Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 21 : Charpter 16 : จีบ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,596
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    1 ต.ค. 52

ระหว่างทางที่นั่งรถไปยังคฤหาสน์ตระกูลชเว ดงแฮก็นั่งเงียบๆและเหลือบมองซีวอนเป็นระยะ ตอนนี้ไม่รู้ว่าร่างหนานั่นคิดอะไรยังไงกับตนกันแน่ เมื่อก่อนมันก็รู้สึกประหลาดๆและร้อนผ่าวที่หน้าอยู่บ่อยๆ แต่พอเหมือนเขาจะเอาจริงกลับกังวลใจอยู่ไม่น้อย

ถึงจะหวั่นไหวแต่คนสำคัญในใจก็ยังเป็นเด็กผู้ชายคนเดิม

ร่างเล็กหันไปมองที่นอกหน้าต่างและปล่อยสมองให้ล่องลอยไปเรื่อยๆแต่พอมีมือหนายื่นมาลูบเบาๆที่ผมหนาก็สะดุ้งน้อยๆแล้วค่อยหันไปมองหน้าด้วยความงง แต่สีหน้าของเขาตอนนี้ซีวอนกลับมองว่าเขากำลังเขินอยู่และมันก็น่ารักมากเหลือเกิน

“เหม่ออะไรน่ะ”

คนตัวเล็กส่ายหน้าเพราะสมองของเขาไม่มีข้อมูลอะไรทั้งนั้น แววตาของดงแฮยังนิ่งสงบ ความสับสนที่เกิดขึ้นในหัวใจทำให้ไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือกลัวกับการมาเผชิญหน้ากับคนในครอบครัวของคนข้างๆ ไม่ได้คิดเอาไว้เลยด้วยซ้ำว่าบ้านของเขามันจะกว้างหรือใหญ่โตโอ่อ่าสักแค่ไหน เขายังนั่งนิ่งๆไปจนกระทั่งเลี้ยวเข้าไปในเขตคฤหาสน์ของตระกูลชเวก็ตวัดสายตาไปมองด้านในเพราะแถวทิวสนที่เรียงรายมันทำให้นึกสงสัยขึ้นมา

ทางเข้ากับตัวคฤหาสน์ค่อนข้างไกล สายตาคนตัวเล็กมองเลยไปและเห็นแค่ตึกสีน้ำตาลๆที่อยู่หลังทิวสนนั่น ยิ่งเมื่อรถเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ก็ยิ่งเห็นตัวตึกที่ตกแต่งอย่างสวยงามตามสไตล์ที่คลาสสิก นัยน์ตาหวานกวาดมองจนทั่วเพราะบรรยากาศเหมือนหลุดเข้าอยู่ในประเทศอังกฤษ ต้นไม้ที่รายรอบค่อนข้างมากและดูชุ่มชื่น ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้วแต่เพราะยังมีหิมะนอกฤดูโผล่มาจึงทำให้ก่อนหน้านี้ค่อนข้างจะหนาวเย็น สีเขียวๆจากใบไม้ใบหญ้าทำให้รอบด้านดูสดชื่น รอยยิ้มหวานๆคลี่ออกมาเมื่อเห็นผีเสื้อบินฉวัดเฉวียดอยู่บนสนามหญ้าหน้าตึก

ทันทีที่รถจอดและคนรถเปิดประตูให้ ดงแฮก็หันไปมองสนามหญ้ากว้างๆด้วยความคิดถึง เมื่อก่อนที่บ้านก็เคยมีสนามหญ้าแบบนี้ แต่ปัจจุบันก็ปล่อยให้ฝรั่งที่รู้จักกับพ่อได้เช่าเพราะว่าเขาและครอบครัวย้ายมาทำธุรกิจในเกาหลี ตอนนี้บ้านหลังนั้นจึงเป็นของคนอื่นไปแล้ว คงได้แต่รอวันที่พ่อแม่จะกลับมาและหมดสัญญาเช่าจึงจะกลับมาเป็นของตนอีก

“เข้าไปทักทายคุณแม่ก่อนนะ ท่านอยู่ที่ห้องรับแขกพอดี”

เมื่อได้ยินเสียงซีวอนบอก ร่างบางก็หันกลับไปทางเดิมแล้วเดินตามเขาเข้าไปด้านใน คฤหาสน์หลังนี้ค่อนข้างต่างจากบ้านคิบอมที่เน้นความสะดวกสบายและเรียบง่าย เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนมันก็ละม้ายคล้ายกับพระราชวังอังกฤษ ซึ่งก็คงไม่แปลกเมื่อได้ยินร่างหนาเล่าให้ฟังหลังจากที่กลับออกมาที่สนามหญ้าแล้ว

“พ่อกับแม่เจอกันสมัยที่เรียนอังกฤษ พ่อท่านชอบหลายๆอย่างที่เป็นสไตล์อังกฤษเพราะท่านเรียนที่นั่นมาตั้งแต่เด็กๆ พอพี่โตก็ส่งไปเรียนที่อังกฤษน่ะ”

“คุณแม่ของซีวอนดูใจดีนะ” ตัวเล็กยิ้มหวาน “ชั้นเคยเห็นท่านในข่าวบ่อยๆ”

“อืม ปกติจะออกไปงานการกุศลบ่อยๆน่ะ มีวันนี้แหละที่อยู่บ้าน ส่วนพ่อน่ะจะกลับหลังหกโมงเย็นถ้าไม่ต้องไปออกงานสังคมหรือมีงานด่วนต่อ”

“บ้านซีวอนกว้างจังเนอะ เข้ามาแล้วรู้สึกสบาย ต้นไม้เยอะดีอ่ะ”

แค่ได้ยินว่าเขาชอบก็ใจพองขึ้นมา “ดงแฮชอบก็ดี แวะมาบ่อยๆสิจะได้มีที่วิ่งเล่นแล้วชั้นจะได้มีเพื่อนด้วย”

“มาเอาอ่ะ กลัวโดนดุ” หน้าหวานรีบส่ายรัว “มาบ่อยๆน่ะมันเกะกะเจ้าของบ้านนะ”

“ไม่หรอก ปกติพ่อกับแม่ชั้นไม่ค่อยอยู่ ต่อให้อยู่ก็อยู่แต่ในบ้าน ไม่มาที่สนามหญ้านี่หรอก” เขายิ้มหวานอย่างกับเจ้าชาย

ดงแฮพยักหน้าเบาๆอย่างไม่จริงจังนัก ไม่อยากรับปากแต่ก็ไม่อยากปฏิเสธ เขาเดินตามคนตัวใหญ่นั่นไปนั่งเล่นที่สนามหญ้ารอให้เด็กรับใช้นำของว่างมาเสิร์ฟ เมื่อครู่ที่เข้าไปทักทายมารดาของซีวอนก็ทำได้แค่ไม่ถึงนาทีเพราะหล่อนมีแขก จวบจนวินาทีนี้จึงยังไม่ได้พูดจาอะไรเลยสักคำเพราะที่ทำไปก็แค่โค้งทักทายเมื่อตอนที่ลูกชายของหล่อนบอกว่าพาเพื่อนมาบ้าน

มือเล็กหยิบคุกกี้ขึ้นมาทาน หลายๆอย่างในบ้านของคุณชายรูปงามทำให้หวนคิดถึงครอบครัว แม้แต่รสชาติของน้ำส้มที่นำมาเสิร์ฟแค่จิบก็รู้ว่าเป็นรสเดียวกับยี่ห้อที่แม่ชอบซื้อมาติดบ้านเอาไว้ แทนที่จะมาแล้วสดชื่นและมีความสุขกลับรู้สึกเหงาใจเพราะคิดถึงคนอยู่ไกลถึงต่างแดน

“ขึ้นไปบนห้องด้วยกันมั๊ย” หน้าคมคายยื่นมาใกล้แล้วยิ้มหวาน สายตาของซีวอนยามนี้ชวนให้ใจสั่นพิกล ซึ่งมันก็ได้ผลกับดงแฮ

ตัวเล็กใจแกว่งอีกครั้งทั้งที่บอกให้ตัวเองสงบจิตสงบใจแล้วไตร่ตรองทุกอย่างให้รอบคอบ แต่อีกในมุมหนึ่งมันก็ยังค้านอยู่ในหัวว่าควรจะอยู่กับปัจจุบัน ในเมื่อตอนนี้หวั่นไหวกับซีวอนมันก็ไม่แปลกอะไรถ้าจะลองเปิดใจรับเขาเข้ามาแล้วพับเรื่องเจ้าชายหมั่นโถวนั่นเก็บเอาไว้ในส่วนลึกของความทรงจำดีๆ

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ทุกวินาทีก็ยังตอกย้ำคำสัญญานั่นอย่างไม่รู้ตัวจนหลายความคิดตบตีกันขึ้นมาอีกรอบ

และเพราะดงแฮนั่งนิ่งๆไม่ชอบตอบรับหรือปฏิเสธซีวอนจึงเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเล็กให้ลุกขึ้น เขาหันไปบอกเด็กรับใช้ว่าอย่าเพิ่งเก็บของแล้วจึงได้พาคนสวยอ้อมไปที่ด้านหลังเพราะไม่อยากจะเดินตัดที่ห้องรับแขก

ทันทีที่เห็นเตียงสี่เสาแสนหรูสไตล์อังกฤษตัวเล็กก็รีบมองไปรอบๆห้อง ตอนนี้เขาเป็นเหมือนเด็กตัวน้อยๆที่หลุดเข้ามาอยู่ในปราสาทของเจ้าชายสักคนในราชวงศ์อังกฤษไม่มีผิด สมแล้วล่ะที่ซีวอนบอกว่าพ่อของเขาคลั่งไคล้การตกแต่งแบบเมืองผู้ดีที่หรูหรา ขนาดห้องนอนของลูกชายก็ยังไม่วายจะตามมาแต่งให้ด้วย

“ชั้นอยากได้แบบเรียบๆนะ แต่ท่านไม่ชอบเลยต้องเป็นแบบนี้ อยู่ๆไปก็ชินแล้วล่ะ” เขาว่าพลางหัวเราะ

ดงแฮยิ้มขำ แต่พอเหลือบเห็นว่าเขาเปิดประตูเล็กแล้วด้านในมีเสื้อผ้าแขวนเอาไว้มากมายก็เบือนหน้ากลับมา อยู่กับซีวอนทีไรก็มักจะใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่เห็นเหมือนตอนอยู่กับคิบอมที่นอกจากจะกลัวเป็นพักๆแล้วนอกนั้นยังปกติ ธรรมดา เห็นหน้าเขาแล้วสบายใจไม่ต้องมานั่งเกร็งอะไรอยู่แบบนี้ แต่ถ้าลองเป็นฮันกยองล่ะก็ มาดนี่คงไม่ต้องมีแล้วล่ะ

“ชั้นเปลี่ยนชุดแป๊บนึงนะ ดงแฮอยากดูอะไรก็หยิบได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ”

“ไม่กลัวชั้นทำแตกเหรอ” ตากลมๆช้อนขึ้นมองพร้อมกับแก้มใสสีแดงระเรื่อเมื่อเห็นร่างหนาที่เปลือยท่อนบนโผล่หน้าออกมาจากห้องแต่งตัวนั่น

ซีวอนตัวใหญ่และร่างกายก็กำยำสมส่วน ลอนกล้ามที่อกและแขนนั่นดูเท่ห์สมชายชาตรีจนนึกอิจฉา แต่แทนที่ความอิจฉาของดงแฮจะแสดงออกมาด้วยสายตาและสีหน้าที่ไม่พอใจกลับกลายเป็นสีหน้าเขินๆเสียอย่างนั้น และมันก็ทำให้คนมองนึกหมั่นเขี้ยวจนแทบจะกระโจนมาตะปบให้รู้แล้วรู้รอด

ร่างหนายิ้มหวานละลายสติอีกครั้งแล้วหัวเราะเบาๆ “ถ้าดงแฮทำแตกก็ต้องรับผิดชอบนะ แต่ไม่ให้จ่ายเงินหรอก ขออย่างอื่นดีกว่า”

“หืม?”

“ระวังแล้วกันล่ะ หึ หึ”

เสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์นั่นอาจจะฟังแล้วไม่กวนประสาทหรือกระตุ้นต่อมโมโหอย่างที่คิบอมชอบทำและไม่ได้ชั่วร้ายอย่างที่คยูฮยอนเป็นแต่มันก็ชวนให้ร้อนวาบไปทั้งร่างได้ง่ายๆ แม้จะไม่บอกว่าให้รับผิดชอบอย่างไรแต่คนสวยก็ไม่อยากจะเสี่ยงนัก ตัวเล็กวางกระเป๋าเป้ลงบนเตียงแล้วจึงค่อยเดินไปรอบๆห้อง เมื่อเห็นกรอบรูปวางไว้ที่ชั้นวางของตรงผนังห้องซึ่งน่าจะสั่งทำเฉพาะก็หยิบขึ้นมาดู

เด็กชายซีวอน เด็กชายคิบอม และเด็กชายคยูฮยอน กำลังยิ้มแฉ่งกอดคอกันอยู่ในชุดนักเรียนแบบเดียวกัน ท่าทางพวกเขาคงจะสนิทกันมาตั้งแต่จำความได้แน่ๆ

นัยน์ตาหวานขยับเล็กน้อย ม่านตาเบิกกว้างเมื่อมองรูปของเด็กที่ยืนอยู่ฝั่งขวามือของซีวอนและซ้ายมือของรูปในเวลานี้ คิบอมแก้มป่องมากและก็น่ารักแบบสุดๆ ซึ่งตามสัญชาตญาณมันทำให้ฉุกคิดถึงเด็กชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของสร้อยและเจ้าของสัญญาที่ยัดเยียดใส่หัวให้เขาต้องรักษามาจนถึงทุกวันนี้

“ไม่ใช่หรอกมั๊ง” เสียงแผ่วบ่นเบาๆกับตัวเอง “เด็กที่แก้มป่องๆแบบนี้มีทั่วเกาหลีจนเต็มไปหมด”

ร่างบางถอนหายใจอีกรอบเพราะพอมองไปที่ซีวอนก็เห็นแก้มป่องๆเหมือนกัน แค่เขามีน้อยกว่าคิบอมก็เท่านั้น ส่วนคยูฮยอนเหมือนจะมีแก้มน้อยที่สุด แต่มันก็ยังพองอยู่ดีนั่นแหละ

“จะน่ารักกันไปไหน”

ดงแฮหัวเราะกับตัวเองเมื่อพิจารณาให้เต็มตา เด็กทั้งสามคนน่ารักมากเมื่อเทียบกับเด็กทั่วๆไป มาถึงเวลานี้จึงไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมพวกเขาจึงได้ดังนักหนา นั่นคงเพราะหน้าตาดีมาตั้งแต่เด็กๆ คนคงจะพูดกันปากต่อปากจนเวลาผ่านไปชื่อเสียงก็สั่งสมมาจนกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพราะไหนจะฐานะดี การศึกษาเลิศ บ้านช่องหรูหรา แถมยังมีหน้าตาเป็นอาวุธร้ายอีก พอมาอยู่รวมกันมันเลยยิ่งเจิดจรัสไปกันใหญ่

แล้วฮันกยองมาเข้ากลุ่มได้ยังไงเนี่ย -*-

คิดแล้วก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนตัวเองถึงจับพลัดจับผลูมาอยู่กับแก๊งเจ้าชายนี่ได้ ซึ่งถ้าหากพูดไปแล้วฮันกยองก็ไม่ได้กระจอกงอกง่อยหรอก ลำพังแค่เงินเดือนพ่อกับแม่นี่ก็สามารถจะซื้อของหรูๆได้สบาย แต่อาจเพราะครอบครัวนี้สอนและเลี้ยงมาแบบสมถะจึงใช้จ่ายอะไรสมตัว ไม่ได้ยึดติดความหรูหราจึงดูเหมือนว่าเขาฐานะธรรมดาและออกจะติดดิน แต่ใครจะรู้ล่ะ ว่าไอ้ตำแหน่งแพทย์ของพ่อเขาน่ะมันเป็นนายแพทย์ระดับผู้บริหารแล้ว ส่วนแม่น่ะเหรอ ก็แค่หัวหน้าภาควิชาที่มีคนติดต่อให้ไปเป็นวิทยากรแทบทุกสัปดาห์ แค่เงินเดือนของพวกท่านสองคนนี่ก็ปาไปสิบกว่าล้านวอนแล้ว ยังไม่นับเงินที่ได้นอกเหนือจากนั้น ทั้งค่าวิทยากร ออกเวร ไหนจะเงินเดือนที่ได้จากการร่วมทำวิจัย มากมายไปหมด

แต่ถ้าเทียบกับระดับรัฐมนตรีอย่างพ่อซีวอน หรือเจ้าของบริษัทคอมพิวเตอร์ แล้วก็ราชนิกูลผู้สูงศักดิ์ มันก็ยังต๊อกต๋อยอยู่ดีนั่นแหละ = =”

เสียงเปิดประตูดึงความสนใจจากคนตัวเล็กได้ในทันทีที่ร่างหนากลับออกมา จากชุดเครื่องแบบนักเรียน ตอนนี้ซีวอนแปลงร่างมาสวมเสื้อโปโลสีเขียวอ่อนกับกางเกงขาสั้นพอดีเข่าแบบคุณชายเมืองผู้ดี

นี่ขนาดชุดอยู่บ้านมันยังดูดีกว่าชุดนักเรียนประหลาดๆของคิบอม ให้ตายเหอะ!!

“ดูรูปอยู่เหรอ” ร่างหนาชะโงกหน้ายื่นไปดู

“อื้ม น่ารักดีอ่ะ นี่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กเลยเหรอ”

“ตั้งแต่อนุบาลเลยล่ะ” คนตอบหัวเราะร่วน “น่ารักล่ะสิ”

“อื้อ น่ารักมากเลย”

“มีอัลบัมรูปอยู่นะ จะดูก็ได้”

คนฟังตาวาวยิ้มทะเล้นน่าหยิก “งั้นก็คงต้องรบกวนแล้วล่ะนะ”

จากที่คิดว่าจะกลับลงไปนั่งเล่นที่สนามหญ้าก็กลายเป็นว่านั่งดูรูปสมัยเด็กๆของซีวอนกันอยู่บนห้อง ความเจ้าเล่ห์ของท่านประธานก็ใช่ว่าจะยิ่งหย่อนไปกว่าคนอื่นๆเพราะเล่นหอบมากองให้บนเตียง ดงแฮเลยต้องปีนขึ้นไปนั่งพิงหมอนแล้วเปิดดู ส่วนคุณชายเจ้าของห้องก็อาศัยความเนียนทิ้งตัวลงนอนหนุนตักนิ่มๆเสียอย่างนั้น

ไหนๆก็จะรุกจริงจังแล้วก็ต้องรุกมันให้ถึงที่สุด

ร่างบางสะดุ้งน้อยๆเมื่อมีศีรษะหนักๆของร่างหนาวางลงไปแต่ก็พูดอะไรไม่ออก จะบอกให้ลุกก็คงจะไม่ทันจึงต้องนั่งอยู่แบบนั้นแล้วดูรูปไปเรื่อยๆเพื่อเบี่ยงความสนใจของตนออกมา

“ดงแฮชอบรูปไหนบ้างอ่ะ”

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม คนตัวเล็กฟังแล้วก็ส่ายหน้า “ก็ชอบหมดนะ ชั้นชอบดูรูปเก่าๆแบบนี้อ่ะ มันให้ความรู้สึกที่ดี ไว้ถ้าเจอรูปที่ชอบแล้วจะบอกแล้วกัน ซีวอนหลับไปเถอะ”

“ตักดงแฮนิ่มมากเลย คงหลับสบายล่ะ”

แก้วขาวแดงแปร๊ดได้อย่างรวดเร็วและใบ้ก็รับประทานไปเรียบร้อยแล้ว

สักครู่ซีวอนก็ท่องไปในนิทรา ท่าทางเขาจะง่วงมากเพราะบนโต๊ะหนังสือเล่นมีตำราเรียนหลายเล่มกองอยู่ นี่ก็ใกล้จะสอบกลางภาคแล้วคงจะอ่านหนังสือเตรียมสอบจนดึกดื่นแน่ ตัวเล็กไม่ได้ใส่ใจอะไรนักและนั่งเปิดรูปถ่ายในวัยเด็กของเขาไปเรื่อยๆ ซึ่งมันก็ไม่แปลกที่ซีวอนจะภูมิใจนำเสนอเพราะเล่นหน้าตาดีกันแบบนี้มาตั้งแต่เกิด ยิ่งรูปถ่ายกับพี่ชายด้วยแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่า คนอะไรหน้าตาดีมันทั้งบ้าน

แต่คนที่ดงแฮมองแล้วก็นึกขำทุกครั้งก็คือคิบอม ตอนเด็กๆเขาแก้มยุ้ยน่ารักและแต่งตัวดูเรียบร้อยไม่มีวี่แววของชุดประหลาดๆและท่าทางกวนประสาทนั่นเลยสักนิด แต่แค่เห็นรอยยิ้มก็พาลคิดถึงใครบางคนที่แก้มพองแบบนี้ ตัวสูงประมาณนี้ แต่ต่างกันตรงที่ บนคอของคิบอมไม่มีสร้อยแบบเดียวกับที่ให้ตนเอาไว้

“ถ้านายเป็นเค้า ..มันก็คงจะดี” เสียงหวานดังพลางพ่นลมหายใจเงียบๆ จากนั้นจึงได้ทอดสายตาลงมองคนหลับที่ทำตัวน่ารักอยู่บนตักนิ่ม ความจริงก็เริ่มเมื่อยเพราะซีวอนตัวใหญ่และหนัก แต่ก็ไม่อยากที่จะปลุก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องเรียกทำให้ดงแฮได้โอกาสสะกิดร่างหนาให้ตื่นขึ้นมาเสียที

“ซีวอน ลงไปทานข้าวได้แล้ว คุณแม่นายให้คนมาเรียกแล้ว”

“กี่โมงแล้วอ่ะดงแฮ”

“เกือบทุ่มนึงแล้วล่ะ”

“อ่า.. ไวจังเลย ยังไม่อยากให้กลับเลย” เขาทำหน้าเบื่อๆแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่ง ปรับสภาพร่างกายสักครู่ก็เอื้อมมือมาดึงแขนเรียวไปกุมเอาไว้และจูงลงไปที่ชั้นล่าง

สายตาคมเฉียบจับจ้องลูกชายคนเล็กทั้งแต่ที่ได้ยินเสียงฝีเท้า ดงแฮเลยดึงมือออกเพราะมันคงไม่ควรถ้าหากซีวอนจะจูงมือเขาเข้าไปนั่งที่โต๊ะอาหาร ร่างหนาจัดการแบกเป้มาให้เสร็จสรรพ พอถึงโต๊ะก็เลื่อนเก้าอี้ให้คนสวยพร้อมกับสั่งให้เด็กรับใช้นำของในมือไปไว้ในรถของตนที่เพิ่งจะซื้อมา

“เพื่อนชื่ออะไรนะ เมื่อเย็นแม่ก็ไม่ทันได้ถาม” คุณหญิงปรายตายิ้มๆมองหน้าสวยแล้วค่อยจ้องลูกชาย

“ดงแฮน่ะฮะ เค้าเรียนที่ไมอา แต่ตอนนี้ก็มาเรียนที่ห้องเดียวกับผม”

“น่ารักดี ไม่คิดว่าเป็นผู้ชาย” หล่อนยังยิ้มละไม

ผิดจากผู้เป็นพ่อที่จ้องมองหน้าของเด็กหนุ่มแปลกหน้าราวกับจะจับผิด “ลูกเต้าเหล่าใครล่ะ แนะนำตัวเองหน่อยสิ เผื่อจะรู้จักกัน”

“เอ่อ” ดงแฮหันไปสบตาซีวอนเล็กน้อยแล้วค่อยๆบอกอย่างสำรวม “คุณพ่อผมเป็นทูตอยู่ออสเตรียครับ แต่กำลังจะย้ายเร็วๆนี้ คิดว่าคงจะไปอยู่ที่ฮังการี”

“อืม ตอนนี้ยังอยู่เวียนนาสินะ” ท่านรัฐมนตรีชเวหยุดใช้ความคิดเล็กน้อย “ใช่คุณลีซึงเฮหรือเปล่า”

“อ่า ครับ ใช่ครับ” ตัวเล็กพยักหน้าเบาๆ “เพิ่งรู้ว่าท่านรู้จักคุณพ่อด้วย”

“ได้ข่าวว่าท่านย้ายไปทั้งครอบครัวนี่”

“ตอนแรกก็ไปด้วยกันหมดครับ แต่ผมกลับมาเรียนไฮสคูลให้จบก่อนแล้วค่อยตามไปเพราะเรียนที่โน่นตามเพื่อนไม่ทัน คือคุณพ่อท่านย้ายที่ทำงานบ่อยในช่วงแรกที่ไป เลยต้องกลับมาเกาหลีน่ะครับ ตอนนี้เลยพักอยู่คนเดียว”

“ตายจริง” คุณหญิงทำท่าประหลาดใจ “แล้วนี่อยู่ยังไงล่ะเนี่ย”

“บ้านหลังที่คุณแม่เคยชมว่าน่ารักไงครับ ที่ติดกับถนนใหญ่ สีขาวๆ ดงแฮเค้าพักที่นั่นคนเดียว” ซีวอนตอบให้

“ไม่มีใครอยู่ด้วยเลยเหรอ”

ร่างบางยิ้มเหงาๆแต่ก็พยายามจะทำเป็นเก่ง “มีแม่บ้านดูแลน่ะครับ แล้วคุณแม่ก็จะกลับมาเยี่ยมเป็นระยะ”

“ไม่เหงาแย่เหรอ ความจริงมาพักที่นี่ก็ได้นะ ชวนเพื่อนมาเที่ยวบ้านบ่อยๆสิซีวอน อยู่คนเดียวแบบนั้นน่าเป็นห่วงจะตายไป” คุณหญิงที่มักจะจิตใจหวั่นไหวกับเด็กน้อยเริ่มออกอาการ “ถ้าไม่รังเกียจก็มาที่นี่ได้นะดงแฮ”

“เอ่อ.. ไว้จะมานะครับ แต่คงไม่รบกวนบ่อยหรอกฮะ ผมเกรงใจ” ตัวเล็กเริ่มอึกอัก ใครจะคิดว่าพ่อแม่ดันรู้จักกัน แต่ก็นั่นล่ะ ทูตกับรัฐมนตรี ยังไงมันก็ต้องมีวันที่โคจรมาเจอกันอยู่แล้ว

ซีวอนค่อนข้างใจชื้นที่ทั้งพ่อและแม่เอ็นดูดงแฮ ต่อให้ยังไม่ได้เปิดเผยฐานะว่าอยากจะสอยมาเป็นลูกสะใภ้แต่ก็ถือว่าเครดิตดีไปกว่าครึ่งที่อย่างน้อยก็ยังเป็นฝ่ายชักชวนเขาเข้ามาที่บ้านเอง คงจะน่าห่วงตรงพ่อที่เหมือนจะเริ่มระแวงบางอย่างที่แปลกไป เพราะนอกจากคิบอม คยูฮยอน และฮันกยอง ก็เพิ่งจะมีดงแฮนี่แหละที่ลูกชายพาเข้าบ้าน และหนำซ้ำยังมาแบบฉายเดี่ยวอีกต่างหาก

“ดงแฮอยู่คนเดียว คงไม่ว่าอะไรนะครับถ้าผมจะพาเค้ามาที่บ้านเราบ่อยๆ”

“ไม่พากันไปดื้อไปซนที่ไหนก็พอแล้วล่ะ มาอยู่ให้ผู้ใหญ่ได้เห็นก็ดีแล้ว” เสียงราบเรียบของท่านรัฐมนตรีทำเอาคนฟังนั่งนิ่ง รู้ตัวว่าอีกไม่นานคงโดนสอดส่องพฤติกรรมแน่

ซีวอนพยายามจะไม่เอาใจใส่ดงแฮเกินความจำเป็นตลอดเวลาที่อยู่ในห้องอาหาร ร่างหนานั่งทานข้าวนิ่งๆและตักให้ในบางอย่างที่อยากจะนำเสนอ แต่พอเริ่มรู้สึกถึงแววตาจับผิดก็แสร้งทำเป็นตักให้แม่บ้างเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตจนเกินไป

ดงแฮถูกคุณหญิงแม่ของซีวอนรั้งตัวเอาไว้จนกระทั่งถึงสามทุ่มจึงได้ออกจากบ้าน วันนี้ซีวอนขอขับรถไปส่งเองเพราะระยะทางไม่ได้ไกลนัก แต่ความจริงแล้วเขาแค่อยากจะมีเวลาอยู่กับดงแฮสองต่อสองบ้าง

“อาหารที่บ้านซีวอนอร่อยนะ” รอยยิ้มสดใสจากร่างกายเล็กๆนั่นช่างน่าทะนุถนอม

“อร่อยก็ไปทานบ่อยๆ คุณแม่ท่านชอบดงแฮนะ”

สายตาหวานเยิ้มเริ่มสร้างความปั่นป่วนอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะในความหมายที่เขาสื่อออกมามันไม่ได้บ่งบอกว่าชอบหรือเอ็นดูในฐานะเพื่อน ซึ่งต่อให้เป็นแบบนั้นแต่เจ้าตัวก็คงจะหมายความไปที่อีกอย่าง

“ไปบ่อยๆมันจะรบกวนเกินไป ไว้มีโอกาสดีๆจะแวะไปดีกว่านะ”

“อย่าเกรงใจสิ จริงๆแล้วย้ายมาอยู่ที่บ้านชั้นก็ได้จะได้ไม่ต้องเหงาที่บ้านคนเดียว คุณพ่อชั้นกับคุณพ่อดงแฮก็รู้จักกัน อยู่ที่บ้านชั้นดีซะอีกที่บ้านดงแฮจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง”

เหตุผลเขามี แต่เหตุผลอีกคนก็มีเช่นกัน “อย่าเลยซีวอน มันจะรบกวนมากเกินไปนะ ชั้นไม่ค่อยสบายใจ”

“ดงแฮนี่ขี้เกรงใจจัง” มืออุ่นเอื้อมมาเกลี่ยผมนุ่มอย่างเอ็นดู เขาคลี่ยิ้มจางๆอย่างมีความสุข พอดงแฮเผลอก็บิดแก้มนิ่มเบาๆให้อีกฝ่ายค้อนใส่บ้าง

“เจ็บนะ ชอบแกล้งอยู่เรื่อยเลย”

“ก็ดงแฮน่ารักนี่นา”

“ผู้ชายที่ไหนเค้าชมเพื่อนแบบนี้น่ะ” ทั้งๆที่พอจะเข้าใจแต่ก็ยังเฉไฉไปเรื่อย “ชั้นไม่ใช่ผู้หญิงซักหน่อย”

“จำเป็นตรงไหนที่ต้องใช้ชมผู้หญิง” เสียงนิ่งๆตอบกลับมา “ดงแฮน่ารักจริงๆนี่นา น่ารักมากกว่าผู้หญิงหลายๆคนอีกด้วยซ้ำ”

ร่างหนาชำเลืองเล็กน้อย พอเห็นคนสวยตัวน้อยนั่งก้มหน้างุดๆก็เอื้อมมือไปคว้ามือเล็กมากุมเอาไว้

“รู้ใช่มั๊ยว่าชั้นคิดยังไง เก็บไปพิจารณาหน่อยได้มั๊ยดงแฮ”

“อ.. เอ๋?”

“ชั้นชอบดงแฮจริงๆนะ”

“แต่ชั้นเป็นผู้ชาย” ไม่รู้จะพูดอะไรก็เถียงไว้ก่อน

ซีวอนหมุนพวงมาลัยเล็กน้อยด้วยมือเดียวเพราะอีกมือยังกุมมือเล็กเอาไว้ ไม่กี่นาทีก็จอดรถคันงามที่หน้าบ้านคนสวยเรียบร้อย แถมยังลงมาเปิดประตูให้อีก แต่ก่อนดงแฮจะเข้าบ้านก็ยังไม่ลืมที่จะย้ำอีกสักรอบ

“ชั้นซื้อรถคันนี้เพื่อที่จะขับมารับดงแฮนะ ตั้งแต่พรุ่งนี้จะขอขับรถไปเรียนเองแล้วก็จะมารับทุกวันเลย ดงแฮห้ามหนีไปไหนนะ”

คนไม่เคยโดนเกี้ยว เจอไม้นี้เข้าไปเป็นใครก็เขิน และยิ่งเขาเขินอีกคนก็ยิ่งได้ใจ ซีวอนวางสองมือลงที่ไหล่บางแล้วยื่นหน้าไปขโมยจูบเบาๆที่หน้าผากขาวนั่น

“กลับบ้านแล้วจะโทรมาใหม่นะ อยากได้ยินเสียงดงแฮก่อนนอน”

ร่างบางตัวแข็งทื่อเพราะไม่เคยมีใครจู่โจมแบบนี้ เมื่อก่อนก็เขินเวลาที่ซีวอนใจดีแต่ตอนนี้เขาบอกความต้องการที่อยู่ในใจแล้วก็ยิ่งเขินไปใหญ่ ต่อให้ยังไม่รู้ตัวว่าชอบหรือไม่ แต่หัวใจก็แกว่งไกวไปแล้ว พอรถคันสวยเคลื่อนตัวไปก็สะบัดหน้าเพื่อไล่ความฟุ้งซ่านนั้น แต่ยังไม่ทันจะปิดประตูก็มีคนมาบีบแตรเรียกเอาไว้

“คยูฮยอนเหรอ” คิ้วเรียวขมวดน้อยๆแล้วค่อยเดินเข้าไปหา “มีอะไร”

“คิดถึง” เขายิ้มแป้นก่อนถือวิสาสะจอดรถแล้วเข้าบ้านเอง “แวะมาหาน้ำดื่มแล้วเข้าห้องน้ำ ดงแฮของคยูฮยอนคงไม่ใจร้ายนะครับ”

“อ..อืม” ถึงจะงงแต่ก็เดินไปรินน้ำมาให้ “นี่ไปไหนมาเหรอ”

“ไปส่งเพื่อนมาน่ะ” เจ้าตัวร้ายไม่กล้าบอกหรอกว่าคือซองมินที่ทำให้ปากเขาแดงเจ่ออยู่แบบนี้

ก็เล่นน่ารัก น่าฟัด น่ากอด น่ากดแบบนั้น ใครจะไปอดใจไหว ก่อนไปส่งเลยจัดการจูบไซ้เสียจนอารมณ์แทบพุ่ง ยังถือว่าคนตัวเล็กนั่นโชคดีที่มีพี่ชายข้างบ้านโทรมาก่อกวน ไม่งั้นอาจจะตกเป็นอาหารมื้อค่ำของหมาจิ้งจอกผู้หิวโซในรถแล้วแน่ๆ

“ปากแดงเชียวนะ ไปทำอะไรมา” สายตาเป็นห่วงนั่นทำให้คนโดนถามหัวเราะ

แล้วก็โกหกออกไป “ทานอาหารไทยมาน่ะ มันเผ็ด”

เพราะเห็นแค่สภาพเจ้าตัวดีจึงเชื่อง่ายๆ แต่ถ้าลองเห็นทั้งปาก หู และซอกคอของเพื่อนตัวเล็กแล้วคงจะเชื่อไม่ลงแน่ เพราะซองมินโดนเขมือบท่อนบนเกือบจะครึ่งหนึ่งแล้ว คงเหลือแค่ติ่งสีหวานตรงยอดอกที่ยังปลอดภัยอยู่

“ไปทานข้าวบ้านซีวอนเป็นไงบ้าง”

“ก็ดี พ่อแม่ซีวอนใจดีกว่าที่คิด”

“วันหลังไปทานกับชั้นบ้างสิ ตกลงนะ” ถามอย่างเดียวไม่พอ ยังอุตส่าห์ส่งมือปลาหมึกมากอดคอด้วย

เมื่อก่อนอาจจะยืนนิ่งๆเพราะเห็นว่าผู้ชายเหมือนกัน แต่เพราะมีซีวอนมาเผยความในใจไปแล้วจึงเริ่มรวนเรและระวังตัวแจราวกับสาวน้อยวัยแรกแย้ม นี่ผีเกย์เข้าสิงผมเหรอ???

อาจถือว่าดงแฮยังไม่ต้องเจอกับเรื่องปวดหัวมากไปกว่านี้เพราะแค่เข้าห้องน้ำกับขอน้ำเย็นๆสักแก้วมากรอกปาก ราชนิกูลรูปงามก็ขอตัวกลับ ที่ตั้งใจมานี่ก็แค่อยากจะถ่วงดุลไม่ให้คนสวยหลับไปพร้อมความรู้สึกที่มีซีวอนอยู่ในความทรงจำเพียงคนเดียวก็เท่านั้น เพราะการที่ทำให้ใครหลับไปโดยมีคนๆหนึ่งในหัวใจมันคือความเสี่ยงว่าจะต้องเสียไปสักวันหนึ่ง

คยูฮยอนดึงดงแฮไปส่งตัวเองที่รถแล้วก็มือไวปากไวชะโงกหน้ามาจูบแก้มหอมเบาๆก่อนกระโดดขึ้นรถแล้วโบกมือลาด้วยรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ที่หากซองมินมาเห็นอาจจะร้องไห้น้ำตาท่วมโลกได้

ร่างเล็กยืนลูบแก้มที่เพิ่งถูกประทับรอยจูบจนร้อนผ่าว จะว่าอะไรก็ไม่ทันเลยสักอย่าง เพราะนึกได้ก็ตอนที่ไฟท้ายรถกำลังเลี้ยวตัดเข้าถนนใหญ่ไปแล้ว

“ตาบ้านี่” เสียงหวานบ่นอุบอิบแล้วเดินสะบัดก้นเข้าไปในบ้าน

เวลานี้ใครๆก็มารุมสร้างความปั่นป่วนให้หัวใจและสมองจนวุ่นวายไปหมด จะว่าโลเลก็คงใช่ ในเมื่อยังไม่มีความแน่นอนอะไรสักอย่างมันก็คงจะไม่แปลก

ผมจะทำยังไงดีนะ ซีวอนก็พูดแบบนั้น แล้วคยูฮยอนก็ยังจะมาทำแบบนี้อีก สับสนนะเนี่ย เฮ่อ!

ร่างบางรีบล็อกกลอนให้แน่นหนาแล้วคว้าโทรศัพท์มาโทร ตั้งใจจะกดหาฮันกยองเพราะตั้งแต่เลิกเรียนก็ระเห็จไปเป็นผีเฝ้าห้องสมุด ไม่รู้ว่าโดนฮีชอลฝังลงหลุมไปแล้วหรือยัง แต่มันก็คงจะไม่มีใครให้โทรหาอีกในเวลานี้ แต่ยังไม่ทันจะกดโทรออกก็มีสายเข้ามาก่อน

 

[[ Kibum Calling]]

 

ตัวเล็กสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นเบอร์ นิ้วมันเผลอกดไปแล้วจึงต้องรับสายแบบมึนๆ แต่แทนที่จะเป็นคิบอมกลับเป็นเสียงใครก็ไม่รู้

“เอ่อ นั่นใครครับ”

“ชั้นเป็นเพื่อนคิบอม ชั้นเห็นเค้าตั้งเบอร์นี้เป็นเบอร์ฉุกเฉินเบอร์ที่สองก็เลยกดมา ตอนนี้มันเมาอยู่ที่ร้าน นายมาเอามันกลับไปหน่อยได้มั๊ย”

ตากลมกระพริบมึนๆ “เบอร์ฉุกเฉิน???”

“อือ เบอร์แรกเป็นเบอร์บ้านมัน ชั้นไม่อยากคุยกับพ่อมันหรอก มันเพิ่งทะเลาะกับเค้ามา”

“อ่า แล้วอยู่ไหนเหรอครับ”

ร่างบางรีบจดทางไปและชื่อร้าน ใจจริงก็อยากจะโทรหาฮันกยองให้ไปเป็นเพื่อนแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าทอมคงจะเห็นสภาพนี้ของเจอร์รี่ไม่ได้ ขืนพาไปคงได้ขุดมาด่ายันชาติหน้าแน่ๆ

ดงแฮรีบโบกแท็กซี่ไปที่ร้านดังกล่าว เมื่อไปถึงด้านหน้าก็เพิ่งจะรู้ว่าเป็นร้านอาหารกึ่งผับ เขากดโทรหาคนที่โทรมาบอกโดยใช้มือถือของคิบอมเป็นสื่อกลาง สักครู่จึงมีเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งออกมารับพร้อมกับแนะนำตัวเสร็จสรรพ

“ชั้นชื่อคิมซังบอม เป็นลูกพี่ลูกน้องของคิบอมน่ะ นี่ชั้นแอบโทรหานายนะ มันเมาอยู่ในร้านแล้วตอนนี้ก็ตีสนุ๊กอยู่ ไม่ยอมกลับบ้าน ถามว่าจะไปไหนก็ไม่ยอมตอบ นี่ชั้นจะพากลับบ้านไปด้วยก็ไม่ได้”

ตัวเล็กเริ่มจะสับสนเพราะคนตรงหน้า ซังบอมหน้าตาดีมากและก็มีแก้มพองๆเหมือนคิบอมไม่มีผิด เขาขาวกว่าร่างหนานั่นและดูจะใจดีกว่า แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเท่าแก้มที่เป็นตัวดึงดูดสายตาอย่างดี และตอนนี้ดงแฮก็เริ่มจะไม่พอใจตัวเองขึ้นมาแล้วที่เจอคนแก้มป่องทีไรมักจะปล่อยใจให้แกว่งและพยายามมองว่าเขาใช่เจ้าชายหมั่นโถวหรือเปล่า

ลืมไปเถอะดงแฮ แกจะไปคิดถึงคนใจร้ายนั่นทำไม

เขาถอนหายใจเบาๆแล้วตามซังบอมเข้าไปด้านใน แค่เห็นด้านหลังของเจ้าเด็กซ่าส์กำลังยืนแทงสนุ๊กเกอร์ท่ามกลางเพื่อนฝูงรุ่นราวคราวเดียวกันก็หน้าหงิก นึกอยากจะไปดึงออกมาให้รู้แล้วรู้รอด แต่เพราะไม่มีสิทธิ์เลยทิ้งตัวนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ด้านหลัง พอคิบอมเห็นเพื่อนๆหัวเราะแล้วพยักพเยิดผ่านหน้าไปก็หันขวับมามองบ้าง

“มาได้ไง” เสียงยานคางที่บ่งบอกว่าเมากำลังได้ที่ร้องถาม

“มารับ”

“รับ?”

“อื้อ”

ดงแฮพยักหน้าหงึกๆเพราะซังบอมทำลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่รู้เรื่องไปแล้ว ท่าทางคงจะแอบขโมยโทรศัพท์มาโทรจริงๆ แต่เพราะเจ้านายแบบผมปาดนั่นหันไปสนใจลูกกลมๆบนโต๊ะต่อจึงสะกิดถามคนข้างๆอีกรอบ

“ชั้นจะพอเค้ากลับได้เหรอ คิบอมไม่มีเพื่อนคนอื่นอีกเหรอ”

“มี แต่ให้พากลับไม่ได้” ซังบอมหน้านิ่ง คิ้วเข้มเริ่มขมวดเป็นปม “เพื่อนในกลุ่มที่โรงเรียนมันก็คนละนิสัย ส่วนเพื่อนในแก๊งก็ไม่อยากจะให้เห็นสภาพแบบนี้ คิบอมมันไม่เคยเอาตัวไปขลุกอยู่กับลูกน้องนะ”

ฟังแล้วก็พอจะเข้าใจ เป็นหัวโจกทั้งทีคงจะลดระดับไปคลุกคลีให้คนนั้นคนนี้หิ้วกลับก็คงจะไม่น่าเคารพนัก แถมซีวอน คยูฮยอน กับฮันกยองก็คงจะพึ่งพาให้ลากกลับไปไม่ได้ เพราะนอกจากจะไม่ยอมกลับแล้วยังอาจจะทะเลาะกันอีกสักยกสองยก เพราะท่านประธานอาจจะเทศน์ ส่วนสารวัตรก็คงจะด่า ราชนิกูลรูปงามนั่นบางทีอาจจะเอาไปทิ้งลงอ่างให้สาวๆมาดูแลแบบที่ฮันกยองเคยบอกไว้ แลดูแล้วมันคงจะไม่เข้าท่าเลยจริงๆ = =”

ดงแฮนั่งหน้างออยู่สักครู่ใหญ่ๆ พอเห็นเขาเดินมาหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาก็คว้าแย่งมาจากมือ

“เมาแล้วนะ พอได้แล้ว”

“ยุ่ง” เสียงฟึดฟัดร้องว่า

“กลับได้แล้วนะคิบอม มันดึกแล้ว”

“เงียบเหอะ รำคาญ”

คนหงุดหงิดยังอารมณ์ไม่ดีนักและร่างเล็กก็รู้ดีจึงไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงอะไรมาก แต่พอมีคนส่งบุหรี่มาให้เท่านั้นล่ะก็คว้ามาจุ่มในแก้วเหล้าต่อหน้าต่อตาเลยทีนี้

“อย่ามายั่วโมโหชั้นนะ” ตาดุๆตวัดจ้องพร้อมคำรามเสียงต่ำ

ร่างบางตาไหวใจสั่น เขาเคยน่ารักด้วย ใจดีด้วย พอมาตีหน้าโหดทำตัวร้ายก็น้อยใจขึ้นมา แต่แทนที่จะหยุดกลับหน้าบึ้งมากขึ้นไปอีก

“กลับบ้านนะ”

“ไม่กลับ” คิบอมตวาดมาอีกคำ

ซังบอมเห็นท่าจะไม่ดีเลยรีบมาช่วยขวางเอาไว้ก่อนที่ทำนบน้ำตาของคนที่ตนตามมาจะพังทลาย แต่ก็โดนตอกหน้าหงายกลับมาทันที

“อย่ามายุ่ง นี่แกตามเค้ามาใช่มั๊ย” ท่าทางของคิบอมดูเกรี้ยวกราดมาก

“เออ”

“อย่ามายุ่งกับมือถือชั้น”

“หึ ยุ่งไปแล้ว”

คนกลางที่โดนตามมาแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ถอนหายในเบาๆแล้วเข้าไปคว้าแขนหนาเอาไว้พร้อมกับส่งสายตาอ้อนให้เขากลับไปเสียที รู้ว่าเวลานี้คิบอมคงจะอารมณ์เสียมากจนต้องมาระบายกับเรื่องแบบนี้แต่มันก็ไม่ได้ดีนัก เมื่อครู่ซังบอมเพิ่งจะบอกเขาไปว่าคิบอมไม่ค่อยจะโทรตามเขามาอยู่ด้วยสักเท่าไหร่ เว้นแค่เวลามีเรื่องกับพ่อจึงจะแล่นออกมาหาอะไรระบายอารมณ์ ซึ่งวันนี้ก็คงจะเดาได้ไม่ยาก และมันก็จริงเพราะซังบอมกระซิบมาว่าเหมือนบิดาเขาจะซื้อบ้านเป็นของขวัญให้แรวอน

“คิบอมกลับนะ กลับบ้านชั้น ไม่ได้กลับบ้านนายซะหน่อย”

มือน้อยเขย่าตัวคนเมาแล้วพูดต่อ “กลับนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเรียนไม่ไหว”

“กลับไปก่อนไป ชั้นไม่อยากกลับ” เสียงห้วนๆที่ยานคางยังไม่ลดดีกรีความโมโห “ไปส่งเค้าไป”

ซังบอมส่ายหน้าพร้อมกับส่งสายตากวนประสาทไปให้ ซึ่งแน่นอนว่าได้รับพรมารวดเร็วทันใจเหลือเกิน

“อย่ามากวนตีน”

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กระตุกน้อยๆแล้วค่อยเคลื่อนหน้าไปกระซิบเบาๆ มั่นใจเหลือเกินว่าไม้นี้มันจะต้องได้ผลแน่

“แหม บันทึกเอาไว้เป็นเบอร์ฉุกเฉินเบอร์ที่สองเชียวนะ สำคัญมากล่ะสิ หึ.. ถ้าไม่อยากให้ชั้นแย่งมาก็อย่าคิดส่งเนื้อเข้าปากเสือ จำเอาไว้”

“ไอ้น้องเวร” คิบอมคว้าคอเสื้ออย่างเอาเรื่อง “แกไม่ได้ชอบผู้ชาย อย่ามาขู่”

“อ้อ เหรอ” เขาหัวเราะเสียงสูงก่อนกระซิบไปอีกรอบ “หุ่นแบบนี้ หน้าแบบนี้ คิดว่าชั้นจะโง่ปล่อยให้รอดหรือไง ผู้ชายก็ผู้ชายเหอะ ชั้นรู้นะว่าแกมองออกว่าใครๆก็อยากจะฟัดคนสวยนี่ทั้งนั้น ..แกเองก็คงอยากไม่ใช่เหรอ”

“ไอ้นี่!!!

แต่เด็กหนุ่มก็ยังลอยหน้าลอยตาน่ากระทืบอยู่เหมือนเดิม รู้ดีว่าดงแฮไม่ใช่แฟนของพี่ชายที่เกิดก่อนตัวเองไม่ถึงเดือน แต่ก็คงจะสำคัญมากคิบอมถึงได้บันทึกชื่อเอาไว้แบบนั้น แต่เพราะตัวปัญหายังไม่ยอมกลับเลยต้องทิ้งระเบิดอีกรอบ

“ถ้าแกไม่ไปส่ง งั้นชั้นไปเองนะ ..อา ดงแฮ เดี๋ยวชั้นไปส่งนะ”

ยังไม่ทันที่คนโดนถามจะตอบอะไรก็มีมือหนาคว้าดึงออกมาจากร้านเรียบร้อยแล้วโดยมีเจ้าเด็กเจ้าเล่ห์ยืนหัวเราะตามหลัง และดงแฮก็เพิ่งจะรู้เอาตอนนี้เองว่าเขาเคยเห็นซังบอมที่วินเซอร์รูฟ ร่างเล็กเหลือบมองคนเมาที่ยังพอคุยรู้เรื่อง แก้มของคิบอมแดงด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์จนน่ากลัวว่าจะพากลับบ้านไม่ไหว แต่เขาก็ยังดึงดันจะขับรถเองอยู่ดี

“มันอันตรายนะ” ดงแฮกระตุกเสื้อเตือน

“ยุ่ง”

“คิบอม”

“เงียบไปเหอะน่า”

สิ้นเสียงตวาดคนตัวเล็กก็สะดุ้งโหยง หน้าซีดจนแทบไม่มีสี พอเขาสตาร์ทรถก็ร้องมาอีกรอบ

“จะยืนบื้อทำไม”

หน้าสวยที่งอง้ำบ่นอุบอิบแล้วเดินกระแทกเท้าเข้าไปหา แต่แค่เขาออกตัวก็หวีดจนลั่นหน้าร้านด้วยความตกใจ คิบอมขับรถเร็วเหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือสติสัมปชัญญะที่เคยมี

“ช้าๆหน่อยสิ”

“รำคาญ”

“คิบอม ชั้นกลัว” ตัวเล็กกอดตัวเองจนแน่น ตัวสั่นเป็นลูกนกไปแล้ว นี่ถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์คงได้ช็อกตายแน่

“เงียบไปเหอะ”

สมองมึนๆนั่นมันทำให้เจ้าของร่างรู้ตัวว่าอยู่ในสภาพไหน เขาเป็นคนที่ต่อให้เมามากมายก็คงคุยได้รู้เรื่อง แต่เมื่อหอบร่างมาได้สักครู่แล้วชักจะไม่ไหวจึงกดปุ่มปิดหลังคาแล้วเลี้ยวเข้าไปหาที่พักสำหรับคืนนี้ แต่เพราะมันเป็นสถานที่ไม่พึงปรัสงค์ดงแฮเลยร้องลั่น

“คิบอมบ้า เข้าไม่ได้นะ”

“อะไรอีก” น้ำเสียงแห่งความไม่พอใจเล่นงานอีกแล้ว

“จะไปไหน”

“หาที่นอน”

“แต่นี่มันม่านรูดนะ”

คนฟังขมวดคิ้วหนาแล้วหันมาตีหน้านิ่งใส่ สภาพเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจไรสักนิด

“แล้วม่านรูดมันซุกหัวนอนไม่ได้หรือไง”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ending Talk

 

ไปตามเฮมา สลบสไลไปหลายวันเพราะเฮมาคืน 22 กลับคืน 27 แต่บลูต้องไปงานหมั้นเช้า 28 ต่อ ... งานนี้แทบตายกันเลยทีเดียว ก็ไม่รู้ว่าควรจะเล่าหรือเปล่าเพราะคราวก่อนๆเคยเล่าแล้วก็มีคนมาว่า ว่าเราอวด.. แบบว่าเหนื่อย ขี้เกียจจะมารับฟัง ถ้าอยากอ่านก็บอกค่ะ จะเล่า แต่รูปคงไม่เยอะมากเพราะไม่อยากปล่อยในบอร์ดเปิด หรือหน้าเปิด เพราะคราวนี้ถ่ายยากมาก รวมทั้งไปมีเรื่องกับสต๊าฟฝั่งเกาหลีด้วย (มันมีอยู่ฝ่ายเดียวแล้วรังควาญบลูชะมัด)

 

คนที่แจ้งโอนเงินมา บลูยังไม่ได้ตอบเลยนะคะ เพิ่งจะฟื้นแล้วก็นั่งแปะเครดิตลงเกาะ คลิปเยอะมากมาย ใครแวะไปก็เม้นท์ด้วยค่ะ มันเหนื่อยกับการที่มีคนสูบแต่ไม่มีคนเม้นท์

 

ช็อตเด็ดของการตามปลาครั้งนื้คือ น้องเฮเห็นป้ายเกาะ (รูปจี) แล้วก็ตวัดสายตามาสบตาบลูแว่บนึงตอนเดินออกจากโรงแรม แบบงงๆ ว่ามองตูทำไม คือเฮมองเลยไปแล้วนะ อยู่ๆก็กระตุกตากลับมามองใหม่ทั้งๆที่เดินเลยไปแล้ว แอบงงอยู่

 

ช่วงนี้บลูออนเอ็มไม่ค่อยได้นะคะ ไม่รู้เป็นอะไรนะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #67023 DreamPatty (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2556 / 21:58
    ทงเฮควรรำคาญคิบอมมากว่านะ
    #67,023
    0
  2. #66966 แดกเด็กทั้งวัน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 / 20:15
    เข้าม่านรูด *0* 

    มันจะเหมือนที่บอมบอกป๋าไว้เมื่อตอนแรกๆป่าวน้าา 
    #66,966
    0
  3. #66790 แอ๋มแป๋ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 10:14
    กี้ทำไมทำแบบนี้ว่ะ มินจะเสียใจแค่ไหนอ่า

    คิบอมพาเข้าม่านรูด เฮือกกก
    #66,790
    0
  4. #66751 Boku No Haruya (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2555 / 12:35
    กี้อย่ามายุ่งกับด๊องเถอะ
    เดี๋ยวกระต่ายน้อยจะใจเสีย

    แล้วอย่าทำให้มินนี่ต้องร้องไห้ละ
    #66,751
    0
  5. #66276 KIHAE*129 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 01:36
    อิเกียมแกคิดได้ไง

    แต่ความทรงจำหมวยคงลงท้ายด้วยบอมอ่ะ

    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #66,276
    0
  6. #66214 mirchullove (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:23
    ม่านรูดหรอ เหอะๆ
    #66,214
    0
  7. #66159 Zelon (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 / 01:55
    ก๊ากกกกกกกกก กี้เอ๊ย อุส่าแวะมาฝังความทรงจำตัดหน้าวอน แต่ขอโทษนะ บอมแรงกว่า พาเข้าม่านรูดเลยด้วย 555 สะใจกี้มากในจุดๆนี้ :P
    #66,159
    0
  8. #66110 sungmin sj (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:26
    ปลา เข้าม่านรูดดด
    #66,110
    0
  9. #65975 Chanya.N (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 21:05
    อี๊ยยะ!! ปลาโดนลากเข้าม่านรูด!! กริ๊ซ!!!
    #65,975
    0
  10. #65962 np137 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 00:20
    คิมคิพาปลาน้อยเข้าม่านรูด O_O!!!!
    #65,962
    0
  11. #65750 famously_DRH (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 16:23
     โอ้ว ม่านรูดซะงั้น 5555555555 55
    #65,750
    0
  12. #65702 Witim (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 / 03:31
    เอ๊าๆๆๆๆไม่อยากกลับบ้าน แต่อยากไปม่านรูดดดดด ว๊ายยยย อีบอมหน้าด้าน
    #65,702
    0
  13. #65666 MTieluk (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 21:46
     ม่านรูด 
    #65,666
    0
  14. #65565 A-lma (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2554 / 11:40
     o.O!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    มะ ม่าน นน รูด ด  
    มันจะดีนะ เอ้ย มันจะดีหรอ 
    #65,565
    0
  15. #65360 PARISO'KH (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 กันยายน 2554 / 00:59

    เบอร์ฉุกเฉิน ม่านรูด นี่มันอะไรกันนี่ !

    #65,360
    0
  16. #65264 เจ้าชายหมาป่า (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2554 / 17:22
    ม่านรูด ป๊าดดดด O.O
    #65,264
    0
  17. #65188 NANA (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2554 / 20:51
    คยูเอ๊ย จูบกับมินซะปากเจ่อ ก็ยังไปกระล่อนกับด๊องอีก

    บอมเล่นพาด๊องเข้าม่านรูดนอนเลยเหรอ??

    #65,188
    0
  18. #65161 satohara (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2554 / 14:16
    ม่านรูดเลยหรอเนี่ย 
    แหม!!!!ตั้งเบอร์เฮไว้ซะเบอร์ที่สองเชียวนะบอม
    สู้ๆค่ะไรเตอร์

    #65,161
    0
  19. #64352 love_kihae (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2554 / 19:46
    ฮัดช้ะ!! ><
    #64,352
    0
  20. #63828 []เดอะ.สอง? (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 / 12:50
     ม่านรูดเลยเรอะ บอม
    #63,828
    0
  21. #63623 lukpla^^yamas (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 เมษายน 2554 / 01:26
    ด๊อง ม่านรูดเรอะ!!

    บอมเมาด้วยอ่ะ>O<
    #63,623
    0
  22. #63526 Pink_Panther (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2554 / 20:31
    บอมสวนมาซะด๊องสะอึกเลย

    = =" เออนะ...แล้วมันซุกหัวนอนไม่ได้เร๊อ?
    #63,526
    0
  23. #63286 Mapii ky (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 23:24
    บอมพาหมวยเข้าม่านรูด!!!!!! เพื่อหาที่ซุกหัวนอน --”
    #63,286
    0
  24. #63151 ♥mt_saranghae>>km♥ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มีนาคม 2554 / 22:07
    ม่านรูด!!!   พระเจ้า !
    #63,151
    0
  25. #63045 Primadonna-yui (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 22:06
    ฮาบอม ม่านรูดแล้วมันซุกหัวนอนไม่ได้ไง

    ก็จริง ฮ่าาๆ

    คิเฮน่ารักจริงๆ ^^
    #63,045
    0