Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 27 : Charpter 20 : อะไรที่อยู่ในใจเธอ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    23 ม.ค. 53

 

บรรยากาศในห้องเรียนก่อนสอบยังปกติ อาจารย์ที่ยืนอยู่หน้าชั้นกำลังสรุปและทบทวนเรื่องราวที่จะใช้สอบให้โดยมีนักเรียนที่สวมเครื่องแบบสีกรมท่ากับสีแดงอิฐนั่งตั้งใจจดกันอย่างเรียบร้อย คงจะมีแค่คิบอมที่นั่งกอดอกฟัง แต่ก็ยังอุตส่าห์ขยับมือมาขีดเขียนอะไรบ้างเป็นระยะ

ฮันกยองบอกว่าคิบอมเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว เขามักจะขี้เกียจกับการใช้มือจดเลคเชอร์และตั้งใจจำที่อาจารย์สอนแทน ดงแฮจำทุกๆอย่างเกี่ยวกับเพื่อนข้างโต๊ะที่ชอบทำตัวเป็นหุ่นจำลองนั่งนิ่งๆโดยไม่สนโลกได้เกือบทุกอย่าง แต่นี่เพิ่งเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกอึดอัดกับการที่มีคิบอมอยู่ในห้องนี้

หลายวันมาแล้วที่ไม่ได้พูดอะไรกันมากกว่าคำทักทายเพียงน้อยนิด เจ้าเด็กจอมกวนที่ชอบมาทำหน้าทำตายียวนกวนโมโหแทบจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตจนผิดปกติ ใช่อยู่ที่ทุกวันก็คุยกันแบบนับคำได้ แต่ความรู้สึกมันก็ไม่ได้เลวร้ายหนักขนาดนี้มาก่อน อย่างน้อยๆตอนนี้ขอให้เขาหันมาดุสักนิดก็ยังดี

“คิบอม”

“...”

“นี่คิบอม จะเอาชีทมั๊ย”

“...”

“วันเสาร์นี้นัดกันไปติวที่บ้านชั้นนะ”

“...”

“คิบอม”

“อือ”

 

เฮ่ย!! นี่มันความผิดปกติชัดๆ ลองถ้าผมเซ้าซี้แบบนี้เค้าจะต้องหันมาตวาดแล้วต่อด้วยเสียงห้วนๆว่า รำคาญ สิ ไม่ใช่นิ่งเงียบแล้วตอบมาสั้นว่า อือ แบบนี้  นี่เขาเป็นอะไร??

สีหน้าที่ดูออกว่ากำลังอึ้งของร่างเล็กค่อนข้างตลกและน่ารัก คนที่นั่งด้านหลังจึงยื่นมามาลูบเบาๆที่ผมหนาสีดำขลับแล้วหัวเราะเบาๆ

“ช่างมันเถอะ คิบอมมันเครียด อย่าไปกวนมันเลย”

“หืม” ดงแฮส่งตาแป๋วมาแทนคำถาม แต่ถึงไม่พูดอะไรหน้าสวยนั่นก็มีเครื่องหมายขดๆนั่นแปะหราเต็มหน้า

“มันขี้เกียจพูด เวลาจะสอบก็เป็นงี้แหละ”

“เหรอ”

ร่างบางตวัดสายตาไปมองซ้ำ นึกอยากจะเชื่อที่ซีวอนบอกอยู่แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกแปลกๆก็ไม่รู้ว่านั่นไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้คนข้างๆนิ่งได้ขนาดนี้ แต่พอจะหันไปถามฮันกยองบ้างก็ฉุดคิดได้ว่าไม่ควรจะสนใจคิบอมให้มากมายเวลาอยู่ต่อหน้าซีวอน ในเมื่อไม่อยากให้เขารู้สึกแย่ก็คงต้องทำแบบนั้น เพราะเขาหวังอะไรจากตัวเองก็รู้อยู่

พอได้ยินเสียงกริ่งดังตอนเลิกเรียนสารวัตรแสนเท่ห์ก็ช่วยเพื่อนตัวเล็กถือของไปส่งที่รถของคุณชายชเวแล้วค่อยย้อนกลับไปจูงจักรยานที่ลงทุนซื้อมาฝากยามที่โรงเรียนไว้เพื่อคอยปั่นไปรับไปส่งฮีชอลเวลาที่เขาอยากจะเดินไปไหน คยูฮยอนยืนเท้าสะเอวมองแล้วก็หัวเราะ ไม่นึกจริงๆว่าเพื่อนตัวเองจะทุ่มเทขนาดนี้

“ดูมัน ปั่นจักรยานซะน่ารักเลย” ราชนิกูลหนุ่มยิ้มกว้าง

ทุกๆคนต่างมองตามหลังร่างหนาที่กำลังพาตัวเองกับจักรยานคันไม่ใหญ่ไม่เล็กไปที่ตึกข้างๆ ซึ่งดงแฮก็มองตามไปด้วยความสนใจทั้งที่เพื่อนก็โทรบอกตั้งแต่กลับไปถึงบ้านเมื่อคืนวานแล้วว่าจะต้องรับผิดชอบชีวิตพี่ชายตัวเองไปอีกสิบกว่าวัน

อิทึกลงมายืนรอที่หน้าตึกก่อนเพราะฮีชอลก็ลากสังขารมาไม่ไหว ร่างโปร่งโยนกระเป๋าเพื่อนไปให้ไอ้เด็กหน้านิ่งแต่ปากร้ายอย่างยิ้มๆแล้วพยักพเยิดขึ้นไปบนตึก

“กำลังลงมา ไปรับมันสิ”

ฮันกยองมองหน้าหวานๆนั่นพลางเก็บกระเป๋าของคนเจ็บให้เรียบร้อย เขาโค้งเบาๆแทนคำขอบคุณแล้วรีบวิ่งขึ้นไปหาคนที่เป็นจุดหมายของตัว ซึ่งยังไม่ถึงชั้นสองดีก็เจอฮีชอลเดินเกาะราวบันไดแล้วลากขากะเผลกๆลงมาอยู่ ตัวใหญ่รีบเข้าไปหาแล้วย่อตัวลงให้เขาขึ้นขี่ที่หลัง

“ทำบ้าอะไรอีกเนี่ย” ตากลมจิกมองอย่างอายๆ

คนก็ตั้งเยอะจะให้ทำบ้าทำบอขี่หลังรุ่นน้องเป็นเด็กๆนี่นะ

                “ก็คุณเจ็บขาไม่ใช่เหรอ เดินแบบนี้เดี๋ยวมันก็ไม่หายหรอก” ลูกชายนายแพทย์ร้องดุ “พ่อผมบอกไว้ว่าอย่าให้คุณเดินมากนัก เดี๋ยวข้อเท้ามันจะเจ็บหนักกว่าเดิม”

“งั้นก็ประคองเฉยๆได้มั๊ย ไม่ต้องขึ้นหลังก็ได้ ชั้นอายเป็นนะเว้ย”

“ก็ประคองมันช้า” อีกคนรีบเถียง “เดี๋ยวอาจุมม่าที่ห้องสมุดก็บ่นจนหูชาอีกอ่ะ ขี้เกียจฟัง”

“อ่า..” คนสวยหน้าหงิก จะเถียงก็ไม่ได้เพราะตัวเองก็รำคาญเหมือนกัน แต่ไอ้จะให้ขี่หลังมันก็อายอยู่ดี

ลูกผู้ชายอย่างผมนี่นะจะต้องให้ไอ้เด็กลามกนี่มาดูแลเป็นเด็กสามขวบแบบนี้ -*-

“ขึ้นมาเหอะน่า” ร่างหนาวเท้าสะเอวอย่างรำคาญ “งั้นก็เลือกเอาว่าจะขี่หลังหรือจะให้ผมช้อนตัวขึ้นมาอุ้มแบบนางเอกละคร”

“อ..อ่ะ!!

“งั้นก็อย่าดื้อ”

เสียงเข้มกดต่ำอย่างคนตั้งใจจะดุจนคนเป็นพี่ดื้อต่อไม่ได้เพราะสายตานั่นบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าถ้าไม่ทำตามคำสั่งคงจะต้องโดนอุ้มขึ้นซบอกนั่นเป็นเจ้าหญิงในนิทานแน่ๆ ซึ่งแค่คิดมันก็จวนเจียนจะอ้วกเต็มที

ผมไม่มีทางให้ชีวิตผมด่างพร้อยด้วยวิธีนั้นแน่ = =”

หลังจากที่เรื่องมากอยู่นานสองนานสุดท้ายก็ต้องยอมขี่หลังจนได้ แต่พอเด็กหนุ่มพาไปที่หน้าตึกแล้วเห็นกระเป๋าที่คุ้นตาอยู่บนจักรยานก็ตาโต

“นี่อะไร”

“จักรยาน ไม่รู้จักหรือไง” ได้ทีก็กัดคืน

“รู้เว้ย แต่ชั้นถามว่ามันอะไร เอามาทำไม เอาของใครเค้ามา”

“ของผม ให้พ่อซื้อมาส่งเมื่อกลางวัน” เขาตอบนิ่งๆพลางหยิบกระเป๋าส่งให้เจ้าของ “ก็ผมมีส่วนทำให้คุณเจ็บนี่ บอกแล้วไงว่าผมไม่ใช่คนไร้ความรับผิดชอบ”

“อย่ามาพูดส่อๆ นี่แกพูดอย่างกับว่าชั้นกลายเป็นเมียแกไปแล้วนะ”

“คุณนั่นแหละคิดลึก ผมแค่บอกว่าผมจะรับผิดชอบคุณไง หรือว่าไม่ต้องการน่ะ ทีเมื่อคืนล่ะร้องโอดโอย เจ็บอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นรอยนิดหน่อยก็บ่น ผมน่ะทำเบาที่สุดแล้วนะ”

“ชั้นบอกแกว่าอย่าพูดส่อๆ” แก้มขาวขึ้นสีเพราะนักเรียนที่เดินไปเดินมาชักจะมองหน้าเขาแล้วหัวเราะ

“ผมก็หมายถึงตอนล้างแผลที่ถลอก คุณคิดอะไรของคุณ”

“ก็นายพูดให้คนอื่นเข้าใจผิด”

“ก็ผมแค่จะรับผิดชอบ คุณก็ไม่ยอมเองนี่นา “

อิทึกที่ยืนรอได้ยินก็แอบขำ ฟังแล้วมันชวนให้คิดลึกชะมัด แต่เพราะตัวเองก็ถึงเวลาที่จะต้องกลับจึงล่ำลาทั้งเพื่อนทั้งรุ่นน้องหน้าหล่อและฝากชีวิตฮีชอลไว้ในอุ้งมือมารหน้าตี๋แทน

 “ไปล่ะ ขี้เกียจอยู่ฟังเรื่องของพวกนาย” หน้าหวานยิ้มล้อเพื่อนในที ทำเอาฮีชอลแทบจะแยกเขี้ยวงับหัว “ฮันกยองดูแลมันด้วยนะ ถึงมันจะกัดเก่ง เห่าบ่อย แต่มันก็น่ารักน่าเอ็นดูอยู่”

“ชั้นไม่ใช่หมา!!

“ฮ่าๆๆๆ”

คนอารมณ์ดีรีบวิ่งหนีก่อนที่จะมีรองเท้าลอย ร่างโปร่งบางเดินล้วงกระเป๋าเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี แต่สายตาที่มองตรงนั้นตรงนี้ก็ดันไปสะดุดเข้ากับอีกคนที่ตนสนิทอย่างซองมินที่กำลังเปิดประตูรถที่มีคนขับซึ่งสามารถเปล่งออร่าในตัวได้อย่างคยูฮยอน เขากับซองมินมักจะออกประตูเดียวกันจึงเห็นภาพแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ที่ชวนอึ้งหนักกว่าเดิมคือภาพที่เจ้าวายร้ายดึงน้องชายตัวเล็กไปจูบแก้มเบาๆ แถมสีหน้าของซองมินยังดูเป็นสุขอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

“อ..อะไรเนี่ย”

ปกติทุกๆวันคนรถที่บ้านของกระต่ายน้อยตัวอวบจะขับมารับและส่ง แต่พักหลังๆเหมือนว่าจะหายไป ซึ่งก็เป็นผีมือของซองมินที่บอกว่าให้มาส่งแค่ในช่วงเช้า เพราะขืนให้มารับก็คงจะไม่ได้กลับพร้อมคยูฮยอนที่ขโมยทั้งหัวใจไปแล้ว แม้ว่าบ้านจะอยู่คนละทาง แต่ถ้าวันไหนว่างก็มักจะไปส่งถึงประตูบ้านหลังจากที่พาตะลอนๆจนมืดค่ำแล้ว

ตัวเขาเองอยู่บ้านที่ห่างจากโรงเรียนไม่กี่ร้อยเมตรจึงไม่จำเป็นต้องรีบกลับหรือวิ่งขึ้นรถเมล์เหมือนคนอื่น บางวันก็ชอบไปนั่งมองนั่นมองนี่ที่สวนสาธารณะใกล้ๆจนพอใจแล้วจึงได้เข้าบ้าน เพราะตั้งแต่ที่ทดลองเรียนร่วมกันก็แทบจะไม่ได้เข้าไปซ้อมดนตรีเลยเนื่องจากมีคนมากมายที่ไม่รู้จักเต็มไปหมด

ร่างโปร่งเดินเอื่อยๆอย่างไม่รีบร้อนนัก แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีเสียงบีบแตรดังลั่นตามด้วยรถที่ขับมาจอดเอี๊ยดที่ข้างตัว ซึ่งทันทีที่หันไปมองก็เห็นเยซองพรวดพราดเดินออกมา

“เห็นซองมินมั๊ย” เสียงห้วนรีบถาม พวกเขารู้จักกันอยู่แล้วจึงไม่แปลกอะไรที่พอเห็นอิทึกอยู่แถวนี้แต่น้องตัวเองหายไปมันก็ต้องถามหาจากคนใกล้ตัวก่อน

“ไปกับเพื่อนน่ะฮะ”

“ใคร” ยิ่งถามยิ่งเสียงดุหนัก “ไอ้คยูฮยอนหรือเปล่า”

“อ..อืม”

“บ้าเอ๊ย!!

อิทึกยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรต่อก็เห็นร่างหนานั่นเดินไปกระแทกประตูดังปังแล้วออกรถอย่างรวดเร็ว ท่าทางอีกไม่นานคงจะมีระเบิดลงกลางโรงเรียนสักลูกสองลูก

“เฮ่อ อะไรของเค้ากันเนี่ย”

 

เยซองโทรจิกเจ้าตัวกลมของตัวเองตั้งแต่ที่รู้ว่าออกไปกับเทพบุตรที่แฝงเงาปีศาจร้ายอย่างคยูฮยอน ความจริงก็รู้ว่านิสัยทั่วไปของคนๆนี้ก็จัดอยู่ในข่ายของคนดี ถ้าไม่ติดว่าเสียแค่เรื่องความเจ้าชู้ก็คงจะปล่อยให้อยู่ด้วยกันได้ ความจริงตัวเองก็ไม่แน่ใจนักหรอกว่าที่ผ่านมาน่ะเป็นเพราะเขาหวานเสน่ห์หลอกสาวๆหรือว่ามีแต่คนวิ่งโร่ไปหากันแน่ ขนาดแฟนตัวเองแท้ๆยังน่ากลัวจะเปลี่ยนใจอยู่เลย

แต่วันนี้กลับมาแปลก เพราะคยูฮยอนแค่พาซองมินแวะทานไอศกรีมแล้วก็มาส่งที่บ้าน แถมยังมานั่งหน้าหล่อรอเยซองกลับมาแล้วค่อยหาเรื่องกวนประสาทเล่น การที่ได้เห็นคนทุรนทุรายนี่มันสุขใจจริงๆ

“พี่เยซองมาก็ดี วันเสาร์ผมไปติวที่บ้านดงแฮอ่ะ ไปส่งหน่อยนะ”

คนฟังขมวดคิ้วทันทีเพราะตั้งใจจะดุที่หนีกลับมาก่อน “ติวอะไรน่ะไอ้ตัวกลม”

“ก็ตัวกลมจะสอบแล้วอ่ะ ตาตี่ลืมแล้วหรือไงว่ามันมีสอบมิดเทอม”

“เออว่ะ” ท่าทางจะเพิ่งนึกได้ “แล้วไปกี่โมง พี่ต้องเข้าบริษัทด้วย”

“ไปเช้า จะไปค้างด้วย คยูฮยอนไม่ว่างมารับ” ตาแป๋วๆรีบบอกตามบทที่อีกคนเสี้ยมสอนให้ท่องอย่างดิบดี “ตาตี่ไปส่งด้วยนะ เป็นพี่ต้องไปส่งน้องนะ”

“แล้วไอ้เด็กอ้วนที่ไหนที่หนีกลับมาก่อน”

“อ่า.. ก็คยูฮยอน..”

พอเอ่ยชื่อเท่านั้นล่ะก็ตาขวางขึ้นเป็นเท่าตัว คนโดนพาดพิงเลยยิ้มจางๆแล้วออกหน้าให้ “ขอโทษนะ แต่ผมแค่ชวนเค้าไปทานไอศกรีม เค้าคงกลัวคุณดุน่ะ”

ถุย ทีอย่างนี้ล่ะมาทำเป็นพูดดีมีชาติตระกูลเชียวนะมึง!!

“นายก็รู้ว่ามันอ้วนแล้วยังจะให้มันกินอีก” ว่าแล้วก็ตวัดหางตาไปมองหน้าอีกคน “อ้วนแก้มออกแล้วนะแกน่ะ บอกแล้วไงว่าช่วงนี้งดเค้ก งดไอศกรีม ไม่ยอมฟังน่ะระวังจะกลิ้งได้”

“นิดเดียวเองอ่ะ” ตัวเล็กบ่นอุบอิบ

ร่างหนาที่นั่งข้างๆหัวเราะแล้วพรายยิ้มตาวาว เขาเอื้อมมือไปหยิกแก้มนิ่มเบาๆต่อหน้าต่อตาคนหวงจนเยซองตาแทบทะลัก แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ในเมื่อเจ้าตัวกลมนั่นมันดันเขินออกหน้าออกตาเสียนี่

“วันนี้อยู่ทานข้าวด้วยนะ คุณพ่อคุณแม่ไปงานน่ะ กลับไปก็ต้องทานคนเดียว”

“คยูฮยอนอยากทานอะไรล่ะ เดี๋ยวบอกคุณป้าคังทำให้” หน้าหวานทำท่าน่ารักจนคนที่รักอย่างกับเขาเป็นน้องแท้ๆแทบจะลากคอออกมาไกลๆจากไอ้ตัวอันตรายนั่น

เย็นไว้เยซอง มันไปแล้วแกค่อยจัดการไอ้ตัวกลม หนอยแน่ะ เตือนไม่ฟัง!!

ภาพที่น้องชายเอาอกเอาใจจอมวายร้ายที่นั่งทำหน้าใสๆซื่อๆช่างน่าหมั่นไส้และเยซองก็ทนมองไม่ไหวเลยต้องระเห็จหนีไปที่บริษัท ความจริงก็ห่วงแต่เพราะเห็นแม่ของซองมินกลับมาเร็วจึงยังพอที่จะปล่อยได้ เพราะมันคงจะไม่ปล้ำลูกชายให้คุณแม่เจ้าตัวเล็กนั่นเห็นแน่ๆ

ฝากไว้ก่อนเหอะมึง!!!

 

 

ดงแฮกลับมาที่บ้านก็นั่งเหม่ออยู่ที่ข้างหน้าต่าง พยายามจะอ่านหนังสือแต่ก็อ่านไม่ไหวเพราะใจมันล่องลอยไปไกลแสนไกล แทบจะลืมไปแล้วว่ามีเด็กชายที่เคยดึงหัวใจเอาไว้มาหลายปีเพราะตอนนี้มันคิดถึงแต่คนที่ขโมยจูบแรกไปจากตัวเองแทบทั้งใจ สายตามองไปนอกหน้าต่างทีไรก็มองหาแต่ใครคนนั้น

หายไปหลายวันแล้วนะ เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย?

แค่ได้ยินเสียงแว่วเหมือนเสียงมอเตอร์ไซค์ก็ชะเง้อมอง ขนาดโต๊ะหนังสืออยู่อีกฝั่งยังต้องมานั่งคอยมอง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตัวเองทำไปเพื่ออะไรในเมื่อเขาก็ไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด

เมาใช่มั๊ยถึงได้ทำแบบนั้นลงไป ..เฮ่อ ชั้นควรจะคิดว่ามันเป็นแค่ความพลาดพลั้งของอารมณ์นายสินะ

แค่คิดถึงขึ้นมาก็ร้อนวูบที่ริมฝีปาก สัมผัสอ่อนหวานที่ได้รับยังตราตรึงติดในความรู้สึก อ้อมกอดอุ่นๆนั่นเคยใช้แทนอ้อมแขนของพ่อ แต่ทุกวันนี้มันกลับรู้สึกแปลกไปและเหมือนมันจะยิ่งอุ่นทั้งตัวทั้งหัวใจจนน่าประหลาด

ตัวเล็กนั่งกระแทกดินสอในมืออย่างที่เหงาแบบไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อก่อนเคยอยู่คนเดียวได้แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าทำไมมันเงียบเชียบจนน่ากลัว วังเวงเสียจนนึกอยากจะเปิดเพลงเพื่อให้รู้สึกว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ร่างเล็กกดรับโทรศัพท์จากคนเดิมๆที่มักจะโทรหาด้วยสีหน้าที่สงบนิ่ง ซีวอนยังเอาใจใส่และดูแลเหมือนเมื่อวันแรก แต่กลับไม่รู้สึกว่าอะไรมันจะดีขึ้นไปกว่าเดิม ที่เพิ่มเติมคงจะมีแค่ความลำบากใจที่มากขึ้นทีละเล็กทีละน้อย

“ตั้งใจอ่านหนังสือนะ”

“อืม ซีวอนก็อ่านด้วยนะ”

“ก็โทรมาหากำลังใจไง ได้ยินเสียงของดงแฮแล้วมีแรงอ่านหนังสือขึ้นเยอะเลยล่ะ”

คนฟังอมยิ้มน้อยๆ เขินก็เขินแต่อีกใจก็ละอายอยู่ดี “ซีวอนชอบชั้นที่ตรงไหนเหรอ”

“หืม ไม่รู้สิ เพราะดงแฮน่ารักมั๊ง”

“น่ารักตรงไหน” ร่างบางหัวเราะขำ “ไม่เห็นน่ารักเลย”

“น่ารักสิ น่ารักมากด้วย ดงแฮไม่รู้ตัวเองต่างหาก”

“งั้นเหรอ”

“อืม ถ้าดงแฮยอมคบเมื่อไหร่จะรักให้มากๆเลยล่ะ รีบๆใจอ่อนนะ อยากรักดงแฮแล้วจริงๆ”

“อย่าพูดเล่นเลย เราเป็นผู้ชาย” พูดไปก็ใจหายเอง

อ้างได้หน้าด้านๆเลยนะคนเรา แล้วไอ้ที่ไปจูบกับเค้าในม่านรูดน่ะไม่ใช่ผู้ชายหรือไง -*-

“จะรักกันซะอย่าง ไม่เห็นต้องคิดอะไรให้มากเลย คบกันเงียบๆ รู้กันอยู่สองคนก็ได้นี่นาถ้าดงแฮลำบากใจหรือไม่อยากเปิดเผยก็ไม่ได้บังคับนะ ขอแค่ได้อยู่ด้วยกันก็พอแล้วล่ะ”

ฟังแล้วก็รู้สึกชื่นใจ จากที่ใจนิ่งๆและรับฟังด้วยอารมณ์ที่ราบเรียบก็ใจเต้นตึกตัก อยากจะเปิดใจรับเขาอยู่เหมือนกันแต่ก็ยังติดแค่เรื่องราวในอดีตที่ยังค้างคาใจ แถมตอนนี้ก็ยังมีเรื่องใหม่ให้ต้องพะว้าภวังค์ เพราะเหมือนจะเริ่มรู้ตัวแล้วว่าหัวใจมันแกว่งไกวไปหาทางไหนมากกว่า

พอไม่รู้จะไปต่อยังไงก็เปลี่ยนเรื่องซะ อย่างน้อยก็จะได้ไม่เข้าตัวอีก “วันเสาร์จะมากี่โมง ชั้นจะได้ให้แม่บ้านทำอาหารมาให้”

“ก็คงสายๆแหละ จะไปหาดงแฮก่อน”

จะกี่ประโยคก็ยังเหมือนเดิมคือให้ความสำคัญและความสนใจกับตัวเองจะไม่รู้จะพูดยังไงดี เขาเองก็รู้สึกดีใจและยินดีกับความรู้สึกนั้นแต่มันก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะตัดสินใจคบใครได้ ในเมื่อซีวอนก็รู้จักได้ไม่นานนัก อีกทั้งอดีตก็ยังคอยตามหลอกหลอน ตามด้วยใครบางคนที่คอยมาดึงความสำคัญอยู่อย่างสม่ำเสมอแม้จะไม่ได้ถี่หรือบ่อยเท่ากับใครคนอื่น

กว่าจะได้ฤกษ์วางก็อีกหลายนาทีถัดมา  ซึ่งเมื่อจบจากร่างใหญ่ซึ่งเป็นลูกชายรัฐมนตรีก็นั่งเหม่อกระแทกปากกาต่อ ตาใสกวาดมองไปรอบห้องคล้ายว่าลึกๆกำลังรอใครบางคนแต่เขาก็ยังไม่มา รอจนกระทั่งอ่านหนังสือไปห้าสิบกว่าหน้าก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมาสักที

ดงแฮสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงบีบแตรแว่วมา ร่างบางรีบชะเง้อมองที่หน้าประตูรั้ว พอเห็นว่าเป็นซังบอมก็แปลกใจเพราะเขาไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่ได้ในเวลานี้ ร่างสูงเห็นหน้าหวานๆชะโงกมองก็กระโดดเป็นเด็กๆ รอยยิ้มของเขาสดใสและน่ารัก ซึ่งก็แปลกที่มันพาลทำให้คิดถึงเด็กชายคนนั้น

มือเรียวรีบผลักประตูออกไปเพราะลางสังหรณ์มันบอกไว้ว่าคงเกี่ยวกับคิบอม

“คิบอมล่ะ” แค่เจอหน้าก็หลุดปากถาม ทำเอาคนฟังอมยิ้มแทบไม่ทัน

“อยู่บาร์ แทงสนุ๊กอยู่ ไปรับกลับมาหน่อย”

“จะสอบอยู่แล้วนี่นะ” หน้าสวยหงิกลงพร้อมกับถอนหายใจ “แล้วนี่มาได้ยังไงเนี่ย”

“เก่ง” เขายิ้มแป้น เล่นเอาดงแฮพูดต่อไม่ออก พออีกคนเงียบเลยต้องพูดเองต่อ “ไม่ต้องรู้หรอกว่ามาได้ยังไง เอาเป็นว่านายสนใจว่าชั้นมาเพราะอะไรดีกว่านะ”

“อืม”

“ไปรับคิบอมหน่อย ชั้นลากแล้วมันไม่ยอมกลับ”

“มีเรื่องที่บ้านเหรอ”

ถ้าเป็นคนอื่นคงจะไม่บอก แต่สีหน้าและแววตาของดงแฮดูจะเข้าอกเข้าใจและห่วงใยพี่ชายของตัวเองมากจึงต้องพยักหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้

“วันนี้คุณลุงไปดูบ้านให้ยัยแรวอน คิบอมมันโมโหบ้านแทบแตก แต่ก็นั่นแหละ.. คุณลุงดูไว้แล้วก็ไปต่างประเทศ กว่าจะกลับก็สัปดาห์หน้า เลยคิดว่ามาถึงคงจะซื้อเลย ตอนนี้ยัยนั่นเลยตีปีกพั่บๆชูคอเป็นนางหงส์อยู่ที่บ้าน ขืนมันอยู่ก็คงจะได้จิกหัวออกมาตบที่หน้าบ้านแน่ๆ”

ฟังเขาพูดก็หน้าเสีย “คิบอมไม่ทำอย่างนั้นหรอก”

“คนอื่นมันอาจไม่ทำ แต่ยัยนี่น่ะใครอดได้ก็เก่งแล้วล่ะ ต่อหน้าคุณลุงล่ะมารยาจะตาย ลับหลังนี่นางมารร้ายชัดๆ” แม้แต่ซังบอมเลยก็เหยียดปากเบ้ใส่แล้วส่ายหน้า ทำท่าเหมือนรังเกียจผู้หญิงคนนี้ไม่ได้น้อยไปกว่ากัน

“ชั้นไม่รู้จะไปทำไมนะซังบอม คราวก่อนไปก็โดนว่ามาหนนึงแล้วอ่ะ”

“ปากมันก็อย่างนั้นแหละน่า” คนยุยังยุได้ยุดี “ชั้นจะกลับบ้านแล้ว ฝากนายไปรับมันด้วยล่ะ”

กุญแจรถถูกโยนลอยละลิ่วมา ซึ่งเมื่อดงแฮรับไว้ตามสัญชาตญาณซังบอมก็ยิ้มทะเล้น “ขับรถเป็นใช่มั๊ย พามันกลับมานอนบ้านนายก็ได้ ถือว่ารับเลี้ยงลูกหมาสักตัวแล้วกัน”

พอพูดจบก็รีบโบกมือแล้วกระโดดขึ้นรถของตัวเองก่อนบึ่งออกไปในเสี้ยววินาที ปล่อยให้คนตัวเล็กยืนมองกุญแจรถที่อยู่ในมือตาปริบๆ เพราะมันคือกุญแจรถของคิบอมเพราะมีตราของโลตัสแปะอยู่ และตอนนี้มันคงจะยังจอดอยู่ที่บาร์เพราะซังบอมคงจะขโมยมาอีกแล้วแน่ๆ

“พวกนายนี่ชอบสร้างความลำบากให้ชั้นจริงเลยนะ”

 

ทั้งๆที่บ่นไปตลอดทางแต่ก็ยังมาจนถึงที่จนได้ แม้จะนึกหวั่นกับการเผชิญหน้าแต่มันก็ไม่มีทางเลือก เสียงหัวเราะของคิบอมที่คุ้นหูลอยเข้ามาใกล้ มือบางที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเริ่มจิกกันเองด้วยความตื่นเต้น แม้แต่ขาก็ยังสั่นแทบจะพันกันอยู่แล้ว

และก็เหมือนเดิมคือมีผีพรายพยักพเยิดบอกเป็นนัยๆให้เจ้าตัวรับรู้ แต่ก็แปลกที่คราวนี้ไม่ดุแถมยังเดินมาโอบเอวบางเอาไว้แล้วดึงไปยืนใกล้ๆให้งงเล่น สายตาหลายคู่มองแล้วยิ้มพราวอย่างเจ้าเล่ห์ซึ่งดงแฮก็ไม่เข้าใจ แต่ที่แน่ๆคือเขาต้องเอามือคิบอมออกไปจากตัวก่อน แต่แค่แกะ มือใหญ่ก็คว้าหมับกลับเข้าที่เดิม

“คิบอมปล่อยสิ”

“...”

“คิบอม”

ตาเรียวตวัดมองด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่เพราะร่างเล็กยังดิ้นไปดิ้นมาเลยยื่นหน้ามากระซิบใกล้ๆ “มาหาชั้นเองไม่ใช่เหรอ จะบ่นทำไม”

“ชั้นมารับ นี่จะสอบแล้วนะ อย่ามาเล่นไร้สาระแบบนี้สิคิบอม”

“ไปสนใจคนอื่นเถอะ” เสียงต่ำเริ่มทำท่ารำคาญ “มาแบบนี้เดี๋ยวซีวอนมันก็เข้าใจผิดพอดี”

แค่วูบเดียวที่ได้ยินชื่อของคนที่สามก็เบือนหน้าไปทางอื่น “ซีวอนเกี่ยวอะไรด้วย”

“มันชอบนาย”

“แล้วไงล่ะ”

คนมองนึกขำท่างอนๆนั้นแต่ก็ยังเฉยอยู่ สายตาเจ้าเล่ห์ที่จ้องมองพยายามจะประเมินสถานการณ์บางอย่างก่อนที่จะกระตุกมุมปากแล้วส่งเสียงหัวเราะขึ้นจมูก

“หึ ..แล้วไง”

ตากลมมองค้อนทันที “อย่ามาล้อเลียนนะ”

“เปล่านี่”

“ชั้นมารับนายมันก็ไม่เกี่ยวกับคนอื่น จะสอบอยู่แล้วนะคิบอม อย่ามัวแต่มาเล่นอะไรไร้สาระแบบนี้เลย”

“พูดมากจริง”

สายตานิ่งๆปรายมองแล้วพ่นลมหายใจผ่านปลายจมูกอย่างไม่ใส่ใจนัก คิบอมละมือจากเอวบางแล้วคว้าไม้ยาวๆมาแทงสนุ๊กต่อ พอลูกกลมๆโดนกระแทกด้วยปลายไม้จนกลิ้งไปลงหลุมก็กระดกแก้วขึ้นมาดื่มน้ำสีอำพันก่อนที่จะอ้อมโต๊ะไปจัดการลูกอื่น ทำให้ดงแฮยิ่งหงุดหงิด

ร่างบางเดินกระแทกเท้าไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บริเวณโต๊ะใกล้ๆ แต่เพราะเหลือบเห็นสายตาล้อเลียนของบรรดาเพื่อนในก๊วนก่อกวนสังคมของเขาก็ร้อนผ่าวไปทั้งตัวจนต้องหมุนเก้าอี้หันหนีไปทางอื่น สักครู่ร่างใหญ่ก็เดินเข้ามาดึงแขนเล็กให้ลุกขึ้นเพราะดงแฮนั่งเก้าอี้ของเขาอยู่ พอคนสวยกระโดดลุกก็ทิ้งตัวลงนั่งแถมยังตวัดแขนเกี่ยวเอวบางมานั่งตักหน้าตาเฉย

“คิบอม” ตาหวานถลึงใส่ที่บังอาจมารุ่มร่ามให้คนอื่นเห็น “ปล่อยนะ มานั่งอะไรกันแบบนี้”

“ก็นายไม่มีที่นั่ง” เขายิ้มตาหวานเยิ้ม แก้มเนียนเริ่มแดงอย่างเห็นได้ชัด

ปัดโธ่เว้ย เมาอีกแล้วล่ะสิ -*-

ตัวเล็กดิ้นไปดิ้นมาแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าเขาจะปล่อย และพอนั่งนิ่งๆเท่านั้นล่ะก็โอบทั้งสองแขนรัดร่างบางที่หอมกรุ่นเอาไว้แถมยังซุกหน้าลงที่กลางหลังเหมือนว่าอยากจะหลับ คนสวยเอี้ยวตัวไปมองเป็นระยะและก็แกะมือหนาออกไปด้วยแต่คิบอมก็ยังไม่ยอมปล่อย กว่าจะละมือหนึ่งออกไปได้ก็หลายนาที แต่นั่นก็เพราะคิดอยากจะหยิบแก้วน้ำสีเหลืองใสขึ้นมากรอกใส่ปาก

คราวนี้ดงแฮไม่ยอมให้ได้ดื่มอย่างสบายอกสบายใจนักจึงคว้ามาทั้งแก้วแล้วผลักจนมันเคลื่อนไปอยู่ที่ปลายโต๊ะจนร่างหนาเอื้อมมือคว้าไม่ถึง

คิบอมทำเสียงไม่พอใจเล็กน้อยแล้วยืดมือไปตะกายแก้ว แต่คนที่นั่งทับก็ไวกว่ารีบใช้ปลายนิ้วดันมันขึ้นไปแถมยังรู้ทันแล้วหันไปคว้าเอาซองบุหรี่บนโต๊ะมากำไว้แน่น

“ไม่สูบนะ ไม่ให้สูบ”

ท่าทางของดงแฮทำเอาเพื่อนของเจ้าตัวร้ายหัวเราะคิกคักกันทั้งแถบ เพิ่งจะเห็นก็วันนี้นี่แหละว่ามีคนที่ฟ้าส่งมาปราบคิบอมได้ เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาก็ไม่เคยเห็นยอมให้ใครได้ขนาดนี้ แล้วก็ยังจะมีวีรกรรมคอยปกป้องเจ้าเด็กหนุ่มหน้าสวยนี่หลายครั้งหลายคราจนน่าประหลาดใจ

คิ้วเข้มขมวดน้อยๆทั้งที่นึกอยากจะขำ แต่เพราะยังต้องวางฟอร์มเลยยอมเขาไม่ได้ “เป็นแม่ชั้นหรือไง บ่นอยู่ได้”

“ไม่ได้เป็น แต่มันไม่ดีแล้วชั้นก็ไม่อยากให้สูบด้วย”

“ทำไม” เขาถามห้วนๆ ดูน่ากลัวไม่หยอกแต่ดงแฮกลับไม่ยักจะรู้สึกขนหัวลุกเหมือนที่ผ่านมา

“ไม่ชอบ”

เสียงหวานทำเป็นเข้มและดุใส่ “กลับได้แล้ว ไปอ่านหนังสือ วันจันทร์หน้าจะสอบอยู่แล้วนะ”

“ฮื่อ อีกตั้งหลายวัน”

“หลายวันก็ต้องกลับ”

“ขี้เกียจ” หน้าหล่อเบือนหนีด้วยสีหน้าเบื่อๆ “อย่ามาทำเป็นห่วงชั้นหน่อยเลย คนที่บ้านยังไม่เห็นจะแลด้วยซ้ำ แล้วนี่ไอ้ซังบอมตัวดีมันหนีไปไหน ไปหลอกนายมาทิ้งแล้วชิ่งอีกล่ะสิ”

เสียงที่ยานคางผิดปกติเริ่มสำแดงฤทธิ์แล้ว มันคงจะจริงที่เขาบอก ว่าถ้านั่งเมื่อไหร่อาการเมามันจะแผลงฤทธิ์ แต่ถ้าดื่มแล้วเดินไปเดินมามันจะยังไม่เมามากมาย และถ้ามันออกอาการเมื่อไหร่ นั่นแหละที่คิบอมจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

มือหนาเริ่มซนและแตะโน่นแตะนี่จนดงแฮขนลุกซู่ ตัวเล็กรอโอกาสจนเขาเผลอแล้วจึงได้กระโดดลงจากตักเพื่อที่จะอยู่ให้ห่างจากรัศมีอันตรายแล้วค่อยดึงแขนหนาให้ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ พอมีตัวใหญ่ๆของใครสักคนยื่นบุหรี่มาให้ก็คว้าเอาไปจุ่มในแก้วเหล้าเหมือนคราวที่แล้วและก็จับลากตัวออกมาโดยไม่ให้มีโอกาสได้ล่ำลาใคร ซึ่งก็ไม่วายมีเสียงซุบซิบหัวเราะกันตามหลังมา

“แฟนสวยว่ะ แต่คุมชะมัดเลย ท่าทางลูกพี่เราคงจะต้องจำศีลก็คราวนี้ หึ หึ”

“ก็เมาแบบนั้นมันจะไปเถียงอะไรได้ คิบอมมันเมาทีไรล่ะเจ้าชู้ออกทุกที ไม่เห็นเหรอว่ามันมองเค้าตาเยิ้มเชียว ไอ้นี่มันเก็บความรู้สึกตอนเมาได้ที่ไหนกัน” อีกคนวิเคราะห์ช่วย

“พนันกันมั๊ยล่ะว่าคืนนี้คนสวยนั่นจะรอดมั๊ย”

“ฮ่าๆๆๆ กูว่าไม่” เสียงจากมุมหนึ่งดังมา

ตามด้วยอีกคนที่ร้องขึ้นบ้าง “เฮ๊ย มันก็ไม่แน่นะเว้ย คิบอมมันไม่ใช่คนไวไฟแบบนั้น”

“โหย สวยขนาดนั้น หน้าหวานๆ ปากแดง ตัวเล็ก ท่าทางขี้อ้อนอีกต่างหาก ถ้าไม่เมาน่ะกูยังเชื่อว่ามันจะไม่ทำอะไร แต่นี่ซัดเหล้าไปอย่างกับน้ำ ถ้าปล่อยให้รอดนี่ก็หมาว่ะ ไม่งั้นมันก็ต้องเมาจนหลับสถานเดียวอ่ะ”

เสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างถูกอกถูกใจโดยที่คนในคำพูดถูกลากตัวออกมาถึงหน้าร้านเรียบร้อยแล้ว ร่างใหญ่พยายามควานหากุญแจรถแต่ก็หาไม่เจอ ในขณะที่คนสวยตัวเล็กๆปล่อยเขาทิ้งไว้แล้วกดปลดล็อกรถและเปิดประตูขึ้นไปนั่งตรงเบาะคนขับหน้าตาเฉย

“นี่นาย..”

“ขึ้นมาสิ วันนี้เจ้าโลตัสนี่เป็นรถชั้นนะ” ดงแฮยิ้มหวานดูทะเล้นแต่น่ารักน่าหยิกเหลือเกิน

“ไอ้ซังบอมตัวดีอีกล่ะสิ” คิบอมกัดฟันกรอดแต่ก็ยอมเดินเซๆมาแต่โดยดี

ดงแฮขับรถอาจจะไม่เก่งและหวาดเสียวเท่าคนข้างๆแต่ก็ใช่ว่าจะห่วยแตก เขาขับไปเรื่อยๆโดยที่ปล่อยให้คนเมาได้นอนหลับคอพับอย่างสงบ ลมเย็นโชยมากระทบใบหน้าสร้างความสบายตัวให้ซึ่งมันก็ส่งผลให้ชายหนุ่มหลับไปในไม่กี่นาที

กว่าจะถึงบ้านได้สักพักใหญ่ๆ ดงแฮเปิดโรงรถด้านหลังแล้วขับรถคันงามเข้าไปจอดเคียงกับรถยนต์คันสีขาวที่แทบจะขับสัปดาห์ละครั้งของตัวเองก่อนที่จะจับคนเมาลากออกมาแล้วพาขึ้นไปบนบ้าน ตัวเล็กจับเขาผลักลงที่เตียงแล้วค่อยๆดันไปที่เตียงอีกฝั่งเพื่อตนจะได้มีที่นอนบ้าง แต่ก็กลายเป็นว่าคิบอมลุกขึ้นมานั่งตาปรือๆแล้วถอดเสื้อผ้าตัวเองเสียอย่างนั้น และก็ยังจะลามมาช่วยถอดของอีกคนได้

ตาหวานยิ้มบาดจิตพร้อมหัวเราะคิกคักในขณะที่มือเล็กพยายามปัดออก

“อาบน้ำกัน ..ดงแฮอาบน้ำกัน”

“เฮ๊ย!!!

“อาบน้ามมมมมมม” แก้มพองๆยิ่งป่องเมื่อเขายิ้ม

ใจดวงน้อยเต้นตึกตักเพราะใบหน้าที่หล่อเหลานั้นยื่นเข้ามาใกล้จนแทบจะชิด มือหนาพยายามจะจับเขาถอดเสื้อผ้าให้ได้ แต่พอตัวเล็กดื้อดึงไม่ยอมให้เขาทำได้ตามใจก็กลับสู่โหมดประหลาดเช่นที่ผ่านมา คิบอมถอนหายใจแล้วนั่งห่อตัวหมดอาลัยตายอยาก ตาของเขาเหม่อลอยและเริ่มแดงเหมือนคนกำลังสับสนในชีวิต แต่เพียงเสี้ยววินาทีก็หันมาตวัดแขนเกี่ยวร่างบางๆแล้วคว้ามากอด

“ค..คิบอม อะไรอีกเนี่ย”

มือน้อยดันเบาๆที่แผงอกอันกำยำ ตอนนี้เหมือนจะปลงได้แล้วว่าถ้าเขาเมาทีไรก็มักจะหาเรื่องถอดเสื้อตัวเองแบบนี้เสมอๆ เพราะนี่ก็ครั้งที่สองแล้วที่คิบอมทำเช่นนี้

“อยาก..จูบ”

“อ..เอ๋”

“ปากดงแฮน่าจูบ”

“ม..ไม่นะ” คนฟังหน้าตื่นพลางดันตัวหนี

แต่แรงใครมันจะมากกว่ากันล่ะ?

ไหล่เล็กถูกดันไปพิงที่หัวเตียงและจับประกบริมฝีปากอย่างนิ่มนวล กลีบปากสีแดงสดที่หวานหอมถูกกอบโกยและเก็บเกี่ยวความหวานนุ่มลิ้นด้วยฝีมือของเจ้าวายร้าย ดงแฮไม่ตั้งใจจะหลับตาพริ้มรับสัมผัสนั่นแต่มันก็เป็นไปแล้ว ปลายลิ้นที่แตะดันกลีบปากบางๆลองหยั่งเชิงดูอย่างไม่รีบร้อนนัก แต่เมื่อคนน่ารักเปิดปากเพื่อกอบโกยอากาศหายใจก็ถือวิสาสะเข้าไปตวัดลิ้นเกี่ยวเอาไว้อย่างจาบจ้วง

“อื้อ..คิบอม” ดงแฮพูดได้เพียงเท่านั้นเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมเปิดโอกาสให้อีก

ปากหวานนุ่มนิ่มถูกจัดการด้วยเรียวปากของอีกคนจนร่างเล็กเริ่มจะเมาตาม รสเฝื่อนๆของเจ้าแอลกอฮอล์ที่ติดริมฝีปากของคิบอมยังไม่จางหายไปและมันก็ถูกส่งผ่านลิ้นนุ่มมาให้ ความอ่อนโยนที่ยัดเยียดมาพร้อมกับความร้อนแรงของเรียวปากในวันนี้ทำให้ดงแฮรับรู้ได้ว่าคิบอมจูบเก่งกว่าเมื่อคืนก่อน ยิ่งเขายินยอมก็ยิ่งโดนต้อนด้วยปลายลิ้นร้อนๆจนอ่อนระทวย

ริมฝีปากนิ่มถูกบดขยี้และดูดดื่มโดยคุณชายรูปงามจนแดงเจ่อ ลิ้นเล็กเริ่มชาเพราะมันทั้งถูกตวัดเกี่ยวด้วยปลายลิ้นร้อนของอีกฝ่ายแถมบางทียังมีเรียวปากหนาที่ดูดมันซ้ำอย่างผู้กระหาย คิบอมลืมตาจ้องมองพวงแก้มแดงปลั่งของร่างบางด้วยรอยยิ้ม ดงแฮดูหวานมากเมื่อเทียบกับเวลาปกติ ตอนนี้ดอกไม้สีสวยกำลังส่งกลิ่นล่อแมลงตัวผู้ให้บินฉวัดเฉวียนเข้ามาเชยชม ดวงตากลมโตหรี่ปรือช่างยวนใจ ยิ่งมีเสียงหอบครางดังแผ่วยิ่งทนไม่ไหวจนแทบจะดิ้นตายเสียเดี๋ยวนั้น

ทั้งหอม ทั้งหวานเลยนะดงแฮ น่ารักแบบนี้เดี๋ยวก็โดนกินเข้าสักวันหรอก

คนตัวน้อยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเบี่ยงหน้ารับจูบและปลายจมูกของพ่อรูปหล่อผมปาด ความอ่อนละมุนกำลังหมุนทั้งตัวทั้งหัวใจให้มึนงงไปพร้อมๆกัน ดงแฮไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอุ้งมือของคิบอมกำลังประคองท้ายทอยของตัวเองอยู่และใช้อีกแขนโอบเอวบางๆของร่างตนเอาไว้ พอเขากระชับร่างเล็กๆเข้ามาใกล้ก็เผลอตัวยืดแขนตวัดเกี่ยวต้นคอแกร่งเอาไว้โดยไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว

ร่างใหญ่ดึงเขาให้ขึ้นมานั่งที่บนตักแข็งๆของตัวเอง ปลายจมูกคมสันฝังลงที่แก้มนุ่มเพื่อให้โอกาสร่างระหงได้หายใจ ต่างฝ่ายต่างใช้แขนตนกอดรัดอีกคนเอาไว้อย่างลืมตัว ดงแฮหอบเบาๆเขารู้สึกชาทั้งตัวจนพูดไม่ออก ปากบางสั่นระริกอยากจะจูบอีกครั้งเพราะยังรู้สึกเสียดาย และราวกับคิบอมจะรับรู้ได้จึงเงยหน้าขึ้นสบตาหวานๆนั่นอย่างมีความหมาย

ราวกับผีผลักหรือไม่ก็มีแม่เหล็กดึงร่างกายเข้าไปหากัน สองร่างจรดริมฝีปากสัมผัสอีกครั้งโดยไม่ต้องมีใครชักนำใคร จูบที่อ่อนโยนปนความร้อนแรงนั่นช่างยาวนานแต่ก็สั้นราวกับแค่อึดใจ ทั้งๆที่บดขยี้จนริมฝีปากแดงเจ่อกันทั้งคู่แต่ก็ยังไม่รู้สึกว่าเพียงพอ

คิบอมเป็นฝ่ายถอนใบหน้าออกมาเพื่อจ้องหน้าแสนสวยที่ขวยเขินอยู่เบื้องหน้า อยากจะกอดและครอบครองมากกว่านี้แต่มันก็ยังไม่ถึงเวลาและไม่มีความเหมาะสมสักนิดที่จะนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อกระทำการนั้น  ถึงจะจูบด้วยความเต็มใจแต่ก็ไม่ใช่แฟน

มือหนาประคองแก้มใสเอาไว้และจ้องมองในความเงียบ รู้สึกต้องการคนๆนี้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ แต่สิ่งที่ละออกไปจากหัวไม่ได้ก็คือคำว่า เพื่อน ที่ค้ำคออยู่ มันเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ไม่กล้าที่จะตัดสินใจทำอะไร ทั้งความไม่แน่นอน ไม่แน่ใจ และหลากปัจจัยที่ไม่มีใครเข้าใจนอกจากตัวเขาเอง

ตาหวานเริ่มสั่นไหวเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครู่ รู้สึกสมเพชตัวเองที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับผู้ชายคนอื่นทั้งที่คอยย้ำว่าจะรอเจ้าชายหมั่นโถวที่ปักใจรอ ถึงตอนนี้จะพยายามคิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ แต่ความรู้สึกที่ติดค้างในใจก็ยังลบไปไม่ได้อยู่ดี

ขอแค่เจอสักครั้งและได้เห็นว่าเขาไม่จริงจังใจสัญญาก็เพียงพอแล้ว เพราะอย่างน้อยๆก็ไม่ต้องถูกจองจำด้วยตรวนอากาศที่ไม่มีใครมองเห็นอยู่แบบนี้

ถ้าได้เจอและได้บอกเขาว่าผมจะขอยกเลิกสัญญา มันก็คงทำให้ผมใช้ชีวิตได้สบายกว่านี้ แต่นี่ผมยังต้องพะวงและคิดถึงมันจนเหมือนเป็นคนบ้า ..เพื่ออะไร?

“คิดอะไร” คิบอมร้องถามเสียงเอื่อย

ร่างเล็กส่ายหน้าในทันที เขาไม่มีคำตอบสำหรับทุกคำถามตอนนี้อยู่แล้ว คนถามเห็นตาใสๆจ้องมองแล้วก็ยิ้มหวานกระชากใจให้อีกรอบ แต่จู่ๆสายตาเศร้าๆของคิบอมทำให้คนมองใจหาย และก็ไม่คิดเลยสักนิดว่าจู่ๆจะได้ยินคำๆนี้

 “ชั้นขอโทษที่จูบนาย”

“...”

“ชั้นสับสน”

“...”

“ชั้นมีหน้าที่แค่ปกป้องนาย ไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะมาทำแบบนี้”

ดงแฮฟังแล้วก็มีแต่ความไม่เข้าใจ เด็กหนุ่มหน้าสวยใสเอียงคอน้อยๆด้วยความมึนงง สงสัยว่าเขาต้องการอะไรกันแน่

“เราอยู่ใกล้กันแบบนี้ไม่ได้ ..ไม่ได้แล้ว”

“ทำไม”

“ชั้นจะทำผิด” พูดจบก็ส่ายหน้าเหมือนว่าหลุดปากออกไป “อย่ารู้เลย แต่อย่าใกล้กันมากขนาดนี้อีกนะ”

หัวใจดวงน้อยสั่นโคลงเคลงราวกับโดนพายุซัด น้ำตาไหลปริ่มออกมาเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินเขาพูดจาอะไรแบบนี้ ทั้งๆที่เพิ่งจะจูบกันไปและส่งสายตาที่มีความหมายมา แต่กลับบอกว่าไม่ควรจะใกล้กัน นี่มันเรื่องบ้าอะไร

“ทำไม” ทั้งๆที่สมองกลวงโล่ง แต่ปากก็เอ่ยถามไปแล้ว “ทำไมถึงพูดแบบนี้”

“ชั้นไม่คู่ควรที่นายจะรัก”

“แต่ที่นายทำมัน..”

“ชั้นจะปกป้องนาย ไม่ต้องกลัวนะ ..ชั้นจะเป็นบอดี้การ์ดของนายเอง” ทั้งๆที่ปากบอกว่าไม่ให้รักแต่กลับกอดรัดร่างบางจนแน่น มือใหญ่เกลี่ยลงไปที่ผมนิ่มเบาๆแล้วลูบไปมาเหมือนเป็นเด็กตัวน้อยๆ

“ชั้นไม่ต้องการบอดี้การ์ด” เสียงแข็งสวนกลับอย่างคนดื้อรั้น “ถ้าไม่อยากใกล้ก็ไม่ต้องมาทำดีกับชั้นสิ”

“ชั้นทำไม่ได้”

“นายต้องการอะไรจากชั้นกันแน่”

“ไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น”

“โกหก”

“ชั้นพูดความจริง”

น้ำตาที่ไหลอาบคือคำยืนยันได้ว่าเจ็บช้ำแค่ไหนกับสิ่งที่ได้ยิน ดงแฮร้องไห้อย่างไม่อายเพราะรู้ตัวแล้วว่าหัวใจยกให้เขาไปหมดแล้ว แต่ตอนนี้เขาก็กำลังผลักไสทั้งๆที่เมื่อครู่เพิ่งจะจูบไปอยู่หยกๆ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

“อย่าร้องสิ ชั้นไม่ชอบเห็นน้ำตานายนะ”

“รู้ตัวมั๊ยว่าใจร้าย”

“อืม ชั้นใจร้าย”

น้ำตาที่หลั่งไหลออกมานั้นเปรอะที่แผงอกหนาเพราะร่างเล็กโดนกดศีรษะซุกหน้าลงซบในอ้อมกอดร่างใหญ่โดยไม่ยอมให้ได้ผละตัวออก คิบอมกอดประคองอยู่แบบนั้นจนกระทั่งร่างบางที่สั่นเทานิ่งลงจึงได้คลายมือออก ใบหน้าแสนสวยที่เปรอะคราบน้ำตามองแล้วก็ใจหาย สายตาอ้อนๆที่มองค้อนซ้ำไปซ้ำมามันช่างน่ารักนัก

คนหน้านิ่งคลี่ยิ้มหวานอีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจจนดงแฮสับสนว่าอะไรคือความต้องการที่แท้จริงของคนๆนี้กันแน่ สิ่งที่เขาพูดมันช่างฟังแล้วสับสน การกระทำ สายตา และวาจามันช่างขัดแย้งกันไปหมด

แต่ทั้งๆที่บอกว่าใกล้กันไม่ได้กลับเชยคางมนขึ้นมาจุมพิตอีกครั้งและมันก็หวานฉ่ำเสียจนคนงอนปฏิเสธไม่ลง

ทั้งๆที่นายดึงหัวใจชั้นไปแทบทั้งดวง แต่กลับเพิ่งมาบอกว่าไม่ควรจะใกล้กันแล้วก็จูบชั้นอีกรอบนี่นะ

จูบแสนหวานที่เนิ่นนานจบลงพร้อมกับมีอ้อมกอดอุ่นๆกอดรัดเอาไว้ แก้มบางๆแนบชิดติดลอนกล้ามตรงแผงอก รู้สึกเป็นสุขแต่ก็สับสนอยู่ไม่น้อย พยายามคิดว่ามันเป็นคำพูดที่ไม่มีสาระของคนเมา แต่ท่าทีหมางเมินของเขาเมื่อตอนกลางวันมันก็บ่งบอกได้ว่าไม่อยากจะใกล้ชิดอีก

เสียงพ่นหายใจเบาๆดังเข้าหูอีกครั้ง ไม่รู้ว่าคราวนี้เขาจะงัดอะไรมาทำร้ายหัวใจอีก

“นายนี่มันอันตรายจริงๆเลยนะดงแฮ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ending talk

 

กลับมาแก้ 'ฉากจูบ' ที่ คคบ จุ๊บ ลดฮ ด้วยความเผลอตัวที่พี่เว็บบอกว่ามันคือฉาก "เพศสัมพันธ์" เหอๆ ... สงสัยเหมือนกันว่าจบแค่จูบมันเพศสัมพันธ์ตรงไหนวะคะ -*-

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #67027 DreamPatty (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2556 / 20:46
    คิบอมคือเจ้าชายหมั่นโถวใช่มั้ยยยยยยย
    #67,027
    0
  2. #66969 แดกเด็กทั้งวัน (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 00:33
    สำหรับบอม "เพื่อน" คำเดียวสินะ
    แต่สำหรับเฮก็คงเป็น เจ้าชายปริศนาคนนั้น
    #66,969
    0
  3. #66794 แอ๋มแป๋ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 11:22
    เพราะว่ามันมีคำว่าเพื่อนเข้ามา เลยทำให้อะไรมันดูยากขึ้น สู้ๆนะคิเฮ
    #66,794
    0
  4. #66579 P-ENT (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2555 / 18:12
    บอมรักกับด๊องได้นะ 

    ทำไมต้องเอาเรื่องอื่นๆมาแคร์ด้วย

    ทรมานใจป่าวๆ

    #66,579
    0
  5. #66280 KIHAE*129 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 03:03
    เศร้าอ่ะ

    คนหนี่งก็ทำเพื่อเพื่อนทั้งที่ตัวเองก็เจ็บ

    อีกคนก็

    เฮ้ออออ
    #66,280
    0
  6. #66161 Zelon (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 / 11:24
    อ๋า บอม นายเปลี่ยนไปนิดนึง(?)นะ ทั้งสอคนรักกันซะแล้วสิ ว่าแต่ยังไม่ได้ตกลงคบกะวอนซักหน่อย ถ้าด๊องแน่ใจแล้วว่าชอบบอมก็ปฏิเสธวอนไปเลย



    ปล.เริ่มรู้สึกว่าวอนดูจิตเล็กๆแฮะ ..แต่กี้อ่ะจิตมากกก - - 555
    #66,161
    0
  7. #66113 sungmin sj (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:40
    อีกนิดเดียว
    #66,113
    0
  8. #66016 chin-cha (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 มกราคม 2555 / 21:31
     ฮยอกกกกกกกกกกกกกก  

    มาเอาวอนไปเร็วๆ  คิเฮเขาจะรักกันแล้ว ><

    #66,016
    0
  9. #65965 love_kihae (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2554 / 20:25
    บอมอ่าา ด๊องเสียใจแย่เลยนะ TT
    #65,965
    0
  10. #65755 famously_DRH (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 20:16
    สงสารบอมอ่า T^T
    เรามารักกันก้ได้นะบอม 5555555555555 55
    #65,755
    0
  11. #65706 Witim (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 / 23:48
    บอมเมาแล้วน่ารักอะ
    #65,706
    0
  12. #65670 MTieluk (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 23:11
     บอมมี่แกทำแบบนี้ไม่ได้นะด๊องมันเสียใจนะเว่ย
    #65,670
    0
  13. #65569 A-lma (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2554 / 14:09
     ฮันปั่นจักรยานหรอ  น่ารักอ่ะ

    บอมอย่าทำแบบนี้สิ  T^T  
    #65,569
    0
  14. #65197 NANA (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2554 / 12:19
    ชอบเวลาพี่ทึกแซวฮีจัง พูดได้เจ็บ สะใจมากกก

    เพราะไม่มีใครกล้าว่าเจ๊ นอกจากพี่ทึกนี่แหละ



    บอมเวลาอ้อน กลายเป็นคนละคนกันเลยอ่ะ น่ารักดี

    แต่เวลาปกติ ก็กวนได้เจ็บจริงๆ
    #65,197
    0
  15. #65165 satohara (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2554 / 14:31
    บอมจ๋า อย่าทำอย่างนั้นสิ
    เพราะคำว่าเพื่อนมันค้ำคอไว้ใช่มั้ยล่ะ
    ฮันชอลเริ่มหวานแล้ว
    สู้ๆค่ะไรเตอร์
    #65,165
    0
  16. #64462 love_kihae (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2554 / 19:53
    แงงงงงงงงงงงงงงงง

    อารัยของบอมอ่ะ! ><
    #64,462
    0
  17. #63853 PARISO'KH (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2554 / 18:56

    คิมคิบอม นายจะเอายังไงกันแน่ เดี๋ยวโดดกัดคอเลย -*-

    #63,853
    0
  18. #63832 []เดอะ.สอง? (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 / 13:40
     บอมอย่าพูดแบบนี้สิ
    #63,832
    0
  19. #63626 lukpla^^yamas (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 เมษายน 2554 / 03:30
    อะไรของบอมนะ!!!!

    วอนจ๋า ทำไมนายต้องเป็นเพื่อนบอมด้วย???TOT
    #63,626
    0
  20. #63534 Pink_Panther (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 เมษายน 2554 / 23:30
    บอมอ่ะทำไมพูดแบบนี้ ด๊องเสียใจนะ

    ไม่รักก็อย่าทำให้หวังสิ

    แต่บอมก็น่าจะรักด๊องนี่นา ไม่เข้าใจเลย
    #63,534
    0
  21. #63290 Mapii ky (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 23:28
    บอมอ่าอย่าทำแบบนี้ดิ จะรักก็รักเลย ทำแบบนี้หมวยเสียใจนะเนี่ย
    #63,290
    0
  22. #63053 Primadonna-yui (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 มีนาคม 2554 / 00:03
    บอมอย่าทำแบบนันสิ

    เดี๋ยวด๊องเสียใจ

    อย่าแคร์วอนได้ไหม T^T แง
    #63,053
    0
  23. #62923 kwan_yesung (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มีนาคม 2554 / 10:15
    อยากให้บอมเมาทุกวันเลย
    แต่เอ๊ะ....    ลำบากด๊อง  จะปากเจ่อทุกวัน
    คิดอะไรเนี่???    อิอิ
    #62,923
    0
  24. #62593 PARISO'KH (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 มีนาคม 2554 / 00:29
    ไหนตี๋มันบอกว่าจูบไม่เป็นไง แล้วนั่นมันอะไรนั้น = =
    #62,593
    0
  25. #62162 mister.bean (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 มกราคม 2554 / 06:04
    บอมทำไมไม่บอกด๊องไปว่ารักเหมือนกันล่ะห๊ะ ? - -*
    #62,162
    0