[Yaoi, Boy's Love] Click Click by PaPure

ตอนที่ 3 : Click Click by PaPure Part 003

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ก.พ. 59

O W E N TM.

Novel :: Click2

Cast   :: [วทัญญู วิวัฒนา] [ระพี เจนอักษร]

Part   :: 003

By    :: archi_10_001 ((PaPure))

Twitter   :: @twinsbams

 

#พี่ล่ำกับน้องสก้อยซ์

 

 

 

"สวัสดีครับ ขอโทษที่มารบกวนแต่เช้า อาวิทย์ฝากให้ผมเอาข้าวเช้ามาให้"  

ระพียิ้มหวาน พร้อมยกถุงใส่กับข้าวถุงใหญ่ให้วทัญญูดู ก่อนที่จะก้าวเข้ามาในห้องหรูอย่างถือวิสาสะ

หลังจากอ้อนอาวิทย์อยู่นานหลายวัน กว่าจะได้ที่อยู่ของเพื่อนคนนี้มาพร้อมเหตุผลที่จะมาหา วันนี้อาวิทย์ ใจดีจริงๆ

 

"โอ้โห ห้องของคุณสวยสุดๆ กว้างด้วย เห็นวิวทั้งเมืองเลย น่าอยู่กว่าห้องของผมอีก" 

ระพีวิ่งสำรวจห้องของวทัญญูด้วยความร่าเริง วทัญญูที่กำลังจัดกับข้าวที่ระพีนำมา หันมองระพีด้วยความหมั่นไส้ เจ้านี่ ท่าทางมีความสุขเกินไปแล้ว

 

"มาห้องคนอื่นเค้า ก็มีมารยาทซะบ้าง"

วทัญญูทักลอยๆ ไม่ได้คาดหวังว่าระพีต้องสงบลง เพราะรู้ดีว่าต่อให้เขาดุหรือตะโกนอย่างไร เจ้าเด็กนี่ก็คงไม่ทำตามที่เขาพยายามอยากให้เป็นอยู่ดี

"แหม ซ่อนใครเอาไว้ล่ะสิ ถึงได้หวงนักหวงหนาอย่างนี้น่ะ? ไม่อยากให้อาวิทย์รู้ใช่ไหมล่ะครับ? คุณช่างภาพ คิกคิก"

ร่างบางหยอกเย้า ไม่ได้มีเจตนาร้ายกับคนฟัง หากวทัญญูชักสีหน้า

 

"คนอย่างฉันน่ะ ทำอะไรไม่เห็นต้องหลบๆ ซ่อนๆ ฉันเปิดเผยเสมอแหละ ไม่ได้รู้อะไร ก็อย่าพูดมากดีกว่า"

วทัญญูพูดด้วยอารมณ์ไม่พอใจกับคำพูดอย่างนั้นของระพี

"ขอโทษครับ พะ พีแค่พูดเล่นเท่านั้น อย่าโกรธเลยนะ พีขอโทษ"

ระพีก้มหน้ายอมรับความผิดแต่โดยดี ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่ามีคำไหน ที่เขาพูดไปแล้ววทัญญูจึงฟังแล้วโกรธได้ขนาดนี้

 

"... เออ โทษทีนะ ฉันเพิ่งตื่น เลยอารมณ์ไม่ค่อยดี"

วทัญญูได้สติ รู้ตัวว่ากำลังโวยวายกับเด็กที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย ตอนที่ระพีกล่าวขอโทษด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้พร้อมสีหน้าสำนึกผิดเต็มที่ จึงกล่าวขอโทษระพีเช่นกัน

 

"งั้น ให้พีจัดอาหารให้นะ คุณญูต้องชอบแน่ๆ ห้องครัวของคุณญูอยู่ตรงไหนเหรอครับ?"

ระพียิ้มรับ พอได้ยินคำขอโทษจากวทัญญูเท่านั้น ความรู้สึกไม่ดีเมื่อครู่ก็คล้ายจะถูกชำระล้างออกไปจนหมด ระพีเพียงแต่คิดว่า นอกจากจะเพิ่งตื่นนอนแล้ว ความหิวก็อาจจะทำให้วทัญญูอารมณ์ฉุนเฉียวได้ขนาดนี้ เขาควรจะ ทำตัวให้มีประโยชน์กับคนๆ นี้จะดีกว่า

 

"เข้าไปข้างใน แล้วเลี้ยวซ้าย ข้างๆ ห้องน้ำ ตรงนั้นแหละ ฉันไปอาบน้ำก่อน แล้วจะออกมาทานข้าวด้วย"

จากนั้น วทัญญูก็เดินกลับเข้าไปยังห้องนอนอีกครั้ง

 

"... คนบ้านนี้น่ากลัวจริงๆ ทั้งอาวิทย์ ทั้งคุณญูเลย ดุชะมัด"

ระพีบ่นกับตัวเองเบาๆ กลัววทัญญูจะบังเอิญเข้ามาได้ยินเข้า ถ้าเป็นอย่างนั้น เขาคงต้องโดนเล่นงานแน่ๆ

 

มือเล็กๆ บรรจงเตรียมอาหารมื้อเช้ากับมื้อเที่ยงไว้พร้อมกัน เนื่องจากเวลาป่านนี้แล้ว ไม่อาจเรียกมื้อเช้าเพียงมื้อเดียวได้ ก่อนจะนำไปจัดวางจานชามไว้อย่างสวยงามบนโต๊ะอาหาร แล้วก็นั่งเรียบร้อยรออยู่  คอยให้เจ้าของห้องอาบน้ำเสร็จ จะได้พร้อมทานได้ทันที

 

....

 

"นี่ คุณวิทย์ คุณจะให้ระพีไปเดินแบบแฟชั่นโชว์อีกแล้วเหรอครับ? จะไหวรึท่าทางแบบนั้นน่ะ?"

ราชันย์เอ่ยถามกับคนบนตักที่ยิ้มกริ่ม เมื่อนึกถึงงานเปิดตัวบริษัทใหม่ในเครือวิวัฒนาและงานเดินแบบแสดงเสื้อผ้า ไม่น่าเชื่อว่า เสียงตอบรับของระพีในฐานะนางแบบชุดฟินนาเล่ในวันนั้นจะดีกว่าที่คาดคิด

"สบายมากครับ ระพีมีพรสวรรค์นะ จริงๆ มีนิตยาสารติดต่อให้ถ่ายปกหนังสือแล้วด้วย ติดแค่อยากปรึกษาญูกับคุณราชันย์ก่อน"

วิทยาหันหน้ามาหาคนรัก ยิ้มให้กับความสำเร็จของเด็กที่ตนลงมือปั้นเองกับมือ

ราชันย์ยิ้มแห้งๆ อิหลั่กอิเหลื่ออยู่ในที จะปฏิเสธ ก็เกรงใจคนรัก แต่ครั้นจะเห็นด้วยกับคนรัก ก็อดสงสาร ระพีไม่ได้ ท่าทางระพีไม่ได้ชอบเดินแบบเลยแม้แต่น้อย ถ้าวันนั้นไม่ได้วทัญญู ทุกอย่างคงไม่ได้ผ่านมาราบรื่นอย่างนี้

 

"งั้นคงต้องฝากคุณวิทย์แล้วล่ะครับ ช่วงนี้ผมเองก็ยุ่งๆ ถ้าเกิดระพีไม่พอใจแล้วหนีไปอีก งานและชื่อเสียงของคุณวิทย์จะเสียหาย"

ราชันย์บอกกับคนบนตัก ด้วยหนักใจกับลูกชายตัวแสบของตัวเองอยู่ไม่น้อย เพราะเลี้ยงมาแบบตามใจ นานๆ ครั้งที่ถูกขัดใจจึงมักกลายเป็นเรื่องใหญ่เสมอ หรือแม้แต่คนรักของเขาเองก็ตาม

 

"ไม่ต้องห่วงครับ ตอนนี้ผมให้เจ้าญูรับหน้าที่ดูแลระพีไปแล้ว (หัวเราะร่วน) สองคนนั้นเค้าเข้ากันได้ดีกว่าที่คิดไว้นะครับ คุณราชันย์อย่ากังวลสิครับ ถ้าคุณเป็นอะไรไปขึ้นมา ผมหนีไปหาคนอื่นไม่รู้ด้วยน้า"

วิทยาหัวเราะเสียงสูงอย่างอารมณ์ดี ตราบเท่าที่มีวทัญญู ทุกอย่างก็ยังเป็นไปตามที่เขาวางแผนไว้ ปลายนิ้วเรียวยาวเขี่ยหัวคิ้วที่ขมวดชนกันของราชันย์เล่นอย่างหยอกเหย้า

 

"ผมไม่มีทางยกคุณให้คนอื่นเด็ดขาด"

ราชันย์ยิ่งขมวดคิ้วกว่าเดิมเมื่อได้ยินประโยคหลังสุดเมื่อครู่ ก่อนที่จะ...

"อื๊อ... คุณราชันย์ นี่มันห้องทำงานของคุณนะ ใครเห็นจะไม่ อ๊า"

วิทยาครางเมื่อถูกราชันย์ฝังจูบแนบแน่นและเนิ่นนานลงบนริมฝีปาก ก่อนจะต่อว่าเพราะเห็นว่าสถานที่   ไม่เหมาะสม แม้จะเป็นห้องทำงานของราชันย์เอง แต่เลขาก็อาจโผล่พรวดพราดเข้ามาได้ทุกเมื่อ

"ดีสิ ทุกคนจะได้รู้ว่าเราเป็นคนรักกัน ผมไม่ชอบเลย เวลาเห็นคุณคุยกับเจ้าหนุ่มพวกนั่น"

แม้จะรู้อยู่แล้วว่างานของวิทยาจำเป็นต้องติดต่อกับคนมากหน้าหลายตา แต่เมื่อเห็นหนุ่มหน้าตาดีที่กำลังมีโปรเจคร่วมกับวิทยาในช่วงนี้ ราชันย์ก็หวั่นใจและอดตัดพ้อวิทยาไม่ได้ ราชันย์ไม่เคยคิดมาก่อนว่า ในด้านความรัก เขาจะกลายเป็นคนใจคอคับแคบได้ถึงเพียงนี้ ทั้งๆ ที่เขาเพียงแค่รักวิทยาเหลือเกิน และอยากให้วิทยาเป็นของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

 

วิทยาแอบยิ้มมุมปากอย่างผู้ได้รับชัยชนะ ด้วยเข้าใจความรู้สึกของราชันย์เป็นอย่างดี

"ผมมีคุณแค่คนเดียวครับ ไม่เคยมีใครนอกจากคุณราชันย์ อย่ากังวลเลย"

วิทยาฉีกยิ้มกว้างให้กับราชันย์ แม้ว่าท่าทางอย่างนั้น จะดูไม่สมกับวิทยาเลยก็ตาม

 

....

 

***---สวัสดีค่ะญู เปิดประตูให้หน่อยสิคะ---***

 

เสียงคนกดอินเตอร์คอมพ์จากชั้นล่างดังขึ้น แจ้งประสงค์การมาเป็นภาษาอังกฤษ ระพีลุกขึ้นจากโซฟาร์แล้ว วางหนังสือภาพที่กำลังอ่านระหว่างรอวทัญญูอาบน้ำลงบนโต๊ะรับแขก ก่อนเดินไปดูที่จอมอร์นิเตอร์ เป็นสาวสวยชาวต่างชาติ

      คงเป็นเป็นเพื่อนของคุณญู อยู่ต่างประเทศมาตั้งนาน จะมีเพื่อนชาวต่างชาติก็ไม่เห็นจะแปลก

 

"สวัสดีครับ”

ระพียิ้มแย้มและทักทายผู้มาเยือนเป็นภาษาอังกฤษ

 

"นายเป็นใครน่ะ? มาทำอะไรที่นี่?"

หญิงชาวต่างชาติผู้มาเยือน มองระพีหัวจรดเท้าอย่างไม่เป็นมิตรทันทีที่พบกันเป็นครั้งแรก พร้อมกับเอ่ย  คำทักทายประหลาด ที่ฟังแล้วแน่ใจได้ว่า คงไม่มีใครชอบคำพูดแบบนั้น

"ผมต่างหากที่ต้องถามว่า คุณเป็นใคร-"

ระพีกำลังจะโต้ตอบด้วยความโมโห ไม่เคยมีใครกล้าว่าเขาถึงขนาดนี้มาก่อน แต่ก็พูดค้างเอาไว้เพียงเท่านั้น เมื่อวทัญญูเปิดประตูออกมาจากห้องนอน

"ระพี เสียงดังอะไรกัน? อ้าว มิเชล! เข้ามาก่อนสิ เข้ามาๆ"

วทัญญูที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จได้ยินระพีส่งเสียงดัง จึงเดินตามออกมาดู และต้องแปลกใจเมื่อได้พบคนรักเก่า ที่มาหาเขาด้วยตัวเองถึงคอนโด

 

"ญูคะ เด็กนี่เป็นใคร? ไร้มารยาทที่สุดเลยค่ะ"

เมื่อเห็นคนคุ้นเคย มิเชลก็ฉวยโอกาสฟ้องวทัญญูทันที พร้อมสอดแขนของตนคล้องเข้ากับแขนของวทัญญู ท่าทีออดอ้อน

"อ๋อ เด็กที่รู้จักกันน่ะ เขามาเตรียมอาหารเช้าให้ มาทานด้วยกันสิมิเชล?"

วทัญญูชวนแขกสาวสวยร่วมโต๊ะอาหารด้วยกัน

 

ผู้หญิงสวยคนนี้ นิสัยไม่น่าคบเอาซะเลย

คำพูดที่กล่าวถึงระพีอย่างไม่ใส่ใจนัก ไม่แม้แต่จะแนะนำชื่อให้รู้จัก ทำให้ระพีรู้สึกโกรธและน้อยใจ นี่เขากลายเป็นเด็กเตรียมอาหารไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เมื่อคิดได้ว่าวทัญญูจะชวนมิเชลร่วมโต๊ะอาหารได้อย่างไร เพราะอาหารที่เตรียมมา เพียงพอสำหรับสองคนเท่านั้น นี่เขาต้องเป็นคนเสียสละเพื่อผู้หญิงสวยแต่นิสัยแย่คนนี้        น่ะหรือ??

 

"นะ นี่"

ระพีพยายามทักท้วง แต่เหมือนว่าทั้งวทัญญูและมิเชลไม่ได้สนใจคนนอก อย่างเขาเลยสักนิด ทั้งคู่นั่งคุยกันถึงเรื่องราวที่เขาไม่เคยรู้ และไม่เข้าใจ พร้อมทานอาหารที่เขาอุตส่าห์เตรียมมา

ในที่สุดระพีก็ปลีกตัวออกมานั่งที่โซฟารับแขก พยายามไม่มองไปที่โต๊ะอาหาร ที่ยิ่งมองก็ยิ่งหิว การที่เขาต้องทนหิวอยู่ในตอนนี้ และต้องทนเห็นภาพบาดใจ ทั้งๆ ที่ถ้าจะวิ่งออกจากห้องไปให้พ้นๆ ก็ย่อมทำได้ แต่เรื่องที่จะปล่อยให้คนทั้งคู่อยู่ด้วยกันตามลำพังนะเหรอ ฝันไปเถอะพี่น้อง!!!!

 

ระพีนั่งดูโทรทัศน์สลับกับเข้าไปป่วนในครัว ให้บริการเต็มที่เมื่อวทัญญูสั่ง สุดท้าย ก็จำต้องยอมเป็น    เด็กเตรียมอาหาร เพราะสายตาขอร้องของวทัญญูหรอกนะ เหอะ ที่ใครทีมันก็แล้วกัน

 

....

 

ระพีนั่งอยู่บนโซฟาจนเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกที่ภายในห้องสูทหรูของวทัญญูก็มืดแล้ว รู้ตัวเลยทีเดียวว่าตัวเองคงโดนเพื่อนทิ้งเอาไว้เพียงลำพัง แต่ว่าตอนนี้ เขา หิว มากกกกกกกกกกกกก

 

"กลับไปกินมื้อค่ำที่บ้านดีกว่า"

ระพีบ่นกับตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์ รู้ดีว่าตนกำลังไว้ใจวทัญญูมากเกินไป แต่ทำยังไงได้ เขาถูกชะตากับหมอนั่นไปแล้วนี่ ถูกชะตามากๆ ด้วย

 

"อ๊ะ!!! ไม่ทันแหงเลย 3 ทุ่มกว่าแล้วเหรอเนี้ย!! ค่ำมืดขนาดนี้!!"

ระพีอุทานลั่น นี่เขาหลับไปนานขนาดนี้ ท้องบ้านี่ก็ร้องไม่หยุด รู้แล้ว!!! ว่าหิว ไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า กะว่าจะมาทานพร้อมกับคุณญูนั่นแหละ เป็นไงล่ะโดนยัยแหม่มหน้าลิเกแย่งกิน หิวจนหลับเป็นตายไปเลย อนาถตัวเองชะมัด

 

"ในห้องเจ้าบ้านี่มีอะไรติดตู้บ้างน้า?"

ระพีที่เพิ่งตื่นถือวิสาสะเปิดตู้เย็นค้นหาของกินด้วยความหิวโหย มือเล็กๆ จับโน้น แหวกนี่ เสาะหาวัตถุดิบทำอาหารรองท้อง หรือเรียกให้ถูกก็คือ อาหารมื้อแรกของวันนี้ต่างหาก

"เย้ รอดตายละเรา"

ระพีดีใจเมื่อเจอกับ ไข่ไก่ 1 ฟอง รู้สึกว่าจะมีเหลืออยู่ฟองเดียวเท่านั้นกับผักอีกนิดหน่อย แค่นี้ก็คงอยู่รอดไปถึงพรุ่งนี้แล้วล่ะนะ

 

"ตาคนนั้นจะกลับมากี่โมงกันนะ"

ระพีบ่นกับตัวเอง เมื่อคิดไปถึงเจ้าของห้อง ป่านนี้คงเริงร่าอยู่กับยัยแหม่มหน้าลิเกคนนั้น ผู้หญิงอะไรปากร้ายก็เท่านั้น แต่งหน้าซะเข้ม กลัวชาวบ้านเห็นรอยยับย่นของหน้าตัวเองแหงๆ คุณญูนี่ชอบเข้าไปได้ไงไม่รู้

 

"นี่คุณญู วันนี้พียึดห้องนี้เลยนะครับ// เออ เอาเลย ตามสบายนะเด็กน้อย// ขอบคุณครับ คิกๆ"

ระพีประกาศขอยืมใช้ห้องด้วยเสียงใสอย่างร่าเริง ก่อนจะวิ่งมาอยู่คนละฟากฝั่งของโต๊ะอาหารจากตำแหน่งเมื่อครู่ ดัดเสียงเข้มเลียนแบบวทัญญู แล้วก็วิ่งกลับมาที่เดิมเพื่อกล่าวขอบคุณพร้อมหัวเราะคิกคักอย่างชอบอกชอบใจ

ร่างบางลงมือทำอาหารมื้อแรกของวันอย่างรวดเร็ว ด้วยชินกับการอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เด็ก คุณป๋าส่งเขา ไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่ยังไม่ครบ 10 ขวบ การทำอาหารด้วยตัวเองเลยกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเด็กน้อย  อย่างเขา ซึ่งเขาก็สามารถฝึกหัดและเรียนรู้การทำอาหารง่ายๆ เป็นความรู้ติดตัว

ไม่นานอาหารมื้อสำคัญของระพีก็มาวางจัดเรียงกันตรงหน้าอย่างสวยงาม

 

***ไข่เจียวกับสลัดผักอย่างง่าย***

 

เวลานี้ เพียงเท่านี้ก็หรูแล้วสำหรับเด็กน้อยคนนี้ ถ้าจะให้ออกไปซื้อของกินตอนนี้นะเหรอ ไม่มีวันซะล่ะ   มันลำบากเกินไป คนอย่างระพี ขอหิ้วท้องรอไปจนถึงรุ่งขึ้นอีกวันแน่ๆ

 

"อ้า อร่อยจังเลย เพิ่งรู้ว่าตัวเองมีพรสรรค์ทางด้านการทำอาหารกับเขาเหมือนกัน"

ระพียิ้มกริ่มชมตัวเองอยู่เพียงลำพังเมื่อได้ลิ้มรสชาติฝีมือของตัวเอง ในที่สุดอาหารทั้งหมดก็ลงไปกองอยู่  ในกระเพาะเล็กๆ จนหมด

 

ระพีล้างถ้วยชามที่เพิ่งใช้และจัดเก็บเข้าตู้เรียบร้อย จนเมื่อเห็นว่าจานชามที่ใช้ใส่อาหารมื้อกลางวันนั้นยังกองระเกะระกะรอบๆ อ่างล้างจานโดยไม่มีใครล้าง ระพีก็อดบ่นอย่างหัวเสียไม่ได้

"ยัยแหม่มหน้าลิเกคนนั้นไม่คิดจะทำอะไรบ้างเลยรึไงกันนะ!! ตาญูนั่นก็อีกคน หึ้ย...  มันน่านัก!!"

ถึงจะบ่นอย่างนั้นแต่มือเล็กๆ ก็ล้างจานพวกนั้นอยู่ดี มันขัดหูขัดตายังไงอยู่ ถ้าต้องมีจานที่ยังไม่ได้ล้าง  วางกองพะเนินอยู่อย่างนี้

 

“เอาล่ะ ไปอาบน้ำดีกว่า"

ระพีเดินตัวปลิวเข้าห้องนอนของวทัญญู เปิดตู้เสื้อผ้า เลือกชุดนอนของอีกคนออกมาอย่างไม่เกรงใจ

"ขอยืมหน่อยนะครับ คุณญู"

เจ้าของเสียงเอ่ยขึ้นลอยๆ แล้วเข้าห้องอาบน้ำไปอย่างสบายอารมณ์

 

ระพีพับแขนเสื้อนอนตัวโคร่ง เจ้าของเสื้อมีขนาดตัวต่างจากเขามากจนเสื้อตัวเดียวก็คลุมตัวเขาไว้ได้ทั้งตัว เมื่อหันไปมองนาฬิกาก็เห็นว่าได้เวลานอนแล้ว เพราะพรุ่งนี้อาวิทย์คงมาเรียกไปทำงานแต่เช้า แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว ไม่อยากทำงานอย่างนี้เลย ต้องแต่งหญิงอีกต่างหาก เบื่อจริง!!!~

 

...

 

"อือออ ญูคะ..."

เสียงหวานแหลมที่เริ่มแหบพร่าของหญิงสาวซึ่งร่างกายอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ร่ำร้องเรียกชื่อ  ชายหนุ่ม

วทัญญูได้แต่คำรามในลำคอเพื่อตอบรับเสียงเรียกชื่อตนเบาๆ ริมฝีปากของ ร่างหนายังคงวนเวียนอยู่ที่  เนินอกนิ่มทั้งสองข้างอย่างหื่นกระหาย ปลายลิ้นซอกซอนปุ่มสีชมพูรวมไปถึงเนินอกใหญ่น่าบีบคั้นให้แหลกคามือ

      สองมือของชายหนุ่มเอื้อมไปปลดชุดชั้นในของหญิงสาว ก่อนจะกระชากชุดรุ่มร่ามที่เป็นสิ่งขัดหูขัดตาออกไป เรือนร่างระหงสวยงามได้สัดส่วนปรากฏชัดแก่สายตา ร่างกายนี้แหละ ที่ครั้งหนึ่งเขาหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น วทัญญูแทบอยากจะตะครุบทั้งร่างไว้ในอุ้งมือของตน

"อื๊อออ"

แหม่มสาวครางไม่เป็นส่ำ เมื่อโดนอุ้งมือหยาบร้อนบีบเค้นไปเสียทุกสัดส่วน ยิ่งเป็นการกระตุ้นเบื้องลึกของความต้องการของหญิงสาวให้ประทุขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 

วทัญญูและมิเชลกอดรัดฟัดเหวี่ยงนัวเนียกันมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เข้ามาถึงคอนโดหรูของชายหนุ่มซึ่งกลายเป็น  รังรักของทั้งคู่ในค่ำคืนอันสุดแสนหฤหรรษ์นี้

 

"ซี่... อ๊ะ... ญูค่ะ... อีกค่ะ"

เสียงหวานเร่งเร้าอีกฝ่ายอย่างเร้าร้อน หล่อนรู้สึกว่าร่างทั้งร่างกำลังถูกแผดเผาด้วยกองไฟขนาดใหญ่ ตอนนี้หล่อนต้องการผู้ชายคนนี้

 

....

 

แต่กับระพีที่กำลังเตรียมตัวเข้านอน ตอนนี้ร่างเล็กๆ กำลังตะลึงกับภาพวาบหวามที่บังเอิญเห็นเข้า ภาพของชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกอดก่ายกันอย่างเผ็ดร้อน แม้ว่าภายในห้องจะมืดสลัว แต่เขาก็แน่ใจว่าต้องเป็นวทัญญูกับมิเชลอย่างแน่นอน เพราะนอกจากวทัญญูหรือวิทยาแล้ว คงไม่มีคนอื่นที่สามารถผ่านระบบการเข้าถึงที่ซับซ้อนของคอนโดหรูแห่งนี้ได้อีกแล้ว

 

ภาพที่บังเอิญเปิดประตูออกไปเจอนั้นยังติดตา ถึงจะรู้ว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่กับระพีที่ยังไร้เดียงสากับเรื่องพวกนี้มากก็ทำเอาเข่าอ่อน

เสียงครางด้วยความหฤหรรษ์ของคนด้านนอกยังแว่วออกมาเป็นระยะ แม้จะเอามือทั้งสองข้างปิดหูไว้แล้ว  ก็ตาม ก็ไม่ได้ช่วยให้เสียงนั้นเบาลงเลย กลับได้ยินมันชัดเจนไปเสียทุกช่วงจังหวะซะด้วยซ้ำ

 

"คุณญูนี่ หื่นชะมัดเลย!"

ระพีได้แต่บอกตัวเองเบาๆ ไม่กล้าส่งเสียงดัง เพราะกลัววทัญญูจะรู้ว่ามีคนบุกรุก ไม่สิ ไม่ใช่บุกรุก เขาอยู่ ในห้องนี้ตั้งแต่เช้าแล้วต่างหาก แต่คนพวกนี้ในตอนนี้คงลืมไปแล้วว่าเขายังอยู่ในห้อง หรือไม่ก็คงคิดว่ากลับไปแล้ว

 

ร่างเล็กๆ สงบสติอารมณ์กับเหตุการณ์ตรงหน้า และยังคงขังตัวเองไว้ในห้องน้ำอยู่พักใหญ่หลังจากที่   เสียงเคลื่อนไหวด้านนอกเงียบลงไปแล้ว ระพีต้องการแน่ใจว่า ทั้งคู่ที่อยู่ข้างนอกนั้นหลับไปแล้วจริงๆ ตนจะได้แอบย่องกลับบ้านได้อย่างสะดวก

 

แต่มันคงไม่ง่ายอย่างที่ระพีคิดเสียแล้ว

 

***...***

จู่ๆ ประตูห้องน้ำที่ระพีใช้เป็นปราการปิดกั้นตัวเองคู่รักด้านนอกก็ถูกเปิดออก เขาอยากจะตบกระโหลกตัวเองนักที่ลืมล็อคประตูห้องน้ำ แต่ตอนนี้สติเขาอยู่กับเนื้อกับตัวซะที่ไหน ไม่ช็อคตายคาห้องน้ำก็ดีเท่าไหร่แล้ว

 

ร่างกำยำสมส่วนของวทัญญูก้าวเข้ามาในห้องน้ำ ด้วยร่างกายเปล่าเปลือยไร้สิ่งปกปิดใดๆ แผงอกหนา อาบไปด้วยเหงื่อ ของเหลวขุ่นข้นประหลาดชะโลมอยู่ทั่วลำตัวส่วนกลาง

 

"นะ... นาย!"

วทัญญูที่เพิ่งเข้ามาในห้องน้ำถึงกับตกใจเมื่อเห็นว่ามีใครอีกคนที่นั่งอยู่ในห้องน้ำ เดาได้ทันทีว่าระพีเห็นและรับรู้ทุกเหตุการณ์เมื่อซักครู่

"ชู่ว์ อย่าเอ็ดไป เดี๋ยวยัยนั่นก็ลุกขึ้นมาโวยเอาหรอก"

ระพีปรามเบาๆ เจอนายคนนี้ก็ยังดีกว่าเจอยัยแหม่มหน้าลิเกนั่นเป็นไหนๆ

"เอ้า เอาไปสิ พีไม่อยากเป็นตากุ้งยิง"

เด็กหนุ่มส่งผ้าเช็ดตัวที่ตนเพิ่งใช้ให้วทัญญูที่ยังคงยืนเปลือยล่อนจ้อน ไม่รู้จักอายชาวบ้านบ้างเลยรึไงนะ แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าขาวใสก็ระเรื่อขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ระพีรู้ดีว่าตอนนี้ ใบหน้าของตนคงแดงขึ้นมาให้อีกฝ่ายสังเกตเห็นได้ง่ายๆ

"ออกมานี่เลย เจ้าตัวแสบ!"

วทัญญูรับผ้าขนหนูมาพันรอบกาย มองหน้าเด็กหนุ่มพร้อมกับชุดนอนของเขาที่ถูกหยิบไปสวมใส่อย่างไม่  สบอารมณ์ ก่อนที่จะลากระพีออกจากห้องน้ำผ่านห้องนอนที่มิเชลกำลังหลับอยู่เพื่อไปคุยกันที่ห้องนั่งเล่น

 

....

 

"นายเข้าไปอยู่ในนั้นได้ยังไง? แล้วทำไมไม่กลับบ้านกลับช่องกัน ห๊า!"

วทัญญูตวาดใส่คนที่นั่งหน้าละห้อยอยู่บนโซฟาตัวยาวกลางห้อง

"คะ คือ พีเข้าไปอาบน้ำครับ แต่พีไม่ได้แอบดูนะ ไม่ได้แอบดูเลย"

ระพีก้มหน้าตอบเสียอ่อย กลัวที่สุดเวลาที่คนๆ นี้โกรธ ถึงจะใจดีก็เถอะ แต่โกรธทีไร ทำเอาเขากลั้นน้ำตา ไม่อยู่เลยซักที

"เอาล่ะ ทำไมนายไม่ยอมกลับบ้าน?"

วทัญญูเสียงอ่อนลง เมื่อรู้สึกว่าคนตรงหน้าเริ่มกลัวตนอย่างครั้งก่อน แต่ก็มันน่าโมโหน้อยซะที่ไหน

 

"คือ พีตื่นมาตอน 3 ทุ่มกว่าแล้วครับ แล้วก็หิวเพราะยังไม่ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า เลยหาอะไรกิน กว่าจะล้างจานเสร็จก็ เกือบเที่ยงคืน ก็เลยว่าจะนอนนี่เลย ละ แล้วระหว่างเข้าไปอาบน้ำ ก็เป็นอย่างที่คุณญูเห็นนั่นล่ะครับ"

ระพีพูดเสียงเบาหวิว กลัวว่าจะทำให้วทัญญูโกรธอีกรอบ

 

"... กลับบ้านซะ เดี๋ยวไปส่ง ทีหลังก็ทานข้าวให้มันตรงเวลาหน่อยสิ จะได้ไม่มาหิวตอนดึกๆ อย่างนี้"

วทัญญูถอนหายใจ อดที่จะบ่นไม่ได้

"ก็คิดว่าจะมาทานพร้อมคุณนั่นล่ะครับ กลัวคุณไม่มีเพื่อน แต่พอคุณมีเพื่อนแล้วก็ลืมพี..."

ระพีบ่นงึมงำอย่างน้อยอกน้อยใจ ไม่น่าทนหิ้วตาลายเพื่อเพื่อนบ้าคนนี้เลยจริงๆ

 

"แล้วทำไมไม่บอกเล่า! ใครเขาจะไปรู้กับนายกัน รอเดี๋ยวนะ ขอใส่เสื้อผ้าก่อน"

วทัญญูตกใจที่ได้ยินอย่างนั้น นั่นสินะ พอมิเชลมาเขาก็ลืมเจ้าเด็กนี่ไปเลย จนจะออกไปข้างนอกกับมิเชล นั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าเด็กนี่หลับอยู่บนโซฟา

 

....

 

"นายไม่มีรถเหรอ?"

วทัญญูเอ่ยถามคนที่เดินตามมาข้างหลัง พ่อก็รวยออกปานนั้น ลูกชายจะมีรถซักคันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

"ฮึ โดนอาวิทย์ยึดไปแล้ว อาวิทย์กลัวพีหนีเที่ยว"

ระพีตอบเสียงจ๋อยๆ นึกเสียดายรถที่อุตส่าห์อ้อนคุณป๋ามาได้

"ไม่โกรธพี่ชายฉันบ้างเหรอ? เจ้ากี้เจ้าการจะตาย"

วทัญญูถามขึ้น ขนาดเป็นน้องชาย บางครั้งยังอดรำคาญวิทยาไม่ได้เลย

 

วทัญญูเดินไปเปิดประตูรถของตนให้ระพีที่เดินตามมาด้านหลัง ไม่ได้มีทีท่าหวงรถเมื่อครั้งก่อนเลยแม้แต่น้อย ระพียิ้มรับด้วยความดีใจ ก่อนจะขึ้นไปนั่งบนเบาะข้างคนขับ

 

"ไม่หรอก อาวิทย์น่ะนะ เหมือนคุณญูนั่นแหละ ใจดีกับพีมากๆ เลย เอาใจใส่ไปเสียทุกเรื่อง อย่างพอยึดรถพีไปแล้ว อาวิทย์ก็ตามไปรับไปส่งตลอด หรือพออยากไปเที่ยว อาวิทย์ก็เป็นคนพาไปเอง ใจดีมากๆ แต่พอดุก็เหมือนคุณเมื่อกี้เลย น่ากลัวสุดๆ"

ระพีร่ายยาวอย่างร่าเริง ดูเหมือนว่าจะมีความสุขซะเหลือเกินที่ได้คุยถึงคุณแม่คนใหม่

"ฉันดุขนาดนั้นเลยเหรอ? ไม่กลัวฉันรึไง หืม?"

คนขับหันมาถามคนข้างๆ น้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้าก็นิ่งเฉยไม่ต่างกัน เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไม   เจ้าเด็กคนนี้ถึงได้ติดเขานัก ทั้งๆ ที่เคยคุยกันจริงๆ แค่ครั้งหรือสองครั้งเท่านั้นเอง

 

"ไม่กลัวหรอก พีรู้ว่าคุณญูใจดี (หัวเราะร่วน) ถึงเวลาดุจะน่ากลัวก็เถอะ อีกอย่างคุณต้องรักษาสัญญาแน่ๆ เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอครับ?"

ระพีบอกพลางยื่นนิ้วก้อยเล็กๆ ของตนให้อีกฝ่าย คล้ายว่าจะทวงถามเรื่องที่เคยขอร้องไว้เมื่อไม่นานมานี้

 

"(หัวเราะ) นายนี่เหลือเกินจริงๆ พี- ก็ได้ เราเป็นเพื่อนกัน"

วทัญญูหัวเราะร่า เมื่อได้ยินคำตอบน่ารักๆ จากระพี ก่อนที่จะยื่นนิ้วก้อยออกไปเกี่ยวนิ้วเล็กๆ ของระพีเอาไว้แทนคำสัญญา

 

 

***สายสัมพันธ์เล็กๆ ที่เกิดจากความรู้สึก Click-Click***

 

***กำลังจะถูกถักทอ เกี่ยวประสานกันไว้จนแนบแน่น***

 

***ยากนักที่จะแก้รึตัดมันให้หลุดออกจากกัน***

 

to be con…part 004

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น