Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 41 : Charpter 29 : ปากร้ายใจดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    15 พ.ย. 52

 

จูบหวานบาดจิตจบลงพร้อมกับอ้อมกอดอุ่นๆที่มอบให้แก่กัน ดงแฮรีบแต่งตัวให้เสร็จหลังจากโดนไล่ออกมาจากห้องน้ำได้สักพักโดยที่มีคิบอมคอยส่องไฟฉายให้หยิบชุด พอเรียบร้อยกันทั้งคู่ก็จูงมือกันลงไปตรวจดูไฟที่ด้านล่างว่าปิดครบหรือเปล่า จากนั้นจึงจัดการปิดสวิตซ์ไฟให้หมดแล้วค่อยกลับมาที่บ้านบน

ดงแฮไม่มีกะจิตกะใจอ่านหนังสือจึงมุดตัวเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยความเขิน พอได้ยินเสียงฟลุ๊ทดังใกล้ๆตัวก็โผล่หน้าออกมาอย่างรวดเร็ว และทันทีที่เห็นว่าเป็นคิบอมนั่งเป่าชมแสงจันทร์ที่นอกหน้าต่างก็ร้องโวยใส่

“ตาบ้า เสียงนี่มันมาจากฟลุ๊ทนายเหรอ”

“อืม” คิบอมตอบเนียนๆ ใครจะอยากรับว่าตั้งใจแกล้ง

“ชั้นกลัวแทบแย่เลยรู้มั๊ย”

“อ่ะ.. ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ”

เสียงต่ำๆที่แฝงไฟด้วยอารมณ์เรียบๆทำให้คนที่ตั้งท่าจะงอนนั้นค้อนไม่ลง เมื่อครู่ก็หวานแสนหวาน จะว่าไปมันก็ดีเพราะถ้าเขาไม่กลัวผีคิบอมก็คงจะไม่ต้องเข้าไปในห้องน้ำ

ร่างเล็กปล่อยให้เขานั่งบรรเลงเพลงไปเรื่อยๆ โดยที่ตนก็นอนมองท่าทางเหล่านั้นด้วยความสุข ตั้งแต่รู้จักกันมาคิบอมไม่เคยเป่าฟลุ๊ทให้ได้เห็น ที่ผ่านมาก็เคยเห็นเล่นแค่บนเวทีในงานสานสัมพันธ์แต่ก็จำแทบไม่ได้แล้วว่ามันเป็นยังไง พอมาได้เห็นในตอนนี้ก็รู้สึกว่าเขาเท่ห์และอบอุ่นเหลือเกิน

แต่แล้วจู่ๆมือหนาก็ลดระดับของเครื่องดนตรีสีเงินวาวลงพร้อมกับขมวดคิ้วน้อยๆแล้วสบถออกมาคำหนึ่ง

“เชี่ยเอ๊ย!!

“อะไรเหรอคิบอม” ตัวเล็กรีบลุกจากที่นอน

ร่างหนาซึ่งสวมเสื้อยืดอยู่นั้นรีบเดินไปหยิบเสื้อกล้ามมาเปลี่ยน แต่พอจะออกไปก็ถอดมันออกอีกรอบแล้วหยิบผ้าขนหนูมาพันทับกางเกงขาสั้นที่สวมอยู่ จากนั้นจึงค่อยผลักประตูไปยืนบิดขี้เกียจอยู่นอกระเบียงให้ตัวเล็กงงเล่น

แต่ในเมื่อเขาไม่บอก ร่างบางก็แอบมองลอดหน้าต่างก็เห็นเงาตะคุ่มๆอยู่ไม่ไกลนัก สัญชาตญาณมันบอกว่าคือใครและเขาก็ตกใจไม่น้อย

“มยองแจอุคเหรอ!!

 

ที่อีกฝั่งหนึ่ง คนซึ่งอยู่คนละเขตอย่างแจอุครีบใช้โอกาสที่ตัดไฟมาป้วนเปี้ยนที่บ้านหลังเล็ก ทางการประกาศว่าจะเพิ่มเวลาตัดไฟเป็นสองชั่วโมงเพราะปัญหายังไม่เสร็จซึ่งคิบอมกับดงแฮไม่ได้รู้ในส่วนนั้น ตัวมันนั่งมองอยู่ที่รถและให้ลูกน้องไปสอดส่องที่ตัวบ้าน แต่พอคิบอมเดินออกมาในชุดที่เปลือยอกและผ้าขนหนูพันแค่ท่อนล่างก็ตาโต

“ลูกพี่ นั่นเหมือนไอ้คิบอม” ลูกน้องที่นั่งอยู่ด้วยรีบบอก “มันมานุ่งผ้าขนหนูอยู่นี่ งั้นคนสวยของลูกพี่ก็เสร็จมันแล้วน่ะสิ”

“ปากมึงเหรอ” มันคำรามใส่แต่สายตายังจับจ้องไม่เลิก สงสัยอยู่เหมือนกันว่าคิบอมมันจะมาอยู่ทำไม

ก่อนจะได้คำตอบร่างหนาก็เดินบิดขี้เกียจกลับไปในห้อง จากนั้นก็เป็นเจ้าของบ้านร่างบางๆที่เดินออกมาบ้าง ดงแฮอยู่ในชุดนอนตัวโคร่งดูน่ารัก ผมที่เริ่มยาวถูกมัดที่ท้ายทอยเหมือนเป็นเด็ก แม้จะไม่สว่างมากและอาศัยแค่แสงจากดวงจันทร์ที่ก็ไม่ได้เต็มดวงแต่ก็มองรู้ว่าเขาน่ารักมากจริงๆ

“แม่ง น่าฟัดชิบ” มันพึมพำเบาๆ

ยังไม่ทันก็ต้องกัดกรามแน่นเมื่อคิบอมซึ่งเข้าไปเปลี่ยนกางเกงขาสั้นเดินตามมากอดรัดคนน่ารักเอาไว้ รอยยิ้มที่แสนหวานของดงแฮที่มันไม่เคยเห็นถูกส่งให้กับศัตรูตัวฉกาจ นอกจากจะเป็นแก๊งคู่อริแล้วมันยังจะมาเป็นมารหัวใจอีก ไอ้เวรคิบอม!!

“ผมว่ามันฟัดไปก่อนลูกพี่แล้วล่ะ” ไอ้ลูกน้องปากเสียโพล่งออกมาอีกครั้งเมื่อจมูกแหลมกดจูบลงพรมที่แก้มหอม

ดงแฮและคิบอมรู้อยู่แล้วว่ามีใครมองก็แกล้งหวานแหววให้คนแถวๆนั้นได้รู้และเจ็บใจเล่น ทั้งหมดนี้มันคือแผนการของเจ้าผมปาดทั้งนั้น แต่เด็กน้อยตาแป๋วก็เต็มใจจะเล่นเพราะว่าอีกคนเป็นคิบอม แม้จะเขินที่โดนคิบอมน้อยดันเอาจนต้องหยุดจูบ แต่ตอนนี้มันสงบและเลิกซนแล้วก็คงไม่เป็นไรถ้าจะกอดกันใหม่อีกรอบเพราะเขาก็ชอบที่จะกอดกับคิบอม

“ว่าเค้าแต่ก็ซนเอง” เสียงหวานร้องดุเบาๆแต่มันก็ทำให้ใครแถวนั้นได้ยินอย่างชัดเจน

“รู้นะว่าชอบให้ซน หึ หึ”

“อย่ามาทำเป็นรู้ดี”  มือเล็กหยิกเข้าที่แก้ม จากที่คิดว่าคือละครก็เริ่มจะวกมาเข้าเรื่องจริงแล้ว คิบอมอ่ะชอบโมเมตลอดเลย นี่แน่ะ..

“ดื้อ”

“อือ ก็คิบอมซนก่อน นี่แน่ะๆ” ว่าแล้วก็บิดอีก “แก้มหรือซาลาเปาเนี่ย”

“อย่ามาดื้อนะเจ้าตัวยุ่ง” มือใหญ่บิดจมูกโด่งบ้าง “ไม่อยากนอนใช่มั๊ยเนี่ยถึงได้ดื้อนัก”

“ใครบอกเล่า”

“เจ้าแป๋วปากแข็ง” ว่าแล้วก็ดันเบาๆที่หน้าผากแล้วจูบหนักๆเข้าที่แก้ม “ดาวสวย”

“โรแมนติกเป็นกับเค้าด้วยเหรอ อิ อิ”

ก็ไม่เป็น แต่มันสวยก็บอกว่าสวย

น่ารักสู้ชั้นได้หรือเปล่า

ขี้เหร่แบบนี้ยังจะกล้าเทียบกับดาวอีกเหรอเจ้าตัวยุ่ง กำปั้นใหญ่กดลงเบาๆที่กลางกระหม่อม

ดงแฮเลยดิ้นใหญ่ ใครขี้เหร่ ขี้เหร่ก็อย่ามากอด

ถ้าไม่กอดจริงๆคนแถวนี้ก็หาเรื่องงอนอีกนั่นแหละ

เชอะ

รอยยิ้มของดงแฮพรายออกมาอย่างเป็นสุข เสียงใสร้องพึมพำเบาๆเป็นเชิงต่อว่าอย่างไม่จริงจังนัก ซึ่งเจ้าเด็กผมปาดก็ไม่ได้ใส่ใจ ยังซุกหน้าสูดเอากลิ่นหอมๆเข้าร่างกายอยู่แบบนั้นและคลอเคลียไม่ห่าง แม้จะเป็นแค่ละครฉากเล็กๆแต่ก็สร้างความสุขใจให้ และมันก็สร้างความโกรธแค้นให้คนมองเป็นทวีคูณ

“ลูกพี่ กระทืบแม่งเลยมั๊ย”

“มึงอยากโดนพ่อกูกระทืบมั๊ยล่ะ” มันสวยกลับอย่างคนที่จนปัญญา “มึงก็รู้ว่าพ่อกูแทบจะฆ่าตอนรู้ว่าโดนพักการเรียนน่ะ อยากตายกันรึไง”

“งั้นเอาไว้ก่อนก็ได้ ยังไงน้องดงแฮคนสวยก็ไม่เหลืออะไรแล้วอ่ะ”

เสียงอ่อยๆถอนหายใจดังเฮือก ใครๆในไมอาที่ปันใจมาชอบผู้ชายก็มีใจให้ดงแฮกันแทบทั้งนั้นล่ะ มีแต่เจ้าตัวเล็กเท่านั้นแหละที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร แต่ที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ก็เพราะมยองแจอุคมันกำราบเอาไว้แทบทั้งนั้น แต่นี่อะไร ดันเสร็จไอ้เวรตะไลโรงเรียนศัตรูไปได้

แม่ง ขายหน้าชิบ!!

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

ฮันกยองนั่งทอดสายตามองกระดาษตอบรับในมืออย่างไม่ค่อยสบายใจนัก การไปอังกฤษเพื่อเข้าค่ายร่วมกับเด็กที่ได้ทุนเดียวกันจากทั่วโลกสามสับดาห์นั่นมันไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา แต่ที่หนักใจก็คือการย้ายโรงเรียนเพื่อไปเตรียมพื้นฐานสำหรับการเข้ามหาวิทยาลัยในปีหน้าต่างหาก

ใช่อยู่ที่ตอนเข้าวินเซอร์รูฟเขาสอบชิงทุนเข้า มันคือทุนเดียวกันและก็จะต้องไปสอบอีกครั้งเพื่อทดสอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย ช่วงเวลาที่ยังเรียนอยู่ที่นี่ก็จะต้องมีการวัดระดับอยู่เสมอ ซึ่งมันก็ไม่แปลกเพราะทั้งพ่อและแม่ก็เป็นเด็กทุนกันมาก่อนทั้งนั้น

บางทีเขาก็นึกตำหนิตัวเองอยู่เหมือนกันที่ดันไปสอบทุนย่อยของโครงการ เขาอยากได้มันก็จริงแต่บางทีมันก็ใจหายที่จะต้องไปเริ่มต้นทื่อื่นใหม่เร็วขนาดนี้ เพราะตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกแล้วว่าใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนได้ไม่คุ้มสักเท่าไหร่และเพื่อนสนิทที่คบกันได้จริงๆก็มีนับคนได้ว่ากี่คนแน่

ตอนเข้ามาวินเซอร์รูฟก็ได้ซีวอนคอยแนะนำตามประสาหัวหน้าห้อง และเพราะเข้ากันได้จึงกลายมาเป็นอีกคนหนึ่งในกลุ่ม ช่วงแรกเขาไม่ค่อยจะลงรอยกับคิบอมนักแต่หลังๆพอแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ก็กลายเป็นว่ากลายเป็นเพื่อนได้อย่างสนิทใจจริงๆ ด้านคยูฮยอนก็ไม่ค่อยมีอะไร แค่ชอบทำโน่นทำนี่ตามประสาพวกอีโก้สูง ซึ่งบางครั้งมันก็น่าหมั่นไส้ แต่พอทำความเข้าใจว่าเขาถูกเลี้ยงมาแบบนั้นจึงไม่แปลก เพราะพื้นฐานของคยูฮยอนก็เป็นคนดี

การปรับตัวเข้ากับสามคนที่แตกต่างค่อนข้างทุลักทุเลอยู่ไม่น้อย แต่พอผลที่ออกมามันน่าประทับใจก็ไม่อยากจะห่างมันไปไวขนาดนี้ เพราะหนึ่งปีมันก็มีค่า

เสียงเคาะประตูเบาๆทำให้ร่างหนาขานรับตามความเคยชิน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคือมารดาที่เตรียมของบำรุงมาให้ หล่อนเป็นแบบนี้เสมอเพราะรู้ว่าลูกชายใช้ร่างกายและสมองหนัก

“แม่ต้มน้ำซุปมาให้ ทานตอนร้อนๆจะได้หลับสบายนะ” หล่อนยิ้มบางๆอย่างอ่อนโยน

“ขอบคุณครับ”

“สมใจแล้วสิเรา อยากได้ทุนนี้ไม่ใช่เหรอ” หล่อนเอ่ยถามเมื่อเหลือบไปเห็นของในมือลูก

ฮันกยองรู้ว่าแม่ภูมิใจจึงพยักหน้าตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ “ก็ยังอึ้งอยู่ฮะ ไม่รู้ว่ามันได้มาได้ยังไง”

“ได้มาแล้วก็ทำให้มันดี ทดแทนคนที่เค้าไม่ได้ ถ้าเราทำได้ไม่ดีน่ะมันก็เท่ากับเรามาเบียดเบียนที่คนอื่นที่เค้าควรจะได้”

คำพูดมันช่างกระแทกไปถึงม้ามถึงไตกันเลยทีเดียว “เอ่อ.. ครับ”

“แล้วพี่ดงแฮเป็นยังไงบ้างล่ะ”

“ก็ใกล้หายแล้วครับ” พูดไปก็อมยิ้มไปด้วย “เค้าฝากขอบคุณซุปกับขนมของแม่ด้วย”

“ถ้าชอบก็เอาไปฝากเค้าอีก ไปทำให้เค้าเจ็บตัวก็ดูแลเค้าดีๆหน่อย ตอนเด็กเราก็ไปแกล้งเค้าไว้เยอะไม่ใช่เหรอ”

พอโดนลากเรื่องในอดีตก็ยิ้มเจื่อนๆ ไม่รู้เหมือนว่าว่าเด็กเปรตคนนั้นมันโตมาเป็นตัวเองได้ยังไง

“ก็ตอนนั้นมันเด็กนี่ฮะ”

“แม่ยังจำที่เราไปไล่เปิดกระโปรงเค้าได้นะ เค้าร้องไห้มาฟ้องแม่ตั้งหลายรอบว่าเราน่ะไปแกล้งเค้า”

“แต่เค้าเหมือนผู้หญิง ใครจะไปรู้ล่ะฮะ เล่นใส่กระโปรงแบบนั้นน่ะ”

“ไล่หอมแก้มเค้าด้วยนี่ แม่ยังแซวพ่ออยู่เลยว่าได้เชื้อเจ้าชู้จากใคร” สายตาผู้เป็นแม้ล้อเลียนเล็กๆ

ลูกชายเลยก้มหน้าก้มตาทำท่าจะอ่านหนังสือต่อ “ผมอ่านหนังสือดีกว่า คุยเรื่องนี้ทีไรล่ะผมอายทุกที”

“ยังไงก็รีบๆนอนล่ะ”

“ครับแม่”

ทันทีที่ประตูห้องปิดลงฮันกยองก็พ่นลมบางๆผ่านจมูกออกมาอีกครั้ง คำพูดเมื่อครู่ของแม่มันยิ่งสะกิดใจให้รู้สึกผิด เพราะถ้าหากมัวคิดอยู่แบบนี้มันก็เท่ากับว่าตัวเองกำลังกินที่ของคนอื่น เพราะยังเหลือคนอีกตั้งมากที่อยากได้ทุนนี้

สุดท้ายก็ต้องปลอบใจตัวเองอย่างเลี่ยงไม่ได้ “ดีแล้วล่ะที่ได้ทุน”

 

อีกคนที่ดูจะกังวลไปไม่น้อยกว่ากันก็คือพี่สาวคนสวยที่เคยโดนเจ้าเด็กแก่แดดปล้นจูบไปตั้งแต่เด็ก ถึงปากจะชอบต่อว่าและด่าสารพัดก็ใช่ว่าจะดีใจที่เขาจะไปจริงๆ เพราะนับตั้งแต่เล็กจนโตมานี่ก็มีไอ้เด็กบ้าคอยหลอกหลอนในความทรงจำมาตลอด แค้นมาหลายปีว่าโดนผู้ชายด้วยกันขโมยจูบแรกไป แต่พอเจอกันอีกครั้งฮันกยองก็กลับไม่ได้ทำตัวแก่แดดแบบนั้นอีก เขาโตขึ้นมาก เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก และก็สง่าขึ้นมาด้วย

เวลาไม่กี่ชั่วโมงในห้องสมุดมันทำให้ได้เห็นอะไรหลายอย่างและหลายมุม เพราะบางทีเขาก็น่ารักและมีน้ำใจ คอยช่วยเหลือโน่นนี่ตั้งหลายอย่าง จะโดนบ่นโดนว่าก็เถียงนิดหน่อยแล้วค่อยทำท่ารำคาญจากนั้นก็หูทวนลมฟังบ้างไม่ฟังบ้าง แต่มันก็ดีที่เขาก็ตามใจอยู่บ่อยๆ ถึงมันจะเหมือนว่าทำเพราะตัดรำคาญไปก็เถอะ

“ขาชั้นยังไม่หายดีเลยนะไอ้เด็กเปรต จะชิ่งหนีซะแล้ว”

มือเรียวที่นั่งวาดรูปเด็กตาตี่ๆเริ่มกระแทกปลายปากกาอย่างหมั่นไส้ ขาที่ดามเอาไว้เหลืออีกไม่กี่วันก็คงจะถึงกำหนดที่ต้องเอาออกและเดินเองได้ ถึงเวลานั้นคงไม่ต้องพึ่งจักรยานที่ตัวเองมักจะบอกว่าติงต๊องอีกต่อไปแล้ว

แต่คิดแล้วก็ใจหาย เพราะเวลาที่อิทึกปั่นแล้วตัวเองซ้อนท้ายก็ไม่ยักจะรู้สึกอะไร พอเจ้าของมาปั่นทีไรกลับอมยิ้มได้ทุกที เพราะตอนนี้เหมือนเขาจะเริ่มชินกับแผ่นหลังกว้างๆของไอ้เด็กลามกนั่นไปแล้ว

หลังจากคิดไม่ตกอยู่สักพักใหญ่ๆก็กดโทรศัพท์โทรไปหาเพื่อนสนิท อิทึกน่าจะช่วยให้หายปวดหัวได้เพราะเขาเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวล่ะมั๊งที่อยู่กับตัวเองแทบจะตลอดเวลา ระหว่างรอสายก็หยิบขนมที่แม่ฮันกยองฝากมาให้ยัดเข้าปากไปพลางๆ เพราะมันก็อร่อยดี

“อะไรวะ” คำแรกที่รับสายก็ดูจะดีใจเหลือเกิน

“แกไม่ต้องกระแทกเสียงขนาดนั้นก็ได้” ฮีชอลรีบประชด

“ก็ชั้นอาบน้ำอยู่ โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย”

“แล้วชั้นจะรู้มั๊ยว่าแกจะอาบน้ำตอนนี้น่ะ”

“เออ แล้วมีอะไร” ว่าพลางทำเสียงกุกกักไปด้วย ท่าทางจะเปิดประตู

“ไม่ค่อยสบายใจนิดหน่อย”

“เรื่องที่แฟนแกจะไปเมืองนอกน่ะเหรอ”

“เอ่อ..” ปากอิ่มขยับค้างไปสักครู่ “ไม่ใช่แฟน แกอย่ามายัดเยียดให้ชั้น”

“เหอะ ยัดเยียด” เสียงอีกฝ่ายร้องประชด “ท่าทางแกดูจะแฮปปี้เวลาที่เจ้านั่นมันมาอยู่ใกล้ๆนะ เมื่อเช้าก็ยิ้มหน้าบานเชียวตอนที่กินซุป ตอนนี้ก็คงนั่งยิ้มกินขนมที่แม่เค้าฝากมาให้ล่ะสิ”

คำพูดของอิทึกทำเอาสำลัก “แค่ก.. แค่ก”

“น่าน กินอยู่จริงๆด้วย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”

“อย่ามาทำรู้ดี” ว่าแล้วก็รีบตะกายหาน้ำไปด้วย “ชั้นแค่บังเอิญกิน มันหิว”

“อ๋อเหรอ”

“เออน่ะสิ” จากที่จะปรึกษาเลยต้องเปลี่ยนเรื่อง “ชั้นยังไม่เคลียร์เรื่องสมการหน้า 137 อ่ะ เลยว่าจะโทรมาถามหน่อย มันหงุดหงิดๆ”

“เหรอ นึกว่าไม่สบายใจเรื่องฮันกยองแล้วจะโทรมาปรึกษาว่าควรจะทำยังไงดีเพราะไม่อยากจะให้น้องมันไปอังกฤษแต่ก็ห้ามไม่ได้เพราะไม่ได้เป็นอะไรกับน้อง”

 เฮ๊ย ชั้นแค่ไม่สบายใจนิดหน่อย แกอย่าปรักปรำ ไม่ได้เป็นขนาดนั้นเว้ย!!

“แกอย่ามาใส่ร้ายชั้น”

“รึว่าไม่จริง อย่างแกอ้าปากชั้นก็เห็นลิ้นไก่แล้วล่ะไอ้หนูน้อยโฮมละโลน”

ดูมันเรียกชื่อนี้อีกแล้ว ..ผมไม่ได้ไฮเปอร์จิตป่วงแล้วยังแสบเหมือนไอ้เด็กนั่นนะ -*-

“แกอธิบายเลขมาดีกว่า” ร่างบางหน้าสวยที่กำลังกลุ้มรีบเฉไฉ “ชั้นอยากรู้เรื่องนั้น”

“ชั้นไม่เชื่อ”

“เอ๊ะ ไอ้นี่”

“ถ้าแกอยากจะญาติดีกับน้องมันนะ แกก็เลิกทำตัวเป็นพวกปากร้ายใจอย่างสักทีเหอะ ชั้นรำคาญว่ะ ถ้าเป็นแบบนี้น้องมันจะรู้เหรอว่าแกรู้สึกดีกับมัน”

“ชั้นไม่เคยคิดแบบนั้น” ยังปากแข็งไม่เลิก ไม่รู้ใครที่กินขนมแล้วอมยิ้มเขินอยู่เหมือนกัน

“ถุย ถ้าอยู่ด้วยกันพ่อจะยันให้” ท่าทางจะหมั่นไส้เกินทน “แกไม่รู้ตัวล่ะสิว่าเวลาอยู่กับเด็กนั่นน่ะตัวเองเป็นยังไง”

“ช่างชั้นเถอะน่า” ฮีชอลเริ่มโวยวายเพราะเดี๋ยวจะโดนลากไส้มากไปกว่านี้ “ถ้าแกไม่อธิบายชั้นจะวางแล้วนะ แกนี่มันพึ่งไม่ได้จริงๆเลย”

“ก็แกไม่ได้โทรมาเพราะอยากรู้เรื่องนั้นจริงๆ” เสียงรู้ทันมันมาอีกแล้ว

ให้ตายเหอะ ชาติก่อนมันเคยเป็นหมอดูหรือไง -*-

“งั้นชั้นวางแล้ว”

ฮีชอลกดวางสายจริงๆแล้วกระแทกเจ้ามือถือเครื่องเล็กอย่างอารมณ์เสีย เขาไม่ชอบอิทึกก็ตรงนี้ ชอบรู้ทันไปเสียหมดแล้วมันมักจะทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองโง่เวลาคุยกัน แล้ววันนี้มันก็เป็นแบบนั้นอีกจนได้ แต่ก็ใช่ว่าโทรหาแล้วจะไร้ประโยชน์เสมอไป

“เลิกปากร้ายเหรอ?” เขาพึมพำเบาๆ “อ่า.. ก็มันทำตัวน่าหมั่นไส้อ่ะ เฮ่อ..”

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

บรรยากาศการสอบที่ค่อนข้างเคร่งเครียดได้ผ่านพ้นไปทีละนิด สองคนตัวน้อยๆต่างคอยสอดส่องรอบข้างไม่หยุดหย่อนเสียที ดงแฮก็ชำเลืองมองคนนิ่งๆที่นั่งอยู่ขวามือแบบเงียบๆ เขาชอบเวลาที่คิบอมจับปากกาทำข้อสอบเพราะมันเป็นภาพที่ค่อนข้างแปลก ปกติก็เห็นแต่เอามันมาไว้หมุนเล่นหรือไม่ก็วาดรูปขีดเขียนไปตามประสา พอมานั่นครุ่นคิดคำตอบแล้วขีดเขียนเพื่อทดเลขนี่มันก็เท่ห์อยู่ไม่น้อย

ส่วนซองมินก็มองผ่านไหล่เพื่อนสนิทไปด้านหน้า คยูฮยอนนั่งโต๊ะหน้าดงแฮเขาที่นั่งอยู่ข้างซีวอนและหลังคิบอมเลยสามารถมองได้ชัดเจน แต่ถึงจะเห็นหลังมากกว่าหน้าที่เห็นแค่มุมข้างๆก็ยังถือว่าเป็นกำลังใจได้เป็นอย่างดี ทำข้อสอบไปก็อมยิ้มไป อะไรจะสุขไปกว่านี้อีก

ช่วงเช้าจบไปก็รีบไปทานข้าวกันที่โรงอาหาร ฮันกยองยังทำหน้าที่บุรุษพยาบาลอย่างดีเพราะก็รีบปรี่ไปรับฮีชอลมาทานข้าวด้วย เขาปั่นจักรยานไปรับที่ตึกแล้วก็พามาโรงอาหาร ไปต่อแถวซื้อข้าวให้ แล้วไหนจะคอยบริการทุกอย่าง ทำเอาเพื่อนอดที่จะกัดกันไม่ได้

รับผิดชอบที่ทำให้เจ็บหรือว่ารับผิดชอบชีวิตวะเนี่ย” คยูฮยอนแกล้งพูดลอยๆตอนที่เพื่อนเดินผ่านโต๊ะเพื่อเอาน้ำไปให้รุ่นพี่คนสวย

“อะไรของแกอีก” เสียงขุ่นกระแทกกลับ “นายเอาเวลาหาเรื่องจับผิดคนอื่นน่ะไปตามหารักแท้เหอะไป เจอทีไรก็รักคุดตลอดเลยนี่ ไม่กี่วันก็เลิก”

“หึ คนอย่างนี้จะอยากมีอยู่เหรอ” คิบอมเสริมได้เร็วทันใจ สองคนนี้มักจะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยก็ตอนที่หาเรื่องกัดคุณชายโจนี่แหละ

พอโดนเพื่อนรุมแบบนั้นก็แก้ลำโดยการชะโงกไปจูบเบาๆที่แก้มใส ทำเอาซองมินตาค้างไปเพราะมันเป็นแก้มของใครอีกคน ดงแฮร้องขึ้นเบาๆแล้วลูบหน้าพร้อมกับมองหน้าเขาอย่างงอนๆ

“เล่นแบบนี้อีกแล้วอ่ะ”

“ก็แก้มดงแฮขาวน่าจุ๊บ” ยังหน้าด้านแถไปเรื่อย “หอมอีกต่างหาก”

“คยูฮยอนอ่ะ คนมองเต็มเลย” ตัวเล็กหน้าชารีบกวาดตามองไปรอบๆ และก็ไปหยุดสบตาเจ้าหน้าโหดที่ยังนิ่งอยู่ ใจจริงก็อยากให้เขาแสดงออกว่าหวงสักนิด แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะคิบอมไม่มีท่าทีอะไรนอกจากนิ่งสงบ

คุณชายจอมกะล่อนมองหน้าเพื่อนอย่างกวนๆแล้วรีบพูด “ถ้าชั้นอยากจะมีขึ้นมาก็มีได้นะ”

พูดแล้วก็หันไปยิ้มยั่วซีวอนที่นั่งหน้าตึงอยู่ เขารู้ว่าต่อให้ร่างหนานั่นอยากทำก็คงไม่มีปัญญาเพราะว่าความเป็นสุภาพบุรุษค้ำคอ ประธานร่างสูงยังนิ่งอยู่แต่ก็ส่งสายตาตำหนิไปกำนัลเพื่อนในความเงียบแต่ดูเหมือนคยูฮยอนจะไม่ได้ใส่ใจ เขายังยิ้มแย้มอารมณ์ดีจนกระทั่งรับรู้ได้ว่ามีใครอีกคนเงียบลงไปจึงได้หันไปมอง

ซองมินก้มหน้าก้มตาทานข้าวไม่สนใจใครแล้วก็ลุกขึ้นหลังจากทานเสร็จโดยมีคำพูดหลุดออกจากร่างเล็กแค่เพียงสั้นๆ

“ชั้นขึ้นไปอ่านหนังสือก่อนนะ”

คนที่มัวแต่ทำอะไรไม่ได้คิดเลยต้องมองตามไปห่างๆ จะลุกตามไปเลยก็ไม่ได้เพราะไม่อยากให้ใครสงสัยอะไรในตอนนี้ คงจะมีแค่ดงแฮที่มองตามพร้อมกับบ่นเบาๆ

“ซองมินดูเครียดๆอีกแล้ว”

ฮันกยองเองก็ยังไม่เข้าใจนักเลยถามบ้าง “เวลาสอบเค้าเครียดแบบนี้ตลอดหรือเปล่าอ่ะ”

“ก็บางที”

“งั้นคงเครียดเรื่องสอบมั๊ง” สารวัตรคนดียังห่วงอยู่ “แต่บางทีอาจจะอยากอยู่เงียบ”

ตัวเล็กยังชะเง้อมองตาม “สอบเสร็จค่อยชวนไปกินไอติมแล้วกัน”

คนที่ฟังนิ่งๆแอบถอนหายใจเบาๆ คงจะมีแค่เขาคนเดียวที่รู้ว่ากระต่ายน้อยตัวอวบนั่นไม่พอใจในเรื่องอะไร และกว่าจะแยกตัวออกมาจากเพื่อนได้ก็อีกเกือบสิบนาที ซึ่งตอนนั้นซองมินก็แอบหนีไปนั่งเงียบๆในห้องซ้อมดนตรีแล้ว

 

คยูฮยอนผละตัวออกจากกลุ่มเพื่อนแล้วรีบตามไปที่ห้องดนตรี เขาไม่ต้องเดาเพราะมันเป็นที่เดียวที่ซองมินคุ้นเคย ในรั้ววินเซอร์รูฟมันจะมีสักกี่ที่ให้เจ้าตัวกลมหลบไปพัก คิดๆดูแล้วก็แค่นั้นแหละ ที่เดียว

“ที่รักครับ อยู่ในนี้รึเปล่า” ร่างสูงชะโงกหน้าเข้าไปกวาดตามอง

ตัวอวบๆรีบหันหลังให้ไม่อยากจะเห็นหน้า อีกฝ่ายเลยต้องเดินเข้าไปใกล้แล้วโน้มตัวลงไปกอดจากด้านหลัง

“ที่รักโกรธเหรอ”

“...”

“แค่แกล้งซีวอนเล่นเองนะ อย่าโกรธสิครับ” มือหนาพยายามเชยคางมนให้เงยขึ้นมา แต่เพราะแตะโดนน้ำชื้นๆจึงได้รู้ว่าเขากำลังร้องไห้

คยูฮยอนรีบเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่ตรงหน้าคนน่ารักแล้วประคองหน้าหวานๆนั่นขึ้นมามองให้เต็มตา สายตาเคืองๆรีบเมินไปทางอื่นแล้วสะบัดหน้าหนี ตอนนี้เขาร้องไห้จนตาบวมไปหมดแล้ว คนที่ไม่เคยเจอหน้าตาจากคนที่เคยคบถึงกับอึ้ง มีผู้หญิงที่เขาทิ้งมากมายก็จริง แต่ก็ไม่เคยได้เห็นน้ำตาจากพวกหล่อนสักครั้ง ไม่ใช่ว่าเคยพบเจอแต่ผู้หญิงที่แข็งแกร่งหรอก แต่เพราะพอเลิกกันไปแล้วเขาก็ไม่เคยได้พบเจอหน้าหญิงสาวเหล่านั้นอีกต่างหาก จึงไม่รู้ว่าเบื้องหลังเวลาจากกันแล้วจะมีใครเจ็บช้ำอีกหรือไม่

“ที่รักร้องไห้ทำไม” เสียงนุ่มถามพลางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับให้ แต่ซองมินก็หันไปทางอื่น

ให้ไปหมดแล้วแต่เขาก็ยังไม่สนใจความรู้สึกและยังเป็นแค่แฟนเก็บแบบนี้มันก็อดที่จะน้อยใจไม่ได้ ไอ้ให้คบเงียบๆมันก็ยังพอทน แต่นี่ยังจะมาหยอกเพื่อนสนิทของตัวเองแบบนั้นมันจะให้ไม่รู้สึกอะไรได้ยังไง

“ไม่เอานะที่รัก หยุดร้องนะครับ”

น้ำใสๆยังไหลออกมาไม่หยุด ตัวเล็กตาแดงจมูกแดงไปหมดแล้ว “ไม่ต้องมาใส่ใจหรอก”

“แฟนทั้งคนนี่นา” เขาถอนหายใจเบาๆ น้ำเสียงดูห่วงใยไม่ได้รำคาญเลยสักนิด “ชั้นก็นิสัยแบบนี้ ชอบเล่นไปตามประสา ดงแฮเค้าน่าหยอก พอหยอกแล้วได้แกล้งซีวอนด้วยมันก็สนุกดี”

“ไม่คิดเหรอว่าถ้าดงแฮชอบคยูฮยอนบ้างมันจะเป็นยังไง” เสียงเล็กสั่นเครือ “แล้วถ้าดงแฮชอบคยูฮยอน คยูฮยอนจะเลือกใครกันล่ะ”

“...”

“แต่ถึงดงแฮจะไม่ชอบคยูฮยอนก็เถอะ ชั้นก็รู้สึกไม่ดีอยู่ดีที่แฟนตัวเองไปหยอกใครแบบนั้น”

“หึงเหรอ?”

ตากลมช้อนขึ้นจ้องหน้า “แล้วถ้าชั้นโดนคนอื่นหยอกแบบนั้นบ้างคยูฮยอนจะรู้สึกอะไรมั๊ย”

คำถามย้อนกลับมาแทบกระอัก คยูฮยอนหัวหมุนน้อยๆเหมือนท้ายทอยโดนฟาด ตาเรียวกระพริบถี่ไม่รู้จะงัดอะไรมาตอบเพราะไม่เคยคิดว่ามันจะมีเหตุการณ์แบบที่พูดเกิดขึ้น

ร่างเล็กค้อนซ้ำจนอีกคนต้องกอดเอาไว้เพื่อไม่ให้เขางอนมากไปกว่านี้ โธ่ที่รัก เล่นกันตามประสาเพื่อนแค่นี้ที่รักก็โกรธแล้วเหรอ ชั้นยังไม่ได้ไปจีบใครให้เห็นเลยนะ แค่นี้ที่รักก็ระแวงแล้วเหรอ

ไม่ต้องมาพูดดีเลย แก้มพองอมลมใส่ทั้งที่ตาบวมๆ ชอบมาปากหวานให้ดีใจแล้วก็เล่นอะไรไม่คิด

ขอโทษ ..ไม่ทำแล้วนะ สัญญาๆ นิ้วก้อยเรียวคว้าเกี่ยวที่นิ้วก้อยอวบๆของตัวเล็กไปด้วย สัญญาแล้ว ..ไม่ทำแล้วครับ จะไม่เล่นอะไรให้ที่รักต้องน้อยใจอีกแล้วนะ

แน่นะ

แน่สิครับ

พอเขายืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะก็ยิ้มกว้างลืมเจ็บลืมช้ำ และก็หลุดออกมาจนได้ “แต่จะแกล้งซีวอนไปก็เท่านั้นนั่นแหละ เพราะดงแฮชอบคนอื่น”

“คนอื่น?”

สิ่งที่เจ้ากระต่ายน้อยตาแดงบอกมันสร้างความแปลกใจให้ไม่น้อย เพราะนอกจากตัวเองก็มีแค่ซีวอนที่แสดงตัวอย่างชัดเจน จะมีก็คนที่ไม่ชี้ชัดจุดยืนอย่างคิบอมนี่แหละที่ยังน่าสงสัย เงียบๆแต่ทำให้ซีวอนระแวงได้ก็คงจะมีอะไรร้ายๆอยู่พอตัว แต่ที่ผ่านมาตัวเองไม่ค่อยได้สนใจเพราะว่าเขาอัธยาศัยไม่ค่อยจะดีก็เท่านั้น

“ไม่ต้องมาจ้องแบบนั้น ชั้นไม่บอกหรอกว่าใคร”

คนน่ารักค้อนใส่อีกขวับใหญ่ เพราะลองคยูฮยอนทำท่าไม่รู้และคนอื่นๆก็ยังไม่รู้ มันก็ย่อมแสดงว่าสองคนนั้นยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผย เขาเองก็ใช่ว่าเป็นคนปากมาก เรื่องอะไรที่จะต้องเอาความลับของเพื่อนมาขายเพียงเพราะต้องการประชดใครบางคน

“ชั้นน่ะเล่นไปทั่วได้นะ แต่กับคนที่คบน่ะชั้นเปิดเผยไม่ได้” ร่างใหญ่กุมมือเล็กแน่น พยายามหว่านล้อมอย่างเต็มที่ “นายเองก็มีพ่อทำงานมีหน้ามีตาในวงการบันเทิง ชั้นเองก็เป็นราชนิกูล เราคบกันน่ะต้องคิดถึงคนรอบข้างด้วย ชั้นเล่นกับคนอื่นก็เพราะไม่อยากให้ใครสงสัยเรื่องเรานะ”

สายตาซื่อๆมองมาอย่างจับผิดแต่คยูฮยอนก็ใช้ตาใสๆเข้าสู้จนร่างเล็กยอมใจอ่อนให้

“ครั้งนี้แล้วไปก็แล้วกัน แต่อย่าเล่นแบบนี้กับดงแฮอีกนะ เจ้านั่นน่ะมีแฟนแล้ว” พูดพลางคิดถึงภาพหวานๆที่ตนเห็นลับหลังคนอื่น “แล้วท่าทางจะรักกันมากด้วย”

คยูฮยอนหน้าเจื่อนอย่างเสียดาย “ชั้นก็ไม่เห็นใครมายุ่งกับดงแฮนี่”

“อยู่กับเค้าตลอดเวลาหรือไง” ซองมินประชด “แต่ที่แน่ๆอ่ะเค้าจุ๊บกันแล้ว ชั้นเห็นกับตา”

“จูบ?” ร่างใหญ่ตาโต

“ก็จูบเหมือน.. เหมือนเราอ่ะ แบบนั้นแหละ” คนน่ารักตอบเองก็เขินเอง “ก็ดีฟคิสอ่ะ ชั้นถึงบอกว่าแฟนกัน พวกเค้าสวีทกันจะตายไป”

คนฟังเม้มปากอย่างเสียดาย ใครจะไปคิดว่าเงียบๆนิ่งๆแถมมีซีวอนคอยใกล้ชิดแล้วก็ยังมีคิบอมเป็นเหมือนหมาเฝ้าเจ้าของแบบนั้นจะมีคนอื่นเข้าใกล้อีก ถ้าเป็นแบบนั้นคิบอมก็คงจะต้องรู้ว่าใครแต่ไม่บอกพวกเขาแน่ๆ

“คิบอมมันรู้หรือเปล่า”

ซองมินสะดุ้งน้อยๆที่เขาเอ่ยชื่อบุคคลต้องสงสัยออกมา ร่างเล็กยิ้มแหยๆแล้วส่ายหน้าเบาๆ

“ไปถามกันเอาเองเถอะ ชั้นไม่รู้อะไรแล้ว”

มือใหญ่เอื้อมมือไปลูบเบาๆที่ผมหนา เขาเชยคางมนขึ้นมาเพื่อประทับจูบเบาๆ ต่อให้เสียดงแฮไปก็ใช่ว่าจะไม่มีใครอยู่ใกล้ๆเลย ซองมินเองก็น่ารักแถมยังยั่วยวนอย่างกับบันนี่สาวๆ มันไม่จำเป็นหรอกที่เขาจะต้องไปสนใจคนที่เป็นของคนอื่นไปแล้วอย่างดงแฮ เพราะก็มีคนที่มีตัวเองเป็นคนแรกอย่างซองมินอยู่

“ที่รัก ..พรุ่งนี้สอบสองวิชา ก่อนกลับอ่ะแวะไปคอนโดก่อนนะ อยากกอดที่รัก”

พอเขาวกเข้าเรื่องทะลึ่งตากลมก็ขวางใส่ “ไม่ต้องมาพูดเลย เมื่อกี๊รู้มั๊ยว่าชั้นโกรธน่ะ”

“ก็ตามมาง้อแล้วไง” พูดพลางฉวยมืออวบๆมาจูบหนักๆ “อยากกอดคนน่ารักจะแย่”

“แต่ตาตี่บอกว่าจะมารับ” ซองมินส่ายหน้าเบาๆ “เมื่อวานกลับไปอ่ะตาตี่บอกว่าชั้นเดินแปลกๆ ขนาดพยายามลืมเจ็บแล้วนะ ชั้นไม่อยากให้พี่ชายต้องเป็นห่วงนะ”

“เฮ่อ..” สีหน้าอย่างคนขัดใจ “แต่พรุ่งนี้ต้องไปนะ ใครก็ต้องอยากอยู่ใกล้ๆแฟนอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่งทำอะไรกันแบบนั้นมันก็อยากจะอยู่ใกล้ให้มากๆ ในโรงเรียนก็รู้ว่าเราทำแบบนั้นไม่ได้”

“แล้วเมื่อไหร่เราจะเปิดเผยได้ล่ะ” ตากลมใสที่ยังแดงอยู่มองหน้าคล้ายจะค้นหาคำตอบ

ซึ่งคำตอบนั้นร่างหนาก็ยังตอบไม่ได้ เพราะตั้งแต่คบใครๆมาเขาก็ไม่เคยยกใครให้เป็นแฟน แล้วจู่ๆจะให้เปิดตัวแฟนที่เป็นผู้ชายอย่างนั้นน่ะเหรอ แบบนั้นชีวิตของคาสโนว่ารูปงามก็คงจะเป็นอันจบสิ้นพอดี

ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆแล้วโน้มตัวลงจูบที่หน้าผากคนน่ารัก “เอาไว้ให้อะไรๆแน่นอนก่อนนะ ตอนนี้รีบเปิดตัวไปมันก็อาจจะมีผลแย่มากกว่าผลดี”

คนว่านอนสอนง่ายพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาเองก็ใช่ว่าไม่คิด ว่าถ้าคบผู้ชายแล้วเกิดมีข่าวหลุดออกไปแล้วพ่อแม่ของเขาจะเป็นเช่นไร พวกท่านยิ่งทำงานและมีหน้ามีตาในแวดวงบันเทิงและกลุ่มไฮโซ เขาไม่ได้อยากเป็นตัวสร้างความเดือดร้อนให้พวกท่านหรอก และคยูฮยอนเองก็ฐานะทางสังคมสูงอยู่ไม่น้อย ขืนมีข่าวแบบนี้ก็คงจะไม่ดียิ่งกว่าตัวเองแน่

“ชั้นต้องทนเป็นคนที่มีสิทธิ์ในตัวนายแค่ในเวลาที่อยู่ด้วยกันเท่านั้นเหรอ” น้ำตาไหลปริ่มออกมาอีกครั้ง “เหมือนทำผิดเลยนะ ต้องหลบๆซ่อนๆ”

มือหนาสั่นเทาเพราะแพ้น้ำตาคนสวยตรงหน้า คยูฮยอนไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้นอกจากเอื้อมมือไปดึงเขามากอดไว้แนบอก ในหัวสับสนพิกล บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไงในตอนนี้ แต่ก็อยากจะถนอมคนๆนี้ให้มากๆ

“ไม่เอานะ ที่รักอย่าร้องสิครับ ได้รักกันบ้าง ยังดีกว่าไม่มีที่ไหนให้เราได้รักกันเลยนะ”

“ฮึก.. คยูฮยอน สักวันนายจะทิ้งชั้นมั๊ย ..ฮือ.. ได้ชั้นแล้ว จะทิ้งชั้นมั๊ย ..ชั้นยอมเพราะชั้นรักนายนะ ..ฮึก..ฮือ”

รัก คำๆนี้สะกิดเข้าที่ประสาทคนฟังแถมยังทะลุเข้าถึงหัวใจ ทั้งๆที่เคยได้ยินบรรดาสาวๆที่เคยเดทพูดแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแต่กลับรู้สึกว่าคำพูดของซองมินนั้นไม่เหมือนกัน ร่างเล็กกอดรัดเขาเอาไว้แน่นเพราะเขาเป็นทั้งรักแรกและคนแรกที่มอบทุกอย่างให้

“ชั้นรู้ว่าตัวเองใจง่าย แต่ชั้นให้เพราะเป็นนายนะคยูฮยอน ฮึก..ฮือๆ”

“อืม ชั้นรู้” มืออุ่นปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน รู้สึกอุ่นในหัวใจอย่างประหลาด “ชั้นก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำแบบนั้นกับผู้ชายนะ แต่กับที่รักก็ทำได้โดยไม่รังเกียจ ปกติชั้นไม่คิดจะยุ่งกับตรงนั้นของใคร แต่ของที่รักอ่ะมันรู้สึกว่าน่ารัก อยากจับ อยากจูบ อยากทำทุกอย่างที่จะทำได้ ถ้าเป็นคนอื่นคงทำแบบนั้นไม่ลง”

ซองมินคลี่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี “คยูฮยอนทะลึ่งจัง”

“ถ้าไม่ทะลึ่งน่ะที่รักจะโดนกินมั๊ยล่ะครับ รักกันน่ะสนุกจะตาย อยากจะรักกับที่รักทุกวันเลยนะ”

ก่อนมายังโกรธ แต่ตอนนี้มันหายไปหมดแล้ว “งั้นพรุ่งนี้ยอมให้รอบเดียวนะ สอบเสร็จค่อยว่ากัน”

“เมียใครน่ารักจริง”

แก้มหอมขึ้นสีจนแดงจัด “อย่าเรียกแบบนั้นสิ เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน”

“มีคนอื่นที่ไหน ทำอะไรในนี้ยังได้เลย” ว่าพลางสอดส่ายสายตามองไปรอบๆห้อง “ที่หลังม่านน่ะไม่มีคนสนใจหรอก ถ้าที่รักไม่อยากไปคอนโดก็มากุ๊กกิ๊กที่นี่ก็ได้ นิดๆหน่อยให้ชุ่มชื้นหัวใจ ตอนเย็นค่อยให้ไอ้บ้านั่นมารับ”

“ไม่ดีมั๊ง นี่มันในโรงเรียนนะ”

“ถ้าชั้นอดใจไม่ไหวล่ะ” เสียงอ้อนลากใหญ่ “ที่รักจะใจร้ายได้ลงเหรอ”

“รู้ว่ารักนี่เอาเปรียบใหญ่เชียว”

“เอาเปรียบที่ไหน รักกันน่ะมันมีความสุขทั้งสองฝ่ายนะ” ตาเจ้าเล่ห์จ้องเอาร้อนวาบทั้งตัว “ตกลงนะ พักเที่ยงก็มาเจอกันที่นี่ ให้มันเป็นที่ของเรานะครับ”

>//////<

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

หลังจากสอบเสร็จตอนเย็นคนที่ออกจากห้องสอบก่อนก็ลงไปนั่งรอที่โต๊ะประจำข้างซุ้มขายของว่าง คิบอมออกมาคนแรกตามเคยและนั่งดูดโกโก้อยู่ตามลำพัง จากนั้นจึงค่อยเป็นดงแฮที่ตามลงมา

“โหด ..กินอะไรอ่ะ” หน้าตาน่ารักรีบชะโงกเข้าไปใกล้

แต่มือหนาก็ดันเขาไปห่างๆ “ไปไกลๆเลยแป๋ว ไม่ใช่ที่บ้าน”

“ใจร้าย” ปากบางเบะใส่อย่างงอนๆ เพราะอยู่นอกบ้านทีไรเขาก็มักจะทำเป็นไม่สนใจใยดีเป็นประจำ หนำซ้ำยังชอบหมางเมินอีกต่างหาก

“โหดจะกลับบ้านวันไหนอ่ะ”

“จะมาอ้อนอะไร ขนลุก” คิบอมพูดห้วนๆ เพราะเขากำลังขนลุกจริงๆ ไม่ค่อยจะชินกับการโดนอ้อนในสถานที่แบบนี้เท่าไหร่

ดงแฮมองซ้ายมองขวาก็ทำหน้างอ “ไม่มีคนอื่นซะหน่อย โหดตอบหน่อยดิ่”

“กลับมะรืนมั๊ง”

“อ่า.. แจอุคมันจะมาที่บ้านชั้นอีกมั๊ยอ่ะ”

“เดี๋ยวจัดการให้ แต่เลิกมาใกล้ได้แล้วเจ้าแป๋ว” ว่าแล้วก็กระเถิบหนี

แต่ยังไม่ทันที่ดงแฮจะตามไปรังควาญต่อก็มีหน้าหล่อๆที่คุ้นตาโผล่มาทำทะเล้น ซังบอมยิ้มหน้าเป็นไม่รู้ว่าเห็นอะไรไปบ้างแล้ว พอเห็นพี่ชายส่งสายตาเหมือนจะถามว่ามาทำไมก็แกล้งเข้าไปประจบตัวเล็กๆ

“นี่ดงแฮ พี่คิฮยอนพี่ชายพวกเราจะแต่งงานล่ะ ไปงานด้วยนะ”

“พี่ชายคิบอมน่ะเหรอ”

“เยส” เขาพยักหน้าใหญ่ “แต่งเดือนหน้า อีกสามสัปดาห์ แต่ว่าตอนนี้พี่เค้าต้องกลับมาเตรียมงานแล้วก็แจกการ์ดอ่ะ ดงแฮไปด้วยกันนะ”

“ไปทำไม” คนน่ารักยังไม่เข้าใจอยู่ดี ไม่มีบัตรเชิญจะไปได้อย่างไรกัน

“ก็ไปเป็นแฟนคิบอมไง ว่าที่สะใภ้อีกคนก็ต้องไปเปิดตัว ถูกมั๊ย?”

“ไอ้เวรนี่ ไปตายเลยไป” รองเท้าหนังหัวแหลมยันโครมเข้าให้จนเป็นรอยเท้าประทับบนเสื้อผ้าเนื้อดี

“แกนี่ชอบทำเสื้อชั้นเปื้อน” เจ้าแก้มป่องตัวขาวหันไปบ่นพี่ชายที่คล้ำกว่า “ถือว่าเกิดก่อนเหรอวะ ชิ.. ก็แค่ 32 วันแค่นั้นแหละเว้ย ทำมาเป็นวางอำนาจ”

คิบอมขำเบาๆในลำคอแต่ก็ทำกร่างใส่คืน “ก็แล้วไง เป็นน้องก็เจียมกะลาหัวด้วยว่าอย่ามาเสือกเรื่องพี่”

“ไม่ได้เสือกเรื่องพี่ แต่จะเสือกเรื่องของดงแฮ โอเค๊?”

“ไอ้กวนตีน”

สายตายียวนมองด้วยหางตาแล้วจิกใส่ “ทำอย่างกับตัวเองไม่กวนส้น..”

“ถ้าจะมากวนก็กลับไปเลยไป”

“ชั้นจะอยู่ ..อยู่กับดงแฮ” ว่าแล้วก็วิ่งไปนั่งอีกฝั่งแล้วจับมือเล็กมาโยนเล่น

สายตานิ่งเฉยเหลือบมองแล้วถอนหายใจ เจ้าน้องคนนี้มันชอบกวนประสาทแต่ตัวเองแถมยังไม่เคยดื้อกับใครอีกต่างหาก แน่นอนว่ามีแต่คิบอมเท่านั้นล่ะที่ต้องปวดหัวกับท่าทางแบบนี้ของซังบอม เพราะแม้แต่คิฮยอนซึ่งเป็นพี่ชายของตัวเองก็ยังชมประจำว่าน้องเล็กของตนน่ารัก คงจะมีแต่คิบอมนั่นแหละที่เห็นว่าน่าถีบมากกว่า

“เอ๋?”

เสียงทุ้มร้องขึ้นพลางถือวิสาสะจับแขนเสื้อสีกรมท่าของตัวเล็กถลกขึ้นแล้วหยิบจี้ที่ข้อมือบางๆมาดู

“นี่มัน..”

ดงแฮแปลกใจเล็กน้อยกับท่าทีนั่น เขาตื่นเต้นกับมันเพราะความหวังบังเกิดขึ้นมาในเสี้ยววินาที

“ซังบอมเคยเห็นเหรอ”

“เคย”

หน้าหวานออกอาการดีใจอย่างชัดเจน “เคยจริงๆเหรอ ซังบอมเคยเห็นที่ไหนอ่ะ”

“มันเหมือนสร้อยที่..”

“งั้นคุยกันไปแล้วกัน ชั้นจะไปหาอะไรกัน” เสียงทุ้มขัดจังหวะขึ้นมาแล้วกระโดดลงจากม้าหินอ่อนที่ตัวเองนั่งบนพนักพิง ดงแฮเป็นท่าทางของคิบอมเปลี่ยนไปก็รู้ตัวว่าเขาคงจะไม่ชอบใจนัก ร่างเล็กจึงได้ชักแขนกลับแล้วดึงเสื้อมาคลุมข้อมือตามเดิม

“ช่างมันเถอะ คิบอมโกรธแล้ว”

เขายิ้มเจื่อนๆแล้วก้มหน้า รู้ดีว่าคิบอมไม่ค่อยชอบใจสร้อยเส้นนี้นัก ขืนทำท่าว่าดีอกดีใจคงต้องได้ตามง้อกันยกใหญ่แน่ ถึงจะอยากรู้แค่ไหนก็คงไม่คิดอยากจะทำร้ายคนที่สำคัญในเวลาที่แสนดีแบบนี้

ร่างหนาที่ยังนั่งอยู่เลยพยักหน้าเบาๆ “มันก็เป็นงี้ เอาแต่ใจ”

“แล้วพี่คิฮยอนนี่เค้าใจดีมั๊ยอ่ะ” ร่างบางรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“ไม่รู้สิ ชั้นไม่สนิทมากเท่าไหร่ เค้าโตกว่าเรามากอ่ะ พอไปเที่ยวเค้าก็ไม่ค่อยไปด้วย บอกว่าให้เด็กๆไป ห่างเป็นสิบปีก็แบบนี้แหละ เหมือนคนละวัยกัน คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง”

“คิบอมจะต้องกลับบ้านมะรืนใช่มั๊ย”

“อืม พี่มันกลับวันนั้น ถ้าพี่คิฮยอนอยู่บ้านมันจะไม่ไปไหน แต่วันแต่งงานของพี่ มันคงหวังว่าแม่จะกลับมา” เสียงเศร้าๆบอกได้อย่างชัดเจนว่ามันคืออะไร

ดงแฮเพิ่งจะเข้าใจความหมายของเสียงฟลุ๊ทที่หวีดหวิวในทำนองเศร้าเมื่อข้ามคืนที่ผ่านมา บางทีในเวลานั้นคิบอมคงอาจจะกำลังคิดถึงแม่และกำลังเศร้าอยู่ แต่ก็ยังทำเหมือนไม่มีอะไรต่อหน้าตนเองได้อย่างแนบเนียน

“แม่ของคิบอมจะกลับมามั๊ย ซังบอมว่าไง?”

“คงกลับ แต่คงไม่นาน งานแต่งานลูกทั้งคนนะ” เขายิ้มเศร้าๆ “คิบอมเป็นคนอ้างว้าง จริงๆมันไม่ใช่คนดื้ออะไรหรอก ตอนเด็กๆที่เกเรเพราะแค่อยากทำตัวดื้อๆให้แม่กลับมา แต่สุดท้ายมันก็กลายเป็นดาบสองคม เพราะต่อให้อยากถอนตัวออกมาก็ทำไม่ได้ ศัตรูรอบด้านมันมากเกินไปแล้ว ถ้าถอยก็คือคนแพ้ มันเลยต้องชนอยู่แบบนี้”

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคำตอบที่เขาบอกเอาไว้ ชีวิตนอกรั้วโรงเรียนก็มีอีกมากมาย ศัตรูก็ใช่ว่าจะน้อยนิด และมันก็คงไม่ได้มีแค่แจอุคที่น่ากลัว

“พ่อคิบอมไม่ห่วงบ้างเหรอ”

“รายนั้นหลงเมียเด็กมาตั้งหลายปีแล้ว” พูดไปก็ถอนหายใจดังเฮือก “ยัยนั่นน่ะ.. ยั่วเก่งจะตาย ต่อหน้าคุณลุงก็ทำมารยาสาไถออดอ้อนไปเถอะ ลับหลังนี่ร้ายอย่างกับนางมาร ถ้าคุณลุงไม่เอาไปไว้ที่บ้านป่านนี้ก็คงกวาดผู้ชายทั้งโซลเข้ากรุหมดแล้วมั๊ง”

“ขนาดนั้นเลย”

“แม่นี่น่ะความต้องการเรื่องแบบนั้นสูง นายไม่เห็นสายตาที่เค้าใช้มองคิบอมเหรอ ที่ยัยนั่นเกลียดคิบอมเพราะเคยอ่อยแล้วมันไม่เอาน่ะสิ ความจริงก็ใช่ว่าเกลียดหรอก แต่เจ็บใจที่เขาไม่สนใจตัวเองมากกว่า ที่หาเรื่องก็เพราะว่าอยากจะให้เค้าสนใจ ถ้านายไปบ่อยๆก็จะโดนจิกกัดเองแหละ เพราะแม่นั่นมันหวงคิบอม”

“จริงเหรอ” ดงแฮตาโต เคยได้ยินแค่ว่าหล่อนพยายามจะทอดสะพาดให้ซีวอน คยูฮยอน และฮันกยอง แต่ไม่รู้เลยจริงๆว่าตัวคิบอมเองก็โดนไปกับเขาด้วย

“จริงๆ เรื่องของเรื่องก็คือยัยนั่นเคยใส่ชุดนอนบางๆไปยั่วคิบอมที่ห้องมันเมื่อปีก่อน ตอนนั้นพ่อมันไปไหนไม่รู้ ก็ไปเคาะห้องมัน พอมันเปิดก็ยั่ว เพราะตอนนั้นมันก็เริ่มโตเป็นหนุ่มแล้ว เสียก็กำลังแตกๆ คงคิดว่าถ้าได้ทั้งพ่อทั้งลูกคงจะไม่มีปัญหาเพราะว่าช่วงนั้นคิบอมมันก็เกลียดยัยนี่เข้าไส้”

“แล้วคิบอมทำไงล่ะ”

“ถีบออกจากห้องแล้วเรียกคนรับใช้มาลากไปเก็บน่ะสิ ตั้งแต่ตอนนั้นมันก็บังคับให้คุณลุงเอายัยนั่นลงไปไว้ห้องข้างล่างแล้วให้ขึ้นมาข้างบนได้เฉพาะตอนที่จะมา.. รับใช้คุณลุง”

คนฟังหน้าร้อนเมื่อนึกถึงสิ่งที่ซังบอมบอก เขาเข้าใจว่าการรับใช้ในที่นี้หมายถึงอะไร แต่ทั้งๆที่ไม่อยากจะคิดก็อดที่จะเขินไม่ได้เพราะตอนจูบกันในห้องน้ำเจ้าตัวเล็กของคนที่ชอบเก็กหน้าโหดมันก็ดันตัวเองอยู่ พอมันออกอาการหนักเข้าคิบอมก็หยุดจูบแล้วดันเขาออกไปนอกห้องน้ำและกว่าจะตามไปก็อีกหลายนาที ไม่บอกก็รู้ว่าเก็บตัวเงียบเพื่อทำอะไร

อ่า.. แล้วผมคิดอะไรของผมเนี่ย -////-

ร่างเล็กเพิ่งจะเข้าใจอะไรหลายๆอย่างว่าทำไมเหตุการณ์มันถึงเป็นแบบนี้ เพราะเท่าที่เขาเห็นแล้วชองแรวอนก็ไม่เหมือนกับว่าเกลียดคิบอมนัก ดูๆไปก็เหมือนจะเกลียดตัวเองที่ไปกับคิบอมเสียมากกว่า แต่ผิดกับร่างหนาที่ทำท่าเหมือนหล่อนเป็นสิ่งสกปรกโสโครกที่ไม่อยากแม้แต่จะแตะต้อง

“ยุ่งเรื่องชั้นพอหรือยัง” เสียงห้าวแทรกมาหลังจากไปซื้อของมาแล้ว

“อืม ..แต่เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ” ซังบอมยิ้มประหลาด ซึ่งคนที่เขาหมายถึงก็เหมือนจะรู้ความหมาย “แกมีอะไรปิดบังชั้นนะไอ้พี่เลว”

“ชั้นไม่มีอะไรปิดบัง ไอ้น้องชั่ว”

“แต่ชั้นมีหลักฐาน!!!

 

 

 

------------------------------ SHARP ------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ending talk

 

ฮยอกน้อยขอยกไปไว้ตอนหน้านะคะ เพราะตอนนี้ยาวมากมายไม่ไหวแล้ว และใครที่อยากรู้ว่าซังบอมใช่คิมซังบอมที่เป็นพ่อคุณโซอีจองในเอฟโฟร์เกาหลีหรือเปล่า และพี่ชายคิบอมหน้าตาอย่างไร ก็คลิก  http://my.dek-d.com/dek-d/story/viewlongc.php?id=518342&chapter=38 ค่ะ

 

ประกาศอีกครั้งเรื่องฉาก - - - ของฟิคเรื่องนี้นะคะ  บลูจะลงฉากนั้นให้ 1 สัปดาห์ นับจากวันแรกที่ลง ดังนั้นใครที่รู้วิธีอ่านนะคะ ก็จะสามารถอ่านมันได้แค่ 7 วันเท่านั้น หลังจากนั้นบลูจะเอาออก และการโพสเมลนั้นก็จะเช็คแค่ 7 วันหลังจากลงเช่นกัน หากเลยเจ็ดวันนับจากวันแรกที่อัพ บลูจะไม่สนใจคอมเม้นท์ขอวิธีอ่านอีกนะคะ เพราะตอนนี้ขบวนการพาวเวอร์เรนเจอร์พยายามที่จะหาวิธีแบนฟิควาย บลูไม่อยากที่จะมีปัญหา ดังนั้นใครมาทีหลัง รบกวนอ่านเท่าที่ลงหรือรอในเล่มค่ะ จบ!!!

 

 

 

ปล. เม้นท์ยังคงพุ่งน่ากลัวเหมือนเดิม = =”




 

 

 

==================================================================

 

 

เฮ๊ย !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

ชอบเม้นท์นี้อย่างไม่มีเหตุผลว่ะค่ะ ฮ่าๆๆๆ  ถ้าเปิดจองฟิคแล้วเจ้าของเม้นท์รบกวนแจ้งมาด้วยนะคะ  ถ้าจองจะแถมของแถมให้พิเศษ โทษฐานเม้นท์ได้ใจ ฮ่าๆๆๆๆ

 

 

ความคิดเห็นที่ 7718 (จากตอนที่ 40)
มวยคู่เอกวันนี้ ได้แก่.. แอ่.. อี๊.. แอ่.. อี๊ (เอ่อ - -“สาบานว่านั้นเสียงปี่)

มุมแดง... ฉายา เจ้าตาแป๋ว (เนียนได้อีก..คิดเองบ้างเฮอะ)

มุมน้ำเงิน... ฉายา นายหน้าโหด (ยัง...ยังไม่สำนึก)

ยกที่ 1 ...

แดง...”ทำไมถึงต้องมาดูแลฉัน”
น้ำเงิน... “ความสบายใจส่วนตัว”
แดง... “ฉันบอกนายตอนไหนว่าต้องการคนดูแล”

(มุมแดงเริ่มรุกหวังคว้าชัย... แต่แล้วนั้นไซร้...)

น้ำเงิน... “ไม่เคย”

แป่ววววววววววววววววววว
แดง... (o_O”) (แต่แล้วนั้นไซร้... ไปต่อไม่เป็น)

เป้งงงงง หมดยกที่ 1 มุมน้ำเงิน... ฉายา นายหน้าโหด เป็นฝ่ายขึ้นนำ


ยกที่ 2 ...

แดง... “เคยชอบฉันบ้างมั๊ย”
น้ำเงิน... “อยากรู้ทำไม”
แดง... “ T _ T “ (ตูผิดช่ายมั๊ยที่อยากรู้)

น้ำเงิน... “อืม”

(มุมแดงแอบคิดในใจ... (กร๊ากก ตอบแบบนี้ยกนี้ตรูชนะชัว... เยสสส)

แดง... “จูบฉันทำไม.. ทำแบบนั้นทำไม..”

(มุมแดงเริ่มรุกอีกครั้งอย่างมั่นใจ... แต่แล้วนั้นไซร้...)

.....
.........

น้ำเงิน... “ฉันห้ามตัวเองไม่ไหว”

แดง “O_O”

(อีกครั้ง.. แต่แล้วนั้นไซร้... ไปต่อไม่เป็น)

แดง “>\\\\\ <”

เป้งงงงง หมดยกที่ 2 อีกครั้งกับชัยชนะ มุมน้ำเงิน... ฉายา นายหน้าโหด เป็นฝ่ายขึ้นนำ


ยกตัดสินที่ทุกคนรอคอย ยกที่ 3 ...

กรรมการ... “ในยกสุดท้ายนี้... อยากบอกอะไรกับคู้ต่อสู้หน่อยมั๊ยครับ”

แดง... “เตรียมใจไว้ให้ดี... ยังไงยกนี้ก็ต้องเป็นของฉัน”
กรรมการ... “ว๊าว เต็มเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นจริงๆ... งั้นมาฟังคำตอบของอีกฝ่ายดีกว่าครับ”
น้ำเงิน... ฟิ้ววว... เงียบ...
กรรมการ... เอ่อออ
น้ำเงิน... ฟิ้ววว... อีกครั้งกับความเงียบ (ไม่มีสัญญานตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก)

กรรมการ... (TT _ T) ยกที่ 3 ... เริ่มได้

แดง... “จิกตา.. เผยอปาก... ” (ยั่วสุดริด.. ลืมเลยว่าเคยขี้อาย)
น้ำเงิน... “= = "
แดง... (กำ.. มันยังนิ่ง ตรูคิดถูกป่าวเนี๊ย... เป็นไงเป็นกัน) “ตาเยิ้มอีกนิด.. เสื้อรุ่ยอีกหน่อยก็ด่ะ... ”

สีหน้าแต่ละคน... (o O”) (>//////<) (O 3 O) (TT _ TT) (n n*)

* คำเตือน อาจมีภาพและเนื้อหาที่ต้องใช้วิจารณญานในการชม เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรได้รับคำแนะนำ (ในการจิ้น..)

แดง... “อืม.. คิบอม” (>//////<)
น้ำเงิน... “นายทำฉันเผลอตัวอีกแล้วนะ”
แดง... “อย่ามาโทษ”

(การแข่งขันเริ่มดุเดือด... ทั้งรุก ทั้งรับกันอย่างเมามัน (ทั้งรุก ทั้งรับ เย่ย.. จิ้นนะเนี่ย >
น้ำเงิน... “นี่เจ้าตาแป๋ว”
แดง... "อะไร นายหน้าโหด”

เริ่มนับถอยหลัง 10 9 ...

น้ำเงิน... “คบคนอื่นได้แต่อย่าให้ใครจูบ”
แดง... o O ?

6 5 4 …

น้ำเงิน... ปลายนิ้วแตะเบาๆที่ปากอิ่ม

3 2 1 ...

น้ำเงิน... “ฉันหวง”

เป้งงงงง… KNOCK OUT! มุมน้ำเงิน... นายหน้าโหด... ชนะเลิศศศศศศศ(เงียบ...ขั้นเทพ)

แดง... (>//////<) ฟูวววววว (อีกมุมที่จิตออกจากร่างไปแล้วววว)

THE END …

PS.  (*0_0) เมื่อประตูแห่งความสุขบานหนึ่งปิด....ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดออก แต่เราก็มักจะมองประตูที่ปิดจนมองไม่เห็นประตูแห่งความสุขบานอื่นที่เปิดรออยู่ ฝากด้วยจร้า... [FIC] Love A
Name : oOo ammy oOo< My.iD > [ IP : 125.27.111.109 ]
Email / Msn: -
วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 / 15:22




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #67036 DreamPatty (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2556 / 12:43
    อยากบอกนะว่าซังบอมคือเจ้าชายหมั่นโถว? ม่ายยยยย
    #67,036
    0
  2. #66803 แอ๋มแป๋ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 16:05
    น่ารักอีกแล้วคิเฮ 

    กี้แกเริ่มจะจริงใจกะมินบ้างรึยัง
    #66,803
    0
  3. #66586 P-ENT (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2555 / 20:49
    ซังบอม หลักฐานอะไร



    หรือจะเป็นอย่างที่ฉันเดาไปก่อนหน้านี้จริงๆ



    #66,586
    0
  4. #66486 sassy-D (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2555 / 10:59
    โหดกับแป๋วๆ อยากรู้จังว่าเจ้าของสร้อยเป็นใคร
    #66,486
    0
  5. #66328 Yamroll (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 เมษายน 2555 / 20:00
    *โหดกับแป๋ว* น่ารักกกอ่ะ 
    บอมไม่น่าขัดจังหวะเลย จะรู้อยู่แล้วเชียว
    #66,328
    0
  6. #66289 KIHAE*129 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 20:05
    บอมอ่่ะอดรู้เลยอ่ะ

    ซังบอมมีหลักฐานอะไรอ่ะ
    #66,289
    0
  7. #66172 Zelon (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:54
    โธ่ ไอโหด โมโหไม่เข้าท่า อดรู้เลยว่าสร้อยเป็นของใคร แต่เรียกกันน่ารักดีจัง โหดแป๋ว :)



    ดูเหมือนกี้จะรักมินแล้วจิงๆรึป่าวนะ ถ้าจิงก็ดีนะ :)



    PS.ซังบอมอาาาา น่ารักกกกโฮกกกกก
    #66,172
    0
  8. #66025 chin-cha (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มกราคม 2555 / 03:12
     อ๊าย  เกือบจะรู้แล้วเชียว 
    #66,025
    0
  9. #65771 Darker-40 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2554 / 17:52
    55555555

    เถียงกันสร้างสีสันจริงๆ
    #65,771
    0
  10. #65716 Witim (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2554 / 01:30
    โอ้ยยยยย เขินบอมอะ
    #65,716
    0
  11. #65680 MTieluk (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2554 / 12:03
    ซังบอมแกทำตัวน่าสงสัยนะ ขอดูหลักฐานด้วยคนเด่
    #65,680
    0
  12. #65594 A-lma (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2554 / 14:24
     มีองมีอ้อนเเล้วอ่ะ มีชื่อเรียกเเทนกันด้วย 
    โว๊ะ  หวานมากอ่ะ  
    ซังบอม หลักฐานอะไร ขอดูด้วยสิ 55
    #65,594
    0
  13. #65414 Bubble_BUM (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 กันยายน 2554 / 15:49
    หลักฐานอะไรอ่ะ อยากรู้ๆ
    ซังบอมเป็นสร้อยด๊องแล้ว หรือว่า
    ซังบอมจะเป็นเจ้าชายหมั่นโถว???
    #65,414
    0
  14. #65330 satohara (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2554 / 15:05
    ซังบอมรู้ด้วยหรอ ว่าสร้อยนี่คืออะไร 
    คยูก็จริงๆเลย มินนั่งอยู่ตรงนั้น แกยังจะกล้าอีกเนอะ 
    #65,330
    0
  15. #65276 เจ้าชายหมาป่า (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2554 / 17:31
    สวีทกันเกินไปแล้วนะ เขินนน
    #65,276
    0
  16. #65211 NANA (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2554 / 17:16
    หมาป่ากระล่อนหอมแก้มด๊อง ทั้งๆที่มินก็นั่งอยู่ ทำได้ไงเนี่ย!!!

    นี่ขนาดอยู่ต่อหน้ายังทำแบบไม่แคร์ความรู้สึก แล้วถ้าลับหลังจะเป็นยังไง

    พอรู้ว่าด๊องเคยจูบกับคนอื่น ก็เสียดาย นิสัย!!!

    #65,211
    0
  17. #63982 PARISO'KH (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 / 18:43
    หลักฐานอะไร๊ ? O_o
    #63,982
    0
  18. #63863 []เดอะ.สอง? (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2554 / 09:13
     ซังบอมรู้จักด้วยเหรอ เม้นท์ฮามาก
    #63,863
    0
  19. #63549 Pink_Panther (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 20 เมษายน 2554 / 13:49
    หือออ ซังบอมรู้จักสร้อยนี่ด้วย?

    แล้วหลักฐาน ?

    อะไรเนี่ยยยย !
    #63,549
    0
  20. #63299 Mapii ky (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 23:38
    กำลังจะได้รู้แล้วเชียวว่า เจ้าชายหมั่นโถว เป็นใคร บอมมาขัดซะได้ ชิ!!

    เอ๋อ แกเริ่มรู้สึกแปลกๆกะหนูมินแล้วใช่ไหม๊ อย่าทำหนูมินเสียใจนะขอร้อง สงสารอ่า แล้วก็เลิกแกล้งหมวยแบบนั้นได้แล้วด้วย

    #63,299
    0
  21. #63237 mister.bean (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 31 มีนาคม 2554 / 22:45
    บอมอย่าขัดเซ่ -*- หลักฐานอะไรเนี่ย อยากรู้จริง
    #63,237
    0
  22. #63178 onlyhanchul (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 มีนาคม 2554 / 21:24
    ทำไมคิบอมต้องขัดด้วยเนี๊ยะ อยากรู้สิ่งที่ซังบอมกำลังจะบอกว่าเคยเห็นสร้อยทีไหน
    แล้วหลักฐานอะไรที่ซังบอมมีนะ อยากรู้จัง
    #63,178
    0
  23. #63172 ♥mt_saranghae>>km♥ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 มีนาคม 2554 / 19:38

    เฮ้ย ! ซังบอมช่วยบอกที่ว่าเคยเห็นสร้อยนั้นอยู่กับคิบอม
    แล้วหลักฐานอะไรอะ ?   ติดตามมมมมมมม

    #63,172
    0
  24. #63075 Primadonna-yui (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 24 มีนาคม 2554 / 03:48
    หลักฐานอะไร ?? ค้างอ่ะ

    ต้องอ่านต่อ กะจะไปนอนแล้วนะ 55

    โหด กะ แป๋ว ชื่อแปลก แต่ชอบจัง อิอิ
    #63,075
    0
  25. #62980 นิดหน่อย129 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มีนาคม 2554 / 23:00
    น้องแป๋วกับพี่โหด คิดไงเนี่ย
    เห็นภาพเลยอะยิ่งภาพที่บอมเพนคราวก่อนได้ลุ๊คนี้เลยอะ

    สงสัยเหมือนทุกคนเลยเจ้าชายหมั่นโถ อะ
    #62,980
    0