัวเองพร้อมกับสิ่งสร้างความสุขมากมายอยู่ในนั้น ไม่ต้องอธิบายก็รับรู้ได้ว่าต้องการจะบอกอะไรกันแน่

ยองซันกระตุกยิ้มอย่างสะใจ คิดว่าดงแฮคงจะเจ็บไปไม่น้อย หวังว่าคงจะชอบนะ เวลาว่างๆคงจะช่วยนายได้ จะได้ไม่ต้องวิ่งโร่ไปให้คนนั้นช่วยที คนนี้ช่วยที

ลูกชายท่านทูตทอดสายตามองแล้วก็ปิดฝากล่องด้วยรอยยิ้ม พยายามปรับสภาพอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติให้เร็วที่สุด มือเรียวเอื้อมไปคว้าข้อมือคนตรงหน้ามาแล้วยัดมันกลับคืนไปอย่างไม่สะทกสะท้านอะไรสักนิด

เก็บไว้ใช้กันเองเถอะ ..ชั้นมีแค่ของคิบอมคนเดียวก็เกินพอแล้วล่ะ ^ ^”

ไม่ใช่แค่คู่ปรับตัวเองที่อึ้ง แม้แต่เด็กวินเซอร์รูฟก็ยังอ้าปากค้างตามไปด้วย เมื่อได้ทีลีดงแฮก็ซ้ำอีกสักดอก

ชั้นชอบของจริงมากกว่า ..อีกอย่าง มีคิบอมอยู่แล้วมันคงไม่จำเป็นอ่ะ นายน่ะไม่มีใคร เอาไว้ใช้เองน่าจะเหมาะ

ตากลมจ้องนิ่งๆแล้วถอยหลังออกไปที่นอกตึกเพื่อไปหาคนรัก แต่โชคดีที่คิบอมตามมาพอดีจึงได้สอดมือควงแขนหนาอย่างอ้อนๆ

ที่รัก ..พยุงหน่อยสิ

คนฟังหัวเราะเบาๆในลำคอ แค่เห็นสีหน้าเด็กไมอาที่ชอบมาด้อมๆมองๆและตอแยตนในทุกครั้งที่มีโอกาสก็พอจะเดาได้แล้วว่าคงจะมีเรื่องอะไรกันอีก ซึ่งคนขี้รำคาญย่อมอยากตัดรำคาญอยู่แล้วจึงจับตัวเล็กแบกขึ้นหลังมันเสียเลย

งั้นคืนนี้จะทำเบาๆแล้วกันนะ

ถ้อยคำที่ออกมาแบบนิ่งๆจากคนนิ่งๆสามารถทำเอาอึ้งกันได้ถ้วนหน้า แฟนคลับของคิมคิบอมตาค้างกับสิ่งที่ได้ยินโดยไม่ได้นัดหมาย ยิ่งเห็นคนที่ตนชอบเอาอกเอาใจผู้ชายตัวเล็กนั้นมากมายก็พาลอิจฉากันขึ้นมาอีก แค่พวกเขาลับตาไปยองซันก็ออกอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยง

เห็นแล้วใช่มั๊ยว่าลีดงแฮมันมารยาสาไถแค่ไหนน่ะ!!!”

 

 

คิบอมปล่อยดงแฮลงจากหลังเมื่อขึ้นมาได้สักพัก สิ่งที่ทำก็แค่ตอกกลับพวกที่ชอบวุ่นวายในเรื่องส่วนตัวชาวบ้านก็แค่นั้น ไม่ได้อยากที่จะทำอะไรประเจิดประเจ้อ ซึ่งต่างคนก็ต่างเงียบอีกรอบจนกระทั่งขึ้นไปถึงห้องเรียน ซองมินก็รีบลุกไปหาเพื่อนรักอย่างเป็นห่วง

เป็นไงบ้างดงแฮ

ตากลมมองทั้งเจ้ากระต่ายน้อย กับเจ้าไก่หงอยที่นั่งอยู่ด้วยกัน มีอะไร ..ทำไมต้องทำหน้าตกใจแบบนั้นอ่ะ

ก็.. เฮ่อ ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว

มีอะไร เสียงทุ้มเอ่ยนิ่งๆ สภาพกระวนกระวายของซองมินและฮยอกแจมันทำให้คิบอมจับสังเกตได้ว่าคงจะมีเรื่องอะไรจริงๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่ออกอาการได้ขนาดนี้

เอ่อ.. คือ

ชั้นถามว่ามีอะไร

เสียงนิ่งๆที่ทรงอำนาจทำเอาคนฟังสะดุ้งโหยง แม้คิบอมจะไม่ได้ตวาดแต่มันก็น่ากลัวอยู่ไม่น้อย ร่างเล็กตัวอวบจึงต้องรีบรายงานในทุกอย่างที่ได้ยินชนิดหมดเปลือกเพราะกลัวจะโดนเจ้าวายร้ายงับหัวขาดเสียก่อน

พวกนั้นเป็นใคร

คือ.. ชั้นรู้แค่มีเด็กวินเซอร์รูฟด้วยส่วนหนึ่ง แล้วฝั่งไมอาก็มียองซันกับพวกของมันด้วย ซองมินระล่ำระลักตอบ

ดงแฮที่ยังซื่ออยู่ฟังแล้วก็ยิ้มได้ เมื่อกี๊ชั้นเจอยองซันแล้ว ไม่มีอะไร แค่มาหาเรื่องธรรมดา

แต่คิบอมกลับไม่คิดแบบนั้น มองโลกในแง่ดีเกินไปแล้วเจ้าแป๋ว ..นั่นมันแค่ด่านหน้าต่างหากล่ะ

ยังไงอ่ะโหด..

นายรู้จักเด็กวินเซอร์รูฟน้อยไปนะเจ้าแป๋ว ..แค่นั้นน่ะ ไม่ทำกันหรอก!!

ตากลมสลดลงเล็กน้อยเมื่อคิดตามสิ่งที่ร่างสูงบอก ดงแฮถอนหายใจแล้วเดินไปนั่งบริเวณที่ของตัวเองอย่างเครียดๆ แค่เรื่องซีวอนยังทำใจแล้วทำใจอีกว่าจะต้องถึงเวลาเผชิญหน้ากับความเป็นจริง แต่ถึงตอนนี้ก็ยังใจหวิวๆทุกทีที่นึกถึง ถ้ายังจะต้องมาสู้รบกับพวกแฟนคลับ 4E อีกเขาคงจะต้องบ้าแน่ๆ

เสียงพูดคุยที่คุ้นหูดังแว่วมาจากด้านนอกบ่งบอกว่าเป็นใคร คุณหนูลีที่เป็นเพื่อนรักหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย ทันทีที่ซองมินสบตาคยูฮยอนหน้าหวานก็เมินหนีไปอีกทางอย่างจงใจ กระอักกระอ่วนกับการพบหน้า เจ็บแปลบขึ้นมาจนน้ำตาแทบไหล

แต่เหตุการณ์นั้นมันก็ยังไม่เลวร้ายเท่าเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นมา

คิบอม ไปคุยกันหน่อย

สีหน้า สายตา และท่าทางที่ไม่คุ้นเคยของซีวอนทำเอาในห้องถึงกับเงียบกริบ ฮยอกแจหน้าซีดเพราะสังหรณ์ประหลาดเกี่ยวกับเรื่องราวต่อจากนี้ แต่คนที่ถูกเรียกกลับยังตีหน้านิ่งอยู่ได้ เหมือนว่ารู้ตัวและทำใจเอาไว้แล้ว

ต่างคนต่างมองหน้ากันและมองตามหลังกว้างๆที่เดินตามกันออกไป ดงแฮอยากจะอ้าปากร้องขอที่จะไปด้วยแต่ก็พูดอะไรไม่ออกเพราะโดนรังสีจากซีวอนปิดปากจนสนิทจึงได้แต่ขยับเบาๆโดยไร้น้ำเสียงเปล่งออกมา แต่เมื่อตั้งสติได้และลุกขึ้นหมายจะตามออกไปคยูฮยอนก็รั้งแขนเอาไว้ก่อน

มันเรื่องของลูกผู้ชาย

... ตัวเล็กนิ่งไปสักครู่ด้วยความมึนงง แล้วชั้นไม่ใช่ผู้ชายตรงไหน?

ร่างที่สูงกว่าถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน จะต้องให้อธิบายความแตกต่างอยู่เหรอ

ไม่มีคำโต้เถียงใดๆและกลายเป็นดงแฮที่ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้คิบอมแล้วหันไปฟุบหน้าลงที่โต๊ะของเพื่อนรักที่อยู่ด้านหลัง ซองมินได้แต่นั่งลูบผมเพื่อนเบาๆ อยากจะปลอบใจแต่สภาพตัวเองก็ยังไม่ค่อยดีแถมยังมีคนที่ไม่อยากเจอยืนค้ำหัวอยู่แบบนี้ใครจะอารมณ์ดีได้อีก

กินขนมหรือยัง คุณชายหนุ่มเอ่ยนิ่งๆ ไม่ได้เจาะจงว่าถามใครแต่คนที่รับไปคงจะมีแค่หนึ่งเดียว

ซองมินช้อนสายตาขึ้นจ้องแล้วก็หลุบลงมาที่เดิมอย่างไม่ใส่ใจนัก อย่าคิดมากเลยดงแฮ ไม่มีอะไรหรอก

ไม่กินสักอย่างเลยเหรอ

ดงแฮ ออกไปหน้าห้องกันมั๊ย เผื่อจะรู้สึกดีขึ้น

ตอบหน่อยสิ

ดงแฮ ลุกเร็วๆ อากาศแถวนี้ไม่ค่อยดี

แขนเล็กดึงข้อมือเพื่อนให้ลุกตามออกไป ฮยอกแจเห็นสภาพของซองมินก็พอจะเข้าใจจึงได้เข้าไปยืนแทนที่เพื่อนตรงหน้าของคยูฮยอนเมื่อทั้งสองออกไปแล้ว

นายไม่สงสารซองมินหรือไง ...อย่าตอแยเค้าอีกเลยถ้านายไม่ได้คิดอะไรแบบที่เค้าคิด

เป็นครั้งแรกที่ลีฮยอกแจปริปากพูดในถ้อยคำแบบนี้กับเพื่อนร่วมห้อง ตั้งแต่เด็กๆที่เขาเอาแต่อยู่ในมุมมืดๆ เพื่อนที่มีก็แค่ไปนั่งทานข้าวด้วยกัน ทำงานกลุ่มร่วมกัน แต่ถ้าถามว่าสนิทกับใครก็คงตอบได้ว่า ไม่มี  ดังนั้นซองมินจึงถือเป็นเพื่อนคนเดียวในตอนนี้ที่เขาคุยด้วยมากที่สุด แล้วในเมื่อเพื่อนเจ็บจะไม่อยากปกป้องเพื่อนบ้างเชียวหรือ

คยูฮยอนชักสีหน้าเล็กน้อย ไม่พอใจเพราะปกติฮยอกแจไม่ใช่คนที่จะมาสั่งสอนหรือตักเตือนอะไรใครแบบนี้

ไม่รู้อะไรก็อย่าพูดจะดีกว่า

อย่างอื่นชั้นอาจไม่รู้ แต่สิ่งที่ชั้นรู้มีแค่ว่า ..ซองมินเจ็บและเปลี่ยนไปเพราะนาย ..นายคนเดียว โจคยูฮยอน!!!”

เสียงห้าวกระแทกใส่แล้วเดินออกไปบ้าง ทิ้งให้คนที่มั่นใจในตัวเองยืนหน้าเครียดอารมณ์เสียอยู่เพียงลำพัง

โธ่เว้ย!!!”

 

บรรยากาศในห้องเรียนไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่บรรยากาศในห้องคณะกรรมการนักเรียนชั้นปีสองดูเหมือนจะหนักกว่า เพราะเมื่อซีวอนมาถึงก็สั่งให้คนอื่นๆออกไปในทันที สายตาของเด็กหนุ่มในเครื่องแบบวินเซอร์รูฟดูหวั่นๆเมื่อสบสายตาท่านประธานเข้า ไม่บอกก็รู้ว่ามีเรื่องถึงได้อยู่ในอารมณ์ที่น่าสะพรึงกลัวแบบนี้ และที่แน่ๆคือคงจะเรื่องใหญ่เสียด้วย

แกกับดงแฮเป็นอะไรกันสมกับเป็นซีวอนที่ไม่เคยอ้อมค้อมอะไร

...

ชั้นถาม แกก็ตอบมาสิน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจกดต่ำและถามอีกรอบ มันเป็นเสียงที่คิบอมไม่ชอบ และก็ไม่เคยคิดที่จะเป็นฝ่ายถูกกับมันแบบนี้ เพราะเขาไม่ใช่ลูกน้องที่ต้องรับคำสั่งใคร

ตาคมจ้องกลับอย่างนิ่งสงบก่อนที่จะตอบเสียงดังฟังชัดอย่างที่ไม่กลัวเกรงอะไร ในเมื่อกล้าถามและอะไรๆก็เลยมาจนถึงขั้นนี้ ถ้าไม่ยอมรับมันก็ดูจะไม่ใช่ลูกผู้ชายแล้ว

แฟน

คนฟังถึงกับกัดฟันยืนนิ่ง  ในอกเริ่มสุมไปด้วยอารมณ์ร้ายๆที่พยายามข่มให้นิ่ง ทั้งๆที่ความเป็นจริงคิบอมก็รู้ว่าเขานิ่งไม่ได้ แฟน ..ทั้งๆที่ก็รู้ว่าชั้นจีบดงแฮ ทั้งๆที่แกเองก็พูดว่าแกไม่ได้คิดอะไร ..งั้นเหรอคิบอม

อืม

มันตอบง่ายขนาดนี้เลยเหรอ ..ไม่รู้สึกอะไรเลยสินะ!!”

น้ำเสียงหนากระแทกอย่างประชดประชัน คิบอมถอนหายใจเบาๆ ถ้าถามว่าเขารู้สึกอะไรหรือไม่ก็คงจะตอบได้ว่ารู้สึก แต่สิ่งที่รู้สึกมันก็ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องมาพร่ำเพ้อสาธยายอะไรให้มากความ เอาแค่ใจความสั้นๆมันก็น่าจะเพียงพอ

แล้วจะให้ตอบอะไร

คำพูดที่ราบเรียบซึ่งส่งมาพร้อมกับสายตานิ่งๆนั้นทำเอาคนมองแทบจะคลั่ง หากมองว่ามันเป็นการยั่วโมโหมันก็คงจะไม่แปลกเพราะชเวซีวอนเกลียดท่าทางนิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยความยะโสของคิมคิบอมเป็นที่สุด

ชั้นต้องการคำอธิบายในเรื่องนี้

แต่ชั้นไม่มีให้

คิมคิบอม!!!”

จะให้ชั้นพูดอะไร แกถามชั้นก็ตอบ ..วันนั้นที่คุยกันชั้นยังไม่ได้เป็นแฟนกับดงแฮ ชั้นก็บอกตรงๆ แต่วันนี้เป็นแล้ว ชั้นก็บอกแกตรงๆ ..แล้วแกต้องการอะไรกับชั้นอีก

แกก็รู้ว่าชั้นจีบดงแฮอยู่

หน้านิ่งๆรู้สึกชาเล็กน้อยแต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้ก็คงต้องลุยต่อ และคนอย่างเขาไม่มีทางจะยอมจนมุมแล้วน้อมรับความผิดโดยสดุดีอยู่แล้ว

แกแค่จีบดงแฮ ..ไม่ได้เป็นแฟนกับดงแฮอยู่นี่ ..ดังนั้น ชั้นก็มีสิทธิ์ไม่ใช่เหรอ

ราวกับถูกตะบันหน้า ซีวอนถึงกับชาเพราะคำพูดเพื่อน คิ้วเข้มขมวดหนักจนแทบจะกลายเป็นเส้นเดียว แกว่าไงนะ.. นี่แกคิดแบบนี้เหรอ

แล้วจะให้คิดยังไง หน้าเดิมที่เหมือนจะไร้อารมณ์อื่นจ้องกลับ ในเมื่อมันเป็นแบบนี้

แต่สิ่งที่แกทำน่ะมันเรียกว่าตลบหลังชัดๆ ซีวอนเค้นคำพูดอย่างยากลำบาก โมโหจนแทบจะสุดขีดแต่ก็ยังพอที่จะปรามตัวเองได้อยู่ ว่าคยูฮยอนมันไม่ค่อยน่าไว้ใจแต่มันก็ยังดีที่ทำอะไรซึ่งๆหน้า แล้วนี่อะไร แกรู้ทุกอย่างที่ชั้นทำ แต่แกไม่เคยทำให้ชั้นรู้เลยสักนิด นี่น่ะเหรอสิ่งที่เพื่อนเค้าทำกันน่ะ

แกก็น่าจะรู้ว่าสันดานอย่างชั้นมันงูพิษย้อนคืนหน้านิ่งๆ แต่ดวงตากลับเป็นประกายวาววับ ชั้นบอกแกแล้วว่าชั้นมันไว้ใจไม่ได้

แทนที่จะสำนึกแต่ยิ่งกลับตอบมาด้วยถ้อยคำที่น่าโดนระทืบ แต่ถึงกระนั้นผู้ฟังก็ยังทนอยู่ได้ แกเห็นชั้นเป็นตัวตลกหรือไงถึงได้ทำแบบนี้  สิบกว่าปีมานี้น่ะเราเคยเป็นเพื่อนกันหรือเปล่า

สายตาดุดันจ้องเขม็งจนคิบอมต้องเมินหน้าหนีไปทางอื่น มันเป็นคำถามที่เจ็บปวดและเสียดแทงใจแต่หากอ่อนข้อให้สิ่งที่จะพุ่งมาทำร้ายก็คือความผิด ...แค่รักกันมันผิดเหรอ

ไม่ ..ผมไม่ผิด!!!

ร่างสูงที่แม้จะสูงน้อยกว่าแต่ว่าก็ไม่มากหันหน้าไปประจันกลับ เพื่อนกับแฟนมันคนละเรื่อง

ก็ใช่ แต่แกรู้มั๊ยว่าเพื่อนเค้าไม่ทำกับเพื่อนแบบนี้หรอก

ทั้งเจ็บทั้งจุก ชาแสบไปทั่วทั้งร่างยิ่งกว่าโดนราดด้วยน้ำร้อนที่เดือดอยู่ คิบอมกัดฟันแน่นพยายามที่จะยืนอยู่ให้ได้โดยไม่สะทกสะท้าน ถูกตราหน้าว่าชั่วว่าเลวมาก็ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง ถ้าครั้งนี้จะต้องยอมเป็นคนเลวเพื่อรักษาคนที่รักแสนรักเอาไว้ก็คงจะต้องยอมให้มันเป็นไปแบบนั้น เพราะคนอย่างซีวอนไม่มีทางรับฟังคำอธิบายแม้ว่าจะเรียกร้องมัน และคนอย่างเขาก็ยอมหักแทนที่จะยอมงอ ..ไม่มีทางเสียหรอกที่จะพูดคำว่าขอโทษ ในสถานการณ์แบบนี้ ..

ขอแค่ชั้นอยากจะได้ ..จะอะไร ชั้นก็ต้องได้มันมา

ตอบนิ่งๆราวกับว่ามันคือสิ่งที่ปกติ สายตาราบเรียบจ้องลึกลงในดวงตาของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อน เขายอมเป็นไอ้ตัวร้ายเพื่อที่จะปกป้องคนรักได้ดีกว่าเป็นคนดีที่ต้องกราบกรานขอคำให้อภัยจากใครคนอื่น

หากผมอธิบาย ในสายตาคนอย่างซีวอนย่อมมองว่าดงแฮผิด ..แต่มันไม่มีทางที่จะเป็นแบบนั้นหรอก

ดงแฮคือสิ่งที่ชั้นอยากได้ ..ไม่ว่าจะทางไหน ชั้นก็ต้องทำให้ได้มา

พลั่ก!!!

หมัดหนักๆเสยเข้าที่แก้มซ้ายอย่างเหลืออด ร่างสูงถึงกับเซไปชนกับโซฟาตัวใหญ่ คิบอมลูบแก้มเบาๆด้วยความมึนที่มากมายแต่ก็ยังถือว่าดีที่ยืนได้อยู่

ไอ้เพื่อนระยำ!!”

อา.. ขยับปากอีกครั้งให้มันเข้าที่ สีหน้าร้ายๆจ้องกลับไปบ้าง จะอัดให้ตายชั้นก็ไม่มีวันหลีกทางให้แก ดงแฮเป็นของชั้น เป็นสมบัติของชั้น และเป็นคนของชั้น

ไอ้คิบอม!!”

ยอมรับความจริงเถอะซีวอน ..เค้าเลือกชั้น ไม่ได้เลือกแก

ยิ่งพูดก็เหมือนกับเอาน้ำมันไปราดบนกองไฟ คนที่ไม่เคยแพ้ยิ่งหัวเสียอารมณ์ร้ายมากขึ้นไปอีก เขาไม่ได้เกลียดที่ดงแฮเลือกคิบอม แต่เกลียดในความไม่ซื่อและการผิดคำพูดที่ให้เอาไว้ และทั้งๆที่ตัวเองทำอะไรขาวสะอาดไม่เคยร้ายใส่แต่กลับต้องมาพ่ายไอ้คนตลบหลังเพื่อนแบบนี้ เป็นใครก็คงไม่มีกะใจปรามอารมณ์ให้ปกติแล้วไม่คิดอะไรในสิ่งที่เกิด

ดงแฮเป็นของชั้น เสียงหนาคำรามกร้าว เค้าไม่ใช่คนที่แกจะมาจีบได้ตามใจอีกต่อไปแล้ว

ประธานรุ่นผู้เงียบขรึมถึงกับกำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโปน อารมณ์ที่เคยสงบนั้นปั่นป่วนราวกับมีปีศาจร้ายอยู่ในร่าง เกลียดที่คนตรงหน้าท้าทาย เกลียดท่าทางอวดดีจองหองนั่น เกลียดแม้ว่าคนๆนั้นจะเป็นคนที่คบมานานก็ตามที

ทนไม่ได้ที่ต้องเป็นรอง ทนไม่ได้ที่จะต้องพ่ายแพ้ และทนไม่ได้ที่คนๆนั้นคือ คิมคิบอม!!

แกมันก็เก่งแต่เรื่องตลบตะแลง

ถ้าตลบตะแลงแล้วได้ของที่ต้องการมาชั้นก็จะทำ ..ไปถึงจุดหมายด้วยวิธีที่ง่ายกว่ามันก็ดีกว่าเดินฝ่าในเขาวงกตไม่ใช่เหรอ ถ้ามันมีทางลัดชั้นก็ไม่อยากจะเสียเวลาดักดานอยู่แบบนั้นหรอก คิบอมตอบอย่างฉะฉาน รอยยิ้มร้ายๆกระตุกอย่างผู้ชนะ ไม่ได้อยากจะสมน้ำหน้าแต่ท่าทางแบบนี้ของซีวอนมันน่าที่จะยั่วโมโหที่สุด

เพราะนี่ไม่ใช่หน้ากาก แต่มันคือใบหน้าที่แท้จริงของมนุษย์ปกติต่างหาก

ชั้นไม่ได้ผิดคำพูด แต่ในเมื่อเค้ามีใจให้ชั้นแล้วชั้นก็พอใจเค้า มันจะแปลกตรงไหนที่เราจะมาคบกัน เกมนี้มันไม่มีที่หนึ่งหรือที่สอง มันมีแค่ถูกเลือกกับไม่ถูกเลือกก็แค่นั้น ..แล้วบังเอิญว่าชั้นดันเป็นคนที่ผ่านเข้ามายืนในที่ที่แกอย่างอยู่พอดี มันความผิดชั้นเหรอ

ร่างหนากัดกรามดังกรอด เสียแรงที่ไว้ใจ

แกไม่เคยไว้ใจชั้นเลยต่างหาก

ไอ้คิบอม!!”

เสียงตวาดลั่นห้องแต่คนโดนตะคอกก็ยังไม่สะท้าน คิบอมยืนนิ่งหรี่ตาอย่างยั่วๆตามประสา ทำไมชั้นจะไม่รู้ ว่าแกไม่เคยไว้ใจชั้น ..และแกก็เห็นชั้นเป็นคู่แข่งมาตลอด

สายตาที่รู้ทันตวัดจ้องมองตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนกระตุกยิ้มใส่ หรือว่าไม่จริง

โครม!!

 

เสียงประตูห้องคณะกรรมการกระแทกปิดดังโครม ใบหน้าถมึงทึงปราดออกมาอย่างหัวเสีย ดงแฮที่ยืนอยู่หน้าระเบียงรีบหันไปมองด้วยความหวั่นใจ เมื่อเห็นซีวอนเดินกลับมาที่ห้องก็รีบเข้าไปหาหมายจะอธิบายสิ่งที่เกิด และก็เป็นครั้งแรกที่.. โดนเมิน

อย่าสนใจเลย เค้าก็เป็นแบบนี้ ฮยอกแจรีบเข้าไปดึงแขนของคนน่ารักเอาไว้เพราะร่างใหญ่ก้าวผ่านไปโดยที่ไร้แม้หางตาชายมามอง

น่ากลัวกว่าวันก่อนอีก ซองมินซึ่งหน้าซีดขยับปากอย่างยากลำบาก เค้าใช่ซีวอนที่รู้จักแน่เหรอฮยอกแจ

อืม ..ทำใจเถอะ ตาเรียวหลุบต่ำอย่างท้อแท้ เข้าใจแล้วใช่มั๊ยล่ะ ว่าทำไมชั้นถึงไม่คิดจะเข้าใกล้เค้ามากไปกว่านี้

เจ้าคนตาใสรีบพยักหน้าหงึกๆ เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งก็คราวนี้ เพราะต่อให้เป็นตัวเอง ถึงรักแค่ไหนแต่ถ้าเวลาโมโหแล้วทำให้ดูเลวร้ายน่ากลัวแบบนี้ก็คงไม่คิดที่จะเข้าหา ขอแอบมองแบบเดิมมันยังจะดีเสียกว่าเพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องมารองรับอารมณ์

ดงแฮที่ยังอึ้งอยู่ถึงกับขาตายและช็อกกับสภาพที่เป็น ลำบากให้เพื่อนทั้งสองต้องมาเตือนสติเอาไว้

ไปหาคิบอมเถอะ ไม่รู้จะเจออะไรบ้าง

ได้ยินแค่นั้นร่างเล็กก็รีบวิ่งไปยังห้องที่ซีวอนพาคนรักเข้าไป มือเรียวกระชากกระตูอย่างรวดเร็วและก็ทันที่จะเห็นคนตัวใหญ่เช็ดเลือดที่มุมปากอยู่

โหด.. โหดเจ็บมากมั๊ย

ตัวน้อยร้องเสียงสั่น รีบเข้าไปประคองให้นั่งลงบนโซฟาแล้วรีบวิ่งไปปิดประตูกันคนอื่นเข้ามาเห็น สภาพของคิบอมดูก็รู้ว่าคงไม่โต้ตอบเลยสักนิดถึงได้แย่แบบนี้ ถ้าเขาสวนคืนหรือต่อสู้บ้างบางทีก็อาจจะไม่ต้องเจ็บตัวอะไรขนาดนี้

เดี๋ยวเช็ดเลือดให้นะ

มือหนารีบฉวยมือเล็กคว้าเอาไว้ ช่างมันเถอะ

ทำไมล่ะ..อ..อื้อ

ยังไม่ทันขาดคำใบหน้าหล่อเหลาที่มีรอยช้ำนั้นก็ยื่นเข้ามากดจูบปิดปากบางๆเอาไว้ คิบอมใช้แขนเกี่ยวรั้งศีรษะคนตัวเล็กเอาไว้แล้วดึงมาจูบหนักๆรับขวัญทั้งที่ปากยังเจ็บ จูบนิ่งๆที่กินเวลาเกือบหน้าทีสามารถทำให้ลีดงแฮนิ่งลงได้ จากที่ลนลานด้วยความห่วงใยก็กลายเป็นหยุดนั่งนิ่งๆอยู่ในอ้อมกอดชายผู้เป็นที่รัก

ถ้าเลวแล้วรักกับนายได้ ..ชั้นก็ไม่สนอะไรทั้งนั้น

โหด..

ดูทำหน้าเข้า มือหนาเอื้อมขึ้นขยี้ผมนิ่มเบาๆ ชั้นไม่เป็นอะไรหรอกน่า

..แต่ชั้นเป็นห่วง เสียงหวานสั่นเทา สองมือประคองแก้มอิ่มของร่างตรงหน้าอย่างอ่อนโยน

ยิ้มที่อ่อนละไมส่งไปในทันที แค่โดนต่อยไม่ถึงกับตายหรอกน่า  ..ดีซะอีก ไอ้บ้านั่นจะได้ไม่ต้องไปลงกับคนอื่น

ขอโทษนะที่ทำให้ต้องทะเลาะกันหน้าสวยเศร้าลงทันตา ไม่ได้รู้สึกดีสักนิดที่ใครต้องมาตีกันเพราะตัวเองแบบนี้ ซีวอนเองก็เป็นเพื่อนที่ดีและสนิทกันอยู่ ไม่ได้อยากเสียใครไปสักคนเลยจริงๆ

ชั้นเป็นแบบนี้กับมันบ่อย ปกติ ..แค่ครั้งนี้หนักสุดเฉยๆ

อ้อมกอดอุ่นรั้งร่างเล็กลงมานั่งบนตักแล้วรัดเขาเอาไว้แน่น แค่อยากรู้ว่าจะไม่ไปไหนไกลหูไกลตาและอยู่ตรงหน้าให้สัมผัสได้ก็เพียงพอแล้ว เพราะเวลานี้ลีดงแฮเป็นประหนึ่งดวงใจที่จะเสียไปไม่ได้อีก

โหดกอดแน่นจัง

อย่าบ่นน่า ..เดี๋ยวนี้หวงตัวกับแฟนหรือไง

เปล่า -////-

ห้ามอยู่ห่างชั้นนะ ห้ามไปไหนโดยไม่มีชั้น ห้ามออกไปไหนกับคนที่ไม่รู้จัก ถ้าไม่ใช่เสียงชั้น ตัวชั้น หน้าชั้น ต่อให้อ้างชื่อชั้นก็อย่าสนใจนะ ..แค่นี้ทำได้มั๊ยเจ้าแป๋ว

อื้อ.. ตัวน้อยพยักๆหน้าหงึกๆ โสรแป๋วเข้าใจแล้ว แต่โหดหฤษฎ์ไม่เจ็บปากหรือไง พูดเยอะจริง

อย่าบ่น..

ดุอีกแล้ว.. เสียงอ้อนๆลากยาวใส่

ตากลมแป๋วจับจ้องใบหน้าคมคายแล้วลูบมือไปมา รู้สึกผิดจริงๆที่เกิดเรื่องแบบนี้ ถึงแม้คิบอมจะเลี่ยงไม่ยอมเอ่ยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ภายในใจก็รับรู้ในสิ่งต่างๆเป็นอย่างดี คิบอมคงเจ็บปวดไม่น้อย ถึงเขาจะมีรอยยิ้มบางๆส่งมาให้แต่แววตาก็ยังแฝงไปด้วยความกังวลใจอยู่

กลับห้องเรียนเถอะ เสียงหนาเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับคลายแขนออกจากเอวเล็ก

แต่ก็โดนดงแฮดันอกเอาไว้ เดี๋ยวเช็ดหน้าก่อน เริ่มช้ำแล้วอ่ะ

งั้นนายไปเรียนเถอะ ชั้นจะนอนอยู่นี่ ..เรียนเสร็จแล้วค่อยมาเรียก

จะโดดอีกแล้วเหรอ

ไม่อยากให้ใครเห็นในสภาพนี้

คำพูดที่ไตร่ตรองอย่างดีเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง ภาพพจน์ของซีวอนเป็นแบบไหนก็รู้อยู่ ซึ่งมันก็คงจะไม่ดีหากเด็กไมอาคนอื่นๆจะรู้ว่า 4E กำลังระส่ำระสาย แถมเทพบุตรผู้แสนดีก็ดันมากลายเป็นเจ้าชายอสูรอีก บางทีการตัดปัญหาง่ายๆแบบนี้มันก็อาจจะทำให้เขาสามารถปกป้องคนที่รักได้มากกว่าหนึ่งคน

โหด..

หืม

ไม่อยากไปเรียนคนเดียวเลย มือขาวสอดนิ้วประสานมือที่คล้ำกว่าเอาไว้แล้วบีบเบาๆ อยู่ด้วยคนได้มั๊ย

ไม่ ร่างใหญ่ส่ายหน้าทำตาดุ เราไม่ควรหายไปด้วยกันในเวลานี้ คิดถึงใจซีวอนหน่อยสิ

แต่..

แป๋ว คำรามต่ำอีกครั้ง ฟังกันหน่อยสิ

ก็ได้

ร่างเล็กรีบลุกขึ้นจากเบาะนิ่มๆที่เป็นตักคนรักแล้วจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะออกไปก็ยังอุตส่าห์ขอกำลังใจด้วยการขโมยจูบที่แก้มพองๆอีกซักฟอด หน้าสวยซีดลงเล็กน้อยเมื่อเดินผ่านพ้นประตู ซองมินกับฮยอกแจยังยืนรออยู่แต่ไม่ได้ใกล้ห้องคณะกรรมการมาก เจ้ากระต่ายที่เคยอวบรีบวิ่งไปหาเพื่อนด้วยความห่วงใยเพราะแค่เห็นสีหน้าที่ไม่ดีเท่าไหร่ก็ทนไม่ไหวแล้ว

ดงแฮ คิบอมเป็นไงบ้าง

ไม่เป็นไรหรอก ตาหวานหลุบต่ำ

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นฮยอกแจก็ยังพอจะเดาได้ สองคนนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ แต่คนนอกไม่ค่อยรู้ นายอย่าเครียดนักเลย

ชั้นเลวใช่มั๊ย?

เอ๋..

เพื่อนทั้งสองพร้อมใจกันประสานเสียงแล้วหันขวับ และก็เป็นซองมินที่ตบไหล่เสียเต็มแรง คิดอะไรแบบนั้น นายชอบกับคิบอมมาตั้งนานแต่ซีวอนต่างหากที่ไม่รู้

อย่าพูดไร้ความรับผิดชอบแบบนั้นสิซองมิน ชั้นรู้ตัวว่าชั้นผิดคุณหนูลีหน้าหวานถอนหายใจยาวๆ ชั้นคงจะต้องไปคุยกับซีวอน ว่าคิบอมไม่ผิด ชั้นไม่อยากให้พวกเค้าต้องบาดหมางเพราะชั้น

อย่าเลย ฮยอกแจค้านทันควัน เข้าไปก็ยิ่งจะมีแต่ทำให้อะไรๆแย่ลง ซีวอนไม่ใช่คนที่นายจะทำแบบนั้นได้ในเวลานี้ ปล่อยเค้าอยู่เงียบๆไปจะดีกว่า

แต่ยังไงก็ต้องคุยกัน เพราะซีวอนโกรธคิบอมมาก

นายห่วงความรู้สึกซีวอน หรืออยากปกป้องคิบอม คำถามจวกซัดมาอีกครั้ง สองอย่างนี้ไม่ได้ทำให้ผลที่ออกมาเหมือนกันหรอกนะ เพราะยิ่งนายปกป้องคิบอมเท่าไหร่ ซีวอนก็จะยิ่งอารมณ์ร้ายขึ้นเท่านั้น

ความเงียบปกคลุมในทันทีที่จบคำพูดของฮยอกแจ ดงแฮเดินคอตกตามหลังเพื่อนเข้าไปในห้องเรียน ซีวอนที่นั่งหน้านิ่งอยู่นั้นมีคยูฮยอนยืนใกล้ๆ แค่เห็นกลุ่มเด็กหนุ่มตัวเล็กๆที่บังเอิญสกุลลีเหมือนกันเดินเข้ามา ราชนิกูลร่างหนาก็เข้ามาหาและคว้าแขนคนเคยรักออกไป

ไอ้บ้า ปล่อยนะเว้ย ..ปล่อยชั้น!!!”

อย่าดิ้นสิ

ก็ปล่อยสิ บอกให้ปล่อย!!!”

ภาพที่คยูฮยอนฉุดกระชากลากถูซองมินออกไปสร้างความตกใจให้อย่างมาก แม้แต่ดงแฮเองก็ยังอึ้งไม่น้อย คงจะมีแต่ฮยอกแจที่ถึงจะไม่เข้าใจแต่ก็รู้อะไรมาบ้าง

ปล่อยเค้าเคลียร์กันเองเหอะ  ว่าแต่นายจะนั่งเรียนไหวมั๊ยน่ะ

คนน่ารักเหลือบมองโต๊ะที่นั่งแล้วก็ส่ายหน้า ถ้าไม่มีคยูฮยอนกับซองมิน แน่นอนว่ามันจะต้องเหลือแค่เขากับซีวอนอยู่ตรงนั้นแค่สองคน แล้วเวลานี้ร่างหนานั่นก็น่ากลัวยิ่งกว่ายักษ์กว่ามารอีก ใครจะไปกล้าอยู่ด้วย ยิ่งซีวอนนั่งอยู่ด้านหลังก็ยิ่งเสียวสันหลังจนไม่เป็นอันทำอะไร

ร่างเล็กทิ้งตัวอย่างเหนื่อยอ่อน สายตาหลายๆคนในห้องมองมาเหมือนว่าเขาคือต้นเหตุทั้งหมดของเรื่องแย่ๆในวันนี้ ความกดดันที่ทวีคูณก่อเกิดในพริบตาจนแทบจะเป็นบ้าตาย

คิบอม ..ชั้นจะทนอยู่ในห้องนี้โดยไม่มีนายได้สักกี่นาที ตอนนี้ชั้นอึดอัดจนจะบ้าอยู่แล้วนะ

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

ซองมินโดนลากตัวออกจากห้องเรียนขึ้นไปที่บนดาดฟ้าท่ามกลางสายตาของนักเรียนมากมาย แต่ก็ดีหน่อยที่เจ้ากระตายน้อยขนปุยไม่กล้าแหกปากโวยวายเมื่อออกจากห้องของตัวเอง สิ่งที่เห็นจึงมีแค่ภาพที่คยูฮยอนดึงแขนเด็กไมอาคนหนึ่งที่ขัดขืนเป็นระยะ ซึ่งก็ไม่ได้น่าแตกตื่นนัก

ประตูดาดฟ้าถูกเปิดออกและดันคนที่ตัวเล็กกว่าให้ออกไป จากนั้นจึงได้ปิดกระแทกแล้วยืนขวางเอาไว้กันเจ้ากระต่ายพยศจะหาทางหนี

ร่างเล็กสะบัดหน้าเมินใส่อย่างหัวเสีย ใจเจ้ากรรมมันก็เต้นรัวถี่ตั้งแต่ที่เห็นหน้า ความน่ารักเมื่อวานทำให้ใจที่เคยแข็งเริ่มอ่อนลง แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับก่อนหน้ามันก็ยังไม่สมควรที่จะน่าให้อภัย

หันมาคุยกันดีๆหน่อยสิ

เหมือนเสียงลมพัดผ่าน เพราะนอกจากซองมินจะไม่หันมาหาแล้วยังทำหน้าเซ็งอีกด้วย

ที่รัก..

...

หันมาหน่อยสิ ..ที่รัก

คอแข็งหนักกว่าเก่าเพราะเจ้ากระต่ายยิ่งเชิดใส่หนักเข้าไปอีก แต่พอเขาเรียกไม่หยุดก็หันมาตีหน้าโหดบ้าง แต่สำหรับคยูฮยอนแล้วหน้าไหนมันก็คงน่ารักอยู่ดี ขอแค่คนๆนี้ยอมหันมา

ไม่ต้องมาเรียก ฟังแล้วคันหู เสียงห้วนกระแทกใส่ มีอะไรก็พูดมา ชั้นไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่กับคนอย่างนาย

ใจร้ายจัง ร่างหนาเสียงอ่อยลงทันที แค่อยากรู้ว่าได้ของที่ให้ไปหรือเปล่า ของโปรดที่รักทั้งนั้นเลยนะ

เหรอ นิ่งๆมาอีกสักรอบ ตอบพร้อมกับตวัดหางตามาจิกซ้ำอย่างประชด

สีหน้าที่ทำเหมือนไม่ใส่ใจสามารถทำร้ายคนที่ไม่เคยมีใครเมินได้อย่างไม่ยากนัก คยูฮยอนท้อใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เพราะบทเรียนมันสอนว่าเขาควรที่อ่อนข้อในในเมื่อต้องการหัวใจของอีกฝ่ายคืนมา คนที่ผิดก็ไม่ควรที่จะเรียกร้องอะไรมากไปกว่าการที่ได้อยู่ในสายตาบ้าง

จะไม่คุยกันดีๆใช่มั๊ย

แล้วนายมีอะไรให้น่าคุยดีด้วยบ้างล่ะ

สายตาที่ตำหนิอย่างจงใจทำเอาร่างใหญ่ถึงกับต้องหลบวูบ รู้ตัวดีกว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะต่อว่าอยู่แล้ว

ที่รักเป็นคนแรกที่ชั้นรักนะ

เหอะ.. คนแรก ลีซองมินตวัดสายตาซ้ำมาอีกรอบ ริมฝีปากบางยกขยับอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่อยากจะใจอ่อนให้กับผู้ชายใจร้ายคนนี้อีกต่อไปแล้ว

คนแรก ..ที่เท่าไหร่

อ..เอ๊ะ?

ชั้นเป็นคนแรกที่เท่าไหร่ของนายล่ะ ...คนที่เท่าไหร่ที่ได้ยินคำพูดแบบนี้พ่นออกมาโดยที่นายไม่ได้คิดจะใส่ใจหรือรับผิดชอบในคำพูด ..พอเถอะ ผมไม่ใช่ไอ้เด็กหน้าโง่ให้คุณชายหลอกอีกต่อไปแล้ว ..ผมเหนื่อย ผมเจ็บ เจ็บจนเกินที่จะหันหลังกลับมาแล้ว

เสียงหวานสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด กลั้นใจที่จะพูดให้จบประโยคทั้งที่แค่คิดน้ำตาก็ปริ่มจะไหลออกมา ที่ผ่านมาทั้งรักทั้งไว้ใจ ต่อให้หลอกตัวเองว่าตัดได้แต่หัวใจก็ยังเรียกร้องเขาอยู่

แต่จะให้กลับไปเป็นแบบเดิมน่ะเหรอ ไม่มีทางเสียหรอก ..ลีซองมินจะไม่มีวันใจอ่อนซ้ำซากอีกต่อไปแล้ว

ไม่ต้องกลับมา ..แต่เริ่มที่ 0 ใหม่ก็ได้ ร่างหนารีบคว้าคนตัวเล็กมากอดเอาไว้แนบอก นะซองมิน ..ขอให้ชั้นได้แก้ตัวสักครั้ง

มือบางๆรีบดันอกกว้างแล้วผลักออกไปเต็มแรง น้ำใสๆไหลเอ่อออกมาอย่างสุดกลั้น เขาทำใจแข็งต่อหน้าคนใจร้ายคนนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ..หลอกตัวเองว่าไม่รู้สึกอะไรไม่ได้แล้ว

ฮึก.. เริ่มเพื่ออะไร เริ่มเพื่อให้ชั้นกลับไปเป็นคนรักลับๆของนายน่ะเหรอ ไม่มีทางซะล่ะ ชั้นต้องการคนรัก ต้องการคนที่จะดูแลหัวใจชั้น เคียงข้างชั้น ไม่ได้ต้องการคนที่ต้องคอยหลบๆซ่อนๆเจอกันเวลาที่เหงา ..ได้ยินมั๊ย ชั้นไม่ต้องการ!!!”

...

ถ้าให้กันไม่ได้ก็ออกไปจากชีวิตชั้นซะตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า สองมือปาดน้ำตาอย่างหัวเสีย ไม่เข้าใจว่าจะร้องอะไรนักหนา ฮือ.. ฮึก จะดึงชั้นกลับมาเจ็บซ้ำซากทำไมในเมื่อสักวันนายก็ต้องใช้ชีวิตกับใครคนอื่น ถึงตอนนั้นจะเอาชั้นไปไว้ที่ไหน ..ฮึก

...

ชั้นไม่ใช่ตุ๊กตานะคยูฮยอน ตัวเล็กทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างอ่อนแรง ฮึก ..ไม่ใช่ของที่นายสามารถยัดเก็บในตู้ได้เวลาที่เจอของใหม่ที่ดีกว่า อยากเล่นก็หยิบออกมาเป็นครั้งคราว .. ฮือ ชั้นมีหัวใจ ชั้นเจ็บเป็นนะ!!!”

ชายหนุ่มร่างหนาซึ่งสวมชุดสีแดงอิฐของวินเซอร์รูฟยืนนิ่งมองคนตัวน้อยจากไมอาร้องไห้ฟูมฟายตรงหน้าอย่างคนใจร้าย แต่เพียงเสี้ยวนาทีใบหน้าที่เรียบเฉยก็กลั่นน้ำตาไหลออกมาเงียบๆ เขาเข้าใจในทุกความรู้สึกของซองมินเป็นอย่างดี เข้าใจในทุกอย่างแล้วอย่างแจ่มแจ้ง และก็รับรู้ว่าสิ่งที่คนๆนี้ต้องการเรียกร้องมันคืออะไร

แค่ความรัก ..รักที่มั่นคง รักที่สัมผัสได้ รักที่จะไม่ทำร้ายหัวใจอีก

มือหนาปาดน้ำตาพยายามทำหน้าปกติ เขาทรุดตัวลงข้างๆร่างเล็กแล้วสอดแขนประคองคนเคยรักกันเอาไว้ ถึงหัวใจจะยังรัก และรู้ว่าอีกฝ่ายก็รัก ...แต่สถานะกลับไม่ใช่คนรักอย่างเก่าก่อน มันยังคงรอเวลาที่จะสมานแผลในใจเพื่อที่จะกลับมาใช้คำว่า คนรัก อย่างสมบูรณ์

ปีครึ่ง ..ทนได้มั๊ย?

ฮึก..

ทนอยู่แบบนี้อีกปีครึ่ง ..เรียนจบเมื่อไหร่เราไปอเมริกาด้วยกัน นิ้วยาวรีบเช็ดน้ำตาบนหน้าสวยอย่างทะนุถนอม เจ็บปวดเหลือเกินที่เห็นเขาร้องไห้จะเป็นจะตายแบบนี้

ตอนนี้ชั้นทำอะไรไม่ได้ แค่ออกจากบ้านสังคมก็จับตาแล้ว ..แต่ชั้นอยากจะมีความรัก อยากจะอยู่กับคนที่ชั้นรัก และอยากที่จะรักกับนาย ..ได้มั๊ยซองมิน ทนอีกหน่อย.. ถ้าชั้นเข้ามหาวิทยาลัยที่นั่นเมื่อไหร่ชั้นจะเป็นอิสระจากกรงทองพวกนี้แล้ว

...อย่ามาตลก คนตัวน้อยปัดมือที่หวังดีออกอย่างไร้เยื่อใย ทำไมชั้นต้องเอาชีวิตไปผูกไว้กับนายด้วย ..ในเมื่อนายไม่มีทางทำได้อยู่แล้ว

จุกไปไม่น้อยเพราะก็รู้ตัวว่ามันก็ใช่ ที่ผ่านมาเขาหัวอ่อนให้ผู้ใหญ่และอยู่ในกรอบที่ถูกตีไว้ให้มาโดยตลอด แต่ในเมื่อคนอื่นๆยังออกมานอกกรอบเพื่อเลือกชีวิตของตัวเองได้ ทำไมเขาจะทำแบบนั้นบ้างไม่ได้ล่ะ ..ขอแค่ไปอเมริกา ขอแค่ไปให้พ้นจากสังคมเดิมๆนี้ ขอแค่ไม่ต้องพึ่งเงินทองของพ่อแม่ที่ส่งเสียอยู่ เขาก็จะสามารถมีชีวิตที่ตัวเองลิขิตได้

ชั้นยังหาเงินเองไม่ได้ เรียนก็ยังไม่จบ ..ที่ซุกหัวนอนนอกจากบ้านก็ยังไม่มี แบบนี้จะไปดูแลใครได้ ความรักอย่างเดียวมันไม่ทำให้มีชีวิตรอดหรอกนะซองมิน เสียงเข้มเอ่ยอย่างหนักแน่น ชั้นยังต้องพึ่งพ่อแม่ ถ้าทำอะไรไปตอนนี้แน่นอนว่าแค่บีบอีกหน่อยชั้นก็ไม่มีปัญญากระดิกไปไหนแล้ว ..ชั้นไม่ได้อยู่ในฐานะเดียวกับคิบอมหรือคนอื่นๆ นายเข้าใจมั๊ย

...

ครอบครัวชั้นยึดติดกับธรรมเนียมและหัวโบราณ นายก็รู้ ..ชั้นต้องทำให้ตัวเองไปจากที่นี่ให้ได้ก่อน ขอแค่ชั้นไม่ได้อยู่บนแผ่นดินเกาหลีแล้ว ชั้นจะสามารถทำอะไรเองได้โดยไม่ต้องสนใจว่าใครจะบีบ ...อยู่โน่นชั้นทำงานพิเศษได้ เรียนจนจบ หางานทำต่อได้ แต่อยู่ที่นี่อนาคตชั้นอยู่ไหน ..แค่ท่านพ่อท่านแม่กระดิกนิ้วก็ตัดหนทางทำมาหากินหรือแม้แต่คนรอบข้างชั้นได้แล้ว

มันเป็นอย่างที่คยูฮยอนพูดทุกอย่าง และซองมินก็รู้ดีว่าเขาไม่ได้โกหก โจแชวอนมีอิทธิพลแค่ไหนใครๆก็รู้ ถ้าลองจะบีบลูกตัวเองน่ะมันง่ายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วยเสียอีก  และทางเดียวที่จะหนีอิทธิพลของเขาพ้นก็คือการหลบไปอยู่ต่างประเทศ

แต่ถ้าทำแบบนั้นมันก็เหมือนเป็นลูกอกตัญญูไม่ใช่เหรอ?

ถ้าทำแบบนั้น ..นายคิดจะทิ้งพ่อทิ้งแม่งั้นเหรอ คิดง่ายไปหรือเปล่า

ไม่ใช่แบบนั้น สีหน้าเคร่งเครียดจ้องกลับมาอย่างเหนื่อยอ่อน จะอยู่ที่นั่นจนกว่าพวกท่านจะทำใจได้ เพราะอย่างน้อยๆถ้าพวกท่านไม่ยอมรับ เราก็จะยังมีชีวิตที่ปกติอยู่ไม่ใช่เหรอ แล้วถ้าเราอยู่ที่นี่.. คิดไม่ออกจริงๆเหรอซองมินว่ามันจะเป็นยังไง

...

อีกอย่าง ถ้าเราอยู่ที่นี่ก็จะไม่มีใครขุดคุ้ยเรื่องของเราให้พ่อแม่ต้องเหนื่อยใจ เพราะเราจะเป็นแค่คนธรรมดา ชั้นไม่ใช่ราชนิกุล นายเองก็ไม่ใช่ลูกชายโปรดิวเซอร์ชื่อดัง

...

ร่างเล็กขยับตัวหันหนีไปทางอื่น ทั้งกลัว ทั้งกังวล ทั้งสับสน มันปนกันไปหมด ...สิ่งที่คยูฮยอนพูดมันก็ถูก แต่จะให้เชื่อใจได้อย่างไรว่าเขาจะไม่โกหก จะไม่ทำร้าย และจะไม่เปลี่ยนใจกลางคัน คนๆนี้ลังเลแค่ไหนทำไมจะไม่รู้

ที่รัก.. มือหนาเอื้อมคว้าแขนเรียวที่เล็กลงจากเดิมจนผิดหูผิดตาเพื่อที่จะดึงให้อีกฝ่ายหันมามอง ชั้นจริงจังนะ ครั้งนี้ชั้นไม่ได้พูดเล่น ชั้นรู้ตัวว่าที่ผ่านมาตัวเองแย่แค่ไหน ..แต่ชั้นจะขอเป็นคนเลวครั้งสุดท้าย ขอให้ที่รักทนหลบๆซ่อนๆอีกปีครึ่งจะได้มั๊ย ..แค่นั้นจริงๆ

ตากลมที่แดงช้ำกลอกไปมาอย่างลังเล จนในที่สุดก็ไตร่ตรองและกลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดจนได้

งั้นนายก็เริ่มต้นจีบชั้นใหม่ ..ถ้าชั้นไม่รับรักนาย เราก็จะไม่มีอนาคตที่นายคิดเอาไว้ร่วมกัน

...

นายไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวชั้นทั้งนั้นจนกว่าชั้นจะรับรัก ..ชั้นจะยอมไปกับนายก็ต่อเมื่อนายทำให้ชั้นไว้ใจได้เท่านั้น ชั้นจะไม่มีวันใจอ่อนเพราะคำพูดหวานๆกับวิมานในอากาศอีกต่อไปแล้ว

ที่รัก..

ตอนนี้ชั้นไม่ใช่ที่รักของใคร ซองมินกดเสียงนิ่ง เวลานี้เขามีสติมากอย่างที่ไม่เคยมากมาก่อน ทุกคำพูดล้วนไตร่ตรองมาอย่างดี ต่อให้ในอดีตเคยโง่งมงายแต่วันนี้เขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว

เคยรักได้ก็เลิกรักได้ ..ถ้านายทำให้ความรักของชั้นที่มันใกล้จะตายฟื้นขึ้นมาใหม่ได้ เราจะกลับมารักกัน แต่ถ้านายพิสูจน์ตัวเองไม่ได้ ...มันจะตายอย่างถาวร

...

ถ้าไม่อยากเสียเวลาก็จบกันซะตรงนี้แล้วใช้ชีวิตของใครของมัน

ชั้นรับข้อเสนอ คยูฮยอนสวนขึ้นทั้งที่ร่างเล็กยังพูดไม่จบ ถึงนายจะมองว่าชั้นชั่ว ชั้นเลว ชั้นไม่เอาไหน ..แต่ชั้นก็จะทำให้นายรู้เอาไว้ว่าขั้นไม่ได้โกหก

...

ขอให้คนเลวๆคนนี้ได้แก้ตัวเพื่อคนที่เค้ารักเถอะนะ

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ending talk

 

พยายามจะทำฮารุเฮให้เสร็จ ..แต่ก็ยังทึ้งกันอยู่

เกาะใหม่ที่เพิ่งเปลี่ยนบอร์ดทำเอาเมาโค้ดไปเป็นสัปดาห์ ..เหมือนนับหนึ่งกันใหม่ เฮ่อ..

 

บลูหายหน้าไปจากฟิคก็ไม่ใช่ว่าสุขสบายหรอกนะคะ ชีวิตยังวุ่นวายเหมือนเก่า แค่เปลี่ยนไปวุ่นกับอย่างอื่นแค่นั้น ..เริ่มเหนื่อย เริ่มล้า ... หลังจากส่งฟิคแล้วจะหายหน้าไป ขอพักให้หายเหนื่อยแล้วกลับมาวุ่นใหม่แล้วกัน

 

แฟนฟิคหลายคนปิดเทอม ..ขอให้มีความสุข สนุกสนาน

สำหรับคนที่เดินทางไปต่างประเทศ ... ขอให้เดินทางปลอดภัย ไปถึงแล้วส่งข่าวบอกกันด้วยนะคะ

 

 

อยากกลับมาแต่งฟิคแบบสบายๆจัง ...เฮ่อ..

 

 

 

 

 

ปล้ำปลาตาหวาน ตอนนี้ยาว 20 หน้าเวิร์ด ... น่ากลัวดีจริงๆ -*-

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #67090 PobarO (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 01:27
    ชอบแก๊งลี น่ารักๆทุกคนเลย55555555
    หนึบทุกคนเลยตอนนี้ คยูมินง้อกันไวๆนะ อิอิ
    #67,090
    0
  2. #67060 DreamPatty (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2556 / 23:58
    นี่คยูทุ่มมากอ่า สงสัยจะจริงจังแล้วแฮะ
    #67,060
    0
  3. #66995 แดกเด็กทั้งวัน (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 20:28
    คือเรื่องนี้อ่ะส่วนตัวคิดว่า วอนอ่ะ บทน้อยนะ 

    แต่แม้ ง โคตรมีผลต่อเรื่องราวต่อจากนี้เลยนะ 
    #66,995
    0
  4. #66924 luknamalotte (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 14:41
    ยองซันแน่ๆเลย สงสารแป๋วจัง เมื่อวานยังหวานๆอยู่เลย มาโรงเรียนก็มาเจอเรื่องแบบนีอ เฮ้อ..
    #66,924
    0
  5. #66832 แอ๋มแป๋ (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2555 / 02:18
    ทุกคนต่างก็มีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น

    ไม่มีใครทำอะไรถูกไปสะหมดหรอก
    #66,832
    0
  6. #66604 P-ENT (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2555 / 23:01
    วอนก็สงสาร บอมก็สงสาร ด๊องก็สงสาร

    แต่จะทำไงได้

    ในเมื่อบอมกับด๊องรักกัน

    แล้วด๊องก็ไม่อยากหักหาญน้ำใจวอน 

    เลยไม่กล้าบอกไปตรงๆ


    #66,604
    0
  7. #66313 KIHAE*129 (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 22:51
    เข้าใจวอนอยู่น่ะ

    แต่มันไม่ใช่ความผิดคิเฮเด้ล่ะ

    บอมก็ไม่เคยบอกแล้วว่ามันไว้ใจไม่ได้

    วอนก็ไม่เคยยอมรับความเป็นจริง

    คิดแต่ว่าแพ้ไม่ได้

    พอเหมือนหมวยต้องพูดก็จะยืดเวลา

    หมวบก็ใจแข็งไม่พอที่จะทำให้มันจบ

    นี่แหละชีวิต

    มินสุดยอดอ่ะ

    กี้สู้ๆพิสูจน์ให้มินเห็น
    #66,313
    0
  8. #66258 np137 (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 28 มีนาคม 2555 / 11:51
    ซองมินมีสติมากๆ ซีวอนจะเป็นยังไงมั่ง ?
    #66,258
    0
  9. #66187 Zelon (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 / 00:08
    Oops! คุณชายชเวสบถคำหยาบ



    บอมยอมเป็นคนแย่ๆในสายตาเพื่อน

    วอนก็ขาดสติแล้ว น่ากลัวมากกกกกก = =''' เข้าใจนะว่าแบบ จีบอยู่ อยู่ๆมีแมวมาคาบปลาย่างซะงั้น ไม่แปลกที่จะคิดว่าโดนตลบหลังจิงๆ แต่ชักเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าโมโหเพราะรักด๊อง หรือเพราะแพ้บอม แอบสะใจตรงที่บอกว่า "เสียแรงที่ไว้ใจ" แล้วโดนบอมตอกกลับมา ....แทงใจอะดิ พ่อคุณชายอ่อนโยน



    เห้อ..ถ้ามันจะผิด ก็คงเป็นที่เรื่องราว เวลา มันพออเหมาะเกินไปละมั๊ง วันนั้นหลังจากดูหนัง ถ้านายยอมฟังที่ด๊องพูดซะ..ไม่คิดซื้อเวลาด้วยการผลัดไปก่อน ..มันอาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้นะ(มั๊ง)
    #66,187
    0
  10. #66052 chin-cha (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 15 มกราคม 2555 / 06:56
     โอเคกี้  ให้อภัยล่ะ


    เครียดกะวอนคิเฮ
    #66,052
    0
  11. #65821 Ringo-rr (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 15:26
     กี้สู้ๆนะ ต้องอดทนเพื่อนคนที่รัก ^^

    วอนน่าสงสารนะ ที่โดนแบบนี้ เหมือนโดนหักหลังเลย
    โดยเฉพาะ เป็นบอม ที่วอนยอมไม่ได้ที่จะต้องเป็นรองหรือยอมเเพ้

    สงสารด๊องด้วย  บางทีคนกลางก็ลำบากใจ เเละน่าสารไม่เเพ้กัน

    #65,821
    0
  12. #65784 Darker-40 (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2554 / 21:45
    ขอให้ทำได้อย่างที่พูดนะคยู

    ก็สงสารวอนอยู่หรอกนะ = = แต่ไม่รู้วะ จิตใจคนมันก็เงี๊ยแหละ
    #65,784
    0
  13. #65386 NANA (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 14 กันยายน 2554 / 12:14
    เฮ้อออออออ~~ สงสารวอนอ่ะ

    วอนเหมือนโดนเพื่อนหักหลัง เหมือนโดนด๊องหลอก เป็นใครก็ต้องโกรธ



    คยูมิน เริ่มต้นกันใหม่ จีบกันใหม่ ก็น่ารักดีเหมือนกัน

    เป็นราชนิกูล เป็นคนในสังคมสูง ลำบากจังนะ

    #65,386
    0
  14. #65315 yon_hwa (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2554 / 18:53
    ซึ้งง

    คยูมินมากก

    อ๊ากกก

    วอนโหดมากก
    #65,315
    0
  15. #65290 เจ้าชายหมาป่า (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2554 / 21:50
    แอบสงสารวอนเบา ๆ

    คยู พยายามเข้านะ ><

    #65,290
    0
  16. #64000 dolzpumz (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2554 / 22:47
    สงสารวอนเหมือนกันนะ

    แต่หมวยเลือกแล้วนะ วอนต้องทำใจรับความจริง เข้าใจมั้ย

    ส่วนคยูมิน เหมือนจะเริ่มดีขึ้นนิดนึง กี้ พิสูจน์ตัวเองให้ได้นะ เอาใจช่วยๆ
    #64,000
    0
  17. #63905 []เดอะ.สอง? (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2554 / 15:44
     สงสารบอมอ่ะ วอนยอมเหอะ
    คยูได้ใจมากเลย
    #63,905
    0
  18. #63796 MCH (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2554 / 15:50
    ปุด ปุด ปุด



    4E นี่แอบน่ากลัวกันทั้งน้านจริงๆ ประทับใจโหดโฮกก



    ส่วนพ่อราชนิกุลก็สมใจซักที
    #63,796
    0
  19. #63749 Heart_KimLee[129] (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 28 เมษายน 2554 / 00:59
    บรรยากาศชักเริ่มอึดอัด กดดัน ขึ้นเรื่อยๆแล้ว

    ต่างคนต่างไม่ยอมกัน เเรงพอกันทั้งคู่

    สงสารทุกคนเลย รีบเคลียร์กันเร็วๆนะ

    จะได้มีความสุขกันซะที เฮ้อ



    กี้สู้ๆนะ ขอโอกาสแล้วก็ต้องทำให้ได้นะ

    ทำให้มินใจอ่อนเร็วๆนะ สู้ๆ



    ไรเตอร์สู้ๆค่ะ
    #63,749
    0
  20. #63589 Pink_Panther (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 เมษายน 2554 / 09:04
    วอนบู๊ = ="

    กี้ก็นะ .... เพื่อคนที่เรารักเราทำได้ทุกอย่างจริงๆนั่นแหละ

    รู้สึกว่าเนื้อหาแต่ละตอนจะยาวขึ้นยาวขึ้นนะไรท์เตอร์ ><
    #63,589
    0
  21. #63344 mister.bean (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 8 เมษายน 2554 / 21:41
    กี้สู้ ๆๆ มินใจอ่อนเร็ว ๆนะ ^^'
    #63,344
    0
  22. #63229 ♥mt_saranghae>>km♥ (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 30 มีนาคม 2554 / 21:50

    กรี๊ดดดดด   ในที่สุดคยูมินก็กลับมา   !!
    แต่วอนบอม TT  ไม่เอานะ ! วอนไม่ทำอย่างนี้ดิ !

    #63,229
    0
  23. #63228 นิดหน่อย129 (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 30 มีนาคม 2554 / 21:02

    แอบลุ้นที่บอมบอกรัก

    ต้องกรี๊ดเมื่อบอมบอกวอนว่าเป็นแฟน แร๊งได้อีกมิน่าโดนเลย

    มันเริ่มอึมๆๆละ

    #63,228
    0
  24. #63150 Primadonna-yui (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 25 มีนาคม 2554 / 21:35
    สงสารทั้งวอนและบอม

    แต่สงสารบอมมากกว่าอ่ะ

    หนูผิดไหมค่ะ ฮ่าๆ

    โจวกี้ สู้ๆ ชั้นเชียร์นายแล้วนะ คึคึ
    #63,150
    0
  25. #63022 Lovely_k_suju (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 22 มีนาคม 2554 / 02:12
    สงสารทุกคนเลยอ่ะT^T
    #63,022
    0