Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 80 : Charpter 51 : แค่มี...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    1 เม.ย. 53

 

ผู้คนขวักไขว่ไปมาอยู่บนท้องถนน ท้องฟ้าที่มืดครึ้มยังมีฝนพรำลงมามากมาย ไอบางๆที่เกาะกระจกร้านอาหารขนาดเล็กมีหยดน้ำเริ่มไหลรวมตัวกันเป็นจุดๆ การได้มองภาพที่แสนวุ่นวายภายในสถานที่ที่เงียบ สงบ และมีเสียงเพลงเปิดคลอเบาๆแทนเสียงจอแจวุ่นวายมันก็เป็นสีสันอย่างหนึ่งของชีวิต

กาแฟกลิ่นละมุนที่ถูกนำมาเสิร์ฟพร้อมกับซอฟต์เค้กอ่อนนุ่มตรงหน้าของรางหนาซึ่งนั่งอยู่เพียงลำพัง คยูฮยอนยังคงเหม่อมองไปด้านนอกด้วยอารมณ์ที่นิ่งสงบ วันนี้เขาไม่มีรถ ไม่มีความสะดวกสบายอะไร เป็นแค่ชายหนุ่มธรรมดาๆที่เดินดินและท่องไปบนสายซับเวย์

มือคู่หนึ่งที่เกาะกุมกันแน่นนั้นเจ้าของร่างกำลังวิ่งฝ่าสายฝนมายืนหลบที่หน้าร้านด้วยกันด้วยรอยยิ้ม ร่างที่สูงกว่าเอื้อมไปปัดหยดน้ำบนศรีษะเด็กสาวที่สูงแค่ไหน ในขณะที่อีกฝ่ายก็ซับน้ำบนแก้มให้อย่างอ่อนโยน มันช่างเป็นภาพที่ดูน่ารักและน่าประทับใจจนอยากที่จะมีใครมาอยู่ข้างๆ

มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหามุมสวยๆเพื่อที่จะกดถ่ายรูป พอได้ภาพที่สวยถูกใจก็กดส่งมันไปถึงใครอีกคน ไม่ได้ตั้งใจจะให้อีกฝ่ายตอบมาแต่แค่อยากที่จะส่งความรู้สึกไปให้และแบ่งปันอะไรๆที่แสนดี

ดินสอแท่งเล็กถูกนำมาเขียนเนื้อเพลงที่ออกมาจากหัวใจ ถ้อยคำเรียงร้อยลงไปบนแผ่นกระดาษที่เพิ่งจะขอที่ร้านมา อาจจะไม่สละสลวยนักแค่ก็คงจะพอแทนสิ่งที่คิดอยู่ได้ คยูฮยอนนั่งฮัมเพลงไปเรื่อยๆแล้วลองไล่โน้ตตามที่คิดเอาไว้พร้อมกับเขียนควบคู่ไปกับเนื้อหา การออกมานั่งที่ข้างนอกบางทีมันก็ดีอยู่ไม่น้อย

สักพักเมื่อฝนเริ่มซาร่างหนาก็หยิบเอาร่มที่เพิ่งจะซื้อมากางและรอที่จะขึ้นรถเมล์ รูปถูกถ่ายเป็นระยะและส่งไปถึงคนที่อยู่ห่างไกลในทุกครั้งที่อยู่ว่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพของตัวเองหรือแม้กระทั่งสิ่งรอบตัวที่พบเจอ ขอแค่ความรู้สึกเหล่านี้มีผู้รับไปเขาก็พอใจแล้ว

รถสายที่รอมาจอดเทียบที่ป้ายรถเมล์ ร่างหนารีบขึ้นไปบนรถและเดินไปนั่งที่เบาะหลังสุด สายลมเย็นๆที่ผ่านไอฝนพรำลงมามันช่างโรแมนติกเหลือเกิน วันนี้ทั้งวันเขาออกมาจากบ้านและตะลอนไปเกือบจนทั่วโซล อยากที่จะใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาที่ไม่ต้องมียศถาอะไร ซึ่งเป็นแบบนี้มันก็สบายใจดีไม่น้อย เพราะไม่ต้องคอยปั้นหน้าและคอยแบกรับอะไรไว้บนบ่าจนหนักอึ้ง

บางทีชิวิตที่เพียบพร้อมมันก็ไม่ได้ทำให้หัวใจอบอุ่นหรือมีความสุข ชีวิตที่ใครๆมองว่ามันดีพอก็อาจจะไม่พอดีเสมอไป ชีวิตคนก็เหมือนแก้วน้ำ อะไรที่มีมากจนถึงขีดสุดของความต้องการก็มักจะถูกละเลยทอดทิ้ง ในขณะที่บางสิ่งที่ขาดหายก็ยังคงต้องตะกายดิ้นรนหาไปจนกว่าจะได้มา

คยูฮยอนหลับตาปล่อยอารมณ์ให้ลอยไปตามหัวใจที่เป็นอิสระ มองไปเห็นคนมีคู่เดินกันอยู่ก็ใจหาย ถ้าวันนั้นเขารู้จักคำว่าเพียงพอและคิดที่จะเรียนรู้สิ่งที่เรียกว่าความรักมันก็อาจจะไม่เป็นแบบนี้ คิดแล้วก็สมเพชตัวเองที่ใช้ชีวิตแบบหายใจทิ้งไปวันๆทั้งที่มีใครหลายต่อหลายคนที่ตะเกียกตะกายไขว่าคว้าต้องการสิ่งต่างๆแต่เขากลับไม่ต้องทำแบบนั้นเลยสักนิด เกิดมาบนกองเงินกองทอง เพียบพร้อมด้วยรูปร่างหน้าตา แม้แต่ชาติตระกูลและความสามารถก็ไม่ได้ด้อย ..แต่กลับขาดในสิ่งที่ขาดยาจกยังหาเจอ และสิ่งนั้นก็คือ รักแท้

มาคิดๆดูแล้วการเดินตามเส้นที่ถูกขีดเอาไว้และไม่เคยออกนอกกรอบไปไหนมันอาจที่จะทำให้ไม่สามารถคเนพบเส้นทางใหม่ที่ดีกว่า ตั้งแต่เล็กจนโตที่พ่อแม่บอกให้ซ้ายก็ไปซ้าย บอกให้ขวาก็ไปขวา ไม่เคยเลยที่จะตัดสินใจเลือกอะไรเองจริงๆ ซ้ำเกิดมาก็ถูกยัดแนวคิดมากมายใส่ในหัวจนเต็มไปหมด พอมารื้อหลายๆอย่างในสมองก็กลับแทบหาสิ่งที่เกิดจากความคิดของตัวเองไม่ได้

นี่เขาเป็นหุ่นยนต์กระบอกที่ถูกผู้ใหญ่ฝังชิปความต้องการและความคิดให้มานานแค่ไหนกันนะ?

เสียงเพลงจากไอพอดยังคงดังและเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นึกถึงเมื่อก่อนที่เริ่มรู้จักที่จะเริ่มจีบผู้หญิงใหม่ๆ แค่ใครได้ยินว่าเขาเป็นใครก็หลงใหลได้ปลื้มโดยไม่ได้รู้จักกันสักนิด และแน่นอนว่ามีหลายคนพยายามตะกายขึ้นมาหาเพื่อหวังว่าเขาจะช่วยยกระดับพวกหล่อนให้ดูดี ซึ่งนั่นมันคืดจุดเริ่มต้นที่มองว่าเด็กผู้หญิงเหล่านั้นไม่คู่ควรและก็ดีไม่พอที่จะเคียงข้าง

ราชนิกุลอย่างเราๆน่ะควรจะคบกับผู้หญิงที่อยู่ในระดับเดียวกัน สังคมสมัยนี้มันปากกัดตีนถีบ บางคนก็หวังสมบัติไม่ได้รักเท่าไหร่ซ้ำยังเชิดหน้าชูตาไม่ได้ ถึงเราจะไม่มีกษัตริย์แล้วแต่ตระกูลเราก็ต้องรักษาเกียตรินะคยูฮยอน

คำพูดที่กรอกหูมาตั้งแต่เริ่มโตเป็นหนุ่มยังจำได้ดี มันอาจจะเพราะผู้ใหญ่สั่งสอนให้คิดแบบนั้นบวกกับคนที่เข้ามามันเป็นแบบนั้นจริงๆเลยทำให้ที่ผ่านๆมาเขาไม่คิดจะจริงจังกับใคร เพราะไม่มีใครหวังจะจริงจังด้วยอยู่แล้ว ผู้หญิงสมัยนี้ที่ดีๆก็มีอยู่ แต่ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่เคยเจอ แต่พอมาเจอก็ดันเป็นผู้ชายและก็ดันทำร้ายไปอีก

เสียงริงโทนโทรศัพท์ในมือดังขึ้นจนได้ ใบหน้าที่นิ่งสงบเหลือบมองชื่อที่ขึ้นพลางถอนหายใจ แต่ถึงจะมีคำถามและคำตอบในใจก็ยังกดรับ

อืม ว่าไง

[คืนนี้ว่าจะจัดปาร์ตี้ที่คอนโดเรนะ คู่ขาเก่าอย่างแกน่าจะมานะเว้ย ผู้หญิงเค้าคิดถึง]

ภาพใบหน้าแสนสวยของนางแบบสาวลูกครึ่งญี่ปุ่นโผล่เข้ามาในหัว แต่มันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอะไร

ชั้นไม่ว่าง

[อะไร คนอย่างโจคยูฮยอนไม่ว่าง.. น้องเรนะเค้าคลั่งแกจะตาย ขาวๆอวบๆสวยๆแบบนี้น่ะแกไม่สนเหรอวะ]

ขาว อวบ สวย .. ช่างสะกิดใจ แต่กลับกลายเป็นใบหน้าที่น่ารักและเรือนร่างของเจ้ากระต่ายน้อยขนปุยตาใสที่ชื่อลีซองมินลอยมาแทนที่ในพริบตา จะว่าใจร้ายก็ได้แต่ถ้ายังจับปลาหลายมืออยู่แบบนี้มันจะไม่เหลือเลยสักตัวเดียว และเขาก็เลือกที่จะเก็บคนที่ผูกพันด้วยหัวใจเอาไว้แทนคนที่สวยสะเด็ดแต่ติดใจแค่กลเม็ดที่แพรวพราวในยามระเริงรัก

เวลานี้เขาต้องการคนรัก ไม่ได้ต้องการที่จะแค่มีเซ็กซ์

คยูฮยอนถอนหายใจเบาๆอีกครั้ง พวกแกไปกันเถอะ ผากบอกเรนะด้วยว่าดูแลตัวเองดีๆ

[แกพูดเหมือนจะไม่เจอเค้าอีกอย่างนั้นแหละ]

ชั้นจะเลิกเที่ยวแล้วล่ะ

[อะไรนะ!?!]

ชั้นจะเปลี่ยนตัวเองใหม่ ..แกฟังไม่ผิดหรอก

[…]

ก็แค่อยากล้างอะไรที่แย่ๆ ..แกคงไม่โกรธนะ เรายังเป็นเพื่อนกันแต่ว่าชั้นคงจะไม่ค่อยได้ออกไปเจอพวกแกอย่างเก่าแล้ว

[เฮ๊ย ทำไมวะ ..ทำไมอยู่ๆแก..]

ชั้นมีคนที่ชั้นรักและไม่อยากทำให้เสียใจแล้วว่ะ ..ชั้นอยากจะทำตัวดีๆเพื่อเค้า เค้าเจ็บเพราะเรื่องแย่ๆที่ชั้นทำมามากพอแล้ว ไว้สักวันแกรักใครจริงๆแล้วแกจะเข้าใจ

[นี่มันทอล์คออฟเดอะทาวน์เลยนะ ..แกจะเป็นคาสโนว่าถอดเขี้ยวเหรอ แกอำชั้นหรือเปล่า??]

พูดจริงเว้ย คุณชายหนุ่มหัวเราะอารมณ์ดีแต่รอยยิ้มเหงาๆยังคงไม่จากไปไหน ตอนนี้ชั้นอยู่บนรถเมล์ว่ะ แฟนชั้นเคยบังคับให้มานั่งด้วย ตอนนั้นชั้นว่ามันไร้สาระแล้วก็ลำบาก ..แต่ตอนนี้ชั้นรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้แย่อะไร มองข้างทางเพลินๆเห็นคนมากมายก็สบายใจดี

[นี่แกพูดจริงเหรอวะคยูฮยอน]

ชั้นจะล้อแกเล่นทำไมวะ ..อา แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวชั้นต้องลงรถเมล์แล้ว

นิ้วหัวแม่มือกดวางสายพร้อมทั้งหยิบเอาบัตรสารพัดประโยชน์ที่เพิ่งจะเติมเงินใส่มาแตะเบาๆเพื่อจ่ายเงินก่อนที่จะลง ร่มคันไม่ใหญ่ไม่เล็กสีดำสนิทถูกกางอีกครั้ง รองเท้าหนังอย่างดีเริ่มเปรอะเพราะทั้งเศษฝุ่นและน้ำที่กระเด็นนั้นมาเกาะเต็มไปหมด ปกติแล้วเขาไม่ค่อยได้มาเดินนักหรอกไอ้มยองดงนี่ เวลาอยากได้อะไรก็ไปแต่ห้างสรรพสินค้า แต่วันนี้เขาก็อยากที่จะมาดูว่าเวลาคนรักเดินหาเสื้อผ้าถูกใจมันจะเป็นอย่างไรบ้าง

ที่ย่านแห่งนี้ค่อนข้างที่จะวุ่นวายเพราะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนหลายสัญชาติ ทั้งจีน ไทย ญี่ปุ่น ฝรั่ง มากมายเต็มไปหมด มีแผงลอยตั้งอยู่ข้างทางเดินมากมาย แต่ว่าบางส่วนก็ใช้พลาสติกคลุมของที่ขายเอาไว้เพราะไม่สามารถที่จะเปิดร้านตอนนี้ได้ คงจะมีแค่ร้านขายร่มนั่นแหละที่ดูจะขายดีที่สุด

ไอศกรีมแสนยาวที่รับประกันว่าสามารถใส่ได้ยาวถึงหนึ่งไม้บรรทัดที่อยู่ตรงซอยเล็กๆในมยองดงยังได้รับความในใจอยู่ คุณชายโจแวะซื้อมาและจ่ายไปในราคาไม่กี่วอน และก็หยุดให้เจ้าของร้านช่วยถ่ายรูปให้ เดินไปก็กดพิมพ์ข้อความไป จากนั้นก็ท่องไปตามทางต่อ

นักดนตรีที่ขึ้นแสดงบนเวทีเล็กๆเหมือนเป็นที่โชว์ผลงานดึงให้เขาสนใจได้พอสมควร เพิ่งจะรู้ว่ามีศิลปินหลายคนเริ่มต้นที่ข้างถนนแบบนี้ เด็กหนุ่มยืนทานไอศกรีมที่หวานเย็นและมองดูพวกเขาเล่นไปเรื่อยๆ พอหัวหน้าวงประกาศว่าใครอยากจะขึ้นมาลองเล่นดูก็ทิ้งของในมือและอาสาขึ้นไป

แต่ก็ยังไม่วายยิ้มใส่สาวน้อยที่น่าจะเป็นบุตรสาวของคนประกาศ ช่วยถ่ายคลิปให้ผมหน่อยนะครับ

เสียงสีไวโอลินที่หวานซึ้งตรึงใจดึงดูดให้ใครหลายๆคนเริ่มเข้ามายืนดู ทั้งที่ฝนยังโปรยปรายอยู่แต่ก็ยังมีจำนวนไม่น้อยที่กางร่มอยู่แบบนั้น แม้กระทั่งรายการที่พักกองอยู่ใกล้ๆเนื่องจากฟ้าฝนไม่เป็นใจก็ยังให้ความสำคัญ

นั่นมัน.. เหมือนคุณโจคยูฮยอน ลูกชายท่านโจแชวอน เสียงทุ้มเอ่ยบอก

บรรดาเด็กในกองที่นั่งจิบกาแฟกันอยู่ต่างลุกพรวดขึ้นไปมุงดูที่กระจกและลงความเห็นสรุปว่าคงจะไม่ผิดตัวแน่ๆ เพราะทั้งลีลา ฝีมือ เพลงที่ใช้ และไหนจะการแต่งตัวที่บ่งบอกรสนิยมแล้วมันคงจะไม่ใช่เด็กหนุ่มทั่วไปแน่ๆ

ลงไปถ่ายกันหน่อยดีกว่านะ

คนที่เป็นเป้าหมายยังคงพรายยิ้มอยู่กับเสียงดนตรีที่เขารัก จากหนึ่งเพลงก็เพิ่มเป็นสองเพลง และจากแค่ไวโอลินก็เริ่มมีอย่างอื่นเพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งนั่นมันก็ทำให้เวทีที่มีคนประปรายได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากเพลงที่บรรเลงจะไพเราะและนักดนตรีก็รูปงามสง่าแล้วยังจะสามารถสร้างบรรยากาศให้คู่รักที่ยืนกางร่มท่ามกลางฝนที่โปรยปรายได้

อารมณ์เหงาๆที่อยากจะให้ใครบางคนกลับมาเคียงข้างทำให้เขาถ่ายทอดความอ้างว้างผ่านบทเพลงที่กังวานจนความหนาวเริ่มเกาะหัวใจของใครหลายคน คู่รักสองสามคู่อิงไหล่ซบกันเมื่อฟังเสียงหวานๆ หลายคนกระชับมือให้แน่นเพื่อแทนคำบอกรัก ...แต่อีกหนึ่งคนที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวกำลังร่ำไห้ในหัวใจที่หนาวเหน็บ

ตอนนี้เขารู้แล้วว่าถึงจะมีคนมากมาย แต่ถ้าหากไม่มีใครที่ต้องการมันก็ดูจะไร้ค่า แต่หากเวลานี้มีคนที่รักอยู่ใกล้ๆ ต่อให้หนาวสักแค่ไหนก็คงจะอุ่นใจไม่ต้องกอดตัวเองอยู่แบบนี้

ผมคิดถึงคุณนะ ..ที่รัก

 

เมื่อเพลงสุดท้ายจบลงเสียงปรบมือก็ดังสนั่น นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกภาคภูมิใจกับการแสดงของตนมากขนาดนี้ เพราะวันนี้เขาขึ้นเวทีในฐานะนักดนตรีนิรนามไม่ใช่โจคยูฮยอนที่มีชื่อเสียงในแวดวงไฮโซ เพราะแบบนั้นเขาก็ไม่เคยที่จะรู้ได้ว่าเสียงปรบมือนั้นมาจากใจหรือว่าเพราะจำใจต้องปรบ

คยูฮยอนรับโทรศัพท์กลับมาด้วยรอยยิ้มและโค้งขอบคุณทั้งเจ้าของเวทีที่ให้โอกาสและผู้ชมที่มอบรอยยิ้มกลับมาให้ และก็ไม่แปลกอะไรที่หัวหน้าวงจะทาบทามเขาให้มาร่วมแสดง

ผมไม่ค่อยว่างน่ะครับ วันนี้บังเอิญผ่านมาเฉยๆ ราชนิกุลหนุ่มตอบเลี่ยงๆ เพราะขืนเขารับปากแล้วท่านพ่อท่านแม่รู้ข้าวคงมีหวังได้บ้านแตก

แต่ฝีมือคุณน่าทึ่งมากเลยนะ ..ว่าแต่คุณชื่ออะไรครับ

ภาษาที่แสนสุภาพแต่ดูจริงใจช่างเห็นได้ยากในสังคมของเขา อันที่จริงคยูฮยอนประเมินได้ว่านี่ไม่ใช่วงที่ดีเลิศอะไรแต่ทำไปเพราะใจรัก คงจะมีแค่หัวหน้าวงคนนี้ที่ฝีมือดีจริงๆ เพราะคนอื่นๆก็ยังอยู่ในระดับกลางๆที่ไม่ถึงกับสูงมากสักเท่าไหร่

แต่คำตอบก็ออกมาจากปากคนที่ไม่คิดว่าจะโผล่มาได้ เพราะยังไม่ทันจะอ้าปากก็มีเสียงไมค์ดังขึ้น

วันนี้เราโชคดีมากเลยนะครับเพราะได้มีโอกาสมาเห็นคุณโจคยูฮยอนเล่นดนตรีกันสดๆท่ามกลางสายฝนโปรยปรายของมยองดง

ใบหน้าหล่อเหลานิ่งอึ้งไปในพริบตาและรีบหันซ้ายหันขวาเพื่อจะหาทางหลบหนี ร่างสูงก้มหน้าก้มตาแต่เพราะเหมือนทางรายการจะพยายามให้เขาเข้ากล้องจึงต้องขอร้องกันดีๆเพราะก็ไม่ได้อยากจะมีเรื่องให้คนที่กำลังมีบรรยากาศดีๆได้ขุ่นเคืองใจ

ขอโทษนะครับ แต่วันนี้ผมแค่อยากมีชีวิตที่เรียบง่าย ..กรุณาอย่าทำลายมันเลยนะครับ

สิ้นคำก็รีบเดินหนีออกไปท่ามกลางความสงสัยของผู้ชมที่ยืนมองตามกันอยู่และเริ่มซุบซิบว่านั่นคือโจคยูฮยอน ราชนิกูลหนุ่มที่เคยเห็นในข่าวบ่อยๆจริงหรือ

เมื่อหลบมาในซอยที่มีผู้คนพลุกพล่านก็หยิบเอาแว่นกันแดดมาสวมและทำตัวเนียนๆเข้าไปในร้านเสื้อผ้า มีเด็กวัยรุ่นมากมายเดินไปเดินมา หลายคนมีรอยยิ้มเหมือนว่าทั้งโลกนี้สดใสและไม่มีอะไรย่ำแย่เลยสักนิด แต่พอมองย้อนดูตัวเองแล้วก็เหนื่อยใจเพราะนอกจากจะกระดิกไปไหนก็มีคนสนใจแล้วยังต้องตกเป็นเป้าสายตาอย่างเลี่ยงไม่ได้ และในบางครั้งถ้าเกิดเป็นคนที่ไม่มีใครรู้จักมันก็อาจจะดี

มือยาวจับเนื้อผ้าของชุดที่แขวนเอาไว้ มันก็ไม่ได้แย่อะไรและบางแบบก็ดูดีเสียด้วยซ้ำ แถมราคาก็แสนจะถูกเมื่อเทียบกับแบรนด์ดังๆที่เขาใส่อยู่

ขอโทษนะครับ เสื้อตัวนี้มีไซส์เล็กกว่านี้หรือเปล่า

อ๋อ มีค่ะ

พนักงานที่นั่งเหม่อมองลูกค้าหนุ่มรูปหล่อถึงกับสะดุ้งและรีบกระวีกระวาดจัดหามาให้ เอาไซส์ไหนคะ

อืม .. M ครับ

 

เลือกมาแล้วทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ให้คนที่อยากใส่หรือเปล่า วันนี้คยูฮยอนเดินกางร่มทั้งวันเพื่อแวะร้านขนมหลายที่ อะไรที่เขาชิมแล้วรู้สึกว่าอร่อยก็จะซื้อติดมือมา กว่าจะกลับไปที่ห้างสรรพสินค้าที่ตนจอดรถคันหรูเอาไว้ก็มืดค่ำ

ซื้อมาเยอะขนาดนี้เลยเหรอวะ บ่นตัวเองอย่างขำๆเพราะถือจนล้ามือเอาเหมือนกัน

รถสีสดถูกสตาร์ทขับออกไปและก็มุ่งหน้าไปยังบ้านหลังใหญ่ของใครที่อยากเจอ ไม่ได้คิดจะเข้าไปกวนใจแต่อยากที่จะเอาของที่ซื้อมาไปให้ก็เท่านั้น แต่ทันทีที่จอดรถก็เจอร่างหนาตาตี่ๆยืนเท้าสะเอวอยู่

จะมาทำไมอีก เยซองขมวดคิ้วถามห้วนๆ ไม่ได้ไล่แต่ก็ไม่ได้ญาติดีด้วยเสียทีเดียว

อยู่ก็ดี มานี่หน่อยสิ

นอกจากจะไม่กลัวแล้วยังจะเรียกเขามาอีก แต่เพราะคนที่อายุมากกว่าไม่ยอมขยับเลยต้องเงยหน้าขึ้นจากเบาะหลังแล้วร้องเรียก

มาช่วยถือของหน่อย ชั้นถือคนเดียวไม่หมด

จำเป็น?

ถ้าไม่อยากให้เข้าไปก็มาช่วย ถ้าไม่ช่วยนายก็รับผิดชอบเอาเสื้อสีชมพูกับขนมนี่ไปกินให้หมดแล้วกัน

หน้านิ่งๆมองจิก กวนตีนนะมึงเนี่ย

ทำอย่างกับมึงไม่ได้กวนตีนกูอยู่ คยูฮยอนสวนเข้าให้

สุดท้ายเยซองก็ต้องถอนหายใจหนักๆประชดใส่แล้วเดินไปยืนปั้นหน้านิ่งเพื่อดูว่ามีอะไรบ้าง บ้าหอบฟางหรือไง จะซื้ออะไรมาเยอะแยะ

ก็เห็นว่าอร่อย น้องนายคงจะชอบ ว่าแล้วก็หยิบของส่งไปให้ เอ้า ..รับไปสิ

ถึงจะทำหน้าแย่ๆใส่แต่ก็กระชากมาแบบรำคาญ ส่องมองแล้วก็รู้สึกว่าจะมีแต่ของที่ซองมินชอบทั้งนั้น ไม่รู้ว่าไอ้หมาป่าตัวนี้มันจำได้เองหรือว่าบังเอิญซื้อมาถูกกันแน่ แต่พอเงยหน้าขึ้นมองของที่เหลือก็ต้องจ้องหน้าคนที่ซื้อมาให้

ที่นี่ไม่ใช่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้านะเว้ย ซื้ออะไรมาขนาดนี้

พอใจ

คิดว่าซองมินจะใจอ่อนเพราะของกินหรือไง

แค่อยากซื้อมาให้ เข้าใจมั๊ย? หน้านิ่งๆหันไปจ้องกลับ สักครู่ก็หลบสายตาทอดมองลงบนพื้นหญ้าที่หน้าบ้าน

นายเคยไปที่ไหนสักที่แล้วอยากซื้อของที่ตัวเองกินอยู่ไปฝากใครสักคนให้เค้าได้ลิ้มรสของที่เรารู้สึกว่าอร่อยมั๊ย ..ถ้าเคย ชั้นว่านายคงจะเข้าใจที่ชั้นทำนะ

เยซองหมดอารมณ์ที่จะก่อกวนหรือต่อปากต่อคำอะไร เขาเดินนำร่างสูงเข้าไปที่ในบ้าน แต่ก็ให้แค่เอาขนมไปวางไว้ที่ห้องรับแขก จากนั้นก็เชิญออกนอกบริเวณเขตบ้านตระกูลลีแบบไม่มีข้อแม้ ซึ่งคุณชายร่างสูงก็ไม่คิดจะอิดออดร้องขออะไรเพราะความตั้งใจเขามีแค่นี้

แค่อยากให้คนรักได้รับในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกดี ...แบบที่ซองมินเคยทำให้เขามาก่อน ก็เท่านั้น

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

ตั้งแต่เช้าที่มีข้อความเข้าไม่หยุดหย่อนชีวิตที่เงียบสงบของลีซองมินก็ถูกรบกวนตลอด ทั้งที่บอกตัวเองว่าจะไม่สนใจแล้วแต่ก็อดที่จะเปิดดูชื่อคนส่งไม่ได้ว่าเป็นใครที่ตามรังควาญ ซึ่งเมื่อเห็นว่าเป็นที่ชื่อตัวเองบันทึกเอาไว้ว่าห้ามรับก็กดปิดเครื่องหนีความรำคาญให้รู้แล้วรู้รอด แต่เมื่อช่วงบ่ายก็อดใจไม่ไหวต้องเปิดดูจนได้เพราะความใจอ่อน

หัวใจที่แห้งผากสั่นไหวเมื่อเปิดข้อความล่าสุด รูปชายหนุ่มที่เอนศีรษะพิงหน้าต่างรถเมล์แล้วเหม่อมองไปที่ด้านนอกซึ่งมีฝนโปรยปรายอยู่ดูแล้วช่างโรแมนติก และข้อความที่พ่วงต่อท้ายก็ทำเอาถึงกับหลั่งน้ำตาได้โดยง่าย

 

ฝนตกแบบนี้ที่รักคิดถึงใคร ..ส่วนผมน่ะคิดถึงคนที่ได้รับข้อความนะ

 

รูปต่อๆมาก็เป็นสถานที่และอะไรต่อมิอะไรมากมายที่เขาหมั่นส่งมาให้จนแทบจะเต็มกล่องข้อความ มือคู่หนึ่งที่กุมกันเอาไว้คือภาพที่ร่างเล็กหยุดใช้สายตานานที่สุด ยิ่งมีถ้อยคำสั้นๆจากคนที่รักแสนรัก น้ำตาก็ยิ่งไหลบ่าออกมาอีก

 

ถ้ามือคู่นี้เป็นมือของเราสองคน ..ผมคงจะไม่หนาวแบบนี้

 

เสียงข้อความที่ถูกส่งมาตอนที่ปิดเครื่องยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และคนที่ทำใจแข็งก็เปิดอ่านทั้งน้ำตาไม่คิดว่าคนหัวสูงและเย่อหยิ่งอย่างเขาจะยอมทำอะไรแบบนี้ ร่างเล็กนั่งกอดเข่าอยู่ข้างเตียงและมองไปยังนอกระเบียงที่มีสายฝนพรำอยู่แบบนั้นจนกระทั่งเริ่มมืดค่ำจึงปิดประตูและผ้าม่านให้เรียบร้อย

ซองมินนอนตะแคงมองโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กที่เงียบเสียงไปได้สักพักใหญ่ๆ ไม่มีข้อความเข้ามาแล้วหลังจากอ่านอันสุดท้ายที่เพิ่งจะส่งมาเมื่อสองชั่วโมงก่อน ไม่อยากจะยอมรับว่ากำลังรอเสียงบางอย่างอยู่แต่ในเมื่อมันยังเงียบก็นอนจ้องอยู่แบบนั้นราวกับมันจะสามารถส่งกระแสจิตถึงใครบางคนได้

อ้อมแขนที่กอดหมอนข้างถูกรัดจนแน่นเพื่อระบายอารมณ์ที่อัดอั้นอยู่ รู้สึกว่าแขนมันว่างๆและอยากจะกอดใครบางคนที่จงเกลียดจงชัง ทั้งที่ยังรักอยู่เต็มหัวใจแต่ความเจ็บและความหวาดกลัวมันก็มากเกินกว่าที่จะอภัยให้ในเวลานี้

แต่เมื่อถามตัวเองว่าหากเขามายืนตรงหน้าจะกล้าตะเพิดอีกครั้งไหม ..กลับไร้คำตอบกลับมา

ไม่มีเสียงโทรศัพท์ ไม่มีเสียงข้อความเข้า และคนน่ารักที่ร้องจนดวงตาบวมช้ำก็ยังนอนกอดหมอนรอมันอยู่ ไม่รู้ว่ารู้ตัวหรือไม่ แต่ยามนี้ซองมินช่างเหมือนสาวน้อยไร้เดียงสาที่ตกหลุมรักใครแล้วไม่รู้ตัว สมองและปากบอกว่ายังเกลียด แต่หัวใจกลับมีแต่จะลอยไปทุกที ไม่เข้าใจว่าเขาจะทำแบบนี้ไปทำไม ..หรือนี่มันคือการง้อของผู้ชายที่ชื่อโจคยูฮยอน

เยซองขึ้นมาเคาะประตูเบาๆแล้วก็เปิดเข้ามาตามประสาคนคุ้นเคย เขาไม่ได้เดินเข้าไปแต่แค่ชะโงกหน้าเพื่อเรียกให้น้องลงไปดูของที่วางเอาไว้บนโซฟาด้านล่าง

“ทำไมต้องไปด้วย” ซองมินตอบเสียงเอื่อยๆโดยไม่ยอมหันไปให้พี่ชายเห็นสภาพตาแดงๆ

“ไปดูเอาเอง ถ้าจะทิ้งก็ทิ้งด้วยตัวเอง ..พี่ไม่ชอบละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของใคร” เยซองตอบนิ่งๆ ใจหนึ่งเขาก็อยากจะเอาไปโยนทิ้งอยู่หรอก แต่เพราะมันเป็นของของน้องและคยูฮยอนก็ดูจริงใจจึงอยากให้ซองมินได้ตัดสินใจเองจะดีกว่า

“ทิ้งอะไร” ร่างเล็กยังไม่เข้าใจอยู่ดี

“ขนม ของกิน ..ไปดูเอา แค่ไม่กี่นาทีหรอกน่า”

“อือ งั้นขอล้างหน้าก่อน”

เมื่อเสียงประตูปิดลงซองมินก็เดินลากสังขารไปที่ห้องน้ำเพื่อสำรวจสภาพให้ดูได้ก่อนลงไปที่ชั้นล่าง แต่เมื่อเห็นถุงต่างๆมากมายวางเรียงกันอยู่ก็ถึงกับตาค้างอยู่ที่ตีนบันได

“นั่นอะไรน่ะ” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันพร้อมกับหันไปถามร่างใหญ่

“ของนายไง อันไหนไม่เอาก็มาเลือกทิ้งซะ เกะกะไปหมด”

พูดไปแบบนั้นแต่ก็อดเหลือบมองของบนโต๊ะไม่ได้ ขนมก็มีหลายอย่าง อีกทั้งของกระจุกกระจิกก็ยังมีประเคนมาให้ จำนวนที่มากมายสามารถทำให้ตกใจได้จริงๆจึงไม่แปลกที่ฝ่ายน้องจะอึ้งอยู่แบบนั้น

แต่เมื่อซองมินก้าวเข้าไปใกล้ คนที่นั่งอยู่ก่อนก็ลุกพรวดขึ้นมา “เดี๋ยวมาแล้วกัน จะไปเข้าห้องน้ำ”

“อ..อื้อ”

ไม่ได้อยากเข้าจริงๆแต่ก็ต้องหาเรื่องไปอยู่ที่อื่น เขาแค่อยากให้น้องชายได้ตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง อยากเห็นสภาพของซองมินที่แท้จริง ไม่ใช่ฉากหน้าที่พยายามเข้มแข็งหรือแสดงออกเพราะคิดถึงตนเองในส่วนหนึ่ง รู้ดีว่าคนตัวเล็กนั่นคงจะเกรงใจและลำบากใจอยู่มาก ในเมื่อรู้ว่าพี่ห่วง พี่กังวล ก็คงจะไม่กล้าหันไปทางเดิม ซึ่งถึงแม้เขาจะคิดแบบนั้น แต่หากหัวใจมันห้ามกันไม่ได้ ก็ไม่ควรที่จะรั้งน้องเอาไว้ให้ต้องทุกข์ทรมาน

เยซองลอบมองอยู่ห่างๆ ซึ่งแค่เห็นถุงแต่ยังไม่เห็นของมือเล็กก็สั่นสะท้านขึ้นมา เพราะเชาจำได้ดีว่าแต่ละถุงมันมีที่มาจากแห่งหนใดบ้าง ซึ่งสถานที่เหล่านั้นเขาก็เห็นมันจากข้อความทั้งหมดแล้ว

มือบางๆยกขึ้นมาปิดปากของตัวเองเอาไว้ น้ำตาพรูไหลออกมาเป็นสายอย่างคนบ้า คนเป็นพี่เจ็บหนึบในหัวใจเมื่อเห็นน้องชายร้องไห้เพียงเพราะเห็นอะไรพวกนั้น ดูก็รู้ว่ายังรักเขาอยู่ทั้งหัวใจ

เค้กร้านซอนวอน ขนมร้านมีอึน ลูกอม แอ๊ปเปิ้ลเคลือบคาราเมล เอแคล์ และอีกสารพัดที่เขาเคยไปทานมา ไม่คิดเลยว่ามันจะมาอยู่ตรงหน้าเวลานี้

“ฮึก..ฮือ ..คนบ้า” ปากบางพร่ำร้องทั้งที่พยายามปาดน้ำตาไปด้วย “จะซื้อมาทำไม ..ฮือ..”

ร่างใหญ่ที่แอบมองได้แต่ถอนหายใจ เยซองทิ้งตัวพิงผนังด้วยความสงสาร อยากจะเข้าไปกอดและปลอบน้องให้เลิกร้องไห้ แต่ถ้าทำแบบนั้นมันคงจะเป็นการตอกย้ำให้ซองมินยิ่งสับสนมากไปกว่าเดิม บางทีการทิ้งให้เขาได้อยู่กับตัวเองบ้างมันอาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

ถุงขนมถูกเปิดออกทีละถุง จานและช้อนส้อมที่ถูกเตรียมไว้ให้ก่อนหน้าถูกใช้ทั้งที่น้ำตายังไหล ข้อความที่คุณชายร่างใหญ่ส่งมาให้ถูกเปิดค้างเอาไว้ที่ภาพขนมซึ่งเทลงในจานนั้น เข่าเล็กถูกชันขึ้นมาเกยวางคางมนของคนขี้แย กินไปก็ปาดน้ำตาไป ใจอ่อนไปแล้วแต่หากใครเดินเข้ามาก็คงจะต้องทำเหมือนว่าไม่เป็นอะไรอีกแน่

รีโมตถูกจับกดเปิดไปเรื่อยเปื่อย แต่เมื่อได้ยินเสียงในนั้นเอ่ยชื่ออะไรคุ้นๆก็รีบย้อนกลับไปดู ซึ่งมันก็เป็นช่วงข่าว Gossip ในช่องหนึ่งที่กำลังจับภาพของคยูฮยอนซึ่งกำลังยืนสีไวโอลินด้วยรอยยิ้มซึ่งเขาได้เห็นคลิปที่ถูกส่งมาก่อนหน้าแล้ว แต่พอมาเห็นแบบนี้ก็อดที่จะหยุดดูไม่ได้

แต่แค่ประโยคเดียวที่เขาเอ่ยออกมากลับทำให้ทำนบน้ำตาถูกทลายลงมาอีก

ขอโทษนะครับ แต่วันนี้ผมแค่อยากมีชีวิตที่เรียบง่าย ..กรุณาอย่าทำลายมันเลยนะครับ

ไม่รู้ว่าคืออะไร ถ้อยคำที่ในข่าวเอ่ยแซวเรื่องคุณชายไฮโซลดตัวลงมาติดดินเข้าหูโดยไม่มีอะไรมากั้นขวาง ท่าทางที่ดูลำบากใจที่จะต้องเผชิญหน้ากล้องนั้นชัดเจนและคยูฮยอนก็ก้มหน้าเบือนหนี้ตลอดเวลา และภาพสุดท้ายที่กล้องจับได้มาก็คือร่างหนาที่พยายามทำตัวกลืนหายไปกับฝูงชน

หวังว่ามันจะไม่ใช่ละครฉากหนึ่งที่นายสร้างขึ้นมาหลอกชั้นอีกนะ ..เพราะมันทำให้ชั้นรู้สึกดีมากเหลือเกิน

ร่างเล็กทิ้งตัวลงนอนกอดเสื้อที่วางเอาไว้ เสื้อสีชมพูที่คยูฮยอนมักจะบอกว่ามันปัญญาอ่อนเวลาที่เขาใส่ แต่วันนี้มันกลับมีกระดาษแนบมาให้ว่า

ความจริงชั้นไม่ได้ไม่ชอบสีชมพู แต่เพราะที่รักใส่แล้วน่ารักเกินไป ..ชั้นเลยไม่ชอบให้คนอื่นมามอง แต่ที่ไม่บอกเพราะมันน่าอายเกินไปที่จะให้ชั้นพูดแบบนั้น

อะไรคือความจริงซองมินไม่รู้ ..แต่ที่เขารู้คือเวลานี้คิดถึงเจ้าของหัวใจที่ตนพยายามผลักไสไปเหลือเกิน ทั้งรัก ทั้งกลัว ตัดสินไม่ได้ว่าจะทำเช่นไรดี

ชั้นควรทำยังไง ..พรุ่งนี้แล้วชั้นจะเผชิญหน้ากับนายได้หรือเปล่า ..ชั้นกลัวเหลือเกินคยูฮยอน กลัวสิ่งที่นายทำวันนี้มันจะไม่ได้มีความหมายอะไรเมื่อตะวันโผล่ขึ้นฟ้าอีกครั้ง และกลัวว่ามันจะเป็นแค่เรื่องราวหลังม่านที่ต้องถูกปกปิดเอาไว้ไปตลอดชีวิต

ชั้นรักนาย ..และถึงนายเองจะคิดได้ว่าหัวใจเป็นของชั้น แต่ถ้าต้องกลับไปเป็นใครที่อยู่ได้แค่ในมุมมืดๆ คอยเป็นคนลับๆและไม่สามารถที่จะรักกันได้อย่างคนทั่วๆไป ..จะทำไปเพื่ออะไรกัน?

นายต้องการอะไร ..มากแค่ไหน หรือแค่ให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิม? ... รักเงียบๆ อยู่กันแบบลับๆ ต้องแอบเจอกันในที่ลับตา และไปเดทกันโดยที่ต้องทำตัวเหมือนเพื่อนทั่วๆไป อย่างนั้นหรือเปล่าที่นายอยากให้เป็น

 

นายอาจต้องการแค่นั้น แต่สำหรับชั้นน่ะ ...ไม่ได้ต้องการแค่ความรักนะคยูฮยอน

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

วันสบายๆที่มีสายฝนพร่ำทำให้มีเวลาได้นอนมองสิ่งต่างๆรอบตัวด้วยสายตาและหัวใจมากขึ้น ฮีชอลนอนกลิ้งอยู่ที่ห้องนอนเพราะต้องยกเลิกนัดกับอิทึกเพียงเพราะฝนตก คำพูดของเจ้าเด็กแก่แดดยังก้องอยู่ในหัว คำว่า รัก ที่ได้ยินเมื่อคืนก่อนยังติดอยู่ในความรู้สึก แค่นึกถึงมันก็พลันรู้สึกดีขึ้นมา

รัก รัก รัก .. อา ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งมีคนมาบอกรักก็คราวนี้แหละ ทำไมมันรู้สึกดีจังนะ

รอยยิ้มที่อิ่มในดวงหน้าเริ่มแผ่กระจายให้บรรยากาศอึมครึมรอบตัวรู้สึกดี เมื่อตอนเช้าเขาก็คุยกับฮันกยองไปแล้วแต่เพราะคุณนักเรียนทุนต้องเข้านอนจึงต้องมากลิ้งไปกลิ้งมาอยู่เพียงลำพัง

ความต่างของเวลาดูจะเป็นปัญหา แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไปเพราะตอนเขาตื่น ที่อังกฤษก็อยู่ในช่วงกลางคืนซึ่งก็สามารถที่จะคุยกันได้ พอสายหน่อยก็ส่งฮันกยองเข้านอน และเมื่อร่างหนาตื่นขึ้นมาก็จะโทรมากวนใจใหม่จนกระทั่งต้องออกไปข้างนอกจึงได้วางสายและเมื่อถึงเวลาบ่ายๆของที่นั่น เขาก็จะรีบกลับมาส่งตนเข้านอนคืนบ้าง ซึ่งเวลา 9 ชั่วโมงที่ต่างกัน มันก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดเอาไว้เสียทีเดียว

สามทุ่มแล้ว และเวลานี้ที่อังกฤษก็อยู่ในช่วงเที่ยง โทรศัพท์ถูกเหล่อีกครั้งเพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์ซึ่งฮันกยองมีนัดกับเพื่อนๆในแคมป์ว่าจะออกไปเดินชมรอบๆเมืองกัน ไม่รู้ว่าจะว่างโทรมาหาหรือไม่ จะเป็นตัวเองที่โทรไปก็ไม่อยากทำเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายยุ่งอยู่หรือเปล่า

แปลกนะ แค่ได้ยินว่ารัก ... อะไรหลายๆอย่างก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

แต่ในเมื่อโทรศัพท์เครื่องเล็กยังเงียบอยู่ก็เดินออกไปที่นอกระเบียงเพื่อสูดกลิ่นไอดินหอมๆก่อนจะเดินกลับมาหยิบกล่องเล็กๆที่เด็กแก่แดดให้เอาไว้ก่อนที่จะเดินทางไปไกลหูไกลตา ไม่รู้ว่าถ้าเขากลับมาจริงๆแล้วจะทำเช่นไรกับไอ้แหวนวงนี้ดี

“วงแค่นี้ใครจะไปใส่ได้วะ”

หยิบขึ้นมาหมุนๆดูอย่างพิจารณา ส่องแล้วก็ส่องอีกแต่ก็ไม่เห็นจะมีคำว่าอะไรสลักเอาไว้เลยสักนิด

“ชิ ..เกลี้ยงทั้งวงเชียว”

แอบเซ็งหน่อยๆเพราะหวังว่ามันจะมีถ้อยคำอะไรอยู่ด้านในบ้าง แต่มันก็กลายเป็นแหวนเกลี้ยงๆที่ไม่มีอะไรพิเศษ และทั้งที่บ่นก็ยังอุตส่าห์จับมันมาลองยัดใส่นิ้วเรียวๆ ลองมันทุกนิ้วโดยเว้นนิ้วนางข้างซ้ายเอาไว้ ซึ่งมันก็พอใส่ได้กับข้างขวาแต่ว่าหลวมนิดหน่อย ซึ่งมันก็คงจะพอหยวนๆได้

แขนเรียวขยับยกขึ้นมาและลองส่องกระจกเทียบกับใบหน้า “ก็งั้นๆแหละ ซื้ออะไรมาไม่เห็นสวยเลย ..เฮ่อ แล้วนี่กูจะใส่ทำไมวะ ประสาทเอ๊ย!!

บ่นแล้วก็ถอดออกยัดใส่กล่องของมันตามเดิม ไม่เข้าใจว่าจะบ้าจี้ลองทำตามคำขอของเจ้าเด็กบ้านั่นทำไม

เวลานี้คิมฮีชอลกำลังอยากหาที่ระบาย เขากำลังสับสนและไม่เข้าใจในตัวเอง ไม่เข้าใจทั้งความคิด สิ่งที่ตนเป็นอยู่ และสิ่งที่ควรจะกระทำ เพราะบางทีความรู้สึกประหลาดๆนี่มันก็อาจจะเป็นแค่ความหวั่นไหว ซึ่งเขาเองก็ไม่อยากจะทำอะไรพลาดไปเพียงเพราะความใจอ่อนชั่ววูบ

“ไอ้ตัวเล็กกลับมาแล้วมั๊ง”

พ่นลมหายใจเบาๆเมื่อคิดถึงน้องขึ้นมา ในเมื่อโทรศัพท์ไม่ดังก็ต้องกดหาคนอื่นให้มันดังกวนชาวบ้านบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าคนที่โชคดีคนนั้นคือลีดงแฮ น้องชายสุดรักสุดหวงของพี่คนนี้

“ดงแฮอ่า~ กลับมาหรือยัง” เสียงอ้อนลากยาวทันที ตอนนี้เขาเหงาจนทนที่จะอยู่ในห้องเงียบๆคนเดียวไม่ไหว

[กลับมาแล้วฮยอง ..แต่ไม่ค่อยว่าง คุยได้ไม่นานนะฮะ]

“ไม่ว่างอะไรอีก” ชักจะหงุดหงิดขึ้นมา ตั้งแต่มันมีแฟนก็ทิ้งพี่หนีไปแต่กับไอ้ใบ้ผมประหลาดจนน่าจะโดนตัดออกจากกองมรดก

[ตอนนี้ผมออกมาข้างนอกกับคุณแม่ของคิบอมอ่ะฮยอง ไม่ได้อยู่ที่บ้าน]

“บ้านนี่.. หมายถึงบ้านนายหรือว่าบ้านไอ้ใบ้นั่น” คิ้วเรียวขมวดเล็กๆ ความจริงมันควรเป็นบ้านคิบอม แต่ฟังดูแล้วมันเหมือนดงแฮจะรวมตัวเองเป็นคนในครอบครัวจึงต้องแกล้งกัดมันสักหน่อย

[ก็บ้านคิบอมสิฮะ ..พรุ่งนี้พี่ชายคิบอมจะแต่งงานแล้วอ่ะ คุณแม่คิบอมท่านเลยให้ผมมาเป็นเพื่อนท่านเข้าสปาสักหน่อย]

“ชวนกันง่ายๆแบบนั้นเลยเหรอ นี่เพิ่งเจอไม่ใช่เหรอไอ้ตัวเล็ก”

[ก็คุณป้าท่านบอกว่าไม่มีเพื่อนน่ะฮะ เลยให้คิบอมขับรถมาให้ แล้วก็ให้ผมมาเป็นเพื่อนด้วย นี่ก็เพิ่งจะนวดหน้าเสร็จ เดี๋ยวคงจะไปช็อปปิ้งกันต่อ]

“ครอบครัวสุขสันต์?”

[ก็ไม่ขนาดนั้น ..คิบอมก็บอกเรื่องผมไปแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้เลยฮะว่าท่านว่ายังไง ท่านขำๆแต่ก็ไม่แน่ใจว่าคิดอะไรมากมายหรือเปล่า บางทีอาจจะคิดว่าคิบอมล้อเล่นก็ได้]

น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความกังวลทำให้ฝ่ายพี่รับรู้เป็นอย่างดีว่าน้องกำลังอยู่ในสภาวะที่กดดัน บางทีการเปิดเผยเรื่องแบบนี้กับผู้ใหญ่มันก็อาจจะไม่ได้ดีอย่างที่คิดไว้เสมอ แต่แค่ได้รู้ว่าคิบอมไม่ได้คบน้องตัวเองแบบหลบๆซ่อนๆและให้เกียรติขนาดที่บอกที่บ้านมันก็ถือว่าเป็นลูกผู้ชายพอ

“นายรักคิบอมมากเลยใช่มั๊ย?”

[เอ๋..  อยากรู้ทำไมฮะ]

“ตอบมาเหอะ รักมากเลยเหรอ”

[ก็.. ก็คงแบบนั้นฮะ]

“เคยคิดหรือเปล่าว่าถ้าพ่อแม่นายรู้น่ะจะเป็นยังไง คิดถึงอนาคตบ้างมั๊ยไอ้ตัวเล็ก”

[...ฮยองหมายความว่าไงฮะ]

เสียงดงแฮทั้งสั่นทั้งอ่อยลงจนคนถามนึกห่วงขึ้นมา “ไม่ได้พูดให้กลัว พี่แค่อยากรู้เฉยๆ ไม่ได้จะขู่อะไรนะ”

[ผมไม่รู้อ่ะฮยอง ..แค่วันนี้มีคิบอมผมก็มีความสุขแล้ว ผมไม่เคยคิดถึงวันข้างหน้าเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้ามีเค้า.. ผมก็คิดว่ามันคงจะไม่มีอะไรแย่หรอก แค่มีเค้าก็เพียงพอแล้วฮะ. .ผมน่ะไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้แล้ว]

“นายมีความสุขจริงๆใช่มั๊ยดงแฮ บอกพี่ตามตรงนะ”

[ครับ มีความสุข ..ถึงจะกังวลบ้างแต่ผมก็มีความสุขมาก]

“อืม.. ก็ดีแล้ว” ฟังแค่นั้นก็ถอนหายใจด้วยรอยยิ้ม “แค่นายมีความสุข มีคนดูแล และเจอคนที่นายคิดว่าดีพี่ก็ดีใจแล้วล่ะ”

[ขอบคุณครับฮยอง]

“แล้วไปเชจูมาเป็นไงบ้าง สนุกหรือเปล่า”

[เอ่อ.. ก..ก็สนุกฮะ ..ก็ดี หึ หึ .. ก็ดีอยู่แหละ]

“หืม ..อะไร ทำไมทำเสียงแปลกๆ”

[ก็ฝนมันตกไง ..เลยออกไปไหนไม่ค่อยได้ เมื่อวานก็อยู่แต่ที่บ้านเลยอ่ะฮยอง]

“อ๋อ ก็ดันไปช่วงพายุเข้านี่นา”

ร่างที่สูงกว่าพยักหน้าตามไปด้วย แต่เพราะเจ้าของในมือมีสัญญาณดังเข้ามาว่ามีสายเรียกซ้อนจึงต้องลดระดับมือเพื่อมองที่หน้าจอ ซึ่งแค่เห็นชื่อก็อมยิ้มออกมาเต็มวงหน้า

“ดงแฮ ..แค่นี้ก่อนนะ พี่จะไปทำรายงานต่อแล้วล่ะ”

[ฮะ ฝันดีนะฮะ]

 

ตากลมยืนมองอยู่แบบนั้นสักครู่อย่างมีความสุข กว่าจะกดรับก็ตอนที่ผ่านไปเกือบนาทีแล้ว อันที่จริงจะรับเลยก็ได้แค่ก็อยากที่จะให้เขารอเพื่อจะได้เหมือนกับว่าตนไม่ได้สนใจอยู่

“อืม ว่าไง” ดัดเสียงปกติใส่ทั้งที่ดีใจแทบแย่ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะตื่นเต้นทำไมทั้งที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนก็เพิ่งจะคุย MSN กันไป

[คิดถึงจัง]

แค่คำสั้นๆก็สามารถกระตุ้นเลือดในร่างกายให้สูบฉีดรุนแรงที่หน้าได้ ฮีชอลเม้มปากแน่นแล้วครางในลำคอเบาๆ

“อือ”

[ยอโบอ่า~ ทำอะไรอยู่เอ่ย]

“ไม่ได้ทำอะไร”

[ไม่ได้คิดถึงผมอยู่เหรอ ..คิดถึงหน่อยสิ]

“ฮื่อ ..ไร้สาระ”

[ใจร้ายอีกแล้วอ่ะ]

“ชั้นก็เป็นแบบนี้ ..แล้วนี่ไม่ได้ออกไปไหนหรือไง ไหนบอกว่าจะไปเที่ยวกับเพื่อน”

[ก็เที่ยวแล้ว แต่คิดถึงยอโบเลยโทรหาไง ..เนี่ย ตอนนี้อยู่ที่หน้าพระราชวังบักกิ้งแฮม มาดูทหารเปลี่ยนเวรอ่ะ นี่ก็เพิ่งจบไป]

“อาฮะ เป็นไงมั่ง”

[ก็เท่ห์ดี ..นี่เพื่อนๆว่าจะไปที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามพุสโซต์ต่อ]

“น่าสนใจจัง”

[ปีหน้าผมต้องมาเรียนอังกฤษ ยอโบก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยที่นี่แล้วเราก็ไปเดทกันทุกสัปดาห์ไง โรแมนติกดีออก ^ ^]

“ชั้นบอกตอนไหนว่าจะเป็นแฟนกับนาย -*- “

[ก็ยอโบบอกว่าชอบผมแล้วนี่ ..จะใจร้ายอีกแล้วเหรอ]

“ชอบกับแฟนมันเหมือนกันที่ไหนวะ อย่ามามั่วได้ป่ะ” ทั้งที่ยิ้มแต่ก็ทำเสียงเข้มใส่ “เป็นเด็กเป็นเล็กอย่าแก่แดดนักเลย เรียนไปก่อนเหอะ”

[เด็กกว่าแค่ปีเดียวเอง ..นับจริงๆก็ไม่กี่เดือนด้วย แต่ไอ้เล็กนี่ผมไม่ยอมรับนะ]

ตากลมโตเบิกโพลงขึ้นมา หน้าแดงหนักยิ่งกว่าเก่า ใครจะคิดว่าเขาจะเล่นมุกนี้

“อ่ะ.. นี่แกหมายถึงอะไร ห๊า!!!

[ผมหมายถึงตัว] ฮันกยองหัวเราะคิกคัก [แล้วยอโบคิดถึงอะไรเหรอ ..ผมหมายถึงขนาดตัวนะ ผมตัวใหญ่กว่ายอโบน๊า~ ..เอ๊ะ หรือว่ายอโบคิดทะลึ่ง ^ ^]

“อย่ามาลามปาม ชั้นเปล่าสักหน่อย”

[แต่ถ้าคิดจริงๆก็ไม่ผิดนะ เพราะมันก็ไม่ได้เล็กนา.. มั่นใจอยู่นะว่าไม่เล็ก คิก คิก]

“บอกว่าอย่าลามปาม เล่นด้วยหน่อยนี่ลามเป็นเกลื้อนเชียวนะไอ้เด็กบ้า”

แต่ถึงจะโดนด่าโดนว่าฮันกยองก็ไม่คิดกลัวอยู่แล้ว เพราะไหนๆคนด่าก็เป็นนูนาคนสวยที่ตัวเองมั่นใจว่าตกหลุมรักแน่ๆ จะไปแคร์ทำไม

[ยอโบอ่า~ อยู่นี่เหงาอ่ะ ปีหน้ามาอยู่ด้วยกันนะ]

“...”

[ถ้าต้องอยู่ห่างกันถึงห้าหกปี ..ผมขาดใจตายแน่เลย]

แค่คำเดียวที่เอ่ยมามันสะท้อนในหัวใจให้เริ่มไหวหวั่น ฮีชอลไม่เคยคิดเลยสักครั้งว่าถ้าหากฮันกยองต้องไปเรียนต่อจริงๆมันจะไม่ใช่แค่สามสัปดาห์แบบนี้ แต่มันจะลากยาวไปหลายต่อหลายปี และเมื่อถึงเวลานั้นความสัมพันธ์มันจะยังราบรื่นแบบนี้หรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้

อีกเทอมเดียวนายก็จะต้องไปแล้วจริงๆเหรอ ..มันเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?

“ถ้าห่างกันขนาดนั้น เดี๋ยวนายก็หาคนใหม่ที่ชอบมากกว่าชั้นได้เองแหละ”

พูดเองก็เจ็บเองแต่ก็ไม่รู้ว่าพูดไปทำไม อาจจะเพื่อตอกย้ำให้หัวใจได้เข้มแข็งเพื่อรอการจากลา หรือว่าต้องการซ้ำเติมให้สำนึกได้ว่าไม่ควรที่จะคิดอะไรให้เกินเลย อนาคตก็เห็นๆกันอยู่ว่าคงจะอยู่ด้วยกันได้ไม่นานนัก แล้วจะเผลอถลำหัวใจกันไปทำไม สู้คุยกันไปเรื่อยๆแล้วเว้นระยะห่างเอาไว้จะดีกว่า

แต่เหมือนว่าฮันกยองจะไม่ได้คิดแบบเดียวกัน แค่เขาได้ฟังก็เสียงห้วนกลับมา

[ทำไมชอบคิดแบบนั้นจัง ...คิดว่าผมใจง่าย โลเล แล้วก็มีคนใหม่ได้ง่ายๆขนาดนั้นเลยเหรอ]

“อ..เอ๊ะ?”

[บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่ารัก ..คุณคิดว่าคำนี้มันพูดง่ายนักหรือไงน่ะ ทำไมไม่เห็นความสำคัญของมันเลย หรือคิดแต่ว่าผมเด็กแล้วเอานิสัยเด็กๆมาเป็นตัวตัดสิน ผมน่ะอายุสิบเจ็ดแล้วนะ อีกสามปีก็บรรลุนิติภาวะแล้ว ผมไม่ใช่เด็กเจ็ดขวบที่คิดอะไรเพ้อเจ้อไปเรื่อยเปื่อย ถึงจะอายุแค่นี้แต่ผมก็มีสติพอที่จะแยกได้นะว่าอะไรคือความรัก]

“เฮ๊ย .. นี่ ..คือชั้น.. ชั้นก็แค่พูดเผื่อเอาไว้”

[แต่คุณเผื่อทีไรก็ทำร้ายจิตใจผมทุกที]

ตอกกลับมาเสียจุกและเจ็บ คราวนี้ฮีชอลถึงกับพูดไม่ออกเพราะบทเจ้าสารวัตรจะงอแงขึ้นมามันก็มาพร้อมกับความเด็กและความเอา แต่ความคิดกับถ้อยคำกลับเป็นผู้ใหญ่ผิดกับสิ่งที่แสดงออก

[จะต้องให้ผมบอกกี่ครั้งว่าผมจริงจัง จะต้องให้ผมกลับไปคุกเข่าขอความรักเลยมั๊ยถึงจะได้เชื่อน่ะ]

“จะไปกันใหญ่แล้วนะ” ร่างระหงถอนหายใจดังเฮือก “ชั้นก็แค่ไม่อยากให้เราสองคนต้องคิดกันไปไกล ยังมีเวลาอีกตั้งนานกว่าที่อะไรๆจะแน่ชัด นายเองก็ยังต้องเจอคนอีกมากมาย ถ้าวันหนึ่งนายเจอคนที่ดีกว่าชั้นล่ะ”

[ก็ช่างหัวเค้าปะไร] เสียงห้วนตอบแบบไม่ต้องคิด [ดีแล้วไม่ชอบ ..จะดีให้ตายก็ดีไปสิ ผมชอบแบบนี้นี่ ชอบมาหลายปีแล้วก็รู้ไม่ใช่เหรอ ถ้าคนอื่นทำให้ผมเปลี่ยนใจได้จริง ป่านนี้ผมไม่มาตามตอแยกับคนที่เอาแต่ทำให้ผมท้อแท้หรอก]

เงียบไปสักครู่ใหญ่ๆแล้วจึงกลั่นถ้อยคำออกมา “ชั้นทำให้นายเหนื่อยขนาดนั้นเลยเหรอ”

[มาก.. ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คุณน่ะผมไม่ทนขนาดนี้หรอก]

เสียงที่แสดงความไม่พอใจเมื่อครู่เริ่มอ่อนลง ฮันกยองเงียบไปเพราะพยายามข่มใจให้เย็น ไม่เข้าใจตัวเองว่าแค่คำพูดสั้นๆของคนๆนี้ทำไมถึงทำให้อารมณ์แปรปรวนได้ง่ายดายนัก ทั้งที่ขนาดคิบอมกวนประสาทแทบตายเขายังทนได้โดยไม่โมโห แต่กับฮีชอลแล้วแค่เขาพูดเหมือนไม่ใส่ใจก็พาลจะกลายเป็นคนโมโหร้ายขึ้นมา

ส่วนร่างบอบบางก็ทรุดตัวลงนั่งฟุบหน้าอยู่ที่ขอบเตียงทั้งที่โทรศัพท์ยังแนบหู ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปมันสร้างความเหนื่อยหน่ายให้อีกฝ่ายได้ขนาดนั้น

“ชั้นขอโทษ”

[...]

“ขอโทษที่ทำให้เหนื่อย”

[ช่างเถอะ ..ต่อให้คุณวิ่งหนี ผมก็จะวิ่งตามแบบนี้จนจับตัวได้นั่นแหละ แต่อย่านานนักฮะ เพราะผมวิ่งตลอดชีวิตไม่ไหวหรอก]

“...”

[ผมรักคุณ ..ต่อให้คุณไม่เชื่อ ผมก็ยังจะพยายามต่อไปจนกว่าคุณจะหมดความสงสัยในความรักของผม]

ได้ยินครั้งก่อนมันคือความดีใจและทำให้หัวใจพองโต แต่การได้ยินในครั้งนี้กลับทำให้น้ำตารินไหลออกมา น้ำเสียงที่จริงจังมันกำลังทำให้ย้อนกลับไปนึกถึงถ้อยคำของดงแฮ

แค่มีเค้าก็เพียงพอแล้วฮะ. .ผมน่ะไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้แล้ว

ทำไมนะ ..แค่คำว่ารัก ทำไมถึงได้มีอิทธิพลมากมายขนาดนี้ ความรักมันมีดีอะไรนักหนา?

“ฮันกยอง..”

[ครับ]

“รักชั้นมันดีขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงได้ยอมเหนื่อยอยู่แบบนี้น่ะ”

[ไม่รู้สิ ..แต่ผมรู้สึกว่า แค่มีคุณก็พอแล้วล่ะ ..แค่คุณ มันก็เป็นกำลังใจให้ผมทำโน่นทำนี่ต่อไปได้ ถ้าไม่มีคุณ..ใช่อยู่ที่ผมไม่ตาย ยังหายใจ แต่ถ้าถามว่าชีวิตผมมีความสุขเท่ากับการที่มีคุณมั๊ย ...ก็คงไม่]

“ตอนนี้ชั้น.. ยังไม่รู้ว่าชั้นจะตอบสนองสิ่งที่นายต้องการได้หรือเปล่า”

ร่างบางตัดสินใจที่จะพูดไปตามตรง ใช่อยู่ที่เขาชอบฮันกยอง แต่มันก็ยังไม่รู้ว่ามากพอที่จะเรียกว่ารักหรือเปล่า ซึ่งเขาก็ไม่อยากจะดึงรั้งและให้ความหวังใครทั้งที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจในความรู้สึก เพราะจากที่ฟังดูก็พอจะรู้ว่าคู่สนทนานั้นเหมือนจะให้ใจมาเกือบทั้งดวงแล้ว และตัวเขาเองก็ไม่สามารถที่จะรับไว้ได้หากยังไม่แน่ใจอะไรอยู่แบบนี้ เพราะถ้าสักวันมันกระจ่างขึ้นมาว่าไม่ได้รัก คนที่เจ็บหนักก็คงไม่พ้นฮันกยอง

[งั้นผมขอถามสักอย่างว่า ..ถ้าคุณไม่มีผมมาคอยกวนใจ คุณจะอยู่ได้โดยไม่รู้สึกอะไรหรือเปล่า]

น้ำเสียงต่ำๆเริ่มกลับมาเครียดอีกครั้ง และมันก็เป็นคำถามที่ทำให้ผู้ฟังต้องย้อนกลับมาคิดว่าคำตอบมันจะออกมาเป็นแบบไหน แต่เมื่อนึกถึงตอนที่เขาไปใหม่ๆแล้วตัวเองก็ทุรนทุรายมันก็เริ่มสับสน

[ผมน่ะขอแค่มีคุณ แต่คุณคิดอะไร รู้สึกยังไง ต้องการอะไร และหวังอะไรอยู่ ..คุณรู้ตัวหรือเปล่า]

“ชั้น.. ไม่รู้”

[งั้นเราคงต้องห่างกันสักพัก ...ถ้าคุณตอบได้ ค่อยโทรมาบอกผมแล้วกันนะ]

 

ตื้ด.. ตื้ด.. ตื้ด..

สายถูกตัดไปแล้ว และมันก็มาพร้อมกับความใจหายของคนที่ยังถือโทรศัพท์อยู่ มือเรียวอ่อนแรงขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงสัญญาณที่ดังมาแทนที่เสียงทุ้มหนาที่คุ้นเคย ในอกเริ่มโหวงเหวงอย่างประหลาด จู่ๆน้ำตาก็ไหลบ่าออกมาอีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจ

เจ็บแบบนี้มันเรียกว่ารักได้หรือเปล่านะ?

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

กลิ่นหอมอ่อนๆภายในสปาหรูลอยอบอวลสร้างความผ่อนคลายให้ค่อนข้างมาก ร่างหนาซึ่งเพิ่งจะลุกขึ้นมาหลังจากที่นวดตัวด้วยสมุนไพรและอะไรต่อมิอะไรมากมายไปแล้ว คิบอมพลิกหน้าหนังสือทั้งที่ยังสวมชุดคลุมสีขาวซึ่งมีตราโลโก้สถานที่แห่งนี้แปะอยู่ เขายังต้องรอแม่กับดงแฮที่กำลังนวดตัวนวดหน้าอยู่อีกห้อง ไม่รู้จะอยากสวยอยากงามอะไรกันในเวลานี้

ตั้งแต่กลับไปถึงที่บ้านมารดาของเขาก็เรียกดงแฮเข้าไปพูดคุยจากนั้นก็ลากเจ้าตัวน้อยกับตนออกมาทานข้าวเพราะคิฮยอนซึ่งเป็นว่าที่เจ้าบ่าวยังต้องพาฮาราไปส่งที่บ้านเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานพรุ่งนี้ คิมแทยางเองก็หายหน้าหายตาไม่รู้ว่าไปหาแรวอนหรือว่าเข้าบริษัท ส่วนซังบอมก็หนีกลับบ้านไปตั้งแต่แยกกันที่อินชอนแล้ว

“โหด ..เสร็จแล้วเหรอ” เสียงใสๆร้องมา

ตาคมเหลือบมองพลางอมยิ้มใส่ ตอนนี้ดงแฮอยู่ในสภาพเดียวกับเขาแต่ที่หน้ามีครีมสีน้ำตาลกลิ่นหอมฉุยพอกเอาไว้ คาดว่าน่าจะยังอยู่ในระหว่างคอร์สแต่ทำไมถึงออกมาได้ก็ไม่รู้

“ก็แค่นวดตัวคลายเส้น ไม่ได้ขัดผิวอะไรอย่างนายนี่”

“อ่า.. ปวดฉี่ ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ”

นี่คงเป็นเหตุผลที่เจ้าตาแป๋วตัวเล็กนี่ออกมาจากห้อง มือเรียวรีบคว้าข้อมือใหญ่แล้วลากไปเฝ้าหน้าห้องน้ำ คนที่สูงน้อยกว่ารีบวิ่งเข้าไปและมีเสียงกุกกักออกมาสองสามครั้งเจ้าของร่างก็เดินกลับออกมา

“อา.. สบายตัวแล้ว เมื่อกี๊เค้าขัดผิว จะออกก็ออกไม่ได้”

“แล้วแม่ล่ะ” ร่างสูงยังมีกะใจจะถามถึงมารดา

“อยู่อีกห้อง ผู้หญิงกับผู้ชายใครเค้าให้นวดตัวห้องเดียวกันเล่า” ปากบางยื่นใส่อย่างรั้นๆ “หน้าเริ่มตึงแล้ว เดี๋ยวเข้าไปก่อนนะ ..โหดเหงาป่ะล่ะ ถ้าเหงาจะเข้าไปด้วยกันก็ได้”

“เข้าไปนั่งดูเฉยๆนี่นะ”

“เออน่า ก็แค่นวดหน้าเอง”

สุดท้ายก็หยิบหนังสือตามเข้าไปนั่งเฝ้าเจ้าตัวเล็กนอนนวดหน้าจนได้ คิบอมเหลือบมองร่างของคนรักสลับกับหน้าหนังสือเป็นระยะ เห็นดงแฮรักสวยรักงามแบบนี้ก็รู้สึกดีขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ บางทีก็อาจเป็นเพราะว่ามันให้ความรู้สึกว่าเจ้าตัวเล็กนี่บอบบางน่าทะนุถนอมก็เป็นได้

สายตาคมตวัดมองสำรวจใบหน้าหวานๆที่นอนหลับตาพริ้มใต้มือที่กำลังนวดอยู่ ริมฝีปากสีแดงสวยตามธรรมชาติเผยอขึ้นเล็กน้อย จมูกรั้นดูก็รู้ว่าเจ้าของร่างคนจะดื้อเอาเรื่อง แผงขนตาที่ดกหนาเป็นแพดำขลับนั้นก็ช่างแสนสวย แก้มเนียนปลั่งที่มีเนื้อครีมบางอย่างขวางสายตาเอาไว้เหมือนจะผุดผาดขึ้นจากเดิมมากทีเดียว

คิดยังไงถึงได้จับเจ้าเปี๊ยกนี่มาเข้าสปานะ ...แค่ที่เป็นอยู่น่ะก็น่ารักจนลำบากหัวใจแล้ว แบบนี้มีหวังต้องย้ายห้องนอนเพราะจะข่มใจไม่ได้ล่ะคราวนี้ -*-

เมื่อใกล้เวลาที่การนวดหน้าจะเสร็จสิ้นคิบอมก็ลุกเดินออกไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับมาสวมชุดเดิมและไปนั่งรอมารดากับคนรักที่ด้านนอก ซึ่งคุณนายคิมคนสวยก็เหมือนจะถูกอกถูกใจเพราะทันทีที่ก้าวออกมาก็เห็นว่าใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่

“ดงแฮล่ะลูก ยังไม่เสร็จเหรอ?”

คนถูกถามวางนิตยสารลงแล้วหันไปมองที่ประตูห้องข้างๆ “ยังเลยฮะ”

“เค้าน่ารักดีนะ ตอนเด็กก็น่ารักเหมือนเด็กผู้หญิง โตมาก็ไม่คิดว่าหน้าจะสวยได้ขนาดนี้”

คิบอมกลอกตาขึ้นมองหน้าแม่แล้วค่อยเบนมันกลับมาสนใจหนังสือต่อ ปล่อยให้หล่อนพูดไปคนเดียวยังจะดีซะกว่าที่จะพาตัวเองไปสนทนาด้วย เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะต้องเจอคำถามที่ชวนให้อยากกระโดดตึกตายแบบเมื่อบ่ายอีกแน่ๆ

“ว่าแต่เราน่ะยังไม่ตอบแม่เลยนะว่าอยู่ๆมาคบกันได้ยังไง”

“เอ่อ..”

“ที่แม่ถามไว้น่ะก็ยังไม่ตอบด้วย”

“...”

มนุษย์ใบ้เริ่มอยากจะเป็นใบ้จริงๆก็วันนี้ คิบอมไม่มีอะไรจะตอบไม่ใช่ไม่อยากตอบ แต่เพราะเขาไม่รู้ว่าจะตอบแบบไหนให้มันเข้าท่าและน่าฟังมากพอที่จะไม่ทำให้เกิดเรื่องต่างปาก

“คิบอม”

“...”

“ทำไมไม่ตอบล่ะ ปกติเห็นพี่เค้าบอกว่าปากเก่งนี่เรา”

เด็กหนุ่มนึกอยากจะแล่นไปด่าพี่ชายมันเสียเดี๋ยวนี้ ไม่รู้ว่าจะมีเรื่องที่โดนนินทาอะไรไว้อีกบ้าง เล่นแฉไว้หมดแบบนั้นเขาจะมีอะไรมาเป็นเกราะป้องกันตัวได้อีก

“ผมไม่มีอะไรจะตอบ”

“แล้วเอาลูกเต้าเค้ามาอยู่ที่บ้านน่ะพ่อแม่เค้ารู้หรือเปล่าว่ามาอยู่ในฐานะอะไร”

“...”

“เป็นผู้ชายเหมือนกันแต่สถานะที่อยู่ด้วยกันมันไม่เหมือนคนทั่วๆไปน่ะมันก็ไม่ใช่เรื่องเหมาะสมนะ”

“...”

“แล้วนี่ทำอะไรกันไปหรือยัง”

คิบอมแทบสำลักอากาศตายกับคำถามที่ตรงจนน่ากลัว โชคดีที่ดงแฮยังไม่ออกมาไม่อย่างนั้นเจ้าตัวเล็กคงหน้าเสียทำอะไรไม่ถูกแล้วแน่ๆ แต่ถึงแม้จะมีคำตอบก็ไม่มีใครคิดจะตอบ แน่นอนว่าคิบอมเลือกที่จะนิ่งเงียบเสียดีกว่า ขืนตอบออกไปแล้วมันจะทำให้สภาพจิตใจหรือว่าสภาพความสัมพันธ์ของแม่กับคนรักแย่ลงมันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมายืดอกรับทำเป็นเท่ห์ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้

“ดงแฮน่ะลูกมีพ่อมีแม่นะ ทำอะไรก็ให้คิดถึงหน้าผู้ใหญ่บ้าง จะได้โดนถอนหงอกเพราะลูกชายเอาลูกเค้ามากกที่บ้านแล้วยังทำไม่รู้ไม่ชี้น่ะมันไม่ใช่เรื่อง ...กลับไปก็แยกห้องกันซะ ให้แม่บ้านจัดห้องให้ใหม่”

“ไม่นะฮะ” คราวนี้เสียงหนารีบค้านอย่างรวดเร็ว “นอนด้วยกันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ผมไม่ได้จะปล้ำเค้าสักหน่อย อีกอย่างดงแฮก็ไม่ค่อยชอบอยู่คนเดียวด้วย”

เรียวปากสีสดที่ฉาบด้วยลิปสติกราคาแพงขยับอมยิ้มกลั้นหัวเราะ “เป็นหนุ่มแล้วจริงๆสินะมักเน่ของแม่ ..อ๊า ลูกชายคนโตก็กำลังจะแต่งงาน คนเล็กก็มีคนรักให้ต้องห่วง ..สงสัยลูกนกคงจะต้องบินออกจากอกแม่หมดก็คราวนี้”

โดนคนอื่นแซวยังพอทำใจแต่พอเป็นแม่ตัวเองมาล้อแบบนี้หน้านิ่งๆก็เริ่มขึ้นสีทีละน้อย

“ผมเปล่าซะหน่อย”

“ดงแฮเค้าหน้าตาน่ารัก ผิวก็ดี ยิ้มหวาน ร่าเริง มันก็ไม่แปลกหรอกนะที่คนรอบข้างจะตกหลุมรัก แต่มักเน่ของแม่คงจะตกมานานแล้วล่ะสิถึงได้หวงหนักขนาดนี้”

“ผมเปล่าหวงเค้านะ” เด็กหนุ่มชักจะเริ่มเถียง ใครจะอยากยอมรับเรื่องน่าอายแบบนี้กันบ้างล่ะ

“ทำเป็นปากแข็ง แม่น่ะอาบน้ำร้อนมาก่อนทำไมจะดูไม่ออกว่าเราน่ะหวงดงแฮแค่ไหน ห่างตัวนิดหน่อยก็คอยเหลือบมอง มือไม้น่ะอยู่สุขที่ไหนเวลาเค้ามาอยู่ใกล้ๆ อย่าคิดว่าแม่ไม่สังเกตนะ”

“...”

คิบอมหันหน้าหนีไปทางอื่น ซึ่งก็พอดีกับที่ร่างเล็กเดินออกมาจากอีกห้องหนึ่ง กลิ่นหอมๆกระจายฟุ้งจากร่างขาวนวลเนียนตรงหน้า ผิวผ่องผุดผาดขึ้นจากเดิมที่ตากแดดตากลมกันมา ยามนี้คงจะมีแต่นางฟ้าตัวน้อยๆที่ส่งยิ้มหวานทำตาแป๋วมาให้

“ขอโทษที่ให้รอนะฮะ” คนที่ไม่รู้ตัวว่าโดนมองไม่วางตารีบหันไปขอโทษขอโพยมารดาของคนรักใหญ่

“ไม่ได้รออะไรนานหรอก ป้าก็เพิ่งจะออกมาเหมือนกัน” วางพลางเอื้อมมือไปฉวยข้อมือแฟนลูก “ป่ะ ไปช็อปปิ้งกันดีกว่า ไม่ค่อยได้มีเวลาสบายๆแบบนี้ตอนอยู่ที่โน่น”

 

เข้าร้านนั้นออกร้านนี้กันอยู่สองคน ส่วนอีกคนที่เหมือนมาเป็นผู้ติดตามก็เดินหิ้วถุงต่อไปแบบไม่มีบ่น ในเมื่ออีกคนก็แม่ ส่วนอีกคนก็แฟน งานนี้ต่อให้ซ่าส์มาจากไหนก็คงจะไม่กล้าหือกับใครสักคนแน่

“หมวกใบนั้นสวยดีนะ ดงแฮลองให้ดูหน่อยสิ”

มือเล็กรีบหยิบตามที่หล่อนบอกแล้ววางแหมะบนศีรษะของตัวเอง “ผมว่าเหมาะกับคิบอมมากกว่านะครับ”

“งั้นเอาไปลองกับคิบอมสิ”

ตัวเล็กรีบวิ่งเอาไปยัดเยียดให้คนที่นั่งรอด้วยรอยยิ้ม ดงแฮจัดแจงปัดผมที่บดบังหน้าหล่อๆออกจนเรียบร้อย พอจัดหมวกให้เข้าที่ก็ส่งยิ้มหวานให้

“ใส่แล้วหล่อแฮะ” ยิ้มได้ครู่เดียวก็หุบมันลง “ไม่ต้องเอาหรอก เดี๋ยวสาวมาเกาะแกะ”

คุณหนูลีรีบคว้าหมวกใบเดิมกลับมาพร้อมกับยีผมหนาให้ยุ่งเหยิง ปากบางขยับเชิดเล็กน้อยอย่างเด็กเอาแต่ใจ พอคิบอมยอมให้ก็ยิ้มร่า แต่แค่เขาหันหลังกลับร่างหนาก็สางผมแล้วเดินไปดึงของในมือเรียวไปจ่ายเงินเสียเดี๋ยวนั้น

“เอ๊ะ ..เอามานี่นะ” ดงแฮรีบไปตามแย่งกลับ หวงของน่ะไม่เท่าไหร่แต่รู้สึกได้ว่าเขากำลังหาเรื่องแกล้งตัวเองนี่สิที่ไม่อยากจะยอม

“อะไร ก็ชั้นชอบใบนี้”

“ไม่ให้เอา”

“ก็คนชอบ ทำไมต้องห้ามด้วยล่ะ” สีหน้ากวนๆมองมาแต่สายตากลับเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าจิ้งจอกหนุ่ม แกล้งแล้วได้เห็นหน้าสวยนี่ค้อนใส่พร้อมกับตากลมโตที่ขวางหนักมันก็น่ารักไม่หยอก

“อยากเอาก็เอาไป” จากดึงๆอยู่ก็ปล่อยมือแล้วผลักร่างหนาซ้ำ “ไปไหนก็ไปเลยไป”

ภาพที่เด็กสองคนกระเง้ากระงอดกันนั้นอยู่ในสายตาของผู้เป็นมารดาโดยตลอด ฮันแชยอนมองแล้วก็ได้แต่พ่นลมหายใจบางๆ ทั้งที่ก็เผื่อใจก่อนมาแล้วว่าลูกคนเล็กจะไม่มีสะใภ้ผู้หญิงให้แต่มันก็ยังทำใจไม่ได้เสียทีเดียว ก็ยังดีที่ดงแฮน่ารักและมีบางมุมที่อ่อนหวานขี้อ้อนบ้างจึงทำให้เอ็นดูได้ขนาดนี้ นี่ถ้าลองเปลี่ยนเป็นคนอื่นก็ไม่รู้ว่าจะทำใจกับมันได้หรือเปล่า

แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อคิบอมโตมาโดยที่หล่อนอุ้มชูมาแค่ครึ่งเดียว ..อีกครึ่งมันคือหนทางที่เขาตะเกียกตะกายผ่านร้อนผ่านหนาวมาเอง ต่อให้พอใจหรือไม่ก็คงจะไม่มีสิทธิ์ที่จะไปกะเกณฑ์อะไรอยู่แล้ว แต่บางมุมมันก็สะท้อนให้หล่อนได้ดีใจในสิ่งที่เป็นอยู่

คิบอม.. ลูกโตขึ้นมากเลยนะ รู้ตัวหรือเปล่า?

 

 

เมื่อรถคันหรูจอดที่หน้าตึก ตัวเล็กๆก็รีบลงมาแล้วช่วยถือของเข้าบ้าน เขายังงอนคิบอมอยู่เพราะทั้งที่รู้ว่าหวงก็ยังจะทำตัวหล่อเดินแผ่ออร่าให้บรรดาสาวๆในห้างเหลียวหลังกันตาเป็นมันแถมยังเที่ยวทำหน้าหล่อเรี่ยราดให้ต้องหงุดหงิดอีก หน้าสวยงอง้ำค้อนซ้ำอีกรอบแล้วเดินสะบัดก้นขึ้นไปบนห้อง ปกติก็ดูเป็นหนุ่มน้อยที่น่ารักเรียบร้อยอยู่หรอก แต่ตอนนี้ไม่รู้ทำไมมันได้เหมือนสาวน้อยเสียเหลือเกิน

คนแกล้งแอบขำเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่คิดจะไปง้อ อย่างดงแฮต้องปล่อยให้งอนสักพักแบบนั้นนั่นแหละดี  ขืนตามใจและง้อบ่อยๆเดี๋ยวก็ได้เสียนิสัยอีก

ฮันแชยอนเหลือบมองลูกชายแล้วก็ส่ายหน้า “ไปแกล้งเค้า ..พรุ่งนี้งานแต่งพี่เราแล้วนะ อย่าต้องไปงอนกันในงานอีกล่ะ”

“ผมไม่ได้แกล้งสักหน่อย” รับคำทั้งที่ใบหน้ายังเปื้อนยิ้ม “เค้างอนเองต่างหาก”

สีหน้าที่แสดงถึงความสุขทำให้ผู้เป็นแม่ได้แต่ปลงในโชคชะตา หล่อนเองก็ทำใจเอาไว้ตั้งแต่ที่ได้ยินคิฮยอนเปรยๆเรื่องคิบอมว่าคงได้ลูกสะใภ้ผู้ชายมาฝาก ความจริงก็ตงิดๆตั้งแต่เขายังเด็กแล้วเพราะเที่ยวจูงเด็กผู้ตายตัวเล็กตากลมแป๋วซึ่งเป็นลูกท่านทูตในงานเลี้ยงสังสรรค์อยู่บ่อยๆ ไม่คิดเลยว่าจะวนกลับมาเจอกันอีกในฐานะที่เปลี่ยนไปแบบนี้

ไม่รู้ว่าจะจำกันได้หรือเปล่าว่าเมื่อตอนยังเล็กๆเด็กหลายน้อยหลายคนล้วนแล้วแต่พบปะกันมาแทบทั้งนั้นแต่เพราะไม่ค่อยได้เจอกันในชีวิตประจำวันจึงทำให้หลงลืมกันไป คิบอมกับดงแฮเองก็คงจะเป็นแบบนั้นเพราะงานของผู้ใหญ่ที่จะสามารถพาเอาเทวดาและนางฟ้าตัวน้อยๆของพ่อแม่ไปด้วยก็มีไม่กี่ครั้งต่อปี ทุกทีที่เจอกันก็ต้องทำความรู้จักกันใหม่ ซึ่งมันก็คงจะไม่แปลกอะไรสำหรับเด็กวัยสี่ห้าขวบที่จะจำเพื่อนใหม่ซึ่งรู้จักกันเพียงไม่กี่ชั่วโมงได้ไม่เนิ่นนานนัก แค่ไม่กี่เดือนก็มักจะลืมกันไปและคงจะมีแค่เพื่อนในห้องเรียนที่อยู่ในความทรงจำ และคงจะมีแค่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่จำมันได้ดี

สายตาของผู้ที่ผ่านโลกมาก่อนจ้องมองดวงหน้าของเลือดเนื้อเชื้อไขอย่างพิจารณา คิบอมต่างจากตอนที่หล่อนไปค่อนข้างมาก จากเด็กที่น่ารักสมวัยบัดนี้แววตาของเขาเด็ดเดี่ยว ดุดัน และดูกร้านโลกอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ในบางครั้งมันก็ยังมีมุมที่อ่อนโยนและอบอุ่น ซึ่งสายตาเหล่านั้นสามารถที่จะเห็นได้ยามที่มีดงแฮอยู่ตรงหน้า เพียงแค่นี้ก็สามารถที่จะบอกได้หมดแล้วว่าคนที่สำคัญมากเป็นอันดับต้นๆของร่างสูงนั้นคือใคร

ว่ากันว่าเมื่อถึงวัยที่จะมีความรัก เด็กผู้ชายมักจะเปลี่ยนไป และหากเจอคนที่คิดว่าใช่ เมื่อนั้นเขาจะกลายเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์ที่สุดเพื่อคนที่เขารัก ...ก่อนหน้านี้คำพูดประโยคนี้อาจได้เพียงรับรู้โดยไร้ความเข้าใจ แต่ตอนนี้หล่อนได้เห็นจากลูกชายทั้งสองแล้วว่าเป็นเช่นไรกันบ้าง

ฮันแชยอนหยุดคิดในหลายๆสิ่ง แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่หล่อนยังค้างคา “ลูกยังไม่ได้บอกแม่ให้ชัดเจนเลยนะว่าทำไมดงแฮถึงได้มาอยู่ที่นี่ บ้านเค้าก็มีไม่ใช่เหรอ”

ดวงตากลมโตที่มีริ้วรอยเล็กน้อยตวัดจ้อง หล่อนไม่ได้ไม่พอใจแต่ในฐานะผู้ใหญ่ก็จำต้องซักไซ้ไล่ความให้กระจ่าง เผื่อว่าเด็กๆจะริอ่านคิดทำอะไรไม่สมควรกันอยู่

“บ้านเค้าพังนิดหน่อย ยังซ่อมอยู่เลยให้มานอนนี่ฮะ” ร่างสูงตอบไปแบบไม่ละเอียดนัก “เรื่องมันยาว แต่เอาเป็นว่าเค้าอยู่บ้านตัวเองในช่วงนี้มันไม่ค่อยปลอดภัย แล้วพ่อก็โทรบอกท่านทูตแล้วครับ ท่านก็ไม่เห็นว่าอะไร”

“งั้นก็แล้วไป ..แม่ก็กลัวว่าจะไปพาลูกเค้าหนี”

“เห็นผมเป็นคนยังไงเนี่ย” คิบอมนึกขำในความคิดแม่ “ผมไม่ได้บังคับเค้ามาสักหน่อย อย่าห่วงเลยฮะ”

“เรื่องทำอะไรตามใจตัวเองน่ะ เราก็เอาเรื่องอยู่ไม่ใช่เหรอ แบบนั้นจะไม่ให้แม่ห่วงได้ยังไง”

เจอประโยคนี้เข้าไปทำเอาพูดอะไรต่อไม่ถูก มันจริงอย่างที่ว่าเพราะหากอยากได้อะไรมาเขาก็จะต้องได้ แค่ความรู้สึกนี้มันยังไม่เกิดขึ้นเพราะเขาได้ทั้งตัวละหัวใจของดงแฮมาแล้วทั้งหมด ซึ่งเมื่อบุตรชายไม่ตอบสนองอะไร คนเป็นแม่ก็เลยต้องพูดให้ได้คิดอีก

“พ่อแม่ของดงแฮก็มีหน้ามีตาในสังคม จะทำอะไรน่ะก็คิดถึงผู้ใหญ่หน่อยแล้วกัน”

คนฟังรู้ดีว่าหล่อนหมายถึงอะไรก็ได้แต่หลุบตาลงต่ำเพื่อละการเผชิญหน้าแบบตรงๆ คำถามเรื่องความสัมพันธ์ก็ยังไม่ได้ตอบจริงจัง ไม่มีใครกล้าบอกผู้ใหญ่อยู่แล้วว่าเกินเลยกันถึงขั้นไหน ซึ่งบางทีเรื่องแบบนี้นั่งนิ่งๆแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ฮันแชยอนเหลือบมองร่างใหญ่ที่เป็นหนุ่มสมวัยอย่างเหนื่อยๆ หล่อนเองก็เตือนตัวเองอยู่ทุกวินาทีว่าคิบอมคนนี้ไม่ใช่คิบอมที่เติบโตมาด้วยสองมือแม่อย่างเมื่อหลายปีก่อน ช่วงที่ตนไม่อยู่เขาก็คิดและตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง มาถึงตอนนี้จะเรียกร้องหรือยัดเยียดความคิดอะไรที่ต้องการใส่ให้ก็ไม่ทันการณ์แล้ว สิ่งที่ทำได้ก็คงจะคือทำใจรับในการตัดสินใจของลูกเพียงเท่านั้น เพราะให้สอนก็คงได้ แต่ถ้าจะให้สั่งมันก็ละอายเกินกว่าที่จะกัดฟันทำแบบนั้นลงไป

“แล้วนี่พ่อแม่ดงแฮรู้เรื่องหรือยังว่าเราสองคนคบกันแบบไหน”

ชายหนุ่มส่ายหน้า มารดาที่ยังสวยและสาวอยู่เลยถอนหายใจอีกรอบ “แล้วจริงจังกันแค่ไหน”

คิบอมกลอกตาเงยหน้าขึ้นมามองแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรและกลายเป็นไอ้ใบ้อีกครั้ง รู้ตัวว่าไม่ได้คิดจะคบเล่นๆแต่อายุอานามแค่นี้จะบอกว่าจริงจังก็พูดได้ไม่เต็มปากและมันก็คงจะดูตลกในสายตาผู้ใหญ่แน่ ปัจจัยหลายๆอย่างมันเป็นเหมือนน้ำที่ท่วมปิดปากเอาไว้ และต้องรอให้แน่ใจว่าสามารถที่จะพูดพร้อมกับทำตามสิ่งที่พูดได้แล้วจึงค่อยเอ่ยออกไปจะดีกว่า เพราะถ้าชิงเปล่งวาจาออกไปแต่ทำไม่ได้ มันก็เหมือนกับพาตัวเองไปตกเหวตายนั่นแหละ

และแม้จะไม่มีเสียงแต่แววตาที่แน่วแน่นั้นก็ทำให้ผู้เป็นแม่ประเมินได้ว่าลูกสะใภ้เล็กคงไม่พ้นคนนี้แน่ เพราะต่อให้คิบอมไม่ตอบออกมาแต่ด้วยสายตาที่ไร้ความลังเลของเขามันจึงทำให้คนถามได้คำตอบกลายๆอยู่ในตัว

“งั้นปิดเทอมคราวนี้ก็บินไปหาท่านลีซึงเฮแล้วก็ขอคบลูกเค้าให้เป็นเรื่องเป็นราวซะ ทำอะไรก็ให้อยู่ในสายตาผู้ใหญ่”

“...”

“พรุ่งนี้ก็ให้ดงแฮไปงานแต่งพี่ชายเราด้วยล่ะ”

“...”

“แม่พูดน่ะได้ยินหรือเปล่า”

“ฮะ”

คิบอมรับคำนิ่งๆแล้วกลับขึ้นไปบนห้อง เมื่อเปิดประตูก็โดนค้อนรับตั้งแต่โผล่หน้าเข้าไป เจ้าตัวเล็กเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จและยังเดินเช็ดผมที่หมาดๆอยู่ วันนี้ชุดนอนของดงแฮสีหวานน่ารักกว่าทุกๆวันเลยยิ่งเตะตาให้รู้สึกว่าชวนมองขึ้นไปอีก

ไม่มีคำพูดจาและร่างหนาก็รู้ว่าเขายังงอนอยู่ แต่คนที่ไม่ได้งอนด้วยนั้นไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว แค่อยากกอดก็เดินไปกอดและซุกหน้าสูดกลิ่นมิลค์โลชั่นหอมๆตรงซอกคอขาวนวลเพื่อเติมพลังให้แก่หัวใจ

“เอ๊ะ..”

คุณหนูแสนงอนจิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์นักที่โดนลวนลามทั้งที่ก่อนหน้ายังหาเรื่องให้อารมณ์เสียอยู่หยกๆ ร่างเล็กดิ้นน้อยๆเพราะยังงอนอยู่เลยต้องเล่นตัวสักหน่อยทั้งที่ก็รู้สึกดีที่เขากอด แต่เพราะคิบอมไม่ยอมปล่อยและยิ่งรัดร่างจนแน่นขึ้นจึงได้ยืนนิ่งๆแล้วเชิดหน้าหันหนีไปทางอื่นแทน

คิดเหรอว่าแค่นี้จะใจอ่อน ..ฝันไปเหอะไอ้โหดบ้า!!!

คิบอมไม่คิดจะเอ่ยอะไรเพราะสิ่งที่ต้องการนั้นคือการได้กอดคนๆนี้ให้เนิ่นนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตัวเล็กนุ่มนิ่มแบบนี้กอดกี่ทีก็ชื่นใจ ยิ่งลึกซึ้งกันไปแล้วก็ยากที่จะหักห้ามใจไม่ให้ทำอะไรที่เคยทำ

คนตัวเล็กหน้าขึ้นสีทีละนิดในทุกครั้งที่เขาขยับตัว ทั้งที่ทำเป็นใจแข็งแต่เมื่อจูบหวานๆพรมแผ่วลงบนผิวกายก็สะท้านไปทั้งร่าง ไหล่เล็กสั่นเล็กน้อยเพราะรู้สึกจั๊กจี้ แต่เมื่อตั้งตัวได้ก็ฉาบยิ้มบางๆทั่วใบหน้าทั้งที่ยังทำงอนอยู่ ปกติเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นคิบอมก็ไม่ค่อยจะแตะเนื้อต้องตัวสักเท่าไหร่ทั้งที่ความจริงเขานั้นชอบใจและอยากให้คนรักแสดงความรักแบบนี้บ่อยๆ ซึ่งต่อให้งอนสักแค่ไหนพออีกฝ่ายทำอะไรถูกใจก็อดที่จะใจอ่อนไม่ได้

“มากอดทำไมเนี่ย” ทำเสียงห้วนทั้งที่รู้สึกดีแทบแย่

“ก็แค่อยากกอด” ครางตอบเบาๆด้วยรอยยิ้ม “ไม่ได้หรือไง”

“...”

“พรุ่งนี้ตอนเช้าไม่ต้องไปเรียนนะ ไปงานแต่งฮยองด้วยกัน” กระซิบเบาๆพอที่จะได้ยินกันสองคน ปลายจมูกแหลมกดลงที่แก้มนิ่มให้คนโดนลวนลามเขินอายเล่น

จากงอนๆอยู่ก็พลันลืมมันไปชั่วขณะ “หืม ไหนตอนแรกตกลงกันว่าจะไปแค่งานเลี้ยงตอนกลางคืนไง”

“แม่บอกให้ไปตอนกลางวันด้วย ..ฮยองแต่งเช้า ตอนบ่ายค่อยไปเรียน”

“แต่กลางคืนก็เหมือนเดิมใช่มั๊ยอ่ะ”

“อืม”

“แบบนั้นก็ได้อ่ะ จะได้ไม่ต้องยุ่งยากไปส่งที่โรงเรียนหลายๆรอบ ตอนเช้าที่นี่ก็คงจะยุ่งๆ” หน้าหวานพยักหน้าตกลงแต่โดยดี “แล้วนี่มากอดทำไม ไปอาบน้ำสิ”

“อาบด้วยกันนะ”

“แต่ชั้นอาบแล้ว”

“ถึงอาบแล้วโสรแป๋วก็อาบอีกได้นี่”

“อาบอีกทำไม ..วันนี้โหดหฤษฎ์เอาแต่ใจนะเนี่ย”

“เดี๋ยวก็เหนียวตัวแล้วไง”

“ยังไง?”

“เดี๋ยวเหงื่อก็ออก รออาบพร้อมกันดีกว่า”

ตาว่าวๆส่งประกายอย่างมีความหมาย กลิ่นหอมกับผิวกายขาวเปล่งปลั่งประดุจผิวมุกที่แสนสวยกำลังยั่วตายวนใจ และมันก็ได้ผลเพราะสามารถทำให้อารมณ์ของคนที่มักจะนิ่งสงบเริ่มปั่นป่วนขึ้นมา

ปลายนิ้วเคลื่อนไปขยับสาบเสื้อแล้วปลดประดุมออกช้าๆ แค่ร่างเล็กหันมาสบตาชัดๆก็ร้อนผ่าวไปทั้งหน้า ไม่ต้องบอกด้วยวาจาก็รู้ว่าในหัวตอนนี้ร่างหนากำลังคิดอะไรอยู่ สายตาเจ้าชู้โลมเลียทั่วทั้งดวงหน้าส่วนมือหนาก็ลวนลามมากขึ้นทีละนิดจนร่างเล็กต้องหันหน้าหลบสายตาหนี

คิบอมเชยคางมนกลับมาให้สบสายตาอีกครั้ง ทั้งที่บอกตัวเองเอาไว้ว่าจะไม่ทำอะไรคนตัวน้อยนี้อีกจนกว่าจะครบรอบวันเกิดสิบแปดปีเพื่อที่ตัวเองจะได้รู้สึกว่าต่างคนต่างเป็นผู้ใหญ่พอที่จะทำอะไรเกินเลย แม้มันจะเป็นเหตุผลที่ไม่ได้สำคัญเพราะก็อีกแค่ไม่กี่เดือน ซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากตอนนี้แต่มันก็เป็นแค่เรื่องของความรู้สึก เพราะคำว่าสิบเจ็ดปีมันยังดูเด็กในความคิดของเขาอยู่

แต่เพราะวันนี้คนสวยผิวผ่องผุดผาด ใบหน้าที่ถูกนวดและขัดผลัดผิวมันเปล่งปลั่งกระแทกตาเสียจนหน้ามืดตามัว จังหวะนี้เรื่องที่เคยคิดๆเอาไว้จึงเป็นอันถูกพับเก็บไปชั่วคราว จะสมควรหรือไม่เขาไม่สนอีกต่อไปแล้ว รู้แค่ว่าต้องการคนตรงหน้าจนแทบขาดใจ และวันนี้เขาก็ทนให้ดงแฮรอดมือรอดไม้ไม่ได้แน่ๆ

แค่มีเขา แค่ได้สัมผัสเขา แค่ได้ชื่อว่ามีแค่ เราสองคน ที่เป็นของกันและกัน อย่างอื่นก็ช่างมันไปก่อน พรุ่งนี้จะร้อนจะหนาวก็ขอให้มันเป็นเรื่องของพรุ่งนี้ เพราะถึงเวลานั้นต่อให้เลวร้ายยังไงก็ต้องกุมมือน้อยๆนี่เอาไว้และฝ่ามันไปด้วยกันให้ได้ แต่วันนี้ ..ขอแค่มีร่างกายเล็กๆนี้ให่ได้โอบกอดและรับความรักที่อัดแน่นไปก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นถูกส่งมาพร้อมกับจูบเบาๆที่หอมหวาน ความรักที่ล้นอกติดพันมาจากเชจูถูกปลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ร่างกายที่บอบช้ำจากวันก่อนได้พักไปแล้วและก็คงจะเพียงพอสำหรับการรับความรักครั้งใหม่  ซึ่งเมื่อร่างใหญ่ปลดกระดุมออกหมดจนเผยให้เห็นผิวบางใสหัวใจดวงน้อยที่เต้นระส่ำก็พร้อมแล้วที่จะรับความรักจากคนที่เฝ้าคลอเคลียอยู่

“ที่ทำวันก่อนน่ะเลิกเจ็บแล้วใช่มั๊ย”

“อ..อืม” เพราะเขินอายจึงทำได้แค่ครางเบาๆในลำคอ เรื่องแบบนี้มันอายเกินกว่าจะพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำจริงๆ

“วันนี้คงจะได้สินะ”

คิบอมรีบช้อนร่างบอบบางขึ้นอุ้มและพาเจ้าสาวตัวน้อยๆไปยังเตียงนุ่มๆที่กำลังจะกลายเป็นเวทีรักของพวกเขาทั้งคู่ สายตาเจ้าชู้จ้องลึกไปในดวงตาก่อนที่จะยื่นหน้าไปกดจูบอีกครั้งที่เรียวปากสีสวย จูบเบาๆอย่างโหยหา แค่เมื่อคืนอดทนและปล่อยให้เขารอดเงื้อมมือมาก็คิดถึงสัมผัสหวานๆนั้นแทบแย่

“ตกลงว่าเดี๋ยวค่อยอาบด้วยกันอีกรอบนะ” ตาหวานๆยิ้มกริ่มเหมือนกุมชัยชนะทั้งปวงเอาไว้แล้ว “ซ้ำมันสักหน่อยร่างกายจะได้ปรับตัวได้นะ ^ ^

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ending talk

 

ในที่สุด Boy in City 3 ก็ออก ... เราจะได้ฤกษ์กลับมาเล่นเกมกันแล้ว = =”

 

 

เดี๋ยวเว็บบลู (ที่กำลังจะเปิด) กะเกาะ จะรับจองนะคะ ตอนนี้ขอดูเรื่องน้ำหนักกับภาษีก่อน ถ้าใครสนใจแล้วไม่รู้จะสั่งที่ไหนก็รอดูที่บลูก็ได้ จะได้เปรียบเทียบราคากับที่อื่น ... คิดว่าน่าจะบินไปหิ้วเองด้วย หรือให้พี่ที่นั่นซื้อส่งกลับมาอ่ะนะ รอดูจำนวนก่อนแล้วกัน

 

 

เฮ่อ ช่วงนี้อยากแต่งฟิคนะ ..แต่ตอนนี้งานอย่างอื่นล้นมือไปหมด แบ่งเวลาทำยังไม่ค่อยจะทันเลย พอเครียดๆ ต่อให้มีพล็อตในหัวมันก็ไม่สามารถที่จะเรียบเรียงคำออกมาให้ดีได้  ช่วงที่หายๆไปใช่ว่าได้พัก นอนน้อยมาสองสามสัปดาห์แล้ว ตั้งแต่ก่อนคอนที่มาเล ตอนนี้งานสุมเยอะมากจริงจัง มากจนจะบ้าตาย...

 

ใครที่ทักในเอ็มไปบลูอาจไม่ตอบนะคะ และสำหรับคนที่คิดจะทัก ช่วยดูชื่อเอ็มบลูด้วย บางทีนั่งเครียดอยู่กับการแก้โค้ดก็มีคนเข้าไปชวนคุย ถามโน่นนี่ ซึ่งถ้าเวลาปกติบลูก็โอเคนะ แต่จังหวะที่เครียดและอารมณ์เสียกับโค้ดอยู่อ่ะ มันคงไม่เวิร์คเท่าไหร่ = =”  บลูไม่อยากเผลอนอยใส่ใครนะคะ เอาเป็นว่าถ้าสะสางงานเสร็จแล้วทุกอย่างจะกลับมาปกติ และจะอัพถี่เหมือนเดิม ช่วงนี้ก็ทำใจหน่อยแล้วกันค่ะ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #67089 PobarO (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 17:26
    เป็นไงหละกี้ มินมินใจอ่อนไวๆนะ
    #67,089
    0
  2. #67059 DreamPatty (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2556 / 22:22
    ออกแววหื่นไปแล้วคิมคิบอม = ="
    #67,059
    0
  3. #66923 luknamalotte (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 14:12
    คยูน่ารักจัง ไม่รู้ว่าสองคนนี้จะไปจีบกันท่าไหนเนี่ย 5555 ฉันชักจะหมั่นไส้วอนแล้วนะ ยอมรับความจริงไม่ได้ :P
    #66,923
    0
  4. #66831 แอ๋มแป๋ (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2555 / 01:47
    คยูมินจะเป็นยังไงต่อ

    คิบอมหื่นขั้นเทพ
    #66,831
    0
  5. #66603 P-ENT (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2555 / 22:28
    บอมจะทำด๊องช้ำอีกแล้วอ่ะ





    #66,603
    0
  6. #66312 KIHAE*129 (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 22:02
    คยูมินซึ้งเบาๆ

    อ้าวเจอกันตอนงานเลี้ยงซะงั้น

    คุณแม่ตอนไปทะเลไม่เจอกันหรอค่ะ
    #66,312
    0
  7. #66243 mirchullove (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 5 มีนาคม 2555 / 05:40
    บวมหื่นมากเลย
    #66,243
    0
  8. #66242 mirchullove (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 5 มีนาคม 2555 / 05:36
    บวมหื่นมากเลย
    #66,242
    0
  9. #66186 Zelon (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:13
    คยู T T .. (ใจอ่อนแล้ว 555) ทำไมซึ้งงี้อะ น้ำตาจะไหล ชอบคยูมินตอนนี้มากๆ ชอบตอนรูปคนจับมือกันมากสุด ซึ้งโพดๆ สู้ๆนะทั้งคู่



    ป๋าเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์ดึงปะเนี่ย เด๋วนี้ขี้น้อยใจจิงแฮะ



    คิเฮ น่ะ..มีครั้งที่หนึ่งก็ขอสองสามสี่ห้าเลยนะ ไม่เกรงใจคุณแม่เลย :P
    #66,186
    0
  10. #66050 chin-cha (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 15 มกราคม 2555 / 06:30
    บอมแกเป็นเจ้าชายหมั้นโถ่วใช่ไม๊
    #66,050
    0
  11. #65931 np137 (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2554 / 15:31
    คยูมิน อ่านแล้ว ทั่งเหงา ทั้งอบอุ่น
    มินยกโทษให้คยูมินเถอะนะ

    คิฌอครอบครัวสุขสันต์มากๆ
    อิจฉาาาาาาาาาาา
    #65,931
    0
  12. #65820 Ringo-rr (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 15:01
    กี้กำลังปรับตัว  สู้ต่อไปๆ 
    เเป๋วน่ารักขึ้นทุกวัน บอมจะทนไหวเหรอเนี้ย อิอิ   


    #65,820
    0
  13. #65794 MTieluk (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2554 / 22:49
     มิน...คยูกำลังปรับปรุงตัวนะให้โอกาสมันหน่อย 
    #65,794
    0
  14. #65783 Darker-40 (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2554 / 01:55
    ลุ้นๆกับคยูมิน
    #65,783
    0
  15. #65441 Choo-iz' Kukkik (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2554 / 20:00
                                                "  ถ้ามือคู่นี้เป็นของเราสองคน  ..ผมคงจะหนาวแบบนี้.."
    จับจิตมาก... น้ำตาไหลเลย TT


    #65,441
    0
  16. #65385 NANA (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 14 กันยายน 2554 / 12:06
    คาสโนว่า ถอดเขี้ยวเล็บ กลายเป็นหมาป่าหงอยคิดถึงกระต่ายอวบ

    คยูก็ทำอะไรน่ารักๆ เป็นเหมือนกันนะเนี่ย เป็นใครก็ต้องใจอ่อนล่ะนะ

    แต่พอมาเจอกับพี่เย่ ก็ต่อปากต่อคำได้อีก ชอบคู่นี้ทะเลาะกัน ทำให้คยูหลุดมาดคุณชาย

    #65,385
    0
  17. #65309 yon_hwa (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2554 / 02:47
    มีคนมาทำอะไรให้อย่างคยูนะ

    อ๊ายย

    เพ้อมากเรยอ่ะ
    #65,309
    0
  18. #65288 เจ้าชายหมาป่า (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2554 / 19:00
    ฮันชอล เอาซะ เจ็บจี๊ด ๆ

    คยูมิน โอ๊ยยยย เศร้าไปไหน

    คิเฮ น้ำตาลเรียกพ่อ พี่มันน้อยไป = =
    #65,288
    0
  19. #63998 dolzpumz (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2554 / 19:59
    ชอบตากี้โหมดนี้มากก

    แลดูโรแมนติดบอยมากเลยอ่ะ

    มินๆ ใจอ่อนซักนิดก่อนก็ได้นะที่รัก

    ส่วนคิเฮ นะ ซ้ำอีกซักรอบจะได้ปรับตัวได้ 5555
    #63,998
    0
  20. #63904 []เดอะ.สอง? (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2554 / 15:11
     หลายอารมณ์ในตอนเดียว
    #63,904
    0
  21. #63784 MCH (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2554 / 17:54
    ฮือ TT ทำไมเด็กหน้าแกเล่นแบบนี้หละ สงสารคุณฮี TT



    คยูมินก็คงจะกลับมาเปนเหมือนเดิมในอีกไม่ช้า แต่ก็ไม่แน่ ฮะฮ่า



    ส่วนคิเฮคงไม่ต้องพูด >///< >O
    #63,784
    0
  22. #63584 Pink_Panther (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 20 เมษายน 2554 / 23:50
    ขอถอนคำพูดที่เคยว่ากี้ทั้งหมด !! //โดนถีบเปรี้ยงงงง

    มีคนมาทำแบบนี้ให้รักตาย

    อ่านป๋ากับเจ๊แล้วซึ้งมาก ร้องไห้เลย T T"

    บอมเก๊าะ ถนอมด๊องหน่อยสิก๊ะ
    #63,584
    0
  23. #63484 Heart_KimLee[129] (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 19 เมษายน 2554 / 04:18
    กี้ทำซึ้งมากอ่ะ อ่านแล้วรู้สึกอินมาก

    เป็นการกระทำที่ดูหวานๆดีแต่ก็มีเศร้าๆซึ้งๆปนกันไป

    กี้นายทำดีที่สุดแล้ว ยังไงก็พยายามต่อไปนะ

    สักวันมันต้องเป็นวันของแกนะกี้ สู้ๆ



    อ่านของเจ๊กับตี๋แล้วรู้สึกดีนะแรกๆอ่ะ หวานๆกันดี

    ตี๋ก็หมั่นพูดจาหวานๆ เจ๊ก็รีบรู้ใจตัวเองเร็วๆนะ

    ตี๋มันให้เก็บไปคิดแล้ว ลองทบทวนตัวเองดีดีนะเจ๊



    โหดกับแป๋วก็ยังหวานกันตลอด

    แม้จะมีเรื่องของผู้ใหญ่มาให้คิด แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปนะ

    ยังไงคนเรารักกันแล้วย่อมไม่แคล้วคลาดกันไปได้หรอก

    โหดก็หักห้ามใจตัวเองหน่อยสิ เดี๋ยวแป๋วจะช้ำเอานะถนอมๆหน่อย

    ซ้ำบ่อยๆเดี๋ยวเเป๋วจะเเย่เอานะ อิอิ



    ไรเตอร์สู้ๆนะคะ

    #63,484
    0
  24. #63223 ♥mt_saranghae>>km♥ (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 30 มีนาคม 2554 / 15:34

    รักกี้ขึ้นมาทันที  เหตุใดจึงดีเช่นนี้ TT
    คบกันมั้ยที่รัก :)

    คิเฮ อย่างนี้ต้องซ้ำ 5555555555

    #63,223
    0
  25. #63221 นิดหน่อย129 (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 30 มีนาคม 2554 / 00:03
    เห็นใจกี้

    จี๊ดกับเจ๊อะ

    ส่วนคิเฮ เลิฟๆอีกแล้นแหมๆเหตุผลดีให้ร่างกายปรับกันได้
    #63,221
    0