Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 70 : Charpter 43 : ความจริงของหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,059
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    6 ม.ค. 53

 

กลับมาจากโรงเรียนด้วยความกังวลที่สุมอยู่ในหัว ลางสังหรณ์มันบอกว่าซีวอนคงจะได้รับภาพถ่ายคล้ายๆกับที่ตัวเองได้แน่ เรื่องนี้ไม่ต้องรอให้มีหลักฐานออกมาฟ้องก็พอจะเดาได้ในเมื่อรูปการมันคล้ายจะออกมาแบบนั้น แต่แค่ยังไม่รู้ว่าเพื่อนจะได้รับมันวันนี้หรือวันไหนก็เท่านั้นเอง

ดงแฮแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่จู่ๆคิบอมก็ชวนออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้หลังบ้าน ร่างหนาบอกว่าแม่ของเขาชอบดอกไม้และปลูกมันเอาไว้ตั้งแต่ที่เขายังเด็ก แม้จะผ่านไปหลายปีและคนที่ดูแลจะยังไม่ยอมกลับมาแต่ว่ามันก็ยังมีคนสวนคอยประคบประหงมไม่ให้แห้งเหี่ยวหรือเฉาตาย ดังนั้นดงแฮจึงยังเห็นดอกไม้หลายชนิดบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมรันจวนอยู่อย่างตอนนี้

ตัวเล็กเดินไปเดินมาในขณะที่ร่างหนาทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้แบบโยกตรงกลางส่วน คนงานเพิ่งจะรดน้ำไปบริเวณนี้จึงยังชุ่มฉ่ำอยู่ คิบอมหันมองซ้ายแลขวาอยู่ไม่กี่นาทีก็มีเจ้าคนตัวน้อยวิ่งไล่ผีเสื้อผ่านเข้ามาในสายตา

เฮ่อ คนมองถอนหายใจดังเฮือก ปัญญาอ่อน

เขาบ่นทันทีที่เห็นรอยยิ้มสดใสส่งไปให้ผีเสื้อปีสวย ดงแฮกระโดดไปกระโดดมาท่าทางจะอารมณ์ดีจัด แต่ดูแล้วมันชวนเครียดมากกว่าที่จะมองว่าน่ารักเพราะอายุอานามก็ใช่ว่าจะสามขวบ และผู้ชายวัยสิบเจ็ดที่ไหนมันวิ่งไล่ผีเสื้อกันบ้าง?

ร่างบอบบางกระโดดเหยงๆต่ออีกสักครู่ก็หยุดหอบเพราะผีเสื้อตัวนั้นโฉบหายไปแล้ว เขาทรุดตัวลงนั่งอยู่กับแปลงดอกไม้จากนั้นก็ใช้นิ้วจิ้มกลีบกุหลาบสีแดงสดพร้อมกับทำตาแป๋วๆให้คิบอมถอนหายใจเล่น ยิ่งนับวันดงแฮก็ยิ่งทำตัวเหมือนเด็ก ท่าทางว่าไอ้ที่เคยเก๊กๆเหมือนจะเป็นผู้ใหญ่มันคงจะหมดอายุการใช้งานไปแล้ว

นี่เจ้าแป๋ว เสียงต่ำร้องเรียก ทันทีที่ตัวน้อยเงยหน้ามือหนาก็ตบลงตรงที่ว่างข้างตัวเป็นสัญญาณเรียกให้ไปนั่งใกล้ๆ

ตากลมตวัดมองแล้วกลอกกลับมาจ้องดอกไม้ก่อนจะย้อนกลับไปมองใหม่ ไม่แน่ใจว่าคิบอมจะแกล้งอะไรอีกหรือเปล่าเพราะช่วงนี้เจ้าคิมปั๊กหน้านิ่งยิ่งชอบแปลงร่างเป็นไอ้โหดหื่นอยู่ด้วย แต่เพราะดูแล้วเหมือนจะไม่มีอะไรจึงยอมลุกและเดินเข้าไปหา

มีอะไร

แทนที่จะตอบกลับอมยิ้มบางๆในหน้าแล้วเอื้อมมือแตะที่เอวบางเพื่อรั้งให้นั่งลง ดงแฮรู้สึกงงเล็กน้อยแต่ก็ยอมที่จะทรุดตัวลงใกล้ๆ และในทันทีที่หย่อนก้นลงไปแตะเก้าอี้มือหนาก็เลื่อนขึ้นมาโอบไหล่เล็กเอาไว้แล้วค่อยๆไล่ไปที่แก้มเนียนเพื่อดึงหัวทุยมาซบที่ตรงบ่า

ไม่มีคำพูดใดๆแต่การกระทำของคิบอมก็สามารถทำให้ฝ่ายรับอมยิ้มออกมาได้อย่างเป็นสุข แม้ตอนแรกจะเกร็งไปบ้างเพราะยังไม่ค่อยไว้วางใจแต่ตอนนี้ก็ทิ้งน้ำหนักทั้งร่างกายเอนไปหาอีกฝ่ายอย่างไม่ระแวง

เก้าอี้แกว่งเบาๆด้วยแรงจากเท้าของคนที่เป็นเจ้าของ มืออุ่นลูบเบาๆที่ผมนิ่มพลางพรมจูบลงไปตรงกระหม่อมบางอย่างเอ็นดู สักครู่ก็เปลี่ยนมาหยุดเก้าอี้ให้อยู่นิ่งๆแล้วทิ้งศีรษะลงไปอิงบนหัวกลมๆของคนตัวน้อยที่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า คิบอมโยกตัวเบาๆพร้อมตวัดมืออีกข้างไปสอดประสานมือเรียวบางเอาไว้ นิ้วประสานนิ้วกุมกันไม่ห่างไปไหน เพียงแค่นี้ก็สุขใจมากมายเหลือเกิน

โหด เสียงหวานใสเรียกเบาๆราวกับจะกระซิบ

หืม

หลับได้มั๊ย

อื้อ

ถ้าจะกลับก็ปลุกนะ

อืม

แค่เขารับคำตากลมก็ค่อยๆหรี่ลงและหลับพริ้มด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนหน้า ดงแฮรู้สึกคับในอกเหมือนว่าหัวใจจะพองเกินอัตราปกติ แม้ไม่มีสัมผัสวาบหวิวใดๆแต่แค่มีไอบางๆลอยโอบรัดอยู่รอบตัวมันก็ทำให้ไม่รู้สึกว่าอ้างว้างเลยสักนิด นิ้วเรียวยาวที่เกลี่ยเบาๆที่ผมหนานิ่มสีน้ำตาลเข้มยังขยับไปมาราวกับเป็นการกล่อมคนตัวน้อยให้เข้าสู่นิทราเร็วขึ้น

จากหนึ่งนาที สองนาที จนล่วงไปเป็นสิบนาทีที่คิบอมจรดริมฝีปากจูบที่ผมนุ่มสลวยซ้ำๆอยู่แบบนั้นและประคองร่างระหงแนบกายไม่ให้ห่างไปไหนแม้สักมิลลิเมตร แค่วันนี้ที่ปล่อยให้ห่างตาไม่กี่นาทีก็มีเรื่องเข้ามาให้ใจหาย ถึงดงแฮจะทำท่าเหมือนว่าไม่รู้สึกกลัวหรือตกใจอะไรแต่เขาก็รับรู้ได้ว่าคนตัวน้อยแค่พยายามที่จะเข้มแข็งเพื่อไม่ให้ใครต้องเป็นห่วง

สองร่างซบอิงอยู่แบบนั้นไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ไม่ต้องมีคำพูดก็สามารถที่จะส่งสายใยรักที่อบอุ่นถึงหัวใจกันและกันได้ในความเงียบ คนตัวใหญ่ยังลูบแก้มขาวเบาๆแล้วกดปลายจมูดสูดกลิ่นแชมพูอ่อนๆเข้าร่าง ส่วนคนตัวบางๆก็อมยิ้มหวานๆโดยไม่ได้ขัดขืนอะไร

สักพักกว่าจะมีเสียงเอ่ยขึ้น ดงแฮที่ทำเหมือนจะหลับเอ่ยเรียกเบาๆ ซึ่งมันก็คงจะพอให้เขากับคิบอมได้ยินกันแค่เพียงสองคนเท่านั้น

โหด

 หืม

ชั้นว่า.. จะขอคุยกับเค้า

เค้า?

ร่างเล็กเม้มปากบางๆ ลำบากใจกับการที่จะต้องเอ่ยชื่อใครอีกคน แต่คิบอมก็พูดออกมาเสียก่อน

ซีวอน?

หัวกลมส่ายดุ๊กดิ๊ก ตายังหลับอยู่เพราะไม่อยากจะสบตาคนตัวใหญ่ในตอนนี้

เค้า ..คนนั้น

สีหน้าคนฟังนิ่งและราบเรียบลงคล้ายจะไตร่ตรองอะไรสักอย่าง คนๆนั้นที่มาแค่จดหมายแต่สามารถทำให้ดงแฮร้องไห้ฟูมฟายได้มันช่างน่ากลัว ..กลัวว่าถ้าไปเจอจริงๆแล้วคนตัวน้อยนี้จะไม่มีวันย้อนคืนกลับมา

แต่สิ่งที่ได้ยินหลังจากนั้นกลับทำให้หน้านิ่งพรายยิ้มออกมาได้

ก็แค่อยากจะบอกเค้าว่า ..ตอนนี้ชั้นรักคนอื่นมากกว่าแล้ว

พูดจบก็อมยิ้มหน้าร้อนผ่าว เขินก็เขินที่พูดแบบนี้ถึงได้หลับตาหนีไม่กล้ามองหน้า คิบอมรู้ดีว่าดงแฮอายจึงยังนั่งเฉยๆโดยไม่โต้ตอบทางวาจาและใช้มือหนาลูบเบาๆที่ผมหนานุ่มอย่างเอ็นดู ซึ่งคนตัวน้อยก็สอดอีกมือที่ไม่ได้กุมกับมือใหญ่เอาไว้ไปกอดเอวอีกฝ่ายอย่างออเซาะ

แค่นี้คงจะบอกได้แล้วว่าเขาเลือกใคร

 

 

สองร่างอิงแอบแนบซบอยู่กลางสวนดอกไม้ที่บานสะพรั่ง มองแล้วก็เหมือนการจัดฉากถ่ายรูปแต่งงานเสียอย่างนั้นจึงต้องลำบากตากล้องจำเป็นที่ทำตัวเหมือนปาปารัซซี่คอยหาจุดที่จะถ่ายรูปได้ ซังบอมลงทุนลากพี่ใหญ่ขึ้นมาที่ชั้นสองแล้วยึดกล้องพี่มาใช้แบบขอร้องกึ่งบังคับซ้ำยังโยนกล้องส่องทางไกลให้พี่ชายเอาไปดูอีก

โชคดีนะที่แฟนคิฮยอนชอบเที่ยวป่าเขาและสถานที่ที่เป็นธรรมชาติถึงได้มีอุปกรณ์แบบนี้ติดห้องเอาไว้

มีแบบรัวชัตเตอร์มั๊ยฮยอง คนน้องที่ยังดูโง่ๆกับการใช้กล้องร้องถาม ถึงปกติจะมีกล้องเป็นของตัวเองแต่มันก็ไม่ชินกับไอ้ตัวใหม่ที่ยึดพี่ชายมาชั่วคราว

กดตรงนี้อ่ะ นิ้วยาวจิ้มบอก นี่แกจะไปถ่ายทำไม ไอ้คิบอมรู้นี่ได้ตายหมู่นะเว้ย

คนน้องที่ดูจะผอมบางกว่านิดหน่อยแถมยังแก้มพองอีกเลยหันไปมองหน้า แล้วฮยองส่องกล้องดูทำไมล่ะ

...

มันน่ารักดีออก นานๆจะเห็นไอ้ปากหมาหน้าฉาบปูนบล็อกเดียวทุกอารมณ์ทำตัวน่ารัก ..ฮึ่ย ทันช็อตจุ๊บแก้มด้วย ..ย๊ากกกก อิจฉาว่ะ!!”

ถ้าแกไม่บอกชั้นก็ไม่สังเกตนะเนี่ยว่าคิบอมมันก็มีโมเมนต์หวานๆกับดงแฮบ่อย

คนถ่ายก็ยังคงถ่ายไปและไม่ยอมให้พลาดมันซักช็อตเดียว รูปไหนไม่สวยเดี๋ยวค่อยไปนั่งลบ แต่ตอนนี้ขอกดรัวมันก่อนก็แล้วกัน

เค้ามีกันประจำแหละคู่นี้ เวลาคนอื่นอยู่ไอ้น้องฮยองมันก็เก๊ก ทำนิ่ง พออยู่กันสองคนมันก็เป็นแบบนี้อ่ะ ประจำอ่ะมัน คนที่เด็กสุดยิ้มทะเล้นอย่างรู้ทันพี่ ผมยุให้มันบอกรักดงแฮจนปากจะฉีกแล้วแต่มันก็ยังเกรงใจซีวอนอยู่

มันก็นะ.. เพื่อนกันนี่หว่า คิฮยอนลดกล้องลงมาเพราะชักจะทนความหวานที่ล้ำหน้าคู่ของตัวเองไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ต้องยกขึ้นส่องตอนที่น้องมันร้องวี๊ดวิ้วขึ้นมาอีก

โอ๊ยๆ ดงแฮน่ารัก

เจ้าตัวดีรีบกดปุ่มเปิดภาพที่เพิ่งจะถ่ายได้ให้พี่ดูพร้อมทั้งขยายเสร็จสรรพ มันเป็นภาพที่คนตัวน้อยยืดคอขึ้นจูบที่แก้มพองๆด้วยรอยยิ้มที่ดูขวยเขิน ด้านหน้ามีมือข้างที่กุมกันเอาไว้ประสานตรงอกกว้าง ดูยังไงมันก็เหมือนภาพถ่ายแต่งงานไม่มีผิด

ฮยอง ..รูปแต่งงานฮยองหวานได้ครึ่งมันมั๊ย ซังบอมยักคิ้วล้อ

พี่ชายเลยได้แต่ยืนนิ่ง เพราะถึงฮาราจะสวยเปรี้ยวดูโฉบเฉี่ยวเป็นหญิงยุคใหม่แต่หล่อนก็ห้าวซ้ำยังชอบอะไรที่ท้าทายจึงได้ทำแต่สิ่งที่สบายใจมากกว่าสบายกายอยู่บ่อยๆ หลายครั้งที่ชวนไปล่องเรือ เที่ยวป่า ปีนเขา ไอ้ถ่ายรูปแล้วมาทำท่าหวานซึ้งแบบนี้ก็มีอยู่ไม่กี่ช็อตที่ทำออกมาได้ เพราะทุกทีที่ตากล้องบอกให้จ้องตาหวานๆก็พาลจะขำเอาซะก่อน และพอจะหวานก็หวานเวลาอยู่สองต่อสองเสียมากกว่า แถมยังจะนานๆทีอีกต่างหาก

เจ้าน้องเล็กรู้ทันเลยหัวเราะร่วน อิจฉาคิบอมมันอ่ะเด้ ฮ่าๆๆๆ

ไม่อยากจะยอมรับว่าใช่แต่มันก็เป็นไปแล้ว และตอนนี้ก็รู้สึกเหมือนตัวเองเริ่มมีปัญหากับสติและอายุไม่รู้ว่ามาแอบดูน้องนั่งหวานแหววกับแฟนทำไม แต่ถึงทั้งคู่จะเป็นผู้ชายเหมือนกันดงแฮก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นเด็กผู้ชายเสียทีเดียว ดูแล้วก็หน้าหวานๆ ตัวเล็กๆ น่าทะนุถนอมแบบนั้นมันก็น่ารักดีเวลาที่อยู่ในอ้อมแขนของคนนิ่งๆอย่างคิบอม

เนี่ยผมยังคิดอยู่เลยว่างานแต่งฮยองแล้วดงแฮไปด้วยอ่ะ จะเป็นยังไง

หืม

ซีวอนไม่รู้นะว่าฮยองรู้จักกับดงแฮ เวลาอยู่ที่โรงเรียนหรือต่อหน้าคนอื่นน่ะสองคนนี้ทำยังกับคนที่ไม่รู้จักกัน

ร่างหนาที่สวมเสื้อเชิ้ตธรรมดาเพราะว่าเพิ่งกลับมาจากการดูของชำร่วยในงานแต่งขยับตัวพิงกรอบประตูที่ระเบียงห้องของตัวเองแล้วครุ่นคิด ซึ่งมันก็จริงอย่างที่ซังบอมว่าเพราะนิสัยอย่างคิบอมไม่น่าจะบอกใครว่าดงแฮมาอยู่ที่บ้านด้วย แล้วอยู่ๆจะให้โผล่ไปที่งานก็คงจะดูประหลาดอยู่ไม่น้อย

คิดหาทางออกตามประสาคนฉลาดอยู่สักพักก็ยิ้มได้ ก็บอกว่าดงแฮมาอวยพรงานแต่งชั้นแทนพ่อแม่เค้าไง พ่อชั้นรู้จักกับพ่อเค้านี่

เออเนอะ ..ได้อยู่ๆ

แต่..

แต่อะไร เจ้าเด็กจอมทะเล้นที่ถ่ายรูปพี่ไม่ยอมหยุดละสายตามาสักครู่ อะไรล่ะฮยอง

แต่ชั้นกลัวว่าคุณคิมแทยางจะทำเสียแผนน่ะสิ

พูดถึงบิดาของตัวเองแล้วก็หน้านิ่วขึ้นมา จะไปเตี้ยมกับพ่อให้ช่วยน้องก็คงไม่ได้เพราะต้องอธิบายกันยาว ดีไม่ดีก็ได้มีเรื่องให้ต้องวุ่นวายอีก ขืนหลุดปากบอกไปว่าคิบอมกับดงแฮมีใจให้กันแล้วมีซีวอนคั่นกลางบ้านคงแตกแน่

อ่า.. ไม่เป็นไรหรอก เจ้าบ่าวต้องอยู่กับพ่อแล้วไปหาผู้ใหญ่ พวกผมเด็กๆก็อยู่กันไปตามประสา

อืม ก็พอได้

ว่าแต่คุณป้าจะมามั๊ยอ่ะฮยอง ซังบอมมองอย่างมีความหวัง

พี่ชายทอดสายตาลงไปยังร่างน้องที่มีคนตัวน้อยคอยอิงแอบแนบชิด รู้ดีว่าคิบอมรอวันที่แม่จะกลับมาหามานานเท่าไหร่ อยากจะบินไปหาแม่เองแต่ก็เป็นเรื่องกับพ่ออยู่ทุกครั้งที่เอ่ยเรื่องนี้ และครั้งนี้มันคงจะเป็นครั้งที่ดูจะมีความหวังมากที่สุดก็ว่าได้

มาสิ ลูกแต่งงานทั้งทีทำไมจะไม่มา

แล้วถ้ามา จะกลับมาอยู่ที่บ้านมั๊ย

อืม ..พ่อถึงต้องหาที่อยู่ชั่วคราวให้แรวอนไง ถ้าให้แม่ไปพักโรงแรมน่ะมันน่าเกลียดแล้วก็เสียหน้ามาก เค้าไม่ทำแบบนั้นหรอก

คิบอมคงดีใจ

พูดถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจไปตามๆกัน วันที่เกิดเรื่องคิบอมไม่ได้อยู่บ้านเพราะต้องไปทัศนศึกษากับทางโรงเรียน พอกลับมาก็รู้แค่ว่าแม่ไปแล้วและพ่อก็ไม่อธิบายอะไรสักอย่างนอกจากใช้อารมณ์ประชดประชันให้ทุกอย่างยิ่งแย่ ตอนนั้นคิบอมยังอยู่ชั้นประถมและเคยชินกับการที่มีครอบครัวอบอุ่นเสมอมาและไม่เคยรู้ว่าพ่อแม่ระหองระแหงกันมานานเพราะพวกท่านพยายามที่จะปิดบังไม่ให้ลูกชายคนเล็กได้รู้ แต่สุดท้ายแม่ก็ทนความเจ้าชู้ของพ่อไม่ไหวและตัดใจหนีไปดูแลบริษัทที่ต่างประเทศจนได้

ทุกปีจะมีของขวัญและการ์ดอวยพรส่งมา บางครั้งแม่ก็โทรหาพวกเขาบ้างแต่มันก็ไม่ได้สมบูรณ์เหมือนที่เคยเป็นมา และทุกอย่างก็ยิ่งย่ำแย่เมื่อคิมแทยางพาแรวอนซึ่งยังสาวสะพรั่งเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย ซึ่งมันก็ยิ่งตอกย้ำให้แม่ของพวกเขารังเกียจที่จะกลับมาเหยียบบ้านหลังนี้อีก

คิฮยอนเห็นว่าน้องทำหน้าเศร้าก็ยกมุมปากยิ้มกว้างเพื่อให้ทุกอย่างกลับมาสดใส

บางทีงานแต่งของชั้นอาจจะทำให้ผู้ใหญ่ดีกันก็ได้นะ ..ดงแฮก็อยู่นี่ ส่งเป็นด่านหน้าไปประจบคุณแม่ก็น่าจะได้ ท่านเอ็นดูเด็กน่ารักๆจะตายไป

ดงแฮจะกล้าเร้อ

ถ้าบอกว่าช่วยให้คิบอมมีแม่อยู่ใกล้ๆนานขึ้น แกคิดว่าจะกล้ามั๊ยล่ะ

ซังบอมหัวเราะอย่างไม่ต้องคิด ให้มันได้อย่างนี้สิ ..เอาว่าที่ลูกสะใภ้ไปประจบผู้ใหญ่กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว ..ไอเดียเจ๋งนะเนี่ย

คุณคิมแทยางเค้าก็เอ็นดูดงแฮอยู่พอตัว ยังไงซะก็ไม่กล้ามึนตึงใส่กันหรอกถ้าดงแฮเป็นตัวเชื่อมน่ะ

งั้นก็ต้องไปเสี้ยมเจ้าเปี๊ยกนั่นเยอะๆหน่อย ..แต่ตอนนี้รู้สึกว่าน้องฮยองมันจะเริ่มหื่นแล้วนะ

หืม คิฮยอนรีบหยิบกล้องขึ้นมาส่องอีก

ภาพที่เห็นคือคิบอมกำลังก้มหน้าชิดอยู่กับหน้าหวานๆ ปลายจมูกเฉียดกันไปมาแต่ว่าก็ไม่มีการสัมผัสที่มากไปกว่านั้น ดงแฮพยายามจะเบี่ยงตัวหันหน้าหนีแต่ที่เห็นก็คือร่างหนาก็ยังพาหน้าไปใกล้ๆแล้วกอดตัวเล็กเอาไว้ไม่ให้ห่างอีก แถมยังมีมือบิดแก้มใส เกลี่ยปลายจมูก โดยที่ร่างบางก็ยังทำเหมือนว่าจะยังงอแงเพราะค้อนใส่อยู่หลายรอบ ท่าทางจะทำอะไรให้ดงแฮงอนแล้วคิบอมเลยต้องนั่งง้อแน่ๆ ซึ่งมองๆดูมันก็ชวนให้สงสัยว่ามดแถวนั้นจะสำลักความหวานตายกันไปกี่รังแล้ว

คนไม่มีแฟนมองแล้วก็ยิ่งอิจฉา ทำไมผมไม่มีใครมาให้ทำแบบนี้บ้างเนี่ย!!!”

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

คนที่จะต้องไปเข้าค่ายถึงอังกฤษจัดกระเป๋ายังไม่เสร็จเพราะทั้งวันยังต้องไปทำธุระมากมาย ฮันกยองค่อนข้างวุ่นวายกับการเตรียมตัวในฐานะเด็กทุนจากเกาหลี ใจหนึ่งก็ตื่นเต้นที่จะได้เจอเพื่อนใหม่ๆที่คงจะต้องไปร่วมหัวจมท้ายกันหลังจากนี้ แต่อีกใจก็คิดถึงหน้าหวานๆของคนที่ชอบทำหน้าเหมือนจะมีความแค้นกับเขามาสักสามสิบปีได้

ปลายนิ้วกดโทรศัพท์หลังจากที่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงนอนอยู่หลายนาที ทั้งที่คิดว่าจะยังไม่โทรหาแต่มันก็อดใจไม่ไหว แค่พักจากการจัดกระเป๋าและเห็นว่ามันเลยเวลาเลิกเรียนมานานแล้วก็กระวนกระวายนั่งไม่ติด

เสียงรอสายดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าอีกไม่นานคงจะมีคนมารับ ซึ่งมันก็เป็นจริงตามคาดคือเสียงห้วนๆที่กรอกใส่หูกลับมาเหมือนว่าจะไม่พอใจสักเท่าไหร่ที่เจ้าสารวัตรนักเรียนตัวใหญ่ที่กำลังจะอู้งานไปต่างประเทศโทรมา

มีอะไร

ฮันกยองถึงกับใบ้กินเมื่อฮีชอลถามแบบนั้น แค่อยากจะบอกว่าคิดถึงก็เปล่งออกมาไม่ได้เพราะความรู้สึกก็สารภาพไปหมดแล้ว จะเนียนทำทะเล้นหน้าด้านมัดมือชกอย่างเก่ามันก็ยังกระอักกระอ่วนอยู่

อะไร โทรมาแล้วก็ไม่พูด เสียงห้วนดุดังอีกรอบ

คราวนี้เลยต้องตอบก่อนจะหาเรื่องให้โดนด่า ก็แค่คิดถึง

แค่นี้นี่นะ

อืม แค่นี้แหละ ..แค่อยากได้ยินเสียง

ชั้นไม่ใช่นักร้องไอดอลนะ จะอยากได้ยินเสียงทำไม

ผมก็ไม่ได้บอกว่าคุณใช่สักหน่อย พอจับความรู้สึกจากน้ำเสียงได้ว่าเขาไม่ได้หงุดหงิดจริงๆก็เริ่มจะยิ้มออกมา ผมไม่ใช่พวกเด็กๆที่ชอบดารานะ ผมไม่อยากได้ยินเสียงไอดอลพวกนั้นหรอก

อาฮะ

ผมอยากได้ยินเสียงคนที่ผมชอบมากกว่า

...

ว่าแต่ยอโบทำอะไรอยู่ครับ

ในเสี้ยววินาทีที่เปลี่ยนคำมาหวานคนฟังก็พาลหน้าแดงขึ้นมา ฮีชอลอยู่ในห้องนอนจึงไม่ต้องเก็บอาการอะไรเลยทำโน่นทำนี่ได้โดยที่ไม่ต้องเก๊กอีกให้เมื่อย

ปลายนิ้วเรียวสวยจิกเบาๆที่หมอนใบใหญ่ คนที่บอกตัวเองว่าแมนนักแมนหนากำลังเขินหนักเพราะคำพูดหวานๆของเจ้าเด็กที่ตัวเองชอบด่าโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ แต่ก็ยังทำเป็นดุข่ม

ใครยอโบแก

คุยกับใครก็คนนั้นแหละ สายตาเจ้าชู้เป็นประกาย นี่ถ้าอยู่ต่อหน้าก็ไม่รู้ว่าฮีชอลจะละลายหรือเปล่า

นายมันขี้ตู่

อืม ขี้ขโมยด้วย ..ขโมยหัวใจคนแถวๆนี้มาแล้วเนี่ย

อย่ามามั่ว

ร่างหนาพลิกตัวนอนหงายมองเพดานพร้อมกับอมยิ้มอย่างมีความสุข น้ำเสียงที่ดังจากอีกฝั่งมันบอกได้ว่าฮีชอลกำลังเขินกับคำพูดของตนอยู่ รู้แบบนี้มันก็ยิ่งมีกำลังใจดีๆอีกเป็นกอง

แต่มั่วถูกนะครับ ..ยอโบยังไม่ตอบผมเลยนะว่าทำอะไรอยู่

เพิ่งเปลี่ยนชุดเสร็จ

เพิ่งถึงบ้านเหรอ

อื้อ

ไปซนที่ไหนมา เสียงนิ่งๆถามอย่างห่วงใยไม่ใช่ซักไซ้เพื่อจับผิด

ซน? ..ชั้นไม่ใช่เด็กๆนะไอ้หน้าแก่ พูดให้มันดีๆหน่อย

ซนมันเป็นคำที่น่ารักออก ผมพูดเพราะมันทำให้คุณดูน่ารักนะ น้ำเสียงกรุ้มกริ่มส่งกลับไปทำเอาอีกคนจะละลายตายอยู่ตรงนั้น

ก็ไปเดินซื้อของทำงานส่งอาจารย์กับไอ้ทึกกี้มา แล้วก็แวะกินข้าวจากข้างนอก ไม่มีอะไรมากหรอก

ผมเพิ่งจัดกระเป๋าไปได้ครึ่งเดียวเอง

ฮันกยองบอกนิ่งๆ แต่มันก็สามารถทำให้นูนาคนสวยใจหาย คิดๆไปก็อีกแค่คืนเดียวที่เขาจะอยู่ที่เกาหลี จากนี้อีกสามสัปดาห์คงจะไม่โผล่หน้ามาให้เห็น ถึงตอนนั้นคงจะเหงาพิลึก

นายขึ้นเครื่องกี่โมง

ตอนเย็นๆ แต่ว่าต้องเช็คอินบ่ายโมงครึ่ง ..ยอโบมาส่งหน่อยสิ

เรื่องอะไร ไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อย

ใจร้าย สุ้มเสียงตัดพ้อดังมาเหมือนเด็กงอแง ตอนนี้ก็เป็นแล้วนะ ..เป็นคนที่ผมชอบไง อีกหน่อยก็จะกลายเป็นคนที่ผมรัก แล้วก็กลายเป็นคนรักกัน

หน้าสวยแดงหนักมากขึ้นอีก ฮีชอลเม้มปากบางจนเป็นเส้นตรงแล้วหลับตาปี๋ข่มความเขินเอาไว้ อยากจะกรีดร้องออกไปให้ลั่นห้อง ถ้าไม่ติดว่าคิดได้ว่าตัวเองแมนคงจะออกอาการมากกว่านี้แน่

อย่ามามั่วหน่อยเลย ชั้นยังไม่ได้ตกลงอะไรกับนายทั้งนั้น

นะ ..มาส่งหน่อยนะ อยากเห็นหน้าก่อนไป

ถ้าว่างและขยันนะ

มานะ ผมมีของจะให้ด้วย

ของอะไร

มาก็รู้เองนั่นแหละ ..มานะ ผมอยากเจอหน้ายอโบก่อนไป ถ้าเครื่องบินตกกลางทางผมจะได้รู้สึกดีก่อนตายไงว่าอย่างน้อยๆยอโบก็ยังมาให้ผมเห็นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะจากกัน

หน้าสวยนิ่งลงทันตา ใจหายวูบกับคำที่เขาพูดแบบนั้น พูดอะไรของนายแบบนั้นน่ะ เวลาเดินทางใครใช้ให้แช่งตัวเองกันบ้าง

ผมพูดจริงนะ ผมแค่อยากเจอหน้า ..จริงๆแล้วก็อยากไปหาแต่ผมไม่มีเวลามากพอที่จะทำแบบนั้น

เสียงแผ่วๆของฮันกยองยิ่งสะท้อนให้ใจหาย ดวงตากลมใสสีน้ำตาบไหม้สั่นไหวในมุมที่หมองหม่น ใจหายก็ใจหาย แต่ก็อดกลัวไม่ได้ที่ร่างใหญ่อุตริแช่งตัวเองไว้แบบนั้น

อืม ..ไว้จะไปนะ

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

 

อีกหนึ่งวันที่ตัดตัวเองออกจากโลกภายนอกกำลังจะพ้นไป ร่างอวบๆที่ตอนนี้ซูบซีดเพราะไม่ยอมทานอะไรยังนอนหลับใหลอยู่ในห้อง เยซองที่มีรอยช้ำประปรายทั้งใบหน้าและลำตัวเปิดประตูเข้ามาหาน้องเพราะสองวันมานี้เขามาค้างกับซองมินไม่ยอมให้ห่างตาไปไหน

กลัวน้องจะฟุ้งซ่าน กลัวจะคิดสั้น กลัวจะหันไปทำอะไรแย่ๆ

อันที่จริงก็รู้ว่าที่ผ่านมาซองมินไม่เคยทำอะไรให้น่าเป็นห่วง แต่เพราะครั้งนี้มันคือครั้งแรกที่เสียใจหนักและผิดหวังอย่างที่สุดจึงอดที่จะเป็นห่วงมากไม่ได้

ร่างใหญ่นั่งมองเจ้าน้องชายตัวน้อยที่นอนกอดหมอนข้างอยู่บนเตียงกว้างแล้วลูบหน้าลูบผม ตากลมใสบัดนี้บวมช้ำดูไร้ชีวิตชีวา ซองมินแทบจะไม่พูดจาสักคำและเอาแต่นอนเหม่อมองระเบียงห้องอยู่แบบนั้นตั้งแต่ตื่นจนค่ำ ไม่ออกไปไหน ไม่ทำอะไร ซ้ำโรงเรียนก็ไม่ยอมไปอีกต่างหาก

แต่ทั้งพ่อทั้งแม่ของเจ้าตัวเล็กก็ไม่รู้เพราะเขาสั่งห้ามทุกคนเอาไว้ว่าห้ามบอกผู้ใหญ่ในเรื่องนี้และให้เหตุผลแค่ว่าซองมินทะเลาะกับเพื่อนที่โรงเรียนจึงยังไม่อยากไปพบหน้าก็เท่านั้น

เลิกร้องได้แล้วนะเจ้าตัวกลม คนแบบนั้นน่ะลืมมันซะ

มือหนาแตะเบาๆที่แก้มขาว หน้าหวานๆตัวอวบๆที่เขาเฝ้าถนอมเฝ้าดูแลคอยเป็นบอดี้การ์ดมาตลอดเวลาหลายสิบปียามนี้กลับต้องมาช้ำเพราะน้ำมือของไอ้คนที่ไม่เห็นค่าซ้ำยังไม่ควรคู่ที่จะเผยอหน้าขึ้นมามอง ซองมินเปรียบเหมือนดอกไม้ล้ำค้า เหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆสำหรับพี่ชายอย่างเขา เห็นน้องช้ำใจทีไรหัวอกคนเป็นพี่ก็แทบจะขาดเสียให้ได้ทุกที

เยซองวางมือนิ่งๆลงบินศีรษะกลมๆอยู่สักครู่แล้วค่อยเอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวเตียงเบาๆ เขาเองก็อ่อนล้าเต็มที

คืนนี้ฝันดีนะเจ้าตัวกลม ..ตื่นมาจะได้ยิ้มได้บ้าง

คนที่เพิ่งจะเข้านอนขยับตัวอยู่ข้างๆร่างเล็กแล้วนอนตะแคงหันหลังให้ตามนิสัยที่เคยทำมา ปกติพอค้างด้วยกันทีไรก็เป็นแบบนี้ นอนหันหน้าไปคนละทางแล้วก็ไม่ได้พูดจาหลังจากที่ตั้งท่าจะนอนหลับ เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ที่ซองมินเริ่มโตและไม่ค่อยจะงอแง เพราะมันเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้แก้นิสัยที่ไม่ยอมเป็นผู้ใหญ่ของเยซองที่บังคับจะให้น้องหัดโต

แต่คนที่นอนอยู่ก่อนกลับปล่อยน้ำตารินไหลทั้งที่แพขนตาไม่ได้ขยับ ซองมินไม่ได้หลับอย่างที่แสร้งทำเพราะทั้งวันเขานอนมาจนมึนหัวไปหมดแล้ว แต่ที่ไม่อยากให้พี่รู้ว่ายังตื่นอยู่เพราะไม่กล้าที่จะสู้หน้าเสียมากกว่า

มือน้อยปาดน้ำตาตัวเองเบาๆเพราะมันเริ่มจะแสบ สภาพดวงตาที่ผ่านการใช้งานหนักเริ่มกล้าและอ่อนแอกว่าปกติ แต่ถึงแม้จะไม่มีเสียงสะอื้นไห้ให้ได้ยินคนพี่ก็รับรู้ได้ว่าน้องชายไม่ได้หลับจริงๆ

ตัวตัวพลิกตัวหันหลังกลับมาแล้วเอื้อมมือคว้าตัวอวบๆไปกอดเอาไว้ มือหนาเช็ดน้ำตาให้แล้วขยี้ผมไปอีกหนึ่งที

บอกว่าให้เลิกร้องได้แล้ว เขาดุอย่างไม่จริงจังนัก

ฮึก..ฮือ ตาตี่ ..ฮึก เค้าขอโทษ ฮือๆ

ขอโทษทำไม ฮึ?

ขอโทษที่..ฮึก ทำให้ตาตี่เสียใจ ..ที่ไม่เชื่อตาตี่ ที่โกหกตาตี่ ..ฮึก เค้าขอโทษ

ซองมินซุกหัวกลมๆที่อกพี่แล้วกอดเอาไว้แน่น เขาไม่ได้แค่เสียใจที่ถูกคยูฮยอนทำร้ายจิตใจแต่รู้สึกแย่ที่ทำให้พี่ชายเสียใจมากกว่า ทั้งที่เยซองก็เตือนแล้วเตือนอีกก็ยังไม่ฟังและให้ความรักความหลงมันบดบังดวงตา กว่าจะรู้ตัวว่าใครที่รักและหวังดีต้องเจ็บแค่ไหนก็ตอนที่ซมซานกลับมาให้เขาปลอบ

ใช่อยู่ที่คนตัวใหญ่รู้สึกแย่กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เทียบกับสภาพน้องนั่งร้องไห้ยังไงเสียตอนนี้ซองมินก็น่าสงสารมากกว่าที่จะน่าโกรธหรือซ้ำเติมให้สำนึก

ไม่เป็นไรนะ ..พี่ไม่ว่าอะไรนายหรอก

เค้าทำให้ตาตี่ผิดหวัง เค้านิสัยไม่ดี เค้าไม่เชื่อตาตี่ ฮือ.. เค้าเป็นน้องที่แย่ ฮึก..

ผ่านไปแล้วนะ ..จะเอามันมาคิดให้เสียใจทำไม ยังไงนายก็เป็นน้องพี่ จะผิดจะถูกพี่ก็ไม่เคยโกรธนายหรอก

ฟังแล้วน้ำตายิ่งไหลพราก ซองมินกอดร่างพี่จนแน่นและซุกหน้าชื้นๆราวกับลูกน้อยที่โหยหาไออุ่นจากผู้เป็นพ่อ และเยซองก็กางปีกปกป้องเขาให้พ้นจากอันตรายรอบด้าน เขาดูแลเจ้าตัวเล็กแบบนี้จนเคยตัว จะโทษใครได้หากไม่โทษตัวเองที่ปล่อยให้ความห่วงน้องมันมากจนไม่เคยได้ปล่อยให้ซองมินได้หกล้มหรือผ่านเรื่องแย่ๆมาด้วยตัวเอง

แต่นี่คงจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายเพราะเขาจะไม่ปล่อยให้น้องต้องเสียใจอีกแล้ว

นอนนะ ..ถ้ายังไม่ง่วงพี่จะตื่นเป็นเพื่อน

แต่ตาตี่ต้องไปเรียนนะ

ไม่เป็นไรหรอก ไปสายสักนิดสักหน่อยก็ได้

ฮึก.. เค้าขอโทษ

บอกแล้วไงว่าห้ามขอโทษ เยซองกดกำปั้นหยอกๆลงบนกระหม่อมน้อง ห้ามพูดว่าขอโทษอีกนะ อะไรที่พลาดไปแล้วก็ปล่อยมันไป แค่อย่าเดินกลับไปพลาดซ้ำก็พอ

ตาตี่ไม่โกรธใช่มั๊ย ซองมินยังหวาดระแวงไม่หาย เขากลัวพี่ชายจะเสียใจที่สุด เพราะเรื่องนี้ทั้งพ่อทั้งแม่ก็ไม่มีใครรู้อยู่แล้ว แน่นอนว่าพวกท่านคงไม่มารู้สึกอะไรด้วย

ห่วงมากกว่า

เค้าจะเป็นเด็กดี จะเชื่อฟังตาตี่ จะไม่โกหกจะไม่ดื้อแล้ว

อืม.. แล้วนี่จะไปเรียนตอนไหน

พอพูดเรื่องนี้เสียงของร่างเล็กตัวอวบๆก็เงียบไป ดวงตาหมองหม่นหนักกว่าเดิ่มเพราะแค่คิดว่าจะต้องกลับไปเจอคนที่ไม่อยากเจอมันก็ปวดหนักใจหัวใจจนแทบจะหายใจไม่ออก

เอาไว้ก่อนแล้วกัน

 

ในขณะเดียวกันคนที่ก่อเรื่องวุ่นวายก็ยังนอนระบมพิษบาดแผลบนตัวอยู่ คยูฮยอนไข้ขึ้นตั้งแต่ที่แทซองกลับไปเพราะเยซองเล่นเอาทั้งตัวแทบจะไม่สามารถขยับไปไหนได้เพราะช้ำหนัก รอยเขียวม่วงคล้ำบนร่างโปร่งค่อนข้างมาก แต่ก็ยังดีที่มีอาหารในตู้เย็นพอที่จะให้ลากสังขารไปอุ่น ซ้ำพี่ก็ยังซื้อยามาทิ้งไว้ให้และเข้ามาดูเป็นระยะไม่ปล่อยให้น้องนอนซมตายไปเสียก่อน

อ่ะ ..มือถือที่ฝากซื้อ แทซองวางถุงกระดาษที่มีโลโก้ของร้านขายอุปกรณ์สื่อสารชื่อดังที่คยูฮยอนระบุไปเอาไว้ให้ ถึงจะมีธุระแต่ก็ยังเจียดเวลามาดูสภาพของคนที่นอนตัวช้ำเป็นระยะ

ขอบคุณครับ เสียงนิ่งตอบกลับไป

สภาพตอนนี้ของคุณชายโจดูไม่จืดเลยสักนิด แค่คิดจะขยับตัวก็ร้าวไปทั้งร่าง โดนเยซองอัดมาเสียน่วมขนาดนั้นยังมีปัญญาขับรถมาที่คอนโดได้ก็ถือว่าเก่ง แต่ต่อให้เจ๋งสักแค่ไหนเวลาที่แผลอักเสบบวกกับไข้ที่ขึ้นตามมาก็คงจะไม่มีปัญญาออกไปซ่าแน่ แล้วคนเจ้าสำอางแบบนี้มีหรือที่จะยอมเอาหน้าช้ำๆตัวเขียวๆออกไปข้างนอก

ไหวมั๊ย ไปหาหมอดีกว่ามั๊ง เอามืออังหน้าผากก็พบว่าตัวยังร้อนอยู่

แต่คนป่วยก็ยังดื้อรีบส่ายหน้า กินยาแล้วนอนพักเดี๋ยวก็หาย

ชั้นกลัวแกจะช้ำในตายซะมากกว่า ร่างหนาขมวดคิ้วแล้วส่ายหน้าเบาๆ แล้วนี่จะเล่าได้หรือยังว่าไปให้ใครเค้าอัดมา

...

แล้วนี่เจ้าเด็กน่ารักๆที่แกเคยพามาที่คอนโดอ่ะหายไปไหน ทำไมไม่ให้มาดูแล

...

หรือว่าชิ่งหนีเค้ามาแล้ว ..ตอนแรกก็นึกว่าจะแน่ เห็นบอกว่าคนนี้จริงจัง

...

พอเงียบมากๆเข้าคนที่พูดอยู่คนเดียวเลยต้องเอื้อมมือไปเขย่าแขน อย่ามาทำหยิ่ง ตอนนี้ถ้าแกไม่พึ่งชั้นแล้วจะพึ่งใคร ถามอะไรก็ตอบหน่อย

เสียงต่ำกดดุเพราะถ้าตามใจมากๆก็มีแต่จะส่งเสริมให้น้องนิสัยเสีย เนื้อแท้ของคยูฮยอนก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรซ้ำยังนิสัยดี ถึงจะทิฐิสูง ถือตัว และจมไม่ลงสักหน่อยแต่นั่นก็เพราะทั้งตระกูลเลี้ยงเขามาแบบนั้น เพื่อนก็ต้องเล่นกับคนระดับเดียวกันหรือเด็กตระกูลสูงๆ จะเล่นกับลูกของคนในคฤหาสน์ก็ไม่ค่อยจะได้ แม้แต่วิถีการดำเนินชีวิตทั้งท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าเด็กคนนี้ก็แทบจะปูพรมแดงให้และยัดเยียดแต่ของหรูๆใส่มือจนเจ้าตัวไม่รู้ว่ามันมีคุณค่าหรือไม่มี

ตอนนี้น้องชายกำลังสะท้อนภาพเก่าๆของคนเป็นพี่ได้อย่างชัดเจน แต่ก่อนแทซองก็เป็นแบบนี้ ถือตัวว่าเป็นหงส์ที่อยู่ในตระกูลสูง ความเคยตัวที่มีใครมากมายคอยรับใช้และให้การนับหน้าถือตาทำให้เกิดความทะนงตนมากกว่าคนอื่นๆ แต่พอไปเรียนต่างประเทศก็เริ่มจะรู้ตัวว่าบางทีการทำตัวเจ้ายศเจ้าอย่างมันก็ไม่ได้น่าพิสมัยเสมอไปนัก แต่สำหรับคยูฮยอนคงยังไม่รู้เพราะตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ก็แทบจะไม่มีเวลาไหนที่ได้ลงไปเดินเท้าอย่างคนสามัญเลย

จะตอบได้หรือยังว่าเป็นอะไร

ผม..

ร่างสูงตะกุกตะกัก เขาพลิกตัวหันหลังให้พี่เพราะรู้สึกเสียหน้าที่ตำแหน่งคาสโนว่าเริ่มสั่นคลอน

ผมถูกทิ้ง

อย่างที่คิดไม่มีผิดเพราะแทซองได้ยินแล้วยังตาค้าง อ..อะไรนะ

โดนทิ้งไง น้องชายทำเสียงห้วนใส่อย่างหงุดหงิด แล้วร้องตอกย้ำตัวเองต่อ โดนทิ้งๆๆๆๆๆๆ ได้ยินชัดหรือยังว่า ผมโดนทิ้ง

โดน.. เด็กคนนั้นทิ้ง?

อือ

แล้วนี่คืออะไร นิ้วยาวๆของพี่ชายจิ้มลงไปตามรอยช้ำบนตัว อย่าบอกนะว่าแฟนใหม่ของเด็กนั่นทำแก

หึ คยูฮยอนส่ายหน้าแต่ไม่ยอมหันมาเหมือนเก่า

แล้วไปได้มาได้ยังไง

พี่ชายเค้า..ทำ

นี่แกได้สู้เค้าบ้างมั๊ยเนี่ย

ก็..อืม แต่มันเก่งกว่า พูดถึงตรงนี้ก็ขยับตัวอีกรอบ มันเคยอยู่แก๊งนักเลง ถึงตอนนี้ก็ยังอยู่ล่ะมั๊ง แล้วอย่างผมมันจะไปสู้อะไรได้ เกิดมาเคยไปต่อยตีกับใครที่ไหน อย่ามากก็ฟัดกับไอ้คิบอมตอนเด็ก

อ้อ.. แล้วก็แพ้ ชั้นจำได้

ตอกย้ำกันเข้าไปว่าโจคยูฮยอนมีทักษะด้านกีฬาแต่ด้านการต่อสู้นี่ค่อนข้างจะต่ำอยู่พอสมควร ถึงจะไม่ได้เลวร้ายแต่ถ้าลองเจอระดับคิบอมหรือเยซองเข้าไปเป็นใครก็คงจอดในเมื่อไม่เคยเลยที่จะวิวาทกับใคร

โดนทิ้งแล้วทำไมถึงถูกอัดน่วมมาแบบนี้ล่ะ หรือว่าแกไปข่มขืนน้องเค้า

...

อ้อ ลืม ไม่ได้ข่มขืนนี่หว่า แถวบ้านชั้นเรียกว่าสมยอม

...

เอาเหอะ แต่โดนทิ้งก็หาใหม่ได้นี่หว่า จะมานอนเป็นศพทำไมวะ ปกติแกก็เปลี่ยนคู่ควงคู่ขาประจำอยู่แล้วนี่ พี่ชายต่างสายเลือดยังพูดต่อไปตามที่เคยเห็นมา ปกติเลิกกับคนนั้นก็มีคนนี้มาเสียบต่อ พ่อรูปหล่อนี่เคยมีวันว่างๆที่ไร้สาวข้างกายเสียที่ไหนกัน

ก็ ..ไม่ได้อยากเลิก

แทซองหันขวับอย่างไม่อยากจะเชื่อหู โดนทิ้ง ..ไม่ได้อยากเลิก?

อือ

แสดงว่าอกหัก?

เออ!!”

เสียงห้วนตะคอกใส่แล้วคว้าเอาผ้าห่มมาคลุมโปงหนี ขี้เกียจจะตอบคำถามที่รู้สึกว่ามันน่าอายแล้ว ถ้าขืนบอกใครต่อใครว่าคยูฮยอนผู้ช่ำชองเรื่องความรักโดนกระต่ายน้อยตาใสแสนซื่อที่เป็นผู้ชายทิ้งนี่คงไม่ต้องได้ผุดได้เกิดแน่ ใครๆที่รู้ก็คงจะได้หัวเราะสมน้ำหน้ากันทั้งบางจนโผล่หน้าออกจากบ้านไม่ได้

ซึ่งคนแรกที่กำลังนั่งกลั้นขำอยู่ก็คงจะหนีไม่พ้นพี่ชายตัวดีอย่างแทซองที่อดทนจนต้องออกไปขำอยู่ข้างนอก ใครจะไปคิดล่ะว่าเด็กหน้าซื่อๆดูไร้พิษภัยที่เคยเจอน่ะจะสามารถทำให้ไอ้เสือตัวร้ายมันสลดได้ถึงขนาดนี้

ร่างหนาพยายามสงบสติอารมณ์แล้วลดความขำให้กลับมาเป็นปกติ รู้ว่าน้องคงทั้งเศร้าทั้งอายเพราะนิสัยอย่างนั้นก็รู้ดีว่าขืนไปหัวเราะให้เห็นคงมีเหตุการณ์อีโก้สูงปรี๊ดขึ้นมาอีก ไหนๆคุยเรื่องนี้ต่อไม่ได้ก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องใหม่ก็แล้วกัน

โทรศัพท์แกน่ะ ชั้นใส่เบอร์เพื่อนๆแกไว้ให้แล้วนะ ส่วนเบอร์คนอื่นน่ะชั้นไม่มี

ขอบคุณฮะ

แกลุกมาโทรหาเพื่อนหน่อยก็ดีนะ

โทรหาทำไม เสียงขุ่นดังอู้อี้มาจากในผ้าห่ม

คนเป็นพี่เลยต้องถอนหายใจซ้ำอีกรอบ จำได้ว่าแกเคยบอกว่าเพื่อนแกที่ชื่อฮันกยองจะไปอังกฤษนี่ จะไม่ไปส่งเพื่อนหน่อยเหรอ

มันไปแค่สามอาทิตย์

เออ ..ก็ตามใจ

เสียงพูดเงียบไปตามด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังแผ่วลง จังหวะเดินบ่งบอกว่าออกไปนอกห้อง และสักครู่ประตูด้านหน้าก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าเจ้าของห้องคงจะออกไปแล้ว ร่างหนาที่นอนคลุมโปงจึงได้ดึงผ้าห่มออกมาแล้วเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ที่พี่ชายชาร์ตแบตมาให้เรียบร้อย

ทั้งๆที่พูดเหมือนไม่จำเป็นและตัวเองก็ไม่ค่อยอยากจะเอาสภาพเยินๆไปให้เพื่อนเห็นแต่ก็อดที่จะคิดถึงเพื่อนไม่ได้ ถึงฮันกยองจะเพิ่งมาสนิทซ้ำยังกัดกันออกบ่อยแต่จะว่าไปแล้วก็คือหนึ่งในเพื่อนไม่กี่คนที่เขาถือว่าเป็นเพื่อนจริงๆ เพราะอย่างน้อยฮันกยองก็ไม่เคยเสแสร้งหรือหวังผลอะไรจากพวกเขาอย่างที่คนอื่นๆเป็น

นิ้วยาวกดไล่ในโทรศัพท์ แทซองรู้จักเพื่อนในกลุ่มเขาทุกคนจึงไม่แปลกที่จะจัดการบันทึกเบอร์คิบอม ซีวอน ฮันกยอง และเบอร์ของคนในครอบครัวเขาเอาไว้ให้ ซึ่งบางทีโทรไปอาจจะได้เบอร์ของใครสักคนมา

เออ ฮันกยองเหรอวะ ..พรุ่งนี้ขึ้นเครื่องกี่โมง

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

ลางสังหรณ์ประหลาดๆของคิบอมทำให้เช้านี้ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการมาโรงเรียนสักหน่อย เขาขอให้คิฮยอนมาส่งดงแฮที่หน้าโรงเรียนส่วนตัวเองนั้นขับรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ตามมาทีหลัง ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่คิดเอาไว้เพราะแค่เลี้ยวรถเข้ามาในโรงเรียนก็เห็นท่านประธานยืนหน้านิ่งกอดอกอยู่คล้ายกับว่าจะรอดูความผิดปกติหรืออะไรสักอย่าง

ซีวอนยืนอยู่แบบนั้นจนกระทั่งเพื่อนจอดรถเสร็จจึงได้เดินขึ้นไปด้านบน ซึ่งเมื่อเห็นว่าดงแฮนั่งจิ้มปากกาเล่นเกมซูโดคุในหนังสือตรงหน้าก็คล้ายๆว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ร่างหนาเดินเข้าไปลูบศีรษะคนตัวเล็กแล้วยิ้มบางๆแต่นั่นมันก็ไม่ใช่ยิ้มจากสายตาที่เคยมีมาเหมือนเมื่อก่อน

มาเช้าจัง

อืม วันนี้ตื่นเร็ว ดงแฮตอบนิ่งๆเพราะยังสนใจสิ่งของที่อยู่ตรงหน้า

คิบอมเดินเอาของไปเก็บที่ล็อกเกอร์หลังห้องอย่างทุกวันเพราะถ้าวันไหนมาเช้าหน่อยก็จะทันเอาของไปเก็บ แต่ถ้าเข้าสายก็ต้องวางเอาไว้ข้างโต๊ะแล้วค่อยจัดมันตอนที่พักระหว่างคาบ บรรยากาศอึมครึมเริ่มก่อตัวแต่ก็ถือว่าแค่ตั้งเค้าและพายุลูกนี้ยังไม่ได้รุนแรงนัก ซึ่งมันก็คงจะถ่วงเวลาไว้ได้สักระยะเพราะอย่างน้อยๆตอนนี้ซีวอนก็ยังไม่ได้เห็นอะไรๆกับตาของตัวเอง

ใช่ว่าคิบอมทำไปเพราะอยากจะหนี ..แต่จำต้องเลี่ยงให้นานที่สุด อย่างน้อยก็ขอให้เพื่อนบินไปต่างประเทศโดยไม่มีความตึงเครียดวิ่งไล่ตามหลัง

พักเที่ยงซีวอนก็เดินมารั้งแขนของคิบอมเอาไว้เมื่อทั้งคู่เดินไปเข้าห้องน้ำเพราะดงแฮขอให้ไปด้วย ร่างหนาสองร่างยังยืนอยู่ที่ด้านหน้าเพราะไม่ได้รู้สึกว่าต้องการที่จะปล่อยหนักปล่อยเบาอะไร และนั่นมันก็คือช่วงเวลาเล็กๆที่ซีวอนจะได้คุยกับเพื่อนอย่างจริงๆจังๆ

ชั้นมีเรื่องต้องคุยกับแก เสียงนิ่งกดต่ำทำให้สถานการณ์เริ่มดูจะย่ำแย่เพราะร่างหนาแผ่รังสีอึมครึมเต็มรอบตัวจนคิบอมแทบจะหายใจไม่ออก แต่คำตอบที่ได้กลับไม่ใช่สิ่งที่ต้องการนัก

ให้พ้นเย็นนี้ไปก่อน ..แล้วจะคุยอะไรก็คุย

 

 

วันนี้ห้องเรียนก็ยังเงียบเหงาและคงจะเงียบมากกว่าเดิมเพราะนอกจากฮันกยอง ซองมิน และคยูฮยอนจะไม่มาเรียนแล้วซีวอนก็นิ่งตามไปดงแฮเลยไม่มีใครจะคุยด้วย พอเจอซังบอมก็หาเรื่องบ่นเสียงเจื้อยแจ้วไปตามประสา ซึ่งก็ได้รอยยิ้มกลับมาพร้อมกับมือหนาที่ขยี้ผมอย่างเอ็นดู

ตกเย็นร่างเล็กต้องรีบไปดักรอพี่ชายเพราะอยากจะพาเขาไปส่งเพื่อนรักสักหน่อย ใช่ว่าฮันกยองจะโทรหาแค่ฮีชอลเพื่อขอให้ไป แต่เขายังอ้อนกึ่งบังคับเพื่อนตัวเล็กให้ลากพี่ชายไปด้วยอีกต่างหาก ซึ่งเมื่อไปถึงสนามบินก็ตามหาจนเจอและพบว่าร่างหนานั่งอยู่กับพ่อแม่แล้ว ส่วนซีวอนก็คงจะมากับฮยอกแจเพราะเห็นนั่งอยู่ข้างๆกัน

ดีใจจังที่ยอมมา แค่เห็นหน้าหวานๆเดินมาด้วยกันสามคนสารวัตรที่พักงานชั่วคราวก็ยิ้มกว้าง

อืม บอกให้มาก็มาแล้ว ฮีชอลตอบแบบห้วนๆ

แต่อิทึกก็แอบกระซิบเบรกมันต่อหน้า โดนบังคับให้มานะ ..แต่เร่งคนขับรถทุกห้านาทีเลยว่าให้เร็วๆ

ตากลมตวัดไปถึงใส่เพื่อนรักพร้อมยันเท้าถีบเบาๆที่หน้าแข้ง ไอ้ทึกกี้!!”

อะไรเล่า ก็มันเรื่องจริง

สองเพื่อนรักเถียงใส่แต่ฮันกยองก็ไม่ได้มองว่ามันน่ารำคาญ ดงแฮที่ยืนอยู่ตรงนั้นขี้เกียจจะยุ่งด้วยเลยกวาดตามองไปรอบๆ เขาหันไปยิ้มให้ฮยอกแจก่อนตามด้วยสบตาซีวอนเล็กน้อย จากนั้นจึงค่อยมองอีกรอบ

คิบอมกับคยูฮยอนยังไม่มาเหรอ

คยูฮยอนมันโทรมาเมื่อคืน บอกว่าจะมา.. เจ้าเด็กตี๋ยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาเล็กน้อย เดี๋ยวคงมาแล้วล่ะ มันบอกว่าจะให้พี่แทซองมาส่ง

คยูฮยอนเป็นอะไรอ่ะ เค้าได้บอกนายหรือเปล่า

เป็นอะไรเหรอเจ้าเปี๊ยก ไม่เห็นมันพูดอะไรเลย ..แต่เออ เสียงมันแปลกๆ พูดเหมือนจะนึกขึ้นได้

ก็เค้าไม่มาเรียนสองวันแล้วอ่ะ

หืม???

ฮันกยองที่ไม่ได้ไปเรียนเหมือนกันเลิกคิ้วอย่างงงๆ ปกติคยูฮยอนก็ไม่ค่อยจะขาดเรียนสักเท่าไหร่ เท่าที่รู้จักกันมาก็หายไปเฉพาะเวลาที่ไม่สบายหรือไปธุระกับทางบ้าน พอได้ยินแบบนั้นก็เริ่มจะขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ยังไม่ทันไรคนที่เป็นประเด็นในคำถามก็เดินมาพร้อมกับคิบอมในสภาพที่แทบจะเป็นมัมมี่

กางเกงขายาว เสื้อแขนยาว ใส่หมวกพร้อมด้วยผ้าปิดปาก แถมยังมีแว่นกันแดด แล้วก็ซ้ำด้วยฮู๊ดอีกชั้น

เอ่อ..

คนบริเวณนั้นแทบจะหันไปมองเป็นตาเดียว นี่ถ้าเขาไม่ได้เดินมาพร้อมกับคิบอมคงจะไม่มีใครคิดแน่ว่านี่คือคุณชายโจคยูฮยอน ราชนิกูลหนุ่มแห่งวินเซอร์รูฟและคือหนึ่งในสมาชิก 4E ที่เลื่องลือในหมู่นักเรียนไฮสคูล

บ้านแกหิมะตกเหรอ

ฮันกยองขมวดคิ้วใส่แล้วสอดส่ายสายตาอย่างคนจ้องจะจับผิด และสายตาของคนที่ทำงานเป็นสารวัตรนักเรียนก็ไวใช่ย่อย เพราะไม่กี่วินาทีฮันกยองก็มองเป็นรอยช้ำๆที่แก้มซ้าย และที่ใกล้ๆตาขวาก็เหมือนว่าจะมีรอยข่วนเขียวๆด้วย

แต่งแบบนี้น่ะระวังเจ้าหน้าที่เค้าจะคิดว่าเป็นพวกผู้ก่อการร้าย ดงแฮแกล้งจิ้มแขนใหญ่อย่างล้อๆ

แต่คยูฮยอนก็ไม่คิดจะเล่นกลับนัก ชั้นไม่สบาย

เสียงแหบๆที่ฟังดูก็รู้ว่าคนพูดคงเจ็บคอตอบกลับมา มันคงจะตอบคำถามคร่าวๆได้แล้วว่าทำไมถึงต้องแต่งตัวให้มากมายอะไรแบบนี้ซึ่งก็คงจะหนีไม่พ้นพิษไข้แน่ๆ แต่ความจริงกลับมีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่านั้นอยู่

ไข้แต่ก็ยังมา ..ขอบใจนะเว้ย

อืม เขาตอบไปงั้นๆ ขืนพูดให้มากความก็มีแต่จะโดนย้อนถามให้มากมายเปล่าๆ แต่เพราะมองดูแล้วไม่เห็นเงาอีกคนที่หวังจะเจอจึงต้องสะกิดถามคนตัวเล็ก

ซองมินไม่มาด้วยเหรอ

ดงแฮรีบส่ายหน้า ตั้งแต่ที่เค้ากลับจากปูซานชั้นก็ไม่เจอเลย ไม่ได้ไปเรียนมาสองวันแล้วอ่ะ นี่ว่าจะแวะไปเยี่ยมอยู่เหมือนกัน แต่เค้าก็บอกว่าไม่ต้องไป

สีหน้าเป็นกังวลของดงแฮมาพร้อมกับเสียงถอนหายใจและน้ำเสียงที่เคร่งเครียด ชั้นห่วงเค้าอ่ะคยูฮยอน ซองมินไม่เคยขาดเรียนเลยนะ ปกติถ้าป่วยก็จะยังมาแล้วพอไม่ไหวค่อยไปพักที่ห้องพยาบาลเอา อยู่ๆแปลกไปอย่างนี้ชั้นใจคอไม่ดีเลย

คำพูดที่ย้ำโดยไม่รู้ตัวนั้นทำให้คนฟังเกิดกังวลอย่างรวดเร็ว แต่เพราะมีแว่นกันแดดพรางใบหน้าจึงไม่มีใครจับสังเกตได้ว่าสายตาของร่างหนามีพิรุธ ซึ่งอิทึกที่ฟังอยู่ด้วยก็ได้แต่เหลือบมองคล้ายอยากจะบอกว่าทั้งหมดมันก็เพราะฝีมือของใครคนไหนซึ่งเจ้าเสือสิ้นลายก็ได้แต่หลบสายตา

เพราะอิทึกคือคนเดียวที่รู้และเห็นกับตาว่าเขากับซองมินมีเรื่องอะไร

ร่างโปร่งตากลมๆเดินตามฮีชอลไปที่อีกฝั่งแต่ก็ยังจงใจที่จะแตะไหล่ของคุณชายคล้ายจะเตือนสติให้สำนึก

แผลถ้าทิ้งเอาไว้โดยไม่รักษาน่ะ มันมีสองอย่างคือตกสะเก็ดจนเป็นรอยแผลเป็น กับลามจนรักษาไม่ได้นะ

แค่ประโยคแรกที่ใช้พูดกันมันก็ยังกรีดลึกไปถึงก้นบึ้งของหัวใจให้ต้องเจ็บร้าวแต่ร่างหนาก็ยังนิ่งอยู่เพราะแค่ลากสังขารออกมาจากห้องก็แทบจะไม่ไหว นี่ถ้าไม่ถูกพี่ชายพาไปฉีดยาก่อนที่จะมาสนามบินก็อาจจะต้องหิ้วปีกกันอีกรอบเพราะไข้ขึ้นสูงจากแผลที่อักเสบ ผิวกายที่ห่อหุ้มหลายชั้นไม่ใช่แค่ป้องกันคนเห็นรอยฟกช้ำทั้งหลาย แต่เพราะเขาหนาวเย็นกับอากาศรอบกายและทนไม่ได้หากจะต้องสัมผัสกับมัน แค่ฝืนขยับตัวเหมือนไม่ได้เป็นอะไรทั้งที่ช้ำแทบไม่มีตรงไหนว่างมันก็ทรมานเกินทนแล้ว

แล้วสภาพแบบนี้เขาจะมีปัญญาไปสู้รบปรบมือกับใครที่ไหนในเวลานี้ได้อีก

 

 

มารดาของฮันกยองนั่งมองใบหน้าหวานๆของพี่ชายเพื่อนสนิทลูกอยู่สักพัก หล่อนไม่ได้เห็นฮีชอลนานหลายปีพอเจออีกครั้งก็อดที่จะอมยิ้มกับวีรกรรมสมัยเด็กของลูกชายไม่ได้ ซึ่งเมื่อฮันกยองดึงแขนไปให้รู้จักกับแม่ก็ได้รับรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนกลับมาจนคนปากแข็งเริ่มจะทำตัวทำหน้าไม่ถูก

คนนั้นก็จ้อง คนนี้ก็มอง ท่าทางจะเพ่งเล็งในความสัมพันธ์ของพวกเขาจนน่าอึดอัด

โตขึ้นมากเลยนะ ..แต่ยังน่ารักเหมือนเดิมเลย เจ้าฮันกยองก็บอกน้าว่านูนาสวยขึ้น เห็นแบบนี้ก็อืม ..สวยจริงๆ

อิทึกแทบจะสำลักหัวเราะในขณะที่คนได้รับคำชมชะงักค้างกับคำพูดนั้นไปแล้วเพราะเขาไม่ชอบให้ใครมาชมว่าสวย แต่จะทำเช่นไรได้ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่ ซ้ำยังเป็นแม่ไอ้เด็กหน้าแก่ที่เขาก็เจอมาตั้งแต่เด็กๆด้วย

แม่ฮะ ..แล้วน่ารักพอที่จะรับมาเป็นลูกอีกคนมั๊ยฮะ

สายตาเจ้าชู้เป็นประกายส่องวาบก่อนที่จะแสร้งยิ้มตาหยีกลบเกลื่อนเพราะทุกคนในที่นั้นพร้อมใจกันโห่ล้ออย่างรวดเร็ว แต่ระดับฮันกยองซะอย่าง ถ้าตั้งใจจะหน้าด้านจีบแล้วมันก็คงไม่มีอะไรขวางได้ เพราะเขาถือคติว่า ด้านได้อายอด

ลูกสาวหรือลูกชายล่ะ คนเป็นแม่ยิ้มล้อเล็กๆเพราะพ่อเจ้าตัวดีนี่ก็มารายงานตั้งแต่วันที่พาคนหน้าหวานไปผ่าเฝือกแล้วว่าอุตริเขียนว่าอะไรลงไปบ้าง

ซึ่งคำตอบของเจ้าคนที่ได้ทุนก็ทำเอาร่างบอบบางแทบจะมุดพื้นกระเบื้องหนี

ลูกสะใภ้ฮะ

จบคำฮันกยองก็ได้ตาดุๆหันไปจ้องราวกับจะคว้านท้องเอาเครื่องในออกมาสับ แต่คนที่ทำหน้าขึงขังใส่กลับหน้าแดงออกอาการเขินโดยที่เจ้าตัวไม่รู้แต่มีพยานรู้เห็นอยู่หลายชีวิตว่าฮีชอลน่ะอายอยู่แน่ๆ

พูดบ้าอะไรของนายน่ะ

บ้าที่ไหน เรื่องจริงทั้งนั้นะ ว่าแล้วก็เนียนโอบไหล่มนเอาไว้แล้วยิ้มแฉ่ง ชั้นไม่อยู่น่ะฝากพวกแกดูแลว่าที่แฟนชั้นด้วยนะ ..แล้วคุณน่ะ อย่าให้รู้นะว่าแอบนอกใจตอนผมไม่อยู่

คิดว่าชั้นจะต้องเชื่อนายหรือไง ร่างระหงเมินใส่พร้อมกับจับเอามือเหนียวออกไปจากตัวแล้วยิ้มให้ผู้ใหญ่บางๆ ลูกชายคุณป้าเค้าชอบเล่นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้วนี่ครับ อย่าถือสาคำพูดคำจาบ้าๆบอๆเลย ผมน่ะแมนนะครับ

แมนได้ก็เลิกแมนได้ เจ้าคนทะเล้นตวัดมือโอบกลับแต่เปลี่ยนมาคว้าเอว ว่าไงฮะแม่ จะรับมาเลี้ยงดูในฐานะสะใภ้สักคนได้หรือเปล่าฮะ

ฝ่ายแม่หัวเราะร่วนแล้วกระทุ้งศอกถามคุณหมอผู้เป็นสามีบ้าง ว่าไงคะคุณ

คุณหมอฮันช้อนตามองหน้าสวยซึ่งเป็นอดีตคนไข้ผ่านกรอบแว่นแล้วทำท่าเป็นว่าอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ

ก็แล้วแต่ลูกมันอ่ะ

อาจารย์ผู้ใจดีเลยหันไปยิ้มกับร่างบอบบางที่ลูกชายพยายามจะจับให้อยู่นิ่งๆเพราะพยายามดิ้นซะเหลือเกิน

รับได้อยู่แล้วล่ะ เรารักใครแม่ก็รักคนนั้นด้วย

สิ้นคำเสียงโห่แซวรอบตัวก็ดังขึ้นจนคนที่ปั้นหน้าถมึงทึงอายอย่างเห็นได้ชัด แก้มขาวๆขึ้นสีระเรื่อ ปากบางๆเม้มเป็นเส้นตรงแน่น แม้แต่หัวใจก็เต้นโครมครามหนักยิ่งกว่าตอนที่นั่งรถไฟเหาะที่เอเวอร์แลนด์ด้วยซ้ำ แต่เพราะยิ่งอยู่มันก็ยิ่งอายเลยไม่รู้จะทำเช่นไรนอกเสียจากขอตัวหนีไปพ้นๆ

ผมไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ

ฮีชอลพยายามกดเสียงต่ำและแสดงความแมนสุดชีวิตแต่ก็เหมือนว่าไม่มีใครจะคิดมองหาในจุดนั้น เพราะแค่เขาเดินเลี่ยงไปทางห้องน้ำอิทึกก็กระทุ้งศอกแล้วพยักพเยิดให้รุ่นน้องคนเก่งรีบวิ่งตามไปง้อในทันที

นี่นายมองไม่ออกหรือไงว่ามันอาย เล่นพูดต่อหน้าคนตั้งเยอะ

ก็ผมจริงจังอ่ะ

แต่มันทำให้อาย

ได้ยินรุ่นพี่หน้าหวานย้ำชัดๆก็รีบวิ่งตามร่างโปร่งบางไปและก็ทันที่จะเห็นว่าฮีชอลเดินหายเข้าไปในห้องน้ำจึงได้วิ่งตามไปบ้าง พอไปถึงก็คว้าแขนเรียวเอาไว้ ซึ่งแค่เห็นว่าเป็นใครฮีชอลก็หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีก แต่ก็ยังแสร้งทำหน้าบึ้งตึงใส่เพื่อให้ตัวเองยังไม่ถูกต้อนจนจนมุม

ตามมาทำไม จะมาเฝ้าชั้นเข้าห้องน้ำเหรอ

ตาคมรีบกวาดมองรอบๆตัว เมื่อเห็นว่าไม่มีคนอื่นอยู่ก็ดันไหล่มนไปจนสุดผนัง ขอโทษที่ทำให้อาย ..แต่ผมแค่อยากให้ทุกคนรับรู้ว่าผมจริงใจกับคุณ

พอพูดเรื่องนี้คนที่ยังเขินก็เมินหน้าหนีแล้วตีหน้านิ่ง ร่างใหญ่เลยต้องรีบถอดสร้อยที่คอออกมาแล้วสวมให้โดยที่ไม่ถามความเห็นอีกคนสักคำแต่ย้ำในความหมายของมันให้เขาฟังแทน

สร้อยนี้ผมเก็บเงินซื้อเองนะ ให้ของขวัญตัวเองที่สอบชิงทุนได้ ผมอยากให้คุณใส่เอาไว้จะได้รู้สึกว่าผมอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา

เสี่ยว เสียงห้วนตอกใส่หน้าทั้งที่อาการก็บอกอยู่ว่ากำลังแกล้งข่มใจไม่ให้เขิน

เสี่ยวแต่ก็ชอบใช่มั๊ยล่ะ ตัวโตขยิบตาอย่างรู้ทัน จากนั้นก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแล้วหยิบกล่องเล็กๆออกมายัดใส่มือเรียวบางแล้วกุมทับเอาไว้

อันนี้ผมให้เอาไว้ ถ้าคุณตกลงรับสิ่งที่ผมขอ วันที่ผมกลับผมอยากเห็นว่าคุณมารับนะ ..อยากให้ใส่มันมาด้วย เพราะผมรู้ว่าถ้าถามคุณ คุณคงจะไม่ตอบเป็นคำพูด ..ตลอดเวลาที่อยู่นั่นผมจะใส่มันเอาไว้เหมือนกัน จะรอวันที่คุณใส่ด้วยนะ

รอยยิ้มที่จริงใจของฮันกยองถูกส่งมาพร้อมกับมือหนาที่มีแหวนเกลี้ยงๆอยู่บนนิ้วเรียวยาว ตอนนี้มาดเด็กทะเล้นมีไม่มากนักเพราะดูเหมือนจะลำบากในการเรียบเรียบคำพูดค่อนข้างมาก หากใครที่กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่พยายามจะสารภาพรักคงจะเข้าใจได้ว่ามันทั้งกลัวทั้งตื่นเต้น ถึงจะพยายามข่มให้ใจนิ่งแทบตายมันก็ใช่ว่าจะทำได้อย่างที่คิด

ฮีชอบไม่ตอบอะไรนอกจากกำกล่องเล็กๆที่คงจะมีแหวนแบบเดียวกันอยู่ด้านในนั้นเอาไว้ ตาคู่สวยหลบสายตาเจ้าชู้ที่พุ่งมาแบบเก้อๆ หน้าที่ทำเป็นโมโหก็กลับมาสู่สภาพปกติเพราะลืมไปแล้วว่าต้องแสดงละครอะไรตบตาบ้าง

ยอโบ..

อ..อะไร เสียงหวานหูแบบนั้นฟังแล้วขนลุกสิ้นดีอย่างกับนี่ไม่ใช่ไอ้เด็กแก่แดดที่ชอบมาทำทะลึ่งทะเล้น

ว่าจะไม่ขอ ..แต่มันอยากได้อ่ะ

หืม? อะไรของนาย

ตอบมาก่อนว่าให้ได้มั๊ย?

ถ้าแกไม่ขอปล้ำชั้นในนี้ก็คงจะพอได้

สายตานิ่งๆแกล้งกวนกลับไป ไม่อยากจะตกเป็นรองให้อีกฝ่าย ความแมนที่คิดว่ามีพยายามจะแสดงออกว่าถ้าอยากจะจีบก็คงจะยอมเป็นฝ่ายรับ แต่ท่าทางแบบนั้นกลับโดนปราบด้วยริมฝีปากหนาที่กดลงมาปิดปากสีหวานอย่างอดไม่ได้

ทั้งที่อดใจเอาไว้แล้วแต่พอเห็นหน้าหวานสวยออกอาการเขินแต่ยังดึงดันที่จะหาเรื่องทำโกรธกลบเกลื่อนมันยิ่งยั่วยุให้อยากจะครอบครอง ฮีชอลคงไม่รู้ว่าที่แสดงออกมาทั้งหมดมันถูกใจร่างหนามากแค่ไหน ยิ่งเขาวิ่งหนีโดยที่ตัวเองก็ตอบรับไปค่อนตัวแบบนี้ยิ่งแต่จะทำให้ฮันกยองอยากจะดึงรั้งเอาไว้และล่ามด้วยโซ่หัวใจให้รู้ว่าควรอยู่ตรงไหนและยอมรับว่าความจริงคืออะไรเสียที

อื้อ..อ..

มือเรียวที่พยายามผลักไสได้แต่ตีและทุบลงที่ไหล่หนาแต่ทว่าแขนแกร่งที่ยันผนังทั้งสองข้างเพื่อล็อกตัวเอาไว้ตรงกลางยังไม่ยอมปล่อยให้หนีรอดไปไหน คนตัวโตออกแรงบดจูบที่ร้อนแรงไปให้เพราะในหัวใจมันเต็มไปด้วยไปที่สุมอยู่ ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรจะใช้กำลังหรือบังคับเอาเปรียบแต่มันก็อดไม่ได้เพราะหัวใจมันร่ำร้องและต้องการ

ริมฝีปากสีเข้มขยับเบาๆเพื่อให้คนสวยได้รับรู้ถึงการจูบว่าเป็นเช่นไร ปากสีเชอร์รี่ถูกดูดเม้มเบาๆด้วยความอ่อนหวานแต่เร่าร้อน คนที่พยายามจะเปล่งเสียงร้องขัดขืนเผลอเปิดปากให้โอกาสลิ้นร้อนสอดเข้ามากว้านไล่รุกหาความหวานจากโพรงปากผ่านปลายชิวหา ฮันกยองละมือที่ดันผนังออกมารั้งท้ายทอยของร่างโปร่งระหงเอาไว้เพื่อส่งจูบที่ลึกล้ำไปได้มากยิ่งขึ้น

มือที่พยายามตีอยู่เมื่อสักครู่แปรเปลี่ยนมาดึงที่เสื้อแจ็คเก็ตของร่างหนาแบะขยับปรับมุมองศาเมื่ออีกฝ่ายขยับปลายจมูกเบียดไปมาในความเงียบ เสียงหวานๆดังแทรกผ่านปลายลิ้นที่ตวัดเกี่ยวเชื่อมสัมพันธ์ ลิ้นใหญ่หยอกลิ้นเรียวรุกไล่จนร่างสูงใหญ่ต้องใช้อีกแขนโอบเอวบางเอาไว้เพื่อรั้งให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

แต่ช่วงเวลาดีๆมักสั้นเสมอเพราะเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นพร้อมกับออกแรงสั่นจนร่างใหญ่ต้องถอนริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย ปลายนิ้วหัวแม่มือเอื้อมไปเช็ดน้ำลายที่ปากอิ่มของคนที่เสหน้ามองประตูห้องน้ำแก้เก้อเพราะปั้นหน้าต่อไม่ถูก ซ้ำยังทำหน้าเหมือนว่าจะเอาหัวลงไปโหม่งขอบอ่างล้างมือเสียให้ได้

แกไปให้มันจูบได้ยังไง แล้วทำไมแกต้องไปเคลิ้มตามมันด้วยฟระคิมฮีชอล!!!

อ่า.. ถึงเวลาที่ผมต้องไปแล้ว

อย่าว่าแต่นูนาคนสวยเขินเลย ไอ้เด็กแก่แดดก็เขินไม่แพ้กันแต่ก็ยังทำหน้าด้านอยู่ ฮันกยองอมยิ้มน้อยๆพลางคว้ามือเรียวไปกุมเอาไว้เพื่อพาเดินออกไปพบกับคนอื่นที่รอกันอยู่

ไม่ต้องบอกก็ตอบกันได้ในในว่าทั้งคู่หายไปทำอะไรกันมาเพราะทุกอย่างมันฟ้องด้วยริมฝีปากที่แดงเจ่อของทั้งสองร่าง ต่างคนต่างปั้นหน้านิ่งเหมือนไม่มีอะไรแต่ฮันกยองก็ยังไม่ยอมปล่อยมือคนสวยให้ห่างไปไหนได้อีก

ไปหาเจ้าหน้าที่ได้แล้ว เสียงพ่อร้องบอกเพราะมันถึงเวลานัดที่ฮันกยองจะต้องไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลนักเรียนทุนตลอดการเดินทางก่อน

ซีวอนเดินมาช่วยลากกระเป๋าให้ตามประสาคุณชายที่แสนดีแม้จะยังมีสีหน้าที่มึนตึงอยู่ ซึ่งคิบอมเองก็พอจะรู้ว่าคือเรื่องอะไร คงจะมีแต่ดงแฮที่ยังยิ้มแย้มแจ่มใสเพราะเขายังไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง

โชคดีเว้ย

เพื่อนๆต่างโบกมือส่งเมื่อถึงจุดที่นัดพบ ร่างหนาส่งยิ้มอย่างภูมิใจที่กำลังจะได้เดินไปตามทางฝัน แต่มันก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ต้องปล่อยมือนิ่มๆของคนที่เป็นเจ้าของหัวใจของตนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่ตอนแรกยังทำปากเก่งเหมือนไม่ได้สนใจแต่พอเอาเข้าจริงฮีชอลก็เดินก้มหน้าก้มตาซึมเพราะใจหายที่เขาจะห่างไปตั้งหลายสัปดาห์

แกจะหดหู่ทำไม ไอ้บ้านี่มันจะไปไหนก็ปล่อยมันไปสิ -*-

ฮีชอลนึกโมโหและด่าตัวเองอยู่ในใจเป็นระยะ แต่พอมือหนากุมมือของตนเอาไว้และบีบเบาๆก็ช้อนตาขึ้นมองหน้าเขาแบบหวั่นๆ

หวั่นว่ากลัวจะเผลอตัวเผลอใจ กลัวว่าจะโดนใครต่อใครล้อ และกลัวที่จะต้องจากลา

ไว้ผมจะโทรหานะ

อ..อืม

คิดถึงกันบ้างนะ

...

แย่จัง ไม่เห็นให้อะไรผมไว้ดูต่างหน้าเวลาคิดถึงเลย

ไร้สาระ

ขอหน่อยไม่ได้เหรอ อะไรก็ได้ที่ติดตัวอยู่ตอนนี้

พอพูดแบบนั้นมาฮีชอลก็ชักมือกลับแล้วล้วงหยิบเอากระเป๋าสตางค์ออกมาเปิดแล้วหยิบบัตร T-Money ที่ไม่มีเงินออกมาให้เพื่อประชดที่เขาร้องขอ

แต่คนที่จ้องตั้งแต่แรกกลับคว้ามันมาจากมือทั้งกระเป๋าแล้วดึงเอารูปข้างในมาแทน

ผมไม่เอาหรอกไอ้บัตรนั่นน่ะ เอาอันนี้ดีกว่า

ใครบอกว่าให้ หน้าสวยตึงใส่แล้วมองซ้ายมองขวาก่อนจะแย่งคว้าคืนมา

แต่ฮันกยองก็ไวกว่าเพราะจับยัดใส่กระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็วซ้ำยังทำหน้าทะเล้นขยิบตาใส่ กลับมาแล้วจะคืนให้ ถือว่ายืมไปเป็นกำลังใจแล้วกัน

เมื่อสู้ไม่ได้ก็สะบัดหน้าหนีอย่างเคืองๆท่ามกลางรอยยิ้มที่เปื้อนหน้าคนรอบข้าง ร่างหนารีบเข้าไปกอดทั้งพ่อและแม่เพื่อล่ำลาเป็นคนสุดท้าย

ผมไปล่ะครับ รักษาสุขภาพด้วยนะฮะ

 

 

เมื่อส่งคนเดินทางกันเรียบร้อยแล้วดงแฮก็จำต้องกลับกับฮีชอลและคงจะต้องขอแยกลงกลางทางเพื่อโทรบอกคิฮยอนให้มารับ ไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ว่าทำไมคิบอมต้องทำให้เป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ลางสังหรณ์ประหลาดมันก็สามารถบ่งบอกได้ว่าคงมีเรื่องอะไรแน่ๆ เพราะแค่แยกกับบิดามารดาของฮันกยองมาซีวอนก็ดึงตัวเจ้าเจอร์รี่หน้านิ่งออกไปจากวงสนทนาทันทีและทิ้งคยูฮยอนให้นั่งเป็นเพื่อนฮยอกแจอยู่แถวๆนั้นก่อน

คนที่เอาแต่นิ่งและยิ้มอยู่นานสองนานเหลือบมองสภาพไอ้โม่งข้างตัวแล้วก็ถอนหายใจ คยูฮยอนตอนนี้ดูไม่จืดเลยสักนิด ซึ่งถ้าเดาไม่ผิดก็คงจะเกี่ยวกับซองมินแน่

ชั้นโทรหาซองมินวันนี้ ..เหมือนเค้าจะแย่ๆนะ ฮยอกแจพูดขึ้นลอยๆ แต่นายเองก็แย่เหมือนกัน ...ดูไม่มากแต่ชั้นว่าหนักเอาการใช่มั๊ย

คนที่เย่อหยิ่งหันหน้าเบือนหนีไม่อยากจะตอบ ปกติเขาไม่ค่อยได้คุยกับฮยอกแจสักเท่าไหร่อยู่แล้วและเรื่องแบบนี้ก็ไม่คิดจะเล่าให้คนที่ไม่ได้สนิทฟังด้วย

แต่อีกฝ่ายก็ยังอยากจะให้ข้อคิด ถ้าวิ่งมานานแล้วรู้สึกว่าเริ่มเหนื่อย จะหยุดพักบ้างก็ไม่ถือว่าเป็นไอ้ขี้แพ้หรอกนะ

...

ตัดบางอย่างที่แบกเอาไว้บ้างมันจะสบายตัวขึ้น

คงไม่ต้องอธิบายว่าอะไรที่คยูฮยอนแบกเอาไว้ และในความเป็นจริงก็คือ เขาแบกเอาไว้มาตั้งแต่จำความได้ ค่อยๆเพิ่มพูนทีละนิดจนหนักอึ้งและไม่รู้ว่าจะโยนทิ้งไปไว้ที่ตรงไหนในเมื่อรอบกายก็กดดันอยู่ตลอดเวลา

ชื่อเสียง ฐานะ ชาติตระกูล หน้าตาในสังคม ศักดิ์ศรี ...สิ่งเหล่านี้คือบางอย่างเหล่านั้นที่เขาแบกเอาไว้จนบ่าแทบทรุด

แบกด้วยความเคยชิน ขี้ขลาดเกินที่จะโยนมันทิ้งไป ...ไม่มีใครเข้าใจนักหรอกว่าคำว่า ราชนิกูล ที่ค้ำคอของเขาอยู่มันมีความหมายมากกว่าฐานะทางสังคมและกดดันมากสักแค่ไหน

ก็ใช่ว่าอยากจะให้เป็นแบบนี้ แต่สักวันมันก็คงจะต้องมีวันที่เขาจะต้องแต่งงานกับคนที่ผู้ใหญ่เห็นว่าเหมาะสม สิ่งเหล่านั้นอาจไม่เกิดกับแทซองเพราะด้วยศักดิ์ที่ต่ำกว่าจึงไม่ส่งผลอะไร แต่กับคยูฮยอนที่สืบเชื้อสายใกล้ชิดกว่านั้นมันคือสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต้องดำรงสายเลือดให้สืบไป แม้ว่าจะมีประธานาธิบดีคนแล้วคนเล่าแต่ผู้ที่สืบเชื้อสายกษัตริย์ก็ยังได้รับการยกย่องอยู่

มันคือความจริงที่แสนจะโหดร้ายต่อเด็กชายสักคน ..ที่ถูกคาดหวัง

 

 

แต่อีกด้านของสนามบินกลับเป็นร่างใหญ่สองร่างที่สร้างบรรยากาศอันน่าอึดอัดรอบตัวเอาไว้จนไม่มีแม้แต่แมลงตัวเล็กๆบินเข้าไปใกล้ในบริเวณนั้น ซีวอนเดินนำมาที่ด้านนอกซึ่งปลอดผู้คน เขาไม่อยากเป็นข่าวเพราะสนามบินนานาชาติแห่งนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครที่สามารถนำเรื่องของพวกเขาไปตีให้เป็นข่าวได้ ซึ่งคนที่เดินตามอย่างคิบอมก็รู้ดีจึงไม่คิดจะโวยวายอะไรเมื่อเขาพามาไกลจากจุดที่แยกกับคยูฮยอนมาไกลขนาดนี้

เมื่อรอบตัวไม่มีคนอื่นมือหนาก็ล้วงซองสีน้ำตาลออกมาแล้วโยนใส่หน้าของคนที่ได้ชื่อว่าคือเพื่อน

นี่มันอะไร!!”

บรรยากาศที่อึมครึมเริ่มมีพายุตั้งเค้าต่อตัว คิบอมรับมันมาเปิดดูด้วยสีหน้าที่นิ่งสงบ ภาพแต่ละใบเขารู้ว่ามันคือตอนไหนต่อให้ไม่ระบุวันที่ ค่อยๆดูไปทีละรูปอย่างไม่รีบร้อนนักเพราะอยากจะให้แน่ใจว่าไม่มีรูปอะไรที่ล่อแหลม เมื่อมันวนกลับมาถึงรูปแรกก็เก็บมันเข้าที่เดิมคล้ายกับไม่มีสาระอะไร

รูปชั้นกับดงแฮ ..แล้วไง?

แล้วไง ..งั้นเหรอ น้ำเสียงที่กดต่ำคำครามเบาๆ นิสัยของซีวอนที่คิบอมเกลียดเริ่มแสดงออกมามากขึ้นทุกที

ไอ้ท่าทางที่ยังพยายามรักษากริยาเจ้าชายผู้แสนสง่านั้นมันช่างน่าเบื่อ ทั้งๆที่ช่างระแวง ช่างจับผิด แต่ก็ยังติดที่จะรักษามาดดีๆโดยที่อยู่กับคนที่ใกล้ชิด ..แบบนี้มันอึดอัดยิ่งกว่าโดนอัดหน้าเสียอีก

อืม ก็แล้วไง

แกรู้ใช่มั๊ยว่าชั้นคิดยังไงกับดงแฮ ไม่เชิงตะคอก แต่น้ำเสียงก็บ่งบอกว่ากำลังโมโห

หน้านิ่งๆยังคงสงบอยู่ อือ รู้

รู้แล้วทำไมถึงได้มีรูปพวกนี้ออกมา ทำไมแกไม่เคยบอกชั้นเวลาที่แกไปไหนมาไหนกับดงแฮ ทำไมต่อหน้าพวกชั้นแกถึงทำเหมือนไม่สนิทกับเค้า ..ไหนแกตอบมาสิ

น้ำเสียงกดดันทำเอาคนถูกซักพ่นลมหายใจบางๆเพื่อลดความตึงเครียดที่ถาโถมเข้ามา

จำเป็นตรงไหนที่ชั้นต้องป่าวประกาศอะไรพวกนั้น

คิมคิบอม!!”

ชั้นไม่คุยเพราะไม่มีเรื่องอะไรให้คุย ..มันไม่จำเป็นว่าชั้นจะต้องไม่รู้จักหรือว่าไม่สนิท

คำตอบกวนประสาทและยวนเท้าเปล่งออกมาจนได้ ซึ่งซีวอนก็ยังสงบอารมณ์มากพอที่จะไม่เข้าไปตะบันหน้าให้หายโมโห คุณชายหนุ่มกัดกรามข่มอารมณ์อีกครั้งแล้วจ้องหน้า

แกเป็นอะไรกับดงแฮ

ไม่ได้เป็นอะไร เสียงราบเรียบตอบไป แล้วแกเป็นอะไร?

ย้อนมาแบบนั้นเล่นเอาคนถามก่อนไปต่อแทบไม่ถูก ซีวอนเลยยิ่งจ้องหนักจนเจ้าผมปาดอึดอัดแทบอยากจะตะโกนร้องให้ลั่นไปทั้งอินชอน เขาเกลียดอารมณ์ที่กดดัน และเกลียดที่สุดคือการทะเลาะกับซีวอนเพราะไอ้ท่าทางที่พยายามรักษามาดคุณชายนี่แหละที่มันน่าเบื่อ ทะเลาะกับฮันกยองก็ยังโวยวายใส่กันได้ กับคยูฮยอนก็อาจลงไม้ลงมือได้ แต่กับซีวอนนี่สิที่ต้องมาเล่นสงครามประสาทอยู่แบบนี้

ต่อยกันเสียยังดีกว่าต้องมาข่มอารมณ์แล้วพยายามสงบอารมณ์พูดจาทั้งที่โมโห

แกคิดยังไงกับดงแฮ หลังจากเงียบไปหลายนาทีซีวอนก็ถามใหม่

แน่ใจเหรอว่าอยากรู้

เหมือนจะยิ่งจุดไฟในอกของร่างใหญ่ให้มันลุกเพิ่ม ชั้นเคยถามแกไปแล้วใช่มั๊ย จำได้หรือเปล่าว่าเคยพูดอะไรเอาไว้

ถ้าชั้นจะบอกว่าตอนนี้ชั้นไว้ใจไม่ได้แล้วล่ะ

คิบอมจ้องกลับ แต่ท่าทางของเขาที่แสดงออกไปกลับท้าทายอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว อารมณ์ที่พยายามข่มให้นิ่งของประธานรุ่นขาดผึงลงในเสี้ยววินาที

งั้นแกจะเอาไง!!”

ก็ไม่เอาไง ชั้นไม่ใช่คนที่ตัดสินใจ

จะโบ้ยให้ดงแฮงั้นสิ ..แล้วไอ้ที่ไปหาเค้าลับหลังชั้น พาเค้าไปอยู่ด้วยแบบนี้ ถามหน่อยว่าแกจงใจจะหักหลังชั้นใช่มั๊ย ทั้งๆที่ก็รู้ว่าชั้นจีบเค้าอยู่แต่ก็ยังทำ นี่น่ะเหรอที่เค้าเรียกว่าเพื่อน

เจ็บจุกอยู่ในอก ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่ไม่ใช่การหักหลักหรือทรยศ ต่อให้มันไม่ได้เกิดจากความจงใจและซีวอนก็ยังไม่ได้เป็นเจ้าของดงแฮ แต่เกมที่เล่นแบบไม่ซื่อแบบนี้มันก็ไม่มีคำอื่นมาทดแทนได้ ..เพราะมันไม่ใช่การแข่งที่ยุติธรรมตั้งแต่แรก

จะเอาไงก็ว่ามา ชั้นก็อยากจะรู้นักว่าแกจะแก้ตัวยังไง

คิบอมพ่นลมหายใจหนักๆ ตาเริ่มขวางแต่ก็ไม่อยากจะมีเรื่อง แกพูดมาดีกว่าว่าแกจะเอาไง

ชั้นเกลียดที่แกเล่นตุกติก

ชั้นไม่ได้ตุกติก

ไม่ได้ตุกติกแต่แกก็รู้ในสิ่งที่ชั้นทำ แต่ชั้นไม่เคยรู้เลยว่าแกทำอะไรนี่นะ ..ถามหน่อยเถอะคิมคิบอม นี่มันคือการเล่นอย่างยุติธรรมตรงไหน

...

แล้วทำไมดงแฮต้องไปอยู่ที่บ้านแก

ไม่จำเป็นต้องรู้

ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งกวนอารมณ์ให้โมโห หน้านิ่งๆ แววตาที่ดูไม่ใส่ใจยิ่งทำให้ซีวอนนึกเกลียด เขาเกลียดนิสัยนี้ของเพื่อนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เกลียดที่คิบอมชอบทำหน้านิ่งๆเหมือนไม่ทุกข์ร้อนหรือว่าเห็นอะไรสำคัญทั้งที่เรื่องเหล่านั้นมันทำให้คนอื่นแทบเป็นแทบตาย เพราะคนๆนี้ใส่ใจเฉพาะเรื่องที่เขาอยากจะใส่ใจเท่านั้น ซึ่งบางทีมันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากพวกที่สนใจแต่เรื่องตัวเอง

 แต่คิบอมก็ไม่มีคำตอบอะไรจะอธิบายในเวลานี้เพราะพูดไปมันก็เหมือนจะแก้ตัวทั้งนั้น ร่างหนาที่ทำท่าราวกับว่ามันคือเรื่องพื้นๆยังเสมองรอบตัวไปเรื่อยเปื่อยราวกับว่ากำลังคุยกันเรื่องหาร้านอาหารทานในเย็นนี้แต่ว่าหาจุดจบไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่อารมณ์เดือดย่อมไม่เห็นว่ามันคือเรื่องปกติ

ถ้าแกคิดว่าชั้นเล่นไม่ซื่อ งั้นชั้นจะให้ดงแฮกลับมาอยู่ที่บ้าน แต่แกก็ต้องดูแลความปลอดภัยของเค้าด้วย ในฐานะที่บ้านแกอยู่ใกล้แค่นั้น

คิดว่าชั้นทำไม่ได้หรือยังไง

คิบอมอยากจะตอกหน้ากลับไปว่า ใช่ เพราะหลายต่อหลายครั้งที่เกิดเรื่องซีวอนก็ไม่เคยที่จะรับรู้ แต่เพราะดันทุรังให้ดงแฮอยู่ที่บ้านตัวเองต่อไปอะไรๆคงจะยิ่งแย่ ซึ่งทางแก้มันก็คงจะมีแค่นี้

ที่ดงแฮมาอยู่บ้านชั้นน่ะ พ่อเค้าเป็นคนอนุญาตกับพ่อชั้นเอง

คิดว่าชั้นจำเป็นต้องเชื่องั้นเหรอ

ก็ไม่ เขาตอบนิ่งๆ แค่อยากบอกประดับสมองเอาไว้ก็แค่นั้น

แล้วเมื่อไหร่ที่แกจะให้ดงแฮย้ายออกมา คุณชายผู้เงียบขรึมเจาะตรงประเด็นอย่างรวดเร็ว ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองชอบไปอาศัยในบ้านคู่แข่งแบบนั้นบ้าง

เมื่อพ่อชั้นให้ออก เพราะเค้าเป็นคนขอกับพ่อของดงแฮมา ไม่ใช่ว่าชั้นอยากพาเข้าหรือออกเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะเรื่องนี้ชั้นไม่เกี่ยว

เสียงห้วนเน้นพยางค์สุดท้ายให้อีกฝ่ายได้ยินชัดๆ เพราะคนที่บอกให้ดงแฮไปอยู่ที่บ้านก็คือคิมแทยาง คนที่จัดการบอกที่บ้านของดงแฮก็คือคิมแทยาง ไม่มีเขาเข้าไปก้าวก่ายเลยสักนิดนอกจากบอกให้ฟังถึงเรื่องของมยองแจอุคที่เข้าไปป้วนเปี้ยนสร้างความรำคาญและลำบากให้

สายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อใจตวัดมองแล้วเมินหนี ซึ่งคิบอมก็รู้ดีว่ามันคงจะยากหากจะขอร้องให้เชื่อ ซึ่งเขาก็ไม่คิดจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว พูดไปก็ไม่ได้คิดว่าคนที่ชอบจับผิดจะเชื่อนักหรอก

งั้นก็มาแข่งกันให้มันรู้กันชัดๆ ..ว่าเค้าจะเลือกใคร ทั้งที่ไม่อยากจะพูดแต่ก็พูดจนได้ ในที่สุดก็ต้องเป็นฝ่ายประกาศศึกมันเสีเองก่อนที่ซีวอนจะตีความหมายอะไรๆให้มันแย่ไปกว่านี้

สภาพบรรยากาศที่อึดอัดเริ่มจะทำให้ทนไม่ได้ ความกดดันรอบตัวที่พุ่งออกจากร่างใหญ่ทำให้คิบอมหายใจลำบากมากขึ้นทุกขณะ ในเมื่อไม่มีอะไรให้พูดอีกคนหน้านิ่งก็เดินล้วงกระเป๋ากลับไปในทางเดิมโดยมีเสียงทุ้มต่ำคำรามไล่มาตามหลัง

ให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะ

เท้ายาวชะงักหยุด สีหน้าที่เรียบเฉยเริ่มออกอาการขึ้นมามากขึ้นทุกที ซีวอนกำลังกระตุ้นความอยากเอาชนะที่ถูกเก็บกดไว้ให้มันได้เริ่มขยับตัว เวลานี้คิมคิบอมยังไม่อยากที่จะท้าชนจึงยังต้องคอยหลีกเลี่ยงแรงปะทะที่พร้อมจะพุ่งมาทุกเมื่อ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะยังอดทนได้ถึงเมื่อไหร่ เพราะหากเขาทนไม่ไหวไม่ว่าจะใครก็คงจะไม่มีคำว่าไว้หน้า

อย่าบังคับให้ชั้นต้องร้ายใส่นายจะได้มั๊ยซีวอน

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ending talk

 

ซีวอนไม่นิยมการใช้กำลัง ดังนั้น.. มันเลยออกมาอีหรอบนี้ = =”  ส่วนอิบอมก็... ตามประสาบอมๆ

ตอนนี้ยังไม่วิวาทแต่คาดว่าคงจะไม่นาน 555+  ... ของเค้าแรงทั้งคู่ อยู่ที่ว่าคุณชายชเวจะอดทนไปได้สักกี่น้ำที่จะไม่ซัดไอ้โหดของน้องแป๋ว เพราะดูปาก.. มันก็น่ากระทืบอยู่หรอก -*-

 

 

บลูขอพักสองสามวันนะคะ แต่ถ้าเตี้ยน้อยมาก็อาจจะหลายวันหน่อยเพราะข้อมือขวาเริ่มปวดๆ เหมือนว่าจะใช้งานมากเกินไป ช่วงนี้บลูพิมพ์เยอะด้วยแหละ มือคงรับไม่ค่อยไหวเลยอยากจะพักบ้าง หลังจากเตี้ยน้อยกลับคงจะไปตัดแว่นแล้ว จริงๆบลูสายตาสั้นนะ แต่ว่าในระยะใกล้ๆยังมองเห็นชัดอยู่ แต่คงต้องตัดแว่นแล้วเพื่อไม่ให้มันแย่มากไปกว่านี้ เหอะๆ

 

 

ปล. เบ็ดเสร็จตอนนี้ 20 หน้าเวิร์ด ตัวอักษร Cordia  New ขนาด14  = =”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #67080 PobarO (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 19:37
    บอมอย่าไปท้ออย่ายอมแพ้นะ
    #67,080
    0
  2. #67051 DreamPatty (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2556 / 10:54
    ศึกชิงนางได้เริ่มขึ้นแล้ว ยกทัพ!!
    #67,051
    0
  3. #66990 แดกเด็กทั้งวัน (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 21:49
    สรุปทงเฮเลือกซังบอม #จบ
    #66,990
    0
  4. #66915 luknamalotte (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 11:09
    กำลังจะซึ้งเลย มาตลกตาตี่ตอนสุดท้ายนี่ล่ะ 55555
    #66,915
    0
  5. #66821 แอ๋มแป๋ (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2555 / 03:45
    คิเฮหวานตลอด

    สมน้ำหน้ากี้มาก ชิ

    วอนจ๋ามองคนใกล้ตัวบ้างง ปล่อนเฮไปเถอะนะ
    #66,821
    0
  6. #66593 P-ENT (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2555 / 04:42
    วอนเอ๊ย ยังไม่รู้หรอว่าด๊องเลือกใคร 

    คนที่ให้ไปนอนที่บ้านได้ ไปนอนบ้านเค้า ไปไหนมาไหนด้วยกันยังไม่รู้หรอว่าเค้าเลือกใคร

    สงสารวอนอยู่ แต่หัวใจบังคับได้ที่ไหนหล่ะ
    #66,593
    0
  7. #66567 sungmin sj (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2555 / 17:08
    วอนพี่แพ้ตั้งแต่ มีหูแล้วอ่ะ
    #66,567
    0
  8. #66329 bua (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 17:22
    ท่านชเวค่ะ แข่งไปก็เท่านั้นแหละยังไงด๊องก็ต้องเลือกบอมยุวแล้วแหละ
    #66,329
    0
  9. #66304 KIHAE*129 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 03:12
    วอนแกปล่อยหมวยให้บอมไปเห๊อะ

    เป็นเพื่อนกันก็เสียสละบ้าง

    อยาแตกหักกันเลย
    #66,304
    0
  10. #66233 mirchullove (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 4 มีนาคม 2555 / 15:22
    บวมถึงเป็นเพื่อนก็แย่งได้นะ
    #66,233
    0
  11. #66042 chin-cha (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 15 มกราคม 2555 / 04:12
     ฮยอก  บอกว่ามาเอาวอนปายยยยยย ><
    #66,042
    0
  12. #65873 np137 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2554 / 23:06
    คยูโทรง้อมินด่วนนนนน !!!!
    #65,873
    0
  13. #65779 Darker-40 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 / 16:47
    -_-
    ลำบากใจเพราะคำว่าเพื่อน 

    #65,779
    0
  14. #65760 MTieluk (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 23:08
    วอนยกเฮให้บอมมันเถอะนะ แล้วก็อย่าทะเลาะกันเลยนะแกสองคนอ่ะ
    #65,760
    0
  15. #65718 Ringo-rr (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2554 / 11:52
    คิเฮ หวานกันจน คนแอบส่อง อิจฉาตาร้อนเป็นเเถบๆ อ่ะ
    >//////<


    เเต่ วอน กะ บอม นี่ น่ากลัวได้อีก 
    สงครามความรักเริ่มต้นเเล้วใช่มั้ย อ่ะ  

    #65,718
    0
  16. #65397 PARISO'KH (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 18 กันยายน 2554 / 00:33
    หนูจ้ะ เป่ายิงฉุบดีมั้ยคะ ?? :P
    #65,397
    0
  17. #65337 noteno (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2554 / 13:49
     วอนน่าจะรู้ตัวได้แล้วนะเนี่ยะ
    #65,337
    0
  18. #65280 เจ้าชายหมาป่า (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2554 / 18:18
    ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าด๊องจะเลือกใคร เพราะในใจมีแต่เธอ (แหวะเน่า = =)

    ฮันชอลล อร๊ากกกก รับ ๆ ไปเถอะน่า แมนตรงไหนฟระ ?

    กี้ สมน้ำหน้า รับรู้บ้างก็ดีว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง - -+

    #65,280
    0
  19. #65236 NANA (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2554 / 20:37
    คิเฮ หวานจนน่าอิจฉาเลยอ่ะ

    พี่เย่ ตาตี่ของตัวกลม อบอุ่นจังเลย รักพี่เย่ >____<

    คู่ฮันชอล น่าอิจฉา พ่อแม่ก็ยอมรับลูกสะใภ้

    #65,236
    0
  20. #64591 I'cassimic # (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 19:06
    ถึงเวลาต้องเลือก ?


    #64,591
    0
  21. #63985 dolzpumz (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 / 20:15
    วอน ทำใจเถอะนะ

    น้องแป๋วเค้ารักพี่โหดอร๊า

    แต่ก็ลุ่นนะกับสงครามครั้งนี้ 55 *โรคจิต*

    ส่วนกี้ โถๆๆๆ น่าเอ็นดู เป็ฯคนดีไวๆล่ะ รู้หัวใจตัวเองซักทีนะ คึคึ
    #63,985
    0
  22. #63896 []เดอะ.สอง? (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2554 / 13:05
     วอน นายแพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้งแล้ว
    #63,896
    0
  23. #63772 MCH (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 30 เมษายน 2554 / 23:20
    แอบดีใจที่ 2 คนนี้เริ่มประกาศสงครามกันซักที

    แอบเบื่อพี่วอนมานานและ ทำตัว !!!

    บอมจัดไปปปปปป !!!

    พาร์ทนี้เขิลฮันชอลโฮกก >
    #63,772
    0
  24. #63574 Pink_Panther (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 20 เมษายน 2554 / 20:43
    กี้หมดสภาพ

    วอนเอ๊ย จะเล่นสงครามประสาทหรอ

    ถ้าด๊องเลือกแล้วก็ต้องยอมนะ ไม่ใช่มุ่งแต่จะเอาชนะอย่างเดียว
    #63,574
    0
  25. #63378 Heart_KimLee[129] (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 17 เมษายน 2554 / 02:28
    แป๋วกับโหดโรแมนติกอ่ะ หวานกันจังเลย ชอบ

    แถมยังมีพี่น้องคอยสนับสนุนอีก



    เห็นกี้สภาพนี้แล้วก็นึกสงสารนะ

    แต่ก็อย่างว่าทำไว้เยอะก็ต้องโดนบ้าง

    แต่ยังไงก็ไปทำให้มินกลับมาเป็นเหมือนเดิมเร็วๆนะ



    ศึกชิงนางกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

    แล้วถ้าด๊องรู้จะเป็นไงเนี่ย
    #63,378
    0