Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 58 : Charpter 39 : น้ำเซาะทราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,884
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    23 ธ.ค. 52

เช้ามืดที่คุณชายคิมขับรถไปส่งคนน่ารักที่บ้านและกลับออกมาพร้อมกับให้เจ้าน้องชายตัวดีมารับไปที่บ้านดงแฮด้วยกันอีกรอบ วันเสาร์ก่อนที่ฮันกยองจะไปอังกฤษทุกคนที่สนิทจำต้องโดนลากไปเที่ยวทะเลด้วยกัน และเพราะนัดเจอกันที่บ้านของดงแฮก่อนคนตัวเล็กจึงต้องรีบกลับมารับหน้าคนอื่นๆเพื่อที่จะได้ไม่ผิดสังเกต

รถตู้หนึ่งคันพอดีที่จุคนจำนวนสิบคนเพื่อเดินทางไปสนามบิน ฮันกยองชวนอิทึกมาด้วยเพื่อให้เป็นเพื่อนกับฮีชอลและยังมีฮยอกแจที่โดนลากมาแบบเกร็งๆเพราะไม่สนิทกับใครนัก ที่คุยด้วยบ่อยๆก็มีแค่ซีวอนกับฮันกยอง แต่ก็คงจะดีขึ้นบ้างเพราะซองมินก็หมั่นเข้าไปชวนคุยเป็นระยะ ส่วนซังบอมก็มีคิบอมชวนไปด้วย พวกเขาทั้งหมดเดินทางไปที่พูซานเนื่องจากซีวอนมีบัตรกำนัลที่รัฐมนตรีชเวให้ไว้เป็นบัตรเข้าพักในโรงแรมห้าดาวที่ตั้งอยู่ริมหาดแฮอึนแดซ้ำยังได้รับอภิสิทธิ์และการอำนวยความสะดวกอย่างดิบดีดงแฮจึงไม่คิดจะเสนอบ้านพักต่างอากาศของตนที่เชจูมาถ่วงน้ำหนัก

เมื่อมาถึงที่พูซานก็มีรถหรูมารับสมกับเป็นลูกชายของรัฐมนตรีการคลังที่มาพร้อมกับผองเพื่อนซึ่งก็ไม่ได้หรูน้อยหน้าไปกว่ากัน คยูฮยอนนั่งข้างซีวอนส่วนคิบอมนั่งกับซังบอม ฮันกยองก็ไปขนาบข้างฮีชอลแล้วเตะอิทึกไปอยู่กับดงแฮ ด้านฮยอกแจก็นั่งกับซองมินไป

ที่แรกที่แวะลงไปเดินเล่นกันก็คือตลาดนัมโพดง ต่างเดินดูโน่นดูนี่กันสนุกสนานจากนั้นจึงไปที่ตลาดชากัลชิเพื่อเดินดูอาหารทะเลแต่ก็ยังไม่ตัดสินใจซื้อเพราะเหลืออีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาปาร์ตี้ คนรถพาทั้งสิบนั่งรถเพื่อไปชมทุ่งดอกยูเชที่กำลังบานสะพรั่ง สีเหลืองอร่ามดูงามตานัก ยิ่งมีด้านหลังเป็นน้ำทะเลสีเขียวอมฟ้ายิ่งน่าดู

ดงแฮกับฮีชอลรีบกระโดดลงจากรถด้วยรอยยิ้ม ลมเย็นๆลอยมาปะทะหน้าสร้างความสดชื่นให้เป็นอย่างมาก ปกติเคยเห็นอยู่แต่ที่เชจูพอมาเห็นว่าปูซานก็มีจึงสดชื่นยิ่งกว่าปลากระดี่ได้น้ำ

ไม่ยักรู้ว่าปูซานก็มีทุ่งดอกยูเชด้วย เสียงใสร้องขึ้น

คนรถเลยยิ้มและอธิบายให้ ผู้ว่าท่านอยากให้ปูซานมีดอกไม้หลายๆชนิดให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายรูปน่ะครับ

เมื่อกี๊ที่ข้างถนนดอกซากุระยังบานสะพรั่งอยู่เลย กลับไปคงต้องแวะถ่ายรูปก่อน ฮีชอลยิ้มกว้าง แต่มันก็หุบทันทีที่มีมือหนาคว้าหมับเข้าที่ไหล่ เนียนเดินมาโอบหน้าด้านๆเสียอย่างสั่น

หน้าสวยหันขวับตาขวางยิ่งกว่าเจอศัตรูคู่อาฆาตเมื่อชาติที่แล้ว

อย่ามาเนียน ว่าพลางตบหนักๆเข้าที่มือใหญ่

แต่ฮันกยองก็ยังไม่ยอมลดละ พอปล่อยจากไหล่เนียนก็วางแหมะเข้าที่เอวแล้วยังจะยิ้มหวานตาหยี

ไปถ่ายรูปกันนะยอโบ

ชั้นไม่ใช่ยอโบแก!! คนสวยแยกเขี้ยวใส่หนำซ้ำยังดิ้นแล้วดิ้นอีก

นายสารวัตรตัวแสบเลยจับอุ้มขึ้นพาดบ่ามันซะเดี๋ยวนั้นเล่นเอาร้องโวยวายดังลั่นทุ่งแต่แทนที่จะมีคนช่วยกลับยืนหัวเราะกันเสียงขรม ร่างหนารีบพาไปในจุดที่คิดว่าสวยแล้วจึงค่อยวางเขาลงซ้ำยังขู่อีกว่าถ้าดื้อจะอุ้มกลับขึ้นรถ ตากลมเลยได้แต่ถลึงใส่แล้วสะบัดหน้าสวยหนีจนฮันกยองต้องอ้อนบ้าง

ยอโบอ่ะ ..จะไปอังกฤษวันอังคารนี้แล้วนะ ไปตั้งสามอาทิตย์แน่ะ ..ขอรูปคู่ตั้งหน้าจอให้ชื่นใจหน่อยสิ

พอทำท่าน่ารักมันก็ยิ่งเหมือนจะน่าเตะ แต่เพราะตากวนๆเริ่มเศร้าใส่คล้ายจะบีบน้ำตาเลยต้องหันมาถอนหายใจ

เอาไปทำไม ไม่ได้เป็นอะไรกัน

เป็นแฟนไง ยิ้มซื่อๆเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที จีบมาตั้งนานแล้วนะ ยอมรับซักทีสิว่าโดนจีบ

ชั้นเป็นผู้ชาย พอสลัดไม่ได้ก็เริ่มดุข่ม

แล้วไง

เจอแบบนี้เล่นเอาไปต่อแทบไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องงัดอีกไม้มาต่อสู้ ชั้นไม่ชอบเด็ก

ก็แค่ตัวเลข คิดว่าผมอยากเกิดหลังเหรอ

ชั้นไม่คิดจะคบกับคนไร้แก่นสารอย่างนาย ฮีชอลกอดอกใส่ ลากมาทุกอย่างถ้ามันยังจะแถได้ก็ให้รู้ไป

ไร้แก่นสารตรงไหน ผมเป็นสารวัตรนักเรียน ได้ทุนเรียนแพทย์ที่อังกฤษอีกต่างหาก มหาลัยก็ไม่ใช่กระจอกนะ เคมบริดจ์เชียวนะยอโบ เรียนที่วินเซอร์รูฟผมก็ได้ 4.00 แบบนี้เค้าเรียกว่าไร้แก่นสารตรงไหน

มาแบบนี้เล่นซะจุก ก็ตัวเองน่ะไม่ได้ทำอะไรนอกจากลอยไปลอยมา ถึงจะตั้งใจเรียนก็ยังได้แค่สามกว่าๆแถมยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเข้ามหาวิทยาลัยที่ไหน แบบนี้ใครที่ไร้แก่นสารกันแน่

ในเมื่อหมดคำจะโต้แย้งเพราะโดนน็อกเสียจนมึนในชีวิตก็เลยได้แต่ถอนหายใจ คนตัวใหญ่จึงถือโอกาสโอบไหล่บางๆมาแนบกายแล้วยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปเอาไว้เป็นที่ระลึก คนที่เอาแต่ปากแข็งความจริงใจหายตั้งแต่ที่เขาบอกว่าจะไปวันอังคารก็ลืมความดื้อรั้นฉีกยิ้มหวานชูสองนิ้วสู้กล้องดูน่ารัก

ท่าทางจะตกลงปลงใจกันได้ในอีกไม่นาน อิทึกซึ่งยืนกอดอกอยู่หันไปกระซิบกระซาบกับดงแฮ นายคงได้เพื่อนสนิทมาเป็นพี่เขยแล้วล่ะ

ก็คงงั้นมั๊งฮะ

ตัวเล็กยิ้มแห้งๆ ความจริงก็รู้อยู่แล้วว่าสองคนนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากลตั้งแต่ตอนที่ไปค้างบ้านพี่ แต่วันนี้รู้สึกว่ามันจะโจ่งแจ้งจนไม่ต้องเดาเสียแล้วล่ะ

ฮยอกแจไม่รู้จะทำอะไรจึงได้แต่เดินกับซองมินแล้วถ่ายรูปไปเรื่อยๆ อันที่จริงก็อยากจะถ่ายรูปคู่กับซีวอนบ้างแต่ก็ยังไม่ค่อยจะกล้า ก็คงเหมือนซองมินที่เหลือบมองคนรักเป็นระยะแต่ตั้งแต่เดินทางมาก็ยังไม่กล้าที่จะแสดงตัวสักนิดว่าแอบคบกันอยู่จนกระทั่งคยูฮยอนเดินมาขอถ่ายรูปด้วย แต่ถึงจะทำแบบนั้นเขาก็ยังเนียนไปขอถ่ายรูปคู่กับดงแฮอีกคนจนซังบอมก็เอาศอกแหลมๆกระทุ้งสีข้างพี่ชายให้หันไปมอง

เดี๋ยวหมาก็คาบไปหรอก ตาเรียวเหล่มองแล้วยิ้มยั่ว หมาจิ้งจอกซะด้วยสิ

คิบอมเหลือบมองแต่ก็ยังนิ่งอยู่เพราะซีวอนก็ยังไม่เห็นจะทำอะไรจึงต้องแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจต่อเหมือนเก่า เรื่องของคยูฮยอนกับซองมินแม้จะไม่ได้รู้ลึกอะไรแต่ก็พอจะมองเห็นความผิดปกติอยู่บ้างเพราะเขาเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีสายคอยรายงาน ที่หายไปพร้อมกับทุกเที่ยมน่ะมีหรือที่จะไม่รู้ว่าไปไหน แต่ที่ยังไม่รู้คือคบกันถึงขั้นไหนแล้วก็แค่นั้น

เมื่อฮันกยองถ่ายรูปกับยอโบคนสวยจนสมใจก็เดินเฉียดมาใกล้ๆฮยอกแจแล้วยิ้มกว้าง

มาถ่ายรูปคู่กันหน่อย เรียนมาด้วยกันตั้งนานชั้นยังไม่มีรูปนายในมือถือเลยนะ

คล้ายจะไม่มีอะไรแต่ก็สามารถทำให้ซีวอนนึกขึ้นมาได้ว่าเบอร์โทรของฮยอกแจที่ตนมีก็ไม่มีรูปขึ้นเวลาที่มีสายเข้า ทำงานด้วยกันก็บ่อย เรียนด้วยกันมาก็หลายปี มีเขาคอยช่วยเหลือตั้งมากมายถึงทำงานผ่านมาได้อย่างราบรื่น อีกอย่างคนๆนี้ก็ไม่ค่อยจะมีเพื่อนสนิทจึงคิดอยากจะทำดีให้เขารู้สึกว่าไม่ได้เป็นส่วนเกินของทริปบ้าง

แค่เจ้าทอมหน้าตี๋ผละออกมาร่างหนาก็เดินเข้าไปบ้าง มาถ่ายรูปกัน ไหนๆก็มาเที่ยวทั้งที

เหมือนจะเป็นคำพูดที่ไม่คิดไม่ฝันแต่มันก็ทำให้หัวใจที่แห้งเหี่ยวยิ้มได้ ร่างเล็กรีบยิ้มรับเต็มหน้าอย่างที่ไม่เคยเห็นเขายิ้มสดใสขนาดนี้มาก่อน แววตาที่หมองหม่นกลับกลายเป็นใสแจ๋วเสียจนคนปูทางต้องแอบหัวเราะ

ชั้นช่วยขนาดนี้แล้วนะเจ้าทึ่ม สามอาทิตย์จากนี้ก็พยายามต่อเอาเองแล้วกันนะ

 


 

จากทุ่งยูเชก็เดินทางไปยังที่พักเพื่อเอาของเก็บ และเนื่องจากมาเป็นจำนวนคู่พอดีการแบ่งห้องจึงไม่ยากนักแต่ก็ลำบากในการจัดอยู่สักหน่อยแต่สุดท้ายก็ลงตัวเมื่อคิบอมนอนกับซังบอม อิทึกนอนกับซองมิน คยูฮยอนนอนกับฮันกยอง ส่วนซีวอนก็โดนคนอยากมาเที่ยวถีบโด่งไปนอนกับฮยอกแจเพราะถือว่าสนิทกันที่สุด และพี่น้องหน้าสวยก็อยู่กันไปตามระเบียบ

ชายหาดแฮอึนแดดูจะเป็นที่เรียกเสียงหัวเราะให้ทั้งสิบร่างที่เดินลงมาชมวิวกันอย่างถ้วนหน้าและก็เป็นซีวอนที่โดนล้อตั้งแต่พลาดเล่าประวัติชายหาดนี้ให้เพื่อนๆฟังว่าคนที่ตั้งชื่อนั้นคือนักปราชญ์แห่งชิลลานามว่าชเวชีวอนซึ่งประทับใจในความงามของชายหาดจนกระทั่งเขียนชื่อแฮอึนแดลงบนกำแพงหิน แม้จะไม่ได้เขียนเหมือนกันทุกตัวอักษรแต่ชื่อมันก็ออกเสียงละม้ายกันจนกลายเป็นเรื่องที่สร้างความฮาตั้งแต่มาถึง

ท่านประธานร่างใหญ่รีบเดินไปตามคนตัวน้อยเพราะอยากจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มากขึ้น ดงแฮเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรเพราะกำหนดมันก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สิ่งที่ทำได้คือนิ่งและเฉยเข้าไว้ พยายามไม่ทำอะไรที่เป็นการให้ความหวังนักแต่ก็ไม่อยากจะสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีให้ในตอนนี้

ในเมื่ออยากพยายามก็จะรับความรู้สึกนั้น แต่ถ้าไม่สามารถข้ามกำแพงที่กั้นนามว่าคิบอมมาได้มันก็ถือว่าเขาทำไม่สำเร็จตามข้อตกลง

แต่เมื่อร่างหนาผละตัวออกไปหาเครื่องดื่มมาให้คนตัวน้อยซังบอมก็เดินเข้ามาทักทายตามประสาคนที่เจอกันบ่อยๆ ในเมื่อพี่ชายไม่ยอมทำอะไรก็คงจะต้องออกโรงเองบ้าง อย่างน้อยเขาก็ไม่ใช่คนใน 4E หากล้ำเส้นสักนิดสักหน่อยก็ไม่น่าเกลียดอะไรนัก

นี่ดงแฮ คืนนี้ไปที่สะพานกวังอัลกันนะ ร่างสูงพูดเบาๆแต่สีหน้าดูตื่นเต้นจนคนฟังเลิกคิ้วใส่

สะพานที่ยาวๆน่ะเหรอ

อื้อ ตาใสๆรีบส่งไปและยิ้มกว้าง คิบอมให้มาชวน

อ..เอ๋?”

ห้ามบอกใครนะ ..แล้วสี่ทุ่มลงมาเจอกันที่สวนหย่อมข้างโรงแรม พูดจบก็รีบวิ่งหนีไปหาพี่ชายทำเอาคนสวยได้แต่ยืนทำตาปริบๆ

พอทบทวนแล้วก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ คิบอมเหรอ

 


เหตุการณ์ทั้งหมดล้วนแล้วแต่อยู่ในสายตาของคยูฮยอน ตอนนี้ฮีชอล อิทึก ฮันกยอง ซองมิน ฮยอกแจ รวมถึงพ่อราชนิกูลรูปงามยังนั่งจิบน้ำผลไม้กันที่ร้านเล็กๆริมชายหาดเพราะไม่อยากจะออกไปตากแดดให้ตัวดำ แค่เห็นซังบอมวิ่งไปหาดงแฮแล้วพูดจาเหมือนสนิทสนมนักหนาก็เริ่มจะมั่นใจว่าแฟนที่ซองมินเคยพูดถึงคงได้เป็นซังบอมแน่ๆ และเมื่อคิดถึงตรงนั้นก็อดเคืองคิบอมไม่ได้ที่เป็นพ่อสื่อพ่อชักทำให้สองคนนั่นรู้จักกัน

แต่เคืองได้ไม่ทันข้ามนาทีพอเห็นสาวสวยเดินผ่านหน้าร้านก็ชายตามองตามสะโพกอวบๆจนคนน่ารักต้องกระแทกแก้วลงบนโต๊ะอย่างอารมณ์เสีย

ผมขึ้นห้องล่ะนะ

กระต่ายน้อยหงุดหงิดกัดฟันกรอด ในเมื่อแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของไม่ได้ก็ไม่คิดอยากจะนั่งดูความเจ้าชู้ของแฟนให้ตำตาตำใจของตัวเอง ร่างเล็กสะบัดก้นหนีขึ้นไปบนห้องพักท่ามกลางความงวยงงของทั้งโต๊ะ คงจะมีแค่อิทึกกับฮยอกแจนั่นแหละที่พอจะเข้าใจว่าเขาเป็นอะไรกันแน่ ส่วนฮันกยองถึงจะตงิดๆเมื่อนานมาแล้วแต่ตอนนี้ก็ยังคิดไม่ถึงอยู่ดีว่าซองมินที่อ่อนโยนน่ารักจะออกอาการหึงคยูฮยอนได้ขนาดนี้

เค้าเป็นอะไรอ่ะ พ่อนักเรียนทุนชะเง้อตามอย่างงงๆ

คนรู้เรื่องอย่างรุ่นพี่หน้าหวานเพื่อนสนิทของยอโบเลยได้แต่หัวเราะ สงสัยจะเมารถค้างมั๊ง เมื่อกี๊เห็นบ่นๆว่าเวียนหัวอยู่

แปลกๆแฮะ

 


คนก่อเรื่องก็ใช่ว่าจะไม่รู้ตัวแต่เขาก็คิดว่ามันไร้สาระเกินกว่าที่จะตามไปงอนในตอนนี้ มือหนายังหยิบแก้วน้ำมะพร้าวขึ้นมาดูดสบายๆอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร กว่าจะได้ฤกษ์ตามขึ้นไปหาก็ตอนที่สมาชิกคนอื่นๆคิดจะพากันไปเที่ยวต่อจึงได้ขอขึ้นไปนอนพักเพราะปูซานเขาก็มาออกบ่อย

ซึ่งแค่ร่างเล็กยอมเปิดประตูให้หลังจากเคาะอยู่หลายต่อหลายรอบก็เข้าไปสวมกอดแนบแน่น ปลายจมูกกดฝังลงที่แก้มหอมพร้อมทั้งสูดกลิ่นอ่อนๆเข้าเต็มปอดโดยไม่สนว่าอีกคนจะดิ้นสักแค่ไหน แขนแกร่งช้อนร่างอวบขึ้นอุ้มและพาไปที่เตียงโดยที่ไม่ไต่ถามความสมัครใจและเริ่มรุกเร้าจนเขาหมดหนทางต่อสู้ก็จัดการง้อจนสาแก่ใจจึงได้ยอมคลายอ้อมกอด

ตัวอวบๆถึงจะหายงอนบ้างแล้วแต่ก็ยังเมินใส่อยู่ดี การที่โดนเขาตามมาเขมือบแบบนื้มันก็ใช่ว่าจะสุขขีเพียงอย่างเดียวเพราะเมื่อลงจากสวรรค์ก็พาลเห็นนรกอยู่รำไร ผ้าปูที่นอนยับๆกับคราบรักที่อยู่บนเตียงถ้าอิทึกกลับมาเห็นคงได้ความแตก แบบนี้ใครจะยังยิ้มอยู่ได้

เดี๋ยวให้พนักงานขึ้นมาจัดห้องให้ใหม่ก็ได้

คนตัวใหญ่ยังหมายจะเอาเปรียบอยู่ จูบแผ่วพรมเบาๆที่ผิวขาวหอมกรุ่น ขนาดว่าเรนะเซ็กซี่ลีลาเด็ดแล้วยังสู้ซองมินคนนี้ไม่ได้แม้เพียงครึ่งเพราะกระต่ายน้อยไม่ได้ยั่วอย่างคนเจนสังเวียนแต่ที่แสดงออกมามันคือความไร้เดียงสาล้วนๆน่ะสิ

พอแล้วนะที่รัก รีบเรียกพนักงานมาเถอะ กลัวพี่อิทึกกลับมาจะแย่

งั้นแต่งตัวแล้วไปอยู่ที่ห้องชั้นก่อนนะ ไปนอนกอดกันที่ห้องโน้นก็ได้

ห้ามทำอะไรอีกนะ มืออวบๆชี้หน้าอย่างคาดโทษ แล้วก็ห้ามเหล่สาวที่ไหนต่อหน้าชั้นด้วย

มันฟังดูเป็นเรื่องที่ยากและเสี่ยงต่อการทำไม่ได้ แต่เพื่อความสบายใจของภรรยาตัวน้อยที่หลงจนหัวปักหัวปำน่ะมีหรือที่จะไม่ยอมสัญญา อย่างน้อยๆก็ขายผ้าเอาหน้ารอดไปได้อีกหนึ่งวัน

ครับที่รัก ..สัญญาครับสัญญา

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

ในช่วงบ่ายรถที่เช่าเอาไว้ก็พาบรรดาเด็กหนุ่มทั้งหลายไปที่ปูซานอควาเรียมเพื่อท่องไปในดินแดนแห่งท้องทะเลและสัตว์น้ำนานาชิด รอยยิ้มของทุกคนผุดออกมามากน้อยไม่ต่างกันนักเพราะคนที่เคยมาแล้วก็ได้แค่เดินมองแล้วก็เดินผ่าน จากนั้นก็ขึ้นไปที่ปูซานทาวเวอร์เพื่อชมวิวโดยรอบ

ฝั่งนี้จะเห็นวิวของปูซานแล้วก็เขตเกาหลี ส่วนฝั่งโน้นจะเห็นญี่ปุ่น ซีวอนเดินมาอธิบายให้คนตัวน้อยหน้าหวานฟังเพราะดงแฮบอกเอาไว้ว่าไม่เคยมาปูซานเลยสักครั้งเดียว

ร่างเล็กตาแป๋วรีบไปอีกฝั่งเพื่อมองดูประเทศญี่ปุ่น จากที่ปูซานแล้วคงไม่ไกลนักเพราะสามารถมองเห็นฝั่งอยู่ลิบๆ ทั้งที่ตัวเองก็ไปมาหลายประเทศแต่ก็ไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่ามองจากตรงนี้เลย

ไปหาอะไรทานกันเถอะ

เสียงหนาทุ้มเอ่ยบอกและก็เป็นคนนำเพื่อนไปยังร้านอาหารที่อยู่บนนั้นเพื่อหาอะไรรองท้องขณะที่ชมวิวไปพลางๆ แล้วค่อยลงจากทาวเวอร์เพื่อไปเดินเล่นกันต่อแล้วจึงค่อยแวะที่ตลาดชากัลป์ชิอีกครั้งเพื่อเลือกซื้อของสดไปย่างกันที่ริมชายหาด

กลิ่นคาวที่คละคลุ้งแบบนี้ไม่ค่อยได้มาแตะต้องผิวกายของบรรดาลูกชายคนร่ำคนรวยติดอันดับต้นๆของประเทศสักเท่าไหร่ แม้แต่ฮันกยองที่ถือว่าติดดินที่สุดก็ยังไม่ค่อยได้ไปจ่ายตลาดเอง พอให้ไปช่วยกันเลือกอาหารสดก็ปล่อยท่าทางตลกๆออกมาจนได้

คาราวานเด็กหนุ่มหน้าตาดีเป็นที่น่าสนใจสำหรับบรรดาสาวๆไฮสคูลที่อยู่บริเวณนั้น แม้แต่แม่ค้าก็ยังอดที่จะมองตามไม่ได้ ระหว่างที่เข้าร้านนั้นออกร้านนี้ซังบอมก็เดินไปเฉียดดงแฮอีกรอบแล้วค่อยวกกลับมายิ้มแฉ่งใส่พี่ชายที่เดินหน้านิ่งอยู่

ดงแฮฝากมาชวนไปที่สะพานกวังอัลคืนนี้อ่ะ

คาคมตวับฉับ ไปทำไม

คงอยากไปเดทกับแกสองคนมั๊ง เมื่อกี๊ตอนฝากชั้นมาก็เขินๆอยู่ แกก็อย่าไปถามอะไรมากล่ะ ดงแฮเค้าอายนะ

...

ตอนสี่ทุ่มเค้าจะลงไปรอแกที่สวนหย่อมข้างโรงแรม จะใจร้ายให้รอเก้อก็ตามใจ

แล้วจะไปยังไง

คิบอมนึกตามแล้วยังคิดไม่ตกเพราะจะให้เอารถตู้ที่เช่าไปน่ะเหรอ ..คิดแล้วก็ติงต๊องพิกล

พอพี่ทักก็นึกได้ว่าแผนการของตัวยังไม่ไม่สมบูรณ์เท่าไหร่เลยต้องรีบควักเอานามบัตรโรงแรมออกมาแล้วหลบไปกดโทรเข้าไปที่โรงแรมเพื่อจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วค่อยเดินไปป้วนเปี้ยนใกล้ๆคนสวยอีกรอบ พอดงแฮหันมาก็ยิ้มหวานใส่

ดงแฮ นายห้ามถามเรื่องคืนนี้กะคิบอมนะ

ทำไมอ่ะ เจ้าแป๋วงงจนเอ๋อ

มันอาย ..ปากแข็งด้วย นายก็รู้นิสัยมัน เมื่อกี๊ชั้นไปบอกว่าบอกนายแล้วมันยังเขินเดินหนีเลย

วางแผนเองแล้วยังจะเออออเองอยู่คนเดียวแต่ก็ทำให้ตัวเล็กหลงเชื่อได้เพราะนิสัยที่พูดมาน่ะของคิบอมทั้งนั้น ขนาดง้อก็ยังทำเหมือนไม่ได้ง้อเพราะมัวแต่ฟอร์มจัด สงสัยเรื่องนี้ก็คงจะเหมือนเดิมอีกแน่ๆ เพราะถ้าให้เข้ามาชวนเองก็คงจะไม่ได้ในเมื่อซีวอนก็อยู่ใกล้ๆแทบจะตลอด

 

ปาร์ตี้ริมหาดถูกจัดขึ้นเล็กๆโดยมีพนักงานเตรียมสถานที่และอุปกรณ์มาให้รวมถึงเหล่าน้ำจิ้มทั้งหลายและพวกเขาก็ทำหน้าที่ย่างกันไปหยอกกันไปอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะครึกครื้นดังไม่มากแต่ก็ทำให้คนที่เดินไปเดินมาหันมามองได้ง่ายๆเหมือนกัน

ตากลมเหลือบมองร่างสูงเล็กน้อยตามประสาของคนที่ใกล้ชิด แอบสงสัยอยู่ไม่น้อยว่าเขาจะชวนไปที่สะพานทำไม และก็คล้ายว่าคิบอมจะรู้ตัวจึงตวัดตามองกลับมาทำเอาตัวเล็กรีบหลุบตาหลบด้วยความเขิน อายที่โดนจับได้ว่าแอบมองอยู่ ซึ่งมันก็เข้าแผนของซังบอมเพราะเจ้าโหดดันคิดว่าดงแฮเขินที่เป็นฝ่ายชวนอย่างที่บอกเอาไว้จริงๆ

พอเริ่มมืดและคนค่อยๆซาอีกทั้งหนังท้องก็ตึง หนังตาก็หย่อน และยังจะเหนียวตัวเพราะลมทะเลหอบเอาความเหนียวมาฉาบร่างจึงทำให้ต้องชวนกันขึ้นไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเสียก่อน ซึ่งเจ้าตัวน้อยก็เอาแต่คอยมองนาฬิกาตั้งแต่เข้าห้องมาจนพี่ชายเริ่มสงสัย

เป็นอะไรน่ะเจ้าตัวเล็ก ฮีชอลที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จมองจ้องอาการประหลาดของน้องจนอดสงสัยไม่ได้

แก้มปลั่งตอบออกมาก่อนเสียงหวานๆเสียอีกเพราะดงแฮหน้าแดงนำไปก่อนแล้ว

คิบอมชวนไปสะพานกวังอัลอ่ะฮยอง

ไปกับใครมั่งอ่ะ

“>/////<”

อ่า.. สองคนเหรอ

อ..อืม

ท่าทางเขินๆที่แฝงไปด้วยความกังวลของคนตัวเล็กชักจะทำให้พี่ชายเริ่มคิดหนักเพราะซีวอนเองก็อยู่ใกล้ๆ ถึงจะไม่ใช่ห้องที่ติดกันแต่มันก็ไม่ได้ห่างพอที่จะไม่มาเคาะประตูในคืนนี้

จะให้ช่วยมั๊ย?

ฮะ?

ถ้าซีวอนมาพี่จะบอกให้แล้วกันว่านายเหมือนจะเป็นไข้เลยให้กินยานอนพัก แล้วตอนกลับมาก็โทรเข้ามาก่อนพี่จะได้ดูให้ว่าซีวอนอยู่ที่ไหน เดี๋ยวจะเจอกันเปล่าๆ

ก็ดีฮะ ผมไม่อยากให้เค้าต้องรู้สึกไม่ดีตอนนี้ ปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ไม่ใช่ไม่รู้สึกผิดที่ต้องทำอะไรลับหลัง แต่ถ้าบอกซีวอนไปแล้วเขาคิดมากมายหรือทำอะไรขึ้นมาอีกก็ลำบากใจที่จะแก้ปัญหา

แล้วจะไปกี่โมง

สี่ทุ่มฮะ

อ้าว อีกสิบนาทีเองนี่นา ..ทำไมเพิ่งบอกเนี่ย

ร่างที่สูงกว่ารีบลุกขึ้นไปกดโทรศัพท์เข้าห้องเพื่อน พออิทึกรับสายก็รีบสั่งการอย่างเร่งด่วน

ไอ้ทึกกี้ แกไปดูหน่อยสิว่าซีวอนอยู่ที่ห้องหรือเปล่า แกไปชวนคุยอะไรก็ได้แล้วชั้นจะไปหา

คำสั่งที่ยิงเปรี้ยงออกมาแบบไม่ให้ตั้งตัวทำเอาคนฟังยืนงงไปสามวินาทีกว่าจะจูนตัวเองได้

แล้วทำไมชั้นต้องไปหาซีวอนด้วยวะ

เออน่า เดี๋ยวบอก ตอนนี้แกทำตามที่บอกก่อน

เออ ก็ได้วะ พูดพลางหันไปถามซองมินที่นอนกลิ้งอยู่บนเตียงด้วย ไปห้องซีวอนกันมั๊ย

 

 

หลังจากได้ข้อความจากอิทึกว่าเขาอยู่ในห้องของซีวอนพร้อมกับเจ้าตัวที่ยังรอฮยอกแจอาบน้ำอยู่ฮีชอลก็รีบพาน้องลงไปส่งที่ล็อบบี้ด้านล่างแล้วรีบขึ้นลิฟท์กลับไปด้านบน ซึ่งก่อนจะเข้าไปหาเพื่อนก็โทรเข้าโทรศัพท์มือถือเสียก่อนและทำทีว่าโทรเข้าห้องแล้วไม่มีคนรับ ซีวอนเลยได้โอกาสถามถึงคนตัวน้อยไปในตัวด้วย

ดงแฮเหรอ ..เห็นบ่นว่าตัวรุมๆเลยให้กินยานอนแล้วอ่ะ เพิ่งหลับไปเมื่อกี๊เอง

อ้าว เป็นอะไรมากมั๊ยครับ สายตาที่ดูห่วงใยทำเอาฮีชอลแทบจะกัดลิ้นตายเพราะรู้สึกผิด

ก็แค่ตัวรุมๆ ยังไม่ไข้แต่เกือบๆจะไข้อ่ะ นอนพักแล้วพรุ่งนี้คงจะไม่เป็นไร

อ่า ..ครับ

 

 

ส่วนซังบอมก็นั่งกดดันพี่ชายจนกระทั่งถึงเวลาคิบอมเลยลงมาติดต่อขอรับกุญแจรถที่ซังบอมให้ทางโรงแรมเตรียมเอาไว้ให้ที่ล็อบบี้ ร่างหนาเดินไปตามทางที่ไม่สว่างมากแต่ก็ไม่ถึงกับมืดเพื่อไปยังสวนหย่อมข้างโรงแรม แค่เห็นตัวน้อยๆยืนตบยุงหน้างอก็อมยิ้มออกมาจนได้

ยุงกินเลือดไปกี่ลิตรแล้วล่ะ เสียงทุ้มร้องแซวทันทีที่เดินเข้าไปในระยะรัศมีที่พอจะได้ยินโดยไม่ต้องตะโกน

ดงแฮหันขวับมามองเก้อๆแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากค้อนใส่ที่เขามาช้า ..ตั้งหนึ่งนาทีแน่ะ

จะงอนทำไม ก็รู้นี่ว่างอนไปก็ไม่มีคนง้อ

ได้ยินแบบนั้นก็หันมาทำหน้างอใส่แล้วเบะปากซ้ำอย่างเด็กเอาแต่ใจคิบอมเลยได้แต่ยิ้มขำ

ป่ะ ..ไปได้แล้ว เดี๋ยวมันดึก

ร่างหนาไม่ได้พูดอะไรมากมายนักและเดินนำไปที่รถซึ่งอยู่ตรงชั้นใต้ดินของโรงแรม มันเป็นรถสปอร์ตที่อาจจะไม่ได้หรูเท่าคันที่บ้านแต่เมื่อเทียบกับรถทั่วๆไปที่ทางโรงแรมหาไว้ให้บริการลูกค้าแล้วก็ถือว่าเลิศเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อขับรถออกมาจากโรงแรมเขาก็ไม่ลืมที่จะปิดทุกอย่างให้มิดชิด เมื่อขับออกมาได้สักระยะจึงได้เปิดประทุนและกินลมชมวิวไปเรื่อยๆ

ก้อนเนื้อในอกของตัวเล็กเริ่มจะเต้นหนักๆขึ้นมาอีกครั้งเพราะบรรยากาศในปูซานต่างจากโซลพอสมควร อย่างน้อยมันก็เงียบกว่าและรถราในช่วงกลางคืนก็ไม่ค่อยมีนัก แสงไฟที่ส่งสว่างระยิบระยับเมื่อนำมาบวกกับเสียงคลื่นที่ซัดโขดหินอยู่ไม่ห่างยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกดี ต่อให้ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาก็ยังรับรู้ได้ว่ามีความอบอุ่นลอยอยู่

ในที่สุดเสียงเพลงเบาๆก็เปิดคลอออกมาเมื่อนิ้วใหญ่กดหาคลื่นเพลงคลาสสิกที่ชอบฟังก่อนเข้านอนพบ บรรยากาศหวานๆเกิดขึ้นโดยไม่ต้องสร้างอะไรให้มากมายเพราะแค่มีลมอ่อนๆกับแสงไฟเรียงรายมันก็ทำให้อะไรๆดูดี

รถที่แล่นมาในระดับความเร็วที่ปกติเริ่มชะลอลงเมื่อเข้าเขนสะพานกวังอัล ดงแฮหันไปมองที่ด้านข้างด้วยรอยยิ้มเพราะทั้งสองด้านเป็นทะเลกว้างและยังมีไฟสีส้มสวยคอยสร้างบรรยากาศให้ ร่างใหญ่อมยิ้มจางๆเมื่อเห็นท่าทางที่เหมือนเด็กช่างอยากรู้อยากเห็น

ตาคมเหลือบมองคนตัวน้อยที่นั่งทำตาแป๋วเป็นระยะ มองคลาดกันไปคลาดกันมาจนกระทั่งถึงคราที่สองสายตาสบประสาน น้ำผึ้งที่ว่าหวานคงจะจืดไปเมื่อเทียบกับความหวานจากยิ้มซึ่งฉาบหน้าสวยที่กำลังขวยเขิน กว่าจะข้ามสะพานที่ยาวกว่าเจ็ดกิโลเมตรก็ทำเอาคนตัวเล็กหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะลุกเป็นไฟ

อากาศดีนะ คนตัวใหญ่พูดขึ้นเมื่อหาที่จอดรถได้แล้ว

พาหนะคันโก้ถูกจอดเลียบทางที่ใกล้สะพานกวังอัล มองเห็นตัวสะพานที่เต็มไปด้วยแสงไฟแสนสวยทอดยาวแสนไกล แสงสลัวๆบริเวณนั้นมันไม่ได้แสบตามากนักและบรรยากาศก็ถือว่าดีดงแฮจึงไม่ได้คิดอะไรนอกจากหันไปส่งยิ้มให้

วันนี้ยังไม่ได้ถ่ายรูปคู่กันเลยนะ

เจ้าตัวเล็กเดินไปจับที่มือใหญ่แล้วจูงไปหาแสงไฟตรงริมทาง คิบอมก็เดินตามไปแต่โดยดี พอถึงจุดที่น่าจะมีแสงพอดงแฮก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเอื้อมแขนกอดคอคนตัวสูงให้ย่อตัวลงมาหา แต่เพราะคิบอมยังแกล้งอิดออดเลยต้องหันไปกระเง้ากระงอดใส่

โหดอ่ะ

จะถ่ายไปทำไม

อยากถ่าย

ฮื่อ..

ทำหน้าดีๆหน่อยสิ นิ้วยาวจิ้มเข้าที่แก้ม เลิกทำแก้มป่องด้วย

งั้นก็เลิกทำก้นใหญ่ก่อนสิ

ทะลึ่ง!!”

ในเมื่อไม่ยอมให้พูดก็ต้องเอื้อมมือไปบีบเบาๆที่ก้นเนื้อนุ่มนิ่มให้คนสวยหน้าชา

ใหญ่จริงๆนะเนี่ย

คิบอมอ่ะ!!!”

แทนที่จะได้ถ่ายรูปกลับเป็นกำปั้นน้อยๆที่วิ่งไล่ทุบ ร่างหนายังวิ่งหนีพลางหันมาทำหน้ายั่วโมโหใส่ให้คนไล่ต้องวิ่งไปอีกหลายรอบจนเหนื่อยหอบจึงทิ้งตัวลงนั่งพัก

แฮ่ก..แฮ่ก.. ใจร้าย พอเขาเดินมาใกล้ก็ทุบเข้าที่ขายาวๆ เรี่ยวแรงจะสู้รบหมดไปแล้ว

อะไร แค่นี้เหนื่อยแล้วเหรอ

ก็โหดวิ่งเร็วอ่ะ หน้าหวานตัวน้อยร้องงอแง เหนื่อยอ่ะ โหดแบกกลับรถหน่อย

ไปเรียกซีวอนมาแบกไป

หน้าหวานงอหงิกทันทีที่ได้ยินชื่อของคนที่ไม่อยู่ ซีวอนเกี่ยวอะไรด้วยเล่า

ก็เห็นวันนี้ดูแลกันไม่ยอมห่างเลยนี่

ชายหนุ่มซึ่งแต่งตัวแสนสะดุดตาคนในปูซานทรุดตัวลงนั่งข้างๆร่างเล็กที่หอบอยู่ หน้างอนๆของดงแฮดูน่ารักแต่เพราะอยากจะแกล้งเลยต้องทำเป็นมองข้ามเสีย

ถ้าจะพูดเรื่องนี้ก็เงียบไปเหอะ คนสวยเมินหน้าหนี พอมีโอกาสดีๆได้มาอยู่สองต่อสองแบบนี้ก็ยังจะมาหาเรื่องกวนใจให้อีก ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ไม่มีความโรแมนติกบ้างนะ

พูดไม่ได้หรือไง

ไม่ได้

ดงแฮตอบเสียงห้วนและกดต่ำจนคิบอมรับรู้ว่าเขากำลังหงุดหงิด เจอร์รีจอมกวนนั่งมองและสะกิดไหล่เล็กอย่างคนช่างแกล้งแต่ร่างบางก็สะบัดแขนหนีซ้ำยังหันหลังให้

ก็บอกแล้วว่างอนไปก็ไม่มีคนง้อ

...

อ่ะ ..แล้วชั้นพูดเรื่องอะไรได้บ้าง

ปากบางที่เบะออกขยับเบาๆเพราะมีฟันซี่เล็กขบอยู่ด้านใน สายตาตัดพ้อจ้องมองมาคล้ายจะต่อว่าที่เขาพูดอะไรที่ไม่เข้าท่ามาให้บรรยากาศเสีย หน้าสวยทำท่าเหมือนจะร้องไห้คนตัวใหญ่เลยต้องยอมอย่างเลี่ยงไม่ได้

เออ แบกกลับก็ได้เจ้าเด็กไม่รู้จักโต

เด็กเหรอ ดงแฮสะบัดหน้าค้อนขวับ เด็กแล้วจูบทำไม ..ผู้ใหญ่ที่ไหนจูบเด็ก ถ้าชั้นเด็กน่ะนายก็พรากผู้เยาว์แล้วล่.. อื้อ..

พูดมากก็ปิดปากมันด้วยปากซะ คิบอมนั่งฟังคำต่อว่าที่น่ารักน่าแกล้งนั่นต่อไปไม่ไหวจนต้องดึงร่างเล็กมากอดเอาไว้และปิดริมฝีปากช่างเจรจาให้หยุดพูด คนงอนยังอึ้งแต่พอตั้งตัวได้ก็ทุบประท้วงที่ไหล่กว้าง ร่างหนาจูบหนักๆแต่หากไม่ได้ลึกซึ้งอะไร ซึ่งแค่นั้นมันก็ยาวนานจนดงแฮแทบจะหมดอากาศหายใจได้เหมือนกัน

แค่ผละริมฝีปากออกมาคนงอนก็หน้าแดงไปถึงใบหู ตั้งหลายวันที่เขาไม่ได้กอดไม่ได้สัมผัส จู่ๆมาจู่โจมแบบนี้เป็นใครก็ตั้งตัวไม่ไหว สายตานิ่งสงบจ้องลึกไปในนัยน์ตากลมที่สั่นไหวให้ใจดวงน้อยเต้นโครมครามเล่น แค่ตาประสานตาจูบที่ลึกซึ้งก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง สองร่างโน้มตัวเข้าหากันอย่างโหยหา สัมผัสแผ่วเบาแปรเปลี่ยนเป็นความต้องการที่มากมาย ปลายลิ้นใหญ่สอดเข้าไปกวาดเอาความหวานจนลิ้นเล็กอ่อนปวกเปียก น้ำเชื่อมรสรักเชื่อมสองร่างเอาไว้เมื่อดงแฮดันตัวออกมากวาดลมหายใจเข้าปอดแต่ก็ทำได้แค่เพียงเสี้ยววินาทีเพราะคิบอมก็ยังตามไล่รักอย่างขาดเสียไม่ได้

ยิ่งรุกยิ่งร้อน ไฟรักในอกผลักดันให้ยิ่งร่ำร้องและเรียกหา แขนเล็กตวัดเกี่ยวต้นคอหนาและโน้มร่างใหญ่ลงมาพร้อมทั้งยืดคอเข้าไปใกล้ซึ่งมืออุ่นที่ลูบไล้หลังเนียนก็ประคองร่างเล็กให้ขึ้นมานั่งที่บนตัก เรียวปากบางแดงเจ่อแต่ก็ยังไม่ยอมถอนริมฝีปากจากอีกฝ่าย ผลัดกันรุกผลัดกันรับโหมปลายลิ้นตวัดรัดจนแทบจะแยกกันไม่ได้ เมื่ออีกฝ่ายผละจูบเพื่อหายใจ อีกฝ่ายก็รุกไล่ไม่ให้พัก ปลายจมูกบดเบียดเสียดสีในทุกครั้งที่ปรับองศาใบหน้าเพื่อรับจูบหวาน ไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่านั่งกันอยู่ที่ข้างถนนหนทางที่ยังมีรถแล่นไปมา

คิบอมถอนริมฝีปากออกและใช้สองมือประคองพวงแก้มสวยที่ส่งสายตาเหมือนโดนขัดใจ อยากจะรัก อยากจะหากำไรให้มากกว่านี้แต่สถานที่ก็ไม่เอื้ออำนวย หากดงแฮจะกลับไปในสภาพที่ปากแดงเจ่อก็ไม่รู้ว่าจะทำหน้าอย่างไรเมื่อเจอกับฮีชอลเข้า

ไปนอนเล่นที่ชายหาดกันดีกว่า

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

แสงไฟเคล้ากับเสียงเพลงคือเสน่ห์ของเล้าจ์ที่คงจะเป็นนิรันดร์ คยูฮยอนเบื่อๆจึงลงมานั่งจิบเครื่องดื่มตามประสานักท่องราตรีตัวยง แต่แทนที่จะได้เป็นโสดสบายอารมณ์กลับมีคนหน้าตาน่ารักมานั่งจุ้มปุ๊กคอยคุมอยู่ใกล้ๆ มันอาจจะอึดอัดสักหน่อยเพราะคยูฮยอนไม่เคยมีใครมานั่งคอยจ้องอยู่แบบนี้ คนที่เคยคบส่วนมากก็พบกันในสถานที่แบบนี้หรือไม่ก็นัดเจอกันในที่ที่ไม่ค่อยมีใครมาวุ่นวาย พอครั้งนี้มีคนคอยมานั่งควบคุมความประพฤติใกล้ๆมันก็รู้สึกแปลกๆพิกล

ที่รักไม่ง่วงหรอก จิบไวน์ไปก็หันไปถามคนตัวเล็กไปด้วย

คนหน้าตาเหมือนตุ๊กตากระต่ายหันมาทำตาใสใสแล้วส่ายหน้า ไม่อ่ะ รอที่รักก่อน

อ่า.. ง่วงก็ไปนอนก่อนก็ได้

ไม่ เดี๋ยวที่รักเถลไถลอีก

คยูฮยอนฟังจบก็ก้มหน้าก้มตาด้วยความเซ็ง อยากจะเหล่สาวบ้างแต่ก็ยังจะต้องมานั่งทำท่าเหมือนเป็นไอ้เสือไร้เขี้ยวเล็บต่อหน้าเจ้าตัวกลมขนปุยอยู่แบบนี้มันเหมือนกับว่าศักดิ์ศรีของเพลย์บอยกำลังถูกข่ม ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงจะทำอะไรได้โดยไม่ต้องใส่ใจความรู้สึกนัก แต่กับซองมินก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะคบไปเรื่อยๆจึงต้องถนอมน้ำใจเอาไว้อยู่

ที่รัก เดี๋ยวมานะ ไปเข้าห้องน้ำก่อน

มือน้อยวางแก้วน้ำผลไม้ลงบนเค้าท์เตอร์แล้วกระโดดลงจากเก้าอี้ตัวสูงจากนั้นก็เดินเลี้ยงหายออกไปจากประตูด้านหน้าเล้าจ์ คาดว่าคงจะไปเข้าห้องน้ำในโรงแรมสักที่เพราะด้านในนี้มีแต่พวกชอบเที่ยวซองมินคงไม่อยากจะไปเจอใครที่เมาๆในห้องน้ำข้างในสักเท่าไหร่

แต่ทันทีที่คนหน้าหวานตาใสเดินออกไปก็มีสาวสวยเดินมาหย่อนก้นที่เก้าอี้ที่เขานั่งและเอ่ยทักทายร่างใหญ่เสียงหวาน ทอดสะพานชนิดที่ว่าถ้าคยูฮยอนตกลงคงได้ไปต่อในคืนนี้

มาเที่ยวเหรอคะ

รอยยิ้มแบบมีเลศนัยแบบนั้นเป็นใครก็รับรู้เจตนา คยูฮยอยยิ้มตอบพร้อมกับเขย่าแก้วเบาๆอย่างอารมณ์ดี

ครับ พรุ่งนี้ก็กลับแล้ว

น่าเสียดายจังที่เจอกันแค่แป๊บเดียว

ผมก็รู้สึกแบบนั้นครับ

ตาเรียวหวานปรายไปที่ประตูด้านหน้า ส่งสายตาให้เขาพอจะเดาได้ว่าหมายถึงใครในคำพูด

เมื่อกี๊เพื่อนคุณเหรอคะ

อืม ประมาณนั้น ชายหนุ่มยิ้มกลับ ถึงจะไม่ใช่เพื่อนแต่จะให้บอกอะไรได้ในเมื่อตัวเองก็เป็นผู้ชายและก็หมายจะโน้มดอกไม้ตรงหน้ามาสูดดม

คนที่ออกไปเข้าห้องน้ำเดินกลับมาในเวลาที่ค่อนข้างเร็วเพราะไม่ค่อยจะไว้ใจไอ้เจ้าหมาป่าผสมจิ้งจอกตัวดีสักเท่าไหร่ ซึ่งแต่มาถึงหน้าประตูก็ทันที่จะได้เห็นพวกเขาทั้งคู่แลกเบอร์โทรศัพท์กันอยู่อีกทั้งฝ่ายหญิงก็เบียดร่างคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง นิ้วเรียวไล้ไปบนไหล่หนาอย่างมีความหมายก่อนจะหยิบกระดาษมาเขียนเบอร์ห้องส่งให้แล้วจากไปราวกับผีเสื้อที่ในยามราตรี

แค่แยกกันซองมินก็เดินหน้านิ่งกลับไปนั่งที่เก้าอี้อีกฝั่ง เขาไม่อยากจะใช้เก้าอี้ร่วมกับผู้หญิงไร้ยางอายแบบนั้น แต่เพราะคนตัวใหญ่ยังไม่รู้จึงยังทำนิ่งเหมือนไม่มีอะไร จนผ่านไปหลายนาทีคุณชายหนุ่มจึงได้ไปเข้าห้องน้ำบ้าง ซึ่งตัวเล็กก็เห็นชัดๆว่าผู้หญิงคนนั้นตามเขาเข้าไปด้วย ถึงจะเป็นห้องน้ำแยกแต่ก็คงหนีไม่พ้นยืนนัวเนียกันที่ม่านด้านหลังเป็นแน่

ตากลมแดงก่ำเพราะเงาร่างคนรักกำลังทาบทับบดเบียดอยู่กับคนที่ตามเข้าไป คยูฮยอนอาจไม่ทันได้สังเกตแต่ตอนนี้คนที่เขาหมายจะถนอมกลับรับรู้ทุกๆอย่างแล้ว มืออวบเอื้อมหยิบโทรศัพท์ที่เขาวางทิ้งไว้มากดเช็คอย่างละเอียดทั้งที่ตลอดมาไม่เคยคิดที่จะก้าวก่าย พอเห็นเบอร์ที่เพิ่งจะโทรเข้ามาใหม่ก็เดาได้ว่าคงไม่พ้นผู้หญิงคนนั้นแน่

ทั้งที่ยังถือแต่โทรศัพท์มือถือในมือก็สั่นขึ้นพร้อมกับมีหน้าสวยๆที่ชื่อเรนะเด้งขึ้นมาเป็นสัญญาณว่ามีคนโทรเข้า รู้สึกเจ็บยิ่งกว่ามีมีดกรีดเฉือนลงกลางใจแต่ก็จำต้องกดรับไปเพราะอยากรู้ว่ามีผู้หญิงคนไหนที่มาวุ่นวายกับคนของตัวเองอีก

สวัสดีครับ

คยูฮยอนเหรอคะ แหม..วันนี้พูดเพราะจังน๊า เรนะคิดถึ๊งคิดถึงคุณค่ะ ไหนบอกว่าจะมาค้างด้วยกันอีกไง หายไปไหนตั้งหลายวันอ่ะคะ

ในเมื่อหล่อนยังไม่รู้ว่าไม่ใช่เจ้าของเครื่องก็เนียนตอบไปก่อน ผม..ไม่ว่าง

ใจร้ายจัง เสียงอ้อนตัดพ้อกลายๆ เนี่ยเรนะซื้อชุดนอนใหม่น่ารักมากเลยล่ะ ถ้าคยูฮยอนมาเรนะจะใส่มันตอนที่เรามีอะไรกันนะ

...

เรนะคิดถึงคุณนะคะที่รัก ครั้งล่าสุดที่ค้างด้วยกันน่ะคุณทำเอาเรนะแทบคลั่งเลยรู้มั๊ย ไม่เห็นมีหนุ่มญี่ปุ่นคนไหนที่เรนะเคยเดทด้วยจะเจ๋งเหมือนคุณเลยอ่ะ

...

น้ำตาไหลอาบแก้มลงหยดแหมะที่เค้าเตอร์ ซองมินกดตัดสายเพราะหัวใจมันร้าวรานเกินจะฟังต่อไปให้เจ็บมากกว่านี้ นิ้วอวบกดรัวเปิดเชคในอัลบัมรูปที่กดถ่ายไว้ด้วยความสับสน และมันก็ยิ่งตอกย้ำให้ทุกอย่างแย่ลงไปเมื่อมีรูปของผู้หญิงมากมายอยู่ในเครื่อง รูปคู่ในสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารที่คยูฮยอนก็เคยพาเขาไปหรือแม้แต่บนเตียงนอนในโรงแรมสักที่

ภาพวันเก่าๆที่เคยพบเห็นอะไรแปลกตาร่างหนาก็เฉไฉไปเรื่อยเปื่อย ทั้งที่พี่ชายก็เตือนแล้วเตือนอีกแต่ก็หลงเชื่อคำหวานๆของซาตานในคราบเทพบุตร ถ้าไม่ได้ยินกับหูไม่ได้เห็นกับตาป่านนี้ก็คงจะยังเป็นไอ้โง่ให้เขาหลอกไปวันๆ

นี่น่ะเหรอคนที่เป็นเทพบุตรที่ดีแสนดีเสมอมา

ตากลมหลับลงเพื่อข่มอารมณ์ไม่ให้ฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้ มือน้อยปาดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาทั้งที่พยายามกลั้นเอาไว้ ยากเหลือเกินที่จะทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเพราะยามนี้เหมือนโลกทั้งโลกกำลังจะพังทลายลงตรงหน้า

บางทีโดนมีดกรีดแทงมันอาจจะเจ็บน้อยกว่าด้วยซ้ำ

เสียงแผ่วเบาเอ่ยสั่งบริการให้เติมไวน์ลงในแก้วที่พร่องอยู่ มือน้อยหยิบดินสอและกระดาษที่อยู่ใกล้มือมาเขียนและฝากคนตรงหน้าเอาไว้แล้วตัดสินใจที่จะเดินออกไปโดยไม่คิดจะหันหลับกลับมามองแม้แค่หางตา

 

เกือบห้านาทีที่หายไปอยู่กับสาวสวยคนใหม่ที่มุมสลัวๆด้านหน้าทางเข้าห้องน้ำ เมื่อกลับมาก็จัดการตรวจตราสภาพร่างกายให้ปกติและเช็ครอยลิปสติกอย่างถี่ถ้วนก่อนเพราะเกรงซองมินจะเห็นร่องรอยที่ถูกทิ้งเอาไว้ แต่เมื่อไม่เห็นคนตัวน้อยอยู่ที่เดิมก็หันซ้ายแลขวาเพื่อมองหา แต่เมื่อมองทางไหนก็ไม่พบจึงต้องถามพนักงานอย่างเลี่ยงไม่ได้

เพื่อนผมกลับไปแล้วเหรอ

ครับ แต่..

หืม?

สายตาของคนตอบทอดมองไปยังแก้วไวน์ที่มีโทรศัพท์เรื่องหรูแช่อยู่ด้านในในสภาพที่จอดับสนิทและคงจะไม่มีทางที่จะกู้อะไรกลับมาได้ เจ้าของเครื่องช็อกไปไม่น้อยที่โทรศัพท์เหลือแค่เพียงซากแช่เอาไว้ให้ดูต่างหน้า แต่แค่นั้นคงยังน้อยเกินไปซองมินจึงยังมีของแถมฝากบริกรมาให้และกำชับว่ามอบกับมือตอนที่เขาจากไปแล้ว

เพื่อนคุณฝากนี่ไว้ให้ด้วยครับ

แผ่นกระดาษแบบเดียวกับที่แม่สาวทรงโตเมื่อครู่ใช้เขียนเบอร์ห้องให้ถูกยื่นมาตรงหน้า มันถูกไว้ครึ่งหนึ่งร่างหนาจึงต้องเปิดมันออก

 

คนทรยศ

 

แค่เห็นข้อความตาคมก็เบิกกว้างเพราะมันทำให้เข้าใจในหลายๆอย่างโดยไม่ต้องไต่ถามอีก ร่างหนาหันไปสั่งบริกรสองสามคำให้คิดบัญชีที่ห้องของตนแล้วรีบวิ่งออกไปจากเล้าจ์ก่อนที่อะไรจะเลวร้ายไปกว่านี้

เขาไม่รู้ว่าซองมินรู้อะไร เห็นอะไร หรือเกิดอะไร แต่ที่แน่ๆมันคงจะเลวร้ายมากเกินกว่าที่หัวใจดวงน้อยที่บริสุทธิ์นั้นจะรับไหวแน่ๆ

ทันทีที่ลิฟต์เปิดออกราชนิกูลหนุ่มก็วิ่งพุ่งไปยังห้องพักของคนตัวเล็ก ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำอะไรที่ท้าทายได้ขนาดนี้แต่ความโมโหที่มีก็น้อยนิดเมื่อเทียบกับความเครียดที่ก่อเกิด เขาเคาะประตูหนักๆอยู่สามสี่รอบอิทึกก็ออกมาเปิดให้ด้วยสีหน้าเครียดๆ

ซองมินล่ะครับ พยายามทำเสียงปกติแต่คนฟังก็รู้อยู่ดีว่ามีเรื่อง

โน่นแน่ะ

เขาพยักเพยิดไปทางร่างเล็กที่กำลังลากกระเป๋าเดินออกมาพอดี ตาขวางจ้องมองคนที่ยืนอยู่หน้าห้องด้วยสภาพที่น้ำตาเปื้อนแก้ม หน้าตาน่ารักหายไปเหลือแค่สภาพคนที่เสียใจจนยากจะเยียวยา เวลานี้คยูฮยอนไม่คิดจะสนใจว่าอิทึกคือคนนอกหรือว่าคนในเพราะแค่เห็นหน้าซองมินก็เข้าไปคว้าแขนเอาไว้ไม่ให้เขาไปไหนทั้งนั้น

จะไปไหน

ไม่ต้องมายุ่ง!!” เสียงเล็กตวาดลั่นซ้ำยังสะบัดแขนอย่างรังเกียจ ไปไหนก็ไปเลยไป

มีเหตุผลหน่อยสิ ฟังกันก่อนจะได้มั๊ย ถึงจะโมโหเพราะไม่มีใครเคยอาละวาดใส่แบบนี้แต่ก็ยังทำใจเย็นกัดฟันอยู่ได้

เขาไม่ได้อยากจะมาทะเลาะกับแฟนโชว์ต่อหน้าคนอื่นหรอกนะ

ฟังเหรอ กระต่ายน้อยตวาดลั่น ฟังคำที่โกหกซ้ำไปซ้ำมาทำเหมือนว่าชั้นเป็นไอ้หน้าโง่เหรอ

ชั้นอธิบายได้นะ

ชั้นไม่อยากฟังเรื่องโกหกที่นายกุขึ้นมาหลอกไปวันๆหรอกนะ เสียงสั่นเครือตวาดซ้ำ ไปให้พ้น ..ไม่ต้องมาให้ชั้นเห็นอีก

นี่ ..ถ้าจะหาเรื่องก็หยุดเถอะ คุยกันดีๆไม่ได้หรือไง

คุยกันดีๆใช่มั๊ย?

เสียงขุ่นกดต่ำก่อนกระหน่ำฝ่ามือซัดลงที่แก้มร่างหนารัวดังจนอิทึกตกใจ เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

ออกไปจากชีวิตชั้นเดี๋ยวนี้!!!”

 

คนโดนตบถึงกับเซเพราะชาตินี้ยังไม่เคยมีคนกล้า รอยฝ่ามือครบห้านิ้วผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่ขาวเนียนจนแดงเถือก ซองมินใช้โอกาสที่เขายังอึ้งผลักอกหนาแล้วรีบเดินหนีออกไปโดยมีอิทึกวิ่งตามออกไปโดยไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าคนที่โดนซัดจนมึนจะเป็นเช่นไรเพราะเจ้าตัวเล็กก็ใช่ว่าจะตบเบาๆ ซึ่งแค่เข้าไปในลิฟต์ร่างเล็กก็ทรุดตัวลงนั่งร้องไห้กับพื้นอีกครั้งจนคนเป็นพี่สงสารจนแทบจะทนไม่ไหว

ตลอดทางที่นั่งรถของโรงแรมไปยังสนามบินซองมินก็เอาแต่ร้องไห้ซบที่อกของพี่ชายคนสนิท ช้ำเหลือเกินที่ต้องมาทนรับสภาพที่เลวร้ายอย่างที่ไม่เคยคิดแบบนี้ ทั้งที่เชื่อใจ ทั้งที่ให้ทุกอย่างแต่เขากลับไม่เคยเห็นถึงคุณค่า กว่าจะรู้ตัวว่าโง่งมงายก็เสียไปหมดทั้งตัวทั้งใจแล้ว

อิทึกไม่รู้จะพูดอะไรได้นอกจากนั่งกอดน้องเอาไว้เพื่อให้เขารู้สึกดีขึ้นบ้าง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันรวดเร็วเสียจนตั้งตัวไม่ทัน ไม่ได้บอกใครด้วยซ้ำว่าซองมินตัดสินใจจะกลับโซลเพียงลำพังในคืนนี้

ฮึก..ฮือ..

ไม่เป็นอะไรนะ ..พี่ยังอยู่ทั้งคนนะซองมินนะ

ฮือ.. เค้าหลอกผม ..เค้าโกหก ..ฮึก..ฮือ

อืม พี่เข้าใจนะ.. พี่เข้าใจ

อิทึกนั่งเป็นเพื่อนน้องรักจนกระทั่งน้ำตาไม่มีจะให้ไหลและเหลือแค่เพียงรอยช้ำในดวงหน้า ซึ่งเพราะออกมาในช่วงกลางดึกและใช้เวลาพอสมควรกว่าจะถึงสนามบินปูซานกิมเฮซ้ำยังต้องซื้อตั๋วที่สนามบินจึงทำให้ทุกอย่างฉุกละหุกไปหมด กว่าที่ซองมินจะแยกไปก็ตอนที่ตะวันเกือบจะขึ้นอยู่แล้ว

ร่างเล็กหอบร่างที่ช้ำหนักขึ้นไปบนเครื่องบินและโทรศัพท์หาพี่ชายตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อบอกให้เยซองขับรถออกไปรับ ตลอดระยะเวลาชั่วโมงกว่าๆที่อยู่บนเครื่องน้ำตาก็ไหลออกมาอีก ถ้าหากหัวใจสามารถแตกสลายได้มันคงกลายเป็นเถ้าผงธุลีไปแล้ว

เจ็บจนไม่รู้จะพูดอย่างไร ..รักครั้งแรกเผาไหม้จนร่างกายแทบไม่เหลือซาก หากรักนั้นคือปราสาททรายที่ใช้หัวใจก่อร่างสร้างเอาไว้ ตอนนี้มันคงจะโดนคลื่นโถมซัดพังภายในพริบตาจนสิ่งที่ตั้งใจเฝ้าถนอมต้องหายไปอย่างง่ายดายและไร้ค่า

เจ้าตัวกลมเดินลากกระเป๋าออกมาในสภาพที่ไม่ต่างอะไรจากผีดิบ ชีวิตคล้ายจะหมดสิ้นในทุกๆอย่าง แววตาที่แห้งผากไร้ความสดใสทำให้เยซองถึงกับอึ้ง ดวงตาที่บอบช้ำเหม่อลอยไม่เห็นว่าพี่ชายอยู่ตรงไหนจนกระทั่งเยซองต้องเดินเข้าไปหาและคว้ากระเป๋ามาไว้กับตัว

แค่เห็นหน้าพี่ แค่เห็นหน้าคนที่รักและหวังดีมาตลอดก็โผเข้ากอดร่ำไห้ราวกับคนบ้า

ฮือๆ ..ตาตี่ ..ฮือ..

เป็นอะไร.. ใครทำอะไร ทำไมกลับมาคนเดียว

พี่ชายยังทำใจเย็นทั้งที่สังหรณ์ประหลาด เหมือนจะเดาได้ว่าน้องชายต้องร้องไห้เพราะใครแต่ก็ยังไม่อยากจะเอ่ยถามเสียทีเดียวเพราะไม่อยากจะสะกิดใจให้ช้ำมากไปกว่านี้ และที่สำคัญเขาก็ตกใจไม่น้อยที่คนสดใสอย่างซองมินร้องไห้ฟูมฟายจะเป็นจะตายได้ขนาดนี้

ถึงปกติจะเอาแต่ใจบ้างในบางครั้งบางคราวและขี้โมโหเวลาหงุดหงิดแต่ก็ไม่เคยเลยที่จะคุมสติไม่ได้

บอกพี่มาซิ ใครทำอะไรนาย

ฮึก.. ฮือ..

ไม่ร้องนะ ..พี่อยู่นี่แล้ว พี่จะปกป้องนายนะเจ้าตัวกลม

ฮือ..

จนปัญญาที่จะถามต่อเพราะคนเป็นน้องเอาแต่ร้องจนตัวโยน เยซองหมดหนทางที่จะซักอะไรในเวลานี้จึงทำได้แค่แบกคนตัวเล็กที่ร้องไห้จนหมดแรงขึ้นหลังแล้วลากกระเป๋าพากลับไปขึ้นรถ เขาไม่ได้พาซองมินกลับไปส่งที่บ้านแต่พามาที่ห้องของตัวเองก่อนเพราะสภาพแบบนี้คงจะให้คนที่บ้านเจ้าตัวเล็กเห็นไม่ได้

ร่างใหญ่พาน้องไปนอนบนที่นอนของตัวเองแล้วห่มผ้าให้เรียบร้อย มือหนายังคงเฝ้าปลอบประโลมและลูบเบาๆจนกระทั่งร่างเล็กหลับไปทั้งน้ำตา สภาพที่น่าสงสารและเวทนาสะท้อนให้คนที่เฝ้าทะนุถนอมดูแลยิ่งแค้นเคืองคนที่ทำร้าย แววตาที่นิ่งสงบแฝงไปด้วยความหม่นหมองที่ไม่สามารถปกป้องน้องได้ ทั้งเจ็บทั้งแค้นที่คนเลวๆมาทำร้ายดอกไม้ที่แสนบริสุทธิ์จนกลีบช้ำกลับมาแบบนี้

กรามกัดแน่นแววตาวาวโรจน์ไปด้วยความแค้นเคืองและเกลียดชัง

กูไม่เอามึงไว้แน่ โจวคยูฮยอน!!”

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ending talk

 

 

ตอนแรกกะจะเศร้า แต่เปลี่ยนใจ เอาแบบนี้ดีกว่า  ซึ่งตอนนี้เศร้าไม่เศร้าไม่รู้ล่ะ ...แต่ที่รู้ๆคือ ไม่ใช่คู่คิเฮที่แตกหัก หึ หึ

 

 

ปล้ำปลาเตี้ยขาโก่ง  เอาช็อตวอนฮยอกมาลงให้แล้วนะคะ

 

ปล้ำปลาก้นใหญ่ มีคนถามว่า ยอโบ กับ จากียา ต่างกันตรงไหน อันนี้บลูตอบตามที่สังเกตมานะคะ คือ

ชากี / ชากียา (ตัวเอง / ที่รัก) คือคำที่เอาไว้เรียกแฟน 

ยอโบ (ที่รัก) คือคำที่เอาไว้ใช้ระหว่างคนรักที่แต่งงานกันแล้วค่ะ

ดังนั้นฮีชอลเลยเคืองๆฮันกยองที่เรียกตัวเองว่ายอโบ เพราะอาตี๋ของเราลามปามแบบก้าวกระโดดกันเลยทีเดียว ตอนแรกบอกว่าเป็นว่าที่ภรรยา พอเรียกยอโบก็เหมือนกับประกาศว่าตอนนี้ฮีชอลเป็นภรรยาตัวเองแล้ว ประมาณนั้นค่ะ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #67047 DreamPatty (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2556 / 15:04
    เลวที่สุดเลย...โจวคยูฮยอน...
    #67,047
    0
  2. #66987 แดกเด็กทั้งวัน (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 22:11
    ชอบซังบอมๆๆๆ 
    มีช่วยพี่ชายย 
    #66,987
    0
  3. #66818 แอ๋มแป๋ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2555 / 02:41
    เฮียเย่ จัดหนักเลยเอาให้สาสม

    สงสารมินอ่ะ เพราะรักถึงได้เจ็บแบบนี้

    ซังบอมน่ารักดีเนอะ พ่อสื่อ
    #66,818
    0
  4. #66300 KIHAE*129 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 00:54
    มินใจเด็ดมาก

    ซังบอมน่ารักจริงๆ

    ฮ๋าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    พี่เย่จัดกี้ให้หนัก
    #66,300
    0
  5. #66037 chin-cha (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 15 มกราคม 2555 / 02:35
    พี่เย่จัดหนักๆเลยนะ  ขอฝากด้วยที่นึ่งแรงๆโดนๆ  ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #66,037
    0
  6. #65982 Chanya.N (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 3 มกราคม 2555 / 12:20
    โดน!!! ไม่ใช่ว่าอิกี้โดนดีนะ

    แต่โดนใจรีดเดอร์นี่แหละ!!!

    เปิดฉากตีโต้!! จะ*ปี๊บบบบ*(เซ็นเซอร์) ไปไหนห๊ะ!? อิคุณคยู!!!
    #65,982
    0
  7. #65847 satohara (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2554 / 22:05
     คยูแกตายซะเถอะ พี่เย่เอาให้หนักๆไปเลย สมควรโดนซะบ้าง 
    #65,847
    0
  8. #65776 Darker-40 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 / 14:05
    ไงละ

    -_- ว่าเเล้วว่าซักวันซองมินต้องรู้

    พี่เย่ เอาหนักๆ หมันไส้
    #65,776
    0
  9. #65747 MTieluk (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 15:36
    กี้แกไม่น่าทำแบบนั้นเลย พี่เย่ยำแกเละเทะแน่
    คิเฮค่ะ หวานไปไหนเต้าเขินนะ(โดนเตะ)
    #65,747
    0
  10. #65633 Ringo-rr (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 00:31
     กี้แกเละเเน่ พี่เย่ไม่เอาแกไว้เเน่  

    คยูมินนี่ ดราม่าสุดๆเเต่ คิเฮ หวานสุดๆเหมือนกัน
    ต้องขอบคุณซังบอม 
    อิอิ


    #65,633
    0
  11. #65614 SARANGHAY (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2554 / 11:30
    อยากให้กี้เจ็บบ้างอ่ะให้สำนึกซะบ้างว่าคนอื่นก็มีหัวใจเหมือนกัน

    555อินจริๆงเลย
    #65,614
    0
  12. #65335 noteno (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2554 / 13:14
     กี้แกไม่รอดแล้วแหละ
    #65,335
    0
  13. #65273 เจ้าชายหมาป่า (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2554 / 17:28
    เพลงชั้งเพราะ ไม่เกี่ยว = =
    #65,273
    0
  14. #65225 NANA (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2554 / 17:41
    คยูเจ้าชู้เกินไปแล้ว ใครมาเสนอ ก็สนองไปหมด

    ไม่เลือกเวลา สถานที่ นี่ขนาดมากับมิน

    ยังอุตส่าห์แอบไปฟัดกับผู้หญิงอื่นอีก

    แถมเรนะยังโทรมาหาอีก แบบนี้มินจะทนไหวได้ไง สงสารมิน T^T



    สมน้ำหน้า!!! ตบแค่นี้ยังน้อยไป



    พี่เย่ช่วยสั่งสอนคยูให้หนักเลยนะ เอาเลือดหื่นๆออกซะบ้าง
    #65,225
    0
  15. #65097 aibel (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2554 / 07:12
    คยูเจ้าชู้จนได้เรื่องจนได้  โดนเยซองจัดการแน่   สงสารซองมินรักครั้งแรกเล่นซะเจ็บเลย



    คิเฮกลับมาหวานอีกครั้ง  ต้องขอบคุณซังบอมนะเนี้ย ที่คอยจัดการให้
    #65,097
    0
  16. #64581 Shido_Hikaru (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2554 / 22:54
    นั่นไงว่าแล้ว เย่โกรธมากจริงๆด้วย

    งานนี้คยูเละเป้นโจ๊กปั่นแน่ๆ

    โดนกระต่ายตบไปสองที ยังนับว่าไม่สาสม

    เย่ลุย

    #64,581
    0
  17. #64031 PARISO'KH (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2554 / 23:21
    พี่เย่เต็มที่เลยค่ะ เอาให้หนัก - -+++++++
    #64,031
    0
  18. #63884 []เดอะ.สอง? (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2554 / 19:57
     คิเฮหวานเว่อร์ 
    คยูมินนี่สิ น่าหนักใจ
    #63,884
    0
  19. #63564 Pink_Panther (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 20 เมษายน 2554 / 16:57
    หนูมินอย่าร้องนะลูก T T

    พี่เย่จัดไปหนักๆเลย เชียร์พี่เย่สุดฤทธิ์ !
    #63,564
    0
  20. #63311 Mapii ky (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 เมษายน 2554 / 13:29
    คิเฮหวานกันซะอยู่ริมหาด

    แค่คยูมิน เครียดกันซะ หนูมินเจ็บหนักเลยคราวนี้

    เกลียดเอ๋อแล้วนะ!!!!!!!!

    #63,311
    0
  21. #63268 mister.bean (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 2 เมษายน 2554 / 22:03
    ซังบอม ชั้นรักนายจริงจริ๊งงง ><'
    สงสารมิน แอบสมน้ำหนากี้ หึ !
    พี่เย่จัดหนัก ๆ เลย

    #63,268
    0
  22. #63201 ♥mt_saranghae>>km♥ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 28 มีนาคม 2554 / 15:17

    คิเฮคัมแบ๊ค !
    แต่เอาบักกี้ไปไกลๆได้ป่ะ เลวอลังการ !
    พี่เย่ขอหนักๆ

    #63,201
    0
  23. #63197 onlyhanchul (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 27 มีนาคม 2554 / 23:25
    ซังบอมนายเจ๋งไปเลย เพราะถ้าปล่อยไว้ทั้งคู่ก็ไม่ได้เดทกันซะที ชอบชอบชอบ
    #63,197
    0
  24. #63133 Cass&E.L.F (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 มีนาคม 2554 / 17:17
    แหม...ซังบอมนะซังบอม จอมวางแผนเชียวนะ
    คิเฮเลยได้หวีดหวานกันอีกแว้วว หลังจากอึมครึมมานาน
    ส่วนอิ่พี่กี้ สะใจเว้ย!! ถึงจะสงสารมินแต่ก็ดีแล้วที่มินตาสว่างเสียที
    ไม่ต้องโดนอิ่พี่กี้หลอกอีก น่าจะโดนตบจนหน้าบวมเลย ชิชะ
    แต่ปล่อยให้พี่เย่จัดการดีกว่า โดนหนักกว่านี้แน่ เหอๆๆ
    #63,133
    0
  25. #63132 Cass&E.L.F (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 มีนาคม 2554 / 17:17
    แหม...ซังบอมนะซังบอม จอมวางแผนเชียวนะ
    คิเฮเลยได้หวีดหวานกันอีกแว้วว หลังจากอึมครึมมานาน
    ส่วนอิ่พี่กี้ สะใจเว้ย!! ถึงจะสงสารมินแต่ก็ดีแล้วที่มินตาสว่างเสียที
    ไม่ต้องโดนอิ่พี่กี้หลอกอีก น่าจะโดนตบจนหน้าบวมเลย ชิชะ
    แต่ปล่อยให้พี่เย่จัดการดีกว่า โดนหนักกว่านี้แน่ เหอๆๆ
    #63,132
    0