Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 31 : Charpter 22 : รู้นะว่ารัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,595
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    23 ม.ค. 53

 

ตกเย็นฮันกยองก็เตรียมตัวไปรับฮีชอลเหมือนเคย นี่ก็หลายวันแล้วที่การมีปากเสียงเริ่มลดลง ร่างสูงหันไปมองเพื่อนสนิทที่นั่งเยื้องอยู่ด้านหลังเล็กน้อย ซีวอนดูจะอารมณ์ไม่ค่อยดีนักเพราะคนที่นั่งหน้าตัวเองหายไป แถมเพื่อนที่นั่งติดกันก็หายไปด้วยกันตั้งแต่เที่ยง แล้วดันเป็นคู่ที่น่ากลัวจะเกินเลยอีกต่างหาก อีกทั้งกว่าจะรู้ว่าหายไปไหนก็ตอนที่ดงแฮโทรมาหาฮันกยองให้เก็บกระเป๋ากลับไปให้ เล่นเอาท่านประธานแทบจะบ้าตายให้ได้เสียอย่างนั้น

ซีวอนเอื้อมมือไปดึงกระเป๋าของคนตัวเล็กเมื่อเพื่อนจะแบกกลับไป บ้านของดงแฮเป็นทางผ่านของเขาอยู่แล้ว มันคงไม่แปลกอะไรถ้าจะเป็นคนเอาไปให้เอง

คนที่เคยใจเย็นเหมือนน้ำที่ชุ่มฉ่ำกำลังจะกลายเป็นคลื่นน้ำที่ปั่นป่วน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่ตั้งใจ สีหน้าตอนนี้ใครมองก็รู้ว่าอารมณ์ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

คยูฮยอนยิ้มย่องที่มุมปากอย่างอารมณ์ดี เขารู้จักซีวอนมาเป็นสิบปีมีหรือที่จะเดาอารมณ์ไม่ได้ เพราะมันมีไม่กี่เรื่องหรอกที่จะทำให้คนๆนี้หลุดมาดเจ้าชายได้ ซึ่งประเด็นหลักๆที่จะทำให้เจ้าชายเลิกขี่ม้าขาวก็คงหนีไม่พ้น 

 

ข้อหนึ่ง การถูกนำไปเปรียบเทียบกับพี่ชาย แม้จะเทียบความเก่งแล้วกินกันไม่ได้แต่ซีวอนก็ไม่ชอบอยู่ดี

ข้อสอง เขาเป็นผู้ที่เกลียดความพ่ายแพ้ และแพ้ไม่เป็น ถึงจะมีรอยยิ้มที่อ่อนโยนและจิตใจดี แต่ถ้าแข็งเมื่อไหร่ล่ะก็ไม่มีทางงอแน่ๆ เป็นตายร้ายดีก็คงจะต้องยอมหักกันเสียดีกว่า

ข้อสาม ความหวาดระแวง นี่คือประเด็นสำคัญของคนๆนี้ เพราะซีวอนเป็นคนจับผิดเก่งยิ่งกว่าอะไร เรียกได้ว่าแทบจะเป็นเครื่องจับเท็จที่คงประสิทธิภาพเครื่องหนึ่ง ถ้าคิดอยากจะสืบสาวอะไรทำไมจะทำไม่ได้ มันอยู่ที่ว่าเขาไม่ใส่ใจจะมองหรือไม่คิดจะมองมันเท่านั้นต่างหาก

 

ตอนนี้มองดูก็รู้ว่าเขากำลังกลัวและไม่อยากจะเผชิญหน้ากับความเป็นจริงจึงไม่คิดจะเอ่ยอย่างแน่ชัดให้ดงแฮได้เลือกใครสักคน อาจเพราะคนตัวเล็กนั่นคือรักแรกเขาจึงไม่มีภูมิคุ้มกันสำหรับการอกหักที่อาจจะเกิดขึ้น เวลานี้สิ่งที่ทำได้คือภาวนาให้ดงแฮยังไม่มีใจให้ใครจะดีที่สุด ถึงร่างเล็กจะโอนอ่อนไปทางคิบอม แต่ด้วยนิสัยแบบนั้นมันคงจะมีไม่กี่คนที่ทนได้ ซึ่งที่ผ่านๆมา คนชอบคิบอมก็ใช่ว่าน้อย แต่หลายรายก็ต้องตัดใจถอยทัพไปเพราะความที่เขาไม่สนใจใยดีสิ่งรอบตัว

บางครั้งซีวอนก็บอกตัวเองว่าดงแฮจิตใจดีและให้ความสนิทสนมกับทุกๆคน แต่อาจเพราะคิบอมเคยช่วยเหลือไว้ในหลายๆครั้งจึงอาจจะเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ ซึ่งมันก็คงจะเป็นทางเดียวที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจเวลาที่คิดถึงเรื่องนี้

ร่างหนาเอากระเป๋าของตัวเล็กมาหิ้วเอาไว้แล้วเอ่ยลาเพื่อนเบาๆโดยที่ไม่ได้ใส่ใจใครคนอื่นนัก แต่เพราะดันหันไปสบตาฮยอกแจที่นั่งอยู่มุมห้องด้านหลังพอดีจึงยิ้มจางๆส่งไปให้

“บาย”

ร่างผอมบางอึ้งไปเล็กน้อยแล้วค่อยๆพยักหน้า “บาย”

“วันจันทร์ตอนพักเที่ยงอาจารย์เรียกคณะกรรมการประชุม อย่าลืมเข้าด้วยล่ะ”

เหมือนเดิม ที่ต้องการจะคุยด้วยก็มีแค่เรื่องนี้ ฮยอกแจที่ใจพองโตกลับมาห่อเหี่ยวเหมือนเดิมแล้วฝืนยิ้มกลับไป

“อืม”

พอเขาพูดจบเจ้าของรอยยิ้มและแก้มบุ๋มนั้นก็หุนหันออกไปจากห้องและทิ้งตนเองให้จ้องมองตามไปจนลับตา ฮันกยองหันมามองแล้วก็ส่ายหน้า ทำไมจะดูไม่ออกว่าไอ้สายตาที่คนตัวเล็กนั่นใช้มองเพื่อนตัวเองมันคือสายตาแบบไหน ร่างหนาถูกคยูฮยอนตบไหล่เบาๆเหมือนจะเอ่ยลา พอใครๆต่างพากันออกจากห้องเรียนก็คว้ากระเป๋าเดินเข้าไปหาคนตาแดงที่ก้มหน้าก้มตาอยู่

“กลับบ้านได้แล้ว อยู่นี่มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก”

ฮยอกแจเงยหน้ามองในทันที เกลียดจริงๆไอ้คนรู้ทันแบบนี้เนี่ย

“นายไม่ต้องมายุ่งกับชั้นหรอก” สีหน้ารั้นๆจ้องกลับแล้วเมินหนี

ทั้งๆที่เป็นห่วง แต่พอเห็นเขาไม่สนใจใยดีก็ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย “นายนี่มันดื้อจริงๆเลยนะ ชั้นบอกนายแล้วว่าซีวอนมันก็เป็นแบบนี้ ถ้าไม่ตัดใจก็เลิกใส่ใจมันสักทีเหอะ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจอยู่แบบนี้”

“ใครบอกว่าชั้นเสียใจ” เสียงห้าวร้องเถียงคอเป็นเอ็น “อย่ามาทำรู้ดีหน่อยเลย”

“ชั้นรู้ดีหรือว่านายมันไม่ยอมรับความจริง” คนหวังดีสวนเข้าให้ “ชั้นแค่เป็นห่วง”

“นายไปห่วงคนที่เจ็บขานั่นเหอะ ไม่ต้องมาใส่ใจชั้นหรอก”

ทั้งๆที่หวังดีแต่เพราะเขาปฏิเสธไมตรีเลยต้องทิ้งให้อยู่ตามลำพัง ฮยอกแจเป็นคนดื้อรั้นก็รู้อยู่ รายนี้ไม่ค่อยจะมีเพื่อนสนิทเพราะไม่ชอบไปสุงสิงกับใครนัก ความจริงถึงจะมีกลุ่มเพื่อนที่เดินด้วยกันแต่มันก็เหมือนว่าเขาจะไปด้วยเป็นพักๆ และก็ไม่ได้ทำตัวติดกับใครๆสักเท่าไหร่ นั่นอาจเพราะมัวแต่เอาเวลาไปร้องไห้ก็เป็นได้

ร่างเล็กตัวบางค่อนข้างเป็นคนเก็บตัวมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อก่อนที่ไม่ชอบไปไหนกับใครเพราะอยากจะใช้เวลานั่งมองหลังกว้างๆของหัวหน้าห้อง เวลาอยู่คนเดียวแล้วซีวอนมักจะมาถามโน่นถามนี่และเอาใจใส่ก็ทำให้ยิ้มได้ ซึ่งมันก็เป็นปกติของคนที่เป็นผู้ดูแลที่จะต้องเอาใจใส่คนในปกครองทุกๆคน

ยามใดที่ไม่สบายก็มักจะมีร่างสูงเดินมาถามไถ่อาการแล้วย้ำให้ไปห้องพยาบาลถ้าไม่ไหว นั่นมันคือความสุขใจเล็กๆ เพราะตัวเขาเองก็ไม่สามารถที่จะนำเรื่องน่าอดสูนี้ไปปรึกษาใครได้สักคน ตัวเองอยู่ในโรงเรียนชายล้วน การมีความรักต่อเพื่อนร่วมห้องมันดูอย่างไรก็ไม่ปกติ เขาไม่คิดอยากจะทำให้ตัวเองเป็นไอ้ตัวประหลาดในสายตาคนอื่น ขืนพูดให้ใครฟังก็คงจะต้องถามกลับมาว่า “นายชอบผู้ชายเหรอ” หรือไม่ก็คงจะได้รับสายตาเหยียดๆมาเป็นของกำนัลด้วย

แบบนั้นน่ะสู้เก็บเรื่องราวเหล่านั้นเอาไว้ใจใจดีกว่า

แต่เมื่อต้องยุบรวมกับไมอา ซีวอนที่ไม่เคยมีทีท่าว่าจะสนใจเพศเดียวกันก็หันมาเอาใจใส่และประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าดงแฮคือคนพิเศษ ต่อให้ไม่ออกมาเป็นคำพูดแต่การกระทำมันก็บอกได้ทุกๆอย่างแล้วว่าเขาต้องการที่จะได้คนๆนี้มาเป็นแฟน ซึ่งแน่นอนว่ามันทำร้ายหัวใจคนที่เฝ้ามองแต่ไม่กล้าแม้แต่จะแสดงความรู้สึกออกมาเพราะกลัวว่าเขาจะรังเกียจ

เฝ้ามองมาถึงสี่ปีเพื่ออะไร หวั่นเกรงว่าเขาจะเกลียดพวกที่รักเพศเดียวกันเพื่ออะไร ...ในเมื่อสุดท้ายเขาก็มีใจให้ผู้ชายเหมือนกัน แต่ที่เจ็บช้ำคือคนๆนั้นมาทีหลัง แถมยังไม่ได้มีท่าทีว่าจะมีใจให้ด้วยซ้ำไป

อาจเพราะตัวเขานั่งอยู่ด้านหลังของทุกๆคนและมองซีวอนตลอดเวลาจึงทำให้ได้รู้ว่า ดงแฮคือคนที่ดึงความสำคัญทางสายตาของซีวอนไปทั้งหมด และคนที่ดึงความสนใจจากดงแฮไปได้มากที่สุดกลับคือคิบอมที่นั่งเฉยๆไม่สนใจสิ่งรอบข้างอะไรทั้งสิ้น

ถ้าดงแฮเห็นค่าซีวอนมากกว่านั้นสักนิดเขาคงไม่เจ็บขนาดนี้ แต่นี่มันเหมือนกับว่าสิ่งที่ตนหวังจะได้รับมาตลอด กลับไม่เคยมีค่าสำหรับคนที่ได้รับมันไปเลย ดงแฮไม่ได้ซาบซึ้งกับรอยยิ้มหรือความใส่ใจนั่น และเขาก็รับมันไปตามประสาของคนทั่วไปที่ก็แค่รับสิ่งดีๆเหล่านั้นโดยไม่ได้มีอะไรพิเศษ ทั้งๆที่ตนเป็นคนที่รอคอยมานานแสนนาน

มันเหมือนเรานั่งมองดอกไม้หายากที่ร้านและตั้งใจจะนำมันมาประดับแจกันประดับห้อง แต่จู่ๆกลับมีคนซื้อมันไปและมอบให้ใครคนหนึ่ง แต่เขาคนนั้นกลับโยนมันทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใยดีและไม่ใส่ใจจะคิดด้วยซ้ำว่ามันคือดอกอะไร มาจากที่ไหน กว่าจะผลิดอกใช้เวลานานเท่าไหร่ หรือยากแค่ไหนกว่าจะได้มา

สิ่งมีค่าสำหรับคนๆหนึ่ง อาจไร้ค่าสำหรับคนๆหนึ่ง ...ซึ่งตอนนี้คนๆนั้นคงหนีไม่พ้น ลีดงแฮ

 

---------------------- SHARP ----------------------

 

มือน้อยสั่นเทาเมื่อจรดฟองน้ำลงบนแผ่นหลังกว้างๆของร่างหนา ชายหนุ่มตรงหน้ามีกล้ามเนื้อและร่างกายที่สวยงามสมชาย แม้จะเคยผ่านตามาบ้างแล้วแต่ทุกครั้งที่มองก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี ดงแฮแก้มแดงระเรื่อเมื่อมองเต็มๆตา ทั้งที่คิบอมหันหลังให้กลับมือสั่นหน้าชาจะบ้าอยู่แล้ว

รอยฟกช้ำบนร่างหนาเริ่มเด่นชัดขึ้น ตอนนี้เองที่ตัวเล็กได้เข้าใจว่าทำไมเขาถึงให้มาช่วยถูหลังให้ เพราะสภาพตัวของคิบอมแทบไม่มีพื้นที่ว่างๆที่ไร้รอยกระทบกระแทก ทั่วทั้งตัวมีรอยเขียวเป็นจ้ำเต็มไปหมด นี่ถ้าไม่โดนรุมขนาดนั้นเขาคงไม่ต้องอยู่ในสภาพแบบนี้

“เจ็บมั๊ย” ถูไปก็ถามไป กลัวจะกดแรงมากเกินไปให้เขาเจ็บ

คิบอมส่ายหน้าแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ร่างใหญ่แหวกผืนน้ำเบาๆเพื่อชำระตัวส่วนที่อยู่ด้านหน้า เขาขยับแขนขาไม่ค่อยถนัดนัก เวลาจะทำอะไรก็เก้ๆกังๆขัดหูขัดตาไปหมด ดงแฮชะโงกหน้าไปมองแบบเขินๆ หน้าแดงแก้มแดง แดงไปจนถึงไหปลาร้า ตัวใหญ่หันไปมองหน้าแล้วก็ยิ้มขำ ไม่รู้ว่าเขาจะอายอะไรนักหนา

เจ้าตัวร้ายในอ่างพยายามหุบยิ้มแล้วปั้นหน้านิ่ง จากนั้นจึงเอ่ยออกไปเบาๆ “ล้างหน้าให้หน่อยสิ”

“อ่า ล้างหน้าเหรอ”

เสียงหวานดังขึ้น สักครู่ก็รีบวิ่งดุ๊กๆไปเปิดน้ำที่อ่างล้างหน้าแล้วใส่กาละมังใบเล็กมาวางที่ข้างเก้าอี้ มือน้อยรีบวักน้ำลูบหน้าร่างหนาอย่างเบามือ จากนั้นก็ค่อยๆบีบโฟมและขยี้จนเป็นฟองสีขาวนุ่ม ดงแฮวางมือทาบลงบนแก้มนิ่มแล้วถูเบาๆด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้เขาเขินจนตัวจะแข็งเป็นหินอยู่แล้ว

คิบอมยู่ปากเล็กน้อยที่โดนละเลงหน้าจนขาวโพลน พอตัวเล็กล้างและซับให้ก็ยื่นแขนไปให้บ้าง ซึ่งแน่นอนว่าคนรับก็อายม้วนแต่ก็ยังหยิบฟองน้ำมาช่วยถูให้ พออาบน้ำให้เสร็จก็วิ่งไปหยิบผ้าขนหนูมาและพันเอวให้เขาอย่างเรียบร้อย จากนั้นจึงค่อยเดินไปหยิบเสื้อผ้ามาให้

“ใส่เสื้อกล้ามนะ พรุ่งนี้ค่อยใส่เสื้อยืด”

“อื้อ”

“ใส่กางเกงก่อนแล้วจะทายาให้นะ”

“นายเอาชั้นในชั้นให้แม่บ้านไปแล้ว”

“เอ่อ.. -*-“

“ไม่ใส่ก็ได้มั๊ง พรุ่งนี้ค่อยใส่ หรือนายจะหามายัดเยียดให้ชั้นยืม”

“เอ่อ” ร่างบางใบ้กิน ไอ้ลายน่ารักที่มีก็เอาไว้ใส่เวลาอยู่บ้าน ส่วนพวกสีสะอาดๆก็เอาไว้ใส่ไปโรงเรียน แต่มันก็ใช่ว่าจะมีอยู่เยอะ

ผมคงไม่หยิบมาชิโมโร่ โดเรมอน หรือนีโม่น้อยไปให้เขายืมหรอก -*-

“ไม่ใส่ก็ไม่ใส่ แต่ห้ามนั่งโป๊ล่ะ”

“ก็มีเหมือนกัน” อีกคนทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจ

“แต่มันไม่เหมือนกันอ้ะ >////<

ร่างใหญ่แทบจะหลุดขำแต่ก็ยังทำนิ่งอยู่ “ใหญ่ป่ะ?”

“อ๋า ..>////<” ดงแฮหน้าแดงแปร๊ด ยืนบิดกางเกงที่หยิบมาให้จนยับคามือ “คิบอมบ้า!!

“ชอบมั๊ย?”

“คิบอมทะลึ่ง!!!

“หืม ชั้นหมายถึงกล้าม นายคิดถึงอะไร” พ่อคนใจร้ายแกล้งยักคิ้วยียวน “หน้าแดงเชียว ชั้นว่าคนทะลึ่งน่ะมันนายแล้วนะ”

“ตาบ้า!! ทายาเองเลยไป”

“อะไร ชั้นเจ็บตัวเพราะนายนะ” สายตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่มมองมาจนร้อนผ่าว “ใจร้ายนะนายเนี่ย”

“ชิ!!

 

รถสปอร์ตคันงามสีเงินเงางามถูกขับไปจอดเลียบที่หน้าบ้านหลังย่อมสีขาวสะอาดที่คุ้นเคย ด้านหน้ามีรถของซังบอมจอดอยู่และซีวอนก็จำมันได้เพราะเจ้าหนุ่มหล่อนั้นคือลูกพี่ลูกน้องของคิบอมที่อยู่ห้อง B ร่างหนาขยับคิ้วน้อยๆเพราะไม่อยากจะเชื่อว่าซังบอมจะอยู่ที่นี่

อันที่จริงแล้วเขาไม่รู้เลยต่างหากล่ะว่าดงแฮจะรู้จักเจ้าตัวกวนนั่นที่เป็นน้องของคิบอม

เสียงกริ่งที่ซีวอนกดทำให้ดงแฮละมือจากการทายาแก้ฟกช้ำลงไปบนร่างหนา คิบอมตัวเขียวเป็นจ้ำๆเพราะเจอพวกหมาหมู่รุมยำกันไปหลายดอก ทั้งหมัด ศอก เข่า แต่ที่เห็นว่าปกติน่ะเขาเล่นละครแทบทั้งนั้น ใครจะไปอยากอ่อนแอให้ศัตรูเห็น

นัยน์ตาหวานจ้องมองเรือนร่างของคนตรงหน้าพลางหยิบเสื้อกล้ามมาสวมให้เพราะตอนนี้คิบอมสวมแค่กางเกงขาสั้นและเปลือยท่อนบน เขาไม่พูดถึงเรื่องกลับบ้านหรืออะไรทั้งสิ้น ก็เป็นอันรู้กันว่าคืนนี้จะนอนที่นี่อีกแน่ๆ

ตัวเล็กหายไปสักครู่ก็ถือกระเป๋าเดินเข้ามาพร้อมกับซีวอน ส่วนคิบอมน่ะนอนอยู่บนห้องและคงจะไม่ลงมาเจอหน้าเพื่อนในสภาพนั้นแน่ๆ เขาขี้เกียจจะถูกซักฟอกด้วยสายตา ไอ้ชุดที่ใส่อยู่น่ะดูก็รู้ว่าเป็นชุดของตัวเอง ขืนให้ซีวอนเห็นก็คงจะโกหกไม่ได้ว่ายืมเสื้อผ้าของเจ้าของบ้านมาใส่ แล้วมันก็คงจะมีคำถามตามมาอีกมากมายเต็มไปหมด

“ซังบอมมาเหรอ” ซีวอนเอ่ยนิ่งๆพลางกวาดตามองไปด้วย

“ซังบอมไม่ได้มาหรอก เค้าเอารถมาให้คิบอมยืมน่ะ แต่ชั้นขับมาเพราะคิบอมขับไม่ไหว”

“หนักขนาดนั้นเชียว ชั้นก็เห็นมันปกติ”

ดงแฮตาไหวเมื่อมองหน้าคนที่นิ่งจนน่ากลัว เขาไม่ค่อยชอบซีวอนโหมดนี้เลย “ช้ำทั้งตัวเลยล่ะ เพิ่งทายาเสร็จเมื่อกี๊ ตอนนี้ให้นอนพักอยู่ข้างบนอ่ะ เดี๋ยวว่าจะไปบอกแม่บ้านให้ทำข้าวต้มมาให้”

“นอน?”

“ที่ห้องชั้นแหละ ก็ให้อาบน้ำ ทายา เสร็จแล้วก็ให้กินยาแก้ปวดแล้วนอนพักอ่ะ” ดงแฮพูดเสร็จก็นึกได้ว่าซีวอนคงไม่ชอบใจที่พวกเขาจะนอนด้วยกันเลยต้องพูดต่อ “เดี๋ยวว่าจะขึ้นไปจัดห้องให้คิบอมอีกห้องนึง ตอนนี้รอแม่บ้านเอาผ้าปูที่นอนมาให้อ่ะ”

ท่านประธานรุ่นพยักหน้าเบาๆอย่างโล่งอกที่อย่างน้อยคิบอมก็ไม่ได้นอนร่วมเตียงกับคนสวย แต่ถึงอย่างนั้นก็อดที่จะอิจฉาไม่ได้ที่แซงหน้าได้เข้าไปนอนบนห้องนอนของดงแฮแล้ว คงจะมีแต่คนตัวเล็กตาใสนี่แหละที่ยังดูเหมือนไม่ใส่ใจสวัสดิภาพทางร่างกายและหัวใจของตัวเอง

“พรุ่งนี้ซีวอนไม่ต้องมาเช้ามากก็ได้นะ ชั้นคงต้องดูแลคิบอมก่อนอ่ะ ถ้าซีวอนมาเร็วก็จะไม่มีเพื่อนคุยเอาเพราะคิดว่าคืนนี้คิบอมน่าจะไข้ขึ้น”

ตานิ่งๆปรายมองอย่างใจเย็น “แล้วทำไมมันไม่กลับบ้าน”

“กลับไปแล้วใครจะดูแล ยัยแรวอนน่ะเหรอ?”

พอโดนย้อนก็เหมือนจะสำนึกได้ว่าพ่อคิบอมไปต่างประเทศ ดังนั้นคนที่เหลืออยู่ที่บ้านก็คงจะมีแค่แรวอน ขืนหอบสภาพแย่ๆกลับไปคงจะโดนแม่นั่นหาเรื่องถากถากไม่จบไม่สิ้น แทนที่จะได้พักอาจต้องอาละวาดหนักกว่าเดิม

ตัวใหญ่พยักหน้าเบาๆก่อนจะขโมยจูบที่หน้าผากขาว “ดูแลตัวเองด้วยนะ อย่ามัวแต่ดูแลคนอื่นล่ะ”

แก้มที่ขึ้นสีจางๆช่างน่ารัก ดงแฮยิ้มกว้างแล้วพยักหน้า “ขอบคุณนะ”

สภาพเหมือนจะรู้สึกดีแต่พอซีวอนลับตากลับแตะเบาๆที่หน้าผากแล้วทำปากยู่ ไม่ค่อยชอบให้เขาทำแบบนี้แต่ก็ไม่รู้จะบอกยังไงในเมื่ออีกคนก็ให้มานอนค้างที่บ้านแบบนี้ ถึงครั้งก่อนๆคิบอมจะมาออกบ่อยแต่ซีวอนก็ไม่เคยรู้เลยสักที คงจะมีครั้งนี้นี่แหละที่ปิดบังไม่ได้จริงๆ

เด็กไมอาตัวเล็กค่อยๆก้าวขึ้นบันไดไปหาคนเจ็บ แต่แค่แอบแง้มประตูก็ใจเต้นตึกตัก อยากจะนั่งมองหน้าเขานักว่ามันจะน่ารักแค่ไหน นานๆทีได้เจอคิบอมในแบบที่หมดสภาพแบบนี้มันก็ดูตลกดีเหมือนกัน

มือน้อยเอื้อมไปหยิบยามาทาที่แก้มพองสีม่วงคล้ำเบาๆ แต่เพราะเห็นว่าปากเขาแตกเลยต้องวิ่งไปค้นหาวาสลีนที่ตัวเองเอาไว้ใช้ทาปากมาทาให้ เสียงกุกกักทำให้คนนอนค่อยๆลืมตาขึ้นมามอง เห็นตัวเล็กๆพยายามยืดเท้าดึงกระปุกใส่ของออกมาจากลิ้นชักด้านบนก็แอบขำ แต่พอคนน่ารักหันกลับมาก็หลับตานอนนิ่งเหมือนอย่างเดิม

มือนิ่มแตะและคลึงเบาๆที่ริมฝีปากคนนอน  ทาไปก็ยิ้มไปเพราะคิดถึงตอนที่จูบกับเขาเมื่อคืนวาน จูบบนเตียงนี้ ห้องนี้ บรรยากาศแบบนี้ แค่คิดก็ร้อนผ่าวไปทั้งหน้าแล้ว คนสวยอมยิ้มแล้วบิดชายเสื้อตัวเองเบาๆ เพราะเวลานี้ที่เขาหลับมันช่างดูดี

คนอะไร ขนาดโดนต่อยมายังหล่อ >/////<

ตัวเล็กกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ แค่คิดว่าเขาเป็นแบบนี้เพราะปกป้องตัวเองก็เขินแล้วเขินอีก เมื่อครู่ตอนที่เข้าไปช่วยถูหลังให้ก็ลอบมองทุกสัดส่วนของร่างกายไม่วางตา ซิกซ์แพ็คขาวๆที่ตัดกับผิวสีน้ำผึ้งนอกร่มผ้าเพราะชอบตากแดดตากลมดูมีเสน่ห์ วันนี้เขาเลี่ยงที่จะไม่สนใจเจ้าคิบอมน้อยให้มากนัก เพราะเท่านั้นมันก็เขินจนแทบจะบ้าแล้ว

ตาระยับจับจ้องดวงหน้าที่คมเข้มด้วยแววตาชวนฝัน อยากจะก้มลงไปจูบมันเองซะเดี๋ยวนี้ แต่มันก็คงจะไม่ดีเพราะมันมีรอยแตกอยู่และมันก็คงจะทำให้คิบอมเจ็บ  นิ้วเรียวคลึงไปคลึงมาทั้งๆที่มันก็ทาจนทั่วริมฝีปากแล้ว ดงแฮทำไปเพราะความเพลิดเพลินโดยไม่รู้ว่ามันกำลังทำให้คนที่สงบใจเต้นระส่ำในจังหวะแปลกๆ

จูบเบาๆคงไม่เจ็บมั๊ง

หน้าสวยแสดงอาการอยากรู้อยากเห็น ถึงคิบอมจะออกปากผลักไสด้วยเหตุผลที่ไม่น่าจะเข้าใจเลยสักนิด แต่เวลานี้เขากำลังหลับและคนหลับคงจะไม่รู้เรื่องไร มันคงจะไม่เป็นอะไรในเมื่อตัวเองก็โดนเขาปล้นจูบไปแล้วตั้งหลายต่อหลายรอบ เพราะตอนนี้แค่อยากจูบก่อนที่เขาจะตื่นมาพูดจาร้ายๆใส่อีก

ร่างบางโน้มตัวลงไปช้าๆและหลับตาพริ้มเมื่อจรดริมฝีปากทาบทับริมฝีปากของร่างหนาที่นอนอยู่ ความอ่อนนุ่มและกลิ่นหวานๆจากร่างบางช่วยกระตุ้นอย่างดิบดี จากที่ข่มใจไม่ให้ก่อเรื่องอะไรอีกก็เหมือนจะทำไม่ได้แล้ว

รนหาที่จริงนะ ลีดงแฮ

ตัวเล็กอมยิ้มน้อยๆเมื่อค่อยๆถอนริมฝีปากออกมา แต่แทนที่ทุกอย่างจะจบกลับมีอุ้งมือหนาคว้าเอวบางไว้และใช้อีกมือกดท้ายทอยให้ริมฝีปากแตะกันอีกหน กลีบปากที่นิ่งสงบเมื่อครู่ได้แปรเปลี่ยนมาร้อนแรงในเสี้ยววินาที คิบอมจับร่างบางเบี่ยงลงไปบนพื้นเตียงที่ว่างแล้วโน้มใบหน้าลงไปบดขยี้ที่ริมฝีปากอย่างสุดแรงรัก

“คิ.. อื้อ.. อิ..ออม”

ลิ้นเล็กถูกกระหวัดเกี่ยวพร้อมทั้งดูดเบาๆเสียจนคนโดนจูบอ่อนระทวย คิบอมรุกหนักจนดงแฮเคลิ้มตามไปโดยง่าย เป็นคนเริ่มก่อนอยู่แล้วแต่พอโดนโต้ตอบกลับมาก็แค่ตกใจ แต่ตอนนี้มันไม่ตื่นตระหนกอะไรทั้งนั้นแถมยังตอบรับสัมผัสนั้นเป็นอย่างดี

มือน้อยทุบประท้วงเบาๆเพราะขาดอากาศหายใจเขาจึงให้พัก แต่คิบอมกลับไม่ได้หยุดอย่างที่คิด เขาฝังปลายจมูกแล้วลากจูบบนแก้มนิ่มเชื่อมลงมาที่ซอกคอขาวเนียน จูบซ้ำๆจนรอยรักสีกุหลาบเกิดขึ้น มือหนึ่งเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่มีตราไมอาทีละเม็ด

“คิบอม.. ไม่เอานะ” 

คนโดนทักท้วงไม่ตอบอะไรแต่กดจูบลงไปอีกครั้ง โทษฐานที่เตือนอะไรแล้วไม่ยอมฟังถ้าเมื่อคืนเป็น Deep Kiss ตอนนี้มันคงจะเป็น Extra Deep Kiss แน่ๆ

ตาเรียวหยุดมองพลางหอบเบาๆ แก้มพองที่แดงหนักนั่นมันช่างน่ารัก ตาแป๋วก็แสนหวานน่าสัมผัส ใครเจอสายตาแบบนี้เข้าไปคงจะตัดใจหยุดไม่ลง แต่ก่อนที่จะถูกเขาทำร้าย ดงแฮเลยต้องทำร้ายหัวใจตัวเองเสียก่อน

“นี่เป็นรางวัลที่ขอใช่มั๊ย”

“...”

“มาเอาไปสิ”

มือเล็กโน้มคอเขาลงมาพร้อมกับเป็นฝ่ายเริ่มจูบอีกรอบ คิบอมยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วกดริมฝีปากกลับคืนไป ในเมื่อท้ามาขนาดนี้มีหรือที่จะยอมปล่อย

เตือนแล้วนะว่าอย่ามาใกล้ ..นายทำตัวเป็นแมลงเม่าบินเข้ากองไฟเองนะดงแฮ

 เสียงตึกตักดังเข้ามาใกล้แต่ไม่มีใครสนใจเลยสักคน ซองมินที่อุตส่าห์อ้อนเยซองให้พาแวะมาหาเพื่อนได้ยินสียงประหลาดก็นึกสงสัย ประสบการณ์มันกำลังสร้างความระแวงให้ พอถึงหน้าห้องก็ค่อยๆแง้มเข้าไปแบบกล้าๆกลัวๆ

ภาพที่เห็นทำให้ต้องรีบปิดปากก่อนที่จะเปล่งเสียงทำลายบรรยากาศ คิบอมที่อยู่ด้านบนสอดมือเข้าไปในเสื้อคนสวยแถมยังลูบไล้ไปมา ส่วนเพื่อนรักก็หลับตาพริ้มเบี่ยงหน้าหลบปลายจมูกแหลมเป็นระยะ พอคิบอมถอนริมฝีปากก็ส่งสายตาหวานเยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนที่จะกดกลีบปากแดงๆเข้าหากันอีกครั้ง แขนเรียวที่กระหวัดเกี่ยวต้นคอหนาขยุ้มผมที่หัวทุยๆของเขาเอาไว้ เสียงครางหวานๆที่เปล่งออกมาทำเอาคนแอบมองถึงกับเขินตาม

“อื้อ..คิบอม”

ซองมินหน้าแดงระเรื่อรีบปิดประตูให้แล้ววิ่งดุ๊กๆกลับไปที่รถ หน้าแดงแก้มแดง ท่าทางเขินหนักจนพี่ชายชักจะสงสัยขึ้นมา ไหนบอกว่าเพื่อนป่วยแล้วไหงมันวิ่งหน้าแดงลงมาแบบนั้นล่ะ

“ทำไมเยี่ยมเร็วนักล่ะ”

“ก็..”

“ก็.. ก็อะไรน่ะเจ้าตัวกลม”

“ก็คิบอมไม่เป็นอะไรแล้ว ดงแฮก็สบายดี รีบกลับกันเถอะ ตาตี่ต้องไปบริษัทอีกนี่นา”

แม้ความจริงจะไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นแต่คนแอบมองก็คิดไปไกลแสนไกล คิดเลยเถิดไปว่าอีกไม่นานเสื้อผ้าคงหลุดออกจากร่างเพราะเล่นนัวเนียกันอยู่บนเตียงในห้องนอนแบบนั้นแถมยังเงียบสงัดไม่มีคนอีก นี่ล่ะมั๊งที่คยูฮยอนบอกว่าเป็นเรื่องปกติ

ดงแฮนะดงแฮ เห็นเงียบๆกับคิบอม ที่ไหนได้แอบมากุ๊กกิ๊กกันลับหลังเพื่อนแบบนี้ มิน่าซีวอนถึงจีบไม่ติดสักที เพราะแอบมีคิบอมอยู่แบบนี้ทั้งคนล่ะสิเนี่ย >////<

 

สองร่างที่กอดรัดและใช้จูบร้อนๆแทนอาวุธในการต่อสู้เริ่มสงบแรงรักลงเพราะตัวเล็กรู้สึกได้ว่ามีอะไรดันสะโพกของตนอยู่ ถึงไม่บอกก็รู้ว่าคืออะไร ต่อให้เจ้าตัวไม่พูดก็รู้แล้วล่ะว่าคิบอมหวั่นไหวแค่ไหนกับตนเอง

มือน้อยรีบดึงเสื้อและจัดร่างกายให้เรียบร้อย แก้มแดงปลั่งดูน่ารักเกินห้ามใจแต่คนมองก็ต้องหักห้ามไม่ให้ทำอะไรไปมากกว่านี้ แต่ปัญหาตอนนี้ก็คือไอ้ตัวเล็กๆที่อยากจะซนนี่สิ

คิบอมมองร่างกายส่วนอ่อนไหวของตัวเองแล้วถอนหายใจเบาๆ พยายามตะแคงตัวหลบไม่ให้อีกคนจับสังเกตได้ แต่ก็สายไปแล้วล่ะเพราะดงแฮรับรู้ตั้งแต่ที่มันดันขึ้นมาเมื่อครู่  คนสวยยิ้มเขินๆแล้วก้มหน้าก้มตาเดินเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ พยายามทำเหมือนไม่มีอะไรให้มากที่สุด

“วันนี้กินข้าวต้มนะ ปากยังเจ็บอยู่นี่”

“อื้อ” ไม่พูด แต่ครางในลำคอตอบไป

“นอนพักไปแล้วกัน เดี๋ยวชั้นลงไปเตรียมให้”

“อืม”

ทันทีที่ประตูปิดลงดงแฮก็ออกอาการเขินอย่างเห็นได้ชัด ตัวเล็กลูบริมฝีปากแล้วกระโดดไปกระโดดมาแถมยังกัดนิ้วหน้าแดงเหมือนคนบ้าอยู่ตามลำพัง ส่วนคิบอมก็หันหลังให้ประตูเพราะไม่รู้จะปั้นหน้าอย่างไรต่อ เครียดเหลือเกินกับเจ้าตัวเล็กที่มันดื้อดึงอยู่ตอนนี้ ทรมานก็ทรมาน แต่จะปล่อยให้มันลุกดิ้นไปมาก็อายอีกคนเสียเปล่าๆ

ตัวใหญ่ลุกขึ้นทั้งๆที่ระบมไปทั้งตัว ทีเมื่อครู่ยังลืมเจ็บไปได้ตั้งหลายนาที พอเหลือบมองหน้าตัวเองที่สะท้อนในกระจกบนโต๊ะเครื่องแป้งก็หน้าแดงขึ้นมาเอง

ปากเจ่อชะมัดเลย =*=

“เฮ่อ ป่ะลูกพ่อ เข้าห้องน้ำกันเถอะเรา”

 

 

---------------------- SHARP ----------------------

 

 

ฮันกยองและฮีชอลยังต้องนั่งซ่อมหนังสือกันต่อไป แต่โชคดีที่ใกล้จะสอบจึงได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้เร็วกว่าทุกๆครั้งแต่ที่มันแย่ก็คือฝนเจ้ากรรมที่ดันตกลงมาเสียนี่ แต่ก็โชคดีที่ฮันกยองรอบคอบและพกร่มมาเพราะดูพยากรณ์อากาศในทุกๆเช้า

รุ่นพี่คนสวยเลยต้องทำหน้าที่กางร่มให้เมื่อเขาแบกขึ้นหลังไปวางที่เบาะเล็กๆท้ายรถ ช่วงนี้เหมือนอะไรๆจะดีขึ้นมาก จากที่เคยเถียงคำไม่ตกฟากก็ชักจะยิ้มแย้มใส่กันมากขึ้นเพราะฮันกยองก็ไม่ได้หื่นหรือลามกมากมายอย่างที่โดนอีกคนตราหน้าไว้ตั้งแต่วันแรก

ตึกเรียนมืดๆที่มีเพียงแสงไฟไม่กี่ดวงส่องสว่างนำทางดูวังเวงชอบกลแต่เพราะมีคนอยู่ด้วยมันเลยลดความสยองลงมากเป็นเท่าตัว ฮีชอลฮัมเพลงเบาๆแล้วร้องเสียงใส ฟังไปก็เพลิดเพลินอยู่ไม่น้อย

“พ่อบอกว่าสอบเสร็จคุณก็น่าจะเดินได้แล้วล่ะ” อยู่ๆก็เอ่ยขึ้นมา

คนที่นั่งกางร่มพยายามจะไม่ให้เปียกทั้งสองคนพยักหน้าเบาๆ อยู่ๆก็ไม่อยากจะหายดีขึ้นมาเสียอย่างนั้น การที่มีคนคอยรับคอยส่งและดูแลแบบนี้มันก็รู้สึกดีไม่หยอก

“ถ้าชั้นหายแล้วนายจะเอาจักรยานนี่ไปไว้ไหน”

“หืม คงเอากลับบ้านมั๊ง” เขายิ้มจางๆเพราะทุกวันนี้ก็ฝากป้อมยามเอาไว้อยู่ “ทำไมเหรอ”

“ก็แค่อยากรู้” ใครจะกล้าตอบล่ะว่าชักจะชอบนั่งจักรยานขึ้นมาแล้ว

“ฝนมันตกไม่แรงเท่าไหร่ ผมว่าคุณกางแต่ตัวเองก็ได้นะ ผมไม่เป็นอะไรหรอก”

“ชั้นไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวนะ”

“อิ อิ เหรอ”

“เออน่ะสิ”

คนปั่นยังขยับขาต่อไปเรื่อยๆโดยไม่หยุดพัก แสงไฟสีส้มๆที่เปิดสว่างตามทางในโรงเรียนช่างสร้างบรรยากาศให้โรแมนติก แต่มันจะเลิกโรแมนติกก็เพราะมีเสียงริงโทนดังขึ้นจากกระเป๋ากางเกงของฮันกยองนี่ล่ะ

ร่างหนารีบปั่นจักรยานไปหยุดที่ข้างตึกเพื่อดูว่าใครโทรมา แต่แค่เห็นหน้าจอก็ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีแล้ว

“สวัสดีครับพี่ฮวาซอง”

คนฟังตาโตหันไปมองหน้าแล้วค้อนขวับ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอารมณ์ดีอะไรขนาดนั้นนักหนา

“กำลังจะกลับครับ วันนี้คงจะไม่ได้เข้าไป ไว้สอบเสร็จแล้วจะเข้าไปหานะฮะ ..อา ทำไมจะไม่คิดถึงล่ะครับ นูนาของผมออกจะสวยขนาดนี้ ..คร๊าบผม ไว้เจอกันครับ”

ฮีชอลหน้าหงิกทันทีที่ได้ยินเขาพ่นคำหวานๆออกมา เพราะนอกจากพูดกับฮวาซองแล้วก็ไม่เห็นฮันกยองจะพูดดีกับใครขนาดนี้เลยจริงๆ

“ป่ะ ไปกันเถอะ”

ร่างหนาหันมายิ้มบางๆท่าทางจะอารมณ์ดีมาก ขนาดปั่นจักรยานยังร้องเพลงได้ทั้งๆที่ก็ไม่เคยร้อง

“จะอารมณ์ดีอะไรนักหนา” ฟังแล้วก็อดกัดไม่ได้

“ก็อารมณ์ดีสิ พี่ฮวาซองโทรมาทั้งที”

“ชั้นเพิ่งรู้ว่านายชอบคนที่แก่กว่า”

ได้ยินแบบนั้นฮันกยองก็หัวเราะถูกอกถูกใจ แต่มันฟังแล้วน่าจะฆ่าในสายตาฮีชอลซะมากกว่า “ใครๆก็ชอบพี่ฮวาซองทั้งนั้นนั่นแหละน่า”

“อ๋อเหรอ”

“คุณไม่ชอบเหรอ”

“จำเป็นต้องชอบด้วยเหรอ ไม่เห็นจำเป็นเลย”

“เป็นอะไรขึ้นมาอีกเนี่ย”

“ช่างชั้นเถอะ”

คนสวยหน้านิ่วอารมณ์บูด ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรแต่มันไม่ชอบให้เขาอารมณ์ดีแบบนี้เลยจริงๆ ร่างบางแกล้งถือร่มให้มันโคลงไปโคลงมาแล้วกระแทกโดนศีรษะฮันกยองเป็นพักๆจนคนโดนชักจะทนไม่ไหว

“ถือให้มันดีๆหน่อยสิ มันโดนหัวผมนะ”

“ก็ลมมันแรง” แกล้งเนียนตอบไปงั้นๆ แต่อยากจะเอาโขกหัวให้โนเป็นลูกมะนาว

“อากาศมันเย็นๆ โดนฝนด้วยแบบนี้น่ะกลับไปบ้านต้องรีบอาบน้ำเลยนะ จะได้ไม่เป็นหวัด” ลูกชายคุณหมอพล่ามต่อ “ถ้ามึนๆก็ต้องทานยาด้วยนะ”

พอเขาทำห่วงก็แอบอมยิ้มเงียบๆ “บอกแต่ชั้น ถ้านายป่วยเองล่ะชั้นจะฮา”

“ไม่หรอกน่า”

สองร่างคุยกันเบาๆกลางสายฝนจนมาถึงหน้าโรงเรียนก็ปั่นไปส่งคนสวยที่รถ ร่างหนารับร่มมาแล้วส่งยิ้มบางๆให้กับคนที่เพิ่งจะขึ้นไปนั่งบนรถคันหรู แต่ก่อนที่ฮีชอลจะปิดประตูก็ผลักกับมาอีกครั้ง

“นายจะกลับยังไง คงไม่ปั่นจักรยานกลับนะ”

“ก็เดี๋ยวปั่นไปฝากที่ป้อมยามแล้วค่อยกางร่มไปขึ้นรถเมล์” เขายิ้มตาหยี

“นายปั่นมาส่งชั้น กลับกับชั้นก็ได้ เดี๋ยวให้คนรถวนไปส่ง”

พอเขาใจดีก็ชักจะงง “ไปส่ง?”

“ถ้านายป่วยแล้วสอบไม่ได้จะไม่โทษชั้นหรือไงล่ะ” ทั้งที่หวังดีแต่ก็ยังจะทำปากร้ายใส่ “ปั่นไปฝากป้อมยามแล้วรีบกลับมาเร็วๆ ชั้นจะรอ”

ฮันกยองพยักหน้าเบาๆก่อนที่จะอมยิ้มฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี นานๆทีคนสวยจะใจดีให้ก็ต้องรีบคว้าเอาไว้ก่อน พอมาขึ้นรถก็มีคนโยนผ้าขนหนูมากองแหมะบนศีรษะแล้วมีเสียงลอยตามมาด้วย

“เช็ดหัวไป เดี๋ยวไม่สบาย”

“หึ หึ”

“ขำอะไร” ตากลมหันไปจ้องที่บังอาจมาหัวเราะแบบนั้น

“เปล่า แค่ดีใจ”

“ดีใจอะไรของนาย”

“ดีใจที่มีคนห่วง”

ร่างบางรีบเมินหนีแล้วอมยิ้มให้กับเงาที่สะท้อนผ่านกระจกรถเข้ามา “ประสาท”

รถคันงามแล่นไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ของนายแพทย์ชื่อดัง ฮีชอลมองอย่างไม่แน่ใจนักเพราะเทียบกับเมื่อก่อนแล้วมันค่อนข้างจะกว้างและดูใหญ่โตขึ้นมาก ซึ่งก็น่าแปลกที่เขาจะยังทำตัวติดดินอยู่แบบนี้ ร่างสูงรีบกางร่มแล้วโค้งน้อยๆเพื่อแทนคำขอบคุณ กดกริ่งสักครู่ก็มีคนสวนรีบวิ่งมาเปิดให้

“คุณหนูกลับไวจังนะครับวันนี้ แต่ก็ดีครับ คุณนายเพิ่งทำอาหารเสร็จ เห็นบอกว่าจะทำให้คุณหนูทานก่อนสอบ”

ชายคนนั้นแย่งเอาร่มไปกางให้แถมยังส่งเสียงตามมาอีกประโยค “ผมว่าคุณหนูเอารถไปใช้เถอะครับ แบบนี้มันจะไม่สบายเอา รถที่บ้านก็มีตั้งสามคัน คันที่ว่างอยู่น่ะคุณหนูน่าจะเอาไปใช้”

แต่ฮันกยองกลับส่ายหน้า “ยังเรียนไฮสคูลอยู่น่า เอาไว้ขึ้นมหาวิทยาลัยแล้วจะใช้แล้วกัน”

“คุณหนูก็อย่างนี้ประจำ”

“ก็มันไม่จำเป็น”

คนสวยฟังแล้วก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ เขานั่งมองฮันกยองเงียบๆจนกระทั่งลับตาไปจึงได้ให้คนรถขับกลับบ้านหลังใหญ่ของตัวเอง บางทีคนๆนี้ก็ออกจะมีมุมน่ารักและไม่เลวร้ายอย่างที่คิดนัก อย่างน้อยๆก็รู้จักประหยัดบ้าง อย่างนี้มันก็ดูน่ารักดี

“ไอ้เด็กบ้านี่ก็น่ารักดีแฮะ ^ ^

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ending talk

 

ได้บัตร 5000 / SG มานะคะ  อีกวันได้ 4500 / SF   ไม่บอกว่าแถวไหน เผื่อแลกกับเพื่อนอีกที แต่ตอนนี้ได้แบบนี้มา  ใจจริงอยากไปกับเกาะนะ อยากทำโปรเจค แต่ถ้าทำโปรเจค แล้วมันจะไม่ค่อยได้รูปที่ค่อนข้างใกล้เลยต้องตัดใจถีบตัวเองออกมา   

มีเรื่องทำให้อมยิ้มได้นิดหน่อย ฮ่าๆ  ... ได้รหัสบัตรคอน (ใบ 5 พันอ่ะ) เลข  1 2 9 0  ค่ะ  วะฮะฮะฮ่า  กรีดร้องแบบไร้เหตุผล อ่ะคึ คึ

 

 ตอนนี้ใครไม่เม้น    ง อ น  เชอะๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #67029 DreamPatty (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2556 / 21:35
    อะไรรรรร นี่คิบอมช่วยตัวเองงงงงงง 555555555
    #67,029
    0
  2. #66971 แดกเด็กทั้งวัน (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 16:47
    ซองมินเห็นแล้วอย่าเอาไปบอกใครนะลูก5555
    #66,971
    0
  3. #66852 dear (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2555 / 21:03
    ท่ายชายคิมคินี่ก็..
    #66,852
    0
  4. #66796 แอ๋มแป๋ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 11:49
    ร้อนแรงกันจริงๆๆๆ นี่ขนาดแค่จูบนะ ยังทำเอาเขินได้ขนาดนี้
    #66,796
    0
  5. #66581 P-ENT (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2555 / 18:44
    บอม อารมณค้างมีต่อที่ห้องน้ำซะด้วย ^^

    #66,581
    0
  6. #66282 KIHAE*129 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 17:27
    บอมแร๊งงงงงงงงงงงงงงงงงง

    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    แอบฮาบอมเบาๆ

    คิเเฮน่ารักจริงๆ

    น้องมินอย่าเข้าใจผิดลูก

    ย๊ะฮันซอล
    #66,282
    0
  7. #66218 mirchullove (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มีนาคม 2555 / 09:35
    มินดีใจด้วยนะ เจอเรื่องดีมาก
    #66,218
    0
  8. #66164 Zelon (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 / 16:11
    ขอไฮไลท์คำเดียวเลย "ใหญ่ป่ะ" !!!!!!!!!!!! มันแรงมากตึงโป๊ะ =[]=,,!!!! คิมคิบ๊อมมม แถมยังประโยคชวนลูก(?)เข้าห้องน้ำอีก นั่นคือคุณชายเย็นชาบ้าใบ้ไม่พูดไม่จาคนนั้นจิงเหรอ แรงงงงงงง



    คิเฮชวนเขินได้อีก แล้วมินก็เห็น(บวกคิดไปไกล)แล้วซะด้วยสิ จิงๆถ้าเนื้อเรื่องประมาณนี้จะสงสารวอนมากเลยแฮะ (มาดดีมาตลอด แต่อดแด่วซะงั้น) แต่งานนี้ไม่แฮะ - - คงเพราะวอนดูน่ากัวไปละมั๊ง



    คิเฮทำตามหัวใจเถอะครับ ความจิงก็คือความจิง บิดเบือนความจิงไปจะทำให้เจ็บกันไปหมด (เอว่าแต่ฮยอกจะมีบทมากกว่านี้ เช่น คิดร้ายกะด๊อง ไหมหว่า..)
    #66,164
    0
  9. #66115 sungmin sj (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 / 16:49
    คิเฮ น่ารักมากกก ค่ะ
    #66,115
    0
  10. #66018 chin-cha (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 มกราคม 2555 / 22:19
     คิเฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #66,018
    0
  11. #65964 np137 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2554 / 19:19
    ซองมินมาได้ถูกจังหวะมากๆๆๆ คิเฮหวานกันซะ
    #65,964
    0
  12. #65813 mind. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2554 / 21:50
    เขินนนนนนนนนนนนนนน-////////////-
    #65,813
    0
  13. #65708 Witim (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2554 / 00:11
    คิเฮ เขินอ่ะ
    #65,708
    0
  14. #65672 MTieluk (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 23:52
     คิเฮหวานไปนะ เค้าอ่านไปเขินไปนะเนี่ยยย 
    #65,672
    0
  15. #65573 A-lma (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2554 / 14:46
     KIHAE  อ๊อยย   หวานซะ  เขินอ่ะ 
    พูดไม่ออกเลย  อารมณ์เขินจมมือหงิกเลย 55
    #65,573
    0
  16. #65364 PARISO'KH (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 กันยายน 2554 / 22:34
    โอ๊ยยย เขินคิเฮไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว
    #65,364
    0
  17. #65202 NANA (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2554 / 12:20
    อร๊ายยยยยยยยย บอมด๊อง เค้าคุยอะไรกัน ใหญ่ป่ะ!!

    บอมหน้าด้านอ่ะ!! ทะลึ่งด้วย

    เลยต้องพาลูกเข้าห้องน้ำเลย

    #65,202
    0
  18. #65167 satohara (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2554 / 14:40
    ฮันชอลน่ารักอีกแล้วอ่ะ ฮีก็ยอมเปิดใจได้แล้ว สู้ๆค่ะไรเตอร์
    #65,167
    0
  19. #63871 zeze (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2554 / 02:41
    เม้นด่วน....น่ารัก

    #63,871
    0
  20. #63855 PARISO'KH (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2554 / 19:52
    มินเห็นแล้วเยียบไว้นะลูก 55555555555
    #63,855
    0
  21. #63834 []เดอะ.สอง? (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 / 14:03
     มินเจอของดีซะด้วย
    #63,834
    0
  22. #63536 Pink_Panther (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 เมษายน 2554 / 00:01
    หนูมินแจ็กพ็อตแตก !

    ป๋ากับเจ๊น่ารักมากกกกกกก ///ดีดดิ้น
    #63,536
    0
  23. #63292 Mapii ky (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 23:30
    หมวยบอกวอนไปเถอะ เป็นแบบนี้ต่อไปก็สงสารอ่า

    ตอนนี้คิเฮกะฮันชอลน่ารักกันมากๆ อิอ

    #63,292
    0
  24. #63159 ♥mt_saranghae>>km♥ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 มีนาคม 2554 / 14:20

    คิเฮ๊ !!!!!!!!!!    รุนแรงลูก 5555 .
    ซองมินรู้แล้วว่าเค้าเป็นยังไง คู่ตัวเองเมื่อไหร่จะเริ่ม ก๊ากกกกกกกกก

    #63,159
    0
  25. #63058 Primadonna-yui (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มีนาคม 2554 / 00:44
    เขินมาก คิเฮ กรี๊ดๆ

    ฮาบอมอ่ะ

    น้องมินเจอฉากเด็ด ฮี่ๆ
    #63,058
    0