Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 66 : (SF) Eternal Love (Won x Hyuk) Part 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 ม.ค. 53

 

หลายคืนติดต่อกันที่ฮยอกแจฝันถึงเรื่องราวซ้ำๆเดิม รู้สึกคุ้นเคยกับที่แห่งนี้ขึ้นทีละนิดเหมือนมีอะไรบางอย่างเชื่อมใจให้ผูกพันกับมันอย่างแนบแน่น แต่สิ่งที่ดูจะแปลกไปก็คือสายตาของคุณลุงที่ดูกังวลเหมือนมีอะไรมากมายอยู่ในหัว แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเป็นถ้อยคำสักอย่าง

ภาพที่ตนเองเดินอยู่ที่สวนดอกไม้กับท่านชายรูปงามนั้นช่างงดงามและเปี่ยมไปด้วยความสุข สิ่งที่รู้สึกได้ในความฝันก็คือ ความรักที่เอ่อล้นหัวใจ

ทำไมถึงได้ฝันแบบนั้นได้นะเขาถามตัวเองเบาๆ

ไดอะรี่ประจำวันถูกหยิบมาเขียนเล่าสิ่งต่างๆที่พบเจอตามปกติ ภาพเหตุการณ์ในความฝันนั้นแปลกประหลาดเพราะก็เด่นชัดและฝังตรึงในความทรงจำจนน่าแปลกใจ มันเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมากกว่าที่จะเป็นความฝัน ไม่เข้าใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอก จากคิดว่ามันคงเป็นความฝันที่เกิดขึ้นตอนใกล้รุ่งสางจึงจำได้แม่นยำ

คำพูดบางคำของซีวอนที่ได้ยินในความฝันยังคงดังก้องที่ในหัว

ชั้นรักเธอและจะรักไปจนตาย ชั้นจะพิสูจน์ให้เห็นว่ามันจะเป็นความรักที่มั่นคงชั่วนิจนิรันดร์

ฮยอกแจจรดปากกาเขียนลงไปแล้วก็นั่งเหม่อ เขาลุกขึ้นแต่งตัวและขึ้นไปรับใช้ท่านชายตามปกติ แต่ห้องกว้างที่เต็มไปด้วยหนังสือกลับมีกลิ่นไอแห่งอดีตปกคลุมอยู่ทั่ว ไปหมด ไม่ว่าจะเดินไปไหนก็เหมือนตัวเองจะหลุดไปอยู่ในโลกที่ไม่ใช่ปัจจุบันมากขึ้นทุกที

มือเล็กจับปากกาเขียนสรุปเอกสารแบบที่ทำทุกๆวัน แต่กลับเหมือนไม่ใช่ตัวเองที่กำลังนั่งอยู่ ภาพตรงหน้าดูแปลกไปรวมทั้งใครบางคนที่เดินเข้ามา

วันนี้ซีวอนแต่งตัวผิดแปลกไปจากเดิม มันเหมือนชุดสมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่ของตัวเองยังเป็นเด็ก ทรงผมที่เรียบร้อยแต่ดูผิดหูผิดตานั้นช่างสะดุด เขาเปิดประตูและเดินยิ้มหวานเข้ามาใกล้ สายตาอบอุ่นและอ่อนโยนจนน่าประหลาดใจ

มีตรงไหนไม่เข้าใจหรือเปล่าร่างหนาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ จากเก้าอี้หวายก็กลาย เป็นเก้าอี้ไม้ไปได้เช่นไรก็ไม่รู้

ฮยอกแจสะดุ้งน้อยๆเมื่อเขาวางแขนโอบลงตรงไหล่และอีกมือก็ใช้ปัดลงไปที่ผมด้านหน้า วันนี้แต่งตัวน่ารักจัง งั้นจะพาไปเดินเล่นที่งานตรงตลาดนะ

เหมือนตัวเองจะยิ้มตอบแต่ก็ไม่รู้ว่ายิ้มทำไม คนที่นั่งอยู่ใกล้ๆดูใจดีราวกับเป็นคนรัก สายตาหวานๆเหลือบมองเป็นระยะ พอมองมากๆเขาก็ยื่นหน้ามาจูบที่แก้ม ทำเอาร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่างกาย

คุณชายเล่นอะไรก็ไม่รู้ เดี๋ยวคนอื่นก็มาเห็นหรอกครับ

เห็นก็ช่างปะไร เรารักกันนี่นา ชั้นเป็นเจ้าของที่นี่นะใครจะกล้าว่าอะไรได้เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

ฮยอกแจเองยังงงๆแต่ก็ได้ยินเสียงตัวเองเอ่ยออกไป เดี๋ยวพี่ชายผมเห็นเข้าก็โดนดุพอดีหรอกครับ

เดี๋ยวชั้นจะบอกวูฮยอกเองนะว่านายไม่ผิด ชั้นดื้อจะกอดนายเอง

คุณชายอ่ะมือเล็กเอื้อมไปตีเบาๆ แต่ก็ยอมให้เขากอดจนแน่น

เสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้ เด็กหนุ่มร่างบางจึงผละตัวออกจากอกกว้างแล้วนั่งก้มหน้าก้มตาสรุปเอกสารต่อ มีชายหนุ่มหน้าตาละม้ายคล้ายกันกับเขาเคาะประตูเบาๆและเดินเข้ามา เขาโค้งน้อยๆให้กับท่านชายชเวแล้วเอ่ยเบาๆกับน้องชาย

อึนฮยอก พ่อบอกว่าอยากจะให้แกกลับบ้านน่ะ

สีหน้าทั้งสองร่างที่เพิ่งจะคลอเคลียกันเมื่อครู่ก็เปลี่ยนไปในทันที ฮยอกแจรู้สึกว่าเป็นตัวเองที่สะดุ้งและใจหาย พยายามหันไปมองหน้าซีวอนที่สบสายตามาด้วยความรู้สึกเดียวกัน

ทำไมต้องกลับด้วยล่ะฮะ?”

แกก็ถามพ่อเองสิคนที่ชื่อวูฮยอกเอ่ยบอกแล้วหันไปหาซีวอนบ้าง คุณชายครับ เดี๋ยวคุณพ่อผมจะส่งจางฮยอกมาช่วยงานแทนอึนฮยอกชั่วคราวนะครับ หวังว่าคุณชายจะอนุญาตให้เขากลับบ้านสักระยะ

ซีวอนรับรู้ได้ถึงบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลแต่ก็ต้องพยักหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้

ตระกูลลีมีพันธะข้องเกี่ยวกับตระกูลชเวของเขามานานแสนนาน มันเป็นเหมือนสัญญาที่สร้างกันไว้ด้วยใจ เพราะผู้ใหญ่เคยลำบากลำบนมาด้วยกัน

ผู้ช่วยของซีวอนตอนนี้คือวูฮยอกซึ่งเป็นพี่ชายของอึนฮยอก เขาพักอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้แต่ว่าทำงานประสานกับทางด้านนอกเสียมากกว่า ส่วนเด็กหนุ่มหน้าหวานร่างบางซึ่งนั่งข้างๆนั้นเป็นผู้ช่วยคอยดูแลเอกสารเพราะซีวอนมักจะไม่ออกจากคฤหาสน์ไปทำงานที่ข้างนอก

ความรู้สึกของฮยอกแจตอนนี้คือ วูฮยอกคงจะรับรู้ถึงความสัมพันธ์แสนประหลาดของน้องชายกับเจ้านายตัวเองจึงคิดจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม พอเขาออกไปจากห้องร่างหนาก็เอื้อมมือคว้าเอามือเล็กมาเกาะกุมไว้แน่น

ไม่เป็นไรนะครับ ผมจะรีบกลับมาตัวเล็กเอนศีรษะซบร่างใหญ่ด้วยอารมณ์เศร้า

ซีวอนเอื้อมมือลูบเบาๆที่ผมหนาแววตาไร้ความสงบ สัญญาแล้วนะ

ครับ ผมสัญญา

ชั้นจะรอนะ รอเธอกลับมาอยู่กับชั้นที่นี่ จะรอเธอทุกๆวันและจะไม่ไปไหนทั้งนั้น เวลาเธอกลับมาแล้วจะได้เจอชั้นทันทีไง

ขอบคุณนะครับ

อ้อมอกอุ่นๆที่ตนเองซุกอยู่นั้นช่างอ่อนโยนและยิ่งใหญ่ ฮยอกแจรับรู้ได้ถึงความรักมากมายที่พวกเขามีให้ต่อกัน และความรู้สึกนั้นมันก็เหมือนจะซึมลึกลงไปในหัวใจของเขาด้วย

เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้งและก็เป็นร่างของซีวอนที่เข้ามา ฮยอกแจสะดุ้งน้อยๆด้วยความตกใจและร่างหนาก็มองมาด้วยสายตาประหลาด

ตกใจอะไรของเธอ?”

ร่างบางรีบหันซ้ายหันขวา ทุกๆอย่างกลับสู่สภาพเดิม เขานั่งอยู่บนเก้าอี้หวายในห้องทำงานแบบเดิม บรรยากาศในห้องกลับมาเป็นเหมือนทุกๆวันและก็ไม่ได้ดูเก่าแก่สักเท่าไหร่  เมื่อครู่มันคืออะไรกันแน่?

มองชั้นแปลกๆนะ มีอะไรหรือเปล่าท่านชายรูปงามเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง

ใจของคนฟังเต้นตึกตักด้วยความหวั่นเกรง เปล่าครับ

งั้นก็เอาเอกสารมาได้แล้ว สรุปเสร็จหมดแล้วเหรอ?”

เอ่อ... ครับ

ร่างเล็กรีบรวบแผ่นกระดาษแล้วเอาไปส่งให้ที่โต๊ะทำงานของชายหนุ่ม ทันทีที่เขาเอื้อมมือมารับและสัมผัสโดนร่างกายโดยบังเอิญก็สะดุ้งโหยง หน้าซีดหนักไปกว่าเก่า

ดวงตาเรียวช้อนขั้นมามองอีกครั้ง กลัวอะไรชั้นเหรอ?”

ริมฝีปากบางขยับสั่นน้อยๆ แต่ก็ส่ายหน้าตอบกลับไป ไม่มีอะไรครับ ผมขอตัวสักครู่นะครับ

ฮยอกแจรีบออกมาจากห้องด้วยความตื่นเต้น มือของเขาเย็นเฉียบจนน่าตกใจ ภาพที่เห็นเมื่อครู่กำลังสร้างความหวั่นเกรงให้มากมาย

วูฮยอก อึนฮยอก จางฮยอก นี่มันอะไร?

เด็กหนุ่มรีบวิ่งลงไปหาลุงของตัวเองที่ด้านล่าง เขาตามหาจนทั่วกว่าจะเจอก็เล่นเอาเสียเหนื่อย

แกวิ่งทำไมน่ะ คุณชายท่านไม่ชอบให้ใครมาวิ่งในคฤหาสน์นะ

เขายืนหอบตัวโยนพอหยุดหายใจหนักๆแล้วค่อยร้องถามออกไป ลุงมาทำงานที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะ?”

เอ๋?” พ่อบ้านลีเลิกคิ้วน้อยๆ แกถามทำไม

ผมอยากรู้?”

สีหน้าคนถูกถามเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ปี 1935 นั่นแหละ

แฮ่ก..แฮ่ก เมื่อ 25 ปีที่แล้วเหรอฮะ?”

อืม มาทำงานช่วงต้นปี 1935” เขาพยักหน้า

ลุงเป็นพ่อบ้านตั้งแต่แรกหรือเปล่าฮะฮยอกแจถามต่อ

เปล่า

แต่ก่อนลุงทำอะไร?”

ก็แบบที่แกทำนั่นแหละร่างท้วมตอบอ้ำๆอึ้งๆ

เพียงแค่นั้นเขาก็ได้คำตอบบางอย่างที่ต้องการแล้ว จางฮยอกคือลุงของเขาจริงๆ และวูฮยอกก็คงจะเป็นคุณลุงที่เสียไปเมื่อตอนที่เขายังเด็ก  คงเหลือแค่อึนฮยอกเท่านั้นที่ยังค้างคาใจ เพราะเขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย

 

 

 

----------- Eternal Love -----------

 

 

 

ตกเย็น ฮยอกแจก็นั่งขีดๆเขียนๆแผนภูมิครอบครัวของพ่อตัวเอง ในครอบครัวนั้นมีพี่ชายคนโตชื่อวูฮยอก ตามด้วยจางฮยอกและกยูฮยอกซึ่งเป็นพ่อของเขา สามพี่น้องเป็นผู้ชายทั้งหมดและเติบโตมาด้วยกัน ตัวเขาเองเคยเจอลุงวูฮยอกในช่วงเด็กเพียงไม่กี่ครั้ง หลังจากนั้นคุณลุงก็เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ ส่วนคุณลุงจางฮยอกก็รู้แค่ว่าทำงานอยู่ต่างจังหวัด นานๆจึงจะได้พบที และก็เพิ่งมีครั้งนี้ที่ได้มีโอกาสมาอยู่ด้วย

แล้วถ้าเป็นแบบนั้น อึนฮยอกล่ะหายไปไหน?

ความจริงเขาก็อยากจะถามไถ่ลุงของตัวเองให้ชัดเจนแต่ก็กลัวว่าจะโดนด่าเพราะมันก็อาจจะเป็นเรื่องที่เขาฝันกลางวันหรือคิดไปเองโดยไม่มีมูลอันใดก็เป็นได้

แล้วถ้าเรามีลุงอีกคนล่ะ?” เขาพึมพำเบาๆ ไม่หรอกมั๊ง ถ้ามีก็ต้องรู้จักแล้วล่ะ

ฮยอกแจสรุปคร่าวๆแล้วทิ้งตัวลงนอนกลิ้งไปกลิ้งมา จากนั้นก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเมื่อตกดึกก็ถูกอำนาจบางอย่างของคนที่รักและรอตัวเองมานานเรียกขึ้นไปหาดังเช่นทุกๆคืนที่ผ่านมา

ซีวอนจูบรับขวัญเบาๆเมื่อเขามาถึงห้อง ความรักที่สะสมมานานแสนนานต้องการที่จะปลดปล่อยออกไปให้ใครอีกคนได้รับมันไปเสียที เวลานี้ฮยอกแจเหมือนคนละเมอที่ทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัวในเวลาเดียวกัน นิ้วเรียวเกลี่ยลงไปเบาๆที่คางแหลม สายตาอ่อนโยนลงจากเวลาปกติมากเสียจนเหมือนจะเป็นคนละคนกัน

เริ่มจำเรื่องของเราได้แล้วสินะร่างหนายิ้มบางๆ ถ้านายจำได้มากกว่านี้ ชั้นคงจะกอดและจูบนายได้อย่างสบายใจและครอบครองทั้งร่างกายโดยไม่ต้องระแวงอะไรอีก

ร่างนุ่มนิ่มเอนซบอย่างน่ารักและร่างใหญ่ก็รักเขามากเกินกว่าใครจริงๆ

รู้ตัวมั๊ยว่าทุกๆอย่างของเธอยังเหมือนเดิม ทั้งรอยยิ้ม แววตา ท่าทาง หรือแม้แต่การพูดการจาก็ยังเหมือนเดิมเลยนะ เวลาจะนานแค่ไหนแต่เธอก็ยังเป็นเธอ ชั้นจะรอเวลาที่เธอจะจดจำทุกๆอย่างได้นะคนดี

ไร้คำตอบใดๆจากฮยอกแจ เขายังคงนอนนิ่งๆในอ้อมกอดของชายหนุ่มโดยไร้การโต้ตอบหรือขัดขืน แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีที่ยินยอมหรือเต็มใจ การตกอยู่ในมนต์สะกดมันทำได้แค่ให้เขาขึ้นมาหาและนอนนิ่งๆให้กอดและจูบจนกระทั่งรุ่งสาง แต่ไม่ได้มีผลด้านความ คิดที่จะสามารถครอบงำให้เขาทำตามในทุกความต้องการได้

ผมยังเป็นคนแม้จะมีบางอย่างที่เหนือธรรมชาติบ้าง แต่พื้นฐานก็ยังเป็นมนุษย์คนหนึ่งอยู่ดี  ถึงจะอยากทำตัวเหมือนปีศาจแล้วสะกดให้ใครอยู่ใต้อำนาจแต่ก็ทำไม่ได้ขนาดนั้น

อันที่จริงซีวอนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรที่ทำให้เขายังดูหนุ่มและเหมือนเดิมได้จนถึงทุกวันนี้ ช่วงที่เสียอึนฮยอกไปใหม่ๆก็เศร้าโศกเสียใจแทบไม่เป็นผู้เป็นคน เขาจำได้ว่าช่วงนั้นพยายามหาหนังสือมากมายมาอ่านเพื่อทำให้เวลาว่างลดน้อยลงไปจากเดิม หนำซ้ำยังเคยหลงมัวเมาไปกับหนังสือตำรามนต์ดำอยู่สักพักใหญ่ๆ

วิธีอะไรที่จะสามารถทำให้คนอยู่เหนือธรรมชาติได้ก็บ้าบอลองทำไปเสียหมด จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเองเป็นอยู่นั้นมันเป็นผลมาจากหนังสือเล่มไหนกันแน่

เขารู้ตัวว่าชาวบ้านมักคิดว่าเขาเป็นปีศาจหรือว่าผีดิบ บ้างก็คิดว่าเป็นแวมไพร์ แต่ตัวเขาเองกลับระบุไม่ได้ว่าตนเป็นอะไรกันแน่ หลายครั้งที่คิดว่าตนอาจจะเป็นปีศาจ แต่พอมาคิดดูแล้วเขาก็ยังใช้ชีวิตเป็นปกติ ยังทานอาหารครบทุกมื้อและนอนหลับเป็นเวลา หนำซ้ำยังตากแดดได้โดยไม่กลัว มันก็คงจะไม่ใช่ปีศาจอย่างที่ใครๆว่า

แต่จะให้ตอบว่าทำไมสังขารถึงไม่ร่วงโรย เขาก็ตอบไม่ได้ในจุดนี้

ผมไม่ได้ทานยาอายุวัฒนะแต่อาจจะเคยลองทำพิธีเพี้ยนๆตามในหนังสือบ้างเพราะช่วงนั้นสติของผมดูจะเลอะเลือนไปเพราะความเสียใจ หาอะไรต่อมิอะไรมาทำเสียมากมาย สุดท้ายก็ไม่สามารถทำให้เขากลับคืนมาและตัวเองก็ยังจะต้องรอต่อไปแบบนี้

ความผิดปกติของร่างกายชายหนุ่มเห็นได้ชัดเมื่อเวลาล่วงไปเป็นปีที่สิบ พ่อบ้านลี หรือลีจางฮยอกนั้นดูอายุมากขึ้นตามกาลเวลา แต่ในขณะเดียวกันคนที่อายุมากกว่าอย่างคุณชายชเวซีวอนกลับยังเหมือนเดิมไม่มีผิด ซึ่งแม้แต่คนที่อยู่ด้วยทุกๆวันอย่างจางฮยอกก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่

 

 

 

----------- Eternal Love -----------

 

 

 

ฮยอกแจเริ่มเห็นภาพที่เกิดขึ้นในอดีตบ่อยครั้งจนเขาหลอนไปก็บ่อย ความรู้สึกมันบอกเขาว่าเรื่องราวเหล่านี้มันอยู่เหนือคำว่าธรรมชาติ ไม่ใช่เหตุบังเอิญแต่อาจจะเกิดจากความตั้งใจของใครบางคนหรือว่าเป็นความทรงจำส่วนลึกของคนที่ระลึกชาติได้

ระหว่างที่ซีวอนลงไปเดินเล่นที่สวนข้างคฤหาสน์ เด็กหนุ่มซึ่งขอนั่งอ่านตำราในห้องหนังสือเริ่มหารายชื่อของพนักงานเก่าๆที่โต๊ะทำงานของเจ้านายด้วยความสงสัย กว่าจะเจอก็เล่นเอาค้นไปตั้งหลายที่

ลีวูฮยอกเขาเอ่ยเบาๆเมื่อเห็นประวัติของคนที่โผล่มาในความทรงจำบ่อยๆ

วูฮยอกมีภูมิลำเนาอยู่ที่โซลและมีพี่น้องทั้งหมดสี่คนโดยเป็นบุตรคนโต เขาจบการ ศึกษาด้านการบริหารจากมหาวิทยาลัยยองไซและเข้าทำงานในตำแหน่งผู้จัดการบริษัทในเครือของตระกูลชเวโดยทำหน้าที่เป็นผู้ติดต่อประสานงานและเป็นตัวแทนของซีวอนไปเจรจาด้านธุรกิจเป็นประจำ

รูปถ่ายในใบประวัตินั้นค่อนข้างเก่าและคงเป็นรูปที่ถ่ายในสมัยที่เรียนจบใหม่ๆจึงได้ดูค่อนข้างเด็ก แม้เขาเองจะจำหน้าลุงวูฮยอกของตนไม่ค่อยได้แต่ก็คิดว่าน่าจะใช่คนๆเดียวกันเพราะชื่อบิดาและมารดานั้นตรงกับชื่อปู่และย่าของเขาพอดี

ฮยอกแจเปิดไปอีกเกือบสิบหน้าจึงได้เห็นประวัติของคนที่ชื่อ ลีอึนฮยอก น่าแปลกที่คนๆนี้ไม่มีรูปถ่ายติดอยู่ ซึ่งอาจจะมีใครบางคนมาดึงมันออกไป แต่เมื่ออ่านประวัติโดยละเอียดแล้วก็ต้องตกใจเพราะเขาคือน้องชายของวูฮยอกคนหนึ่ง

ทำไมไม่เคยมีใครเล่าเลยล่ะ ว่าเรามีลุงคนนี้อยู่ด้วยหน้าขาวๆเริ่มซีดหนัก

เขาเปิดถัดมาอีกสองหน้าก็พบประวัติของพ่อบ้านลีสมัยที่เพิ่งเข้ามาทำงาน หน้า ตาของลีจางฮยอกไม่ต่างจากเดิมมากนักจึงดูออกโดยง่ายในทันทีที่เปิดเจอ ในเมื่อทั้งสามเป็นลุงของเขาและเคยทำงานที่นี่ ย่อมแสดงว่าซีวอนคงจะมีอะไรสำคัญต่อตระกูลลีของตนพอสมควร ไม่อย่างนั้นลุงทุกคนคงไม่มาข้องเกี่ยวกับเขาแบบนี้

ร่างบางพยายามค้นลิ้นชักเพื่อหาอะไรอย่างอื่นที่น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เขาเห็นต่อ แม้จะไม่รู้ว่าเป้าหมายคืออะไรแต่ก็อดไม่ได้ที่จะพยายามจะเสาะหา ในขณะที่เจ้าของห้องซึ่งอยู่ด้านล่างนั้นยืนยิ้มอยู่ในสวนอย่างอารมณ์ดี ความรู้สึกพิเศษในตัวบอกให้เขารู้ว่าฮยอกแจกำลังอยากรู้อยากเห็นในเรื่องราวที่ผ่านมา ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับตัวของเขาเองที่ไม่ต้องยัดเยียดอะไรให้เพราะอีกคนได้วิ่งตามหามันเองแล้ว

อ่า.. สมุดบันทึกเหรอ?” ร่างบางหยิบมันขึ้นมาดู

หน้าปกนั้นเป็นสีพื้นเรียบๆไร้ลวดลาย แต่ด้านในตรงแผ่นแรกนั้นเขียนเอาไว้ว่า

 

ปี 1934 ของลีอึนฮยอก

 

เด็กหนุ่มขยับคิ้วน้อยๆและรีบปิดลิ้นชักอย่างรวดเร็ว เขาคิดว่าซีวอนคงจะไม่หยิบมันมาอ่านในวันนี้จึงได้ถือวิสาสะจับยัดใส่กระเป๋าแล้วนำมาอ่านต่อที่ห้องนอน ร่างบางเปิดหน้าต่างแต่ลงกลอนประตูให้เรียบร้อย ตลอดทั้งบ่ายเขาใช้มันไปกับไดอะรี่ของคนๆนี้จนกระทั่งหมดเล่ม

สิ่งที่ได้กลับมาก็คือ ได้รู้ว่าความรักความผูกพันที่ลีอึนฮยอกมีต่อคุณชายหนุ่มนั้นมากมาย แม้ทั้งคู่จะพบกันได้เพียงเจ็ดเดือนแต่กลับผูกพันและลึกซึ้งอย่างเหลือเชื่อ เมื่ออ่านถึงหน้าที่เขียนบรรยายถึงช่วงเวลาที่สำคัญก็ทำเอาร้อนผ่าวเพราะเขินอาย

 

ปี 1934 เดือน 11 วันพุธที่ 28

ฉันเหลือเวลาอีกไม่มากนักที่จะได้อยู่ใกล้ๆเธอผู้เป็นที่รักแบบนี้ ฉันไม่แน่ใจนักว่าพี่วูฮยอกจะส่งฉันกลับบ้านไปทำอะไรแต่ลางสังหรณ์บอกฉันว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนคงจะไม่สามารถรอดพ้นสายตาของพี่ได้ ฉันอยากอยู่กับคนที่ฉันรักที่นี่ แต่ในเมื่อคุณพ่อต้องการให้กลับก็ไม่รู้จะใช้อะไรมาอ้างได้เพราะฉันก็ไม่ได้มีหน้าที่สำคัญนัก วันๆก็แค่เพียงช่วยเธอที่รักสรุปเอกสาร แม้มันจะเป็นงานง่ายๆและดูเหมือนว่าจะไม่ได้ใช้ความ สามารถที่เรียนมาสักเท่าใด แต่ฉันก็รู้สึกเป็นสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆคนที่รักปานดวงใจเช่นเธอ

ตลอดเวลาหลายคืนฉันเฝ้าครุ่นคิดและไตร่ตรองเป็นอย่างดี และวันนี้ก็ตัดสินใจที่จะมอบร่างกายให้คนรักได้เชยชมเพื่อเป็นคำมั่นว่าฉันจะกลับมา มันอาจดูน่าสมเพชในสายตาของใครคนอื่น แต่สำหรับฉันแล้วแค่เธอรักฉันมันก็คงเพียงพอสำหรับการตัดสินใจครั้งนี้ เราใช้ร่างกายถ่ายทอดความรักในช่วงที่พี่วูฮยอกออกไปทำงาน ฉันมีความสุขอยู่ในอ้อมกอดของเธอเนิ่นนาน และสัญญาว่าจะขึ้นไปหาเธอที่ห้องในช่วงดึกทุกวันจนกว่าจะกลับโซล

ฉันหวังว่าทุกๆคนจะเข้าใจและยอมรับในความรักของฉันแม้ว่ามันจะผิดธรรมชาติ แต่ถ้าพวกเขาเคยรักใครสักคนก็น่าจะรับรู้ถึงจิตใจของฉันได้ วันนี้ฉันมีความสุขมากที่ได้เป็นหนึ่งเดียวกับคนที่ฉันรักและปรารถนาที่จะอยู่กับมันให้เนิ่นนาน ฉันรักเธอเหลือเกินนะยอดรัก

 

พวกเค้าเป็นของกันและกันไปแล้วสินะเสียงหวานเอ่ยเบาๆ เค้าเด็ดเดี่ยวแล้วก็กล้ามากจริงๆเลย

ฮยอกแจนึกทึ่งในความกล้าของลุงตัวเอง สังคมใช่ว่าจะเห็นด้วยหรือยอมรับในความรักระหว่างเพศเดียวกัน แม้ปัจจุบันที่ผ่านมากว่า 25 ปีแล้วก็ตาม สิ่งเหล่านั้นก็ยังคงเป็นที่รังเกียจเดียดฉันท์อยู่ไม่น้อย พวกเขาคงจะต้องรักกันมากจึงได้ยอมทำเช่นนั้นได้

ผ่านไปสักพักกว่าร่างบางจะปิดมันลง แม้ว่าอึนฮยอกจะเขียนไม่หมดทั้งเล่มแต่วันสุดท้ายที่ลงเอาไว้ก็คือวันที่จะต้องเดินทางกลับโซล คำมั่นที่ให้กันไว้นั้นเขาอ่านและรับรู้แทบทั้งหมดว่าพวกเขาสัญญาจะรักและรอกันจนกว่าที่คนจากไปจะกลับมา

แต่หลังจากนั้นมันเกิดอะไร ทำไมเรื่องราวของอึนฮยอกถึงได้หายไป เพราะอะไรทำไมถึงได้เป็นแบบนี้

 

 

 

----------- Eternal Love -----------

 

 

 

ซีวอนที่นั่งเล่นกับแมวเทาตัวเล็กบนเตียงกว้างขยับยิ้มอย่างอารมณ์ดี ตอนนี้เขารู้สึกดีที่ฮยอกแจให้ความสนใจกับเรื่องในอดีตและก็รอให้ถึงเวลาที่เขาอยู่ในอารมณ์ที่นิ่งสงบจึงจะสามารถระลึกความทรงจำนั้นๆให้ได้

มาถึงตอนนี้เขาเพิ่งรู้ว่าการฝึกมนต์ดำบางครั้งมันก็ไม่ใช่เรื่อราวที่ไร้สาระหรือว่าเลวร้ายเสมอไป

เมื่อร่างบางหลับลงก็เริ่มเดินท่องไปความฝัน ภาพร่างกายใหญ่โตกำลังนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในห้องนอนเพียงลำพังช่างน่าสงสาร น้ำตาลูกผู้ชายหลั่งไหลและแทบกลายจะเป็นสายเลือด ซีวอนกอดรูปร่ำให้ปริ่มจะขาดใจอย่างคนที่หมดสิ้นแล้วในทุกๆอย่าง

ไหนเธอบอกว่าจะกลับมาไงอึนฮยอก ทำไมถึงทิ้งชั้นไปเร็วแบบนี้ล่ะ

เพียงแค่ประโยคเดียวฮยอกแจก็เข้าใจได้ในทุกๆอย่าง อึนฮยอกคงไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว แต่เพราะอะไรเขาก็ยังไม่อาจรับรู้ได้ในเวลานี้

ภาพที่เห็นถัดมาก็คือวูฮยอกที่สวมชุดดำเดินเข้ามาลาพร้อมกับจางฮยอกผู้เป็นน้องชาย

เราสองคนคงจะต้องไปช่วยงานทางนั้นสักหนึ่งสัปดาห์นะครับ ถ้าคุณชายอยาก จะไปลาอึนฮยอกเป็นครั้งสุดท้ายก็เชิญได้ทุกเมื่อนะครับ

ดวงตาแดงก่ำช้อนขึ้นจ้องมองแล้วก็เมินหนี จะไปไหนก็ไปกันเถอะ ชั้นอยากอยู่คนเดียว

ฝ่ายพี่หันไปตบเบาๆที่ไหล่น้องเพื่อบอกให้ออกไปรอที่ด้านนอก จากนั้นก็เดินเข้าไปหาเจ้านายด้วยสภาพที่ย่ำแย่เกินจะทน

ผมขอโทษนะครับ แต่ผมเองก็เสียใจและไม่ได้รู้สึกดีกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยสักนิด

ซีวอนหันขวับไปมองด้วยสายตาที่เคียดแค้น ทำไมคุณไม่ดีใจ ไม่หัวเราะซะล่ะ อย่ามาพูดอะไรเลยจะดีกว่า ผมจะไม่ไปไอ้งานบ้าๆนี่หรอก สำหรับผมแล้วเขายังไม่ตาย ยังไม่ไปไหนเลยทั้งนั้น

คุณชาย..

นายจะเชื่อได้หรือยังว่าเรารักกันด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์จริงๆ

“...”

ชั้นจะพิสูจน์ว่ารักของชั้นมันมั่นคงแค่ไหนและชั้นก็จะรอจนกว่าเค้าจะกลับมา

วูฮยอกได้ยินแล้วก็แทบจะใจสลาย คุณชายอย่าทำแบบนั้นเลยนะครับ

ไม่ต้องมายุ่งกับชั้น ชั้นจะไม่เชื่ออะไรนายอีกต่อไปแล้ว

ผมเสียใจครับร่างผอมสูงโค้งอย่างตั้งใจ คุณชายกรุณาอย่าทำแบบนั้นเลยนะครับ แค่นี้คุณพ่อผมท่านก็เสียใจมากพออยู่แล้ว ถ้าท่านรู้ว่าคุณชายคิดแบบนี้อีกท่านคงจะทรมานมากแน่ๆ

ก็รู้ว่าเขาต้องการจะกลับมาแล้วทำไมถึงยังรั้งไว้จนกระทั่งไม่เหลืออะไรให้รั้งล่ะ

เสียงหนาตวาดลั่น น้ำตาหลั่งไหลเป็นสายฝน ทำไมต้องทิ้งเอาไว้จนเขาไม่อยู่บนโลกใบนี้ล่ะ ..ฮึก..ฮึก พวกคุณมันโหดร้าย

วูฮยอกไม่รู้จะเถียงอะไรเลยได้แต่ก้มหน้านิ่งๆพอเห็นว่าซีวอนไม่พูดอะไรต่อก็กลับออกมาด้วยท่าทางที่แสนทรมาน เขาเดินไปหาจางฮยอกที่หน้าคฤหาสน์ สองพี่น้องนั่งรถออกไปโดยที่ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา จนกระทั่งถึงสถานีรถไฟจางฮยอกจึงได้เอ่ยถาม

พี่อึนฮยอกกับคุณชายมีอะไรที่ผมไม่รู้เหรอฮะ?”

เอาไว้ให้เรื่องมันพ้นช่วงนี้ไปแล้วพี่จะบอกนายก็แล้วกัน

ฮยอกแจสะดุ้งตื่นในช่วงกลางดึก เขานั่งหอบและเหงื่อแตกซิกอยู่ในห้อง ความฝันที่เด่นชัดนั้นทำให้ต้องรีบเปิดประตูแล้วไปเคาะที่ห้องของลุงตัวเองในทันที

มีอะไรดึกๆดื่นๆร่างท้วมหนาเปิดออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

ผมมีอะไรจะถามลุงหน่อยครับ

หืม?”

ผมมีลุงอีกคนชื่ออึนฮยอกใช่มั๊ยครับ?”

พ่อบ้านลีถึงกับผงะกับสิ่งที่ได้ยินแต่เพียงครู่เดียวเขาก็ปรับสภาพอารมณ์ให้กลับสู่ปกติได้ ไปได้มาจากไหน?”

ฮยอกแจไม่กล้าบอกว่าเขาฝันเห็นเรื่องประหลาดจึงได้ตอบไปอีกอย่าง

วันนี้ผมเห็นประวัติพนักงานที่อาศัยในคฤหาสน์น่ะครับ

จางฮยอกพยักหน้าแล้วนิ่งลง พอเห็นว่าหลายชายยังจ้องตาขเม็งก็ถอนหายใจ

เค้าเสียไปก่อนที่แกจะเกิดตั้งหลายปี

ทำไมผมไม่เคยได้ยินลุงหรือพ่อเอ่ยถึงเขาเลยล่ะครับ

มันไม่จำเป็นที่เราจะต้องมานั่งเล่าเรื่องของคนที่ตายไปแล้วนี่นา

เด็กหนุ่มพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเข้าใจแต่ก็ยังหาเรื่องถามต่อจนได้ ลุงมีรูปของเขาหรือเปล่าครับ ผมอยากเห็นหน้า ในแฟ้มประวัตินั่นไม่มีรูปของลุงอึนฮยอกเลยน่ะฮะ

ผู้อาวุโสกว่าส่ายหน้า ไม่มีหรอก ถ้ามีก็อยู่ที่บ้านคุณปู่แกหมดนั่นแหละ ถ้าไปโซลก็เข้าไปค้นๆดูแล้วกัน มีอะไรอีกมั๊ย ลุงจะนอนแล้ว

ไม่มีแล้วครับ

ฮยอกแจรู้สึกเหมือนลุงของเขาไม่ค่อยเต็มใจจะตอบเกี่ยวกับเรื่องราวที่เอ่ยถามสักเท่าไหร่นัก เหมือนกับว่ามีเรื่องราวบางอย่างที่ปิดบังอยู่และเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะไปถามใคร เพราะถ้าให้ถามซีวอนก็คงจะไปรื้อฟื้นหรือสะกิดใจเขาเปล่าๆ

แต่พอนึกถึงตรงนี้ก็คิดได้ แล้วทำไมคุณชายถึงยังดูหนุ่มเหมือนคนที่อายุแค่ยี่สิบกว่าๆเองล่ะ?”

                       

 

 

----------- Eternal Love -----------

 

 





 

ฮยอกแจพยายามที่จะพิจารณาริ้วรอยแห่งวัยบนใบหน้าของร่างหนาที่นั่งทำงานเงียบๆอยู่ตรงหน้าแต่ก็ไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย เขายังดูหนุ่มมากกว่าที่จะเชื่อได้ว่าอายุกว่าห้าสิบปี แต่พอมาลองคิดอีกทีซีวอนก็อาจเป็นลูกหลานของคุณชายชเวคนนั้นและมีหน้าที่ละม้ายกันมากก็เป็นได้

คุณชายเคยมีความรักมั๊ยครับเด็กหนุ่มเอ่ยถามขึ้นมาเบาๆ

ซีวอนยังนิ่งอยู่แต่ก็ร้องตอบ เคยสิ

แล้วคุณชายเคยรอใครนานๆมั๊ยครับ

อืม ก็รออยู่ รอให้ใครคนนั้นกลับมา

ฮยอกแจเงยหน้าขึ้นสบตาคนตอบโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเขาจ้องกลับมาก็ใจเต้นรัวราวกับว่าเขากำลังบอกตัวเองในสิ่งๆนั้น ร่างเล็กนิ่งไปสักครู่พอนึกได้ก็รีบยิ้มกลบเกลื่อน

คุณลุงผมทำงานที่นี่มานานแค่ไหนแล้วครับ คุณชายพอจะรู้หรือเปล่า

ร่างหนายิ้มน้อยๆแล้วตอบแบบไม่ต้องคิด “25 ปีแล้วล่ะ

“25 ปี ..แล้วไม่ทราบว่าคุณชายอายุเท่าไหร่แล้วเหรอครับ

มากกว่า 25 นะเขาตอบอย่างอารมณ์ดี เธอเดาต่อเอาเองแล้วกันว่าเท่าไหร่

พอเจอไม้นี้เข้าไปก็ชักจะไปต่อไม่ถูก แต่ทุกครั้งที่สบสายตาก็รู้สึกประหลาดมากขึ้นทุกที ใจที่เคยนิ่งสงบเริ่มหวั่นไหวเพราะรอยยิ้มของชายตรงหน้า ภาพที่เขายิ้มแย้มในความฝันยังคงติดตา ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้ฝันแบบนั้นซ้ำๆอยู่ทุกค่ำคืนแต่มันก็ยิ่งท้าทายให้เขาได้ค้นหาอะไรบางอย่าง

ระหว่างที่ต่างคนต่างนิ่งเงียบ ภาพเดิมๆก็กลับมาทักทายอีกครั้งอย่างตั้งใจ ซีวอนพยายามรวบรวมสมาธิและใช้พลังทางจิตของตนเพ่งและกระตุ้นไปยังร่างบอบบางของให้ได้เห็นช่วงเวลาที่แสนสุขของทั่งคู่เมื่อยามที่อยู่ด้วยกัน

 

ซีวอนเฝ้าประคองกอดตนในร่างของอึนฮยอกไม่ยอมให้ห่าง สายตากรุ้มกริ่มที่ใช้มองมานั้นช่างสร้างความหวั่นไหวได้มากมาย แม้ยามที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นจะนิ่งเฉยแต่พออยู่ในห้องหนังสือทีไรก็มักจะไม่เคยปล่อยให้ได้ห่าง

จูบหวานซึ้งที่ได้รับกำลังสร้างความตื่นเต้นให้มากมาย อุ้งมือหนาที่ประคองตรงท้ายทอยนั้นรับทั้งศีรษะได้อย่างพอดิบพอดี รีมฝีปากหนาขยับเบาๆและเคลื่อนที่อย่างมีชั้นเชิง ส่วนอีกมือก็ประคองกอดเอาไว้ราวกับกลัวใครจะมาแย่ง ฮยอกแจรู้สึกว่าตัวเองกำลังเขย่งเท้าขึ้นรับจุมพิตที่หวานร้อนนั้นอย่างเต็มใจและเป็นสุข ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่ก็อยากให้เขาทำต่อไปเรื่อยๆ

ชั้นรักเธอนะเด็กดีเขาถอนริมฝีปากออกมาแล้วและก็เอ่ยกระซิบเสียงแผ่วอย่างโรแมนติก

ร่างเล็กสอดแขนกอดเอวหนาและซบหน้าด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมรัก ผมก็รักคุณครับ

อยากให้ถึงกลางคืนเร็วๆจัง

คิดทะลึ่งกับผมหรือเปล่าครับเสียงหวานหัวเราะเบาๆ

นิดหน่อย

อีกแล้วนะครับ ผมต้องโดนปู้ยี่ปู้ยำทางความคิดประจำเลย

คนฟังหัวเราะในลำคอ มันห้ามไม่ให้คิดได้ที่ไหนล่ะ มีคนน่ารักๆเดินไปเดินมาอยู่แบบนี้คิดว่าชั้นจะมีสมาธิหรือไง อยากกอดอยากปล้ำจะแย่อยู่แล้ว

ผมอยู่ในอันตรายอีกแล้วสินะ

อืม อยู่ในวงล้อมของความรักและความต้องการของชั้นไง

ปากหวานจริงนะครับ

ไม่ให้หวานกับเมียแล้วจะให้หวานกับใครล่ะ เสียงทุ้มต่ำกระซิบที่ข้างใบหู เบื่อที่ต้องทำตัวเป็นลูกน้องกับเจ้านายจัง ชั้นอยากจะกอดอยากจะจูบเธอทั้งวันเลยนะ

สองร่างกระชับอ้อมกอดและดึงรั้งร่างของอีกคนเข้าหาตนเองจนแนบแน่น กลิ่นหอมอ่อนๆของร่างกายหนาที่ประคองกอดตนเองอยู่นั้นทำให้ฮยอกแจนึกขวยเขิน

บางครั้งเขาก็รู้สึกว่าตนเองคืออึนฮยอก แต่บางครั้งก็เหมือนว่ายังเป็นฮยอกแจคนเดิมอยู่ ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

ยังไม่ทันจะคิดอะไรให้มากมาย จู่ๆก็เปลี่ยนไปเป็นยามค่ำคื่น ตัวเขาเองมายืนที่หน้าประตูห้องของใครบางคนแบบงงๆ แต่อีกใจกลับรู้สึกว่ามันเป็นสถานที่ที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี เขายื่นมือออกไปและกำลังบิดลูกบิดเพื่อเปิดประตู

ทันทีที่พบหน้า ซีวอนก็รีบเข้ามาโอบอุ้มราวกับเป็นสิ่งของล้ำค่าที่หาได้ยาก เขารีบล็อกห้องลงกลอนให้เรียบร้อยแล้วพาร่างบอบบางไปวางที่เตียงสี่เสากว้างๆอย่างนุ่มนวล หัวใจของฮยอกแจเต้นหนักๆเมื่อเขาคลานเนิบเข้ามาใกล้ คล้ายว่าจะรู้ตัวว่าเขาคิดอะไรแต่ก็เหมือนว่าจะคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านั้นไปพร้อมๆกัน

เสื้อผ้าเริ่มหลุดออกจากร่างทีละชิ้นเพราะโดนมือหนาจับเปลื้อง พอไม่เหลืออะไรก็โดนเขาจูบไช้ไปทั่วเรือนร่างไม่เว้นแม่กระทั่งส่วนต้องห้ามที่ช่วงสะโพก ริมฝีปากอุ่นคอยปรนเปรอความรักหอมละไมให้ร่างเล็กอย่างไม่ขาดสาย แรงรักกระหน่ำซัดสองร่างให้กัดรัดกลืนกิน ร่างเล็กที่ครวญครางอยู่ใต้ร่างหนารับสิ่งแปลกปลอมที่แทรกอยู่ในร่างและขยับตามน้ำหนักที่กดลงมาเป็นระยะจนนึกอายแทน บทรักร้อนแรงแต่อ่อนโยนของทั้งคู่กำลังประสานสองร่างให้กลายเป็นหนึ่งเดียว

แต่แม้จะต้องการสักแค่ไหนแต่ก็อยากจะถนอมให้มากเท่าที่จะมากได้ แขนแกร่งประคองร่างกายเล็กๆเอาไว้เมื่อสมใจกับการได้เชยชิมของหวานในยามดึก รักมาก หวงมาก ห่วงมาก และก็อยากจะดูแลให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

กลับโซลไปก็อย่านอกใจนะ มีผัวเป็นตัวเป็นตนแล้ว

แก้มแดงๆหันมายิ้มทะเล้น ไม่ใช่ว่าห้ามเมียมีชู้แต่ตัวเองทำได้นะ

ชู้ที่ไหนอีกเล่า รักเมียคนเดียวนะ

ฮยอกแจฟังแล้วก็ขวยเขิน ระหว่างที่นั่งอมยิ้มอยู่นั้นเสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้น

ซีวอนร้องเรียกอย่างจงใจ เขาต้องการให้ฮยอกแจรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นก็จริงแต่ก็ไม่ได้อยากให้รู้อะไรมากมายจนเกินพอดี ร่างเล็กสะดุ้งจนแทบจะตกจากเก้าอี้ พอได้สติก็รีบกลอกตาไปมาเพื่อสำรวจว่านี่คือโลกที่แท้จริง

เธอนั่งเหม่ออีกแล้วนะ ชั้นถามน่ะได้ยินหรือเปล่า?”

เสียงหนาถามนิ่งๆ ไม่ได้ดุหรือต่อว่าอะไรผู้ช่วยตัวเล็กหยุดคิด จากนั้นก็ส่ายหน้าเบาๆ

ขอโทษทีครับ ผมไม่ทันได้ฟัง

ถามว่าเป็นไข้หรือเปล่า เห็นหน้าแดงเป็นลูกเชอร์รี่เลย

พอโดนถามแบบนั้นก็ยิ่งอายไปใหญ่ ฮยอกแจก้มหน้างุดๆแล้วเดินไปที่ชั้นหนังสือด้านในตั้งใจจะหาหนังสือมาอ่านเพื่อตัดความประหม่าแต่เจ้านายรูปหล่อก็ดันตามมา พอเห็นแบบนั้นก็ยิ่งไม่รู้จะทำอะไรเลยแสร้งทำเป็นหาหนังสืออ่าน แต่ก็ดันไปสะดุดตากับเล่มที่อยู่ด้านบน

ขาเรียวเริ่มเขย่งเพราะส่วนสูงไม่ถึง ซีวอนยืนมองแล้วก็แอบขำเพราะอึนฮยอกเองก็เคยทำแบบนี้มาก่อน ฮยอกแจพยายามอยู่แบบนั้นจนกระทั่งตัวเองพลาดเสียหลักซีวอนจึงได้เข้าไปรับเอาไว้ เมื่อร่างบอบบางหล่นกระแทกเข้ามาในอกท่านชายจึงได้ถือวิสาสะแกล้งกอดมันเสียเลย

จะหยิบเล่มไหนล่ะ เดี๋ยวชั้นหยิบให้

คนที่ยังอยู่ในอ้อมกอดและเกร็งจนตัวแข็งขยับกลอกลูกตาดำไปมาแล้วค่อยๆชี้ไปที่เล่มด้านบน คนที่ตัวสูงกว่าเลยเอื้อมหยิบให้ พอฮยอกแจรับไปแล้วซีวอนก็ขยี้ผมเบาๆแล้วก็ปล่อยเขาให้เป็นอิสระ

แม้อีกฝ่ายจะทำเหมือนไม่มีอะไรแต่เด็กหนุ่มกลับตื่นเต้นจนไปต่อไม่ถูก เขายืนหน้าซีดเพราะใจเต้นหนักอยู่ที่เดิมในขณะที่ซีวอนเดินเลยไปหยิบตำราที่อีกฝั่งและยังกลับ ไปที่โต๊ะทำงานแล้ว สายตาซื่อๆของฮยอกแจติดตามไปและลอบมองเจ้านายของตนผ่านช่องหนังสือซึ่งซีวอนก็รู้ตัวจึงได้แกล้งเดินเอาหนังสือกลับมาวางที่เดิมและหาเล่มใหม่

ยืนกอดหนังสืออยู่ได้ เป็นอะไรหรือเปล่าน่ะเรา

ตัวเล็กส่ายหน้ารัว ตอนนี้ยิ่งเข้าใกล้เขามากขึ้นเท่าไหร่ก็รู้สึกได้ว่าเป็นตัวเองที่ไม่ปกติ พอซีวอนขยับมาใกล้ก็ขาตายไปไหนไม่รอด มือหนาเอื้อมมาลูบเบาๆที่แก้มขาวแล้วเชยคางขึ้นมาพิจารณาอย่างแนบเนียน

หน้าซีดนะว่าแล้วก็อังหน้าผากต่อ ไม่มีไข้นี่นา

จากหน้าซีดๆพอเขาใจดีด้วยก็แดงแปร๊ดขึ้นมาอีกรอบ มือน้อยๆสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้งจนคนมองเริ่มจะอดใจไม่ไหว สายตาเจ้าชู้จ้องลึกลงไปในดวงตาพร้อมกับรอยยิ้มที่หวานหาใดเปรียบ ร่างหนาโน้มตัวลงช้าๆเพื่อที่จะดูกริยาของเด็กน้อย แต่เพราะฮยอกแจหลับตาพริ้มจึงได้จูบลงไปเบาๆ

ร่างหนาถอนริมฝีปากในหลายวินาทีถัดมาโดยที่ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น เขาละมือออกจากร่างเล็กแล้วกลับไปนั่งทำงานต่อและปล่อยให้อีกคนใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก

เขาจูบผม ฮยอกแจนึกขึ้นมาก็รู้สึกได้ว่าตื่นเต้น เขาจับหน้าอกของตัวเองเอาไว้

อา ทำใจเต้นแรงแบบนี้นะ

 

 

 

----------- Eternal Love ----------

 

 

 

ด้วยความใกล้ชิดท่านชายหนุ่มจึงค่อยๆหยดน้ำลงหินทีละเล็กทีละน้อยโดยไม่รุกคืบจนน่ากลัว แต่คนที่หวั่นไหวมากมายนั้นคือเด็กหนุ่มที่ไร้เดียงสาต่อโลกของความรัก

ฮยอกแจปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ฝันซ้ำๆนั้นส่งผลต่อการกระทำและความคิดของเขาในทุกวันนี้ราวกับว่าอึนฮยอกฟื้นคืนชีพมาอยู่ในร่างกายของตนเอง

ทุกครั้งที่พบซีวอนก็ต้องอาย พอเขามองมาหรือว่าพูดอะไรก็ต้องเขิน ยิ่งพอเข้ามาใกล้และสัมผัสโดนตัวก็ใจเต้นมากมาย อาการเหล่านี้มันน่าเป็นห่วงเสียจริง

พ่อบ้านลีเห็นอาการที่แปลกไปของหลานชายก็เริ่มนิ่งและเครียด พยายามที่จะสังเกตพฤติกรรมแต่ก็ทำได้ไม่มากนักเพราะเมื่อใดที่เข้าห้องทำงานของซีวอนไปเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปยุ่มย่าม ตอนนี้ไม่ใช่เมื่อก่อนที่ตนกับพี่ชายจะสามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะหลังจากที่อึนฮยอกเสียชีวิตไปซีวอนก็เปลี่ยนไปแทบเป็นคนละคน

จากที่เคยใจดี อ่อนโยน และไม่ถือตัว ก็กลายเป็นคนที่เยือกเย็น เฉยชา และไม่สุงสิงกับใคร

ทุกๆอย่างมันมีสาเหตุมาจากอึนฮยอกทั้งสิ้นและตัวเขาเองก็รู้ดี เพราะทันทีที่ถูกพี่ชายชำระความเรื่องที่ลับลอบคบหากับคุณชายจนถึงขั้นลึกซึ้งที่เสื่อมเสียก็เศร้าซึม

อึนฮยอกถูกที่บ้านลงโทษอย่างหนักเพราะที่เขาแอบขึ้นมาพลอดรักกับซีวอนนั้น วูฮยอกก็ใช่ว่าจะไม่รู้ เรื่องราวแบบนี้สังคมเกาหลีมีหรือที่จะรับได้ สิ่งที่ห้ามได้ก็มีแค่เพียงให้ตัดการติดต่อจากซีวอนในทุกกรณีและอยู่แต่ที่บ้านจนกว่าจะสำนึกได้

แต่แทนที่เขาจะสำนึกและกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ อึนฮยอกกลับเศร้าโศกเสียใจและตรอมใจไปวันๆ ในที่สุดเขาก็สิ้นใจไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินและพึมพำแค่เพียงชื่อของชายคนรัก ในขณะที่เมื่อซีวอนรู้ข่าวก็อาละวาดเสียจนคฤหาสน์ร้อนเป็นไฟ แทนที่จุดจบจะสวยงามและพวกเขาต่างกลับไปดำเนินชีวิตตามแบบที่ควรเป็นอย่างที่วูฮยอกและพ่อของเขาคิดก็กลายเป็นว่าต้องพังพินาศไปทั้งคู่

อึนฮยอกตรอมใจตาย ซีวอนก็กลายเป็นคนปกติที่ไม่ปกติ

นี่มันคือความผิดที่ติดตัวและฝังใจทั้งบิดาและพี่ชายของพ่อบ้านที่ชื่อลีจางฮยอกเสมอมา

ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าฮยอกแจเหมือนพี่ชายของตัวเองที่ตายไปแค่ไหน และทำไมคุณปู่ของฮยอกแจจึงไม่ให้ใครเล่าเรื่องราวของลูกชายคนรองให้หลานผู้นี้ฟัง แต่กลับสั่งเสียเอาไว้ก่อนสิ้นลมว่าให้บุตรช่วยไถ่ความผิดให้ตนเองและวูฮยอกที่เสียชีวิตไปแล้วด้วยการพาตัวฮยอกแจมาที่คฤหาสน์อีกครั้ง

ถ้าพวกเขาเกิดมาเพื่อคู่กันจริงๆก็คงจะต้องยอมให้เป็นไปตามนั้น เพราะซีวอนก็เป็นทายาทของตระกูลเพื่อนสนิทและผู้มีพระคุณ การที่ตนทำให้เขาต้องมาเสียผู้เสียคนแบบนั้นมันก็ใช่ว่าจะรู้สึกดีและก็คิดอยู่เสมอว่าคงไม่มีหน้าไปพบพ่อแม่ของซีวอนที่ฝากฝังลูกชายให้ตนเองช่วยดูแลได้เมื่อตายไปแล้ว

ถ้าฮยอกแจจำทุกๆอย่างได้และซีวอนยังรอเขาอยู่ ทั้งจางฮยอกและกยูฮยอก สองพี่น้องที่ยังมีชีวิตก็ยินยอมที่จะยกเขาให้ซีวอนได้ดูแล เผื่อว่าความเจ็บปวดในครั้งนั้นที่กรีดเป็นแผลลึกในจิตใจทุกคนจะได้เบาบางลง

พ่อบ้านลีเริ่มปลงกับสภาพที่เกิดขึ้นและพยายามที่จะมองไม่เห็นในสิ่งที่ควรเห็น หลายครั้งที่เขาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ที่ซีวอนเริ่มล่วงล้ำก้าวข้ามเขตของคำว่าเจ้านายและลูกน้องมาหาหลานชายของตนเอง เพราะทุกวันนี้ก็มีบางอย่างที่บ่งบอกได้ว่าฮยอกแจเองก็มีใจให้กับชายหนุ่มเหมือนๆกัน

 

 

 

------------ Eternal Love -----------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Writer talk

 

อ่ะคึ คึ ... เรื่อยๆ มาเรียงๆ  ตอนนี้มีส่วนที่ต้องใช้ฮาวทูอ่านนะ ^ ^  หาเอาเองว่าจะต้องกดตรงไหน ใช้เหมือนชาร์ปเลยจ้ะ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #65957 onlyhanchul (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2554 / 20:38
    ใครบอกว่าจะหลอน ออกจะซึ้ง
    ความรักที่รอคอยมานาน


    ว่าแ่ต่วิธีการอ่านนี้ทำไงอ่ะ บอกหน่อยไม่รู้จริง ๆ
    #65,957
    0
  2. #64346 PARISO'KH (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2554 / 21:45
    พี่บลูตั้งใจให้ซึ้งรึป่าวคะ ทำไมอ่านแล้วน้ำตาจะไหลอ่ะ ?
    #64,346
    0
  3. #63335 นิดหน่อย129 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 7 เมษายน 2554 / 00:18

    น่าสนใจมากมายเลยค่ะ

    อยากอ่านตลอดๆทั้งเรื่องเลยอะ

    ทำไงๆดีอะ

    #63,335
    0
  4. #62180 Grazia (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2554 / 00:12
     สนุกมากเลยค่ะ ความรักที่มีอุปสรรคเพราะสวนทางกับค่านิยมทางสังคม

    แต่ความรักที่วอนกับฮยอกมีให้กันก็ยังคงอยู่ ^ ^

    มั่นคงจริงๆ เลยวอนเนี่ย

    ถ้าเค้าเป็นฮยอกแจคงเขินตายไปละ หวานเหลือเกิน

    ว่าแต่ ฮาวทู นี่มันทำยังไงคะไรเตอร์ เค้าไม่รู้จริงๆ ^ ^

    อยากอ่านต่อจังเลยค่ะ
    #62,180
    0
  5. #60488 คือคนที่รู้ว่าใคร (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2553 / 11:58

    น่าสงสาร 

    อึนฮยอกเนอะ

    ทัมมัย ต้องกีดกัน

    คนเค้ารักกันอ่ะ

    น่าสงสารจริง

    #60,488
    0
  6. #54384 คยูมิน เลิฟๆ (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2553 / 07:26
    อึนฮยอกกลับชาติมาเกิดเป็นฮยอกแจรึเนี่ย

    คุณลุงเครียด
    #54,384
    0
  7. #53052 [ Faifiiz " Heenim ] (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2553 / 15:30
    กินเด็กกินเด็ก > < 5555

    ห่างกันเยอะอยู่นะเนี่ย
    #53,052
    0
  8. #52524 aungziiz (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2553 / 11:39
    พ่อบ้านลียอมแล้วสินะ

    คงอีกไม่นาน เดี๋ยวฮยอกก็คงจำได้ทุกอย่าง

    ชอน รักทั้ง 2ฮยอกเลย

    อิอิ


    หวานมากๆเลยค่ะพี่บลู ^ ^
    #52,524
    0
  9. #44940 love...kh (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 27 มีนาคม 2553 / 21:57
    มันคือความรักที่มั่นคงจิงๆค่ะ



    อ่านแล้วซึ้งเลย



    ^____^
    #44,940
    0
  10. #42067 Melon Sherbet (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 6 มีนาคม 2553 / 15:10

    หนุกแบบลึกลับดี

    #42,067
    0
  11. #37913 aris (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 / 13:52
    คุณชายเนียนเน๊อะ แอบเนียนกอดฮยอกด้วย
    #37,913
    0
  12. #31905 Karale (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:54
    วอนนี่เป็นอะไรกันแน่อะ

    ดูเหมือนจะไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาซะแล้วอะ

    เพราะว่าอายุอานามมันห่างไกลกันเหลือเกิน

    น่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก

    แต่ความรักของวอนนั่นมั่นคงดีจัง

    สนุกๆๆๆๆๆๆ รออ่านอีกค่ะ

    สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆน้าค้า
    #31,905
    0
  13. #27150 Lee MilHae (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 26 มกราคม 2553 / 01:22
    วอนช่างเป็นคนที่มั่นคงในรักจริง ๆ

    เฝ้ารอฮยอกมาตลอด

    ...ชั่วนิรันดร์...
    #27,150
    0
  14. #26513 *v_v*สงบนิ่ง รวบรวมลมปราน (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 24 มกราคม 2553 / 20:47

    เอ๋

    มีให้กดด้วย

    ตรงไหนหนอ

    เป็นกำลังใจให้พี่บลูค่ะ

    สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #26,513
    0
  15. #25719 ~panhoo32~ (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 9 มกราคม 2553 / 22:47
    วอนแบบหลอน~~~อีกแล้ว หุ หุ
    #25,719
    0
  16. #25355 Kanom-129 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 8 มกราคม 2553 / 18:30

    วอนรักเดียวใจเดียวจริงจริ๊งงงงง  ^^

    #25,355
    0
  17. #22176 beerhae ' (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 22:48
    วอนคือใคร ?

    วอนเป็นตัวอะไร ?



    คำถามนี้ยังคงคาใจ - -+
    #22,176
    0
  18. #22175 charmant (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 22:44

    ไม่ใช่ว่าพี่บลูจะตามกระแสแต่งฟิคเศร้านะคะ



    ไม่เอานะๆๆๆๆ   เอาเเบบสมหวังสิ




    พลีสสส

    #22,175
    0
  19. #21695 nonnanon (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 16:08

    เหมาะสมกับคำนี้มากมายค่ะ Eternal Love คริ คริ

    #21,695
    0
  20. #21653 pockyja (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 15:40
    ทำไม ไก่ น่ารักอย่างงี้ นึกภาพแล้ว  โอ้ย เคลิ้ม................
    #21,653
    0
  21. #19936 queenofnight (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มกราคม 2553 / 19:08
    อ่านะ
    เป็นความรักที่...รันทดดีแท้

    ส่วนที่ต้องใช้ฮาวทู

    เหอะ เหอะ

    ยิ้มกริ่ม  ปาดเลือด  และเดินจากไปอย่างเงียบงัน...

    ...แต่!!!

    ข้าน้อยก็กลับมาเม้นเน้อ>>>เอ่อ...เปลี่ยนอารมณ์ไวไปมั๊ย?
    #19,936
    0
  22. #19933 ตี๋อ้วนกะหมวยด็อง (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มกราคม 2553 / 19:04
    สมกับชื่อเรื่องจริง สำหรับคู่นี้  Eternal love รักไม่มีที่สิ้นสุด

    ชอบๆ ^ ^
    #19,933
    0
  23. #19866 kihae@kyumin (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มกราคม 2553 / 18:00
    ตกลงว่าวอนอายุเท่าไหร่กันแน่อ่ะ

    แก่กว่า25ปี

    คือแก่กว่าลุงหรือฮยอกงง??
    #19,866
    0
  24. #19164 Hanjiamei (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2552 / 11:16
    ดูหลอนๆไงไม่รู้ เหอๆ

    วอนรักเดียวใจเดียว นับถือๆ

    วอนอายุมากกว่าฮยอก เหมือนวอนกินเด็กเลย 555+
    #19,164
    0
  25. #19086 love~min (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2552 / 00:37

    วอนรักเดียวใจเดียวจริงๆ

    สนุกมากเลยค่ะ 

    วอนฮยอกเรื่องแรกจริงๆที่อ่านแล้วชอบ

    เป็นกำลังให้พี่บูลนะคะ 

    สู้ๆค่ะ

    #19,086
    0