[Yaoi, Boy's Love] Click Click by PaPure

ตอนที่ 1 : Click Click by PaPure Part 001

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ก.พ. 59

O W E N TM.

Novel :: Click2

Cast   :: [วทัญญู วิวัฒนา] [ระพี เจนอักษร]

Part   :: 001

By    :: archi_10_001 ((PaPure))

 

#พี่ล่ำกับน้องสก้อยซ์

 

วทัญญู ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ตามแบบฉบับคนไทยตัวใหญ่โดยทั่วไป ชายหนุ่มมีผิวคล้ำนิดๆ เนื่องจากความรักการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ ขอให้ได้ภาพสวยๆ มา แม้ต้องตากแดดตากลม เขาก็ไม่ ย่อท้อ

ชายหนุ่มใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษมาตลอด 10 ปี ที่ต้องกลับมาประเทศไทย ก็เพราะวิทยาซึ่งเป็นพี่ชายต่างมารดาโทรไปขอร้องให้กลับมาช่วยงานที่บริษัทโมเดลลิ่ง ซึ่งเป็นธุรกิจที่พ่อของเขาเป็นผู้ก่อตั้ง อีกทั้งเขาเริ่มจะมีชื่อเสียงในวงการถ่ายภาพ จึงทำให้วิทยาอยากได้ตัวเขากลับมาช่วยงาน

  

วทัญญูเดินเลือกซื้อของภายในห้างสรรพสินค้ามีชื่อแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า การเลือกหาสิ่งของเครื่องใช้ประจำวันติดไว้ในบ้าน มันจะยุ่งยากขนาดนี้ ถ้ารู้คงขอให้วิทยา  หาแม่บ้านซักคนมาประจำที่คอนโดแล้ว

 

นี่นาย! เดินระวังหน่อยสิ!”

เสียงห้าวๆ ของวทัญญูตะโกนเรียกอีกฝ่าย คนอะไร ชนคนอื่นแล้วไม่ขอโทษซักคำ เด็กสมัยนี้เป็นอย่างนี้กันหมดแล้วรึไงกัน

ขอโทษครับ ผมไม่ทันมอง

หนุ่มร่างบางที่เพิ่งวิ่งผ่านไปชนของในมือวทัญญูหล่นกระจาย หันกลับมามองตามเสียงเรียกเพียงชั่วครู่แล้วยกมือพนมลวกๆ อย่างรีบร้อนพลางโค้งให้ สองสามครั้ง พร้อมกับตะโกนกลับมาเพื่อเป็นการขอโทษ

 

ตายล่ะ คนของคุณป๋ามานั่นแล้ว

หนุ่มร่างบางสบถ ก่อนจะเร่งฝีเท้าเพื่อทิ้งห่างคนกลุ่มใหญ่ที่วิ่งตามมาติดๆ

 

จะรีบไปไหนของมันวะ อย่าให้เจออีกครั้งนะ พ่อจะจับตีก้นซะให้เข็ด!!!”

วทัญญูบ่นกับตัวเองอย่างหัวเสีย เพิ่งกลับมาถึงเมืองไทยวันแรกก็ฤกษ์ไม่ดีซะแล้ว ชายหนุ่ม  ได้แต่ส่ายหน้ากับตัวเองแล้วก้มลงเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายไปทั่วพื้น

 

 

      “กลับมาคราวนี้ ไม่รู้ว่าที่บ้านใหญ่จะเปลี่ยนไปยังไงบ้าง

วทัญญูโพล่งขึ้นกับตัวเอง หลังจากที่พาตัวเองและข้าวของพะรุงพะรังมาถึงจุดเรียกแท็กซี่    ได้สำเร็จ ถ้าไม่ติดว่า อยากเซอร์ไพรส์แม่ใหญ่ เขาคงไม่ต้องมานั่งแท็กซี่อย่างนี้หรอก

ไม่น่าคิดอะไรแผลงๆ เลย!

     

อย่าเพิ่งไป!!”

เสียงแหบเล็กของใครคนหนึ่งดังมาจากด้านหลัง แล้วร่างเล็กๆ ของคนคนหนึ่งก็แทรกตัวเข้ามานั่งในรถแท็กซี่ก่อนที่วทัญญูจะได้ขึ้นรถทั้งๆ ที่เป็นคนเรียก

      ขึ้นมาเร็วๆ สิลุง เดี๋ยวพวกนั้นก็ตามมาทันพอดี

เสียงแหลมเล็กของคนที่เพิ่งแทรกตัวเข้ามานั่งบนรถแท็กซี่ก่อนชายหนุ่มร่างใหญ่ดังขึ้นอย่าง  ขัดใจพร้อมกระชากท่อนแขนล่ำสันของวทัญญูที่ยังยืนนิ่งด้วยความงุนงงให้เข้ามาบนรถแท็กซี่

      ออกรถเลยพี่ชาย!”

ชายหนุ่มร่างเล็กตะโกนบอกคนขับรถแท็กซี่ พร้อมส่งยิ้มหวานอันเป็นความภูมิใจให้คนขับรถแท็กซี่ เพียงเท่านั้นรถแท็กซี่ก็พร้อมเคลื่อนพลออกจากที่ตรงนี้

 

      นายเป็นใคร!!? แล้วขึ้นมากับฉันทำไม!! ฉันเป็นคนเรียกรถก่อนนะ

เมื่อได้สติ วทัญญูก็โวยวายขึ้นมา เป็นใครก็คงตกใจไม่ต่างจากเขานักหรอก เมื่ออยู่ดีๆ ก็มี ใครไม่รู้ขึ้นแท็กซี่มาด้วยกัน สายตาคมจ้องมองเด็กหนุ่มแปลกหน้าไม่วางตา วทัญญูคิดว่าเด็กหนุ่มที่เพิ่งขึ้นแท็กซี่มากับตนนั้น ท่าทางไม่ค่อยน่าไว้ใจนัก

      เห? อย่ามองกันอย่างนั้นสิลุง ผมชื่อระพี- ระพี เจนอักษร ยินดีที่ได้รู้จักครับ     

เด็กหนุ่มหันมาแนะนำตัวเองกับวทัญญูด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

      ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะไม่ใส่ใจกับสายตาที่มองเขาด้วยความระแวงนัก ใบหน้าหวานที่มีผม  เส้นผมละเอียดสีอ่อนละอยู่บนใบหน้าผินหน้าไปทางหน้าต่าง ทอดสายตาเล็กรีมองออกไปด้านนอก  ด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น

ฉันไม่ได้อยากรู้ชื่อนาย แต่ฉันต้องการรู้ว่านายขึ้นมาบนรถคันเดียวกับฉันทำไม?

วทัญญูเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหนักๆ เดิมทีวทัญญูก็ไม่ใช่คนใจเย็นนัก การที่จะต้องมาทนกับ  เด็กประหลาดคนนี้จึงดูเหมือนว่า กำลังพยายามอย่างหนักที่จะระงับความโมโหของตัวเองเอาไว้

ความจำคุณลุงสั้นมากนะ ผมอุตส่าห์ตามมาขอโทษ

เสียงแหบเล็กของเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ชิดริมหน้าต่างอีกด้าน ของรถตอบกลับมา

เมื่อกี้ขอโทษนะครับ พอดีผมรีบไปหน่อย

ระพีหันกลับมาตอบคำถามของวทัญญูพร้อมยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ทั้งที่ไม่ใช่สิ่งที่เด็กหนุ่มพึงกระทำเลยแม้แต่น้อย

อ้อ!!! ไอ้เด็กแสบที่เพิ่งวิ่งชนฉันเมื่อครู่นะเหรอ...

วทัญญูพยายามทวนความทรงจำของตัวเองช้าๆ ว่าเขาไปทำความรู้จักกับเจ้าเด็กคนนี้เมื่อไหร่

 

เยี่ยมมากครับ นึกว่าจะความจำสั้นซะอีก

เด็กหนุ่มกระเซ้าวทัญญูอย่างร่าเริง ส่งรอยยิ้มสดใสให้ไม่ได้ขาด

ว่าแต่ขึ้นมานี่ จะไปไหนล่ะเรา?

วทัญญูเอ่ยถามร่างบาง พลางปราดตาสำเรวจรูปร่างของเด็กหนุ่ม อาจจะเป็นเพราะอาชีพ ของเขา ทำให้ติดนิสัยชอบมองรูปร่างของคนอื่นๆ

มองกันอย่างนั้น ผมเขินนะลุง

ร่างบางร้องทัก จนวทัญญูต้องละสายตาออกมา ด้วยเริ่มคิดได้ว่าตนกำลังละลาบละล้วง   เด็กหนุ่มแปลกหน้ามากเกินไปเสียแล้ว

แล้วนายจะไปไหน? จะได้ให้คนขับแวะไปส่ง

วทัญญูถามเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้าง จะว่าไปเจ้าเด็กนี่ก็หน้าตาดี ถ้าไม่ติดที่นิสัยเสียและไม่มีกาละเทศะไปหน่อย

ไม่รู้สิ ผมหนีออกจากบ้านมา ว่าจะไปส่งลุงก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะไปไหน

ระพีตอบ รอยยิ้มน่ารักยังคงระบายอยู่บนใบหน้าหวานๆ

เฮ้ย! ทำอย่างนี้ได้ไง ถ้าฉันโดนจับข้อหาลักพาตัวจะทำยังไง!!”

วทัญญูได้ยินอย่างนั้นก็โวยลั่นรถ เขาเพิ่งกลับมาแท้ๆ ยังไม่ทันกลับไปไหว้แม่กับแม่ใหญ่เลย ซักครั้ง ก็จะถูกเด็กหนุ่มแปลกหน้าหาเรื่องติดคุกมาให้เสียแล้ว

ไม่หรอกน่า คุณป๋าน่ะ...

ระพีกำลังจะบอกชายร่างใหญ่ว่าโวยวายเกินเหตุไปแล้ว เรื่องมันไม่ได้ใหญ่โตขนาดนั้นซักหน่อย

แต่แล้วคำพูดก็ถูกกลืนหายไป เมื่อถนนข้างหน้าเต็มไปด้วยตำรวจที่ใส่ชุดกันเต็มยศหลายนาย รวมไปถึงคุณป๋าของระพีด้วย อย่าว่าแต่ระพีเลย วทัญญูยิ่งตกใจกว่า นี่เขากำลังจะถูกจับเพราะลักพาตัวเด็กประหลาดมาจริงๆ หรือนี่!!

 

ซนจนเป็นเรื่องนะ ระพี

น้ำเสียงดุดันของคนที่น่าจะเป็น “คุณป๋า” ของเด็กหนุ่มดังขึ้น ท่าทางเอาแต่ใจอย่างนั้น ถ้า  คุณป๋าไม่ดุแบบนี้ก็คงจะไม่มีทางรับมือได้

คุณป๋าไม่สนใจพีแล้วไม่ใช่เหรอ? ใจร้ายกับพีด้วย พีก็จะไม่สนใจคุณป๋าแล้วเหมือนกัน! นี่ไง ตอนนี้พีมีคนดูแลแล้ว ไม่ง้อคุณป๋าหรอก!”

ระพีหน้างออย่างเห็นได้ชัด เด็กหนุ่มเดินมาขนาบข้างวทัญญู ตั้งแต่เริ่มปะทะคารมกับคุณป๋า

สองแขนเล็กเกี่ยวกระหวัดลำแขนล่ำสันของคนข้างๆ เอาไว้ เรียวปากบางเม้มแน่น พร้อมกับดวงตายาวรีคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตา ท่าทางอย่างนั้นของระพี ทำให้วทัญญูไม่กล้าปฏิเสธ แม้คำพูดแปลกๆ เหล่านั้น แม้จะไม่มีมูลความจริงเลยก็ตาม

ระพีตอนนี้ดูต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ไม่เหลือคราบคุณหนูเอาแต่ใจผู้ไม่สนใจใครเลย   แม้แต่น้อย

 

      อย่ามาล้อเล่นนะพี คุณป๋าไม่ได้มีเวลาว่างนักหรอก มาสิ กลับบ้านกันเถอะ

น้ำเสียงเด็ดขาดของคุณป๋าบอกกับลูกชาย ซึ่งคุณป๋ารู้ดีว่าเรื่องที่ลูกชายของตนพูดเมื่อครู่นั้นเป็นเรื่องไม่จริงทั้งเพ เพราะคนที่ระพีกอดแขนอยู่นั่นคือ วทัญญู วิวัฒนา ช่างภาพมืออันดับต้นๆ ของเอเชีย ที่ไม่มีทางรู้จักกับเด็กกะโปโล เอาแต่ใจอย่างลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขาได้เลยแม้แต่น้อย

อย่าดื้อกับคุณป๋าสิ เราไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะระพี ปล่อยมือจากคุณเขาได้แล้ว!”

คุณป๋าดุอีกครั้ง และเดินมาดึงแขนลูกชายไว้

คุณ... ช่วยด้วย พีไม่อยากอยู่กับคุณป๋าแล้ว คุณป๋าใจร้าย

เสียงร้องของเด็กหนุ่มอ้อนวอนวทัญญู แต่คนนอกอย่างเขาจะเข้าไปก้าวก่ายเรื่องในครอบครัวของคนอื่นก็คงจะดูไม่ดี

กลับบ้านได้แล้ว

คุณป๋าเริ่มเสียงดัง ก่อนจะเข้ามาแกะแขนลูกชายตัวแสบออกมาจากแขนวทัญญูด้วยตัวเองและลากเจ้าตัวแสบไปขึ้นรถที่เตรียมเอาไว้ วันนี้ เจ้าตัวแสบดื้อกว่าทุกครั้ง ถ้าเขาไม่รู้จักวทัญญูมาก่อน   คงหลงเชื่อไปแล้วว่าวทัญญูเป็นคนรักของระพี

 

ขอโทษด้วยนะครับ คุณวทัญญู พักนี้ลูกชายของผมดื้อขึ้นทุกวัน

คุณป๋าส่งยิ้มเล็กน้อยให้กับวทัญญู เพราะลูกตัวแสบของตนทำเอาคนอื่นเดือดร้อนกันไปหมด ถ้าไม่ได้ตำรวจช่วยปิดถนนคงอีกนานกว่าระพีจะยอมกลับบ้าน

วทัญญูเหลือบมองสายตาตัดพ้อของระพี ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกผิดนัก ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเขาเลยซักนิด

 

ครับ? ... ขอโทษครับ เราเคยเจอกันมาก่อน?”

วทัญญูที่ยังงงกับเหตุการณ์ตอบรับคำขอโทษตามมารยาท ก่อนจะสะดุดกับคำทักทายอย่างสนิทสนมโดยคนที่เขาคิดว่า เพิ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรกแต่สามารถเรียกชื่อของตนได้อย่างถูกต้อง

อ้อ ผมชื่อราชันย์ เป็นเพื่อนกับ วิทยา, พี่ชายของคุณ คิดว่าเราคงได้ร่วมงานกันเร็วๆ นี้

คุณป๋าหรือราชันย์เห็นท่าทางงงๆ ของวทัญญูก็ยิ้มออกมา ท่าทางอย่างนี้นี่เองวิทยาถึงได้บอกว่าน้องชายของตัวเองมี 2 บุคลิก

ครับ ยินดีครับคุณราชันย์

วทัญญูกล่าวตอบ เพื่อนของวิทยานี่เอง ยังคิดอยู่ว่าคุ้นหน้าของคุณป๋ามาก่อน

 

...

 

กว่าจะจบเรื่องที่เจอเด็กหนุ่มประหลาดกับคุณราชันย์, เพื่อนของพี่ชายต่างมารดาลงได้      ก็เสียเวลาไปมาก ในที่สุด คนขับรถแท็กซี่ก็มาส่งวทัญญูถึงคอนโด

ในที่สุด ก็ได้พักซักที

วทัญญูทิ้งตัวลงบนโซฟาหนานุ่มภายในคอนโดหรูที่วิทยาเป็นคนตกแต่งไว้ เพื่อรอการกลับ  มาไทยของเขาโดยเฉพาะ

 

+ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... +

โทรศัพท์มือถือแผดเสียงเรียกใส่เจ้าของไม่หยุด ทั้งที่เพิ่งกลับมาถึงห้องได้เพียงครู่เดียวเท่านั้น วทัญญูอยากจะคว้าโทรศัพท์มือถือปาออกไปให้พ้นตัว ตั้งแต่กลับมา เขายังไม่ได้พักเลยซักนิด นี่เขา  ไปทำอะไรไม่ดีให้ฟ้าดินต้องลงโทษหรืออย่างไรกันนะ ให้ตายสิ

 

วทัญญูครับ

วทัญญูรับสายโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตรนัก ใครบอกให้โทรมาตอนที่คนเขาจะพักผ่อนกัน

“นี่ฉันเอง, วิทยา จะบอกว่า พรุ่งนี้แกต้องมางานแถลงข่าวตอนหกโมงเย็น เดี๋ยวฉันให้คน  เอาชุดไปส่งที่ห้อง”

เสียงพี่ชายเจ้าระเบียบดังเข้ามาตามสาย ทำเอาวทัญญูที่กำลังกลิ้งอยู่บนโซฟาตาสว่างขึ้นมาทันที

ครับ แล้วผมต้องทำอะไรอีก นอกจากปั้นหน้ายิ้ม?

วทัญญูหยอกวิทยา ถ้าใครไม่รู้คงคิดว่าวิทยาเป็นพี่ชายแท้ๆ ของวทัญญูเพราะวิทยาคอยดูแลและเป็นห่วงเป็นใยเขามาตั้งแต่เด็กแล้ว พวกเขาจึงดูสนิทกันมากกว่า พี่ชายต่างมารดา

“อ๋อ แกแค่ยิ้มให้เข้ากับบรรยากาศในงาน กับใส่ชุดที่ฉันเตรียมไว้ให้นั่นแหละ ส่วนเรื่องงาน ฉันจะเป็นคนจัดการเอง แกจะได้มีเวลาทำงานของแกบ้าง”

วิทยาบอกกับวทัญญู สงสารอยู่เหมือนกัน ที่อยู่ๆ ต้องถูกเรียกกลับมาทั้งที่เพิ่งได้งานที่อยากทำ แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทของพ่อก็ต้องมาก่อน

 

      ไม่ต้องห่วง ผมปฏิเสธงานทางนั้นไปแล้วล่ะ

วทัญญูสารภาพกับพี่ชาย คิดว่าจะไม่บอก เพราะไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ถึงแม้ว่าตัวเองจะ  ชอบเงื่อนไขของอีกงานหนึ่งมากกว่า แต่ถ้าบริษัทของพ่อกำลังเดือดร้อน เขาก็ควรจะกลับมา ในฐานะลูกชายคนหนึ่ง

      “อะไรนะ!!? แกปฏิเสธงานของนั้นไปแล้ว?? ทำไมไม่ปรึกษากันก่อน!!

วิทยาโวยวาย ถึงจะรู้ดีว่าเรื่องแบบนี้ตนไม่ควรไปก้าวก่าย แต่ก็อดไม่ได้ เพราะตัวเองเป็น   คนทำให้วทัญญูต้องปฏิเสธงานที่อยากทำ มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีเอาเสียเลย

 

      “ไม่เป็นจริงๆ ครับ ผมคิดทบทวนดีแล้ว บริษัทของพ่อสำคัญกว่าเยอะ เย็นนี้ผมจะแวะไปหาแม่กับแม่ใหญ่นะ

วทัญญูตัดบทวิทยา เพราะถ้าปล่อยให้โวยวายต่อ คงไม่ได้คุยเรื่องอื่นๆ อีก

 

      “ก็ดี ฉันจะได้คุยกับแกเรื่องนี้ด้วย เออ ตกลงจะยังมาแบบให้ที่บ้านตกใจใช่ไหม? ฉันจะได้ไม่บอกใคร”

วิทยาถามวทัญญูซ้ำ เพื่อจะได้เตรียมตัวถูก ตัวเองยิ่งพูดมากอยู่ด้วย เดี๋ยวเผลอไปบอกใครเข้า

      ใช่ ทุกอย่างเหมือนเดิม เรารู้เรื่องนี้แค่สองคนครับ

วทัญญูย้ำกับวิทยาอีกครั้ง เพื่อความมั่นใจ

      “เออ งั้นเย็นนี้เจอกัน”

วิทยาลาน้องชาย ก่อนที่ตัดสาย

 

...

 

      เย็นนั้น วทัญญูขับมินิ คูเปอร์คันใหม่ป้ายแดงที่วิทยาเพิ่งถอยมาให้ ครั้งแรกรู้สึกสิ้นเปลือง เพราะตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่อยู่ที่อังกฤษ ก็ไม่เคยมีความคิดอยากได้รถยนต์มาใช้เพื่อสนอง ความสะดวกในการเดินทางเลยซักครั้ง

      แต่ถ้าต้องเจอกับเหตุการณ์อย่างเมื่อเช้าอีกครั้ง ก็ขอมีรถยนตร์ไว้ใช้ส่วนตัวซักคันดีกว่า      นี่ถ้าคุณป๋าของเจ้าเด็กประหลาดนั่นไม่ใช่คุณราชันย์เพื่อนของวิทยา วทัญญูคนนี้คงต้องไปกินข้าวแดง ในคุกตั้งแต่วันแรกที่กลับมาไทยเป็นแน่

 

      ไม่นานนัก มินิ คูเปอร์ คันเล็ก ก็พาวทัญญูมาถึงหน้าบ้าน บ้านวิวัฒนา ชายหนุ่มมองบ้านหลังใหญ่ที่เขาเคยอาศัยเมื่อครั้งเป็นเด็กอย่างตื่นเต้น ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะเล็กลง ท่าทางเขาคงจะ ตัวโตขึ้นมาก

แล้วชายหนุ่มก็หันกลับมามองรถ มินิ คูเปอร์ ไม่อยากเชื่อว่าวิทยาจะถอยรถอย่างนี้มาให้ใช้ ทั้งๆ ที่เป็นคนพูดเองว่าช่วงนี้ฐานะทางบ้านไม่สู้ดีนัก แต่ไอ้รถคันนี้ราคาเป็นล้านไม่ใช่เหรอวะ!!?

 

... คุณญูรึเปล่าคะ?

เสียงคุณนมของบ้านดังมาแต่ไกล ทันทีที่ร่างหนากำลังก้าวขึ้นบันไดของคฤหาสน์หลังใหญ่

เอ๋? คุณนม!! คิดถึงจังเลย ไม่เจอกันนาน ไม่นึกเลยว่าจะจำผมได้ด้วย

วทัญญูหันกลับไปหาคุณนมซึ่งเป็นคนเก่าคนแก่ของบ้านที่เลี้ยงเขาและวิทยามาตั้งแต่เล็ก

แหม เห็นว่านมเป็นคนแก่แล้วจะว่าเลอะเลือนจนจำคุณหนูไม่ได้เหรอคะ นมจำคุณญูได้นะคะ คุณหญิงเล็กชอบเอารูปคุณญูมาอวดบ่อยๆ

แม่นมรีบบอก ก่อนจะรีบเดินเข้ามาหาวทัญญูที่ไม่ได้กลับมาบ้านเสียนาน

 

ไม่ได้เจอกันเสียนานนะคะ ถ้าคุณท่านไม่บอกให้คุณวิทยาเรียกคุณญูกลับมา นมคงไม่ได้เห็นหน้าคุณญูอีกแล้ว

คุณนมเริ่มตัดพ้อ ทุกคนรู้ดีว่าวทัญญูจะไม่กลับมาไทยอีก แต่พอเกิดเรื่อง คุณท่านจึงให้วิทยาเรียกตัววทัญญูกลับมา

คุณนมทราบเรื่องที่ผมจะกลับมาวันนี้ด้วยเหรอครับ?

วทัญญูเริ่มทะแม่งๆ กับคำพูดคุณนม ท่าทางวิทยาคงบอกคนทั้งบ้านไปแล้ว เรื่องที่เขาจะมาบ้านวันนี้

อ๋อค่ะ คุณวิทยาเธอเพิ่งบอกเมื่อกลางวันนี้เอง

คุณนมสารภาพและแอบโทษตัวเองนิดๆ ว่า ไม่น่าพูดมากจนได้เรื่องเลย

ไม่ต้องโทษตัวเองหรอกครับ คุณนม ผมก็คิดอยู่แล้ว พี่วิทย์เก็บความลับได้ซะที่ไหน

วทัญญูกล่าวขำๆ ก่อนจะโอบเอวคุณนมและพากันเดินขึ้นไปบนบ้าน

 

กลับมาแล้วเหรอลูก

คุณหญิงเล็กผู้เป็นแม่ของวทัญญูเดินเข้ามาโอบกอดรับขวัญลูกชายของเธอด้วยความคิดถึง

ผมกลับมาแล้วครับแม่

วทัญญูเองก็โอบกอดผู้เป็นแม่ไว้ด้วยความรักใคร่และคิดถึง แม้ว่าก่อนหน้านี้จะทำใจไว้แล้วว่า คงจะไม่เจอกันอีก เพราะได้รับการติดต่องานจากต่างประเทศอยู่ตลอด ทั้งยังได้ทำในสิ่งที่ชอบด้วย   แต่แค่ได้เห็นหน้าแม่เท่านั้น เขาก็แทบลืมเรื่องเหล่านั้นไปหมดสิ้น

 

ว่าไง หืมเรา มาให้แม่ใหญ่กอดทีซิ ตาญู

คุณหญิงใหญ่ร้องเรียกลูกชายของน้องสาวให้เข้ามาหาบ้าง

ครับแม่ใหญ่ คิดถึงแม่ใหญ่เหมือนกันนะครับ

วทัญญูเดินเข้าไปกอดแม่ใหญ่ หรือแม่ที่แท้จริงของวิทยา ซึ่งวทัญญูรักและนับถือแม่ใหญ่    ไม่ต่างจากแม่แท้ๆ ผู้ให้กำเนิด

 

ใครจะไปคิดว่าพีสาวน้องสาวคู่นี้จะยังรักกันดี ทั้งที่มีสามีคนเดียวกัน แต่เรื่องนั้น ก็ไม่มีใครสนใจอีก ในเมื่อทุกอย่างก็ดำเนินไปได้ด้วยดี ทั้งวทัญญูและวิทยาต่างก็รักกันไม่ต่างจากพี่น้อง     ร่วมสายเลือด จะติดอยู่ก็แค่วทัญญูไม่ค่อยลงรอยกับคุณท่าน ซึ่งเป็นพ่อของตัวเองและเป็นประมุขของ บ้านวิวัฒนา ซึ่งเป็นสาเหตุให้วทัญญูไม่คิดจะกลับมาประเทศไทยอีกตลอดชีวิต

 

มากันพร้อมหน้าแล้วก็ทานมื้อค่ำกันเลยเถอะครับ ผมหิวจะแย่แล้ว

วิทยาเปลี่ยนเรื่อง เพราะถ้าปล่อยให้วทัญญูกับพ่อได้พูดคุยกันก่อน ท่าทางคงไม่มีใคร    ทานอาหารมื้อนี้ลงแน่

ทั้ง 5 คนร่วมทานอาหารมื้อนั้นอย่างเป็นกันเอง ผู้เป็นประมุขสงวนท่าทีของตนเอาไว้ เพราะไม่ต้องการให้มื้ออาหารมื้อนี้กร่อย เรื่องที่จะคุยกับลูกชายคนเล็กคงต้องรอหลังอาหารมื้อนี้

 

การรับประทานอาหารค่ำพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว ที่ไม่เกิดขึ้นมานาน ดำเนินไปเรื่อยๆ  ร่วม 2 ชั่วโมง แม่ใหญ่และแม่เล็กแย่งกันถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ การใช้ชีวิตและสภาพความเป็นอยู่   ในต่างแดนจากวทัญญูไม่ได้หยุด ส่วนวิทยาก็เอาแต่ขำกับคำตอบของน้องชายตัวเอง นานๆ จะถามขึ้นมาบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ทันบรรดาคุณแม่

ในสายตาของวิทยา แม้ว่าวันนี้ วทัญญูจะเติบโตขึ้นจนกลายเป็นช่างภาพแถวหน้าของเอเชีย  ไปแล้ว แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ น้องชายของเขาก็ยังเป็นคนใจดี เชื่อคนง่ายเหมือนแม่เล็กอยู่เหมือนเดิม ซึ่งเป็นบุคลิกที่ไม่เคยปรากฏขึ้นต่อหน้าพ่อ ยกเว้นกับพ่อเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่วทัญญูพร้อมจะแสดงท่าทีกร้าวร้าวและตอบโต้ด้วยความรุนแรง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของพ่อนั่นเอง ความขัดแย้งของบุคลิกนี้เอง ที่เป็นเสน่ห์ของวทัญญู ที่แม้แต่ตัววทัญญูก็อาจไม่รู้ตัวมาก่อน

 

คุยกันเสร็จเมื่อไหร่ ให้เจ้าญูไปหาฉันที่ห้องด้วย

ประมุขของบ้านเบื่อที่จะรอต่อไป ดูท่าว่าคงอีกนานกว่าพวกคุณแม่จะคุยลูกชายคนเล็กเสร็จ

 

กว่าครึ่งชั่วโมง วทัญญูจึงเดินไปยังห้องทำงานพ่อ ถึงไม่บอกก็พอจะรู้ว่าเรื่องที่พ่อจะคุยคงเป็นเรื่องงานในวันพรุ่งนี้

 

+ก๊อก ก็อก+

ขออนุญาตครับ

วทัญญูเคาะประตูก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไป

... เรื่องงานวันพรุ่งนี้ แกต้องช่วยวิทยา

ผู้เป็นพ่อเริ่มคุยกับลูกชายคนเล็ก สายตาของคนทั้งคู่จ้องกันและกันโดยไม่มีใครยอมละสายตา

ครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ตราบเท่าที่มีพี่วิทยาทุกอย่างก็ราบรื่น

คำพูดที่เหมือนปกติของวทัญญู หากแฝงไปด้วยความหมายเสียดสี

ผ่านไปหลายปี แกก็ยังเอาแต่คิดโง่ๆ ไม่เลิก ใครจะดีกว่าใครหรือไม่ มันก็เห็นกันอยู่แล้ว

วิวัฒน์บอกกับลูกชายคนเล็กอย่างเอือมระอา วทัญญูเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ที่เอาแต่คิดว่าตัวเองด้อยกว่าวิทยา ทั้งๆ ที่มีจุดแข็งที่เหนือกว่าวิทยาอยู่ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะรู้จักโตเสียที

      ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัว

ถึงแม้ไม่พูดอะไรแต่น้ำเสียงก็แสดงให้วิวัฒน์รู้ดีว่า วทัญญูไม่เคยอภัยให้เรื่องราวในอดีตที่   เคยเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่

     

...

 

ภายในงานแถลงข่าว บริษัทโมเดลลิ่งในเครือวิวัฒนากรุ๊ป แน่นอนว่ารวมไปถึงบริษัทคู่ค้าด้วย การแถลงข่าวของวทัญญูผ่านไปได้ด้วยดี มีคนให้ความสนใจกับช่างภาพมืออาชีพอย่างวทัญญูพอสมควร คงจะช่วยดึงลูกค้ามาได้ในระดับที่น่าพอใจ ซึ่งเจ้าตัวก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น

 

ญู มาทางนี้หน่อย ฉันมีคนอยากแนะนำให้แกรู้จัก

วิทยาเดินนำวทัญญูไปทางด้านหนึ่งของสถานที่จัดงาน พอจะรู้อยู่หรอกว่าวทัญญูไม่ชอบเรื่องออกงานอย่างนี้เท่าไหร่ แต่วันนี้จำเป็นจริงๆ

นี่ คุณราชันย์ เป็นเจ้าของบริษัทคู่ค้าของเราและเป็นคนรักของฉันด้วย

วิทยาพาวทัญญูไปแนะนำให้รู้จักกับคุณราชันย์ วทัญญูโค้งเล็กน้อยเป็นการทักทาย จำได้ว่าชายคนนี้เป็นคุณป๋าของเจ้าเด็กแสบนั่นเอง ดีใจที่ไม่เห็นเจ้าเด็กนั่นด้วย

 

วทัญญูไม่ได้แปลกใจที่วิทยาแนะนำว่าคุณราชันย์เป็นคนรัก ทั้งที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน เพราะเข้าใจรสนิยมของวิทยาดี แต่ก็ไม่คิดที่จะชอบด้วย นอกจากนี้ การที่เขาคุ้นหน้าคุณราชันย์นัก เพราะน่าจะเคยเห็นคุณราชันย์มาแล้วหลายครั้ง จากรูปถ่ายคู่ที่วิทยาส่งมาให้ดูอยู่บ่อยๆ

 

เราเจอแล้วกันน่ะวิทย์ ระพีไปป่วนคุณญูตั้งแต่วันแรกที่กลับมาเลยละมั้ง

ราชันย์โค้งรับคำทักทายจากวทัญญู พร้อมยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

อ่าว เจอตาพีแล้วหรอกเหรอ อดเซอร์ไพรส์เลย ตาพีนะตาพี ทำเสียแผนหมด

วิทยาหน้ามุ่ย ราชันย์ตัวเข้าไปหา พยายามงอนง้อตามประสาคนรัก

งั้น ผมขอตัวก่อนนะครับ

วทัญญูเลือกที่จะถอยออกมา ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องทนยืนดูวิทยาพลอดรักกับคนรักที่เป็นผู้ชายเหมือนกันอยู่ตรงนั้น

 

ญู!! ดูเดินแบบด้วยนะ นั่นลูกชายฉันเลยล่ะ ระพีน่ะ!”

วิทยาตะโกนบอก ก่อนที่วทัญญูจะเดินหายไปในฝูงชนนับร้อยในงาน

 

...

 

คงไม่มีอะไรแล้วล่ะมั้ง

วทัญญูพูดคนเดียว โดยส่วนตัว เขาไม่ค่อยชอบงานอย่างนี้เท่าไหร่ แล้ววิทยาก็รู้ดี คงไม่ว่าอะไรถ้าจะแอบกลับไปก่อน

 

อ๊ะ นี่ลุงก็มาที่นี่ด้วยเหรอเนี่ย? จะกลับแล้วเหรอ?

เสียงคุ้นๆ ดังขึ้นมาจากข้างหลัง

รถสวยจัง น่าพาไปขับชมวิว

เสียงที่ว่านั่นดังขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนจะย้ำว่าทุกอย่างคือความจริง ไม่ใช่ความฝัน

 

To be con…

 

ลงเรียกน้ำย่อยเบา ๆ ค่ะ
เรื่องนี้มีในสต็อก คงค่อย ๆ ลง
ไปทักทายกันได้ค่ะ

@twinsbams

เพิ่งเริ่มเล่นกับเขาเหมือนกันค่ะ โฮะ ๆ


สนุกกับนิยายนะคะ

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น