Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 33 : (SF) Black Magic (WonCin เฉพาะกิจ) P.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    31 ต.ค. 52

          เสียงโหวกเหวกโวยวายของนักเรียนมัธยมปลายในช่วงเย็นดูจะเป็นเรื่องปกติสำหรับโรงเรียนประจำ ดวงตากลมโตที่แดงก่ำจ้องมองและทอดสายตาไปตามตึกเรียนและสนามหญ้าที่กว้างใหญ่อย่างไม่ใส่ใจนัก เขาเริ่มจะชินกับการใส่คอนแทคเลนส์สีแดงเลือดและเหมือนว่าจะกลายเป็นเอกลักษณ์ของนักเรียนที่ชื่อ คิมฮีชอล ไปเสียแล้ว

          ถ้าเอ่ยถึง คิมฮีชอล ห้อง 3C คงจะหนีไม่พ้นภาพที่แสดงความเป็นตัวตนแบบประหลาดๆของร่างสูง คิ้วเรียวโค้งที่ตัดแต่งได้รูป ดวงตากลมโตสีแดงเลือดตัดกับผมที่เดียวส้ม เดี๋ยวดำ แล้วก็เดี๋ยวแดง เสื้อผ้าหรือก็ไม่ค่อยจะถูกระเบียบสักเท่าไหร่ แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อสไตล์ของเขามันเป็นแบบนี้ แม้กระทั่งอาจารย์เองก็คงจะระอาจนเลิกจะสนใจไปแล้ว และมีเพียงสิ่งเดียวที่กำชับเอาไว้ก็คือ

          อย่าไปเดินเพ่นพ่านข้างนอกเวลาใส่ชุดนักเรียนนะ






          ช่วงนี้ฮีชอลกลับมาทำผมสีดำสนิทแต่ก็ตัดทรงประหลาดๆเหมือนรังนกที่ยุ่งเหยิง เขาเป็นพวกบ้าเจร็อคเข้าสายเลือด อะไรๆก็บ่งบอกว่าจิตใจเบี่ยงไปหาฝั่งนั้นเสียหมด และแน่นอนว่ามันดูเหมือนตัวประหลาดเมื่อเทียบกับเพื่อนๆในชั้นเรียน แต่ก็แปลกที่ไม่เคยมีใครรังเกียจเขาสักคน

          เพราะถึงภาพลักษณ์จะดูไม่ปกติ นิสัยไม่ปกติ แต่สิ่งเดียวที่เป็นเสน่ห์ก็คือความคิดป่วงๆกับความอารมณ์ดีที่มักจะเรียกเสียงหัวเราะแบบแปลกๆของเขานั่นแหละที่ทำให้ใครๆต่างก็รักเพื่อนคนนี้

          ทางบ้านของเขาทำงานที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ด้วยเหตุนี้นี่แหละที่ทำให้เจ้าตัวต้องโดนถีบกระเด็นออกมาจากบ้านและถูกกักขังไว้ที่โรงเรียนประจำที่แสนจะดักดาน

          ได้ออกไปเที่ยวเล่นเฉพาะวันหยุด ต้องเข้าหอก่อนสามทุ่ม ต้องทานข้าวตรงเวลาเพราะโรงอาหารจะเปิดสามเวลา ไม่มีนอกรอบให้ได้ลงมาหาอะไรทาน 

          มันช่างเป็นอะไรที่โคตรจะดักดานเลยล่ะครับ -*-




          “เฮ้ ฮีชอล ส่งบอลให้ชั้นหน่อย” 

          เสียงร้องโวยวายดังมาจากพวกกลุ่มถึกๆที่มันชอบถอดเสื้อเล่นบอลกันตอนเย็นดังมา ทำให้เจ้าของชื่อหันไปมองหน้าแล้วกวาดตาหาลูกบอลที่เขาบอก ซึ่งมันก็กำลังกลิ้งมาที่ม้านั่งที่เขานั่งอยู่
ร่างโปร่งบางพรายยิ้มตามแบบฉบับของเขาที่คนไม่รู้จักอาจจะมองว่ามันน่ากลัวแล้วลุกขึ้นใช้เท้าหยุดลูกกลมๆสีขาวดำนั่นเอาไว้

          “เอาแบบไหนล่ะวะ ชั้นจะได้ส่งให้ถูก”

          “มีแรงแค่ไหนก็ส่งมา” เพื่อนร่างใหญ่ตะโกนอย่างอารมณ์ดี

          คนที่ตัวบางๆแต่ทว่าสูงเพรียวเมื่อเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกันรีบตั้งท่าแล้วกระแทกผ่าเท้าอัดเข้าไปอย่างเต็มเหนี่ยว ตั้งใจจะแกล้งให้เจ้าพวกนั้นได้วิ่งเล่น แต่ก็กลายเป็นว่ามันเหมือนจะแรงมากจนเกินไป เพราะไม่กี่วินาทีต่อมาก็ได้ยินเสียงดังสนั่น

          เพล้ง!!!

          ทุกชีวิตเงียบสงัด สายตานับสิบคู่ตวัดจ้องเจ้าคนก่อเรื่องเป็นตาเดียว

          ชิบหายแล้วกู!!!





          “คิมฮีชอล นี่เธอจะเป็นอะไรกับโบสถ์เรานักหนาเนี่ย!!!”

          เสียงของอาจารย์ผู้ดูแลโบสถ์ตวาดลั่นเมื่อจับได้ว่าเป็นใคร ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีพลาดแน่ๆ เพราะเล่นมีพยานรู้เห็นเป็นสับปะรดขนาดนั้น ใครมันจะไปชิ่งหนีได้

          “ทุกวันอาทิตย์เธอก็ไม่ยอมเข้าโบสถ์ มาทีไรก็สร้างความเดือดร้อนให้ทุกที ก่อนเกิดมานี่น่ะไปขอเป็นลูกหลานซาตานหรือไง” หล่อนยังตวาดแว๊ดไม่เลิก “แล้วนี่อะไร ดูแต่งเนื้อแต่งตัวเข้า”

          คนโดนดุยังนั่งนิ่งแล้วกลอกตาไปมา ขี้เกียจจะเถียงเพราะเขารู้ว่าเถียงไปก็ไม่ชนะ มันเป็นความสามารถของผู้หญิงวัยทองจริงๆที่มักจะมีเหตุผลอ้างอิงเสมอๆ แม้มันจะฟังดูข้างๆคูๆและงี่เง่าก็เถอะ

          “ชั้นจะลงโทษเธอยังไงดีนะ”

          “อาจารย์ถามผมเหรอฮะ” อยู่ๆก็โพล่งขึ้นมา ทำเอาหล่อนหันขวับ เลยต้องก้มหน้าอีกรอบ

          “นี่เธอกวนชั้นเหรอ”

          “ก็ถามกูนี่หว่า” เขาบ่นขมุบขมิบ

          “ชั้นจะลงโทษเธอยังไงดีนะ จะได้เข็ดหลาบสักที”

          “นั่น ถามกูอีกแล้ว” เสียงนุ่มพึมพำ “ก็ไม่ต้องลงโทษดิ่ถ้าคิดไม่ออก”

         
“นี่คิมฮีชอล เธอเคยบอกเหตุผลที่ไม่เข้าโบสถ์ว่ายังไงนะ”

          ร่างเล็กที่สวมชุดเดรสสีเข้มและยืนเท้าสะเอวอยู่ด้านหน้าจ้องราวกับจะสาป เด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้าย(?)เลยจำต้องเงยหน้าขึ้นสบตาแล้วตอบไปอย่างน่าสงสาร(?)

          “ผมไม่ชอบโบสถ์” เขาตอบนิ่งๆ

          “เหตุผล?”

          “ไม่มีครับ”

          “เธอนี่มันยังไงกัน”

          “ก็ไม่ยังไงครับ” 

          เหมือนจะกวน แต่จริงๆแล้วเจ้าตัวไม่ได้กวนเลยสักนิด เขาแค่ตอบไปตามความคิดเท่านั้น

          “แล้วเมื่อไหร่จะเลิกแต่งตัวบ้าๆบอๆนี่ซักที”

          “...”

          “ไอ้ตาแดงๆนี่มันขัดตาชั้นชะมัด” แล้วก็ยังหาเรื่องบ่นต่อได้อีก

          บอกแล้วไง มันเป็นความสามารถของผู้หญิงวัยทอง

          “เธอไม่ชอบโบสถ์ใช่มั๊ย?”

          “ครับ”

          “งั้นชั้นจะให้เธอมาทำความสะอาดโบสถ์ทุกวันจนกว่าจะหมดเทอมเป็นการลงโทษ”

          “ครับ” ตอบไปนิ่งๆ แต่พอสมองประมวลผลก็ร้องลั่น “อะไรนะครับ!!”

          “ทำความสะอาดโบสถ์ทุกวัน และวันอาทิตย์ต้องมาสวดมนต์ด้วยนะ โอเค๊?”

          “ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”





------------------- Black Magic ------------------- 



          โอ้ชีวิตของคิมฮีชอล หรือมันจะมอดไหม้กันคราวนี้ ไอ้ผมน่ะรักและบูชาท่านลูซิเฟอร์อย่างกับอะไร หนังรึก็ชอบดูแวมไพร์เข้าสายเลือด โปสเตอร์ในห้องก็มีแค่ธีมโกธิคเต็มไปหมด แล้วนี่อะไร ให้ผมเข้าโบสถ์

          โอ้ จอร์จ ซาร่า พาราเซตามอล แอนนิมอลเต้นระบำ ..โครตจะชีช้ำ ชีวิตระยำจริงๆเลยกู

          ข่าวที่เด็กหนุ่มที่เพื่อนๆนั้นรู้กันว่าฝักใฝ่ฝ่ายมารมากกว่าพระเจ้าต้องโดนจับไปเข้าโบสถ์นั้นเป็นเรื่องที่โคตรจะฮือฮา ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนใครๆก็ร้องแซวมาประหนึ่งว่ามันเป็นเรื่องโจ๊กแห่งปีอย่างไงอย่างงั้น

          “อุ๊ยตาย หลังจากนี้จะถือคัมภีร์ไบเบิลมั๊ยจ๊ะสุดสวย” 

          เสียงไอ้พวกจอมกวนที่มันคอยแต่จะเอาป้ายมาแปะหน้าและยัดเยียดความสาวให้เขาดังมาจากมุมหนึ่งของทางเดิน ซึ่งก็ได้ชื่อเรียกอันทรงเกียรติไปแล้วว่าเป็นสามแยกปากหมา หน้านรก

          “พ่อมึงเหอะ”

          “ว๊ายๆ คนสวยด่า” คนหนึ่งร้องขึ้น

          อีกคนก็รีบสำทับ “เค้าว่าใครด่าน่ะแปลว่าคนนั้นน่ะรัก”

          โดนด่าแล้วยังไม่รู้สึก ยังจะแถได้อีกนะมัน

          “งั้นแสดงว่าน้องฮีชอลคนสวยรับรักพี่แล้วใช่มั๊ย” ว่าแล้วก็ยื่นหน้าปลาจวดเข้ามาใกล้ให้โดนถีบ

          “ใครน้องมึง ได้ข่าวว่าปีนี้กูจะจบ”

          “อุ๊ย โหดจัง” มันยังหน้าด้านได้อีก “มามะ เดี๋ยวพี่ช่วยหรือของ”

          “ไปไกลๆตีนเลยไป”

          คราวนี้ไม่พูดเปล่าแต่มีของแถมเป็นรอยเท้างามๆยันโครมเข้าให้ เบื่อจริงๆเลยไอ้พวกไม่เจียมกะลาหัวแล้วมาทำซ่าส์เหมือนว่าหนังหน้าตัวเองหล่อเนี่ย

          คนหน้าหวานแต่พันธุ์ดุเดินหน้าตึงกลับไปที่หอพักด้วยสภาพที่คิดว่าน่าจะฆ่าคนได้ อนาถจิตเหลือเกินที่ต้องทนฝืนใจไปเข้าโบสถ์แบบนั้น ดูยังไงๆมันก็นรกชัดๆ 

          ใครบอกว่าเข้าโบสถ์แล้วจะขึ้นสวรรค์ ผมขอค้านครับพี่น้อง!!!



 

------------------- Black Magic -------------------

 

          เสียงกริ่งบ่งบอกว่าหมดเวลาเรียนของวันนี้ดังขึ้นพร้อมด้วยเสียงดีอกดีใจของใครหลายๆคน แต่กับมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่พึงจะให้ถึงเวลาเย็นน่ะมันเปรียบเสมือนระฆังกระชากวิญญาณชัดๆ

          ให้ผมได้รับจุมพิตจากซาตานแล้วกลายเป็นผีดิบซะยังดีกว่าให้ไปท่องไบเบิลเพื่อเปิดทางสู่สวรรค์

          วันนี้สินะ วันแรกของการตกนรกทั้งเป็น อยากจะร้องไห้ออกมาเป็นเพลงร็อควง X-Japan จริงๆให้ตาย นี่ถ้าติดว่าผมพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้นี่ผมคงร้องไปแล้วล่ะ -*-

          มือเรียวกระแทกหนังสือเรียนอย่างเซ็งๆก่อนที่จะจับยัดเข้าใต้โต๊ะ เขารอให้เพื่อนๆทยอยกันออกไปจนหมดแล้วค่อยเคลื่อนตัวที่คล้ายๆกับร่างไร้วิญญาณไปตามทางแห่งแสงสว่างอย่างที่อาจารย์นามีว่า แต่จังหวะนี้ดูยังไงมันก็มืดมิดสำหรับผู้ชายอย่างคิมฮีชอลชัดๆ




          ตอนนี้ใบไม้ยังเขียวชอุ่มดูสดชื่น ช่วงนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิที่ชุ่มชื่น มีฝนตกประปรายแต่ก็ไม่ได้ทำให้พื้นดินเฉอะแฉะจนรองเท้าเปื้อน ร่างบางไปหยุดยืนอยู่หน้าโบสถ์ที่ตั้งตระหง่านด้วยใบหน้าที่แสนจะหงิก ซึ่งถ้าจับคิ้วมาผูกโบว์ได้มันก็คงจะมัดได้หลายตลบอยู่เหมือนกัน

          “อา.. คุณคือคนที่อาจารย์นามีบอกใช่มั๊ย”

          เสียงทุ้มต่ำทำให้คนที่ยืนล้วงกระเป๋าในสภาพชุดที่ไม่เคยจะเป็นระเบียบหันไปมอง พอเห็นหน้าเขาก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนและโค้งน้อยๆตามประสา ซึ่งดูจากการแต่งตัวและท่าทางแล้วคงจะไม่พ้นภารโรงคนใหม่

          หน้าตาก็สะอาดสะอ้านดี แต่แววตาดูเชื่องๆ ใส่เสื้อลายสก๊อต กางเกงขาสั้นคลุมเข่า รองเท้าแตะ ทำหน้าทำตาดูโง่ๆ ...ไม่ภารโรงแล้วจะอะไรล่ะวะ

          “เอ่อ.. นายเพิ่งมาทำงานเหรอ ชั้นไม่ยักจะเคยเห็น”

          “หืม” เขาเลิกคิ้วสูงแล้วค่อยๆชี้มือเข้าหาตัว “ผมน่ะเหรอ”

          “อื้อ ดูยังเด็กอยู่เลยนะ มาทำงานอะไรแบบนี้น่ะ”

          “อ่ะ.. คือ..”

          “หรือว่าที่บ้านนายไม่ยอมส่งเสีย”

          "ม.ไม่.."

          "อ่า แย่จังเลย ไม่น่าต้องมาทำงานตั้งแต่เด็กๆเลยนะ"

          คนฟังยังอ้าปากค้างและจ้องหน้าแสนสวยนั่นจนเขาหยุดพูดแล้วค่อยยิ้มขำ “ผมก็เป็นนักเรียนโรงเรียนนี้เหมือนคุณนั่นแหละ ไม่ใช่คนงานสักหน่อย”

          เสียงเศษหน้ากระจายดังเพล้ง!

          ฮีชอลหน้าชาน้อยๆที่ปล่อยไก่ออกไปทั้งเล้า เขารีบหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วจ้องหน้าจ้องตาเจ้าเด็กหนุ่มตรงหน้าให้ชัดๆ แต่คิดยังไงก็ยังคิดไม่ออก

          “นาย.. เรียนห้องไหน”

          “ผมเรียนห้อง 3A ครับ ชื่อ ชเวซีวอน”

          “ชเวซีวอน?” 

          ร่างบางทวนทำเบาๆ รู้สึกเหมือนเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนแต่ก็คิดไม่ออกว่าได้ยินที่ไหน            ฮีชอลพยายามนึกอยู่สักครู่ใหญ่ๆก็ค่อยๆจำได้ว่าเคยได้ยินเพื่อนในห้องล้อเลียนเมื่อกลางวัน

          เดี๋ยวเจ้าฮีชอลมันจะต้องไปอยู่กับบาทหลวงซีวอนแล้วไว้ ช่วยกันสวดมนต์ส่งมันหน่อยสิ ฮ่าๆๆๆ

          รู้สึกคุ้นๆว่าจะไม่ใช่แค่เพื่อนในห้อง และก็เหมือนกับว่าคนๆนี้จะมีชื่อเสียงมานานแล้ว ซึ่งตนเองก็รู้จักเขาแค่ชื่อมานานแสนนาน และเขาคนนี้ก็คือ..

          ไอ้บาทหลวงชเวผู้เลื่องลือ!!!

          ตากลมโตเบิกกว้างแล้วจ้องหน้าจ้องตาคนที่ยืนยิ้มแปลกๆคล้ายกับว่าคนๆนี้เป็นผีตอนกลางวัน สีหน้าและท่าทางที่ดูไร้พิษสงกำลังทำให้เขากระอักกระอ่วน รอยยิ้มที่แสนไร้เดียงสานั่นมันชวนให้อ้วกจริงๆให้ตาย

          “นาย.. ใช่คนที่เข้าโบสถ์ทุกวันหรือเปล่า?”

          “อืม ผมเอง”

          นั่นไง กูว่าแล้ว แววตาของมันบ่งบอกได้ว่าชาตินี้กูจะรักพระเจ้าเยี่ยงชีพจริงๆ -*-

          “อาจารย์นามีบอกให้ผมดูแลคุณ” เขายิ้มหวานอีกครั้ง “เดี๋ยวเราต้องทำความสะอาดโบสถ์กันนะ”

          พูดจบก็เอื้อมมือไปฉวยข้อมือเล็กของคนข้างๆแล้วพาจูง ซึ่งมนุษย์ประหลาดที่ไม่ชอบให้ใครที่ไม่สนิทมาสัมผัสตัวก็รู้สึกแขยงจนต้องกระโดดหนี

          “นายมาจับมือชั้นทำไม!!”

          “หืม ก็ผู้ชายเหมือนกัน คิดว่าจับแล้วจะเดินเร็วกว่าไง คุณคงไม่รู้จักที่ทางในโบสถ์ อาจารย์บอกว่าคุณแทบไม่เคยมาที่นี่เลย” เขาส่งสายตาซื่อๆมาอีกรอบ “พระเจ้าสอนให้รักทุกคนนะ อย่ากลัวผมเลย ผมไม่ทำร้ายคุณหรอก”

          กูไม่ได้กลัวมึงทำร้าย แต่กูกลัวมึงจะผลักไสกูไปสวรรค์มากกว่า

          สายตาที่หวาดระแวงทำให้ซีวอนขยับคิ้วอีกรอบ พอเห็นว่าฮีชอลเหมือนจะไม่ค่อยพอใจนักก็เปลี่ยนท่าทางเสียใหม่แล้วผายมือเชิญเขาเข้าไปด้านในอย่างสุภาพ แต่แทนที่จะรู้สึกดีกลับยิ่งหน้าหงิกหนักกว่าเก่า

          ไอ้บ้านี่มันเมายาเปล่าวะ??

          ถึงจะดูแปลกๆแต่ในเมื่อเป็นคนเดียวที่พอจะคุยด้วยได้ก็คงจะต้องยอมตามเขาไป แต่ในใจก็สาปแช่งอาจารย์นามีไปด้วยที่ยัดเยียดความซวยเข้ามาให้ถึงตัว 

          ซีวอนเดินนำเข้าไปในโบสถ์อย่างคนที่คุ้นเคยกับสถานที่ เขาพาร่างเล็กที่เหมือนเป็นพวกผีดิบกลับไม้กางเขนไปรู้จักส่วนต่างๆราวกับคือการทัศนศึกษาโบสถ์แห่งปี ซึ่งถึงแม้ว่าฮีชอลจะไม่ร้อนเนื้อร้อนตัวแต่มันก็ร้อนใจอยากจะไปให้พ้นๆ

          ท่าทางของซีวอนดูขาดๆเกินๆ ดูสุภาพจนเกินไป แถมยังทำท่าประหลาดๆอยู่หลายครั้งเหมือนไม่กล้าที่จะสั่งหรือบอกอะไรอีกฝ่ายนัก ซึ่งฮีชอลก็ไม่ค่อยจะเข้าใจว่าทำไมต้องทำเหมือนว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ปกติโดยไม่รู้เลยสักนิดว่าร่างหนานั่นพยายามจะทำใจกับตัวเองอยู่เหมือนกัน

          ตาสีแดง ผมปรกๆหน้าสีดำขลับ ดูยังไงก็เหมือนพวกแวมไพร์ในหนัง = =”

          ถึงแม้จะกระอักกระอ่วนกับการอยู่ในโบสถ์แถมยังร้อนๆหนาวๆราวกับจะมีผีโผล่ออกมาจากหน้าต่างสักบานอย่างในแฮรี่ พ็อตเตอร์ แต่ก็ยังอดทนช่วยงานซีวอนจนกระทั่งค่ำ ซึ่งเมื่อถึงเวลากลับเจ้าเด็กตัวสูงนั่นก็เดินมาบอกอย่างสุภาพเช่นเคย

          “กลับกันได้แล้วครับ ตอนนี้ค่ำแล้ว ถ้าช้าโรงอาหารจะปิดก่อน”

          เขายิ้มน้อยๆแล้วดินไปหยิบของสองสามชิ้นก่อนจะกลับมาหาอีกครั้ง “ไปกันเถอะครับ”
          
         
ฮีชอลมองคนตัวสูงแบบไม่ค่อยแน่ใจนักว่ากลับกับเขามันจะปลอดภัยหรือยิ่งไม่น่าไว้ใจกว่าเดิม ซีวอนดูเป็นคนดีของสังคมจนไม่น่าจะเชื่อว่ายังมีอยู่บนโลกใบนี้ แต่คิดๆไปแล้วเวลาที่เขาทำงานมันก็ดูดีอยู่ไม่น้อย เพราะเห็นตัวใหญ่ๆเดินถูพื้นไปแล้วฮัมเพลงไปก็จี้เส้นพิกล

          ระหว่างทางที่กลับหอก็ยังได้ยินเขาฮัมเพลงอยู่เลยอดสงสัยไม่ได้ 

          “นายร้องเพลงอะไร”

          “เพลงที่ร้องในโบสถ์ไง ผมชอบเพลงนี้”

          ทั้งๆที่เมื่อครู่ยังคิดว่ามันเพราะ พอรู้ว่าเพลงอะไรเท่านั้นล่ะ ความเพราะเหมือนจะหายวับไปกับสายลม

          “แล้วนั่นถืออะไรอ่ะ หนังสือจากห้องสมุดเหรอ” ร่างบางพยายามชวนคุยเพื่อทำลายความเงียบต่อ

          แล้วเขาก็หันมายิ้มละไมอีกครั้ง “คัมภีร์ไบเบิลไง ผมยังอ่านค้างไว้น่ะ”

          กูว่าแล้ว ..ไอ้นี่เรียนจบไปมันต้องกลับมาเป็นบาทหลวงที่โบสถ์นี้แน่ๆ

          หากซีวอนมองอย่างพินิจพิจารณาคงจะเห็นได้ว่าฮีชอลทำหน้าเหมือนคนอยากจะทึ้งหัวตัวเองอยู่ อึดอัดก็อึดอัดที่ต้องมาอยู่ใกล้คนคลั่งไคล้ศาสนา แต่ทว่าเขายังต้องพึ่งคนๆนี้ไปจนจบเทอมมันจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากคำว่า อดทน

          วันแรกของการถูกลงโทษมันช่างเป็นความรู้สึกที่โหดร้าย เพื่อนคนเดียวที่หาได้ในโบสถ์ก็ไม่ปกติเหมือนคนทั่วไป โอ้ชีวิตของคิมฮีชอล นี่ผมจะต้องทนกับมันไปอีกเกือบสองเดือน ...แค่คิดก็อยากร้องไห้เป็นแม่น้ำไนล์ ให้ตายสิ

          ฮาเลลูย่า.. อาเมน

 

------------------- Black Magic -------------------

 

 

 

 


Ending Talk
--------------------------------------------------------------------------------------------

          ฟิคเรื่องนี้ แต่งขึ้นเนื่องจากน้อง Zonk (Wonder Boy) ขอเป็นของขวัญวันเกิด ดังนั้นมันเลยเป็น วอนซิน

          ตอนแรกว่าจะไม่ลง แต่อยากให้อ่านกันขำๆเนอะ

          ไม่มี NC และไม่มีสาระค่ะ เอาลัลลาลูกเดียว ... เนื่องจากคนแต่งจิ้นวอนซินไม่ค่อยไป ฮ่าๆ







          ถ้าอยากอ่านต่อ รบกวน Comment ค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #64017 wonarmcin (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2554 / 00:04
    ชอบ วอนซินๆ

    จะรักกันยังไงเนี่ย?
    #64,017
    0
  2. #63872 zeze (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2554 / 03:23
    บาทฯวอน & แวมฯชอล ?? (ฮา)
    #63,872
    0
  3. #63019 ... (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มีนาคม 2554 / 21:59
    วอนคนดี==' เกิน
    #63,019
    0
  4. #61355 Pattie-me (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2553 / 00:20
    ซิน  ฮา  น่ารักโครตตต  อิอิ 
    #61,355
    0
  5. #61247 TOON (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 11:43
    เจ้ฮ่าไป

    เข้าใจเลยแบบเจ้เจป๊อป

    555555
    #61,247
    0
  6. #60517 SonetA (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2553 / 04:07
    5555   จี้สุดๆ
    #60,517
    0
  7. #59206 ann (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2553 / 07:33
    คุณชายกลายเป็นภารโรงซะงั้น 555+

    เจ๊ขานั่นคุณชายนะ
    #59,206
    0
  8. #58647 YaMaSung (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2553 / 13:22
    วอนสุภาพมากอ่าาาา!!!!!!



    555+
    #58,647
    0
  9. #57938 MyKiBum (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2553 / 13:33

    วอนสุภาพมากก

    จะละลายอยู่แล้ววว

    #57,938
    0
  10. #54594 คยูมิน เลิฟๆ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2553 / 15:06
    คุณชายชเวในมาดภารโรง

    อยากเห็นอ่ะ 55555555+
    #54,594
    0
  11. #51955 aungziiz (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 07:48
    เจ๊เท่จัง

    วอน เป็นคนดีสุดๆ
    #51,955
    0
  12. #50064 aihae (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 00:36
    ฮาอ่ะ

    55555555

    เจ๊ของเราแร๊ง



    วอน = = ครั่งไคล้ศาสนาจริงๆ
    #50,064
    0
  13. #49191 peeming (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 เมษายน 2553 / 22:32
    ๕๕๕๕๕  ฮีนิมอย่างฮาอะ
    ดูแบบร๊อคไม่เเคร์สื่อ มากมาย
    คอนแทคสีแดงด้วย ว้าวๆ * 0 *

    วอนก็นะ.......ตัวจริงเป็นไงก็เป็นอย่างนั้นเลย
    จับเจ๊ซินเข้าโบสถ์นี่เหมือนพาเจ๊สู่ประตูนรก
    ว่าแต่..... เจ๊เข้าโบสถ์เเล้วร้อนมั้ย ?
    ๕๕๕๕ คงจะร้อน .......
    เจอหลวงพ่อวอนต่อ หนาวเลย ....
    สรุปเจซินเป็นหวัดต่อ ๕๕๕
    รีดเดอร์มั่วไปใหญ่ละ ออกทะเลไปไกล

    เฮ้ย .... มันฮาได้ใจจอร์ชจริงๆพี่บลู
    ฮัลเลลูยา อาแมน  - * -
    #49,191
    0
  14. #46542 ChiNChuLChA_~ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 เมษายน 2553 / 00:33
    อ่านชาร์ปก่อน  แล้วค่อยมาอ่านช็อตฟิคที่หลัง
    เดี๋ยวงง  คิ คิ
    #46,542
    0
  15. #45753 mon9228 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 เมษายน 2553 / 17:37
    ฮ่ะๆ เรื่องนี้นี่ใช้คำพูดง่ายๆ ธรรมดาๆมากเลย
    แต่อ่านแล้วขำดีอ่ะ ชอบๆ
    ตลกดี
    ฮีนิมนี่เหมือนจะตายให้ได้เลยที่ต้องมาเข้าโบสถ์ทุกวันเนี่ย
    อิอิ แต่อีกไม่นานก็คงจะรู้สึกขอบคุณอาจารย์คนนั้นน้าที่ให้ได้มาทำงานที่โบสถ์เนี่ย
    ทำให้ได้มาเจอกับท่านบาทหลวงชเวไง อิอิ
    #45,753
    0
  16. #45072 over (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 มีนาคม 2553 / 16:28
    บาทหลวงชเวผู้เลื่องลือ 55 แหม วอนสมกับเป็นตัวจริงอ่ะ - -
    #45,072
    0
  17. #44581 ...!? (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 มีนาคม 2553 / 15:08
    ...เจ๊อะ เค้าอยากแต่งตัวอย่างงั้นมาตลอดเลยรู้มั้ย T^T

    เจ๊แต่งแล้วคงดูดี แต่เค้าแต่งคงดูไม่จืด - -"
    #44,581
    0
  18. #44117 E_nujeabzz (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 มีนาคม 2553 / 07:14
    แต่งได้ตรงกับความเป็นจริง,,ฮุฮุ
    เอานิสัยจริงๆมาแต่งเลยรึป่าวค่ะเนี่ย
    นึกภาพตามได้เลย,,อิอิ
    #44,117
    0
  19. #41452 muchi4 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 มีนาคม 2553 / 14:34
    ช่างเหมาะอะไรเช่นนี้ทั้งฮีและวอน
    #41,452
    0
  20. #40467 MD.z-AIEM.sUJU (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 18:06
    เดี๋ยวนานๆไปได้ขึ้นสวรรค์จริงๆอะแหละชอล







    ฮ่าๆ
    #40,467
    0
  21. #37556 aris (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:37
    แวมไพร์กะบาทหลวงใครจะชนะเนี้ย
    #37,556
    0
  22. #35862 Black_Poison (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 / 18:43
    เจ๊จะแมนไปไหนจ้ะ!
    ไม่ชอบเข้าโบด ท่าจะร้อนนะ

    ส่วน วอน โอ้อาเมน 5555
    #35,862
    0
  23. #32686 คลั่งฟิค สุดพลัง {!!} ..NC.. ก้ แค่หื่น (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 / 17:39
    เจ๊ แกดูเถื่อนๆ นะ
    ฮ่าๆๆๆ

    ส่วน วอน ออกแนว เงียบๆ หงิมๆ ~
    #32,686
    0
  24. #29831 Karale (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:59
     อะจ๊ธ เจ๊ เจ๊แมนจ๊ะเจ๊

    เน้นย้ำเหลือเกินว่าแมน

    วอนเป็นบาทหลวงเลยดีมั้ย ๕๕๕
    #29,831
    0
  25. #29127 คิมแพน (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 00:59
    อันเล่ลู อันเลลูยา.. อาแมน

    พอดีร.ร.เค้าเป็นคริสต์TT^TT'

    เบื่อมากที่จะท่องบทสวดว๊ากกกกกกกกกกกกก



    อาแมน-/\-
    #29,127
    0